Colombia Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/colombia/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 08 Jun 2026 07:11:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 STRAY KIDS GOV BALL 2026 โชว์ในฐานะเฮดไลเนอร์ครั้งแรกของวงเคป๊อปสุดฮอต https://thestandard.co/stray-kids-gov-ball-headliner/ Mon, 08 Jun 2026 07:11:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1215828 สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) […]

The post STRAY KIDS GOV BALL 2026 โชว์ในฐานะเฮดไลเนอร์ครั้งแรกของวงเคป๊อปสุดฮอต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) วงบอยกรุ๊ปสุดฮอตแห่งวงการเคป๊อป Stray Kids ขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์ที่งานเทศกาลดนตรี Governors Ball Music Festival 2026 ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ดูภาพข่าว ▼ 

แม้ว่าสภาพอากาศจะไม่ค่อยเป็นใจจนทำให้ทางงานต้องปรับตารางให้พวกเขาแสดงไวมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคงแสดงโชว์และเสิร์ฟความร้อนแรงอย่างเต็มที่ด้วยเซตลิสต์เพลงฮิตๆ มากมาย เช่น Topline, Maniac, Domino, DIVINE, God’s Menu, Chk Chk Boom, CEREMONY (KARMA VER.), LALALALA (Rock Ver.), Do It (Festival Version) เป็นต้น

 

การแสดงครั้งนี้ทำให้พวกเขาเป็นวงเคป๊อปวงแรกที่ได้ขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์ที่งานเทศกาลดนตรี Governors Ball Music Festival 2026 และหลังจากนี้วงก็กำลังจะมีเทศกาลดนตรีของตัวเองเป็นครั้งแรกกับงาน STRAYCITY ที่พวกเขาจะไปจัดคอนเสิร์ตในฝั่งละตินอเมริกา ทั้งโคลอมเบีย อาร์เจนตินา และเม็กซิโก ในช่วงเดือนกันยายนที่กำลังจะถึงนี้เช่นเดียวกัน

 

 

สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival 1สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival 2สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival 3สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival 4สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival 5สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival 6สมาชิกวง Stray Kids กำลังแสดงบนเวทีในงาน Governors Ball Music Festival 7

The post STRAY KIDS GOV BALL 2026 โชว์ในฐานะเฮดไลเนอร์ครั้งแรกของวงเคป๊อปสุดฮอต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้งประธานาธิบดีโคลอมเบีย ชี้ชะตาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ https://thestandard.co/colombia-election-us-relations-future/ Sun, 31 May 2026 11:40:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1213167 ภาพผู้สมัครประธานาธิบดีโคลอมเบีย อิวาน เซเปดา และ อาเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอญา

โคลอมเบีย ประเทศที่มีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์สำคัญในอเมริกา […]

The post เลือกตั้งประธานาธิบดีโคลอมเบีย ชี้ชะตาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้สมัครประธานาธิบดีโคลอมเบีย อิวาน เซเปดา และ อาเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอญา

โคลอมเบีย ประเทศที่มีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์สำคัญในอเมริกาใต้ เข้าสู่การเลือกตั้งเพื่อหาประธานาธิบดีคนใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองจากทั่วโลก เพราะผลลัพธ์ที่ได้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรีเซ็ตความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาที่ช่วงหลังเกิดความระหองระแหง รวมถึงอาจส่งผลต่อทิศทางการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

 
 

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงสำคัญ? มีอะไรที่เราต้องจับตา?

 

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางฉากหลังของความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ระหว่างกุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ประธานาธิบดีปีกซ้ายคนปัจจุบันของโคลอมเบีย กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายเปิดศึกวิวาทะกันอย่างเผ็ดร้อนในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องปัญหาลักลอบค้ายาเสพติดและการที่สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงภูมิภาคอเมริกาใต้

 

ตามกฎหมายโคลอมเบีย เปโตรไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งซ้ำได้ เขาจึงเทคะแนนหนุนอิวาน เซเปดา (Iván Cepeda) เพื่อสืบทอดอำนาจฝ่ายซ้าย ขณะที่ฝั่งคู่แข่งคือนักการเมืองสายกลาง-ขวา นำโดย อาเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอญา (Abelardo de la Espriella) และปาโลมา วาเลนเซีย (Paloma Valencia)

 

ใครเป็นใครในศึกเลือกตั้งนี้? และนโยบายต่างกันอย่างไร?

 

จากการสำรวจความเห็นล่าสุด คาดว่าจะไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่งในรอบแรก (วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษคาคมนี้) และน่าจะต้องไปตัดสินกันอีกครั้งในการเลือกตั้งรอบตัดสิน (Run-off) ในวันที่ 21 มิถุนายน โดยมีตัวเต็งสองคนหลักๆ คือ

 

  • อิวาน เซเปดา (ตัวแทนฝ่ายซ้าย): คะแนนนิยมนำมาเป็นอันดับหนึ่ง เสนอนโยบายสานต่อแนวทาง “สันติภาพที่สมบูรณ์แบบ” (Total Peace) ของรัฐบาลเปโตร เน้นการเจรจาประนีประนอมกับกลุ่มติดอาวุธและขบวนการค้ายาเสพติด (แม้ที่ผ่านมาการเจรจาจะหยุดชะงักและเกิดความรุนแรงระลอกใหม่ก็ตาม)

 

  • อาเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอญา (ตัวแทนฝ่ายวา): คู่แข่งที่ตามมาติดๆ ชูนโยบายตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยจับมือกับ วาเลนเซีย ประกาศจะใช้ “มาตรการทางทหารขั้นเด็ดขาด” ในการกวาดล้างกลุ่มนอกกฎหมาย และต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ กลับคืนมา

 

เบื้องหลังความระทึก: การหาเสียงท่ามกลางห่ากระสุน

 

การเมืองโคลอมเบียยังคงคุกรุ่นด้วยบรรยากาศของความรุนแรง ย้อนไปเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว มีผู้สมัครรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่ล่าสุดในการหาเสียงที่เมืองเมเดยิน เด ลา เอสปรีเอญา ถึงกับต้องขึ้นปราศรัยหลัง ‘กระจกกันกระสุน’ เพื่อความปลอดภัย

 

ความรุนแรงนี้สะท้อนจากรายงานของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ที่ระบุว่า ความขัดแย้งด้วยอาวุธในโคลอมเบียเมื่อปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบและสร้างความสูญเสียต่อภาคพลเรือนรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ

 

เดิมพันใหญ่: โคลอมเบียจะเป็น ‘ประเทศบริวาร’ ของสหรัฐฯ หรือไม่?

 

ฝั่งเซเปดาและเปโตรต่างก็ยืนกรานว่า โคลอมเบียจะต้องมีอิสระในการกำหนดนโยบายและไม่ยอมตกเป็น ‘ประเทศบริวาร’ (Vassal State) ของสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารบุกอุ้ม นิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้รัฐบาลโคลอมเบียเกิดความหวาดระแวงสหรัฐฯ และทำให้เปโตรกลายเป็นหนึ่งในผู้นำปีกซ้ายเพียงไม่กี่คนในภูมิภาคนี้ที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างเดียวกับรัฐบาลทรัมป์

 

อย่างไรก็ตาม ฝั่งคู่แข่งสายกลาง-ขวาอย่างเอสปรีเอญาและวาเลนเซีย กลับมองว่า ความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับสหรัฐฯ ในยุคของเปโตรคือ “ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์” ที่ทำให้โคลอมเบียอ่อนแอลง

 

ดังนั้นทั้งเด ลา เอสปรีเอญา และวาเลนเซียต่างก็ชูนโยบายที่จะพาโคลอมเบียกลับไปฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในฐานะ ‘พันธมิตรหลักนอกนาโต’ (Major Non-NATO Ally) โดยพวกเขาพร้อมที่จะเปิดรับทั้งเงินทุน เทคโนโลยีทางการทหาร และการแบ่งปันข้อมูลกรองจากสหรัฐฯ เพื่อนำมาใช้ในภารกิจกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธและขบวนการค้ายาเสพติดขั้นเด็ดขาด

 

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ว่าผู้นำคนใหม่จะเป็นใคร หรือฉากหน้าผู้สมัครจะปะทะคารมผ่านสื่ออย่างดุเดือดแค่ไหน แต่ในความเป็นจริง ความร่วมมือทวิภาคีเชิงลึกระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของโคลอมเบียและสหรัฐฯ ในการต่อต้านยาเสพติดจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน

 

ข้อเท็จจริงเรื่อง ‘โคเคน’ ที่ยังเสียงแตก

 

แต่ยังมีประเด็นค้างคาที่ยังกระทบต่อความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ นั่นคือปมการลักลอบขนยาเสพติดข้ามประเทศ ทรัมป์เคยโจมตีเปโตรอย่างรุนแรงว่าปล่อยปละละเลยให้โคเคนทะลักเข้าสู่สหรัฐฯ ทรัมป์ถึงขั้นเคยตราหน้าว่าเปโตรเป็น “คนป่วยที่ชอบขายโคเคนให้สหรัฐฯ” และขู่ว่าเปโตรอาจเป็นรายต่อไปที่เจอกองทัพสหรัฐฯ แทรกแซง

 

ขณะที่เปโตรก็โต้กลับว่า รัฐบาลของเขายึดยาเสพติดได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ในทางกลับกัน รายงานยาเสพติดโลกประจำปี 2025 ของสหประชาชาติ (UN) ก็ระบุว่า ตัวเลขการผลิตโคเคนในโคลอมเบียพุ่งสูงทุบสถิติใหม่ในยุคของเปโตร (ซึ่งเปโตรปฏิเสธวิธีการคำนวณของ UN)

 

แม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง หลังจากการพบปะกันที่ทำเนียบขาวเมื่อต้นปี ซึ่งทรัมป์ถึงกับออกปากชมเปโตรหลังจบการหารือว่า เขาเป็นผู้นำที่ “ยอดเยี่ยมมาก”

 

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่น่าจับตาว่าโคลอมเบียจะเลือกเดินหน้านโยบายต่างประเทศต่อสหรัฐฯ อย่างไร ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศโดยรวมในภูมิภาคอเมริกาใต้

 

ภาพ: REUTERS / Luisa Gonzalez, Nathalia Angarita

 

อ้างอิง:

 

The post เลือกตั้งประธานาธิบดีโคลอมเบีย ชี้ชะตาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stray Kids เตรียมจัดเทศกาลดนตรี STRAYCITY ในกลุ่มประเทศละตินอเมริกา https://thestandard.co/stray-kids-straycity-latin-america-festival/ Mon, 25 May 2026 03:25:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1210552 ภาพโปรโมตเทศกาลดนตรี STRAYCITY ของวง Stray Kids

ค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ต้นสังกัดของวง Stray Kids อย่าง JYP […]

The post Stray Kids เตรียมจัดเทศกาลดนตรี STRAYCITY ในกลุ่มประเทศละตินอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปรโมตเทศกาลดนตรี STRAYCITY ของวง Stray Kids

ค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ต้นสังกัดของวง Stray Kids อย่าง JYP Entertainment และโปรโมเตอร์ Live Nation ประกาศว่าพวกเขาจะทำเทศกาลดนตรีที่มีชื่อว่า STRAYCITY โดยมีศิลปินอย่าง Stray Kids มาเป็นเฮดไลเนอร์หลักของทุกโชว์ และตอนนี้พวกเขาจะเริ่มทำเทศกาลดนตรีในประเทศฝั่งละตินอเมริกาเป็นที่แรก

 

JYP กล่าวในแถลงการณ์ว่า “STRAYCITY เป็นเทศกาลดนตรีที่ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมสนุกได้ ทั้งยังเป็นงานที่มีเป้าหมายจะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถปลุกตัวตนที่ซ่อนอยู่และค้นพบด้านใหม่ๆ ของตนเอง และเทศกาลดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อวง Stray Kids ก็จะปลดปล่อยพลังและถ่ายทอดเรื่องราวทางดนตรีของพวกเขาให้ผู้ชมได้เห็นเช่นกัน”

 

STRAYCITY จะเริ่มจัดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน ที่โบโกตา ประเทศโคลัมเบีย ก่อนที่จะไปต่อในบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา วันที่ 14 กันยายน รวมทั้งเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก วันที่ 25 กันยายน และจะมีแพลนจัดที่ประเทศอื่นๆ ของฝั่งละตินอเมริกาอีกในอนาคต

 

ทั้งนี้ พวกเขาจะยังมีศิลปินคนอื่นๆ ในงานด้วย ได้แก่ NEXZ ซึ่งเป็นวงรุ่นน้องในค่าย รวมทั้งศิลปินโลคัลคนอื่นๆ เช่น Andrés Obregón, RENEE, Bad Milk, Kei Linch, K4OS, และ Cocho

 

ภาพ: JYP

 

อ้างอิง:

The post Stray Kids เตรียมจัดเทศกาลดนตรี STRAYCITY ในกลุ่มประเทศละตินอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas เปิดคอลเล็กชันเสื้อบอลโลก 2026 สำหรับสัตว์เลี้ยงครั้งแรก https://thestandard.co/adidas-world-cup-2026-pet-jerseys/ Tue, 28 Apr 2026 02:40:14 +0000 https://thestandard.co/adidas-world-cup-2026-pet-jerseys/ ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas

adidas เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ FIFA World Cup 2026 Home Je […]

The post adidas เปิดคอลเล็กชันเสื้อบอลโลก 2026 สำหรับสัตว์เลี้ยงครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas

adidas เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ FIFA World Cup 2026 Home Jerseys Pet Collection นำดีไซน์เสื้อเหย้าฟุตบอลโลก 2026 มาสู่แฟชั่นสำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งแรก ให้แฟนบอลสามารถแต่งตัวแมตช์กับเพื่อนสี่ขาคู่ใจในวันแข่งขัน

 

คอลเล็กชันนี้เปิดตัวพร้อมเสื้อสำหรับ 4 ชาติ ได้แก่ เม็กซิโก, โคลอมเบีย, อาร์เจนตินา และญี่ปุ่น โดยถอดแบบจากชุดเหย้าของแต่ละทีมในศึก FIFA World Cup 2026 ที่ผสานเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาติเข้ากับดีไซน์สมัยใหม่

 

เสื้อสำหรับสัตว์เลี้ยงถูกออกแบบมาเพื่อความสบายของเพื่อนสี่ขาโดยเฉพาะ พร้อมตราสมาคมฟุตบอลและโลโก้ adidas แบบ heat-transferred ที่ช่วยให้ลุคดูสะอาด เรียบหรู และสวมใส่สบายสำหรับสัตว์เลี้ยงหลากหลายขนาด

 

สำหรับ FIFA World Cup 2026 Pet Collection จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ในอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ผ่านร้าน adidas บางสาขา ร้านค้าพันธมิตร และช่องทางออนไลน์

 

 

ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 1ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 2ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 3ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 4ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 5ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 6ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 7ภาพสัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อฟุตบอลโลก 2026 คอลเลกชันใหม่ของ adidas 8

The post adidas เปิดคอลเล็กชันเสื้อบอลโลก 2026 สำหรับสัตว์เลี้ยงครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง! ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา https://thestandard.co/trump-threatens-world-venezuela-arrest/ Tue, 06 Jan 2026 12:30:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1161993 จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา

สรุปท่าทีสำคัญของทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลประเทศอ […]

The post จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง! ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา

สรุปท่าทีสำคัญของทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลประเทศอื่น หลังเกิดเหตุกุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภรรยา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงปฏิกิริยาตอบกลับจากรัฐบาลประเทศต่างๆ

 

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์กุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภรรยา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐบาลสหรัฐฯ คนอื่นๆ ได้ออกคำเตือนไปยังรัฐบาลหลายประเทศ รวมถึงโคลอมเบีย คิวบา เม็กซิโก อิหร่าน และกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก

 

โดยทรัมป์อ้างว่า “ภารกิจของเราคือการทำให้แน่ใจว่า ประเทศรอบข้างมีความมั่นคง และประสบความสำเร็จ และเป็นประเทศที่สามารถนำน้ำมันออกมาใช้ได้อย่างเสรี และทำให้ความยิ่งใหญ่ของอเมริกาในซีกโลกตะวันตกจะไม่ถูกตั้งคำถามอีกต่อไป”

 

กรีนแลนด์

 

ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการเกาะขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนืออย่าง ‘กรีนแลนด์’ ในมุมมองด้านความมั่นคงแห่งชาติ

 

“เราต้องการกรีนแลนด์… ตอนนี้มันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก กรีนแลนด์เต็มไปด้วยเรือของรัสเซียและจีน” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One “เราต้องการกรีนแลนด์ในแง่ของความมั่นคงแห่งชาติ และเดนมาร์กคงไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้”

 

ด้าน Jens Frederik Nielsen นายกรัฐมนตรี กรีนแลนด์ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ความเห็นล่าสุดของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ว่า “วาทกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในขณะนี้จากสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดถึงการ ‘ต้องการกรีนแลนด์’ และโยงเราเข้ากับเวเนซุเอลาและการแทรกแซงทางทหารนั้น ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องผิด แต่ยังเป็นการไม่ให้เกียรติกันด้วย”

 

“ประเทศของเราไม่ใช่วัตถุในวาทกรรมของมหาอำนาจ เราคือประชาชน คือประเทศ และคือประชาธิปไตย” Nielsen กล่าวเสริม

 

“เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องกังวลว่า การยึดครองประเทศจะเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน” Nielsen กล่าวในงานแถลงข่าว ตามรายงานของรอยเตอร์ “คุณจะเปรียบเทียบกรีนแลนด์กับเวเนซุเอลาไม่ได้ เราเป็นประเทศประชาธิปไตย”

 

ทรัมป์ระบุซ้ำๆ ว่า เขาต้องการผนวกรวมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะที่อุดมไปด้วยทรัพยากรขนาด 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร โดยอ้างว่าดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้มีความจำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ แม้ว่าเขาจะเคยอ้างถึงเหตุผลด้าน ‘ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ’ ด้วยก็ตาม

 

โดยทั้งกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรนาโต (NATO) ของสหรัฐฯ ต่างคัดค้านแนวคิดนี้อย่างแข็งขัน

 

โคลอมเบีย

 

เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ของโคลอมเบีย โดยระบุว่าเป็น “คนป่วยที่ชอบผลิตโคเคนขายให้สหรัฐฯ และเขาคงจะทำแบบนั้นได้อีกไม่นาน”

 

เมื่อนักข่าวถามจี้ว่าความเห็นดังกล่าวหมายความว่าจะมี ‘ปฏิบัติการ’ ในโคลอมเบียในอนาคตหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมว่าก็ฟังดูเข้าท่านะ” (Sounds good to me)

 

ด้านเปโตรปกป้องผลงานของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดผ่านโพสต์ความยาวเกือบ 700 คำบน X โดยยกย่องสิ่งที่เรียกว่า ‘การยึดโคเคนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก’

 

พร้อมกล่าวเสริมว่า “ผมไม่ได้เป็นผู้นำเถื่อน และผมไม่ได้เป็นพ่อค้ายา สินทรัพย์เดียวที่ผมมีคือบ้านของครอบครัวที่ผมยังคงผ่อนจ่ายด้วยเงินเดือนของผมเอง”

 

เปโตรกล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้มีการทิ้งระเบิดแบบเจาะจงเป้าหมายต่อกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับยาเสพติด โดยยังคงยึดถือหลักกฎหมายมนุษยธรรม

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่า การผลิตโคเคนในโคลอมเบียได้พุ่งสูงทำลายสถิติ

 

ทั้งนี้ เปโตร ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกกลุ่มกองโจร M19 กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะต่อสู้เพื่อปกป้องโคลอมเบียด้วยตนเอง

 

“ผมเคยสาบานว่าจะไม่แตะต้องอาวุธอีก… แต่เพื่อมาตุภูมิ ผมจะจับอาวุธขึ้นสู้อีกครั้ง” เขากล่าว

 

เปโตรเคยสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลทรัมป์ จนถูกยกเลิกวีซ่าสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน หลังจากที่เขาเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ขัดขืนคำสั่ง

 

คิวบา

 

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การแทรกแซงทางทหารในคิวบา ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเวเนซุเอลานั้นไม่จำเป็น เพราะคิวบา “พร้อมจะล่มสลายแล้ว”

 

“ผมไม่คิดว่าเราต้องลงมือทำอะไร” ทรัมป์กล่าว “ดูเหมือนว่ามันกำลังจะพังทลายลงเอง”

 

“ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะยื้อไปได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้คิวบาไม่มีรายได้แล้ว พวกเขาได้รายได้ทั้งหมดมาจากเวเนซุเอลา จากน้ำมันเวเนซุเอลา”

 

แต่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เรียกรัฐบาลคิวบาว่าเป็น ปัญหาใหญ่”

 

“ผมจะไม่บอกคุณว่าก้าวต่อไปและนโยบายของเราจะเป็นอย่างไรในตอนนี้ แต่ผมคิดว่าคงไม่ใช่ความลับอะไรที่เราไม่ใช่แฟนคลับของระบอบการปกครองคิวบา” รูบิโอกล่าว

 

โดยในการชุมนุมเมื่อวันเสาร์หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงฮาวานา Miguel Díaz-Canel ประธานาธิบดีคิวบา ให้คำมั่นว่าจะไม่ปล่อยให้พันธมิตรคิวบา-เวเนซุเอลาล่มสลายโดยไม่ต่อสู้

 

“เพื่อเวเนซุเอลา และแน่นอนเพื่อคิวบา เรายินดีสละแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง แม้ในราคาที่สูงลิ่ว” Díaz-Canel ประกาศ

 

เม็กซิโก

 

ทรัมป์มักกล่าวหาเม็กซิโกอยู่บ่อยครั้งว่า ทำหน้าที่ไม่เพียงพอในการกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติด

 

โดยเมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์กล่าวว่า ยาเสพติดกำลัง ‘ทะลัก’ ผ่านเม็กซิโก และ ‘เราจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง’

 

เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของทรัมป์ที่ว่าเม็กซิโกยังทำไม่ดีพอในการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติด Claudia Sheinbaum ประธานาธิบดีเม็กซิโกกล่าวว่า “เม็กซิโกร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เฟนทานิลและยาเสพติดอื่นๆ ไปถึงประชากร โดยเฉพาะเยาวชน”

 

“เราไม่ต้องการให้เฟนทานิลหรือยาเสพติดใดๆ เข้าใกล้เยาวชนคนไหน ไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกา ในเม็กซิโก หรือที่ใดก็ตามในโลก”

 

Sheinbaum ปฏิเสธแนวคิดเรื่องการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ บนแผ่นดินเม็กซิโกอีกครั้ง โดยกล่าวว่า ม่คิดว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเรื่องการบุกรุกเม็กซิโกอย่างจริงจัง

 

อิหร่าน

 

ทรัมป์ยังย้ำคำเตือนไปยังอิหร่าน ซึ่งการประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว

 

“หากพวกเขาเริ่มฆ่าประชาชนเหมือนที่เคยทำในอดีต ผมคิดว่าพวกเขาจะถูกสหรัฐฯ จัดการอย่างหนัก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่าหากอิหร่าน “สังหารผู้ประท้วงอย่างสันติ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของพวกเขา สหรัฐอเมริกาจะเข้าไปช่วยกู้สถานการณ์ เราเตรียมพร้อมเต็มอัตราศึกและพร้อมลุยทันที”

 

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ทรัมป์เตือนอิหร่านไม่ให้พยายามฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ หลังจากพบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล

 

ทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้ยินมาว่าอิหร่านพยายามจะเสริมสร้างกำลังขึ้นมาใหม่ และถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็ต้องจัดการทำลายให้ราบคาบ”

 

ด้าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า “จะไม่ยอมจำนนต่อศัตรู และผู้ก่อจลาจลควรถูกจัดการให้รู้ที่ต่ำที่สูง”

 

ภาพ: Viktor Tanasiichuk/Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง! ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ชี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด ด้านทำเนียบขาวยืนยัน ‘ทรัมป์’ สั่งลุย https://thestandard.co/venezuela-us-bombing-trump/ Sat, 03 Jan 2026 08:26:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1161140 เวเนซุเอลาประณาม สหรัฐฯ ชี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด ด้านทำเนียบขาวยืนยัน ‘ทรัมป์’ สั่งลุย

เวเนซุเอลาประณามสหรัฐอเมริกา ชี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิ […]

The post เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ชี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด ด้านทำเนียบขาวยืนยัน ‘ทรัมป์’ สั่งลุย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวเนซุเอลาประณาม สหรัฐฯ ชี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด ด้านทำเนียบขาวยืนยัน ‘ทรัมป์’ สั่งลุย

เวเนซุเอลาประณามสหรัฐอเมริกา ชี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดกลางกรุงการากัสและพื้นที่หลายแห่งในประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยัน โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีเวเนซุเอลา ด้าน นิโคลัส มาดูโร ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังผู้นำสหรัฐฯ ขู่กวาดล้างรัฐบาลมาดูโร อ้างอยู่เบื้องหลัง ‘สงครามยาเสพติด’ ทำประเทศปั่นป่วน

 

วันนี้ (3 มกราคม) สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดกลางกรุงการากัส และพื้นที่บางส่วนในเวเนซุเอลาอย่างรัฐลาไกรา และเมืองอีเกโรเต รัฐมิรันดา โดยวิดีโอจาก Al Jazeera เผยให้เห็นภาพเปลวไฟและควันลอยเหนือท้องฟ้า ขณะที่มีเสียงระเบิดดังต่อเนื่องหลายครั้ง และเกิดเหตุไฟฟ้าดับในบางพื้นที่

 

ทั้งนี้ ลูเซีย นิวแมน ผู้สื่อข่าว Al Jazeera รายงานจากกรุงซานติอาโก ประเทศชิลีว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นรอบพื้นที่ Fortuna ฐานทัพหลักของประเทศ ขณะที่ CNN ระบุว่า ทีมข่าวได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในเวลา 01.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยแรงระเบิดมีความรุนแรงจนทำให้หน้าต่างกระจกสั่นสะเทือน

 

นอกจากนี้ วิดีโอจาก CNN ยังเผยให้เห็นกลุ่มควันอย่างน้อย 2 จุดลอยพุ่งจากท้องฟ้า โดยปรากฏแสงส้ม แสงสีขาว และเกิดเสียงระเบิดตามมา ซึ่งหลังจากนั้น ทีมข่าวยังได้ยินเสียงเครื่องบินเหนือท้องฟ้า เช่นเดียวกับสำนักข่าว Associated Press (AP) ที่ระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังอย่างน้อย 7 ครั้ง และเสียงเครื่องบินในช่วงเวลาเดียวกัน

 

ปัจจุบัน เวเนซุเอลาออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ ว่า โจมตีสถานที่ของพลเรือนและทางทหารหลายแห่ง และคัดค้านปฏิบัติการในครั้งนี้ ด้านมาดูโรประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และเรียกร้องพลเรือนให้ระดมกำลังป้องกันประเทศ

 

อนึ่ง CNN ได้ติดต่อทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขอความเห็น แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ขณะที่ CBSNews ได้รับการยืนยันจากทางการสหรัฐฯ ว่า ทรัมป์เป็นฝ่ายสั่งเปิดปฏิบัติการครั้งนี้

 

ปัจจุบัน กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลัมเบียโพสต์ข้อความทาง X ว่า สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา พร้อมเรียกร้องให้องค์การรัฐอเมริกัน (OAS) และองค์การสหประชาชาติ (UN) เรียกประชุมด่วน

 

ในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวหาว่า มาดูโรอยู่เบื้องหลังปัญหาอาชญากรรมยาเสพติดในสหรัฐฯ พร้อมขู่กวาดล้างและดำเนินการทางทหาร ขณะที่ผู้นำเวเนซุเอลาอ้างว่า ทรัมป์พยายามล่าอาณานิคมเพื่อเข้าถึงทรัพยากรของประเทศ

 

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ มาดูโรส่งสัญญาณว่า เวเนซุเอลาพร้อมเปิดกว้างเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อปราบปรามปัญหายาเสพติด ขณะที่มีรายงานว่า CIA เปิดปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินบริเวณพื้นที่ชายฝั่งเดือนธันวาคม 2025 หากแต่ทางการสหรัฐฯ ปฏิเสธ

 

ภาพ: Video Obtained by Reuters via Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ชี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด ด้านทำเนียบขาวยืนยัน ‘ทรัมป์’ สั่งลุย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมทรัมป์ถึงขู่โจมตีภาคพื้นดินเวเนซุเอลา พร้อมกดดันประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร https://thestandard.co/trump-venezuela-and-maduro/ Wed, 03 Dec 2025 10:32:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1151094 ทำไมทรัมป์ถึงขู่โจมตี เวเนซุเอลา พร้อมกดดัน ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาขู่เตรียมโจมตีภา […]

The post ทำไมทรัมป์ถึงขู่โจมตีภาคพื้นดินเวเนซุเอลา พร้อมกดดันประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมทรัมป์ถึงขู่โจมตี เวเนซุเอลา พร้อมกดดัน ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาขู่เตรียมโจมตีภาคพื้นดินเวเนซุเอลา โดยมุ่งเป้าไปยังเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายด้านยาเสพติด ซึ่งมีแนวโน้มจะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้ ทรัมป์ยังระบุว่า การโจมตีทางบกนั้น ‘ง่ายกว่ามาก’ และเชื่อว่าเมื่อกองทัพสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการแล้ว จะสามารถช่วยลดจำนวนยาเสพติดลงได้อย่างมาก

 

รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาทางเลือกในการจัดการกับ นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ที่พวกเขาเชื่อว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหายาเสพติดผิดกฎหมายที่ทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยมาดูโรยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้ายาเสพติดผิดกฎหมายแต่อย่างใด

 

แม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่าได้พูดคุยกับมาดูโรทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการพูดคุยแต่อย่างใด ขณะที่ Reuters รายงานว่า ทรัมป์ได้ยื่นคำขาดแก่มาดูโรให้เดินทางออกจากเวเนซุเอลา พร้อมกับครอบครัว ภายในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่มาดูโรปฏิเสธข้อเสนอที่สหรัฐฯ จะให้ทางผ่านที่ปลอดภัยแก่เขา

 

นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน กองกำลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีเรือที่ต้องสงสัยว่าเป็นเรือขนยาเสพติดไปแล้วอย่างน้อย 21 ครั้ง ในทะเลแคริบเบียนและแปซิฟิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 83 ราย

 

ทรัมป์กับคำขู่ขยายเป้าหมาย

 

ทรัมป์ยังกล่าวว่า ไม่ใช่แค่เวเนซุเอลาเท่านั้นที่ตกเป็นเป้าหมาย แต่รวมถึงประเทศใดก็ตามที่ผลิตยาเสพติดผิดกฎหมาย เช่น เฟนทานิลหรือโคเคน และเขาเชื่อว่า ยาเสพติดเหล่านั้นจะถูกลักลอบนำเข้าสหรัฐฯ ประเทศเหล่านั้นก็มีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีทางทหารด้วยเช่นกัน

 

ทรัมป์อ้างว่า ขณะนี้โคลอมเบียก็กำลังผลิตยาเสพติดอย่างโคเคน และกำลังถูกรัฐบาลสหรัฐฯ จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยมีนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า การทำสงครามต่อต้านยาเสพติดของทรัมป์อาจเป็นเพียงข้ออ้าง ในการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองบางอย่าง

 

อำนาจในการทำสงครามกับเสียงคัดค้านของรัฐสภา

 

สมาชิกรัฐสภาทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วนกังวลว่าทรัมป์ได้ดำเนินมาตรการทางทหารเป็นเวลา 3 เดือน ‘โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐสภา’ ซึ่งขัดต่อข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญที่ระบุให้รัฐสภาเป็นผู้อนุมัติความเห็นชอบต่อการปฏิบัติการทางทหารอื่นใด นอกเหนือไปจากการปฏิบัติการทางทหารช่วงสั้นๆ

 

หากรัฐบาลทรัมป์ดำเนินการโจมตีภายในเวเนซุเอลา ส.ส. และ ส.ว. ได้ประกาศว่าจะยื่น ‘มติว่าด้วยอำนาจการทำสงคราม’ (War Powers Resolution) เพื่อบังคับให้มีการอภิปรายและลงคะแนนเสียงในรัฐสภา ซึ่งจะขัดขวางการใช้กำลังของสหรัฐฯ ในการสู้รบภายในเวเนซุเอลา

 

ก่อนหน้านี้ สมาชิกรัฐสภาบางส่วนพยายามผลักดันให้ทรัมป์ต้องขอการอนุมัติก่อน แต่ก็ล้มเหลว โดยพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาได้ขัดขวางมติที่จะป้องกันไม่ให้โจมตีอาณาเขตของเวเนซุเอลาในเดือนพฤศจิกายน และขัดขวางมติที่จะหยุดการโจมตีเรือในเดือนตุลาคม

 

โดยสมาชิกรัฐสภามองว่า การดำเนินการทางทหารที่ไม่ได้รับอนุญาตต่อเวเนซุเอลาจะเป็น ‘ความผิดพลาดครั้งใหญ่และมีค่าใช้จ่ายสูงที่เสี่ยงต่อชีวิตทหารโดยไม่จำเป็น’

 

แฟ้มภาพ: Anna Rose Layden / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ทำไมทรัมป์ถึงขู่โจมตีภาคพื้นดินเวเนซุเอลา พร้อมกดดันประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุกเวเนซุเอลาหรือไม่? https://thestandard.co/trump-closes-airspace-venezuela/ Tue, 02 Dec 2025 06:51:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1150622 ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุก เวเนซุเอลาหรือไม่?

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลากำ […]

The post ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุกเวเนซุเอลาหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุก เวเนซุเอลาหรือไม่?

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลากำลังเข้าสู่จุดเดือด หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เซ็นคำสั่งปิดน่านฟ้าของ เวเนซุเอลา อย่างกะทันหันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 พฤศจิกายน) โดยที่ไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน ยิ่งทำให้ความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่แล้วลุกโชนขึ้นไปอีก

 

ขณะที่อีกฟาก เวเนซุเอลา ภายใต้การนำของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ก็ตอบโต้ทันควัน โดยประณามว่าสหรัฐฯ เป็น “ภัยคุกคามจากลัทธิอาณานิคม” ในละตินอเมริกา มาดูโรเคยเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า สหรัฐฯ ต่างหากที่เป็นฝ่ายสร้างเรื่องเท็จเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเปิดปฏิบัติการแทรกแซงทางทหารในเวเนซุเอลา ท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชนหลายล้านคนที่รู้สึกว่าชะตากรรมของพวกเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

 

ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้คืออะไร ทรัมป์จะบุกเวเนซุเอลาหลังปิดน่านฟ้าหรือไม่ ติดตามได้ในบทความนี้

 

ปมความขัดแย้งมาจากอะไร

 

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ กับเวเนซุเอลา ได้ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังผู้นำสหรัฐฯ อนุมัติการส่งกำลังทหารเข้าไปในเวเนซุเอลา และมีการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นหลายครั้ง จนหลายฝ่ายกังวลว่าสองประเทศอาจกำลังเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรงในไม่ช้า

 

หากย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งนี้ จะพบว่ายาเสพติดคือหัวข้อหลักที่สหรัฐฯ นำมาใช้กล่าวอ้างอยู่บ่อยครั้ง โดยทรัมป์ประกาศกร้าวมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงในปี 2024 ว่า หากได้เป็นผู้นำอีกครั้ง เขาจะกวาดล้างยาเสพติดที่ลักลอบเข้าประเทศให้สิ้นซาก โดยเฉพาะเฟนทานิล (fentanyl) ที่สร้างวิกฤตครั้งใหญ่ และให้คำมั่นว่าจะจัดการขบวนการค้ายาเสพติดจากต่างแดน

 

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังประกาศด้วยว่าประเทศของตนไม่ยอมรับมาดูโรในฐานะผู้นำที่ชอบด้วยกฎหมายของเวเนซุเอลา และในเดือนมีนาคม 2025 ทรัมป์ได้ลงนามกำหนดให้องค์กรอาชญากรรม Tren de Aragua เป็นองค์กรก่อการร้ายระดับโลก

 

ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังกล่าวหาอย่างเปิดเผยว่า มาดูโรมีบทบาทสำคัญในองค์กรอาชญากรรม Cartel de los Soles และใช้ขบวนการค้ายาเสพติดเป็นเสมือนอาวุธโจมตีสหรัฐฯ จนนำไปสู่การเพิ่มความกดดันอย่างถึงขีดสุดในเดือนสิงหาคม 2025 เมื่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มรางวัลสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการจับกุมมาดูโรอีก 2 เท่า จากเดิม 25 ล้านดอลลาร์ เป็น 50 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าผู้นำเวเนซุเอลามีส่วนพัวพันกับแก๊งอาชญากรรมและการขนส่งโคเคนข้ามชาติจำนวนมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม มาดูโรยืนกรานว่าข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเพราะสหรัฐฯ เองต่างหากที่พยายามหาข้ออ้างในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เพื่อหวังเข้าควบคุมทรัพยากรมหาศาลของเวเนซุเอลา

 

สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

 

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เวเนซุเอลามีการฝึกซ้อมรบตามปกติ และได้ประกาศระดมกำลังครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น

 

ตัดภาพมาทางฝั่งสหรัฐฯ ก็ได้มีการส่งกำลังทหารเรือจำนวนมากไปยังแถบทะเลแคริบเบียนตอนใต้ (นับตั้งแต่เริ่มการโจมตีเรือขนยาเสพติดหลายครั้งเมื่อต้นเดือนกันยายน 2025) แม้สหรัฐฯ จะยังไม่ได้แสดงหลักฐานที่แน่ชัดว่าเรือเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดหรือไม่ แต่มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 83 รายจากการโจมตีเหล่านั้น

 

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ยกระดับแรงกดดันต่อมาดูโร โดยกำหนดให้กลุ่ม Cartel de los Soles ของเวเนซุเอลาเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด

 

แต่ถึงกระนั้น นักวิเคราะห์ด้านการเมืองและผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนก็ออกมาเตือนสหรัฐฯ ว่าไม่ควรกระทำการใดๆ ก็ตามเพื่อโค่นมาดูโรออกจากตำแหน่งด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

 

ส่องท่าที ทรัมป์ กับโอกาสเกิดสงคราม

 

คำถามสำคัญที่อยู่ในใจใครหลายคนขณะนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นที่ว่า ‘สหรัฐฯ จะบุกกับเวเนซุเอลาหรือไม่’

 

แม้คำตอบจะยากเกินคาดเดา แต่หากพิจารณาจากท่าทีของทรัมป์จะเห็นว่า แม้เขาจะแข็งกร้าวสุดขีด แต่ก็ยังพอมีช่องทางการเจรจา

 

นับตั้งแต่ที่กลับเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ในเดือนมกราคม 2025 ทรัมป์ใช้ถ้อยคำโจมตีมาดูโรอยู่บ่อยครั้ง โดยกล่าวโทษว่าเวเนซุเอลาคือต้นเหตุของขบวนการค้ายาเสพติดและปัญหาผู้อพยพที่ทะลักเข้าสหรัฐฯ

 

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ก็สั่งยกเลิกสัมปทานข้อตกลงธุรกรรมน้ำมันที่โจ ไบเดน เคยให้ไว้ อีกทั้งยังกำหนดภาษี 25% สำหรับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา และต่อมายังได้เพิ่มรางวัลสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการจับกุมมาดูโรเป็นสองเท่า และประกาศให้มาดูโรเป็น “ผู้นำก่อการร้ายระดับโลก”

 

ความดุดันของทรัมป์ยังไม่หมดเท่านั้น ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ทรัมป์ยืนยันว่าเขาได้อนุญาตให้ CIA ดำเนินปฏิบัติการลับในเวเนซุเอลา โดยอ้างว่าเวเนซุเอลาได้ปล่อยนักโทษออกจากเรือนจำเข้าสู่สหรัฐฯ และมียาเสพติดจำนวนมาก รวมถึงเฟนทานิลกำลังไหลทะลักเข้ามาจากเวเนซุเอลาผ่านทางทะเล โดยรัฐบาลได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง USS Gerald R Ford พร้อมเรือรบอื่น ๆ รวมถึงทหารหลายพันนาย และเครื่องบินรบ F-35 ไปยังทะเลแคริบเบียน

 

และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27 พฤศจิกายน) ทรัมป์ถึงกับกล่าวว่า การโจมตีทางบกภายในเวเนซุเอลาอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

 

ท่ามกลางความตึงเครียดที่ดูขมวดหนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก The New York Times และ The Wall Street Journal ว่า ทรัมป์ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับมาดูโร แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการสนทนาดังกล่าว

 

มาดูโรว่าอย่างไรบ้าง

 

เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ที่ประกาศปิดน่านฟ้า โดยแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การกระทำของทรัมป์เป็น “ภัยคุกคามจากนักล่าอาณานิคม” ซึ่งถือเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมาย เกินขอบเขต และเป็นการรุกรานอย่างไร้เหตุผลต่อประชาชนชาวเวเนซุเอลา”

 

ด้านมาดูโรได้ประณามประวัติการทำงานของ CIA ในความขัดแย้งทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโค่นล้มผู้นำใน ‘สงครามที่ล้มเหลวชั่วนิรันดร์’ (The Failed Eternal Wars) เช่น สงครามในอัฟกานิสถาน อิรัก และลิเบีย

 

ขณะเดียวกัน มาดูโรก็ออกมาเรียกร้องสันติภาพอย่างต่อเนื่อง เขาปฏิเสธสงคราม และสนับสนุนความสามัคคี เขาปรากฏตัวทางโทรทัศน์ พร้อมประกาศเป็นภาษาสเปนและอังกฤษผสมกันว่า “No war… Peace, forever”

 

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน มาดูโรยังนำบทเพลงแห่งสันติภาพสุดอมตะอย่าง Imagine ของจอห์น เลนนอน มาร้องในการชุมนุมของผู้สนับสนุน โดยกล่าวว่า “จงทำทุกอย่างเพื่อสันติภาพ ดังที่จอห์น เลนนอนเคยกล่าวไว้ ลองนึกภาพผู้คนทั้งหลาย (Imagine all the people)”

 

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาดูโรได้ให้คำมั่นว่า จะปกป้องประเทศจาก “ภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยม” เขาได้กล่าวปราศรัยต่อฝูงชนที่โรงเรียนนายร้อยทหารฟูเอร์เต ติอูนา ในชุดทหารเต็มยศ พร้อมกับถือดาบของซิมอน โบลิวาร์ วีรบุรุษประจำชาติของเวเนซุเอลา

 

เวเนซุเอลา เป็นแหล่งยาเสพติดอย่างที่ทรัมป์ว่าจริงหรือไม่

 

แม้รัฐบาลทรัมป์จะผลักดันแนวคิดที่ว่าเวเนซุเอลามีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย “ผู้ก่อการร้ายยาเสพติด” แต่ข้อมูลจาก Al Jazeera ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงอีกด้านว่า วิกฤตเฟนทานิล (Fentanyl) ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันส่วนใหญ่ แทบไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเวเนซุเอลา

 

ข้อมูลจากสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐอเมริกา (DEA) และกระทรวงการต่างประเทศระบุชัดเจนว่า เม็กซิโกคือศูนย์กลางการผลิตสารโอปิออยด์สังเคราะห์ โดยใช้สารตั้งต้นที่นำเข้าจากจีน

 

สำหรับโคเคน (Cocaine) นั้น แม้ว่าเวเนซุเอลาจะดูเหมือนเป็นศูนย์กลางการขนส่ง แต่ก็ไม่ใช่ผู้ผลิตหลักหรือผู้ค้ารายใหญ่ โดยโคลอมเบียยังคงครองแชมป์ผู้ผลิตโคเคนรายใหญ่ที่สุดในโลก และโคเคนส่วนใหญ่ที่ผ่านเวเนซุเอลาจะถูกส่งไปยังยุโรป

 

ในปี 2020 สหรัฐฯ ประเมินว่า มีการค้าโคเคนผ่านเวเนซุเอลาประมาณ 200-250 ตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 13% ของปริมาณทั่วโลก

 

ผู้นำโลกคิดอย่างไรต่อปฏิบัติการสหรัฐฯ

 

พันธมิตรของสหรัฐฯ ในยุโรปได้ออกมาคัดค้านการโจมตีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน โดยในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าว “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

 

อย่างไรก็ตาม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โต้กลับอย่างดุดันว่า ชาติต่างๆ ควรขอบคุณสหรัฐฯ ที่สังหารผู้ลักลอบขนยาเสพติด และกล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าสหภาพยุโรปมีสิทธิ์กำหนดว่ากฎหมายระหว่างประเทศคืออะไร” และ “แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์กำหนดว่าสหรัฐฯ จะปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของตนอย่างไร”

 

ด้านโคลอมเบียก็ออกมาคัดค้านการกระทำของสหรัฐฯ อย่างแข็งขัน เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อโคลอมเบีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเวเนซุเอลากว่า 2,219 กิโลเมตร โดยปัจจุบันผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลาหลายล้านคนได้หลบหนีออกจากประเทศไปอาศัยอยู่ในโคลอมเบีย เพื่อหลีกหนีจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่แก้ไม่ตก

 

กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบียกล่าวว่า การเสริมกำลังทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน “เป็นการรุกรานละตินอเมริกาอย่างไม่ต้องสงสัย”

 

ส่วนประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ได้แสดงจุดยืนทางการทูตที่หนักแน่น โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวในโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ว่า “ไม่มีประธานาธิบดีของประเทศอื่นใดควรตั้งสมมติฐานว่าเวเนซุเอลา…ควรเป็นอย่างไร”

 

ขณะที่เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่า “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” พร้อมกล่าวเสริมว่า “นี่คือสิ่งที่ประเทศที่ไร้กฎหมายปฏิบัติกัน เช่นเดียวกับประเทศที่ถือว่าตนเองอยู่เหนือกฎหมาย”

 

ส่วนประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน กล่าวในจดหมายที่ส่งถึงมาดูโรเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน โดยยืนยันว่าทั้งสองประเทศเป็น “มิตรสนิท พี่น้องที่รัก และพันธมิตรที่ดี” โดยกล่าวว่า “จีนคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการแทรกแซงกิจการภายในของเวเนซุเอลาโดยกองกำลังภายนอก ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างใดๆ ก็ตาม”

 

ภาพ: Pete Marovich/Getty Images

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุกเวเนซุเอลาหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Saab เซ็นสัญญาขายเครื่องบินรบ Gripen 17 ลำให้โคลอมเบีย มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ https://thestandard.co/saab-gripen-deal-colombia/ Sat, 15 Nov 2025 05:38:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1143651 Saab เซ็นสัญญาขายเครื่องบินรบ Gripen 17 ลำให้ โคลอมเบีย มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวานนี้ (14 พฤศจิกายน) บริษัท Saab ผู้ผลิตยุทโธปกรณ […]

The post Saab เซ็นสัญญาขายเครื่องบินรบ Gripen 17 ลำให้โคลอมเบีย มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Saab เซ็นสัญญาขายเครื่องบินรบ Gripen 17 ลำให้ โคลอมเบีย มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวานนี้ (14 พฤศจิกายน) บริษัท Saab ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศของสวีเดน แถลงว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาฉบับใหม่มูลค่า 3.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.32 แสนล้านบาท) กับรัฐบาลโคลอมเบีย เพื่อส่งมอบเครื่องบินรบ Gripen (กริพเพน) จำนวน 17 ลำ ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

 

Saab จะส่งมอบเครื่องบินรบ Gripen รุ่น E (ที่นั่งเดี่ยว) จำนวน 15 ลำ และรุ่น F (สองที่นั่ง) จำนวน 2 ลำ ให้แก่โคลอมเบีย พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการทางทหารและพลเรือนภายใต้ข้อตกลง Offset (ข้อตกลงตอบแทนทางเศรษฐกิจ) 2 ฉบับ ซึ่งมุ่งเน้นด้านกลาโหม เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน

 

เครื่องบินรบ Gripen เป็นเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียง (Supersonic Fighter Jet) แบบเครื่องยนต์เดี่ยวในเจเนอเรชันที่ 4 ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อความหลากหลายในการใช้งาน ถูกจัดประเภทเป็นเครื่องบิน Multi-role (หลากหลายภารกิจ) ซึ่งสามารถปฏิบัติการได้ทั้งการรบแบบอากาศสู่อากาศ, การทิ้งระเบิดแบบแม่นยำ, และภารกิจลาดตระเวน เครื่องบินรุ่นนี้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่า เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เมื่อเทียบกับเครื่องบินขับไล่เจเนอเรชันที่ 5 ที่มีราคาสูงกว่า เช่น F-35

 

คาร์ลอส ซิลวา ผู้บัญชาการกองทัพอากาศและอวกาศของโคลอมเบีย กล่าวเมื่อเดือนเมษายนว่า ประเทศโคลอมเบีย มีแผนที่จะจัดซื้อเครื่องบิน Gripen จำนวน 16 ถึง 24 ลำ โดยโคลอมเบียได้พิจารณาเลือกระหว่างเครื่องบินรบ JAS 39 Gripen ของ Saab, เครื่องบิน Rafale ที่ผลิตโดย Dassault ของฝรั่งเศส, และเครื่องบิน F-16 ของบริษัท Lockheed Martin จากสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ ประเทศบราซิลซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ได้จัดซื้อเครื่องบิน JAS 39 Gripen จำนวน 36 ลำ จาก Saab ไปก่อนหน้านี้ และได้สร้างโรงงานประกอบเครื่องบินในประเทศโดยเป็นหุ้นส่วนกับ Saab

 

แฟ้มภาพ: Photofex_AUT / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post Saab เซ็นสัญญาขายเครื่องบินรบ Gripen 17 ลำให้โคลอมเบีย มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เริ่มต้นเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก 10% ทำลายบรรทัดฐานการค้าโลก https://thestandard.co/usa-10-percent-global-tariff/ Sun, 06 Apr 2025 03:08:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1061137

สหรัฐฯ เริ่มต้นบังคับใช้ภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10% สำหรับสิ […]

The post สหรัฐฯ เริ่มต้นเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก 10% ทำลายบรรทัดฐานการค้าโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

สหรัฐฯ เริ่มต้นบังคับใช้ภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากทั่วโลก ตั้งแต่เวลา เวลา 00.01 น. ของวันที่ 5 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และถือเป็นการทำลายบรรทัดฐานการค้าโลก รวมถึงระบบอัตราภาษีศุลกากรที่ทั่วโลกตกลงร่วมกันหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

 

ประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรก จากการกำหนดภาษีนำเข้า 10% ของสหรัฐฯ ได้แก่ ออสเตรเลีย อังกฤษ บราซิล โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่ขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในปี 2024

 

อย่างไรก็ตาม เอกสารของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ระบุระยะเวลาผ่อนผัน 51 วันสำหรับสินค้าที่บรรทุกบนเรือแล้ว หรืออยู่ระหว่างการขนส่งไปยังสหรัฐฯ ก่อนเวลา 00.01 น. ของวันที่ 5 เมษายน แต่สินค้าเหล่านี้ จะต้องไปถึงสหรัฐฯ ภายในวันที่ 27 พฤษภาคม

 

สำหรับภาษีศุลกากรตอบโต้ ที่มีอัตราตั้งแต่ 11-50% จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 9 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งครอบคลุม 60 ประเทศ รวมถึงจีน ไทย กัมพูชา เวียดนาม และประเทศในสหภาพยุโรป

 

โดยจีนเผชิญภาษีตอบโต้ 34% เพิ่มขึ้นจาก 20% ที่ทรัมป์ ประกาศไปก่อนหน้านี้ หมายความว่าสินค้านำเข้าจากจีนจะโดนภาษี 54% ส่วนไทยเผชิญภาษีที่ 36%

 

ภาพ: Carlos Barria / File Photo / Reuters

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ เริ่มต้นเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก 10% ทำลายบรรทัดฐานการค้าโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เพิ่มภาษีศุลกากรและคว่ำบาตรโคลอมเบีย หลังปฏิเสธเที่ยวบินผู้อพยพ https://thestandard.co/trump-colombia-sanctions-migrant-dispute/ Mon, 27 Jan 2025 01:40:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1034704 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรโคลอมเบียในข้อพิพาทเรื่องผู้อพยพ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าแ […]

The post ทรัมป์เพิ่มภาษีศุลกากรและคว่ำบาตรโคลอมเบีย หลังปฏิเสธเที่ยวบินผู้อพยพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรโคลอมเบียในข้อพิพาทเรื่องผู้อพยพ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าและแบนการเดินทางเข้าประเทศโคลอมเบียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 มกราคม) หลังจากที่โคลอมเบียปฏิเสธที่จะให้เครื่องบินของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ถูกเนรเทศ 2 ลำเข้าประเทศ

 

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียทรัมป์กล่าวว่า เขาสั่งขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าโคลอมเบียที่เข้ามาในสหรัฐฯ ฉุกเฉินทั้งหมด 25% โดยจะเพิ่มเป็น 50% ในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งน้ำมัน ทองคำ กาแฟ และดอกไม้ เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ตามข้อมูลของหน่วยงานด้านภาษีของโคลอมเบีย

 

เขายังเรียกร้องให้มีการแบนการเดินทางและเพิกถอนวีซ่าของเจ้าหน้าที่รัฐบาลโคลอมเบียและพันธมิตร รวมทั้งผู้สนับสนุนทั้งหมดทันที รวมถึงคว่ำบาตรวีซ่าของสมาชิกพรรค สมาชิกในครอบครัว และผู้สนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร อีกด้วย

 

ทรัมป์กล่าวว่า “การที่เปโตรปฏิเสธไม่ให้เครื่องบินเหล่านี้เข้าประเทศ ถือเป็นการเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยสาธารณะของสหรัฐฯ” 

 

ขณะที่เปโตรกล่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์ว่า เขาจะปฏิเสธไม่ให้เครื่องบินของสหรัฐฯ ที่มีผู้อพยพอยู่ด้วยเข้าประเทศ เว้นแต่ว่าผู้อพยพเหล่านี้จะได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ในฐานะอาชญากร เมื่อวันศุกร์ที่แล้วบราซิลได้รับผู้อพยพ 88 คน ซึ่งถูกล่ามโซ่และใส่กุญแจมือไว้ 

 

ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์โคลอมเบียระบุว่า จะจัดเครื่องบินของประธานาธิบดีเพื่อจัดเที่ยวบินส่งตัวผู้อพยพกลับโคลอมเบียในวันอาทิตย์ เนื่องจากโคลอมเบียมองว่าเครื่องบินทหารที่ทรัมป์ใช้นั้นเป็นการเหยียดหยามผู้อพยพ

 

ปัจจุบันแม้ว่าประเทศในอเมริกาใต้ส่วนใหญ่จะทำธุรกิจกับจีนมากขึ้น แต่สหรัฐฯ ยังคงเป็นพันธมิตรการค้าอันดับหนึ่งของโคลอมเบียระหว่างเดือนมกราคม-พฤศจิกายน ปี 2024 การส่งออกของโคลอมเบียไปยังสหรัฐฯ มีมูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2023 

 

ข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานเผยว่า โคลอมเบียเป็นแหล่งน้ำมันจากต่างประเทศรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสหรัฐฯ แซงหน้าทั้งซาอุดีอาระเบียและบราซิล นอกจากนี้โคลอมเบียยังขนส่งน้ำมันดิบมากกว่า 215,000 บาร์เรลต่อวันไปยังท่าเรือของสหรัฐฯ

 

ทรัมป์ยังกล่าวในโพสต์ของเขาว่า เขาจะเข้มงวดการตรวจสอบจากสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ ต่อพลเมืองโคลอมเบียและสินค้าทั้งหมดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ เขากล่าวเสริมว่า ภายใต้อำนาจบริหารของเขา จะมีการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรด้านกระทรวงการคลัง การธนาคาร และการเงิน อย่างเต็มที่

 

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งเขากล่าวว่าจะช่วยสร้างความสมดุลให้กับข้อตกลงการค้าและการเก็บรายได้ อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของทรัมป์ต่อการที่เปโตรปฏิเสธผู้อพยพแสดงให้เห็นว่าทรัมป์มองเห็นภาษีศุลกากรเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจที่จะนำไปใช้ต่อต้านรัฐบาลที่อาจท้าทายเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ของเขา การกระทำดังกล่าวส่งสารที่ทรงพลังไปยังโลกว่า แม้แต่พันธมิตรทางการเมืองเก่าๆ ก็ไม่ปลอดภัย หากพวกเขาไม่ให้ความร่วมมือกับเป้าหมายของเขา

 

ภาพ: Anna Moneymaker / Staff

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เพิ่มภาษีศุลกากรและคว่ำบาตรโคลอมเบีย หลังปฏิเสธเที่ยวบินผู้อพยพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas ออกเสื้อฉลองครบ 100 ปีของโคลอมเบีย https://thestandard.co/adidas-colombia-jersey/ Sat, 12 Oct 2024 02:45:24 +0000 https://thestandard.co/?p=995139 adidas

adidas ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของฟุตบอลโคลอมเบีย […]

The post adidas ออกเสื้อฉลองครบ 100 ปีของโคลอมเบีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas

adidas ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของฟุตบอลโคลอมเบีย ด้วยการออกชุดแข่งขันในวาระดังกล่าว ซึ่งทั้งงดงามและมีความหมายไปพร้อมๆ กัน

 

เสื้อตัวนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดแข่งขันของโคลอมเบียในอดีตที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

 

แถบคาดหน้าอกตัดเย็บโดยใช้สีธงชาติเป็นสัญลักษณ์ ด้านในคอเสื้อมีกราฟิกที่ระลึกในวาระครบรอบ 100 ปี ส่วนสีเสื้อแข่งขันจะใช้สีเอิร์ธโทนเรียบหรู ซึ่งทั้งโลโก้ของ adidas และโคลอมเบียปักด้วยด้ายสีกลมกลืนกัน

 

เสื้อตัวนี้ยังคงใช้เทคโนโลยี AEROREADY ในการระบายอากาศที่ยอดเยี่ยม และวัสดุหลักของเสื้อเจอร์ซีย์เป็นโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ด้วย

 

 

 

 

ภาพ: adidas

อ้างอิง:

The post adidas ออกเสื้อฉลองครบ 100 ปีของโคลอมเบีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ไทย และหลายประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง https://thestandard.co/israel-hamas-a-ceasefire-agreement/ Fri, 07 Jun 2024 04:12:18 +0000 https://thestandard.co/?p=942305 อิสราเอล-ฮามาส

เว็บไซต์ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมจากผู้นำสห […]

The post สหรัฐฯ ไทย และหลายประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอล-ฮามาส

เว็บไซต์ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมจากผู้นำสหรัฐฯ ไทย อาร์เจนตินา ออสเตรีย บราซิล บัลแกเรีย แคนาดา โคลอมเบีย เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย เซอร์เบีย สเปน และสหราชอาณาจักร กรณีสถานการณ์สู้รบในฉนวนกาซา โดยแสดงความกังวลต่อการที่กลุ่ม อิสราเอล-ฮามาส ยังควบคุมตัวประกันไว้ในฉนวนกาซา พร้อมสนับสนุนการเดินหน้าข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน

 

“ผู้นำของหลายประเทศมีความกังวลอย่างยิ่งต่อตัวประกันที่ถูกฮามาสควบคุมตัวในฉนวนกาซา ซึ่งรวมถึงพลเมืองของเราจำนวนมาก เราสนับสนุนการเดินหน้าไปสู่การหยุดยิงและข้อตกลงปล่อยตัวประกัน ซึ่งขณะนี้อยู่บนโต๊ะเจรจา” 

 

ขณะที่แถลงการณ์ยังเรียกร้องผู้นำอิสราเอลและฮามาสให้ใช้ความประนีประนอมเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน และชี้ว่าข้อตกลงฉบับนี้จำเป็นสำหรับจุดเริ่มต้นในการยุติสงคราม

 

“เราทราบว่าข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การหยุดยิงและการฟื้นฟูฉนวนกาซาโดยทันที ควบคู่ไปกับการรับประกันความมั่นคงสำหรับชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ และเป็นโอกาสสำหรับสันติภาพในระยะยาวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ตลอดจนการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ (Two-State Solution) ในช่วงเวลาชี้ขาดนี้ เราขอเรียกร้องผู้นำของอิสราเอลและฮามาสให้ประนีประนอมขั้นสุดท้าย ซึ่งจำเป็นสำหรับการบรรลุข้อตกลงนี้ และนำการบรรเทาทุกข์มาสู่ครอบครัวของตัวประกันของเรา เช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในทั้งสองฝ่ายของความขัดแย้งอันเลวร้ายนี้ ซึ่งรวมถึงพลเรือน ถึงเวลาแล้วที่สงครามจะยุติ และข้อตกลงนี้คือจุดเริ่มต้นที่จำเป็น”

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากอิสราเอลระบุว่า ยังมีตัวประกันชาวไทยอีก 6 คนในกาซา โดยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทยยังได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมดโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อบรรลุการเจรจา และนำไปสู่การแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมในกาซาโดยทันที

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ ไทย และหลายประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พร้อมหน้าพร้อมตา หลุยส์ ดิอาซ กลับมาพบกับพ่อของเขาเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่ม ELN https://thestandard.co/luis-diaz-father-reunited-colombia/ Wed, 15 Nov 2023 00:32:58 +0000 https://thestandard.co/?p=865722

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) หลุยส์ ดิอาซ สวมกอดพ่อของเขาพร้อม […]

The post พร้อมหน้าพร้อมตา หลุยส์ ดิอาซ กลับมาพบกับพ่อของเขาเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่ม ELN appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) หลุยส์ ดิอาซ สวมกอดพ่อของเขาพร้อมหลั่งน้ำตา เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ หลุยส์ มานูเอล ดิอาซ พ่อของเขาถูกกลุ่มติดอาวุธ ELN จับตัวไปเป็นเวลา 12 วัน ก่อนได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ

 

กองหน้าลิเวอร์พูลซึ่งบินกลับบ้านเกิดก่อนช่วงพักทีมชาติเดือนพฤศจิกายน เดินทางถึงบาร์รังกียาเมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เพื่อกลับมาพบกับพ่อของเขา

 

โดยเขาได้พบกับพ่อพร้อมกับร้องไห้ออกมา ระหว่างนั้นมีแม่ของเขาและคนในครอบครัวคนอื่นๆ ที่แสดงสีหน้ายินดีที่ทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

 

 

ภาพ: Selección Colombia – FCFSeleccionCol

อ้างอิง: 

The post พร้อมหน้าพร้อมตา หลุยส์ ดิอาซ กลับมาพบกับพ่อของเขาเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่ม ELN appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทางการโคลอมเบียยืนยันว่ากลุ่มก่อการร้าย ELN อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวพ่อของหลุยส์ ดิอาซ https://thestandard.co/luis-diazs-father-kidnapped/ Fri, 03 Nov 2023 02:33:00 +0000 https://thestandard.co/?p=862009 Luis Diaz

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการโคลอ […]

The post ทางการโคลอมเบียยืนยันว่ากลุ่มก่อการร้าย ELN อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวพ่อของหลุยส์ ดิอาซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Luis Diaz

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการโคลอมเบียยืนยันว่ากลุ่มก่อการร้าย ELN อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวหลุยส์ มานูเอล ดิอาซ พ่อของหลุยส์ ดิอาซ นักเตะดาวดังของลิเวอร์พูล

 

ก่อนหน้านี้ทางการโคลอมเบียส่งทหารและตำรวจกว่า 100 นายเพื่อค้นหาตัวพ่อของดิอาซที่ถูกลักพาตัวไปพร้อมกับแม่ ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในบาร์รันกาส แคว้นลากัวฮิรา ทางตอนเหนือของโคลอมเบีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ตุลาคม)

 

แม้ต่อมาคนร้ายจะปล่อยตัว ซิเลนิส มารูลันดา แม่ของดิอาซ ออกมาเป็นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงจับตัวพ่อของดิอาซเอาไว้ และปัจจุบันก็ยังไม่มีร่องรอยของคนร้าย

 

ล่าสุดทางการโคลอมเบียซึ่งกำลังเจรจากับกลุ่มกองทัพปลดแอกแห่งชาติ หรือ ELN สามารถระบุตัวได้แล้วว่า ผู้ที่จับตัวพ่อของนักเตะลิเวอร์พูลไปเป็นหน่วยหนึ่งของกลุ่ม ELN 

 

โดย ออตตี ปาตินโญ ผู้แทนในการเจรจากับ ELN เรียกร้องขอให้พวกเขาปล่อยตัวหลุยส์ มานูเอล ดิอาซ ทันที โดยระบุว่า “เราขอเตือน ELN ว่าการลักพาตัวเป็นการกระทำความผิดทางอาญา ที่ไม่เพียงต้องหยุดการกระทำเหล่านี้อย่างทันที แต่ต้องยุติการกระทำเหล่านั้นไปตลอดกาลด้วย เพราะนี่นับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจรจาสันติภาพในปัจจุบัน”

   

ปัจจุบันรัฐบาลโคลอมเบียกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาสันติภาพกับ ELN ซึ่งหลายประเทศมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย โดยก่อนหน้านี้การเจรจาล้มเหลวมาหลายครั้ง ทว่าตามนโยบายเพื่อสันติภาพโดยสมบูรณ์ของ กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน รัฐบาลของเขาเปิดการเจรจากับกลุ่ม ELN ใหม่ จนประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 6 เดือน ที่เริ่มมีผลเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

สำหรับกองทัพปลดแอกแห่งชาติ หรือ ELN ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1964 มีสมาชิกราว 2,500 คน ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ตามแนวชายแดนโคลอมเบียและเวเนซุเอลา

 

อ้างอิง: 

The post ทางการโคลอมเบียยืนยันว่ากลุ่มก่อการร้าย ELN อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวพ่อของหลุยส์ ดิอาซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ชาติอเมริกาใต้ตัดสัมพันธ์-เรียกทูตกลับจากอิสราเอล ประท้วงโจมตีฉนวนกาซา https://thestandard.co/3-s-american-nations-cut-ties-with-israel/ Thu, 02 Nov 2023 03:04:32 +0000 https://thestandard.co/?p=861645 อาคารที่เสียหายจากการโจมตีของอิสราเอล ในฉนวนกาซา

รัฐบาลโบลิเวีย ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอ […]

The post 3 ชาติอเมริกาใต้ตัดสัมพันธ์-เรียกทูตกลับจากอิสราเอล ประท้วงโจมตีฉนวนกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคารที่เสียหายจากการโจมตีของอิสราเอล ในฉนวนกาซา

รัฐบาลโบลิเวีย ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เพื่อประท้วงตอบโต้การโจมตีฉนวนกาซา ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างโคลอมเบียและชิลี ก็แสดงท่าทีต่อต้านการโจมตีกาซา ด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับจากอิสราเอล

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ทั้ง 3 ประเทศอเมริกาใต้ ออกมาประณามอิสราเอลที่โจมตีฉนวนกาซาและสังหารชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและเปิดเส้นทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในกาซา

 

โดยชิลีออกแถลงการณ์กล่าวหาอิสราเอลว่าปฏิเสธที่จะเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และชี้ว่าการโจมตีทางอากาศในกาซาที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม หลังการโจมตีของกลุ่มฮามาส เป็นการลงโทษแบบเหมารวมต่อพลเรือนปาเลสไตน์

 

เฟรดดี มามานี (Freddy Mamani) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศโบลิเวีย แถลงว่า “โบลิเวียตัดสินใจที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐอิสราเอล เพื่อปฏิเสธและประณามการโจมตีทางทหารอย่างก้าวร้าวและเกินกว่าเหตุของอิสราเอล ซึ่งเกิดขึ้นในฉนวนกาซา”

 

ทั้งนี้ ประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ เช่น เม็กซิโก อาร์เจนตินา และบราซิล ต่างเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและวิจารณ์ผลกระทบจากการโจมตีของอิสราเอลที่เกิดกับพลเรือน 

 

โดยประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inacio Lula da Silva) ของบราซิล กล่าวก่อนหน้านี้ว่า “สิ่งที่เราเผชิญตอนนี้คือความบ้าของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่ต้องการกวาดล้างฉนวนกาซา”

 

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้แถลงตอบโต้ความเคลื่อนไหวทางการทูตที่เกิดขึ้น โดย “เรียกร้องให้โคลอมเบียและชิลีประณามอย่างชัดเจน ต่อองค์กรก่อการร้ายฮามาส ซึ่งสังหารและลักพาตัวทารก เด็ก ผู้หญิง และคนชรา

 

“อิสราเอลคาดหวังให้โคลอมเบียและชิลีสนับสนุนสิทธิของประเทศประชาธิปไตยในการปกป้องพลเมืองของตน และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกลักพาตัวทั้งหมดโดยทันที และไม่วางตัวเองอยู่ฝ่ายเวเนซุเอลาและอิหร่านในการสนับสนุนการก่อการร้ายของกลุ่มฮามาส” แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุ

 

ภาพ: Ali Jadallah / Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

The post 3 ชาติอเมริกาใต้ตัดสัมพันธ์-เรียกทูตกลับจากอิสราเอล ประท้วงโจมตีฉนวนกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ่อแม่ของ หลุยส์ ดิอาซ สตาร์ลิเวอร์พูล ถูกลักพาตัวในบ้านเกิดที่โคลอมเบีย https://thestandard.co/luis-diazs-parents-were-kidnapped/ Sun, 29 Oct 2023 03:43:40 +0000 https://thestandard.co/?p=859957 Luis Diaz

วันนี้ (29 ตุลาคม) Daily Mail รายงานว่า พ่อแม่ของ หลุยส […]

The post พ่อแม่ของ หลุยส์ ดิอาซ สตาร์ลิเวอร์พูล ถูกลักพาตัวในบ้านเกิดที่โคลอมเบีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Luis Diaz

วันนี้ (29 ตุลาคม) Daily Mail รายงานว่า พ่อแม่ของ หลุยส์ ดิอาซ แนวรุกชื่อดังจากสโมสรลิเวอร์พูล ถูกลักพาตัวในบ้านเกิดที่โคลอมเบีย โดยรายงานล่าสุดระบุว่า แม่ของเขาได้รับการช่วยเหลือแล้ว แต่พ่อของเขายังคงหายตัวไป

 

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุเพิ่มเติมว่า พ่อและแม่ของผู้เล่นถูกคนร้ายรั้งตัวเอาไว้ในรถของพวกเขา ก่อนพาตัวไปในเมืองบาร์รันกัสในลากัวยิรา ซึ่งเป็นเมืองที่ดิอาซเติบโตขึ้นมา

 

ตามข้อมูลของ Semana สื่อในโคลอมเบีย ระบุว่า พ.อ. จีโอวานนี คริสตันโช ผู้อำนวยการตำรวจแห่งเขตเกาลา กำลังเดินทางไปยังพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อบัญชาการการค้นหาและช่วยเหลือครอบครัวของนักเตะดังรายนี้ด้วยตัวเอง

 

ขณะเดียวกันมีรายงานที่ขัดแย้งกัน รวมถึงความเป็นไปได้ที่พ่อแม่ของดิอาซอาจถูกบังคับให้ขึ้นรถตู้ขณะชมการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งอาจส่งผลให้การสืบสวนซับซ้อนยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ หน่วยงานทหารและตำรวจต่างทำงานร่วมกันเพื่อช่วยระบุที่อยู่ของเหยื่อ ตามรายงานของ Blu Radio Colombia ได้แชร์วิดีโอที่มีเนื้อหายืนยันว่าแม่ของดิอาซได้รับการช่วยเหลือแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่าพ่อของเขายังคงถูก ‘กลุ่มติดอาวุธ’ จับไว้เป็นตัวประกัน

 

อ้างอิง: 

The post พ่อแม่ของ หลุยส์ ดิอาซ สตาร์ลิเวอร์พูล ถูกลักพาตัวในบ้านเกิดที่โคลอมเบีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทสรุป Amazon Summit 2023 ความฝันใหม่ของผืนป่าแอมะซอน https://thestandard.co/key-messages-amazon-summit-2023/ Thu, 10 Aug 2023 11:46:05 +0000 https://thestandard.co/?p=827985

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Amazon Summit 2023 […]

The post บทสรุป Amazon Summit 2023 ความฝันใหม่ของผืนป่าแอมะซอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Amazon Summit 2023 เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำของประเทศสมาชิก ‘องค์การสนธิสัญญาความร่วมมือแอมะซอน’ (Amazon Cooperation Treaty Organization: ACTO) ที่มีผืนป่าแอมะซอนขนาด 6.7 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุมอยู่ในทั้ง 8 ประเทศสมาชิก ประกอบด้วยโบลิเวีย บราซิล โคลอมเบีย เอกวาดอร์ กายอานา เปรู ซูรินาม และเวเนซุเอลา 

 

โดยในปี 2023 นี้ เมืองเบเล็ง (Belém) รัฐปารา (Pará) ของบราซิลรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคมที่ผ่านมา นับเป็นการประชุมสุดยอดผู้นำ ACTO ครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2009 

 

ผืนป่าแอมะซอนนับเป็นผืนป่าที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมโลก มีบทบาทสำคัญในการช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรเทาสภาวการณ์ ‘โลกเดือด’ ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่ายด้านวิทยาศาสตร์อย่าง MapBiomas ระบุว่า ผืนป่าแห่งนี้ราว 17% หรือคิดเป็น 7.5 แสนตารางกิโลเมตร ซึ่งเกือบมีขนาดพื้นที่เท่าตุรกีทั้งประเทศ ได้ถูกทำลายลงภายในปี 2021 

 

นอกจากวิกฤตเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าที่ผืนป่าแอมะซอนกำลังเผชิญความท้าทายแล้ว ยังมีปัญหาไฟป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำเหมืองแร่ผิดกฎหมาย เพื่อทำการเกษตรและปศุสัตว์ รวมถึงการขยายอิทธิของแก๊งมาเฟีย ส่งผลให้ปัญหาอาชญากรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่แถบนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

 

New Amazon Dream

 

ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล เริ่มต้นการประชุมในครั้งนี้ด้วยการให้คำมั่นว่า บราซิลจะมีส่วนช่วยพลิกฟื้นผืนป่าแอมะซอนให้ออกจากกับดักทางเศรษฐกิจและวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่เผชิญมาตลอดในช่วงหลายศตวรรษผ่านมา พร้อมผลักดันให้ ‘ความฝันใหม่ของผืนป่าแอมะซอน’ (New Amazon Dream) เป็นวาระสำคัญของบรรดาประเทศสมาชิก ACTO 

 

“แอมะซอนสามารถเป็นอะไรก็ได้ตามแต่ที่พวกเราอยากจะให้เป็น แอมะซอนที่มีเมืองสีเขียวเพิ่มมากขึ้น มีอากาศที่สะอาดยิ่งขึ้น มีแม่น้ำและป่าไม้ที่ปราศจากสารพิษอย่างปรอท เป็นแอมะซอนที่อุดมสมบูรณ์ มีอาหาร มีงาน มีบริการที่รองรับกับทุกกลุ่มคน เป็นแอมะซอนที่เด็กๆ สุขภาพดีขึ้น ผู้อพยพได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างดี และชนพื้นเมืองต่างได้รับความเคารพ (ในสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขา) นี่คือความฝันของแอมะซอนของพวกเรา”

 

โดยลูลายังระบุอีกว่า ตนพร้อมที่จะฟื้นฟูภาพลักษณ์ของบราซิล หลังจากเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารประเทศของฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิลคนก่อนหน้า และพร้อมผลักดันให้การตัดไม้ทำลายป่าเป็นศูนย์ภายในปี 2030 นี้

 

ขณะที่ กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ก็เดินหน้าผลักดันเสนอให้ยุติการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในป่าแอมะซอน พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดตั้ง ‘กองกำลังนาโตประจำแอมะซอน’ (Amazonian NATO) เพื่อร่วมกันพิทักษ์ผืนป่า อีกทั้งยังเสนอ ‘แผนการมาร์แชลล์’ (Marshall Plan) เพื่อหาแหล่งเงินทุนในการสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวข้องกับแอมะซอน รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่า และเสนอให้มีการจัดตั้ง ‘ศาลแอมะซอน’ (Amazonian Court) เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดต่อระบบนิเวศของแอมะซอนโดยเฉพาะ

 

United for Our Forests

 

บรรดาผู้นำและผู้แทนระดับสูงของประเทศสมาชิก ACTO ผนึกกำลังร่วมกับประเทศแถบลุ่มน้ำคองโกและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพื้นที่ของเขตป่าฝนขนาดใหญ่อย่างอินโดนีเซีย รวมกันเป็นกลุ่ม ‘United for Our Forests’ เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันในการเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้วปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีอยู่ในการสนับสนุนเงินทุนจำนวน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศของโลก 

 

พร้อมทั้งยังแสดงความกังวลต่อคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ว่า ประเทศที่มั่งคั่งเหล่านี้จะสนับสนุนเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศจำนวน 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการปรับตัวและการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่สามารถปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ได้ 

 

โดยพื้นที่ป่าฝนในประเทศต่างๆ เหล่านี้ ทั้งผืนป่าแอมะซอนในกลุ่มประเทศ ACTO ผืนป่าฝนในคองโก ดีอาร์คองโก อินโดนีเซีย รวมถึงเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ล้วนแล้วแต่เป็นระบบนิเวศที่สำคัญในการต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก มีส่วนช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นที่อยู่อาศัยให้กับสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย

 

ลูลามองว่า Amazon Summit 2023 ให้ ‘พื้นที่’ และ ‘โอกาส’ กับบรรดาประเทศที่มีพื้นที่ป่าฝนของตนเองได้ผนึกกำลังและหาจุดยืนร่วมกัน ก่อนการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 28 หรือ COP28 เวทีการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2023 ณ นครอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

 

Belém Declaration 

 

ในช่วงสุดท้ายของการประชุม บรรดาประเทศสมาชิก ACTO ต่างแสดงจุดยืนร่วมกันผ่าน ‘ปฏิญญาเบเล็ง’ (Belém Declaration) โรดแมปที่จะปูทางไปสู่การพัฒนาผืนป่าอย่างยั่งยืน ยุติปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงต่อสู้กับแก๊งมาเฟียและกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ที่จะมีส่วนทำให้สถานการณ์ภายในแอมะซอนซับซ้อนและยากลำบากมากยิ่งขึ้น 

 

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกทั้ง 8 ประเทศยังเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยข่าวกรองของแต่ละประเทศให้เข้ามาช่วยจัดการกับปัญหาเรื้อรังเหล่านี้ พร้อมทั้งผลักดันการจัดตั้งหน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่จะคอยเฝ้าติดตามและรายงานสถานการณ์ในป่าแอมะซอนประจำปี ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ (IPCC)

 

สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดในการประชุมครั้งนี้คือ สมาชิกทั้ง 8 ประเทศไม่สามารถลงนามเห็นพ้องในเป้าหมายสำคัญที่ต้องการจะยุติปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจังด้วยการทำให้การตัดไม้ทำลายป่าเป็นศูนย์ภายในปี 2030 นี้ได้ โดยโบลิเวียและเวเนซุเอลาเป็นเพียง 2 ประเทศในกลุ่มสมาชิก ACTO ที่ยังไม่เห็นชอบกับเป้าหมายดังกล่าว โดยที่ยังไม่เปิดเผยถึงเหตุผลที่แน่ชัด ขณะที่บรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมต่างมองว่าการประชุมในครั้งนี้เต็มไปด้วยเป้าหมายที่ดี แต่ขาดตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม 

 

อย่างไรก็ตาม ลูลายังคงยืนยันว่าการสนับสนุนจากนานาชาติจะเป็น ‘กุญแจสำคัญ’ ในการปกป้องผืนป่าแอมะซอน และบรรดากลุ่มสมาชิกและชาติพันธมิตรทั้งหลายจำเป็นต้องร่วมมือกัน เพื่อเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า ก่อนที่เวทีประชุม COP28 จะเปิดฉากขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2023

 

โดยการประชุม Amazon Summit 2023 ถือเป็นเวทีซ้อมใหญ่ ก่อนที่เมืองเบเล็งของบราซิลแห่งนี้จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP30 ในปี 2025 ซึ่งจะยิ่งทำให้บราซิลขยับกลับมาเป็นประเทศ ‘ผู้มีบทบาทนำ’ ด้านสิ่งแวดล้อมในเวทีระหว่างประเทศอย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง

 

แฟ้มภาพ: Photo700BR / Shutterstock

อ้างอิง:

The post บทสรุป Amazon Summit 2023 ความฝันใหม่ของผืนป่าแอมะซอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โคลอมเบียพบเด็ก 4 คนกลางป่า รอดชีวิตปาฏิหาริย์หลังเครื่องบินตกในป่าแอมะซอนเมื่อ 40 วันก่อน https://thestandard.co/four-children-miraculously-survives-in-the-jungle/ Sat, 10 Jun 2023 09:47:31 +0000 https://thestandard.co/?p=801645 เด็ก หลง ป่าแอมะซอน

กุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ประธานาธิบดีโคลอมเบีย แถล […]

The post โคลอมเบียพบเด็ก 4 คนกลางป่า รอดชีวิตปาฏิหาริย์หลังเครื่องบินตกในป่าแอมะซอนเมื่อ 40 วันก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็ก หลง ป่าแอมะซอน

กุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ประธานาธิบดีโคลอมเบีย แถลงข่าววานนี้ (9 มิถุนายน) ว่าทหารพบเด็กผู้รอดชีวิต 4 คนในป่าทางตอนใต้ของประเทศ หลังจากที่เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารตกในป่าทึบเมื่อราว 5 สัปดาห์ก่อน

 

เจ้าหน้าที่ทหารได้ช่วยเหลือเด็กชาวพื้นเมืองซึ่งทั้งหมดเป็นพี่น้องกันใกล้กับแนวชายแดนระหว่างจังหวัดกาเกตา (Caqueta) และจังหวัดกัวเวียเร (Guaviare) ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่เครื่องบินเล็กตกลงมา

 

อนึ่ง เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เครื่องบิน Cessna 206 ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 7 ชีวิตที่กำลังเดินทางจากเมืองซาน โฮเซ เดล กัวเวียเร (San Jose del Guaviare) ในจังหวัดกัวเวียเร มุ่งหน้าสู่เมืองอะราราคัวรา (Araracuara) ในจังหวัดอามาโซนัส (Amazonas) ประสบอุบัติเหตุตกลงมาเนื่องจากปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ใหญ่ 3 คน รวมทั้งนักบินและ มักดาเลนา มูกูตูย์ (Magdalena Mucutuy) แม่ของเด็กๆ เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่พบร่างของพวกเขาอยู่ภายในเครื่องบิน ส่วนพี่น้อง 4 คนซึ่งมีอายุ 13 ปี, 9 ปี, 4 ปี และเด็กน้อยวัยเพียง 11 เดือนรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์

 

นาร์ซิสซัส มูคูทุย (Narcizo Mucutuy) ปู่ของเด็กหญิง 3 คนและเด็กชาย 1 คนที่รอดชีวิต กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขารู้สึกยินดีกับข่าวนี้เป็นอย่างมาก “ในฐานะปู่ของหลานๆ ที่หายตัวไปในป่าลึก ตอนนี้ผมรู้สึกดีใจอย่างมาก” 

 

ผู้นำโคลอมเบียได้ทวีตข้อความว่า “ความยินดีของคนทั้งประเทศ! เด็กที่หายตัวไป 4 คนในป่าของโคลอมเบียรอดชีวิต” ขณะที่กองทัพโคลอมเบียได้เผยแพร่ภาพของกลุ่มทหารที่ถ่ายคู่กับเด็กทั้ง 4 คนในป่า

 

ทั้งนี้ เปโตรเคยได้ทวีตข้อความว่าทางการพบเด็ก 4 คนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม แต่ในภายหลังก็ถูกลบไป เพราะเขากล่าวว่าข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ล่าสุดนั้น เขาได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวด้วยตัวเองว่า เด็กๆ ทั้งหมดเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกันโดยไม่มีใครที่ได้รับอันตราย แต่มีอาการอ่อนเพลีย ซึ่งตอนนี้ทางการได้ส่งตัวเด็กๆ ถึงมือแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ภาพ: Presidency / Handout via REUTERS

อ้างอิง:

The post โคลอมเบียพบเด็ก 4 คนกลางป่า รอดชีวิตปาฏิหาริย์หลังเครื่องบินตกในป่าแอมะซอนเมื่อ 40 วันก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
งานศึกษาเผย การทำปศุสัตว์มีส่วนเร่งตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนในโคลอมเบีย ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา https://thestandard.co/colombia-cattle-amazon-deforestation/ Mon, 20 Feb 2023 08:43:24 +0000 https://thestandard.co/?p=752826

งานศึกษาล่าสุดชี้ว่า การทำปศุสัตว์เป็นสาเหตุสำคัญที่มีส […]

The post งานศึกษาเผย การทำปศุสัตว์มีส่วนเร่งตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนในโคลอมเบีย ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

งานศึกษาล่าสุดชี้ว่า การทำปศุสัตว์เป็นสาเหตุสำคัญที่มีส่วนเร่งให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนในโคลอมเบีย สูงกว่าการทำไร่เพาะปลูกใบยาสูบในช่วงตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา 

 

โดยรัฐบาลโคลอมเบียหลายชุดหลายสมัยต่างใช้ข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมนี้เป็นข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรม เพื่อเดินหน้าต่อต้านการเพาะปลูกใบยาสูบ ซึ่งถือเป็นส่วนผสมขั้นพื้นฐานของการผลิตสารเสพติดอย่างโคเคน

 

งานศึกษาล่าสุดเผยว่า ในปี 2018 พื้นที่ป่าไม้ที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะปลูกใบยาสูบคิดเป็นเพียง 1 ต่อ 60 ของพื้นที่ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ทำการปศุสัตว์ในโคลอมเบีย อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่า แนวทางในการอนุรักษ์ผืนป่าแอมะซอนในประเทศแห่งนี้ที่มุ่งเน้นไปที่การควบคุมพื้นที่เพาะปลูกใบยาสูบ แทนที่จะบริหารจัดการกับการทำปศุสัตว์นั้น อาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเท่าใดนัก 

 

ทางด้าน ปาโบล มูริโญ-ซานโดบัล นักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยโตลิมา ระบุว่า งานศึกษาล่าสุดนี้เป็นไปเพื่อที่จะลบภาพมายาคติที่ผู้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะรัฐบาลโคลอมเบียต่างมองว่า การเพาะปลูกใบยาสูบเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการตัดไม้ทำลายป่าในผืนป่าแอมะซอนเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา 

 

โดยอัตราการตัดไม้ทำลายป่าในแอมะซอนของโคลอมเบียนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ช่วงหลังจากที่กลุ่มกองกำลังปฏิวัติของโคลอมเบีย (FARC) ตัดสินใจลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลและวางอาวุธ เมื่อปี 2016 โดยหลังจากที่ FARC เดินทางออกมาจากป่า ก็เปิดโอกาสให้บรรดาผู้ฉวยโอกาสจากการใช้ประโยชน์จากที่ดินทำการตัดไม้และเผาทำลายป่า ส่งผลให้อัตราการตัดไม้ทำลายป่าในปี 2017 สูงขึ้นถึง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

 

มูริโญและเพื่อนร่วมทีมที่ศึกษาในประเด็นนี้ใช้อัลกอริทึมการเรียนรู้เชิงลึก เพื่อจำแนกความแตกต่างของการใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการทำปศุสัตว์และการเพาะปลูกใบยาสูบในช่วงปี 1985-2019 โดยข้อมูลที่ค้นพบนั้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลโคลอมเบียหลายรัฐบาลไม่ได้ต้องการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง พวกเขาเพียงต้องการสร้างความชอบธรรมในการใช้งบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อเป้าหมายทางการเมืองเท่านั้น โดยใช้การตั้งธงที่จะกำจัดใบยาสูบให้หมดไปจากโคลอมเบียเป็นข้ออ้าง เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าปัญหาการต่อสู้กับยาเสพติดในโคลอมเบียยังคงล้มเหลวอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

ทางด้าน กุสตาโบ เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบียคนปัจจุบัน ซึ่งเคยเป็นอดีตสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ M-19 กำลังจะเสนอแนวทางในการจัดการกับปัญหายาเสพติดในโคลอมเบียเสียใหม่ พร้อมหันเหความสนใจจากการบังคับให้ทำลายต้นใบยาสูบ มาเป็นการจัดเตรียมที่ดินเพื่อพี่น้องเกษตรกรแทน เพื่อเลี่ยงการตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าภายในประเทศ ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยให้ปัญหายาเสพติดเบาบางลงได้ไม่มากก็น้อย

 

ภาพ: Vannesa Jimenez / Anadolu Agency via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post งานศึกษาเผย การทำปศุสัตว์มีส่วนเร่งตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนในโคลอมเบีย ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>