Clinique Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/clinique/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 13 Feb 2026 07:51:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 BEAUTY ROUNDUP อัปเดต 5 รองพื้นใหม่ตอบโจทย์ผิวเนียนสวย https://thestandard.co/beauty-roundup-new-foundations/ Fri, 13 Feb 2026 07:51:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1178202 ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ 5 แบรนด์ยอดนิยม

BEAUTY ROUNDUP ครั้งนี้พาทุกคนมาอัปเดตรองพื้นใหม่ล่าสุด […]

The post BEAUTY ROUNDUP อัปเดต 5 รองพื้นใหม่ตอบโจทย์ผิวเนียนสวย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ 5 แบรนด์ยอดนิยม

BEAUTY ROUNDUP ครั้งนี้พาทุกคนมาอัปเดตรองพื้นใหม่ล่าสุดที่จะช่วยให้ผิวสวยสมบูรณ์แบบกันเลย เริ่มจาก Estée Lauder มาพร้อมรองพื้นใหม่ที่ปรับสูตรจากรองพื้นขายดีอันดับ 1 ให้ติดทนและควบคุมมันยาวนานถึง 36 ชั่วโมง สบายผิวยิ่งกว่าเดิม, SUQQU นำเสนอเทคโนโลยี Fluid Pigment ที่เปลี่ยนเม็ดสีเป็นของเหลว สัมผัส Powderless แท้จริง ผิวฉ่ำวาวมีมิติแบบสุขภาพดี, Clinique โฟกัสการบำรุงด้วยวิตามิน B3, C และ E ผสาน SPF ปกป้องผิว, Haus Labs by Lady Gaga ตอบโจทย์ผิวแพ้ง่ายและผิวสิวด้วยส่วนผสมกว่า 20 ชนิด และปิดท้ายด้วย Kosas ที่ยกระดับรองพื้นคลีนบิวตี้ด้วยสารบำรุงผิวครบครันและ SPF 25 แต่ละแบรนด์ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเน้นความติดทน การบำรุง หรือความเป็นธรรมชาติ

 

ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ 5 แบรนด์ยอดนิยม 1

Estée Lauder

 

Estée Lauder Double Wear Stay-in-Place Makeup รองพื้นขายดีอันดับ 1 ปรับสูตรใหม่ Made For More โดดเด่นด้วยฟินิชแมตต์แบบมีมิติที่ไม่แบนราบ เนื้อเฟลูอิดเบาบาง ให้การปกปิดที่บิ้วได้ มองเห็นแต่ไม่รู้สึกหนักบนผิว สีไม่หลุด ไม่ดรอป ไม่ตกร่อง คมชัดยาวนานถึง 36 ชั่วโมง ควบคุมความมันยาวนาน 36 ชั่วโมง พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวสมดุลทันที เฉดสีที่เข้าใจผิวยิ่งกว่าด้วย Color Capture Technology ทดสอบจริงบนผิวจริง ในไทยมีให้เลือกจุใจ 20 เฉดสี

 

ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ 5 แบรนด์ยอดนิยม 2

SUQQU

 

SUQQU แบรนด์เครื่องสำอางระดับไฮเอนด์จากญี่ปุ่นที่โด่งดังด้วยแนวคิด Hybrid Makeup เปิดตัว The Liquid Foundation e รองพื้นถ่ายทอด ‘Vital Glow’ พลังชีวิตของผิวอย่างสง่างาม อัดแน่นด้วย TLFe Complex และสารสกัดจากพืชพรรณญี่ปุ่น 13 ชนิด อาทิ ใบซากุระ ชาเขียวอูจิ โปรตีนไหม โดดเด่นด้วย Fluid Pigment เปลี่ยนเม็ดสีเป็นของเหลว สัมผัส Powderless แท้จริง, High Luminosity & Oil Gelling Tech ล็อกความฉ่ำวาวไม่ไหลเยิ้ม และ Color Modifications ปรับสัดส่วนเม็ดสีเพื่อผิวชาวเอเชีย แก้หมองคล้ำและดรอป ผิวสว่างใสมีออร่ายาวนาน

 

ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ 5 แบรนด์ยอดนิยม 3

Clinique

 

Clinique แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่พัฒนาโดยแพทย์ผิวหนังจากนิวยอร์ก เปิดตัว Clinique Even Better Clinical Vitamin Makeup รองพื้นบำรุงด้วยวิตามินทรงพลังและ SPF ผิวเปล่งประกายสุขภาพดี ส่วนผสมเด่น Vitamin B3 4% เพิ่มพลังงานธรรมชาติผิว, Vitamin C 5 รูปแบบซึมซาบต่างอัตรา 2 รูปแบบช่วยผิวกระจ่าง 3 รูปแบบปกป้องต้านอนุมูลอิสระ, Vitamin E ต้านอนุมูลอิสระป้องกันชั้นลิพิด และ Hybrid Sunscreen ผสมกันแดดเคมีและฟิสิคัล ปกป้อง UVA/UVB ทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง ปลอดภัยผิวแพ้ง่าย ทดสอบแพ้ ปราศจากน้ำหอม

 

ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ 5 แบรนด์ยอดนิยม 4

Haus Labs by Lady Gaga

 

Haus Labs by Lady Gaga แบรนด์เมคอัพคลีนบิวตี้จาก Lady Gaga ที่ได้รับรางวัลเมคอัพคลีนบิวตี้แห่งปี เปิดตัว Triclone Skin Tech™ Foundation รองพื้นเนื้อบางเบา ปกปิดปานกลาง ไม่ก่อสิว ผสมผสาน 20+ ส่วนผสมบำรุงผิว อาร์นิกาหมักลดรอยแดงและระคายเคือง, Intellizen 7 Complex™ ผสมสมุนไพรเสริมฟื้นฟูปลอบประโลม และ BioFerment 7 Complex™ ต้านอนุมูลอิสระปกป้องผิวจากความเครียด ทดสอบ 185 คน 96% ผิวสุขภาพดีขึ้น สีสม่ำเสมอ 95% เนื้อเบาบนผิว เหมาะทุกสภาพผิว รวมผิวแพ้ง่ายและสิว เนื้อบางเบาราวเซรั่ม

 

ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ 5 แบรนด์ยอดนิยม 5

Kosas

 

Kosas แบรนด์เครื่องสำอางคลีนบิวตี้ที่ผสมผสานการแต่งหน้าและสกินแคร์ เปิดตัว Revealer Skin-Improving Foundation SPF 25 รองพื้น SPF ทรีตเมนต์คลีนสำหรับคนรักสกินแคร์ ปกปิดปานกลาง ฟินิชธรรมชาติดรีมมี่ ผสานผิวราวผิวชั้นที่สอง เบลอ ปรับเนียน ลดรูขุมขน ผสม Hyaluronic Acid, Niacinamide, Peptides, Squalane, Vitamin B5, Arnica และ Caffeine พิสูจน์ทางคลินิกให้ความชุ่มชื้น กระจ่าง ปลอบประโลม ฟูอิ่ม ปกป้อง ทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง ปลอดภัยต่อผิวแพ้ง่าย

The post BEAUTY ROUNDUP อัปเดต 5 รองพื้นใหม่ตอบโจทย์ผิวเนียนสวย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Byeon Woo Seok ขึ้นแท่นเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องสำอาง CLINIQUE https://thestandard.co/byeon-woo-seok-clinique-presenter/ Fri, 26 Jul 2024 03:23:17 +0000 https://thestandard.co/?p=963100 Byeon Woo Seok CLINIQUE

Byeon Woo Seok ได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์สำหรับแบรนด […]

The post Byeon Woo Seok ขึ้นแท่นเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องสำอาง CLINIQUE appeared first on THE STANDARD.

]]>
Byeon Woo Seok CLINIQUE

Byeon Woo Seok ได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกอย่าง CLINIQUE ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งการที่เขาได้รับเลือกเนื่องจากมีภาพลักษณ์ที่สะอาดและผิวสุขภาพดีตรงกับทิศทางของแบรนด์ CLINIQUE อย่างลงตัว ซึ่ง Byeon Woo Seok จะนำแคมเปญล่าสุดของแบรนด์อย่าง Perfecting Healthy Skin รองพื้นที่พัฒนาโดยแพทย์ผิวหนัง ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอทันที และปรับปรุงจุดด่างดำ รอยคล้ำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมออย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ใช้ และ CLINIQUE Skincare Makeup ที่จะสื่อสารผ่านการถ่ายภาพต่างๆ แฟนๆ สามารถติดตามบทบาทพรีเซนเตอร์แบรนด์ CLINIQUE ของเขาได้เพิ่มเติมผ่านทาง Instagram และ YouTube ของแบรนด

 

THE STANDARD POP มองว่าการที่ Byeon Woo Seok ได้รับเลือกเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ CLINIQUE นั้นสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มในวงการความงามที่กำลังมาแรง นั่นคือการใช้นักแสดงชายที่มีภาพลักษณ์สะอาดและดูมีสุขภาพดีเป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเมกอัพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดูแลผิวและการแต่งหน้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้หญิงอีกต่อไป แต่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ชายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเอเชีย นอกจากนี้การเลือก Byeon Woo Seok เป็นพรีเซนเตอร์ยังสะท้อนถึงความนิยมของ K-Beauty และอิทธิพลของดาราเกาหลีใต้ในอุตสาหกรรมความงามระดับโลกอีกด้วย

 

ภาพ: CLINIQUE

อ้างอิง:

The post Byeon Woo Seok ขึ้นแท่นเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องสำอาง CLINIQUE appeared first on THE STANDARD.

]]>
Marsai Martin สาวน้อยวัย 18 ปี ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ Clinique https://thestandard.co/marsai-martin-clinique-new-brand-ambass/ Wed, 10 May 2023 03:29:54 +0000 https://thestandard.co/?p=787830 Marsai Martin Clinique

สาวน้อยมากความสามารถ Marsai Martin วัย 18 ปี ดีกรีผู้อำ […]

The post Marsai Martin สาวน้อยวัย 18 ปี ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ Clinique appeared first on THE STANDARD.

]]>
Marsai Martin Clinique

สาวน้อยมากความสามารถ Marsai Martin วัย 18 ปี ดีกรีผู้อำนวยการสร้างฮอลลีวูด (Hollywood Executive Producer) ที่อายุน้อยที่สุด ได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ Clinique

 

สำหรับ Marsai Martin เธอเป็นทั้งนักแสดง โปรดิวเซอร์ และมีบทบาทในฐานะผู้อำนวยการสร้างฮอลลีวูดที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย ทั้ง NAACP และ BET ส่วนบทบาทในวงการความงามครั้งนี้ แบรนด์ Clinique ต้องการให้ Marsai Martin ได้โชว์วิสัยทัศน์ส่วนตัวของเธอในการสนับสนุนแบรนด์ ผ่านการถ่ายภาพ ตลอดจนขั้นตอนการทำงานอื่นๆ ทั้งนี้แบรนด์ Clinique เปิดเผยว่าการได้ต้อนรับ Marsai Martin ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และโปรดิวเซอร์พาร์ตเนอร์ของ Clinique เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เชื่อว่าความมั่นใจและความเฉลียวฉลาดของสาวน้อยคนนี้จะมีส่วนสร้างสรรค์และสะท้อนถึงคุณค่าของแบรนด์ Clinique ออกมาได้อย่างจริงใจ ทางแบรนด์ชื่นชอบเสน่ห์ของเธอที่กล้าพูดกล้าคุย เป็นคนรุ่นใหม่ที่สามารถประสบความสำเร็จจากผลงานทั้งในฐานะนักแสดงและโปรดิวเซอร์


ทางด้าน Marsai Martin เองก็เปิดใจว่าเธอรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ Clinique ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และโปรดิวเซอร์พาร์ตเนอร์ เธอเป็นคนหนึ่งที่รักในการดูแลผิว ในการร่วมงานกับแบรนด์ครั้งนี้เธอตั้งตารอที่จะถ่ายทอดผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์จากสูตรที่ปลอดภัยและเหมาะกับทุกสภาพผิว และอยากให้รอติดตามแคมเปญของเธอด้วย โดยแคมเปญโซเชียลมีเดียชุดแรกที่โปรดิวซ์โดย Marsai Martin จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง Clinique ที่เธอชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และเริ่มเปิดตัวแล้วผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @clinique และ @marsaimartin

 

ภาพ: Clinique / Instagram

อ้างอิง:

The post Marsai Martin สาวน้อยวัย 18 ปี ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ Clinique appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEAUTY UNBOX: Clinique Take The Day Off เช็ดเลย เมกอัพหลุดเกลี้ยง! https://thestandard.co/beauty-unbox-clinique-take-the-day-off-makeup-remover/ Tue, 05 Apr 2022 01:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=614311 Clinique Take The Day Off Makeup Remover

What it is: ใครเป็นสาวบิวตี้ที่ชอบแต่งหน้าจัดเต็ม แล้วจ […]

The post BEAUTY UNBOX: Clinique Take The Day Off เช็ดเลย เมกอัพหลุดเกลี้ยง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Clinique Take The Day Off Makeup Remover

What it is: ใครเป็นสาวบิวตี้ที่ชอบแต่งหน้าจัดเต็ม แล้วจำเป็นต้องพึ่งพาเมกอัพรีมูฟเวอร์เจ๋งๆ ที่เช็ดแป๊บเดียวหายเกลี้ยง ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าขวดม่วงในดวงใจของใครหลายคนอย่าง Clinique Take The Day Off Makeup Remover ขวดนี้มีคุณสมบัติเด่นๆ เช่น 

 

Clinique Take The Day Off Makeup Remover

 

  • ใช้เช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตา แนวขนตา เริด เช็ดง่าย หายเกลี้ยง
  • มาสคาร่ากันน้ำ อายไลเนอร์กันน้ำ ที่ว่าเช็ดยาก ใช้ Clinique Take The Day Off Makeup Remover เช็ดแป๊บเดียว สะอาดหมดจด
  • ข้อดีให้อุ่นใจอีกหนึ่งคือมีการทดสอบจากจักษุแพทย์ ไม่ทำให้เกิดปฏิกริยาระคายเคือง และปลอดภัยสำหรับผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ด้วย
  • ไม่ระคายเคืองผิวรอบดวงตา 
  • ตอนใช้เขย่าขวดก่อนด้วยนะ 

 

Skin Type: ใช้ได้ทุกสภาพผิว

ราคา: 1,000 บาท

พิกัด: เคาน์เตอร์ Clinique, Sephora 

The post BEAUTY UNBOX: Clinique Take The Day Off เช็ดเลย เมกอัพหลุดเกลี้ยง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาวละตินมาแรง! Melissa Barrera นักแสดงชาวเม็กซิกัน ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ของ Clinique https://thestandard.co/melissa-barrera-cliniques-new-global-ambassador/ Wed, 09 Jun 2021 06:42:41 +0000 https://thestandard.co/?p=498129 Melissa Barrera

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นสูง Clinique ประกาศจากรุงนิวยอร์ก […]

The post สาวละตินมาแรง! Melissa Barrera นักแสดงชาวเม็กซิกัน ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ของ Clinique appeared first on THE STANDARD.

]]>
Melissa Barrera

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นสูง Clinique ประกาศจากรุงนิวยอร์ก เปิดตัว เมลิสซา บาร์เรรา นักแสดงและนักร้องสาวชาวเม็กซิกันมากความสามารถ ที่กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง ‘In The Heights’ ขึ้นแท่นรับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ของ Clinique ซึ่งถือเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนแรกที่เป็นสาวละตินจากทวีปอเมริกา 

 

งานนี้ Michelle Freyre, Clinique Global General Manager กล่าวว่า

 

“สถานการณ์โลกที่เริ่มพลิกฟื้นกลับมาทำให้เราเปี่ยมไปด้วยพลังบวกและเมลิสซาคือสาวชาวละตินที่มีทั้งความงามและความสามารถ เป็นตัวแทนของการมองโลกในแง่ดี เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีที่จะนำเสนอพลังบวก ความมีชีวิตชีวา และทัศนคติที่ดีของเธอ รวมทั้งเชิดชูเรื่องราวและตัวตนของเมลิสซา พร้อมนำเสนอและพลิกโฉมวงการความงามด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เน้นตอบโจทย์ความกังวลของแต่ละบุคคล ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่แฟนๆ ทั่วโลกว่า ‘ผิวที่ดีสามารถสร้างได้’ และทางแบรนด์ยังมีชื่อเสียงมายาวนานในเทคนิคการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมข้อความเฮดไลน์สุดสร้างสรรค์ที่สื่อสารได้ตรงใจผู้บริโภคอย่างชาญฉลาด”

 

นอกจากนี้ Elizabeth Nolan, Clinique Global Creative Director ยังกล่าวถึงนิยามใหม่ของการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกในศตวรรษที่ 21 ว่า “เรามองหาคนที่มีมากกว่าใบหน้าสวยและพูดเก่ง แต่ต้องเป็นคนที่มีมุมมองความคิดและทัศนคติที่ดีด้วย และเรารู้ในทันทีว่าความมีไหวพริบและความกระตือรือร้นของเมลิสซาคือสิ่งที่มาพร้อมกับความงามของเธออย่างแยกจากกันไม่ได้”  

 

ส่วนตัวของเมลิสซาเองก็มีการเปิดใจถึงการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Clinique ว่า 

 

“ฉันตื่นเต้นมากกับการได้รับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Clinique แบรนด์ดังที่สาวๆ ในครอบครัวของฉันโปรดปรานจากรุ่นสู่รุ่น ฉันเองชื่นชอบผลิตภัณฑ์สกินแคร์อยู่แล้ว จึงรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำความรู้จักและเรียนรู้ไปกับ Clinique ในยุคปัจจุบัน เพราะผลิตภัณฑ์ของ Clinique นั้นล้วนดีกับผิวทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่เครื่องสำอาง! สำหรับฉัน Clinique เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ความงาม ฉันรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่ขับเคลื่อนโดยผู้หญิงเป็นหลัก และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นสาวละตินคนแรกที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ไปทั่วโลก วัฒนธรรมละตินนั้นมีหลากหลายมิติมาก ใบหน้าเดียวคงไม่สามารถเป็นตัวแทนความงามในแบบละตินได้ทั้งหมด แต่ฉันก็รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่นี้ผ่านการสื่อสารทั้งภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post สาวละตินมาแรง! Melissa Barrera นักแสดงชาวเม็กซิกัน ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ของ Clinique appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมสกินแคร์ รองพื้น คุชชัน ลิปสติก ใหม่แกะกล่องประจำสัปดาห์ https://thestandard.co/new-weekly-beauty-product-21-jan-2021/ Thu, 21 Jan 2021 08:30:31 +0000 https://thestandard.co/?p=445763 รวมสกินแคร์ รองพื้น คุชชัน ลิปสติก ใหม่แกะกล่องประจำสัปดาห์

ความน่าตื่นเต้นประจำสัปดาห์นี้ คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ให […]

The post รวมสกินแคร์ รองพื้น คุชชัน ลิปสติก ใหม่แกะกล่องประจำสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมสกินแคร์ รองพื้น คุชชัน ลิปสติก ใหม่แกะกล่องประจำสัปดาห์

ความน่าตื่นเต้นประจำสัปดาห์นี้ คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของแต่ละแบรนด์ออกมาพร้อมกันเยอะมาก THE STANDARD POP ไม่รอช้า รีบรวบรวมชิ้น Must Have ที่คาดว่ามาแรงแน่นอน โดยเฉพาะใครที่กำลังอยากได้ สกินแคร์ รองพื้น คุชชัน หรือลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ๆ ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ แห่งปี 2021 บอกเลยว่าการรอคอยนี้ไม่ผิดหวัง เพราะแต่ละไอเท็มที่เราเลือกมาแนะนำ คัดมาแล้วว่าเป็นไอเท็มที่ว้าว และน่าลองที่สุดประจำสัปดาห์ 

 

1. Sulwhasoo Perfecting Foundation ราคา 2,000 บาท

 

Sulwhasoo Perfecting Foundation ราคา 2,000 บาท

 

We Say: จริงๆ แล้วแบรนด์ Sulwhasoo เด่นเรื่องสกินแคร์มาก โดยเฉพาะเฟิร์สแคร์เซรั่มที่ขายดีตลอดกาล แต่พอมาผลิตรองพื้นก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งรองพื้นรุ่นเก่าก่อนหน้านี้อย่าง Sheer Lasting Foundation ก็ว่าใช้ดีแล้ว มาปี 2021 Sulwhasoo ออกรองพื้นโฉมใหม่ที่ขวดสวยมาก หลังจากได้ลองใช้สี 23N ไปแล้ว พบว่าเป็นรองพื้นที่ทำออกมาได้ใกล้เคียงกับโทนสีผิวธรรมชาติของสาวเอเชีย ทำให้หลังลงรองพื้น ผิวดูเนียนราวกับเป็นผิวสุขภาพดีด้วยตัวมันเอง ที่เราชอบเป็นพิเศษคือการคงคอนเซปต์เป็นรองพื้นที่ให้คุณค่าการบำรุงผิวไปในตัว ที่สำคัญติดทนนาน 12 ชั่วโมง 

 

2. Bobbi Brown Intensive Skin Serum Foundation SPF40 PA+++ (2,650 บาท) 

 

Bobbi Brown Intensive Skin Serum Foundation SPF40 PA+++ (2,650 บาท) 

 

We Say: กี่ปีมาแล้วที่รองพื้นสูตร Intensive Skin Serum ของ Bobbi Brown ทำยอดขายถล่มทลายทั่วโลก และสาวไทยก็ยกให้ไอเท็มนี้เป็นรองพื้นลูกรักที่ขาดไม่ได้เลย ล่าสุดมีการเฉลิมฉลองความเป็นรองพื้น Best Seller ด้วยการเปลี่ยนมาเป็นขวดเพนต์ลายสีทองสุดหรูหรา เป็น Limited Edition ในคอลเล็กชัน Stroke of Luxe Collection ที่ได้แรงบันดาลใจในการครีเอตลวดลายจากความล้ำค่าของสารบำรุงที่เป็นส่วนผสมสำคัญอยู่ในเนื้อรองพื้นนั่นเอง จุดเด่นของรองพื้นรุ่นนี้คือ เมื่อทาลงบนผิว เราจะรู้สึกเหมือนกับกำลังทาเซรั่มบำรุงผิว เพราะเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย แต่ได้ฟินิชของผิวที่เนียน เป๊ะปัง อย่างเป็นธรรมชาติ ใครเป็นสายรักงานผิว ต้องการความเรียบเนียนแบบไม่โป๊ะ แนะนำว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนที่สุด

 

3. Dior Forever Couture Perfect Cushion (2,500 บาท)

 

Dior Forever Couture Perfect Cushion (2,500 บาท)

 

We Say: เพียงเห็นภาพแรกของคุชชันใหม่ Dior Forever Couture Perfect Cushion กระเป๋าเงินของสาวๆ หลายคนก็เริ่มสั่นแล้ว เพราะมาพร้อมกับแรงบันดาลใจจากลวดลายกูตูร์ โลโก้ DiorMania สีทอง ส่วนผสมสำคัญที่เป็นไฮไลต์คือสารสกัดดอกแพนซีป่า (Wild Pansy Extract) ซึ่งมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ Dior Forever ทุกรุ่นอยู่แล้ว ช่วยบำรุงผิวไปในตัว จึงเรียกได้ว่าเป็นคุชชันที่ออกแบบมาเพื่อผิวสมบูรณ์แบบ คุณสมบัติการติดทนควบคู่กับการถนอมผิวนั้นติดทนนานหลายชั่วโมง โดยที่เฉดสีคงเดิมไม่เปลี่ยน และยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะด้วย

 

4. Charlotte Tilbury Lucky Beauty Charms (เมจิกครีม 3,900 บาท ลิปสติก 1,450 บาท) 

 

Charlotte Tilbury Lucky Beauty Charms (เมจิกครีม 3,900 บาท ลิปสติก 1,450 บาท) 

 

We Say: ตั้งแต่ Charlotte Tilbury มาเปิดแฟลกชิปสโตร์พร้อมกัน 2 สาขาในเมืองไทยช่วงปลายปีที่แล้ว แฟนๆ ชาวไทยก็ได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ Best Seller กันอย่างใกล้ชิด หลังจากเปิดปีใหม่มาก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Lucky Beauty Charms ทันที ซึ่งประกอบด้วย Charlotte’s Magic Cream ในบรรจุภัณฑ์ลิมิเต็ดที่ถูกประดับด้วยสีแดงทองสุดพิเศษสำหรับวันตรุษจีน 2021 และ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่! แห่งเทศกาลตรุษจีน อันประกอบไปด้วยลิปสติกรุ่น K.I.S.S.I.N.G สี Sweet Blossom, ลิปสติกรุ่น Matte Revolution สี Rose Wish และ สี Lucky Cherry ที่มาในบรรจุภัณฑ์สีแดงทองสุดพิเศษ เพื่อให้สาวๆ ได้พบกับความโชคดีตลอดทั้งปี ยิ่งอากาศเย็นๆ แบบนี้ บอกเลยว่า Charlotte’s Magic Cream ใช้บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นยาวนานดีสุดๆ ก่อนจากบ้านก็เติมลิปสติกสีแดงรับความปังสักหน่อย แค่นี้ก็ถือเป็นวันดีๆ ของสาวๆ แล้ว

 

5. Clinique iD™: Dramatically Different™ Hydrating Clearing Jelly Set (1,900 บาท) 

 

Clinique iD™: Dramatically Different™ Hydrating Clearing Jelly Set (1,900 บาท) 

 

We Say: เราถือว่าเป็นสกินแคร์ที่ล้ำสุดๆ รับปี 2021 เลย เพราะนี่คือมอยส์เจอไรเซอร์ที่สร้างมาเพื่อรับมือกับปัญหาผิวอุดตันโดยเฉพาะ จุดเด่นอยู่ที่เนื้อเจลลีใสสีฟ้า และมีบูสเตอร์สีแดง (Active Cartridge Concentrate for Imperfections) นวัตกรรมล่าสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Clinique iD™ ที่เราสามารถเลือกสร้างสรรค์สูตรที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง นอกจากจะให้ความชุ่มชื้นกับผิวแล้ว ยังช่วยรับมือกับปัญหาผิวที่แตกต่างกันไปด้วย 

 

ภาพ: Courtesy of Brands

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post รวมสกินแคร์ รองพื้น คุชชัน ลิปสติก ใหม่แกะกล่องประจำสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องบิวตี้กิฟต์เซ็ตสุดปัง ที่แต่ละแบรนด์ดังจะมีให้ช้อปเพียงปีละครั้งเท่านั้น https://thestandard.co/beauty-gift-sets-of-famous-brand-is-only-available-to-shop-once-a-year/ Fri, 06 Nov 2020 10:21:19 +0000 https://thestandard.co/?p=417987 ส่องบิวตี้กิฟต์เซ็ตสุดปัง ที่แต่ละแบรนด์ดังจะมีให้ช้อปเพียงปีละครั้งเท่านั้น

ใครที่เล็งสกินแคร์ชิ้นเด็ด หรือไอเท็มเมกอัพชิ้นโปรดเอาไ […]

The post ส่องบิวตี้กิฟต์เซ็ตสุดปัง ที่แต่ละแบรนด์ดังจะมีให้ช้อปเพียงปีละครั้งเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องบิวตี้กิฟต์เซ็ตสุดปัง ที่แต่ละแบรนด์ดังจะมีให้ช้อปเพียงปีละครั้งเท่านั้น

ใครที่เล็งสกินแคร์ชิ้นเด็ด หรือไอเท็มเมกอัพชิ้นโปรดเอาไว้ในใจ งานนี้ได้เวลากำเงินไปจัดบิวตี้เซ็ตสุดคุ้มมาครอบครองในราคาที่ดีงามและประหยัดกว่าเดิม เพราะช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ แบรนด์ความงามต่างพากันออกกิฟต์เซ็ตสุดพิเศษ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีกันอย่างคึกคัก THE STANDARD POP เองก็ไม่พลาดที่จะคัดสรรเซ็ตสุดพิเศษมาบอกต่อ สำหรับใครที่กำลังสนใจไอเท็มความงามของแบรนด์ดัง เช่น THREE, Clinique, Innisfree, Drunk Elephant และ Chanel  

 

 

THREE Holiday Celebration Collection

 

  1. THREE Holiday Celebration Collection

 We Say: THREE เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องสกินแคร์มาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งถ้าเป็นเรื่องการดูแลผิวนั้น ยิ่งมีไอเท็มครบ ตอบโจทย์การดูแลผิวแบบองค์รวมตามแบบฉบับที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ดังนั้นใครที่รอคอยเซ็ตสกินแคร์ชิ้นเด็ดของ THREE บอกเลยปีนี้จัดมาให้เลือกตามความพอใจถึง 9 เซ็ตสุดปังในราคาสุดพิเศษ (ที่ถูกกว่าราคาปกติ) ซึ่งช่วยให้การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของแต่ละคนนั้นครบและตอบโจทย์จริงๆ ซึ่งจะแบ่งแต่ละเซ็ตไปตามสภาพผิวที่มีปัญหา เช่น เซ็ตไฮไลต์อย่าง Ultimate Balancing Set ที่ดูแลผิวแบบครบวงจรตั้งแต่สเตปล้างหน้าจนถึงการทาอายครีม (10,500 บาท จากราคาปกติ 19,100 บาท), Deep Moisturizing Set เหมาะกับคนที่ต้องการมีผิวกระจ่างใส (5,200 บาท จากราคาปกติ 9,500 บาท), Balancing Set เหมาะกับการสร้างสมดุลให้ผิว (4,900 บาท จากราคาปกติ 8,750 บาท), Aiming Set ช่วยย้อนเวลาให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์ (5,900 บาท จากราคาปกติ 11,500 บาท), SQ R Set เป็นเซ็ตออยล์เซรั่มบำรุงผิวยามค่ำคืน (3,700 บาท จากราคาปกติ 7,200 บาท) นอกจากนี้ยังมีอีก 3 เซ็ตที่เป็นการนำเอาเมกอัพระดับเบสต์เซลเลอร์ มาจัดเซ็ตที่คุ้มค่าทั้งราคาและคุณภาพแบบจุใจ 

 

Clinique Toy Land

 

  1. Clinique Toy Land   

We Say: แบรนด์ Clinique เอาใจคนรักผิวแบบเล่นใหญ่ไฟกะพริบไม่เบา เพราะเนรมิตกิฟต์เซ็ตมาในคอนเซปต์ Clinique Toy Land เพื่อเฉลิมฉลองปลายปี 2563 อย่างจุใจ โดยจัดมาในชุดของขวัญเป็นเซ็ตสุดคุ้ม บรรจุในแพ็กเกจสีสันสดใสที่แค่เห็นก็รู้สึกมีความสุข โดยเซ็ตของขวัญที่น่าสนใจนั้นหลากหลายมาก เริ่มจาก Even Better Set ช่วยลดเลือนจุดด่างดำเพื่อสีผิวสม่ำเสมอ (4,100 บาท จากราคาปกติ 5,300 บาท), Fresh Pressed Repair Set ช่วยกู้ผิวร่วงโรยให้กลับมาแลดูกระจ่างใส (3,600 บาท จากราคาปกติ 5,800 บาท), More Than Moisture Set เติมความชุ่มชื้นให้ผิว (1,900 บาท จากราคาปกติ 3,500 บาท), Great Skin Everywhere สกินแคร์เซ็ตที่เหมาะกับทุกสภาพผิว เพื่อปกป้องผิวให้แข็งแรงจากมลภาวะ (3,900 บาท จากราคาปกติ 5,300 บาท), A Little Happiness เซ็ตน้ำหอมแห่งความสุข 3 กลิ่น ที่มาในขนาดกะทัดรัดพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ (1,200 บาท จากราคาปกติ 1,800 บาท), Wear It And Be Happy เซ็ตน้ำหอมและครีมบำรุงมือกลิ่น Happy (2,250 บาท จากราคาปกติ 3,200 บาท) นอกจากนี้ยังมีเซ็ตลิปสติก และ Travel Set น่ารักๆ อีกเพียบ 

 

Innisfree Green Holidays

 

  1. Innisfree Green Holidays
    We Say: สาวกของ Innisfree ที่ติดตามเซ็ตของขวัญของแบรนด์มาตลอด น่าจะจำได้ว่าทุกๆ ปีแบรนด์จะมีการออกชุด Kit ทำมือ เพื่อนำรายได้จากการขายไปบริจาคให้องค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทำให้คนที่อุดหนุนมีส่วนได้ทำบุญไปในตัว แต่ปีนี้ Innisfree คิดใหม่ทำใหม่ ไม่ขายชุด Kit แยกแล้ว แต่รวบตึงแบ่งรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ในคอลเล็กชัน Green Holidays เพื่อนำไปบริจาคโดยตรง และสิ่งที่แปลกตาไปกว่าเดิมมากๆ คือการคอลแลบกับอาร์ทิสต์และดีไซเนอร์ดัง สตีเวน แฮริงตัน ออกแบบลวดลายลิมิเต็ดสุดปังที่สวยโดนใจเหลือเกิน เขาได้แรงบันดาลใจจากความหลากหลายของวัฒนธรรมในรัฐแคลิฟอร์เนียมาครีเอตผ่านตัวละครต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน ในคอลเล็กชันนี้มีเซ็ต Must Have ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Green Tea Seed Serum ที่เพิ่มขนาด 2 เท่าในราคาสุดคุ้ม 1,300 บาท, Jeju Orchid Enriched Cream เพิ่มขนาด 2 เท่า ในราคา 1,400 บาท (ลดลง 30%), Diffuser กลิ่น Fruity Sweet และ Deep Floral (ราคา 900 บาท), Jeju Root Energy Mask Limited มาสก์ 8 สูตรสุดปังที่คัดสรรส่วนผสมจากรากพืช 8 ชนิดมาจัดเป็นเซ็ตมาสก์บำรุงผิวหน้าใหม่ล่าสุด (420 บาท), Winter Glow Skin ใครอยากเริ่มต้นใช้สกินแคร์ของแบรนด์ อยากให้เริ่มจากเซ็ตมินิก่อน รวมไอเท็มขายดีทั้งสามไว้ครบครัน (720 บาท), Glam Mood Palette พาเลตต์อายแชโดว์โทนสีน้ำตาลธรรมชาติ ไล่เฉดสวยมาก (1,020 บาท), Jelly Balm Crayon ลิปใหม่ล่าสุดเนื้อคล้ายเยลลี มอบสีสวยชัด (แท่งละ 300 บาท), My Lip Balm เซ็ตลิปบาล์มเนื้อบางเบามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้สีแบบทินต์ (เซ็ตละ 760 บาท) 

 

Drunk Elephant Holiday 2020

 

  1. Drunk Elephant Holiday 2020 

We Say: แบรนด์นี้มีหลายผลิตภัณฑ์เด่น ที่ครอบคลุมทั้งผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม สำหรับเซ็ตฮอลิเดย์ปีนี้ มีบางไอเท็มที่ Sold Out ไปอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นเซ็ตสุดคุ้มที่มาพร้อมความน่ารักน่าใช้จริงๆ อย่าง Firmy ชุดบำรุงผิวสูตรกลางวัน (2,890 บาท), Glowy ชุดบำรุงผิวสูตรกลางคืน (3,220 บาท)​, Dewy ชุดผลิตภัณฑ์โพลีเปปไทด์ ดูแลผิวให้นุ่มกระจ่างใส (2,465 บาท), The Littles Head to Toe ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม (1,610 บาท),​ Trunk 1.0 สำหรับผมและผิว (4,435 บาท) และที่เป็นไฮไลต์ก็คือ Trunk 4.0 ที่ร่วมกับ Monos ออกผลิตภัณฑ์กระเป๋าล้อลาก ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์เด่นๆ มากมายในเซ็ต (14,450 บาท) 

 

Chanel Holiday 2020 Les Chaînes D'or De

 

  1. Chanel Holiday 2020 Les Chaînes D’or De 

We Say: ปีนี้ ลูเซีย ปิกา CHANEL Global Creative Make-Up and Colour Designer ผู้ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญของแบรนด์ Chanel ในการครีเอตลูกเล่นและค้นหาไอเดียใหม่ๆ มาสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ ที่หลงรักเมกอัพของ Chanel อยู่เสมอ และในคอลเล็กชัน Holiday 2020 Les Chaînes D’or De ส่งท้ายปีนี้ พิเศษสุดๆ ตรงที่หยิบยกเอาสัญลักษณ์สุดคลาสสิกอย่างสายโซ่สีทองในตำนานที่ร้อยเรียงไปกับหนังสีดำ ปรากฏครั้งแรกบนกระเป๋าสะพาย 2.55 จากการออกแบบโดย โคโค่ ชาแนล ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1955 ซึ่งสัญลักษณ์นี้เป็นดั่งสายโซ่ที่มอบอิสระให้กับมือของหญิงสาว และโอกาสนี้ได้ถูกนำมาตีความใหม่ในคอลเล็กชันรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันสำหรับช่วงฮอลิเดย์นี้ โดยมีไอเท็มเด่นๆ ที่ประกอบด้วย LES CHAÎNES DE CHANEL Illuminating Blush Powder (2,700 บาท), OMBRE PREMIÈRE Powder eyeshadows (1,450 บาท), ROUGE ALLURE ที่สวมทับด้วยปลอกรุ่นลิมิเต็ด (1,550 บาท) และ LE VERNIS ยาทาเล็บสีทองแวววาวสุดหรูหรา (1,050 บาท) 

 

Photo: Courtesy of Brands 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ส่องบิวตี้กิฟต์เซ็ตสุดปัง ที่แต่ละแบรนด์ดังจะมีให้ช้อปเพียงปีละครั้งเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Clinique เปิดตัว ไอรีน วง Red Velvet เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก https://thestandard.co/clinique-unveil-new-brand-ambassador/ Tue, 21 Apr 2020 15:57:34 +0000 https://thestandard.co/?p=356498

ได้เวลาที่สาวกของ Clinique และแฟนคลับของไอดอลสาว ไอรีน […]

The post Clinique เปิดตัว ไอรีน วง Red Velvet เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ได้เวลาที่สาวกของ Clinique และแฟนคลับของไอดอลสาว ไอรีน แห่งวง Red Velvet จะได้พบกับความสวยของเธอในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคนใหม่ของแบรนด์ โดยแคมเปญแรกที่จะเปิดตัวมีชื่อว่า ‘Revive Your Glow’ ไอรีนจะนำเสนอทั้งสกินแคร์และเครื่องสำอาง Clinique ซึ่งจะเริ่มต้นเห็นแคมเปญแรกตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป 

 

สำหรับลุคแต่งหน้าสวยๆ ที่เห็นเป็นลุคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบุคลิกสดใสของไอรีน สร้างสรรค์โดยผลิตภัณฑ์ Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจลครีมอันโด่งดังที่มอบความชุ่มชื้นให้ผิวต่อเนื่องยาวนาน รวมถึงบลัชออนสุดฮิตยอดขายอันดับหนึ่งในเอเชียอย่าง Cheek Pop ไอเท็มโปรดของอินฟลูเอนเซอร์และสไตล์ไอคอนมากมาย ขึ้นชื่อในเนื้อสัมผัสบางเบาจากการอบของเหลวเนื้อเนียนอย่างช้าๆ จนเป็นบลัชออนที่ให้สีเหมือนสีน้ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติ

 

นอกจากนี้ไอรีนยังได้กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ว่าผลิตภัณฑ์ของ Clinique ช่วยให้ผิวของเธอดูสุขภาพดีและเปล่งประกาย อันเป็นที่มาของลุคที่ดูสดใสของเธอในปัจจุบัน

 

เมื่อถูกถามว่าทำไมเธอถึงชอบแบรนด์ Clinique ไอรีนตอบว่า “ผิวของฉันระคายเคืองง่ายมากค่ะ ทำให้ฉันต้องเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างระมัดระวัง ฉันชื่นชอบแบรนด์ Clinique เพราะทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไม่มีพาราเบนและน้ำหอม และยังผ่านการทดสอบการแพ้ อีกทั้งฉันยังรู้สึกว่าผิวมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้รู้สึกดีมากๆ ค่ะ การได้มาร่วมงานกันในครั้งนี้ทำให้ฉันตื่นเต้นมาก เพราะ Clinique เป็นแบรนด์ที่ฉันเชื่อมั่นและมีหลายๆ อย่างเหมือนกันค่ะ” 

 

นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยเคล็ดลับสู่ผิวเปล่งประกายให้กับแฟนๆ อีกด้วยว่า “ปกติฉันจะมีขั้นตอนบำรุงผิวที่ทำเป็นประจำค่ะ ผิวฉันระคายเคืองง่าย อีกทั้งอากาศที่โซลก็แห้งมาก ฉันจึงเน้นมอบความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นพิเศษ ฉันใช้ Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในไลน์ Moisture Surge ทุกคืน เช้าวันถัดมาผิวก็จะโกลวมากๆ เลยล่ะค่ะ” 

 

ภาพ: Courtesy of Clinique

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Clinique เปิดตัว ไอรีน วง Red Velvet เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอมิเลีย คลาร์ก ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนแรกของ Clinique https://thestandard.co/emilia-clarke-brand-ambassador-clinique/ Thu, 16 Jan 2020 09:48:05 +0000 https://thestandard.co/?p=321359

แม้แบรนด์เครื่องสำอาง Clinique จะถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1 […]

The post เอมิเลีย คลาร์ก ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนแรกของ Clinique appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้แบรนด์เครื่องสำอาง Clinique จะถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1968 ซึ่งรวมเวลายาวนาน 52 ปีเต็ม แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีแบรนด์แอมบาสเดอร์ในระดับโลกเลย นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญรับปี 2020 ที่มีการประกาศเปิดตัวนักแสดงคุณภาพ เอมิเลีย คลาร์ก หรือที่แฟนซีรีส์ Game of Thrones รู้จักกันดีในนามแม่มังกร ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกครั้งแรกของแบรนด์ โดยเธอจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนความงามของทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอาง

 

เอมิเลียประเดิมบทบาทแรกด้วยการพรีเซนต์ภาพลักษณ์ผู้หญิงที่มีหลากหลายแง่มุม เปี่ยมไปด้วยพลัง และมองโลกในแง่ดี ในแคมเปญผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Clinique iD ที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Clinique iD Dramatically Different™ Moisturizing Tone-up Gel เพิ่มเข้ามา ให้ผู้บริโภคเลือกจับคู่มอยส์เจอไรเซอร์ในแบบของตัวเองได้ถึง 20 สูตร ภายใต้แนวคิดที่ Clinique สนับสนุนและผลักดันผู้หญิงด้วยวิธีคิดที่ว่าผิวที่ดีสามารถสร้างได้ตลอดมา

 

หนึ่งในเหตุผลที่แบรนด์ Clinique เลือกเอมิเลียมาเป็นหนึ่งในครอบครัวของแบรนด์นั้น เจน ลอเดอร์ Global Brand President เปิดเผยว่า “เอมิเลียดึงดูดความสนใจของเราด้วยการมองโลกในแง่ดีของเธอและมีความสุขในแบบที่ตัวเองเป็น เธอยังสะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีหลายแง่มุม รู้จักเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งเธอยังเป็นผู้ใช้จริงที่ชื่นชอบในแบรนด์ของเรา ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญมาก เพราะเอมิเลียจะเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญในการจุดประกายให้ผู้บริโภคหันมาดูแลผิวให้ตรงตามลักษณะผิวที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน

 

ทางด้านเอมิเลียกล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนแรกของ Clinique ว่า “ฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก Clinique เป็นแบรนด์ที่ฉันใช้เป็นประจำอยู่แล้ว การได้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้จึงทำให้ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มอบความมั่นใจและความสุขให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจ” เอมิเลียกล่าว

 

“ฉันภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่ไม่เพียงมีประวัติอันยาวนาน แต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และช่วยให้ทุกคนสร้างผิวที่ดีได้ไม่ว่าจะมีปัญหาผิวแบบใด”

 

เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมนี้เป็นต้นไป เอมิเลียจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์การบำรุงผิวของเธอกับทุกคนผ่านแคมเปญ #iDYourself โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ Clinique iD ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ Clinique iD Dramatically Different™ Moisturizing Tone-Up Gel

 

 

ภาพ: Courtesy of Brand
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เอมิเลีย คลาร์ก ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนแรกของ Clinique appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดข้อดีของออยล์ล้างหน้าทำความสะอาดเมกอัพจาก 5 แบรนด์น่าใช้ https://thestandard.co/oil-cleansing-method/ Mon, 05 Aug 2019 09:39:23 +0000 https://thestandard.co/?p=276381 OIL CLEANSING METHOD

เทรนด์การใช้ออยล์บำรุงผิวหน้ากำลังมาแรง เมื่อเร็วๆ นี้ […]

The post เปิดข้อดีของออยล์ล้างหน้าทำความสะอาดเมกอัพจาก 5 แบรนด์น่าใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
OIL CLEANSING METHOD

เทรนด์การใช้ออยล์บำรุงผิวหน้ากำลังมาแรง เมื่อเร็วๆ นี้ THE STANDARD เองก็เพิ่งนำเสนอบทความ Face Oil ดีต่อผิวแค่ไหน ใช้ได้กับทุกสภาพผิวตั้งแต่ผิวแห้งไปจนถึงผิวมันจริงหรือ เพื่อไขข้อข้องใจให้กับคนที่ยังไม่มั่นใจในการใช้น้ำมันบำรุงผิวให้ได้เห็นประโยชน์ของน้ำมันบำรุงผิวประเภทต่างๆ ได้ดีขึ้น นอกจากการบำรุงแล้ว น้ำมันยังถูกผลิตในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและเครื่องสำอางอีกมากมาย หากใครยังไม่เคยใช้น้ำมันในการทำความสะอาดผิวมาก่อน นี่อาจเป็นมิติใหม่ในการทำความสะอาดผิวหน้าที่จะสร้างความฟินมากกว่าเดิม กับออยล์ล้างหน้า 5 แบรนด์ที่แนะนำว่าน่าใช้มากที่สุดในตอนนี้ 

 

OIL CLEANSING METHOD

 

1. Soothing Cleansing Oil จาก Bobbi Brown (2,250 บาท) 

We Say: คลีนซิ่งออยล์สำหรับทำความสะอาดเมกอัพบนใบหน้าที่มีการปรับสูตรใหม่ให้ดีงามกว่าเดิม จุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ประสิทธิภาพในการละลายเมกอัพหรือเครื่องสำอางได้สะอาดหมดจด ไม่ว่าจะเป็นสูตรกันน้ำ หรือสูตรติดทนนาน ใช้ออยล์นวดวนไม่ถึง 3 นาที เมกอัพต่างๆ ก็ละลายออกมาได้อย่างง่ายดาย 

 

จุดเด่น: ให้เนื้อสัมผัสที่เรียบลื่นและไม่หนืดแห้งขณะถูนวด ทั้งยังอ่อนโยนต่อผิว จึงสามารถใช้ได้กับทุกจุดบนใบหน้า แม้ผิวรอบดวงตาหรือริมฝีปากผสานคุณค่าบำรุง เพื่อผิวที่รู้สึกผ่อนคลาย สะอาดสดใส และดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี จาก KKukui Nut Oil, Goji Berry, White Water Lily ,Prickly Pear และ Botanical Oils 

 

OIL CLEANSING METHOD

 

2. Cleansing Oil – Rose Geranium And Apricot จาก Votary (3,150 บาท)​

We Say: ชื่อแบรนด์ Votary อาจไม่คุ้นสำหรับสาวไทย แต่จริงๆ เป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษที่เข้ามาจำหน่ายใน Sephora สักพักแล้ว ก่อตั้งโดยเมกอัพอาร์ทิสต์ Arabella Preston ผู้ที่เชื่อมั่นในพลังธรรมชาติของน้ำมันที่สกัดจากพืช เธอให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดด้วยความเชื่อว่า ผิวที่สวยงามเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง ดังนั้น คลีนซิ่งออยล์ขวดนี้จึงเป็นเหมือนหัวใจของแบรนด์เลยก็ว่าได้ โดยใช้ทำความสะอาดได้ทั้งฟังก์ชันลบเครื่องสำอางและใช้ทำความสะอาดผิวหน้าทั่วไป 

 

จุดเด่น: น้ำมันที่สกัดมาจากพืช 100% เต็มไปด้วยส่วนผสมของสารบำรุงมากมาย ใช้ได้กับทุกสภาพผิว นอกจากทำความสะอาดผิวและเครื่องสำอางได้ดีแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวไปในตัว 

 

OIL CLEANSING METHOD

 

3. C.E.O. C+E Micro-Dissolve Cleansing Oil จาก Sunday Riley (1,311 บาท)

We Say: บอกเลยว่า Sunday Riley ที่เพิ่งเปิดตัวเข้ามาสมทบเป็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่ใน Sephora ไทย แต่กระแสมาแรงมากๆ ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ถูกผลิตในรูปแบบของ ‘Green Technology’ ที่ผสมผสานเข้ากับกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ทั้งในสกินแคร์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ขวดนี้จึงเป็นน้ำมันทำความสะอาดผิวที่จะช่วยชะล้างทำความสะอาดได้ทั้งเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนใบหน้าได้อย่างหมดจด 

 

จุดเด่น: มีส่วนผสมของ Hydroxy Acid (BHA) และ Alpha Hydroxy Acid (AHA) ช่วยผลัดเซลล์ผิว และเข้ากำจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ให้ผิวสะอาด และสดชื่น แลดูสุขภาพดีขึ้น

 

OIL CLEANSING METHOD

 

4. Take The Day Off Cleansing Oil จาก Clinique (1,400 บาท) 

We Say: คลีนซิ่งสูตรซิลิโคนเหลว ลักษณะเนื้อใสบางเบา ซึ่งเป็นเท็กเจอร์เฉพาะของ Clinique ใช้งานกับมือที่แห้ง แล้วเกลี่ยนวดเบาๆ ทั่วใบหน้า เพื่อละลายเครื่องสำอาง แล้วค่อยใช้น้ำอุ่นแตะลูบใบหน้า คราวนี้เนื้อซิลิโคนที่มีความเป็นน้ำมันจะแปรสภาพเป็นน้ำนมเนื้อบางเบา ช่วยล้างทำความสะอาดได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิว ใช้ได้ทุกสภาพผิว

 

จุดเด่น: ใช้ล้างเครื่องสำอางออกได้รวดเร็วโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง คงระดับความชุ่มชื่นและน้ำมันบนผิวหน้า ผ่านการทดสอบการแพ้ และปราศจากน้ำหอม 100% ทดสอบโดยจักษุแพทย์ ไม่ก่อให้เกิดสิว

 

OIL CLEANSING METHOD

 

5. Seaberry Skin Nutrition Cleansing Oil จาก Fresh (1,750 บาท)

We Say: หากเป็นเรื่องสกินแคร์ของแบรนด์ Fresh สาวกของแบรนด์อาจจะรู้ซึ้งถึงคุณภาพกันดีอยู่แล้ว แต่พอเป็นน้ำมัน หลายคนอาจไม่เคยใช้แบรนด์ Fresh มาก่อน บ้างก็ไม่รู้ว่ามีกับเขาด้วย เราจึงถือโอกาสนี้แนะนำให้รู้จักกับคลีนซิ่งออยล์ที่มาพร้อมความหอมละมุนสุดฟิน ช่วยปรับผิวของเราให้สมดุล และกำจัดสิ่งสกปรกออกจากผิว โดยไม่ทำให้ผิวแห้ง

 

จุดเด่น: อยู่ที่สารสกัดจำนวนมากที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวไปในตัว เช่น Seaberry Oil, Moisturizing Omegas 3, 6, 7 & 9, Orpheus Flower, Nigella Oil และ Grapeseed Oil สามารถใช้ล้างหน้าได้ทั้งเช้าและเย็น

 

อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่ 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post เปิดข้อดีของออยล์ล้างหน้าทำความสะอาดเมกอัพจาก 5 แบรนด์น่าใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beauty List: เทียบจุดเด่นผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรต้านมลภาวะที่กำลังฮอตสุดในชั่วโมงนี้ https://thestandard.co/anti-pollution-sunscreen/ Sat, 04 May 2019 04:13:43 +0000 https://thestandard.co/?p=243200 Anti-Pollution Sunscreen

ตั้งแต่ที่คนไทยต้องเผชิญกับฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเลี่ยงไ […]

The post Beauty List: เทียบจุดเด่นผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรต้านมลภาวะที่กำลังฮอตสุดในชั่วโมงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Anti-Pollution Sunscreen

ตั้งแต่ที่คนไทยต้องเผชิญกับฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเลี่ยงไม่ได้ ผสมโรงกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ชีวิตของเราต้องแบกรับปัญหาสุขภาพมากมาย ทั้งยังรวมถึงปัญหาผิวพรรณที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นและแสงแดดที่รุนแรงโดยตรงอีก ทำให้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ต่างๆ พุ่งเป้าผลิตครีมบำรุงผิวรวมถึงครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติต้านมลภาวะออกมาจำนวนมาก THE STANDARD จึงเลือกไอเท็มใหม่น่าสนใจของผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรต้านมลภาวะมาเทียบจุดเด่นกันแบรนด์ต่อแบรนด์ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อครีมกันแดด ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนได้ง่ายขึ้น

 

Anti-Pollution Sunscreen

 

UV Plus Anti-Pollution SPF50 PA++++ จาก Clarins (1,990 บาท)

We Say: เป็นครีมกันแดดสูตรใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Clarins ผลิตออกมาในช่วงที่กระแสฝุ่นละออง PM2.5 กำลังสร้างความเดือดร้อนให้สุขภาพและผิวพรรณของคนไทยจำนวนมาก ทำให้กันแดดขวดนี้กลายเป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์ในการทำหน้าที่ปกป้องผิวจากมลภาวะในเมืองโดยตรง แม้จะเหงื่อออกหรืออากาศร้อนจัด ก็ไม่ทำให้หน้าเทา วอก หรือหมองคล้ำ

 

จุดเด่น: มีสารสกัดจาก Alpine Sanicle ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ เป็นกันแดดที่มีเฉดสีฟ้าอ่อน Baby Blue เหมาะกับคนที่ต้องการปรับรอยแเดงบนใบหน้าให้รอยต่างๆ ดูลดเลือนลง

 

Anti-Pollution Sunscreen

 

Water Gel UV Protection SPF50 PA+++ จาก JUV (290 บาท)

We Say: ครีมกันแดดสูตรวอเตอร์เจล มีค่า SPF50 PA+++ ถือว่าสูง ทำให้ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ยาวนานกว่าถึง 5 เท่า ซึ่งครอบคลุมการปกป้องทั้งแสง UVA, UVB, Visible Light (แสงสีฟ้าจากหน้าจอ) รวมถึงคลื่นแสงความร้อนสูงและมลภาวะต่างๆ ช่วยบำรุงผิวและปกป้องมลภาวะ ต่อต้านอนุมูลอิสระไปในตัว

 

จุดเด่น: เป็นครีมกันแดดออร์แกนิก มีส่วนผสมที่ล็อกความสดของกันแดดจาก Superfruit Active Ingredients สามารถควบคุมความมัน แต่ไม่ทำให้เกิดการอุดตันผิว ปราศจาก 10 สารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง

 

Anti-Pollution Sunscreen

 

Ultra Light Daily UV Defense SPF50 PA++++ Anti-Pollution จาก Kiehl’s (1,500 บาท)

We Say: ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่เพิ่งออกใหม่ และตั้งใจพัฒนาสูตรให้เป็นครีมกันแดดที่สามารถต่อต้านมลภาวะที่จะทำร้ายผิวโดยเฉพาะ สามารถกรองรังสี UVA และ UVB เนื้อกันแดดเป็นแบบฟลูอิด ทาง่าย ซึมไวจนสัมผัสได้ และมีคุณสมบัติป้องกันผิวไม่ให้ร่วงโรย

 

จุดเด่น: มีสารกรองรังสี UV ที่มีเทคโนโลยีต้านมลภาวะรุ่นใหม่ ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความบางเบา ต่างจากผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไป ที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน

 

Anti-Pollution Sunscreen

 

Perfect UV Protection Cream Anti Pollution SPF50+ PA++++ จาก Innisfree  (680 บาท)

We Say: ครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้นานด้วยค่า SPF ที่สูงถึง 50 และมีค่า PA++++ เนื้อกันแดดสามารถปรับผิวของเราให้ดูใสขึ้น ใครที่กังวลเรื่องเป็นคราบ ไม่ต้องกังวลเลย เพราะนี่เป็นกันแดดที่ให้ความรู้สึกเหมือนครีมบำรุงผิว

 

จุดเด่น: สามารถป้องกันมลภาวะและปกป้องรังสี UV ที่รุนแรงได้ทั้งในร่มและแม้แต่ในน้ำ

 

Anti-Pollution Sunscreen

 

Even Better City Anti Block Anti-Pollution SPF 40 PA+++ จาก Clinique (1,700 บาท)

We Say: ใครชอบครีมกันแดดเนื้อเบา ไม่หนักผิว แนะนำสูตรนี้จาก Clinique เพราะพัฒนามาให้ใช้ได้อย่างเบาสบายผิว สีของกันแดดไม่ทำให้ใบหน้าลอยหรือวอก มีความเป็นธรรมชาติ มอบคุณสมบัติในการล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวไปในตัว เคลมว่าเป็นสูตรที่พัฒนามาเพื่อต้านมลภาวะในอากาศโดยเฉพาะ

 

จุดเด่น: สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยปรับสีผิว ใครที่มีผิวเป็นริ้วรอยหรือจุดด่างดำ สามารถอำพรางได้อย่างแนบเนียน เนื้อครีมซึมเร็ว ไม่หนักผิว

 

ภาพ: Courtesy of Brands

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post Beauty List: เทียบจุดเด่นผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรต้านมลภาวะที่กำลังฮอตสุดในชั่วโมงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขโมยลุคสวยของ Brie Larson จากภาพยนตร์เรื่องใหม่ Captain Marvel https://thestandard.co/beauty-brie-larson-captain-marvel/ https://thestandard.co/beauty-brie-larson-captain-marvel/#respond Fri, 08 Mar 2019 08:21:05 +0000 https://thestandard.co/?p=217642

บ่อยครั้งที่เราตกหลุมรักฮีโร่สาวที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์แน […]

The post ขโมยลุคสวยของ Brie Larson จากภาพยนตร์เรื่องใหม่ Captain Marvel appeared first on THE STANDARD.

]]>

บ่อยครั้งที่เราตกหลุมรักฮีโร่สาวที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่ แต่ไม่ใช่แค่ความสามารถหรือพลังพิเศษเท่านั้นที่ประทับใจคนดู เรายังติดตากับเสน่ห์ของเมกอัพสวยๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจได้จริงหลังก้าวออกจากโรงภาพยนตร์ ล่าสุดเรากำลังอินกับลุคสวยเท่ของนักแสดง บรี ลาร์สัน จากภาพยนตร์เรื่อง Captain Marvel จนต้องมาโฟกัสลุคเด็ดของเธอเพื่อเป็นไอเดียสำหรับการแต่งหน้าที่สามารถนำมาปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

 

ลุคในวันธรรมดา แค่บำรุงผิวให้ครบและจบด้วยครีมกันแดด

สังเกตไหมว่าลุควันธรรมดาของบรีใน Captain Marvel ดูเหมือนไม่แต่งหน้าเลย แต่เธอก็ไม่ได้ดูโทรม ตรงกันข้ามกลับเป็นลุคที่ดูธรรมชาติและมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายาม เทคนิคของลุคนี้อยู่ที่การบำรุงผิวให้ครบ โดยเริ่มจากขั้นตอนการทำความสะอาด การใช้โทนเนอร์ การทาครีมบำรุงผิว และจบด้วยครีมกันแดดให้ครบทุกขั้นตอน

 

 

Editor’s Pick:

  • Philosophy Purity Made Simple Micellar Cleansing Water (890 บาท) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้
  • Clinique Dramatically Different™ Hydrating Jelly (1,650 บาท) วอเตอร์เจลลี่เนื้อบางเบาที่มาพร้อมสัมผัสสูตรพิเศษ ช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่มีน้ำมัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีสิ่งตกค้าง ทำให้ผิวนุ่มเนียน แข็งแรง สุขภาพดี
  • Clarins UV Plus Anti-Pollution Day Screen Multi-Protection SPF 50 (1,990 บาท) ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะในเมือง และช่วยลดความหมองคล้ำไปในตัว

 

 

ลุคพร้อมลุย เผยผิวออร่า ดวงตาทรงพลังด้วยอายแชโดว์ ริมฝีปากชุ่มชื้นด้วยลิปกลอส

เราชอบที่ลุคนี้แต่งตามได้ไม่ยากเลย เพราะมีอยู่ 3 จุดเด่นที่ต้องโฟกัสคือการแต่งผิวให้ดูสุขภาพดีมีออร่า (อาจใช้ไฮไลต์ช่วยแต่งเติมให้เปล่งประกาย) แต่งตาด้วยอายแชโดว์โทนสีนู้ด ตัดเส้นให้ดวงตาคมเข้มด้วยอายไลเนอร์แบบดินสอที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา เทคนิคคือเขียนชิดขอบตาบนและขอบตาล่าง การเลือกเฉดสีโทนน้ำตาลเข้มหรือสีเทาจะช่วยให้ดวงตาที่คมเข้มนั้นดูไม่แข็งจนเกินไป ปิดท้ายด้วยการเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มและสุขภาพดีอยู่เสมอด้วยลิปกลอส

 

 

Editor’s Pick

  • Dior Forever Skin Glow (2,400 บาท) รองพื้นเนื้อเนียนที่ช่วยปรับผิวให้แลดูโกลวและมีออร่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นสูตรใหม่ที่นอกจากปรับผิวให้สว่างแล้วยังสร้างมิติบนผิวหน้าให้ดูเปล่งประกายเมื่อกระทบแสง
  • Urban Decay Naked Reloaded Palette (1,900 บาท) พาเลตต์แต่งตารุ่นฮอตที่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับ 12 เฉดสีที่ออกแบบมาเพื่อทุกเฉดสีผิวและทุกเพศทุกวัย ออกแบบให้ 4 เฉดสีที่ต้องใช้เป็นประจำมีขนาดใหญ่มากขึ้น มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสแบบแมตต์ เมทัลลิก และไมโครชิมเมอร์ที่มีประกายละเอียด
  • Fenty Beauty Gloss Bomb Universal Lip Luminizer สี Fenty Glow (830 บาท) ลิปกลอสที่พร้อมมอบเรียวปากแวววาวถึงขีดสุด สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว อีกทั้งยังช่วยให้ริมฝีปากดูเนียนนุ่มชุ่มชื้นด้วยคุณค่าจากเชียบัตเตอร์

 

ภาพ: Courtesy of IMDb

ภาพประกอบ: Pichamon W.

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ขโมยลุคสวยของ Brie Larson จากภาพยนตร์เรื่องใหม่ Captain Marvel appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/beauty-brie-larson-captain-marvel/feed/ 0
ส่องที่ปัดแก้มและอายแชโดว์มาใหม่ ชิ้นไหนดี ชิ้นไหนปัง เรามีคำตอบ https://thestandard.co/lists-blush-eye-shadow/ https://thestandard.co/lists-blush-eye-shadow/#respond Mon, 09 Jul 2018 11:19:13 +0000 https://thestandard.co/?p=105680

ช่วงนี้แบรนด์ดังต่างพร้อมใจออกที่ปัดแก้มคอลเล็กชันใหม่ม […]

The post ส่องที่ปัดแก้มและอายแชโดว์มาใหม่ ชิ้นไหนดี ชิ้นไหนปัง เรามีคำตอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงนี้แบรนด์ดังต่างพร้อมใจออกที่ปัดแก้มคอลเล็กชันใหม่มาชนกันเพียบ งานนี้ไม่ได้แข่งกันแค่ความดีงามของคุณภาพและสีสันเท่านั้น แต่ยังจัดเต็มมาทั้งดีไซน์ กลิ่นหอม และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ช่วยให้แต่งผิวได้สวยเป๊ะราวกับเป็นมืออาชีพ THE STANDARD สแกนว่าที่ปัดแก้มใหม่ชิ้นไหนดี อันไหนปังน่าสน เรารวมลิสต์มาให้แล้ว

 

 

Stila Matte ‘n Metal Eyeshadow Palette ราคา 1,780 บาท

What: พาเลตต์แต่งตาใหม่ล่าสุดจาก Stila ประกอบด้วยอายแชโดว์ 12 เฉดสีสวยในโทนอบอุ่น เป็นการรวมมิตรเนื้อผลิตภัณฑ์หลายแบบ ทั้งเนื้อแมตต์ เนื้อชิมเมอร์มอบความแวววาว ใครชอบแต่งหน้าโทนธรรมชาติชิ้นนี้น่าจะถูกจริตได้ไม่ยาก สามารถครีเอตได้หลากหลายลุค สีเด่นๆ คือ เฉดโรสโกลด์ และสีทองชิมเมอร์ที่เข้าได้กับทุกสีผิว เนื้อสัมผัสบางเบาติดทนนาน ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิวเช่นกลุ่มพาราเบน ซัลเฟต และพาทาเลต

We Say: แนะนำลุคเผยผิวใสเปล่งปลั่ง แต่งเปลือกตาโทนสีชมพูผสมชิมเมอร์ ทาไฮต์ไลต์บริเวณจุดเด่นที่แสงตกกระทบ ปัดขนตาให้เรียงเส้นสวย ปัดแก้มชมพูธรรมชาติ ปิดท้ายด้วยการทาลิปสติกสีกุหลาบ

 

 

Clinique Cheek Pop ราคา 1,000 บาท

What: เป็นบลัชออนที่มาแรงในโลกออนไลน์สุดๆ เพราะยูทูเบอร์ทั้งไทยและต่างประเทศต่างคอนเฟิร์มเป็นเสียงเดียวกันว่า สีของบลัชออนรุ่นนี้สวยเป็นธรรมชาติ เมื่อทาลงบนผิวจะดูเรียบเนียนราวกับเป็นผิวสุขภาพดีแบบมีเลือดฝาด ระดับความติดทนหายห่วง เพราะติดทนตลอดทั้งวันโดยไม่หลุดลอก มี 5 เฉดสีให้เลือก ตั้งแต่โทนสีหวานเบาๆ ไปจนถึงสีพลัมสำหรับครีเอตลุคป๊อปๆ ได้สวยสะใจ

We Say: ใครอยากได้ลุคแบบสาวญี่ปุ่น ให้ปัดบริเวณใต้ตาเป็นวงกลม เกลี่ยขอบให้ดูฟุ้งๆ อ่อนหวาน ลุคนี้ต้องเน้นปัดขนตาเด้งๆ ให้เรียงเส้นชัดๆ จะยิ่งดูเป็นสาวน้อยคาวาอิมากขึ้น

 

 

Estee Lauder Pure Color Blush ราคา 1,700 บาท

What: ความเลิศของบลัชออนรุ่นนี้คือ การไล่เฉดอย่างสวยงาม ใครชอบความหรูหราต้องไม่พลาด เพราะนี่คือบลัชที่หยิบออกมาใช้เมื่อไรก็ดูดี เนื้อบลัชเป็นสูตรผง เมื่อทาลงบนผิวจะรู้สึกได้ถึงความเนียนละเอียด โดยผู้ใช้สามารถไล่ระดับสีให้เข้มขึ้นได้ตามความพอใจ ไม่ว่าจะใช้ปัดแก้มให้ดูบางเบาเป็นธรรมชาติให้ผิวดูอ่อนเยาว์เปล่งปลั่ง หรือจะใช้เพื่อคอนทัวร์ให้ใบหน้าดูเรียวก็ทำได้ในตลับเดียว มี 4 เฉดสี ให้เลือกตามความชอบในโทนสีชมพูและสีพีช

We Say: อีกหนึ่งอย่างที่เราชอบคือ ส่วนผสมของสารสกัดจากแครนเบอร์รีและโกจิเบอร์รี ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ปัดแก้มวนไปไม่มีแก่ ถือเป็น must have item ที่คุ้มค่าแก่การลงทุน

 

 

Too Faced Peach Blur Translucent Smoothing Finishing Powder ราคา 1,250 บาท

What: แค่เห็นแพ็กเกจ สาวหลายคนก็พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายเงินกันเลยทีเดียว จุดแข็งของแบรนด์ Too Faced คือการอ่านใจว่าคนต้องการอะไร เราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ครบทั้งการใช้งานและดีไซน์ เช่นเดียวกับแป้งสูตรโปร่งแสงตลับนี้ ที่เข้าไทยได้ไม่นาน แต่ก็มาแรงสุดๆ เป็นแป้งที่ใช้ทาผิว เพื่อช่วยอำพรางจุดที่อยากปกปิด พร้อมกับช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสได้ในเวลาเดียวกัน

We Say: กลิ่นพีชและครีม ผสมผสานรวมกันเป็นกลิ่นสุดฟินทุกครั้งที่หยิบมาใช้แต่งผิว ข้อดีคือ สามารถใช้ได้กับทุกเฉดสีผิว และปลอดภัยต่อผิว ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน ซัลเฟต และพาทาเลต ที่เป็นอันตรายต่อผิว

 

 

Benefit Cosmetics Blush Bar Cheeks on Pointe Blush & Bronzer Limited Edition ราคา 2,550 บาท

What: แม้จะเป็นพาเลตต์ฉบับลิมิเต็ด เอดิชัน แต่วางจำหน่ายเพียงไม่กี่วันก็ติดอันดับ Best Seller จนบางช็อปแปะป้ายขายเกลี้ยงไปแล้วเรียบร้อย นี่คือพาเลตต์อันโด่งดังที่รวมดาวปัดแก้มรุ่นยอดฮิตของ Benefit มารวมไว้ในพาเลตต์เดียวถึง 6 เฉดสี ประกอบด้วยไฮต์ไลต์ คอนทัวร์ และบลัชออน มาพร้อมกระจกในตัวที่สามารถเปิดมาแต่งหน้าได้ทุกที่ทุกเวลา

We Say: นางเอกของพาเลตต์นี้ขอยกให้สี Gold Rush บลัชออนสีพีชประกายทอง รวมถึง Hoola Rockateur ที่ปัดแก้มเมื่อไรจะได้สัมผัสกับกลิ่นหอมฟินทุกครั้ง ที่สำคัญคือ เฉดสีเมื่อทาลงผิวสวยและเปล่งประกาย ช่วยสร้างลุคสุดหรูดูแพงได้อย่างง่ายดาย

 

Photo: Courtesy of Brands

The post ส่องที่ปัดแก้มและอายแชโดว์มาใหม่ ชิ้นไหนดี ชิ้นไหนปัง เรามีคำตอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lists-blush-eye-shadow/feed/ 0
ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? https://thestandard.co/how-cream-works/ https://thestandard.co/how-cream-works/#respond Fri, 25 May 2018 16:02:31 +0000 https://thestandard.co/?p=93453

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งท […]

The post ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งทุกครั้งที่ส่องกระจก เพราะหงุดหงิดที่อุตส่าห์ทาครีมดังๆ ยี่ห้อดีๆ แต่กลับไม่เห็นผล แทนที่จะหัวเสียกับกระปุกครีมในมือ THE STANDARD ชวนมาเคลียร์ปัญหานี้ไปพร้อมกัน โดยถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้น จะพบว่าต้นตอของปัญหานี้มันไม่ใช่ความผิดของสกินแคร์เลย แต่กลับเป็นตัวเราต่างหาก เนื่องจากถ้ามีการวิเคราะห์และรู้จักผิวของตัวเองแต่แรก ก็สามารถช่วยให้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวถูกต้องและเห็นผลได้มากขึ้น นี่คือเทคนิควิเคราะห์แต่ละสภาพผิว เพื่อที่จะได้เลือกใช้สกินแคร์เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและน่าพอใจมากขึ้น

 

ผิวธรรมดา

จุดสังเกต: ผิวมีความเรียบเนียน สม่ำเสมอ รูขุมขนมีขนาดเล็ก บริเวณแก้มมักจะเป็นส่วนที่แห้งที่สุดบนใบหน้า แต่ไม่แห้งจนเกินไป ซึ่งบางครั้งคนผิวธรรมดาจะรู้สึกว่าผิวมีความมัน และรูขุมขนแลดูกว้างโดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง แต่ความสมดุลระหว่างน้ำและน้ำมันในผิวมีความสมดุลที่พอดี ทำให้นี่เป็นชนิดผิวที่ง่ายต่อการดูแล รวมทั้งง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วย

 

การดูแลผิวธรรมดา
ควรทำความสะอาดผิวธรรมดาด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบมีฟอง เช่น โฟม วิปโฟม สบู่ก้อนออร์แกนิกสำหรับทำความสะอาดผิวหน้า ส่วนขั้นตอนบำรุง ควรเลือกเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยสกินแคร์เนื้อโลชันบางเบา หากเป็นครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ต้องไม่ใช่เนื้อครีมที่เข้มข้นเกินไป ควรเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ซึมเข้าผิวง่าย และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

 

วิธีอื่นๆ

เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี เพื่อรักษาผิวให้มีความนุ่มนวลเรียบเนียน และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ การรักษาระดับความชุ่มชื้นในผิวและช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันร่วมด้วย และหาเวลาสครับผิวเดือนละ 2 ครั้ง

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Laneige Moist Cream Cleanser (850 บาท)

 

 

2. Fresh Lotus Youth Preserve Rescue & Recover Face Mask (2,700 บาท)

 

 

3. Philosophy Take A Deep Breath Oil-Free Oxygenating Gel Cream (1,490 บาท)

 

ผิวแห้ง

จุดสังเกต: คนผิวแห้งเมื่อล้างหน้าเสร็จจะรู้สึกตึงๆ ที่ผิว บางครั้งจะเห็นว่าผิวลอกเป็นขุยชัดเจน ใบหน้าดูแห้ง และเมื่อลองเอามือจับหรือสัมผัสใบหน้าดู จะรู้สึกว่าหยาบและไม่เรียบเนียน เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้นอย่างมาก และเสี่ยงต่อการเป็นผิวแพ้ง่าย ข้อดีคือคนผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็น แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียที่ใหญ่หลวงคือเป็นผิวที่มักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่นๆ

 

การดูแลผิวแห้ง

ควรเพิ่มความใส่ใจเป็นพิเศษในการดูแลผิว โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยไม่ให้ผิวแห้งตึง ส่วนขั้นตอนการบำรุงควรบำรุงผิวอย่างดี โดยเริ่มจากน้ำมันบำรุงผิวหน้าเนื้อเบา แล้วค่อยตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้นกว่าทาทับลงไป เลือกจากสูตรที่สามารถเติมความชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิวได้

 

วิธีอื่นๆ ควรปรับไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับการกิน โดยเลือกกินอาหารดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ คนผิวแห้งที่อยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรหาเครื่องทำความชื้นมาไว้ในบ้านหรือที่ทำงานก็สามารถช่วยได้ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน งดกาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกหนึ่งสาเหตุของผิวขาดน้ำที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Clinique Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator (1,900 บาท)

 

 

2. Tarte Travel Maracuja Oil (540 บาท)

 

 

3. Origins Checks and Balances™ Frothy Face Wash (1,000 บาท)

 

ผิวมัน
จุดสังเกต: มีความมันเงาบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) มีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้รูขุมขนใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจน คนผิวมันมักจะเป็นสิวอักเสบบ่อยๆ แต่ก็มีข้อดีตรงที่เกิดริ้วรอยยากกว่าคนผิวแห้ง

 

การดูแลผิวมัน

วิธีการดูแลผิวมัน เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด 2 ครั้งต่อวัน เช้าและเย็น เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองที่เกาะติดอยู่บนผิวหน้า การล้างหน้าจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนไม่ให้เกิดการอุดตัน หลังล้างหน้านั้นคนผิวมันเหมาะกับโทนเนอร์ที่ใช้เช็ดผิวเพื่อปรับสมดุลผิวและกำจัดน้ำมันส่วนเกิน ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้เล็งชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ไม่ให้ผิวแห้งหรือมันเกินไป

 

วิธีอื่นๆ

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นสิวอยู่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวหรือยารักษาสิว ทารักษาควบคู่ไปกับการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยให้การทาครีมเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

 

Editor’s Picks

 

 

1. Mario Badescu Silver Powder (495 บาท)

 

 

2. Etude House AC Clean Up Toner (550 บาท)

 

 

3. Boscia Detoxifying Black Cleanser (1,360 บาท)

 

ผิวผสม

จุดสังเกต: มีความมันบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) แต่ข้างแก้มทั้งสองข้างจะค่อนข้างแห้ง หรือมีบางจุดที่ขาดความชุ่มชื้น บางคนอาจมีรูขุมขนกว้างบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง

 

การดูแลผิวผสม

ผิวผสมจำเป็นต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอโดยเลือกใช้สกินแคร์แยกส่วนกัน เช่น ผิวบริเวณที่มีความมันนั้นควรปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์เป็นประจำ และบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ส่วนบริเวณที่ผิวแห้งนั้น คนผิวผสมเหมาะกับการเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acids) เป็นส่วนประกอบซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผิวผสม ทั้งช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวด้วย

 

วิธีอื่นๆ

อย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และสามารถมาสก์หน้าเดือนละ 2-3 ครั้ง ปัจจุบันมีมาสก์ที่ตอบโจทย์ผิวผสมที่เลือกมาสก์เฉพาะจุดได้

 

Editor’s Picks

 

 

1. Aesop In Two Minds Facial Cleanser (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)

 

 

2. Mamonde Floral Hydro Ampoule Toner (990 บาท)

 

 

3. Fresh Rose Deep Hydration Face Serum (2,000 บาท)

 

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

จุดสังเกต: ผิวบอบบางแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้ทั้งในผิวแห้งและผิวมัน จะมีลักษณะของผิวที่ระคายเคืองง่าย เวลาใช้เครื่องสำอางจะพบปัญหามากกว่าผิวประเภทอื่นๆ เพราะแพ้ง่ายและไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้มองเห็นเป็นรอยแดง เป็นจ้ำๆ และมีอาการคัน

 

การดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย ไม่ว่าจะล้างหน้าหรือบำรุง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ ความอ่อนโยนของผลิตภัณฑ์ ต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว ทางรอดเดียวคือมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผลิตมาสำหรับผิวที่บอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ซึ่งจะเข้าดูแลผิวได้ตรงสภาพผิว และปลอดภัยมากกว่า

 

วิธีอื่นๆ

เลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย อาจมองหาแบรนด์ที่เป็น Vegan 100% หรือแบรนด์ออร์แกนิก ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี เพื่อไม่ให้สร้างความระคายเคืองแก่ผิว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในตลาดในไทยเยอะขึ้นมาก เช่นร้าน All About You ที่รวมผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากทั่วโลกมารวมไว้ที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับผิวทุกประเภท

 

Editor’s Picks

 

 

1. Dr Jart+ Cicapair Serum (1,910 บาท)

 

 

2. Eucerin Aquaporin Active Cream (680 บาท)

 

 

3. Clarins Extra-Comfort Toning Lotion (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)  

The post ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/how-cream-works/feed/ 0
8 เคล็ดลับของผิว Glass Skin เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกที่กำลังมาแรงในโลกออนไลน์ https://thestandard.co/secrets-of-glass-skin-trends/ https://thestandard.co/secrets-of-glass-skin-trends/#respond Tue, 17 Apr 2018 06:30:21 +0000 https://thestandard.co/?p=84344

ปัจจุบันเทรนด์ความงามต่างๆ กลายเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทั่ว […]

The post 8 เคล็ดลับของผิว Glass Skin เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกที่กำลังมาแรงในโลกออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปัจจุบันเทรนด์ความงามต่างๆ กลายเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทั่วโลกสนใจ เมื่อมีเทรนด์ใดๆ เกิดป๊อปปูลาร์ขึ้นมาในโลกโซเชียล ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของโลก เทรนด์ฮิตเหล่านั้นจะถูกฟีดส่งตรงเข้าสู่หน้าจอสมาร์ทโฟนของทุกคนทันที เทรนด์ใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ก็เริ่มปรากฏขึ้นเช่นกัน นั่นคือเทรนด์ผิวใสดั่งกระจก ที่เปิดเผยเคล็ดลับเด็ดในการดูแลผิวใสโดย แอลลี ชเว (Ellie Choi) สาวเกาหลีคนดังในโลกโซเชียล

8 เคล็ดลับต่อไปนี้คือขั้นตอนอันเป็นที่มาของผิวแบบ Glass Skin

 

1. รู้จักสภาพผิว

ไม่ว่าจะคุณจะทำความสะอาด บำรุงผิว หรือแต่งหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ใดๆ กฎข้อแรกที่อยู่เหนือทุกสิ่ง คุณจะต้องรู้จักสภาพผิวตัวเอง และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แอลลี ชเว ก็เป็นหนึ่งในคนที่รู้จักสภาพผิวของตัวเองเป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจะแชร์เคล็ดลับเด็ดในการปรนนิบัติผิวให้สวยใสดั่งกระจก เธอเปิดเผยว่าสภาพผิวของเธอเป็นแบบผิวผสม มีความมันบริเวณทีโซน และมีอาการผิวแห้งบริเวณแก้มทั้งสองข้าง

 

 

2. ความสะอาดต้องมาที่หนึ่ง

แอลลีโชว์ไอเท็มในการลบเครื่องสำอางชิ้นโปรด ซึ่งก็คือ Neutrogena Makeup Remover Cleansing Towelettes เป็นแผ่นรีมูฟเวอร์สูตรไม่มีน้ำหอม แผ่นทำความสะอาดนุ่ม และจัดการคราบเมกอัพได้อย่างดีเลิศ แม้แต่มาสคาร่าสูตรกันน้ำจัดหนักก็สามารถเช็ดออกได้อย่างน่าพอใจ แอลลีบอกแฟนคลับของเธอว่า ทุกครั้งที่กลับมาบ้าน เธอจะให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวหน้ามากที่สุด และถ้าใครกำลังมองหาแผ่นลบเครื่องสำอางเด็ดๆ Neutrogena Makeup Remover Cleansing Towelettes เป็นไอเท็มเดียวที่เธอคอนเฟิร์มว่าเวิร์ก ถูกและดี

 

3. ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าต้องอ่อนโยน

 

 

มีอยู่ 2 ไอเท็ม ที่แอลลีใช้ล้างหน้าหลังจากลบเครื่องสำอางเสร็จแล้ว นั่นคือ Cetaphil Gentle Skin Cleanser เป็นเจลสำหรับทำความสะอาดซึ่งใช้ได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย เราอยากเชียร์อีกแรงว่าไอเท็มนี้เหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้ล้างหน้าได้อ่อนโยนดีมาก แถมยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลมากมาย และเป็นที่ประทับใจของสาวๆ ในเรื่องคงความชุ่มชื่น ไม่ระคายผิว (เพราะมีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับผิวหนังตามธรรมชาติ)

 

 

และอีกไอเท็มคือ Kiehl’s Ultra Facial Cleanser ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับทุกสภาพผิว สามารถล้างเมกอัพได้สะอาด ผิวไม่รู้สึกแห้งตึงหลังการล้างหน้าด้วย เพราะส่วนผสมต่างๆ ไม่มีสารใดที่ไปทำลายน้ำมันตามธรรมชาติของผิวนั่นเอง

 

 

4. เช็ดโทนเนอร์ตามทุกครั้ง

หลายคนเกิดคำถามว่า ทำไมล้างหน้าสะอาดตั้งหลายขั้นตอนแล้วยังต้องมาเช็ดโทนเนอร์อีกล่ะ แอลลีบอกว่า แม้เราจะมั่นใจว่าเราลบเมกอัพและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าจนสะอาดดีแล้ว แต่การใช้โทนเนอร์จะช่วยเช็ดสิ่งที่ยังหลงเหลือตกค้างอยู่บนผิวของเราให้สะอาดหมดจดจริงๆ และเป็นขั้นตอนของการเตรียมผิวให้พร้อมรับคุณค่าสารบำรุงจากสกินแคร์ที่จะใช้ในลำดับต่อไปนั่นเอง โทนเนอร์แนะนำคือ Clinique Clarifying Lotion

 

 

5. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทุกคืน

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่แอลลีแนะนำมีอยู่ 2 ตัว คือ Cetaphil Moisturizing Cream โดดเด่นที่ส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นผิว และทำหน้าที่ป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวไปในตัว นี่คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพผิว (แม้แต่เด็กทารกก็ใช้ได้อย่างปลอดภัย) มีผลการวิจัยว่าสามารถใช้ครีมตัวนี้ควบคู่ไปกับการรักษาโรคผื่น ภูมิแพ้ผิวหนัง และผิวหนังอักเสบให้ได้ผลดีขึ้นด้วย

 

 

และอีกไอเท็มคือ Wonjin Water Bomb Cream หลายคนเห็นชื่อผลิตภัณฑ์แล้วอาจขมวดคิ้ว เอ๊ะ ทำไมไม่คุ้นชื่อเลย นี่คือผลิตภัณฑ์จากวอนจิน โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามชื่อดังของเกาหลี ซึ่งมาเปิดให้บริการในประเทศไทยแล้วที่เกษรวิลเลจ นอกจากจะโด่งดังเรื่องฝีมือในการแต่งเติมความสวยด้วยศาสตร์ศัลยกรรมแล้ว สกินแคร์ของวอนจินก็เป็นที่เลื่องลือเช่นกันว่าคุณภาพดีงาม

 

 

6. วันสบายๆ ไม่ลืมมาสก์หน้า

การดูแลผิวในวันอื่นๆ เช่นวันสบายๆ การมาสก์หน้าด้วยผลิตภัณฑ์ดีๆ จะช่วยให้ผิวผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และได้รับคุณค่าการบำรุงไปในเวลาเดียวกัน แอลลีแนะนำมาสก์หน้าสตรอว์เบอร์รีจากแบรนด์ Skinfood ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แฮร์แคร์ และเมกอัพ ส่วนมาสก์ที่เป็นชิ้น must have นั่นคือ Skinfood Black Sugar Strawberry Mask Wash Off เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับมาสก์หน้าเพื่อช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว มีส่วนผสมเด็ดจากน้ำตาล และมีเมล็ดสตรอว์เบอร์รีผสมอยู่กับเกล็ดน้ำตาลด้วย เวลามาสก์บนหน้าให้นวดวนเบาๆ บนผิว เกล็ดน้ำตาลและเมล็ดสตรอว์เบอร์รีจะขัดผิวอย่างอ่อนโยน จากนั้นทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก ผิวจะเด้งนุ่ม ดูใส และชุ่มชื่นสุดๆ

 

 

7. มาสก์แผ่นต้อง Innisfree เท่านั้น

แอลลีชื่นชอบในแผ่นมาสก์ของแบรนด์ Innisfree It’s Real Squeeze Mask มากที่สุด เพราะช่วยให้ผิวของเธอดูสุขภาพดี เป็นธรรมชาติ แผ่นมาสก์ติดหนึบกับใบหน้าได้ดี และแนบสนิทเข้าบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลายสูตรให้เลือก ซึ่งมาจากผลไม้และพืชธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิว

 

8. ดื่มน้ำสะอาดและรับประทานอาหารดีมีประโยชน์ต่อผิว

นอกจากขั้นตอนการทำความสะอาด บำรุงผิว และมาสก์ผิวแล้ว การให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารการกินก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องใส่ใจ การดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ งดเว้นของทอด ของมัน และหันมากินผักผลไม้มากขึ้น ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับดีๆ ที่สาวไทยก็สามารถทำตามได้ หากอยากมีผิวสวยสุขภาพดี

 

แค่รู้วิธีไม่พอ ต้องลงมือทำอย่างตั้งใจด้วยนะ

 

Photo: @elliejellyb3an /Instagram, Courtesy of Brands

The post 8 เคล็ดลับของผิว Glass Skin เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกที่กำลังมาแรงในโลกออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/secrets-of-glass-skin-trends/feed/ 0
ผิวจะต้องรอด! 5 วิธีดูแลผิวให้สวยรอดตลอดหน้าร้อนนี้ https://thestandard.co/5-ways-to-take-care-your-skin/ https://thestandard.co/5-ways-to-take-care-your-skin/#respond Wed, 28 Mar 2018 09:22:59 +0000 https://thestandard.co/?p=80457

ในสภาวะอากาศเมืองไทยที่มีแต่จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ เราอาจควบ […]

The post ผิวจะต้องรอด! 5 วิธีดูแลผิวให้สวยรอดตลอดหน้าร้อนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในสภาวะอากาศเมืองไทยที่มีแต่จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ เราอาจควบคุมอุณหภูมิให้เป็นดังใจไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือการปกป้องผิวที่อยู่ในความเสี่ยงถูกทำร้ายทั้งจากมลภาวะและแสงแดดตลอดหน้าร้อนอันแสนหฤโหดนี้ THE STANDARD จึงลิสต์วิธีดีๆ ในการปกป้องผิวสวยให้ยังคงความชุ่มชื้น แม้จะออกไปเพลิดเพลินกลางแจ้ง หรือจิบเครื่องดื่มอยู่ริมสระว่ายน้ำในวันหยุดสุดสัปดาห์ นี่เป็น 5 วิธีที่ทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลงทุนเยอะ

 

ให้ครีมกันแดดเป็นเพื่อนสนิท

แม้ครีมกันแดดจะมีความสำคัญสำหรับทุกวันก็จริง แต่ตลอดหน้าร้อนนี้ เราอยากให้หนุ่มๆ สาวๆ คิดว่าครีมกันแดดคือเพื่อนสนิทที่คุณขาดไม่ได้ ไปไหนขอให้เอาไปด้วย เพราะความร้อนผ่าวจากแสงแดดที่เรามองไม่เห็นนำมาสู่อันตรายรอบด้าน เป็นต้นเหตุของผิวแก่ก่อนวัย ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ โดยอีกหนึ่งความรู้ที่เราอยากให้เข้าใจถึงคำว่ารังสี UV คือแท้จริงแล้วรังสีที่มากับแสงแดดนั้นไม่ได้มีแค่ UVA และ UVB ที่เราคุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังมีรังสี UVC ด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับรังสี UVA และ UVB แล้ว ปริมาณรังสี UVC ในแสงแดดยังมีปริมาณน้อยกว่า โดยทั่วไปรังสีชนิดนี้ส่องมาไม่ถึงพื้นโลก แต่เมื่อชั้นโอโซนถูกทำลายมากขึ้นก็เริ่มเล็ดลอดผ่านลงมาถึงพื้นโลกมากขึ้น แม้จะมีปริมาณเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกับรังสี UVA และ UVB ก็อาจเป็นอันตรายต่อผิวพรรณได้ จึงควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณภาพ และควรทาครีมกันแดดอย่างถูกต้อง

 

 

Tips: การเลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เช่น SPF50 และค่า PA++++ เมื่ออยู่กลางแจ้งก็จะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดี แต่ก็มีข้อเสียคือผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF และ PA ที่สูงก็จะมาพร้อมกับการระคายเคืองที่มากขึ้นเช่นกัน คนที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายจึงต้องใส่ใจเพิ่มอีกสักนิดด้วยการเลือกใช้สูตรที่ระบุว่าปราศจากสารเคมี และควรหมั่นทาซ้ำบ่อยๆ ในระหว่างวัน

 

เสริมวิตามินซีให้กับร่างกาย

การรับประทานวิตามินซีเสริมในการดูแลร่างกายและผิวพรรณจะช่วยยับยั้งการเกิดสิ่งที่เรียกว่าออกซิเดชัน (oxidation) หรือช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทุกคนรู้จักคำนี้ดี เพราะเจ้าอนุมูลอิสระนี่ล่ะเป็นตัวการที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำจากแสงแดด แต่หากร่างกายเราได้รับวิตามินซี วิตามินก็จะช่วยในการต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV จึงมีประโยชน์ในเรื่องของการป้องกัน โดยช่วยชะลอการเกิดฝ้ากระและริ้วรอยต่างๆ ซึ่งในการรับประทานนั้นแนะนำให้รับประทานวิตามินซีล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวในทริปกลางแจ้ง เช่น ทะเล ภูเขา จะได้ผลดี

 

 

Tips: แม้การรับประทานวิตามินซีจะเป็นตัวเสริม แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้รับประทานวิตามินซีตามธรรมชาติที่อยู่ในผักและผลไม้ เช่น ในผักสีเขียวและสีเหลืองอย่างบร็อกโคลี ผักปวยเล้ง พริกหวาน กะหล่ำปลี รากบัว และดอกกะหล่ำ

 

ดื่มน้ำอย่างถูกต้อง

หลายคนเข้าใจผิดว่าเวลาที่ร่างกายรู้สึกร้อน สิ่งต้องทำคือดื่มน้ำครั้งละมากๆ จึงเป็นวิธีคิดที่ผิด แต่ทำไมถึงผิดล่ะ ก็เพราะการดื่มน้ำครั้งละมากๆ นั้น ร่างกายจะได้รับน้ำในปริมาณที่มากเกินไป แม้จะดื่มน้ำมากขนาดนั้น แต่ร่างกายก็มีข้อจำกัดในการขับของเสียออกไป จึงควรดื่มน้ำประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 1.5-2 ลิตร โดยไม่ใช่ดื่มรวดเดียวหมด ควรวางน้ำไว้ใกล้มือให้หยิบดื่มง่ายเสมอ จะได้ไม่เป็นข้ออ้างว่าลืม หรือทำให้เกิดความขี้เกียจลุกเดินไปหยิบน้ำมาดื่ม วิธีสังเกตว่าเราดื่มน้ำถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ให้ดูจากสีของปัสสาวะ ถ้ามีสีเข้มแปลว่าดื่มน้ำน้อยเกินไป แต่ถ้ามีเหลืองอ่อนๆ คือพอดี

 

 

Tips: ตื่นเช้าแล้วดื่มน้ำเลยเป็นดี แต่ไม่ควรดื่มมากเกิน 500 ซีซีในครั้งเดียว เพราะอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะเกลือโซเดียมเสียสมดุล (ข้อเสียของการที่มีภาวะเกลือโซเดียมเสียสมดุลคือสมองบวม ทำให้รู้สึกเบลอๆ และอาจทำให้หายใจไม่สะดวก) ส่วนตอนกลางคืนนั้นเราไม่ควรดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนนอน เพราะอาจต้องรบกวนเวลาพักของร่างกายให้ลุกมาปัสสาวะกลางดึก

 

บำรุงผิวด้วยครีมที่ชุ่มชื้นอยู่เสมอ

ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งรู้สึกว่าแสบหน้ายิบๆ เวลาเช็ดโทนเนอร์ยิ่งสัมผัสได้ชัดเจนว่าแสบผิว ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณของผิวที่อ่อนแอ และในหน้าร้อนหฤโหดแบบนี้ ผิวของเรามีความเสี่ยงที่จะอ่อนแอกว่าเดิม ทางแก้และป้องกันก็คือเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาและเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิว ร่วมกับการทาครีมกันแดดที่เป็นสูตรปราศจากสารเคมี ถามว่าแต่งหน้าได้ไหมในสภาวะที่ผิวอ่อนแอแบบนี้ คำตอบคือแต่งได้ โดยเน้นไปที่การบำรุงผิวที่แห้งกร้านก่อน แล้วเลือกใช้แป้งผสมรองพื้นหรือแป้งฝุ่นทาทับ และเมื่อกลับถึงบ้านก็ควรทำความสะอาดเครื่องสำอางออกทันที ตามด้วยครีมบำรุงผิวที่มอบความชุ่มชื้น

 

 

Tips: หลายคนชอบฉีดสเปรย์ลงบนใบหน้าระหว่างวัน เพราะคิดว่าจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ แต่แท้จริงแล้วเมื่อฉีดลงบนผิวก็จะระเหยออกไป ซึ่งอาจนำความชุ่มชื้นในผิวของเราออกไปด้วย ดังนั้นหากต้องการเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน ลองใช้วิธีหยดเซรั่ม อิมัลชัน หรือเจลบำรุงผิว แล้วแตะเบาๆ ลงบนผิว จะได้ผลลัพธ์ผิวที่ชุ่มชื้นยาวนานมากกว่า แนะนำ Clinique Moisture Surge™ Hydrating Supercharged Concentrate เป็นตัวช่วยสำหรับผิวแห้งและขาดน้ำ เป็นครีมเจลบางเบาที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เข้าเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ ปราศจากน้ำหอม 100%

 

ริมฝีปากก็สำคัญ
อีกจุดสำคัญที่ต้องดูแลคือริมฝีปาก เพราะสามารถเกิดความหมองคล้ำได้ไม่ต่างจากผิวหน้า ความร้อนส่งผลร้ายทำให้ปากแห้งลอก (เมื่อขาดน้ำ) และสีของริมฝีปากจะดำคล้ำลง หากลืมทาผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากที่มีค่าป้องกันแสงแดด ซึ่งในท้องตลาดก็มีลิปบำรุงริมฝีปากจำนวนมาก วิธีเลือกคือให้สังเกตได้จากฉลากที่แปะอยู่ในบรรจุภัณฑ์ มองหาผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีค่า SPF ผสมด้วย ซึ่งจะช่วยให้ริมฝีปากของเราได้รับการปกป้องตลอดฤดูร้อนนี้

 

 

Tips: ลิปบำรุงริมฝีปากที่เราคอนเฟิร์มว่าเป็นน่าประทับใจ ขอยกให้ Shiseido UV Lip Splash SPF30 (800 บาท) ลิปที่มีสีบางๆ ทาแล้วปากจะดูชมพูระเรื่อเบาๆ เนื้อลิปโปร่งใส มาพร้อมการป้องกันรังสี UV กันแดดให้กับริมฝีปากได้ดี มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่สกัดจากน้ำมันดอกคำฝอย และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมใดๆ ใช้แล้วปากนุ่มเนียนและไม่หมองคล้ำอีกด้วย

The post ผิวจะต้องรอด! 5 วิธีดูแลผิวให้สวยรอดตลอดหน้าร้อนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/5-ways-to-take-care-your-skin/feed/ 0
อะไรคือคุชชัน? เหตุผลที่ทำให้คุชชันมาแรงข้ามปี พร้อมแนะนำไอเท็มขั้นเทพที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง https://thestandard.co/cushion/ https://thestandard.co/cushion/#respond Fri, 26 Jan 2018 11:14:34 +0000 https://thestandard.co/?p=65362

นับตั้งแต่มี ‘คุชชัน’ (Cushion) เกิดขึ้นครั้งแรกบนโลกเม […]

The post อะไรคือคุชชัน? เหตุผลที่ทำให้คุชชันมาแรงข้ามปี พร้อมแนะนำไอเท็มขั้นเทพที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับตั้งแต่มี ‘คุชชัน’ (Cushion) เกิดขึ้นครั้งแรกบนโลกเมื่อ 10 ปีก่อน นิยามการแต่งหน้าของสาวๆ ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ทุกวันนี้เพียงแค่มีคุชชันหนึ่งตลับก็สามารถช่วยกู้หน้าสดให้เปลี่ยนมาเป็นใบหน้าเนียนฉ่ำเป็นธรรมชาติในเวลาไม่กี่นาที อะไรทำให้คุชชันมาแรงจนสามารถครองตลาดเอเชียขนาดนี้ และทะยานสู่ตลาดโลกได้อย่างไม่กลัวใคร THE STANDARD จะพาไปไขความลับนี้ พร้อมแนะนำสุดยอดคุชชันขั้นเทพที่แนะว่าต้องมีไว้ติดกระเป๋าหรือโต๊ะเครื่องแป้ง

 

คุชชันตลับแรกของโลกเกิดขึ้นที่เกาหลี

แม้หลายคนจะพอรู้มาบ้างว่าคุชชันเป็นนวัตกรรมด้านความงามที่มาจากประเทศเกาหลี แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแล้วเจ้าคุชชันตลับแรกของเกาหลีเป็นคุชชันจากแบรนด์อะไร และใครเป็นบริษัทผู้ผลิต

 

บริษัทผู้ผลิตและคิดค้นคุชชันครั้งแรกของโลก คือบริษัท AmorePacific ที่มีอายุการก่อตั้งบริษัทผลิตภัณฑ์ความงามมาตั้งแต่ปี 1932 AmorePacific เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีชื่อดังมากมาย มีการขยายตลาดไปสู่ตลาดเอเชียและอเมริกาอย่างต่อเนื่อง คุชชันแบรนด์แรกที่มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกในปี 2008 คือ IOPE Air Cushion ซึ่งแบรนด์ IOPE นับว่าเป็นแบรนด์แรกที่เบิกทางให้แบรนด์อื่นๆ ในบริษัทเดียวกัน รวมถึงบริษัทอื่นในธุรกิจความงามต่างผลิตคุชชันอันเป็นสูตรเฉพาะของตัวเองออกมาอีกมากมาย จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีก่อนที่ AmorePacific เปิดประตูนวัตกรรมและพาทุกคนข้ามไปสู่วิถีความงามแบบใหม่ ตั้งแต่นั้นสาวๆ ทั่วโลกก็ไม่เคยปล่อยให้คุชชันห่างจากโต๊ะเครื่องแป้งเลยทีเดียว

 

คุชชันคืออะไร

‘คุชชัน’ ก็คือรองพื้นประเภทหนึ่งซึ่งอยู่ในรูปแบบของตลับ โดยเนื้อรองพื้นจะเป็นแบบน้ำ บรรจุอยู่ในตลับที่มีการออกแบบมาสำหรับเก็บคุชชันโดยเฉพาะ ภายในตลับจะมีฟองน้ำทำหน้าที่เก็บกักเนื้อรองพื้นเอาไว้ไม่ให้เลอะซึมออกมา โครงสร้างฟองน้ำและตาข่ายต่างๆ แต่ละแบรนด์มีการผลิตออกมาไม่เหมือนกัน และจะมีพัฟฟ์ที่ใช้กับคุชชันโดยเฉพาะ ซึ่งเจ้าแรกที่ผลิตพัฟฟ์คุชชันออกมาและไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ก็มาจากบริษัท AmorePacific เจ้าเดียวกับที่ผลิตคุชชันตลับแรกนั่นเอง

 

We Say: ปัจจุบันมีการต่อยอดสร้างนวัตกรรมความงามรูปแบบใหม่ๆ มาจากคุชชันที่เป็นรองพื้นให้สนุกและใช้งานได้หลากหลายขึ้น เช่น มีคุชชันสำหรับเขียนคิ้วจากแบรนด์ Laneige ที่ทำออกมาเจ้าแรกๆ และคุชชันที่เป็นไฮไลเตอร์ ใช้แต่งผิวหน้าให้ดูเป็นประกายฉ่ำๆ ที่เห็นได้จากเทคนิคแต่งหน้าของสาวเกาหลี

 

คุชชันใช้งานอย่างไร

การใช้งานคุชชันนั้นง่ายและสะดวก หลังจากเตรียมผิวด้วยสกินแคร์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ใช้พัฟฟ์ที่มาพร้อมกับตลับคุชชันกดลงไปเบาๆ บนฟองน้ำที่หุ้มเนื้อรองพื้นอยู่ จากนั้นใช้พัฟฟ์ตบเบาๆ เหมือนเวลาใช้แป้งทูเวย์ เทคนิคที่ทำให้เนื้อรองพื้นเนียนสวยสม่ำเสมอกันคือไม่ลงน้ำหนักมือแรงๆ แต่กดเบาๆ และควบคุมจังหวะให้สม่ำเสมอ จะได้ผลลัพธ์ของการลงคุชชันที่สร้างงานผิวสวยธรรมชาติได้ในเวลาอันรวดเร็ว หลายๆ แบรนด์มีการเพิ่มส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ต่อผิวลงไปในคุชชัน เช่น สารควบคุมความมัน สารกันแดดเพื่อการปกป้องรังสี UV มอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงสารสกัดจากพืชพรรณต่างๆ

 

แนวโน้มของเทรนด์คุชชันในอนาคต

จางฮาจิน นักวิจัยคุชชันชาวเกาหลี เปิดเผยว่า “มีการพัฒนาสูตรเพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แตกต่างของสีผิว สภาพผิว และคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศมากขึ้น” นั่นหมายความว่าความแรงของคุชชันจะยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ เราต้องจับตาดูคอลเล็กชันใหม่ๆ ของคุชชันที่หลายๆ แบรนด์จะใส่ทีเด็ดออกมาแข่งกันอย่างสนุก

 

We Say: เนื่องจากกระแสของคุชชันในตลาดเอเชียไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความนิยมลงเลย ตรงกันข้าม คุชชันกลับกลายเป็นไอเท็มที่ผู้หญิงใช้แต่งหน้ามากกว่ารองพื้นแบบเดิมๆ เสียอีก เห็นได้จากแบรนด์ดังๆ อย่าง YSL, Dior, Sephora, Chanel, Nars, Urban Decay, Lancôme, Clinique, Make Up For Ever, Bobbi Brown, M.A.C ที่หันมาผลิตคุชชันเพื่อจะแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกับเขาบ้าง ดังนั้นการที่แบรนด์ฝั่งยุโรปมองเห็นทิศทางที่ดีของคุชชัน อาจเป็นเพราะมองเห็นจุดอ่อนว่าคุชชันจากตลาด K-Beauty ที่เริ่มแผ่เข้ามาในตลาด เช่น ในอเมริกาที่คุชชันยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีผิวสีเข้มมากพอ คุชชันของแบรนด์เกาหลีส่วนใหญ่ยังมีเฉดสีที่ไม่ครอบคลุมเพียงพอ เพราะคุชชันในยุคแรกๆ มีเพียง 1-2 เฉดสีให้เลือกเท่านั้น ทั้งที่มีตัวเลขผลสำรวจเรื่องกำลังซื้อเครื่องสำอางของสาวผิวสีว่าเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้นในทุกๆ ปี

 

ผู้หญิงผิวดำจ่ายเงิน 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐไปกับผลิตภัณฑ์ความงาม ซึ่งมากกว่ายอดขายเครื่องดื่มอื่นๆ ถึง 80% เช่นเดียวกับ ชาร์ลอตต์ โช ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Soko Glam ที่มีสินค้า K-Beauty จำหน่ายในเว็บไซต์ครอบคลุมมากที่สุดก็บอกว่า “ในโลกตะวันตก  60-70% ของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ความงามของเกาหลี ไม่ใช่คนเอเชีย” จึงน่าสนใจว่าแม้แบรนด์ใหญ่ๆ จากฝั่งยุโรปจะเริ่มต้นผลิตคุชชันตามหลังแบรนด์ดังๆ ของเกาหลี แต่หากมีการพัฒนาและสร้างจุดแข็งเพื่อเอาใจผู้บริโภคผิวสีมากขึ้น ไม่แน่ว่าปี 2018 นี้เราจะได้เห็นเทรนด์คุชชันที่บูมและหลากหลายไปด้วยเฉดสีที่มากมายกว่าเดิม

 

ส่วนใครยังไม่เคยลองใช้เจ้าคุชชันที่ว่า เรารวบรวมคุชชันขั้นเทพที่ทำออกมาได้น่าประทับใจจนต้องบอกต่อ

 

 

Sulwhasoo Perfecting Cushion EX (2,100 บาท) เพิ่งเปิดตัวในไทยไปไม่ถึงเดือน เป็นสูตรที่มีสารบำรุงเดียวกับที่อยู่ในเซรั่มเบสต์เซลเลอร์อย่าง First Care Activating Serum EX เวลาใช้คุชชันก็จะหอมๆ ฟินๆ

 

 

M.A.C Lightful C+ Coral Grass SPF50 PA++++ Quick Finish Cushion Compact (1,750 บาท) คุชชันผสมรองพื้นเนื้อละเอียด เป็นสูตรที่รวมเอาอะมิโนแอซิด วิตามินซี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ใช้แต่งผิวให้สวยงามได้ทุกวัน

 

 

Urban Decay Naked Skin Glow Cushion (รีฟีล 1,200 บาท) คุชชันตลับนี้ให้ผลลัพธ์เนื้อแมตต์ เหมาะกับใครที่มีปัญหาผิวหน้ามัน แต่อยากได้ผิวที่ฉ่ำนิดๆ ดูโกลวหน่อยๆ แถมยังปกปิดเริ่ดได้ทุกระดับ ติดทน 18 ชั่วโมง

 

 

Sephora Collection Wonderful Cushion Foundation (890 บาท) หนึ่งในคุชชันที่เข้ากับผิวของสาวไทยมากที่สุดแบรนด์หนึ่ง คุณภาพดีงาม เนื้อเนียนนุ่ม ทาง่าย แค่ตบเบาๆ ก็ได้ผิวสวยเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา

 

 

Innisfree Skinny Coverfit Cushion (รีฟีล 490 บาท คุชชันเคส 290 บาท)

รองพื้นเนื้อคุชชันที่มอบการปกปิดดีเยี่ยม ติดทนนาน เหมาะกับอากาศบ้านเรา และมีสีให้เลือกเยอะขึ้นกว่าเดิมแล้ว แถมยังอยู่ในช่วงที่มีเคสคุชชันลาย Snoopy เป็นลิมิเต็ดเอดิชันให้เลือกช้อปคู่กัน

 

อ้างอิง:

The post อะไรคือคุชชัน? เหตุผลที่ทำให้คุชชันมาแรงข้ามปี พร้อมแนะนำไอเท็มขั้นเทพที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cushion/feed/ 0
แนะนำไอเท็มดูแลผิวที่จะเปลี่ยนให้คุณเป็นสุดหล่อ https://thestandard.co/skin-care-for-men/ https://thestandard.co/skin-care-for-men/#respond Mon, 13 Nov 2017 09:41:25 +0000 https://thestandard.co/?p=44752

     ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่อยาก ‘ดูดี’ ในสา […]

The post แนะนำไอเท็มดูแลผิวที่จะเปลี่ยนให้คุณเป็นสุดหล่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่อยาก ‘ดูดี’ ในสายตาคนรอบข้าง แต่หนุ่มๆ ส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตแบบห่างไกลผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกันอยู่ เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มความสำอางจากตรงไหน THE STANDARD ช่วยคัดเลือกไอเท็มเด็ดเพื่อการดูแลผิวของหนุ่มๆ ให้ดูดีขึ้น ไม่แน่นะ หากหนุ่มๆ หันมาดูแลผิวของตัวเองอย่างจริงจัง ผิวหยาบกร้านแบบผู้ชายบ้านๆ อาจเปลี่ยนเป็นหนุ่มผิวใสสไตล์โอปป้าก็เป็นได้

 

 

Clinique for Men Face Scrub (900 บาท)

     สครับผิวกันหน่อยไหมครับ? นี่คือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับหนุ่มหนวดทั้งหลาย ช่วยเตรียมผิวของหนุ่มๆ ให้นุ่มลื่นก่อนการโกนหนวดในทุกเช้า มีคุณสมบัติขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกและเข้าจัดการกับความมันส่วนเกิน ที่สำคัญ ช่วยดึงหนวดที่อยู่ชั้นใต้ผิวหนังออกมาได้ง่ายๆ ด้วยการถูเบาๆ มีส่วนประกอบของเมนทอลด้วย หนุ่มๆ ใช้แล้วจะรู้สึกสดชื่นและสะอาดแน่นอน

 

 

Lab Series Power Pore Anti-Shine & Pore Treatment (1,350 บาท)
     หากคุณมีปัญหารูขุมขนกว้าง เวลาอยู่ใกล้สาวๆ แล้วรู้สึกเสียเซลฟ์ กลัวว่าเธอจะสังเกตเห็นรูขุมขนที่ดูไม่น่าพิสมัย นี่เลย…ทรีตเมนต์ที่จะช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลง พร้อมคุณสมบัติคุมความมันไปในตัว ซึ่งหากใช้อย่างต่อเนื่อง ผิวจะค่อยๆ เรียบเนียนจนสังเกตได้ แต่อย่าลืมว่าต้องอาศัยความเคร่งครัดในการดูแลตัวเองด้วยนะ

 

 

SK-II Men Brightening Serum (4,500 บาท)
     ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ SK-ll จะมีสำหรับคุณผู้หญิงเท่านั้น ซีรั่มสำหรับคุณผู้ชายก็มา ความดีงามที่เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้คือเป็นซีรั่มที่จะช่วยปรับผิวของหนุ่มๆ ให้เปล่งปลั่งกระจ่างใสขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใช้งานง่าย เนื้อเซรั่มซึมซาบเร็ว สาวคนไหนจะลงทุนซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนรักจะต้องถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับแน่ หนุ่มๆ ก็ได้ซีรั่มเด็ดๆ ดูแลผิว ส่วนสาวๆ ก็จะได้แฟนคนเก่าที่ปรับโฉมใหม่ด้วยผิวที่จะดูดีและสดใสกว่าเดิม


Aesop Parsley Seed Anti-Oxidant Serum (2,600 บาท)
     นี่คือไอเท็มของดีที่ควรลอง ขอแค่ลงทุนสักหน่อยเถิด แล้วคุณจะหลงรักผิวของตัวเองสุดใจ ความดีของซีรั่มขวดนี้อยู่ที่การคืนความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวทันทีที่ใช้ เนื้อซีรั่มมีความซึมเร็ว แต่เคลือบผิวให้ชุ่มชื้นได้ยาวนาน ทั้งยังมีสารแอนติออกซิแดนต์ และที่สำคัญคือใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น เหมาะกับทุกสภาพผิว

 

 

Erno Laszlo Hydra-Therapy Bespoke Cleansing Set (1,050 บาท)

     เซตนี้สร้างมาเพื่อชายหนุ่มโดยเฉพาะ เป็นเซตคลีนซิ่งออยล์ที่มาพร้อมสบู่ก้อนสำหรับล้างหน้า เหมาะกับผู้ที่ติดการใช้สบู่ จุดเด่นของคลีนซิ่งออยล์คือจะช่วยขจัดคราบต่างๆ รวมถึงสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวหน้าระหว่างวันได้เป็นอย่างดี เนื้อผลิตภัณฑ์มีความอ่อนโยนต่อผิว ยิ่งเป็นคนที่ถนอมผิวหน้า เซตล้างหน้านี้ยิ่งเติมความชุ่มชื้นให้ผิวไปในตัว แถมยังมีคุณสมบัติลดริ้วรอยและปรับผิวให้ค่อยๆ เนียนนุ่มในทุกครั้งที่ใช้

The post แนะนำไอเท็มดูแลผิวที่จะเปลี่ยนให้คุณเป็นสุดหล่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/skin-care-for-men/feed/ 0
ทิปส์ดีๆ ควรทำก่อนนอน เพื่อผิวสวยปังทุกเช้า https://thestandard.co/tips-skin-before-sleep/ https://thestandard.co/tips-skin-before-sleep/#respond Thu, 19 Oct 2017 09:51:42 +0000 https://thestandard.co/?p=35895

     ด็อกเตอร์ เดบรา จาลิมัน แพทย์ผิวหนั […]

The post ทิปส์ดีๆ ควรทำก่อนนอน เพื่อผิวสวยปังทุกเช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ด็อกเตอร์ เดบรา จาลิมัน แพทย์ผิวหนังจากนิวยอร์ก เจ้าของงานเขียนในหนังสือ Skin Rules บอกว่า “การนอนหลับเพื่อความสวยงามอย่างถูกวิธีช่วยซ่อมแซมผิวพรรณให้ดีขึ้นได้”

 

 

     ใครจะไปนึกว่าหากนอนหลับอย่างไม่ถูกต้องเท่ากับมีส่วนในการสร้างริ้วรอยให้ผิวทางอ้อมได้ THE STANDARD จึงรวบรวมข้อแนะนำดีๆ ที่ควรทำก่อนนอน เพื่อความงามมาฝาก หากคุณอยากมีผิวที่สวยอ่อนเยาว์และสุขภาพดี ก็ได้เวลามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนกันใหม่ เพื่อผิวที่สวยปังอิ่มเอิบ และป้องกันริ้วรอยบนใบหน้าที่อาจเกิดจากการนอนหลับอีกด้วย

 

  1. ลงทุนกับหมอนดีๆ สักใบ

     ใครเจอปัญหาตื่นเช้ามาแล้วหน้ายับบ้าง นอกจากจะเกิดจากพฤติกรรมการนอนที่ติดการนอนตะแคง (พยายามนอนหงายแล้วแต่ไม่สำเร็จ เพราะนอนตะแคงจนติดเป็นนิสัย) แนะให้เริ่มต้นจากการมองหาหมอนและปลอกหมอนดีๆ ในเมื่อแก้พฤติกรรมการนอนไม่ได้ ก็ต้องหาหมอนและปลอกหมอนที่จะมารองรับส่วนของใบหน้าระหว่างการนอนหลับ ซึ่งหมอนที่ดีควรเป็นหมอนที่สามารถรองรับศีรษะและบริเวณต้นคอได้อย่างพอดี ความสูงที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 4-6 นิ้ว ระดับความนุ่ม ควรนุ่มพอดี   

     หากใช้หมอนที่นุ่มเกินไป ตื่นมาอาจเกิดอาการปวดหัวและหนังตาบวมได้ เนื่องจากตอนหมอนยุบตัว จะไปเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดให้สูงขึ้นนั่นเอง ส่วนปลอกหมอนที่ใช้ควรเป็นผ้าซาตินหรือผ้าไหม เพราะมีเส้นใยที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มนวล ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างปลอกหมอนกับใบหน้าในระหว่างที่นอนหลับ เช่นเดียวกับที่ ด็อกเตอร์ เจสลีน อาห์ลูวาเลีย แพทย์จากวิทยาลัยสปริงเมอร์เมด ที่สนับสนุนการใช้ปลอกหมอนผ้าไหมว่า “ปลอกหมอนผ้าไหมจะช่วยให้ผมไม่พันกันระหว่างนอนหลับ นอกจากนี้ผิวของคุณยังจะดีขึ้นเพราะวัสดุของผ้าไหมช่วยป้องกันรอยย่นและริ้วรอยได้ด้วย”

 

 

  1. นอนหงายให้เป็นนิสัย

     ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าบ้างก็เกิดขึ้นจากการนอนหลับของเราเอง ด็อกเตอร์ เจสลีนบอกว่า “คนที่นอนตะแคงมักเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้มากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับคนที่นอนหงาย” ดังนั้น แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนความเคยชินที่เป็นมานาน แต่หากค่อยๆ ปรับ ไปพร้อมกับการใช้ตัวช่วยตามข้อ 1 คือเลือกปลอกหมอนที่ดี จะสามารถเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ยับยั้งริ้วรอยที่เกิดจากการนอนทับใบหน้าให้น้อยลงได้

 

 

  1. อย่าลืมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์

     เผื่อผิวที่สดใสเปล่งปลั่งเมื่อตื่นนอนตอนเช้า ต้องแน่ใจว่าก่อนนอนคุณได้ทาครีมบำรุง อาทิ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือไนต์ครีมที่มีสูตรต่อต้านและลดเลือนริ้วรอย เมื่อคุณเติมน้ำให้ผิวผ่านการทาครีม ระหว่างการนอนหลับ ครีมเหล่านั้นจะเข้าบำรุงผิวหน้าและช่วยให้ผิวของคุณยืดหยุ่น แนะนำ Clinique Moisture Surge™ Hydrating Supercharged Concentrate (2,150 บาท) และ Laneige Lip Sleeping Mask กลิ่น Berry (700 บาท) นอกจากนี้อย่าลืมว่าริมฝีปากก็จำเป็นต้องได้รับการบำรุง เลือกทาลิปบาล์มเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นก่อนนอน ส่วนขนตาปัดด้วยมาสคาร่าที่ผสมสารบำรุง และทาครีมเป็นประจำก่อนนอน จะช่วยซ่อมแซมผิวของคุณให้สวยขึ้นได้ แต่ก่อนจะทาครีมอย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดอย่างถูกวิธีด้วยนะ

 

 

  1. ครีมแพงๆ ก็ไม่ช่วย

     ถามตัวเองดูสิว่า คุณเปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยแค่ไหน? เพราะอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างผิวสวยสุขภาพดี คือ การนอนหลับบนปลอกหมอนที่สะอาด คุณจึงควรถอดปลอกหมอนออกไปซัก ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะคงไม่ดีแน่หากคุณเอาใบหน้าสวยๆ แนบลงบนหมอนที่เต็มไปด้วยแบคทีเรียตลอดค่ำคืน (อย่างมากคือ 8 ชั่วโมงเชียวนะ) ทิปส์จากด็อกเตอร์ เจสลีน คือ “นอกจากจะต้องเปลี่ยนปลอกหมอนสัปดาห์ละ 2 ครั้งแล้ว วันไหนที่คุณไม่ได้เปลี่ยนปลอกหมอน ก็ควรพลิกหมอนอีกด้านที่สะอาดขึ้นมาใช้แทน”

 

 

  1. รวบผม

     การรวบผมที่ยาวขึ้นก่อนนอนถือเป็นไอเดียที่ดี เพราะน้ำมันจากเส้นผมสร้างความเสียหายให้กับผิวหน้าของเราได้ แต่ไม่ควรมัดผมแน่นตึงจนเกินไป เช่น มัดจุกแน่นๆ หรือมัดหางม้าตึงๆ คอร์ตนีย์ บรุนสัน เคยเขียนบทความ ‘7 Wraps to Protect Your Hair While You Sleep’ เอาไว้ โดยแนะนำว่า สาวๆ ควรเลือกเก็บผมก่อนนอนด้วยอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ง่ายๆ ตาม Beauty Store หรือตามร้าน Zara เช่น ใช้ Hairband ช่วยรวบผมก่อนนอน ซึ่งใช้งานง่าย และช่วยจัดระเบียบเส้นผมได้ตลอดค่ำคืน แบรนด์ ASOS ก็มี Headscarf ผ้าซาตินที่เป็นมิตรกับผมและผิวหน้า เพียงใช้คาดบนศีรษะและเก็บผมขึ้น แค่นี้ก็หมดปัญหาเส้นผมพันกันยุ่งเหยิงกวนใจได้แล้ว

 

อ้างอิง:

The post ทิปส์ดีๆ ควรทำก่อนนอน เพื่อผิวสวยปังทุกเช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/tips-skin-before-sleep/feed/ 0