CJ MORE Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/cj-more/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 16 Sep 2026 04:00:38 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เสถียร หัวเรือใหญ่ CJ MORE รับยังจำเป็นต้องลดราคาสินค้า ต้องยอมเฉือนกำไร เน้นขายปริมาณมาก รับมือกำลังซื้อผู้บริโภคหดตัว https://thestandard.co/cj-more-cuts-profit-boosts-volume/ Wed, 16 Sep 2026 03:50:45 +0000 https://thestandard.co/cj-more-cuts-profit-boosts-volume/ เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CJ MORE กล่าวถึงกลยุทธ์การลดราคาสินค้า

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยต้องรับแรงกด […]

The post เสถียร หัวเรือใหญ่ CJ MORE รับยังจำเป็นต้องลดราคาสินค้า ต้องยอมเฉือนกำไร เน้นขายปริมาณมาก รับมือกำลังซื้อผู้บริโภคหดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CJ MORE กล่าวถึงกลยุทธ์การลดราคาสินค้า

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยต้องรับแรงกดดัน ตั้งแต่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไปจนถึงการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี แน่นอนว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจึงต้องเร่งพลิกกลยุทธ์เพื่อช่วงชิงเงินในกระเป๋าผู้บริโภค ที่มีอยู่อย่างจำกัดมากขึ้นทุกวัน

 

 

เช่นเดียวกับ CJ MORE หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด ที่ออกมาประกาศความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ แม้เศรษฐกิจยังชะลอแต่ยังเดินหน้าลงทุนไม่ยั้ง

 

เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า ปัจจุบันทุกคนคงสัมผัสได้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดีนัก เห็นได้ชัดจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลงอย่างมาก และในฐานะที่กลุ่มคาราบาวมีธุรกิจเบียร์ ได้มีการประเมินว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีนั้น จะสังเกตได้จากบรรยากาศร้านอาหารในช่วงกลางคืน ซึ่งปัจจุบันยอมรับว่ามีลูกค้าเข้าใช้บริการน้อยลง สะท้อนได้ว่าผู้คนมีเงินจับจ่ายใช้สอยอย่างจำกัด

 

นอกจากความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจแล้ว นโยบายรัฐบาลอย่าง ‘โครงการไทยช่วยไทยพลัส’ ยังทำให้ยอดขายลดลงในบางช่วง อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าในร้านท้องถิ่นที่สามารถรับจ่ายผ่านโครงการดังกล่าวได้ ซึ่งร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าร่วมได้

 

แต่ถึงอย่างไรแล้ว ยังมีผู้มาใช้บริการในร้าน CJ มากกว่า 1.1 ล้านคนต่อวัน โดยมีสัดส่วนเป็นสมาชิกสูงถึง 80-90% หรือคิดเป็นฐานสมาชิกราว 12-13 ล้านคน โดยรวมแล้วธุรกิจในเครือยังคงเติบโตได้ดี ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมีความระมัดระวังในการลงทุน และ บริหารจัดการธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

และอีกหนึ่งหน้าที่ของธุรกิจต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า โดยธุรกิจของ ซีเจ มอร์ ยังจำเป็นต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และ ลดราคาสินค้า ซึ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการดึงลูกค้าเข้าร้าน อาจต้องยอมเฉือนกำไรตนเองลง แล้วเน้นขายปริมาณมากขึ้นแทน

 

เดินหน้าเปิดสาขาให้ครบ 5,000 แห่ง

 

เสถียร กล่าวต่อว่า วันนี้แบรนด์ดิ้งของ CJ MORE ค่อนข้างแข็งแรงแล้ว หากเทียบกับ 5-6 ปีที่ผ่านมา หลังจากใช้เวลาลองผิดลองถูก พร้อมทดลอง และ ปรับเปลี่ยนโมเดลจนลงตัว ปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 2,000 แห่ง แต่ละสาขามียอดใช้จ่ายประมาณ 600 บิลต่อวัน และ แต่ละบิลมียอดการซื้อสินค้า 4-5 รายการ

 

สำหรับทิศทางต่อจากนี้ได้ขยับแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นทุกปี ในปีนี้ใช้งบลงทุนราว 5,000 ล้านบาท วางแผนขยายร้านอีก 500 สาขา เน้นเข้าไปตั้งสาขาอยู่ในแหล่งชุมชนมากกว่าฝั่งถนนใหญ่ เนื่องจากธุรกิจเติบโตมาจากการสนับสนุนของคนในชุมชน

 

ส่วนเป้าหมายระยะยาว ในปี 2572 ตั้งใจเปิดสาขาให้เกือบครบ 5,000 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ส่วนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ระหว่างพิจารณาโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม โดยปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมในการกระจายสินค้า จากศูนย์กระจายสินค้าที่มีอยู่ 5 แห่ง ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ในแง่จำนวนสาขาของธุรกิจค้าปลีกในไทยได้

 

คาดได้เห็น CJ เดินหน้า IPO ภายในปี 2572

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน หัวเรือใหญ่ คาราบาว กรุ๊ป เล่าต่อไปว่า ขณะนี้มีตัวแทนจากตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ทั้งฮ่องกง และ สิงคโปร์ เข้ามานำเสนอข้อมูลและหารือถึงแนวทางการเข้าจดทะเบียน ส่วนมูลค่าการเสนอขายหุ้นยังต้องพิจารณาตามจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง

 

เสถียร อธิบายว่า บริษัทมีกระแสเงินสดและผลประกอบการที่แข็งแกร่ง จึงไม่มีแรงกดดันเรื่องหนี้สินหรือการต้องรีบระดมทุน แต่ถ้าหากเข้าตลาดก็จะโฟกัส ไปที่ผลประโยชน์ระยะยาว และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย และต้องพิจารณาความคุ้มค่า เช่น ในตลาดต่างประเทศ แม้เงื่อนไขดี แต่นักลงทุนอาจยังไม่รู้จักแบรนด์ CJ มากนัก

 

ถึงอย่างนั้นบริษัทมั่นใจว่า CJ มีโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยเชื่อว่ามีโอกาสในการขยายโมเดลนี้ไปสู่ภูมิภาคอาเซียนตามรอยธุรกิจเบียร์ได้ในอนาคต

 

ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนของแผนเข้าตลาดในปี 2572 โดยจะพิจารณาจากระดับกำไรและความเชื่อมั่นของตลาดในช่วงเวลานั้น พร้อมยอมรับตรงๆ ว่าตนเองไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องตลาดหุ้นมากนัก

 

เปิดตัวโครงการ ‘CJ STAR ของดีติดดาว’ หนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก ผ่านโครงการ ‘CJ STAR ของดี ติดดาว’ ซึ่งเป็นโครงการที่ค้นหาสินค้าขึ้นชื่อในจังหวัดต่างๆ โดย CJ MORE จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและเป็นช่องทางขาย เพื่อให้สินค้า

 

เป็นที่รู้จักในตลาดในวงกว้าง

 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการติดดาวทั้งสิ้น 14 ราย รวม 21 รายการสินค้า ซึ่งถือเป็นตัวแทนของดีจากชุมชนต่างๆ ที่มีความหลากหลายทั้งอาหาร ขนม เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ความพิเศษคือสินค้าเหล่านี้จะได้วางขายในบริเวณพื้นที่หัวชั้น CJ STAR ของดีติดดาวในร้าน CJ MORE หลังจากนำสินค้าเข้าไปวางขาย

 

ภายใน 3 วันที่ผ่านมา ทำยอดขายได้ 1.8 แสนบาท ขายได้กว่า 5,000 ชิ้น

 

เสถียร ยังทิ้งท้ายอีกว่า ถึงวันนี้บริษัทมีภาระหนี้สินน้อย ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง จึงสามารถรับแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ หรือแม้แต่ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาดูผลประกอบการในปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้อยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท โดยยอดขายของธุรกิจค้าปลีก CJ เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น หรืออยู่ที่ประมาณ 8.2 หมื่นล้าน ถึง 1 แสนล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายเติบโตประมาณ 30% หรือทำรายได้อยู่ที่ 8-9 หมื่นล้านบาท

 

 

The post เสถียร หัวเรือใหญ่ CJ MORE รับยังจำเป็นต้องลดราคาสินค้า ต้องยอมเฉือนกำไร เน้นขายปริมาณมาก รับมือกำลังซื้อผู้บริโภคหดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ตระกูลเสถียรธรรมะ’ แห่งคาราบาวกรุ๊ป ซุ่มเงียบเปิดโมเดลใหม่ ‘CJX ขายสินค้าราคาส่ง’ เจาะตลาดที่กำลังแข่งเดือดระหว่าง Makro ของ CP และ GO Wholesale ของ Central https://thestandard.co/sathientham-new-model-cjx/ Mon, 15 Jan 2024 05:45:13 +0000 https://thestandard.co/?p=887804

เปิดปี 2567 สมรภูมิของธุรกิจค้าส่งไทยยังเคลื่อนไหวไม่หย […]

The post ‘ตระกูลเสถียรธรรมะ’ แห่งคาราบาวกรุ๊ป ซุ่มเงียบเปิดโมเดลใหม่ ‘CJX ขายสินค้าราคาส่ง’ เจาะตลาดที่กำลังแข่งเดือดระหว่าง Makro ของ CP และ GO Wholesale ของ Central appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดปี 2567 สมรภูมิของธุรกิจค้าส่งไทยยังเคลื่อนไหวไม่หยุด เมื่อ ‘เสถียร เสถียรธรรมะ’ หัวเรือใหญ่คาราบาวกรุ๊ป รวมถึงบริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด ผู้บริหารเชนร้านค้าปลีก CJ Express และ CJ MORE ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ภายใต้ชื่อ CJX วางโพสิชันนิงให้เป็นทั้งร้านค้าส่งและค้าปลีกเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งตอนนี้เปิดไปแล้วกว่า 4 สาขาในต่างจังหวัด 

 

สำหรับร้าน CJX ไม่ต่างจากร้าน CJ Express และ CJ MORE ที่เป็นอาคารตึกแถวชั้นเดียว มีพื้นที่จอดรถ ส่วนไลน์สินค้าภายในร้านจะเป็นสินค้าคอนซูเมอร์เป็นหลัก และมีโซนของร้านกาแฟ บาว คาเฟ่ ร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม ไว้ในพื้นที่เดียวกัน แตกต่างกันที่การขายสินค้าราคาส่งยกลังเท่านั้น

 

ถือว่าสอดคล้องกับที่ ‘วีรธรรม เสถียรธรรมะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด เคยกล่าวเอาไว้ว่า บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด จะไม่หยุดที่จะขยายและหาโอกาสการเติบโตทั้งธุรกิจเดิมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยกลยุทธ์การทำการตลาดแบบป่าล้อมเมือง สร้างฐานลูกค้าในต่างจังหวัดก่อนขยายเข้ากรุงเทพฯ ที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของการรับรู้แบรนด์และสร้างฐานลูกค้า

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เรียกได้ว่าเป็นการค่อยๆ คืบคลานเข้ามาร่วมการแข่งขันในตลาดค้าส่งที่มี GO Wholesale ของค่าย Central กับ Makro ของ CP ที่กำลังเร่งทำตลาดอย่างหนัก แต่ถ้าเทียบขั้นกันแล้ว โมเดลของ CJX ยังถือว่าเล็กมาก ถ้าเทียบกับทั้งสองค่ายใหญ่ เพราะ CJX ยังไม่มีโซนสินค้าที่เป็นของสดและฟู้ดโซลูชันส์ที่เป็นจุดขายของธุรกิจค้าส่ง แต่ต้องจับตาดูในอนาคตว่าจะมีการเพิ่มไลน์สินค้าเข้ามามากน้อยแค่ไหน 

 

สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย แสดงความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกเริ่มได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้การซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านลดลง จากนั้นร้านค้าปลีกก็เริ่มผันตัวไปเป็นร้านค้าส่ง เพราะที่ผ่านมาตัวเลขการซื้อสินค้าบ้านเราแข่งขันกันที่การขายสินค้าในปริมาณมากๆ หรือเรียกว่าการหาช่องทางระบายสินค้า เพื่อให้ได้ตามเป้าตัวเลขยอดขายที่ไปรับมา

 

ปัจจุบันในตลาดค้าส่งไทยมีหลายเจ้า ทั้ง Central ที่มาทำ GO Wholesale แข่งกับ Makro ของ CP รวมถึง Big C ก็มีร้านโดนใจ ทุกค่ายต่างมีสินค้าเป็นของตัวเอง และต้องหาพื้นที่แย่งชิงลูกค้า 

 

“อย่างตระกูลเสถียรธรรมะ กลยุทธ์เขาจะเน้นไปเปิดร้านในต่างจังหวัด อาจเพราะเห็นว่าตลาดกรุงเทพฯ มันเต็ม แต่ถ้ามองไปที่เป้าหมายของเขา ไม่ได้มองแค่จะเข้ามาแข่งขันอย่างเดียว เพราะส่วนใหญ่บริษัทเหล่านี้จะมีสินค้าอยู่ในมือด้วย ถึงเวลาก็ป้อนสินค้าเข้าร้านของตัวเอง ไม่มีอะไรซับซ้อน”

 

อีกด้านหนึ่ง หากสังเกตจะเห็นว่าทุกค่ายเริ่มปรับตัวตามเทรนด์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการหาพื้นที่ร้านขนาดใหญ่กว่าเดิม มีที่จอดรถตั้งแต่ 10 คันขึ้นไป จะเริ่มไม่เห็นโมเดลร้านในลักษณะของตึกแถวเหมือนเดิมแล้ว 

 

ด้าน มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี วิเคราะห์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ก่อนหน้านี้ CJ Express ได้ขยายร้านสะดวกซื้อไปในหลายๆ จังหวัด และการเปิดโมเดล CJX ร้านค้าส่ง ก็จะช่วยเติมเต็มธุรกิจให้ครบวงจรมากขึ้น คนอื่นทำเขาก็ต้องทำ เพราะทุกอย่างคือมาตรฐานเดียวกัน

 

แต่ต้องมาดูว่า CJ มีจุดเด่นตรงไหน นอกจากสินค้าคอนซูเมอร์แล้ว ในอนาคตจะมีกลุ่มอาหารที่ครบวงจรเหมือน GO Wholesale และ Makro เข้ามาเพิ่มหรือไม่ ซึ่งต้องแยกเป็น 2 ส่วน เรื่องอาหารกับคอนซูเมอร์ ของกินของใช้ 

 

ซึ่งถ้าเทียบกับ GO Wholesale ของ Central หรือแม้แต่ Makro ของ CP ต้องยอมรับว่ามีสินค้าในมือเยอะมาก ทั้งสินค้าในประเทศและสินค้านำเข้า ตอนนี้ทั้งสองค่ายแข่งขันกันอย่างดุเดือด หลังจาก Central ได้เปิดตัว GO Wholesale ร้านค้าส่งครบวงจร พร้อมดึงอดีตผู้บริหารฝีมือดีของ Makro อย่าง สุชาดา อิทธิจารุกุล เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด เพื่อปลุกปั้นให้แบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว 

 

มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ เล่าย้อนกลับไปว่า เซ็นทรัลมีอาวุธลับคือวัตถุดิบและสินค้านำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกัน ตัวเลขยอดขายก็ไม่ได้เยอะมาก ก็เลยมาเปิด Tops เพื่อหาทางออกในการจำหน่ายสินค้านำเข้า แต่จะเปิด Tops อย่างเดียวก็ไม่พอ 

 

คราวนี้สิ่งที่เราต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดี กับโอกาสทางธุรกิจมันคนละเรื่องกัน Central ก็มองเห็นโอกาสและไปดึงตัวคุณสุชาดามา แน่นอนว่าคุณสุชาดาจะรู้อยู่ทันทีว่าการบริหารจัดการสินค้าในหมวดไหนได้กำไรมากสุด ซึ่งไม่ใช่กลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ แต่คือกลุ่มฟู้ดโซลูชันส์ พวกของสด หมู ไก่ แซลมอน ชีส ตลาดใหญ่และกำไรเยอะ ซึ่งก็สอดคล้องกับอาวุธที่ Central มี คือการดีลวัตถุดิบนำเข้าหรือแม้แต่แซลมอนไว้อยู่แล้ว 

 

อีกด้านหนึ่งจะเห็นว่า Makro กับ GO Wholesale จะขายสินค้าคอนซูเมอร์น้อยมาก เพราะมีกำไรน้อย และมีการแข่งขันสูง ขณะที่อาหารทำกำไรได้มากกว่า แต่ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าการขยายตัวของ Makro เน้นเปิดตามหัวเมืองหลักๆ นำวัตถุดิบที่หลากหลายมาขาย ก็ได้สร้างโอกาสให้กับธุรกิจร้านอาหารในตลาดต่างจังหวัด

 

สะท้อนให้เห็นว่าตลาดค้าส่งกลายเป็นที่สนใจของผู้เล่นหน้าใหม่ๆ หลังจากในอดีตที่มีเพียง Makro ทำตลาดเพียงรายเดียวมานาน จนปัจจุบันมีทั้งหมด 148 สาขา จากนั้นก็มี GO Wholesale ของกลุ่ม Central กระโดดเข้ามา ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 5 สาขา ทั้งศรีนครินทร์ เชียงใหม่ นิคมอมตะ ตามด้วยพัทยา จังหวัดชลบุรี และสาขาพระราม 2 โดยมีแผนเปิดสาขาปีละ 10 สาขา พร้อมตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิดสาขาให้ครบ 50 สาขาภายใน 5 ปี

 

“หากสังเกตจะเห็นว่าเมื่อไรก็ตามที่ GO Wholesale เปิดสาขาในพื้นที่ไหน Makro ก็จะรีโนเวตสาขาที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันทันที เรียกได้ว่าไม่ยอมน้อยหน้ากันเลยทีเดียว”

The post ‘ตระกูลเสถียรธรรมะ’ แห่งคาราบาวกรุ๊ป ซุ่มเงียบเปิดโมเดลใหม่ ‘CJX ขายสินค้าราคาส่ง’ เจาะตลาดที่กำลังแข่งเดือดระหว่าง Makro ของ CP และ GO Wholesale ของ Central appeared first on THE STANDARD.

]]>