Christine Lagarde Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/christine-lagarde/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 18 Apr 2024 03:16:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ECB ระบุ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบแนวทางหั่นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ https://thestandard.co/tensions-in-the-middle-east-affect/ Thu, 18 Apr 2024 03:16:23 +0000 https://thestandard.co/?p=923945

Robert Holzmann ประธานธนาคารกลางออสเตรีย ซึ่งเป็นหนึ่งใ […]

The post ECB ระบุ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบแนวทางหั่นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Robert Holzmann ประธานธนาคารกลางออสเตรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 เมษายน) ระบุว่า ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางในเวลานี้กลายเป็นปัจจัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ECB ในปีนี้ 

 

โดย Holzmann อธิบายว่า แค่มีเรือจมในฮอร์มุซเพียงลำเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นในเวลานี้ ทำให้ ECB อาจต้องคิดหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อดำเนินการ ซึ่งน่าจะกระทบต่อแผนการที่มีอยู่เดิมอย่างการหั่นดอกเบี้ย พร้อมชี้ว่า ราคาพลังงานเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดประการเดียวในแง่ของการต่อสู้เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อของยุโรป ซึ่งการขึ้นราคาน้ำมันอย่างฉับพลันจะทำให้เกิด ‘ภาวะช็อกครั้งใหญ่’ ได้

 

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่เจ้าตัวเข้าร่วมการประชุมนอกรอบในการประชุมประจำปีช่วงฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF 

 

ความคิดเห็นของ Holzmann ยังสอดคล้องกับมุมมองของ Olli Rehn ประธานธนาคารกลางฟินแลนด์ และเป็นหนึ่งในผู้กำหนดนโยบายของ ECB อีกรายที่กล่าวเมื่อวันอังคาร (16 เมษายน) ว่าความน่าจะเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนขึ้นอยู่กับอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง โดยความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อนโยบายการเงินของ ECB ในเวลานี้เกิดจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

 

ทั้งนี้ สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันกลางยกระดับความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลก็ประกาศกร้าวที่จะตอบโต้เอาคืนอย่างสาสม ท่ามกลางการร้องขอจากบรรดาผู้นำนานาประเทศทั่วโลกที่ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความยับยั้งชั่งใจสูงสุด และพิจารณาแนวทางสันติภาพในการยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น 

 

ด้าน Christine Lagarde ประธาน ECB ยอมรับว่า ทาง ECB กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ยกเว้นแต่ว่าจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์สำคัญใดๆ ที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อยุโรปพุ่งสูงขึ้น พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ ECB ต้องการเพียงแค่ปัจจัยที่จะมายืนยันความมั่นใจให้ ECB ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเท่านั้น กระนั้นหากเกิดเหตุไม่คาดฝันใดๆ ECB ก็พร้อมที่จะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งการตัดสินใจทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลในช่วงเวลานั้นๆ เป็นสำคัญ 

 

ภาพ: Reuters

อ้างอิง: 

The post ECB ระบุ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบแนวทางหั่นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECB เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 ‘ลาการ์ด’ ส่งสัญญาณมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ https://thestandard.co/ecb-lagarde-interest-adjust-sign/ Fri, 15 Sep 2023 03:16:33 +0000 https://thestandard.co/?p=841906 ECB ขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เป็นการตัดสินใจตามที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ เ […]

The post ECB เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 ‘ลาการ์ด’ ส่งสัญญาณมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECB ขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เป็นการตัดสินใจตามที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ เมื่อธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB มีมติประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี (14 กันยายน) ที่ผ่านมา โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกัน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากดีดตัวสู่ระดับ 4.00% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 4.75% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 4.50%

 

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวยังมาพร้อมกับตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในยูโรโซนล่าสุด ซึ่งแตะระดับ 5.60% ในปีนี้ ก่อนจะลดลงแตะที่ 3.20% ในปีหน้า และ 2.10% ในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ที่ระดับ 2.00% เล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม คริสติน ลาการ์ด ชี้ว่า ในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ยังมีโอกาสที่ ECB อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ ลาการ์ดกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยล่าสุดนี้ได้รับข้อมูลสนับสนุนอย่างเพียงพอภายใต้แนวทางการประเมินในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อของ EU กลับสู่เป้าหมาย 2.00% ภายในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจมีความจำเป็นที่ต้องขยับปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกเล็กน้อยช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ และ ECB เองก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ได้ถึงจุดสูงสุด (Peak) แล้ว 

 

ท่าทีและความเห็นของลาการ์ดมีขึ้นท่ามกลางความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนส่วนหนึ่งที่มองว่า อัตราดอกเบี้ยของ ECB ที่ปรับขึ้นล่าสุดนี้ถือเป็นจุดสูงสุดสำหรับรอบการปรับใช้นโยบายการเงินเข้มงวดในปัจจุบัน 

 

การปรับขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ล่าสุดยังฉุดให้ค่าเงินยูโรร่วงลงมากถึง 0.70% สู่ระดับ 1.0656 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เนื่องจากผู้ค้ามองเห็นโอกาสประมาณ 20% ที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตของภูมิภาค

 

ด้านพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี ซึ่งถือเป็นพันธบัตรที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากที่สุดในภูมิภาค มีการปรับลดของอัตราดอกเบี้ยตอบแทนพันธบัตรมากที่สุด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงมาอยู่ที่ 4.32% ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์

 

ด้านลาการ์ดย้ำว่า มติดังกล่าวเป็นการตัดสินใจท่ามกลางความสมดุลที่มากที่สุดนับตั้งแต่ ECB ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม 2022 ขณะเดียวกัน ECB ยังคงส่งสัญญาณชัดเจนที่จะรักษาต้นทุนการกู้ยืมไว้ที่ระดับเข้มงวดเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เพียงพอต่อการปรับขึ้น-ลดอัตราเงินเฟ้อต่อไป 

 

ท่าทีดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า ECB ยังคงพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างดื้อดึง ซึ่งทาง ECB เองก็ยอมรับว่า อาจมีความจำเป็นในการสร้างความเจ็บปวดเพิ่มเติมให้กับเศรษฐกิจ เพื่อจัดการอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ภายใต้การควบคุม

 

ขณะนี้หลายฝ่ายต่างจับตารอดูท่าทีของบรรดาธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินในวันที่ 20 กันยายนนี้ โดยหลายฝ่ายมองว่า Fed จะสามารถจัดการกับเงินเฟ้อโดยที่ไม่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม 

 

อ้างอิง: 

The post ECB เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 ‘ลาการ์ด’ ส่งสัญญาณมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน ECB เตือน ปมขัดแย้ง ‘สหรัฐฯ-จีน’ ฉุดเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ ดันเงินเฟ้อพุ่ง และอาจทำให้ต้นทุนราคาผู้บริโภคเพิ่ม 5% ในระยะใกล้ https://thestandard.co/ecb-warns-usa-china-conflict/ Tue, 18 Apr 2023 02:03:09 +0000 https://thestandard.co/?p=777987 ECB เตือน สหรัฐฯ จีน

คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโ […]

The post ประธาน ECB เตือน ปมขัดแย้ง ‘สหรัฐฯ-จีน’ ฉุดเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ ดันเงินเฟ้อพุ่ง และอาจทำให้ต้นทุนราคาผู้บริโภคเพิ่ม 5% ในระยะใกล้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECB เตือน สหรัฐฯ จีน

คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ออกโรงเตือนเมื่อวันจันทร์ที่ 17 เมษายนว่า ความขัดแย้งบาดหมางระหว่างสหรัฐฯ กับจีน สองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการค้าโลก เพิ่มอัตราเงินเฟ้อ และชะลอการเติบโตทำให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอ

 

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่ลาการ์ดขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ที่ Council on Foreign Relations ในนิวยอร์ก ซึ่งเธอระบุว่า ข้อมูลทางเศรษฐกิจย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1900 แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเสมอ

 

นอกจากนี้ลาการ์ดยังกล่าวว่า ต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากประเทศต่างๆ หยุดหรือลดการค้าขายกับคู่แข่ง และแสวงหาสินค้าจากภายในประเทศหรือจากประเทศพันธมิตร ขณะที่การตัดขาดความสัมพันธ์อาจเป็นเรื่องยาก ตัวอย่างเช่น กรณีของยุโรปที่มีการพึ่งพาแร่ธาตุหายากจากจีนถึง 98% ซึ่งใช้ในโทรศัพท์มือถือและฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ

 

ทั้งนี้ ลาการ์ดประเมินว่า หากห่วงโซ่อุปทานของโลกต้องแตกแยกตามเส้นแบ่งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนราคาผู้บริโภคอาจเพิ่มขึ้น 5% ในระยะใกล้ และ 1% ในระยะยาว

 

ขณะเดียวกัน ลาการ์ดยังเตือนด้วยว่า สหรัฐฯ ไม่ควรเพิกเฉยต่อบทบาทของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินหลักของการค้าโลก โดยแม้ในขณะนี้จะยังไม่ได้รับผลกระทบจากการท้าทายที่เกิดขึ้นกับสกุลเงินใดๆ ก็ตาม แต่กระนั้น จีน รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ก็กำลังหาทางลด ละ เลิก การพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ ที่รัฐบาลจีน รัสเซีย และอิหร่านมองว่า สหรัฐฯ พยายามใช้อิทธิพลที่มีในการครอบงำหรือบีบบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรลงโทษทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อรัสเซียหลังจากการรุกรานยูเครนเมื่อปีที่แล้ว

 

นอกจากนี้ ประธานธนาคารกลาง ECB กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกที่แตกเป็นเสี่ยงและมีประสิทธิภาพน้อยลงจะทำให้ธนาคารกลางควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ยากขึ้น และธนาคารกลางจะต้องการความช่วยเหลือจากผู้กำหนดนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะต้องหาทางควบคุมต้นทุนโดยการปรับปรุงประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานและการอนุรักษ์พลังงาน

 

ลาการ์ดซึ่งรับตำแหน่งประธาน ECB ในปี 2019 หลังจากที่เพิ่งจะลงจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เป้าหมายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปเริ่มจะเห็นผลในการต่อสู้กับเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรหรือยูโรโซนบ้างแล้ว ยืนยันได้จากตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนมีนาคม ซึ่งปรับตัวลดลงแตะระดับ 6.9% ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี และลดลงจากระดับสูงสุดที่ 10.6% ในเดือนตุลาคม ปี 2022 ที่ผ่านมา กระนั้น สถานการณ์เงินเฟ้อของยุโรปก็ยังไม่สามารถวางใจได้ ตราบใดที่ยุโรปยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย

 


บทความที่เกี่ยวข้อง


 

อ้างอิง:

The post ประธาน ECB เตือน ปมขัดแย้ง ‘สหรัฐฯ-จีน’ ฉุดเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ ดันเงินเฟ้อพุ่ง และอาจทำให้ต้นทุนราคาผู้บริโภคเพิ่ม 5% ในระยะใกล้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘คริสติน ลาการ์ด’ แสดงความเชื่อมั่น สหรัฐฯ ไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ https://thestandard.co/christine-lagarde-usa-debt-default/ Mon, 17 Apr 2023 02:03:25 +0000 https://thestandard.co/?p=777507 เพดานหนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ

เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคาร […]

The post ‘คริสติน ลาการ์ด’ แสดงความเชื่อมั่น สหรัฐฯ ไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพดานหนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ

เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีการเดินหน้าขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทางรายการ Face the Nation ของสถานี CBS เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เมษายนที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวแล้วเธอมี ‘ความมั่นใจอย่างมาก’ ว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้ประเทศผิดนัดชำระหนี้

 

ทั้งนี้ ลาการ์ดกล่าวอย่างชัดเจนว่าตนเองไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าสหรัฐฯ จะยอมปล่อยให้หายนะครั้งใหญ่อย่างการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้น เพราะการผิดนัดชำระหนี้ก็จะมี ‘ผลกระทบในทางลบอย่างมาก’ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก 

 

ลาการ์ดย้ำว่า การที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำหลักในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกและเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ดังนั้น สหรัฐฯ ไม่สามารถปล่อยให้การผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้นได้ 

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งภายในสภาคองเกรสในการเจรจาเพื่อจัดการขยายเพดานหนี้ ซึ่งหากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ร่วมกันได้ สหรัฐฯ อาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกอย่างเร็วที่สุดในฤดูร้อนนี้หรืออย่างช้าที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง

 

ลาการ์ดกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยทางการเมืองที่สามารถเข้าใจได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วผลประโยชน์ของประเทศจะต้องได้รับชัยชนะ โดยอดีตกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายนี้ ยังคงมีมุมมองทางบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะระบุชัดว่าเศรษฐกิจถดถอยเล็กน้อยในปลายปีนี้ 

 

โดยลาการ์ดชี้ถึงแนวโน้มการคาดการณ์ของหลายสำนักในขณะนี้ว่าเป็นไปทิศทางบวกทั้งหมดคือ โดยรวมแล้วมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี แม้จะมีปัจจัยที่ต้องรับมืออย่างระมัดระวัง อย่างสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ความไม่แน่นอนของภาคการธนาคารในสหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ และภาวะเงินเฟ้อ เพื่อทำให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่้รัฐบาลและธนาคารกลางทั้งหลายต้องนำนโยบายที่ถูกต้องมาใช้ 

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทาง IMF เพิ่งจะปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2023 นี้ว่าจะลดลงจากปี 2022 ก่อนหน้า จาก 3.4% มาอยู่ที่ 2.8% และลดลงจากการประมาณการในเดือนมกราคม ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะอยู่ที่ 2.9% โดย IMF ให้เหตุผลในการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกว่าเป็นเพราะความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง และเสถียรภาพในภาคการเงินการธนาคารทำให้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงขาลงเพิ่มสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างคาดการณ์ว่าธนาคารต่างๆ จะมีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงิน หลังจากการล่มสลายของ Silicon Valley Bank ในเดือนมีนาคม จนหลายฝ่ายเกรงว่าจะทำให้เกิดวิกฤตสินเชื่อ

 

ทั้งนี้ ลาการ์ดระบุว่า ECB จะเฝ้าจับตามองและประเมินผลกระทบของกิจกรรมธนาคารในสหรัฐอเมริกาและสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงการล่มสลายของ Silicon Valley Bank และ Signature Bank ตลอดจนธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิสอย่าง Credit Suisse ที่ถูกบังคับให้ควบรวมกิจการกับ UBS ทำให้เกิดความวุ่นวายในภาคการธนาคาร อย่างใกล้ชิด 

 

ลาการ์ดอธิบายว่า ถ้าธนาคารไม่ให้สินเชื่อมากเกินไปและจัดการกับความเสี่ยงได้ก็อาจจะช่วยลดภาระงานของ ECB ในการจัดการลดอัตราเงินเฟ้อได้ อย่างไรก็ตาม หากจำกัดการปล่อยสินเชื่อมากเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวและขยายตัวเติบโตทางเศรษฐกิจได้เช่นกัน 

 

ส่วนในกรณีที่เกี่ยวกับจีน ลาการ์ดกล่าวว่าตนเข้าใจการแข่งขันระหว่างสองประเทศ แต่หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหันหน้าเจรจากันได้ ก่อนย้ำว่าการค้าไม่ควรเป็นการเผชิญหน้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ

 

ลาการ์ดกล่าวชัดเจนว่า ตนเองเห็นด้วยกับ เฮนรี คิสซิงเจอร์ หรือ เควิด รัดด์ ที่ระบุว่าความขัดแย้งไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการบีบให้โลกต้องเลือกระหว่างเศรษฐกิจสหรัฐฯ กับเศรษฐกิจจีน จะทำให้เศรษฐกิจโลกก้าวสู่ภาวะขาลงและความไม่แน่นอนมากขึ้น 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง: 

The post ‘คริสติน ลาการ์ด’ แสดงความเชื่อมั่น สหรัฐฯ ไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ECB’ ลุยขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด หวังกดเงินเฟ้อที่ค้างเติ่งที่ 8.50% ลงสู่เป้าหมาย ยันไร้กังวลวิกฤตแบงก์ แต่พร้อมอุ้มหากจำเป็น https://thestandard.co/ecb-raise-interest-reduce-inflation/ Fri, 17 Mar 2023 04:09:59 +0000 https://thestandard.co/?p=764387

ธนาคารกลางยุโรปเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ 0.50% ห […]

The post ‘ECB’ ลุยขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด หวังกดเงินเฟ้อที่ค้างเติ่งที่ 8.50% ลงสู่เป้าหมาย ยันไร้กังวลวิกฤตแบงก์ แต่พร้อมอุ้มหากจำเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธนาคารกลางยุโรปเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ 0.50% หวังใช้สกัดเงินเฟ้อที่ยังสูงระดับ 8.50% ให้ลดลงตามเป้าหมายที่ 2% ไม่หวั่นวิกฤตธนาคาร ลั่นพร้อมช่วยเหลือหากจำเป็น 

 

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนใน 20 ชาติสมาชิกที่ใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 ท่าทีของ ECB เป็นไปตามที่ทางธนาคารกลางส่งสัญญาณมาโดยตลอดในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้าว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม หลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยเงินเฟ้อทั่วไปในกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินยูโรประจำเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานในเบื้องต้นว่ายังคงอยู่ในระดับสูงที่ 8.50% มากกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB

 

รายงานระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.00% 

 

ขณะเดียวกัน ทาง ECB ยังได้ประเมินอัตราดอกเงินเฟ้อในปีนี้ของภูมิภาคว่าจะลดลงแตะระดับ 5.30% ในช่วงสิ้นปี 2023 นี้ก่อนที่จะปรับตัวลดลงแตะ 2.90% ในปี 2024 และลดลงสู่ระดับ 2.10% ในปี 2025

 

นอกจากนี้ ทาง ECB ระบุชัดว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ และจะจับตาสถานการณ์ในตลาดอย่างใกล้ชิด โดยพร้อมที่จะใช้มาตรการใดๆ ที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาและระบบการเงิน

 

ความเห็นข้างต้นมีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในระบบธนาคาร โดยเฉพาะหลังจากเกิดกรณีที่ธนาคาร Credit Suisse ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ที่เพิ่งจะได้รับการอนุมัติเงินกู้มูลค่า 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องของธนาคาร 

 

สถานการณ์ในภาคการธนาคารทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึง ECB ว่าจะตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ รวมถึงการระงับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นตัวของภาคธนาคาร นำโดยวิกฤตขาดทุนสะสม ซึ่งฉุดให้หุ้นของธนาคาร Credit Suisse เมื่อวันพุธที่ 15 มีนาคม ร่วงหนักกว่า 30% ขณะที่หุ้นในการเงินการธนาคารโดยรวมของยุโรปปรับตัวลดลงประมาณ 7%

 

แถลงการณ์ของ ECB ยืนยันชัดเจนว่า เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นแรกสุดที่ ECB ให้ความสำคัญ เนื่องจากการคาดการณ์ทิศทางเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงและยืดเยื้อยาวนานกว่าคิดไว้

 

อย่างไรก็ตามในส่วนของ ECB ทางคณะกรรมการฯ ได้ออกมายืนยันว่า มีการติดตามความตึงเครียดในตลาดอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะตอบสนองตามความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเสถียรภาพทางการเงินในเขตยูโร พร้อมย้ำชัดว่า ภาคการธนาคารในเขตยูโรมีความยืดหยุ่นโดยมีสถานะเงินทุนและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง

 

ทั้งนี้ คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวย้ำว่า ความวุ่นวายในตลาดเมื่อเร็วๆ นี้แตกต่างจากที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 ซึ่งในช่วงเวลานั้น ภาคการเงินการธนาคารของยุโรปต่างได้รับบทเรียนที่นำไปสู่การปฏิรูประบบและการทำงาน มีการสร้างเกณฑ์ Basel III (กรอบการกำกับดูแล) มีการเพิ่มอัตราส่วนเงินทุนสำรองให้พร้อมรับวิกฤต

 

ลาการ์ดยืนกรานว่า ภาคการธนาคารของยุโรปในขณะนี้อยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งขึ้นมากเมื่อเทียบกับอดีต อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Credit Suisse ยังน่ากังวล เพราะนโยบายการเงินของ ECB ที่ทำผ่านระบบธนาคาร ซึ่งในกรณีที่เกิดวิกฤตแบบเต็มรูปแบบ อาจจะทำให้นโยบายต่างๆ ของธนาคารไร้ประสิทธิภาพได้

 

ลาการ์ดจึงใช้โอกาสนี้ยืนยันว่า ECB มีเครื่องมือพร้อมดำเนินการแทรกแซงที่พร้อมเปิดใช้งานเสมอหากจำเป็น และพร้อมที่จะก้าวเข้ามาจัดการหากจำเป็น 

 

การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วยุโรปเมื่อวันที่ 16 มีนาคมปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนี STOXX 600 เพิ่มขึ้น 1.26% หลังจากที่ผันผวนอย่างหนัก ส่วนดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 2% ดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 0.90% และดัชนี DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1.60%

 

ด้านหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น 2.60% ไม่นานหลังจากเปิดทำการในเช้าวันพฤหัสบดีก่อนที่จะร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายระหว่างวัน และปิดตลาดฟื้นกลับมาด้วยการปิดบวกไป 1.24% โดยได้อานิสงส์ข่าวดีจากการที่ธนาคารกลางสวิสยอมปล่อยกู้ให้กับเครดิตสวิส 

 

ขณะที่หุ้นของ Credit Suisse เมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) สามารถฟื้นตัวปรับเพิ่มขึ้นมาได้ถึง 18.80% เพราะข่าวดีจากธนาคารกลางสวิสที่จะช่วยสนับสนุนสภาพคล่องให้กับธนาคารที่มีปัญหา

 

อ้างอิง: 

The post ‘ECB’ ลุยขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด หวังกดเงินเฟ้อที่ค้างเติ่งที่ 8.50% ลงสู่เป้าหมาย ยันไร้กังวลวิกฤตแบงก์ แต่พร้อมอุ้มหากจำเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
วาทะเด็ดจากเวที World Economic Forum 2023 ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก https://thestandard.co/quote-world-economic-forum-2023/ Mon, 23 Jan 2023 08:59:22 +0000 https://thestandard.co/?p=740817

รวมวาทะทรงอิทธิพลจากเวที World Economic Forum 2023 ซึ่ง […]

The post วาทะเด็ดจากเวที World Economic Forum 2023 ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก appeared first on THE STANDARD.

]]>

รวมวาทะทรงอิทธิพลจากเวที World Economic Forum 2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 มกราคมที่ผ่านมา ภายใต้ธีม ‘Cooperation in a Fragmented World’ หรือ ‘ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก’

 

Davos ถือเป็นเวทีการประชุมใหญ่ที่ในแต่ละปีจะมีการเชิญบุคคลสำคัญจากหลากหลายสาขา ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ นักวิชาการ สื่อมวลชน และบุคคลที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอแนวคิด รวมถึงสร้างความร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความท้าทายระดับโลก

 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post วาทะเด็ดจากเวที World Economic Forum 2023 ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป Key Takeaways จากการประชุม Davos 2023 ภายใต้ธีม ‘ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก’ https://thestandard.co/key-takeaways-davos-2023/ Sat, 21 Jan 2023 10:04:10 +0000 https://thestandard.co/?p=740257

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับการประชุม World Economic Forum 2023 […]

The post สรุป Key Takeaways จากการประชุม Davos 2023 ภายใต้ธีม ‘ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับการประชุม World Economic Forum 2023 หรือ Davos 2023 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 มกราคมที่ผ่านมา ภายใต้ธีม ‘Cooperation in a Fragmented World’ หรือ ‘ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก’

 

Davos ถือเป็นเวทีการประชุมใหญ่ที่ในแต่ละปีจะมีการเชิญบุคคลสำคัญจากหลากหลายสาขา ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ นักวิชาการ สื่อมวลชน และบุคคลที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอแนวคิด รวมถึงสร้างความร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความท้าทายระดับโลก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


สำหรับการประชุมในปีนี้ แม้ว่าผู้นำจากกลุ่มประเทศ G7 ส่วนใหญ่จะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมด้วยตัวเอง แต่ก็ได้ส่งตัวแทนมาร่วมงานอย่างครบครัน นอกจากนี้ภายในงานดังกล่าวก็ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกอีกไม่น้อยกว่า 634 แห่ง ที่มาร่วมพูดคุยกันในประเด็นสำคัญต่างๆ ไล่มาตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี วิกฤตสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาการสู้รบในยูเครน

 

ไฮไลต์สำคัญของการประชุม Davos 2023 มีอะไรบ้าง THE STANDARD WEALTH ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้วในบทความนี้

 

1. เศรษฐกิจ

 

การประชุมปีนี้มีการเปิดเผยผลสำรวจมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจโลกของนักเศรษฐศาสตร์จากหลากหลายสำนักทั่วโลก ซึ่งปรากฏว่า 2 ใน 3 ของนักเศรษฐศาสตร์ที่เข้าร่วมสำรวจมีมุมมองว่าเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้

 

โดยตลอดการประชุมยังมีการพูดคุยถึงปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญในปีนี้ เช่น แรงกดดันเงินเฟ้อโลกที่อาจกลับมาเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดประเทศของจีน การเพิ่มขึ้นของระดับหนี้ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงความท้าทายในการนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% ของกลุ่มประเทศตะวันตก

 

อย่างไรก็ดี ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ยังมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้จะออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายเคยกังวลกันในช่วงก่อนหน้านี้ เช่น Christine Lagarde ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ระบุว่า สิ่งต่างๆ ในตอนนี้ดูดีขึ้นกว่าที่เราเคยกลัวกัน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ Kristalina Georgieva ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่กล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีความเลวร้ายน้อยกว่าที่เธอเคยกลัว

 

Georgieva กล่าวในการประชุมว่า แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้ดูดีมากนัก แต่ผู้นำจะต้องหลีกเลี่ยงการมองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้ายมากเกินไป โดยเธอเรียกร้องให้ผู้นำยึดหลักการ ‘ปฏิบัติจริง ร่วมมือ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และรักษาเศรษฐกิจโลกให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อประโยชน์ของทุกคน’

 

2. ยูเครน

 

หนึ่งในปัญหาที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นหารือกันที่ Davos คือสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน โดยกลุ่มชาติพันธมิตรได้มีการพูดคุยกันถึงความเป็นไปได้ที่จะยกระดับความช่วยเหลือยูเครนทั้งในด้านอาวุธและการเงิน ขณะที่กลุ่มประเทศที่อยู่นอกความขัดแย้งก็เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อตกลงบนโต๊ะเจรจากันให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากกังวลว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

 

โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือคำกล่าวของ Jens Stoltenberg เลขาธิการ NATO ที่ระบุว่า “หากเราต้องการเจรจาหาทางออกอย่างสันติในวันพรุ่งนี้ เราต้องจัดหาอาวุธให้มากขึ้นในวันนี้”

 

ขณะที่ Tanja Fajon รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสโลวีเนีย กล่าวว่า เธอรู้สึกประหลาดใจหลังจากที่ฟังบรรดานักการเมืองพูดเกี่ยวกับปัญหายูเครน เพราะดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรู้เลยว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางใดและทางออกของปัญหาจะเป็นอย่างไร

 

3. การค้า

 

ในประเด็นการค้าโลก Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) ได้เตือนให้ระวังถึงกระแส Friendshoring หรือกลยุทธ์ทางการค้าที่เลือกทำธุรกรรมทางธุรกิจเฉพาะกับประเทศที่เป็นมิตรเท่านั้น ที่อาจจะมีภาพที่ชัดเจนขึ้นในปีนี้ จากการปรับนโยบายของสามชาติมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐฯ ยุโรป และจีน โดยมองว่ากระแสดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานไปทั่วโลก ซึ่งจะกระทบต่อการจ้างงาน การย้ายฐานการผลิตในหลายประเทศ

 

Raghuram Rajan อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย ได้กล่าวในที่ประชุมว่า กระแสที่เกิดขึ้นเป็นเกมการแข่งขันของกลุ่มประเทศร่ำรวยที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศที่ยากจนกว่า ซึ่งมีช่องว่างทางการคลังจำกัดและอาจไม่พร้อมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

 

4. สภาพภูมิอากาศ

 

ราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ในระดับสูง ทำให้บริษัทผู้ผลิตพลังงานฟอสซิลมีเม็ดเงินสำหรับลงทุนในธุรกิจพลังงานสีเขียวเพิ่มขึ้น แต่การให้คำมั่นสัญญาต่อสิ่งแวดล้อมของบรรดาซีอีโอบริษัทพลังงานฟอสซิลในการจัดหาเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากนัก

 

Greta Thunberg นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรมพลังงานให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น ขณะที่ Keir Starmer นักการเมืองในสหราชอาณาจักร แสดงความไม่พอใจที่ยังมีการลงทุนใหม่ในธุรกิจน้ำมันอยู่

 

ด้าน John Kerry ทูตด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ กล่าวว่า หนทางเดียวที่จะบรรลุเป้าหมายข้อตกลงปารีสได้คือต้องใส่เงินเข้าไปเพิ่มเท่านั้น

 

5. เทคโนโลยี

 

ในเชิงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีปีนี้ ซีอีโอของ Microsoft และอีกหลายบริษัทใน Silicon Valley ได้พูดถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่าง ChatGPT ที่จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงธุรกิจกับบริษัทของพวกเขา ขณะเดียวกัน ก็มีการพูดคุยกันถึงปรากฏการณ์การปรับลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี

 

“กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่มหาศาล พวกเขาต้องหาทางรักษาประสิทธิภาพขององค์กรให้ได้เท่าเดิมโดยที่จ่ายน้อยลง” Alex Karp ซีอีโอของ Palantir Technologies กล่าว

 

6. จีน

 

Liu He รองนายกรัฐมนตรีของจีน ได้เข้าร่วมการประชุมพร้อมประกาศนโยบายการเปิดประเทศของจีนให้ทั่วโลกรับทราบ แม้การเปิดประเทศของจีนจะได้รับการตอบรับในเชิงบวก แต่เรื่องดังกล่าวก็สร้างความกังวลว่าอาจทำให้สถานการณ์เงินเฟ้อในโลกกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง ขณะที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ก็ยังเป็นปัจจัยที่ทุกคนเฝ้าจับตา 

 

“เราคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะขยายตัวได้ 4.5% แต่คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากตัวเลขจะออกมาสูงกว่านั้น” Axel Lehmann ประธานของ Credit Suisse ระบุระหว่างเข้าร่วมประชุม

 

7. กฎหมาย Inflation Reduction Act

 

Inflation Reduction Act หรือกฎหมายเพื่อปรับลดอัตราเงินเฟ้อ เป็นกฎหมายที่ใช้งบประมาณจำนวน 4.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายในการใช้นโยบายภาษีหลากหลายรูปแบบเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนและเพื่อช่วยลดอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในระยะยาว

 

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่ากฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบให้มีการโยกย้ายของธุรกิจในยุโรปไปยังสหรัฐฯ ให้กลุ่ม EU ได้มีการพูดคุยกันว่าจะให้ความช่วยเหลือกับภาคธุรกิจเพื่อป้องกันภาวะดังกล่าว

 

8. บริการทางการเงิน

 

สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่จะทำให้หน่วยงานกำกับต้องการให้สถาบันการเงินดูแลระดับเงินกองทุนให้อยู่ในระดับสูง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้มีบางแห่งที่ไม่สามารถทำกำไรได้

 

ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินจะต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมเร็ว ซึ่งจะต้องช่วยส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมสีเขียว รวมถึงปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์จะเพิ่มความซับซ้อนขึ้น

 

อ้างอิง: 

The post สรุป Key Takeaways จากการประชุม Davos 2023 ภายใต้ธีม ‘ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน ‘ECB’ ยอมรับเงินเฟ้อยุโรปยังไม่ถึงจุดพีค ประกาศลั่นทำทุกวีถีทางเพื่อสกัดเงินเฟ้อพุ่ง https://thestandard.co/inflation-in-europe-not-peaked-yet/ Tue, 29 Nov 2022 03:17:13 +0000 https://thestandard.co/?p=717040

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกมาแสดงคว […]

The post ประธาน ‘ECB’ ยอมรับเงินเฟ้อยุโรปยังไม่ถึงจุดพีค ประกาศลั่นทำทุกวีถีทางเพื่อสกัดเงินเฟ้อพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกมาแสดงความเห็นเมื่อวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน ระบุว่า สถานการณ์เงินเฟ้อของภูมิภาคยุโรปในขณะนี้ยังไม่น่าจะถึงจุดสูงสุด ทำให้แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดจะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วยังมีสิทธิขยับขึ้นทำสถิติสูงสุดระลอกใหม่ได้อีก โดยมีปัจจัยหนุนอย่างความไม่แน่นอนของราคาอาหารและพลังงานในภูมิภาค 

 

ความเห็นของลาการ์ดครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่รายงานเงินเฟ้อของยุโรปในเดือนตุลาคม ขยับขึ้นแตะ 10.6% โดยประธาน ECB ยอมรับว่า ขณะนี้มีปัจจัยไม่แน่นอนมากเกินไป ทำให้ยากจะบอกได้ว่า อัตราเงินเฟ้อใน 19 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จะสามารถปรับลดลงได้ในอนาคตอันใกล้ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ลาการ์ดยังใช้โอกาสในการขึ้นชี้แจงกับทางคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและการเงินของรัฐสภายุโรป โดยให้คำมั่นว่าทาง ECB จะใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อรับมือกับการขยับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งโดยหลักๆ แล้ว คือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 

 

ทั้งนี้ หลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งสำคัญครั้งที่ 3 ของธนาคารในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ECB คาดว่า “จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้มากขึ้นในระดับที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับไปสู่เป้าหมายระยะกลาง 2% ในเวลาที่เหมาะสม” 

 

ท่าทีของธนาคารกลางยุโรป สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลกในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากการระบาดของไวรัสโควิด ซึ่งก่อนที่โลกจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ก็ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลังรัสเซียรุกรานยูเครน ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องรับมือกับวิกฤตพลังงาน ต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น และค่าเงินที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จนทำให้เศรษฐกิจโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะถดถอย 

 

ด้านองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจระหว่างประเทศจะขยายตัวเพียง 2.2% ในปีหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยในหลายๆ ประเทศ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรในปีหน้า 

 

โดยรองประธาน ECB อย่าง Luis de Guindos กล่าวในเดือนนี้ว่าความเสี่ยง ‘มีแนวโน้มมากขึ้น’ ในยูโรโซน เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนโดยตรง เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปส่วนใหญ่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย จนรัฐบาลใน EU ต้องเข็นมาตรการออกมาช่วยเหลือประชาชนไม่ให้บิลค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น 

 

ลาการ์ดออกโดรงเตือนว่า ให้ใช้มาตรการดังกล่าวกับกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจริงๆ และกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการลดแรงผลักดันเพื่อลดการใช้พลังงาน และลดความเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์เงินเฟ้อภายในภูมิภาคแย่ลง 

 

อ้างอิง:

The post ประธาน ‘ECB’ ยอมรับเงินเฟ้อยุโรปยังไม่ถึงจุดพีค ประกาศลั่นทำทุกวีถีทางเพื่อสกัดเงินเฟ้อพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานธนาคารกลางยุโรปชี้ คริปโตไม่มีค่าใดๆ แต่ยังคงเฝ้าติดตาม เพราะลูกชายลงทุนอยู่ด้วย https://thestandard.co/ecb-president-say-cryptocurrency-means-nothing/ Sun, 22 May 2022 07:04:16 +0000 https://thestandard.co/?p=632105 คริสติน ลาการ์ด

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แสดงความเห็ […]

The post ประธานธนาคารกลางยุโรปชี้ คริปโตไม่มีค่าใดๆ แต่ยังคงเฝ้าติดตาม เพราะลูกชายลงทุนอยู่ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสติน ลาการ์ด

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แสดงความเห็นว่า คริปโตเคอร์เรนซีเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่มีอะไรอ้างอิง และควรจะถูกกำกับดูแลเพื่อดึงผู้คนไม่ให้นำเงินออมไปใช้เก็งกำไรกับมัน

 

ลาการ์ดกล่าวว่า เธอมีความกังวลต่อผู้ที่ไม่เข้าใจเรื่องของความเสี่ยง ผู้ที่จะต้องสูญเสียเงินลงทุนไปทั้งหมดและต้องรู้สึกผิดหวังอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คริปโตควรจะได้รับการกำกับดูแล 

 

ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่ผันผวนอย่างหนักในตลาดคริปโต หลังจากที่ราคาของ Bitcoin และ Ethereum ลดลงมากว่า 50% จากจุดพีคเมื่อปีก่อน 

 

ประธาน ECB กล่าวต่อว่า เธอไม่เชื่อมั่นในมูลค่าของคริปโต ตรงกันข้ามกับสกุลเงินยูโรในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและน่าจะสำเร็จภายใน 4 ปีข้างหน้า 

 

“จากการประเมินด้วยความต้อยต่ำอย่างมากของฉัน คริปโตไม่ได้มีค่าอะไร มันไม่มีสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ ที่จะเป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ในวันที่เรามีสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ฉันสามารถยืนยันได้ว่าธนาคารกลางจะเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และจะเป็นสิ่งที่แตกต่างไปอย่างมากจากคริปโต” 

 

ทั้งนี้ ลาการ์ดกล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วเธอไม่ได้ถือครองคริปโตแต่อย่างใด แต่ที่ผ่านมาก็ติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนึ่งในลูกชายของเธอลงทุนอยู่ด้วย แม้จะเป็นสิ่งที่ขัดกับคำแนะนำของเธอ แต่เขาก็มีสิทธิที่จะเลือกเองในฐานะอิสรชน 

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ประธานธนาคารกลางยุโรปชี้ คริปโตไม่มีค่าใดๆ แต่ยังคงเฝ้าติดตาม เพราะลูกชายลงทุนอยู่ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิเคราะห์คาด ECB ยังคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่หลายฝ่ายจับตาท่าที ‘ลาการ์ด’ จัดการเงินเฟ้อที่พุ่งสูงสุดรอบ 13 ปี https://thestandard.co/analyst-think-ecb-will-sustain-interest/ Thu, 28 Oct 2021 03:59:18 +0000 https://thestandard.co/?p=553129 Christine Lagarde

ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจจากบรรดาน […]

The post นักวิเคราะห์คาด ECB ยังคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่หลายฝ่ายจับตาท่าที ‘ลาการ์ด’ จัดการเงินเฟ้อที่พุ่งสูงสุดรอบ 13 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Christine Lagarde

ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจจากบรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกในสัปดาห์นี้ สำหรับการประชุมธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ในวันนี้ (28 ตุลาคม) โดยหลายฝ่ายต้องการดูท่าทีนโยบายการเงินของ ECB ท่ามกลางแรงกดดันของภาวะเงินเฟ้อยุโรปที่พุ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 13 ปี เนื่องจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น

 

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญใหญ่คาดว่า ผลการประชุมของ ECB จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อรอดูสถานการณ์เงินเฟ้อภายในภูมิภาคต่อไปอีกสักระยะเพื่อตัดสินใจ ขณะที่ไฮไลต์สำคัญที่หลายฝ่ายเฝ้ารอก็คือท่าทีของ คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ที่น่าจะมีการส่งสัญญาณบอกใบ้การเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่กลายเป็นปัจจัยขวางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยุโรปจากโรคโควิดระบาดอยู่ในเวลานี้

 

ทั้งนี้ หลายฝ่ายเชื่อว่าลาการ์ดจะบรรเทาความกังวลด้วยการยืนยันว่า ภาวะเงินเฟ้อในขณะนี้เป็นเพียงปัจจัยที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น และ ECB จะเดินหน้าทำตามคำแนะนำของ ฟิลิป เลน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ECB เองที่ระบุว่า ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2022 หรือจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะคงที่ระดับ 2%

 

ขณะเดียวกัน ริชาร์ด ฮิวจ์ ประธานสำนักงานรับผิดชอบด้านงบประมาณของอังกฤษ ได้ออกโรงเตือนว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ของอังกฤษ หรือ Brexit จะส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวมากกว่า เมื่อเทียบกับการระบาดของโรคโควิด

 

โดยฮิวจ์ได้อ้างอิงผลการศึกษาของสำนักฯ ที่พบว่า ในระยะยาว Brexit จะทำให้ GDP ของอังกฤษลดลงไปประมาณ 4% ขณะที่โรคโควิดทำให้ GDP อังกฤษลดลง 2%

 

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของสำนักฯ พบว่า แม้การระบาดของโควิด และ Brexit จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่ง และปัญหา ‘คอขวด’ ซัพพลายเชนเหมือนกัน แต่ผลกระทบกลับต่างกันอย่างชัดเจน เพราะในกรณีของโรคโควิด เมื่อสถานการณ์การระบาดคลี่คลาย กิจกรรมทางเศรษฐกิจย่อมค่อยๆ ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ แต่กรณีของ Brexit ที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงระเบียบการนำเข้าส่งออกบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองแบบถาวร ย่อมทำให้เกิดปัญหาซัพพลายเชน และการค้าข้ามพรมแดนที่ต้องใช้เวลาในการจัดการมากกว่าเดิม ทำให้อังกฤษเสียทั้งเวลาและโอกาสในการฟื้นตัวและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post นักวิเคราะห์คาด ECB ยังคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่หลายฝ่ายจับตาท่าที ‘ลาการ์ด’ จัดการเงินเฟ้อที่พุ่งสูงสุดรอบ 13 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
DAVOS 2021: ECB ห่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า ย้ำ ‘ยูโรโซน’ กำลังสู้กับโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น https://thestandard.co/ecb-worry-about-world-economy/ Tue, 26 Jan 2021 03:20:35 +0000 https://thestandard.co/?p=447357 ECB ห่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า ย้ำ ‘ยูโรโซน’ กำลังสู้กับโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แสดงความเห็ […]

The post DAVOS 2021: ECB ห่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า ย้ำ ‘ยูโรโซน’ กำลังสู้กับโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECB ห่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า ย้ำ ‘ยูโรโซน’ กำลังสู้กับโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แสดงความเห็นระหว่างการเข้าร่วมเวทีการประชุม World Economic Forum จากทางไกลที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ว่า ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันอาจทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ไม่ควรที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกสะดุดหยุดชะงักไปแต่อย่างใด โดยเศรษฐกิจโลกกำลังจะข้ามสะพานไปสู่การฟื้นตัวแล้ว และหวังว่าการฟื้นตัวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายในปี 2021 นี้

ทั้งนี้ในส่วนของภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะยูโรโซน ลาการ์ดประเมินว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ ที่ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม บวกกับความล่าช้าในการแจกจ่ายวัคซีน ส่งผลให้เศรษฐกิจยูโรโซนหดตัว 7% ในปี 2020

ขณะเดียวกันสถานการณ์หดตัวดังกล่าวของยูโรโซนจะต่อเนื่องมาในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทาง ECB ประเมินว่า อัตราการเติบโตของ GDP ยูโรโซนปีนี้จะอยู่ที่ 3.9% ก่อนปรับตัวลดลงเหลือ 2.1% ในปี 2022 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดและความรวดเร็วที่ประชากรในภูมิภาคจะได้รับวัคซีน

โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ECB เพิ่งตัดสินใจคงมาตรการกระตุ้นทางการเงิน โดยจะคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ ผ่านโครงการ Pandemic Emergency Purchase Program ซึ่งจะเข้าซื้อพันธบัตรกว่า 2.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐยาวไปจนถึงเดือนมีนาคม 2022

ความเห็นของลาการ์ดมีขึ้นในวันเดียวกันกับที่แผนกเศรษฐกิจและกิจการสังคมแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ออกรายงาน สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการคาดการณ์ (World Economic Situation and Prospects report) ระบุว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วเผชิญหน้ากับสภาวะเศรษฐกิจหดตัว 5.6% ในปี 2020 และคาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ 4% ในปีนี้ ขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาหดตัว 2.5% ในปีที่แล้ว และจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้ 5.7% ในปี 2021

ขณะเดียวกันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวมในปีนี้จะฟื้นตัวขึ้นมาได้ 4.7% หลังจากที่หดตัว 4.3% ในปี 2020 ที่ผ่านมา เพราะวิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าสองเท่าของผลกระทบจากวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ในปี 2009

รายงานฉบับดังกล่าวยังเตือนว่า เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 20 ประเทศ หรือ G20 จะต้องผลักดันให้กลับมาฟื้นตัวเติบโตให้ได้ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจโลกที่เหลือเท่านั้น แต่ยังทำให้เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นทนทานมากขึ้นต่อสถานการณ์วิกฤตในอนาคต

นอกจากนี้รายงานยังพบว่า วิกฤตเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีประชาชนอีก 131 ล้านคนทั่วโลกตกอยู่ในภาวะยากจนในปี 2020

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post DAVOS 2021: ECB ห่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า ย้ำ ‘ยูโรโซน’ กำลังสู้กับโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>