Central Pattana Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/central-pattana/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Jun 2026 12:56:12 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘เมกาบางนา’ ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ ปูทางสู่มิกซ์ยูส 70,000 ล้านบาท พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/mega-bangna-expansion-mixed-use/ Thu, 25 Jun 2026 12:50:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1222719 ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่

หลังจากยืนระยะในฐานะหนึ่งในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของกรุงเท […]

The post ‘เมกาบางนา’ ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ ปูทางสู่มิกซ์ยูส 70,000 ล้านบาท พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่

หลังจากยืนระยะในฐานะหนึ่งในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมานานกว่า 14 ปี ‘เมกาบางนา’ ภายใต้การร่วมทุนของเซ็นทรัลพัฒนา และอิคาโน เซ็นเตอร์ ประกาศทุ่มงบลงทุน 6,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายพื้นที่โครงการครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ เพิ่มพื้นที่รวมอีก 170,000 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์การค้าและที่จอดรถเพิ่มเติม 1,750 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571

 

การขยายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับเมกาบางนาสู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ รีเทล เวลเนส และคอมมูนิตี้ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเป็นส่วนสำคัญของแผนเมกาซิตี้ มิกซ์ยูสระยะยาวบนพื้นที่กว่า 325 ไร่ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 70,000 ล้านบาทเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จ

 

เมื่อบางนากำลังกลายเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่

 

เบื้องหลังการลงทุนครั้งนี้ คือภาพของ ‘บางนา’ ที่เติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งจากการขยายตัวของเมือง กำลังซื้อของผู้บริโภค และการเติบโตของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตครบวงจรใกล้บ้าน นอกจากนี้ ศักยภาพของบางนายังมาจากบทบาทในฐานะจุดเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ขณะเดียวกัน พื้นที่นี้มีฐานประชากรมากกว่า 3 ล้านคน เมื่อเมืองและผู้บริโภคเปลี่ยนไป ‘เมกาบางนา’ จึงต้องการเปลี่ยนเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อรองรับการเติบโตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกในระยะยาว

 

เอเดรียน มิเรีย, Managing Director, Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า

 

“ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสของย่านบางนาในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Ikano Group ในการสร้างโอกาสเพื่อชีวิตที่ดีกว่าให้กับผู้คน เราเชื่อว่าทำเลแห่งนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกใช้ Quality time ร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อน และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน ตั้งแต่เปิดให้บริการ เมกาบางนาได้ต้อนรับผู้ใช้บริการมากกว่า 670 ล้านครั้ง รวมถึงสร้างสถิติผู้เข้าใช้บริการสูงสุดมากถึง 60 ล้านครั้งในปี 2568 พร้อมรักษาอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% มาอย่างต่อเนื่อง ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ IKEA สาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเติบโตสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอาเซียน สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ขนาดของโครงการหรือผลการดำเนินงาน แต่คือความสัมพันธ์และความผูกพันที่เราได้สร้างร่วมกับลูกค้าตลอด 14 ปีที่ผ่านมา”

 

ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative Investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

 

“การขยายพื้นที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาในวันนี้ถือเป็น Milestone ที่สำคัญสะท้อนวิสัยทัศน์ A Future-Led Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา โดยตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เมกาบางนาเฟสแรกได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และวันนี้การพัฒนาในเฟสที่สอง จะเป็นมากกว่าการขยายพื้นที่ศูนย์การค้า โดยจะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต และเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน”

 

เปลี่ยนศูนย์การค้ากลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

 

เป้าหมายในการขยายโครงการครั้งนี้ เมกาบางนาไม่ได้มุ่งเน้นที่การเพิ่มพื้นที่รีเทลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างเดสติเนชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนมากขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘A Destination for a More Thoughtful Everyday’ โดยผสานประสบการณ์ด้านรีเทล ร้านอาหาร เวลเนส และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน

 

การดีไซน์ส่วนต่อขยายในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์นอร์ดิก หรือ Nordic Design ที่เน้นความโปร่งสบาย การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และการออกแบบพื้นที่โดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง สะท้อนปรัชญา Meeting Place ของ Ikano Centres ในการเชื่อมโยงพื้นที่รีเทล คอมมูนิตี้ และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย

 

 

หนึ่งในไฮไลต์คือ MEGA SKYLINE พื้นที่สีเขียวและคอมมูนิตี้สเปซขนาดกว่า 7 ไร่ พร้อมพื้นที่กิจกรรม การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟกว่า 3,000 ตารางเมตร รวมถึง MEGA LOFT เดสติเนชันด้านอาหารและการพบปะสังสรรค์บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร

 

 

มาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้ กล่าวเสริมว่า

 

“เมกาบางนาเชื่อว่าอนาคตของธุรกิจรีเทลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกวัน เราจึงพัฒนาเมกาบางนาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน ภายใต้วิสัยทัศน์ ของโครงการ ‘A Destination for a More Thoughtful Everyday’ ที่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่รีเทล แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน ตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ ‘Your Everyday Meeting Place’ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก”

 

ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ 4

 

เมกาบางนา พลิกโฉมอนาคตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

 

เมื่อส่วนต่อขยายแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 เมกาบางนาจะมีพื้นที่โครงการรวม 800,000 ตารางเมตร พร้อมแบรนด์รวมกว่า 1,200 แบรนด์ จากปัจจุบันที่มีมากกว่า 900 แบรนด์ โดยจะมีแบรนด์ใหม่เพิ่มเข้ามากว่า 250 แบรนด์ และ Accessible Luxury มากกว่า 20 แบรนด์ เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์รีเทล ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตในพื้นที่เดียวกัน

 

ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ 5

 

นอกจากนี้ ในอนาคต เมกาบางนาจะได้รับการพัฒนาภายใต้แผนมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนระยะยาว บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ ที่จะมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัย เข้ามาเสริมระบบนิเวศของโครงการ เพื่อเชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ภายใต้วิสัยทัศน์เมกาซิตี้ ที่มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก

 

หากพัฒนาแล้วเสร็จ เมกาซิตี้จะมีพื้นที่โครงการรวมกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร และคาดว่าจะมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท ทำให้การขยายเมกาบางนาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เป็นการตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ ‘Your Everyday Meeting Place’ และเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่อยกระดับบางนาให้กลายเป็นหนึ่งในทำเลเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

The post ‘เมกาบางนา’ ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ ปูทางสู่มิกซ์ยูส 70,000 ล้านบาท พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอนเฟิร์ม! Pokémon Center สาขาแรกในไทย เตรียมปักหมุด CentralWorld ปีนี้ https://thestandard.co/life/pokemon-center-thailand-centralworld/ Wed, 06 May 2026 09:32:34 +0000 https://thestandard.co/life/pokemon-center-thailand-centralworld/ บรรยากาศภายในร้าน Pokémon Center ที่เต็มไปด้วยสินค้าและตุ๊กตาโปเกมอนหลากหลายชนิด

สาวกโปเกมอนเตรียมกระเป๋าสั่นกันได้เลย เพราะล่าสุดมีการป […]

The post คอนเฟิร์ม! Pokémon Center สาขาแรกในไทย เตรียมปักหมุด CentralWorld ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศภายในร้าน Pokémon Center ที่เต็มไปด้วยสินค้าและตุ๊กตาโปเกมอนหลากหลายชนิด

สาวกโปเกมอนเตรียมกระเป๋าสั่นกันได้เลย เพราะล่าสุดมีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ‘Pokémon Center BANGKOK’ สาขาแรกของประเทศไทย เตรียมเปิดให้บริการภายในปีนี้ ที่ CentralWorld

 

Pokémon Center คือร้านค้าอย่างเป็นทางการของ Pokémon ที่แฟนๆ ทั่วโลกรู้จักกันดี ไม่ใช่แค่เพราะมีของสะสมให้ละลายเงินตั้งแต่ตุ๊กตา ฟิกเกอร์ เสื้อผ้า ไปจนถึงไอเทมลิมิเตด แต่ยังเป็นพื้นที่รวมตัวของแฟนโปเกมอน ผ่านกิจกรรมพิเศษและการแข่งขัน Pokémon Trading Card Game อีกด้วย

 

ที่ผ่านมา Pokémon Center ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือไต้หวัน ต่างกลายเป็นหมุดหมายยอดฮิตของทั้งนักสะสมและนักท่องเที่ยว จนหลายคนยอมต่อคิวหลายชั่วโมงเพื่อเข้าไปชอป และดูเหมือนว่าในที่สุดแฟนชาวไทยก็กำลังได้รับประสบการณ์แบบนั้นกับเขาสักที

 

Pokémon Center เป็นความร่วมมือระหว่าง The Pokémon Company และ Central Pattana ว่ากันว่าที่นี่คือ Pokémon Center สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และแน่นอนว่าย่อมมีสินค้าลิมิเตด เอดิชันปล่อยออกมาแน่นอน ส่วนกำหนดวันเปิดแน่นอน และสินค้าที่ว่าจะเป็นอะไรนั้น เราจะมาอัปเดตให้คุณฟังอีกครั้งหลังทราบข่าว

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/PokemonThailand

 

ภาพ: Shutterstock

The post คอนเฟิร์ม! Pokémon Center สาขาแรกในไทย เตรียมปักหมุด CentralWorld ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวข้ามความกลัวสู่ยอดขายหลายร้อยล้าน วิธีคิดนอกกรอบที่พา Nose Tea ปักธงผู้นำตลาดชาชีส [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/nose-tea-sales-growth-leader/ Thu, 02 Apr 2026 04:00:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1191989 ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจบางครั้งเริ่มต้นจากประสบการณ์ที […]

The post ก้าวข้ามความกลัวสู่ยอดขายหลายร้อยล้าน วิธีคิดนอกกรอบที่พา Nose Tea ปักธงผู้นำตลาดชาชีส [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจบางครั้งเริ่มต้นจากประสบการณ์ที่สั่งสมและการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ‘กิต-ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ’ ผู้ร่วมก่อตั้ง Nose Tea เป็นหนึ่งในผู้ที่เล็งเห็นช่องว่างของตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยเมื่อย้อนกลับไป 4 ปีที่แล้ว ขณะนั้นตลาดชาชีสยังถือเป็นเรื่องใหม่มากและมีผู้เล่นหลักในตลาดเพียง 1-2 รายเท่านั้น

 

จากประสบการณ์เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อยครั้งตลอดหลายปี ภาพของคิวร้านชาชีสที่ยาวเหยียดและไม่เคยลดน้อยลงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ธนกฤตตัดสินใจกระโดดเข้าสู่สมรภูมิเครื่องดื่มที่แข่งขันสูงด้วยวิธีคิดที่เรียบง่าย นั่นคือความตั้งใจที่จะลงมือทำและพร้อมแก้ปัญหาหน้างาน

 

“เพราะไม่ได้คิดวิเคราะห์จนซับซ้อนเกินไป ทำให้ไม่มีความกลัว แต่เลือกที่จะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกที่อยากทำ แล้วลงมือทำไปพร้อมกับแก้ปัญหาหน้างาน ดีกว่าศึกษาเยอะจนกลายเป็นความกลัวแล้วไม่ได้ทำ” ธนกฤตบอกเล่าถึงวิธีคิดเบื้องหลังการปลุกปั้นแบรนด์ในวันแรก

 

จากโปรดักต์เฉพาะกลุ่ม สู่จุดเริ่มต้นของคาแรคเตอร์แบรนด์ที่แตกต่าง

 

ธนกฤตเล็งเห็นโอกาสจากประสบการณ์เดิมที่เคยปลุกปั้นแบรนด์ลอกสิวเสี้ยนจนมียอดขายระดับล้านชิ้น ความสำเร็จนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจเครื่องดื่ม โดยโลโก้รูปจมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ถูกดึงมาทำหน้าที่เป็น ‘Talker’ หรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสื่อสารและเล่าเรื่องราวได้ด้วยตัวเอง

 

การนำฐานแฟนคลับเดิมที่มีความคุ้นเคยกับแบรนด์รูปจมูกอยู่แล้วมาต่อยอด ช่วยลดงบสำหรับการทำการตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งปรกติแล้วการเปิดแบรนด์ให้ต้องใช้งบที่สูงเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ขณะเดียวกันการใช้โลโก้เกียวกันได้สร้างความแปลกใหม่ให้ผู้บริโภครู้สึกสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น สิ่งนี้ช่วยให้ Nose Tea สามารถสร้างตัวตนที่ชัดเจนและก้าวเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ

“เราทำ Packaging สินค้าให้เป็น ‘Shelf Talker’ ถ้าลูกค้าไม่อ่าน เราก็ออกแบบให้มันพูดได้ ซึ่งช่วยเราประหยัดค่า Marketing ไปได้มหาศาล”

 

การนำโลโก้ที่ประสบความสำเร็จจากตลาดหนึ่งมาข้ามอุตสาหกรรมถือเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความน่าสนใจ ผู้บริโภคเกิดความสงสัยและอยากทดลองว่าแบรนด์ที่คุ้นเคยจะนำเสนอเครื่องดื่มออกมาในรูปแบบใด นับเป็นการใช้ต้นทุนทางแบรนด์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างการรับรู้

 

เปิดร้านทดลองในทำเลลับ บทพิสูจน์รสชาติที่ลูกค้าพร้อมจ่าย

 

การข้ามสายมาลุยอุตสาหกรรมใหม่ถือเป็นความท้าทายระดับปราบเซียน ธนกฤตเลือกเปิดร้านทดลองขนาดเล็กไว้ที่หน้าออฟฟิศตัวเองในย่านทาวน์อินทาวน์ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในซอย เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานหลังบ้าน, การควบคุมคุณภาพ และรับมือกับการแก้ปัญหารายวันก่อนที่จะเริ่มขยายธุรกิจ

 

ร้านทดลองแห่งนี้เปิดดำเนินการถึง 6 เดือนเต็ม โดยช่วง 3 เดือนแรก Nose Tea ไม่มีกำไรเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องการพิสูจน์ให้เร็วที่สุดคือลูกค้ายินดีจ่ายในราคาแก้วละ 120-150 บาทได้หรือไม่ ขณะที่ชานมไข่มุกทั่วไปตามท้องตลาดมีราคาเพียง 90-100 บาทเท่านั้นในช่วงเวลาดังกล่าว

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 1

 

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในซอยลึก การเปิดร้านแล้วรอคอยลูกค้าอย่างไร้จุดหมายย่อมทำให้พนักงานว่างเว้นจากการทำงาน ช่วงแรกจึงยอมทุ่มงบโฆษณาอย่างเต็มที่ โดยเลือกนำรายรับที่ได้มาหมุนเวียนเป็นงบการตลาด แม้จะไม่ได้กำไรแต่ก็พร้อมแลกกับการให้ลูกค้าได้มาสัมผัสรสชาติจริง

 

การทำการตลาดอย่างหนักเพื่อดึงคนมาลองชิมเริ่มตอบโจทย์อย่างที่ตั้งใจไว้ เมื่อลูกค้าในพื้นที่ได้ลิ้มลองจึงเริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมั่นใจในระบบปฏิบัติการและได้รับการตอบรับที่ดี จึงตัดสินใจขยายสาขาเข้าสู่ทำเลใจกลางเมืองอย่างสยามเซ็นเตอร์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น

 

แนวทางดังกล่าวตอกย้ำวิธีคิดแบบผู้ประกอบการที่เลือกทดลองลงมือทำจริงในสเกลที่ควบคุมได้ ซึ่งสะท้อนความต้องการที่แท้จริงได้ดีกว่าการทำวิจัยเพียงอย่างเดียว เพราะผลวิจัยไม่อาจบอกความรู้สึกของลูกค้าตอนที่ได้สัมผัสเครื่องดื่มของจริง การทดลองทำหน้างานจึงทำให้แบรนด์เห็นผลตอบรับทันทีและได้เรียนรู้ระบบจัดการอย่างแท้จริง

“การทำวิจัยไม่ได้สะท้อน Real Demand เสมอไป สู้เปิดร้านแล้วทดลองตลาดเลยดีกว่า แต่ต้องทดลองในพื้นที่ที่เราควบคุมได้” นี่คือมุมมองของผู้ร่วมก่อตั้ง Nose Tea

 

ยกระดับมูลค่าด้วยความพรีเมียม สู่การสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ

 

จุดเด่นที่เป็นหัวใจสำคัญของ Nose Tea คือคาแรคเตอร์ของชีสที่มีความ ‘เค็มปลาย’ เมื่อนำมาดื่มคู่กับเครื่องดื่มแบบไล่เลเยอร์ ความเค็มจะช่วยตัดความหวาน ทำให้ความสมดุลของรสชาติออกมานัวพอดี การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีช่วยยกระดับมูลค่าของแบรนด์และทำให้ลูกค้ายินดีที่จะจ่าย

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 2

 

ต้นทุนและคุณภาพของวัตถุดิบที่สูงยังเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ไม่ให้คู่แข่งในตลาดแมสลอกเลียนแบบรสชาติหรือลงมาแข่งขันด้านราคาได้โดยง่าย รวมถึงการรักษาจุดยืนที่แข็งแกร่งของแบรนด์ที่ไม่หวั่นไหวไปตามกระแสเครื่องดื่มชั่วคราว

 

ในขณะที่เทรนด์เครื่องดื่มอย่างชาไทยหรือมัทฉะได้รับความนิยมจนกลายเป็นเมนูทางเลือกใหม่ในหลายพื้นที่เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค Nose Tea เลือกที่จะไม่กระโดดร่วมวงในสมรภูมินั้น แต่ขอมุ่งมั่นรักษาจุดเด่นและพัฒนาความแข็งแกร่งในเส้นทางของตัวเองต่อไป

 

“เราเลือกที่จะใช้กระแสชาชีสมาปักหมุดบุกเบิกตลาดและสร้างให้เกิดเป็น ‘New Category’ ที่ยั่งยืน เราไม่อยากเป็นเพียงสินค้าตามฤดูกาลที่พอทำตามกระแสแล้วก็หายไป” ธนกฤตกล่าวถึงมุมมองการเป็นผู้สร้างหมวดหมู่ใหม่ที่ชัดเจน

ความแน่วแน่ในเส้นทางที่เลือกเดินทำให้ Nose Tea ก้าวข้ามข้อจำกัดของการเป็นแบรนด์ที่เติบโตเพียงตามกระแส การมุ่งมั่นพัฒนาโปรดักต์หลักอย่างจริงจังช่วยสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น และเป็นรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

 

ปัจจุบัน Nose Tea ได้เปลี่ยนมุมมองจากการเป็นร้านชาชีสสู่การเป็น ‘ร้านชีสที่ขายชา’ เนื่องจากยอดขายกว่าร้อยละ 70 ถึง 80 มาจากผลิตภัณฑ์ที่มีชีสเป็นส่วนประกอบหลัก ความหนักแน่นนี้ทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นเป็นท็อปออฟมายด์ในใจผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

 

Nose Tea วางเป้าหมายที่อยากจะเป็นหนึ่งในบรรทัดฐานของตลาด ที่หากมีผลิตภัณฑ์ชาชีสตัวใหม่เกิดขึ้นในตลาด ก็จะต้องถูกนำมาเปรียบเทียบกับมาตรฐานของแบรนด์ การรักษาคุณภาพให้คงที่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ผู้บริหารให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดการผลิต

 

ถอดบทเรียน Share of Throat กลยุทธ์แตกแบรนด์รับเทรนด์สุขภาพ

 

เมื่อธุรกิจเดินทางมาถึงจุดที่ต้องการสร้างการเติบโตอย่างจริงจัง การเข้าโครงการ LEAD ของกลุ่มเซ็นทรัลกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ธนกฤตเล่าว่าบทเรียนสำคัญที่ได้รับคือการทำความเข้าใจเรื่อง ‘ส่วนแบ่งการดื่มของลูกค้า (Share of Throat)’ และการค้นหาเส้นทางการเติบโตใหม่ (New S-Curve)

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 3

 

สำหรับลูกค้าหลายคนเครื่องดื่มชาชีสอาจไม่สามารถบริโภคได้ทุกวัน แต่จะเลือกบริโภคในวันพิเศษเพื่อตามใจตนเอง หาก Nose Tea พยายามผลักดันให้ลูกค้ากินทุกวันผ่านการอัดโปรโมชันอย่างหนัก อาจทำให้ภาพลักษณ์และมูลค่าของแบรนด์ตกลง ซึ่งถือเป็นการทำโปรโมชันที่ผิดวิธี

 

การพยายามนำสินค้าทุกประเภทเข้าไปรวมในแบรนด์เดียวอาจทำให้แบรนด์สูญเสียตัวตนและความชัดเจน Nose Tea จึงเลือกใช้กลยุทธ์แตกแบรนด์ใหม่เพื่อเพิ่มความถี่ในการบริโภคของลูกค้าในหลากหลายโอกาส และช่วยรักษาความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด

 

ในโครงการ LEAD 7 ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2568 ที่ผ่านมา Nose Tea ได้นำโปรเจกต์ใหม่ไปทดลองเปิด Pop up Event ที่ศูนย์การค้าอีสต์วิลล์เป็นเวลา 7 วันเต็ม เพื่อตอบรับกับเทรนด์สุขภาพในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมองว่า Health is Wealth คือสิ่งสำคัญ การเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการดูแลสุขภาพซึ่งปกติไม่ได้บริโภคชาชีสจึงเริ่มต้นขึ้น

 

แบรนด์ใหม่นี้ถูกพัฒนาโดยลดระดับน้ำตาลและไม่มีส่วนผสมของชีสหนักๆ ผลตอบรับเหนือความคาดหมายเมื่อลูกค้าที่มาลองชิมในวันแรกกลับมาซื้อซ้ำทุกวันจนเกิดเสียงเรียกร้องให้มาเปิดสาขาถาวร ทำให้ Nose Tea มั่นใจในศักยภาพของแบรนด์ใหม่ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 4ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 5

 

ติดปีกธุรกิจด้วยพันธมิตรอย่าง ‘เซ็นทรัลพัฒนา’

 

เมื่อ Nose Tea ต้องการสเกลธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด การเข้าใจช่องว่างการตลาดและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และการหาทำเลที่ตั้งศักยภาพสูงจึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ LEAD ทำให้แบรนด์ได้เข้าใจธุรกิจรีเทลลึกยิ่งขึ้นและ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เปิดมุมมองมองการเติบโตแบบ Fast-paced retail  ด้วยการทำงานแบบ Business Partner ที่ Co Development ร่วมกัน ทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ศักยภาพได้ตรงจุดมากขึ้น

 

การพูดคุยแผนงานภาพรวมและการได้รับการจับคู่ลงทำเลศูนย์การค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็วเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ในปีที่ผ่านมา Nose Tea ปิดยอดขายไปที่ประมาณ 520 ล้านบาทจาก 40 สาขา และสำหรับปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 15 แห่ง

 

เป้าหมายยอดขายปีนี้ถูกตั้งไว้ที่ 700 ล้านบาท โดยเตรียมเปิดตัวและดูแลแบรนด์ในเครือรวม 4 แบรนด์ในหมวดเครื่องดื่ม กลยุทธ์การขยายตัวแบบแตกแบรนด์ย่อยนี้ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถพายอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทได้ในอนาคต จุดยืนที่ชัดเจนอีกเรื่องคือการไม่ขยายสาขาผ่านระบบแฟรนไชส์เพื่อควบคุมคุณภาพมาตรฐานให้เป็นไปตามที่ Nose Tea กำหนดเท่านั้น

 

การทำคอลแลปส์กับพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมที่คาดไม่ถึงอย่างภาพยนตร์ผีหรือเครื่องสำอางกลายเป็นอีกหนึ่งสีสัน เกณฑ์สำคัญในการเลือกร่วมงานคือความพร้อมที่จะสนุกและฉีกออกจากกรอบเดิมๆ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ตลาด

 

“หากแบรนด์ใหญ่ติดต่อเข้ามาเพียงเพื่อให้แจกสินค้าธรรมดา ทางบริษัทจะปฏิเสธ เพราะมองว่าการทำแคมเปญร่วมกันต้องสร้างสรรค์ให้เกิดผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่ 1+1” ธนกฤตอธิบายถึงเกณฑ์การทำงานร่วมกับพันธมิตร

 

เมื่อขยายธุรกิจจนมีพนักงานถึง 400 คน ความท้าทายเปลี่ยนไปเป็นเรื่องระบบหลังบ้านและการบริหารคน หัวใจสำคัญแห่งความสำเร็จคือปรัชญา Customer-centric ที่ให้ความสำคัญกับการทดสอบรสชาติร่วมกับลูกค้า พร้อมรับฟังเสียงตอบรับเพื่อนำมาปรับปรุงอย่างทันท่วงที

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 6

 

ขณะเดียวกันเมื่อองค์กรขยายตัวจนมีพนักงานแตะระดับ 400 คน ความท้าทายจะเปลี่ยนผ่านจากเรื่องโปรดักต์ไปสู่ระบบการทำงานหลังบ้าน การควบคุมคุณภาพสินค้าทุกแก้วให้ได้มาตรฐาน และที่สำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการบุคลากรจำนวนมาก

 

การดึงคนเก่งจากองค์กรระดับสากลมาช่วยวางระบบเป็นสิ่งจำเป็น ผู้บริหารเองก็ต้องศึกษาด้านจิตวิทยาเพิ่มเติมเพื่อบริหารคนทำงานที่มีช่วงวัยหลากหลายให้สามารถทำงานร่วมกันและสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กรได้อย่างราบรื่น

 

ปรัชญา ‘Customer-centric’ คือเสาหลักที่ทำให้แบรนด์ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง ทุกกระบวนการให้ความสำคัญกับการทดสอบรสชาติร่วมกับลูกค้า พร้อมรับฟังฟีดแบคอย่างตั้งใจ และหากสิ่งไหนไม่เวิร์คก็จะนำมาปรับปรุงแก้ไขในทันที รวมถึงการเรียนรู้ เติม Skill ใหม่ๆ 

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 7

 

กฎเหล็กคนทำธุรกิจ และโอกาสติดปีกโตจริงกับ LEAD

 

ก่อนก้าวไปสู่การสเกลธุรกิจให้เติบโต สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดในเฟสแรกคือโปรดักต์ที่ต้องมีความเจ๋งและดีพอที่จะขายตัวเองได้ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นตั้งธุรกิจ ธนกฤตแนะนำว่า สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญคือการมองหาช่องว่างทางการตลาดให้เจอ เมื่อมองเห็นโอกาสแล้วต้องเริ่มต้นลงมือทำทันที

 

สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่คือเมื่อคิดหรือศึกษาเยอะจนเกินไป สุดท้ายจะกลายเป็นความกลัวจนไม่ได้ลงมือทำ ในช่วงเริ่มต้นธนกฤตเองก็ไม่ได้มีความรู้เยอะมากนัก แต่ตัดสินใจเลือกลงมือทำไปพร้อมกับเรียนรู้และแก้ปัญหาหน้างานตามแนวทางลงมือทำไปเรียนรู้ไป

 

“กฎข้อแรกสำหรับผู้เริ่มต้นคืออย่าคิดเยอะและอย่ากลัว เตรียมความพร้อมเบื้องต้นแล้วลงมือทำเลย การมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้เราไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และเป็นการพาตลาดให้เติบโตไปด้วยกัน” ธนกฤตฝากคำแนะนำทิ้งท้ายถึงผู้ประกอบการ

 

ความสำเร็จของ Nose Tea ที่สามารถสเกลธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ เป็นภาพสะท้อนชัดเจนถึงผลลัพธ์จากการเข้าร่วมโครงการระดับแนวหน้าอย่าง LEAD ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผู้อยู่เบื้องหลังหลักสูตรที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการรีเทลไทย

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 8

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “หลักสูตร ‘LEAD by Central Pattana’ เป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เป็นหลักสูตรรีเทลอันดับหนึ่งของไทย สร้างความสำเร็จจริงให้ผู้เรียนทั้ง 7 รุ่นรวมกว่า 220 ราย และขยายธุรกิจไปกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลไปแล้วมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์”

 

“การให้คำแนะนำในการทำ ‘360 Business Health Check’ ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดเชิงกลยุทธ์ เข้าใจ ‘Competitive Edge’ ของธุรกิจ และสามารถนำไปต่อยอดสู่โอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืนได้จริง” ดร.ณัฐกิตติ์ อธิบายเสริมถึงหัวใจสำคัญของหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรนี้เป็นหนึ่งใน Total Business Solutions สำหรับ Tenant Partners ของเซ็นทรัลพัฒนา  ผ่านการดูแลจากทีมงาน B2B Marketing ที่มีประสบการณ์ และช่วยสร้างความแข็งแรงให้ธุรกิจของ Tenants มากยิ่งขึ้น

 

ทางด้าน ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ CEO และ Founder Aimbition corp ผู้ออกแบบหลักสูตร ให้มุมมองว่า “LEAD ช่วยสร้าง ‘Business Model’ ที่แข็งแกร่ง เสริมศักยภาพธุรกิจและเติบโตอย่างมีกลยุทธ์ ทำให้ผู้เรียนวางโครงสร้างธุรกิจได้อย่างมีระบบ”

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 9

 

“หลักสูตรนี้คือ ‘Fast Track’ ที่ทำให้ผู้เรียนขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วจากการได้ลงมือทำ ‘Sandbox Workshop’ ที่ให้ทุกคนได้ทดลองทำจริง เห็นผลทันที เอาชนะความท้าทาย สร้างโอกาสและขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตได้อย่างมั่นใจและมั่นคง” ผศ.ปิติพีร์ กล่าวสรุป

สำหรับผู้ประกอบการที่อยากปลดล็อกศักยภาพและพาธุรกิจก้าวไปข้างหน้า โอกาสสำคัญมาถึงแล้ว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดรับสมัครหลักสูตร LEAD by Central Pattana รุ่นที่ 8 แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ก้าวสู่ความสำเร็จในระยะยาว

 

เตรียมตัวมาเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือทำบนพื้นที่ศักยภาพ และเติบโตไปพร้อมกับ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง บนพื้นที่ศักยภาพของศูนย์การค้าเซ็นทรัล สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 เมษายน 2569 ที่ https://bit.ly/4aqrdVN แล้วมาร่วมสร้างตำนานบทใหม่ให้ธุรกิจของคุณกัน!

The post ก้าวข้ามความกลัวสู่ยอดขายหลายร้อยล้าน วิธีคิดนอกกรอบที่พา Nose Tea ปักธงผู้นำตลาดชาชีส [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่หวั่นวิกฤต เซ็นทรัลพัฒนา ลุยปั้น ‘เซ็นทรัล รังสิต’ 750 ไร่ คาดเปิดเฟสแรกใน 5 ปี ชี้เป็นมิกซ์ยูสใหญ่ ยังไม่มีใครเคยทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน https://thestandard.co/central-pattana-rangsit-project/ Thu, 26 Mar 2026 01:15:24 +0000 https://thestandard.co/central-pattana-rangsit-project/ ภาพผู้บริหาร เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในวงกลม พร้อมข้อความ ‘CPN ปั้น เซ็นทรัล รังสิต 750 ไร่ เปิดเฟสแรกใน 5 ปี’

มาแน่ ‘เซ็นทรัล รังสิต’ มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ใ […]

The post ไม่หวั่นวิกฤต เซ็นทรัลพัฒนา ลุยปั้น ‘เซ็นทรัล รังสิต’ 750 ไร่ คาดเปิดเฟสแรกใน 5 ปี ชี้เป็นมิกซ์ยูสใหญ่ ยังไม่มีใครเคยทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหาร เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในวงกลม พร้อมข้อความ ‘CPN ปั้น เซ็นทรัล รังสิต 750 ไร่ เปิดเฟสแรกใน 5 ปี’

มาแน่ ‘เซ็นทรัล รังสิต’ มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ใหญ่กว่า 750 ไร่ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ คาดจะได้เห็นเฟสแรกภายใน 5 ปีนี้ ก่อนที่จะเผยว่ายังไม่มีผู้ประกอบการรายไหนทำโครงการใหญ่ขนาดนี้ในไทยมาก่อน และไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหนักแค่ไหน ก็จะไม่หยุดลงทุนและทุกการลงทุนจะมีการพิจารณาอย่างรอบด้าน

 

วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ยังเดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปี (ระหว่างปี 2569-2573) ด้วยงบมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายสร้างย่าน สร้างเมืองและอนาคตให้กับประเทศไทย แต่ทุกๆ โครงการจะปรับให้เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจ

 

เริ่มจากโครงการใหม่ย่านรังสิต ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของเซ็นทรัลพัฒนา โดยตั้งอยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน ทางด่วนโทลล์เวย์และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต-ธรรมศาสตร์) และมหาวิทยาลัย

 

“เฉพาะโครงการนี้อยู่ระหว่างการวางแผน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในเฟสแรกภายใน 5 ปี โดยจะใช้งบลงทุนบางส่วนจากวงเงินรวม 1.1 แสนล้านบาท และ โครงการดังกล่าวไม่ได้มีเพียงศูนย์การค้า แต่มีเป้าหมายพัฒนาเป็นเมืองที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจครบวงจร ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้” แม่ทัพ CPN ระบุ

 

ตามด้วยโครงการมิกซ์ยูส เซ็นทรัล จีอาร์โนน์ โดยชื่อดังกล่าวถูกตั้งเป็นชื่อย่านทั้งหมดบนที่ดิน 73 ไร่ มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 1.1 ล้าน ตร.ม. ซึ่งจะประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9, และอาคารออฟฟิศ 3 อาคาร ได้แก่ G Tower, R House (ตึก Unilever House เดิม) และ The Ninth Tower โดยมีเป้าหมายสร้างให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ

 

ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวต่อว่า ในเฟสแรก จะพลิกโฉมเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล โดยมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571 และในเฟสต่อๆ ไปมีแผนพัฒนา Residence และองค์ประกอบอื่น เพื่อผลักดันย่านพระราม 9 เป็น The Future District

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมพลิกโฉม เซ็นทรัล ลาดพร้าว ควบคู่กับการพัฒนา เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน เพื่อยกระดับทั้งย่านให้เป็น ecosystem เดียวกัน โดยเมื่อนับรวมทั้งสองโครงการรวมกันจะมีขนาดที่ดิน 96 ไร่ และพื้นที่รวม (GBA) 7.7 แสน ตร.ม. เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ เดอะ เซ็นทรัล จะเป็นรีเทลที่รวม Flagship Store และ New Retail Experience ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วน เซ็นทรัล ลาดพร้าวจะต่อยอดจากฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่กำลังโตต่อเนื่อง

 

สำหรับมิกซ์ยูสใหม่ที่เตรียมเปิดกลางปี 2569 ประกอบด้วย เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ที่ได้พัฒนาใหม่จากศูนย์การค้าเดิม บนที่ดิน 59 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 2.1 แสนตารางเมตร จะเปิดให้บริการในเดือน ก.ค. 69 นี้ ตามด้วย เซ็นทรัลขอนแก่น แคมปัส บนพื้นที่ 30 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 6.2 หมื่น ตร.ม. และ GO. Hotel แห่งแรกของภาคอีสาน เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 20 พ.ค. 69 นี้

 

เช่นเดียวกับ เซ็นทรัล บางนา โครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 3 แสนตารางเมตร (GBA) ในโดยศูนย์การค้าโฉมใหม่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 69 และ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต อยู่บนพื้นที่ 130 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 1.73 แสน ตร.ม. หลังจากเปิดให้บริการแบรนด์ใหญ่ สามารถดึงดูดทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน เซ็นทรัล ภูเก็ต บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 5 แสน ตร.ม. เพื่อพัฒนาเป็นหนึ่งใน The World’s Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ

 

ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ปัจจุบันยังรักษาอัตราให้เช่ามากถึง 90% สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทใหญ่ๆ ยังเลือกเช่าในพื้นที่ของเซ็นทรัลพัฒนา และมีผู้เช่าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมีการรีโนเวตให้ทันสมัยให้สอดรับกับเทรนด์การทำงานใหม่ๆ ส่วนธุรกิจโรงแรม มีหลายเซกเมนต์ และด้วยจุดแข็งของทำเล ทำให้สามารถดึงดูดได้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นทุกปี

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนา ได้ขยายธุรกิจไปทั่วประเทศ ปัจจุบันมีโครงการรวมทั้งสิ้น 142 โครงการ ประกอบด้วย 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม และ 53 โครงการที่อยู่อาศัย โดยรวมแล้วมียอดผู้มาใช้บริการกว่า 510 ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อวัน และ นักท่องเที่ยวอีก 70 ล้าน Visits ต่อปี

 

ขณะที่ร้านค้าก็มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการสร้างแพลตฟอร์มช่วยร้านค้าให้เข้าใจลูกค้าผ่าน The 1 ที่มีสมาชิกมากกว่า 23 ล้านราย และลูกค้ากลุ่ม The 1 Exclusive ซึ่งมีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่า สถานการณ์โลกไม่แน่นอน ทำไมบริษัทยังกล้าลงทุนมหาศาล วัลยา อธิบายว่า ทุกการลงทุนบริษัทจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งศักยภาพของทำเล ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค รวมถึงติดตามทั้งสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศควบคู่กันไป เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดมีความพร้อม

 

และในช่วงนี้ บริษัทยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงมีอยู่ สะท้อนจากยอดขายไตรมาส 1 ที่เติบโตขึ้น จึงมองว่ายังไม่จำเป็นต้องกังวลกับประเด็นสงครามมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยเคยเจอวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง

 

สุดท้ายแล้ว CPN เชื่อว่าจะสามารถผ่านทุกวิกฤตไปได้ ด้วยวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้เมื่อมีโอกาสเกิดขึ้น ก็พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตได้ตลอด แต่ถ้าหากความขัดแย้งยืดเยื้อและกระทบต่อยอดขาย บริษัทก็พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: ชาวรังสิตเตรียมตัว!

The post ไม่หวั่นวิกฤต เซ็นทรัลพัฒนา ลุยปั้น ‘เซ็นทรัล รังสิต’ 750 ไร่ คาดเปิดเฟสแรกใน 5 ปี ชี้เป็นมิกซ์ยูสใหญ่ ยังไม่มีใครเคยทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดินทางย้อนเวลาไปกับ ‘บทเพลง YOURS’ บันทึกความสุขของคนไทยที่มีศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเคียงข้างมาตลอด 45 ปี [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/yours-central-pattana/ Fri, 13 Mar 2026 09:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1182596 ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย

‘ความทรงจำ’ อันแสนอบอุ่นและ ‘รอยยิ้ม’ ของช่วงวัยล้วนถูก […]

The post เดินทางย้อนเวลาไปกับ ‘บทเพลง YOURS’ บันทึกความสุขของคนไทยที่มีศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเคียงข้างมาตลอด 45 ปี [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย

‘ความทรงจำ’ อันแสนอบอุ่นและ ‘รอยยิ้ม’ ของช่วงวัยล้วนถูกบันทึกไว้ตามสถานที่ที่เราคุ้นเคยเสมอ

 

ตลอดระยะเวลา 45 ปีการเดินทางของคนไทยมีศูนย์การค้าภายใต้การดูแลของ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ คอยทำหน้าที่โอบรับทุกจังหวะชีวิตอย่างใกล้ชิด ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ สำหรับทุกคนที่ #โตมากับเซ็นทรัล ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นบทเพลงส่งท้ายแคมเปญ ‘45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา’ ที่จะทำให้คำว่า ‘ฉันรักความสุขของเธอ’ กลายเป็นคำบอกรักที่โรแมนติกตลอดกาล

 

รากฐานอันมั่นคงจากวิสัยทัศน์ของ ‘สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์’ ได้รับการสานต่อผ่านผู้บริหารทุกยุคสมัยจนกลายเป็น ‘Centre of Life’ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตอย่างเต็มภาคภูมิ

 

ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย 1

 

พื้นที่แห่งนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงวิถีชีวิต ธุรกิจ และสังคมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน คำมั่นสัญญาภายใต้แนวคิด ‘Imagining better futures for all’ ยังคงตอกย้ำความตั้งใจที่จะยืนหยัดเป็นหัวใจของเมืองและพร้อมเติบโตไปกับทุกคน

 

ความรู้สึกรื่นรมย์ ความผูกพัน ในวันวานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งผ่านปลายปากกาของ ‘บอย-โกสิยพงษ์’ ผู้รับหน้าที่ถ่ายทอดบทเพลง ‘YOURS’ ด้วยบรรยากาศแห่งความสุข มวลความรู้สึกของการเดินเล่นพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์กับครอบครัวถูกนำมาจำลองลงในท่วงทำนองอย่างพิถีพิถัน เสียงเพลงนี้จึงเปรียบเสมือนเครื่องบันทึกเวลาที่พาทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสความอบอุ่นและรอยยิ้มในวัยเยาว์ได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

 

 

“แรงบันดาลใจหลักเกิดจากการนึกถึงความรู้สึกช่วงวัยเด็กตอนไปเดินศูนย์การค้ากับครอบครัว สิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารคือ “ความสุขของทุกคนคือความภูมิใจอย่างสูงสุด”ผมตั้งใจใช้คอร์ดเดียวกับเพลงลมหายใจที่เคยทำไว้เมื่อนานมาแล้ว ผมพยายามแต่งเพลงจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิต และหวังให้เพลงนี้ถูกเปิดเพื่อประกอบโมเมนต์อันหลากหลายของทุกคน”

 

ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย 2

 

เนื้อร้องที่งดงามถูกส่งต่อให้ ‘ป๊อด-ธนชัย อุชชิน’ เป็นผู้ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ การทำงานครั้งนี้เสมือนการปลุกความทรงจำเมื่อ 31 ปีก่อนตอนร้องเพลงลมหายใจให้กลับมามีชีวิตชีวา

 

จังหวะดนตรีที่สอดคล้องกับจังหวะการก้าวเดินถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความรู้สึกดีงาม การจับไมค์ร้องเพลงที่เต็มเปี่ยมด้วยความสุขจึงสร้างความอิ่มเอมใจให้ผู้ฟังได้อย่างลงตัว

 

“รู้สึกดีใจที่ได้ร้องเพลงที่มีความสุข ตอนร้องผมรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปตอนบันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิตเมื่อ 31 ปีก่อน เพลงนี้พูดถึงความสุขแบบเรียบง่ายที่มีรายละเอียดเล็กน้อยซ่อนอยู่อย่างพิเศษ อารมณ์ของเพลงฟังแล้วรู้เลยว่าพี่บอยดึงความรู้สึกตัวเองเมื่อ 32 ปีที่แล้วออกมา และจังหวะที่ใส่มาก็เข้ากับจังหวะการเดินในศูนย์การค้าอย่างมาก”

 

ภาพจำของความรักที่เติบโตข้ามผ่านกาลเวลาถูกเนรมิตให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นผ่านฝีมือของผู้กำกับแถวหน้า พงษ์ ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี เรื่องราวความสัมพันธ์ถูกร้อยเรียงผ่านจินตนาการอันบริสุทธิ์ของเด็กหญิงและเด็กชายที่นั่งคุยถึงภาพฝันของชีวิตคู่

 

บทสนทนาเล็กๆ นี้เองได้พาทุกคนเดินทางข้ามเวลาไปสำรวจการเติบโตของความรักในช่วง 10, 20, 30 และ 45 ปีอย่างละมุนละไม

 

ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย 3

 

การถ่ายทอดความรู้สึกตั้งแต่เดตแรกไปจนถึงการสร้างครอบครัวได้ ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ และ เจนเย่ จีรนรภัทร มาร่วมสร้างสรรค์โมเมนต์เปี่ยมความหมาย โดยมีศูนย์การค้าทำหน้าที่เป็นฉากหลังที่คอยยืนหยัดเคียงข้างคู่รักที่เติบโตมาด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ

 

“เวลาฟังเพลงและคิดงานผมมักจะเชื่อความรู้สึกแรกเสมอ เพลงนี้ฟังแล้วรู้สึกจังหวะสนุกสนานจนอยากเต้นและเดินเล่น ชิ้นงานที่ออกมาจึงควรมีความเคลื่อนไหวและเห็นการเปลี่ยนผ่านของกาลเวลา แคมเปญเฉลิมฉลอง 45 ปีทำให้ผมนึกถึงคู่รักที่คบกันมายาวนาน การเล่าเรื่องผ่านมุมมองจินตนาการของเด็กๆ จึงช่วยทำให้ภาพรวมออกมาน่ารักและกลมกล่อม”

 

ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย 4

 

“ตอนได้รับบรีฟแรกแอบแปลกใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าน่าจะได้ทำงานที่มีความเป็นองค์กรสูง แต่พอได้ฟังรายละเอียดกลับสัมผัสถึงความตั้งใจที่อยากขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน ผมอยากให้คนดูได้ชมงานชิ้นนี้แล้วรู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับเพลง ผ่านประสบการณ์ของตัวละครที่ได้มาผูกพันและใช้ชีวิตผ่านพื้นที่ของเซ็นทรัลพัฒนา”

 

ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย 5ภาพประกอบบทเพลง ‘YOURS’ แคมเปญ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา บันทึกความสุขและเรื่องราวความผูกพันของคนไทย 6

 

มวลความสุขที่ถูกบ่มเพาะมาตลอด 45 ปีจึงทำหน้าที่บันทึกความทรงจำและเฉลิมฉลองความผูกพันอันยาวนานระหว่างผู้คนกับ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เสียงเพลงแห่งความสุขเปรียบเสมือนตัวแทนที่คอยยืนยันว่าพื้นที่แห่งนี้พร้อมเป็นคนคนหนึ่งที่อยู่ในทุกช่วงชีวิต

 

ความตั้งใจที่จะดูแลและโอบกอดทุกรอยยิ้มจะยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง ท้ายที่สุดแล้วคำสัญญาที่ว่าจะ ‘ให้สัญญา จะรักเธอ ทุกเวลา’ จะคอยบอกรักและสร้างความสุขให้ทุกคนตลอดไป

The post เดินทางย้อนเวลาไปกับ ‘บทเพลง YOURS’ บันทึกความสุขของคนไทยที่มีศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเคียงข้างมาตลอด 45 ปี [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนฝั่งธนฯ รวยเงียบ! เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เผยอินไซต์กำลังซื้อสูง ยอดใช้จ่ายพุ่ง 1.3 หมื่นบาท/หัว ดันติด Top 3 ศูนย์การค้าที่มี Spending สูงสุด ในกรุงเทพฯ https://thestandard.co/central-pinklao-high-spending-customers/ Fri, 30 Jan 2026 01:52:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1171309 ภาพอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า หลังการปรับโฉมครั้งใหญ่

‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ ถือเป็นศูนย์การค้าที่ผู้คนมีความผู […]

The post คนฝั่งธนฯ รวยเงียบ! เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เผยอินไซต์กำลังซื้อสูง ยอดใช้จ่ายพุ่ง 1.3 หมื่นบาท/หัว ดันติด Top 3 ศูนย์การค้าที่มี Spending สูงสุด ในกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า หลังการปรับโฉมครั้งใหญ่

‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ ถือเป็นศูนย์การค้าที่ผู้คนมีความผูกพันและคุ้นเคยมายาวนาน ตั้งแต่ยุคที่หลายคนมีความทรงจำในการมาใช้บริการที่นี่ตั้งแต่วัยเด็ก แต่ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ภูมิทัศน์และบริบทของพื้นที่แห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ‘

 

การขยายตัวของเมือง (Urbanization) ทำให้เส้นแบ่งระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีจางลง ด้วยระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งรถไฟฟ้าและการขยายถนนสู่ราชพฤกษ์และพุทธมณฑล ทำให้ย่านนี้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวขยายและกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง เสมือนเป็นกรุงเทพฯ ชั้นในอีกแห่งหนึ่ง

 

สิ่งนี้สะท้อนได้จากการที่ย่านนี้เป็นย่านที่ ‘Settle’ แล้ว ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีเงินออม และรายได้ที่จับจ่ายได้จริง (Disposable Income) ในระดับที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเจ้าของธุรกิจ SME หรือครอบครัวขยายที่อยู่อาศัยในย่านนี้มาอย่างยาวนาน

 

ด้วยเหตุนี้ เซ็นทรัลพัฒนาจึงตัดสินใจลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาท ในการพลิกโฉมครั้งใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เพียงการปรับปรุง (Renovate) แต่เป็นการยกระดับ (Evolution) ระบบนิเวศทั้งหมด

 

“ภายใต้วิสัยทัศน์นี้เราจะทำให้เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เป็นผู้นำและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและไลฟ์สไตล์ของผู้คนในอีก 10-30 ปีข้างหน้า” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ระบุ

 

จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เล่าว่า คอนเซปต์การออกแบบเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด The New Soul of Pinklao โดยตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ศูนย์การค้ามีบทบาทสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณเดิมที่ผู้คนจดจำได้ จึงนำสถาปัตยกรรมตะวันตกคลาสสิกซึ่งเป็นอัตลักษณ์ดั้งเดิมของที่นี่มาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัย

 

ความโดดเด่นเริ่มตั้งแต่สถาปัตยกรรมด้านหน้าอาคาร (Facade) ที่นำรูปแบบซุ้มประตูโค้ง และเสากรีกมาคลี่คลายรูปทรงให้ดูมีมิติและทันสมัยขึ้น เพื่อสร้างภาพจำใหม่ที่เป็นสัญลักษณ์ของย่าน สำหรับพื้นที่ภายในให้ความสำคัญกับความโปร่งโล่งสบาย เปิดรับแสงธรรมชาติผ่าน Skylight บริเวณ Atrium ที่เป็นหัวใจของอาคาร ช่วยให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเดินสบายมากขึ้น

 

รวมถึงรูปปั้น ‘ซีซาร์’ ที่เป็นไอคอนนิคบนชั้น 5 ก็ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ แต่ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมโดยรอบให้เป็น Urban Living Room ที่ดูเท่ สนุก และเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น

 

การปรับปรุงครั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนาได้จัดวางผังร้านค้าใหม่ (Layout) เพื่อแก้ปัญหาทางเดินที่ซับซ้อนในอดีตให้เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล โดยเฉพาะโซนอาหารที่เป็นแม่เหล็กสำคัญ ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เช่น ชั้น G ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมร้านอาหารที่รองรับครอบครัวและเชื่อมต่อกับซูเปอร์มาร์เก็ต หรือ ชั้น 5 พลิกโฉมให้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศสวน มีเพดานสูงโปร่ง ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใน Outdoor เหมาะสำหรับการสังสรรค์และพักผ่อน

 

ขณะเดียวกันได้ปรับเปลี่ยน Brand Mix ใหม่มากกว่า 500 แบรนด์ เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าในย่านนี้โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ Alpha Parents ซึ่งหมายถึงกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ (Gen Y) ที่มีลูกอยู่ในเจเนอเรชันอัลฟ่า (Gen Alpha) พฤติกรรมที่เด่นชัดของกลุ่มนี้คือ การให้ความสำคัญสูงสุดกับพัฒนาการของลูกและพร้อมที่จะลงทุนเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ตั้งแต่ยังเป็นทารก

 

ดังนั้น ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาทักษะ (Talent Development Hub) ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการดึง Aqua-Tots โรงเรียนสอนว่ายน้ำระดับโลกที่รับสอนเด็กตั้งแต่ทารก เข้ามาเปิดสาขาแรกในศูนย์การค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพ่อแม่ยุคใหม่ส่งเสริมลูกตั้งแต่ยังเดินไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

ประกอบกับโรงเรียนกวดวิชาและสถาบันเสริมทักษะกว่า 32 แห่ง และคลินิกความงาม/สุขภาพ (Wellness) อีกกว่า 72 แห่ง ทำให้ที่นี่สามารถตอบโจทย์วงจรชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ปกครอง

 

ในขณะเดียวกัน ก็ยกระดับความเป็น International Hub ด้วยร้านอาหารชื่อดังระดับโลก ร้านมิชลิน และร้านที่เปิดสาขาแรกในไทยหรือในฝั่งธนบุรี เพื่อมอบประสบการณ์เทียบเท่าศูนย์การค้าในเมือง

 

“เมื่อเรานำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ (Right Product & Experience) ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารคุณภาพ ห้างสรรพสินค้าโฉมใหม่ หรือแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ก็พร้อมที่จะกลับมาใช้จ่ายทันที เห็นได้ชัดจากยอดขายของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล (CDS) ที่เติบโตขึ้นถึง 30-40% รวมถึงกลุ่มร้านอาหารที่เติบโตไปในทิศทางเดียวกันถึง 40%”

 

นอกจากนี้ จำนวนผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นแตะระดับ 80,000 คนต่อวัน ที่สำคัญคือยอดการใช้จ่ายต่อหัว (Spending per Head) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนการปรับปรุงตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 7,000 – 10,000 บาท แต่ภายหลังการรีโรเวทและการเติมเต็มแบรนด์สินค้าใหม่ๆ เข้าไป ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 12,000 – 13,000 บาท

 

“การเติบโตนี้ทำให้ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ก้าวขึ้นมาครองอันดับ 5 ของศูนย์การค้าที่มี Spending สูงสุดในเครือเซ็นทรัลพัฒนาทั่วประเทศ และหากนับเฉพาะในกรุงเทพฯ ติดอยู่ใน Top 3 สิ่งนี้ยืนยันว่ากลยุทธ์การปรับเปลี่ยนสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้นและมีความหลากหลายนั้น เดินมาถูกทางและตอบโจทย์กำลังซื้อที่แท้จริงของคนในย่านนี้” ดร.ณัฐกิตติ์ ระบุ

 

อย่างไรก็ตามในเชิงยุทธศาสตร์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ถูกวางตำแหน่งให้เป็น Urbanization Hub หรือศูนย์กลางความเป็นเมืองที่แตกต่างจากสาขารอบนอกอย่างเซ็นทรัล ศาลายา ซึ่งจะเน้นตอบโจทย์ความเป็น Local Lifestyle มากกว่า

The post คนฝั่งธนฯ รวยเงียบ! เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เผยอินไซต์กำลังซื้อสูง ยอดใช้จ่ายพุ่ง 1.3 หมื่นบาท/หัว ดันติด Top 3 ศูนย์การค้าที่มี Spending สูงสุด ในกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Game Changer! ‘Central Pattana Insights’ พลิกโฉมวงการค้าปลีกไทย ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าที่ช้อปในศูนย์การค้าที่ธุรกิจคุณขาดไม่ได้ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/central-pattana-insights-retail-revolution/ Wed, 26 Mar 2025 12:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1056602 Central Pattana Insights

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ‘ข้อมูล’ ได้กลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า […]

The post Game Changer! ‘Central Pattana Insights’ พลิกโฉมวงการค้าปลีกไทย ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าที่ช้อปในศูนย์การค้าที่ธุรกิจคุณขาดไม่ได้ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Central Pattana Insights

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ‘ข้อมูล’ ได้กลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า เปรียบเสมือนทองคำที่ถูกซุกซ่อนไว้ รอคอยการค้นพบและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด องค์กรใดที่สามารถเข้าถึง เข้าใจ และวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง ย่อมได้เปรียบในการแข่งขัน สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

 

ในยุคที่ข้อมูลขับเคลื่อนทุกสิ่ง ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ผู้นำแห่งวงการศูนย์การค้าไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลเชิงลึก จึงได้ก้าวล้ำนำหน้า เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการตลาดด้วยการเผย ‘Central Pattana Insights’ ชุดข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนมาก่อน

 

เตรียมพบกับหน้าต่างบานใหม่ที่จะเปิดโลกทัศน์ให้คุณได้เห็นถึงพฤติกรรมนักช้อปในศูนย์การค้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมความเข้าใจและนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่ไร้ขีดจำกัด

 

 

Central Pattana Insights: Game Changer แห่งวงการค้าปลีก ที่ยากจะเลียนแบบ

 

เคยไหมที่สงสัยว่านักช้อปชาวกรุงเทพฯ มีความชอบในการจับจ่ายใช้สอยอย่างไร? คนภาคเหนือให้ความสำคัญกับแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ? หรือเทรนด์อะไรที่กำลังมาแรงในกลุ่มคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ?

 

Central Pattana Insights พร้อมไขทุกข้อสงสัย เพราะนี่คือผลลัพธ์จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก จากร้านค้ากว่า 1,000 แบรนด์ และ 3,000 ร้านค้าที่อยู่ในเครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

 

ลองจินตนาการถึงขุมทรัพย์ข้อมูลขนาดมหาศาลที่ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร ทุกภูมิภาค และทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เซ็นทรัลพัฒนาคือผู้ประกอบการค้าปลีกรายเดียวในประเทศไทย ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการสร้างสรรค์ Central Pattana Insights ชุดข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมและทรงพลังในระดับประเทศได้แต่เพียงผู้เดียว!

 

เบื้องหลังความพิเศษและทรงพลังของ Central Pattana Insights คือระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของเซ็นทรัลพัฒนา จึงมีพลังของข้อมูลที่มาจากฐานลูกค้าขนาดใหญ่เช่นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อมูลที่ ‘ลึก’ เท่านั้น แต่ยังเป็นข้อมูลที่ ‘กว้าง’ และครอบคลุมมิติที่หลากหลายอย่างแท้จริง ยากที่จะมีใครเทียบเคียงได้

 

แล้วในปีที่ผ่านมา Central Pattana Insights ได้ฉายภาพข้อมูลเชิงลึกอะไรที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและนักการตลาดบ้าง? มาเจาะลึกไปพร้อมๆ กัน

 

 

พอยต์ The 1 แรงดึงดูดใจนักช้อปยุคใหม่ให้ช้อปรับพอยต์กว่า 360 ล้านพอยต์

 

ในปีที่ผ่านมาเซ็นทรัลพัฒนาได้มอบพอยต์ The 1 ให้กับนักช้อปในโซนร้านค้าไปแล้วกว่า 360 ล้านพอยต์ ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินส่งเสริมการขายจำนวนมหาศาลที่ส่งตรงถึงมือนักช้อป และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ พอยต์จำนวนมหาศาลเหล่านี้กลับถูกนำไปใช้จริงจากนักช้อปสูงถึง 90% ตัวเลขนี้ตอกย้ำถึงความคุ้มค่าและแรงจูงใจที่ The 1 มีต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าจำนวนสมาชิก The 1 ที่หันมาสะสมพอยต์จากการใช้จ่ายในโซนร้านค้าของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 65% สถิตินี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความนิยมในการใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการรับรู้ถึงสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าของการสะสมพอยต์ The 1 ในกลุ่มนักช้อป

 

และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือสถิติการแลกพอยต์ที่น่าทึ่ง โดยในปีที่ผ่านมา มีนักช้อปใจป้ำแลกพอยต์ในโซนร้านค้าไปแล้วกว่า 300 ล้านพอยต์ เมื่อลองแปลงเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ จะพบว่าพอยต์จำนวนนี้เทียบเท่ากับการแลกกาแฟฟรีได้มากถึง 300,000 แก้ว

 

ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น สถิติผู้ที่สามารถสะสมพอยต์ได้สูงสุดต่อบิลจากการซื้อนาฬิกาหรู ที่ทำลายสถิติไปถึง 3.4 ล้านพอยต์ รับพอยต์สะสมไปจุกๆ กว่า 68,000 พอยต์ หรือปรากฏการณ์นักช้อปสุดคุ้มกว่า 3,300 คน ที่เลือกใช้พอยต์ The 1 จ่ายแทนเงินสดมูลค่าเทียบเท่ากับราคาสินค้า ทำให้สามารถช้อปปิ้งสินค้าที่ต้องการได้แบบฟรีๆ โดยไม่ต้องควักกระเป๋า

 

ยังมีเรื่องราวของนักช้อปที่ใช้พอยต์ 408,000 พอยต์ แลกซื้อเครื่องประดับสุดหรูไปครอบครองได้แบบไม่ต้องจ่ายเงินสด รวมถึงกรณีศึกษาที่น่าทึ่งของการแลกพอยต์ 793,090 พอยต์ เพื่อแลกส่วนลดในการซื้อเครื่องนอนแบรนด์ดัง ทำให้นักช้อปท่านนั้นสามารถเป็นเจ้าของเครื่องนอนคุณภาพระดับพรีเมียมได้ในราคาที่ลดลงอย่างเหลือเชื่อ จากหลักแสนเหลือเพียงหลักหมื่นเท่านั้น

 

ปรากฏการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันถึงพลังในการสร้างความคุ้มค่า และดึงดูดใจนักช้อปให้กลับมาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอย่างต่อเนื่อง

 

 

เจาะลึกพฤติกรรมนักช้อปตามสไตล์คนแต่ละภาค

 

#ทีมกรุงเทพฯ นักช้อปสายเปย์ฮีลใจ: สำหรับคนเมืองกรุงที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การช้อปปิ้งจึงเป็นเหมือนการบำบัดจิตใจ พวกเขาคือกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมเปย์เพื่อความสุขและคลายเครียด มีความชอบเฉพาะกลุ่มที่หลากหลาย

 

#ทีมภาคกลาง เปย์ตัวเองเก่ง อัปเดตเทรนด์: นักช้อปภาคกลางส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานที่มีรายได้ดี แต่ยังโสดหรือยังไม่มีครอบครัว ทำให้มีอิสระในการใช้จ่ายเพื่อตนเอง พวกเขาเป็นกลุ่มที่เปย์ตัวเองเก่ง ชอบอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ และเมื่อได้ส่วนลดจากการแลกพอยต์ The 1 ก็ยิ่งกระตุ้นให้พวกเขาใช้จ่ายมากขึ้น

 

#ทีมภาคเหนือ สายเป๋าหนัก รักท้องถิ่น: ภาคเหนือมีกลุ่มผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อสูงและมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นสูงมาก พวกเขาสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นและใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเอง คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงและสะสมพอยต์ The 1 ในระดับสูงเช่นกัน

 

#ทีมภาคอีสาน สายชิค อินเทรนด์: นักช้อปภาคอีสานส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่ให้ความสำคัญกับความทันสมัยและอินเทรนด์ พวกเขาใส่ใจเรื่องความงาม แวะคาเฟ่เก๋ๆ และไม่พลาดที่จะแลกพอยต์ The 1 เป็นส่วนลดในการซื้อ Gadget ใหม่ๆ

 

 

#ทีมภาคใต้ ทีมพ่อแม่ยังหนุ่มสาว เลี้ยงลูกสุดหรรษา: นักช้อปภาคใต้เป็นทีมพ่อแม่ยังหนุ่มสาว ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กำลังสร้างครอบครัวและมีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ พวกเขามีแนวคิดในการเลี้ยงลูกให้มีความสุข สนุก จึงมองหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทั้งความเป็นครอบครัว ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่ยังคงความสนุกสนาน และแวะเช็กอินคาเฟ่เก๋ๆ เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่อื่นๆ

 

#ทีมภาคตะวันออก โซนคุณพ่อคุณแม่สายเปย์ ลงทุนฉ่ำเพื่อคุณลูก: โดดเด่นในเรื่องของคุณพ่อคุณแม่สายเปย์ ลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง และพร้อมที่จะลงทุนฉ่ำๆ เพื่อคุณลูก พวกเขามองหาสินค้าและบริการที่ดีที่สุด เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก จึงเน้นไปที่สินค้าสำหรับเด็กคุณภาพ ของเล่นเสริมพัฒนาการ และกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ

 

ไขความลับพอยต์: ยิ่งสะสม ยิ่งคุ้มค่า นักช้อปห้ามพลาด

 

จากข้อมูล Central Pattana Insights ที่ได้นำเสนอไป คงเริ่มเห็นแล้วว่าการจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้าเซ็นทรัลนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อสินค้าและบริการ แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก The 1 และทำการสะสมพอยต์จากการใช้จ่ายในโซนร้านค้า

 

ทำไมนักช้อปยุคใหม่ถึงต้องใส่ใจกับการสะสมพอยต์ The 1 ที่โซนร้านค้า? คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะการสะสมพอยต์ The 1 คือการปลดล็อกประตูสู่โลกแห่งสิทธิพิเศษและความคุ้มค่าที่เหนือกว่า

 

  • ส่วนลดสุดคุ้มค่า: ทุกๆ 1,000 พอยต์ The 1 ที่สะสม สามารถแลกเป็นส่วนลดเงินสดได้ทันที 100 บาท ยิ่งสะสมมากเท่าไร อำนาจการใช้จ่ายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
  • สิทธิประโยชน์สุด Exclusive: The 1 มอบโปรโมชันและสิทธิพิเศษสุด Exclusive ให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชันรับพอยต์เพิ่ม, แคมเปญแลกรับของรางวัลสุดพิเศษ, ส่วนลด On Top จากร้านค้าพาร์ตเนอร์ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ที่จะทำให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งพิเศษและแตกต่างกว่าใคร
  • ร้านค้าครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์: เครือข่ายร้านค้าพาร์ตเนอร์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้าและบริการ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณ ตั้งแต่ร้านกาแฟยอดนิยมอย่าง Starbucks, ร้านอาหารญี่ปุ่นรสเลิศจาก Oishi Group, แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำอย่าง adidas และ Levi’s, ร้านแว่นตาคุณภาพ Better Vision และ OWNDAYS, ร้านเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน Nitori, คลินิกเสริมความงาม Apex และ Gangnam Clinic และอีกมากมายนับพันแบรนด์ดัง ที่พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่หลากหลายและครบวงจร

 

การสะสมและแลกพอยต์ The 1 นั้นง่ายแสนง่าย เพียงแค่แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับหมายเลขสมาชิก The 1 ของคุณทุกครั้งก่อนชำระเงิน ที่ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ The 1 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ และมองหาป้ายสัญลักษณ์ The 1 ที่หน้าร้านค้า เพื่อให้มั่นใจว่าร้านค้านั้นเป็นพาร์ตเนอร์กับ The 1

 

 

โปรโมชันพิเศษที่นักช้อป The 1 ห้ามพลาด พิเศษ! ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 21 พฤษภาคม 2568

 

  • โปรโมชันสุดว้าว รับพอยต์ The 1 เพิ่ม 1,000 พอยต์ เมื่อช้อปครบ 12,000 บาท สำหรับ 3,000 ท่านแรกที่ลงทะเบียนผ่าน The 1 APP และมียอดสะสมครบตามเงื่อนไข
  • ยิ่งแลก ยิ่งคุ้ม! แลก 1,000 พอยต์ รับพอยต์คืน 250 พอยต์ รับพอยต์คืนสูงสุด 1,000 พอยต์ต่อใบเสร็จ!
  • สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รับพอยต์เพิ่มสูงสุด x3* สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าใครสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568

 

อย่าปล่อยให้สิทธิประโยชน์เหล่านี้หลุดมือ เริ่มสะสมพอยต์ The 1 ตั้งแต่วันนี้… เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของคุณให้คุ้มค่าและพิเศษกว่าที่เคย!

 

 

The 1 BIZ: กุญแจสำคัญ พาร้านค้าเติบโตแบบก้าวกระโดดในยุคข้อมูล

 

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่กำลังมองหาเครื่องมือและโซลูชันที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยุคดิจิทัล The 1 BIZ Marketing Intelligence Solution คือคำตอบที่ใช่

 

The 1 BIZ จากเซ็นทรัลพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือทางการตลาด แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจและนำพาธุรกิจร้านค้าไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

 

จากสถิติความสำเร็จที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วพบว่า ผู้เช่าร้านค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่เข้าร่วมโปรแกรม The 1 BIZ มีอัตราการเติบโตของธุรกิจสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปถึง 3 เท่า นี่คือพลังของ Ecosystem ที่แข็งแกร่งและข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำที่ The 1 BIZ มอบให้

 

The 1 BIZ จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจร้านค้าได้อย่างไร?

 

  • เปิดมุมมองธุรกิจที่กว้างกว่า: The 1 BIZ ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากเครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่ครอบคลุมกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ ทำให้เข้าใจความแตกต่างและความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคได้อย่างลึกซึ้ง มองเห็นภาพรวมของตลาดและเทรนด์ของผู้บริโภคในหลากหลายมิติ

 

  • เจาะลึกพฤติกรรมลูกค้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน: ด้วยการเข้าถึงฐานข้อมูล The 1 ที่มีสมาชิกกว่า 22 ล้านราย ทั่วประเทศ The 1 BIZ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าได้อย่างละเอียด เข้าใจความต้องการที่แท้จริง และสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงสินค้า บริการ และกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างแม่นยำ

 

  • ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายและรวดเร็ว: The 1 BIZ เปิดประตูให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้า Wealth Segment ผ่านความร่วมมือกับ The 1 Exclusive ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงกว่าสมาชิกทั่วไปถึง 30 เท่า นอกจากนี้ยังมอบสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ ร่วมกับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมได้ถึง 26%

 

The 1 BIZ จากเซ็นทรัลพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือทางการตลาด แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะเคียงข้างและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการร้านค้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล

 

อย่ารอช้า เข้าร่วม The 1 BIZ วันนี้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงกับเซ็นทรัลพัฒนา!

The post Game Changer! ‘Central Pattana Insights’ พลิกโฉมวงการค้าปลีกไทย ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าที่ช้อปในศูนย์การค้าที่ธุรกิจคุณขาดไม่ได้ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN ไม่ได้มีแค่ศูนย์การค้า! ธุรกิจ Residence รายได้พุ่ง คอนโด ESCENT ขายดี ลูกค้ารวยระดับคหบดีจังหวัดแห่ซื้อ https://thestandard.co/cpn-residence-business-revenue-soars/ Tue, 09 Jul 2024 01:03:39 +0000 https://thestandard.co/?p=955184 CPN Residence

นอกเหนือจากศูนย์การค้าที่ถือเป็นธุรกิจหลักและสร้างชื่อใ […]

The post CPN ไม่ได้มีแค่ศูนย์การค้า! ธุรกิจ Residence รายได้พุ่ง คอนโด ESCENT ขายดี ลูกค้ารวยระดับคหบดีจังหวัดแห่ซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN Residence

นอกเหนือจากศูนย์การค้าที่ถือเป็นธุรกิจหลักและสร้างชื่อให้กับเซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN มาโดยตลอด แต่จริงๆ แล้วธุรกิจภายใต้เครือมีมากกว่านั้น และธุรกิจ Residence ที่ทำมาราว 8 ปี คือธุรกิจที่ปัจจุบันทำรายได้เป็นอันดับ 2 และยังทำกำไรเติบโตสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

 

“ในปีนี้เราจะมีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมดรวม 43 โครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง ครอบคลุม 20 จังหวัด” วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าว

 

เมื่อเจาะลึกเข้าไป ฐานลูกค้าของธุรกิจ Residence จะมีรายได้ราว 35,000-36,000 บาทต่อเดือน มักจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาเฉลี่ย 2.5 ล้านบาท โดยลูกค้ากว่า 60% เป็นลูกค้าที่โอนสด เพราะ “ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าคหบดีอยู่ในตัวเมืองกว่า 50% ที่เหลือมาจากพื้นที่รอบนอก โดย 80% จะเป็นลูกค้าที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 มีเพียง 20% เท่านั้นที่ซื้อเป็นหลังแรก” กรี เดชชัย President Residential Business บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา อธิบาย

 

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะธุรกิจ Residence ของ CPN เมื่อมองดีๆ มักจะเห็นว่าไม่เหมือนกับดีเวลอปเปอร์เจ้าอื่นๆ ตรงที่รายได้หลักส่วนใหญ่มาจากคอนโดมิเนียม 65% ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ ESCENT ซึ่งเป็นแบรนด์เรือธงที่มักอยู่ติดหรือใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ โดยถือเป็นกลุ่มลูกค้าพรีเมียมในจังหวัด

 

กรีขยายความว่า ธุรกิจ Residence เพิ่งมาทำโครงการบ้านที่เป็นบ้านในกรุงเทพฯ ช่วงปีที่ 3-4 นี้เอง ทำให้ปัจจุบันมีโครงการในกรุงเทพฯ 6-7 แห่ง และต่างจังหวัด 3 โครงการ ในแง่ของ Backlog อยู่ราว 300-400 หลัง มีไม่เยอะ เพราะจะเป็นบ้านที่สร้างเสร็จและขาย ส่วนคอนโดมีสะสม 5,000 กว่ายูนิตด้วยกัน

 

ปีนี้เปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง 10 โครงการ ครบทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่ารวม 13,430 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ 3 โครงการ ไฮไลต์คือแบรนด์ใหม่ ‘บ้านนิรดา’ บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจ เปิดตัวไปแล้วที่พระราม 2 และอุทยาน-อักษะ ปีนี้เปิดตัวทำเลใหม่คือบ้านนิรดา เอกชัย-วงแหวน

 

โครงการแนวสูงเปิดตัวทั้งหมด 7 โครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์คอนโด ESCENT ซึ่งเป็นแบรนด์เรือธง เปิดไปแล้วที่นครสวรรค์และนครปฐม ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยในช่วงเปิดตัวมียอดจองสูงถึง 80-90% ภายใน 4 วัน และตอนนี้ปิดการขายแล้วทั้งสองทำเล และกำลังจะเปิด ESCENT Bangna ที่อยู่ใกล้กับเซ็นทรัล บางนา

 

นอกจากนี้ยังเปิดคอนโด ESCENT อีกหลายทำเล ได้แก่ นครศรีธรรมราชและภูเก็ต รวมถึงเปิดเฟสสองเพิ่มที่หาดใหญ่และอุบลราชธานี

 

“ที่ผ่านมาธุรกิจ Residence มีบริษัทแม่เข้ามาซัพพอร์ตเรื่องเงินลงทุน แต่ปีนี้เป็นต้นไปอาจจะไม่ต้องแล้ว เพราะกระแสเงินสดเราเริ่มเพียงพอแล้ว” กรีกล่าว พร้อมเสริมว่า “ตอนเริ่มทำธุรกิจปีแรกมีรายได้ 2,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ตั้งเป้า 7,000 ล้านบาท และโตต่อเนื่อง 20% ในทุกๆ ปี”

The post CPN ไม่ได้มีแค่ศูนย์การค้า! ธุรกิจ Residence รายได้พุ่ง คอนโด ESCENT ขายดี ลูกค้ารวยระดับคหบดีจังหวัดแห่ซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปากน้ำโพจะไม่ใช่แค่ทางผ่านอีกต่อไป เมื่อการมาถึงของ ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’ จะเข้ามาเปลี่ยนเมืองรองให้กลายเป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/arrival-of-central-nakhon-sawan/ Sat, 20 Jan 2024 03:00:28 +0000 https://thestandard.co/?p=889748

จังหวัดนครสวรรค์เป็นหนึ่งในจังหวัดที่กำลังจะมีศักยภาพทา […]

The post ปากน้ำโพจะไม่ใช่แค่ทางผ่านอีกต่อไป เมื่อการมาถึงของ ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’ จะเข้ามาเปลี่ยนเมืองรองให้กลายเป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

จังหวัดนครสวรรค์เป็นหนึ่งในจังหวัดที่กำลังจะมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เป็นทางผ่านระหว่างภาคเหนือและภาคกลางของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 9,597 ตารางกิโลเมตร และติดต่อกับหลายจังหวัด ทำให้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการขนส่งและการค้า

 

ด้วยมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดประจำปีประมาณ 117,684 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเหนือ นครสวรรค์จึงถือเป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือเพราะเป็นรองเพียงเชียงใหม่เท่านั้น 

 

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่กำลังเกิดขึ้นในนครสวรรค์ โดยเฉพาะโครงการการก่อสร้างทางรถไฟที่สามารถเชื่อมต่อจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ รวมถึงการเชื่อมต่อกับประเทศเมียนมาและ สปป.ลาว ในอนาคต ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัด

 

 

อ้างอิงรายงานของประชาชาติธุรกิจที่เปิดเผยว่า ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวของความเป็นเมืองในนครสวรรค์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการขยายพื้นที่สิ่งปลูกสร้างกว่า 14 ตารางกิโลเมตร สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่เข้มแข็งของจังหวัด 

 

ทั้งนี้การลงทุนขนาดใหญ่ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น การค้าปลีก, อสังหาริมทรัพย์ (โครงการศุภาลัย), อุตสาหกรรมน้ำตาลและนม รวมทั้งโครงการ ‘นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์’ Bio Hub ครบวงจรแห่งแรกของไทย ที่เกิดจากการร่วมทุนของกลุ่มบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม GGC และกลุ่มบริษัท เกษตรไทยอินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS รวมเป็นกลุ่มบริษัท GGC KTIS Bio Industrial Company Limited (GKBI)

 

และขณะนี้กำลังลงทุนระยะที่ 2 ในพื้นที่ 2,000 ไร่ ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนของ GKBI และ NatureWorks สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อยอดการเป็นเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต เพิ่มโอกาสในการจ้างงานและส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจใหม่ๆ ในจังหวัด

 

จากปัจจัยเหล่านี้ จังหวัดนครสวรรค์ไม่เพียงแต่ถือเป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ แต่ยังมีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในจังหวัดที่นำพาประเทศไทยไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในอนาคตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

ทว่าน่าเสียดายที่จังหวัดซึ่งมีชื่อเรียกเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาแต่เดิมว่า ‘ปากน้ำโพ’ โดยปรากฏเรียกกันมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจมาจากคำว่า ปากน้ำโผล่ เพราะเป็นที่ปากน้ำปิง ยม และน่าน มาโผล่รวมกันเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา กลับไม่ได้เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจคึกคักมากนักในช่วงที่ผ่านมา

 

 

เมืองทางผ่าน หรือ เมืองรอง กลายเป็นอีกชื่อของ ‘จังหวัดนครสวรรค์’ แต่คำดังกล่าวนี้กำลังจะหายไป เมื่อเซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน และผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัล, ที่พักอาศัย, อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ตอกย้ำการเป็นผู้นำ Retail-Led Mixed-Use Development ต่อยอดแผนธุรกิจ 5 ปี (2565-2569) ประกาศโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’

 

ที่หมายมั่นปั้นมือว่า การมาถึงของโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คน ชุมชน และช่วย Scaling Up การขยายธุรกิจของคู่ค้า ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความเจริญให้ประเทศ 

 

ดังเช่นโครงการมิกซ์ยูสที่ประสบความสำเร็จแล้วอย่าง เซ็นทรัล โคราช รวมถึงโครงการที่อยู่ในแผนงานและได้บุกเบิกในส่วนของศูนย์การค้าไปแล้ว ได้แก่ เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัล  ศรีราชา และเซ็นทรัล จันทบุรี

 

อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าการตัดสินใจของเซ็นทรัลพัฒนาในการลงทุน 5.8 พันล้านบาท บนที่ดิน 42 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้า GFA 76,000 ตารางเมตร, โรงแรม 200 ห้อง, คอนโดมิเนียม และ Urban Park ขนาดใหญ่ 2 ไร่ นอกจากนี้ยังมี Neighbouring Component อย่างโรงพยาบาลชั้นนำที่เชื่อมโยงอยู่บน Master Plan ของโครงการ ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการประเมินศักยภาพทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งสะท้อนถึงการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากหลายมิติ

 

นั่นเพราะนครสวรรค์ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘New Rising Economic City’ และ ‘Gateway to the North’ ตั้งอยู่บน North-South Economic Corridors (NSEC) ซึ่งเป็นแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญ การลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงและทางรถไฟทางคู่เป็นตัวเร่งที่ช่วยพัฒนาการขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เซ็นทรัลพัฒนามองเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดนี้ 

 

 

อีกทั้งการเป็นเมืองที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมไทย-จีน ที่เป็นเอกลักษณ์ใน ‘เมืองปากน้ำโพ’ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา มีชุมชนชาวจีนใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเทศกาลตรุษจีนก็เป็นหนึ่งในเทศกาลใหญ่ของจังหวัด รองจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต

 

ทำให้เซ็นทรัลพัฒนามองเห็นความเป็นไปได้ของนครสวรรค์ในการเป็น ‘Hub of Cultural Tourism’ ด้วยการดีไซน์ศูนย์การค้าที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทย-จีน เป็นจุดดึงดูดที่ทำให้นครสวรรค์ไม่เพียงแต่เป็นเมืองผ่าน แต่ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจและต้องหยุดแวะพัก

 

จากข้อมูลที่ระบุว่า GPP ของจังหวัดนครสวรรค์อยู่ที่ประมาณ 120,000 บาทต่อปี และรายได้ครัวเรือนมีมากกว่า 21,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าในจังหวัดอื่นๆ เช่น เชียงราย สะท้อนถึงกลุ่มประชากรที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนที่เป็นกลุ่มนักธุรกิจที่คุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์เมือง

 

โดยจากข้อมูลที่เซ็นทรัลพัฒนามี คือชาวนครสวรรค์เดินทางมาช้อปที่สาขาในกรุงเทพฯ จำนวนมาก อันดับหนึ่งคือ เซ็นทรัล ลาดพร้าว รองลงมาที่เซ็นทรัลเวิลด์ แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการดึงดูดกลุ่มนี้ให้ช้อปปิ้งในจังหวัดของตัวเอง

 

การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในนครสวรรค์ที่เพิ่มขึ้น 6% ใน 5 ปี และราคาเฉลี่ยประมาณ 2.5 ล้านบาท ยังเป็นอีกตัวชี้วัดที่สำคัญของกำลังซื้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจในจังหวัด

 

 

และการมี Catchment Area ที่ครอบคลุมประชากรมากกว่า 1,000,000 คน จากนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ กำแพงเพชร, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี และพิจิตร แสดงถึงฐานตลาดที่กว้างขวางและมีศักยภาพสำหรับการลงทุน

 

ทั้งหมดนี้จึงเป็นศักยภาพของนครสวรรค์ที่ทางเซ็นทรัลพัฒนาไม่อยากมองข้าม จึงกลายเป็นที่มาของการลงทุนหลายพันล้านเพื่อสร้างโครงการมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’ ที่จะเข้ามาปั้นเมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่

 

เบื้องต้น ‘ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์’ จะเป็นส่วนแรกที่ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นการรวมแบรนด์ลิสต์มากที่สุดในภาคกลางตอนบนกว่า 200 แบรนด์มาไว้ในที่เดียว และยกทัพร้านค้าแบรนด์ดังที่เลือกปักหมุดโลเคชันเปิดที่เซ็นทรัล นครสวรรค์ เป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น

 

Fashion:

adidas, Birkenstock, BEAUTRIUM, Crocs, CPS CHAPS, CC Double O, Converse, Levi’s, LYN, Lyn Around, Jaspal, Jelly Bunny, MUJI, New Balance และ Uniqlo

 

Food:

Bonchon, Boost Juice, Gaga, Kansei Sushi, Laem Charoen, Passion Brew Café, Sukishi Korean Charcoal Grill, ZEN, Fresh Me, Fuji, Inthanin, Kamu, Katsuya, KOI Thé, Laoyuan, Ochaya, Oishi Ramen, Olino, OOTOYA, Pepper Lunch, Salad Factory และ Yaki-Otori

 

IT & Specialty:

iStudio, TG Fone, Shichida, PlaySound, โรงเรียนกวดวิชานครสวรรค์สอนเสริม The G, Apex, The Klinique และ Gangnam Clinic

 

 

ไม่เพียงแต่ร้านค้าเท่านั้น ยังมีการหยิบไอคอนิก ‘ปากน้ำโพ’ ที่มีแม่น้ำ 4 สายไหลมาบรรจบกัน ผสมผสานกับ ‘Thai-Chinese Culture’ เพื่อดีไซน์ Façade (ด้านหน้าอาคาร) และโครงหลังคา ให้เป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยและมีความโดดเด่น พร้อมสร้าง Good Vibes Ambience บริเวณโดยรอบศูนย์การค้าด้วย ‘ต้นเสลา’ สีม่วงชมพูสลับขาว ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครสวรรค์ 

 

รวมถึง Urban Park ขนาดใหญ่ 2 ไร่ ที่ออกแบบให้เป็น Multi-Generation Space สำหรับทุกคนทุกวัยในครอบครัว ประกอบด้วย Playground, Pet’s Park และไฮไลต์อย่าง Longevity Hill ที่ดีไซน์ให้เป็น Vertical Walkway ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวนครสวรรค์และนักท่องเที่ยว

 

ด้วยโลเคชันที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นใจกลางเมือง ล้อมรอบด้วยสถานที่ราชการ สถานศึกษา โรงพยาบาล และสถานที่สำคัญของจังหวัด จึงเป็น Transportation Hub ที่ครบครัน เดินทางสะดวก เข้า-ออกได้ถึง 5 ช่องทาง พร้อมยกระดับความสะดวกสบายรับเทรนด์ Eco-Friendly เพื่อให้ทุกชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน กับบริการ EV Charger Station รองรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถเชื่อมต่อและเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อ Connecting the Dots ไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ได้

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ การลงทุนของเซ็นทรัลพัฒนาใน เซ็นทรัล นครสวรรค์นั้นไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของนครสวรรค์เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อประเทศในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

 

1. การส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • การสร้างงานและเพิ่มรายได้: โครงการเซ็นทรัล นครสวรรค์ จะสร้างงานใหม่ๆ ในชุมชน ทั้งในด้านการค้าปลีก, บริการ และอุตสาหกรรมสนับสนุน เพิ่มรายได้และโอกาสในการทำงานให้กับชาวนครสวรรค์
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น: การเปิดตัวศูนย์การค้าขนาดใหญ่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่โดยการดึงดูดนักท่องเที่ยวและลูกค้าจากจังหวัดใกล้เคียง

 

2. การเสริมสร้างโลจิสติกส์และเชื่อมต่อภูมิภาค

  • การเชื่อมต่อภาคธุรกิจ: การสร้างศูนย์การค้าใหม่ช่วยเชื่อมต่อธุรกิจในภาคกลางและภาคเหนือ รวมถึงสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ

 

3. การส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

  • ศูนย์กลางการท่องเที่ยววัฒนธรรม: ด้วยการดีไซน์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทย-จีน โครงการนี้ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นและทำให้นครสวรรค์เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
  • การเพิ่มความหลากหลายในการท่องเที่ยว: การสร้างศูนย์การค้าที่ผสานวัฒนธรรม จะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งในแง่ของการช้อปปิ้งและการสัมผัสวัฒนธรรม

 

4. การพัฒนาศักยภาพของชุมชน

  • การพัฒนาทักษะและการศึกษา: การเติบโตของธุรกิจและบริการใหม่ๆ จะดึงดูดทักษะและการศึกษาที่เพิ่มขึ้น สร้างโอกาสให้กับชาวนครสวรรค์ในการพัฒนาทักษะและความรู้
  • การสนับสนุน SMEs ท้องถิ่น: ศูนย์การค้าใหม่อาจให้โอกาสแก่ธุรกิจขนาดเล็กและกลางในท้องถิ่นในการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้นและลูกค้าใหม่ๆ

 

5. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมระดับชาติ

  • การกระจายความมั่งคั่ง: โครงการนี้ช่วยในการกระจายความมั่งคั่งและการพัฒนาไปยังพื้นที่นอกกรุงเทพฯ ส่งเสริมการเติบโตที่สมดุลในทุกภูมิภาคของประเทศ
  • การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย: การลงทุนและการพัฒนาในจังหวัดนครสวรรค์ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยโดยรวม โดยการสร้างตลาดใหม่และเพิ่มการบริโภคในประเทศ

 

 

ดังนั้น การลงทุนของเซ็นทรัลพัฒนาในนครสวรรค์ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างกำไรให้กับบริษัทเท่านั้น แต่ยังส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น การพัฒนาสังคม และการเติบโตของเศรษฐกิจไทยโดยรวม

 

 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดอย่าลืม! วันที่ 31 มกราคม 2567 มาปักหมุดและเช็กอินที่ ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’ มิกซ์ยูสโมเดลใหม่แห่งอนาคต ภายใต้คอนเซปต์ ‘สุขทุกวัน ที่สวรรค์นคร’ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งภาคกลางตอนบน ยกระดับและเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน

 

อ้างอิง:

The post ปากน้ำโพจะไม่ใช่แค่ทางผ่านอีกต่อไป เมื่อการมาถึงของ ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’ จะเข้ามาเปลี่ยนเมืองรองให้กลายเป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมมันส์สุดขีดกับ 7 ไฮไลต์ที่จะพาคุณไปสัมผัสขีดสุดของ #มิวสิคเฟสติวัลเคานต์ดาวน์ระดับโลกที่ดีที่สุดตลอดกาล ในงาน centralwOrld Bangkok Countdown 2024 [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/centralworld-bangkok-countdown-2024/ Mon, 25 Dec 2023 11:50:17 +0000 https://thestandard.co/?p=880695

เป็นถึงเจ้าของตำแหน่ง ‘Times Square of Asia’ ที่  […]

The post เตรียมมันส์สุดขีดกับ 7 ไฮไลต์ที่จะพาคุณไปสัมผัสขีดสุดของ #มิวสิคเฟสติวัลเคานต์ดาวน์ระดับโลกที่ดีที่สุดตลอดกาล ในงาน centralwOrld Bangkok Countdown 2024 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นถึงเจ้าของตำแหน่ง ‘Times Square of Asia’ ที่  CNN ยกให้เป็นสถานที่เคานต์ดาวน์ติดอันดับโลกทั้งที่ งานเคานต์ดาวน์ปี 2024 ที่จะถึงนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ยิ่งต้องทวีความมันส์ จัดเต็มโปรดักชันระดับโลก อัดฉีดความสุขให้สมกับเป็นหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์นับถอยหลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 

ตลอดกว่า 2 ทศวรรษ ที่เซ็นทรัลพัฒนาตั้งใจสร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ เพื่อให้ ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ เป็นหนึ่งในเคานต์ดาวน์แลนด์มาร์กของเอเชียที่คนทั่วโลกอยากมาเยือน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ งานเคานต์ดาวน์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของการฉลองส่งท้ายปีเข้าสู่ศักราชใหม่ของคนไทย

 

 

นอกจากจุดแข็งของโลเคชันที่อยู่ใจกลางราชประสงค์ ย่านการค้าและท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย จึงสามารถจุคนได้มากที่สุด 250,000 คน เมื่อเทียบกับโลเคชันของการเคานต์ดาวน์ในกรุงเทพฯ จะเห็นว่าทุกปีเซ็นทรัลเวิลด์ท้าทายศักยภาพตัวเองด้วยการจัดงานเคานต์ดาวน์ที่ต้องยิ่งใหญ่กว่าเดิม สนุกกว่าเดิม ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าเดิม และเพิ่มความสะดวก ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม

 

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโมเมนต์แห่งปีเทียบเท่าจัตุรัสไทม์สแควร์ในนครนิวยอร์ก อัดแน่นด้วยกองทัพศิลปินที่ตอบโจทย์ทุกเจนและเป็นไฮไลต์ส่งท้ายปีที่คนทั้งประเทศรอคอย รวมไปถึงการผสมผสานศิลปะและความมีชีวิตชีวาจากศิลปินระดับประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับบรรยากาศเฟสทีฟก่อนวันเคาน์ดาวน์

 

 

เกริ่นมาขนาดนี้คงพอเดาได้ว่าเทศกาลงานเคานต์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ‘centralwOrld Bangkok Countdown 2024’ ภายใต้คอนเซปต์ Funtastic Future ความสนุกที่ทุกคนคาดไม่ถึง จะต้องมีความสนุกสุดขีดกว่าปีไหน สำหรับคนที่เคยคิดว่าปีที่ผ่านมาคือที่สุดของงานเทศกาลเคานต์ดาวน์แล้วละก็ เตรียมตั้งรับประสบการณ์ความมันส์แบบดับเบิลเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยโปรดักชันระดับโลก ทั้งเวที The PanOramix พลุดิจิทัล แสง สี เสียง สร้างมิติของประสบการณ์การชมดนตรีให้สนุกและน่าจดจำ เหมือนกำลังยืนเคานต์ดาวน์อยู่ในมิวสิคเฟสติวัลระดับโลกที่คุ้นเคย 

 

จัดเต็ม 7 ไฮไลต์ของงาน ‘centralwOrld Bangkok Countdown 2024’ ที่โดนใจคนรักมิวสิคเฟสติวัลระดับโลกแบบสุดขีด

 


 

 

สุดขีดความมันส์กับไลน์อัปศิลปิน 65 ชีวิต ทั้งไทย-อินเตอร์ เยอะที่สุดในกรุงเทพฯ  

 

ปีก่อนๆ ว่าเต็มอิ่มแล้ว ปีนี้จัดเต็มยิ่งกว่าเพราะเป็นปีแรกกับไลน์อัป 65 ศิลปินทั้งไทย-อินเตอร์ไฮไลต์ ครบทุกเจน ติดท็อปเทรนด์ทุกอวอร์ด ห้ามพลาด โชว์พิเศษที่นี่ที่เดียวจาก 5 Headliner ศิลปินไทย: พีพี-กฤษฏ์ และ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์, ดีว่าตัวแม่แห่งวงการ BOWKYLION และการคอลแลบกันของ นนท์ ธนนท์ x อิ้งค์ วรันธร, มันส์กับทัพศิลปินท็อปชาร์ตทุกอวอร์ด 65 ชีวิต: โอ๊ต ปราโมทย์, ป๊อบ ปองกูล, PROXIE, TRINITY, BUS because of you i shine, TIGGER, ALALA, PSYCHIC FEVER, bamm, bXd, DVI, PERSES, HASHTAX, QRRA และ Three Man Down

 

 

สุดขีด ศิลปินไฮไลต์ระดับอินเตอร์ 

 

ถ้าศิลปินเกาหลีระดับโลกอย่าง ‘เรน’ เคยมาร่วมนับถอยหลังบนเวทีเคานต์ดาวน์ของเซ็นทรัลเวิลด์แล้ว ปีนี้ก็ยิ่งใหญ่ไม่เป็นรองใคร พบกับศิลปินไฮไลต์ระดับอินเตอร์ ยองแจ เมนโวคอลแห่งวง GOT 7 ‘แพทริค-ณัฐวรรธ์ ฟิงค์เลอร์’ ศิลปินไทยที่เติบโตและโด่งดังในแวดวงบอยแบนด์จีน กับการแสดงโชว์บนเวทีเคานต์ดาวน์ส่งท้ายปี

 

 

สุดขีดของ Art & Music Festival โปรดักชันระดับโลก

 

ใครที่ชอบไปดูมิวสิคเฟสติวัลจะเข้าใจว่าทำไม Art & Music จึงเป็นส่วนผสมสำคัญของงานมิวสิคเฟสติวัลทั่วโลก ปีนี้เซ็นทรัลพัฒนาจึงตั้งใจสร้างบรรยากาศให้สมจริงด้วยการดึงศิลปินดังอย่าง PAI LACTOBACILLUS (ธนา แสงศร) ศิลปินที่ออกแบบนิทรรศการ Lucid Dreamers และ เหนือ-จักรกฤษณ์ อนันตกุล นักวาดภาพประกอบชาวไทยที่เคยทำงานร่วมกับ Monocle, FREITAG, BEAMS JAPAN, UNIQLO, Facebook มาร่วมกันออกแบบกราฟิก โมชัน ลายเส้น รวมถึงสีสันสนุกๆ ที่จะปรากฏบนจอ The PanOramix ภายในงาน สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับงานเคานต์ดาวน์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในมิวสิคเฟสติวัลระดับโลก แต่งานนี้เข้าชมฟรี รับรองว่า #มันส์สุดดีที่สุดต้องเซ็นทรัลเวิลด์ #เคลียร์คิวรอเค้านต์เลย

 

 

สุดขีด Futuristic Fireworks พลุดิจิทัลอลังการ 180 องศา 

 

ถ้าคิดว่าปีที่ผ่านมาพลุที่จุดอลังการสนั่นโลกแล้ว ตั้งตารอดูพลุฉ่ำๆ แบบขีดสุดความล้ำใจกลางวิวเมือง Times Square of Asia กับ Futuristic Fireworks การผสมผสานพลุจริงกับพลุศิลปะแบบ 180 องศา บนจอ panOramix โดยจะฉายทั้งหมด 5 องก์ สะท้อนบุคลิกของกลุ่มศิลปินที่จะมาร่วมสร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ระดับโลกกับเซ็นทรัลเวิลด์ ได้แก่ The Futuristic, The Master, The Collabs, The New Legendary, The Phenomenon 

 

สุดขีดของปรากฏการณ์การรับชมมิวสิคเฟสติวัล 

 

ภายในงานจะมีกิมมิกเพิ่มอรรถรสการรับชมมิวสิคเฟสติวัลให้น่าจดจำยิ่งขึ้น (Memorable Experience) ด้วย LED Wristbands Illuminating Global Unity สร้างปรากฏการณ์การมีส่วนร่วมของผู้คนในงาน (People Engagement) ให้ตราตรึงยิ่งกว่าเดิม

 

 

สุดขีดตลอดวัน ฉลองมันส์ 10 วัน 10 คืน 

 

#ยืนหนึ่งประสบการณ์ฉลองสุดมันส์ได้ทั้งวันทั้งคืน เติมความสุขให้ฉ่ำได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อิ่มอร่อยกับร้านอาหารชื่อดัง โรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาส ช้อปปิ้งแบรนด์ดัง เพลิดเพลินไปกับจักรวาล Pokémon ต้นคริสต์มาสยักษ์ และจุดถ่ายรูปมากมาย ก่อนจะไปสนุกกับพรีคอนเสิร์ตตลอด 10 วัน วอร์มอัปความสนุกก่อนคืนเคานต์ดาวน์ เริ่มตั้งแต่

 

21 ธันวาคม 2566 Bitter Brothers
2 ธันวาคม 2566  HootoH Sajjakul, SWEEZDREAM
23 ธันวาคม 2566 POKMINDSET
24  ธันวาคม 2566 Nap a Lean
25 ธันวาคม 2566 Whal & Dolph
26 ธันวาคม 2566 Gaikai, Hard Boy
27  ธันวาคม 2566 Bitter Brothers
28 ธันวาคม 2566 ASIA7
29 ธันวาคม 2566 PURPEECH
30 ธันวาคม 2566 HYBS

 

 

สุดขีดเคานต์ดาวน์ รับเทรนด์ยั่งยืนโลก   

 

เป็นเรื่องสุดขีดที่ดีต่อใจคนรักษ์โลกสุดๆ จะว่าไปเซ็นทรัลพัฒนาเขาก็ประกาศจุดยืนเรื่อง Sustainability มาตั้งแต่ก่อนจัดงาน ในฐานะการเป็นพลเมืองที่ดีของโลก (Global Citizen) ปีนี้จึงไม่เพียงละลานตาจากพลุที่จุดเพื่อฉลองเท่านั้น แต่ยังเต็มอิ่มจาก Digital Fireworks บนจอ The PanOramix ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

 

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพราะอย่างที่บอก ‘centralwOrld Bangkok Countdown 2024’ ปีนี้จัดเต็มความสนุกสุดขีดกว่าปีไหนๆ ชวนทุกคนมาเรียกคืนความสนุกให้ถึงขีดสุดได้ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม ยาวไปจนถึงคืนเคานต์ดาวน์ 31 ธันวาคม 

 

ออกไปสัมผัสประสบการณ์ความมันส์แบบดับเบิลเอ็กซ์คลูซีฟด้วยตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม centralwOrld Bangkok Countdown จึงครองตำแหน่ง Time Square of Asia แลนด์มาร์กความสุขที่คนทั่วโลกรอคอย

The post เตรียมมันส์สุดขีดกับ 7 ไฮไลต์ที่จะพาคุณไปสัมผัสขีดสุดของ #มิวสิคเฟสติวัลเคานต์ดาวน์ระดับโลกที่ดีที่สุดตลอดกาล ในงาน centralwOrld Bangkok Countdown 2024 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนาผนึกกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตรกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดใหญ่ทั้งศูนย์ฯ-ห้าง-ออนไลน์ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 66 ในแคมเปญ ‘THE GREATEST GRAND SALE 2023’ ลดครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติ https://thestandard.co/cpn-the-greatest-grand-sale-2023/ Thu, 01 Jun 2023 10:30:40 +0000 https://thestandard.co/?p=797927 THE GREATEST GRAND SALE 2023

เซ็นทรัลพัฒนายังคงทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการก […]

The post เซ็นทรัลพัฒนาผนึกกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตรกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดใหญ่ทั้งศูนย์ฯ-ห้าง-ออนไลน์ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 66 ในแคมเปญ ‘THE GREATEST GRAND SALE 2023’ ลดครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE GREATEST GRAND SALE 2023

เซ็นทรัลพัฒนายังคงทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กับประเทศ พร้อมตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยให้เป็น The Best Shopping Destination แห่งเอเชีย ทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัลและพาร์ตเนอร์ธุรกิจชั้นนำทั่วประเทศ ส่งแคมเปญ ‘THE GREATEST GRAND SALE 2023 มหกรรมเซลกลางปีที่ดีที่สุด ลดครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติ’ ลดสูงสุด 80% จาก 9,500 ร้านค้า รวมกว่า 16,500 แบรนด์ ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และออนไลน์ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศและดิ เอสพละนาด รัชดาภิเษก

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ด้วยศักยภาพของ THE GREATEST GRAND SALE ที่เป็น Top of Mind ของนักช้อป ซึ่งมหกรรมเซลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีจะสามารถผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็น The Best Shopping Destination แห่งเอเชีย ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สอดรับกับแผนโปรโมตการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และยุทธศาสตร์ใหม่ของ ททท. ที่จะผลักดัน Soft Power 

 

“คาดการณ์ว่าจะเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยวขาเข้าในปีนี้ให้ถึง 25-30 ล้านคน และช่วยสร้างเม็ดเงินสะพัดมหาศาลให้กับเศรษฐกิจของประเทศช่วงไตรมาส 2”

 

 

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาจะชู 3 จุดแข็ง เพิ่มเสริมแกร่งแผนดังกล่าว ได้แก่  

 

  1. The Great Synergy ผนึกกำลังยิ่งใหญ่ของบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ

 

  1. No.1 Best Mid-Year Sale of All Time ตอกย้ำการเป็นมหกรรมเซลกลางปีแห่งชาติที่ดีที่สุดตลอดกาล ลดสูงสุด 80% จาก 9,500 ร้านค้า รวมกว่า 16,500 แบรนด์ ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และออนไลน์

 

  1. ผลักดันไทยสู่การเป็น The Best Shopping Destination of Asia ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ชูจุดแข็งผู้นำศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ 360 องศา เชื่อมโยงทั้ง Offline & Online ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกหัวเมืองท่องเที่ยวหลักและรอง

 

ด้าน ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยสัญญาณบวกของเศรษฐกิจไทยที่เห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปี ทั้งกำลังซื้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ไปจนถึงภาคท่องเที่ยวที่กลับมาแข็งแรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาจับจ่ายเพิ่มมากขึ้น 

 

“ไตรมาสแรกของปี 2566 ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันสร้างยอดขายทัวริสต์เพิ่มขึ้นเกือบ 200% รวมถึงภาพรวมผลประกอบการรายได้และกำไรของเซ็นทรัล รีเทล ก็เติบโตเกินกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดแล้ว โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 12% และกำไรเพิ่มขึ้นถึง 75%

 

“การผนึกกำลัง 8 ธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมกว่า 350 ร้านค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ พร้อมจัดเต็มสินค้ากว่า 16,500 แบรนด์ ลดสูงสูดกว่า 80% พร้อมส่วนลดเพิ่มจาก The 1 และบัตรเครดิต พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่อีกมากมาย จะช่วยปักหมุดเซ็นทรัล รีเทล ให้เป็น Top of Mind ของนักช้อปทั่วโลกได้อย่างแน่นอน” ปิยวรรณกล่าว

 

ด้าน ทิพาภรณ์ ประสมทรัพย์ Head of Loyalty Program – The 1 กล่าวเสริมว่า “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับสมาชิกผ่าน The 1 APP มหกรรมการเซลครั้งใหญ่นี้เราพร้อมมอบประสบการณ์การช้อปเหนือระดับที่ให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์รับคะแนน The 1 X2 เท่า และพิเศษรับคะแนน X3 เท่าสำหรับสมาชิก The 1 Exclusive 

 

“นอกจากนี้ยังสามารถแลกคะแนน The 1 ได้ง่ายๆ บน The 1 APP เพียง 200 คะแนน รับส่วนลด 100 บาท (จากปกติ 1,000 คะแนน ลด 100 บาท) ที่ร้านค้าแฟชั่นชั้นนำกว่า 20 ร้านค้าที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ และแลกคะแนน 1,000 คะแนน รับส่วนลด 150 บาท สามารถใช้ได้แบบไม่มีขั้นต่ำที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ทั่วประเทศ”

 

The 1 ถือเป็นหนึ่งใน Ecosystem ที่แข็งแกร่งของเซ็นทรัลพัฒนา เพราะสามารถเชื่อมโยงแบรนด์พาร์ตเนอร์เข้ากับสมาชิก The 1 ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยปัจจุบันสมาชิก The 1 สามารถสะสมและแลกคะแนนเป็นส่วนลดได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอโปรโมชันเมื่อใช้จ่ายผ่านแบรนด์ที่อยู่ใน Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนากว่า 400 แบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Starbucks, adidas, Pomelo, Mango, Innisfree, Gangnam Clinic, Advice, Jaymart และอีกมากมาย

 

 

พลาดไม่ได้กับไฮไลต์โปรโมชันช้อปคุ้มค่าที่สุดในรอบปี ไม่ว่าจะเป็น

 

  • บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10%* ไม่ต้องแลกคะแนน  
  • บัตรเครดิตอื่นๆ แลกรับเครดิตเงินคืนหรือบัตรของขวัญสูงสุด 20%* 
  • บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผ่อน 0% สูงสุด 24 เดือน*
  • สมาชิก The 1 รับคะแนนสูงสุด X3 เท่าทุกวัน กับร้านค้าที่สะสมและแลกคะแนนในศูนย์ฯ
  • แลกคะแนนผ่าน The 1 APP เพียง 200 คะแนน รับส่วนลด 100 บาท กับร้านค้าแฟชั่นชั้นนำกว่า 20 ร้านค้า
  • ช้อปและลุ้นบัตรกำนัลช้อปฟรี 400,000 บาท เช่น จี้เพชรแท้ Jubilee Diamond, แพ็กเกจที่พักสุดหรู Silavadee Koh Samui, ตั๋วเครื่องบิน Nok Air ไป-กลับภายในประเทศ และรางวัลอื่นๆ อีกกว่า 100 รางวัล 
  • Top Spenders 40 ท่านแรกรับ Gift Card มูลค่า 15,000 บาท  

 

ไฮไลต์โปรโมชันห้างและร้านค้าในเครือเซ็นทรัลและเซ็นทรัล รีเทล

 

  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและห้างสรรพสินค้าโรบินสันลดสูงสุด 70%*
  • Tops กลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดมหกรรมสินค้า 1 แถม 1*
  • Supersports ลดสูงสุด 60%*
  • ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ที่ร่วมรายการ ลดสูงสุด 70%*
  • Power Buy และ B2S ลดสูงสุด 50%*
  • OfficeMate ลดสูงสุด 90%*
  • สำหรับสมาชิก The 1 แลก 1,000 คะแนน รับส่วนลด 150 บาท ให้ช้อปได้ทุกวันสำหรับร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล
  • ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) มอบส่วนลดพิเศษกับเมนูที่ร่วมรายการ

 

เหล่านักช้อปเตรียมพบกับอีเวนต์ช้อปเปิดวาร์ป วันที่ 1-14 มิถุนายนนี้เท่านั้น พบโปรโมชันแรงเกินต้านและกิจกรรมนาทีทอง รวมทั้งมหกรรมงานเซลในคอนเวนชันฮอลล์และทั่วพื้นที่ของศูนย์การค้ากว่า 200 งาน ไม่ว่าจะเป็น มหกรรม THE GREATEST GRAND SALE ที่รวมสินค้าหลากหลายหมวดหมู่มาให้ช้อปในราคาพิเศษ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 5 สาขา, The Ultimate Watch Fair, Brand Name Festival, Denim Festival, Sneakers Festival และ Sale Events ที่จะได้พบกับศิลปินดาราชื่อดังอีกมากมาย 

 

ช้อปจุใจแล้วอย่าลืมแบ่งใจมารักษ์โลกไปกับโปรโมชัน ‘ช้อปวันพุธ หยุดโลกร้อน’ ช้อปครบ 2,000 บาท รับฟรีถุงผ้า Wednesday พร้อมสะสมแต้มรักษ์โลก เพื่อลุ้นรางวัลพิเศษ

 

มา #ช้อปยกแก๊ง ในแคมเปญ THE GREATEST GRAND SALE 2023 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ, เอสพละนาด รัชดาภิเษก, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, Tops กลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล, Supersports, ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG), Power Buy, OfficeMate, B2S, ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป และช้อปออนไลน์ 24 ชั่วโมงผ่าน Central Online

 

ข้อมูลโปรโมชันเพิ่มเติม: https://bit.ly/3MKMVJE 

 

 

The post เซ็นทรัลพัฒนาผนึกกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตรกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดใหญ่ทั้งศูนย์ฯ-ห้าง-ออนไลน์ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 66 ในแคมเปญ ‘THE GREATEST GRAND SALE 2023’ ลดครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลุกย่านรามอินทราคึกคัก! เบื้องหลังเซ็นทรัลพัฒนา พลิกโฉม ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ อย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 30 ปี เพื่อแลนด์มาร์กใหม่สุดฮิปที่ดีที่สุด https://thestandard.co/renovate-central-ramindra/ Tue, 31 Jan 2023 07:00:20 +0000 https://thestandard.co/?p=744121

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซน ‘รามอินทรา’ ถือว่าเป็นทำเลยุทธศาสตร์ […]

The post ปลุกย่านรามอินทราคึกคัก! เบื้องหลังเซ็นทรัลพัฒนา พลิกโฉม ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ อย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 30 ปี เพื่อแลนด์มาร์กใหม่สุดฮิปที่ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซน ‘รามอินทรา’ ถือว่าเป็นทำเลยุทธศาสตร์ของเขตกรุงเทพฯ เหนือ สะท้อนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์

 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ย่านรามอินทรากำลังเติบโตด้วยผู้คนที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ เป็นโซนที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้ไปช้อปปิ้งหรือพักผ่อนได้ตามความต้องการ

 

แน่นอนผู้ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ย่านนี้คึกคัก คือการที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน และผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัล, ที่พักอาศัย, อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ได้เปิดตัว ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ เมื่อ 30 ปีก่อน

 

ความครบครันของ ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของย่านนี้ได้ดึงดูดให้ผู้คนมาอาศัยเพิ่มมากขึ้น และด้วยวันเวลาที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนาก็ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ ซึ่งล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 2,000 ล้านบาท ในการรีโนเวตศูนย์การค้าอย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 30 ปี

 

 

เหตุผลสำคัญของการยกเครื่องใหญ่มาจากการที่แลนด์สเคปของย่านได้เปลี่ยนไป มีความทันสมัยมากขึ้น มีการขยายตัวของเมือง มี Infrastructure เชื่อมต่อรถไฟฟ้า และการคมนาคมหลายช่องทาง ทำให้เป็นย่านที่ต้องจับตามองทั้งการอยู่อาศัยและการทำงาน

 

การรีโนเวตศูนย์การค้าใหม่ครั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนามองเป็นการสร้าง Strategic Ring Extension ใหม่ รองรับการเติบโตที่เชื่อมโยงมาจากย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน-รามอินทรา เป็น Linkage จากเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว-ชมพู 

 

นอกจากนี้ ยังมีการเติบโตของ Quality Residential ที่มีการขยายตัวของหมู่บ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ส่งผลให้มีกลุ่มกำลังซื้อสูงเพิ่มมากขึ้น โดยจากการสำรวจพบจำนวนประชากรใน Catchment Ring 1&2 ประมาณ 1.3 ล้านคน และมีความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น 2.5% ต่อปี

 

ดังนั้น ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ โฉมใหม่นี้จึงมาพร้อมกับการคัดสรรประสบการณ์ใหม่ ด้วยการออกแบบศูนย์การค้าตาม Customer Journey ในแต่ละย่าน สร้างพื้นที่ที่เป็นมากกว่าศูนย์การค้า ตามวิสัยทัศน์ Place & Experience Maker เพื่อการใช้ชีวิตในทุกวัน

 

 

การปรับปรุงนี้เกิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ ‘Everyday Good Vibes’ ที่มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองคนในทุกเจเนอเรชัน โดยมีไฮไลต์เด่นไม่ว่าจะเป็น

 

  • Good Design Experience ด้วย Ambience ใหม่ทั่วศูนย์การค้า ด้วยดีไซน์ New Landscape เพิ่มพื้นที่สีเขียวในศูนย์การค้า  

 

  • Good Shopping Experience ช้อปปิ้งแบรนด์ดังครบครัน พร้อมผนึกกำลังกับคีย์แม็กเน็ต BUs ในเครือและพันธมิตรที่พร้อมกันปรับโฉมใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เช่น ห้างเซ็นทรัลในคอนเซปต์ Muay Thai Experience จำลองเวทีมวยไว้ในห้าง และ Sneaker Club รวมแบรนด์รองเท้าผ้าใบสุดฮิต เอาใจเหล่า Sneaker Lovers, B2S คอนเซปต์ดีไซน์ใหม่ในธีม Farmhouse พร้อมด้วยสินค้า Stationery & Craft Products ตอบโจทย์กลุ่ม Young & Family, Tops กับโซนใหม่ Cuisine Masters รวมเครื่องปรุงนำเข้าจากทั่วโลก และ Frozen & Co. แบรนด์อาหารแช่แข็งของ Tops นอกจากนี้ยังมี Supersports, Power Buy, โรงภาพยนตร์ SF โฉมใหม่ในคอนเซปต์ ‘Home Cinema’ พร้อม 6 โรงภาพยนตร์คุณภาพ และโรงภาพยนตร์แบบ 4K พร้อมดึงแบรนด์ใหม่อีกกว่า 200 แบรนด์ เช่น UNIQLO-Kid Zone Concept ใหม่ที่แรกในไทย, BEAUTRIUM, CROCS, ALL ABOUT YOU และ OWNDAYS  

 

 

  • Good Food Destination Experience ที่ดีที่สุดในย่าน เช่น SHABU TOMO พรีเมียมชาบูสาขาแรกของย่าน, Salad Factory, Sizzler Dining ชิลเอาต์ แห่งใหม่ วิว Rooftop และ Food Patio รวม Street Foods ร้านดังกว่า 300 เมนูอร่อย

 

  • Good Instagrammable Landmark Experience ด้วยจุดถ่ายรูปสวยทั่วศูนย์การค้า อาทิ จุดเช็กอินสนามมวยจำลองในห้างเซ็นทรัล คูลที่สุดในย่าน คอนเซปต์ ‘มวยไทย’

 

 

  • Good & Green Convenience Experience แลนด์มาร์กแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีแบบ Eco-living ด้วยบริการจุดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 

 

 

ยังไม่หมดเท่านั้น เซ็นทรัลพัฒนายังดึงเอกลักษณ์ของย่านมาสร้างครีเอทีฟอีเวนต์ตลอดทั้งปี เรียกว่าเป็นการปลุกย่านรามอินทราให้คึกคักอย่างแท้จริง

 

หากอยากรู้ว่า ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ ในความทรงจำจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน สามารถไปสัมผัสด้วยตัวเองได้แล้ววันนี้!

 

The post ปลุกย่านรามอินทราคึกคัก! เบื้องหลังเซ็นทรัลพัฒนา พลิกโฉม ‘เซ็นทรัล รามอินทรา’ อย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 30 ปี เพื่อแลนด์มาร์กใหม่สุดฮิปที่ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Central Pattana x Vogue Thailand’ เผย 4 เทรนด์สี Pantone มาแรงที่สุดในซัมเมอร์นี้ พร้อมแนะไอเท็มฮอตฮิตที่สายแฟควรมี #VoguePicks [Advertorial] https://thestandard.co/central-pattana-x-vogue-thailand/ Sat, 17 Apr 2021 08:30:41 +0000 https://thestandard.co/?p=476593 ‘Central Pattana x Vogue Thailand’ เผย 4 เทรนด์สี Pantone มาแรงที่สุดในซัมเมอร์นี้ พร้อมแนะไอเท็มฮอตฮิตที่สายแฟควรมี #VoguePicks [Advertorial]

โลกแฟชั่นไม่เคยหยุดนิ่ง วิถีสายแฟก็ไม่มีวันหยุดพัก รักจ […]

The post ‘Central Pattana x Vogue Thailand’ เผย 4 เทรนด์สี Pantone มาแรงที่สุดในซัมเมอร์นี้ พร้อมแนะไอเท็มฮอตฮิตที่สายแฟควรมี #VoguePicks [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Central Pattana x Vogue Thailand’ เผย 4 เทรนด์สี Pantone มาแรงที่สุดในซัมเมอร์นี้ พร้อมแนะไอเท็มฮอตฮิตที่สายแฟควรมี #VoguePicks [Advertorial]

โลกแฟชั่นไม่เคยหยุดนิ่ง วิถีสายแฟก็ไม่มีวันหยุดพัก รักจะเดินสายนี้ต้องอัปเกรดลุคกันทุกซีซัน นอกจากจะต้องตามคอลเล็กชันใหม่ๆ ให้ทัน ยังต้องรู้ทันเทรนด์สีมาแรงประจำฤดูกาล 


สำหรับสี Pantone มาแรงที่สุดในซัมเมอร์ คงหนีไม่พ้นโทนสีที่สื่อถึงความสดใส ร่าเริง อย่างสีโทนเหลือง เทา น้ำเงิน และม่วง แต่จะแมตช์อย่างไร เลือกไอเท็มแบบไหนถึงจะดูอิน ไม่ดูเอาต์ งานนี้ Vogue ขันอาสาจับมือกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลในแคมเปญ ‘Central Pattana x Vogue Thailand’ ช่วยคุณคอมพลีตลุค ชวนสายแฟมาสนุกกับการแต่งตัวให้ปังรับซัมเมอร์ มิกซ์โทนสีเดียวกันอย่างไรให้รอด แมตช์เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และแอ็กเซสซอรีแบบไหนให้ดูเก๋ ชี้เป้าไอเท็มฮอตฮิตและวิธีช้อปง่ายๆ ได้ที่บ้าน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย 

 

Blue-Summer Blue 

‘สีน้ำเงิน’ เป็นเฉดสีที่เหมาะกับช่วงเวลาซัมเมอร์ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเห็นแล้วทำให้เรานึกถึงท้องฟ้ากว้างใหญ่และผืนน้ำสุดลูกหูลูกตา สีนี้จึงสะท้อนถึงความปลอดโปร่ง ความสดใส และความสดชื่น ดังนั้นสไตล์การแต่งตัวจึงจะเป็นแนวสนุกสนานซุกซนและมีสีสันอย่างการเลือก

 

Central Pattana x Vogue Thailand Picks เสื้อแจ็กเก็ตผ้าร่มและกางเกงขาสั้นสีฟ้าที่มีลายสีเขียวผสมผสานอยู่ หรือจะเป็นเพลย์สูทยีนส์ทั้งหมดจาก Michael Kors และรองเท้าส้นเตารีดจาก Kate Spade New York เสริมด้วยหมวกแก๊ปจาก MLB กระเป๋าสตางค์สีฟ้าจาก Kate Spade New York และกระเป๋าผ้าจาก Zara 

 

Yellow-Honey Mustard: สดใส เปี่ยมด้วยพลัง

พลังความสดใส ร่าเริง มีชีวิตชีวา และอบอุ่นเหมือนแสงของดวงอาทิตย์ บ่งบอกถึงพลัง อนาคต และความหวัง ทั้งหมดนี้คือความรู้สึกที่ส่งผ่านโทนสีเหลือง ซึ่งเป็นสีที่มาแรงที่สุดแห่งปี 

 

Central Pattana x Vogue Thailand Picks สีเหลืองเฉด Honey Mustard แฝงความสดใสแต่อ่อนโยน Vogue จึงเลือกเดรสผ้าชีฟองพลิ้วไหว จากแบรนด์ Disaya จับคู่กับกระเป๋าหนังตกแต่งโลโก้ Coach คอมพลีตลุคด้วยจิวเวลรีอย่างสร้อยและแหวนโลหะชุบทองจาก Pandora 

 

 

Grey-Silver Lining: สง่างาม มีระดับ

โทนสีฆ่าไม่ตายอยู่ได้ทุกฤดูกาล ด้วยอารมณ์ของสีเทานั้นเป็นตัวแทนของมิตรภาพ ความมีไหวพริบ สติปัญญา ความนอบน้อม สง่างาม มีระดับ เสน่ห์ของโทนสีกลาง จึงแมตช์กับสีอื่นได้ง่าย ไปได้กับทุกสไตล์ เท่ก็ได้ หรือจะหรูเริ่ดสวยแพง

 

Central Pattana x Vogue Thailand Picks เสื้อโปโล แจ็กเก็ตสีเทาเมทัลลิก และกางเกงยีนส์สีเทาฟอกจาก Calvin Klein สื่อถึงความผ่อนคลายช่วงซัมเมอร์โดยไม่ทิ้งความสง่างามอย่างมีระดับ เพิ่มแอ็กเซสซอรีเท่ๆ อย่าง นาฬิกาข้อมือสายสเตนเลสจาก Guess และคอมพลีตลุคด้วยกระเป๋าหนัง CPS CHAPS ส่วนของแต่งบ้านต้องลำโพง B&O สีเงินตกแต่งสายหนัง ไอเท็มที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ได้อย่างดี   

 

Purple-Sweet Purple: มีเสน่ห์ น่าค้นหา

สีม่วง โทนสีหวานแต่ไม่เลี่ยน แต่กลับดูลึกลับ มีเสน่ห์น่าค้นหา เต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ยังเป็นสีที่สะท้อนถึงความหรูหรา มั่งคั่ง มีเกียรติ และน่าเชื่อถือ 

 

Central Pattana x Vogue Thailand Picks ลุคสบายๆ แบบดรีมมี่เหมาะกับซัมเมอร์ที่สุด Vogue แนะนำถุงเท้าข้อยาวสไตล์สปอร์ แมตช์กับเสื้อยืดครอปจาก MLB เพิ่มความกระฉับกระเฉงด้วยสเวตแพนต์จาก Guess พร้อมด้วยเสื้อคาร์ดิแกนปักลาย และรองเท้าผ้าใบจาก New Balance

 

นี่เป็นแค่ไอเดียไกด์ไลน์ที่ ‘Vogue x Central Summer Plays’ ช่วยคอมพลีตซัมเมอร์ลุคให้คุณ และตอนนี้คุณก็มี 4 โทนสีมาแรงของซัมเมอร์อยู่ในมือแล้ว ได้เวลาเพลย์ชีวิตให้สุด มิกซ์แอนด์แมตช์ซัมเมอร์ลุคได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา หรือสั่งซื้อสินค้าได้ทุกวันผ่าน Chat & Shop on Demand ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. จะมีแอดมินคอยอำนวยความสะดวกให้เหมือนคุณไปช้อปด้วยตัวเอง หรือคลิกที่นี่ http://m.me/CentralWorld

The post ‘Central Pattana x Vogue Thailand’ เผย 4 เทรนด์สี Pantone มาแรงที่สุดในซัมเมอร์นี้ พร้อมแนะไอเท็มฮอตฮิตที่สายแฟควรมี #VoguePicks [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>