Central Embassy Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/central-embassy/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 16 Jan 2026 07:27:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Richemont พบยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 https://thestandard.co/richemont-sales-up-11-q3-2025/ Fri, 16 Jan 2026 07:27:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1165970 Richemont พบยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ในไตรมาสที่ 3 ของ ปี 2025

Richemont บริษัทแม่ของ Cartier และ Van Cleef & Arpe […]

The post Richemont พบยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Richemont พบยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ในไตรมาสที่ 3 ของ ปี 2025

Richemont บริษัทแม่ของ Cartier และ Van Cleef & Arpels พบยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ตามอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ที่ (ตามปฏิทินการเงินวันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2025) รวมตัวเลขอยู่ที่ 6.399 พันล้านยูโร หรือราว 2.32 แสนล้านบาท

 

ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลมาจากการเติบโตของแบรนด์ในเครือในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีที่หลายคนมักจะซื้อเครื่องประดับ และ สิ่งของมีค่าเป็นของขวัญให้แก่กัน เห็นได้จากยอดขายของกลุ่มสินค้าจิวเวลรีที่เพิ่มขึ้น 14% รวม 4.78 พันล้านยูโร ซึ่งในนี้มีทั้ง Buccellati, Van Cleef & Arpels, Vhernier และ Cartier ที่เน้นย้ำเรื่องแคมเปญส่งท้ายปีอย่างต่อเนื่อง

 

ตามมาด้วยกลุ่มสินค้าอื่นอย่างนาฬิกา กับแบรนด์หรูทั้ง Vacheron Constantin, Jaeger-LeCoultre, IWC Schaffhausen และ Piaget ที่เพิ่มขึ้น 7% รวม 872 ล้านยูโร และ สุดท้ายคือแฟชั่น และ แอกเซสซอรี ทั้ง Chloé และ Delvaux ที่เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งในปี 2026 นี้ แบรนด์มาแรงในเครืออย่าง Alaïa ก็กำลังจะมาเปิดสาขาแรกในไทยที่ Central Embassy

 

และหากเจาะเป็นอัตราการเติบโตเป็นตามภูมิภาค ทวีปอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง และญี่ปุ่นล้วนมีการเติบโตแบบสองหลักที่ 14-20% ส่วนยุโรปอยู่ที่ 8% และ เอเชีย แปซิฟิกซึ่งเป็นตลาดที่ไทยรวมอยู่ด้วย มีการเติบโตอยู่ที่ 6%

 

ตัวเลขโดยรวมอาจจะมีผลจากช่วงที่ลูกค้าจับจ่ายใช้สอยก็จริง แต่ย้อนดู 3 ไตรมาสที่ผ่านมา Richemont ถือว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่นไตรมาสที่ 2 ที่เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024 และเกินที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และสวนทางกับสถานการณ์ของเครือลักชัวรี อื่นๆ

 

หลังจากนี้ทาง Richemont จะจัดทำผลประกอบการประจำปี 2025 ที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม และจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

 

ภาพ: Van Cleef & Arpels

 

อ้างอิง:

The post Richemont พบยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy https://thestandard.co/life/fla-and-boo-sticky-monster-lab/ Wed, 17 Dec 2025 00:30:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1155535 พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์ STICKY MONSTER LAB หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่กำล […]

The post พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์ STICKY MONSTER LAB หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างรอยยิ้มที่ Central Embassy

 

สำหรับใครที่หลงใหลในเสน่ห์ของคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่ซ่อนอารมณ์ขี้เล่นเอาไว้ภายใต้ดีไซน์ เรียบเท่ ครั้งนี้คือโอกาสที่จะได้สัมผัสโลกของพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพราะเราไม่ได้ชวนมาดูแค่งานอาร์ต แต่พามาคุยกับ 2 ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังคาแรกเตอร์สุดไอคอนิกจาก STICKY MONSTER LAB ที่ครองใจแฟนๆ ทั่วโลก และ ตอนนี้พวกเขาก็เดินทางมาสร้าง “ความสุขรูปแบบใหม่” กลางกรุงเทพฯ กับงาน Central Embassy x STICKY MONSTER LAB – FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ที่เปิดเฟสใหม่อย่าง FUNNY LITTLE PLAYGROUND สนามเด็กเล่นขนาดยักษ์สำหรับทุกวัย พร้อม Pop-up Store ลิมิเต็ดครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Pop-up Café by SUPER MATCHA ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศเทศกาลแห่งการให้ได้อย่างลงตัว

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 1พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 2พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 3พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 4

 

ก่อนจะไปสัมผัสงานด้วยตัวเอง เราขอชวนคุณมานั่งคุยกับ คุณ Fla และ คุณ Boo สองศิลปินชาวเกาหลีใต้ถึงแนวคิดเบื้องหลัง การทำงาน และ เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในโลกมอนสเตอร์แสนซนนี้ไปพร้อมกัน

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 5

 

สิ่งที่แฟนคลับ STICKY MONSTER LAB พลาดไม่ได้ในงานนี้ ?

 

งาน Central Embassy x STICKY MONSTER LAB – FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ถือเป็นครั้งแรกที่ STICKY MONSTER LAB มาจัดแสดงให้แฟนๆ ชาวไทย ได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยทั้งคุณ Fla และ คุณ Boo ต่างพูดเหมือนกันว่าการจัดแสดงงานครั้งนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของ Redmon คาแรกเตอร์ซึ่งสื่อถึงความเหงา ได้โดน Elfmon คาแรกเตอร์ซึ่งสื่อถึงความสนุกมาขโมยถุงเท้าไป ทำให้แต่ละจุดของ Entral Embassy มีเรื่องราวเรียงต่อกันตั้งแต่บริเวณหน้าห้างขึ้นไปจนถึงชั้น 6 เลยทีเดียว

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 6พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 7

 

เรื่องราวการทำงานในครั้งนี้ทั้งสองคนได้แรงบันดาลใจจากอะไร ?

 

หลังจากที่ได้เดินสัมผัสความน่ารักของงานในครั้งนี้ เราก็ได้เกิดข้อสงสัยว่า การทำงานแต่ละครั้งของทั้งสองคน ทำงานกันยังไง และ เริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากอะไร การแบ่งหน้าที่คร่าวๆ ของทั้งสองคนคือ คุณ Fla จะดูแลงานที่เป็น 3D เป็นหลัก ส่วนงานที่เป็น 2D จะเป็นหน้าที่ของคุณ Boo แต่ถ้าแนวคิดหรือภาพรวมของงานจะเป็นการช่วยๆ กันออกไอเดีย

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 8พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 9

 

การทำงานในแต่ละครั้ง แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย แต่มักมาจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว

 

และ ทั้งสองคนก็บอกกับเราว่า “การทำงานในแต่ละครั้ง แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย แต่มักมาจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว” อย่างเช่นงานในครั้งนี้ ทั้ง 2 คนก็ได้แรงบันดาลใจจาก การมองเห็นถุงเท้าที่แขวนอยู่บนต้นคริสต์มาส หลังจากนั้นก็เป็นจินตนาการของทั้งคู่จนทำให้เกิดเรื่องราวของ Redmon ที่ถูก Elfmon มาแย่งถุงเท้าไป

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 10

 

ทำไม STICKY MONSTER LAB ถึงต้องหน้านิ่ง ?

 

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนคลับของ STICKY MONSTER LAB น่าจะตกหลุมรักหน้าตาที่นิ่งเฉย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ แต่ก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต้องสร้างให้คาแรกเตอร์หน้านิ่งด้วย ? ซึ่งเรื่องนี้ คุณ Fla และ คุณ Boo ก็ได้ให้คำตอบว่าทั้ง 2 คนก็เป็น graphic designer กันทั้งคู่ จึงให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย เพื่อให้คนคิดตาม “การทำคาแรกเตอร์ให้ไร้อารมณ์ เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ตีความ และ รู้สึกไปกับงานของเรา” และ นั่นคือหนึ่งในจุดเด่นของ STICKY MONSTER LAB

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 11

 

การทำคาแรกเตอร์ให้ไร้อารมณ์เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ตีความและรู้สึกไปกับงานของเรา

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 12

 

ถ้าให้ออกแบบ MONSTER หนึ่งตัวที่สื่อถึงประเทศไทย จะออกมาเป็นแบบไหน ?

 

ไหนๆ ทั้งสองคนก็ได้เดินทางมาทำงานที่ไทยเป็นครั้งแรกทั้งที เราเลยอยากให้ทั้ง 2 คนได้คิดเล่นๆ ว่า “ถ้าต้องออกแบบ MONSTER หนึ่งตัวที่สื่อถึงประเทศไทยทั้ง 2 คนจะออกแบบให้เป็นยังไง ?” และ คำตอบคือทั้งสองคนคิดเหมือนกันเลยว่า ประเทศไทยมีเรื่องราวตำนานและเทพนิยายที่เยอะมาก และหลากหลายน่าติดตาม เลยคิดว่าการนำเทพนิยายของไทย มาปรับลุคให้เป็นสไตล์ STICKY MONSTER LAB ก็ดูเป็นความคิดที่น่าสนใจ

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 13พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 14

 

ความฝันในอนาคตของ STICKY MONSTER LAB ในอนาคตคืออะไร ?

 

ในวันนี้ที่เราได้มาสัมผัสกับงาน FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ถือว่าเป็นการจัดแสดงงานที่สเกลค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว เราจึงอยากรู้ถึงความฝันขั้นต่อไปในอนาคตของทั้ง 2 คนว่า อยากพา STICKY MONSTER LAB เดินทางไปทำอะไรที่ตื่นเต้นอีกมั้ย ซึ่งทั้งคุณ Fla และ คุณ Boo ก็ได้บอกกับเราว่า “การจะกำหนดเป้าหมายอย่างหนึ่งว่าอยากทำอะไร หรืออยากเป็นอะไรมันยาก เราก็เลยอยากจะเป็นแบบทุกวันนี้ และสามารถทำสิ่งนี้ไปได้นานๆ อย่างสม่ำเสมอ น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกเรา”

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 15พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 16พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 17

 

การจะกำหนดเป้าหมายอย่างหนึ่งว่าอยากทำอะไร หรืออยากเป็นอะไรมันยาก เราก็เลยอยากจะเป็นแบบทุกวันนี้ และสามารถทำสิ่งนี้ไปได้นานๆ อย่างสม่ำเสมอ น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกเรา

 

สุดท้ายนี้ ถ้ามีเวลาลองแวะไปเดินเล่น ถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศของ FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ที่ Central Embassy แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคาแรกเตอร์หน้านิ่งถึงทำให้คนยิ้มได้

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

The post พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย https://thestandard.co/gucci-central-embassy-thailand/ Sat, 13 Dec 2025 09:02:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1154317 GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย

ร้าน GUCCI สาขาแฟล็กชิปที่ใหญ่ที่สุดในไทยที่ CENTRAL EM […]

The post GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย

ร้าน GUCCI สาขาแฟล็กชิปที่ใหญ่ที่สุดในไทยที่ CENTRAL EMBASSY กลับมาเปิดอีกครั้งหลังจากปิดปรับปรุงไปนานหลายเดือน ด้วยขนาดกว่า 642 ตารางเมตรแบบสองชั้นสำหรับสินค้าที่ครอบคลุมตั้งแต่เสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย กระเป๋าถือ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า ผ้าพันคอไหม แว่นตา เครื่องประดับ จิวเวลรี และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย

 

การตกแต่งร้านใหม่นี้มาในคอนเซปต์ที่เปิดกว้างและสว่างมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งผนังหินออนิกซ์บริเวณทางเข้าซึ่งจัดแสดง GUCCI Icons ขณะที่เฟอร์นิเจอร์และดีเทลโลหะเงาเพิ่มความหรูหราและทันสมัย และถ้าเดินมาข้างใน ก็ยังได้เจอกับโครงสร้างบันไดวนแบบไม่มีเสาค้ำไว้จากร้านเก่าที่แบรนด์เก็บไว้เหมือนเดิม

 

สำหรับสินค้าต้อนรับการเปิดร้าน ลูกค้าจะได้เจอกับคอลเล็กชัน Cruise 2026 ล่าสุด และ GUCCI Gift สำหรับช่วงเทศกาล โดยมี GG Chain และ Half Horsebit เป็นไฮไลต์ พิเศษสุดสำหรับเทศกาลนี้พบกับกระเป๋า GG Marmont รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์จากหนังเมทัลลิกสีเงินพร้อมดีเทลขอบขนแกะ วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน GUCCI สาขาใหม่นี้

 

GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 1
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 2
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 3
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 4
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 5
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 6
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 7
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 8
GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย 9

 

ภาพ: Gucci

The post GUCCI CENTRAL EMBASSY โฉมใหม่ร้านแฟล็กชิปขนาดสองชั้นใหญ่สุดในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี https://thestandard.co/max-mara-central-embassy/ Thu, 04 Dec 2025 12:52:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1151521 MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี

ถ้าให้พูดถึงเรื่องเสื้อโค้ทคลาสสิกของอิตาลี ก็ต้องยกให้ […]

The post MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี

ถ้าให้พูดถึงเรื่องเสื้อโค้ทคลาสสิกของอิตาลี ก็ต้องยกให้ Max Mara ซึ่งวันนี้เราก็ได้เจอกับร้านสาขาแฟล็กชิปแห่งล่าสุดที่ CENTRAL EMBASSY กับพื้นที่กว่า 190 ตารางเมตรที่ตกแต่งในคอนเซปต์ที่เป็นปัจจุบันของแบรนด์

 

ภายในร้านตกแต่งให้ดูสว่างขึ้น สอดคล้องกับสาขา Emporium ที่เพิ่งมีการเปิดตัวไปเมื่อสองปีก่อน โดยร้านนี้จะใช้​วัสดุหลักอย่างหินก้อน Calacatta สีเขียวขาวบนผนัง และมีวัสดุทองเหลืองในบานประตู และราวแขวนกับชั้นวางสินค้า สลับกับความอบอุ่นของเฟอร์นิเจอร์สีเขียว ครีม และน้ำตาลที่สะท้อนไปยังเสื้อผ้าวัสดุแคชเมียร์และวูล

 

และถ้าใครเดินเข้ามาข้างในสุดของร้าน นอกจากจะเจอโซนรับรองแล้ว ยังมีการดิสเพลย์โค้ทรุ่นไอคอนทั้ง 5 ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น 101801, Ludmilla, Manuela และรุ่นที่ใครมาเจอก็ต้องเดินเอามือมาสัมผัสอย่าง Teddy ซึ่งทั้งหมดจะตั้งอยู่ให้คนเข้ามาศึกษาตลอดเดือนธันวาคมนี้

 

สำหรับ Max Mara ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดและเน้นไปที่การตอกย้ำความคลาสสิกของแบรนด์ ทั้งสินค้าอย่างโค้ทและกระเป๋า ซึ่งก่อนหน้านี้ในละแวกประเทศใกล้ๆ ก็มีทั้งที่ไทเป ที่เพิ่งมีการปรับปรุงร้านสาขา Breeze Nanshan ไป ส่วนฮ่องกง สาขาแฟล็กชิป Harbour City ก็มีการจัดงานที่ตอกย้ำเรื่องโค้ทและแจ็กเก็ตชิ้นคลาสสิก และยังมีการจัดป๊อปอัป THE CAMEL, timeless ที่ย่าน Omotesando ของโตเกียวที่ล้อไปกับอูฐ หรือสีโทนน้ำตาลไอคอนของแบรนด์

 

MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี 1MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี 2MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี 3MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี 4MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี 5MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี 6MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี 7

 

ภาพ: Max Mara

The post MAX MARA CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปในไทยของแบรนด์เสื้อโค้ทแห่งอิตาลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม https://thestandard.co/life/kayaki-japanese-bbq-new-branch/ Mon, 24 Nov 2025 06:02:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1146706 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม

ในประเทศญี่ปุ่น YAKIZAKANA หรือการย่างเนื้อปลา เป็นวัฒน […]

The post ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม

ในประเทศญี่ปุ่น YAKIZAKANA หรือการย่างเนื้อปลา เป็นวัฒนธรรมการกินดั้งเดิมที่เน้นการปรุงแบบเรียบง่าย ใช้เพียงเกลือหรือการหมักที่ไม่นาน แล้วย่างให้สุกกลางๆ เพื่อคงความฉ่ำของเนื้อปลา แต่ผิวมีความกรอบ ก่อนเสิร์ฟทีละคำร้อนๆ จากเตา ฉะนั้นใครเป็นสายปิ้งย่าง แต่อยากรักสุขภาพต้องชอบ ‘KAYAKI’ แน่นอน เพราะนี่คือปิ้งย่างเนื้อปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกในประเทศไทย

 

โดยตอนนี้ร้านเปิดสาขาใหม่ให้เดินทางมากินได้ง่ายขึ้น อยู่ใน Central Embassy นี่เอง วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปชมและชิมกันสักหน่อยว่ามีอะไรน่ากินบ้าง

 

‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 1 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 2 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 3

 

เมนูที่เราได้ลองคือ ‘Tenkai (1,290 บาท)’ เซ็ตรวมปลาและซีฟู้ดย่าง 7 อย่าง เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น ผักดอง ซุปมิโสะ และสลัดผักที่เติมได้เรื่อยๆ

 

คำแรกเสิร์ฟเป็น ‘Chutoro Leek’ ท้องปลาทูน่ากับต้นหอมสด แนะนำให้กินกับผักดองจะกลมกล่อมขึ้น ตามด้วย ‘Hotate’ หอยเชลล์ชิ้นใหญ่เนื้อเด้ง ‘Shade of Toro’ ปลาทูน่า 3 ส่วนเสียบไม้ย่าง ทุกคนจะได้ชิมทั้งโอโทโร่ ชูโทโร่ และอากามิ กินคู่กับน้ำจิ้มพอนสึ และข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ

 

‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 4 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 5 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 6 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 7

 

ต่อมาเป็น ‘Salmon’ ปลาแซลมอนที่ย่างจนหนังกรอบ เช่นเดียวกับ ‘Unagi’ ปลาไหลย่างที่สามารถเพิ่ม ‘Uni (250 บาท)’ ท็อปด้านบนด้วยได้ ซึ่งคำนี้ที่เราชอบมากที่สุด ก่อนต่อด้วย ‘Aka Ebi’ กุ้งแดงอาร์เจนตินา

 

‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 8 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 9 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 10 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 11

 

ปิดท้ายด้วย ‘Tamago’ ไข่หวานย่างหอมๆ แต่ถ้าใครยังไม่อิ่มก็สามารถสั่งของกินเล่นเพิ่มได้ เช่น ‘Lobster Sando (590 บาท)’ ล็อบสเตอร์ย่างประกบด้วยขนมปังบริยอช แนะนำให้จิ้มกับซอสพริกมะนาวและไข่แดง เมนูนี้เราชอบมากเช่นกัน

 

‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 12 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 13 ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 14

 

นอกจากนี้ในเซ็ตยังมีเมนูของหวาน อย่าง ‘Granita’ ให้ทุกคนเลือกได้ 2 รส คือ มัทฉะและยูสุ เป็นอันจบมื้ออาหารได้อย่างลงตัว

 

‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม 15

 

Kayaki เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. ร้านอยู่ชั้น 5 ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Kayaki

 

ภาพ: ภัณฑิลา วงษ์วรรณ

The post ‘KAYAKI’ ปิ้งย่างปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น กับสาขาใหม่ที่ไปง่ายกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) https://thestandard.co/life/calendar-13-19-november-2568/ Thu, 13 Nov 2025 09:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1142851 CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568)

ในช่วงสัปดาห์กลางเดือนอันเงียบเหงาแบบนี้ เหมาะที่สุดสำห […]

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568)

ในช่วงสัปดาห์กลางเดือนอันเงียบเหงาแบบนี้ เหมาะที่สุดสำหรับการออกไปหาแรงบันดาลใจ เติมพลังให้ตัวเอง เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ กับกิจกรรมที่เราคัดมาให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานวิ่งปลุกเอเนอร์จี้ให้สดใสยามเช้า เดินเล่นนิทรรศการศิลปะที่ชวนเปิดมุมมองใหม่ๆ พอตกบ่ายก็มานั่งดื่มกาแฟหอมๆ สักแก้วในคาเฟ่เปิดใหม่ และปิดท้ายด้วยมื้อค่ำอาหารไทยสุดหรูที่รังสรรค์ด้วยใจ

 

สำหรับใครที่พร้อมแล้ว ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เราลิสต์มาให้ในสัปดาห์นี้กันเลย!

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) 1

 

Run for a Better Sunday

 

มาเติมพลังให้กับเช้าวันอาทิตย์อันสดใสไปกับงานวิ่ง AP Thailand x Cruise Control Run Club ‘Run for a Better Sunday’ ในระยะทาง 5 กิโลเมตร ย่านเอกมัย พร้อมกลับมาผ่อนคลายในบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟของ SOHO Community Ekkamai และแวะเติมความสดชื่นด้วยอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพจาก Good Roots

 

ใครที่พร้อมแล้ว ผูกเชือกรองเท้าให้แน่น แล้วออกมาวิ่งกันเลย!

 

When: วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.15-09.00 น.

Where: SOHO Community Ekkamai ซอยเอกมัย 22 (อยู่ใกล้กับ BTS เอกมัย)

More Info: AP Thai

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) 2

 

FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING

 

เตรียมพบกับความน่ารักของเหล่ามอนสเตอร์ จาก Sticky Monster Lab สตูดิโอครีเอทีฟชื่อดังจากเกาหลี ในเทศกาลคริสต์มาสสุดพิเศษปีนี้

 

พบกับกิจกรรมมากมายทั่วศูนย์การค้า อาทิ POP-UP STORE ครั้งแรกของ SML, อินสตอลเลชันอาร์ตสุดตื่นตา, กิจกรรมเวิร์กช็อป, และคอนเสิร์ตจาก YAMAHA Orchestra

 

แล้วมาร่วมสร้างรอยยิ้มและความทรงจำสุดอบอุ่นท้ายปี ให้กลายเป็นโลกแห่งความสุขไปด้วยกัน

 

When: วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 – 4 มกราคม 2569 เวลา 10.00-22.00 น.

Where: Central Embassy

More Info: CENTRAL EMBASSY

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) 3

 

Golden Teardrop (2025)

 

มามองกรุงเทพฯ ผ่านศิลปะของหยดทองนับร้อยที่ลอยกลางอากาศราวกับเวลากำลังหยุดนิ่ง กับนิทรรศการที่ชวนตั้งคำถามถึงความทรงจำ ความศรัทธา และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิต มาที่นี่จะได้สัมผัสถึงความสงบ อิ่มเอม และงดงามที่แท้จริง

 

โดยนิทรรศการจัดเต็มถึง 4 พื้นที่ ได้แก่

 

  • โถงเอเทรียม (Atrium) แสดงผลงานชุดใหม่ The Golden Teardrop (2025)
  • ห้องหมุนเวียน 1 แสดงวิดีโอ The Making of Golden Teardrop เผยเบื้องหลังการสร้างผลงานในเวที Venice Biennale 2013
  • ห้องหมุนเวียน 2 แสดงผลงานต้นฉบับ Golden Teardrop (2013) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
  • ห้องหมุนเวียน 3 แสดงวิดีโอสัมภาษณ์ศิลปิน ถ่ายทอดแนวคิด แรงบันดาลใจ และมุมมองต่อศิลปะในเชิงลึก

 

แล้วมาร่วมมองกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ๆ ไปด้วยกัน

 

When: วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00-18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Where: MOCA BANGKOK ชั้น G

More Info: MOCA Museum of Contemporary Art

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) 4

 

10 Years Street Photography

 

ใครที่รักนิทรรศการภาพถ่ายต้องแวะมางานนี้ ‘10 Years of Street Photography’ โดยศิลปินได้คัดภาพถ่ายสตรีทตลอด 10 ปีของตัวเอง มา 11 ภาพ แต่ละภาพแทนช่วงเวลาหนึ่งในเส้นทางการถ่ายภาพที่เต็มไปด้วยชีวิตและอารมณ์จริงของท้องถนน ทุกภาพถูกพิมพ์ขนาดใหญ่ให้ได้เห็นรายละเอียดชัดๆ เหมือนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยตัวเอง พร้อมเปิดตัว Photo Book ครบรอบ 10 ปี ที่จัดทำพิเศษขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

 

หากใครพร้อมแล้ว ก็มาร่วมสัมผัสกับเรื่องราวสุดยูนีก ผ่านมุมมองของภาพและจังหวะชีวิตบนท้องถนนไปด้วยกันเลย

 

When: วันนี้ – 31 มกราคม 2569 เวลา 10.30-21.30 น.

Where: MAD MUNMUN ชั้น 3, Seacon Square Srinakarin

More Info: MMAD – MunMun Art Destination

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) 5

 

MIRROR HOUSE

 

เดินทางสู่จักรวาลกราฟฟิตีของกระต่ายน้อยพันผ้าพันแผล ZERO คาแร็กเตอร์แห่งความหวังและการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งและความเปราะบางของชีวิต โดยอารุตะ ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวญี่ปุ่น ได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ความทรงจำ และความหมายลึกซึ้งของทุกสิ่ง ผ่านลายเส้นอิสระและสีสันอันจัดจ้าน ปลดปล่อยพลังความสนุกให้ทุกคนได้สัมผัส

 

When: วันนี้ – 21 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00-19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Where: Maison JE Bangkok ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ

More Info: Maison JE

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) 6

 

Once in a Lifetime Dinner

 

ร่วมดินเนอร์มื้อค่ำอันแสนพิเศษไปกับ ‘Once in a Lifetime’ ที่รวมสองตำนานอาหารไทยไว้บนโต๊ะเดียวกันกับ 6 คอร์สสุดประณีต ที่แต่ละจานเล่าเรื่องราวของครัวไทยผ่านมุมมองที่ต่างกันในแต่ละยุค ตั้งแต่รสสดชื่นของ Raw Thai Wagyu Beef Salad เมนูคลาสสิกที่ผสานตะวันออกกับตะวันตกอย่างลงตัว ต่อด้วยแกงปูใต้ แกงเขียวหวานไก่ แก้มวัวตุ๋น และปิดท้ายด้วยของหวานไทยโบราณ Kanom Koh Mapraw Orn ที่หอมกลิ่นมะพร้าว กะทิ และใบเตย ทุกจานรังสรรค์ด้วยใจและฝีมือของเชฟระดับตำนาน พร้อมจับคู่กับไวน์สุดพิเศษจากซอมเมอลิเยร์ ปิดท้ายมื้อค่ำได้อย่างลงตัว

 

When: วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

Where: ห้องอาหาร basil, โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท, เอ ลักซ์ชัวรี คอลเลคชั่น โฮเทล, คลองเตย, กรุงเทพฯ

More Info: Sheraton Grande Sukhumvit, a Luxury Collection Hotel, Bangkok

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) 7

 

Rosetta Roastery

 

ไม่ต้องไปไกลถึงแปดริ้ว ก็ได้ดื่มกาแฟสุดเข้มข้นของ ROSETTA CONCEPT STORE เพราะเขามาเปิดสาขาใหม่ที่ Slowcombo แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

ที่นี่คือโรงคั่วกาแฟที่ใส่ใจตั้งแต่คัดสรรเมล็ดกาแฟ ให้เราได้ลองสายพันธุ์ซิกเนเจอร์จากฟาร์มแม่บู่หย่า จ.เชียงราย จนถึงแก้วกาแฟตรงหน้า ซึ่งโดดเด่นด้วยซิงเกิลออริจินและเบลนด์เฉพาะตัวจนหอมละมุนและมีคาแรกเตอร์แบบ Rosetta แท้ๆ พร้อมด้วยบาริสต้าที่ฝีมือดี ผ่านเวทีแข่งขันมาแล้วเพียบ ในบรรยากาศร้านสุดเท่ เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ เหมาะกับวันที่ต้องการนั่งชิลล์จิบกาแฟดีๆ สักแก้ว

 

When: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวลา 10.00-20.00 น.

Where: Rosetta Concept Store (ชั้น 1), MRT Samyan (ทางออก 2), Slowcombo

More Info: Slowcombo

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (13-19 พฤศจิกายน 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่กรุงเทพฯ https://thestandard.co/ami-central-embassy-flagship-store/ Wed, 22 Oct 2025 12:10:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1134209 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ

Ami Paris เปิดร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ ศูนย์การค้า เ […]

The post AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ

Ami Paris เปิดร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ชั้น 1 ซึ่งสะท้อนคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความรู้สึกถึงความ effortless แต่หรูหรา ในเวลาเดียวกัน เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของกรุงปารีส โดยร้านถูกตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด ถ่ายทอดความรู้สึกเสมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นปารีสที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเรียบหรูและโรแมนติก อีกทั้งยังมีหอไอเฟลจำลอง ที่ถูกตีความออกมาผ่านไอคอนิค Ami de Coeur ที่มีความสูงกว่า 4 เมตร ตั้งอยู่ที่ Central Embassy แห่งนี้เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของแบรนด์

 

นอกจากนี้ทาง AMI ยังมีโปรเจ็ค Le Café Ami ที่ได้ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ ณ Sarnies Roastery ในซอยต้นสน ที่จัดขึ้นถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน เพื่อเป็นอีกหนึ่งการเฉลิมฉลองให้กับย่านเพลินจิต ให้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

 

AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 1 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 2 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 3 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 4 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 5 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 6 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 7 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 8 AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ กรุงเทพฯ 9

The post AMI CENTRAL EMBASSY ร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bottega Veneta เปิดร้านดูเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี https://thestandard.co/bottega-veneta-first-thai-duplex/ Thu, 25 Sep 2025 00:40:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1122529

ก่อนที่เราจะได้เห็นผลงานคอลเล็กชันแรกของ Louise Trotter […]

The post Bottega Veneta เปิดร้านดูเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนที่เราจะได้เห็นผลงานคอลเล็กชันแรกของ Louise Trotter ที่ Bottega Veneta ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์วันที่ 27 กันยายนนี้ ล่าสุดทางแบรนด์อิตาลีชื่อดังภายในเครือ Kering ก็ได้ฤกษ์เปิดร้านใหม่ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่มาในรูปแบบดูเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยพื้นที่รวม 519 ตารางเมตร

 

ความพิเศษของร้าน Bottega Veneta แห่งนี้คือได้รับแรงบันดาลใจจากแคว้นเวเนโต (VENETO) ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นเมืองที่เป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ โดยบริเวณด้านหน้าบูติกพื้นและบันได ก็ใช้เทคนิคการปูกระเบื้องแบบเทอร์ราซโซ (TERRAZZO) ซึ่งเป็นงานปูกระเบื้องแบบดั้งเดิมที่พบได้บ่อยในพระราชวังเมืองเวนิส

 

นอกจากนี้ ร้าน Bottega Veneta ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ก็ยังเพียบพร้อมไปด้วยไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋ารุ่น Small Lauren และ Mini Jodie ในวัสดุหนังกลับ หรือจะเป็นกระเป๋า Andiamo Clutch สี Amber เป็นต้น ส่วนใครที่ชอบเครื่องประดับก็ห้ามพลาดกับคอลเลกชัน Fine Jewelry ที่มีขายครั้งแรกในประเทศไทย ณ ร้านแห่งนี้ โดยเครื่องประดับทุกชิ้นได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยมืออย่างประณีตในเมืองวิเชนซา (VICENZA) เมืองประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งทองคำ”

 

ภาพ: Bottega Veneta

The post Bottega Veneta เปิดร้านดูเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>
A.P.C. IN BANGKOK ร้านใหม่อย่างเป็นทางการ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี https://thestandard.co/apc-in-bangkok/ Sun, 07 Sep 2025 08:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1116463

A.P.C. เปิดตัวร้านใหม่อย่างเป็นทางการที่ชั้น 2 เซ็นทรัล […]

The post A.P.C. IN BANGKOK ร้านใหม่อย่างเป็นทางการ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>

A.P.C. เปิดตัวร้านใหม่อย่างเป็นทางการที่ชั้น 2 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี พร้อมนำเสนอเสื้อผ้าทั้งคอลเล็กชันผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมแอคเซสซอรี่ครบครัน 

 

ภายในร้านถูกออกแบบโดยบริษัท Laurent Deroo Architecte ผู้เป็นพันธมิตรด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ร่วมมือกับแบรนด์มาอย่างยาวนาน ซึ่งจะเน้นไปในด้านการจัดวางสินค้าที่จะต้องชัดเจน และมีความกลมกลืนที่สอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ทั้งในเรื่องเส้นสายที่เรียบหรู สัดส่วนที่แม่นยำ และโทนสีที่เรียบง่าย

 

วัสดุภายในร้านมีการใช้ไม้เชอร์รีเนื้อแข็ง เรซินสีเทาเงา หินโอนิกซ์สีฟ้าอ่อน และโทนสีบนผ้าที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ต่างๆ ซึ่งก็เพิ่มความมินิมัล และช่วยสร้างบรรยากาศแสนอบอุ่นให้กับลูกค้า

 

และความพิเศษของสาขานี้คือกระเป๋าประจำเมือง A.P.C. Bangkok Tote ไอเทมเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเฉลิมฉลองการเปิดร้านใหม่จาก A.P.C. ที่จะมีการเปิดตัวกระเป๋าผ้าประจำเมือง ซึ่งประเทศไทยก็มีกับเขาแล้วด้วยเช่นกัน

 

 

ภาพ: A.P.C. Bangkok

The post A.P.C. IN BANGKOK ร้านใหม่อย่างเป็นทางการ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>
LONGCHAMP AT CENTRAL EMBASSY ร้านใหม่ขนาด 150 ตรม. พร้อมบริการแสตมป์ชื่อบนสินค้า https://thestandard.co/longchamp-at-central-embassy/ Tue, 19 Aug 2025 12:45:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1109073 LONGCHAMP

Longchamp เปิดร้านสาขาใหม่ในกรุงเทพที่บนชั้น 1 ของศูนย์ […]

The post LONGCHAMP AT CENTRAL EMBASSY ร้านใหม่ขนาด 150 ตรม. พร้อมบริการแสตมป์ชื่อบนสินค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
LONGCHAMP

Longchamp เปิดร้านสาขาใหม่ในกรุงเทพที่บนชั้น 1 ของศูนย์การค้า Central Embassy ด้วยพื้นที่ขนาดกว่า 150 ตารางเมตรและการตกแต่งร้านที่ผสมความเป็นไทยและปารีสเข้าด้วยกัน

 

โดยการตกแต่งร้านแห่งนี้ยังมาในดีไซน์อพาร์ตเมนต์แบบปารีสเช่นเดียวกับร้านอื่น ๆ ของแบรนด์ ผสมกับโทนสีเขียวและการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน และได้ร่วมกับศิลปินไทยอย่าง พีท-ธีรพจน์ ธีโรภาส นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ฆิด-ตา-โขน พร้อมกับสินค้าตั้งแต่กระเป๋า และเสื้อผ้าที่จะถูกวางบนชั้นวางแบบเป็นกันเอง

 

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับบริการ Hot Stamping Personalization หรือการปั้มตัวอักษาลงบนกระเป๋า โดยเฉพาะกระเป๋า Le Pliage รุ่นคลาสสิก และแอ็กเซสซอรีให้ลูกค้าได้สนุกกับการเป็นเจ้าของสินค้าในรูปแบบของตัวเอง

 

 

ภาพ: Longchamp

The post LONGCHAMP AT CENTRAL EMBASSY ร้านใหม่ขนาด 150 ตรม. พร้อมบริการแสตมป์ชื่อบนสินค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès เผยรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 8% รวมกว่า 3 แสนล้านบาท https://thestandard.co/hermes-half-year-2025-revenue-growth/ Wed, 30 Jul 2025 11:55:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1101720 Hermès รายงานรายได้ครึ่งปีแรกปี 2025 เติบโต 8% จากยอดขายทั่วโลก

Hermès เปิดเผยรายได้ของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 […]

The post Hermès เผยรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 8% รวมกว่า 3 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès รายงานรายได้ครึ่งปีแรกปี 2025 เติบโต 8% จากยอดขายทั่วโลก

Hermès เปิดเผยรายได้ของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 กับรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อยู่ที่ 8 พันล้านยูโรหรือราว 3 แสนล้านบาท

 

โดยตัวเลขรวมนี้มีผลมาจากยอดขายของบริษัทในไตรมาส 2 ก็พุ่งสูงถึง 3.9 พันล้านยูโร (1.4 แสนล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ซึ่งรายงานครั้งนี้ก็ได้ระบุภูมิภาคที่มาแรงที่สุดได้แก่ประเทศญี่ปุ่น กับยอดขายที่เพิ่มขึ้น 16% ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีตัวเลขเพิ่มมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ที่มีการเติบโตอยู่ที่ 3% ในไตรมาส 2 ส่วนทวีปยุโรปที่ไม่รวมฝรั่งเศสมีการเติบโตอยู่ที่ 13% ตามด้วยอเมริกาอยู่ที่ 12% ซึ่งมากกว่าประเทศฝรั่งเศสเพียง 3% และสำหรับภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงตะวันออกกลางก็มีการเติบโตโดยรวมที่ 17%

 

ซึ่งการเติบโตครั้งนี้ เป็นผลมาจากร้านค้าเปิดใหม่ พร้อมกับอีเวนต์ที่แบรนด์ได้จัดขึ้น อย่างเช่นการกลับมาเปิดร้าน Hermès ในห้างสรรพสินค้า Central Embassy ในเดือนมกราคมที่ใหญ่ขึ้น หรืออีเวนต์ Hermès in the Making ในเซินเจิ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

และเมื่อแยกยอดขายตามหมวดหมู่ของประเภทสินค้าและบริการ หมวดหมู่เครื่องหนังมีการเติบโตสูงสุดที่ 12% โดยส่วนใหญ่มาจากความสนใจในคอลเล็กชันกระเป๋าใหม่ อย่างกระเป๋า Faubourg Express, P’tit Arçon, Médor และ Bolide Messenger

 

ตามมาด้วยหมวดหมู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแบรนด์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องประดับและของใช้ในบ้าน กับยอดขายที่เพิ่มขึ้นที่ 10% โดยคอลเล็กชันเครื่องใช้ในบ้านที่เปิดตัวในงาน Salone del Mobile เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็เป็นส่วนหนึ่งในตัวเลขครั้งนี้ ส่วนกลุ่มเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์และเครื่องประดับเพิ่มขึ้น 6% ตามด้วยกลุ่มผ้าไหมและสิ่งทอที่เติบโต 4%

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีกลุ่มสินค้าที่มียอดขายที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปีที่แล้ว จากกลุ่มน้ำหอมและสินค้าบิวตี้ที่ลดลง 4% และกลุ่มนาฬิกาที่ 8%

 

จากการรายงานครั้งนี้ Hermès ก็ถือเป็นบริษัทเดียวที่มีผลการขายในเชิงบวกภายในตลาดสินค้าลักซ์ชัวรี ซึ่งในปีนี้เอง Hermes ก็ได้นำเสนอส่วนแรกของคอลเลกชัน Fall/Winter 2025 สำหรับผู้หญิงในเดือนมีนาคมในงาน Paris Fashion Week ตามด้วยส่วนที่สองในเดือนมิถุนายนที่เซี่ยงไฮ้ รวมถึงการแสดงคอลเล็กชัน Summer 2026 สำหรับผู้ชายที่ปารีสในเดือนเดียวกัน

 

นอกจากนี้ แบรนด์ยังประกาศเมื่อต้นปีนี้ ถึงความตั้งใจในการเข้าร่วม Paris Haute Couture Week ภายในปี 2027 อีกด้วย

 

ภาพ: CFOTO/Future Publishing via Getty Images

อ้างอิง: 

The post Hermès เผยรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 8% รวมกว่า 3 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
VERSACE CENTRAL EMBASSY แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร https://thestandard.co/versace-central-embassy/ Fri, 11 Jul 2025 10:56:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1095532

Versace เปิดประตูต้อนรับสู่แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ห้างส […]

The post VERSACE CENTRAL EMBASSY แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

Versace เปิดประตูต้อนรับสู่แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี (Central Embassy) โดยพื้นที่ร้านได้รับการออกแบบให้เปรียบเสมือนสถานที่แห่งวัฒนธรรมและบทสนทนา สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ Versace ที่กล้าท้าทาย และเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร

 

แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความหรูหราและความเป็นส่วนตัวของคฤหาสน์ใจกลางเมืองมิลาน ถ่ายทอดสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ Versace อย่างชัดเจน ผ่านการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างศิลปะแบบคลาสสิกและความทันสมัย เช่น การตกแต่งด้วยโลหะสีทอง ผ้าไหมลายพิเศษ และผนังหินอ่อนโมเสกที่รังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ สะท้อนถึงความงามเหนือกาลเวลาในแบบตำนานเทพเจ้ากรีก ซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์

 

พื้นที่ใหม่แห่งนี้นำเสนอคอลเลกชั่นแฟชั่นหรูจากอิตาลีในแบบฉบับของ Versace อย่างครบถ้วน ทั้งเสื้อผ้า Ready-to-wear สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เครื่องหนังขนาดเล็ก จิวเวลรี กระเป๋า รวมถึงเครื่องประดับอื่นๆ ที่ล้วนถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นเพื่อส่งเสริมการแสดงออกอย่างมั่นใจ

 

 

ภาพ: Versace

The post VERSACE CENTRAL EMBASSY แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
BALMAIN HAIR เปิด Pop-up Store หรูใจกลางกรุง ได้แรงบันดาลใจจาก 44 Rue de François Premier https://thestandard.co/balmain-hair-pop-up-store-central-embassy/ Sat, 31 May 2025 06:05:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1080629

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลก BALMAIN HAIR เปิดตัว […]

The post BALMAIN HAIR เปิด Pop-up Store หรูใจกลางกรุง ได้แรงบันดาลใจจาก 44 Rue de François Premier appeared first on THE STANDARD.

]]>

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลก BALMAIN HAIR เปิดตัว Pop-up Store สุดหรูที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี ความน่าสนใจคือการออกแบบสโตร์ได้รับแรงบันดาลใจจาก 44 Rue de François Premier อาคารสไตล์ปารีเซียงที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ BALMAIN เพื่อสะท้อนความหรูหราแบบฝรั่งเศสในใจกลางกรุงเทพฯ

 

เมื่อแวะภายในสโตร์ เราจะได้พบกับการจัดแสดงไอเท็มปังๆ แบบครบไลน์ ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผม อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม และแอ็กเซสซอรีแบบมีให้เลือกจุใจ พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ Muse du Printemps ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูใบไม้ผลิเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย 

 

คอลเล็กชันดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องประดับผมลิมิเต็ดเอดิชัน 4 ชิ้น ได้แก่ Printemps Floral Ponytail Clip, Printemps Leaf Barrette Pour Cheveux, Printemps Leaf Slide และ Printemps Leather Snap Hair Clip นอกจากการจำหน่ายสินค้าแล้ว Pop-up Store ยังจัดกิจกรรมพิเศษหลายรูปแบบ อาทิ Glam Station ที่ให้บริการจัดแต่งทรงผมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญทุกวันศุกร์-เสาร์ตลอดเดือนมิถุนายน และกิจกรรมแจกของที่ระลึกสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วม

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชม BALMAIN HAIR Pop-up Store ได้ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 2 ระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2568 หรือซื้อสินค้าได้ที่สาขาคิง เพาเวอร์หลายแห่ง รวมถึงช่องทางออนไลน์ต่างๆ 

The post BALMAIN HAIR เปิด Pop-up Store หรูใจกลางกรุง ได้แรงบันดาลใจจาก 44 Rue de François Premier appeared first on THE STANDARD.

]]>
แวะคุยกับ Tom Dixon ในรอบ 13 ปี จากแรงบันดาลใจช่วงโควิดสู่ Groove คอลเล็กชันกลางแจ้งตัวแรก https://thestandard.co/life/tom-dixon-interview-groove-outdoor-collection-bangkok/ Sun, 09 Mar 2025 12:44:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1050227 Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี

เป็นเวลากว่า 13 ปีที่เราได้เห็นผลงานของดีไซเนอร์ชื่อดัง […]

The post แวะคุยกับ Tom Dixon ในรอบ 13 ปี จากแรงบันดาลใจช่วงโควิดสู่ Groove คอลเล็กชันกลางแจ้งตัวแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี

เป็นเวลากว่า 13 ปีที่เราได้เห็นผลงานของดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Tom Dixon วางจำหน่ายที่ร้าน MOTIF แต่ไม่เคยได้เจอตัวจริงของเขาในเมืองไทยสักที จนล่าสุด Tom Dixon ได้เดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ ในฐานะจุดแรกของงาน ‘Tom Dixon’s 48 Hours in Bangkok’ ทัวร์เอเชียที่จะพาเขาไปเยือน 5 ประเทศ ใน 9 วัน ทั้งไทย ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ 

 

วันนี้เราเลยได้พบกับเขาที่ Tom Dixon Experience แห่งใหม่ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งนับเป็นแห่งที่ 2 ในทวีปเอเชีย 

 

ครั้งนี้นอกจากเราจะได้คุยกับเขาเรื่องอีเวนต์ที่เกิดขึ้นแล้ว เรายังถามถึงคอลเล็กชันเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งอย่าง Groove ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2024 ซึ่งเขาใช้เวลาพัฒนายาวนานถึง 10 ปี

 

บทสนทนาครั้งนี้จะพาเราไปค้นพบแนวคิด Expressive Minimalism ที่ซ่อนอยู่ในคอลเล็กชัน Groove ความท้าทายในการออกแบบที่ใช้เวลาถึง 10 ปี และเหตุใดดีไซเนอร์ชื่อดังถึงมองข้ามเมืองแฟชั่นอย่างมิลานและลอนดอน เพื่อเลือกเปิดตัวในเมืองร้อนๆ อย่างกรุงเทพฯ 

 

ช่วยเล่าให้ฟังถึงงาน Tom Dixon’s 48 Hours in Bangkok หน่อยว่ามันคืออะไร

 

Tom Dixon: ไอเดียคือผมมีแผนเดินทางไปทั่วเอเชีย อย่างเช่น พรุ่งนี้เราจะอยู่ที่ไต้หวัน เราเลยอยากจัดงานที่มีรูปแบบคล้ายกันในหลายๆ ที่ เลยเป็นที่มาของงานนี้ หรือเช่น เมื่อคืนเรามีงานเลี้ยงดื่มสำหรับเพื่อนและอินฟลูเอ็นเซอร์ วันนี้เป็นการสัมภาษณ์สื่อ ช่วงเย็นจะมีทอล์กในโรงภาพยนตร์ที่มีนักออกแบบภายใน สถาปนิก และลูกค้า VIP จากนั้นก็จะมีปาร์ตี้กันต่อ เราอยากให้งานนี้มันพิเศษมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในระยะเวลาสองวันก่อนเดินทางไปไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

 

แล้วทำไมคุณถึงเลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่แรกของอีเวนต์นี้ในเอเชีย

 

Tom Dixon: อันนี้ต้องถามคริสเตียน เขาเป็นผู้จัดการของเราในเอเชีย เขาเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าผม (ยิ้ม) ผมคิดว่ามีปัจจัย ทั้งเรื่องเส้นทางการเดินทาง จังหวะเวลา และใครพร้อมที่จะโชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเรา ซึ่งผมต้องบอกว่าทาง MOTIF มีความกระตือรือร้นมากที่สุดอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ล่าสุด MOTIF เปิด Tom Dixon Experience ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ด้วย มันต่างจากปกติอย่างไร

 

Tom Dixon: ตอนนี้ทุกแบรนด์พยายามสร้างพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองที่สามารถสร้างจักรวาลของแบรนด์ สำหรับเรามันง่ายกว่าแบรนด์อื่นๆ เพราะเรามีสไตล์ที่คนจดจำได้ง่าย พื้นที่แห่งนี้เป็นเหมือนชุดส่วนประกอบเลโก้ที่ยืดหยุ่น ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงสินค้าได้บ่อย เพราะเรามีแนวคิดใหม่ๆ ตลอดเวลา มันเลยเป็นเรื่องสำคัญที่ร้านจะต้องยืดหยุ่นมากพอสำหรับการปรับเปลี่ยนสินค้า เราตั้งใจทำให้มันเป็นโมดูลาร์ เพื่อให้เราสามารถปรับและพัฒนาพื้นที่ได้บ่อยๆ เพราะคนเราเบื่อเร็วมาก รวมถึงตัวผมเองด้วย แถมเรายังมีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่พร้อมจัดวาง

 

Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี

 Tom Dixon Experience

 

และที่นี่ยังมี Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งคอลเล็กชันแรกของแบรนด์ วางโชว์ด้วย ซึ่งเรากำลังนั่งมองมันอยู่เลย ช่วยเล่าให้ฟังถึงคอลเล็กชันนี้หน่อย 

 

Tom Dixon: เรื่องยาวมาก ผมเริ่มจากงานโลหะ เก้าอี้โลหะคือจุดเริ่มต้นของผมก่อนที่จะพัฒนาเป็นสินค้าอื่นๆ อาทิ โคมไฟ แต่ตอนนี้ผมได้กลับมาทำงานโลหะอีกครั้ง เพราะช่วงโควิดทำให้ร้านอาหารทั้งหมดย้ายโต๊ะออกไปข้างนอก ผมเลยได้ไอเดียเรื่องการดีไซน์ที่มีความยืดหยุ่นและการย้ายสิ่งต่างๆ ออกไปข้างนอก ผมอยากให้เรามีเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์สิ่งนั้น ผมคิดว่าการออกแบบจะน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อคนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือเมื่อเทคโนโลยีเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง

 

ผมพยายามทำเฟอร์นิเจอร์โลหะมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ผมได้เรียนรู้วิธีเสริมความแข็งแรงให้กับโลหะที่บางมากๆ โดยใช้ร่องและลอน และสุดท้ายผมปรับแต่งดีไซน์เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถผลิตสินค้าเหล่านี้ได้ในราคาที่เหมาะสม สิ่งที่ยากจึงไม่ใช่การออกแบบ แต่เป็นการนำบางสิ่งบางอย่างเข้าสู่การผลิตที่ยังคงรักษาแนวคิดแบบดั้งเดิมไว้ ในขณะที่ราคายังจับต้องได้และใช้งานได้จริง

 

 

คุณใช้เวลาถึง 10 ปีในการสร้างคอลเล็กชันนี้ อยากรู้ว่าอะไรคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด

 

Tom Dixon: อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือการทำให้ราคาเหมาะสำหรับคนที่ซื้อหลายๆ ชิ้น ผมอยากเห็นมันในคาเฟ่ ร้านอาหาร ลานเบียร์ และในที่อยู่อาศัย การทำสิ่งที่ดูน่าทึ่งบนปกนิตยสารแต่ไม่มีใครซื้อเป็นเรื่องง่าย ความยากคือการทำให้สิ่งนั้นน่าสนใจและขายได้ การหาจุดสมดุลนี้ค่อนข้างยาก 

 

บางครั้งคนคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ภายนอกควรมีราคาที่ถูกกว่าภายในอาคาร แต่ความจริงคือภายนอกมีสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายกว่า นอกจากนี้อะลูมิเนียมยังแตกต่างจากเหล็ก มันเลยเป็นความท้าทายที่ต่างจากงานชิ้นก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง

 

แต่เราจะยังคงเห็นลายเซ็นของ Tom Dixon ในคอลเล็กชัน Groove บ้างไหม

 

Tom Dixon: มันมีสิ่งที่ผมเรียกว่า Expressive Minimalism (ความเรียบง่ายที่แสดงออก) ผมไม่ใส่การตกแต่งอะไรเพิ่มเติม ถ้าคุณดูงานของ Dolce & Gabbana จะเห็นว่ามีรายละเอียดตกแต่งบนพื้นผิวมากมาย แต่ผมชอบให้วัสดุโดดเด่นและให้โครงสร้างเป็นตัวตกแต่ง คุณจะเห็นรูปทรงที่ไม่ซับซ้อนและมอบฟังก์ชันไปพร้อมๆ กัน ผมพยายามทำให้สิ่งต่างๆ ให้เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

Groove 

 

ทำไมคุณถึงเลือกใช้สี Moss และ Putty สำหรับคอลเล็กชันนี้

 

Tom Dixon: เราคุยกันหนักเรื่องสี เพราะคนเรามักจะมีอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับสี เมื่อทำเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง ผมคิดว่ามันควรมีสีหนึ่งที่กลมกลืนกับธรรมชาติ และอีกสีหนึ่งที่กลมกลืนกับพื้นที่กลางแจ้งในเมือง

 

สี Moss มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นสีที่กลมกลืนกับหญ้าและต้นไม้ สีเขียวอ่อนนี้ใช้งานได้ดีมากกับพื้นที่นอกอาคารทั้งในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ส่วนสี Putty เหมาะกับคอนกรีตมากกว่า เช่น คาเฟ่ในพิพิธภัณฑ์ ลานกว้าง หรือระเบียง ผมต้องการหนึ่งสีสำหรับเมืองและอีกหนึ่งสีสำหรับธรรมชาติ

 

ในอนาคตผมอยากทำอะลูมิเนียมสีธรรมชาติ เพราะมันสวยมากเมื่อเป็นโลหะล้วนๆ และเราจะมีสีเข้มออกมาด้วย ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นสีอะไร

 

Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี

 

ตื่นเต้นไหมกับการเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย

 

Tom Dixon: ผมคิดมาตลอดว่าแทนที่จะเปิดตัวในลอนดอนช่วงเดือนกันยายนหรือในมิลานเดือนเมษายน มันจะดีกว่าถ้าเราจะเปิดตัวในเมืองร้อนและไม่ใช่ศูนย์กลางการออกแบบ ดังนั้นเราจึงเปิดตัวในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และคาซาบลังกาในโมร็อกโก หลังจากนี้เราจะไปลอสแอนเจลิสด้วย ผมว่าการเปิดตัวในเมืองที่ร้อนตลอดเวลาเป็นวิธีที่ดีกว่าในการทำคอลเล็กชันนี้

 

 

คุณมีแผนจะร่วมงานกับนักออกแบบจากเมืองไทยบ้างไหม

 

Tom Dixon: สิ่งที่น่าสนใจของเมืองไทยคือมีวัฒนธรรมด้านงานคราฟต์ที่เข้มแข็งมาก ผมสนใจที่จะทำงานร่วมกับช่างฝีมือมากกว่านักออกแบบ เช่น เซรามิกหรือสิ่งทอ ฯลฯ มันเป็นทักษะที่กำลังจะหายไปอย่างรวดเร็วในโลกสมัยใหม่ และเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องอนุรักษ์เอาไว้ ดังนั้นแนวคิดในการทำงานกับช่างฝีมือไทยเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับผมในฐานะนักออกแบบ

 

 

ภาพ: MOTIF

The post แวะคุยกับ Tom Dixon ในรอบ 13 ปี จากแรงบันดาลใจช่วงโควิดสู่ Groove คอลเล็กชันกลางแจ้งตัวแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
BLANCPAIN AT CENTRAL EMBASSY บูติกป๊อปอัพแห่งแรกขนาด 120 ตารางเมตร https://thestandard.co/blancpain-popup-boutique-central-embassy/ Tue, 18 Feb 2025 12:15:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1043460 Blancpain บูติกป๊อปอัพที่ Central Embassy ตกแต่งสไตล์สวิส พร้อมคอลเล็กชันนาฬิกาหรูและรุ่นลิมิเต็ด

แบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Blancpain เปิดร้านบู […]

The post BLANCPAIN AT CENTRAL EMBASSY บูติกป๊อปอัพแห่งแรกขนาด 120 ตารางเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blancpain บูติกป๊อปอัพที่ Central Embassy ตกแต่งสไตล์สวิส พร้อมคอลเล็กชันนาฬิกาหรูและรุ่นลิมิเต็ด

แบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Blancpain เปิดร้านบูติกแบบป๊อปอัพแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่บริเวณชั้น 1 ของศูนย์การค้า Central Embassy

 

โดยร้านขนาด 120 ตารางเมตรแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากห้องเวิร์กช็อปผลิตเรือนเวลาที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา Vallée de Joux ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กับบรรยากาศเหมือนห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เชอร์รีสีน้ำตาลและวัสดุโครงสร้างเหล็กขัดเงา

 

ซึ่งแน่นอนว่าภายในพื้นที่นี้นอกจากจะมีคอลเล็กชันไอคอนิกทั้งสี่อย่าง Villeret, Fifty Fathoms, Ladybird และ Air Command แล้วยังมีนาฬิการุ่นพิเศษแบบลิมิเต็ดอื่นๆ ให้ลูกค้าลองและเลือกชม ทั้ง Carrousel Phases de Lune ที่มีเพียง 88 เรือนในโลก, Calendrier Chinois Traditionnel 2025 ฉลองตรุษจีน และ Ladybird Colors Saint-Valentin 2025 ที่ผลิตขึ้นมาเพียง 14 เรือนเท่านั้น

 

ร้านแห่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Blancpain เคยมาเปิดร้านป๊อปอัพแบบชั่วคราวเมื่อปลายปี 2023 ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงพื้นที่ขนาดย่อมที่ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนตัวมากนัก เพื่อจัดแสดงนาฬิการุ่นหลักจาก 4 คอลเล็กชัน

 

Blancpain บูติกป๊อปอัพที่ Central Embassy ตกแต่งสไตล์สวิส พร้อมคอลเล็กชันนาฬิกาหรูและรุ่นลิมิเต็ด

 

ภาพ: Blancpain

The post BLANCPAIN AT CENTRAL EMBASSY บูติกป๊อปอัพแห่งแรกขนาด 120 ตารางเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมภาษณ์พิเศษ โอ ธีรวัฒน์ เกี่ยวกับการออกแบบ Window Display ใหม่ของ Hermès ที่ Central Embassy https://thestandard.co/hermes-display-terawat/ Tue, 11 Feb 2025 02:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1040512 hermes-display-terawat

ไม่ว่าคุณจะเดินผ่านร้าน Hermès ที่ปารีส, นิวยอร์ก, โซล, […]

The post สัมภาษณ์พิเศษ โอ ธีรวัฒน์ เกี่ยวกับการออกแบบ Window Display ใหม่ของ Hermès ที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
hermes-display-terawat

ไม่ว่าคุณจะเดินผ่านร้าน Hermès ที่ปารีส, นิวยอร์ก, โซล, โตเกียว หรือกรุงเทพฯ สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือทุกร้านจะมี Window Display ที่ถูกรังสรรค์แตกต่างกัน กับงานฝีมือขั้นเทพและสะท้อนความเหนือจินตนาการด้านกรอบความคิดสร้างสรรค์ โดยล่าสุดกับร้าน Hermès ณ ห้าง Central Embassy ที่ถูกขยายและต่อเติมใหม่ก็มีไฮไลต์อยู่ที่ Window Display เช่นกัน ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้ Commission ให้ศิลปินชาวไทยอย่าง โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ มาออกแบบอีกครั้งหลังร่วมงานกันมาหลายปี

 

อะไรคือแรงบันดาลใจ กระบวนการคิด และแง่มุมด้านความยั่งยืนของ โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ ในการดีไซน์สอง Window Display ของร้าน Hermès ที่ Central Embassy ทาง THE STANDARD POP ได้ไปสัมภาษณ์ พร้อมถามเรื่องมุมมองต่อการเป็นศิลปินในยุคนี้ และความฝันว่าในอนาคตอยากทำงานกับ Hermès ถึงขั้นไหน

 

โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

 

อยากให้เล่าถึงแรงบันดาลใจกับการดีไซน์ Window Display ใหม่ของ Hermès ที่ Central Embassy

 

โอ ธีรวัฒน์: มันเริ่มมาจาก Theme of the Year ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการวาด ซึ่งเอาจริงๆ อย่างแรกที่ผมประทับใจเกี่ยวกับ Hermès มาจากผ้าพันคอ เพราะผมเป็นนักวาดภาพประกอบ ดังนั้นเลยหลงใหลกับการวาด แล้วปรากฏว่าผ้าพันคอ Hermès ที่เคยเห็นมามันสวยจับใจมาตลอด เราดูผ้าพันคอ Hermès มานานมากแล้ว เนื่องจากธีมมันเกี่ยวข้องกับการวาด เลยรู้สึกการวาดที่อิมแพ็กต์มากที่สุดของ Hermès คือด้านผ้าพันคอ จึงเอาผ้าพันคอผืนที่เราเห็นครั้งแรกแล้วชอบเลย มันคือผ้าพันคอ Mon Petit Cheval Mexicain ซึ่งจริงใจมากเลย เป็นม้าที่ใส่อานม้าสไตล์เม็กซิกัน แล้วยืนอยู่ตัวเดียวเลย กรอบภาพก็เป็นสี Solid ธรรมดา รู้สึกว่ามันงดงามและซื่อสัตย์มากๆ  ดูเป็น Hermès ได้แบบหมดจด ทุกอย่างถูกที่ถูกใจไปหมดเลย ก็เลยมีภาพนั้นติดในหัวมาโดยตลอด รู้สึกว่าชอบผ้าพันคอผืนนั้นมาก จนพอมารู้ธีมในการทำ Window เราเลยดึงความประทับใจแรกที่เห็นผ้าพันคอผืนนั้นมาตีความเป็น Window Display มันจะต้องธีมของการวาดมาด้วย ผ้าพันคอพอถูกมาทำเป็น Window Display เราก็ใส่กิมมิกของการวาด การปาดสี ที่ทำให้รู้สึกว่าผ้าพันคอนี้มีการเคลื่อนไหวอยู่ในนั้นตลอดเวลา 

 

ส่วนอีก Window Display หนึ่งเลือกใช้เป็นลายอะไร และ Process เป็นอย่างไรบ้าง

 

โอ ธีรวัฒน์: หลังจากผ้าผืนแรกได้รับการ Approve ไปแล้ว เราก็ต้องไปหาว่าอีก Window Display หนึ่งควรจะต้องเป็นผ้าพันคอผืนไหน ซึ่งเราก็คิดถึงผ้าพันคอรุ่น Brides de Gala ที่เรามีความข้องใจเสมอมาว่าคือลายอะไร ซึ่งมันคือบังเหียน (Bridle) ความยากคือทั้งสอง Window อันหนึ่งเป็นม้าตัวเดียว อีก Window หนึ่งเป็นเหมือนเลย์เอาต์ที่มีบังเหียนครอบม้าสองอันวางคู่กัน เราจะทำเป็นสามมิติอย่างไร ก็ต้องมีการ Develop รูปด้านในเพื่อให้ Depth มันมีความแมตชิ่งกับความกว้างของตู้ Window มี Depth ที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องนึกถึงว่าเราจะ Install โปรดักต์อย่างไรให้ดูโอเค ถูกเชิดชูในแบบที่ควรจะเป็น ควรจะกลมกลืนกับ Window 

 

พอได้แบบปุ๊บ ก็มีการพัฒนาวัสดุที่เรารู้สึกว่าขั้นตอนนี้ใช้เวลานานที่สุด เรามีวัสดุในใจแล้ว แต่เป็นลักษณะที่คิดแบบคนที่วาดภาพ ซึ่งจะคิดว่าตรงขอบอยากให้เป็นปาดสี ตรงขอบอีกฝั่งหนึ่งอยากให้เป็นซี่ๆ เพราะว่าเราอยากได้ฟีลลิ่งของงานคราฟต์ที่เป็นงานท้องถิ่นลงไปใน Window นี้ โดยเราก็ต้องออกไปเฟ้นหาวัสดุเองตามสิ่งที่คิดออก ซึ่งจริงๆ ใกล้ตัวมากเลย เราออกไปก็เจอด้วยความบังเอิญ หรือจะเป็นโชคชะตาไม่รู้ รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันใช่ก็เลยเอามา

 

หลังจากนั้นเราก็ต้องเวิร์กกับทีม Production ให้เขาพัฒนา ซึ่งเราว่า Process นี้นาน เพราะว่าทั้งเราและทีม Production ยังไม่คุ้นเคยกับวัสดุเหล่านี้ ก็ต้องพัฒนาตรงนี้ แล้วก็มีการตรวจเช็กระหว่างทางไปเรื่อยๆ จน Window ออกมาเสร็จเรียบร้อย

 

Window Display ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอ Mon Petit Cheval Mexicain

Window Display ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอ Mon Petit Cheval Mexicain

Window Display ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอ Mon Petit Cheval Mexicain

 

แล้วมีวัสดุไหนของ Window Display ที่เน้นเรื่องความยั่งยืนไหม

 

โอ ธีรวัฒน์: จริงๆ พาร์ตหนึ่งที่ใช้เป็นหลักเลยก็คือการนำหนังจริงๆ ของ Hermès ที่นอกเหนือจากการผลิตสินค้าเอามาใช้ตกแต่ง Window ซึ่งถือว่าเป็นพาร์ตใหญ่ของ Window รอบนี้เลย Hermès เองก็มีสีหนังจาก Petit H ให้เลือกใช้ และสีมันก็ตรงกับมู้ด Window ที่เลือกไว้อยู่แล้ว ก็เลยคุยกับทีมไทยแลนด์เลยว่าสเปกในพาร์ตนี้ขอเป็นหนัง เพราะว่าเราจะได้มีการนำสิ่งนั้นมาใช้ซ้ำได้ และบางพาร์ตของ Window จะมีฟีลลิ่งดูเป็นกระดาษ​ ส่วนพวกวัสดุท้องถิ่นอย่างไม้ไผ่หรือลูกปัดไม้เราก็ใช้ แต่จะพยายามหลีกเลี่ยงอะไรที่ดูเป็น Chemical มากๆ

 

อีกวัสดุก็คือใยสับปะรดที่เราเอามาทำเป็นหางม้า เป็นวัสดุท้องถิ่นที่มาจากการรีไซเคิล โดยนำใยสับปะรดมาตีกันจนเป็นเส้นใยไฟเบอร์ แล้วก็ทำเป็นรูปทรงของหางม้าและแผงคอ ส่วนเรื่องความยั่งยืนฝั่งคน เราก็ใช้ช่างฝีมือท้องถิ่นทั้งหมด เราไม่ได้มีการให้ศิลปินจากเมืองนอกมาที่ไทยเลย

 

ทุกครั้งที่ดีไซน์ Window มีกระบวนความคิดอะไร หรือสิ่งที่คนเห็นแล้วทราบว่าคุณโอคือผู้ออกแบบ Window นี้ 

 

โอ ธีรวัฒน์: ผมเอา Theme of the Year เป็นหลักก่อน แล้วค่อยๆ หาทางปรับแบบให้มันเข้ากับแบรนด์ ซึ่งผมจะแอด Element ที่ตัวผมเองรู้สึกว่าเป็น Hermès และ Hermès ก็จะคิดแบบนี้แน่เลย เขาน่าจะใช้ Element นี้แน่ๆ แต่ผมพยายามไม่ลืมซิกเนเจอร์ของตัวเอง เนื่องจากผมเป็น Illustrator ที่ใส่ใจเรื่อง Silhouette ของ Window Composition กับ Silhouette ของแต่ละ Object มันต้องมาเป็นอย่างที่ผมคิด ผมคิดว่าภาพจำมันน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Composition, Silhouette แล้วก็ภาพรวมของ Window ที่ต้องแตกต่างกัน แล้วธีมถูกแตกเป็น Direction อีก ด้วยความที่มันต้องเปลี่ยนทั้ง Material และ Style เนื่องจากเข้าใจว่าแบรนด์ไม่อยากให้ Window ดูซ้ำกันทั้งปี ผมก็พยายามคีพซิกเนเจอร์ตัวเองลงไปใน Direction ที่มันแตกต่างกัน 

 

รู้สึกอย่างไรที่ Hermès เน้นการทำ Window แบบ Craftsmanship แทนที่จะเป็นพวกจอ LED หรือนางแบบใส่หุ่นเหมือนแบรนด์อื่นๆ

โอ ธีรวัฒน์: ในฐานะของคนออกแบบ Window เราว่า Window ของ Hermès สะท้อนกับสิ่งที่ Hermès เป็น สินค้าเขาเหมือน Craftsmanship ทำมือแทบจะทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นมันก็เหมาะสำหรับผมที่ Window เราจะเป็นคราฟต์เลเวลนี้ มันก็รีเลตกับความคราฟต์ของโปรดักต์​ รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นดิจิทัลมากๆ มันก็ค่อนข้างจะเป็นอีกแบบหนึ่ง เราก็รู้สึกว่าความ Manual ความทำมือ ความงานฝีมือ แล้วก็การเคลื่อนไหวแบบ Kinetic ที่ไม่ใช่การใช้จอมันดูเป็น Hermès มากที่สุด

 

Window Display ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอรุ่น Brides de Gala

Window Display ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอรุ่น Brides de Gala

Window Display ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอรุ่น Brides de Gala

 

ในฐานะศิลปินคนหนึ่งที่ใช้งานฝีมือเล่าเรื่อง รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับบทบาท AI

 

โอ ธีรวัฒน์: จริงๆ สิ่งนี้ถ้านอกเหนือจากงาน Hermès มันก็ Effect กับความรู้สึกของเราด้วยนะ ในฐานะของคนวาดรูปคนหนึ่ง ในฐานะคนทำ Window ก็อีกความคิดหนึ่ง เรามองว่าสำหรับเรา ถ้าเราวัดจากตัวเอง เราคิดว่าภาพศิลปินส่งถึงศิลปิน มันดูกันออกว่าสิ่งนี้มีความตั้งใจขนาดไหน เพราะฉะนั้นเรารู้สึกว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ AI ส่งไม่ถึงเรา และเราก็มั่นใจว่าศิลปินด้วยกันเองก็ดูออกว่าสิ่งนี้ AI ครีเอตขึ้นมา สิ่งนี้คนทำขึ้นมา พอถึงในระดับหนึ่งเราอาจจะต้องแคร์สายตาศิลปินด้วยกันมากกว่า

 

แล้วความทรงจำแรกของคุณกับแบรนด์ Hermès คืออะไร?

 

โอ ธีรวัฒน์: ก็กลับไปที่คำถามแรกเลยที่คุยกันเลยว่า เราจำได้เลยว่าเรายังไม่รู้จักแบรนด์เลย เรายังไม่ได้สนใจ Branding อะไรเลย แต่เราก็ไปเกาะ Window เพื่อดูผ้าพันคอผืนหนึ่ง เราจำไม่ได้ด้วยว่าปีไหน มันตั้งแต่ตอนเรายังเรียนอยู่เลย เรารู้สึกว่าโห สวยมาก Hermès เหมือนเปิดโลกของภาพวาดที่ไปปรากฏตรงผ้าพันคอให้เรา หลังจากนั้นพอเรารู้ว่ามันคือ Hermès เราก็ติดตามมาเรื่อยๆ เราเลยเป็นคนที่ส่องดูผ้าพันคอของเขาตลอดมา นั่นละครับ ความทรงจำแรกคืออันนี้

 

จำได้ไหมว่าเป็นดีไซน์ไหน?

 

โอ ธีรวัฒน์: เป็นสีส้ม ถ้าจำไม่ผิดเราว่าน่าจะเป็นสเกตช์ Pegasus สีส้ม ตัวม้าเป็นสีขาว ลายเส้นสเกตช์เห็นที่เมืองนอกครับ

 

ถ้ามีโอกาสได้ร่วมงานกับ Hermès ในมุมอื่นๆ อยากทำพาร์ตไหน?

 

โอ ธีรวัฒน์: อยากไปในเลเวล Hermès Horizon เลยครับ อยากไปเลเวลที่มีคนมา Made to Order สินค้า Hermès กับผลงานเรา เพราะแปลว่าเขาชื่นชอบผลงานเราจริงๆ เขาถึง Select ของเราเป็น Made to Order

 

ร้าน Hermès แบบ Duplex ที่ Central Embassy

ร้าน Hermès แบบ Duplex ที่ Central Embassy

 

แล้วเราอยากจะเห็นผลงานเราไปอยู่ในพาร์ตอะไรของสินค้า Hermès Horizon 

 

โอ ธีรวัฒน์: ผมชอบใบเรือครับ อยู่บนใบเรือ

 

ถ้าจะให้อธิบายแบรนด์ Hermès วันนี้ คุณจะพูดอย่างไร

 

โอ ธีรวัฒน์: ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่เอาเป็นว่าผมในฐานะศิลปินคนหนึ่ง ถ้าให้เลือกผมอยากทำให้ Hermès ที่สุดเสมอมา เพราะรู้สึกว่าดีไซน์ของเรามันจะถูกเอาไป Develop ให้สวยงามในแบบที่เราคาดไม่ถึง อยู่บนคุณภาพที่ดีที่สุด แต่ความเป็น Artistic ของ Hermès กับคุณภาพของ Hermès รู้สึกว่าทั้งสองอย่างมันดูเป็น Hermès ที่สุด 

 

แล้วคิดว่าแบรนด์ Hermès ช่วยส่งเสริมอะไรในการเป็นศิลปินคนหนึ่ง

 

โอ ธีรวัฒน์: เดิมผมเป็น Illustrator ทำงานสองมิติ และผมก็วาดรูปบนกระดาษ พอได้ทำงานกับ Hermès เหมือนทุกอย่างมันถูกพัฒนาขึ้นไปเอง คือทุกวันนี้ผมไม่ได้มองตัวเองเป็น Illustrator ขนาดนั้นแล้ว ทุกวันนี้ผมมองตัวเองว่าเป็นดีไซเนอร์ ผมจะวาด ผมจะออกแบบอะไรก็ตาม มันจะต้องมีที่มาที่ไป มีความเหมาะสมและ Realistic แต่ว่าในขณะที่ Hermès เหมือนเปิดกว้างทางความคิดให้มากๆ แบรนด์ Shape ในด้านการทำงานและเปิดกว้างผมในด้านจินตนาการ

 

ร้าน Hermès ที่ Central Embassy

ร้าน Hermès ที่ Central Embassy

The post สัมภาษณ์พิเศษ โอ ธีรวัฒน์ เกี่ยวกับการออกแบบ Window Display ใหม่ของ Hermès ที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
MARDI MERCREDI BANGKOK ร้านแฟลกชิปใหม่ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี https://thestandard.co/mardi-mercredi-bangkok/ Thu, 10 Oct 2024 13:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=994559

แบรนด์เสื้อผ้าจากประเทศเกาหลีใต้ที่มาแรงอย่าง Mardi Mer […]

The post MARDI MERCREDI BANGKOK ร้านแฟลกชิปใหม่ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>

แบรนด์เสื้อผ้าจากประเทศเกาหลีใต้ที่มาแรงอย่าง Mardi Mercredi ได้เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ออกแบบโดย Studio Unravel พร้อมเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยอย่าง Bangkok Exclusive Collection ที่มีซิกเนเจอร์อย่างดอกกล้วยไม้อยู่ในไอเท็มของแบรนด์ ซึ่งภายในงานยังมีคนดังอย่าง ตู ต้นตะวัน, อเล็กซ์และโอโบ วง DICE รวมถึง จินวุค, ภูธัชชัย และไทย วง BUS because of you i shine มาร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้

 

 

ภาพ: Mardi Mercredi

The post MARDI MERCREDI BANGKOK ร้านแฟลกชิปใหม่ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN เตรียมยก ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า’ ให้เทียบชั้นเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมขยายพื้นที่ Luxury Brand เพิ่ม 4 เท่าภายใน 2 ปี https://thestandard.co/central-phuket-floresta-expansion/ Tue, 25 Jun 2024 02:27:31 +0000 https://thestandard.co/?p=949328 CPN เตรียมยก ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า’ ให้เทียบชั้นเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมขยายพื้นที่ Luxury Brand เพิ่ม 4 เท่าภายใน 2 ปี

เพราะเห็นแล้วว่า ‘ภูเก็ต’ จะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำ […]

The post CPN เตรียมยก ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า’ ให้เทียบชั้นเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมขยายพื้นที่ Luxury Brand เพิ่ม 4 เท่าภายใน 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN เตรียมยก ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า’ ให้เทียบชั้นเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมขยายพื้นที่ Luxury Brand เพิ่ม 4 เท่าภายใน 2 ปี

เพราะเห็นแล้วว่า ‘ภูเก็ต’ จะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของ CPN ในภาคใต้ ทำให้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว (ราวปี 2547) มีการเปิดตัว ‘เซ็นทรัล เฟสติวัล’ ที่วันนี้คือศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

 

ก่อนที่อีก 14 ปีต่อมาจากที่มีการลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมกับระยะเวลาในการพัฒนากว่า 4 ปี จึงเปิด ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า’ บนพื้นที่ 4 แสนตารางเมตร โดยเพื่อรองรับ Luxury Lifestyle เทียบชั้นเมืองชายทะเลระดับโลกอย่าง ริเวียรา, ซานโตรินี, ไมอามี และฮาวาย

 

โดยถือเป็นการพัฒนาศูนย์การค้าระดับลักชัวรีแห่งแรกของ CPN แถมยังตั้งอยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าผู้มีเงิน เพราะ CPN มองในเวลานั้นว่า ต่อไปภูเก็ตจะเต็มไปด้วยกลุ่มเศรษฐี ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ซึ่งที่สุดแล้วคำทำนายของ CPN ถือว่าไม่ผิดเพี้ยน

 

เรื่องนี้สะท้อนได้จากฐานข้อมูลของ The 1 ที่ชี้ให้เห็นว่าลูกค้าของเซ็นทรัล ภูเก็ต มียอดใช้จ่ายต่อคนสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนาทั่วประเทศ โดยลูกค้า Wealth Segment ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต มีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้า Wealth ของสาขาอื่นๆ ถึง 45%

 

ตัวเลขนี้สะท้อนการเติบโตของตลาดสินค้าลักชัวรีในไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.6 แสนล้านบาท โดยตลาดลักชัวรีไทยขยายตัวถึง 5.62% จนถึงปี 2571 คาดว่าจะแซงหน้าตลาดสิงคโปร์

 

“เรามีรายชื่อลูกค้าระดับท็อปสเปนเดอร์ราว 2,000 คน ซึ่งผู้ที่จะอยู่ในรายชื่อได้จะต้องใช้จ่ายปีละ 20-30 ล้านบาทในศูนย์การค้าของเรา” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) พร้อมเสริมว่า “ในจำนวนนี้กว่า 40-60% เป็นคนภูเก็ต อีก 20% เป็นคนต่างชาติที่มาอาศัยที่นี่ เช่น รัสเซีย, ตะวันออกกลาง, จีน, อเมริกัน และยุโรป สุดท้ายคือคนกรุงเทพฯ ที่เดินทางมาพักผ่อน”

 

อย่างไรก็ตามแม้ช่วงโควิดจะทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวหายไป แต่ตอนนี้ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่เริ่มฟื้นตัว ทำให้ศูนย์การค้าเติบโตต่อเนื่อง และมีทราฟฟิกดีกว่าช่วงก่อนโควิดถึง 30% “โดยเราพบว่าชาวต่างชาติใช้จ่ายมากกว่าคนไทย 3-4 เท่า แต่คนไทยจะมาบ่อยกว่าเฉลี่ยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง”

 

ข้อมูลอ้างอิงจากสถิติการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปี 2567 ระบุว่า ภูเก็ตนับเป็นจังหวัดที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 2 รองจากกรุงเทพฯ* ในปี 2566 ภูเก็ตสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดถึง 380,000 ล้านบาท และในปี 2567 ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวที่ 450,000 ล้านบาท โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูเก็ตกว่า 12 ล้านคน

 

ภูเก็ตกำลังเติบโตจากแผนขยายสนามบินภูเก็ต เฟส 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงพยาบาล, โรงเรียนนานาชาติ, ท่าเรือยอชต์, สนามกอล์ฟ และ Private Jet เป็นต้น

 

“ตอนนี้ภูเก็ตถือเป็น ‘บ้านหลังที่สอง’ ของเศรษฐีชาวไทยและต่างชาติ หรือ Asia’s Richest Beach Residential ด้วย Infrastructure ที่พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก” วิไลพร ปิติมานะอารี ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานปฏิบัติการสาขาภูเก็ต บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

 

ศักยภาพที่เกิดขึ้นนี้เอง ทำให้ CPN มีแผนยก ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า’ ให้ขึ้นมาเทียบเท่ากับ ‘เซ็นทรัล เอ็มบาสซี’ ซึ่งแม้จะเป็นศูนย์การค้าเหมือนกัน แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้ CPN แต่เป็น Central Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่อีกที

 

สิ่งที่น่าสนใจคือการเตรียมขยายพื้นที่โซนลักชัวรี จากปัจจุบัน 2,000 ตารางเมตร โดยมีทั้งหมด 14 แบรนด์ เพิ่มเป็น 8,000 ตารางเมตรในปี 2571 (4 เท่า) เพื่อรองรับการเปิดตัวของอีกหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งพื้นที่ชั้น 2 จะถูกเปลี่ยนให้เป็นร้านลักชัวรีทั้งหมด

 

วิไลพรขยายความว่า ที่หลายแบรนด์ประสบความสำเร็จมียอดขายติดอันดับสูงสุดที่เซ็นทรัล ภูเก็ต และในบางสินค้าสามารถทำยอดขายติดอันดับเป็น Top Rank ของโลก โดยการขยายนี้จะเพิ่มเป็นราว 30 แบรนด์ ซึ่งนอกจากแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาแล้ว แบรนด์ที่มีอยู่เดิมก็ต้องการขยายพื้นที่ เช่นแต่เดิมมีพื้นที่ 100 ตารางเมตร แต่ตอนนี้อยากขยายเพิ่มเป็น 400-500 ตารางเมตร

 

“นอกจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อแล้ว เราพบว่าคนรุ่นใหม่ก็เป็นอีกกลุ่มที่ซื้อสินค้าลักชัวรีมากขึ้น โดยมองเป็นการลงทุน ซื้อไม่กี่ชิ้นแต่สามารถใช้ได้นาน และขายต่อในอนาคตได้”

 

ปัจจุบันเฉพาะ เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า มีทราฟฟิกเฉลี่ย 5 หมื่นคน คาดว่าเมื่อขยายพื้นที่ลักชัวรีแล้วจะทำให้ยอดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% 

 

ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีการลงทุนในภูเก็ตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ประกอบด้วย 4 ศูนย์การค้า, 5 ห้างสรรพสินค้า, 7 โรงแรม, 3 คอนโดมิเนียม รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่ม เช่น ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ, บีเอ็นบี โฮม, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, Tops Food Hall, Tops Market, Tops Daily, Tops Vita เป็นต้น

 

ขณะที่ CPN มีศูนย์การค้าในภาคใต้รวมทั้งหมด 5 แห่ง คือ เซ็นทรัล ภูเก็ต, สมุย, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และหาดใหญ่

The post CPN เตรียมยก ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า’ ให้เทียบชั้นเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมขยายพื้นที่ Luxury Brand เพิ่ม 4 เท่าภายใน 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
PAUL SMITH CENTRAL EMBASSY แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ได้ Sir Paul Smith มาร่วมเปิดร้าน https://thestandard.co/paul-smith-central-embassy/ Wed, 15 May 2024 08:33:32 +0000 https://thestandard.co/?p=933807

Paul Smith เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย ที่ศูนย์ […]

The post PAUL SMITH CENTRAL EMBASSY แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ได้ Sir Paul Smith มาร่วมเปิดร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Paul Smith เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้า Central Embassy โดยได้ Sir Paul Smith ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์มาเป็นแขกคนสำคัญในวันงานฉลองเปิดร้าน 

 

ภายในร้านขนาด 203 ตารางเมตร ที่อยู่บนชั้น 2 ถูกตกแต่งด้วยงานศิลปะและภาพวาดที่มีสีสัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ แทรกด้วยกระเบื้องสีจากไทย เฟอร์นิเจอร์วินเทจและที่สั่งทำพิเศษ พร้อมกับสินค้าเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีคอลเล็กชัน Spring/Summer 2024 ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายแยกกันสองฝั่ง

 

ไฮไลต์พิเศษสำหรับร้านนี้คือการนำสินค้าอาร์ไคฟ์จากคลังของแบรนด์มาจัดดิสเพลย์กลางร้านภายในโครงเหล็กสีแดงขนาด 3×3 เมตร ซึ่งเป็นขนาดของร้านแรกในเมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ บ้านเกิดของเขาในปี 1970 ทั้งรองเท้าฟุตบอลที่ทำกับ New Balance ฉลองฟุตบอลโลกปี 2018 และเสื้อผ้าคอลเล็กชันเก่าๆ ตั้งแต่ยุค 1990 

 

และภายในงานก็มีทั้ง ขุนพล ปองพล จากวง BUS, เจมีไนน์ นรวิชญ์, โบว์ เมลดา, จูเน่ เพลินพิชญา, น้ำตาล ทิพนารี และเจ้าขุน จักรภัทร มาร่วมถ่ายภาพกับ Sir Paul Smith อย่างเป็นกันเอง

 

The post PAUL SMITH CENTRAL EMBASSY แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ได้ Sir Paul Smith มาร่วมเปิดร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Daniel Arsham เตรียมจัดนิทรรศการระดับโลกครั้งแรกในไทยพฤษภาคมนี้ที่ Central Embassy https://thestandard.co/daniel-arsham-exhibition-in-thailand/ Fri, 19 Apr 2024 06:07:07 +0000 https://thestandard.co/?p=924524

Daniel Arsham ศิลปินร่วมสมัยชื่อดังชาวอเมริกัน เตรียมจั […]

The post Daniel Arsham เตรียมจัดนิทรรศการระดับโลกครั้งแรกในไทยพฤษภาคมนี้ที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>

Daniel Arsham ศิลปินร่วมสมัยชื่อดังชาวอเมริกัน เตรียมจัดนิทรรศการระดับโลกครั้งแรกในไทยเต็มรูปแบบกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยใช้ชื่อว่า Daniel Arsham Bangkok 3024 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 14 กรกฎาคมนี้ ที่ชั้น G และชั้น 1 ของ Central Embassy

 

ภายในนิทรรศการนี้จะพูดถึงเมืองกรุงเทพฯ ในอีก 1,000 ปีข้างหน้า ด้วยการมองกลับมาที่ปัจจุบัน ผ่านสิ่งของที่ผุพังในโลกอนาคต ซึ่งทุกคนที่เข้ามาก็จะได้เจอกับผลงานเด่นๆ ของ Daniel Arsham ไม่ว่าจะเป็นอินสตอลเลชันผนังผุพังที่ชื่อว่า Wall Excavation, สวนแบบเซนสีขาวที่ชื่อว่า Lunar Garden และประติมากรรมแบบผุพังที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอีก 5 ชิ้น จะถูกจัดแสดงในที่เดียวเป็นครั้งแรกในไทย

 

สำหรับนิทรรศการนี้เกิดขึ้นเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของศูนย์การค้า Central Embassy ที่เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 9 พฤษภาคม 2014 ซึ่งทางศูนย์การค้าได้เปลี่ยนโลโก้ด้วยการใช้ตัว A กลับหัวสีดำ-เขียวของ Daniel Arsham เพื่อโปรโมตกิจกรรมใหญ่ครั้งนี้

 

Daniel Arsham ถือว่าเป็นศิลปินที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Dior โดย Kim Jones, RIMOWA, Tiffany & Co. และเกม Pokémon ซึ่งเมื่อปี 2023 ศิลปินวัย 43 ปีเพิ่งจัดนิทรรศการเดี่ยวที่พิพิธภัณฑ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า Wherever You Go, There You Are เมื่อเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายนปีที่แล้ว ที่ Orange County Museum of Art ในแคลิฟอร์เนีย

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

ภาพ: Daniel Arsham 

อ้างอิง:

The post Daniel Arsham เตรียมจัดนิทรรศการระดับโลกครั้งแรกในไทยพฤษภาคมนี้ที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>