ขอแสดงความยินดีแก่คนโรงแรมทุกท่านและที่พักทุกแห่งที่ติด […]
The post สรุปผล World’s 50 Best Hotels 2025 มี 3 โรงแรมไทยติดลิสต์ 50 โรงแรมดีที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ขอแสดงความยินดีแก่คนโรงแรมทุกท่านและที่พักทุกแห่งที่ติดอันดับ ปีนี้ #TeamThailand ยังคงทำผลงานได้ดี!
เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้วสำหรับเวทีประกาศรางวัล The World’s 50 Best Hotels การจัดลำดับ 50 โรงแรมและรีสอร์ตที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งผลปีนี้ค่อนข้างดุเดือด มีโรงแรมใหม่หลายแห่งติดลิสต์มากหลายแห่ง โดยโรงแรมที่คว้าอันดับ 1 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025 ไปครอง ได้แก่ ‘Rosewood Hong Kong’ พร้อมตำแหน่ง Best Hotel in Asia ส่วนอันดับอื่น ได้แก่
สำหรับประเทศไทย ปีนี้ยังคงทำผลงานได้ดี ติดลิสต์เข้ามาอยู่ 50 อันดับแรก 3 แห่ง และเมื่อรวมรางวัลพิเศษลำดับ 51-100 ซึ่งประกาศมาก่อน จะมีทั้งสิ้น 7 ได้แก่
นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษอื่นๆ อีก เช่น Singita Kruger National Park ที่พักกลางป่าในแทนซาเนีย คว้ารางวัล Art of Design Award และ Southern Ocean Lodge คว้ารางวัล One To Watch Award ซึ่งมอบให้แก่ที่พักที่น่าจับตามองและอาจติดลิสต์ 50 อันดับแรกในปีหน้า
สำหรับลิสต์ทั้งหมดจะมีที่ใดบ้างนั้น ตามไปดูได้ที่ www.theworlds50best.com/stories/News/the-worlds-50-best-hotels-2025-the-list.html
ภาพ: Rosewood Hong Kong
The post สรุปผล World’s 50 Best Hotels 2025 มี 3 โรงแรมไทยติดลิสต์ 50 โรงแรมดีที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เริ่มต้นเดือนกันยายนอย่างสดใส แม้จะเป็นเดือนที่ไม่มีวัน […]
The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (4-10 กันยายน 2568) appeared first on THE STANDARD.
]]>
เริ่มต้นเดือนกันยายนอย่างสดใส แม้จะเป็นเดือนที่ไม่มีวันหยุดยาว แต่ก็สามารถเติมเต็มความสุขได้ในทุกสุดสัปดาห์ ด้วยกิจกรรมที่เราคัดสรรมาให้ในสัปดาห์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมนิทรรศการสุดสร้างสรรค์ ทานอาหารมื้อพิเศษ ช้อปปิ้งสินค้าดีไซน์รักษ์โลก หรือเพลิดเพลินไปกับการชมภาพยนตร์น้ำดีที่สะท้อนความหลากหลายอีกด้วย
หากใครพร้อมแล้ว ชวนแก๊งเพื่อน ครอบครัว หรือคนพิเศษ ออกมาทำกิจกรรมสนุกๆ ในลิสต์กิจกรรมนี้ไปด้วยกันเลย!

กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่ AP x THE STANDARD LIFE เพราะไม่ว่าชีวิตจะเทิร์นเป็นแบบไหน ทุกไลฟ์สไตล์… HAPPENS ได้ที่บ้านหลังนี้!
นี่คืองานที่ชวนคุณมาทดลองใช้ชีวิตในบ้าน AP TWIN & TOWNHOME ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Bartender at home: Taste of the new you
ชวนมาเบลนด์สไตล์ที่แตกต่างให้เข้ากันลงตัว กับเวิร์กช็อปทำ Mocktail ที่มีส่วนผสมหลักเป็นมัทฉะ โดย Bar Us Asia’s 50 Best Bars 2025 อันดับที่ 4
Couple Flower : Blooming for Home and Heart
จัดดอกไม้ จัดใจ ให้ความสัมพันธ์ลงตัว เวิร์กช็อปที่อยากชวนคู่รัก มาจัดดอกไม้ร่วมกันในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานอิเคบานะแบบญี่ปุ่น เพื่อเติมเต็มโมเมนต์ดีๆ ให้กัน
Puppy Flow Yoga: Move With Love กิจกรรมของสายสุขภาพ และเหล่า Pet parents ที่จะได้ขยับร่างกาย ไปพร้อมเจ้าขนนุ่มฟูสุดน่ารัก
When: 7 กันยายน 2025
Where: บ้านกลางเมือง The Edition บางนา 2
More Info: THE STANDARD LIFE

เปิดประตูสู่โลก Snoopy ครั้งแรกในไทย! กับนิทรรศการ ‘How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art’ ที่รวบรวมกว่า 100 ผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดการเดินทาง สัมผัสประสบการณ์สนู้ปปี้ตัวยักษ์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน! และเต็มอิ่มไปกับ 4 โซนจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็น ชมผลงานศิลปะต่างๆทั้งออริจินัลและจากศิลปิน ส่องคอลเลกชั่นแฟชั่นสุดหรูจากแบรนด์ระดับตำนาน หรือร่วมกันตามหายานอวกาศของ Snoopy ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และเปิดโลกแห่งจินตนาการ
งานนี้เข้าร่วมฟรี! สำหรับใครที่เป็นชาว Peanuts Lover จะพลาดไม่ได้เลย แล้วมาร่วมสัมผัสความน่ารักและความประทับใจที่ไม่รู้ลืมในโลกของ Snoopy กัน!
When: วันที่ 6 กันยายน – 7 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ของทุกวัน
Where: ชั้น 2 River City Bangkok
More Info: River City Bangkok

นิทรรศการภาพถ่ายระดับโลก ‘Prix Pictet Human’ จะพาทุกคนมาสำรวจมุมมองความคิดของคำว่า ‘Human’ ผ่านผลงานอันทรงพลังจาก 12 ช่างภาพชื่อดังจากทั่วโลก ถึงเรื่องราวความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์กับโลกใบนี้ ซึ่งถ่ายทอดผ่านมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์และสะท้อนประเด็นความยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเราได้อย่างลึกซึ้ง
ใครที่หลงใหลในภาพถ่าย รักในงานศิลปะ หรืออยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้น จะพลาดไม่ได้! สะพายกล้องแล้วมาเดินดูนิทรรศการนี้กันเลย
When: วันนี้ – 23 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-20.00 น.(ปิดทุกวันจันทร์)
Where: ชั้น 9 หอศิลปกรุงเทพฯ
More Info: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

มาช้อปปิ้งสินค้ารักษ์โลกไลฟ์สไตล์ดี ๆ ที่งาน ‘Open Market: USE LOOP REPEAT: BETTER LOOK MARKET’ พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปและทอล์กสุดพิเศษตลอดเดือนกันยายน 2568 ที่ไม่ควรพลาด
ภายในงานคุณจะได้พบกับร้านค้ากว่า 30 แบรนด์ที่มีแนวคิดด้านความยั่งยืน พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ตลอดทั้งเดือน ทั้งทอล์กกับคุณพีช พชร จิราธิวัฒน์ ในวันที่ 4 กันยายน วงสนทนาที่จะเปลี่ยนหัวข้อไปทุกวันเสาร์ และเวิร์กช็อปอีกกว่า 20 กิจกรรม รวมถึงกิจกรรมร่วมอ่านและแลกเปลี่ยนหนังสือด้วยกัน
งานนี้เข้าชมฟรี! ใครที่เป็นสายแฟชั่นรักษ์โลก หรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ มาพบกันที่นี่เลย
When: ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 เวลา 10.30-20.30 น.
Where: OPEN HOUSE ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
More Info: Loopers

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่! กับเทศกาลภาพยนตร์ THAILAND INTERNATIONAL LGBTQ+ FILM & TV FESTIVAL 2025 เปรียบเสมือน ‘บ้าน’ ที่โอบกอดทุกหัวใจ (A Home For Every Heart) เพื่อเปิดประตูต้อนรับทุกคนให้เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกแปลกแยก ตอกย้ำพลังผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอมมูนิตี้ LGBTQ+ และสัมผัสกับเรื่องราวแห่งความรัก ความเข้าใจ และความอิ่มเอมใจที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม
When: ตั้งแต่วันนี้ – 7 กันยายน 2568
Where: โรงภาพยนตร์ ICON-CINECONIC, #ICONSIAM
More Info: TILFF

มาสัมผัสจังหวะของสีสันที่สะท้อนอารมณ์และตัวตนไปกับนิทรรศการ ‘COLOR PULSE’ ที่จะพาไปสำรวจความหมายของ ‘สี’ ซึ่งเป็นภาษาแห่งอารมณ์และจังหวะความรู้สึก ภายในงานจะได้พบกับผลงานอันเป็นเอกลักษณ์จาก 6 ศิลปินชาวเกาหลีที่ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านผลงานศิลปะอย่างหลากหลายและลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษ ‘Choose Your Own Color’ ให้ร่วมกันค้นหาสีประจำตัวและแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ภายในใจ ปลุกความรู้สึกบางอย่างให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
หากใครชื่นชอบของสะสม ศิลปะ หรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ มาลองปล่อยให้ ‘สี’ เป็นผู้นำทางสู่โลกแห่งจินตนาการและค้นพบสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจไปพร้อมกัน!
When: วันนี้ – 12 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00-19.00 น.(ปิดทุกวันจันทร์)
Where: ถนนสุรวงศ์
More Info: Maison JE

กลับมาอีกครั้งกับมื้ออาหารสุดพิเศษ ‘Crossroads of Flavour’ โดยเชฟดาวิเด การาวาเกลีย และเชฟยูเฮ มิยาโมโตะ สองศิษย์เอกของเชฟเมาโร โคลาเกรคโค ที่จะมาร่วมกันรังสรรค์ 8 คอร์สเมนูที่ Côte by Mauro Colagreco โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ โดยถ่ายทอดเรื่องราวและรสชาติสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนผสานเข้ากับความงามของฤดูกาลในสไตล์ญี่ปุ่นที่จะทำให้ประทับใจไม่รู้ลืม
มื้อนี้ราคา 7,800++ บาทต่อท่าน หากต้องการเพิ่มความพิเศษด้วยไวน์แพริง ราคาอยู่ที่ 4,500++ บาทต่อท่าน โดยเปิดให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น
สามารถสำรองที่นั่งได้ที่อีเมล [email protected] หรือโทร +662 098 3888
When: วันที่ 10 กันยายน 2568 ในช่วงมื้อกลางวันและมื้อเย็น
Where: โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ
More Info: Capella Bangkok
The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (4-10 กันยายน 2568) appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าใครผ่านไปย่านเพลินจิตก็คงเห็นการก่อสร้างอาคารสีทองอย […]
The post Dior เตรียมเปิดตัวร้านคอนเซปต์แห่งใหม่ Dior Gold House ย่านเพลินจิต วันที่ 8 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าใครผ่านไปย่านเพลินจิตก็คงเห็นการก่อสร้างอาคารสีทองอยู่ ล่าสุดทาง Dior ออกมาประกาศยืนยันการเปิดตัวคอนเซปต์สโตร์แห่งใหม่ที่จะใช้ชื่อว่า Dior Gold House ซึ่งจะเปิดบริการในวันที่ 8 ธันวาคมนี้
โดยเราจะได้เห็นความเป็น Dior ตั้งแต่ภายนอกอาคารที่จำลองร้านสาขาหลักในปารีส เลขที่ 30 Avenue Montaigne ในรูปแบบสีทองอร่ามมาไว้ที่ไทย ซึ่งจะคล้ายกับร้านป๊อปอัพ Dior Seongsu ในกรุงโซลของเกาหลีใต้
นอกจากตัวอาคารภายนอกแล้ว Dior ยังร่วมงานกับศิลปินร่วมสมัยและนักออกแบบชาวไทยในการตกแต่งร้านให้เข้ากับวัฒนธรรมและงานฝีมือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น กรกต อารมย์ดี, วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์, ศรัณย์ เย็นปัญญา จาก ‘สตูดิโอ 56’ (56th Studio), รัฐ เปลี่ยนสุข กับ ฟิลิปป์ มัวสัน จาก ‘สัมผัสแกลเลอรี’ (Sumphat Gallery), บุญเสริม เปรมธาดา, วาสนา สายมา และ เอกรัตน์ วงษ์จริต
ภายในพื้นที่จะมีร้านบูติกสินค้าแฟชั่นทั้งของผู้หญิงโดย Maria Grazia Chiuri และฝั่งผู้ชายของ Kim Jones ควบคู่ไปกับฝั่งไลฟ์สไตล์ที่มี Café Dior แห่งแรกในไทยที่นำทีมโดยเชฟมิชลิน Mauro Colagreco จากร้าน Mirazur เมือง Menton ประเทศฝรั่งเศส และร้าน Côte by Mauro Colagreco โรงแรม Capella Bangkok เป็นคนรังสรรค์เมนูให้ด้วย
ภาพ: Dior
The post Dior เตรียมเปิดตัวร้านคอนเซปต์แห่งใหม่ Dior Gold House ย่านเพลินจิต วันที่ 8 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ขอแสดงความยินดีแก่คนโรงแรมทุกท่านและที่พักทุกแห่งที่ติด […]
The post สรุปรางวัล The World’s 50 Best Hotels 2024 โรงแรมดีที่สุดในโลกอยู่ที่ ‘กรุงเทพฯ’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ขอแสดงความยินดีแก่คนโรงแรมทุกท่านและที่พักทุกแห่งที่ติดอันดับ ปีนี้กรุงเทพฯ เรามาแรง!
เป็นปีที่ 2 แล้วของเวทีประกาศรางวัล 50 Best เพิ่มหมวดหมู่การจัดลำดับโรงแรมและรีสอร์ตที่ดีที่สุดในโลกเข้ามาอยู่ในซีรีส์ด้วย กับ The World’s 50 Best Hotels 2024 ที่เพิ่งประกาศผลไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงลอนดอน ซึ่งผลปรากฏว่า Capella Bangkok โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากกรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2024 ไปครอง ส่วนอันดับอื่น ได้แก่
อันดับ 2 Passalacqua อิตาลี
อันดับ 3 Rosewood Hong Kong ฮ่องกง
อันดับ 4 Cheval Blanc ฝรั่งเศส
อันดับ 5 The Upper House ฮ่องกง
สำหรับประเทศไทยมีติดลิสต์ทั้งหมด 4 อันดับ ได้แก่
ส่วนรางวัลพิเศษ 6 รางวัล และลิสต์ทั้งหมดของ The World’s 50 Best Hotels 2024 จะมีที่ใดบ้างนั้น ตามไปดูได้ที่: www.theworlds50best.com/stories/News/the-worlds-50-best-hotels-2024-list.html

ภาพ: Capella Bangkok
The post สรุปรางวัล The World’s 50 Best Hotels 2024 โรงแรมดีที่สุดในโลกอยู่ที่ ‘กรุงเทพฯ’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กรุงเทพมหานครมีบาร์ดีเยอะมาก และ Stella ก็เป็นหนึ่งในบา […]
The post Stella บาร์ดีกลิ่นอายเฟมินีน ชวนสำรวจกรุงเทพฯ ผ่านค็อกเทลซีรีส์ใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กรุงเทพมหานครมีบาร์ดีเยอะมาก และ Stella ก็เป็นหนึ่งในบาร์ที่ครองใจนักดื่มเสมอมา ไม่กี่วันที่ผ่านมาเราเพิ่งแวะไปจิบ และพบว่า Stella เพิ่งออกเมนูใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Journey of Old Siam’ ชวนนักดื่มท่องพระนครผ่านซีรีส์ค็อกเทล 8 เมนู

เฉกเช่นหลากหลายบาร์ในโรงแรม Capella Bangkok ซึ่ง Stella เป็นค็อกเทลบาร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในชั้นล็อบบี้ของโรงแรม ด้านนอกเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากส่วนอื่นของโรงแรม ทว่าด้านในกลับให้บรรยากาศลึกลับ น่าค้นหา นกยูงสีขาววางตัวสง่างามอยู่กลางโถง แฝงเสน่ห์เย้ายวนราวสตรี ที่นี่มีทั้งมุมนั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ มุมสงบส่วนตัวปลีกวิเวก หรือมุมโซเชียลไว้พูดคุย ตกดึกยังมีวงดนตรีสดขับร้องเพลงแจ๊สตลอดทั้งคืน

Silver Screen
ค็อกเทลซีรีส์ใหม่ของ Stella มีทั้งหมด 8 ตัว ภายใต้ธีม ‘The Journey of Old Siam’ ที่ Roberto Castro Rodriguez ผู้จัดการเครื่องดื่มคนใหม่ของโรงแรม Capella Bangkok อยากพานักดื่มกลับไปรำลึกถึงกรุงเทพมหานครในวันวาน
ตัวแรก ‘Silver Screen’ (520++บาท) เครื่องดื่มเบสเตกีลาที่พาเราย้อนสู่ยุคโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทยเฟื่องฟู รสชาติออกเปรี้ยวเล็กๆ เจือเผ็ดหน่อยๆ แก้วนี้เสิร์ฟมาพร้อมกับที่รองแก้วม้วนฟิล์มภาพยนตร์
แก้วถัดมา ‘1861’ (520++บาท) ไรย์วิสกี้จากอเมริกา นำมาผสมกับโทนิกและไวน์หวาน เสริมกลิ่นด้วยใบชิโซะและดอกมะลิ แก้วนี้อิงถึงถนนเจริญกรุง ถนนสายแรกๆ ของกรุงเทพมหานคร และยังเป็นสถานที่ตั้งของโรงแรม Capella ด้วย

ซ้าย: Bitter Sweet แทนความหวานขมของเขตบางรัก
ขวา: 1861 อิงถึงถนนเจริญกรุง

Robot B
อีกแก้วที่เราชอบ พรีเซนเทชันน่ารักดี ‘Robot B’ (520++บาท) ตัวแทนของตึกหุ่นยนต์ย่านสาทร หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจากยุค 80
ในซีรีส์ ‘The Journey of Old Siam’ ยังมีอีกหลายแก้วที่น่าสนใจ ล้วนแต่พาเราไปท่องกรุงเทพฯ ตามย่านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวทีมวยราชดำเนิน พาเยือนเขตบางรักที่เป็นตัวแทนของคู่รักกับการอกหัก ย่านคนจีนอย่างไชน่าทาวน์ ไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นแม่น้ำสายหลักของกรุงเทพฯ ด้วย

Long Lai ตัวแทนของไชน่าทาวน์ในกรุงเทพฯ

The K.O. รสชาติอันหนักแน่น มัน ที่อิงถึงเวทีมวยราชดำเนิน

River Ripple เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแม่น้ำเจ้าพระยา
หลังจากลองชิมมาแล้วทุกตัว เราว่าค็อกเทลซีรีส์นี้หลากหลายและสนุกดี ซึ่งส่วนใหญ่มักดื่มง่าย เข้าใจได้ รสชาติไม่ซับซ้อน มีตั้งแต่รสชาติเปรี้ยวหวานอีซี่ดริงก์ ถ่ายรูปสวย ไปจนถึงรสชาติออก Savory เล็กๆ และรสเข้มแบบ Spirit Forward คนที่ดื่มไม่เก่งหรือดื่มเอาสังคมก็ดื่มได้ ส่วนใครที่อยากลองอะไรใหม่ก็แวะไปได้เช่นกัน
Location: ชั้นล็อบบี้ โรงแรม Capella Bangkok
Budget: เริ่มต้นที่ 520++บาท
Facebook: www.facebook.com/stellabar.bangkok
Instagram: www.instagram.com/stellabar.bangkok
Website: www.capellahotels.com/en/capella-bangkok
Map:
ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์
The post Stella บาร์ดีกลิ่นอายเฟมินีน ชวนสำรวจกรุงเทพฯ ผ่านค็อกเทลซีรีส์ใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Dior Beauty ชวนทุกคนที่หลงใหลในเสน่ห์ความหอม ร่วมสัมผัส […]
The post Dior Beauty ชวนสัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่ง Dioriviera Pop-up ใจกลางกรุง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Dior Beauty ชวนทุกคนที่หลงใหลในเสน่ห์ความหอม ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน DIORIVIERA POP-UP EVENT ณ โรงแรม Capella Bangkok ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีการเนรมิตวิลล่าหรูให้กลายเป็นสวรรค์แห่งความหอมอันน่าหลงใหล โดยไฮไลต์ของงานคือการนำเสนอกลิ่นหอมสุดพิเศษจาก La Collection Privée Christian Dior ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากริเวียราฝรั่งเศส พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ต้อนรับฤดูร้อนที่จะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกราวกับกำลังพักผ่อนอยู่ริมชายหาดสุดหรู
น้ำหอมที่โดดเด่นในงานนี้ประกอบด้วย Dioriviera ที่บอกเลยว่าเป็นกลิ่นที่สดชื่นมาก ได้กลิ่นอายของชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ผสานกลิ่นต้นฟิกและกุหลาบอย่างลงตัว ส่วนกลิ่น Eden-Roc ชวนให้คิดถึงไอเย็นจากทะเลผสานกับความอบอุ่นของแสงแดด เสมือนได้พักผ่อนที่ริเวียราฝรั่งเศส และสุดท้ายกลิ่น Jasmin Des Anges เป็นกลิ่นหอมหวานของดอกมะลิที่เก็บเกี่ยวปลายฤดู ผสานกับกลิ่นน้ำผึ้งและดอกแอปริคอต ชวนให้นึกถึงผ้าลูกไม้บางเบา
ผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งอันวิจิตรด้วยลวดลาย Toile de Jouy อันเป็นเอกลักษณ์ของ Dior ที่จะสร้างบรรยากาศราวกับอยู่ในโลกแห่งแฟชั่นชั้นสูง ยังมีเวลาให้ไปสัมผัสกับประสบการณ์สุดหรูหรานี้ที่งาน DIORIVIERA POP-UP EVENT ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-26 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรม Capella Bangkok (ถนนเจริญกรุง) Riverfront Villa Number 3 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ http://on.dior.com/bookingth หรือ LINE: DiorThailand

ภาพ: Dior
The post Dior Beauty ชวนสัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่ง Dioriviera Pop-up ใจกลางกรุง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เปิดศักราชใหม่ไม่ทันไรใครเริ่มมองหาสปาไปนวดผ่อนคลายจากง […]
The post 30 สปาที่น่าแวะไปนวดผ่อนคลายตลอดปี 2024 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เปิดศักราชใหม่ไม่ทันไรใครเริ่มมองหาสปาไปนวดผ่อนคลายจากงานที่ถาโถมมาแบบกระหน่ำไม่หยุด ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะ THE STANDARD LIFE ได้รวบตึง 30 สปากับทรีตเมนต์ตั้งแต่หัวจรดเท้ามาฝาก ช่วงไหนในปีนี้ที่รู้สึกเครียดจัดหรือเมื่อยล้าตัวขั้นสุดก็แวะไปนวดให้ฟินกันได้เลย
แฟน Dior ต้องไม่พลาดกับทรีตเมนต์นวดหน้าสุดหรูจาก Dior Prestige La Suite สปาภายในบูติกเครื่องสำอาง Dior ที่มีความเป็นส่วนตัวพร้อมตกแต่งด้วยเอเลเมนต์สความเป็น Dior เต็มร้อย แนะนำให้ลอง Dior Prestige Grand Facial Treatment ที่ใช้ไลน์สกินแคร์ Dior Prestige แบบจัดเต็ม ช่วงไหนที่ผิวหน้าโทรมอิดโรย ทรีตเมนต์ตัวนี้เป็นเหมือนบูสเตอร์ที่ช่วยบำรุงและปรับสภาพผิวให้ดูสุขภาพดี อิ่มเอิบ สดใส เนียนละเอียด และเปล่งประกายขึ้นทันที

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: บูติกเครื่องสำอาง Dior Beauty ICONSIAM และเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง Dior Siam Paragon
Website: https://shop.dior.co.th/
Facebook: https://www.facebook.com/Dior
Instagram: https://www.instagram.com/diorbeauty/
สปาบรรยากาศอบอุ่นจาก endota แบรนด์สัญชาติออสเตรเลียภายในโรงแรม InterContinental Bangkok ที่เพิ่งเปิดตัวที่แรกในเอเชียในปีที่ผ่านมา ที่นี่มีทรีตเมนต์ที่ครอบคลุมทั้งผิวกาย ผิวหน้า และยังมีโปรแกรมสำหรับคุณแม่อย่าง Pregnant Pause อีกด้วย เหมาะสำหรับใครที่แพลนจะมีเบบี๋ในปีนี้เลยล่ะ

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: G Floor, President Tower Arcade
Website: https://www.endotathailand.com/
Facebook: https://www.facebook.com/endotaThailand
Instagram: https://www.instagram.com/endotathailand/
สปาตกแต่งสไตล์บ้านคอตเทจสแกนดิเนเวียน ให้ความรู้สึกโฮมมี่ โดยบรรยากาศทุกห้องของที่นี่มาพร้อมวิวสวนที่ตกแต่งด้วยต้นไม้จริง ให้ความรู้สึกร่มรื่น เย็นตาเย็นใจตั้งแต่เข้ามา ในส่วนของทรีตเมนต์นั้นมีตั้งแต่การนวดไทย นวดน้ำมัน และยังมีทรีตเมนต์นวดหน้าด้วยสกินแคร์แบรนด์ออร์แกนิก 100%

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
Address: ซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Tel.: 06 1802 2244
Website: www.whitewoodgreen.com
Facebook: https://www.facebook.com/whitewoodgreenspa
Instagram: https://www.instagram.com/whitewoodgreenspa/
สปาสองชั้นที่ครบครันทั้งบริการทรีตเมนต์สำหรับผิวกาย นวดตัว นวดหน้า แถมบรรยากาศยังผ่อนคลายสบายตา มองเห็นวิวธรรมชาติ และยังวางใจได้กับผลิตภัณฑ์ที่ทางสปาเลือกใช้ หากมีเวลาชั่วโมงครึ่งและอยากทำหลายอย่าง แนะนำให้ลองเป็น Blissful Selections Package ที่ให้คุณเลือกโปรแกรมที่ชอบได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น Relaxing Aromatherapy Massage, Traditional Thai Massage, Neck, Shoulder & Scalp Massage, Customised Body Scrub และอีกมากมาย คุ้มค่ากับเวลาที่มาแน่นอน

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
Address: Millennium Hilton Bangkok
Website: https://www.hilton.com/th/hotels/bkkhitw-millennium-hilton-bangkok/spa/
Facebook: https://www.facebook.com/HiltonBangkok
Instagram: https://www.instagram.com/millenniumhiltonbangkok/
ใครอยู่ใกล้ย่านเพลินจิตให้ลองแวะมาที่ Calm Spa Thailand สปาบรรยากาศสงบสมชื่อ เหมาะกับการหลีกเร้นความวุ่นวายมาพักใจอย่างยิ่ง หากใครที่ชอบทั้งนวดไทยและน้ำมัน แนะนำให้ลอง Multisensory Massage ที่เป็นการผสมผสานทั้งการนวดแผนไทยกับการนวดอโรมาเข้าด้วยกัน ฟินจบครบในโปรแกรมเดียว

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น.
Address: ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
Website: http://calmspathailand.com/
Facebook: https://www.facebook.com/Calmspathailand2017
Instagram: https://www.instagram.com/calmspathailand/
วาร์ปมาญี่ปุ่นกันบ้างกับ Ikigai Spa สปาสไตล์ญี่ปุ่นภายในโรงแรม Craftsman Bangkok ที่แค่เดินเข้ามาก็ผ่อนคลายกับบรรยากาศแล้ว ซิกเนเจอร์โปรแกรมของที่นี่คือ No.1 Purposeful Package รวบตึงบอดี้สครับและการนวดอโรมาเข้าไว้ด้วยกัน ข้อดีคือเราสามารถเลือกประเภทของการนวดอโรมาได้ตามใจชอบ รวมถึงเลือกระยะเวลาสำหรับการสครับและนวดได้อีกด้วย

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
Address: Craftsman Hotel Bangkok ซอยพหลโยธิน 11 (เสนาร่วม)
Facebook: https://www.facebook.com/ikigaispabkk
Instagram: https://www.instagram.com/ikigaispabangkok/
สปาสุดหรูภายในโรงแรม Capella Bangkok ที่เน้นใช้แต่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมสมกับความเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว และยิ่งถ้ามาเป็นคู่ยิ่งฟินไปอีกกับห้องสวีทที่มีทุกอย่างครบครัน ทั้งเตียงคู่ เตียงสำหรับนวดไทย อ่างจากุซซี ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำในตัว นอกจากนี้แขกที่มาใช้บริการยังสามารถไปหย่อนตัวพักกายพักใจใน Vitality Pool และห้องสตรีมได้อีกด้วย เรียกว่าใครชอบความหรูหราต้องมาลองบริการของที่นี่จริงๆ

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: Capella Bangkok Hotel
Website: https://capellahotels.com/
Facebook: https://www.facebook.com/CapellaBangkok
Instagram: https://www.instagram.com/capellabangkok/
หนึ่งในสาขาสปาของ Divana ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Oriental ซึ่งถ้าใครที่ชอบความวินเทจน่าจะชอบบรรยากาศของที่นี่ไม่น้อย สำหรับห้องในสปานั้นมีทั้งอ่างแช่ตัว จากุซซี และมุมให้ทำคอนเทนต์เพียบ ในส่วนของโปรแกรมนั้น ใครที่มีเวลาเยอะและอยากจัดเต็มกับทรีตเมนต์ แนะนำให้ลองโปรแกรม Queen of Night (240 นาที) ที่เริ่มจากการดีท็อกซ์เท้า นวดน้ำมัน Anti-Cellulite บอดี้สครับ แฮร์สปา ตลอดจนการสตรีม นวดหินร้อน และอาบน้ำนม เรียกว่ามาทีเดียวได้ดูแลครบจบตั้งแต่หัวจรดเท้า

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-23.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-23.00 น.
Address: 10 Sriveing, Silom (BTS Surasak, Exit 1)
Website: www.divanaspa.com
Instagram: https://www.instagram.com/divanathailand/
อีกหนึ่งสาขาของสปา PAÑPURI ที่ควรแวะไปลอง ด้วยบรรยากาศที่หรูหราภายในโรงแรม Park Hyatt Bangkok ที่แตกต่างด้วยคอนเซปต์ Ultimate Luxury, Ultimate Comfort, Ultimate Peace of Mind และ Ultimate Personalization โปรแกรมน่าลองของที่นี่คือ Indulge Me PAÑPURI Ultimate Relaxation Treatment (210 นาที) ที่รวมตั้งแต่ขั้นตอนปรนนิบัติผิวเท้า บอดี้สครับ บอดี้แรป นวดประคบร้อน ทรีตเมนต์น้ำมันอุ่น การบำรุงผิวหน้า และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มออร์แกนิกตามแบบฉบับของทางแบรนด์

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: 11th Floor, Park Hyatt Bangkok
Website: https://www.panpuri.com/organicspa/park-hyatt-bangkok/
Instagram: https://www.instagram.com/panpuriofficial/
สัมผัสความหรูหราของสปาในโรงแรม Sindhorn Kempinski Hotel ที่มีโปรแกรมเยอะจนเลือกไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็นการนวดไทย นวดน้ำมัน สครับผิว Thermal & Hydrotherapy Experiences ที่รวมศาสตร์การบำบัดด้วยความร้อนและน้ำ ตลอดจน Specialty Program ตอบโจทย์ใครที่มองหาประสบการณ์สปารูปแบบใหม่ท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหราและมีความเป็นส่วนตัวสูง

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: Sindhorn Kempinski Hotel
Website: https://sindhornwellness.com/
Facebook: https://www.facebook.com/sindhornwellness
Instagram: https://www.instagram.com/sindhornwellness/
แค่ชื่อสปาก็บ่งบอกความรู้สึกที่จะได้รับหลังจากก้าวเข้าไปแล้ว สำหรับ Let’s Relax Spa ที่สาขาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถูกออกแบบและตกแต่งในโทนสีที่ช่วยมอบความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย หากใครที่ปวดเมื่อยตัวหนักๆ แนะนำให้ลอง Four-Hand Traditional Body Massage (60 นาที) ที่เป็นการนำเทคนิคการนวดขั้นพื้นฐานมาผสมผสานกับเทคนิคการนวดขั้นสูง โดยใช้ผู้นวด 2 คนนวดพร้อมกัน หลังรับบริการเสร็จที่นี่ก็ยังเสิร์ฟของว่างเป็นข้าวเหนียวมะม่วงให้อีกด้วย

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.
Address: LM Floor, Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC)
Website: https://letsrelaxspa.com/
Instagram: https://www.instagram.com/letsrelaxspa.official/
สปาหรูกลิ่นอายไทยแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ Anantara Siam Bangkok Hotel หากใครที่ชอบนวดน้ำมันเป็นทุนเดิม เราแนะนำให้ลองเพิ่มอีกระดับของทรีตเมนต์ด้วย Himalayan Thermal Therapy (90 นาที) ที่มีการนวดด้วยหินเกลือหิมาลายันร้อน ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจนเคลิ้มหลับไปเลยล่ะ

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: Anantara Siam Bangkok Hotel
Website: https://www.anantara.com/en/siam-bangkok/spa
Facebook: https://www.facebook.com/AnantaraSiamBangkokHotel
Instagram: https://www.instagram.com/anantarasiambangkok/
ใครที่ชอบนวดศีรษะต้องลองแวะไปลองทรีตเมนต์ Herbal Ground Head Massage (90 นาที) ของที่นี่ เอกลักษณ์ของ Herbal Ground คือสปาในตัวบ้านที่มีความโฮมมี่ กลิ่นอายไทยๆ และใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก โดยน้ำมันที่ใช้นวดศีรษะจะเป็นน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิกอุ่นๆ หลังนวดเสร็จยังมีบริการสระไดร์ให้อีกด้วย ไม่ต้องกังวลว่าจะออกไปใช้ชีวิตแบบหัวมันฉ่ำ

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
Address: 51/9 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Website: https://herbalgroundthailand.com/
Instagram: https://www.instagram.com/herbalground/
สปาบรรยากาศไทยๆ ภายในโรงแรม Mandarin Oriental ที่ทรีตเมนต์มีการผสมผสานเทคนิคร่วมสมัยและโบราณเข้าด้วยกัน บริการซิกเนเจอร์น่าลองของที่นี่ ได้แก่ Oriental Signature Massage (90 นาที) ที่ผสานสไตล์การนวดทั้งไทยและยุโรปในการผ่อนคลายร่างกาย โดยมีการใช้ทั้งน้ำมันและสมุนไพรประคบ Inner Strength (120 นาที) นวดน้ำมันอโรมาผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ปวดตึงพร้อมลดความเครียด และ Oriental Qi (90 นาที) เป็นการนวดผ่อนคลายด้วยมือผสานกับประสิทธิภาพของน้ำมัน

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
Address: Mandarin Oriental, Bangkok
Website: https://www.mandarinoriental.com/
ใครอยู่ย่านทองหล่อลองแวะมาผ่อนคลายกันที่ Urban Oasis Spa หนึ่งในสาขาของ Oasis Spa ที่มีอยู่ทั่วไทย โดยที่นี่จะตกแต่งในสไตล์ Oriental โทนสีดำ-แดง เคล้ากลิ่นอายไทยๆ ห้องทรีตเมนต์มีความกว้างขวางโปร่งสบาย ในส่วนของโปรแกรมมีครบทั้งขัด พอก บำรุง รวมไปถึงการบำบัดด้วยน้ำ ใครที่ชอบสปาสไตล์ไทยๆ น่าจะถูกใจทรีตเมนต์ของที่นี่ไม่น้อย

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: 59 ซอยแจ่มจันทร์ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Website: https://oasisspa.net/
Facebook: https://oasisspa.net/th/destination/bangkok/Urban/
Instagram: https://www.instagram.com/oasisspathailand/
GAAYA อีกหนึ่งสปาภายใต้ Oasis Spa ซึ่งเราเชื่อว่าโปรแกรม Office Syndrome Massage ของที่นี่น่าจะตอบโจทย์มนุษย์หน้าจอกันไม่น้อย ด้วยการเน้นนวดคลายความตึงกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่จากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือถ้าใครที่อยากเน้นนวดน้ำมันที่นี่ก็มีโปรแกรม Relax GAAYA (60 นาที) ที่นวดครบจบทั้งผิวหน้าและผิวกายในหนึ่งเดียว

Open: ทุกวัน 10.00-22.00 น.
Address: ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Website: https://oasisspa.net/destination/bangkok/gaaya39/
Instagram: https://www.instagram.com/gaayabyoasis/
แวะช้อปที่เซ็นทรัลชิดลมแล้วต้องหาเวลาแวะมาผ่อนคลายกับ Clarins Skin Suite
สปาจาก Clarins ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Clarins Flagship SkinSpa ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งความพิเศษของสาขานี้คือการให้บริการทรีตเมนต์ Clarins Precious ไลน์ผลิตภัณฑ์สุดหรูที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ อิ่มเอิบ ดังนั้นหากใครมีเวลาต้องแวะไปบูสต์ผิวหน่อยแล้ว

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: 1st Floor, Central Chidlom
Website: https://www.clarins.co.th/
หากไปสปาคลายเครียดคนเดียวมันเหงา ก็ชวนคนรู้ใจไปแพ็กคู่กันเลยกับโปรแกรม A Couple’s Journey (180 นาที) 3 ชั่วโมงเต็มที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศโรแมนติกตั้งแต่ขั้นตอนการอาบน้ำนมและหมู่มวลกลีบกุหลาบ ผ่อนคลายต่อกับ Amethyst Massage แล้วปิดท้ายด้วยทรีตเมนต์สำหรับผิวหน้า เรียกว่าฟินทั้งกายและใจ หายเหนื่อยเลยทีเดียว

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
Address: 25th Floor, Okura Prestige Bangkok Hotel
Website: www.okurabangkok.com/
ศูนย์สุขภาพและความงามสุดหรูภายในโรงแรม The St. Regis Bangkok ที่เรียกว่ามีครบทุกอย่างที่ทำให้สุขภาพดีแบบ Inside Out หากใครมาที่นี่แล้วต้องไม่พลาดกับทรีตเมนต์ผิวหน้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Swiss Perfection ในทุกสเต็ป ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเกิดเซลล์ใหม่ เพิ่มออกซิเจนให้กับผิว จึงช่วยต่อต้านริ้วรอยและฟื้นฟูผิวอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับ Relaxation Zone ในสปาได้อีกทั้งวัน

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: โรงแรม The St. Regis Bangkok
Website: https://www.cliniquelaprairiebangkok.com
Facebook: https://web.facebook.com/cliniquelaprairiethailand
Instagram: https://www.instagram.com/cliniquelaprairiethailand
อีกสปาใจกลางเมืองติดห้างที่น่าแวะไปสัมผัสอยู่ที่ชั้น 26 โรงแรม Centara Grand at CentralWorld มีพื้นที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร และยังมีทรีตเมนต์ให้เลือกได้มากกว่า 60 แพ็กเกจ ซึ่งถ้าใครที่อยากรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษที่นี่ก็มี Moroccan Hammam โปรแกรมที่เริ่มด้วยการทำความสะอาดล้ำลึกด้วยสบู่ดำบริสุทธิ์ ชำระล้างและขจัดสิ่งสกปรกบนผิว ผลัดเซลล์ผิวทั่วเรือนร่างด้วยถุงมือเคสซา จากนั้นมอบความชุ่มชื่นหรูหราด้วยน้ำมันอาร์แกน แล้วค่อยไปเลือกโปรแกรมนวดผ่อนคลายที่ชอบต่อก็ยังได้

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-23.00 น.
Address: Centara Grand at CentralWorld Bangkok
Website: https://www.spacenvaree.com/
แวะมาสปาผิวหน้าให้สวยฉ่ำในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยากันบ้าง ที่ The Peninsula Spa ซึ่งจุดเด่นของโปรแกรมที่นี่คือ Margy’s Facial Treatments จากแบรนด์ระดับโลก ส่งตรงจากมอนติ-คาร์โล ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Illuminating Facial (60 นาที) ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เผยความเปล่งปลั่ง หรือจะเป็น Firming Collagen Facial (60 นาที) บูสต์คอลลาเจนให้ผิวอิ่มเอิบอ่อนเยาว์ และอีกมากมายที่ชวนลองทั้งนั้น

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.
Address: The Peninsula Bangkok Hotel
Website: https://www.peninsula.com/
มาที่นี่ไม่ลองออนเซนคงเหมือนมาไม่ถึง ที่ Yunomori Onsen ให้บริการออนเซนแบบญี่ปุ่นแท้และยังเปิดบริการเป็นแห่งแรกในประเทศไทย มีบ่อออนเซนให้เลือกแช่ถึง 6 ประเภท หลังแช่ตัวแล้วร่างกายจะยืดผ่อนคลายเต็มที่ เหมาะไปนวดต่อกับโปรแกรมที่ใช่ ซึ่งที่นี่ก็มีทั้งนวดไทย นวดอโรมา นวดประคบสมุนไพร และนวดสครับผิว ครบจบกลับบ้านหลับสบายแน่นอน

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-24.00 น.
Address: A Square 120/5 ซอยสุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ
Website: https://www.yunomorionsen.com/sukhumvit/
Facebook: https://www.facebook.com/YunomoriOnsen
Instagram: https://www.instagram.com/yunomori_onsen/
ถ้ากำลังมองหาสปาย่านสาทร ลองแวะมาที่สปาหรูอย่าง Banyan Tree Spa แล้วนึกไม่ออกจะทำทรีตเมนต์ตัวไหน ให้ลองเป็น Master Therapist Experience (90 นาที) ที่ทางเทอราปิสต์จะออกแบบทรีตเมนต์แบบ Personalized 1:1 ให้ตามความต้องการได้เลย

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
Address: Banyan Tree Bangkok
Website: www.banyantree.com/thailand/bangkok
สปาหรูภายในโรงแรม Rosewood Bangkok ที่ครบครันกับทรีตเมนต์แบบจัดเต็มตั้งแต่หัวจรดเท้า และยังมีโปรแกรมสำหรับคุณผู้ชายอีกด้วย สำหรับใครที่เดินทางมาเหนื่อยๆ ที่นี่ก็มีโปรแกรม Jet Lag Massage (90 นาที) ที่ช่วยบรรเทาความเมื่อยล้าทั่วร่าง โดยจะเป็นการใช้น้ำมันนวดกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต คลายกล้ามเนื้อ ใครที่มีแพลนจะต้องนั่งเครื่องนานหลายชั่วโมงก็สามารถมารับบริการนี้ก่อนเดินทางได้เช่นกัน

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
Address: Rosewood Bangkok Hotel
Website: https://www.rosewoodhotels.com/en/bangkok/accommodation
สปาที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดของการเป็นมากกว่าสปาด้วยความเชื่อในเรื่องของพลัง Chi/Qi (ชี่) หรือความสมดุลของจิตวิญญาณภายใน สำหรับใครที่ชอบนวดสไตล์ไทยๆ แนะนำให้ลอง Paradise of Siam (120 นาที) โปรแกรมรีทรีตที่ผสมผสานการใช้สมุนไพรและศาสตร์การนวดแบบไทยเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีการอบไอน้ำสมุนไพรเพื่อเปิดรูขุมขน ตามด้วยการนวดกดจุด และประคบด้วยสมุนไพรปิดท้าย

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: Shangri-La Bangkok Hotel
Website: www.shangri-la.com/bangkok
หากคุณเป็นแฟนแบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทยอย่าง THANN อยู่แล้วต้องไม่พลาดที่จะแวะไปสัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลายที่ THANN Sanctuary Spa ซึ่งสาขาใหม่ล่าสุดก็ได้ปักหลักอยู่ที่ Chatrium Grand Bangkok Hotel นอกจากโปรแกรมทรีตเมนต์ที่ครอบคลุมแล้ว ที่นี่ยังมี Wellness Zone ที่มาพร้อม Salt Therapy Room, Oxygen Room และ Aromatherapy Steam Room ช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมอีกด้วย

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
Address: Chatrium Grand Bangkok Hotel
Website: www.thannsanctuaryspa.info
อีกหนึ่งสปาแบรนด์เครื่องหอมที่น่าลองอย่าง HARNN Heritage Spa ที่มุ่งเน้นในเรื่องการฟื้นฟูสมดุลของร่างกายและจิตใจ ซึ่งทรีตเมนต์ของที่นี่ถูกตั้งด้วยชื่อแลนด์มาร์กต่างๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Sukhothai Passage, Lumpini Body Brilliance, Pranakorn Therapy: Traditional Thai Massage และอีกมากมาย ใครที่อยากรู้ว่าแต่ละเขตแต่ละเมืองจะมอบความผ่อนคลายในรูปแบบใดบ้างต้องแวะไปลองดูสักครั้ง

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น.
Address: Central Tower, 12M Floor, CentralWorld
Website: https://hhspa.harnn.com/
Instagram: https://www.instagram.com/harnnwellnessandhospitality/
วันไหนอยากเน้นนวดแผนไทยในราคาน่ารักเข้าถึงง่าย คงต้องแวะเข้า Health Land สปาที่เลื่องชื่อในเรื่องการนวดแผนไทยและยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติอย่างล้นหลาม บรรยากาศในสปามีความสบายผ่อนคลาย พร้อมกลิ่นหอมของสมุนไพรอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญคือมี 8 สาขาให้เลือกได้ตามสะดวก

Open: เช็กเวลาทำการของแต่ละสาขาได้ทางเว็บไซต์ Health Land
Address: เช็กสาขาได้ทางเว็บไซต์ Health Land
Website: www.healthlandspa.com
Instagram: https://www.instagram.com/healthland.official/
สปาตกแต่งสไตล์สวนดอกไม้อังกฤษที่เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ถ้ามาแล้วนึกไม่ออกว่าจะลองโปรแกรมไหน แนะนำเป็น Siam Blended Massage ที่มีการผสมผสานเทคนิคการนวดทั้ง 4 แบบ ทั้งไทย, สวีดิช, ชิอัตสึ และโลมีโลมีจากฮาวาย จัดเต็มกับความผ่อนคลาย พร้อมมอบความรู้สึกตัวเบาหลังจบโปรแกรม เหมือนได้แวะมาชาร์จแบตก่อนลุยงานต่อ

Open: ทุกวัน 10.00-22.00 น.
Address: Wyndham Bangkok Queen Convention Center
Website: https://www.siamesewellness.co.th/
กดลิฟต์มาชั้น 9 ของโรงแรม Sofitel Bangkok Sukhumvit ก็จะพบกับ Sofitel SPA with L’Occitane สปาในกรุงเทพฯ แห่งแรกที่ผสมผสานศาสตร์การนวดของฝรั่งเศส-เมดิเตอร์เรเนียน เข้ากับศาสตร์การนวดของไทย และแน่นอนว่าใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก L’Occitane อีกจุดเด่นที่ทำให้ทรีตเมนต์ของที่นี่แตกต่าง ในส่วนของโปรแกรมก็มีให้เลือกครบจบตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นกัน

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
Address: Sofitel Bangkok Sukhumvit
Website: https://www.sofitel-bangkok-sukhumvit.com
ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์, Courtesy of the Brand
The post 30 สปาที่น่าแวะไปนวดผ่อนคลายตลอดปี 2024 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ขอแสดงความยินดีแก่คนโรงแรมทุกท่านและที่พักทุกแห่งที่ติด […]
The post สรุปรางวัล World’s 50 Best Hotels 2023 มี 4 โรงแรมจากไทยติดลิสต์ 50 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ขอแสดงความยินดีแก่คนโรงแรมทุกท่านและที่พักทุกแห่งที่ติดอันดับ
ครั้งแรกของเวทีประกาศรางวัล 50 Best ที่เพิ่มหมวดหมู่ใหม่จากร้านอาหารและบาร์ มาเป็นการจัดลำดับโรงแรมและรีสอร์ตที่ดีที่สุดในโลก กับ The World’s 50 Best Hotels 2023 ที่เพิ่งประกาศผลไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงลอนดอน ซึ่งผลปรากฏว่า ‘Passalacqua’ ที่พักหรูจากเมืองมอลทราซิโอ ประเทศอิตาลี คว้าอันดับ 1 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2023 ไปครอง ส่วนอันดับอื่น ได้แก่
อันดับ 2 Rosewood Hong Kong, ฮ่องกง
อันดับ 3 Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River, กรุงเทพมหานคร
อันดับ 4 The Upper House, ฮ่องกง
อันดับ 5 Aman Tokyo, โตเกียว
สำหรับประเทศไทยมีติดลิสต์ทั้งหมด 4 อันดับ ได้แก่
ส่วนรางวัลพิเศษ 6 รางวัล และลิสต์ทั้งหมดของ World’s 50 Best Hotels 2023 จะมีที่ใดบ้างนั้นตามไปดูได้ที่: www.theworlds50best.com/stories/News/the-worlds-50-best-hotels-2023-list-in-pictures.html
ภาพ: Shutterstock
The post สรุปรางวัล World’s 50 Best Hotels 2023 มี 4 โรงแรมจากไทยติดลิสต์ 50 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวเราก็ผ่านพ้นปี 2023 มาครึ่งปีแล้ว หลายคนอา […]
The post หนีเบิร์นเอาต์ในครึ่งปีแรกมา Staycation พักใจ ปรนเปรอตัวเองที่วิลล่า Capella Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวเราก็ผ่านพ้นปี 2023 มาครึ่งปีแล้ว หลายคนอาจต้องเผชิญกับความเบิร์นเอาต์จากภาระหน้าที่การงานกันมาไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่าการให้รางวัลตัวเองเป็นครั้งคราวสามารถช่วยฮีลใจและเสริมกำลังให้พร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในทุกวันได้ หากการเปลี่ยนบรรยากาศไป Staycation แบบกินหรูอยู่ดีเป็นหนึ่งในชอยส์ที่มองหา เราอยากแนะนำให้แวะมาเช็กอินวิลล่าสุดหรูติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โรงแรม Capella Bangkok

เป็นที่รู้กันว่า Capella Bangkok เป็นโรงแรมที่เลื่องชื่อในเรื่องบรรยากาศโดยแท้ ด้วยทำเลติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาประหนึ่งโอเอซิสกลางเมือง รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวที่ให้ความร่มรื่น ครบครันด้วยห้องอาหารหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Côte ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว ที่ได้แรงบันดาลใจจากดินแดนริเวียร่า, Stella ให้ไปนั่งฟังแจ๊สจิบดริงก์เพลินๆ, ลิ้มรสตำรับความอร่อยแบบไทยๆ ที่ห้องอาหารพระนคร หรือถ้าต้องการทำทรีตเมนต์ผ่อนคลายก็แค่เดินไปที่ Auriga Wellness ซึ่งอยู่ชั้นเดียวกันกับวิลล่าแห่งนี้

เพียงเปิดประตูเข้าสู่วิลล่าก็สัมผัสได้ถึงสุนทรียะที่จะได้รับแบบเต็มอิ่มด้วยห้องที่กว้างขวางขนาด 259 ตารางเมตร ที่มีห้องนั่งเล่น โต๊ะยาวสำหรับรับประทานอาหาร ทอดสายตาต่อไปอีกนิดก็จะเห็นสวนส่วนตัวและศาลาริมน้ำที่เป็นจุดชมวิวแม่น้ำพระเจ้ายาที่ใกล้แค่เอื้อม


ใครอยากจะลงไปแช่ตัวในจากุซซีก็สามารถเดินทะลุจากโซนห้องนั่งเล่นได้เช่นกัน

ด้วยความที่เป็นวิลล่าส่วนตัว บรรยากาศรอบข้างจึงมีเพียงความสงบและสายลมที่พัดมาเบาๆ เป็นระยะ แค่ได้นั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือ เปิดเพลย์ลิสต์ที่ชอบ พลางชมวิวแม่น้ำตรงหน้า ก็ช่วยให้คลายความล้าไปได้เยอะ

สำหรับโซนห้องนอนนั้นมาพร้อมกับเตียงขนาด King Size ติดกับ Walk-in Closet และห้องน้ำหินอ่อนที่ตกแต่งอย่างหรูหรา เหมาะกับการแช่ตัวจิบดริงก์ผ่อนคลายปรับมู้ดก่อนเข้านอน

นอกจากจะเหมาะกับการมา Staycation แล้ว วิลล่าแห่งนี้ยังถือเป็นเดสทิเนชันที่เหมาะสำหรับการมาค้างแรมเฉลิมฉลองในแต่ละเทศกาลเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงท้ายปีที่ Booking เต็มตลอด เรียกว่าใครที่อยากดื่มด่ำกับประสบการณ์แห่งการพักผ่อนเหนือระดับในโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่นี่คือตอบโจทย์

ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์
Location: 300, 2 Charoen Krung Rd., Yan Nawa, Sathon, Bangkok 10120
Budget: ห้องพักวิลล่าราคาเริ่มที่ 82,800++ บาทต่อคืน รวมอาหารเช้า (โปรโมชัน Staycation รับเครดิตเพิ่ม 15,000 บาทสุทธิ)
Facebook: https://web.facebook.com/CapellaBangkok
Instagram: https://www.instagram.com/capellabangkok
Website: https://capellahotels.com/th/capella-bangkok
Map: https://goo.gl/maps/mUKEZeNeqM3vHghs8
The post หนีเบิร์นเอาต์ในครึ่งปีแรกมา Staycation พักใจ ปรนเปรอตัวเองที่วิลล่า Capella Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>
บาร์ค็อกเทลริมแม่น้ำที่เราชวนทุกคนไปนั่งดื่มคืนนี้ก็คือ […]
The post Stella บาร์ค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวีรสตรีในวงการบาร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
บาร์ค็อกเทลริมแม่น้ำที่เราชวนทุกคนไปนั่งดื่มคืนนี้ก็คือที่นี่ ‘Stella’ บาร์ค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวีรสตรีหญิงในประวัติศาสตร์โลก ตกแต่งสไตล์อาร์ตเดโค และมาพร้อมความเรียบหรู โรแมนติก แถมตอนนี้มีอะไรใหม่ๆ น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเยอะเลย
ทั้งบาร์เมเนเจอร์คนใหม่ สอง เติบศิริ ที่ทุกคนจะได้พบ ซึ่งเขาเป็นผู้ครีเอตเมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์ใหม่ทั้งเล่มให้ Stella และเราเชื่อว่าทันทีที่ทุกคนได้เห็น จะต้องอยากกลับไปนั่งจิบเครื่องดื่มที่บาร์นี้กันแน่นอน

Stella เปิดอยู่ในโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ ย่านเจริญกรุง ซ่อนอยู่ลึกสุดทางเบื้องหลังประตูไม้ แต่ด้านในกลับเต็มไปด้วยการตกแต่งที่ชูความสวยงาม ผสมความเข้มแข็ง ทั้งมุมเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อน โซนที่นั่งส่วนตัวกลิ่นอายเอเชียผสมยุโรป และการเน้นใช้โทนสีดำ ทว่ามีนกยูงสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ยืนสง่าอยู่ตรงกลางบาร์

ค็อกเทลซีรีส์ใหม่รอบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘ฮีโร่หญิงในวงการค็อกเทล’ แต่ละแก้วรังสรรค์โดย สอง เติบศิริ บาร์เมเนเจอร์คนปัจจุบัน ที่มีประสบการณ์ในวงการมาไม่น้อย ตั้งแต่ในประเทศออสเตรเลีย จนกลับมากรุงเทพฯ โดยแต่ละแก้วเขาทวิสต์มาจากเมนูคลาสสิก เกิดเป็นซิกเนเจอร์ค็อกเทล 12 แก้ว ที่ดึงรสชาติมาจากคาแรกเตอร์ของผู้หญิงแต่ละคน
เริ่มจาก Ada Coleman ผู้หญิงคนแรกที่ได้เป็นเฮดบาร์เทนเดอร์แห่ง American Bar อันโด่งดังในโรงแรมซาวอย เธอเป็นผู้ใ้ห้กำเนิดค็อกเทล Hanky Panky ที่ทวิสต์มาจากมาร์ตินีอีกที สองจึงนำมาทวิสต์ใหม่เป็นเมนูอย่าง ‘By Jove (480 บาท)’ ที่ทวิสต์มาจากมาร์ตินีเช่นกัน โดยเป็นค็อกเทลจินเบส ผสมไซรัปดอกไม้และบิทเทอร์แตงกวา
และถ้าใครอยากลอง Hanky Panky ของจริง ก็สามารถสั่งได้

Maria Dolores Boadas เป็นลูกสาวเจ้าของบาร์เก่าแก่ที่สุดในบาร์เซโลนา และถูกยกย่องให้เป็นบาร์เทนเดอร์หญิงฝีมือดีที่สุดคนหนึ่ง เพราะเทคนิคการเทค็อกเทล (Throwing Cocktails) ของเธอโดดเด่นและทำให้เครื่องดื่มมีเอกลักษณ์มาก ซึ่งเราชอบเมนู ‘Boadas (480 บาท)’ ที่ใช้เทคนิคเดียวกัน เป็นค็อกเทลเบสรัม ผสมยูซุลิเคียว สาเก และข้าวหอมมะลิ
เชื่อกันว่า Rita Hayworth คือนักแสดงหญิงชาวอเมริกันผู้เป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังค็อกเทลมาร์การิตาที่คนทั่วโลกชื่นชอบ โดยบาร์เทนเดอร์คนหนึ่งในเม็กซิโกตั้งชื่อตามชื่อจริงของเธอ สองจึงนำมาทวิสต์ใหม่ให้กลายเป็นค็อกเทลโทนสดชื่นและหนักแน่น ‘Tijuana’s Tale (480 บาท)’ ที่ใช้เบสเตกีลาและเมสคัล
สุดท้าย Joy Perrine บาร์เทนเดอร์หญิงชาวอเมริกัน เจ้าของฉายา The Bad Girl of Bourbon เพราะเธอเชี่ยวชาญด้านเบอร์เบิน และใช้เบอร์เบินพรีเมียมในการทำค็อกเทลได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งแก้วที่เราชอบสุดอยู่ในหน้านี้ ‘American Fashioned (520 บาท)’ ที่ทวิสต์มาจากโอลด์แฟชั่น สองได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการกินสเต๊กของชาวอเมริกัน จึงมีเนื้อมาให้กินคู่ค็อกเทลเบสเบอร์เบินผสมสโมกฮันนีบิทเทอร์และกลิ่นเนื้อรมควัน

จะให้เรียกว่านี่คือเวอร์ชันใหม่ของ Stella ก็คงได้ เพราะบาร์เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ที่คนชอบดื่มต้องมาลองด้วยตัวเอง แถมนอกจากค็อกเทลใหม่ทั้ง 12 แก้ว บาร์ก็ยังมีอาหารและของหวานสำหรับสั่งมากินแพริ่งค็อกเทลด้วย น่าสนใจดีเลยล่ะ
ถ้าใครอยากจิบรสชาติใหม่ๆ ในบรรยากาศใหม่ๆ ดูบ้าง เราอยากให้ลองแวะมาที่นี่ดู
Stella Cocktail Bar
Open: เปิดทุกวัน เวลา 18.00-23.45 น.
Address: ชั้นล็อบบี้ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ
Contact: Stella Bangkok
Budget: 1,000-2,000 บาท
Map:
The post Stella บาร์ค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวีรสตรีในวงการบาร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านไปแล้วเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (18 กุมภาพันธ์) สำหรับ […]
The post ชื่นมื่น! ภาพแถลงข่าวงานมงคลสมรส อนันดา เอเวอริงแฮม-ณิชชา ธนาลงกรณ์ “เหตุผลที่ทำให้เรามาถึงวันนี้คือความรัก” appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านไปแล้วเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (18 กุมภาพันธ์) สำหรับงานแถลงข่าวมงคลสมรสระหว่างนักแสดงหนุ่ม อนันดา เอเวอริงแฮม และดีไซเนอร์สาว ณัฐ-ณิชชา ธนาลงกรณ์ ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม Capella Bangkok ถนนเจริญกรุง ที่นอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ยังถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นพาร์ตใหม่ของชีวิตของคนทั้งคู่
ซึ่งการจัดงานแต่งงานในครั้งนี้ ทางฝั่ง ณัฐ ณิชชา เจ้าสาวได้กล่าวว่า “งานที่เกิดขึ้น เราไม่ได้เรียกว่างานแต่ง แต่อยากให้ทุกคนรับรู้ว่าเราอยากจะอยู่ด้วยกัน จัดงานที่รวมคนที่เรารักและรักเรา อยากมีเรื่องที่น่ารักนี้อยู่ในความทรงจำของพวกเรา”
ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงงานแต่งงานครั้งนี้ว่า เป็นงานที่ทุกคนร่วมใจช่วยกันทำ โดยมีแม่ใหญ่งานอย่าง อาร์ต อารยา คอยช่วยดูแลงานให้เป็นอย่างดี เป็นความตั้งใจทำทุกรายละเอียด ถึงแม้งานจะไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่ทุกคนจะรับรู้ได้ถึงความใส่ใจที่พวกเรามอบให้ โดยภายในงานจัดเป็น Sit-Down Dinner จำนวน 400 คน
ทางเจ้าสาวมีการพูดถึงชุดที่ถูกจัดทำขึ้นเป็นจำนวนทั้งสิ้น 10 ชุด จากเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังทั้งหลาย และในวันพรุ่งนี้มีการใช้ทั้งหมด 4 ชุด โดยในตอนเช้าเป็นชุดไทยของ ป้อม-ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ดีไซเนอร์ระดับตำนานของเมืองไทย และยังมี ใหม่ เมชมิวเซียม (MESHMUSEUM) รวมถึงชุดที่เจ้าสาวเป็นคนออกแบบขึ้นเอง ส่วนภาพถ่ายที่ใช้ในวันแต่งงานทั้งหมดมีคอนเซปต์การถ่ายภาพเหล่านี้มาจากช่างภาพมากฝีมือในวงการทั้งหมด 8 คน เป็นการดึงตัวตนของทั้งคู่มารวมกันอยู่ในภาพเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีในวันสำคัญ
ส่วนแหวนเพชรของทาง ณัฐ ณิชชา เป็นแหวนเพชรสีเขียว 3 กะรัตครึ่ง เรียกว่า Chameleon Diamond แหวนที่สามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่ออยู่ในที่มืดจะมีสีเขียวอมเทา และเมื่อโดนแสงจะกลายเป็นสีเหลืองส้ม ซึ่งเป็นกิมมิกน่ารักๆ ที่เข้ากับแฟชั่น และเข้ากับบุคลิกที่เป็นกันเองของเจ้าสาว ส่วนแหวนที่ทางอนันดาสวมใส่ก็ออกแบบโดยเจ้าสาว เป็นทองแกะสลักลายและมีชื่ออยู่ด้านใน
ปิดท้ายด้วยการพูดถึงการจัดงานแต่งอีกครั้งที่จังหวัดกระบี่ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทั้งคู่เป็นแฟนกันวันแรก นับเป็นวันดีที่จะได้เริ่มต้นวันแรกของชีวิตที่เหลือกับคู่ชีวิตที่ดี เหมือนกับประโยคที่บ่าวสาวได้กล่าวว่า “เหตุผลที่ทำให้เรามาถึงวันนี้ นั่นคือความรัก และหลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไร เราจะอยู่เคียงข้างเขาในยามสุขและทุกข์ตลอดไป”

The post ชื่นมื่น! ภาพแถลงข่าวงานมงคลสมรส อนันดา เอเวอริงแฮม-ณิชชา ธนาลงกรณ์ “เหตุผลที่ทำให้เรามาถึงวันนี้คือความรัก” appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากกินของทอดมันๆ และผัดวุ้นเส้นกับผ […]
The post กินเจแบบยั่งยืนและไม่จืด Capella ชวนทุกคนมาลิ้มลองเมนูพิเศษที่จะเสิร์ฟเฉพาะเทศกาลกินเจปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากกินของทอดมันๆ และผัดวุ้นเส้นกับผักต้มทุกวันแน่นอน มิฉะนั้นอาจเกิดอาการเบื่ออาหารจนเจแตกกันเสียก่อน และอาจด้วยเหตุนี้ ห้องอาหารพระนครในโรงแรมคาเพลลาจึงปล่อยเมนูพิเศษที่เน้นรสชาติแบบไทยๆ ให้ทุกคนไปนั่งชิมในบรรยากาศกินเจริมน้ำกันได้ตลอดเทศกาล 10 วัน
พระนครเป็นห้องอาหารไทยริมน้ำบรรยากาศดี มีที่นั่งให้เลือกทั้งกลางแจ้งและในห้องอาหาร ถ้าใครอยากกินเจในบรรยากาศพิเศษๆ เราอยากให้ลองแวะไปที่นี่ พร้อมชิมเมนูใหม่ที่เชฟกรรณิกา เฮดเชฟประจำพระนคร บอกว่า พวกเขาไม่ได้ใส่ใจแค่เรื่องรสชาติกับวัตถุดิบที่นำมาจากสวนของโรงแรมเท่านั้น แต่สำหรับเมนูเจปีนี้ พวกเขายังอยากโฟกัสเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ ด้วยการเลือกใช้โปรตีนจากพืช และไม่ใช้น้ำมันหรือคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ดีต่อสุขภาพด้วย
เมนูไฮไลต์ที่ทีมพระนครแนะนำ เช่น ยำส้มโอเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (280 บาท), เมี่ยงเจ (280 บาท) หรือ เต้าหู้ขาวซอสมะขาม (280 บาท) โดยเมนูมังสวิรัติจะเริ่มเสิร์ฟตั้งแต่วันนี้ – 4 ตุลาคมนี้เท่านั้น ทุกวัน เวลา 12.00-22.00 น.
สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่ Capella Bangkok หรือโทร. 0 2098 3888
The post กินเจแบบยั่งยืนและไม่จืด Capella ชวนทุกคนมาลิ้มลองเมนูพิเศษที่จะเสิร์ฟเฉพาะเทศกาลกินเจปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งหรูที่สุดในกรุงเทพฯ ที่เปิดอย […]
The post Côte ชวนสัมผัสดินเนอร์ที่มาพร้อมคราฟต์แชมเปญแพริ่งราคา 16,000 บาท คืนเดียวเท่านั้น 29 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งหรูที่สุดในกรุงเทพฯ ที่เปิดอยู่ในโรงแรมคาเพลลา ‘Côte (โค้ท)’ ซึ่งมีเชฟผู้อยู่เบื้องหลังคือ ‘เมาโร โคลาเกรคโค’ อีกหนึ่งเชฟฝีมือระดับต้นๆ ของโลก กำลังจะจัดมื้อพิเศษที่นักชิมจะมีโอกาสลิ้มลองเพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น ในดินเนอร์ ‘Tête de Cuvée Champagne Pairing Dinner’ ที่จะเต็มไปด้วยแชมเปญหาดื่มยากให้จิบคู่ไปกับอาหาร
ดินเนอร์จะเสิร์ฟในสไตล์คาท บลางฌ (Carte Blanche) จำนวน 9 คอร์สเช่นเดิม คือนักชิมจะไม่รู้เมนูล่วงหน้า ทว่ามื้อนี้อาจไม่ใช่แค่อาหารที่เป็นไฮไลต์ เพราะซอมเมอลิเยร์ประจำโรงแรมได้คัดเลือกคราฟต์แชมเปญ 8 ชนิด มาให้ทุกคนทำความรู้จักด้วย
“เนื่องจากแชมเปญแต่ละชนิดที่ผมเลือกมาล้วนแต่หาดื่มยากในประเทศไทย หรือแม้กระทั่งในต่างประเทศ ผมจึงต้องการให้ทุกท่านได้สัมผัสรสชาติอันน่าหลงใหลของแชมเปญ ซึ่งผมได้ตั้งใจเลือกอย่างดี เพื่อจับคู่ผสมผสานรสชาติอันประณีตผ่านมื้ออาหารที่น่าจดจำ” หัวหน้าซอมเมอลิเยร์ เจย์-ธนากร บอทอร์ฟ กล่าว
ดินเนอร์สุดพิเศษนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2565 ณ Côte by Mauro Colagreco โดยอาหาร 9 คอร์ส ราคา 6,500++ บาท และแชมเปญแพริ่ง ราคา 16,000++ บาท (ราคาเฉพาะเครื่องดื่ม) แนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้า สอบถามหรือสำรองที่นั่งโทร. 0 2098 3818 หรือ 0 2098 3888
The post Côte ชวนสัมผัสดินเนอร์ที่มาพร้อมคราฟต์แชมเปญแพริ่งราคา 16,000 บาท คืนเดียวเท่านั้น 29 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าใครชอบเสาะหาขนมเมนูพิเศษที่ไม่เหมือนใครมาชิม หรือซื้ […]
The post Lunar Rabbit Cake เค้กลิมิเต็ดจากโรงแรมคาเพลลา เปิดให้สั่งถึงสิ้นเดือน ก.ย. นี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าใครชอบเสาะหาขนมเมนูพิเศษที่ไม่เหมือนใครมาชิม หรือซื้อไปฝากใครสักคน เรามีเมนูเค้กสุดลิมิเต็ดจากโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ มาแนะนำให้ลอง เพราะเมนูนี้จะเปิดให้สั่งได้เฉพาะช่วงเทศกาลในเดือนกันยายนนี้เท่านั้น อีกทั้งยังเป็นเมนูรังสรรค์โดยเชฟขนมมือดีประจำโรงแรมอีกด้วย
เมนูที่ว่าคือ ลูน่า แรบบิทเค้ก (Lunar Rabbit Cake) เค้กกระต่ายที่เชฟชาวฝรั่งเศสประจำโรงแรมคาเพลลาได้แรงบันดาลใจมาจากเทศกาลและเรื่องเล่าในวันไหว้พระจันทร์ของชาวจีน เชฟจึงรังสรรค์ขนมออกมาเป็นเค้กหลายเลเยอร์ที่ด้านนอกเคลือบด้วยราสป์เบอร์รีสีแดงสด แต่หากผ่าดูด้านในจะเจอกับชั้นเค้กหลายรสชาติ ได้แก่ วานิลลา พีช เลมอน และมัทฉะ
ลูน่า แรบบิทเค้ก จะเปิดให้สั่งถึงวันที่ 30 กันยายนนี้เท่านั้น ในราคา 1,888++ บาท และจำกัดเพียง 50 ชิ้น โดยเค้กจะทำใหม่ตามออร์เดอร์ จึงใช้เวลา 3 วันหลังจากสั่งแล้ว หากใครอยากลองชิมหรือซื้อไปฝากคนพิเศษ สามารถติดต่อหรือสอบถามได้ที่ โทร. 0 2098 3888 หรืออีเมล [email protected]
The post Lunar Rabbit Cake เค้กลิมิเต็ดจากโรงแรมคาเพลลา เปิดให้สั่งถึงสิ้นเดือน ก.ย. นี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
วนกลับมาเจอกันทุกปีกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งแน่นอนว่า […]
The post รวม 10 ขนมไหว้พระจันทร์ปี 2565 จากหลายโรงแรมดังที่พร้อมประชันความแปลกใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วนกลับมาเจอกันทุกปีกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนจะพลาดไปไม่ได้เลยก็ต้องเป็น ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ที่หลายคนตั้งตารอเจ้าประจำเพื่อจะซื้อกลับไปฝากคนที่นึกถึง แต่นอกจากรสชาติและความคลาสสิกที่คุ้นเคยกันแล้ว ปีนี้เชื่อว่าหลายคนต้องอยากได้ความแปลกใหม่ที่จะทำให้เทศกาลนี้ไม่จำเจ
เราเลยมีขนมไว้พระจันทร์จาก 10 โรงแรมดังทั่วกรุงเทพฯ มาแนะนำ เพราะในทุกปีดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่าเฝ้ารอว่าใครจะทำอะไรแปลกใหม่มานำเสนอบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติ หรือแพ็กเกจ ที่ไม่มีใครยอมใคร
เพราะฉะนั้นรีบมาดูกันเลยดีกว่าว่าในปีนี้จะมีที่ไหนน่าสนใจ ถูกใจจนอยากซื้อไปมอบเป็นของขวัญให้คนอื่นๆ บ้าง

โรงแรม Mandarin Oriental นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับของโรงแรมทั้ง 4 รสชาติ ได้แก่ คัสตาร์ด, ลูกบัวจีนรสเค็มและไข่แดง, ทุเรียนและไข่แดง และไส้น้ำผึ้งออร์แกนิกจากลูกหม่อน ซึ่งเป็นรสชาติพิเศษประจำปีนี้
โดยทั้งหมดบรรจุมาในกล่องสีแดงสุดคลาสสิก และทำสดใหม่ทุกวันเช่มเดิม กล่องหนึ่งทุกคนสามารถเลือกรสชาติได้เองทั้งหมด 8 ชิ้น ในราคา 888 บาท สามารถซื้อได้ที่ห้องอาหารจีน The China House และ The Mandarin Oriental Shops หรือโทร. 0 2659 9000 เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 กันยายน 2565

ขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรม W มาพร้อมสีสันแสบตากว่าใคร และแปลกใหม่จนมองข้ามไม่ได้ โดยมีให้เลือกถึง 4 รสชาติด้วยกัน คือ บานอฟฟี่, แบล็กเบอร์รี ชีสเค้ก, พีนัท คาราเมล และยูซุ จัสมิน แถมทุกคนยังเลือกได้อีกว่าจะรับเป็นผิวหิมะ หรืออบสูตรดั้งเดิม
ขนมบรรจุมาในกล่องอะคริลิกสีเขียวธีม ‘Illuminating Tiger’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแสงไฟบนตึกสูงในย่านสาทรยามสะท้อนกับแสงจันทร์ โดยกล่องหนึ่งจะประกอบไปด้วยขนม 4 ชิ้น ในราคา 899 บาท หากเลือกแบบผิวหิมะ และราคา 999 บาท หากเลือกอบสไตล์ดั้งเดิม
สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทาง W Bangkok จนถึง 11 กันยายนนี้เท่านั้น

ปีนี้โรงแรม Marriott Marquis Queen’s Park มีขนมไหว้พระจันทร์ไส้พิเศษมาให้ชิม โดยเป็นการทำงานร่วมกับ ‘อรักษ’ ไร่ชาออร์แกนิกในจังหวัดเชียงใหม่ จนเกิดเป็นขนม ‘ไส้ชาเอิร์ลเกรย์อรักษและแมคาเดเมียกับส้ม’ ที่เป็นการนำส่วนผสมของชาและน้ำมันเบอร์กาม็อตไปผสมกับเปลือกส้มจีนแห้ง
ทว่าโรงแรมก็ยังมีขนมไหว้พระจันทร์สูตรซิกเนเจอร์ให้ส่ังด้วย เช่น ไส้คัสตาร์ดวานิลลากับไข่แดง, ไส้ช็อกโกแลตมอลต์โรเชร์ หรือไส้เม็ดบัวและแมคาเดเมีย
ขนมจะมาในกล่องสุดหรูที่ดีไซน์มาเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ คือ THE CLASSIC BOX กล่องสีแดง ราคาเริ่มต้น 999 บาทต่อกล่อง และ THE MARQUIS BOX กล่องสีทอง ราคาเริ่มต้นที่ 1,888 บาทต่อกล่อง สามารถซื้อได้ที่ห้องอาหารจีน Pagoda หรือโทร. 0 2059 5999

ขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับจากห้องอาหารจีน Liu โรงแรมคอนราด จะมีทั้งหมด 4 รสชาติ ได้แก่ ธัญพืช, เม็ดบัว, คัสตาร์ด และทุเรียน ซึ่งในปีนี้บรรจุมาในธีมกล่องเครื่องประดับสีแดงสุดเรียบหรู น่าหิ้วไปฝากคนที่นึกถึง ซึ่งจะมีให้เลือก 2 ขนาดด้วยกัน คือ 4 ชิ้น ราคา 988 บาท และ 8 ชิ้น 1,588 บาท
แต่หากเลือกเป็นกล่องพรีเมียม ราคาจะเริ่มต้นที่ 4 ชิ้น 888 บาท และ 8 ชิ้น 1,388 บาท สามารถซื้อได้ที่ Conrad Bangkok หรือโทร. 0 2690 9999

ขนมไหว้พระจันทร์ของโรงแรมอนันตราปีนี้มาในกล่องออกแบบพิเศษเป็นรูปทรงหนังสือ และมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ คือ Platinum Moon Box, Golden Moon Box และ Blue Moon Box แต่ละกล่องจะบรรจุขนมไว้ 5 รสชาติ ได้แก่ ไส้ทุเรียนไข่เดี่ยว, ไส้เม็ดบัวไข่เดี่ยว, ไส้พุทราไข่เดี่ยว รวมไปถึงไส้พิเศษอย่างไส้ช็อกโกแลตบราวนี่ และไส้ครีมคัสตาร์ด
สำหรับราคา เริ่มจาก Golden Moon Box บรรจุขนม 6 ชิ้น 1,288 บาท ส่วน Blue Moon Box และ Platinum Moon Box บรรจุขนม 4 ชิ้น ราคา 988 และ 1,588 บาทตามลำดับ สามารถซื้อได้ที่ Anantara Siam Bangkok หรือโทร. 0 2126 8866

หลังจากปีที่แล้วยกพระจันทร์ทั้งดวงมาให้ทุกคน ปีนี้โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กลับมาพร้อมขนมไหว้พระจันทร์ในกล่องไม้ธีมกระต่ายบนดวงจันทร์ ซึ่งนอกจากเป็นการบอกเล่าตำนานผ่านการดีไซน์แล้ว รูปลักษณ์สุดมินิมัลก็ชวนให้อยากมอบเป็นของขวัญแก่ใครสักคนเช่นกัน
นอกจากนี้ขนมทุกรสชาติโรงแรมก็ทำร่วมกับเชฟชาวฮ่องกง จัสติน ตัน มีให้เลือก 4 ไส้ ได้แก่ ช็อกโกแลตส้มโมจิ, ทุเรียนไข่แดง, เผือกหมูหยอง และใบเตยโมจิไข่แดง สำหรับราคา 2,488 บาทต่อกล่อง สามารถซื้อได้ที่ Kimpton Maa-Lai Bangkok หรือโทร. 0 2056 9999

ขนมไหว้พระจันทร์ในตำนานที่หากไม่พูดถึงคงไม่ได้ โดยในปีนี้โรงแรม Peninsula ก็ยังคงทำขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดออร์แกนิก บรรจุมาในกล่อง 8 เหลี่ยมสีแดงเตรียมไว้ให้ทุกคนเช่นเดิม นับว่าเป็นความคลาสสิกที่ไม่มีใครอยากให้หายไปไหน
ขนมจะมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือขนมไหว้พระจันทร์ธรรมดา 8 ชิ้น ราคา 988 บาท และขนมไหว้พระจันทร์รูปหัวใจ 8 ชิ้น 1,088 บาท สามารถซื้อได้ที่ Siam Paragon ชั้น G หรือสั่งซื้อได้ที่ The Peninsula Bangkok หรือโทร. 0 2020 2888

โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ มาพร้อมขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ได้แก่ คัสตาร์ดครีม, คัสตาร์ดมะพร้าวใบเตย, ส้มยูซุและถั่วแมคาเดเมีย และรสแปดเซียน อีกทั้งมี 2 รสชาติดั้งเดิมที่หลายคนชอบอย่างทุเรียนและไข่ กับลูกบัวหอมและไข่ด้วย
ขนมบรรจุมาในกล่องของขวัญตกแต่งลวดลายสีส้ม มีให้เลือกทั้งขนาด 4 ชิ้น 988 บาท และ 8 ชิ้น 1,888 บาท สามารถซื้อได้ที่ Erawan Bakery หรือโทร. 0 2254 1234

โรงแรมดุสิตธานีฉลองเทศกาลนี้ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ที่มีให้เลือกถึง 8 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียน, เม็ดบัว, คัสตาร์ด, โหงวยิ้ง, งาดำ, พุทราจีน และอีก 2 รสชาติพิเศษในปีนี้ คือ มะม่วงผสมเนื้อมะพร้าว และแมคาเดเมียคาราเมล
ทุกคนสามารถเลือกซื้อขนมได้เป็นชิ้น หรือหากต้องการบรรจุในกล่องดีไซน์พิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหีบสมบัติจีนโบราณ แนะนำให้เลือกซื้อ 2, 4 หรือ 8 ชิ้น โดยราคาชิ้นละ 185 บาท สำหรับไส้ปกติ และ 222 บาท สำหรับไส้พิเศษ สามารถซื้อได้ที่โรงแรมในเครือดุสิตธานีทุกแห่ง เช่น Baan Dusit Thani, ASAI Bangkok Chinatown หรือห้องอาหารดุสิตกูร์เม่ต์ ของโรงแรมดุสิต สวีท ราชดำริ หรือโทร. 09 2451 6128

คาเพลลามาพร้อมขนมไหว้พระจันทร์สุดลิมิเต็ดที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาและย่านเจริญกรุง จึงออกมาเป็นขนม 2 รสชาติร่วมสมัย คือ ทุเรียนและชีสกามองแบร์ กับชามะลิและเสาวรส และอีก 1 รสชาติคลาสสิก คือ เมล็ดบัวและไข่แดง
ขนมทั้งหมด 6 ชิ้นจะมาในกล่องสไตล์วินเทจและจับคู่กับชาขาวออร์แกนิก Silver Needle มาให้จิบคู่กัน โดยทั้งหมดนี้ราคา 1,688 บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่ Capella Bangkok หรือโทร. 0 2098 3814 และ 0 2098 3888
The post รวม 10 ขนมไหว้พระจันทร์ปี 2565 จากหลายโรงแรมดังที่พร้อมประชันความแปลกใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครที่เป็นแฟนร้านอาหาร Côte by Mauro Colagreco (โค้ต บา […]
The post Côte by Mauro Colagreco ต้อนรับเชฟผู้บุกเบิก เมาโร โคลาเกรโค กับดินเนอร์พิเศษ 4 รอบเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครที่เป็นแฟนร้านอาหาร Côte by Mauro Colagreco (โค้ต บาย เมาโร โคลาเกรโค) ของโรงแรม Capella Bangkok สิ้นเดือนนี้ทางร้านมีข่าวดีมาฝาก เพราะเชฟผู้บุกเบิก เมาโร โคราเกรคโค เตรียมเดินทางมาที่ประเทศไทยพร้อมจัดดินเนอร์มื้อพิเศษระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2565 เท่านั้น
Côte by Mauro Colagreco (โค้ต บาย เมาโร โคลาเกรโค) คือร้านอาหารฝรั่งเศส-อิตาเลียนสไตล์ริเวียราที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงกลางปี 2563 พร้อมการเปิดตัวของโรงแรม Capella Bangkok ซึ่งอาหารของที่นี่ถูกรังสรรค์โดย เชฟเมาโร โคลาเกรโค (Mauro Colagreco) เชฟชาวอาร์เจนตินา แห่งร้านอาหาร Mirazur (มิราซูร์) เมืองมองตง ประเทศฝรั่งเศส ร้านอาหารดีกรี 3 ดาวมิชลิน และเคยได้รับรางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019 จากเวที World’s 50 Best Restaurants โดยสำหรับที่กรุงเทพฯ นั้น ทางร้านได้ลูกศิษย์ของเชฟเมาโรอย่าง เชฟดาวิเด การาวาเกลีย (Davide Garavaglia) มายืนเป็นหลักจนปัจจุบันนี้ Côte by Mauro Colagreco ได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดวงจากมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อย
บทความที่เกี่ยวข้อง
ด้วยความที่โรงแรมและร้านอาหารเปิดตัวท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่เชฟเมาโรจะมีโอกาสได้เดินทางมาทำอาหารที่กรุงเทพฯ โดยครั้งนี้ทั้งเชฟเมาโรและเชฟดาวิเดก็ได้ออกแบบเมนูในคอนเซปต์ Riviera to the River หรือจะเรียกว่ายกริเวียรามาไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ได้ ผ่านการออกแบบแต่ละจานให้คงรสชาติต้นตำหรับเมดิเตอร์เรเนียนโดยผสมผสานวัตถุดิบไทยๆ ลงไปด้วย ออกมาเป็น 9 คอร์สเมนู
ที่สำคัญดินเนอร์นี้เปิดทั้งหมด 4 รอบเท่านั้น ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน รอบเวลา 18.00-22.00 น. และอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม รอบเวลา 12.00-14.00 น. ราคาคนละ 12,000 บาท ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดและจองที่นั่งกันได้ที่ https://www.facebook.com/cote.bangkok
ภาพ: Courtesy of the Restaurant
The post Côte by Mauro Colagreco ต้อนรับเชฟผู้บุกเบิก เมาโร โคลาเกรโค กับดินเนอร์พิเศษ 4 รอบเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
บรันช์ในกรุงเทพฯ มีหลายที่ และหลายคนมักจะถูกตัดก […]
The post ซีฟู้ดซันเดย์บรันช์ ฟัวกราส์ไม่จำกัด และอาหารไทยเลิศรสริมน้ำเจ้าพระยา ที่ Capella Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>

บรันช์ในกรุงเทพฯ มีหลายที่ และหลายคนมักจะถูกตัดกำลังจากสารพัดของกินเล่นในไลน์อาหาร แต่ไม่ใช่สำหรับซันเดย์บรันช์ที่ห้องอาหารพระนคร โรงแรม Capella Bangkok เพราะไม่พูดพร่ำทำเพลง เชิญชวนให้เราหยิบล็อบสเตอร์เหยาะน้ำจิ้มซีฟู้ดเป็นของกินเล่นไปพลางๆ

ห้องอาหารพระนครในวันธรรมดาเสิร์ฟอาหารไทย และเปลี่ยนโฉมมื้อเที่ยงสุดสัปดาห์ให้กลายเป็นบรันช์บุฟเฟต์ โชว์เคสอาหารไทยรสเลิศทั้งสี่ภาค และซีฟู้ดตัวโต เนื้อแน่น คุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลก เราแนะนำให้จองล่วงหน้าเพื่อที่จะได้โต๊ะมุมดีที่สุดซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมฟังดนตรีสดเคล้าบรรยากาศอันสดใสของธรรมชาติและสายลมริมน้ำ

เมื่อได้โต๊ะเรียบร้อยแล้ว ลองเดินสำรวจไลน์อาหารบริเวณด้านในก่อน ตั้งแต่หน้าห้องอาหารเราเห็นสเตชันขนมหวาน สถานีสุดท้ายที่จะแวะก่อนกลับบ้าน ต่อด้วยมุมซูชิและซาชิมิปลาดิบที่แล่สดใหม่ และสามารถสั่งเพิ่มได้เรื่อยๆ

ต่อด้วยถาดน้ำแข็งที่มีหอยนางรมอัดแน่น ส่งตรงจากฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อเมริกา และไอร์แลนด์

ข้างกันเป็นสเตชันฟัวกราส์ เชฟทำสดใหม่ทุกออร์เดอร์ ปรุงรสอย่างเรียบง่ายด้วยเครื่องเทศกับน้ำผึ้ง เสิร์ฟคู่กับบริยอชและมัลเบอร์รี ส่วนใครที่เป็นสายคาร์บ อย่าลืมออร์เดอร์พาสต้า นวดและทำเส้นกันสดๆ ใหม่ๆ และมีตัวเลือกเส้น ซอส และเครื่องปรุงมากมายให้จับคู่ตามใจชอบ

เดินออกไปที่ด้านนอก มีมินิค็อกเทลบาร์ นำเสนอรัมไทยครีเอตเป็นค็อกเทลรสชาติสดชื่นเหมาะกับช่วงเวลามื้อสายลากไปถึงบ่าย ริมสนามหญ้ามีเคาน์เตอร์สเต๊กเนื้อวากิวไพรม์ริบ A5 กับซี่โครงแกะ พร้อมมัสตาร์ดหลายชนิดไว้กินคู่กัน ถัดไปเป็นมุมบาร์บีคิว ล็อบสเตอร์ กุ้ง กั้ง หมึก และปลา

สำหรับใครที่ไม่อยากเดินก็สามารถออร์เดอร์อาหารทุกอย่างกับพนักงานได้ รวมถึงอาหารไทยอีกหลายจานที่ไม่มีในไลน์อาหาร แต่สั่งได้ไม่จำกัด และเป็นเมนูขึ้นชื่อประจำห้องอาหารพระนคร ไม่ว่าจะเป็นลาบไก่อีสาน ผัดไทยปูนิ่ม หมูกรอบผัดพริกเกลือ แกงขี้เหล็ก หรือหอยเชลล์ผัดผงกะหรี่

อย่าลืมเผื่อท้องสำหรับของหวาน ชีสเค้ก สตรอว์เบอร์รีกับอัลมอนด์เมลบา ทิรามิสุชาเขียว มองต์บลัง เครมบรูเล ช็อกโกแลตซูเฟล่ ชูโรสกับช็อกโกแลตร้อน ไอศกรีม และซอร์เบต์ พร้อมท็อปปิ้ง

ซันเดย์บรันช์ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. ผู้ใหญ่ ราคา 3,000++ บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ราคา 1,500++ บาท บรันช์แพ็กเกจ รวมน้ำเปล่า ชา กาแฟ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และสามารถเพิ่มฟรีโฟลวไวน์แพ็กเกจ 960++ บาท หรือฟรีโฟลวแชมเปญ 2,400++ บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ 0 2098 3888 หรือ www.capellahotels.com/en/capella-bangkok/offers
พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล
The post ซีฟู้ดซันเดย์บรันช์ ฟัวกราส์ไม่จำกัด และอาหารไทยเลิศรสริมน้ำเจ้าพระยา ที่ Capella Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่เปิดตัว Capella Bangkok ไปก่อนหน้านี้ในเดือนต […]
The post ส่องความสวยงาม Four Seasons Hotel Bangkok การกลับมาอย่างอลังการสไตล์รีสอร์ตกลางเมืองหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่เปิดตัว Capella Bangkok ไปก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2563 ในที่สุดอีกหนึ่งโปรเจกต์ใหญ่ภายใต้โครงการเจ้าพระยาเอสเตท (Chao Phraya Estate) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนริมฝั่งถนนเจริญกรุงอย่าง Four Seasons Hotel Bangkok ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 เราเชื่อว่าโรงแรมนี้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ใครหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย ไม่ว่าจะเพราะเป็นการกลับมาเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ อีกครั้งของ Four Seasons หรือด้วยการที่โปรเจกต์นี้รวมสุดยอดแห่งวงการดีไซน์เอาไว้ในที่เดียว ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ที่นี่ก็คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ


สระน้ำที่ออกแบบให้ต่อเนื่องกันทั่วทั้งโรงแรม
โรงแรม Four Seasons ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดจากการออกแบบร่วมกันของบริษัทสถาปนิก Hamiltons International และนักออกแบบภายในชื่อดัง ฌอง-มิเชล กาธีย์ หนึ่งในดีไซเนอร์ที่ออกแบบรีสอร์ตหรูมาหลายโปรเจกต์ โดยเฉพาะรีสอร์ตในเครือ Aman หลายสาขาทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในซิกเนเจอร์ดีไซน์ของกาธีย์คือการสร้างภูมิทัศน์ให้กับสถานที่ด้วยการใช้น้ำเข้ามาเป็นองค์ประกอบ ทำให้ตั้งแต่คุณเดินผ่านโถงล็อบบี้เข้ามา จะพบกับสระน้ำที่เชื่อมต่อกันแทบจะทุกส่วนของโรงแรม โดยเฉพาะกับบริเวณหน้า The Lounge สระน้ำไล่ระดับขั้นบันไดที่นำสายตาของคุณไปสุดยังแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าคุณจะยืนอยู่จากฝั่งไหน วิวของบริเวณนี้ออกแบบได้อย่างดรามาติก เป็นการจัดการกับพื้นที่ขนาดใหญ่ให้สงบและอบอุ่นคอมพลีตความเป็นรีสอร์ตกลางเมืองหลวงเอาไว้ได้อย่างพอดี

ภายในห้องอาหาร Brasserie Palmier

ภายในห้องอาหาร Riva del Fiume Ristorante

เทอร์เรซด้านนอกของ Riva del Fiume Ristorante
เส้นสายที่สมมาตรสไตล์ Art Deco คืออีกภาษาดีไซน์ที่ชัดที่สุดของการออกแบบที่นี่ ซึ่งไม่ใช่แค่งานภาพรวม แต่ลงไปในดีเทลของทุกๆ ร้านอาหาร สำหรับที่ Four Seasons ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีห้องอาหารและบาร์ทั้งหมด 5 ห้อง ไฮไลต์คือสตูดิโอออกแบบ AvroKO ที่เคยฝากผลงานไว้กับ Nanbei Rosewood Bangkok และ The Loft ที่ Waldorf Astoria Bangkok เป็นผู้รับหน้าที่ในการออกแบบ 3 ห้องอาหารของที่นี่ เริ่มจาก Riva del Fiume Ristorante เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนต้นตำรับในบรรยากาศอบอุ่นราวกับนั่งอยู่ริมทะเลสาบโคโม ตามด้วย Brasserie Palmier ห้องอาหารฝรั่งเศสที่ผสานกลิ่นอายของบิสโทรยุค 50 เอาไว้อย่างลงตัว และ BKK Social Club ที่สายดื่มต้องไม่พลาด เพราะได้บาร์เทนเดอร์มือรางวัล ฟิลิป บิสชอฟฟ์ มารับบทผู้จัดการด้านเครื่องดื่มให้กับที่นี่ นอกจากนี้ยังมี Yu Ting Yuan ห้องอาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับ ที่กาธีย์เป็นผู้ออกแบบเองผ่านแรงบันดาลใจจากสวนของจักรพรรดิ ตามมาด้วย The Lounge พื้นที่ส่วนกลางบริเวณล็อบบี้ที่ทำหน้าที่เสิร์ฟชายามบ่าย


บรรยากาศภายในอาร์ตสเปซ ร่วมมือกับ MOCA จัดนิทรรศการ ‘EAT DRINK LOVE’ โดย นีโน่-สุวรรณี สาระบุตร จัดแสดงถึงวันที่ 28 มีนาคม 2564
งานศิลปะเป็นอีกสิ่งที่โรงแรมให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากจะผ่านการออกแบบและการเลือกประติมากรรมตกแต่งรอบๆ โรงแรมแล้ว ที่นี่ยังร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งเพื่อแสดงงานศิลปะร่วมสมัยฝีมือคนไทย เปิดตัวด้วยผลงาน ‘EAT DRINK LOVE’ ผลงาน Interactive Installation โดย นีโน่-สุวรรณี สาระบุตร ที่จะจัดแสดงต่อเนื่องถึงวันที่ 28 มีนาคม 2564
นอกจากนี้ยังมีส่วนของ The Urban Wellness Centre ที่กำลังจะเปิดให้บริการเป็นลำดับถัดไป หากเปิดให้บริการเมื่อไรเราจะมาเล่าให้ฟังอีกที สำหรับตอนนี้หากใครกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสำหรับมื้อพิเศษหรือ Staycation ที่นี่เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fourseasons.com/bangkok/

เช็กอินล็อบบี้ และ The Lounge

รายละเอียดภายในโรงแรม

บรรยากาศภายในห้องพัก

บรรยากาศภายในห้องพัก

บรรยากาศภายในห้องพัก

BKK Social Club
Four Seasons Hotel Bangkok
Address: 300/1 ถนนเจริญกรุง (ระหว่างเจริญกรุงซอย 62 และ 64) กรุงเทพมหานคร
Contact: 0 2032 0888
Website: https://www.fourseasons.com/bangkok/
Map:
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post ส่องความสวยงาม Four Seasons Hotel Bangkok การกลับมาอย่างอลังการสไตล์รีสอร์ตกลางเมืองหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา appeared first on THE STANDARD.
]]>
โรงแรมอาจไม่ได้หมายถึงแค่การไปนอนพักค้างคืน สำหรับหลายค […]
The post เปิดประตูชม 5 โรงแรมเปิดใหม่ที่กรุงเทพฯ แม้ในวันไร้เงานักท่องเที่ยว แต่ละแห่งมีอะไรเด็ดให้ไปแฮงเอาต์ มาดูกัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
โรงแรมอาจไม่ได้หมายถึงแค่การไปนอนพักค้างคืน สำหรับหลายคนโรงแรมคือที่ตั้งของร้านอาหารคุณภาพ บาร์ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มชั้นดี หรือสถานที่พักผ่อนระหว่างวันท่ามกลางบรรยากาศที่บ้านมอบให้ไม่ได้ ดังนั้นในยามไร้เงานักท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้แหละที่จะนำเงินจากกระเป๋าพวกเราเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรมในกรุงเทพฯ ได้ และในเมื่อสิ้นปีนี้มีโรงแรมเปิดใหม่ถึง 5 โรงแรมที่กรุงเทพฯ ถ้าเราไม่พาไปสำรวจว่าแต่ละแห่งมีจุดเด่นอะไรให้เลือกไปแฮงเอาต์ก็กระไรอยู่

Four Seasons Hotel Bangkok
Four Seasons Hotel Bangkok (Opening soon)
แบรนด์โรงแรมหรูสี่ฤดูจะกลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้งในพื้นที่กว้างใหญ่กว่าเดิมที่ริมน้ำเจ้าพระยาสิ้นปีนี้ หลังจากได้เข้าไปเดินเยี่ยมชมก่อนใคร เราขอใช้คำว่า ‘สมศักดิ์ศรี’ แบรนด์สำหรับงานดีไซน์ที่นี่ เพราะเป็นการรวมเอา ‘Creme de la Creme’ หรือ ‘ที่สุดของที่สุด’ ในวงการออกแบบมาไว้ที่เดียวกัน ตั้งแต่ Jean-Michel Gathy ผู้ฝากผลงานออกแบบไว้กับ Aman หลายสาขาในโลก มาออกแบบตัวอาคารและพื้นที่โดยรวม Avroko บริษัทผู้เนรมิตความงามให้ Nanbei ที่ Rosewood Bangkok และ The Loft ที่ Waldorf Astoria Bangkok มาออกแบบ 2 ห้องอาหารหลัก และ Dong Sculpture ประติมากรไทยที่มาเติมงานประติมากรรมสะท้อนความเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ทั่วโรงแรม เป็นเหมือนเครื่องปรุงตบท้ายให้ความงามโดยรวมกลมกล่อมขึ้นอีก

Four Seasons Hotel Bangkok
ไม่ใช่แค่เพียงโลเคชันที่ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดแม่น้ำ แต่ด้วยความตั้งใจของ Jean-Michel Gathy ตลอดเวลาที่เดินสำรวจโรงแรม เรารู้สึกได้ถึงองค์ประกอบของแม่น้ำที่แทรกตัวผ่านรายละเอียดทั่วโรงแรม แม้ในมุมที่มองไม่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง เช่น สระน้ำตกแต่งที่เชื่อมต่อกันเกือบทั่วทั้งโรงแรม งานศิลปะที่มีให้เห็นตั้งแต่บนผนังไปจนถึงบนเพดาน และ ต้นก้ามปู ต้นไม้ใหญ่คู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกขุดมาปลูกหน้าทางเข้าโรงแรม
โรงแรมยังมาพร้อมหลากหลายร้านอาหารเด่นตามคาด ทั้ง Yu Ting Yuan ห้องอาหารกวางตุ้งที่สร้างเลียนแบบสวนของจักรพรรดิ Brasserie Palmier บราสเซอรีแบบฝรั่งเศสที่สวยเปรี้ยวด้วยลูกเล่นการตกแต่งแบบอาร์ตเดโดผสมกลิ่นอายยุค 50 และ BKK Social Club บาร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของเมือง Buenos Aires สายกินดื่มจะพลาดได้อย่างไร?
300/1 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ

Capella Bangkok
Capella Bangkok
มาคู่กับ Four Seasons ในพื้นที่ริมน้ำเดียวกันและเจ้าของเดียวกัน แต่เปิดล่วงหน้าไปก่อนแล้ว คือแบรนด์โรงแรมสัญชาติสิงคโปร์แห่งนี้ที่สร้างความฮือฮาให้วงการโรงแรมกรุงเทพฯ ด้วยห้องพักแบบวิลล่าชิดริมน้ำเจ้าพระยา ให้อารมณ์ไม่ต่างอะไรกับรีสอร์ต การตกแต่งของที่นี่เน้นการหยิบเอาแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมของถนนเจริญกรุง ถนนเส้นแรกของกรุงเทพฯ มาถ่ายทอด โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพระเอกหลักเช่นเดียวกัน ดังนั้นทุกห้องพักและวิลล่ารวม 101 ห้องถูกออกแบบให้หันหน้าออกเพื่อมองเห็นวิวแม่น้ำแบบชัดเจน

Stella Bar at Capella Bangkok
แต่ถ้าตัดเรื่องห้องพักออกไป เหตุผลสำคัญที่ต้องไปเยือน Capella คือร้านอาหาร Côte by Mauro Colagreco ซึ่งเสิร์ฟอาหารสไตล์ริเวียราจากฝรั่งเศสและอิตาลี ภายใต้การนำของเชฟชาวอาร์เจนตินา เมาโร โกลาเกรโก เชฟเจ้าของร้านอาหาร Mirazur ในประเทศฝรั่งเศส รู้ไหมว่าร้านนี้ได้รับรางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019 จาก World’s 50 Best Restaurants 2019 ด้วย ส่วนสายดื่มต้องมาลอง Stella ค็อกเทลบาร์ตกแต่งแพรวพราว ที่นอกจากจะเสิร์ฟค็อกเทลเคล้าดนตรีป๊อปแจ๊สแล้ว ยังออกแบบเซ็ตเมนูจับคู่เครื่องดื่มกับขนมหวาน สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในเวลาค่ำคืนได้ด้วย
300/2 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ

Kimpton Maa-Lai Bangkok
Kimpton Maa-Lai Bangkok
หลายคนคงรู้จักแบรนด์โรงแรมอย่าง InterContinental และ Holiday Inn ดีในนามลูกบ้านเครือ IHG แต่ในเครือยังมีอีกแบรนด์บูติกอย่าง Kimpton ซึ่งเคลมว่าเน้นดีไซน์เทรนดี้และประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับแขก และคงไม่แปลกนักถ้าชื่อนี้อาจยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในบ้านเรา เพราะที่นี่เป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนหน้าคงเป็นสาขาไทเปที่ใกล้ที่สุด

Bar.Yard at Kimpton Maa-Lai Bangkok
มีอะไรน่าสนใจที่นี่? นอกจากห้องพักตกแต่งแบบโมเดิร์นที่มาพร้อมวิวเขียวชอุ่มของสวนลุมพินีและความเป็นโรงแรม Pet-Friendly ถ้าจะยกให้เป็นแหล่งแฮงเอาต์ใหม่กลางเมืองสำหรับคนชอบดื่มก็คงไม่ผิด เพราะตั้งแต่ก่อนหน้านี้ที่โรงแรมเปิดเพียงแค่ห้องอาหารและบาร์ก่อนที่จะเปิดบริการเต็มรูปแบบ จนถึงตอนนี้ที่เปิดครบทั้งหมด ทั้ง Bar.Yard บาร์ข้างบนรูฟท็อป CRAFT คาเฟ่ที่ชั้นล็อบบี้ และ Ms.Jigger สปีกอีซี่บาร์อีกอันที่ชั้นล็อบบี้ ก็ดูจะเน้นหนักกับการเสิร์ฟเครื่องดื่มอันหลากหลายมากกว่าอาหารหนักๆ เครื่องดื่มแต่ละแก้วที่เสิร์ฟรสชาติดีและมาพร้อมเรื่องราวน่าสนใจแค่ไหนคงต้องไปพิสูจน์กันเอง
78 ซอยต้นสน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

Sindhorn Kempinski
Sindhorn Kempinski
เดินจาก Kimpton Maa-Lai มาไม่กี่ก้าว ก็จะเจออาคารสวยสไตล์ Brutalist ที่ตั้งของโรงแรม Kempinski สาขาที่สองของไทย ตั้งชื่อตามพื้นที่โครงการโดยรวมว่า Sindhorn Kempinski โดยคอนเซปต์ของโรงแรมฉีกจากสาขาแรกที่ตั้งอยู่หลังสยามพารากอน กลายเป็นโรงแรมที่เน้นด้าน Wellness โดยเฉพาะ
แม้การดีไซน์อาคารสไตล์ Brutalist จะไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการออกแบบ แต่การก่อสร้างโรงแรมที่มีตัวตึกดีไซน์นี้ใหม่ขึ้นมาในปี 2020 ถือเป็นการฉีกกระแสนิยมอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ Sindhorn Kempinski จะสวยเด่นฉีกจากอาคารรอบๆ อย่างชัดเจน และเมื่อเห็นพื้นผิวปูนเปลือยของตึกอยู่คู่กับความเขียวของแมกไม้รอบโครงการ Sindhorn Village เราอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเมืองต้นแบบด้านความเขียวชอุ่มอย่างสิงคโปร์
ในยุคที่ยิมมีให้เลือกเกลื่อนเมือง Sindhorn Kempinski จะเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจสุดๆ สำหรับคนที่จริงจังเรื่องการออกกำลัง (และต้องการความพรีเมียมบวกกับความสงบด้วย) เพราะส่วนของยิมและสปาที่ชื่อว่า Sindhorn Wellness by Resense ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจให้ตอบทุกโจทย์ของความพรีเมียมทั้งในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ ความเป็นส่วนตัว หรือแม้กระทั่งความหรูหราของวัสดุที่ใช้ตกแต่ง ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าคุณจะรู้สึกว่าห้องล็อกเกอร์ของยิมที่นี่หรูหราเกินห้องพักแขกไปเสียอีก
80 ซอยต้นสน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
www.kempinski.com/en/bangkok/sindhorn-hotel

ASAI Chinatown
มาถึงโรงแรมขนาดเล็กแต่มาด้วยแนวคิดไม่เล็กอย่าง ASAI แบรนด์น้องใหม่ภายใต้เครือ Dusit International ที่เน้นมอบประสบการณ์ ‘Live Local’ ให้กับแขกที่มาพัก โดยประเดิมสาขาแรกในย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ อย่างเยาวราช
โรงแรมให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้น 4 ของตึกให้สามารถจัดกิจกรรมได้หลากหลาย ดังนั้นตั้งแต่เดินออกจากลิฟต์ เราจะเห็นทั้งห้องประชุม รีเซปชัน ห้องอาหาร JAM JAM Eatery & Bar ก็รวมกันอยู่ บวกพื้นที่ด้านนอกที่เป็นลานกิจกรรมที่สวยด้วยแสงธรรมชาติจากการออกแบบหลังคาโปร่งใส ซึ่งข้อดีจุดนี้กลายเป็นไอเดียให้โรงแรมสร้างแปลงผักออร์แกนิกให้เชฟจากห้องอาหารเด็ดไปปรุงได้สดๆ กันเลย

เรามั่นใจว่าโรงแรมนี้จะกลายเป็นจุดหมายใหม่ของชาวมิลเลนเนียลได้ไม่ยาก เพราะความตั้งใจของผู้ก่อตั้ง แชมป์-ศิรเดช โทณวณิก (ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี Wonderfruit ด้วย) ได้ผลักดันให้คอนเซปต์ของโรงแรมเด่นออกจากโรงแรมอื่นในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน และตั้งแต่เปิดตัวมาไม่กี่สัปดาห์ โรงแรมยังขนกิจกรรมมากมายเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ ทั้งปาร์ตี้ เวิร์กช็อปด้านอาหาร และบรันช์แนวใหม่ จนเราอยากเปรียบที่นี่เป็นพื้นที่ย่อส่วน Wonderfruit กลางกรุงเทพฯ เลยทีเดียว นี่ขนาดยังไม่ได้ลงรายละเอียดถึงร้าน JAM JAM Eatery & Bar ที่เชิญเชฟดังๆ ในกรุงเทพฯ มาตีความรสชาติของเยาวราชใหม่เลยนะ
531 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
www.asaihotels.com/locations/bangkok-chinatown
ภาพ: Courtesy of hotels
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post เปิดประตูชม 5 โรงแรมเปิดใหม่ที่กรุงเทพฯ แม้ในวันไร้เงานักท่องเที่ยว แต่ละแห่งมีอะไรเด็ดให้ไปแฮงเอาต์ มาดูกัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินโปรเจกต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ริม […]
The post เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ Capella Bangkok สเตเคชันแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา appeared first on THE STANDARD.
]]>
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินโปรเจกต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ริมฝั่งถนนเจริญกรุงอย่างโครงการเจ้าพระยาเอสเตท (Chao Phraya Estate) กันบ้างในปี 2019 ที่ผ่านมา ว่าทั้งโครงการจะพร้อมเปิดตัวในปี 2020 ประกอบไปด้วย โฟร์ซีซันส์ ไพรเวท เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ, โรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ ซึ่งจากสถานการณ์ไม่คาดคิดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้โครงการของเจ้าพระยาเอสเตท ต้องฝ่าวิกฤตเกิดการล่าช้า แต่ในที่สุดโครงการแรกอย่างโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา
คาเพลลา กรุงเทพฯ คือโลเคชันแรกในประเทศไทยของเครือ Capella Hotels and Resorts ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดให้บริการ ณ เมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั้ง สิงคโปร์, อูบุด, เซียงไฮ้, ซานยา และดึสเซลดอร์ฟ ก่อนเดินทางมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และเตรียมการที่จะเปิดให้บริการในหมุดหมายถัดไปอย่าง ฮานอย, ซิดนีย์, มัลดีฟส์, และเชียงใหม่ นั่นเอง
กลับมาที่ความน่าตื่นตาตื่นใจของกรุงเทพฯ งานดีไซน์ของคาเพลลา กรุงเทพฯ นั้นเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างสถาปนิก แอนดี้ มิลเลอร์, ริชาร์ด สกอตต์ วิลสัน และทีมออกแบบตกแต่งภายในจากบริษัทบาโม่ (BAMO) หยิบเอาแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นด้านวัฒนธรรมของถนนเจริญกรุง ถนนเส้นแรกของกรุงเทพฯ ถ่ายทอดผสมผสานเข้ากับความผ่อนคลายในสไตล์การเข้าพักแบบรีสอร์ต โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพระเอกหลัก ที่นอกจากวิลล่าริมน้ำแล้ว ทุกห้องพักและวิลล่ารวม 101 ห้อง ถูกออกแบบให้หันหน้าออกเพื่อมองวิวแม่น้ำ ทำให้ไม่ว่าคุณจะพักผ่อนอยู่ที่ไหนก็จะได้รับประสบการณ์แบบรีสอร์ตริมน้ำเช่นเดียวกัน
ในเรื่องของอาหารก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน เพราะห้องอาหารที่ถือเป็นไฮไลต์ของโรงแรมคือ โค้ท บาย เมาโร โคลาเกรคโค (Côte by Mauro Colagreco) เสิร์ฟอาหารสไตล์ริเวียร่าจากฝรั่งเศสและอิตาลี ภายใต้การนำของเชฟชาวอาร์เจนตินา เมาโร โกลาเกรโก เชฟเจ้าของร้านอาหาร Mirazur ในประเทศฝรั่งเศส เจ้าของรางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019 จากการจัดอันดับรายการ World’s 50 Best Restaurants 2019 เชฟเมาโรผ่านประสบการณ์การทำงานร่วมกับเชฟชื่อดังระดับโลกมากมายอย่าง เชฟเบอร์นาร์ด ลอยโซ (Bernard Loiseau), เชฟอแลง พาสสาร์ด (Alain Passard) รวมถึงเชฟอแลง ดูกาส (Alain Ducasse) ที่เปิดร้านอาหาร Blue by Alain Ducasse ในบ้านเราเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้อาหารของเขาเป็นที่น่าจับตามอง และถือเป็นหมุดหมายใหม่ของสายชิมเลยทีเดียว
นอกจาก Côte by Mauro Colagreco แล้ว โรงแรมยังมีห้องอาหารไทย Phra Nakhon โดยเชฟเล็ก-วิเชียร ไตรรัตนวาธิน และ สเตลลา บาร์ (Stella) ค็อกเทลบาร์ดีไซน์ขรึมของโรงแรม ที่นอกจากจะเสิร์ฟค็อกเทลเคล้าดนตรีป๊อปแจ๊สแล้ว ยังออกแบบเซ็ตเมนูจับคู่เครื่องดื่มกับขนมหวาน สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในเวลาค่ำคืนได้เป็นอย่างดี
ภาพถ่ายมุมสูง
ภายในตัวโรงแรมตั้งแต่บริเวณล็อบบี้จนถึงห้องพัก มีการตกแต่งด้วยงานศิลปะจากศิลปินไทยและต่างประเทศ ที่หยิบเอาเรื่องของแม่น้ำเจ้าพระยา และถนนเจริญกรุงขึ้นมาถ่ายทอด
บรรยากาศภายในห้องพักแบบวิลล่า ซึ่งคาเพลลา กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมเดียวที่มีห้องพักแบบวิลล่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา
บรรยากาศภายในห้องพัก
สเตลลา บาร์
สเตลลา บาร์
ห้องอาหาร Phra Nakhon
ลิฟวิ่งรูม คืออีกหนึ่งบริการจากทางโรงแรม ที่ลูกค้าสามารถเข้ามานั่งพักผ่อน หรือเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงานได้ตลอด พร้อมบริการ Capella Culturist ให้บริการข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับถนนเจริญกรุง ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณรอบๆ โรงแรม
บรรยากาศริมสระว่ายน้ำเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
ภาพ: วรรษชล คัวดรี้ และ Courtesy of the Hotel
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ Capella Bangkok สเตเคชันแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา appeared first on THE STANDARD.
]]>