Café Amazon Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/cafe-amazon/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 19 Jun 2026 10:14:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” เปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการสร้างโอกาสให้คนมากมายโดยไม่รู้ตัว https://thestandard.co/life/or-creates-opportunities-daily-life/ Fri, 19 Jun 2026 10:14:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1220554 ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี

ลองนึกถึงการใช้ชีวิตในวันธรรมดาของคนคนหนึ่ง ตื่นเช้าขับ […]

The post “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” เปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการสร้างโอกาสให้คนมากมายโดยไม่รู้ตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี

ลองนึกถึงการใช้ชีวิตในวันธรรมดาของคนคนหนึ่ง ตื่นเช้าขับรถไป PTT Station เพราะน้ำมันใกล้หมด จากนั้นก็ตรงเข้า Café Amazon เพื่อซื้อกาแฟ ระหว่างรอก็หยิบขนมถุงเล็กจากชั้นวางขึ้นมาดู ถึงยี่ห้อไม่คุ้น แต่ดูน่าลอง จ่ายเงิน รับขนม รับกาแฟ ขับรถต่อ

 

 
 

แม้ทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่เกินสิบห้านาที ดูเป็นวันธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่เบื้องหลังสิบห้านาทีนั้น เขากำลังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสให้กับคนอีกมากมาย โดยไม่รู้ตัว

 

โอกาสที่ทำงานอยู่ทุกวัน แม้ไม่มีใครสังเกต

 

กาแฟหอมกรุ่นในถ้วยของเขา แท้จริงแล้วเป็นกาแฟจากเมล็ดที่เกษตรกรในเชียงรายปลูกภายใต้โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนของ โออาร์ ซึ่งหมายความว่าเกษตรกรคนนั้นจะขายกาแฟได้ในราคาที่เป็นธรรม มีรายได้ที่คาดเดาได้ และมีเหตุผลให้อยู่กับบ้าน พัฒนาชุมชน แทนที่จะเข้าเมือง บาริสต้าที่ยื่นถ้วยให้อาจเป็นหนึ่งในพนักงานของ Café Amazon for Chance กว่า 500 สาขาทั่วประเทศ ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่ตลาดแรงงานทั่วไปมองผ่าน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ ทหารผ่านศึกและครอบครัว รวมไปถึงเยาวชนที่ขาดโอกาส ขนมถุงเล็กที่เขาหยิบขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไร คือสินค้าจาก โครงการไทยเด็ด ที่เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการชุมชนกว่า 500 ราย ได้วางสินค้ากว่า 1,300 รายการใน PTT Station และ Café Amazon กว่า 4,600 สาขา และเงินที่จ่ายไปก็วนกลับสู่ชุมชนต้นทางโดยตรง

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 1

 

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น โออาร์ เรียกรวมกันว่า “ชุมชนดี” หนึ่งในสามมิติหลักของแนวคิด “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ที่ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับผู้คนใน 17,000 ชุมชน หรือมากกว่า 12 ล้านชีวิตทั่วประเทศไทยภายในปี 2573 โดยมุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือชั่วคราว แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ชุมชนยืนได้ด้วยตัวเอง

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 2

 

แต่ชุมชนจะแข็งแรงได้จริง ก็ต่อเมื่อโลกรอบข้างไม่เสื่อมลงทุกวัน และคนในชุมชนนั้นมีโอกาสเติบโตได้พร้อมกัน นั่นคือเหตุผลที่ “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ไม่ได้หยุดแค่ชุมชนดี แต่ยังครอบคลุมมิติ “สิ่งแวดล้อมดี” และ “เติบโตดี” ในแบบที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่สามเรื่องแยกกัน

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 3

 

เมื่อสิ่งแวดล้อมดี ชุมชนก็อยู่ได้นานขึ้น

 

เพื่อนร่วมงานของเขาที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้รถ EV สามารถขับรถกลับบ้านโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางทาง เพราะ โออาร์ ติดตั้ง EV Station PluZ กระจายอยู่ครบทั้ง 77 จังหวัด กว่า 1,350 แห่ง เหนือหลังคาบ้านเขามีเครื่องบินบินผ่านบนท้องฟ้าตลอดวัน บางเที่ยวบินนั้นบินด้วย SAF น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนที่ โออาร์ จำหน่ายให้สายการบินพาณิชย์หลายแห่ง ผู้โดยสารถึงที่หมายโดยไม่รู้ตัวว่าเครื่องบินปล่อยคาร์บอนออกไปน้อยลงกว่าปกติ เช่นเดียวกับที่เขาไม่รู้ว่าใต้ถนนสายสระบุรี–ขอนแก่นที่ขับผ่านตลอดวัน มีท่อส่งน้ำมัน TPN (Thai Pipeline Network) ช่วยลำเลียงเชื้อเพลิงแทนรถบรรทุกอีกนับร้อยคัน ถนนเลยไม่ต้องอัดแน่นด้วยรถขนาดใหญ่ และในอากาศก็มีฝุ่นมลพิษเจือปนลดลง โออาร์ วางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากกว่า 1ใน 3 เทียบกับปี 2565 ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 4

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 5

 

เมื่อคนเติบโตได้ ชุมชนก็เติบโตไปด้วย

 

การที่ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ได้เข้ามาใน OR Ecosystem ที่มีลูกค้าผ่านเข้าออกกว่า 4 ล้านคนต่อวัน สิ่งที่ผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้ไม่ใช่แค่ชั้นวาง แต่คือการเข้าถึงตลาดระดับประเทศโดยไม่ต้องแบกต้นทุนสร้างแบรนด์ด้วยตัวเอง และอีกคนในครอบครัวที่ทั้งชีวิตไม่เคยมีบัญชีธนาคาร กำลังเข้าถึงสินเชื่อในระบบเป็นครั้งแรกผ่าน CLICX Virtual Bank ที่ใช้เครือข่าย PTT Station และ Café Amazon เป็นตัวเชื่อมระหว่างโลก Physical กับ Digital โดย โออาร์ ตั้งเป้าสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กระจายถึงคู่ค้า ผู้ประกอบการ ชุมชน และพนักงาน รวมกว่า 1 ล้านราย ภายในปี 2573 เพราะ “เติบโตดี” ไม่ได้วัดจากตัวเลขของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากจำนวนคนที่ก้าวไปข้างหน้าได้พร้อมกัน

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 6

 

ชายคนนั้นกลับถึงบ้าน วางกุญแจ และไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับวันนี้เป็นพิเศษ เช่นเดียวกับคนรอบตัวเขาจำนวนมากที่กำลังใช้ชีวิตในแบบตัวเอง คนที่แวะชาร์จรถระหว่างทางกลับบ้าน คนที่รอดูว่าขนมที่ทำจะมีคนซื้อไหม คนที่เพิ่งได้รับการอนุมัติสินเชื่อเป็นครั้งแรกในชีวิต และเกษตรกรบนดอยที่ดูแลต้นกาแฟของตัวเองทุกวัน ทุกคนต่างใช้ชีวิตไปตามปกติ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังส่งต่อคุณค่าให้คนอีกมากมาย และนั่นคือสิ่งที่ โออาร์ ออกแบบมาภายใต้แนวคิด “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ความยั่งยืนที่เกิดขึ้นเองผ่านการใช้ชีวิตธรรมดาในทุกวัน

The post “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” เปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการสร้างโอกาสให้คนมากมายโดยไม่รู้ตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
blueplus+ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มค่า สมัครแล้วรับทันที 100 bluepoints 1-31 พ.ค.69 [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/blueplus-app-rewards/ Mon, 11 May 2026 07:00:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1205240 ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ

รายจ่ายประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเติมน้ำมันที่ PTT […]

The post blueplus+ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มค่า สมัครแล้วรับทันที 100 bluepoints 1-31 พ.ค.69 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ

รายจ่ายประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเติมน้ำมันที่ PTT Station ซื้อเครื่องดื่มและขนมที่ Café Amazon ดูแลรถที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto จะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถเปลี่ยนเป็นให้ค่าใช้จ่ายเดิม ๆ กลับคืนมาผ่านส่วนลด หรือสิทธิพิเศษที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

 

blueplus+ จึงเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่ควรมีติดเครื่องไว้ เพราะนี่คือแอปพลิเคชันที่รวมความคุ้มจากแบรนด์ในเครือ OR และสิทธิพิเศษหลากหลายไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การเดินทาง กาแฟ การดูแลรถ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน

 

ทำไมคุณถึงควรมี “blueplus+

 

ยุคนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าค่าครองชีพสูงขึ้น รายจ่ายประจำวันมากมายล้วนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ blueplus+ จึงชวนให้ทุกคนมาเปลี่ยนความจำเป็นในชีวิตให้สามารถช่วยสะสมสิทธิประโยชน์ให้กับเรามากขึ้น สามารถสะสมกลายเป็นการประหยัดที่เห็นผลได้จริง

 

นอกจากเราจะตอบโจทย์ของการประหยัดแล้ว ยังเป็นการหาเครื่องมือที่ทำให้รายจ่ายเดิมทำงานได้มากขึ้น ทั้งรวมส่วนลด คูปอง และสิทธิพิเศษไว้ในที่เดียว เป็นตัวช่วยที่ทำให้การใช้จ่ายประจำวันคุ้มค่าเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่จ่าย

 

blueplus+ แอปเดียวที่รวมความคุ้มของ OR Ecosystem

 

จุดเด่นของ blueplus+ คือการเป็นแอปที่รวมแบรนด์ในเครือ OR ไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถสะสม ใช้สิทธิ์ แลกส่วนลด และมองหาความคุ้มจากบริการที่อยู่ใกล้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยทั้งหมดถูกเชื่อมเข้ามาอยู่ในแอปเดียว ช่วยให้การใช้จ่ายประจำวันคุ้มขึ้นได้ในหลายจังหวะชีวิต ไม่ว่าจะเป็น

 

  • การเติมน้ำมันที่ PTT Station
  • แวะซื้อเครื่องดื่มและขนมที่ Café Amazon
  • ดูแลรถด้วย PTT Lubricants ที่ FIT Auto
  • ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ EV Station PluZ
  • สั่ง ก๊าซหุงต้ม ปตท.
  • ซื้อสินค้าจาก Jiffy และfound & found

 

blueplus+ รวมสิทธิประโยชน์ที่สามารถตรวจสอบ bluepoint สิทธิพิเศษ คูปอง หรือส่วนลดที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ใช้บริการในเครือ OR ประจำ blueplus+ ช่วยเปลี่ยนรายจ่าย เช่น การเติมน้ำมันหรือซื้อกาแฟให้เป็น bluepoint ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอีกมากมาย

 

ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ 1

 

สิทธิประโยชน์ในแอป blueplus+ ใช้อย่างไรให้คุ้มขึ้น

 

อยากใช้แต้ม blueplus+ ให้คุ้มค่าต้องทำอย่างไร? เริ่มจาก “blue point” ที่สามารถนำไปแลกแทนเงินสดหรือแลกสิทธิพิเศษได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าน้ำมัน กาแฟ หรือบริการต่าง ๆ ในเครือ OR ทำให้ทุกการใช้จ่ายไม่จบแค่การจ่ายเงิน แต่ยังมี bluepoint ที่นำกลับมาใช้ต่อได้

 

อีกหนึ่งสิทธิประโยชน์สำคัญคือ คูปองส่วนลด จากร้านค้าแบรนด์ดัง ครอบคลุมหลายไลฟ์สไตล์ ทั้งกิน เที่ยว ชอป และบริการต่าง ๆ ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อคูปองที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของตัวเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น

 

สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกในการจ่ายเงิน แอปยังมี blueplus+ wallet ที่ช่วยให้สแกนจ่ายได้ง่าย สะสม blue point ได้อัตโนมัติ และมีโอกาสรับเงินคืนตามโปรโมชันที่กำหนด เท่ากับว่าทุกครั้งที่จ่าย ก็มีโอกาสได้ความคุ้มกลับมาเพิ่ม

 

นอกจากนี้ blueplus+ ยังมีระบบ ระดับสมาชิก ที่ยิ่งใช้งานและสะสมมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสอัปเกรดระดับสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษและส่วนลดที่มากขึ้น เช่น ระดับแพลทตินัม เหมาะสำหรับคนที่ใช้บริการในเครือ OR เป็นประจำ และต้องการสะสมความคุ้มในระยะยาว

 

สมัครแอป blueplus+ เดือนพฤษภาคมนี้ รับความคุ้มตั้งแต่ครั้งแรก

 

สำหรับคนที่ยังไม่มีแอป blueplus+ หรือมีแอปแล้วแต่ยังไม่เคยล็อกอินเข้าใช้งาน ในช่วงวันที่ 1-31 พ.ค. 69 คือจังหวะที่เหมาะเพราะเมื่อสมัครแอป blueplus+ หรือเข้าสู่ระบบครั้งแรก จะได้รับ 100 blue points = ส่วนลด 20 บาทเลย ทันที

 

ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ 2

 

โดย 100 blue points สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ถึง 20 บาท ที่ PTT Station, Café Amazon และร้านค้าในเครือ OR เท่ากับว่าเริ่มใช้งานครั้งแรกก็ได้รับความคุ้มกลับมาใช้ได้จริง ไม่ว่าจะนำไปช่วยประหยัดค่าน้ำมัน กาแฟ หรือการใช้จ่ายในร้านค้าเครือ OR

 

  • สำหรับสมาชิกใหม่ ที่สมัครแอป blueplus+ และล็อกอินเข้าใช้งานแอป blueplus+ ครั้งแรก
  • สำหรับสมาชิกปัจจุบัน ที่ล็อกอินเข้าใช้งานแอป blueplus+ ครั้งแรก
  • โดยสิทธิ์ทั้งหมดมีจำนวนจำกัด 120,000 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ

 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แอป blueplus+ คือ การส่งคูปองส่วนลดให้เพื่อน ทำให้ความคุ้มไม่ได้หยุดอยู่แค่การใช้เอง แต่สามารถส่งต่อให้คนใกล้ตัวได้ด้วย เช่น เมื่อเจอคูปองร้านที่เพื่อนน่าจะใช้ หรือส่วนลดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรอบตัว ก็สามารถส่งต่อความคุ้มได้ง่ายขึ้น

 

แคมเปญนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ใช้เห็นภาพ blueplus+ ชัดขึ้น ตั้งแต่การรับ blue point ไปใช้เป็นส่วนลด ไปจนถึงการเลือกคูปองและส่งต่อสิทธิประโยชน์ให้คนอื่น สำหรับใครที่อยากบริหารค่าใช้จ่ายประจำวันให้คุ้มขึ้น การมี blueplus+ ติดเครื่องไว้คือทางเลือกที่เริ่มต้นได้ง่ายในเดือนพฤษภาคมนี้

 

ค่าใช้จ่ายประจำวันอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทุกการใช้จ่ายสามารถคุ้มขึ้นได้ผ่าน bluepoint ส่วนลด คูปอง และสิทธิพิเศษที่ใช้ได้จริง blueplus+ เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตตามปกติ เติมน้ำมัน ซื้อกาแฟ ดูแลรถ แต่ต้องการให้รายจ่ายเหล่านั้นกลับมาเป็นประโยชน์มากขึ้น

 

โหลดแอป blueplus+ เลยที่ App Store, Google Play และ App Gallery เพื่อเริ่มสะสม bluepoint ใช้สิทธิ์แลกส่วนลด และพลัสความคุ้มให้ชีวิตประจำวันได้แล้ววันนี้

 

The post blueplus+ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มค่า สมัครแล้วรับทันที 100 bluepoints 1-31 พ.ค.69 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไลฟ์สไตล์ดันดีมานด์ ตลาดกาแฟโตแรง แต่ไทยยังผลิตไม่พอขาย OR เตือนต้นทุน-ซัพพลายเสี่ยงระยะยาว https://thestandard.co/thai-coffee-supply-shortage-risk/ Sat, 20 Dec 2025 06:32:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1156489 Headline: ไลฟ์สไตล์ดันดีมานด์ ตลาดกาแฟโตแรง แต่ไทยยังผลิตไม่พอขาย OR เตือนต้นทุน-ซัพพลายเสี่ยงระยะยาว Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, the provided headline already adheres to this style, as there are no instances where a proper noun immediately follows a verb as its object. ไทย does not follow a verb, and OR is the subject of its clause, not an object following a verb. Therefore, no changes are needed.

จากเดิมที่กาแฟเป็นเพียงเครื่องดื่มแก้ง่วง วันนี้ได้กลาย […]

The post ไลฟ์สไตล์ดันดีมานด์ ตลาดกาแฟโตแรง แต่ไทยยังผลิตไม่พอขาย OR เตือนต้นทุน-ซัพพลายเสี่ยงระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Headline: ไลฟ์สไตล์ดันดีมานด์ ตลาดกาแฟโตแรง แต่ไทยยังผลิตไม่พอขาย OR เตือนต้นทุน-ซัพพลายเสี่ยงระยะยาว Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, the provided headline already adheres to this style, as there are no instances where a proper noun immediately follows a verb as its object. ไทย does not follow a verb, and OR is the subject of its clause, not an object following a verb. Therefore, no changes are needed.

จากเดิมที่กาแฟเป็นเพียงเครื่องดื่มแก้ง่วง วันนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ส่งให้ตลาดกาแฟเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ขยายตัวเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังแก้วกาแฟที่ผู้บริโภคดื่มกันในแต่ละวัน ไม่ได้มีเพียงเรื่องรสชาติหรือบรรยากาศของร้านเท่านั้น

 

แต่ยังซ่อนความท้าทายรอบด้านที่ผู้เล่นทั้งรายเล็กและรายใหญ่ต้องเผชิญ ตั้งแต่ปัญหาซัพพลาย ต้นทุนการผลิต ไปจนถึงความยั่งยืนของระบบการผลิตทั้งหมด ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด

 

พงษ์ศักดิ์ ภัทรเมธีวิญญู ผู้จัดการฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทานเมล็ดกาแฟดิบ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ฉายภาพว่า ปัจจุบันคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยราว 1-2 แก้วต่อคนต่อวัน ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วง 5-7 ปีก่อน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคจากการดื่มกาแฟเพื่อกระตุ้นความสดชื่น ไปสู่การดื่มกาแฟในฐานะไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการเติบโตของวัฒนธรรมคาเฟ่และกาแฟชนิดพิเศษ (Specialty Coffee) ที่ทำให้กาแฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์และประสบการณ์ของผู้บริโภค

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

กระแสดังกล่าวส่งอานิสงส์ให้ Café Amazon มียอดขายกาแฟสูงถึงราว 400 ล้านแก้วต่อปี และเมื่อดีมานด์ในตลาดขยายตัวต่อเนื่อง ธุรกิจจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้เพียงพอและมีเสถียรภาพ โดยปัจจุบันแหล่งจัดซื้อเมล็ดกาแฟของ Café Amazon แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การรับซื้อจากเกษตรกรและภาคีเครือข่ายที่บริษัทเข้าไปส่งเสริมโดยตรง การรับซื้อจากวิสาหกิจชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โครงการหลวง และการจัดหาผ่านผู้ค้าทั่วไปหรือพ่อค้าคนกลาง

 

ในเชิงสัดส่วน วัตถุดิบกาแฟที่มาจากเกษตรกรและภาคีเครือข่ายคิดเป็นประมาณ 25-30% ของการใช้ทั้งหมด ขณะที่กาแฟจากพ่อค้าคนกลางยังมีสัดส่วนมากกว่า 50% โดยแนวทางการทำงานกับเกษตรกร OR ไม่ได้ใช้รูปแบบสัญญาผูกมัดหรือบังคับขาย แต่เน้นการสร้างตลาดที่มั่นคงและกำหนดราคาที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้จริงในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเกษตรกรกาแฟไม่ใช่กระบวนการที่เห็นผลในระยะสั้น ตั้งแต่การฟื้นฟูพื้นที่ การปลูกไม้ร่มเงา การปลูกกาแฟ ไปจนถึงการให้ผลผลิตและแปรรูปเชิงพาณิชย์ ล้วนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ปี และในหลายพื้นที่อาจยืดเยื้อถึง 5-6 ปี ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านภูมิประเทศยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีต้องปลูกในพื้นที่สูงกว่า 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจะให้คุณภาพดีที่สุดในระดับมากกว่า 1,000 เมตร เพราะอุณหภูมิที่เย็นช่วยให้เมล็ดกาแฟสุกช้า สะสมสารอาหารได้ดี ส่งผลต่อรสชาติและราคาขาย หากปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม เมล็ดกาแฟจะมีขนาดเล็ก คุณภาพลดลง และราคาตกต่ำ

 

พงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในเชิงโครงสร้างประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตกาแฟได้เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ โดยปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตสูงสุดเพียงราว 20,000 ตันต่อปี ขณะที่การบริโภคกาแฟรวมทั้งเมล็ดดิบและกาแฟสำเร็จรูปอยู่ในระดับหลักแสนตันต่อปี ทำให้กาแฟยังคงเป็นสินค้าเกษตรที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

 

จากบริบทดังกล่าว เป้าหมายระยะยาวของ OR คือการเพิ่มสัดส่วนกาแฟยั่งยืนจากเกษตรกรในประเทศให้มากขึ้น พร้อมทยอยลดการพึ่งพาซัปพลายจากพ่อค้าคนกลาง โดยจะจัดหาจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมเฉพาะในกรณีที่ปริมาณวัตถุดิบยังไม่เพียงพอ

 

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมกาแฟทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง พายุ โรคพืช และศัตรูพืช ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับความต้องการบริโภคที่เติบโตเฉลี่ย 7-8% ต่อปี โดยกรณีของบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก เคยสูญเสียผลผลิตมากกว่า 25% จากภัยธรรมชาติ ส่งผลให้ราคากาแฟโลกปรับตัวสูงและตึงตัวต่อเนื่องหลายปี

 

สำหรับแนวโน้มราคากาแฟในช่วงปี 2568-2569 ทั้งตลาดโลกและในประเทศไทยยังมีทิศทางอยู่ในระดับสูง โดยปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 6-7% และยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดล่าช้า

 

OR มองว่า หากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไม่เร่งสร้างซัปพลายกาแฟที่ยั่งยืน ต้นทุนกาแฟในอนาคตอาจพุ่งสูงจนผู้บริโภครับภาระไม่ไหว และจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งร้านกาแฟรายย่อยและเชนขนาดใหญ่ ดังนั้น การลงทุนพัฒนาเกษตรกร การดูแลระบบนิเวศ และการสร้างตลาดที่เป็นธรรม จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) แต่เป็นกลไกสำคัญในการรักษาสมดุลของทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมกาแฟ

 

ท้ายที่สุด พงษ์ศักดิ์ ย้ำว่า บทบาทขององค์กรขนาดใหญ่ไม่ควรจำกัดอยู่แค่การเป็น ผู้ซื้อ แต่ต้องเป็น ผู้ร่วมสร้างระบบ เพราะหากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ลดการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหา PM2.5 และความผันผวนของซัปพลายกาแฟในระยะยาว ก็มีโอกาสคลี่คลายได้อย่างเป็นรูปธรรม

The post ไลฟ์สไตล์ดันดีมานด์ ตลาดกาแฟโตแรง แต่ไทยยังผลิตไม่พอขาย OR เตือนต้นทุน-ซัพพลายเสี่ยงระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR ขอทบทวนธุรกิจในกัมพูชาใหม่! หลังเจอกระแสต้านสินค้าไทย – ดีลเลอร์แห่ขอย้ายค่าย ทำยอดขายหาย 60% https://thestandard.co/or-cambodia-business-boycott/ Tue, 02 Dec 2025 10:16:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1150694 OR ทบทวนธุรกิจใน กัมพูชา

ตลอดช่วงที่ผ่านมา OR เดินหน้ายุทธศาสตร์นำธุรกิจหลักในไท […]

The post OR ขอทบทวนธุรกิจในกัมพูชาใหม่! หลังเจอกระแสต้านสินค้าไทย – ดีลเลอร์แห่ขอย้ายค่าย ทำยอดขายหาย 60% appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR ทบทวนธุรกิจใน กัมพูชา

ตลอดช่วงที่ผ่านมา OR เดินหน้ายุทธศาสตร์นำธุรกิจหลักในไทยออกขยายสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งวางเป้าหมายให้เป็นบ้านหลังที่สอง ของการลงทุนระยะยาว และได้ลงทุนเปิดสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านกาแฟ Café Amazon จนสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 2 รองจากผู้เล่นท้องถิ่น

 

แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการปิดด่านบางจุด ได้ส่งผลต่อกระแสความรู้สึกของผู้บริโภคกัมพูชาบางส่วน จนเกิดการต่อต้านสินค้าจากไทยเป็นวงกว้าง สถานการณ์ดังกล่าวกระทบธุรกิจของ OR โดยตรง และทำให้ยอดขายในตลาดกัมพูชาหดตัวลงราว 50–60% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าสัดส่วนดังกล่าวคิดเป็นเพียง 2–3% ของกำไรทั้งบริษัท แต่ถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในการลงทุนระยะยาว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนแผนการลงทุนในกัมพูชาใหม่ทั้งหมด เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวจะยุติลงเมื่อใด และมีความเป็นไปได้ว่าหากปัญหาบานปลายจนกระทบความคุ้มค่าทางธุรกิจ อาจต้องพิจารณายุติการดำเนินงานบางส่วนหรือทั้งหมด ในตลาดกัมพูชา โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนธันวาคมนี้ หรืออย่างช้าไม่เกินมกราคม 2569

 

ทั้งนี้ ผลกระทบยังสะเทือนมายังดีลเลอร์สถานีบริการน้ำมันในกัมพูชา จากเดิมที่ OR มีสถานีราว 200 แห่ง แต่หลังเกิดกระแสต่อต้าน ทำให้ดีลเลอร์จำนวน 40–50 รายย้ายไปใช้แบรนด์อื่น ตามข้อกำหนดสัญญา ส่งผลให้จำนวนสถานีบริการของ OR ลดลงเหลือราว 150 แห่ง ขณะที่ร้านกาแฟ Café Amazon ลดลงเหลือประมาณ 150 สาขา จากเดิม 231 สาขาในปี 2567 ทำให้โครงข่ายธุรกิจในประเทศต้องหันมาเน้นบริหารต้นทุนและรักษาสาขาที่ทำกำไรเป็นหลัก

 

ขณะเดียวกัน OR ยังเผชิญความท้าทายจากตลาดเวียดนาม หลังจากบริษัทได้ยุติการดำเนินธุรกิจร้าน Café Amazon ในเวียดนามอย่างเป็นทางการ หลังบอร์ดมีมติให้บริษัทลูกในสิงคโปร์ PTTOR International Holdings (SG HoldCo) ทำการเลิกบริษัท ORC Coffee Passion Group Joint Stock Company (ORCG) ซึ่ง OR ถือหุ้น 60% และกลุ่มเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ถือหุ้น 40%

 

ม.ล. ปีกทอง อธิบายว่า ตลาดกาแฟเวียดนามมีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่นที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่น รวมถึงต้นทุนแฝงของการทำธุรกิจในเวียดนามสูงมาก ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทจึงเลือกปรับกลยุทธ์

 

“กรณีดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นความล้มเหลว แต่เป็นการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับโอกาสที่คุ้มค่ามากกว่า โดยในระยะถัดไป OR จะกลับมาโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง ได้แก่ ไทยและลาว พร้อมเตรียมปูทางขยายธุรกิจไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรอบคอบมากขึ้น”

 

ในฝั่งธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในไทย OR ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่าย PTT Station ต่อเนื่อง แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เริ่มเติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2566 ทำให้จำนวนหัวชาร์จทั่วประเทศเพิ่มจากระดับหลักพันเป็นกว่า 2,000 หัวชาร์จในปี 2567 และมีอัตราเปิดให้บริการเฉลี่ย 4-5 ชั่วโมงต่อหัวชาร์จต่อวัน ซึ่งสะท้อนการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

ปัจจุบัน OR มีหัวชาร์จรวม 3,300 หัว ทั้งในสถานีบริการน้ำมัน สถานี LPG สถานี NGV รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม โรงพยาบาล และอาคารสำนักงาน โดยอัตราการใช้งานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 6 ชั่วโมงต่อวัน และบริษัทประเมินว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าอัตราการใช้งานเฉลี่ยจะเข้าสู่จุดสมดุลที่ 4-5 ชั่วโมงต่อหัวต่อวัน

 

OR เชื่อว่า EV จะไม่เข้ามาทดแทนธุรกิจน้ำมัน แต่จะเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างธุรกิจพลังงาน ที่เปิดโอกาสใหม่ให้สถานีบริการ สามารถเพิ่มบริการเสริมเพื่อจับตลาดผู้ใช้รถ EV ได้กว้างขึ้น และปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ให้เป็นแพลตฟอร์มครบวงจรที่รวมการ ‘จอง-ชาร์จ-จ่าย-สะสมแต้ม’ ในช่องทางเดียวเพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานและสร้าง Loyalty Program ของผู้ใช้รถไฟฟ้า

 

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้คนไทยหันมาซื้อรถ EV คือความประหยัด ขณะที่ภาครัฐและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานต้องร่วมกันสร้างความมั่นใจด้านการชาร์จพลังงานให้เพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยที่กำหนดให้ 30% ของรถยนต์ที่ผลิตในปี 2030 เป็นรถไฟฟ้า

 

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจจะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ OR ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตในธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีความได้เปรียบด้านสาธารณูปโภคและเครือข่ายคมนาคมที่พร้อมต่อการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ อีกทั้งยังมีแผนนำความสำเร็จจากตลาดไทยต่อยอดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว และกัมพูชาในอนาคต เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

 

ม. ล. ปีกทอง ทิ้งท้ายว่า ในภาพรวม การทบทวนกลยุทธ์ของ OR ในช่วงนี้จะสะท้อนถึงความจำเป็นของธุรกิจพลังงานยุคเปลี่ยนผ่าน ที่ต้องปรับตัวต่อภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันท้องถิ่น และพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะเดียวกันต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานรองรับ EV เพื่อก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างมั่นคงในทศวรรษข้างหน้า

The post OR ขอทบทวนธุรกิจในกัมพูชาใหม่! หลังเจอกระแสต้านสินค้าไทย – ดีลเลอร์แห่ขอย้ายค่าย ทำยอดขายหาย 60% appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว https://thestandard.co/cafe-amazon-sells-109m-cups/ Sat, 08 Nov 2025 05:59:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1140977 OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว

OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% รายได้ลดตามราคาน้ำมันแต่บริหาร […]

The post OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว

OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% รายได้ลดตามราคาน้ำมันแต่บริหารต้นทุนได้ดี ดันกำไร 9 เดือนโตเกือบเท่าตัว

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ว่ามีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 153,600 ล้านบาท ลดลง 8.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง และมีกำไรสุทธิ 2,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 17.1% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

 

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2568 OR มีรายได้รวม 503,188 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 9,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 98.4% หรือเกือบเท่าตัวจากปีก่อนหน้า โดยมี EBITDA รวม 15,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง Mobility, Lifestyle และ Global

 

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า การเติบโตในไตรมาส 3 มาจาก กลุ่มธุรกิจ Mobility เป็นหลัก โดยเฉพาะกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ดีเซลและเบนซิน สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนและราคาขายที่มีประสิทธิภาพ

 

ด้าน กลุ่มธุรกิจ Global แม้รายได้ลดลง 9.2% จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แต่ปริมาณจำหน่ายยังปรับเพิ่ม โดยเฉพาะในตลาดฟิลิปปินส์ ส่วน กลุ่ม Lifestyle เติบโต 5.2% จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้าน Café Amazon ที่มียอดจำหน่ายไตรมาสนี้รวม 109 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ทิศทางต่อจากนี้ OR ตั้งเป้าเสริมความแข็งแกร่งให้ทุกกลุ่มธุรกิจในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนความต้องการใช้พลังงานและการบริโภคเพิ่มขึ้น

 

โดยในกลุ่ม Mobility บริษัทเตรียมเดินหน้าขยายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

 

รวมถึงกลุ่ม Lifestyle ปัจจุบัน OR มีเครือข่ายร้านค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มกว่า 4,729 สาขา อาทิ Café Amazon, Pearly Tea และ Pacamara Coffee Roasters โดยเฉพาะ Café Amazon มีถึง 4,613 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ

 

ส่วนธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และจิฟฟี่ รวมกว่า 2,347 สาขา ขณะที่ธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม found & found ปัจจุบันมี 12 สาขา และตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 50 สาขาภายในปี 2569 เพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบวงจร

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา แต่ธุรกิจใน สปป.ลาว ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในส่วนของสถานีบริการที่มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้น ขณะเดียวกัน OR ยังคงติดตามความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนและภาวะตลาด

The post OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
“คาเฟ่ อเมซอน” ทำยอดขายกาแฟคูมอิ้งค์ เติบโตเกือบเท่าตัว เพิ่มขึ้นกว่า 50% ดัน ‘พรีเมียม ลาเต้’ สู่ Hero Premium Product ตัวต่อไป [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/cafe-amazon-hero-premium-latte/ Thu, 16 Oct 2025 10:56:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1131529 คาเฟ่ อเมซอน

หลังจากสร้างกระแสฮือฮาสุดไวรัลที่สร้าง Engagement และ B […]

The post “คาเฟ่ อเมซอน” ทำยอดขายกาแฟคูมอิ้งค์ เติบโตเกือบเท่าตัว เพิ่มขึ้นกว่า 50% ดัน ‘พรีเมียม ลาเต้’ สู่ Hero Premium Product ตัวต่อไป [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาเฟ่ อเมซอน

หลังจากสร้างกระแสฮือฮาสุดไวรัลที่สร้าง Engagement และ Brand Awareness ได้อย่างถล่มทลายจากการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์อย่าง “อิ้งค์ วรันธร” ป๊อบดีว่าสาวระดับประเทศ เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน) ก็ได้สานต่อและการันตีความสำเร็จในด้านยอดขายต่อเนื่อง

 

โดยตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับแบรนด์สู่ตลาดกาแฟพรีเมียม ด้วย “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup” ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่ดู สมาร์ท เท่ พรีเมียม ของอิ้งค์ วรันธร ได้สะท้อนความ “หอม ละมุน ไม่เหมือนใคร” ของเมนู Americano และสร้างภาพจำใหม่ให้กับแบรนด์อย่างทรงพลัง

 

นั่นทำให้ เพียง 3 เดือนหลังเปิดตัว แคมเปญนี้ไม่เพียงสร้างภาพจำใหม่ให้กับ Café Amazon แต่ยัง ผลักดันยอดขายของกลุ่ม Hero Premium Product ส่งผลให้ยอดขายเติบโตเกือบเท่าตัว เพิ่มขึ้นกว่า 50% และกลายเป็นหนึ่งใน Top 3 เมนูขายดีของแบรนด์ เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าความ “พรีเมียมเข้าถึงได้” ที่จับใจลูกค้า

 

ชู ‘พรีเมียม ลาเต้’ เปิดมิติความพรีเมียมอีกระดับ

 

คาเฟ่ อเมซอน ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากเมนู Americano ในกลุ่ม “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup” ซึ่งเป็น Hero Premium Product ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของ Café Amazon สู่ตลาดพรีเมียมได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ล่าสุด คาเฟ่ อเมซอน ได้สานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวเมนู Café Latte ซึ่งเป็น Hero Premium Product ตัวต่อไป โดยได้เผยอีกลุคของอิ้งค์ วรันธร ในลุคที่สมาร์ทแต่แฝงด้วยความละมุน เพื่อสะท้อนถึงคาแรกเตอร์พรีเมียม นุ่มนวลแต่ยังคงเข้มข้นของเมนูนี้

 

พรีเมียม ลาเต้ ได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถันจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% คัดเกรดพิเศษ คั่วระดับกลาง-เข้ม เพื่อดึงกลิ่นอโรม่าและรสสัมผัสที่นุ่มลึก ผสานกับ นมสดแท้คุณภาพสูง ที่สร้างสมดุลระหว่าง “ความหอม เข้มข้น และละมุน” คือประสบการณ์ “พรีเมียมอีกระดับ” ที่ดื่มง่ายแต่ยังมีมิติครบถ้วน ผลลัพธ์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างจริงจังในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงรสสัมผัสสุดท้ายเมื่อได้ดื่ม

 

กวาดทั้งลูกค้าเดิมและกลุ่มพรีเมียมใหม่ สู่ตลาด Accessible Premium

 

ความสำเร็จและการออก Hero Premium Product ก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า คาเฟ่ อเมซอน สามารถเจาะเข้าตลาดกาแฟ Accessible Premium หรือ กาแฟพรีเมียมที่มีราคาที่จับต้องได้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

เหมือนเจาะลึกลงไปจากกลยุทธ์ จะพบว่าคือ “กลยุทธ์ Dual Target” ในการรักษาฐานลูกค้าเดิม ไปพร้อม ๆ กับการขยายตลาดใหม่

 

  • กวาดกลุ่มพรีเมียมใหม่

แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่ เช่น First Jobbers, Urban Consumers และคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ ที่ให้ความสำคัญกับความพรีเมียมและไลฟ์สไตล์ มองหาความแตกต่างแต่ยังคงความสะดวกและราคาที่จับต้องได้

 

  • รักษาฐานลูกค้าเดิม

แม้จะเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ แต่ยอดขายของเมนูมาตรฐานอย่าง Black Coffee กลับไม่ลดลง นั่นแปลว่า Café Amazon ไม่ได้ “เปลี่ยนตัวตน” แต่ “ขยายความหมายของตัวเอง” ให้กว้างขึ้น

 

ทำให้นี่เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลัง ในการขยับจาก “กาแฟมหาชน” ที่มีอยู่ทุกหัวมุมเมือง สู่ “แบรนด์พรีเมียมที่เข้าถึงได้จริง” โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมแม้แต่น้อย

 

กาแฟประจำวัน’ สู่การเป็น ‘กาแฟที่สะท้อนรสนิยม’

 

Café Amazon เลือกสื่อสารความพรีเมียมด้วยแนวคิด “Product Speaks Louder Than Campaign” เพราะในยุคที่ผู้บริโภคเสพข้อมูลมากกว่าร้อยเรื่องต่อวัน สิ่งที่จะทำให้แบรนด์น่าจดจำไม่ใช่เพียงโฆษณาที่สวย แต่คือ “ประสบการณ์ที่ดีจริง”

 

เครื่องดื่มทุกแก้วในกลุ่ม อเมซอน พรีเมียม Selected Cup จึงสะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน เช่น จากเมล็ดอาราบิก้าแท้ 100% คัดเกรดพิเศษ คั่วระดับกลาง-เข้ม เพื่อให้ได้กลิ่นและรสที่นุ่มลึก ไปจนถึงกระบวนการชงที่ให้รสสัมผัสละเอียดละเมียดในทุกแก้ว

 

ผลลัพธ์ไม่เพียงแต่เป็นยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง แต่คือการ “ยกระดับมุมมองของผู้บริโภค” จากกาแฟที่ดื่มเป็นประจำทุกวัน ไปสู่กาแฟที่ “สะท้อนรสนิยมและตัวตน” ของผู้ดื่ม

 

ความพรีเมียม คือ คุณภาพที่เข้าถึงได้จริง

 

ปัจจุบัน ตลาดแบรนด์กาแฟพรีเมียมมีการแข่งขันกันอย่างร้อนแรง การที่ Café Amazon สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายเติบโตเกือบเท่าตัวที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ภายใน 3 เดือน และทำให้สินค้ากลุ่มใหม่ขึ้นแท่น Top 3 ของแบรนด์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์

 

ไม่ใช่แค่การทำตลาด แต่คือการ Reposition แบรนด์ทั้งระบบ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาความพิเศษในสิ่งธรรมดา “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup” กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจาก ‘กาแฟมหาชน’ สู่ ‘กาแฟที่สะท้อนรสนิยม’
และแคมเปญนี้ยังตอกย้ำว่า ความพรีเมียมไม่จำเป็นต้องอยู่บนหิ้งเสมอไป ถ้ามัน “จริง” และ “สัมผัสได้” ในทุกแก้ว

The post “คาเฟ่ อเมซอน” ทำยอดขายกาแฟคูมอิ้งค์ เติบโตเกือบเท่าตัว เพิ่มขึ้นกว่า 50% ดัน ‘พรีเมียม ลาเต้’ สู่ Hero Premium Product ตัวต่อไป [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR โชว์กำไร Q2 ปี 68 แตะ 2,200 ล้าน ดันธุรกิจ Café Amazon โตต่อ ขายได้เพิ่มขึ้น 5 ล้านแก้ว https://thestandard.co/or-q2-2025-profit-cafe-amazon-growth/ Mon, 11 Aug 2025 05:26:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1106044 OR รายงาน กำไร Q2/68 โตต่อ Café Amazon ขายเพิ่ม 5 ล้านแก้ว

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท […]

The post OR โชว์กำไร Q2 ปี 68 แตะ 2,200 ล้าน ดันธุรกิจ Café Amazon โตต่อ ขายได้เพิ่มขึ้น 5 ล้านแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR รายงาน กำไร Q2/68 โตต่อ Café Amazon ขายเพิ่ม 5 ล้านแก้ว

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 167,166 ล้านบาท ลดลง 15,256 ล้านบาท หรือ 8.4% จากไตรมาสก่อนหน้า มีกำไรสุทธิ 2,232 ล้านบาท

 

โดยได้รับผลกระทบหลักจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ส่งผลต่อกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 422 ล้านบาท หรือ 7.1% โดยหลักมาจากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ

 

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี OR มีรายได้จากการขายและบริการรวม 349,588 ล้านบาท ลดลง 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่สามารถสร้าง EBITDA ได้ 11,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากปีก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจ Lifestyle จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้ดีขึ้น

 

รวมถึงกลุ่มธุรกิจ Global จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในประเทศ สปป. ลาว เป็นหลัก ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 OR มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,611 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 351 ล้าน หรือเพิ่มขึ้น 5.6% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.55 บาท

 

แม้ในไตรมาสนี้ OR ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังคงเดินหน้าพัฒนาและขยายธุรกิจในกลุ่ม Lifestyle อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์ Café Amazon ที่ยังคงเติบโตดี และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลักดันกาแฟระดับพรีเมียม อเมซอน พรีเมียม Selected Cup พร้อมประเดิมกลยุทธ์พรีเซนเตอร์มาร์เก็ตติง เปิดตัว อิ้งค์ – วรันธร เปานิล เป็นพรีเซ็นเตอร์เป็นครั้งแรก

 

ทำให้ในไตรมาสนี้ Café Amazon มียอดจำหน่ายมากกว่า 107 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 5 ล้านแก้ว หรือคิดเป็น 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายสาขา โดยปัจจุบัน OR มีเครือข่ายร้าน Café Amazon รวม 4,547 สาขา ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

 

รวมถึงธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ 7-Eleven และ จิฟฟี่ ในประเทศไทย 2,339 สาขา รวมทั้ง found & found ร้านค้าปลีกด้านสินค้าสุขภาพและความงาม ได้ขยายเครือข่ายครอบคลุม 10 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตอกย้ำการวางรากฐานที่มั่นคงรองรับแผนการเติบโตในระยะต่อไป

 

นอกจากนี้ OR ยังมุ่งทำ Digital Transformation ใช้เทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยการออกแบบและจัดทำ Digital Roadmap ที่ผนวกแนวโน้มเทคโนโลยีระดับโลกใน 5–10 ปีข้างหน้า โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา OR ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน blueplus+ โฉมใหม่ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของ OR’s Ecosystem ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลบริการ และสิทธิประโยชน์จากทุกแบรนด์เข้าด้วยกัน

The post OR โชว์กำไร Q2 ปี 68 แตะ 2,200 ล้าน ดันธุรกิจ Café Amazon โตต่อ ขายได้เพิ่มขึ้น 5 ล้านแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ ‘อิ้งค์ วรันธร’ พร้อมเปลี่ยนลุคสุดสมาร์ท ดัน Hero Product ล่าสุด ‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’ [PR NEWS] https://thestandard.co/cafe-amazon-ink-waruntorn/ Mon, 07 Jul 2025 05:34:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1093268 Café Amazon

หลังจากทายมาหลายวัน วันนี้ Café Amazon ประกาศเปิดตัวพรี […]

The post Café Amazon เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ ‘อิ้งค์ วรันธร’ พร้อมเปลี่ยนลุคสุดสมาร์ท ดัน Hero Product ล่าสุด ‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon

หลังจากทายมาหลายวัน วันนี้ Café Amazon ประกาศเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ โดยเลือก อิ้งค์-วรันธร เปานิล เจ้าหญิงแห่งวงการซินธ์ป๊อป ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมลุคใหม่ที่ทั้งเท่ สมาร์ท และโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพื่อถ่ายทอดตัวตนของ ‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’

 

สำหรับอเมซอน พรีเมียม Selected Cup คือกาแฟคุณภาพ จากเมล็ดอาราบิก้าแท้ 100% ที่คัดสรรเฉพาะเมล็ดคุณภาพระดับพรีเมียม กลิ่นหอม ละมุน และรสชาติกลมกล่อม  ไม่เหมือนใคร พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์กาแฟที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้ในทุกวัน

 

การเลือกอิ้งค์ วรันธร มารับหน้าที่พรีเซนเตอร์ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารความพรีเมียมในรูปแบบที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และมีสไตล์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับภาพลักษณ์ของอิ้งค์ผู้เป็นทั้งศิลปินที่มีชื่อเสียงและสร้างแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่มากมาย

 

อเมซอน พรีเมียม Selected Cup วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Café Amazon สาขาที่ร่วมรายการ

The post Café Amazon เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ ‘อิ้งค์ วรันธร’ พร้อมเปลี่ยนลุคสุดสมาร์ท ดัน Hero Product ล่าสุด ‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลยุทธ์ธุรกิจแบบ OR: เส้นทางสู่ความยั่งยืนที่เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งธุรกิจ สังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/success-formula-or-business-numbers/ Mon, 30 Dec 2024 10:30:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1024856 OR space 2

คุณจำวันแรกที่รู้จัก OR ได้หรือไม่?   ในวันแรกทุกค […]

The post กลยุทธ์ธุรกิจแบบ OR: เส้นทางสู่ความยั่งยืนที่เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งธุรกิจ สังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR space 2

คุณจำวันแรกที่รู้จัก OR ได้หรือไม่?

 

ในวันแรกทุกคนรู้จักว่า OR เป็นสถานีบริการน้ำมันที่เติมน้ำมันให้กับรถยนต์ของเราตามชื่อบริษัทว่า ‘บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)’

 

OR

 

แต่วันนี้กลับเปลี่ยนไป เรารู้จัก OR ในหลายบทบาทของชีวิตเรา ตั้งแต่การตื่นเช้ามาดื่มกาแฟ การแต่งเสริมความสวยความงามก่อนจะออกไปใช้ชีวิตประจำวัน การชาร์จรถยนต์ EV ของคุณ หรือแม้กระทั่งการรับประทานอาหารเย็นกับคนที่คุณรัก แต่ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทั้งหมดขององค์กรที่ชื่อ OR

 

ตั้งแต่วันแรกมาจนถึงวันนี้ OR เติบโตเป็นอย่างไรแล้วบ้าง และตำราการทำธุรกิจแบบ OR จะต้องเริ่มและทำอะไร

 

‘OR SDG’ ปรัชญาธุรกิจของ OR

 

OR เป็นตัวแปรใหญ่ในการเติบโตของกลุ่ม ปตท. ก็ว่าได้ จากกลยุทธ์การมองหาโอกาสและน่านน้ำธุรกิจใหม่เสมอ สินค้าและบริการก็ผ่านการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และแม้ OR จะเป็นแบรนด์ระดับประเทศและเป็นที่รู้จักบนเวทีโลก แต่การเติบโตร่วมกันกับผู้ประกอบการตัวเล็ก หรือ SMEs ก็ยังเป็นรากฐานที่ส่งเสริมบริษัทเช่นกัน

 

OR SDG - Small, Diversified and Green

OR SDG – Small, Diversified and Green

 

นั่นคือเรื่องที่ยืนยันได้ว่า DNA ของการสร้างธุรกิจและขยายการเติบโตของ OR คือการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และไม่ละทิ้งใครไว้ด้านหลัง สะท้อนภาพกลยุทธ์สำคัญ ‘OR SDG’ ที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

 

  • S (Small): โอกาสเพื่อคนตัวเล็ก โดยดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนต่างๆ
  • D (Diversified): โอกาสเพื่อการเติบโตทุกรูปแบบ โดยมี OR เป็นแพลตฟอร์มตัวกลางในการกระจายโอกาสให้ธุรกิจอย่าง Start-up, SMEs และพันธมิตรที่มีศักยภาพเติบโตไปด้วยกัน
  • G (Green): โอกาสเพื่อสังคมสะอาด ปรับเปลี่ยนธุรกิจ OR ให้เป็นธุรกิจสีเขียว เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 และลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050

 

OR ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนโดยฝังสิ่งเหล่านี้ลงไปในกลยุทธ์ จนได้รับการการันตีด้วยรางวัลต่าง ๆ

 

  • Sustainability Awards 2024 ระดับ Highly Commended โดยรางวัลนี้เป็นรางวัลสำหรับองค์กรที่เป็นเลิศทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 
  • รางวัล 14th Asian Excellence Award 2024 Sustainable Asia Award รางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่มีผลงานด้าน ESG ที่โดดเด่นจากนิตยสาร Corporate Governance Asia

 

ธุรกิจพลังงาน OR: ธุรกิจที่มากกว่าเรื่องพลังงาน

 

PTT Station คือภาพคุ้นตาของทุกคนตั้งแต่แรกเริ่ม แต่วันนี้ OR เติบโตไปมากกว่าเพียงการเป็นสถานีบริการน้ำมันที่มีผู้ใช้บริการราว 3.4 ล้านคนต่อวัน และมีกว่า 2,100 สถานี

 

‘EV Station PluZ’ เป็นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่สะท้อนภาพการปรับตัวเพื่อโลกที่เราทุกคนต้องรับผิดชอบของ OR เพื่อให้การเดินทางด้วยพลังงานสะอาดดำเนินไปอย่างไร้รอยต่อ ซึ่ง OR ขยายสถานีชาร์จครบทั้ง 77 จังหวัด และขยายไปถึงกว่า 900 สาขาในปีนี้

 

OR

 

EV Station PluZ ยังเติมระบบนิเวศของพลังงานไฟฟ้าด้วยแอปพลิเคชัน EV Station PluZ เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวก ทั้งการค้นหาจุดชาร์จ จอง และชำระเงิน ช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเดินทางสู่จุดหมายได้อย่างไร้รอยต่อ

 

ค้นหา EV Station PluZ ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

ค้นหา EV Station PluZ ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

 

OR ยังเป็นผู้นำและสานต่อการเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่ง OR ประสบความสำเร็จในการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) ให้บริการใน 3 สายการบินในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน Thai Airways, Thai Vietjet Air และ Bangkok Airways

 

การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ในเที่ยวบินภูเก็ต-กรุงเทพฯ

การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ในเที่ยวบินภูเก็ต-กรุงเทพฯ 

 

นอกจากนี้ OR ยังส่งเสริมธุรกิจพลังงานอื่นๆ เช่น

 

  • FIT Auto ศูนย์บริการซ่อมบำรุง เช็กสภาพ เปลี่ยนอะไหล่รถยนต์และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูง จาก PTT Lubricants ที่มีครอบคลุมทุกภูมิภาคกว่า 100 สาขา โดยเพิ่มฟีเจอร์รองรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เช่น บริการตรวจซ่อมชิ้นส่วนเฉพาะทาง

 

การจัดจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ปตท. ผ่านช่องทางที่ครอบคลุม เช่น ร้านค้าผู้แทนจำหน่าย และจำหน่ายใน PTT Station รวมถึงแอปพลิเคชัน OR LPG 

 

FIT Auto

FIT Auto

 

ธุรกิจพลังงานของ OR จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเติมพลังงาน แต่เป็นการสร้างสังคมที่เกิดการเคลื่อนไปข้างหน้าได้แบบไร้รอยต่อ ทั้งในรูปการจัดการสถานีบริการน้ำมัน จุดชาร์จ EV Station PluZ รวมถึงพลังงานเครื่องบิน โดยทั้งหมดนี้สร้างความสุขให้ผู้ใช้บริการและสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม

 

ธุรกิจค้าปลีก OR: พื้นที่แห่งคำตอบทุกไลฟ์สไตล์

 

‘OR Space’ โมเดลธุรกิจค้าปลีกไร้น้ำมัน พื้นที่แห่งความสุขใหม่ของ OR โดยแตกต่างจาก PTT Station ที่ไม่ได้มีจุดเติมน้ำมัน เพื่อมุ่งมั่นและโฟกัสด้านค้าปลีกมากขึ้น

 

OR Space แม้ดูจะเป็นธุรกิจรีเทล แต่จุดยืนนั้นแตกต่างจากศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า เพราะเน้นโซนศูนย์กลางธุรกิจ โดยธุรกิจนี้จะใช้คอนเซปต์ ‘Convenience Mall’ หรือพื้นที่ที่จะเน้นสินค้าและบริการที่หลากหลาย เป็นความสะดวกสบายให้กับผู้มาใช้บริการ

 

OR Space รามคำแหง 129

OR Space รามคำแหง 129

 

มีทั้งร้านในแบรนด์และพันธมิตร OR เอง รวมถึงการพาร้านค้าดังอย่าง UNIQLO Roadside ที่ถอดแบบมาจากประเทศญี่ปุ่น มาเปิดให้บริการ ปัจจุบัน OR Space ปักหมุดหมายสำคัญไปด้วยการเปิดตัว 2 แห่ง คือ สาขารามคำแหง 129 และสาขาเณรแก้ว จังหวัดสุพรรณบุรี 

 

ทั้งนี้ OR วางเป้าหมายให้ OR Space คือ การขยาย 10 สาขาต่อปีบริเวณกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดขนาดใหญ่ทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นโซลูชันและคำตอบให้ทุกๆ ไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง

 

 

ธุรกิจไลฟ์สไตล์ OR: โอกาสที่ดีกว่าของทุกคน

 

ยามเช้าตรู่ใครบ้างจะไม่นึกถึงกาแฟที่มักจะเริ่มวันที่ Café Amazon ซึ่งมีกว่า 4,400 สาขาทั้งในและนอก PTT Station ซึ่ง Café Amazon ใช้แนวคิด ‘Circular Economy’ ที่มุ่งเป็นแบรนด์กาแฟที่ใส่ใจและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

 

Café Amazon

 

ปัจจุบัน Café Amazon ก้าวสู่แบรนด์ชั้นนำของโลก จากการสร้างตัวเองให้ไปสู่จุดที่เป็น ‘แบรนด์กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ด้วยการสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำผ่านโครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ในการสนับสนุนเกษตรกรไทยในการสร้างกาแฟคุณภาพและรักษ์โลก พร้อมทั้งสร้างงานสร้างอาชีพด้วยการรับซื้อเมล็ดกาแฟที่โรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ Café Amazon อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีการใช้ EV Truck ที่ไม่สร้างมลพิษขนส่งเมล็ดกาแฟทางไกลรายแรกของไทยมายังโรงคั่วกาแฟ Café Amazon อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่อยมาจนถึงปลายน้ำ ในการมอบกาแฟที่ดีที่สุดในทุกๆ แก้ว และการบริการที่แคร์และแฟร์จนเป็นที่ยอมรับ

 

cafe amazon เกษตรกร

Café Amazon และการสนับสนุนเกษตรกรกาแฟไทย

 

และปัจจุบัน Café Amazon ยังขยายธุรกิจไปในรูปแบบกาแฟพร้อมดื่มและกาแฟแคปซูลอีกด้วย

 

วิสัยทัศน์ของการทำธุรกิจให้สำเร็จจะต้องมีความหลากหลายของธุรกิจ เพื่อพุ่งไปข้างหน้าเสมอ ทำให้ธุรกิจค้าปลีกกลายมาเป็นจุดแข็งสำคัญของ OR อย่างมาก และหนึ่งในความแข็งแกร่งที่จะมาเสริมคือ ธุรกิจด้านสุขภาพและความงามจากการเปิดร้านสินค้าสุขภาพและความงาม ‘found & found’

 

found & found

found & found

 

โจทย์ในการเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกคนในรอบด้าน OR จึงขยายธุรกิจไลฟ์สไตล์มาในด้านนี้ found & found เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่าการดูแลตัวเองเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้ ‘SIMPLE. EASY. EVERYSKIN.’ ซึ่งมอบผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจากไทยและต่างประเทศที่ทันสมัยและมีคุณภาพที่เหมาะกับทุกคน โดยปัจจุบันมีถึง 5 สาขาในประเทศ และตั้งเป้ามอบผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามถึง 500 สาขาในปี 2030

 

นวัตกรรม OR: ค้นหาและสนับสนุนสิ่งใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

นวัตกรรมคือเครื่องมือที่จะเสริมสร้างธุรกิจให้มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนและไม่มีที่สิ้นสุด นั่นคือสิ่งที่ OR ทราบดีและดำเนินเรื่อยมา ทั้งการสร้างนวัตกรรมของตัวเองและการลงทุนในนวัตกรรมใหม่

 

OR ยกระดับสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ผ่านการนำระบบ SAP S/4 HANA ที่รวมฟังก์ชันในการบริหารจัดการธุรกิจพลังงานและค้าปลีกไว้ด้วยกันเข้ามาใช้เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน รองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล

 

แอปพลิเคชันและระบบสมาชิก blueplus+

แอปพลิเคชันและระบบสมาชิก blueplus+

 

นอกจากนี้ OR ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันและระบบสมาชิก blueplus+ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมบริการต่างๆ ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงไลฟ์สไตล์ ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

 

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย OR 2030 Goals

 

พันธมิตร OR: การพาคนตัวเล็กและชุมชนเติบโตไปด้วยกัน

 

‘รายได้และผลกำไร’ ตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่ธุรกิจมักนึกถึงเป็นส่วนใหญ่ แต่ธุรกิจมีเพียงแค่นั้นหรือ? 

 

คำตอบของ OR คือไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสิ่งที่สำคัญเช่นกันคือการสร้างสิ่งใหม่เพื่อแก้ปัญหา หรือ ‘การเป็นโซลูชัน’ ให้สังคมและสิ่งแวดล้อม นั่นทำให้ OR สามารถเป็นพันธมิตรกับเหล่าธุรกิจคนตัวเล็กและชุมชน เพื่อเติบโตไปพร้อมกับชุมชน

 

  • ‘โครงการร้านไทยเด็ด’ ที่สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น โดยสร้างช่องจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ ‘ไทยเด็ด’ 355 สาขาทั่วประเทศ มีสินค้าชุมชนกว่า 1,000 รายการ เพิ่มรายได้และสร้างโอกาสให้กับวิสาหกิจขนาดเล็กและชุมชน

 

ร้านไทยเด็ด สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น

ร้านไทยเด็ด สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น

 

  • ‘โครงการ Café Amazon for Chance’ ที่ช่วยสร้างโอกาสในการทำงานเป็นบาริสต้าให้กับผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงวัย และผู้พิการ โดยสนับสนุนการจ้างงานและอบรม ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมผ่าน 345 สาขา

 

Café Amazon for Chance

Café Amazon for Chance

 

มากไปกว่านั้น OR เตรียมพัฒนา Café Amazon Park บนพื้นที่ 615 ไร่ ที่ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนากาแฟอย่างยั่งยืนครบวงจร โครงการนี้นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบและธุรกิจต้นน้ำให้กับธุรกิจ Café Amazon และลดการพึ่งพาการนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศแล้ว ยังสร้างงานและรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เกิดการจ้างงานในพื้นที่

 

OR

 

การปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดปัญหา PM2.5 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนตามเป้าหมาย OR 2030 Goals ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม


OR ขยายความสำเร็จสู่ต่างประเทศ

 

ธุรกิจ OR ในประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างมากโดยไม่มีข้อสงสัย ทั้งจำนวนการใช้บริการ ยอดขาย และการขยายเครือข่ายของธุรกิจ 

 

มากกว่านั้น OR ยังประสบความสำเร็จในต่างประเทศมากมาย โดยมี PTT Station ในต่างประเทศแล้วกว่า 400 สาขา รวมถึงการเปิด EV Station PluZ และร้านสะดวกซัก Otteri นอกจากนี้ Café Amazon ยังเปิดไปแล้วเกือบ 400 สาขา ยอดขายมากกว่า 30 ล้านแก้ว

 

เปิดตัว Otteri ที่กัมพูชา

เปิดตัว Otteri ที่กัมพูชา 

 

การขยายตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือว่า OR มีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในกัมพูชา สปป.ลาว และฟิลิปปินส์ โดยกัมพูชาถือเป็น ‘บ้านหลังที่สอง’ ของบริษัท ด้วยการเปิดสถานีบริการ PTT Station และ Café Amazon หลายแห่ง รวมถึงร้านสะดวกซัก Otteri และ EV Station PluZ

 

กลยุทธ์ในการเจาะตลาดต่างชาติของ OR คือกลยุทธ์ Asset Light Model ในการร่วมลงทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในตลาดใหม่ ไม่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ถาวร แต่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นสูง

 

Café Amazon ที่ สปป.ลาว

Café Amazon ที่ สปป.ลาว

 

เบื้องหลังความสำเร็จของ OR ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและการขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน OR พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความสำเร็จที่แท้จริงนั้นมาจากการคิดที่ลึกซึ้งกว่าตัวเลข พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับชุมชน ดูแลสิ่งแวดล้อม และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม ซึ่งทั้งหมดนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ OR แตกต่างและก้าวสู่ความเป็นผู้นำในทุกมิติอย่างแท้จริง

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

The post กลยุทธ์ธุรกิจแบบ OR: เส้นทางสู่ความยั่งยืนที่เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งธุรกิจ สังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ความแคร์ = ความแฟร์’ ถอดรหัสค้นหาความหมายของแคมเปญ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ จาก คาเฟ่ อเมซอน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/cafe-amazon-care-and-fair/ Mon, 05 Aug 2024 03:00:43 +0000 https://thestandard.co/?p=955472

กาแฟเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของคนไทยหลายๆ คนตั้งแต่วัยเ […]

The post ‘ความแคร์ = ความแฟร์’ ถอดรหัสค้นหาความหมายของแคมเปญ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ จาก คาเฟ่ อเมซอน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

กาแฟเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของคนไทยหลายๆ คนตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน ตื่นเช้ามาก็มีกาแฟหลากหลายสูตรให้เราหยิบมาดื่มเติมพลังคู่ใจตลอดวัน

 

แต่จะมีกาแฟสักกี่แก้วกันที่เราหยิบขึ้นมาแล้วรู้สึกได้มากกว่าพลังจากกาแฟ ก็คือ ‘ความแฟร์’ ที่ใส่ไว้ในทุกรายละเอียดตั้งแต่การความพิถีพิถันในการชง ไปถึงตอนที่เราได้รับกาแฟแก้วโปรดจากมือบาริสต้าสู่ริมฝีปากที่ได้สัมผัสกับรสชาติที่คุ้นเคย ดังเช่นในหนังโฆษณา คาเฟ่ อเมซอน ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’

 

แต่ความหมายของความแฟร์ไม่ได้จบอยู่แค่นั้น ยังมีเรื่องราวที่ลึกซึ้งอีกมากมายจากแคมเปญ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ซ่อนอยู่ และเป็นจุดเริ่มต้นของโมเมนต์ใจฟูของลูกค้าที่แชร์ความประทับใจออกไปจนเราต้องหยิบมาเล่าในครั้งนี้

 

‘แฟร์มา แฟร์กลับ’ เริ่มด้วยการส่งมอบความแฟร์ให้กับทุกคน

 

แคมเปญ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ของคาเฟ่ อเมซอน เปิดตัวด้วยกิจกรรม ‘แฟร์มาแฟร์กลับ’ ที่เชิญชวนให้ทุกคนมาแชร์ลายกระเป๋าแฟร์ที่ชื่นชอบทาง Facebook เพื่อลุ้นรับกระเป๋าผ้าลายพิเศษจาก 3 ศิลปินชื่อดังอย่าง Jirayu Koo, Banana Blah Blah และ Juli Baker ที่พร้อมสกรีนชื่อของลูกค้าบนกระเป๋าแฟร์ในแบบที่ ‘มีใบเดียวในโลก’

 

 

ผลตอบรับจากแคมเปญนี้สร้างความเป็นไวรัลในหมู่ผู้บริโภค เพราะความ ‘แฟร์มาแฟร์กลับ’ ที่ทำให้ Message นี้ได้สะพัดออกไปจนเต็มหน้า Feed ของ Facebook ทำให้คาเฟ่ อเมซอน สามารถ Own คำว่าแฟร์ให้แพร่ออกไปได้ในวงกว้าง กิจกรรมนี้ถือเป็นการส่งคืนความสุขเพื่อแฟร์กับผู้บริโภค โดยมอบกระเป๋าที่สามารถใช้เพื่อเป็นความแฟร์กับโลกของเรา และยังสร้างความแฟร์ให้ศิลปินไทยที่คาเฟ่ อเมซอน แคร์วงการศิลปะ สนับสนุนศิลปินไทยให้มาร่วมถ่ายทอดความหมายของคำว่าแฟร์ ที่สำคัญยังแคร์ลูกค้า ด้วยการสร้างกิมมิกการพิมพ์ชื่อลูกค้าลงบนกระเป๋าที่ลูกค้าผู้โชคดีจะได้รับ ถือเป็นหนึ่งความพิเศษที่ทำให้กิจกรรมนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก

 

กาแฟที่ ‘แฟร์’ ในรสชาติและความพิถีพิถันทุกขั้นตอน

 

เมื่อเริ่มต้นด้วยกิจกรรมที่ ‘แฟร์มาแฟร์กลับ’ แล้ว แคมเปญนี้ปล่อยหมัดฮุกที่สร้างเสียงฮือฮาและผลตอบรับที่ดีมาก อย่างหนังโฆษณา ความ ‘แฟร์’ หน้าตาประมาณไหน? | คาเฟ่ อเมซอน กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก

 

 

ในภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้เราจะเห็นภาพของ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ที่ลูกค้าหนุ่มอยากลอง เพียงเพราะหันไปเห็นสโลแกนของแบรนด์ แต่ภาพยนตร์โฆษณาพาลูกค้าหนุ่มท่านนี้ไปหาคำตอบเรื่องความแฟร์ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของกาแฟที่ดีจากเมล็ดกาแฟคุณภาพ นำมารังสรรค์เป็นเครื่องดื่มด้วยฝีมือของบาริสต้าที่เชี่ยวชาญและใส่ใจ ออกมาเป็นกาแฟ ‘Perfect Shot’ เกิดเป็นกาแฟที่ ‘แฟร์’ กับความต้องการของคอกาแฟ ให้ได้รสชาติที่ต้องการ ที่จะช่วยเป็นพลังให้กับคนดื่มได้ตลอดทั้งวัน

 

‘แฟร์’ ด้วยบริการที่ ‘แคร์’

 

นอกจากกาแฟที่แฟร์แล้ว ความเอาใส่ใจหรือความ ‘แคร์’ ถือเป็นหัวใจสำคัญของคาเฟ่ อเมซอน จากภาพยนตร์โฆษณาที่ถ่ายทอดออกมาให้เราได้เห็นความแคร์ของบาริสต้าที่ใส่ใจตั้งแต่ระดับความหวานที่ลูกค้าต้องการ การรังสรรค์กาแฟออกมาอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ก่อนจะส่งมอบกาแฟที่สะท้อนความหมายของการเป็น ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ให้ลูกค้า

 

 

และที่ยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์โฆษณายังพาเราไปสู่ความหมายของคำว่า ‘แคร์ = แฟร์’ ประเด็นของภาพยนตร์โฆษณาที่สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ ‘ความแคร์’ ลูกค้าที่มากกว่าการบริการ แต่เป็นความใส่ใจที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของบาริสต้า ซึ่งต้องการให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดแบบ Empathy จริงๆ จะเห็นได้จากตอนท้ายของภาพยนตร์โฆษณา ในฉากที่ลูกค้าหยิบมือถือมาเพื่อจะกดรับส่วนลด แต่แบตหมด จากนั้นบาริสต้าก็ได้ยื่นแบตสำรองมาพร้อมรอยยิ้ม นี่คือเสน่ห์ของภาพยนตร์โฆษณาที่กำลังจะบอกว่าความแคร์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการบริการ แต่คือความจริงใจและใส่ใจลูกค้าในทุกแง่มุมจริงๆ

 

 

‘Fair Day Check-in ส่งต่อความแฟร์ แชร์ความรู้สึกดีๆ’

 

 

หากภาพยนตร์โฆษณาเปรียบเสมือน ‘หมัดฮุก’ กิจกรรม Fair Day Check-in ส่งต่อความแฟร์ แชร์ความรู้สึกดีๆ ก็คงเปรียบได้กับ ‘หมัดน็อก’ เพราะความหมายของความแฟร์กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ ได้ถูกถ่ายทอดผ่านกิจกรรมนี้ ด้วยการชวนลูกค้าคาเฟ่ อเมซอนมา Check-in ที่ร้านคาเฟ่ อเมซอนสาขาโปรด พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความแฟร์ที่ประทับใจ เป็นการตั้งโจทย์ที่มุ่งเน้นบอกเล่าความแฟร์ที่เกิดกับ ‘ลูกค้า’ ใช้เรื่องราวจริงๆ ของ ‘ลูกค้า’ มาบอกเล่าผ่านมุมมองของ ‘ลูกค้า’ ไปสู่ ‘ลูกค้า’ ที่ดูจริง และจริงใจ เพื่อส่งต่อเรื่องราวความแฟร์ให้ ‘ลูกค้า’ แชร์ต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด

 

 

นอกจากความแฟร์ของคาเฟ่ อเมซอนแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือ ‘ความแคร์’ ความเอาใจใส่ที่ส่งต่อไปยังลูกค้า รวมถึงสิ่งรอบตัวและโลกใบนี้

 

 

ความหมายที่ลึกซึ้งแต่เรียบง่ายคือ ‘ความแคร์ = ความแฟร์’ ที่ถูกถอดรหัสออกมา สะท้อนความรู้สึกใจฟูจากประโยคที่ว่า ‘เพราะเราแคร์ เราเลยแฟร์กับคุณที่สุด’ ถือเป็นการเล่าเรื่องที่ตอกย้ำจุดยืนในการเป็น ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ของคาเฟ่ อเมซอนอย่างแท้จริง

 

 

รับชมหนังโฆษณาอีกครั้งได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=vktIDnWHX-E

 

The post ‘ความแคร์ = ความแฟร์’ ถอดรหัสค้นหาความหมายของแคมเปญ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ จาก คาเฟ่ อเมซอน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชา บ้านหลังที่ 2 ของ OR! นอกจากปั๊ม PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon แล้วยังเตรียมนำร้าน ‘โอ้กะจู๋’ เข้ามาเปิดตลาดครั้งแรก https://thestandard.co/or-cambodia-ptt-station-cafe-amazon-and-ohkajhu/ Fri, 24 Nov 2023 05:50:17 +0000 https://thestandard.co/?p=869262 OR กัมพูชา

ยุทธศาสตร์ OR คือนำธุรกิจที่มีอยู่ในไทยไปขยายยังต่างประ […]

The post กัมพูชา บ้านหลังที่ 2 ของ OR! นอกจากปั๊ม PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon แล้วยังเตรียมนำร้าน ‘โอ้กะจู๋’ เข้ามาเปิดตลาดครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR กัมพูชา

ยุทธศาสตร์ OR คือนำธุรกิจที่มีอยู่ในไทยไปขยายยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ที่วางกลยุทธ์ไว้ให้เป็นบ้านหลังที่สอง โฟกัสการลงทุนเปิดสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon ที่ได้รับการตอบรับจากคอกาแฟ จนกลายเป็นแบรนด์อันดับ 2 รองจากแบรนด์ในท้องถิ่น

 

“เราให้ความสำคัญกับการลงทุน Infrastructural ในกัมพูชา เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งจำนวนประชากรและเศรษฐกิจที่ขยายตัว 5-6% ในปีนี้ และยังมีวัฒนธรรมคล้ายๆ กับผู้บริโภคในไทย ที่สำคัญเป็นประเทศที่ไม่มีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ นำเข้า 100% ทำให้เราเห็นโอกาสขยายการเติบโต” ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าว

 

ณัฐพงศ์ แก้วตระกูลพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท. (กัมพูชา) จำกัด (PTTCL) กล่าวเสริมว่า การลงทุนในกัมพูชานั้นจะเริ่มตั้งแต่กลุ่มธุรกิจ Mobility ปัจจุบันมีการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการ PTT Station และธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants รวมถึงได้ร่วมลงทุนในบริษัทร่วมค้า เพื่อให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่สนามบินในกรุงพนมเปญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2567

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทให้ความสำคัญในการบริหารต้นทุน ฝ่ายจัดซื้อรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของการบริหารสต๊อกน้ำมันตามเทรนด์ตลาดทั้งช่วงราคาน้ำมันขึ้นและลง

 

พร้อมกับมองหาโอกาสในการเติบโตในธุรกิจพลังงานอื่นๆ เช่น Battery Swapping และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station รวมถึงการศึกษาตลาดเพื่อนำแบรนด์ Lifestyle อย่างร้านโอ้กะจู๋ เข้ามาทำตลาดในกัมพูชาในรูปแบบร้าน Stand Alone แต่ก็ต้องพิจารณาหลายอย่าง ทั้งพื้นที่ปลูกผักและซัพพลายเออร์

 

อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการทำตลาดกัมพูชาคือร้าน Cafe Amazon ปัจจุบันมี 231 สาขา ในปี 2567 เตรียมเปิดอีก 20 สาขา ทั้งในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันและในพื้นที่ทราฟฟิกสูง โมเดลร้านและเมนูเครื่องดื่มคล้ายกับร้านในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคกัมพูชาเป็นอย่างดี

 

เห็นได้จากบางสาขาขายได้ 900-1,000 แก้วต่อวัน โดยเมนูที่ขายดีสุดคือ Black Coffee และชาเขียวปั่น ปัจจุบัน Cafe Amazon มีส่วนแบ่งการตลาด 44% ในกัมพูชา ทั้งนี้ ในปี 2567 คาดว่ารายได้ Cafe Amazon ในกัมพูชาจะเติบโตมากกว่า 20%

 

ส่วนการทำตลาด Cafe Amazon ในประเทศ สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ก็กำลังเร่งขยายเพื่อรองรับตลาดกาแฟที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง แต่ความท้าทายในแต่ละประเทศค่อนข้างแตกต่างกัน ทั้งคู่แข่งและต้นทุน รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคและกำลังซื้อ

 

ถึงกระนั้นสิ่งที่ OR ได้เปรียบคือการทำตลาดสร้างการรับรู้แบรนด์ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ประกอบกับการเลือกพื้นที่เปิดร้านให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายและปรับตัวตามเทรนด์ผู้บริโภคให้ได้อย่างรวดเร็ว

 

โดยการขยายธุรกิจทั้งหมดเป็นการลงทุนในระยะ 5 ปี (ปี 2567-2571) ด้วยงบลงทุนที่ 8,000 ล้านบาท หรือประมาณ 12% มีเป้าหมายสร้างการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไร

 

ทั้งนี้ หากเจาะลึกลงมาถึงธุรกิจ OR ในกัมพูชามีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั้งหมด 169 แห่ง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle นั้น Cafe Amazon มี 231 สาขา ร้านสะดวกซื้อ Jiffy และร้านสะดวกซัก Otteri Wash & Dry ทั้งหมด 63 สาขา ส่วนใหญ่แล้วเป็นการขยายร่วมกันกับพันธมิตรและแฟรนไชส์

 

ทั้งหมดสอดคล้องกับเป้าหมาย OR 2030 และวิสัยทัศน์ OR ‘Empowering All toward Inclusive Growth’ เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต อย่างไรก็ตาม แนวทางการลงทุนของ OR ยังต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลก

The post กัมพูชา บ้านหลังที่ 2 ของ OR! นอกจากปั๊ม PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon แล้วยังเตรียมนำร้าน ‘โอ้กะจู๋’ เข้ามาเปิดตลาดครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
EXCLUSIVE: ทั่วโลกหลั่งไหลเช็กอิน สปป.ลาว Forbes ยกให้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และต้องไปเยือน หนุน ‘Café Amazon’ สยายปีกสู่ 100 สาขาทั่วประเทศ https://thestandard.co/forbes-rated-laos-as-a-charming-and-must-visit-city/ Thu, 20 Jul 2023 07:56:49 +0000 https://thestandard.co/?p=819781 Cafe Amazon ลาว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สปป.ลาว ได้รับเสียงชื่นชมจากนาน […]

The post EXCLUSIVE: ทั่วโลกหลั่งไหลเช็กอิน สปป.ลาว Forbes ยกให้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และต้องไปเยือน หนุน ‘Café Amazon’ สยายปีกสู่ 100 สาขาทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cafe Amazon ลาว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สปป.ลาว ได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติถึงความงามทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม กระทั่ง Forbes ยกให้ สปป.ลาว เป็นประเทศที่มีเสน่ห์ที่สุดในอาเซียนและต้องไปเยือนสักครั้ง บวกกับเส้นทางธรรมชาติใหม่สุดฮิตรถไฟจีน-ลาว หนุนธุรกิจกาแฟ ‘Café Amazon’ แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยครองใจชาว สปป.ลาว จนต้องขยายเพิ่มเป็น 100 สาขาทั่วประเทศ 

 

จากการรายงานข่าวของ Laotian Times ที่ระบุว่า กระทรวงสารสนเทศ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สปป.ลาว เผยแพร่ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยว สปป.ลาว เพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 831,248 คน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

และในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าสู่ สปป.ลาว นั้น มีนักท่องเที่ยวจากไทยมากที่สุด 344,405 คน ตามมาด้วยเวียดนาม 179,885 คน จีน 143,312 คน และนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาก็ยังคงเข้ามาท่องเที่ยวใน สปป.ลาว เช่นเดิม

 

นอกจากนี้ ปีนี้ยังพบปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นคือ สปป.ลาว มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากยุโรป โดยแห่เข้ามาท่องเที่ยวถึง 57,408 คนในไตรมาสแรก ส่วนใหญ่มาจากรัสเซียจำนวน 11,573 คน ตามมาด้วยแอฟริกาและตะวันออกกลาง

 

โดยล่าสุดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของ สปป.ลาว ได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติ จากความงามทางธรรมชาติอันน่าทึ่งและมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดย Forbes ยกให้ สปป.ลาว เป็นประเทศที่มีเสน่ห์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกที่องค์การ UNESCO บรรจุให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาล สปป.ลาว ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 1.4 ล้านคนภายในสิ้นปี 2023 และตั้งเป้าหมายรายได้สูงถึง 340 ล้านดอลลาร์ จึงเตรียมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในประเทศ รถไฟจีน-ลาว และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรองรับเต็มที่

 

พีทีที (ลาว) ครองตำแหน่งผู้นำร้านคาเฟ่

ธีระ วีระวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที (ลาว) จำกัด ผู้ให้บริการร้านคาเฟ่ อเมซอน หรือแบรนด์ Café Amazonใน สปป.ลาว เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ด้วยรสชาติกาแฟที่ครองใจชาว สปป.ลาว และศักยภาพของกำลังซื้อนักท่องเที่ยว รวมไปถึงนักลงทุนที่เดินทางมาทำธุรกิจใน สปป.ลาว ปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้องขยายคาเฟ่จาก 86 สาขา ที่กระจายอยู่เกือบทั่วประเทศ โดยเพิ่มแผนขยายให้เป็น 100 สาขาทั่วประเทศ 

 

“อีกปัจจัยหลักที่เห็นโอกาสในการขยาย Café Amazon สปป.ลาว คือนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางด้วยเส้นทางรถไฟจีน-ลาวที่เป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม สะดวก รวดเร็ว จึงมีแผนจะเปิดบริการใน 3 สถานี คือ สถานีนครหลวงเวียงจันทน์ สถานีวังเวียง และสถานีหลวงพระบาง และเปิดบริการในรูปแบบคีออส (Kiosk) คือการเปิดร้านขนาดเล็กที่ไม่มีรูปแบบตายตัว การลงทุนน้อย และเหมาะสมกับพฤติกรรมของลูกค้าใน สปป.ลาว”

 

ขยายธุรกิจ Non-Oil ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น 10%

ธีระกล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ Café Amazon สปป.ลาว เปิดให้บริการในปี 2015 ในรูปแบบสแตนด์อโลนภายใต้บริษัท พีทีที (ลาว) จำกัด ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยรสชาติและราคาต่อแก้วที่ย่อมเยาเฉลี่ยที่ 30-40 บาท หรือประมาณ 20,000 กีบ 

 

นอกจากนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจนำเข้าน้ำมันเพื่อจำหน่ายในรูปแบบขายส่งและขายปลีก มีผลิตภัณฑ์หลากหลายทั้งน้ำมันหล่อลื่นที่มีสถานีบริการน้ำมัน 52 แห่งทั่วประเทศ และมีธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil) ได้แก่ Café Amazon มีศูนย์บริการตรวจเช็กรถยนต์ PROCheck & FIT Auto 9 สาขา, ร้านชานมไข่มุก Pearly Tea 5 สาขา ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นไม่แพ้กัน

 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท พีทีที (ลาว) ปีนี้และในช่วง 5 ปี บริษัทมีแผนที่จะส่งออกเมล็ดกาแฟคั่ว Roasted Coffee and Green Bean Coffee ให้แก่บริษัทในเครือของ PTTOR ในต่างประเทศ โดยเริ่มจาก PTTOR (Cambodia) และมีแผนเปิดร้าน Café Amazon Concept Store ด้วยการออกแบบให้กลมกลืนกับโรงละคร ผสมผสานวัฒนธรรมอันสวยงาม พร้อมให้บริการ Speed Bar & Slow Bar รายการอาหารและเครื่องดื่มเฉพาะในนครหลวงเวียงจันทน์เป็นแห่งแรก

 

โดยพีทีที (ลาว) จะพัฒนาและตั้งเป้าขยายธุรกิจ Non-Oil ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น 10% ของรายได้รวมภายใน 5 ปี

 

สปป.ลาว เป็นตลาดที่มีศักยภาพ

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า บริษัท พีทีที (ลาว) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้ปักหลักธุรกิจร้าน Café Amazon ใน สปป.ลาว ซึ่งตลาดนี้มีความน่าสนใจในแง่ของวัตถุดิบการใช้เมล็ดกาแฟที่ผลิตภายใน สปป.ลาว 100% ทำให้ผู้ประกอบการมีแผนจะขยายธุรกิจในกลุ่มเครื่องดื่มมากขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสของวัตถุดิบด้านการเกษตรของไทย เช่น เมล็ดกาแฟและนม ที่จะได้รับอานิสงส์ในการใช้ประโยชน์จาก FTA ในการขยายตลาดนมไทยมายังกลุ่มอาเซียนด้วย

 

“สปป.ลาว เป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับการลงทุนร้านคาเฟ่ แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรเพียง 7.5 ล้านคน แต่เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคใน สปป.ลาว เริ่มเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่หันมาบริโภคเครื่องดื่มที่มีแบรนด์และใส่ใจเรื่องอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวของ สปป.ลาว ทำให้ร้านคาเฟ่มีโอกาสเติบโตสูง”

 

กาแฟ สินค้าเศรษฐกิจ สปป.ลาว

กาแฟถือเป็นสินค้าเศรษฐกิจสำคัญของ สปป.ลาว ส่วนใหญ่จะปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าในที่ราบสูงโบลาเวนทางตอนใต้ แถบแขวงจำปาสัก เซกอง และสาละวัน โดยกาแฟที่ปลูกจะมีจุดเด่นคือเป็นกาแฟออร์แกนิก มีกลิ่นหอม รสชาตินุ่มแต่มีความเข้ม ส่งผลให้ สปป.ลาว เป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากเวียดนามและอินโดนีเซีย 

 

โดยมีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ เวียดนาม ไทย ญี่ปุ่น เยอรมนี และเบลเยียม ส่งไปเวียดนามอันดับ 1 และส่งมาไทยเป็นอันดับ 2 มูลค่า 25.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อ้างอิง: 

The post EXCLUSIVE: ทั่วโลกหลั่งไหลเช็กอิน สปป.ลาว Forbes ยกให้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และต้องไปเยือน หนุน ‘Café Amazon’ สยายปีกสู่ 100 สาขาทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุญรอดฯ จับมือ OR นำ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ลงขวดเป็นครั้งแรก พร้อมหวนคืนสู่ตลาดชาด้วย ชาฮารุ ย้ำสินค้าพรีเมียม แต่ราคาเข้าถึงง่ายเพียง 30-35 บาท https://thestandard.co/boonrawd-or-cafe-amazon/ Fri, 31 Mar 2023 08:33:49 +0000 https://thestandard.co/?p=771369 บุญรอด OR

หวนคืนสู่ตลาดชาครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่? เมื่อบุญรอดฯ จั […]

The post บุญรอดฯ จับมือ OR นำ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ลงขวดเป็นครั้งแรก พร้อมหวนคืนสู่ตลาดชาด้วย ชาฮารุ ย้ำสินค้าพรีเมียม แต่ราคาเข้าถึงง่ายเพียง 30-35 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุญรอด OR

หวนคืนสู่ตลาดชาครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่? เมื่อบุญรอดฯ จับมือ OR ส่ง 2 โปรดักต์ใหม่ กาแฟพร้อมดื่มอเมซอน-ชาพร้อมดื่มฮารุ มาในรูปแบบพรีเมียม ราคาเข้าถึงง่าย 30-35 บาท เจาะกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงาน นับเป็นก้าวสำคัญที่บุญรอดฯ หวนคืนตลาดชาพร้อมดื่มอีกครั้ง 

 

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าธุรกิจใหญ่ได้จับมือกันสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดใหม่ๆ ไม่เว้นแต่ OR และบุญรอดเทรดดิ้ง นับเป็นที่น่าจับตาอย่างมากที่บุญรอดฯ ได้หวนคืนสู่ตลาดชาพร้อมดื่มอีกครั้ง หลังจากเมื่อหลายปีก่อนเคยย่างกรายเข้ามาในธุรกิจชาทำตลาดในชื่อแบรนด์โมชิ แต่ก็ต้องหยุดทำตลาดไปเพราะสู้การแข่งขันไม่ได้ 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

แน่นอนว่าการที่บุญรอดฯ หวนคืนสู่ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มครั้งนี้ มาในแบรนด์ฮารุ ที่แปลว่าฤดูใบไม้ผลิ ชูจุดขายของใบชาเกรดพรีเมียมจากไร่สิงห์ปาร์ค ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาจะแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด เพราะมีความโมเดิร์นและพรีเมียม ที่สำคัญตลาดชาพรีเมียมยังมีผู้เล่นไม่มาก และเติบโตกว่า 10% ทำให้บริษัทมีโอกาสอีกมาก

 

ถือเป็นมูฟเมนต์ใหญ่ที่ต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมูลค่า 11,213 ล้านบาท ที่มีผู้เล่นรายใหญ่อย่างอิชิตันและโออิชิที่ได้ยึดส่วนแบ่งตลาดไว้หมดแล้ว แถมยังต้องเผชิญการแข่งขันกันอย่างรุนแรงเช่นเดิม

 

ขณะเดียวกันการจับมือระหว่าง OR และบุญรอดเทรดดิ้ง เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ‘ดริ้ง เอนเทอร์ไพรซ์’ เพื่อบุกตลาดเครื่องดื่มสำเร็จรูป ล่าสุดได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ กาแฟพร้อมดื่ม คาเฟ่ อเมซอน และฮารุ โคลด์บรูว์ กรีนที

 

ทันทีที่วางขายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ก็ได้ทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ พร้อมตั้งเป้าสร้างยอดขายให้ได้ 1,000 ล้านบาทภายใน 1-2 ปี และจะใช้เวลาประเมินตลาดประมาณ 3-6 เดือน หากได้รับการตอบรับดีก็จะเริ่มพัฒนาสินค้ารสชาติใหม่ๆ ต่อไปทันที

 

เมื่อเจาะลึกถึงกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินงาน ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) และ ภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันการรุกเข้าไปตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพียงคนเดียวอาจจะเหนื่อยและโตได้ช้า ซึ่งการมีพาร์ตเนอร์เข้ามาช่วยจะทำให้เติบโตได้เร็วกว่า 

 

ทั้งนี้ การร่วมมือนี้เป็นการรวมจุดแข็งของทั้งสองบริษัทที่ต่างมีความเชี่ยวชาญ เริ่มตั้งแต่กลุ่มกาแฟพร้อมดื่ม OR ได้นำจุดแข็งของแบรนด์อเมซอนที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในกลุ่มผู้บริโภค 

 

ยิ่งไปกว่านั้นจะสามารถรองรับแนวโน้มการบริโภคกาแฟของคนไทยเพิ่มขึ้น 15,000 กิโลกรัมต่อปี โดยเฉพาะกาแฟพรีเมียมพร้อมดื่มมูลค่า 26,000 ล้านบาท มีโอกาสโตอย่างมาก และเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์คอกาแฟที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วได้

 

ขณะที่บุญรอดเทรดดิ้งจะใช้ความชำนาญเรื่องการจัดจำหน่ายเข้ามาช่วยกระจายสินค้าไปยังร้านค้าในต่างจังหวัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

The post บุญรอดฯ จับมือ OR นำ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ลงขวดเป็นครั้งแรก พร้อมหวนคืนสู่ตลาดชาด้วย ชาฮารุ ย้ำสินค้าพรีเมียม แต่ราคาเข้าถึงง่ายเพียง 30-35 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon เปิดเกมรุก อัปเกรดรสชาติให้คงที่ ปีหน้าพร้อมลงทุนขยาย 400 สาขาในไทย-ต่างประเทศ กวาดลูกค้ารอบทิศ https://thestandard.co/cafe-amazon/ Mon, 21 Nov 2022 02:06:20 +0000 https://thestandard.co/?p=712678 Café Amazon

ตลาดร้านกาแฟ 3 หมื่นล้านเริ่มฟื้น หลังโควิดเริ่มซา ค่าย […]

The post Café Amazon เปิดเกมรุก อัปเกรดรสชาติให้คงที่ ปีหน้าพร้อมลงทุนขยาย 400 สาขาในไทย-ต่างประเทศ กวาดลูกค้ารอบทิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon

ตลาดร้านกาแฟ 3 หมื่นล้านเริ่มฟื้น หลังโควิดเริ่มซา ค่ายใหญ่ Café Amazon เปิดเกมรุกขยายสาขาทั้งในเทศและต่างประเทศ หวังกวาดลูกค้ารอบทิศ พร้อมเพิ่มน้ำหนักกระบวนการผลิตทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รองรับความต้องการตลาด 

 

สมยศ คงประเวช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟซบเซาไปตามสถานการณ์ แต่เมื่อทุกอย่างคลี่คลายลง ทำให้ปัจจุบันภาพรวมตลาดร้านกาแฟมูลค่า 3 หมื่นล้าน เริ่มกลับมาเติบโต ผู้คนเริ่มออกเดินทางต่างจังหวัด มีบรรยากาศการจับจ่ายคึกคักมากขึ้น ประกอบกับเครื่องดื่มกาแฟได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขาย Café Amazon กลับมาเติบโตเท่ากับช่วงก่อนโควิด

 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ขณะเดียวกัน อุปสรรคของการทำตลาด นอกจากเรื่องต้นทุนแล้ว ยังต้องเผชิญการแข่งขันสูงโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ออกมาเคลื่อนไหวและเน้นการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ควบคู่กับการจัดโปรโมชันดึงลูกค้า ส่วนรายเล็กยังถือว่าค่อนข้างเหนื่อย ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และหาแนวทางนำสินค้าเข้าไปตอบโจทย์ให้ตรงจุด

 

ต้องยอมรับว่าแม้เราจะเป็นรายใหญ่แต่ยังต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งต้องเพิ่มน้ำหนักพัฒนาการบริการ รสชาติ ราคาเข้าถึงง่าย ล่าสุดได้ลอนซ์กาแฟแคปซูลออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ไม่อยากมารับประทานที่ร้าน ควบคู่กับการขยายช่องทางให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 

 

ที่ผ่านมา บริษัทเดินหน้าขยายสาขาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม ทุกๆ ประเทศมีโอกาสการเติบโตสูง เนื่องจากอัตราการดื่มกาแฟของผู้บริโภคสูงขึ้นทำให้ปัจจุบันมีสาขามากที่สุดในอาเซียน และเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน อยู่ในอันดับ 6 ของโลก

 

สำหรับแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายร้าน Café Amazon ตามนโยบาย OR โดยไม่ได้ปิดกั้นจะไปที่ไหนก็ได้ แต่เน้นในเอเชียก่อน เพราะวัฒนธรรมการดื่มไม่น่าจะแตกต่างจากไทยมาก ต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการตลาดเพราะในแต่ละประเทศต้องการรสชาติไม่เหมือนกัน

 

ขณะที่ในประเทศเตรียมเปิดอีก 400 สาขา ทั้งในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันและนอกสถานีบริการน้ำมัน จากปัจจุบันมีกว่า 3,927 สาขา ซึ่งมีความพร้อมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยหลักๆ จะใช้วัตถุดิบในประเทศ และในปี 2565 มีการตั้งจุดรับซื้อเมล็ดกาแฟและร่วมพัฒนาโรงงานแปรรูปกาแฟกับเกษตรกรในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดเชียงใหม่  

 

ด้านตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันมี 250 สาขา กระจายอยู่ใน 10 ประเทศ สาขาเฉพาะในต่างประเทศรวม 250 สาขา และมีเป้าหมายขยายออกไปประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น ตามเป้าหมายการขยายธุรกิจค้าปลีกของ OR หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ ภายในปี 2568 ต้องการมีร้านจำนวน 5,800 สาขา ซึ่งแบ่งเป็นต่างประเทศ 400 สาขา ในประเทศ 5,200 สาขา 

 

นับเป็นการลงทุนหลากหลายรูปแบบ ทั้งมาสเตอร์แฟรนไชส์ หรือจะเป็นการ Joint Venture โดยจะมีหน้าที่เป็นตัวแทนของ Café Amazon ในประเทศนั้นๆ ต้องดำเนินการทุกอย่างเองหมด เริ่มตั้งแต่การฝึกอบรม การพัฒนารสชาติ และการติดต่อกับนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ

 

พร้อมกันนี้ OR ยังได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตเบเกอรีและโรงงานผงผสมเครื่องดื่ม พื้นที่ 24,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังสาขาปัจจุบันผลิตได้ 11,400 ตันต่อปี  

 

สมยศยังได้ประเมินแนวโน้มของธุรกิจปี 2566 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าปีนี้ จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว และใช้เวลาอีกไม่นานจะกลับไปเทียบเท่าก่อนช่วงก่อนโควิด 

The post Café Amazon เปิดเกมรุก อัปเกรดรสชาติให้คงที่ ปีหน้าพร้อมลงทุนขยาย 400 สาขาในไทย-ต่างประเทศ กวาดลูกค้ารอบทิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon ขึ้นราคา 5 บาท คาดหนุน EBITDA ‘ธุรกิจไลฟ์สไตล์’ ของ OR เพิ่มขึ้น 400-460 ล้านบาท/ปี https://thestandard.co/cafe-amazon-ebitda-or/ Tue, 27 Sep 2022 06:54:48 +0000 https://thestandard.co/?p=687332

OR ได้ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องดื่ม 5 บาทต่อแก้ว จากต้น […]

The post Café Amazon ขึ้นราคา 5 บาท คาดหนุน EBITDA ‘ธุรกิจไลฟ์สไตล์’ ของ OR เพิ่มขึ้น 400-460 ล้านบาท/ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

OR ได้ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องดื่ม 5 บาทต่อแก้ว จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับอาหารที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาเมล็ดกาแฟ โดยราคาที่ขึ้นนั้นคิดเป็นประมาณ 10% ของราคาขายเครื่องดื่มเฉลี่ย

 

บล.กสิกรไทยระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผู้บริหารบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR คาดว่าจะรายงาน EBITDA ของธุรกิจไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้นที่ประมาณ 7-8% หรือ 400-460 ล้านบาทต่อปี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นนี้ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมของ บล.กสิกรไทย เนื่องจากต้นทุนที่มีราคาต่ำในสต๊อกสินค้าได้ถูกใช้จนหมดแล้ว อีกทั้งผลประโยชน์บางส่วนที่จะได้รับจะถูกโอนไปยังตัวแทนจำหน่าย

 

นอกจากนี้ บล.กสิกรไทยประเมินว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้จะส่งผลบวกต่อกำไรของ OR ที่ 325-370 ล้านบาทต่อปี

 

“กลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านราคาน่าจะช่วยให้ OR สามารถทำกำไรให้สูงเป็นสถิติใหม่ได้ในปี 2565 นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงเมื่อเร็วๆ นี้ จะทำให้ OR สามารถเพิ่ม Marketing Margin ของน้ำมันปลีกได้ ขณะที่ปริมาณการขายจะได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามความยืดหยุ่นของราคา” บล.กสิกรไทยกล่าว

 

การตัดสินใจปรับขึ้นของราคา OR สอดคล้องกับการขึ้นราคาของคู่แข่งหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ‘อินทนิล’ ในเครือบางจาก หรือ BCP รวมถึง ‘All Café’ ในเครือ CPALL ที่ขึ้น 5 บาททุกรายการ ตอนนี้ยังมีเพียง ‘ร้านกาแฟพันธุ์ไทย’ ในเครือ PTG ที่ประกาศตรึงราคาไว้

 

บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับเพิ่มประมาณการกําไรสุทธิปี 2565-2566 ขึ้น 39.0% และ 22.5% จากเดิมมาอยู่ราว 1.8 หมื่นล้านบาท และ 1.7 หมื่นล้านบาท ตามลําดับ สะท้อนกําไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตร (Marketing Margin) ที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วง 1H65 มาอยู่ที่ราว 1.38 บาทต่อลิตร จากค่าเฉลี่ยปกติที่ราว 1.0 บาทต่อลิตร หนุนจากสถานการณ์ราคาน้ํามันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูง ส่งผลให้บริษัทมี Stock Gain เพิ่มขึ้น รวมถึงการผ่อนคลายการตรึงราคาน้ํามันดีเซลของภาครัฐ และปริมาณขายน้ํามันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดรับนักท่องเที่ยวในต่างประเทศ 

 

โดยในช่วง 2H65 ฝ่ายวิจัยคาด Marketing Margin จะเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากทิศทางราคาน้ํามันในตลาดโลกเริ่มปรับตัวสู่ช่วงขาลง ส่งผลให้คาดบริษัทจะบันทึก Stock Gain น้อยลง โดยฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มสมมติฐาน Marketing Margin ในปี 2565-2566 ขึ้นมาอยู่ที่ 1.25 และ 1.15 บาทต่อลิตร จากเดิมกําหนดไว้ที่ 1 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยยังคงสมมติฐานระยะยาวปี 2567 เป็นต้นไปที่ 1 บาทต่อลิตรไว้เช่นเดิมภายใต้ประมาณการใหม่ ส่งผลให้กําไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 55.8%YOY ขณะที่ปี 2567 ปรับตัวลงเล็กน้อย 4.4%YOY

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post Café Amazon ขึ้นราคา 5 บาท คาดหนุน EBITDA ‘ธุรกิจไลฟ์สไตล์’ ของ OR เพิ่มขึ้น 400-460 ล้านบาท/ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดกาแฟเวียดนามเติบโตเร็ว OR แท็กมือ CRG เปิด Café Amazon สาขาที่ 14 ที่นครโฮจิมินห์ ตั้งเป้าปีนี้เปิดให้ครบ 20 สาขา https://thestandard.co/or-cafe-amazon-vietnam/ Mon, 19 Sep 2022 08:25:58 +0000 https://thestandard.co/?p=683613

เพิ่งเปิดร้านแรกในซาอุดีอาระเบียได้ไม่กี่วัน OR ก็เดินห […]

The post ตลาดกาแฟเวียดนามเติบโตเร็ว OR แท็กมือ CRG เปิด Café Amazon สาขาที่ 14 ที่นครโฮจิมินห์ ตั้งเป้าปีนี้เปิดให้ครบ 20 สาขา appeared first on THE STANDARD.

]]>

เพิ่งเปิดร้านแรกในซาอุดีอาระเบียได้ไม่กี่วัน OR ก็เดินหน้าขยาย Café Amazon อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดสาขาที่ 14 ที่นครโฮจิมินห์เรียบร้อยแล้ว

 

“ตลาดกาแฟในประเทศเวียดนามมีอัตราการขยายตัวที่รวดเร็ว และยังมีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง” รชา อุทัยจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

การบุกตลาดเวียดนามนั้น OR ไม่ได้ไปคนเดียว แต่หาย้อนกลับไปปลายปี 2563 ได้มีการจับมือกับ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือ CRG ในการตั้ง ORC Coffee Passion Group Joint Stock Company หรือ ORCG เพื่อดำเนินธุรกิจ Café Amazon ในเวียดนาม

 

ช่วงเวลานั้นภาพรวมตลาดกาแฟของเวียดนามปี 2562 มีมูลค่าตลาดสูงถึง 6 พันล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยถึง 8.2% ต่อปี 

 

อีกทั้งอัตราการบริโภคกาแฟของคนเวียดนามเมื่อเทียบกับการบริโภคกาแฟของคนไทยที่สูงกว่าถึง 5 เท่า โดยพฤติกรรมการดื่มกาแฟของชาวเวียดนามที่นิยมดื่มกาแฟวันละหลายแก้วในหลายโอกาสของวัน ทำให้ OR และ CRG มองเวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจ

 

กระนั้นสื่อเวียดนามก็บอกว่า การบุกตลาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีแบรนด์ท้องถิ่นที่แข็งเกร่งอยู่แล้วทั้ง Highlands, Phuc Long, The Coffee House และ Trung Nguyen ซึ่งในอดีตได้เห็นการถอนตัวของแบรนด์ต่างประเทศอย่าง NYDC – New York Dessert Café และ Gloria Jean’s Coffees ด้วยสู้เจ้าถิ่นไม่ได้

 

สำหรับ Café Amazon เปิดสาขาแรกในปี 2563 โดยปัจจุบันมีร้าน Café Amazon ในประเทศเวียดนามทั้งสิ้น 14 สาขา อยู่ในนครโฮจิมินห์ 10 สาขา อีก 4 สาขาอยู่ในเมืองอื่นๆ ได้แก่ Ben Tre, Tra Vinh, My Tho และ Dong Nai 

 

“เราตั้งเป้าจะเปิดให้ได้ 20 สาขาภายในปี 2565 นี้” รชากล่าว

 

ณ สิ้นไตรมาส 2/65 Café Amazon มีสาขาทั้งสิ้น 3,728 สาขาทั้งในและต่างประเทศ ในจำนวนนี้เป็นต่างประเทศ 21 สาขา ในสาธารณรัฐประชาชนจีน, มาเลเซีย, สปป.ลาว, กัมพูชา, เมียนมา, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น, เวียดนาม และโอมาน โดยมีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 31 ล้านแก้ว (+21.7%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย ระบุว่า ผลผลิตกาแฟโรบัสตาของเวียดนามเฉลี่ย 2.6 ตันต่อเฮกตาร์ และกาแฟอาราบิกา 1.4 ตันต่อเฮกตาร์ เวียดนามอยู่ในอันดับที่ 3 ในด้านพื้นที่เพาะปลูกกาแฟ และอันดับที่ 2 ในด้านการส่งออก รองจากบราซิล

 

ตามข้อมูลของสมาคมกาแฟ-โกโก้เวียดนาม (VICOFA) ระบุการบริโภคกาแฟในเวียดนามคิดเป็นเกือบร้อยละ 10 ของผลผลิตกาแฟทั้งหมดของประเทศ (ประมาณ 174,000 ตัน)

 

โดยสมาคมกาแฟและโกโก้เวียดนามได้กำหนดเป้าหมายว่า ในอีก 10 ปีการส่งออกกาแฟของเวียดนามจะมีมูลค่า 5,000-6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าปัจจุบันประมาณ 2 เท่า โดยกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมกาแฟเวียดนามในอนาคต คือการส่งเสริมผลิตภัณฑ์กาแฟแปรรูป (กาแฟคั่ว กาแฟสำเร็จรูป เป็นต้น) ให้เพิ่มมากขึ้นแทนที่จะเน้นการส่งออกเมล็ดกาแฟดิบในปัจจุบัน

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ตลาดกาแฟเวียดนามเติบโตเร็ว OR แท็กมือ CRG เปิด Café Amazon สาขาที่ 14 ที่นครโฮจิมินห์ ตั้งเป้าปีนี้เปิดให้ครบ 20 สาขา appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุกตะวันออกกลาง! Café Amazon เปิดสาขาแรกที่ ‘กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย’ ตั้งเป้าขยาย 150 สาขาใน 10 ปี https://thestandard.co/cafe-amazon-riyadh-saudi-arabia/ Mon, 12 Sep 2022 09:53:53 +0000 https://thestandard.co/?p=680290

หลังจากที่ไทยฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับซาอ […]

The post บุกตะวันออกกลาง! Café Amazon เปิดสาขาแรกที่ ‘กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย’ ตั้งเป้าขยาย 150 สาขาใน 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ไทยฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด OR ได้บุกไปเปิด Café Amazon สาขาแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

การเปิดในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการมองศักยภาพของตลาดค้าปลีกในซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดร้านกาแฟพรีเมียมที่มีกำลังอุดหนุนของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

“เราวางแผนเปิดร้าน Café Amazon รวม 150 สาขา ภายในระยะเวลา 10 ปี” จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าว 

 

นี่จะ “เป็นอีกก้าวสำคัญที่ Café Amazon จะขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น และมุ่งสู่การเป็น Global Brand ต่อไป”

 

ปัจจุบัน Café Amazon เปิดให้บริการทั้งในประเทศไทยและอีก 10 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน, มาเลเซีย, สปป.ลาว, กัมพูชา, เมียนมา, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น, เวียดนาม, โอมาน และซาอุดีอาระเบีย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post บุกตะวันออกกลาง! Café Amazon เปิดสาขาแรกที่ ‘กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย’ ตั้งเป้าขยาย 150 สาขาใน 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon เปิดร้าน Kiosk รูปแบบใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ มีบาริสต้าเป็น ‘หุ่นยนต์ 100%’ รับรองรสชาติเหมือนกันทุกแก้วแน่นอน! https://thestandard.co/cafe-amazon-kiosk-robot-barista-at-ctw/ Tue, 14 Jun 2022 03:44:52 +0000 https://thestandard.co/?p=641473 Café Amazon

กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโ […]

The post Café Amazon เปิดร้าน Kiosk รูปแบบใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ มีบาริสต้าเป็น ‘หุ่นยนต์ 100%’ รับรองรสชาติเหมือนกันทุกแก้วแน่นอน! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon

กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกมานานหลายทศวรรษ และประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลกกาแฟที่กำลังถูกเขียนขึ้นคือ ‘Robotic Barista’ หรือ ‘หุ่นยนต์ชงกาแฟ’ ซึ่งในต่างประเทศเทรนด์ดังกล่าวได้รับความนิยมมากขึ้นหลังเกิดโควิด และได้เดินทางมาถึงไทยเรียบร้อยแล้ว

 

Café Amazon เชนร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดของไทย และมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ได้หยิบเทรนด์นี้มาใช้โดยได้เริ่มเปิด Kiosk รูปแบบใหม่ที่ Zone Beacon ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

 

สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่เครื่องดื่มที่ชงในร้านนี้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในร้านกาแฟ ซึ่งบริการและทำเครื่องดื่มโดย ‘Robotic Barista’ 100% ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ ไปจนถึงการทำเครื่องดื่ม 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

ตัว Robotic Barista สามารถรับคำสั่งออร์เดอร์จากตัว Ordering Kiosk แบบ Touch Screen ได้ รองรับการใช้งาน 2 ภาษา โดยสามารถเลือกความหวาน และการจ่ายแบบ Cashless Payment

 

หุ่นยนต์ดังกล่าวใช้ระยะเวลาในการทำเครื่องดื่มเมนูร้อน เฉลี่ยประมาณแก้วละ 2 นาที และเครื่องดื่มเย็นเฉลี่ยแก้วละ 3 นาที ซึ่งเมนูเครื่องดื่มภายในร้านที่ดำเนินการโดย Robotic Barista จะมีเฉพาะเมนูร้อนและเย็นบางเมนู ซึ่งไม่มีเมนูเครื่องดื่มปั่นและเมนูเครื่องดื่มตามฤดูกาล

 

อีกหนึ่งความพิเศษของ Robotic Barista ตัวนี้คือ สามารถทำลายลาเต้อาร์ตบนเครื่องดื่มร้อน (เฉพาะเมนูลาเต้) ได้ 2 ลาย ตามขนาดของแก้ว โดยแก้วใหญ่จะเป็นลายใบไม้ และแก้วเล็กเป็นลายหัวใจ

 

จากการสอบถามพบว่าสาขานี้ลูกค้านิยมซื้อกาแฟเป็นหลัก โดยช่วงวันหยุดขายได้เฉลี่ย 90 แก้ว และวันธรรมดา 40-50 แก้ว ขณะที่สาขาปกติที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์มียอดขายเฉลี่ย 400-600 แก้ว

 

ความท้าทายอย่างหนึ่งของ Robotic Barista คือการใช้เวลาที่ค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับแรงงานที่เป็นมนุษย์ แต่แน่นอนสิ่งที่ตามมาคือ รสชาติที่คงที่ซึ่งเป็นหนึ่งในเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่พบว่าร้านแต่ละสาขามักมีรสชาติไม่เหมือนกัน 

 

Café Amazon ไม่ตอบคำถามของ THE STANDARD WEALTH ในทันทีถึงทิศทางของร้าน Kiosk ที่ใช้ Robotic Barista 

 

โดย Café Amazon เป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ซึ่งได้รายงานว่าในไตรมาสที่ 1/65 นั้น มีร้าน Café Amazon ทั้งสิ้น 3,376 สาขา มีปริมาณการขาย 83 ล้านแก้ว ลดลงราว 4 ล้านแก้วในไตรมาสก่อนหน้า 

 

บทวิเคราะห์ของเว็บไซต์ IMTS-exhibition เชื่อว่าโลกหลังโควิดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัย การขายแบบไม่ต้องสัมผัส ตลอดจนเชื้อไวรัสรุ่นใหม่ๆ Robotic Barista จะต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอย่างแน่นอน

 

Robotic Barista สามารถดำเนินการตามขั้นตอนการผลิตกาแฟทั้งหมดได้เร็วกว่าพนักงานที่เป็นมนุษย์ (ยกเว้นของ Café Amazon ที่ยังช้ากว่าพนักงานที่เป็นมนุษย์) ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าแรงได้อย่างมาก ตลอดจนเรื่องสุขอนามัยจะกลายเป็นหมัดเด็ดทางการตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น

 

คำถามที่ตามมาคือ เมื่อมี Robotic Barista พนักงานที่เป็นมนุษย์ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ในยุคที่แรงงานหายากมากขึ้น ในขณะที่ Robotic Barista ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ไม่เคยเจ็บป่วย และไม่ต้องการเงินเดือน แถมยังผลิตกาแฟชั้นเยี่ยมได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

 

แต่จนถึงขณะนี้ Robotic Barista ยังสามารถทำตามเมนูที่กำหนดได้เท่านั้น ไม่เหมือนบาริสต้าที่เป็นมนุษย์ซึ่งพลิกแพลงตามความต้องการของลูกค้าได้ แม้จะมีข้อผิดพลาดอย่าง ชื่อ ส่วนผสม ปริมาณ ฯลฯ ตลอดจนการต่อคิวที่น่ารำคาญ ซึ่งการรอต่อแถวไม่ใช่เรื่องสนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องไปทำงานสายในตอนเช้าหรือรีบไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน

 

เว็บไซต์ Rozum ให้ความเห็นว่า แม้จะมีข้อดีมากมายของ Robotic Barista อาจจะเร็วเกินไปและอาจสั้นเกินไปที่จะระบุว่า Robotic Barista จะเข้ามาแทนที่บาร์กาแฟแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง มีร้านกาแฟหลายแห่ง รวมทั้งเครือใหญ่และโครงการแฟรนไชส์ชื่อดังที่ยึดแนวทางการทำธุรกิจแบบเก่า

 

ตัวอย่างเช่น Starbucks ซึ่งมีสาขามากกว่า 20,000 แห่งทั่วโลก ประกาศว่า Robotic Barista จะยังไม่ปรากฏตัวในร้าน Starbucks เร็วๆ นี้ เพราะต้องการการชงกาแฟแบบดั้งเดิมในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ และบุคลิกของบาริสต้ามีบทบาทอย่างมากในการรักษาลูกค้าไว้

 

กาแฟที่เสิร์ฟโดยใครบางคนที่ยิ้มแย้มเป็นการเริ่มต้นเช้าที่น่ารื่นรมย์มากกว่าการดื่มกาแฟที่ถูกคำนวณมาเป็นอย่างดี ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเสริมว่า แม้จะมีความก้าวหน้าใน AI แต่หุ่นยนต์ก็ไม่เชี่ยวชาญในการเลือกปฏิบัติต่อรสนิยมที่ละเอียดอ่อนเหมือนมนุษย์

 

Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon Café Amazon

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Café Amazon เปิดร้าน Kiosk รูปแบบใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ มีบาริสต้าเป็น ‘หุ่นยนต์ 100%’ รับรองรสชาติเหมือนกันทุกแก้วแน่นอน! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon จับมือ KitKat ออกเครื่องดื่มและขนมอบเฉลิมฉลองเทศกาลสิ้นปี https://thestandard.co/cafe-amazon-x-kitkat-2/ Mon, 22 Nov 2021 08:57:14 +0000 https://thestandard.co/?p=562634 Café Amazon จับมือ KitKat

เป็นการร่วมงานกันระหว่างแบรนด์ที่เราไม่ค่อยเห็นจาก Café […]

The post Café Amazon จับมือ KitKat ออกเครื่องดื่มและขนมอบเฉลิมฉลองเทศกาลสิ้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon จับมือ KitKat

เป็นการร่วมงานกันระหว่างแบรนด์ที่เราไม่ค่อยเห็นจาก Café Amazon เท่าไรนัก ล่าสุดจับมือ KitKat ช็อกโกแลตแบรนด์ดังระดับโลก ออกเมนูเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2021 ที่นำเอาความอร่อยของ KitKat มาผสมกับเครื่องดื่มและขนมหลายรายการ ภายใต้ธีม Café Amazon X Made with KitKat 

 

โดยเมนูที่ออกมาจะแบ่งออกเป็นน้ำและขนมอบ เครื่องดื่มมี 2 เมนู ได้แก่ Ice Double Choco Mint with KitKat (65 บาท) เครื่องดื่มช็อกโกแลตเข้มข้นผสานกับมินต์และ KitKat กรอบแน่นจุใจ และ Caramel Mocha Frappe with KitKat (70 บาท) กาแฟมอคค่าซิกเนเจอร์ของ Café Amazon เติมความหวานละมุนด้วยรสชาติคาราเมล พร้อมโรยหน้าด้วย KitKat

 

ด้านขนม มีทั้งเบเกอรีสดและเบเกอรีแห้ง ได้แก่ Crepe Cake made with KitKat and Salted Caramel Sauce (65 บาท) เครปเค้กรส KitKat ราดซอสซอลท์เท็ดคาราเมล, Chocolate Croissant made with KitKat (45 บาท) ครัวซองต์ช็อกโกแลตรส KitKat, Butter Cookie made with KitKat Spread (55 บาท) คุกกี้เนยสดรส KitKat และ Sticky Butter Bread made with KitKat (55 บาท) ขนมปังเนยหนึบรส KitKat

 

ใครที่อยากลิ้มลองความอร่อยและความสนุกของสองแบรนด์นี้สามารถหาชิมได้แล้ว ที่ร้าน Café Amazon ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 – 31 มกราคม 2565

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post Café Amazon จับมือ KitKat ออกเครื่องดื่มและขนมอบเฉลิมฉลองเทศกาลสิ้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อความสุขของคนไทยลดลงจนน่าตกใจ ถึงเวลา ‘Café Amazon’ จับมือ ‘KitKat’ เสิร์ฟ ‘ขนมและเครื่องดื่ม’ ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดฟินส่งท้ายปี https://thestandard.co/cafe-amazon-x-kitkat/ Wed, 17 Nov 2021 08:30:05 +0000 https://thestandard.co/?p=560683 Café Amazon KitKat

จากข้อมูลของ World Happiness Report (WHR) รายงานไว้ว่า […]

The post เมื่อความสุขของคนไทยลดลงจนน่าตกใจ ถึงเวลา ‘Café Amazon’ จับมือ ‘KitKat’ เสิร์ฟ ‘ขนมและเครื่องดื่ม’ ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดฟินส่งท้ายปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Amazon KitKat

จากข้อมูลของ World Happiness Report (WHR) รายงานไว้ว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีความสุขลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และในปี 2564 ที่กำลังจะหมดไป ประเทศไทยมีความสุขเป็นอันดับ 54 เป็นอันดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี (2553-2563)

 

ดังนั้น เมื่อ ‘ความสุข’ ของคนไทยลดลงจนน่าตกใจ ถึงเวลาที่ ‘แบรนด์’ ต้องส่งความสุขให้กับผู้บริโภค กลายเป็นที่มาของ ‘Café Amazon’ ที่ได้จับมือกับ ‘KitKat’ ในการสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดฟินส่งท้ายปี

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยแนวคิด ‘Beyond Coffee’ ทำให้วันนี้ Café Amazon เป็นมากกว่าร้านกาแฟ โดยหนึ่งในกลยุทธ์คือการคอลลาบอเรชัน เพื่อสร้างสีสันให้กับวงการร้านกาแฟไทย

 

หากสังเกตให้ดีจะพบว่า ปีนี้ Café Amazon ได้มีการคอลแลบทั้งในอินดัสทรีเดียวกัน โดยร่วมคอลแลบกับแบรนด์ดังจากฝั่ง Beverage อย่าง Singha, Pepsi หรือ Meji ที่ได้ออกเครื่องดื่มเมนูสุดอร่อยมาให้สาวก Café Amazon ได้ชิมกันไปแล้ว ตลอดจนการคอลแลบแบบข้ามอินดัสทรี เพื่อช่วยเหลือชุมชนในไทย กับแบรนด์สัญชาติไทยแท้อย่าง Naraya 

 

จนมาถึงบิ๊กโปรเจกต์ใหญ่ส่งท้ายปี 2564 ซึ่งเป็นครั้งแรก! ที่ Café Amazon ขอคอลแลบข้ามวงการ ด้วยการดึง KitKat ขนมหวานช็อกโกแลตขวัญใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ทั่วโลกที่ใครๆ ก็รู้จัก มาร่วมสร้างความสุข ความสนุกให้ผู้บริโภคในช่วงส่งท้ายปี ซึ่งเป็นเทศกาลความสุขที่ใครหลายคนต่างรอคอย

 

แน่นอนว่ายักษ์ใหญ่ของ 2 วงการจับมือกันทั้งที จะออกมาธรรมดาได้อย่างไร ดังนั้น การคอลแลบครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความ ‘เข้มข้น’ จนความสุขล้นออกมาเป็น 2 เมนูสุดคูล ‘คิดจะพัก…คิดถึงเมนู KitKat ที่ Café Amazon’ ซึ่งพร้อมเสิร์ฟให้คนคิดจะพักให้ฟินกับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ต้องสนุกกว่าปีไหนๆ

 

Café Amazon KitKat

 

เมนูแรก ‘ICED DOUBLE CHOCO MINT with KitKat’ เอาใจคนรักช็อกโกแลต ดาร์กช็อกเข้มข้น ผสานกลิ่มมินต์เรียกความสดชื่น เพิ่มเนื้อสัมผัสเคี้ยวเพลินๆ กับ คิทแคท ชังกี้ แสนอร่อย ราคาเพียง 65 บาทเท่านั้น 

 

ตามด้วยเมนูที่สอง ‘CARAMEL MOCHA FRAPPE with KitKat’ เมนูปั่น เอาใจคนรักกาแฟหอมๆ เพิ่มความกลมกล่อมด้วยคาราเมล และเพิ่มความกรุบกรอบให้เคี้ยวสนุกขึ้นด้วย คิทแคท ชังกี้ ราคา 70 บาท

 

แต่ความสนุกยังไม่จบ! เพราะยังมีความอร่อยคูณสองกับเบเกอรีสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทำจาก KitKat ซึ่งเป็นเมนูเบเกอรีทั้งแบบ Fresh Bakery และ Baked Bakery ที่จะมาสร้างสีสันส่งท้ายปีให้แก่สาวกคนรักช็อกโกแลต

 

เริ่มด้วยเบเกอรีสดฟินๆ กับ ‘Crepe Cake made with KitKat and Salted Caramel Sauce’ เครปเค้ก รสคิทแคท ราดซอสซอลท์เท็ดคาราเมล ราคา 65 บาท และ ‘Chocolate Croissant made with KitKat’ ครัวซองต์ช็อกโกแลต รสคิทแคท ราคา 45 บาท ที่จะมาเพิ่มความหวานเติมความฟินให้หน้าหนาวนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของช็อกโกแลต

 

Café Amazon KitKat

 

นอกจากนี้ยังมี Baked Bakery ส่งตรงความสุขจากเตากับ ‘Butter Cookie made with KitKat Spread’ คุกกี้เนยสดรสคิทแคท ราคา 55 บาท และ ‘Sticky Butter Bread made with KitKat’ ขนมปังเนยหนึบรสคิทแคท ราคา 55 บาท 

 

Café Amazon KitKat

 

หากวันหยุดยาวนี้ยังไม่มีใคร ลองเลือกขนมที่ทำจาก KitKat เป็นเพื่อนคู่ใจร่วมเดินทางไปด้วยทุกที่ ซึ่งสามารถพบกับเมนูแห่งความสุขส่งท้ายปี 2564 ต้อนรับปี 2565 ได้ที่ร้าน Café Amazon ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ถึง 31 มกราคม 2564

 

อย่าลืม คิดจะพัก…คิดถึงเมนู KitKat ที่ Café Amazon

The post เมื่อความสุขของคนไทยลดลงจนน่าตกใจ ถึงเวลา ‘Café Amazon’ จับมือ ‘KitKat’ เสิร์ฟ ‘ขนมและเครื่องดื่ม’ ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดฟินส่งท้ายปี appeared first on THE STANDARD.

]]>