Buriram United Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/buriram-united/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 17 Mar 2026 10:38:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : เจาะยุทธศาสตร์ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน: ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ในเกมอำนาจการเมือง ‘เนวิน ชิดชอบ’ https://thestandard.co/newin-chidchob-political-power-game/ Mon, 23 Feb 2026 11:35:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1181056 ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย

หลังเลือกตั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เจาะยุทธศาสตร์ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน: ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ในเกมอำนาจการเมือง ‘เนวิน ชิดชอบ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย

หลังเลือกตั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำหน้าฉาก โดย ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ และผู้นำหลังฉากอย่าง ‘เนวิน ชิดชอบ’ ผู้มีสถานะเป็นครูใหญ่ของพรรค ชนะเลือกตั้งเป็น อันดับ 1 และได้เก้าอี้ สส. 193 ที่นั่ง ทำให้พรรคถูกขยับสถานะจากพรรคขนาดกลาง สู่พรรคใหญ่ในทันที และสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ เต็มรูปแบบ และคาดว่าอยู่ครบเทอม 4 ปีแน่นอน

 

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 1

อนุทิน ชูนิ้วหมายเลข 1 หลังชนะเลือกตั้งอันดับ 1

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

แม้ ‘อนุทิน’ จะพูดตลอดว่า ขอรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผลการเลือกตั้งก่อนจึงค่อยคิดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล แต่ทันทีผลการเลือกตั้งออก บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ต่างเดินเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทยไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งอดีตพรรคใหญ่ที่ความนิยมลดถอยลง จนกลายเป็นพรรคขนาดกลางอย่างพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคเล็ก พรรคจิ๋ว ทำให้ปัจจุบันภูมิใจไทยรวมเสียงได้เกือบ 300 เสียง

 

กระนั้น ในกระดานการเมืองที่กำลังขยับตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ชื่อของ ‘เนวิน ชิดชอบ’ ในฐานะแกนนำหลักฉาก ถูกจับตามองมากที่สุด แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง แต่บทบาทผู้จัดการรัฐบาล ที่เขาวางสมการทางการเมืองให้รัฐบาลภูมิใจไทยมีเสถียรภาพให้มากที่สุด เนื่องจากเกมการเมืองรอบนี้ไม่ใช่แค่การรวมเสียงตั้งรัฐบาล หากคือการจัดโครงสร้างอำนาจใหม่ในระยะยาวด้วย

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 2

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไหว้ขอบคุณ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย

หลังแถลงพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุนตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

 

สมการการเมืองรัฐบาลสีน้ำเงิน ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในเวลานี้ พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลผนึกกับพรรคเพื่อไทย 74 เสียง เสริมด้วยพรรคขนาดเล็ก 21 เสียง (พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3, เพื่อชาติไทย 2, ไทยสร้างไทย 2 อีก 7 พรรคจิ๋วพรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ รวม 288 เสียง

 

สมการนี้เนวินที่เลือกคุมแกนหลักไว้ในมือ มากกว่าปล่อยให้สมดุลอำนาจไหลไปอยู่ในมือพรรคการเมืองอื่น โดยในภาพรวมภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหาร ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ขณะที่พรรคเพื่อไทยดูแลกระทรวงด้านสังคม (ดูแลคน คุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางสังคม) ส่วนพรรคจิ๋วขนาดเล็กถูกจัดวางให้เป็นแนวกันชนทางการเมือง เพื่อค้ำเสถียรภาพรัฐบาล

 

การออกแบบสมการเช่นนี้ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนเสียงในสภา แต่เป็นการวางตำแหน่งของแต่ละพรรคบนกระดานอำนาจ เพื่อให้การตัดสินใจเชิงนโยบายและการต่อรองตำแหน่งทางการเมืองยังคงอยู่ภายใต้การคุมเกมของค่ายน้ำเงิน

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 3

“ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย”

ร.อ.ธรรมนัส ตอบคำถามขณะแถลงข่าวหลังประชุมพรรคกล้าธรรม

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของสมการนี้ เนวินเลือกที่จะตัดอดีตพรรคพันธมิตรอย่าง ‘พรรคกล้าธรรม’ ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มี 58 เสียงออกจากเกมอำนาจรัฐบาล ซึ่งเป็นการประเมินเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบทางการเมือง เมื่อพันธมิตรเริ่มแปรสภาพเป็นคู่แข่ง การเลือกแยกทางย่อมเป็นทางเลือกที่ลดความเสี่ยงต่ออำนาจต่อรองในระยะยาว

 

ปัจจัยเร่งที่ทำให้การแยกทางเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือ การรุกคืบฐานบ้านใหญ่ ในหลายจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่อิทธิพลดั้งเดิมของภูมิใจไทย ทั้งสุพรรณบุรี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และสุราษฎร์ธานี โดยพรรคกล้าธรรมสามารถเจาะพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

เมื่อฐานเสียงเริ่มทับซ้อน มิตรย่อมกลายเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ และสำหรับเนวิน การปล่อยให้คู่แข่งเติบโตภายในวงอำนาจเดียวกันเท่ากับเปิดช่องให้บ่อนทำลายอำนาจต่อรองของตัวเอง การตัดสินใจกันพรรคกล้าธรรมออกจากวงอำนาจ จึงเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมในแบบที่สอดคล้องกับสไตล์การเมืองของเนวินที่มองเกมยาวมากกว่าเกมเฉพาะหน้า

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 4

เนวินควงแขน ร.อ.ธรรมนัส

ในวันเกิดครบ 67 ปีที่จังหวัดบุรีรัมย์

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

นอกจากนี้ ยังมีมิติความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และเสถียรภาพรัฐบาลที่ต้องชั่งน้ำหนัก การเปิดทางให้บุคคลที่มีแรงเสียดทานทางการเมืองเข้ามามีบทบาทในคณะรัฐมนตรี อาจกลายเป็นตัวแปรที่สั่นคลอนรัฐบาลทั้งชุด โดยเฉพาะบทเรียนจากกรณีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนวันและเวลาอันควร ยังคงเป็นเงาเตือนใจในเชิงการเมืองสำหรับผู้จัดรัฐบาล แม้ ร.อ.ธรรมนัสจะเคยพูดในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ว่า “ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย” ก็ตาม

 

เมื่อย้อนดูประสบการณ์การร่วมรัฐบาลก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยต้องแบกรับต้นทุนทางการเมืองสูงจากการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ขณะที่ผลประโยชน์เชิงอำนาจกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน บริบทการเมืองปัจจุบันที่สมการรัฐบาลใหม่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพรรคกล้าธรรมอีกต่อไป จึงทำให้เนวินมีอิสระในการเลือกตัดตัวแปรที่มีความเสี่ยงออกจากวงอำนาจ

 

แม้พรรคกล้าธรรมจะทำผลงานในสนามเลือกตั้งได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่ในเกมอำนาจระดับรัฐบาล ผลงานในสนามเลือกตั้งอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่สามารถรักษาตำแหน่งอำนาจได้ ก็ไม่อาจคุมเกมได้จริง ซึ่งเป็นความต่างระหว่างผู้เล่นกับผู้จัดเกม ที่เนวินเข้าใจดี

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 5

อนุทิน และร.อ.ธรรมนัส

ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่อาคารัฐสภา

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

ท้ายที่สุด สมการรัฐบาลสีน้ำเงินที่ไร้พรรคกล้าธรรมจึงสะท้อนบุคลิกทางการเมืองของเนวินอย่างชัดเจน นั่นคือการเลือกความมั่นคงของค่ายน้ำเงินเหนือความสัมพันธ์แบบพันธมิตรชั่วคราว เกมนี้อาจถูกมองว่าแข็ง แต่ในโลกการเมือง การคุมกระดานให้อยู่ในมือย่อมสำคัญกว่าการรักษาน้ำใจ และนี่คือเหตุผลที่ชื่อของเนวินยังคงเป็นตัวแปรหลักในทุกสมการอำนาจของการเมืองไทย

 

เส้นทางอำนาจ ‘เนวิน ชิดชอบ’

 

สำหรับเส้นทางการเมือง ‘เนวิน’ เขาเริ่มต้นจากฐานนักการเมืองท้องถิ่น ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับชาติในช่วงต้นทศวรรษ 2540 หลังการเลือกตั้งปี 2544 เขาโคจรมาพบกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ นายใหญ่ของพรรคไทยรักไทยในเวลานั้น

 

ช่วงแรกเนวินยังไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากถูกมองว่ามีภาพลักษณ์แข็งกร้าวทางการเมือง กระทั่งได้รับแรงสนับสนุนจาก ‘ชัย ชิดชอบ’ ผู้เป็นบิดา ทำให้เนวินได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ และค่อยๆ ขึ้นมาเป็นหนึ่งในขุนพลคู่ใจ ที่ทำงานใกล้ชิดทักษิณมากที่สุด

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 6

โปสเตอร์หาเสียงของเนวิน

ภายใต้แคมเปญ ‘นึกอะไรไม่ออก บอกเนวิน’

ภาพ: กลุ่ม Facebook – ภาพเก่าในอดีต

 

ในช่วงรัฐบาลทักษิณ เนวินมีบทบาททั้งในสนามอำนาจและสนามมวลชน โดยเฉพาะในปี 2549 ที่การเมืองเผชิญแรงกดดันจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เนวินเป็นหนึ่งในตัวละครที่ช่วยจัดตั้งแนวร่วมฝั่งสนับสนุนรัฐบาล เพื่อนำมวลชนออกมาตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะ ภาพของนักจัดการมวลชน ทำให้เขากลายเป็นกำลังสำคัญในเครือข่ายการเมืองฝ่ายทักษิณ

 

ก่อนจะเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากเหตุการณ์รัฐประหารในปลายปีเดียวกัน หลังรัฐประหารปี 2549 เนวินถอยกลับไปตั้งหลักที่บุรีรัมย์ พร้อมสนับสนุนการสร้างฝ่ายประชาธิปไตย และมีส่วนร่วมในขบวนการเคลื่อนไหวของแนวร่วมฝ่าย

 

ประชาธิปไตยในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ เมื่อการเมืองกลับเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน ชนะเลือกตั้งปี 2550 และตั้งรัฐบาล เนวินกลับมาเป็นแกนนำคนสำคัญในค่ายอำนาจสนับสนุน ‘สมัคร สุนทรเวช’ เป็นนายกรัฐมนตรี

 

จุดแตกหักครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในปี 2551 หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน บริบทการเมืองในเวลานั้นเปิดพื้นที่ให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และนี่คือช่วงเวลาที่เนวินตัดสินใจนำ สส. กลุ่มของตนแยกออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย พร้อมยกมือสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ การตัดสินใจครั้งนี้เองที่นำไปสู่วลีในตำนาน “มันจบแล้วครับนาย” ซึ่งกลายเป็นวลีดังในตำนานของการหักขั้วครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

 

หลังการเปลี่ยนขั้วเนวินถูกโจมตีอย่างหนักจากเครือข่ายเสื้อแดง และฝ่ายสนับสนุนทักษิณ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขากลับกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในรัฐบาลใหม่ และสามารถต่อรองตำแหน่งสำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทยได้หลายกระทรวง บทบาทของเขาในช่วงนี้ตอกย้ำภาพ ‘ผู้วางหมากการเมือง’ ที่ยอมเสียเพื่อน เสียพรรค เสียนาย มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรักษาพื้นที่อำนาจของกลุ่มตนเอง

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 7

 

เนวิน กับบทบาทประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ภาพ: Facebook – ลุงเนวิน

 

ปี 2555 เนวินประกาศวางมือจากเวทีการเมืองอย่างเป็นทางการ หันไปทุ่มเทให้กับวงการกีฬา โดยเฉพาะการสร้าง ‘Buriram United’ ให้กลายเป็นสโมสรระดับแถวหน้าของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างกีฬาของจังหวัดบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตาม แม้จะถอยจากตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง บทบาทครูใหญ่ และผู้กำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยยังคงอยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ที่เคยแตกหักกับทักษิณค่อยๆ คลี่คลายตามจังหวะการเมือง โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้ง 2566 ที่ขณะนั้นพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล กลายเป็นภาพสะท้อนว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ และจังหวะอำนาจที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

 

สำหรับเนวิน วัย 67 ปี ตลอดเส้นทางชีวิตการเมือง เขาคือบทเรียนของการขึ้นสุด ลงสุด จากนักการเมืองแถวหน้า สู่การถอยออกจากตำแหน่ง แต่ยังทรงอิทธิพลในการจัดวางสมการอำนาจเสมอมา ทั้งยังเป็นอีกคนที่เป็นตัวละครสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วย

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เจาะยุทธศาสตร์ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน: ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ในเกมอำนาจการเมือง ‘เนวิน ชิดชอบ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลก 2002 ถ่ายทอดประสบการณ์ในฟุตบอลคลินิก สานฝันเยาวชนไทย https://thestandard.co/gilberto-silva-football-clinic-thailand-youth/ Sun, 25 Jan 2026 02:29:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1169013 จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่าในประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอล […]

The post จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลก 2002 ถ่ายทอดประสบการณ์ในฟุตบอลคลินิก สานฝันเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่าในประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ จัดกิจกรรมฟุตบอลคลินิก “เสริมทักษะเยาวชน สร้างอนาคตฟุตบอลไทย” ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แคมเปญ FIFA WORLD CUP™ TROPHY TOUR BY COCA-COLA เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ทักษะฟุตบอลจากนักเตะระดับโลก เพื่อจุดประกายความฝันสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

 

กิจกรรมครั้งนี้มีเยาวชนอายุ 13-19 ปี จำนวน 100 คน เข้าร่วมฝึกซ้อมกับ จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลกปี 2002 ในฐานะ FIFA Legend และ ตอง-กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ โค้ชผู้รักษาประตูทีมชาติไทย โดยเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมมาจากการแข่งขันยุวชนหาดทิพย์คัพ และการคัดเลือกจากสโมสรชั้นนำอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี และเมืองทอง ยูไนเต็ด รวมถึงทีมเยาวชนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก 1จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก 5

The post จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลก 2002 ถ่ายทอดประสบการณ์ในฟุตบอลคลินิก สานฝันเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rubber Killer เปิดตัวความร่วมมือกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/rubber-killer-buriram-united/ Mon, 16 Dec 2024 08:00:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1020039 Rubber Killer บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

Rubber Killer แบรนด์สัญชาติไทย ประกาศความร่วมมือกับสโมส […]

The post Rubber Killer เปิดตัวความร่วมมือกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rubber Killer บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

Rubber Killer แบรนด์สัญชาติไทย ประกาศความร่วมมือกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการแล้ว

 

วันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก Rubber Killer โพสต์ข้อความว่า “จากสนามสู่สไตล์ ความเท่ครั้งใหม่ที่จะทำให้ทุกสายตาต้องหยุดมอง ⚡กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้!⚡” พร้อมกับ #RubberKillerXBuriramUnited

 

ล่าสุด Rubber Killer และสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์โปสเตอร์อย่างเป็นทางการลงในช่องทางออนไลน์ โดยเป็น 3 นักเตะของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในลุคเสื้อของ Rubber Killer x Buriram United ทั้ง 2 แบบ

 

โดยข้อความในโพสต์ระบุว่า “เมื่อการผจญภัยมาบรรจบกับฟุตบอล ทุกจังหวะในสนามคือความสนุกของการเดินทางที่เต็มไปด้วยความฝัน พร้อมออกเดินทางไปกับเราหรือยัง!?”

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือในครั้งนี้ได้เร็วๆ นี้

 

ภาพ: Rubber Killer / Facebook

The post Rubber Killer เปิดตัวความร่วมมือกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘65 ปีเนวิน’ โค้งคำนับ ‘ครูใหญ่ภูมิใจไทย’ พี่ใหญ่ตระกูลชิดชอบ https://thestandard.co/65-years-of-newin-chidchob/ Sat, 14 Oct 2023 10:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=854722 เนวิน ชิดชอบ

เมื่อวันที่ 6-7 ตุลาคมที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล ขนสมาช […]

The post ‘65 ปีเนวิน’ โค้งคำนับ ‘ครูใหญ่ภูมิใจไทย’ พี่ใหญ่ตระกูลชิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เนวิน ชิดชอบ

เมื่อวันที่ 6-7 ตุลาคมที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล ขนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทั่วประเทศ จัดสัมมนาใหญ่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีแกนนำพรรค อาทิ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค 

 

รวมถึงรัฐมนตรีในโควตาพรรคภูมิใจไทยอย่าง พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 

 

การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ ‘เนวิน ชิดชอบ’ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และครูใหญ่ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย มีอายุครบ 65 ปีพอดี

 

การจัดสัมมนาใหญ่ที่บุรีรัมย์ครั้งนี้ตามกำหนดการ ‘เนวิน’ ขึ้นบรรยายพิเศษหัวข้อ ‘อะไรๆ ก็ GU’ ต่อหน้า 71 สส. และสมาชิกพรรคบางส่วน โดยใช้เวลาไปทั้งสิ้นประมาณ 15 นาที มีเนื้อหาพูดถึงเป้าหมายจำนวน สส. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่าต้องมากขึ้นกว่าเดิม โดยไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ​ เก็บภาพแต่อย่างใด

 

แม้การขึ้นบรรยายครั้งนี้ของเนวินจะไม่ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน แต่ช่วงหนึ่งภายหลังการสัมมนาก็ปรากฏภาพ ‘เนวิน’ ยืนท่ามกลาง 71 สส. พรรคภูมิใจไทย และอนุทินนำร้องเพลงอวยพรวันเกิดครบ 65 ปี พร้อมสั่งโค้งคำนับ 3 ครั้ง ‘ครูใหญ่เนวิน’ จนเจ้าตัวรีบเดินออกจากวงไป ก่อนจะกลับมารับคำอวยพรอีกครั้ง นับเป็นบรรยากาศงานวันเกิดที่ชื่นมื่นอย่างมาก  

 

‘เนวิน’ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า ‘ครูใหญ่แห่งภูมิใจไทย’ อายุครบ 65 ปี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามธรรมเนียมประเพณีแล้ว ‘อนุทิน’ จะขน สส. ภูมิใจไทยรวมถึงสื่อมวลชนจากกรุงเทพฯ ไปอวยพรวันเกิดเป็นประจำทุกปี 

 

แม้หน้าฉากการเมือง ‘เนวิน’ จะแสดงตัวว่า ยุติบทบาททางการเมืองตั้งแต่ปี 2555 และหันหน้าเข้าสู่วงการฟุตบอลไทยอย่างเต็มตัว ก่อตั้งและเป็นประธานสโมสรฟุตบอล ‘ปราสาทสายฟ้า’ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 

 

ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยให้ความเห็นการสร้างกีฬากับการเมืองของเนวินอย่างน่าสนใจผ่าน The MATTER ไว้ว่า ‘เนวิน’ คือบุคคลที่พาจังหวัดบุรีรัมย์ประสบความสำเร็จจากการนำ ‘กีฬา’ กับ ‘การเมือง’ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว 

 

‘เนวิน’ ประสบความสำเร็จจาก ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ โดยใช้เครือข่าย ทีมงาน หัวคะแนน ทีมงานการเมืองมาช่วยทำทีมฟุตบอล จนมีฐานแฟนคลับ และถูกส่งต่อกลายเป็นคะแนนนิยมทางการเมือง

 

ประจักษ์กล่าวอ้างว่า เนวินเคยระบุว่า “ผู้คนรังเกียจเดียดฉันท์ผมตอนเป็นนักการเมือง พอตอนนี้ผมมาเป็นประธานสโมสร ทำทีมได้แชมป์ ทุกคนมองผมเป็นฮีโร่ของจังหวัด ผมกลายเป็นลุงเนวินของเด็กๆ” กลายเป็นแบรนด์ใหม่ จนกลายเป็นคะแนนนิยมทางการเมืองด้วย

 

ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า หลังฉากการเมือง ‘เนวิน’ ยังคงมีอิทธิพลทางความคิดต่อทุกเส้นทางของพรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ และการเมืองไทยมาโดยตลอด แม้จะไม่มีชื่อบนสนามการเมืองแล้ว แต่มียังมีคนในครอบครัวและคนในตระกูล ‘ชิดชอบ’ อยู่ในทุกสมรภูมิ

 

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 บุรีรัมย์มีเขตเลือกตั้งทั้งสิ้น 10 เขต คนบุรีรัมย์ยังคงเทใจให้พรรคภูมิใจไทยกวาด สส. เขตยกจังหวัด และมี ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ บุตรชายคนโตของเนวิน ได้รับเลือกให้เข้าไปทำงานในรัฐสภา เป็นผู้แทนราษฎรด้วย ผิดกับคะแนนมหาชน (สส. แบบบัญชีรายชื่อ) คนบุรีรัมย์ไปใช้สิทธิถึง 821,336 เสียง แต่ภูมิใจไทยได้คะแนนมาเพียง 165,026 เสียง แพ้ทั้งก้าวไกลและเพื่อไทย

 

แน่นอนว่า ส่งผลไปถึงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ทั่วทั้งประเทศ ภูมิใจไทยได้คะแนนเพียง 1,138,202 คะแนน และได้ สส. แบบบัญชีรายชื่อเพียง 3 คน และ 1 ใน 3 คนนั้น เป็นคนในตระกูลชิดชอบคือ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ เลขาธิการพรรค แต่ไม่มีชื่ออยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐา 1 

 

เนื่องจากก่อนหน้า เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี กรณีเป็นผู้ถือหุ้นบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

 

แต่ก็ไม่ได้ทำให้ (ครม.) เศรษฐา 1 ขาดคนในตระกูลชิดชอบไป เพราะยังปรากฏชื่อ ‘พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ’ น้องชายเนวิน ที่เคยเป็นอดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คุมกระทรวงศึกษาธิการ จนหลายฝ่ายมองว่า การได้เก้าอี้ รมว.ศึกษาฯ ของ พล.ต.อ. เพิ่มพูนเป็นการรักษาอำนาจของตระกูลชิดชอบไปโดยปริยาย 

 

ส่วนอีกคนในครอบครัวชิดชอบที่กำลังโลดแล่นอยู่บนสนามการเมืองและพรรคภูมิใจไทย ที่ (ต้อง) ถูกจับตามองอย่างมากคือ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชายคนโตของเนวิน เพราะลงเลือกตั้งครั้งแรกก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนของคนจังหวัดบุรีรัมย์ 

 

หากมองไปยังอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในมาตรา 160 ได้กำหนดคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรีว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี 

 

‘ไชยชนก’ วัย 34 ปี มีสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่ชวนจับตามองว่าจะเป็นตัวแทน ‘พ่อ’ และตัวแทนตระกูลชิดชอบสู่เก้าอี้รัฐมนตรีอีกคนหรือไม่ 

 

อ้างอิง: 

The post ‘65 ปีเนวิน’ โค้งคำนับ ‘ครูใหญ่ภูมิใจไทย’ พี่ใหญ่ตระกูลชิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดูบอลในสนามทำไมให้ร้อน? Buriram United จับมือ Dunlopillo เปิดห้องดูบอลแบบเอ็กซ์คลูซีฟระดับเดียวกับโรงแรม 5 ดาว https://thestandard.co/buriram-utd-dunlopillo-lounge-vip/ Mon, 28 Nov 2022 11:48:34 +0000 https://thestandard.co/?p=716823

เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของวงการฟุตบอลเลยทีเดียวสำหรับเล […]

The post ดูบอลในสนามทำไมให้ร้อน? Buriram United จับมือ Dunlopillo เปิดห้องดูบอลแบบเอ็กซ์คลูซีฟระดับเดียวกับโรงแรม 5 ดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของวงการฟุตบอลเลยทีเดียวสำหรับเลานจ์รับรองพิเศษรูปแบบใหม่ที่ Buriram United เปิดตัวห้องนอนชมการแข่งขันฟุตบอลแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สนามช้างอารีนา สนามเหย้าของสโมสร

 

Dream Power Club, Lounge VIP ห้องนอนชมการแข่งขันฟุตบอลบนเตียงไฟฟ้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสโมสรฟุตบอล Buriram United และ Dunlopillow แบรนด์ที่นอนอันดับ 1 จากเกาะอังกฤษ ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘ความสบายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสการชมกีฬา’ ด้านในตกแต่งหรูหราด้วยเครื่องนอนและเฟอร์นิเจอร์สีขาวสะอาด มีเตียงนอนไฟฟ้าปรับระดับได้เป็นตัวเอก หันหน้าเข้าสู่สนามแข่ง มีผนังและประตูกระจกติดฟิล์มกันแสงบานโตเผยภาพให้เห็นเต็มตา

 

นอกจากเตียงนอนไฟฟ้าที่ปรับระดับได้หลายองศา Dream Power Club ยังให้บริการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม โดยทั้งหมดนี้เป็นระดับเดียวกับโรงแรม 5 ดาว

 

Dream Power Club, Lounge VIP เปิดให้บริการแล้ว และใครที่อยากมาลองประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้จะต้องเป็นแขกพิเศษที่ได้รับการ์ดเชิญจากแบรนด์เท่านั้น เราแนะนำให้คุณติดตามแฟนเพจของ Buriram United และ Dunlopillo เพราะคุณอาจเป็นผู้โชคดีได้รับสิทธิ์นั้นก็เป็นได้

 

ภาพ: Dunlopillo

The post ดูบอลในสนามทำไมให้ร้อน? Buriram United จับมือ Dunlopillo เปิดห้องดูบอลแบบเอ็กซ์คลูซีฟระดับเดียวกับโรงแรม 5 ดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์ยอมรับผิดจากกรณีนักฟุตบอลกักตัวไม่ครบกำหนด ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด https://thestandard.co/buriram-united-admit-faulty-on-not-enough-player-quarantine/ Tue, 29 Jun 2021 06:56:55 +0000 https://thestandard.co/?p=506251 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

จากกรณีที่มีภาพข่าวปรากฏทางสื่อออนไลน์ นักฟุตบอลสโมสรบุ […]

The post บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์ยอมรับผิดจากกรณีนักฟุตบอลกักตัวไม่ครบกำหนด ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

จากกรณีที่มีภาพข่าวปรากฏทางสื่อออนไลน์ นักฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่เข้ารับการกักตัวหลังจากเดินทางกลับจากการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการฝ่าฝืนมาตรการกักตัว 14 วัน

 

ล่าสุดวันนี้ (29 มิถุนายน) ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเพจ Buriram United ยอมรับว่ามีนักกีฬาบางรายของสโมสรลงสนามฝึกซ้อมที่เขากระโดง และมีความผิดต่อแนวทางการกักตัวผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

 

โดยแถลงการณ์ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ระบุว่า

 

“สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขอเรียนว่านักฟุตบอลทุกคนที่เดินทางกลับจากการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ได้เข้ารับการกักตัว ตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน และเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา จำนวน 2 ครั้ง แล้วไม่พบเชื้อ และขณะนี้ยังเข้ารับการกักตัวอยู่ในสถานกักกันตัวให้ครบกำหนดเวลาตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์แจ้ง

 

“กรณีที่นักกีฬาบางรายไปลงสนามฝึกซ้อมที่สนามเขากระโดงนั้น เป็นการกระทำผิด ไม่เป็นไปตามแนวทางของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อประจำจังหวัดจริง เนื่องจากเข้าใจผิดต่อแนวทางการกักตัว ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส กักตัว 7 วัน โดยไม่ทราบว่ามีประกาศฉบับใหม่ออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ว่าผู้เดินทางเข้าประเทศไทยต้องกักตัว 14 วัน ทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น

 

“สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขอรับผิดทุกประการและยินดีให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งยอมรับการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการควบคุมการระบาดของโรคโควิด ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของคนบุรีรัมย์”

 

ก่อนหน้านี้ทางสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า

 

“ประเด็นชี้แจงของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ 

 

“1. กรณีที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนักกีฬาสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บางคน ไม่ปฏิบัติตามแนวทางการควบคุมโรค เข้าร่วมกิจกรรมฝึกซ้อมฟุตบอลในระหว่างที่ยังไม่ครบกำหนดการกักตัวตามเวลาที่กฎหมายกำหนด 14 วัน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า มีการฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์จริง จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

 

“2. นักกีฬาเหล่านี้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ก่อนเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และได้เข้ารับตรวจหาเชื้อด้วยการ SWAB จำนวน 2 ครั้ง ไม่พบเชื้อ

 

“3. ขณะนี้นักกีฬาที่ต้องกักตัวยังอยู่ในสถานที่กักกันตัวตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์กำหนดไว้ ต้องกักตัวให้ครบตามกำหนดเวลา 14 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 30 มิถุนายนนี้”

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์ยอมรับผิดจากกรณีนักฟุตบอลกักตัวไม่ครบกำหนด ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลสเตอร์ ซิตี้ แถลงร่วมมือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง สุภโชค – ศุภชัย – ศุภณัฏฐ์ 3 แข้งดาวรุ่งไทย ทดสอบฝีเท้า 1 เดือนที่อังกฤษในปีหน้า https://thestandard.co/leicester-city-announced-collaborate-with-buriram-united/ Wed, 09 Sep 2020 09:56:54 +0000 https://thestandard.co/?p=395452

วันนี้ (9 กันยายน) สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบ […]

The post เลสเตอร์ ซิตี้ แถลงร่วมมือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง สุภโชค – ศุภชัย – ศุภณัฏฐ์ 3 แข้งดาวรุ่งไทย ทดสอบฝีเท้า 1 เดือนที่อังกฤษในปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กันยายน) สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัดงานแถลงข่าว ‘สานพลังบอลไทย ไปเลสเตอร์ ซิตี้’ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพนักเตะไทย เตรียมส่ง 3 นักเตะดาวรุ่ง นำโดย เช็ค-สุภโชค สารชาติ, อาร์ม-ศุภชัย ใจเด็ด และแบงค์-ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นเวลา 1 เดือน ประเดิมสนามอคาเดมีใหม่ของเลสเตอร์ ในปี 2021 

 

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า

 

“เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และความตั้งใจแรกของเราที่เข้าบริหารสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ คือสนับสนุนความสามารถของนักเตะไทย เลสเตอร์ ซิตี้ ให้ความสำคัญกับบุคลากรและการพัฒนาศักยภาพของนักเตะ รวมถึงด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาพัฒนาทักษะ ซึ่งเรามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลงทุนด้านฟุตบอลระยะยาว ปัจจุบันเรามีศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป และมีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดีที่สุด เพื่อให้นักเตะทุกคนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในทุกช่วงเวลา การที่สามนักเตะดาวรุ่งได้ไปทดสอบฝีเท้าที่เลสเตอร์ ซิตี้ นับว่าเป็นโอกาสที่นักเตะจะได้โชว์ฝีเท้าและความสามารถของตัวเองในระดับยุโรป

 

“ถ้าผลการทดสอบออกมาตามเกณฑ์ก็จะสนับสนุนให้ไปเล่นต่อที่สโมสรในยุโรป อาทิ สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรฟุตบอลโอเอช ลูเวิน ประเทศเบลเยียม ในอนาคต ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้งสามคน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากการทดสอบไม่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยก็มีรายชื่ออยู่ในฐานระบบ Scouting ของยุโรป ที่ผ่านมาเลสเตอร์ ซิตี้ เล็งเห็นถึงศักยภาพของคนไทยในด้านกีฬามาโดยตลอด โครงการต่างๆ ที่เลสเตอร์ และคิง เพาเวอร์ ทำมาเพื่อตอบโจทย์ว่าเราอยากเห็นคนไทยไปเล่นในสโมสรของยุโรป”

 

นอกจากนี้ อัยยวัฒน์ ยังได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า หากทางสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับนักเตะไทยในอนาคต ทางสโมสรได้เตรียมช่องทาง Work Permit ในรูปแบบของ Exceptional Talent Visa แล้ว โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับการแสดงศักยภายของนักเตะไทยทั้งสามคนในการทดสอบฝีเท้าครั้งนี้ 

 

ทางด้าน เนวิน  ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า

 

“เป้าหมายหลักในครั้งนี้อยากเห็นนักฟุตบอลไทยได้มีโอกาสเล่นในลีกระดับท็อปของโลก ตลอดระยะเวลาที่ทำฟุตบอลมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เราสร้างโอกาสและส่งเสริมในการส่งนักเตะไทยไปทดสอบฝีเท้า หรือเซ็นสัญญากับทีมในลีกที่ดีกว่าเสมอ และถ้าจุดหมายปลายทางนั้นเป็นยุโรป โดยเฉพาะถ้าเป็นเลสเตอร์ ซิตี้ เราจะผลักดันอย่างเต็มที่ และเราอยากให้คนทั้งโลกได้เห็นตัวอย่างความมุ่งมั่นและพยายาม ที่พร้อมทุ่มเทแบบสุดตัวของคนไทย ผมมั่นใจว่าเด็กของบุรีรัมย์จะสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นต่อไป ที่กำลังเดินตามเส้นทางของฟุตบอลอาชีพได้ การพัฒนาวงการฟุตบอลไทยจะต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง การลงมือทำต่อจากนี้ต้องสามารถจับต้องได้ เห็นเป็นรูปธรรม ที่สำคัญต้องได้มาตรฐานในระดับสากล จึงเกิดเป็นความร่วมมือที่จะส่งสามนักเตะของสโมสรที่มีฝีเท้าโดดเด่น เพื่อเข้าทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ในครั้งนี้” 

 

นอกจากนี้ ภายใต้การร่วมมือของทั้งสองสโมสร ยังถือเป็นการต่อยอดแคมเปญ ‘Thailand Smiles With You’ เพื่อส่งต่อพลังรอยยิ้มของคนไทยในประเทศ ด้วยการจัดทำเสื้อแข่งคอลเล็กชันพิเศษ มีจำหน่ายเพียง 30,000 ตัว ราคาตัวละ 890 บาท โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำมาซื้อลูกฟุตบอลจำนวน 20,000 ลูก เพื่อกระจายให้กับกลุ่มหรือทีมเยาวชนฟุตบอลต่างๆ ทั่วประเทศ

 

เสื้อคอลเล็กชันพิเศษนี้ ได้ถูกออกแบบโดยการนำสัญลักษณ์ของทั้งสองสโมสรมารวมกัน เป็นตัวย่อ LCFC ที่มีสายฟ้าซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ตรงกลางตัวย่อของชื่อสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ บนชายเสื้อด้านหลัง ส่วนลายผ้าด้านหน้าเป็นการเล่นสี โดยใช้ลายสายฟ้าสลับแถบสีของทั้งสองสโมสร ส่วนด้านหลังเป็นการร้อยเรียงลายแผนที่ประเทศไทย ที่ถูกจัดเรียงให้สวยงาม สื่อถึงความร่วมมือในการผลักดันบอลไทย ก้าวไกลสู่เลสเตอร์ ซิตี้ ยิ่งไปกว่านั้นเสื้อตัวนี้ได้ถูกผลิตขึ้นภายใต้แนวความคิดรักษ์โลกและร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ผ้าที่ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล เสื้อแต่ละตัวสามารถลดขยะจากขวดพลาสติกไปได้ ทั้งสิ้น 14 ขวด โดยจะมีสัญลักษณ์บอกจำนวนขวดที่รีไซเคิลอยู่ที่ชายเสื้อมุมขวาอีกด้วย” เนวิน กล่าวทิ้งท้าย

 

สำหรับเสื้อคอลเล็กชันพิเศษนี้จะเปิดให้ทำการสั่งจอง Pre-order ในวันที่ 9 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น. ที่เว็บไซต์ www.buriram.shop/#/ 

Buriram United Shop สยามแสควร์

Buriram United Mega Store ช้างอารีนา

และร้านค้าที่เป็น Authorized จาก Buriram United 

www.buriram.shop 

ราคา 890 บาท

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เลสเตอร์ ซิตี้ แถลงร่วมมือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง สุภโชค – ศุภชัย – ศุภณัฏฐ์ 3 แข้งดาวรุ่งไทย ทดสอบฝีเท้า 1 เดือนที่อังกฤษในปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมสถิติและบทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019 https://thestandard.co/thai-league-2019-tables-results/ Mon, 28 Oct 2019 11:11:00 +0000 https://thestandard.co/?p=298868 บทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019

แม้จะจบไปแล้วกับศึกโตโยต้าไทยลีกประจำฤดูกาล 2562 พร้อมป […]

The post รวมสถิติและบทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019

แม้จะจบไปแล้วกับศึกโตโยต้าไทยลีกประจำฤดูกาล 2562 พร้อมประเด็นใหญ่อย่างการก้าวขึ้นมาเถลิงแชมป์ลีกครั้งแรกของทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ที่โค่นแชมป์เก่าอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงได้ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

 

THE STANDARD ได้รวบรวมข้อมูลสถิติตัวเลขและบทสรุปที่เกิดขึ้นหลังไทยลีก จบฤดูกาลมาให้ชมว่าเป็นอย่างไร ใครได้ดาวซัลโว, สนามไหนแฟนบอลเยอะที่สุด และทีมใดตกชั้น ทีมใดเลื่อนชั้นขึ้นมาแทนกันบ้าง

 

*จากการประกาศพักทีมอย่างไม่มีกำหนดล่าสุดของ พีทีที ระยอง เอฟซี ส่งผลให้ฤดูกาลนี้ T1 จะตกชั้นเพียงสองทีม โดยสุพรรณบุรี เอฟซี จะรอดตกชั้นตามกฎไทยลีก

 

บทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post รวมสถิติและบทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
มุมมองการพัฒนาประเทศชาติฉบับ เนวิน ชิดชอบ https://thestandard.co/thestandarddaily-newin-chidchob/ https://thestandard.co/thestandarddaily-newin-chidchob/#respond Fri, 07 Sep 2018 13:48:55 +0000 https://thestandard.co/?p=119846

The post มุมมองการพัฒนาประเทศชาติฉบับ เนวิน ชิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post มุมมองการพัฒนาประเทศชาติฉบับ เนวิน ชิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily-newin-chidchob/feed/ 0
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกพ่าย ชุนบุค 0-2 ตกรอบเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก 16 ทีมสุดท้าย https://thestandard.co/afc-champions-league-buriram-united-lose/ https://thestandard.co/afc-champions-league-buriram-united-lose/#respond Wed, 16 May 2018 02:56:30 +0000 https://thestandard.co/?p=90885

การแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เ […]

The post บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกพ่าย ชุนบุค 0-2 ตกรอบเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก 16 ทีมสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

การแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เกมที่ 2 เมื่อวันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2561 ‘ปราสาทสายฟ้า’ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (รองแชมป์กลุ่มจี) ที่ครองความได้เปรียบมาก่อนในเกมแรก เอาชนะชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส (แชมป์กลุ่มอี) ไปได้ 3-2 ต้องยกทัพออกไปเยือนสนามชอนจู เวิลด์คัพ สเตเดียม ของยอดทีมแชมป์เคลีก และทีมเบอร์ 1 ของเอเชียอย่าง ชุนบุค

 

เริ่มเกมครึ่งแรก ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส เจ้าบ้านที่ขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 18 ริคาร์โด โลเปส ได้จังหวะวอลเลย์หน้าประตู บอลพุ่งหายเข้าประตูไป ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ออกนำ 1-0 สกอร์รวมเสมอกันที่ 3-3

 

ก่อนหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 45 บุรีรัมย์เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม ได้ส้มหล่นในกรอบเขตโทษ ก่อนจะแตะบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดบอลพุ่งชนสามเหลี่ยมเด้งออกหลังไป พลาดการได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย และจบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดบุกไปตามหลังชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส อยู่ที่สกอร์ 0-1 สกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 3-3

 

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ทั้งสองทีมต่างเดินเกมบุกเข้าใส่กัน แต่เป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 84 ชุนบุคมาได้ฟรีคิกระยะน่าลุ้น ลีแจซุง ยืนตั้งท่าก่อนจะวิ่งเข้าไปซัดบอลเต็มแรง บอลพุ่งแหวกอากาศเข้าประตูไป ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส หนีเป็น 2-0

 

แม้ในช่วงเวลาที่เหลือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็พยายามจะเปิดเกมบุกเข้าใส่แต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบเกมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกพ่าย ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส 0-2 รวมผลการแข่งขัน 2 นัด ชุนบุคเอาชนะไปได้ 4-3 ส่งผลให้ชุนบุคได้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

 

หลังเกม ‘บอสโก’ โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือปราสาทสายฟ้า ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า เป็นเกมที่ยากสำหรับบุรีรัมย์ แต่ก็พอใจกับผลงานของทีม พร้อมร่วมยินดีกับทางชุนบุค เพราะพวกเขาเล่นได้ดีกว่า

 

“วิธีการเล่นของเรา ผมยอมรับว่าเราเล่นมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว แต่ผลงานของทีมโดยรวมในเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกถือว่าทำได้ดี เป็นเกมที่ 2 ที่เราแพ้ในถ้วยนี้ แต่ผมถือว่าเราทำผลงานโดยรวมในรายการนี้ได้ค่อนข้างดี โดยรวมแล้วผมพอใจ อย่างไรก็ตามจากเกมล่าสุดเราพักแค่ 2 วัน ก่อนจะถึงการแข่งขันวันนี้ รวมถึงการเดินทางที่ค่อนข้างนาน ทำให้นักเตะในทีมเรายังไม่ฟิตสมบูรณ์เท่าที่ควร แต่ที่สำคัญที่สุด นักเตะดาวรุ่งที่เราส่งลงสนาม เขาได้รับประสบการณ์เพื่ออนาคตที่รออยู่”

 

Photo: Buriram United F.C.

The post บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกพ่าย ชุนบุค 0-2 ตกรอบเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก 16 ทีมสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/afc-champions-league-buriram-united-lose/feed/ 0
นายกฯ นำทีม ครม. ลงพื้นที่สุรินทร์-บุรีรัมย์ เนวินจัดเต็ม เตรียมพื้นที่ให้ปราศรัยมวลชนกว่า 3 หมื่นคน https://thestandard.co/prayut-visit-south-of-isan-meet-newin-chidchob/ https://thestandard.co/prayut-visit-south-of-isan-meet-newin-chidchob/#respond Mon, 07 May 2018 04:21:41 +0000 https://thestandard.co/?p=88834

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีลง […]

The post นายกฯ นำทีม ครม. ลงพื้นที่สุรินทร์-บุรีรัมย์ เนวินจัดเต็ม เตรียมพื้นที่ให้ปราศรัยมวลชนกว่า 3 หมื่นคน appeared first on THE STANDARD.

]]>

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ ในวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้ เพื่อติดตามรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน พูดคุยหารือร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ และประชุม ครม. พิจารณาโครงการช่วยเหลือและผลักดันศักยภาพของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง 1 ที่ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

“นายกฯ ย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่มีอะไรพิเศษ เพราะเป็นภารกิจของ ครม. ที่ปฏิบัติเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา สิ่งสำคัญคือการได้พบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาความทุกข์ร้อน โดยให้ ครม. กระจายกันลงพื้นที่ แล้วกลับมาคุยกันว่าจะมีแนวทางพัฒนาอย่างไร พร้อมทั้งพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนและประชาสังคมด้วยว่าต้องการอะไร”

 

สำหรับเป้าหมายการลงพื้นที่คือการเชื่อมโยงจุดเด่นในแต่ละพื้นที่ และลดข้อจำกัดในการพัฒนาให้ได้มากที่สุด โดยกลุ่มจังหวัดนี้เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรอาหารปลอดภัยและผลิตภัณฑ์ไหม มีแหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมที่สำคัญ และเป็นย่านการค้าชายแดนที่มีศักยภาพ รัฐบาลจึงมุ่งเน้นที่เรื่องเหล่านี้โดยเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว เช่น โครงการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ ปรับปรุงสนามบิน ฯลฯ ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การพัฒนาในด้านอื่นๆ

 

 

ทันที่ทีเดินทางถึงนายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจเยี่ยมชมจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง ตรวจสภาพอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด-ห้วยจระเข้มาก จังหวัดสุรินทร์ พร้อมทั้งพบปะประชาชนติดตามความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก และเยี่ยมชมถนนคนเดินเซาะกราว จังหวัดบุรีรัมย์

 

และวันพรุ่งนี้จะไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยววิถีไทย บ้านสนวนนอก และตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นจุดขายของพื้นที่ที่ควรได้รับการส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น

 

ส่วนการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง 1 นั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะของภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาสังคม โดยเห็นว่าหลายโครงการที่จะเสนอมีความสอดคล้องกับแผนงานของรัฐบาล จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมพูดคุยหารือและดำเนินการให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ตามลำดับความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป  

 

Photo: AFP

 

ขณะที่เฟซบุ๊ก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ภาพและข้อความพร้อมด้วยนายเนวิน ชิดชอบ กำลังตรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายก่อนการมาเยือนบุรีรัมย์ของคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า “สถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ที่นายกรัฐมนตรีและประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์จะได้พบปะกันอย่างใกล้ชิดในวันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคมตอนบ่ายๆ”

 

ท่ามกลางกระแส ‘พลังดูดทางการเมือง’ เวลานี้ที่ร้อนแรงไม่แพ้สภาพอากาศ หลายคนจับตาการเดินทางลงพื้นที่บุรีรัมย์ของนายกฯ ว่าจะมีปฏิบัติการเซอร์ไพรส์ทางการเมืองอะไรอีกหรือไม่ เพราะต้องถือว่าถิ่นนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของ ‘นายเนวิน’ เจ้าพ่อบุรีรัมย์ และฐานเสียงอีสานของพรรคภูมิใจไทย

 

ขณะที่ไฮไลต์สำคัญในวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จะมีการพบปะและเปิดปราศรัยต่อหน้าประชาชนประมาณ 3 หมื่นคน โดยนายเนวินและนายอนุทินได้เข้ามาดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ ‘สนามช้างอารีนา’ ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่นายเนวินเป็นประธาน

The post นายกฯ นำทีม ครม. ลงพื้นที่สุรินทร์-บุรีรัมย์ เนวินจัดเต็ม เตรียมพื้นที่ให้ปราศรัยมวลชนกว่า 3 หมื่นคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prayut-visit-south-of-isan-meet-newin-chidchob/feed/ 0
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พอใจการนำระบบ VAR มาทดลองในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 https://thestandard.co/var-test-in-buriram-united-vs-chiangrai-united/ https://thestandard.co/var-test-in-buriram-united-vs-chiangrai-united/#respond Sat, 20 Jan 2018 06:09:03 +0000 https://thestandard.co/?p=63867

เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิ […]

The post นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พอใจการนำระบบ VAR มาทดลองในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก 2017 ลงสนามพบกับเชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ช้าง เอฟเอคัพ 2017 ที่สนามศุภชลาศัย ผลการแข่งขันปรากฏว่าทั้งสองทีมเสมอกันในช่วงเวลาปกติที่ 2-2 ก่อนจะเป็นเชียงรายที่แม่นจุดโทษกว่า คว้าแชมป์ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 ไปครอง

 

เกมนี้ได้มีการนำเทคโนโลยี Video Assistant Referee หรือ VAR มาทดลองใช้ในการแข่งขัน ซึ่งในเกมได้มีการเรียกใช้ในช่วงนาทีที่ 88 จากจังหวะที่ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต นักเตะของบุรีรัมย์ ไปศอกใส่ ปิยพล ผานิชกุล ของเชียงราย ก่อนที่ผู้ตัดสิน ศิวกร ภูอุดม จะตัดสินใจใช้ VAR เพื่อดูภาพเหตุการณ์ และชูใบแดงไล่กองหน้าชาวบราซิลออกจากสนาม

 

โดยหลังจบการแข่งขัน พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงภาพรวมในการใช้เทคโนโลยี VAR ในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018

 

“จากการใช้ VAR มาช่วยผู้ตัดสินก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ ทำให้การตัดสินในวันนี้ เป็นการตัดสินที่ยุติธรรม และสามารถตอบคำถามได้ว่าลูกนั้นลูกนี้ฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ ก็ถือเป็นความสำเร็จของการพัฒนาวงการฟุตบอลในประเทศ ถ้าหากระบบนี้ได้รับรองจากฟีฟ่า เราจะนำมาใช้ในการแข่งขันในฟุตบอลลีกต่างๆ และถ้วยต่างของประเทศไทยต่อไป” พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าว

 

“คือผู้ตัดสินจะตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ เขาจะต้องได้รับการส่งสัญญาณจากคนที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่างที่เห็นเหตุการณ์บางจังหวะที่มีผู้เล่นประท้วงเรียกฟาวล์ แต่ไม่มีการใช้ เพราะไม่ได้รับการเตือนจากภายใน เพราะฉะนั้นภายในจะเห็นได้ชัดกว่า คนดูในสนามอาจจะมองว่าฟาวล์ แต่ภาพช้าซึ่งผู้ตัดสินสองคนที่นั่งหน้าจอบอกว่าไม่ฟาวล์ เขาจะส่งสัญญาณไปบอกว่าการตัดสินนั้นถูกต้อง หรือลูกสุดท้ายที่มีการฟาวล์ของผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้วผู้ตัดสินมาดูมอนิเตอร์ VAR เพราะว่าผู้ตัดสินข้างในส่งสัญญาณให้ดู เพราะฉะนั้นการตัดสินมันจะสัมพันธ์กัน และการใช้เวลาในการตัดสินใจก็ไม่นาน การนำระบบ VAR มาใช้จะช่วยให้การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินเป็นที่ยอมรับ สามารถให้ความยุติธรรมในการแข่งขันได้ ต้องดูกันต่อไป เราอาจจะนำมาใช้ในโตโยต้า ไทยลีก บางเกม อะไรที่ส่งเสริมพัฒนาให้วงการฟุตบอลไทยเป็นที่ยอมรับ ผมจะทำสิ่งนั้น และที่สำคัญคือจะหาวิธีใช้เงินของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างคุ้มค่าที่สุด”

 

แล้วคุณล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรกับการทดลองใช้ระบบ VAR ในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ในคอมเมนต์

The post นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พอใจการนำระบบ VAR มาทดลองในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/var-test-in-buriram-united-vs-chiangrai-united/feed/ 0
กีฬาไทย 2017 คือปีแห่งความสำเร็จของ ‘นักกีฬาเดี่ยว’ การพัฒนา ‘ฟุตบอลไทย’ และ ‘E-Sport’ https://thestandard.co/sports-2017-year-of-single-player-football-esport/ https://thestandard.co/sports-2017-year-of-single-player-football-esport/#respond Fri, 08 Dec 2017 13:05:41 +0000 https://thestandard.co/?p=53960

ปี 2017 อาจจะพูดได้ยากว่าอะไรคือที่สุดของวงการกีฬา เนื่ […]

The post กีฬาไทย 2017 คือปีแห่งความสำเร็จของ ‘นักกีฬาเดี่ยว’ การพัฒนา ‘ฟุตบอลไทย’ และ ‘E-Sport’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปี 2017 อาจจะพูดได้ยากว่าอะไรคือที่สุดของวงการกีฬา เนื่องจากเหตุการณ์ใน 365 วันเกิดขึ้นมากมาย

 

THE STANDARD ประมวลข่าวกีฬาเด่นๆ ตามความประทับใจของทีมงานที่ได้ติดตามรายงานการแข่งขันตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งเรายกให้เป็นปีแห่งความสำเร็จของ ‘นักกีฬาเดี่ยว’ การพัฒนา ‘ฟุตบอลไทย’ และ ‘E-Sport’

 

 

ความสำเร็จของนักกีฬาเดี่ยวไทยในปี 2017

กีฬาประเภทเดี่ยวทั้งกอล์ฟและมวยสากลดูจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 2017

 

เริ่มกันที่มวยสากลไทย ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ยอดนักชกชาวไทย ได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเมดิสัน สแควร์ การ์เดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการคว้าแชมป์แบบชนิดหักปากกาเซียนเมื่อเดือนมีนาคม ด้วยการเอาชนะคะแนน โรมัน กอนซาเลซ​ ยอดนักชกไร้พ่ายเบอร์หนึ่งของโลกชาวนิการากัว คว้าเข็มขัดแชมป์ซูเปอร์ฟลายเวตของสภามวยโลก WBC กลับไทยได้อย่างสง่างาม

 

บรรยากาศการต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยสื่อมวลชน ซึ่งไม่ได้เห็นมานานมาก

 

อีกสิ่งที่กินใจคนไทยไม่แพ้ความสามารถในการชกของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ คือเรื่องราวการต่อสู้นอกสังเวียนที่นำพาเขามาสู่จุดนี้ได้

 

ทั้งการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยความฝันกับแฟนสาว น้องเก๋-พัชรีวรรณ กัณหา ที่ร่วมฝ่าฟันกันมาตั้งแต่ต้น ที่มีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สู้จนก้าวขึ้นมาสู่เวทีมวย ความสำเร็จของเขาก็เป็นต้นแบบสำหรับคนที่ต้องการเดินตามฝันว่า หากคุณไม่หยุดที่จะเดินหน้าเข้าหามัน สักวันก็จะกลายเป็นจริงเอง

 

โปรเม ก้าวขึ้นสู่มือหนึ่งของโลกกับแรงบันดาลใจสู่นักกอล์ฟรุ่นต่อไป

 

 

โปรกอล์ฟสาวไทย โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยรางวัลความสำเร็จต่างๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ของ LPGA Tour ที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

 

ปี 2017 เป้าหมายของโปรเมยังคงเป็นรอยยิ้มและความสนุกในการลงเล่นกอล์ฟตลอดทั้งปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2560 โปรเมคว้าแชมป์รายการแมนูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก พร้อมกับการก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลกอย่างเป็นทางการ  

 

ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เธอกลายเป็นโปรสาวอาเซียนคนแรกที่สามารถก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลกได้สำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์กอล์ฟ LPGA Tour CME Group Tour Championship ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

นอกจากโปรเมแล้ว วงการกอล์ฟไทยยังมีอีกหนึ่งดาวที่เจิดจรัสขึ้นในปีนี้ นั่นคือ น้องจีน-อาฒยา ฐิติกุล เด็กไทยวัย 14 ปีที่กลายเป็นแชมป์การแข่งขันกอล์ฟอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขัน Ladies European Thailand Championship ด้วยอายุเพียง 14 ปี 4 เดือน 19 วันในขณะนั้น

 

น้องจีนยอมรับว่าได้แรงบันดาลใจมาจากโปรรุ่นพี่ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล โดยเฉพาะประโยคที่โปรเมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ทุกความสำเร็จเกิดจากความล้มเหลว” นำมาใช้ในการแข่งขันตลอดเวลา

 

ถือเป็นปีทองสำหรับวงการกอล์ฟหญิงไทยที่มีทั้งโปรเมที่ก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลก และน้องจีนที่เป็นคลื่นลูกใหม่ที่เดินรอยตามรุ่นพี่  

 

“เมย์ขอถวายแชมป์รายการนี้ให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9”

 

 

ขณะที่อีกหนึ่งเมย์ที่กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้คือ น้องเมย์-รัชนก อินทนนท์ โดยศึก Denmark Open 2017 น้องเมย์ลงสนามในรอบชิงชนะเลิศพบกับ อากาเนะ ยามากูชิ โดยออกสตาร์ทเป็นยามากูชินำก่อนในเกมแรก 21-14 แต่น้องเมย์ก็สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ 2 เกมรวด 21-15 และ 21-19 โดยวินาทีที่น้องเมย์คว้าแชมป์ได้สำเร็จ น้องเมย์ได้หมอบกราบกลางคอร์ตแบดมินตัน

 

น้องเมย์เปิดใจหลังเกมว่า “เมย์ขอถวายแชมป์รายการนี้ให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9”

 

การคว้าแชมป์ของเมย์ครั้งนี้นอกจากจะเป็นการคัมแบ็กในคอร์ตแบดมินตันแล้ว ยังเป็นการคัมแบ็กคว้าแชมป์แบดมินตันระดับซูเปอร์ซีรีส์ครั้งแรกในรอบ 16 เดือน เนื่องจากครั้งสุดท้ายที่เมย์เป็นแชมป์รายการระดับนี้ต้องย้อนไปถึงรายการ Singapore Open เมื่อปี 2016  

 

ฟุตบอลทีมชาติไทยยุคเปลี่ยนผ่าน

ฟุตบอลทีมชาติไทยในปีนี้ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย โดยข้อถกเถียงที่สุดของปี 2017 คือ อนาคตของ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่พาคุมทีมชาติสู่ความสำเร็จในระดับอาเซียนและมีส่วนร่วมในการช่วยปลุกกระแสให้กับทีมชาติอีกครั้ง แต่เมื่อมาถึงผลงานในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 3 ที่ต้องเจอกับ 12 ทีมชั้นนำของเอเชีย ซิโก้ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยจากการลงสนามทั้งหมด 7 นัด มีเพียง 1 คะแนนจากการเสมอกับออสเตรเลีย

 

จนกระทั่งวันที่ 31 มีนาคม 2560 ซิโก้จึงประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย

 

 

นำมาสู่ฟุตบอลไทยยุคต่อมาคือ มิโลวาน ราเยวัช อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติกานา ในศึกฟุตบอลโลกปี 2010 มารับตำแหน่งแทน

 

จากฟุตบอลที่เน้นความสามารเฉพาะตัวและความคุ้นเคยระหว่างนักฟุตบอล ทีมชาติไทยได้แปลงโฉมไปเป็นทีมที่มีระบบการเล่นเป็นทีมมากขึ้น ซึ่งจากผลการแข่งขันใน 3 เกมที่เหลือ ไทยเสมอ 1 และแพ้ 2 ปิดฉากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกด้วย 2 คะแนน แต่สิ่งที่เป็นความหวังคือ รูปแบบการเล่นและนักฟุตบอลทีมชาติไทยหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาสร้างสีสันให้กับทีมได้มากหน้าหลายตา รวมถึงฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของราเยวัชยังสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 มาครองได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะแบบดวลจุดโทษเหนือเบลารุส  

 

 

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ฟุตบอลไทยก็รับโอกาสต่อยอดความสำเร็จ โดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางตัวรุกของทีมชาติไทย ได้รับโอกาสสำคัญคือการเซ็นสัญญาแบบยืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปีครึ่ง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017 ถึง ธันวาคม 2018

 

ผลงานของชนาธิปในฟุตบอลเจลีกแม้ว่าจะยังไม่สามารถยิงประตูได้ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ได้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักฟุตบอลไทยคนอื่นๆ ได้ตามรอยเขาไปสู่การค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่น โดยหนึ่งในนั้นคือ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ที่ค้าแข้งอยู่กับทีมเอฟซี โตเกียว รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่สามารถยิงประตูได้ในลีกอาชีพของประเทศญี่ปุ่น

 

Photo: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

ด้านฟุตบอลลีกของประเทศไทยในปีนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศศึกทวงคืนแชมป์ไทยลีก ซึ่งก็ทำได้ตามเป้าหมายด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีกเหนือแชมป์เก่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

 

Photo: FA Thaiand

 

ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์อื้อฉาวของวงการฟุตบอลไทย เมื่อ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวการจับกุมขบวนการกำหนดผลการแข่งขันกีฬาฟุตบอลล่วงหน้า หรือ ‘ล้มบอล’ โดยเผยรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมด 12 ราย ที่ได้มีการควบคุมตัวสอบปากคำอยู่ที่กองบังคับการสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยนายกสมาคมฯ ยืนยันว่า ต้องการกำจัดเนื้อร้ายที่กัดกินวงการฟุตบอลไทย เพื่อสร้างให้เกิดความโปร่งใสและความยุติธรรมในการแข่งขัน

 

ซีโกงกับเจ้าภาพมาเลเซีย

ซีเกมส์ 2017 ถือเป็นซีเกมส์ที่แฟนกีฬาในประเทศไทยตั้งข้อสงสัยมากที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากข่าวสารที่ถูกรายงานออกมาจากประเทศมาเลเซีย เจ้าภาพการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ว่าจะผ่านสื่อมวลชนหรือตัวนักกีฬาที่โพสต์ข้อความต่างๆ ถึงความไม่พร้อมของเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขัน ทำให้หลายคนสงสัยว่ามาเลเซียตั้งใจโกงการแข่งขันหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายเจ้าภาพมาเลเซียก็ได้เป็นเจ้าเหรียญทองตามคาด ขณะที่ไทยรั้งอันดับ 2 ตามมาด้วยสิงคโปร์ในอันดับที่ 3  

 

‘E-Sport คือกีฬา’ ถึงเวลาแยกเด็กติดเกมออกจากนักกีฬา E-Sport

 

 

ข่าวใหญ่ที่สุดและถือเป็นข่าวดีของปีนี้คือ การที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เซ็นอนุมัติรับรองให้ E-Sport เป็นชนิดกีฬาที่สามารถจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้ ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 โดยมีการประกาศทาง Facebook Page ของสมาคมไทยอีสปอร์ต

 

สันติ โหลทอง นายกสมาคมไทยอีสปอร์ต ได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ถึงแผนการระดมทุนเพื่อการสนับสนุนและส่งเสริมวงการ E-Sport ในปี 2018

 

“เราไม่อยากให้เยาวชนไทยมองว่าเล่นเกมเก่งคือไอดอล แต่อยากให้เด็กไทยมองนักกีฬาที่มีคุณภาพเป็นต้นแบบ เขาควรทำตามแบบนักกีฬาที่ดี เพราะฉะนั้นนักกีฬาที่มีความรับผิดชอบ เมื่อถูกสอนให้เก่งขึ้น เขาก็จะเป็นนักกีฬา E-Sport ที่มีฝีมือและมีพื้นฐานที่ดีก่อนแล้ว

 

“แผนแม่แบบสำหรับ E-Sport ในประเทศไทยทุกคนมีส่วนร่วมหมด ทำให้มันดูดี หาผู้สนับสนุนสิทธิประโยชน์ เพื่อนำเอาเม็ดเงินมาสร้างระบบให้เกิดขึ้นได้ คาดการณ์ว่าต้องการระดมทุนประมาน 300 ล้านบาทในปี 2018”

 

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กีฬา E-Sport จะถูกตั้งคำถามในหลายมิติ โดยเฉพาะเรื่องของความกังวลว่า การส่งเสริม E-Sport นั้นจะนำไปสู่การส่งเสริมปัญหาเด็กติดเกม แต่อย่างไรก็ตามทาง คุณสันติก็ยืนยันว่า การจะเป็นนักกีฬา E-Sport ไม่ต่างกับการเป็นนักกีฬาอาชีพ ที่ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นจากความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกซ้อม แต่การดูแลสุขภาพและการวางแผนสำหรับอนาคต จึงเป็นที่น่าสนใจว่า อนาคตของ E-Sport ซึ่งไทยเริ่มก่อตั้งสมาคม รวมถึงในปี 2018 การแข่งขัน Asian Games ที่ประเทศอินโดนีเซียได้มีการบรรจุ E-Sport เป็นกีฬาทดลองในการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย

 

สุดท้ายนี้ทีม THE STANDARD ที่ติดตามรายงาน ติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา หรือแม้กระทั่งตามเชียร์ในสนามมาตลอดปี 2560 อยากจะขอบคุณบรรดานักกีฬาทุกชนิดและประเภท ที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อชื่อเสียงและเกียรติยศ เพื่อนำพาความสุข สนุก และตื่นเต้นมาให้กับประเทศไทย

 

ขอบคุณที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี ขออวยพรและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยประสบความสำเร็จ และนำพาความสุขกลับมาสู่ประเทศได้อีกครั้งในปี 2018

The post กีฬาไทย 2017 คือปีแห่งความสำเร็จของ ‘นักกีฬาเดี่ยว’ การพัฒนา ‘ฟุตบอลไทย’ และ ‘E-Sport’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sports-2017-year-of-single-player-football-esport/feed/ 0
ลึกซึ้งเรื่องผ้า ม่วนซื่นโฮแซวกับเสน่ห์อีสานใต้ ณ ชุมชนต้นแบบ ‘บ้านสนวนนอก’ จังหวัดบุรีรัมย์ https://thestandard.co/buriram-bansanuannok/ https://thestandard.co/buriram-bansanuannok/#respond Fri, 17 Nov 2017 16:36:39 +0000 https://thestandard.co/?p=47201

     ตั้งแต่เล็กจนโตเวลาเอ่ยถึงจังหวัดบุ […]

The post ลึกซึ้งเรื่องผ้า ม่วนซื่นโฮแซวกับเสน่ห์อีสานใต้ ณ ชุมชนต้นแบบ ‘บ้านสนวนนอก’ จังหวัดบุรีรัมย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ตั้งแต่เล็กจนโตเวลาเอ่ยถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่ออันดับแรกที่เข้ามาในหัวเลย คือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคาที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรม สัญลักษณ์ของจังหวัดซึ่งกำลังถูกพิจารณาเป็นมรดกโลก จนกระทั่ง 5 ปีให้หลัง ทีมฟุตบอล ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ ติดโผร่วมมาด้วย ใครที่ติดตามหรือเคยมาจังหวัดบุรีรัมย์จะรู้เลยว่าจังหวัดนี้เปลี่ยนไปมาก มีทั้งสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ สนามแข่งรถ รวมไปถึงโรงแรมหลากหลายระดับเข้ามาตั้งรกราก สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงประดิษฐ์มากกว่าเชิงวัฒนธรรม

     THE STANDARD ได้รับเชิญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ไปเยี่ยมชม ‘บ้านสนวนนอก’ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ ที่พัฒนาต่อยอดวิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเองให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ จนได้รับคัดเลือกให้เป็น ‘ต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน’ จากกระทรวงมหาดไทย

 

บรรยากาศบ้านโบราณอายุกว่า 100 ปี

 

     บ้านสนวนนอก เป็นชุมชนโบราณที่มีขนาดเล็กเพียง 150 ครัวเรือน เดิมพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเป็นผืนป่าทึบที่มีต้นสนวนขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก คนในหมู่บ้านและคนภายนอกจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า ‘บ้านสนวนนอก’ ตามชื่อต้นไม้

 

น้องควาย ต้อนรับแขกดีมาก ใครไปก็ทักทาย

 

     ชาวบ้านที่นี่ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาถิ่น และยังดำรงชีพด้วยงานเกษตรกรรม ทำไร่ไถนาเป็นหลัก หมดหน้าน้ำเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จก็อาศัยรายได้จากงานจักสาน หัตถกรรม และการทอผ้าเสริมเข้ามา คนในหมู่บ้านเชื่อว่า ลูกสาวบ้านไหนสาวไหมไม่เป็น หรือ ผู้ชายบ้านไหนทำเครื่องจักสานข้าวของใช้เองไม่ได้ เป็นอันตกพุ่มหม้าย ไม่ได้แต่งงานแน่นอน ดังนั้น ผู้หญิงในหมู่บ้านจึงทอผ้าเป็นทุกคน และทอใช้เองตั้งแต่ยังสาว ทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ไปจนถึงซักฟอกและถักทอ

 

ล้อมวงกินข้าวกลางวัน

 

     เอกลักษณ์ของผ้าไหมบ้านสนวนนอก คือ ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าไหมลายดั้งเดิมที่ตกทอดกันมาแต่โบราณ โดยมีลายยกดอกพิกุล เป็นลายเอกลักษณ์ของบ้านสนวนนอก ลักษณะลวดลายเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความประณีตและงดงาม โดยใช้เทคนิคการควบเส้นในการปั่นด้าย ตามความเชื่อเรื่องความกลมเกลียวสามัคคีในครอบครัว ซึ่งไหมที่ถูกควบแล้วจะนำไปถักทอ เมื่อนำมาใช้เป็นเส้นพุ่งทอกับเส้นยืน สีพื้นจะทำให้เกิดลายเหลื่อมกันเป็นสีเหลืองคล้ายหางกระรอก เรียกว่า ‘กะนีว’ หรือ ‘ผ้าหางกระรอก’ ลักษณะของผ้ากะนีวนี้ผิวสัมผัสจะมีความมันระยิบระยับ เมื่อนำไปส่องกับแดดจะแยกสีได้ชัดเจน

 

เส้นไหมที่ผ่านการควบเส้นแล้ว

 

     ผู้ใหญ่บ้านพาเราชมขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การเก็บใบหม่อน ณ สวนปลูกหม่อน ซึ่งอยู่ในสวนตามบ้านต่างๆ หลังจากนั้นจึงพาเราไปดูการเลี้ยงตัวไหม สาวด้ายออกรัง ลองต้มซักฟอกย้อมไหม ไปจนถึงการทอ เวลาดูคุณป้าคุณยายทั้งหลายทำแล้วรู้สึกว่าง่ายแสนง่าย แต่พอลองทำจริงก็รู้เลยว่าต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญเป็นสำคัญ

 

เดินชมสวนหม่อน และลองเก็บใบหม่อน

เมื่อได้ใบหม่อนแล้วก็เอามาเลี้ยงไหม ขุนจนโต จนตัวเป็นสีเหลืองสุก ก็จะเริ่มทำรังเป็นดักแด้

รังไหมที่เตรียมไว้สาวไหมเป็นเส้นๆ

เวลาสาวก็จะเอาต้มลงหม้อ แล้วก็ใช้เครื่องปั่นด้ายสาวขึ้นมา

พอได้ไหมดิบก็เอาไปซักฟอกให้นุ่ม พร้อมนำไปใช้

มัดหมี่ทำลวดลายก่อนเอาไปทอเป็นผืนใหญ่

 

     นอกจากดูการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า ที่หมู่บ้านยังมีฐานให้เยี่ยมชมอีก 3 จุด คือ ฐานทำกระดิ่งหรือกระดึงที่เอาไว้ห้อยคอวัวหรือควาย ฐานจักสาน ที่เอาไม้ไผ่ ไม้สารพัดประโยชน์มาจักตอกเป็นเส้นๆ และฐานบ้านนก ของแต่งบ้านที่ผลิตขึ้นจากการทำกะลามะพร้าวมาประยุกต์ดัดแปลง

 

งานหัตถกรรม จักสาน

พิธีบายศรีสู่ขวัญ

 

     ตกเย็น ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเลี้ยงต้อนรับเราด้วยอาหารพื้นถิ่นนานาชนิด อาทิ แกงกล้วย ต้มไก่ใบหม่อน บวชบุก ยำดักแด้ รวมถึง ‘ขนมตดหมา’ ขนมพื้นบ้าน ลักษณะคล้ายขนมจาก ชื่อไม่น่าภิรมย์ แต่รสชาติอร่อยขัดกับชื่อมาก ทั้งยังมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ และการแสดงพื้นเมือง ‘รำกันตรึม’ บรรยากาศเฮฮา สนุกสนาน และอาหารอร่อยมาก

 

ยำดักแด้ มีโปรตีนสูง และมีฤทธิ์เป็นไวอากร้า ถ้ากินเกิน 20 ตัว

 

     สำหรับผ้าทอ ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและงานหัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ พัด ของประดับตกแต่ง ส่วนใหญ่จะถูกนำมาวางขายให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ ณ บริเวณ ‘ตลาดโบราณ’ ซึ่งเปิดขายทุกวันเสาร์ หรือเมื่อมีคณะดูงานมาเยี่ยมชมหมู่บ้าน

 

ตักบาตรยามเช้า

พระอุโบสถหลังเก่า วัดสนวนนอก

 

     ตลอดการท่องเที่ยวในหมู่บ้านสนวนนอก นอกจากจะได้มาเห็นกระบวนการทอผ้าไหมและวิถีชีวิตต่างๆ ของชาวบ้านแล้ว ยังสามารถเยี่ยมชมและทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการตักบาตรยามเช้า แวะสักการะ ‘ศาลหลวงปู่อุดม’ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ เป็นดั่งผู้คุ้มครองหมู่บ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ใครจะมาจะไปต้องมาไหว้และบอกกล่าว หรือจะชมความงามของพระอุโบสถ ‘วัดสนวนนอก’ วัดสำคัญของชุมชนที่มีหลวงพ่อพระไม้เป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัด ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถหลังเก่า

 

ชาวบ้านกำลังเก็บผักตบตรงสะพานยายชุน

 

     ปกติเวลาเราไปเที่ยวหมู่บ้านโฮมสเตย์ ต้องมาเป็นหมู่คณะจึงสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่เอ่ยอ้างขึ้นมาได้ แต่สำหรับบ้านสนวนนอกนั้นต่างออกไป บ้านทุกหลังทำกิจกรรมต่างๆ จริง ยังคงใช้วิถีชีวิตแบบนั้นจริงๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมหรือคุยกับชาวบ้านคนไหนก็ได้ แค่พกรอยยิ้มและคำแนะนำตัวนิดหน่อย ซึ่งชาวบ้านทุกคนล้วนแล้วแต่มีมิตรไมตรีที่ดีงาม พร้อมจะแนะนำ ให้ความรู้ และยินดีเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเรียนรู้อย่างเต็มใจ ซึ่งฉันรู้สึกชอบมาก และรู้สึกว่าเราได้สัมผัสประสบการณ์นั้นจริงๆ มากกว่าไปนอนโฮมสเตย์เล่นๆ แบบงงๆ โดยไม่ได้รับประสบการณ์อะไรกลับมาเลย

 

Photos: พลอยจันทร์ สุขคง

The post ลึกซึ้งเรื่องผ้า ม่วนซื่นโฮแซวกับเสน่ห์อีสานใต้ ณ ชุมชนต้นแบบ ‘บ้านสนวนนอก’ จังหวัดบุรีรัมย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/buriram-bansanuannok/feed/ 0