Brunei Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/brunei/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 06 Jun 2026 07:25:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เจ้าชายมาทีนได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศบรูไนคนใหม่ https://thestandard.co/prince-mateen-brunei-foreign-minister/ Sat, 06 Jun 2026 07:25:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1215205 เจ้าชายอับดุล มาทีนแห่งบรูไน ในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหาร

เจ้าชายอับดุล มาทีนแห่งบรูไน ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำร […]

The post เจ้าชายมาทีนได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศบรูไนคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าชายอับดุล มาทีนแห่งบรูไน ในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหาร

เจ้าชายอับดุล มาทีนแห่งบรูไน ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบรูไนคนใหม่ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังสมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำรุ่นใหม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องพระพลานามัย หลังจากทรงเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและทรงปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะน้อยลงในปีนี้

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

โดยการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 และเกิดขึ้นก่อนงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี (Diamond Jubilee) ในปี 2027

 

เจ้าชายมาทีน คือใคร

 

เจ้าชายอับดุล มาทีน ทรงเป็นหนึ่งในพระราชโอรสที่มีพระชนมายุน้อยที่สุด (34 พรรษา) ในสมเด็จพระราชาธิบดีฯ แห่งบรูไน อีกทั้งยังอยู่ในลำดับที่ 5 ของการสืบทอดราชบัลลังก์ของบรูไน โดยพระองค์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งและบทบาทสำคัญระดับสูงที่ก่อนหน้านี้สมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงเคยดูแลด้วยพระองค์เอง

 

การแต่งตั้งในครั้งนี้พิจารณาจากความถนัดและการได้เรียนรู้งานบริหารของรัฐบาลบรูไนมาตั้งแต่ต้น โดยที่ผ่านมา เจ้าชายมาทีนมักจะตามเสด็จพระบิดาไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดทางการทูตที่สำคัญอยู่เสมอ

 

พระองค์ทรงเป็นนายทหารแห่งกองทัพบรูไนที่ผ่านการฝึกจากสหราชอาณาจักรและทรงเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ โดยจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ทางทหารต่อไป ควบคู่ไปกับการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ

 

ส่วนชีวิตส่วนพระองค์นั้น เจ้าชายมาทีนทรงโปรดปรานการเล่นกีฬาโปโล และเพิ่งเข้าพิธีเสกสมรสอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ไปเมื่อเดือนมกราคม ปี 2024

 

นอกจากเจ้าชายมาทีนแล้ว ยังมีสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของบรูไนเช่นเดียวกัน เช่น เจ้าชายอับดุล มาลิก พระราชโอรสองค์รอง ทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีครั้งแรกของพระองค์ ขณะที่ อัล-มุห์ตาดี บิลละห์ มกุฎราชกุมารแห่งบรูไน ทรงดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อไปตามเดิม ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีฯ จะยังคงทรงดำรงตำแหน่งสำคัญหลัก ได้แก่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้มีผู้หญิงเข้ารับตำแหน่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 3 ตำแหน่ง

 

ขณะนี้บรูไนกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานโลก อันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง (สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน) แม้ประเทศบรูไนจะได้ประโยชน์จากการส่งออกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องแบกรับภาระต้นทุนมหาศาลในการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศให้คงระดับต่ำ

 

มีการตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อรับมือกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และบรูไนยังได้เริ่มมาตรการเข้มงวดกับรถยนต์ทะเบียนต่างประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบนำน้ำมันที่ได้รับการอุดหนุนข้ามพรมแดน

 

นักวิเคราะห์มองว่า เจ้าชายมาทีนทรงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ ‘เจ้าชายอินสตาแกรม’ ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน ทำให้เจ้าชายมาทีนทรงเป็นตัวแทน ‘ภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของราชวงศ์’ การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งของเจ้าชายมาทีนในครั้งนี้ จึงถูกมองว่า เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของ ‘การผลัดใบสู่ผู้นำรุ่นใหม่’ ของบรูไน

 

แฟ้มภาพ: Ezra Acayan / Pool via Reuters

อ้างอิง:

The post เจ้าชายมาทีนได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศบรูไนคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออสเตรเลียลดสเปกน้ำมัน กู้วิกฤตพลังงานในประเทศ เร่งใช้ ‘การทูตพลังงาน’ เจรจาซื้อชาติอาเซียน https://thestandard.co/australia-energy-crisis-asean-fuel/ Sat, 18 Apr 2026 04:48:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1198710 ภาพประกอบสถานการณ์พลังงานใน ออสเตรเลีย ที่กำลังลดสเปกน้ำมันและเจรจาซื้อจากอาเซียน

ออสเตรเลียยอมผ่อนปรนมาตรฐานน้ำมัน หลังเผชิญวิกฤตพลังงาน […]

The post ออสเตรเลียลดสเปกน้ำมัน กู้วิกฤตพลังงานในประเทศ เร่งใช้ ‘การทูตพลังงาน’ เจรจาซื้อชาติอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบสถานการณ์พลังงานใน ออสเตรเลีย ที่กำลังลดสเปกน้ำมันและเจรจาซื้อจากอาเซียน

ออสเตรเลียยอมผ่อนปรนมาตรฐานน้ำมัน หลังเผชิญวิกฤตพลังงานในประเทศ คาดใช้ ‘การทูตพลังงาน’ เจรจาซื้อน้ำมันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย

 

วันนี้ (18 เมษายน) คริส โบเวน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานแถลงว่า ออสเตรเลียจะผ่อนปรนมาตรฐานน้ำมัน โดยอนุญาตให้มีระดับกำมะถันในน้ำมันที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถหาซื้อน้ำมันเข้ามาเติมเพียงพอกับการรับมือวิกฤตพลังงานของประเทศ

 

“ผมได้ตัดสินใจที่จะขยายระยะเวลาในการอนุญาตให้มีระดับกำมะถันในน้ำมันเบนซินของออสเตรเลียสูงขึ้นต่อไป” โบเวนกล่าวผ่านการแถลงทางโทรทัศน์ โดยตั้งเกณฑ์เจือปนได้ถึง 50 ส่วนในล้านส่วน (ppm) จากเดิม 10 ส่วนในช่วงที่ผ่านมา

 

ปัจจุบัน ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในบางพื้นที่ เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซในสงครามอิหร่าน และเหตุไฟไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมันจีลอง (Geelong) ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ของประเทศ โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ออกแคมเปญโฆษณารณรงค์ให้พลเมืองประหยัดน้ำมันเพื่อ ‘กลุ่มคนขับรถบรรทุก’ หรือเส้นเลือดสำคัญของประเทศในการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค

 

ขณะที่ แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หันมาใช้ ‘การทูตด้านพลังงาน’ โดยเพิ่งเดินทางเยือนสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไนในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเจรจาหาแหล่งน้ำมันและปุ๋ยเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน

 

ทั้งนี้ ฮุสเซน เดีย ศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีการขนส่งและความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสวินเบิร์นในเมลเบิร์นให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า ออสเตรเลียนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปประมาณ 80% ของความต้องการทั้งหมด โดยส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ซึ่งประเทศเหล่านี้ก็ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอีกต่อหนึ่ง

 

ขณะที่ ทิม บักลีย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์นโยบาย Climate Energy Finance (CEF) กล่าวว่า ในฐานะผู้ส่งออก LNG และถ่านหินรายใหญ่ ออสเตรเลียพอมีอำนาจต่อรองในการเจรจาอยู่บ้าง แต่หากจะคาดหวังการนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ คงเป็นไปไม่ได้

 

“อเมริกาเป็นคนเริ่มสงคราม และอเมริกาก็ไม่มีแผนรับมือ” ทิมอธิบาย

 

ภาพ: Jay Kogler / Reuters

 

อ้างอิง:

 

 

The post ออสเตรเลียลดสเปกน้ำมัน กู้วิกฤตพลังงานในประเทศ เร่งใช้ ‘การทูตพลังงาน’ เจรจาซื้อชาติอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เม็ดพลาสติกไม่ขาด แต่แพงขึ้น! ‘วราวุธ’ เตือนซัพพลายโลกไม่นิ่ง หากหาแหล่งใหม่ ไทยต้องยอมแลกต้นทุนสูง https://thestandard.co/plastic-pellets-high-cost/ Thu, 16 Apr 2026 13:05:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1198432 ภาพวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงสถานการณ์เม็ดพลาสติกและซัพพลายโลก

‘วราวุธ’ เผยเม็ดพลาสติกในประเทศยังมี แต่สถานการณ์ตะวันอ […]

The post เม็ดพลาสติกไม่ขาด แต่แพงขึ้น! ‘วราวุธ’ เตือนซัพพลายโลกไม่นิ่ง หากหาแหล่งใหม่ ไทยต้องยอมแลกต้นทุนสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงสถานการณ์เม็ดพลาสติกและซัพพลายโลก

‘วราวุธ’ เผยเม็ดพลาสติกในประเทศยังมี แต่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย เผยหากหาแหล่งใหม่ ต้องแลกราคาที่แพง พร้อมแจงดราม่า ‘กระติกน้ำ’ แค่ทางเลือก ขณะที่ ‘ศุภจี’ รุกปรับทีมและเพิ่มผู้เชี่ยวชาญแก้วิกฤตซ้อนวิกฤต

 

เมื่อเวลา 14.12 น.ที่ทําเนียบรัฐบาล วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวก่อนเข้าร่วมการประชุมกับศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ถึงแนวทางการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน ในเรื่องบรรจุภัณฑ์พลาสติก ว่า จากนี้จะ ‘คาดเดาไม่ได้’ ว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะพัฒนาไปในทิศทางขึ้นหรือลง

 

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ศุภจี จึงแสดงความเป็นห่วง และได้เชิญมาหารือว่าจะมีทางเลือกให้ผู้บริโภค โดยไม่เพิ่มภาระ เพราะในอนาคตข้างหน้าเม็ดพลาสติกจะมีปัญหาหายากเพิ่มมากขึ้น และมีราคาที่แพงขึ้น

 

เมื่อถามว่า ขณะนี้สถานการณ์ต้องเฝ้าระวังเพราะผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกจะขาดตลาดใช่หรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า ‘ยังมีอยู่’ แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ ซึ่งตอบไม่ได้ว่าที่เหตุสู้รบ การเจรจากันนั้นจะจบหรือไม่ ฉะนั้น “เราไม่รู้ว่าซัพพลายของเม็ดพลาสติก จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง”

 

เมื่อถามว่า มีการพิจารณาหาจากแหล่งอื่นหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า “วันนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าถึงแม้จะหาจากแหล่งทดแทนอื่น ก็จะต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงขึ้น”

 

ทั้งนี้ วราวุธ ยังกล่าวถึงกระแสโซเชียล

 

ที่วิจารณ์ หลังจากออกมารณรงค์ใช้กระติกน้ําแทนขวดพลาสติก ซึ่งมีประชาชนเข้ามาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของตน เสนอให้ใช้กระติกน้ำ แต่ก็จะเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนอีก ซึ่งตนก็ไม่ได้บังคับ

 

“ท่ามกลางสถานการณ์หากพัฒนาไปถึงจุดที่บรรจุภัณฑ์มีราคาแพง เรากําลังบอกว่าจริงๆแล้วเรามีทางเลือกแต่อาจจะไม่สะดวกสบาย เหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นอีกทางเลือก ว่าถ้าเลือกกระติกน้ำ ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระด้านอื่นๆ ไปได้ ฉะนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่หากเราไม่เริ่มทำ มันก็ไม่เริ่มกันเสียที”

 

วราวุธ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 20 เมษายน 2569 นี้ แต่นายกรัฐมนตรีมีกำหนดมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวันเดียวกันนั้น

 

จึงขอขยับวันมอบนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นในวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามสะเทือนซัพพลาย ‘เม็ดพลาสติก’ ขาด แพงขึ้น 50-70% ถุงขยะ ซองขนม เครื่องปรุง สงครามสะเทือนซัพพลาย ‘เม็ดพลาสติก’ ขาด แพงขึ้น 50-70% ถุงขยะ ซองขนม เครื่องปรุง 30 มี.ค. 2569 | 18:25
เจาะลึกวิกฤต ‘ปิโตรเคมีช็อก’ ทำไมพลาสติกแพง เสี่ยงขาดแคลน น่ากลัวกว่าน้ำมัน 60 บาท/ลิตร เจาะลึกวิกฤต ‘ปิโตรเคมีช็อก’ ทำไมพลาสติกแพง เสี่ยงขาดแคลน น่ากลัวกว่าน้ำมัน 60 บาท/ลิตร 3 เม.ย. 2569 | 17:06
อินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET อันดับ 1 ของโลก ปรับตัวอย่างไรกับเทรนด์สิ่งแวดล้อม อินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET อันดับ 1 ของโลก ปรับตัวอย่างไรกับเทรนด์สิ่งแวดล้อม 7 ม.ค. 2564 | 20:50
สงคราม (โลก) แย่ง ‘ปุ๋ย‘ ทำไมไทยผลิตเองไม่ได้? เมื่อปุ๋ยคือต้นทุนของทุกอย่าง ในวันที่ไทยพึ่งนำเข้าตะวันออกกลาง สงคราม (โลก) แย่ง ‘ปุ๋ย‘ ทำไมไทยผลิตเองไม่ได้? เมื่อปุ๋ยคือต้นทุนของทุกอย่าง ในวันที่ไทยพึ่งนำเข้าตะวันออกกลาง 27 มี.ค. 2569 | 13:40

 

ขณะที่ ศุภจี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง วันนี้ (16 เม.ย.) โดยย้ำแนวทางการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ว่า จะดำเนินนโยบายในทุกมิติทั้ง ‘การแก้ไขปัญหาระยะสั้นควบคู่กับการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับระยะยาว’ เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็น ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’

 

กรณี ‘ปุ๋ย’ ปัจจุบันยังเป็นสินค้าควบคุม โดยมีทั้งปัญหาราคาและความขาดแคลนจากสถานการณ์โลก ส่งผลให้ต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่จากประเทศอื่น เช่น มาเลเซียและบรูไน

 

ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางและเจรจาหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ได้จัดทำโครงการ “ธงเขียวพลัส” ช่วยลดต้นทุนเกษตรกร

 

ส่วนสินค้าปาล์มน้ำมัน กำหนดเป็นสินค้าควบคุม ประเภทที่ต้องขออนุญาตก่อนส่งออก เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการใช้ในประเทศและการส่งออก โดยกำกับการรับซื้ออย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ

 

ในด้านการบริหารงาน ได้มีการปรับทีมและเพิ่มผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสำคัญ เช่น ราคาสินค้า สินค้าเกษตร และการค้าระหว่างประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการทำงานเป็น ‘คลัสเตอร์’ เชื่อมโยงตั้งแต่ภาคการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงตลาด

 

“การดำเนินงานทั้งหมดเป็นการวางทั้งมาตรการระยะสั้นเพื่อพยุงสถานการณ์ และการปรับโครงสร้างในระยะยาว เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก เรากำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจ พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ ต้องปรับตัวให้ทันกับกฎระเบียบโลกใหม่” ศุภจี กล่าว

The post เม็ดพลาสติกไม่ขาด แต่แพงขึ้น! ‘วราวุธ’ เตือนซัพพลายโลกไม่นิ่ง หากหาแหล่งใหม่ ไทยต้องยอมแลกต้นทุนสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ZUS COFFEE จากมาเลเซียปูพรม 50 สาขาบุกไทย งัดกาแฟสเปเชียลตี้ 65 บาทสู้แบรนด์เจ้าถิ่น https://thestandard.co/zus-coffee-thailand-expansion/ Fri, 27 Mar 2026 02:38:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1191887 โลโก้ ZUS COFFEE พร้อมข้อความว่าแบรนด์กาแฟจากมาเลเซียจะบุกไทยด้วยกาแฟสเปเชียลตี้ราคา 65 บาท

ZUS COFFEE เชนร้านกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติมาเลเซีย ประกาศ […]

The post ZUS COFFEE จากมาเลเซียปูพรม 50 สาขาบุกไทย งัดกาแฟสเปเชียลตี้ 65 บาทสู้แบรนด์เจ้าถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ ZUS COFFEE พร้อมข้อความว่าแบรนด์กาแฟจากมาเลเซียจะบุกไทยด้วยกาแฟสเปเชียลตี้ราคา 65 บาท

ZUS COFFEE เชนร้านกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติมาเลเซีย ประกาศบุกสมรภูมิร้านเครื่องดื่มไทยเต็มสูบ เล็งปูพรมขยายสาขาแตะ 50 แห่งภายในปี 2569 หวังชิงเค้กตลาดที่กำลังเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

 

การขยายธุรกิจสู่ประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโมเดลธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน พร้อมแผนเตรียมบุกตลาดอินโดนีเซียในเร็วๆ นี้

 

ภาพรวมธุรกิจร้านเครื่องดื่มในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะมีมูลค่ารวม 56,900 ล้านบาท ท่ามกลางสมรภูมิที่มีร้านกว่า 131,000 แห่ง ซึ่ง 80% เป็นร้านกาแฟ อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์การขยายตัวไว้เพียง 2% จากปัจจัยกดดันด้านกำลังซื้อที่เปราะบางและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

 

มูลค่าตลาดที่เติบโตส่วนหนึ่งมาจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นราว 9% ตามต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักอย่างเมล็ดกาแฟที่มีความผันผวน รวมถึงภาระค่าเช่าพื้นที่และค่าแรงงาน สิ่งเหล่านี้อาจบีบคั้นให้อัตรากำไรสุทธิของผู้ประกอบการลดลงต่ำกว่า 15% ทำให้ผู้เล่นในตลาดต้องเร่งสร้างนวัตกรรมเมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้า

 

แม้ร้านอาหารทั่วไปจะมียอดขายหดตัวลง 14% ตามข้อมูลของ LINE MAN Wongnai ในปี 2568 แต่ตลาดกาแฟยังคงเติบโตสวนทาง โดยเฉพาะกลุ่ม ‘Affordable Specialty’ หรือกาแฟคุณภาพสูงราคาจับต้องได้ที่มีราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท ซึ่งขยายตัวในกรุงเทพมหานครพุ่งสูงถึง 46%

 

เซกเมนต์ดังกล่าวยังครองส่วนแบ่งยอดขายทั่วประเทศถึง 56% โอกาสนี้ดึงดูดให้แบรนด์รุกตลาดไทย หลังสร้างหมุดหมายสำคัญด้วยการขยายสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครบ 1,000 แห่งเมื่อปี 2568 โดยชูจุดขายการนำเสนอกาแฟเกรดพรีเมียมในราคาเริ่มต้นเพียง 65 บาท เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ในทุกวัน

 

ถอดรหัสอินไซต์เจาะพฤติกรรมคนไทย

 

ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แบรนด์ใช้เวลา 7 เดือนเต็มในการทำวิจัยตลาดเพื่อเจาะลึกพฤติกรรมคนไทย ทีมงานค้นพบว่าลูกค้าต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเครื่องดื่มสูงมาก จึงนำไปสู่การออกแบบระบบให้สามารถเลือกระดับความหวานได้ละเอียดมากขึ้นจากเดิม 2 ระดับ เพิ่มขึ้นเป็น 4 ระดับ

 

อินไซต์ดังกล่าวยังระบุชัดเจนว่าปริมาณการบริโภคกาแฟของคนไทยจะลดลงหลังเวลา 14.00 น. แบรนด์จึงแก้เกมด้วยการขยายกลุ่มเมนู ‘Non-coffee’ เข้ามารองรับ เพื่อรักษายอดขายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงบ่ายและเย็นได้อย่างตรงจุดแทนการพึ่งพากาแฟเพียงอย่างเดียว

 

ภัทธนันต์ มีสิริพีราธร ผู้จัดการทั่วไป ZUS COFFEE ประเทศไทย ระบุว่า “เราให้ความสำคัญกับการทำตลาดแบบโลคัลไลซ์อย่างจริงจัง ตั้งแต่การปรับระดับความหวานและรสชาติ ไปจนถึงการพัฒนาเมนูที่สะท้อนความชื่นชอบของผู้บริโภคไทย รวมถึงการขยายกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟ”

 

โมเดล ‘App-first’ อาวุธขับเคลื่อนยอดขาย

 

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่มีความต้องการความรวดเร็วและใช้ช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก สถิติจาก LINE MAN Wongnai ระบุว่าระบบสั่งอาหารผ่านสมาร์ทโฟนช่วยเพิ่มขนาดออร์เดอร์ได้ถึง 37% ขณะที่ยอดขายกาแฟผ่านช่องทางเดลิเวอรีเติบโตขึ้น 23% สะท้อนถึงความจำเป็นของการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แบรนด์จึงวางตำแหน่งให้ ZUS App เป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนยอดขายจากช่องทางนี้ให้แตะระดับ 90% ระบบจะทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเพื่อนำเสนอโปรโมชันแบบเฉพาะบุคคล และมอบสิทธิประโยชน์ผ่านระบบสมาชิกเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

 

เสียงสะท้อนจากลูกค้าชาวไทยที่มีรายละเอียดชัดเจนจะถูกวิเคราะห์ในทุกสัปดาห์ เพื่อนำไปปรับปรุงเมนูอย่างฉับไว ส่วนกระบวนการจัดการวัตถุดิบ แบรนด์ใช้วิธีนำเข้าเมล็ดกาแฟหลักแบบ House Blend จากมาเลเซีย ควบคู่กับการสนับสนุนเมล็ดกาแฟท้องถิ่นจากจังหวัดเชียงราย

 

การผลักดันสาขา 50 แห่งในปี 2569 จะเน้นทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพมหานครเป็นหลัก เนื่องจากมีฐานประชากรหนาแน่นและมีความต้องการตลอดทั้งวัน แผนดังกล่าวแบ่งเป็นอาคารสำนักงาน 25 แห่ง ศูนย์การค้า 20 แห่ง และร้านสแตนด์อโลน 5 แห่ง เพื่อแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวัน

 

เวนอน เทียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม ZUS COFFEE กล่าวทิ้งท้ายว่า “ตลาดที่มีการแข่งขันสูงช่วยผลักดันให้เราพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เราเห็นโอกาสในการส่งมอบประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ผสานคุณภาพ ราคาที่เข้าถึงได้ และความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน”

The post ZUS COFFEE จากมาเลเซียปูพรม 50 สาขาบุกไทย งัดกาแฟสเปเชียลตี้ 65 บาทสู้แบรนด์เจ้าถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
18 สินค้าเสี่ยงแพง มีอะไรบ้าง? ‘ค้าภายใน’ เตือนห้ามกักตุน ขึ้นราคา โทษหนักจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสน https://thestandard.co/internal-trade-warns-risky-goods/ Tue, 17 Mar 2026 05:08:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1188404 ไข่ไก่สดในแผงกระดาษ

กรมการค้าภายใน ตรึงราคาสินค้าควบคุม จับตาต้นทุนน้ำมันใก […]

The post 18 สินค้าเสี่ยงแพง มีอะไรบ้าง? ‘ค้าภายใน’ เตือนห้ามกักตุน ขึ้นราคา โทษหนักจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไข่ไก่สดในแผงกระดาษ

กรมการค้าภายใน ตรึงราคาสินค้าควบคุม จับตาต้นทุนน้ำมันใกล้ชิด รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง เจาะกลุ่มสินค้า ‘Sensitive List’ 18 รายการ งัดกลไกบัญชีติดตามสินค้า 3 ระดับ เตือนร้านค้า ห้ามกักตุน โทษหนักจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสน

 

วันนี้ (17 มี.ค.) วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามเฝ้าระวัง และกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด

 

โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

 

วิทยากร กล่าวต่อว่า ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) ปี 2568 ปัจจุบันมีสินค้าควบคุมจำนวน 59 รายการ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมาตรการที่ใช้กำกับดูแลราคาสินค้าจำเป็นที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตมายังกรมฯ และกรมจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุน อย่างรอบด้านก่อนอนุญาตปรับราคาจำหน่ายได้

 

ทั้งนี้ ในสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขออนุญาตปรับขึ้นราคาสินค้าเลยแต่อย่างใด และกรมยังได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าให้ตรึงราคา โดยจำหน่ายในราคาเดิม เพื่อลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์คับขัน

 

ขณะเดียวกันกรมได้มีการประเมินโครงสร้างต้นทุนสินค้า พบว่ามีสินค้า 6 กลุ่มสำคัญที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและสถานการณ์ด้านการขนส่ง ได้แก่

 

  • กลุ่มอาหารสด เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมู และเนื้อไก่
  • กลุ่มสินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว ปาล์มน้ำมัน และผลไม้
  • กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เช่น กระดาษทิชชู และบรรจุภัณฑ์กระดาษ
  • กลุ่มอาหารกระป๋องโดยเฉพาะปลากระป๋อง
  • กลุ่มเครื่องดื่มและสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น น้ำดื่ม นมบรรจุขวด และน้ำมันพืช
  • กลุ่มวัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น สีทาบ้าน ท่อพีวีซี และกระเบื้อง ซึ่งล้วนเป็นสินค้าปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตและระบบเศรษฐกิจ

 

ในส่วนมาตรการดูแลสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิต กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันประเทศไทยยังมีสต็อกเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ

 

ขณะที่ผู้นำเข้าได้กระจายแหล่งนำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ได้แก่ มาเลเซีย บรูไน และโอมาน พร้อมเตรียมเชื่อมโยงปุ๋ยเคมีจากผู้ผลิตจำหน่ายตรงถึงเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อรองรับฤดูกาลเพาะปลูกช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งข้าวนาปี ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และผลไม้

 

โดยเน้นปุ๋ยเคมีหลัก 3 ชนิด ได้แก่ ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยฟอสเฟต และปุ๋ยโพแทส ซึ่งคลอบคลุมปุ๋ยสูตรที่สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทุกระยะ โดยกรมจะเตรียมแผนการจัดกิจกรรม ปุ๋ยธงเขียว ราคาประหยัดเพื่อลดภาระต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร

 

เปิดชื่อกลุ่มสินค้า Sensitive List 18 รายการ

 

สำหรับการกำกับดูแลสถานการณ์สินค้า กรมการค้าภายในใช้กลไกบัญชีติดตามสินค้า 3 ระดับ และทบทวนทุก 1 เดือน ได้แก่ ‘กลุ่มสินค้า Sensitive List’ จำนวน 18 รายการ 

 

  1. ปุ๋ยเคมี 2. ไข่ไก่ 3. เนื้อสุกร 4. น้ำมันพืช 5. น้ำมันดีเซล 6. เม็ดพลาสติก ซึ่งติดตามราคาทุกวันพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด 

 

กลุ่ม Priority Watch List จำนวน 4 รายการ ได้แก่ อาหารปรุงสำเร็จ นมผง ยาป้องกันศัตรูพืช 

 

และเหล็กแผ่นรีดร้อน ติดตามสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อป้องกันการกักตุน 

 

และกลุ่ม Watch List จำนวน 197 รายการ เช่น สบู่ และน้ำยาซักฟอก ตรวจสอบต่อเนื่องทุก 15 วัน

 

“ปัจจุบันสถานการณ์ด้านสินค้าและราคาภายในประเทศยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการและควบคุมได้ โดยกรมฯ ได้ติดตามปริมาณสต็อกสินค้าและโครงสร้างต้นทุนต่อเนื่อง ขอความร่วมมือประชาชนเลือกซื้อสินค้าอย่างพอเหมาะตามความจำเป็น ไม่กักตุนสินค้าเกินความจำเป็น”

 

เพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงาน ใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ประเทศไทยจะสามารถผ่านสถานการณ์ความผันผวนในช่วงนี้ไปได้อย่างเรียบร้อยและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยรวม 

 

อย่างไรก็ดี หากตรวจพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 

 

โดยกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ภาพ: namaki / Shutterstock

The post 18 สินค้าเสี่ยงแพง มีอะไรบ้าง? ‘ค้าภายใน’ เตือนห้ามกักตุน ขึ้นราคา โทษหนักจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมาตรการรับมือน้ำมันขาดแคลนอย่างไร https://thestandard.co/southeast-asia-oil-shortage/ Mon, 16 Mar 2026 10:20:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1188211 ถังน้ำมันเชื้อเพลิงและกราฟเศรษฐกิจโลก สะท้อนวิกฤตน้ำมันขาดแคลนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันขาดแคลนซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามในอิหร่ […]

The post ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมาตรการรับมือน้ำมันขาดแคลนอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถังน้ำมันเชื้อเพลิงและกราฟเศรษฐกิจโลก สะท้อนวิกฤตน้ำมันขาดแคลนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันขาดแคลนซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามในอิหร่าน หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างผุดมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือปัญหาพลังงานขาดแคลนอย่างหนัก ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกยังคงถูกปิดกั้น

 

แม้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ภาพรวมยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง โดยข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา (EIA) ระบุว่า ในปี 2024 น้ำมันดิบประมาณ 84% และก๊าซ LNG กว่า 83% ที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันเกือบ 70% ของการขนส่งทั้งหมด ขณะที่อีก 15% มุ่งหน้าสู่ประเทศอื่นๆ ในเอเชีย รวมถึงอาเซียนด้วย

 

ประเทศไหนใช้มาตรการอะไรบ้าง?

 

สำหรับแนวทางการรับมือของแต่ละประเทศนั้น มีความแตกต่างกันไปตามบริบทของตนเอง โดยไทยได้ประกาศมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นการชั่วคราว เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมแนะนำให้ภาคส่วนต่างๆ ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และสั่งห้ามส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศ ยกเว้นการส่งไปยังกัมพูชาและลาว

 

ด้านเวียดนามเริ่มนำเงินจากกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันออกมาใช้เพื่อพยุงราคา พร้อมประกาศแผนจัดซื้อน้ำมันดิบประมาณ 4 ล้านบาร์เรลจากนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงมีมาตรการจำกัดการเดินทางและแนะนำให้ทำงานจากที่บ้านเช่นกัน

 

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านไทยอย่างเมียนมา ได้ประกาศใช้มาตรการสลับวันขับรถเพื่อควบคุมการใช้พลังงาน ส่วนฟิลิปปินส์ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น 4 วันต่อสัปดาห์เพื่อลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากการเดินทาง

 

ใครเสี่ยงสุด?

 

อัลลอยเซียส โจโก ปูร์วานโต นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก (ERIA) ของอินโดนีเซีย วิเคราะห์ว่า ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อสภาวะหยุดชะงักของการจัดหาน้ำมันดิบ โดยอ้างอิงข้อมูลกลาง JODI (Joint Organisations Data Initiative) ที่ระบุว่าทั้ง 4 ประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 60-95% ของปริมาณที่ใช้ทั้งหมด แม้แต่อินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันเองก็ยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 1 ใน 3 ของความต้องการภายในประเทศ

 

ในส่วนของเวียดนาม แซม เรย์โนลด์ส นักวิจัยจากสถาบันเศรษฐศาสตร์พลังงานและการวิเคราะห์ทางการเงิน (IEEFA) ตั้งข้อสังเกตว่า แม้เวียดนามจะเตรียมจัดซื้อน้ำมัน 4 ล้านบาร์เรลจากกลุ่มประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ปริมาณดังกล่าวรองรับการบริโภคภายในประเทศได้เพียง 6 วันเท่านั้น และเมื่อรวมกับน้ำมันสำรองที่มีอยู่สำหรับ 20 วันตามรายงานของสื่อ ก็จะทำให้เวียดนามตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงที่จะเกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิง หากไม่มีแหล่งพลังงานใหม่เข้ามาเพิ่มเติมในเร็ววัน

 

ใครเหลือน้ำมันเท่าไรบ้าง?

 

รายงานข่าวระบุว่า อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีน้ำมันสำรองคงเหลือสำหรับใช้ได้ประมาณ 21-23 วัน

 

ขณะที่ประเทศไทย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าไทยมีปริมาณสำรองสำหรับ 65 วัน และรัฐบาลจะเร่งดำเนินการจัดหาปริมาณสำรองเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานได้อีก 30 วัน

 

ด้านฟิลิปปินส์มีน้ำมันสำรองประมาณ 50-60 วัน ซึ่งส่วนใหญ่ถือครองโดยภาคเอกชน ทำให้รัฐบาลต้องหันไปพึ่งพาการปรับลดภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม การนำเข้าเพิ่มเติมโดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติฟิลิปปินส์ (PNOC) และการขอความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษให้บริษัทเอกชนระบายน้ำมันออกมา

 

เรย์โนลด์สชี้ว่า ปริมาณน้ำมันสำรองฉุกเฉินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยญี่ปุ่นมีสำรองใช้ได้นานถึง 254 วัน เกาหลีใต้ 208 วัน และจีน 120 วัน

 

อีกทั้งความท้าทายไม่ได้มีเพียงแค่การหาน้ำมันดิบ แต่รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูป โดยเฉพาะประเทศอย่างลาว กัมพูชา และเมียนมา ที่มีขีดความสามารถในการกลั่นจำกัดและต้องพึ่งพาการนำเข้าจากไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันประเทศเหล่านี้เริ่มมีนโยบายจำกัดการส่งออกเพื่อสำรองไว้ใช้ภายในประเทศมากขึ้น

 

สัญญาณลามสู่ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ

 

ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเริ่มลามสู่ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยบริษัทรายใหญ่อย่าง Aster Chemicals and Energy ในสิงคโปร์ และ PT Chandra Asri Pacific ในอินโดนีเซีย ได้เริ่มประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure) โดยระบุว่าพวกเขาอาจไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันในสัญญาได้

 

ขณะที่ บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเอสซีจี (SCG) ได้ประกาศเหตุสุดวิสัยหยุดเดินโรงงานชั่วคราว (Force Majeure) จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลาง เนื่องจากไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบหลักในการผลิตได้

 

หน่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจของ The Economist (EIU) คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นจะส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงและฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชีย ขณะที่ พริยังกา คิชอร์ จาก Asia Decoded เตือนว่าภูมิภาคนี้อาจเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย

 

“ในอีก 3 สัปดาห์ หรืออาจจะแค่ 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ เราจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นอีกมาก” เธอกล่าว

 

“ฉันคิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นคำถามสำคัญแน่นอน หากเรายังไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ในการเปิดเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

 

ภาพ: Craig Hastings Via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมาตรการรับมือน้ำมันขาดแคลนอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะผู้สังเกตการณ์ 8 ชาติ ลงพื้นที่ชายแดน 3 วัน รับทราบข้อเท็จจริงกำลังพลเหยียบกับระเบิด-กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง https://thestandard.co/8-nation-mission-border-conflict/ Mon, 18 Aug 2025 00:20:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1108311

วันนี้ (18 สิงหาคม) กองบัญชาการกองทัพไทยจะนำคณะผู้สังเก […]

The post คณะผู้สังเกตการณ์ 8 ชาติ ลงพื้นที่ชายแดน 3 วัน รับทราบข้อเท็จจริงกำลังพลเหยียบกับระเบิด-กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 สิงหาคม) กองบัญชาการกองทัพไทยจะนำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) จำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวม 14 นาย นำโดย ผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 2 (กองกำลังสุรนารี)

 

ทั้งนี้ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา ตามบันทึกข้อตกลงจากผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา รวมทั้งการขัดขวางปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ

 

สำหรับกำหนดการในวันนี้ (18 สิงหาคม)

 

  • คณะฯ เดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปยังกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปในช่วงเวลา 15.15 น.

 

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม

 

  • ลงพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน และเดินทางต่อไปยังผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปในประเด็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

 

  • ช่วงบ่ายเดินทางไปฐานกฤษณา-ฐานปราบศึก ใกล้ภูมะเขือ พร้อมรับชมภารปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการหุ่นระเบิดด้านมนุษธธรมที่ 2

 

วันพุธที่ 20 สิงหาคม

 

  • เดินทางไปตรวจเยี่ยมเชลยศึก ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป พร้อมตรวจพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากจรวดหลายลำกล้อง BM-21

 

  • เดินทางไปช่องจุ๊ปตะโมก ตรวจพื้นที่จุดที่กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 (ร้อย.ทพ.2601) เหยียบกับระเบิด

The post คณะผู้สังเกตการณ์ 8 ชาติ ลงพื้นที่ชายแดน 3 วัน รับทราบข้อเท็จจริงกำลังพลเหยียบกับระเบิด-กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไม เกาะบอร์เนียว-บรูไน กำลังเป็น “ขุมทรัพย์ใหม่” ที่ไทยไม่ควรมองข้าม ? ในวันที่อาเซียนท้าทายโลก Decoupling https://thestandard.co/borneo-brunei-new-opportunity/ Tue, 12 Aug 2025 10:46:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1106331 borneo-brunei-new-opportunity

สมรภูมิสงครามการค้า (Trade war) แรงกดดันของภูมิรัฐศาสตร […]

The post ทำไม เกาะบอร์เนียว-บรูไน กำลังเป็น “ขุมทรัพย์ใหม่” ที่ไทยไม่ควรมองข้าม ? ในวันที่อาเซียนท้าทายโลก Decoupling appeared first on THE STANDARD.

]]>
borneo-brunei-new-opportunity

สมรภูมิสงครามการค้า (Trade war) แรงกดดันของภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) บวกกับการผลักดันนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ “Decoupling” (การแยกตัวทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ) เริ่มส่งสัญญาณใหม่กับนานาประเทศ  และโลกธุรกิจ 

 

โดยเฉพาะ “นโยบายรัฐบาล” แต่ละประเทศต้องหันมาวางหมากกลยุทธ์ใหม่

 

บวกกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จุดชนวนสงครามภาษีกับจีนและทั่วโลก ซึ่งไทยถูกเก็บอัตราภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariffs)  จากสหรัฐอเมริกา 19%  

 

“ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก กฎกติกาการค้าโลก เหล่านี้ คือจุดเปลี่ยน ที่ไทย อย่างภาคเอกชนเอง อาจต้องมองหาพาร์ตเนอร์ คู่ค้าใหม่ เพื่อนใหม่ ๆ  มาเลเซียและบรูไน จึงน่าจะเป็นตลาดใหม่ ที่ไทยไม่ควรมองข้ามหรือไม่”  ชาติชาย พาณิชชีวะ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานการค้าและการลงทุน กล่าวระหว่างเดินทาง

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

THE STANDARD เป็นหนึ่งใน 2 สื่อไทย ที่ได้เดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เยือนเกาะบอร์เนียว (ซาราวัก-ซาบาห์) ประเทศมาเลเซีย-บรูไน กับสภาธุรกิจไทย-มาเลเซีย สายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย สำรวจโอกาส ช่องทางการค้า-การลงทุน 2 ประเทศ 6 วัน 5 เมือง 

 

2025 ยุคทองของมาเลเซีย 

 

เมื่อพูดถึงประเทศมาเลเซีย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านที่ “โดดเด่น” ด้วยขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 37 ของโลก และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มอาเซียน และมาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการ “เปิดระบบเศรษฐกิจ” มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย 

 

หากดูสัดส่วนการค้าต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) สูงถึง 130% นับตั้งแต่ปี 2010 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน 

 

แล้วอะไรที่ทำให้มาเลเซียแข็งแกร่ง ?

 

วรวรรณ วรรณวิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ หรือ ทูตพาณิชย์​ไทยในมาเลเซีย ฉายภาพให้เห็นภาพว่า ก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวมาเลเซียมากนัก กระทั่งเพิ่งมีกระแสช่วงปลายปีที่ผ่านมา 

 

ส่วนหนึ่งปัจจัยที่มาเลเซียสามารถผลักดันประเทศได้ดีและเป็น “จุดแข็ง” ของประเทศ นั่นคือ นโยบายผู้นำ ซึ่งจะสังเกตได้ว่า หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถทำได้ตามนโยบายหาเสียง ซึ่งมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ดึงดูดการลงทุน ชิปเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี พัฒนาคุณภาพชีวิต และการศึกษา

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

ตลาดอาเซียนไม่ได้มีแค่ “CLMV”

 

วันนี้ในบรรดาเพื่อนบ้าน มาเลเซีย จึงเป็นประเทศที่ “เนื้อหอม” ซึ่งหากมองมิตินักลงทุนในอดีต มักมองไปที่ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) แต่เวลานี้ CLMV เป็นกลุ่มประเทศ ที่อาจจะกำลังจะเผชิญกับความเสี่ยง จากภายนอกตามการพึ่งพาการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ก็เป็นได้ 

 

วรวรรณ กล่าวถึงภาพรวมการลงทุนของไทยในมาเลเซียว่า แม้นักลงทุนไทยจะเข้ามาลงทุนมาเป็นระยะเวลานานก็จริง แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นบริษัทใหญ่ 

 

ขณะที่ขนาดกลางและขนาดเล็กยังน้อยมาก เช่นกลุ่ม CP, PTT ส่วน SCG มาในรูปแบบของ Trader รวมถึงกลุ่มธนาคาร อาทิ แบงก์กรุงเทพ ซึ่งมาลงทุนในลักษณะสนับสนุนการลงทุน (Investment Bank) ไม่ใช่รูปแบบของ commercial bank เสียมากกว่า 

 

ส่วนการลงทุนขนาดเล็กก็จะเป็นร้านอาหาร ขนาดกลางส่วนใหญ่เป็นเรสเตอรองด์

แฟรนไชส์ อย่าง ชาตรามือ อื่นๆ มีการรับจ้างผลิต (OEM) อยู่บ้าง 

 

สิ่งหนึ่งที่น่าคิด “มาเลเซียเป็นเพื่อนบ้านใกล้ไทย แต่คนไทยรู้จักอย่างลึกซึ้งน้อยมาก นึกอยากเที่ยว งบจำกัด มาเลเซียอาจไม่ใช่ปลายทางคำตอบ ขณะที่ชาวมาเลเซีย ชื่นชมคนไทย รักคนไทย วัฒนธรรมไทยอย่างมาก” 

 

ที่ผ่านมา น้อยมากที่นักธุรกิจจะมีการพูดถึงตลาดมาเลเซีย ส่วนมากจะมองไปที่จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แน่นอนว่า เหตุผลหลักคือกำลังซื้อประเทศนั้นๆมีมากกว่า

 

 แต่ในขณะเดียวกัน ในเมื่อมาเลเซียชื่นชอบสินค้าไทย ซึ่งมาจากการบินมาเที่ยวไทย แล้วซื้อกลับมา และตามเทรนด์ ที่สำคัญ นิสัยหนุ่มสาว คนมาเลย์ “มีหัวคิดการค้า” ตลอดเวลา

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

ดังนั้น นอกจากอาหารฮาลาล เครื่องดื่ม ยังมีโอกาสที่ไทยน่าขยายการลงทุนในสินค้า ของตกแต่งบ้าน กลุ่มเสื้อผ้า ได้อีกมาก

 

 “รัฐซาบาห์-ซาราวัก”  โอกาสใหม่ บนเกาะบอร์เนียว 

 

อีกฟากฝั่ง “เกาะบอร์เนียว” รัฐซาราวัก หรือฝั่งตะวันออก ส่วนใหญ่คนไทย หรือแม้แต่ภาคธุรกิจไทย แทบไม่รู้จัก แต่หากดูจุดเด่นที่มาเลเซียมี แต่เพื่อนบ้าน อย่างไทยมีไม่มากพอ นั่นคือวัยแรงงานเพราะไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่มาเลเซียทั้ง  2 รัฐ เต็มไปด้วยประชากรวัยหนุ่มสาว

 

“ถ้าไทยอยากมีเพื่อนเพิ่ม ก็ควรมองหาประเทศที่มีกลุ่มเจเนอเรชั่นใหม่ๆ แน่นอนว่า ที่นี่ธุรกิจไทย จึงไม่ควรพลาดโอกาส และลังเล”

 

ขณะที่หากมองมิติ อุตสาหกรรมใหม่ มาเลเซียประกาศชัดเจนว่าจะมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะเห็นว่าบริษัทระดับโลกมาลงทุนที่นี่ 

 

“ปัจจัยหลักๆ คือ ชาวมาเลเซียสามารถสื่อสารได้ ทั้งภาษาจีน อังกฤษได้ดี ทักษะแรงงานสูง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคไม่สูงจนเกินไป”

 

นอกจากนี้ ในรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของมาเลเซีย จะเห็นว่า สิงคโปร์และมาเลเซียเพิ่งลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการ จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ยะโฮร์”บนพื้นที่ชายแดน 2 ประเทศ ที่มีการค้าผ่านแดน (Cross Border)  

 

“ความน่าสนใจของเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ คือ เนื่องจากมาเลเซียเป็นการปกครองแบบสหพันธรัฐ การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษจึงได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลกลาง ให้แพคเกจดึงดูดลงทุน รวมถึง รัฐนั้นๆก็สามารถอัดสิทธิประโยชน์เพิ่มเข้าไปอีก”

 

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ เกิดจากแรงผลักดันจากภาคเอกชนเป็นหลัก  เป็นเขต Free Zone หากสร้างแล้วเสร็จก็จะมีอุตสาหกรรมใหม่ 12 คลัสเตอร์ จ้างงานให้กับ 2 ประเทศ เป็นยุทธศาสตร์โลจิสติกส์สำคัญของอาเซียนอีกด้วย” 

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

เวทิต โชควัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ บอกว่า การเดินทางตลอด 6 วัน ทำให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยทั้ง 17 บริษัท สนใจมาดูตลาดนี้ไม่น้อย ซึ่งต้องยอมรับว่า โลก Decoupling เป็นส่วนสำคัญในการมองหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งเกาะบอร์เนียว ยังมีสินค้าไทยน้อยมาก 

 

“ด้วยกำลังซื้อของประชากรบรูไน และรัฐซาราวัก เป็นตลาดที่น่าสนใจ แม้ว่ายังเจอปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ซึ่งอยู่ระหว่างสร้างถนนเพิ่ม แต่การมาที่นี่ทำให้เราพบว่า เขาต้องการสินค้าไทย ตอนนี้อยู่ที่วอลุ่ม ว่าจะทำได้อย่างไร”

 

“เมืองกูชิง” ใกล้พรมแดนอินโดนีเซีย กำลังจะเป็นที่ตั้งเมืองหลวงใหม่ “Nusantara” 

 

รวมถึงในอนาคต เกาะแห่งนี้จะติดกับเมืองหลวงเมืองกูชิงก่อนเป็นจุดที่สอง ซึ่งเมืองกูชิง มีที่ตั้งอยู่ใกล้พรมแดนอินโดนีเซีย (เขต Kalimantan) ซึ่งกำลังจะกลายเป็นที่ตั้งของ “เมืองหลวงใหม่ของอินโดนีเซีย (Nusantara)” อีกไม่นาน การค้าขายและการขนส่งของที่นี่จะเติบโตอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตาม จากที่ดูโลจิสติกส์ก็ต้องพิจารณาความพร้อม รวมถึงการค้าปลีกที่น่าสนใจอย่างมาก 

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

“จุดเริ่มต้นใหม่ ๆ ควรจะเป็นสินค้าใหม่ของไทยที่นอกจากข้าว ยังมีโอกาสใหม่อย่าง อาหารสัตว์  ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากจากนักธุรกิจท้องถิ่นที่ได้เจอ ยังมีอาหารแปรรูป อาหารอื่นๆ มะพร้าว เครื่องปรุงรส ขนม ถ้ารวมวอลลุ่มได้แล้วมาทำตลาดเพิ่มอีก จะดีมาก”

 

ทั้งนี้ แม้ไทย-มาเลเซีย มีการค้าชายแดนที่ดี แต่ภาคอื่นๆ พบว่า สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ “รสนิยม” รสชาติ ดั้งเดิมเปลี่ยนไป ผู้คนสามารถทานได้หลากหลายรสชาติ นักท่องเที่ยวมาที่ ซาบาร์ บรูไน ก็ถือว่า ไม่น้อย 

 

“ต่อจากนี้ไป อาเซียนจะยิ่งโดดเด่น ยุโรป เกาหลี จีน หลั่งไหลมาตลาดอาเซียนหมด คงจะเป็นเรื่องน่าเสียมากถ้าอาเซียนไม่ขายกันเอง”

 

ที่นี่กำลังพัฒนาหลายๆด้าน นี่คือมายด์เซตหลักที่ได้พบระหว่างการเดินทาง  เราได้เห็นโอกาส เมื่อไหร่เหมาะ เมื่อไหร่คุ้ม เพราะโลจิสติกส์ที่ดี คือการขนสินค้าทางเรือเข้ามา ต้องมีสินค้าเที่ยวกลับได้ เรื่องนี้ต้องบริหารจัดการทั้งระบบให้ดี ทั้งต้นทุน แรงงาน อย่างไรก็ตามรัฐบาลท้องถิ่น นักลงทุน พาร์ทเนอร์ ที่นี่ “พร้อมอ้าแขนรับ”

 

Firdausi Suffian ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Invest Sabah Berhad สะท้อนบทบาทของ Invest Sabah ในฐานะหน่วยงานหลักของรัฐว่า “เรามุ่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย Firdausi บอกว่า คนที่นี่ ชื่นชอบอาหารไทย คนไทย วัฒนธรรมไทย นี่อาจเป็นโอกาส อุตสาหกรรมฮาลาล เกษตรแปรรูป โลจิสติกส์ ของไทย ได้อีกมาก 

 

ส่องเสน่ห์ “รัฐซาบาห์-ซาราวัก-บรูไน” กับเศรษฐกิจอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA) 

 

รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) ฉายภาพความสำคัญ อีกว่า 

 

”การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก (global supply chain) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของดุลอำนาจการค้าของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะจากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทั้งจีนและสหรัฐฯ“

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

ถึงเวลาหรือยังที่ไทยควรจะเป็นทีมแสวงหาโอกาสใหม่ ที่ไม่พึ่งสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว?

 

 2 รัฐ มาเลเซียฝั่งตะวันออก อย่างซาบาห์และซาราวักที่ติดกับบรูไน เป็นพื้นที่ที่ไม่ควรมองข้าม

 

แม้เทียบเท่าได้กับกรุงเทพมหานคร ที่มีประชากรเพียง 4.7 แสนคน  หลายคนจึงมองข้ามโอกาสนี้ไป 

 

“แต่ในความเป็นจริงแล้ว  รัฐซาบาห์และซาราวักเป็นเมืองที่กำลังได้รับความสนใจซึ่งได้รับพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยรัฐบาลกลางมาเลเซีย ซึ่งทั้ง 2 รัฐมีความมั่นคงและศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง”

 

อีกทั้ง รัฐซาบาห์และซาราวักถือเป็นศูนย์กลางทางการค้า การลงทุน ท่องเที่ยวภายใต้เขตพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA) ประกอบไปด้วย ประเทศบรูไนดารุสซาลาม- อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์”

 

 “ระเบียงเศรษฐกิจบรูไน-กวางสี” เชื่อมยุทธศาสตร์ Belt and Road 

 

ศักยภาพของประชากรรวมกันกว่า 77 ล้านคน รัฐซาบาห์และซาราวัก มีความร่วมมือเหล่านี้ ยิ่งเอื้อต่อการดำเนินงานกิจการและธุรกิจต่างๆ เข้ามา 

 

ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือขนาดใหญ่มัวร่า “Muara Port” เป็นท่าเรือสมัยใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขยายพื้นที่ หลังยุทธศาสตร์ Belt and Road ของจีนเข้ามา จึงยิ่งเพิ่มบทบาท การลงทุน “ระเบียงเศรษฐกิจบรูไน-กวางสี” (Brunei-Guangxi Economic Corridor หรือ BGEC) 

 

โดยเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจทวิภาคีระหว่างเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน และบรูไน 

 

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการค้าและอุตสาหกรรมชีวภาพในทั้งสองภูมิภาค ดังนั้น สินค้าจีนที่ลงมาที่นี้ 

 

เรียกได้ว่าเป็นปากประตูสู่อาเซียนเข้าเวียดนาม เชื่อมท่าเรือมาที่บรูไน การเข้ามาของจีน จีนเชื่อมพื้นที่ซาราวัก ซาบาห์ บรูไน ส่งออกไปยังจีน ผ่านระเบียงเศรษฐกิจแห่งนี้ นั่นเอง

 

ขณะที่การทำธุรกิจในบรูไน นโยบายของรัฐ มุ่งกระจายความเสี่ยงนอกเหนือจากการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่สร้างรายได้ประเทศเป็นหลักกระจายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ดังนั้น นโยบายส่งเสริมบางโครงการ รัฐบาลจึงอัดฉีดเงินทุน ให้เข้ามาทำธุรกิจเต็มที่ ทำให้เกิดโอกาสอีกมาก 

 

โดยเฉพาะ เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) คือ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน การจัดการพลังงานทางเลือก การจัดการของเสียทางทะเล การท่องเที่ยว ประมง

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

จะเห็นว่าบริษัทสิงคโปร์ร่วมทุนกับบรูไนเกิดเป็น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ “Aquaculture” เป็นการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี จากปลาตัวเล็กวิจัยพันธุ์เป็นตัวใหญ่ สร้างรายได้หลายเท่าตัว 

 

ยังไม่นับรวมพื้นที่นอกชายฝั่งที่บรูไนมีอาณาเขตกว้างขวาง บรูไนก็ให้ทุนสนับสนุน ดังนั้น หากคนไทยเก่งและเชี่ยวชาญเกษตรและประมง ก็สามารถขยายโอกาสลงทุน และไม่ควรพลาด

 

“บรูไน” กำลังซื้อสูง 

 

บุศรา กาญจนาลัย เอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน กล่าวเสริมอีกว่า เมื่อเอ่ยถึง “ประเทศบรูไน” เชื่อว่าหลายท่าน จินตนาการแรกที่ มักจะนึกถึงคือ ประเทศเล็กๆในอาเซียนที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจสูง ร่ำรวยไปด้วยแหล่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ มีรัฐสวัสดิการที่ดีเลิศ 

 

แต่ทราบหรือไม่ว่า ชาวบรูไนชื่นชอบสินค้าไทยมาก ทั้งอาหารและผลิตภัณฑ์ เมื่อตลาดเปลี่ยนทิศ สงครามการค้าไม่แน่นอน ที่นี่จึงเป็นโอกาสของสินค้าไทยที่ควรมาขยายตลาดในบรูไน ซึ่งประชากรมีกำลังซื้อสูง 

 

ส.อ.ท. สงครามการค้า

 

รศ.ดร.ปิติ ทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางสงครามการค้า จากนี้ ไทยคงจะพึ่งพาเพียงสหรัฐอีกไม่ได้ เราต้องกลับมามองว่า โอกาสใหม่ มีอะไรอีก 

 

จบทริปการเดินทาง มาเลเซีย เกาะบอร์เนียว ซาราวัก ซาบาร์ บรูไน ครั้งนี้ อาจไขคำตอบได้ไม่มากก็น้อยว่า ทำไม บรูไน-มาเลย์ ฟากฝั่งเกาะบอร์เนียว กำลังเป็นขุมทรัพย์ใหม่ ยุค 2025 ที่โลกแบ่งขั้ว  “Decoupling” 

 

“อาจเป็นจิกซอร์ตัวสำคัญ ที่นักลงทุนไทย ไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป”

 

ภาพ : zorazhuang , imran kadir photography, omersukrugoksu, 

Ian.CuiYi /Getty images   

The post ทำไม เกาะบอร์เนียว-บรูไน กำลังเป็น “ขุมทรัพย์ใหม่” ที่ไทยไม่ควรมองข้าม ? ในวันที่อาเซียนท้าทายโลก Decoupling appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ หารือผู้นำอาเซียน กำหนดวิสัยทัศน์ปี 2045 ส่งเสริมความยั่งยืน ย้ำสมาชิกเป็นปึกแผ่นร่วมกันปัญหา https://thestandard.co/asean-leaders-discuss-2045-vision/ Mon, 26 May 2025 04:22:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1078479

วันนี้ (26 พฤษภาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เข […]

The post นายกฯ หารือผู้นำอาเซียน กำหนดวิสัยทัศน์ปี 2045 ส่งเสริมความยั่งยืน ย้ำสมาชิกเป็นปึกแผ่นร่วมกันปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤษภาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ณ ห้องประชุม Conference Hall 1 ชั้น 3 ศูนย์การประชุม Kuala Lumpur Convention Center (KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

 

การประชุมอาเซียนครั้งนี้ มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ภายใต้แนวคิดหลัก ‘การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืน’ ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ชาติ ได้แก่ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม, ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย, ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์, นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย, นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์, นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, และแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย

 

นอกจากนี้ ยังมี ดร. เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน และนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์

 

ก่อนการประชุม ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้เชิญผู้นำอาเซียน ถ่ายภาพร่วมกันก่อนกล่าวเปิดการประชุม จากนั้นที่ประชุมฯ ได้หารือ ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ ทิศทางการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะจากความไม่แน่นอนของโลก รวมถึงแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ของอาเซียนกับภาคีภายนอก

 

ด้านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ จัดขึ้นในช่วงเวลาที่ภูมิทัศน์โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่นโยบายที่แข็งกร้าวและมุ่งผลประโยชน์ตอบแทน ถอยห่างจากแนวทางความร่วมมือพหุภาคีไปสู่การปฏิบัติฝ่ายเดียว มาตรการด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพลวัตทางการค้าโลก และต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของอาเซียนโดยรวม พัฒนาการดังกล่าวได้ท้าทายบรรทัดฐานโลก ทำให้อาเซียนต้องประเมินยุทธศาสตร์ของอาเซียนอีกครั้ง เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นร่วมกัน พร้อมขอบคุณต่อความพยายามของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในการส่งเสริมจุดยืนอันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน

 

ทั้งนี้เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน อาเซียนจำเป็นต้องสร้าง เครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร และทำงานร่วมกันมุ่งไปสู่การบูรณาการระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้อาเซียนยังคงมีบทบาทความสำคัญ ที่น่าดึงดูด และแข่งขันได้ จึงต้องมีการสนับสนุนการค้าภายในอาเซียน ใช้ประโยชน์จาก FTA ที่มีอยู่ให้เต็มที่ พิจารณาจัดทำ FTA กับภาคีใหม่ๆ ควบคู่กับส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบ MSMEs เพื่อให้สามารถต่อสู้กับความท้าทายในอนาคตได้

 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ประเทศไทยสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อระบบการค้าพหุภาคีที่โปร่งใส เสรี ยุติธรรม และมีกฎเกณฑ์ที่คาดเดาได้ โดยประเทศไทยจะเร่งรัดการจัดทำ Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อปลดล็อกการเติบโตครั้งใหม่ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในอนาคต และแสดงให้เห็นว่า อาเซียนไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาความก้าวหน้า ควบคู่กับการตอบสนองต่อภูมิทัศน์ของการค้าและการลงทุนระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

นอกจากนี้เพื่อให้บรรลุการบูรณาการที่มีประสิทธิผล อาเซียนต้องส่งเสริมกลไกการเจรจาจากทั้งภายในและภายนอกที่ตรงไปตรงมา ครอบคลุม สร้างสรรค์ และมุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาผ่านการเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ดังนั้นเพื่อสร้างอนาคตที่ครอบคลุมสำหรับภูมิภาคอาเซียน ประชาคมอาเซียนจะต้องเน้นที่ประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และปกป้องความมั่นคงของมนุษย์ในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพและความมั่นคงทางอาหาร การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด การหลอกลวงทางออนไลน์ หมอกควันข้ามพรมแดน และภัยพิบัติต่างๆ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่า การคุ้มครองประชาชน ไม่อาจล่าช้าได้

 

ขณะเดียวกัน อาเซียนควรริเริ่มส่งเสริมเครื่องยนต์ตัวสำคัญที่จะสนับสนุนการเติบโตของอาเซียนร่วมกัน เช่น ภาคการท่องเที่ยว เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการเดินทางระหว่างกัน ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายร่วมกัน และสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมความยั่งยืนสำหรับอนาคต ซึ่งในวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2045 เน้นเรื่องการเงินสีเขียว การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล และเชื่อว่า วิสัยทัศน์ใหม่นี้ จะทำให้อาเซียนเติบโต ที่นำไปสู่สันติสุข ความเป็นหุ้นส่วน และก้าวหน้ายิ่งขึ้น

 

ภายหลังการประชุมผู้นำอาเซียน ยังได้ร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์ 9 ฉบับ ได้แก่

 

  1. ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการครบรอบ 10 ปี ของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน
  2. ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา
  3. วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 “อาเซียนที่เข้มแข็ง มีนวัตกรรม มีพลวัตและมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง”
  4. แผนยุทธศาสตร์ประชาคม การเมืองและความมั่นคงอาเซียน
  5. แผนยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
  6. แผนยุทธศาสตร์ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
  7. แผนยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงอาเซียน
  8. กรอบความยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน
  9. ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความมุ่งมั่นเพื่อความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านยา

 

The post นายกฯ หารือผู้นำอาเซียน กำหนดวิสัยทัศน์ปี 2045 ส่งเสริมความยั่งยืน ย้ำสมาชิกเป็นปึกแผ่นร่วมกันปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ASEAN 101: ข้อมูลพื้นฐานอาเซียน https://thestandard.co/asean-101/ Wed, 21 May 2025 13:14:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1076848

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 46 กำลังจะจัดขึ้น ณ […]

The post ASEAN 101: ข้อมูลพื้นฐานอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 46 กำลังจะจัดขึ้น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคม ภายใต้แนวคิด ‘การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและยั่งยืน’ (Inclusivity and Sustainability) ที่เน้นย้ำการส่งเสริมสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความยืดหยุ่นในภูมิภาค โดยปีนี้ถือเป็นการประชุมที่สำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายระดับโลกต่างๆ

 

กลุ่มอาเซียน (ASEAN หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations) เป็นองค์การทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1967 โดยสมาชิกผู้ก่อตั้ง ได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ร่วมลงนามในปฏิญญาอาเซียนที่กรุงเทพฯ

 

ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย, สปป.ลาว, เมียนมา, กัมพูชา, บรูไน, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย มีประชากรรวมกัน 695 ล้านคน (ข้อมูล ณ ปี 2024 ) หรือคิดเป็น 8.5% ของประชากรโลก และมีตัวเลข GDP รวมกันในปี 2024 สูงถึง 3.8 ล้านล้านดอลลาร์

 

โดยเลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันคือ ดร.เกา กิม ฮวน (Kao Kim Hourn) อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ขณะที่ประธานอาเซียน ประจำปี 2025 คือมาเลเซีย

 

สำหรับไทย อาเซียนถือเป็นเสาหลักที่สำคัญในการดำเนินนโยบายการต่างประเทศ และมีบทบาทในการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศสมาชิก รักษาสันติภาพและเสถียรภาพ ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน รวมทั้งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและความท้าทายต่างๆ ร่วมกัน

 

โดยในด้านเศรษฐกิจ อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งและเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึงกว่า 3.9 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ ปี 2024)

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

อ้างอิง:

The post ASEAN 101: ข้อมูลพื้นฐานอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานอาเซียนพบทักษิณ-กษัตริย์บรูไน ชี้ เป็นการพบปะที่มีประโยชน์อย่างมาก https://thestandard.co/asean-leader-meets-thaksin/ Wed, 19 Feb 2025 04:46:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1043634 asean-leader-meets-thaksin

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซี […]

The post ประธานอาเซียนพบทักษิณ-กษัตริย์บรูไน ชี้ เป็นการพบปะที่มีประโยชน์อย่างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
asean-leader-meets-thaksin

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน 2025 พบกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประธานอาเซียน 2025 ซึ่งได้รับอนุญาตจากศาลให้เดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งที่ 2 พร้อมเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ที่ประเทศบรูไน ในช่วงระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ โดยอิบราฮิมระบุว่า การพบกับคณะที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการในครั้งนี้ถือเป็นการพบปะที่มีประโยชน์อย่างมาก

 

ทั้งหมดได้ร่วมหารือในประเด็นต่างๆ เช่น สถานการณ์ภายในเมียนมา โดยเห็นพ้องกันว่า แม้เมียนมาจะยังคงผูกพันตามฉันทามติ 5 ประการ แต่ก็ไม่ควรละเว้นความพยายามใดๆ ที่จะประสานความร่วมมือกับฝ่ายอื่นๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด และหารือถึงแนวทางที่ดีที่สุดในการทำงานที่จะไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวก เพื่อแก้ไขวิกฤตเมียนมา

 

อีกทั้งที่ประชุมยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณแนวชายแดน โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังแพร่กระจายอย่างมากในปัจจุบัน

 

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ทั้งหมดเห็นพ้องกันว่า ควรมีความก้าวหน้าทางการทูตพหุภาคีเพิ่มมากขึ้น และพูดคุยหารือเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติ (Code of Conduct: COC) โดยเร็วที่สุด 

 

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าภายในอาเซียน รวมถึงสกุลเงินดิจิทัลและการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้าน Blockchain ที่จะช่วยส่งเสริมการไหลเข้าของเงินทุนและกระตุ้นการเติบโตภายในภูมิภาคเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

 

ภาพ: Anwar Ibrahim / Facebook

 

อ้างอิง:

  • Anwar Ibrahim / Facebook

The post ประธานอาเซียนพบทักษิณ-กษัตริย์บรูไน ชี้ เป็นการพบปะที่มีประโยชน์อย่างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาอนุญาตทักษิณเดินทางไปบรูไน ร่วมประชุมอาเซียนตามคำเชิญนายกฯ มาเลเซียผ่านสถานทูต 18-19 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/thaksin-brunei-asean/ Sat, 15 Feb 2025 06:48:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1042283 thaksin-brunei-asean

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ […]

The post ศาลอาญาอนุญาตทักษิณเดินทางไปบรูไน ร่วมประชุมอาเซียนตามคำเชิญนายกฯ มาเลเซียผ่านสถานทูต 18-19 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thaksin-brunei-asean

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตในคำร้องที่ ทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพื่อไปร่วมประชุมอาเซียน ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ที่จะจัดการประชุมระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ ที่ประเทศบรูไน 

 

มีรายงานว่าการขออนุญาตศาลในครั้งนี้ มาจาก อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนมีหนังสือเชิญผ่านสถานทูต ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเชิญไปหารือต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว 

 

ทักษิณได้ยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ศาลอาญานัดไต่สวนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มีพยาน 2 ปาก คือ ทักษิณ และรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ พิจารณาแล้วมีเหตุจำเป็นตามคำร้องมีคำสั่งอนุญาตออกนอกประเทศระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2568 ให้วางหลักประกันตามที่เสนอ (5 ล้านบาทเท่าเดิม) และให้มารายงานตัวภายใน 3 วัน นับแต่วันที่จำเลยเดินทางกลับประเทศไทย และแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ 

 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทักษิณได้ยื่นคำร้องขอเดินทางไปยังประเทศ เวียดนาม และประเทศกัมพูชาในช่วงเวลาเดียวกัน (18-19 กุมภาพันธ์) แต่ศาลอาญายกคำร้องไม่อนุญาตให้ไป 

 

ทั้งนี้ ตามคำเชิญจากนักธุรกิจซึ่งมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาหน่วยงานรัฐของเวียดนาม โดยอ้างว่าเป็นการเชิญไปพูดคุยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและด้านเศรษฐกิจ แต่เป็นการเชิญส่วนตัวไม่ใช่นามรัฐบาล ส่วนของกัมพูชาเป็นคำเชิญจาก สมเด็จฮุน เซน แต่เป็นในนามส่วนตัว ไม่ใช่ในนามรัฐบาลกัมพูชาเช่นกัน  

The post ศาลอาญาอนุญาตทักษิณเดินทางไปบรูไน ร่วมประชุมอาเซียนตามคำเชิญนายกฯ มาเลเซียผ่านสถานทูต 18-19 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารหารือทวิภาคีผู้นำ บรูไน-กัมพูชา-เวียดนาม ผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจ ตั้งเป้าการค้าไทย-เวียดนาม กว่า 8.5 แสนล้านบาท https://thestandard.co/paetongtarn-44th-and-45th-asean-summits/ Thu, 10 Oct 2024 01:54:33 +0000 https://thestandard.co/?p=994039 แพทองธาร

วานนี้ (9 ตุลาคม) ที่ สปป.ลาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐม […]

The post แพทองธารหารือทวิภาคีผู้นำ บรูไน-กัมพูชา-เวียดนาม ผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจ ตั้งเป้าการค้าไทย-เวียดนาม กว่า 8.5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร

วานนี้ (9 ตุลาคม) ที่ สปป.ลาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าหารือทวิภาคีกับผู้นำบรูไน กัมพูชา และเวียดนาม ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 44 และครั้งที่ 45 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง (44th and 45th ASEAN Summits) โดย จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักของนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 

 

ในการหารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ Thailand’s Government Pension Fund (GPF) and Brunei Investment Agency (BIA) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนร่วมกันของทั้งสองประเทศโดยเร็ว รวมถึงการผลักดันความร่วมมือ The Elimination of Double Taxation and the Prevention of Tax Evasion and Avoidance (DTA) เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี และจะอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าเกษตร และด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรที่ยั่งยืนและการจัดการน้ำ

 

ทั้งนี้ บูรไนพร้อมผลักดันการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางด้านฮาลาล เช่น ความมั่นคงทางอาหาร และการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในอนาคต

 

หารือกัมพูชา แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์-ยาเสพติด

 

นายกรัฐมนตรียังหารือทวิภาคีกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา โดยกล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตของไทยและกัมพูชาในปีหน้า โดยกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายจะประสานงานจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เยาวชน

 

นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ดังนี้

 

  1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ควรดำเนินงานต่อเนื่องตามแผนปฏิบัติการเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน
  2. ไทยเสนอโครงการ ‘หกประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง’ (Six Countries, One Destination) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
  3. ไทยส่งเสริมบริการขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างสองประเทศ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน โดยพร้อมที่จะปรับปรุงการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างไทย กัมพูชา และเวียดนาม ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการร่วมสำหรับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา

 

ส่วนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนนั้น ไทยพร้อมจัดการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ได้แก่ การหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ การลักลอบค้ายาเสพติด ไทยและกัมพูชาจะแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเพิ่มขึ้น และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนหารือเพิ่มความร่วมมือต่อต้านยาเสพติดตามแนวชายแดน

 

ตั้งเป้าการค้าไทย-เวียดนาม กว่า 8.5 แสนล้านบาท

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับ ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมแสดงความเสียใจต่อเวียดนามที่ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นยางิ โดยไทยมอบเงินจำนวน 2 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนรัฐบาลเวียดนามในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

 

ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะเร่งอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.5 แสนล้านบาท โดยขอให้เวียดนามสนับสนุนการลงทุนของไทยในเวียดนาม โดยเฉพาะด้านปิโตรเคมี พลังงาน และธนาคารพาณิชย์

 

รวมทั้งไทยและเวียดนามจะส่งเสริมความร่วมมือตามยุทธศาสตร์ Three Connects เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างจังหวัดอุดรธานีของไทยกับเมืองต่างๆ ในเวียดนาม

 

ขณะเดียวกันเวียดนามพร้อมสนับสนุนแนวคิด ‘หกประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง’ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค

 

แพทองธาร

The post แพทองธารหารือทวิภาคีผู้นำ บรูไน-กัมพูชา-เวียดนาม ผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจ ตั้งเป้าการค้าไทย-เวียดนาม กว่า 8.5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กางแผนที่ทะเลจีนใต้ ส่องปมพิพาทจีน-ฟิลิปปินส์ ใครอ้างกรรมสิทธิ์ตรงไหนบ้าง https://thestandard.co/territorial-disputes-in-the-south-china-sea/ Thu, 22 Aug 2024 10:59:44 +0000 https://thestandard.co/?p=974108

จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม และไ […]

The post กางแผนที่ทะเลจีนใต้ ส่องปมพิพาทจีน-ฟิลิปปินส์ ใครอ้างกรรมสิทธิ์ตรงไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม และไต้หวัน ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้มายาวนานหลายทศวรรษ เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเดินเรือ อีกทั้งยังเป็นแหล่งประมงและมีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ โดยหน่วยงานของสหประชาชาติเคยประเมินว่า ในปี 2016 การค้าโลกมากกว่า 21% เดินทางผ่านเส้นทางนี้

 

แผนที่ฉบับล่าสุดของจีนที่เผยแพร่ในปี 2023 มีเส้นแบ่งเขตแดนที่เรียกว่า ‘เส้น 10 ขีด’ (Ten-Dash Line) ซึ่งต่อยอดมาจาก ‘เส้น 9 ขีด’ (Nine-Dash Line) ซึ่งอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์ เพื่อกำหนดให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้เป็นอาณาเขตอธิปไตยของจีน เส้น 9 ขีดนี้เคยทำให้ฟิลิปปินส์นำเรื่องขึ้นสู่ศาลโลกในปี 2013 ก่อนที่คณะอนุญาโตตุลาการถาวรจะตัดสินว่า จีนไม่อาจอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ โดยใช้สิทธิทางประวัติศาสตร์ หรือเส้น 9 ขีดได้ อย่างไรก็ตาม จีนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการพิจารณาคดี และปฏิเสธคำตัดสินดังกล่าว โดยเส้น 10 ขีดในปัจจุบันครอบคลุมถึงพื้นที่ของเกาะไต้หวันด้วย

 

 

ในช่วงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จีนและฟิลิปปินส์เผชิญหน้ากันบ่อยครั้งยิ่งขึ้นในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะแถบบริเวณสันดอนสการ์โบโรห์และสันดอนโทมัสที่ 2 ขณะที่เหตุปะทะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังเรือยามฝั่งของทั้งสองประเทศชนประสานงากันอย่างรุนแรงบริเวณแนวสันดอนซาบินา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลี นักวิเคราะห์มองว่า ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษจะบานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่ โดยเฉพาะความเป็นปฏิปักษ์กันระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ที่นับวันดูเหมือนจะมีแนวโน้มรุนแรงยิ่งขึ้น

 

อัปเดตและเผยแพร่ล่าสุด: 22 สิงหาคม 2024

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

อ้างอิง: 

The post กางแผนที่ทะเลจีนใต้ ส่องปมพิพาทจีน-ฟิลิปปินส์ ใครอ้างกรรมสิทธิ์ตรงไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมหารือ-ลงนามความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-การท่องเที่ยวมุสลิม https://thestandard.co/the-king-of-brunei-visits-thailand-2/ Mon, 29 Apr 2024 06:13:45 +0000 https://thestandard.co/?p=927939 กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทย

วันนี้ (29 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกร […]

The post กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมหารือ-ลงนามความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-การท่องเที่ยวมุสลิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทย

วันนี้ (29 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จัดพิธีต้อนรับสมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละฮ์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม พร้อมด้วยเจ้าชายอับดุล มาทีน อย่างเป็นทางการ ด้วยการร่วมกันตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม เสด็จฯ ฉายพระรูปร่วมกันบริเวณบันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า และคณะรัฐมนตรีกราบบังคมทูลแนะนำตนเองต่อสมเด็จพระราชาธิบดี ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีลงพระนามในสมุดเยี่ยม และทอดพระเนตรของที่ระลึก ณ ห้องสีงาช้าง (ด้านนอก) ตึกไทยคู่ฟ้า

 

จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้หารือเต็มคณะในโอกาสครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับบรูไน ผ่านการเยือนระดับสูง และการประชุมกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี เช่น คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-บรูไน ผลักดันการจัดตั้งกลไกทวิภาคีด้านการค้า ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมฮาลาล ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อมุสลิม และการผลักดันแนวคิด Six Countries, One Destination ของไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค

 

พร้อมกันนี้ทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงด้านการท่องเที่ยว ภายใต้กรอบทวิภาคีและพหุภาคี การส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรูปแบบที่มีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไมซ์ และการท่องเที่ยวมุสลิม รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด การยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการประสานงานเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการบินระหว่างสองประเทศ

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันแด่สมเด็จพระราชาธิบดี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

 

 

The post กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมหารือ-ลงนามความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-การท่องเที่ยวมุสลิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทย พร้อมเจ้าชายอับดุล มาทีน https://thestandard.co/the-king-of-brunei-visits-thailand/ Sun, 28 Apr 2024 10:56:14 +0000 https://thestandard.co/?p=927724

สมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ มูอิซซัดดิน ว […]

The post กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทย พร้อมเจ้าชายอับดุล มาทีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละฮ์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28-29 เมษายน 2567 ในฐานะแขกของรัฐบาล ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยมีเจ้าชายอับดุล มาทีน โดยเสด็จด้วย

 

ในห้วงการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลามทรงมีกำหนดเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งทรงเข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ทรงร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของประเทศไทยกับบรูไนดารุสซาลามรวม 2 ฉบับ และทรงเข้าร่วมงานถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ

 

ประเทศไทยและบรูไนดารุสซาลามได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2527 การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งในการเฉลิมฉลองการครบรอบ 40 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศในปี 2567 อีกทั้งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 12 ปี

 

 

The post กษัตริย์บรูไนเสด็จฯ เยือนไทย พร้อมเจ้าชายอับดุล มาทีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพพระราชพิธีเสกสมรส เจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน https://thestandard.co/prince-abdul-mateen-marriage-ceremony/ Mon, 15 Jan 2024 10:18:09 +0000 https://thestandard.co/?p=888019 เจ้าชายอับดุล มาทีน

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ พระมหากษัตร […]

The post ประมวลภาพพระราชพิธีเสกสมรส เจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าชายอับดุล มาทีน

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีซาเลฮาแห่งบรูไน และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ ร่วมเฉลิมฉลองพระราชพิธีเสกสมรสระหว่าง เจ้าชายอับดุล มาทีนแห่งบูรไน และเจ้าหญิงอนิชา รอสนาห์ ณ พระราชวังอิสตานา นูรุล อิมาน กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน เมืองหลวงของประเทศบรูไน โดยพระราชพิธีเสกสมรสครั้งนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา และเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 7-16 มกราคม 2024

 

ภาพ: Iqbal Dato HJ Selamat / AFP

 

ภาพ: Iqbal Dato HJ Selamat / AFP

 

ภาพ: Mohd Rasfan / AFP

 

ภาพ: Handout / Brunei’s Information Department / AFP

 

ภาพ: Rudolf Portillo / AFP

 

ภาพ: Mohd Rasfan / AFP

The post ประมวลภาพพระราชพิธีเสกสมรส เจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย ‘สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ’ แสดงความเสียใจคนไทยเสียชีวิต หวังยุติด้วยสันติวิธี ขอแรงงานผิดกฎหมายยึดความปลอดภัยเป็นหลัก https://thestandard.co/king-of-brunei-expresses-his-condolences/ Tue, 10 Oct 2023 11:55:02 +0000 https://thestandard.co/?p=853187 เศรษฐา ทวีสิน

วันนี้ (10 ตุลาคม) เวลา 16.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศ […]

The post นายกฯ เผย ‘สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ’ แสดงความเสียใจคนไทยเสียชีวิต หวังยุติด้วยสันติวิธี ขอแรงงานผิดกฎหมายยึดความปลอดภัยเป็นหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา ทวีสิน

วันนี้ (10 ตุลาคม) เวลา 16.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ที่โรงแรม The Empire Brunei เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่าสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม แสดงความห่วงกังวลต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นขณะนี้ และแสดงความเสียใจที่มีการสูญเสียของคนไทย รวมถึงมีผู้บาดเจ็บและถูกลักพาตัว เรื่องของความไม่สงบเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ดังนั้นการดูแลผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทั้ง 2 ประเทศไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง โดยอยากให้เรื่องนี้ยุติด้วยสันติวิธีโดยเร็วที่สุด เพื่อลดการสูญเสียและบาดเจ็บ

 

เมื่อถามถึงเรื่องคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายการทูต ที่มีความสัมพันธ์กับบุคคลและหลายๆ รัฐบาล ก็ได้ต่อสายตรงพูดคุยกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคงจึงขอไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ขอให้มั่นใจว่าทุกทางที่ดำเนินการอยู่พยายามทำทุกอย่างแล้ว และยังพยายามอย่างสูงสุด พร้อมคำนึงถึงอิสรภาพและความปลอดภัยของผู้ที่ถูกจับกุมตัวเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดนสำคัญที่สุด

 

เมื่อถามว่าตัวเลขคนไทยผู้เสียชีวิตที่ดูเหมือนว่าจะมีจำนวนมากที่สุดนั้น เศรษฐากล่าวว่า เราเป็นประเทศที่สูญเสียมาก ณ เวลานี้จำนวน 18 คน ขณะที่สหรัฐอเมริกามี 9 คน จึงถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลใจว่าจะหยุดแค่นี้หรือไม่ ก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์ที่อิสราเอลยึดพื้นที่คืนมา และดูว่ามีผู้หลงเหลือหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทั้งนี้ ได้กำชับทางการทูตและการช่วยเหลือในทุกช่องทางและทุกวิถีทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวประกัน ผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต หรือแรงงานไทย

 

ส่วนการดูแลหลังจากนี้นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะต้องดูแลให้ดีตามกฎหมาย แต่ละคนมีความเสียหายอย่างไรให้ยึดระเบียบที่วางไว้ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลทำทุกทางเพื่อช่วยคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน พร้อมกำชับทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือทุกวิถีทาง

 

เศรษฐากล่าวอีกว่า ขณะนี้มี 2 ทาง คือสายการบินพาณิชย์ที่จะเดินทางออกมาในวันที่ 11 ตุลาคม และถึงไทยวันที่ 12 ตุลาคม จำนวน 11 คน ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บที่ต้องเร่งนำกลับมารักษา และจากกองทัพอากาศโดยเครื่องบินแอร์บัส A340 จะนำคนไทยเดินทางกลับมาอีก 150 คน ในวันที่ 14 ตุลาคม และถึงไทยในวันที่ 15 ตุลาคม

 

ส่วนคนไทยที่ไม่ประสงค์เดินทางกลับ เศรษฐาระบุว่า จะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยจากสถานทูตฯ แต่คงไม่มีใครรับประกันได้ เพราะเราไม่รู้ว่าความขัดแย้งนี้ จะลุกลามไปมากน้อยอย่างไร ตนจึงมองว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิดว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทางการทูตไปสมทบอีก 4 คน เพื่อประสานงานเรื่องการอพยพ

 

เมื่อถามถึงข้อกังวลสิทธิการช่วยเหลือของผู้ที่เดินทางไปเป็นแรงงานไม่ถูกกฎหมายจะดำเนินการอย่างไร เพราะหลายคนกังวลว่าจะไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้อีก จึงไม่ประสงค์กลับไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องลืมเรื่องนี้ไปก่อน เพราะเรื่องความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดนสำคัญที่สุด

 

“ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทยมีความพร้อม เพราะไม่ได้เตรียมเฉพาะเครื่องบิน A340 เพียงลำเดียว แต่ยังมีเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศที่พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมเครื่องบินรวมทั้งหมด 5 ลำ สำหรับอพยพคนไทย ส่วนการดูแลหลังจากนี้จะต้องดูแลให้ดีตามกฎหมาย แต่ละคนมีความเสียหายอย่างไรให้ยึดระเบียบที่วางไว้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

The post นายกฯ เผย ‘สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ’ แสดงความเสียใจคนไทยเสียชีวิต หวังยุติด้วยสันติวิธี ขอแรงงานผิดกฎหมายยึดความปลอดภัยเป็นหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ แสดงความยินดี เจ้าชายมาทีนเตรียมเข้าพระราชพิธีเสกสมรส https://thestandard.co/pm-srettha-prince-mateen-wedding/ Tue, 10 Oct 2023 10:30:55 +0000 https://thestandard.co/?p=853149

วันนี้ (10 ตุลาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนต […]

The post นายกฯ แสดงความยินดี เจ้าชายมาทีนเตรียมเข้าพระราชพิธีเสกสมรส appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 ตุลาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ณ พระราชวังอิสตานา นูรุล อิมาน และมีโอกาสได้พบกับเจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน ว่า ได้แสดงความยินดีกับเจ้าชายมาทีนที่จะเข้าพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม 2024 ซึ่งเราเป็นแขกคนแรกที่ได้เดินทางมาและแสดงความยินดี โดยเจ้าชายมาทีนกล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงปลายปีก็คงยุ่งและวุ่นกับเรื่องจัดงานแต่งงาน

The post นายกฯ แสดงความยินดี เจ้าชายมาทีนเตรียมเข้าพระราชพิธีเสกสมรส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยหารือทวิภาคีบรูไน ย้ำมิตรภาพอันยาวนานกว่า 39 ปีในทุกระดับ https://thestandard.co/thailand-holds-bilateral-discussions-with-brunei/ Tue, 10 Oct 2023 08:37:10 +0000 https://thestandard.co/?p=852988 เศรษฐา ทวีสิน และ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม 

วันนี้ (10 ตุลาคม) เวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศ […]

The post ไทยหารือทวิภาคีบรูไน ย้ำมิตรภาพอันยาวนานกว่า 39 ปีในทุกระดับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา ทวีสิน และ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม 

วันนี้ (10 ตุลาคม) เวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศบรูไน ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ณ พระราชวังอิสตานา นูรุล อิมาน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนจะเข้าเฝ้าฯ และหารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม 

 

โดย ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญระบุว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยและบรูไนมีมิตรภาพที่ยาวนานกว่า 39 ปี บรูไนเป็นพันธมิตรของไทยทั้งในความร่วมมือทวิภาคี ในเวทีระดับภูมิภาค และพหุภาคี ทั้งนี้ หากพระองค์มีพระราชประสงค์เสด็จฯ เยือนประเทศไทย จะถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อรัฐบาลไทยที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับ 

 

ด้านสมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี การเยือนอย่างเป็นทางการในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันของไทยและบรูไน โดยเฉพาะที่ในปีหน้าจะครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์การทูต

 

ชัยกล่าวว่า ในด้านเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองหวังที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือในด้านนี้มากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่ทราบว่าในปี 2545 Brunei Investment Agency (BIA) ได้ร่วมมือกับ EXIM Thailand และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดตั้งกองทุนทวีทุน (Thailand Prosperity Fund) ซึ่งมีทุนเริ่มแรก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเชิญชวนให้ BIA พิจารณาลงทุนเพิ่มเติมในไทย โดยเฉพาะในสาขาที่มีศักยภาพสูง เช่น การบริการ การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่สินค้าไทยได้รับความนิยมมากขึ้นในบรูไน โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ มีแผนที่จะจัดแสดงสินค้าไทยในบรูไนมากขึ้น จึงหวังที่จะทำงานร่วมกับบรูไนเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าไทยและอาหารไปยังบรูไนมากขึ้น

 

ชัยกล่าวอีกว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่า อาเซียนที่เข้มแข็งและเจริญรุ่งเรืองเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาเซียนเป็นเสาหลักสำคัญของนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล และพร้อมจะสานต่อการทำงานร่วมกับบรูไนเพื่อเสริมสร้างอาเซียน พร้อมหวังจะได้เห็นการบูรณาการทางเศรษฐกิจในอาเซียนที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายยังแสดงความห่วงกังวลต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นขณะนี้ พร้อมขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

 

The post ไทยหารือทวิภาคีบรูไน ย้ำมิตรภาพอันยาวนานกว่า 39 ปีในทุกระดับ appeared first on THE STANDARD.

]]>