Blue Origin Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/blue-origin/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 27 May 2026 08:12:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 NASA เปิดเผยรายละเอียดขั้นต่อไปของโครงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ ตั้งเป้าส่งยาน-โดรน ทำแผนที่ดวงจันทร์ ก่อนส่งมนุษย์ไป https://thestandard.co/nasa-moon-base-plan/ Wed, 27 May 2026 08:12:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1211500 ภาพจำลองโครงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ของ NASA

องค์การ NASA เปิดเผยรายละเอียดของยานลงจอด, โดรน และยานพ […]

The post NASA เปิดเผยรายละเอียดขั้นต่อไปของโครงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ ตั้งเป้าส่งยาน-โดรน ทำแผนที่ดวงจันทร์ ก่อนส่งมนุษย์ไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองโครงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ของ NASA

องค์การ NASA เปิดเผยรายละเอียดของยานลงจอด, โดรน และยานพาหนะที่ตั้งเป้าจะส่งไปยังดวงจันทร์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินโครงการ Ignition Moon Base หรือโครงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีบริษัท Blue Origin ของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ได้รับเลือกให้สร้างเครื่องจักรเหล่านี้

 

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งเป้าที่จะส่งชาวอเมริกันกลับไปยังบนดวงจันทร์อีกครั้ง ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะหมดวาระดำรงตำแหน่งในปี 2029

 

แผนก่อสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ดังกล่าว มีขึ้นท่ามกลางการแข่งขันกับจีนในโครงการส่งมนุษย์กลับไปยังพื้นผิวดวงจันทร์

 

โดยในเดือนมีนาคม NASA ประกาศเปิดตัวโครงการมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อสร้างฐานถาวรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์ที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์ภายในปี 2032

 

จาเร็ด ไอแซคแมน ผู้บริหารนาซากล่าววานนี้ (26 พฤษภาคม) ว่า การประกาศแผนโครงการดังกล่าว หมายความว่า “สหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากโครงการสำรวจดวงจันทร์”

 

ฐานถาวรดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนขุดทรัพยากรที่มีค่า และยังเดินทางต่อไปยังดาวอังคารได้ง่ายขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่ากรอบเวลาของ NASA นั้นไม่สมจริง โดยแม้ว่าสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศ 4 คนโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจอาร์เทมิส 2 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า จีนน่าจะเป็นประเทศต่อไปที่จะส่งมนุษย์ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์

 

“ผมจะไม่แปลกใจเลยหากจีนไปถึงที่นั่นก่อน” ดร. ซิเมียน บาร์เบอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์จากมหาวิทยาลัยโอเพ่น กล่าว โดยอ้างถึงความล้มเหลวของ NASA ในการจัดหาพาหนะที่สามารถส่งมนุษย์ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ได้

 

สำหรับโครงการตั้งฐานถาวรบนดวงจันทร์ของ NASA มีรายละเอียด 3 ขั้นตอน โดยก่อนที่จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ NASA ต้องการส่งยานลงจอดและโดรนบินไปสำรวจและทำแผนที่ภูมิประเทศของดวงจันทร์ก่อน

 

นอกจากนี้จะมีการสร้างยานขนส่งที่สามารถขับพานักบินอวกาศเดินทางระยะไกลไปบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยหินและบรรทุกอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ได้

 

ซึ่งภายในปี 2032 NASA ตั้งเป้าหมายให้มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ในที่อยู่อาศัยแบบ ‘กึ่งถาวร’ ได้

 

ภาพ : REUTERS/Jonathan Ernst

 

อ้างอิง:

 

The post NASA เปิดเผยรายละเอียดขั้นต่อไปของโครงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ ตั้งเป้าส่งยาน-โดรน ทำแผนที่ดวงจันทร์ ก่อนส่งมนุษย์ไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึก ‘อาร์เทมิส 2’ ภารกิจการกลับไปดวงจันทร์ในรอบ 53 ปีของ NASA https://thestandard.co/artemis-2-nasa-moon-mission/ Sat, 25 Apr 2026 05:21:53 +0000 https://thestandard.co/artemis-2-nasa-moon-mission/ ภาพจรวด SLS ทะยานขึ้นสู่ อวกาศพร้อมยานโอไรออนในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ของ NASA เพื่อมุ่งหน้าสู่ ดวงจันทร์

เช้าวันที่ 2 เมษายน เวลา 5:35 น. จรวด SLS ได้ทะยานขึ้นจ […]

The post เจาะลึก ‘อาร์เทมิส 2’ ภารกิจการกลับไปดวงจันทร์ในรอบ 53 ปีของ NASA appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจรวด SLS ทะยานขึ้นสู่ อวกาศพร้อมยานโอไรออนในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ของ NASA เพื่อมุ่งหน้าสู่ ดวงจันทร์

เช้าวันที่ 2 เมษายน เวลา 5:35 น. จรวด SLS ได้ทะยานขึ้นจากฐานปล่อย 39B ของศูนย์อวกาศเคนเนดี เพื่อพานักบินอวกาศ 4 คน ในภารกิจอาร์เทมิส 2 (Artemis II) ออกเดินทางไปบินผ่านใกล้ดวงจันทร์

 

การเดินทางครั้งนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจอพอลโล 17 เมื่อปลายปี 1972 หรือกว่า 53 ปีที่แล้ว ที่มนุษย์ได้มุ่งหน้าออกสู่อวกาศห้วงลึกอีกครั้ง หลังจากใช้เวลาส่วนมากไปกับการสำรวจในวงโคจร Low Earth Orbit กับโครงการกระสวยอวกาศ และการปฏิบัติงานของสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งอยู่ในวงโคจรที่สูงจากพื้นโลกประมาณ 400 กิโลเมตรเท่านั้น

 

แต่สำหรับภารกิจอาร์เทมิส 2 ลูกเรือทั้ง 4 คนได้เดินทางไปไกลจากโลกที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยระยะห่างมากกว่า 406,771 กิโลเมตร หรือไกลกว่านักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติถึง 1,000 เท่า และเป็นหมุดหมายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมให้ภารกิจอาร์เทมิส 4 เดินทางตามไปลงจอดบนพื้นผิวได้อีกครั้ง

 

ลูกเรือเที่ยวบินนี้ประกอบด้วย ผู้บัญชาการภารกิจ Reid Wiseman นักบิน Victor Glover ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ Christina Koch และ Jeremy Hansen โดยเป็นเที่ยวบินแรกที่มีสุภาพสตรี และชาวแคนาดา ได้ร่วมเดินทางไปดวงจันทร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีเพียงชายชาวอเมริกันเท่านั้น ที่เคยเดินทางไปสำรวจกับโครงการอพอลโล

 

การเดินทางไปในเที่ยวบินดังกล่าว ใช้เวลานานทั้งสิ้น 10 วัน โดยใช้วงโคจรแบบ Free-Return Trajectory นั่นคือนักบินอวกาศจะจุดเครื่องยนต์เพียงหนึ่งครั้ง เพื่อเร่งความเร็วให้ยานมุ่งหน้าไปถึงดวงจันทร์ ก่อนอาศัยแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์เพื่อเหวี่ยงยานอวกาศกลับโลก โดยแทบไม่ต้องจุดเครื่องยนต์เพื่อปรับทิศทางในระหว่างภารกิจเลย

 

ด้วยวิถีวงโคจรแบบนี้ ที่ถูกออกแบบมารองรับในกรณีเครื่องยนต์ของยานมีปัญหา ทำให้ภารกิจอาร์เทมิส 2 จะไม่ได้เข้าใกล้ดวงจันทร์เหมือนกับสมัยโครงการอพอลโล ซึ่งเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ อยู่ห่างจากพื้นผิวไปประมาณ 100 กิโลเมตร แต่อาร์เทมิส 2 นั้นเป็นการบินผ่านดวงจันทร์ ไม่เข้าสู่วงโคจร โดยมีจุดใกล้ดวงจันทร์ที่สุด 6,545 กิโลเมตรจากพื้นผิว

 

 

ภาพจรวด SLS ทะยานขึ้นสู่ อวกาศพร้อมยานโอไรออนในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ของ NASA เพื่อมุ่งหน้าสู่ ดวงจันทร์ 1

 

 

ภาพ: NASA

 

เหตุผลก็เพราะอาร์เทมิส 2 เป็นภารกิจเพื่อทดสอบความพร้อมของยานอวกาศ จรวดนำส่ง และระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการดำรงชีวิตของนักบินอวกาศ เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ยานอวกาศโอไรออน ซึ่งถูกใช้โดยสารโดยลูกเรือของโครงการอาร์เทมิสนั้น ได้ถูกทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง ที่มีนักบินอวกาศเดินทางไปด้วย ดังนั้นเป้าหมายหลักจึงเป็นการทดสอบความพร้อม ความปลอดภัย และเก็บข้อมูลกลับมาเพื่อพัฒนายานอวกาศสำหรับภารกิจถัดไป ให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น

 

ในเวลาเดียวกัน การบินผ่านใกล้ดวงจันทร์ของภารกิจอาร์เทมิส 2 ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสำรวจของนักบินอวกาศ โดย NASA ได้ส่งลูกเรือทั้ง 4 คน รวมถึงลูกเรือตัวสำรอง (Andre Douglas และ Jenni Gibbons) ไปฝึกธรณีวิทยาภาคสนามที่ประเทศไอซ์แลนด์ ตลอดจนเรียนรู้การเก็บข้อมูล การใช้งานกล้องถ่ายภาพ และการทำความเข้าใจพื้นฐานด้านธรณีวิทยาดวงจันทร์ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับนักวิทยาศาสตร์บนโลก สำหรับการศึกษาและทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมของบริวารดวงนี้ได้ดียิ่งขึ้น

 

 

ภาพจรวด SLS ทะยานขึ้นสู่ อวกาศพร้อมยานโอไรออนในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ของ NASA เพื่อมุ่งหน้าสู่ ดวงจันทร์ 2

ภาพ: Robert Markowitz / NASA

 

สำหรับการเดินทางรอบนี้ นักบินอวกาศภารกิจอาร์เทมิส 2 ได้มีโอกาสมองเห็น ‘ด้านไกลของดวงจันทร์’ อีกฝั่งที่ไม่หันเข้าหาโลก โดยได้มีการศึกษาแอ่ง Orientale ที่อยู่บริเวณชายขอบของด้านใกล้-ด้านไกลอย่างละเอียด เช่นเดียวกับได้พบหลุมอุกกาบาตใหม่ 2 แห่ง ซึ่งลูกเรือได้ตั้งชื่อว่าหลุม ‘Integrity’ ตามชื่อยานอวกาศภารกิจนี้ และหลุม ‘Carroll’ ตามชื่อภรรยาของ Reid Wiseman ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไปในปี 2020

 

หลังจากการบินผ่านใกล้ดวงจันทร์ ในช่วงเช้าวันที่ 7 เมษายน อาร์เทมิส 2 ได้เริ่มต้นการเดินทางกลับโลกในทันที โดยมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ลูกเรือได้สังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง เนื่องจากยานเข้าไปอยู่ใต้เงามืดของดวงจันทร์พอดี เช่นเดียวกับเป็นครั้งแรกที่ลูกเรือบนสถานีอวกาศนานาชาติ ได้สนทนาทางไกลกับลูกเรือของยานอวกาศที่กำลังเดินทางไปดวงจันทร์อีกด้วย

 

 

ภาพจรวด SLS ทะยานขึ้นสู่ อวกาศพร้อมยานโอไรออนในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ของ NASA เพื่อมุ่งหน้าสู่ ดวงจันทร์ 3

ภาพ: NASA

 

แต่ใช่ว่าการเดินทางไปดวงจันทร์ครั้งนี้จะราบรื่นเสมอไป เพราะระหว่างภารกิจนั้นมีปัญหาเกิดขึ้นกับห้องน้ำในยาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งห้องน้ำไปกับยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์ (ตอนอพอลโลใช้ท่อต่อตรง กับขับถ่ายใส่ถุง) และได้มีปัญหาการอุดตันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่ง NASA เน้นย้ำว่าจะนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุง เพื่อให้ยานในภารกิจถัดไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

ท้ายที่สุดนี้ ภารกิจอาร์เทมิส 2 ได้เดินทางกลับถึงโลกในเช้าวันที่ 11 เมษายน โดยมีความเร็วเมื่อแตะชั้นบรรยากาศสูงกว่า 39,693 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเสียงถึง 32 เท่า และเร็วกว่ายานอวกาศที่กลับโลกจากสถานีอวกาศนานาชาติ ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงในบรรยากาศโลก จนสามารถกางร่มชูชีพเพื่อลงจอดเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 7:07 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยลูกเรือทั้ง 4 คนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงปลอดภัยดี

 

ภาพจรวด SLS ทะยานขึ้นสู่ อวกาศพร้อมยานโอไรออนในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ของ NASA เพื่อมุ่งหน้าสู่ ดวงจันทร์ 4

ภาพ: Josh Valcarcel / NASA

 

การเดินทางของภารกิจนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่พร้อมส่งต่อให้อาร์เทมิส 3 ขึ้นบินไปทดสอบความพร้อมของยานลงดวงจันทร์ ที่สร้างโดย SpaceX และ Blue Origin ซึ่งมีกำหนดไว้ในปี 2027 และหากไม่มีอะไรผิดพลาด NASA จะส่งมนุษย์กลับไปลงดวงจันทร์อีกครั้งกับภารกิจอาร์เทมิส 4 ในช่วงต้นปี 2028 เพื่อเริ่มต้นการสร้างฐานบนดวงจันทร์ระยะยาวอย่างเป็นทางการ

 

นอกจากโครงการอาร์เทมิสของสหรัฐฯ ยังมีโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน ที่ก็มีแผนจะส่งนักบินอวกาศไปลงสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ภายในปี 2030 และก็มีแผนการสร้างฐานบนดวงจันทร์ ภายใต้โครงการ ILRS หรือ International Lunar Research Station นั่นเอง

 

อาจเรียกได้ว่าความสำเร็จของอาร์เทมิส 2 ได้เปิดฉากการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งของมนุษยชาติ ที่รอบนี้จะไม่ใช่แค่การกลับไปปักธงเท่านั้น แต่เป็นการสร้างฐานปฏิบัติการระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมส่งมนุษย์มุ่งหน้าสู่ดาวอังคารในอนาคต

 

ภาพ: กรทอง วิริยะเศวตกุล

อ้างอิง:

 

The post เจาะลึก ‘อาร์เทมิส 2’ ภารกิจการกลับไปดวงจันทร์ในรอบ 53 ปีของ NASA appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวอังคารพักก่อน! Elon Musk เบนเข็มสร้าง ‘เมืองบนดวงจันทร์’ เชื่อทำได้จริงใน 10 ปี เพราะใกล้กว่า-เดินทางได้ทุก 10 วัน https://thestandard.co/elon-musk-moon-city-spacex/ Wed, 11 Feb 2026 06:29:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1177327 อีลอน มัสก์ ประกาศแผนสร้างเมืองบนดวงจันทร์พร้อมยาน Starship

ความฝันอันยิ่งใหญ่ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ในการตั้ง […]

The post ดาวอังคารพักก่อน! Elon Musk เบนเข็มสร้าง ‘เมืองบนดวงจันทร์’ เชื่อทำได้จริงใน 10 ปี เพราะใกล้กว่า-เดินทางได้ทุก 10 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ ประกาศแผนสร้างเมืองบนดวงจันทร์พร้อมยาน Starship

ความฝันอันยิ่งใหญ่ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ในการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารดูเหมือนจะต้องถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว เมื่อมหาเศรษฐีเจ้าของ SpaceX ออกมาประกาศเป้าหมายใหม่ที่ใกล้ตัวและเป็นไปได้มากกว่า นั่นคือการส่งมนุษย์ไปสร้าง ‘เมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเอง’ (Self-growing city) บนดวงจันทร์

 

รายงานจาก CNN ระบุว่า มัสก์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) ที่ผ่านมา โดยระบุว่า SpaceX ได้ปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญใหม่เพื่อหันมาทุ่มเทให้กับการสร้างเมืองบนดวงจันทร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าจะสามารถทำให้สำเร็จได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ในขณะที่โครงการดาวอังคารอาจต้องใช้เวลานานกว่า 20 ปี

 

“ภารกิจสำคัญสูงสุดคือการรักษาอนาคตของอารยธรรม และดวงจันทร์คือทางเลือกที่รวดเร็วกว่า” มัสก์ระบุ “การเดินทางไปดาวอังคารจะทำได้ก็ต่อเมื่อวงโคจรของดาวเคราะห์เรียงตัวกันทุกๆ 26 เดือน (ใช้เวลาเดินทาง 6 เดือน) ในขณะที่เราสามารถส่งยานไปดวงจันทร์ได้ทุกๆ 10 วัน (ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 วัน)”

 

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก CNN ตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าคำนิยามของเมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเองในความหมายของมัสก์นั้นคืออะไรกันแน่ และแผนการดังกล่าวจะมีความสอดคล้องกับโปรเจกต์ดวงจันทร์ที่ NASA เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่

 

หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คือยานอวกาศ Starship ซึ่ง SpaceX วางแผนจะใช้เป็นยานพาหนะหลัก มันถูกออกแบบมาให้เป็นระบบจรวดและยานอวกาศที่ ‘ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา’ โดยมัสก์เคลมว่ายานลำนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อภารกิจพามนุษย์ไปดาวอังคารโดยเฉพาะ และจะเป็นกุญแจสำคัญในการขนส่งลูกเรือลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์

 

ทว่าในความเป็นจริง Starship ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและเผชิญกับปัญหาทางเทคนิคมากมาย รายงานระบุว่ายานรุ่นต้นแบบมักจะเกิดการ ‘ระเบิด’ ระหว่างการทดสอบบ่อยครั้ง และตัวยานเองยังไม่เคยเดินทางไปถึงวงโคจรหรือทำการบินปฏิบัติการจริงได้เลยสักครั้งแม้แต่ครั้งเดียว

 

ความไม่พร้อมของ Starship กลายเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ Artemis ของ NASA ซึ่ง SpaceX ได้รับสัญญาจ้างมูลค่าเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.35 หมื่นล้านบาท) เพื่อสร้างยานลงจอด (Lunar Lander) สำหรับพานักบินอวกาศกลับไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจ Apollo 17 ในปี 1972

 

รายงานจาก South China Morning Post ชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งจากประเทศจีนในศึกชิงความเป็นหนึ่งเพื่อส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ให้ได้ภายในทศวรรษนี้ ซึ่งประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่ามนุษย์ไม่ได้กลับไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์อีกเลยมานานกว่า 50 ปีแล้ว

 

แม้กำหนดการของภารกิจ Artemis III จะวางไว้ในช่วงกลางปี 2027 แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต่างฟันธงว่าน่าจะมีการเลื่อนออกไปอีก เนื่องจากยานลงจอดของ SpaceX ยังไม่พร้อมใช้งาน ซึ่งสอดคล้องกับไทม์ไลน์เดิมในยุคประธานาธิบดีโอบามาที่วางเป้าไว้ว่ามนุษย์จะกลับไปถึงดวงจันทร์ได้จริงในปี 2028

 

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเมื่อ ฌอน ดัฟฟี (Sean Duffy) รัฐมนตรีคมนาคมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่า SpaceX อาจทำตามกำหนดการไม่ทัน และขู่ว่าจะหันไปพิจารณาคู่แข่งอย่าง Blue Origin ของ เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) แทน ซึ่งทาง Blue Origin เองก็เพิ่งประกาศระงับเที่ยวบินท่องเที่ยวอวกาศเพื่อทุ่มทรัพยากรมาพัฒนายานลงจอดดวงจันทร์

 

ด้าน Business Insider มองว่าการหันมาโฟกัสที่ดวงจันทร์ซึ่งมีความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีและการเงินมากกว่า อาจเป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน โดยเฉพาะหลังจากที่ SpaceX เพิ่งประกาศ ‘การรวม xAI’ บริษัทปัญญาประดิษฐ์ของมัสก์เข้ามา เพื่อสร้างอาณาจักรนวัตกรรมที่ครบวงจรที่สุดในโลก

 

จัสตุส พาร์มาร์ (Justus Parmar) ซีอีโอของ Fortuna Investments ให้ความเห็นว่าเป้าหมายสูงสุดของมัสก์ยังคงเป็นดาวอังคาร แต่มันต้องใช้เงินมหาศาล การตั้งฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์จึงเป็น ‘ก้าวสำคัญ’ ที่จะให้ผลตอบแทนรวดเร็วกว่า และช่วยให้นักลงทุนสบายใจกับโปรเจกต์ดาวอังคารที่แพงกว่าในอนาคต

 

แม้มัสก์จะยืนยันว่า SpaceX จะยังคงพยายามสร้างเมืองบนดาวอังคารโดยจะเริ่มดำเนินการในอีก 5 ถึง 7 ปีข้างหน้า แต่ในเวลานี้ “ดวงจันทร์” ได้กลายเป็น ‘สมรภูมิหลัก’ ที่เขาต้องพิชิตให้ได้ก่อน เพื่อพิสูจน์ว่าวิสัยทัศน์ของเขาสามารถเป็นจริงได้ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกที่กำลังร้อนระอุ

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.19 บาท ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

 

ภาพ: Marvin Joseph/The Washington Post via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ดาวอังคารพักก่อน! Elon Musk เบนเข็มสร้าง ‘เมืองบนดวงจันทร์’ เชื่อทำได้จริงใน 10 ปี เพราะใกล้กว่า-เดินทางได้ทุก 10 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blue Origin ขึ้นบินภารกิจแรกในรอบ 20 เดือน พร้อมทำลายสถิตินักท่องอวกาศอายุมากที่สุด https://thestandard.co/blue-origin-launches-mission-break-oldest-space-traveler-record/ Tue, 21 May 2024 04:35:07 +0000 https://thestandard.co/?p=936075 Blue Origin

Blue Origin นำส่งนักท่องอวกาศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ […]

The post Blue Origin ขึ้นบินภารกิจแรกในรอบ 20 เดือน พร้อมทำลายสถิตินักท่องอวกาศอายุมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blue Origin

Blue Origin นำส่งนักท่องอวกาศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี พร้อมทำลายสถิติผู้มีอายุสูงสุดที่เคยเดินทางไปถึงอวกาศ

 

วันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 21.35 น. ตามเวลาประเทศไทย จรวด New Shepard ภารกิจ NS-25 ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยของบริษัท Blue Origin ทางตะวันตกของรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา พร้อมกับนักท่องอวกาศ 6 คน ร่วมเดินทางขึ้นไปสัมผัสสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนอวกาศ

 

ยานแคปซูลของภารกิจ NS-25 เดินทางไปแตะความสูง 351,111 ฟุตจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือประมาณ 107 กิโลเมตร นับว่าขึ้นไปสู่เส้น Karman Line หรือเส้นสมมติที่นับเป็นจุดเริ่มต้นของอวกาศ ก่อนค่อยๆ ลดระดับกลับสู่พื้นโลกอีกครั้ง โดยไม่มีการเข้าสู่วงโคจรเหมือนกับภารกิจที่เดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ หรือเป้าหมายอื่นในวงโคจรรอบโลก

 

แม้ร่มชูชีพหนึ่งชุดของยานไม่สามารถกางออกจนสุดขณะกลับมาลงจอด แต่ร่มชูชีพอีก 2 ชุดของแคปซูลที่นักท่องอวกาศนั่งอยู่ยังชะลอความเร็วได้มากพอ ทำให้ภารกิจ NS-25 กลับมาลงจอดบนโลกอย่างปลอดภัย สรุปเวลารวมของภารกิจ 9 นาที 53 วินาที

 

เอ็ด ดไวท์ หนึ่งในนักท่องอวกาศของภารกิจนี้ เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าฝึกเป็นนักบินอวกาศ NASA ผ่านโครงการของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ในปี 1961 แต่ไม่ถูกเลือกโดย NASA ให้เข้าเป็นนักบินอวกาศเต็มตัว จนกระทั่งดไวท์ได้เดินทางไปอวกาศครั้งแรกกับยาน New Shepard ด้วยวัย 90 ปี ทำลายสถิติเป็นผู้มีอายุมากสุดที่เคยเดินทางไปถึงอวกาศ

 

นอกจากดไวท์ ภารกิจนี้ยังประกอบด้วยนักท่องอวกาศอีก 5 คน ได้แก่ เมสัน แองเจล, ซิลเวน ชิรอน, เคนเนธ แอล. เฮส, แคโรล แชลเลอร์ และ โกปี โธทาคูรา โดยความสำเร็จของ NS-25 ทำให้สถิติการนำส่งมนุษย์สู่อวกาศของยาน New Shepard อยู่ที่ 37 คนในปัจจุบัน

 

แฟ้มภาพ: Mario Tama / Getty Images 

อ้างอิง:

The post Blue Origin ขึ้นบินภารกิจแรกในรอบ 20 เดือน พร้อมทำลายสถิตินักท่องอวกาศอายุมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เราไปในอวกาศไม่ใช่เพื่อละทิ้งบ้านของเรา แต่เพื่อปกป้อง” เจฟฟ์ เบโซส์ ตอบโต้เรื่องใช้เงินลงทุนในการเดินทางไปอวกาศ แทนที่จะแก้ปัญหาบนโลก https://thestandard.co/jeff-bezos-space-earth/ Fri, 21 Oct 2022 03:21:17 +0000 https://thestandard.co/?p=698179

เจฟฟ์ เบโซส์ อดีตซีอีโอของ Amazon กล่าวว่า การลงทุนในอว […]

The post “เราไปในอวกาศไม่ใช่เพื่อละทิ้งบ้านของเรา แต่เพื่อปกป้อง” เจฟฟ์ เบโซส์ ตอบโต้เรื่องใช้เงินลงทุนในการเดินทางไปอวกาศ แทนที่จะแก้ปัญหาบนโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจฟฟ์ เบโซส์ อดีตซีอีโอของ Amazon กล่าวว่า การลงทุนในอวกาศจะเป็นประโยชน์ต่อโลกและช่วยรักษาโลกไว้ ตลอดจนความท้าทายที่โลกต้องเจอ และแนวคิดของเขาเกี่ยวกับงานระยะสั้นและระยะยาวที่จำเป็น

 

“บางคนถามผมว่าทำไมต้องลงทุนอย่างมากในอุตสาหกรรมอวกาศทั้งทีมีปัญหามากมายบนโลกที่ต้องแก้ไข” เบโซส์กล่าว และคำตอบของเขาคือการลงทุนกับอวกาศจะนำไปสู่การรักษาโลกไว้ เนื่องจาก “เราไปอวกาศไม่ใช่เพราะต้องการทิ้งบ้านของเรา แต่เพื่อปกป้องมันไว้” 

 

เบโซส์กล่าวว่า พลังงานแสงอาทิตย์สามารถเก็บได้แทบไม่จำกัด และสามารถนำไปใช้กับทรัพยากรอื่นๆ ในอวกาศได้โดยไม่ทำอันตรายต่อโลก และ “โลกเป็นส่วนที่ควรได้รับการดูแล” เขากล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ทั้งนี้ เบโซส์ก่อตั้ง Blue Origin เมื่อปี 2000 ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบินและอวกาศ เขากล่าวในสุนทรพจน์ว่า เขามี “ความมุ่งมั่นตั้งแต่แรกในการสร้างเส้นทางสู่อวกาศ” 

 

เขากล่าวว่าเป้าหมายของ Blue Origin คือการทำให้การเดินทางไปอวกาศถูกลง บ่อยขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดย Blue Origin นั้นสร้าง ทดลอง และปล่อยจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

 

“เป้าหมายระยะยาวของ Blue Origin คือการเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษทั้งหมดออกจากโลก” เบโซส์กล่าว “เส้นทางนั้นยังอีกยาวไกล และเราจะไม่เห็นบทสรุปในชีวิตนี้ของผม”

 

เบโซส์ยังกล่าวถึงการลงทุนของเขาในโลก โดยชี้ไปที่ภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และพายุที่รุนแรงขึ้น โดย “ในเกือบทุกสถานการณ์ กลุ่มคนยากจนและกลุ่มเปราะบางเป็นคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากภัยพิบัติเหล่านี้มากที่สุด ขณะที่พวกเขาแทบไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ก่อเกิดภัยพิบัติพวกนั้น” 

 

ทั้งนี้ เบโซส์ก่อตั้ง Bezos Earth Fund ในปี 2020 และจัดสรรเงินจำนวน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับกองทุน เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องธรรมชาติ ซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นประธานบริหารกองทุน

 

อ้างอิง:

The post “เราไปในอวกาศไม่ใช่เพื่อละทิ้งบ้านของเรา แต่เพื่อปกป้อง” เจฟฟ์ เบโซส์ ตอบโต้เรื่องใช้เงินลงทุนในการเดินทางไปอวกาศ แทนที่จะแก้ปัญหาบนโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อ NASA ‘เงินไม่พอ’ จึงเลือกจับมือแค่ SpaceX เพียงรายเดียว ส่วน Blue Origin หันไปพึ่งศาล โดยย้ำถึงความไม่เป็นธรรม และไม่ส่งเสริมการแข่งขัน https://thestandard.co/nasa-spacex-blue-origin-and-starship/ Fri, 05 Nov 2021 13:03:13 +0000 https://thestandard.co/?p=556849 NASA

เกิดความไม่ลงรอย เมื่อ NASA เลือกจับมือกับ SpaceX เพียง […]

The post เมื่อ NASA ‘เงินไม่พอ’ จึงเลือกจับมือแค่ SpaceX เพียงรายเดียว ส่วน Blue Origin หันไปพึ่งศาล โดยย้ำถึงความไม่เป็นธรรม และไม่ส่งเสริมการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
NASA

เกิดความไม่ลงรอย เมื่อ NASA เลือกจับมือกับ SpaceX เพียงบริษัทเดียว ซึ่งแต่เดิมนั้น เจฟฟ์ เบโซส์ และ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีทั้ง 2 คน ต่างต้องการให้บริษัทของตัวเองเป็นบริษัทหลักในแผนการส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์ของ NASA หรือ Human Landing System (HLS) แต่ทาง NASA มีเงินไม่เพียงพอ และสามารถจ่ายได้แค่เพียงบริษัทเดียวเท่านั้น จึงตัดสินใจเลือก SpaceX ของมัสก์

 

ทำให้ทางด้าน Blue Origin ต้องลุกขึ้นมาแย้งการตัดสินใจของ NASA โดยกล่าวว่า NASA อคติและโอนเอียงไปทาง SpaceX อย่างไม่เป็นธรรม และแย้งว่า NASA น่าจะตัดสินใจได้ดีกว่านี้ ด้วยการให้ทุนสนับสนุนทั้ง SpaceX และ Blue Origin ในการพัฒนาจรวดที่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้

 

ทั้งนี้ แผนการลงจอดบนดวงจันทร์ของทั้ง 2 บริษัทก็มีความแตกต่างกัน โดย SpaceX มีแผนว่าจะใช้จรวด Starship ซึ่งเป็นจรวดลำที่มัสก์หวังว่าจะสามารถพาผู้คนไปตั้งรกรากบนดาวอังคารได้ในอนาคต และในส่วนแผนการของ Blue Origin คือจะพัฒนายานลงจอดบนดวงจันทร์ที่คล้ายกับที่ NASA เคยใช้ในภารกิจ NASA Apollo ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ซึ่งภารกิจนั้นนับเป็นภารกิจแรก และภารกิจเดียวที่ NASA เคยส่งมนุษย์ไปบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ

 

แม้ว่า Blue Origin จะได้รับเงินเพื่อการพัฒนาจาก NASA ในช่วงแรกของโปรเจกต์ แต่ความขัดแย้งก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อสภาคองเกรสจัดสรรงบให้ NASA น้อยกว่าที่ขอไว้คือ 3.4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.1 แสนล้านบาท โดยให้งบ NASA เพียงแค่ 2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 6.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้นสำหรับโปรเจกต์ HLS นี้

 

ทำให้ NASA เลือกร่วมมือกับบริษัทได้เพียงรายเดียวเท่านั้นคือ SpaceX รวมถึงข้อเสนอราคาของ SpaceX นั้นมีราคาอยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์ หรือ 9.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกกว่าข้อเสนอของ Blue Origin ถึง 2 เท่า ที่เสนอราคาไว้ที่ 6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.9 แสนล้านบาท โดย NASA ก็ย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้นทุนเป็นปัจจัยที่มีผลอย่างมากในการตัดสินใจเลือก SpaceX

 

Blue Origin พยายามต่อสู้กับการตัดสินใจครั้งแรกในสำนักงานความรับผิดชอบของรัฐบาล หรือ Government Accountability Office (GOA) แต่ก็ถูกปัดตกไปในเดือนกรกฎาคม

 

นอกจากต่อสู้ในสำนักงานความรับผิดชอบของรัฐบาลแล้ว เบโซส์ยังพยายามติดต่อเป็นการส่วนตัวกับ บิล เนลสัน ผู้อำนวยการของ NASA โดยเบโซส์บอกว่าจะลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนามูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ให้ หาก NASA กลับมาร่วมมือกับ Blue Origin โดยในข้อความของเบโซส์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หากไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้น ก็จะไม่สามารถเกิดการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แผนการของ NASA ก็จะยิ่งล่าช้ากว่าเดิม รวมถึงอาจจะใช้เม็ดเงินมากกว่าเดิมอย่างมหาศาลอีกด้วย

 

แต่ บิล เนลสัน แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่สนใจข้อเสนอนี้ของเบโซส์ ดังนั้นเบโซส์จึงยกระดับความขัดแย้งขึ้นไปอีก โดยนำเรื่องนี้ขึ้นไปฟ้องในศาล รวมถึงประชาสัมพันธ์โดยนำเสนออินโฟกราฟิกบนโซเชียลมีเดีย ที่เป็นการพยายามวาดแผนการของ SpaceX ในการนำยาน Starship และถังบรรจุน้ำมันที่เติมเชื้อเพลิงเข้าสู่วงโคจร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และพาดหัวอินโฟกราฟิกว่า ‘นี่เป็นวิธีที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงมาก’

 

แต่มัสก์ก็ทวีตโต้กลับไปว่า “ถ้าหากการวิ่งเต้นและเหล่าทนายความสามารถพาคนขึ้นไปบนอวกาศได้ ตอนนี้เบโซส์คงไปไกลถึงดาวพลูโตแล้ว”

 

แต่ความพยายามทั้งหมดของ Blue Origin ในการเปลี่ยนการตัดสินใจของ NASA ก็ได้ล้มเหลวลง

 

ข้อพิพาททางกฎหมายทำให้การร่วมมือของ NASA และ SpaceX เกี่ยวกับสัญญาสำหรับ Human Landing System (HLS) หรือระบบส่งมนุษย์ลงจอดได้ถูกระงับการดำเนินการไปก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุด NASA กล่าวในแถลงการณ์ว่า จะกลับมาดำเนินการ HLS ร่วมกับ SpaceX โดยเร็วที่สุด

 

รายละเอียดเกี่ยวกับคดีความที่ Blue Orgin ฟ้องต่อศาลในเดือนสิงหาคมนั้น มีเปิดเผยออกมาน้อยมาก เนื่องจากบริษัทต่างๆ ในคดีความนั้น ขอให้ผู้พิพากษาเก็บรายละเอียดกระบวนการพิจารณาคดีส่วนใหญ่ไว้เป็นความลับ

 

นอกจากนั้นแถลงการณ์ยังระบุว่า “การส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์อย่างปลอดภัย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของ NASA จำเป็นต้องใช้กระบวนการจัดจ้างที่ไม่มีอคติ ควบคู่ไปกับนโยบายที่เป็นธรรม ที่ส่งเสริมการแข่งขัน และเราหวังว่าจะได้ยินคำตอบรับจาก NASA เกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งถัดไปในกระบวนการจัดจ้าง HLS (Human Landing System)”

 

เบโซส์ยังทวีตด้วยว่า “เราไม่ได้หวังให้ตัดสินออกมาตามที่เราต้องการ แต่เราหวังว่าจะมีความยุติธรรมเกิดขึ้น และเราเคารพคำตัดสินของศาล ซึ่งเราก็หวังให้ NASA และ SpaceX จะประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์”

 

และเมื่อไม่นานมานี้ วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่า ต้องการให้ NASA ขยายโครงการ HLS เพื่อร่วมมือกับบริษัทเอกชนทั้ง 2 ราย ซึ่งทาง NASA ยังไม่ออกมาตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน NASA ระบุว่าขณะนี้ยังคงมีแผนที่จะทำงานกับ SpaceX แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่ Blue Origin ก็อาจมีโอกาสแข่งขันเพื่อทำสัญญาร่วมกันเพื่อสร้างยานลงจอดบนดวงจันทร์ได้ในอนาคต

 

“ยังมีโอกาสสำหรับบริษัทต่างๆ อีกในอนาคตที่จะร่วมมือกับ NASA ในการทำให้มนุษย์สามารถขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้ในระยะยาว รวมถึงเรายังต้องการพัฒนาจรวดที่สามารถใช้ซ้ำได้ เพื่อลงจอดบนดวงจันทร์ในปี 2022” แถลงการณ์ของ NASA ระบุ

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post เมื่อ NASA ‘เงินไม่พอ’ จึงเลือกจับมือแค่ SpaceX เพียงรายเดียว ส่วน Blue Origin หันไปพึ่งศาล โดยย้ำถึงความไม่เป็นธรรม และไม่ส่งเสริมการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เจฟฟ์ เบโซส์’ ประกาศหลังลงจากตำแหน่งแม่ทัพ Amazon จะทุ่มเวลาเพิ่มเป็น 2 เท่าให้ธุรกิจอวกาศ Blue Origin https://thestandard.co/jeff-bezos-step-down-from-amazon-leader/ Tue, 28 Sep 2021 12:50:40 +0000 https://thestandard.co/?p=541684 เจฟฟ์ เบโซส์

“ในชีวิตนี้เราจะได้ไปเที่ยวอวกาศไหม?” เป็นคำถามที่ใครหล […]

The post ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ ประกาศหลังลงจากตำแหน่งแม่ทัพ Amazon จะทุ่มเวลาเพิ่มเป็น 2 เท่าให้ธุรกิจอวกาศ Blue Origin appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจฟฟ์ เบโซส์

“ในชีวิตนี้เราจะได้ไปเที่ยวอวกาศไหม?” เป็นคำถามที่ใครหลายๆ คนคงเคยนึกถึง ซึ่งเป็นคำถามที่เกิดขึ้นจากการที่คนธรรมดาอย่างเรา เห็นความเป็นไปได้ว่าการเที่ยวอวกาศนั้นอาจเกิดขึ้นจริงได้ในอนาคต เนื่องจากการเกิดขึ้นของบริษัทขนส่งทางอวกาศ SpaceX ของ Iron Man ในชีวิตจริงอย่าง อีลอน มัสก์ และบริษัทคู่แข่งอย่าง Blue Origin ของ เจฟฟ์ เบโซส์ 

 

โดยหนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดในโลกอย่าง เจฟฟ์ เบโซส์ เจ้าของอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ประกาศหันมาโฟกัสธุรกิจอวกาศมากขึ้น โดยกล่าวว่าบริษัทตะลุยอวกาศอย่าง Blue Origin ของเขานั้นถือเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาเลย พร้อมทั้งประกาศว่าจะเพิ่มเวลาเป็น 2 เท่าให้กับ Blue Origin หลังก้าวลงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ Amazon ในเดือนกรกฎาคม 

 

แม้ว่าก่อนหน้านี้เบโซส์จะเข้ามามีส่วนร่วมใน Blue Origin อยู่บ้าง แต่เขายังต้องทุ่มเวลาส่วนใหญ่ในฐานะประธานกรรมการบริหารไปกับ Amazon ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในโลกได้ ดังนั้นการที่เบโซส์ทุ่มเวลาให้กับ Blue Origin เพิ่มเป็น 2 เท่าถือเป็นนัยสําคัญต่อการเติบโตของธุรกิจอวกาศนี้

 

Blue Origin นั้นกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับ SpaceX ในการแย่งสัญญาการลงจอดจรวดบนดวงจันทร์จาก NASA ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยลูกค้าหลักของเครื่องยนต์จรวด BE-4 ของ Blue Origin เริ่มส่งเสียงบ่นจากการดำเนินการส่งมอบที่ล่าช้ามาหลายปี และการปล่อยจรวดแบบโคจรครั้งแรกของ Blue Origin ก็ถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน แต่การวิจัยอวกาศแบบปล่อยจรวดขึ้นไปตรงๆ ไม่มีการโคจร หรือเรียกว่าแบบ Sub-orbital สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

 

กระนั้น Blue Origin ก็มีอุปสรรคอยู่ในเรื่องการลาออกของวิศวกรและผู้บริหารระดับสูง เนื่องจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่าง บ็อบ สมิธ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารของ Blue Origin กับวิศวกรและผู้บริหารระดับสูงหลายคน ทำให้คนเหล่านี้ทยอยกันลาออกไป

 

การให้เวลาที่มากขึ้นกับ Blue Origin ของเบโซส์อาจเป็นการช่วยให้ Blue Origin พัฒนาไปได้เร็วยิ่งขึ้น โดยพนักงานในนั้นกล่าวกับสำนักข่าว CNBC ว่า ปกติเเล้วเบโซส์จะจัดช่วงถาม-ตอบระหว่างเขากับพนักงานเป็นประจำทุกปี แต่ในตอนนี้เบโซส์ได้หยุดช่วงถาม-ตอบนั้นไป เพราะต้องใช้เวลาไปทุ่มให้กับ Blue Origin

 

นอกจากด้านเวลาที่เบโซส์ทุ่มให้แล้ว ในด้านเงินทุนก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจนว่ามีการเพิ่มด้วยหรือไม่ เพราะในปี 2017 เบโซส์เคยกล่าวไว้ว่า เขาได้ขายหุ้นของ Amazon จำนวน 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อนำมาลงทุนใน Blue Origin และในปัจจุบันเขาก็ยังขายหุ้น Amazon อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าจะนำมาลงทุนใน Blue Origin 

 

ทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงของ Blue Origin ได้จัดประชุมเกี่ยวกับสัญญาปล่อยดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของโปรเจกต์ Kuiper ของ Amazon โดย United Launch Alliance (ULA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างจรวดระหว่างบริษัท Boeing และ Lockheed Martin ซึ่ง ULA นี้เป็นผู้ชนะดีลการปล่อยดาวเทียมครั้งแรกของ Amazon ไปเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเบโซส์ก็ได้เข้าร่วมการประชุมโปรเจกต์ Kuiper ของ Blue Origin ครั้งนี้ด้วย 

 

Amazon ได้ทำสัญญาปล่อยดาวเทียมจำนวน 9 ครั้ง กับ ULA ในเดือนเมษายน และเน้นย้ำว่าจะต้องมีพันธมิตรเพื่อปล่อยดาวเทียมหลายๆ ราย สำหรับปล่อยดาวเทียม Kuiper จำนวน 3,235 ดวง ซึ่งนี่อาจเป็นก้าวสำคัญต่อไปของ Blue Origin ที่อาจประสบความสำเร็จจากความช่วยเหลือของเบโซส์

 

ภาพ: Jonathan Newton / The Washington Post via Getty Images

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

อ้างอิง:

The post ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ ประกาศหลังลงจากตำแหน่งแม่ทัพ Amazon จะทุ่มเวลาเพิ่มเป็น 2 เท่าให้ธุรกิจอวกาศ Blue Origin appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สำเร็จ! ชมวินาที เจฟฟ์ เบโซส์ ขึ้นจรวดท่องอวกาศ ก่อนกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย https://thestandard.co/jeff-bezos-spaceship-landing-earth-moment/ Wed, 21 Jul 2021 09:51:05 +0000 https://thestandard.co/?p=515444 เจฟฟ์ เบโซส์

ชมวินาทีสำคัญ ขณะที่ เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของ […]

The post ชมคลิป: สำเร็จ! ชมวินาที เจฟฟ์ เบโซส์ ขึ้นจรวดท่องอวกาศ ก่อนกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจฟฟ์ เบโซส์

ชมวินาทีสำคัญ ขณะที่ เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Amazon และ Blue Origin พร้อมลูกเรืออีก 3 คน โดยสารจรวด New Shepard ของบริษัท Blue Origin พุ่งทะยานสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ ก่อนที่จะกลับสู่พื้นโลกได้อย่างปลอดภัย และช่วยสะท้อนให้เห็นว่าเกมการแข่งขันในธุรกิจท่องอวกาศเชิงพาณิชย์จะยิ่งดุเดือดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้

The post ชมคลิป: สำเร็จ! ชมวินาที เจฟฟ์ เบโซส์ ขึ้นจรวดท่องอวกาศ ก่อนกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ประสบความสำเร็จขึ้นจรวดท่องอวกาศ ก่อนกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย https://thestandard.co/jeff-bezos-blue-origin-space-tourist/ Wed, 21 Jul 2021 04:52:10 +0000 https://thestandard.co/?p=515239 jeff bezos

เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกชาวอเมริกัน ผู้ก่อ […]

The post เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ประสบความสำเร็จขึ้นจรวดท่องอวกาศ ก่อนกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
jeff bezos

เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Amazon ประสบความสำเร็จในการเดินทางท่องเที่ยวสู่อวกาศ พร้อมลูกเรืออีก 3 คน ด้วยจรวด New Shepard ของบริษัท Blue Origin ของเขา โดยถือเป็นเที่ยวบินอวกาศเที่ยวแรกของบริษัท ที่สามารถเดินทางไปถึงอวกาศและกลับสู่พื้นโลกได้อย่างปลอดภัย หลังใช้เวลาไปเกือบ 11 นาที ซึ่งเบโซส์ประกาศด้วยความดีใจว่าเป็น “วันที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในชีวิตของเขา” 

 

จรวด New Shepard พร้อมด้วยแคปซูลอวกาศ ถูกปล่อยจากฐานปล่อยจรวดเอกชนใกล้เมืองแวนฮอร์น ทางตะวันตกของรัฐเท็กซัส ก่อนที่ส่วนแคปซูลจะแยกตัวจากจรวดที่ระดับความสูง 76 กิโลเมตร หลังบินขึ้นได้ประมาณ 2 นาที และมุ่งหน้าข้ามเส้นคาร์แมน (Karman Line) ที่แบ่งขอบเขตระหว่างชั้นบรรยากาศโลกและอวกาศ ที่ระดับความสูง 107 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก 

 

ซึ่งลูกเรือได้ใช้เวลาสัมผัสภาพความสวยงามของอวกาศและโลกจากมุมมองอวกาศ รวมถึงประสบการณ์ไร้แรงโน้มถ่วงราว 2-3 นาที ก่อนกลับถึงพื้นโลกอย่างปลอดภัย ที่บริเวณทะเลทรายในเท็กซัส ใช้เวลารวมประมาณ 10 นาที 10 วินาที

 

สำหรับลูกเรือในเที่ยวบินอวกาศนี้ นอกจากเบโซส์ยังมีลูกเรืออีก 3 คน คือ มาร์ก เบโซส์ น้องชายของเขา และ วอลลีย์ ฟังก์ อดีตนักบินอวกาศหญิงยุคบุกเบิกของสหรัฐฯ วัย 82 ปีที่ได้รับเชิญ และอีกคนคือ โอลิเวอร์ เดเมน นักศึกษาหนุ่มวัย 18 ปี บุตรชายของผู้บริหารบริษัทด้านการลงทุน ซึ่งชนะประมูลที่นั่งในราคา 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 

ความสำเร็จของเที่ยวบินท่องอวกาศครั้งนี้ ยังรวมถึงการสร้างสถิติอีกหลายอย่าง เช่น มนุษย์ที่อายุมากที่สุดและน้อยที่สุดที่เดินทางออกสู่อวกาศ ขณะที่ลูกเรือทั้ง 3 คนยังแสดงความดีใจและชื่นชอบอย่างมากในการสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอวกาศครั้งนี้

 

ทั้งนี้ เบโซส์ยังประกาศว่าบริษัท Blue Origin นั้นสามารถขายตั๋วเที่ยวบินท่องอวกาศในอนาคตได้แล้ว คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในปีนี้จะมีการจัดเที่ยวบินท่องอวกาศอีก 2 เที่ยว

ขณะที่เที่ยวบินท่องอวกาศของบริษัท Blue Origin นั้นมีขึ้น 9 วันหลังจากที่ ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เจ้าของ Virgin Group สร้างประวัติศาสตร์เดินทางสู่ขอบอวกาศ ด้วยเที่ยวบินจาก Virgin Galactic ซึ่งถือเป็นการแข่งขันในธุรกิจท่องอวกาศเชิงพาณิชย์ครั้งแรก 

 

ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีบริษัท SpaceX ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ที่วางแผนให้บริการท่องเที่ยวสถานีอวกาศนานาชาติในช่วงต้นปีหน้าด้วย

 

jeff bezos jeff bezos jeff bezos jeff bezos

 

ภาพ: Photo by  Joe Raedle / Getty Images / Blue Origin / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง: 

The post เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ประสบความสำเร็จขึ้นจรวดท่องอวกาศ ก่อนกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจฟฟ์ เบโซ์ส เผยยอดขายตั๋วทัวร์อวกาศพุ่ง มูลค่ารวมใกล้เฉียด 100 ล้านดอลลาร์แล้ว https://thestandard.co/jeff-bezos-blue-origin-space-tourist-sales-approaching-100-million/ Wed, 21 Jul 2021 01:38:53 +0000 https://thestandard.co/?p=515174 jeff bezos

เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐี นักธุรกิจผู้ก่อตั้ง Amazon และ B […]

The post เจฟฟ์ เบโซ์ส เผยยอดขายตั๋วทัวร์อวกาศพุ่ง มูลค่ารวมใกล้เฉียด 100 ล้านดอลลาร์แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
jeff bezos

เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐี นักธุรกิจผู้ก่อตั้ง Amazon และ Blue Origin บริษัทผู้ผลิตกระสวยเพื่อการเดินทางท่องอวกาศในเชิงพาณิชย์ ประกาศด้วยรอยยิ้มว่ายอดขายตั๋วล่วงหน้าสำหรับทริปท่องอวกาศของบริษัท Blue Origin มีมูลค่ารวมเกือบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว สะท้อนให้เห็นความต้องการของตลาดในอุตสาหกรรมทัวร์อวกาศที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี

 

คำประกาศครั้งนี้ของเบโซส์มีขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวได้เดินทางขึ้นยาน New Shepard ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย พร้อมผู้โดยสารอีก 5 คน

 

อย่างไรก็ตาม ทางเบโซส์และ Blue Origin ไม่ได้เปิดเผยราคาค่าตั๋วที่นั่งของยานอวกาศแต่อย่างใด มีเพียงราคาอ้างอิงจากค่าประมูลตั๋วเที่ยวแรกของ Blue Origin ซึ่งอยู่ที่ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งค่อนข้างสูงกว่าราคาของคู่แข่งอย่าง Virgin Galactic ที่อยู่ระหว่าง 2-5 แสนดอลลาร์สหรัฐ  

 

นอกจากนี้ ทางเบโซส์ยังได้ตั้งเป้าที่จะปล่อยยานพร้อมผู้โดยสารอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ เพียงแต่ยังไม่แน่ใจในเรื่องของจำนวนผู้โดยสาร แต่คาดว่าจำนวนการท่องเที่ยวอวกาศจะอยู่ในระดับสูงในอนาคต เพียงแต่ในเวลานี้บริษัทจำเป็นต้องเดินหน้าสร้างตัวบูสเตอร์ (Booster) สำหรับยานอวกาศ เพื่อทำให้สามารถบินได้บ่อยขึ้นเสียก่อน

 

อ้างอิง:

The post เจฟฟ์ เบโซ์ส เผยยอดขายตั๋วทัวร์อวกาศพุ่ง มูลค่ารวมใกล้เฉียด 100 ล้านดอลลาร์แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่มน้อยวัย 18 ปี จะเป็นนักบินอวกาศที่เด็กที่สุดที่ร่วมเดินทางกับพี่น้องเบโซส์ และ Blue Origin หลังผู้ชนะประมูลตั๋ว 917 ล้านบาท ขอเลื่อนไฟลต์บิน https://thestandard.co/18-yearsold-youngest-traveller-with-blue-origin-and-bezos-brothers/ Fri, 16 Jul 2021 06:17:13 +0000 https://thestandard.co/?p=513385 Blue Origin

หลังปล่อยให้บริษัทคู่แข่งอย่าง Virgin Galactic และ ริชา […]

The post หนุ่มน้อยวัย 18 ปี จะเป็นนักบินอวกาศที่เด็กที่สุดที่ร่วมเดินทางกับพี่น้องเบโซส์ และ Blue Origin หลังผู้ชนะประมูลตั๋ว 917 ล้านบาท ขอเลื่อนไฟลต์บิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blue Origin

หลังปล่อยให้บริษัทคู่แข่งอย่าง Virgin Galactic และ ริชาร์ด แบรนสัน ชิงตัดหน้าปฏิบัติภารกิจออกเดินทางไปแตะขอบอวกาศได้สำเร็จก่อนถึง 9 วัน ล่าสุด Blue Origin บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศที่ก่อตั้งโดย เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ให้กำเนิดแพลตฟอร์มค้าปลีกระดับโลก Amazon ก็เปิดเผยออกมาแล้วว่า ผู้ที่จะร่วมเดินทางไปอวกาศกับเขาและน้องชาย มาร์ก เบโซส์ ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ มีนามว่า โอลิเวอร์ เดเมน หนุ่มน้อยวัย 18 ปีที่เพิ่งจบการศึกษาระดับไฮสคูลเมื่อปีที่แล้วนี่เอง (จบการศึกษาจากด้านฟิสิกส์มา)

 

ส่งผลให้เดเมนจะเป็นนักบินอวกาศที่ ‘อายุน้อยที่สุด’ ที่มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปชมความสวยงามของโลกใบกลมๆ และเสน่ห์สุดเร้นลับของอวกาศด้วยยานอวกาศ New Shepard

 

ทั้งนี้ เดเมนเป็นลูกชายของผู้ก่อตั้งบริษัทด้านการลงทุนสัญชาติเนเธอร์แลนด์ และในช่วงเดือนกันยายนนี้เขามีกำหนดจะเข้าศึกษาต่อด้านการจัดการนวัตกรรมและฟิสิกส์ที่ Utrecht University ในเนเธอร์แลนด์ โดยเขาเป็นผู้เข้าร่วมการประมูลคว้าตั๋วทัวร์อวกาศกับ Blue Origin ในลำดับที่ 2 ต่อจากบุคคลปริศนาที่ไม่ประสงค์จะออกนาม ซึ่งชนะการประมูลด้วยเงิน 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 917 ล้านบาท

 

แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้คิวและตารางการทำงานของมหาเศรษฐีลึกลับรายนี้รัดตัวจนไม่สามารถร่วมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับสองพี่น้องเบโซส์ได้ Blue Origin จึงตัดสินใจเลื่อนให้เดเมนกลายเป็นพลเรือนรายแรกที่จะเดินทางไปกับพวกเขาแทน ทั้งนี้ Blue Origin ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกออกมาแต่อย่างใด โดยบอกเพียงว่าผู้ชนะการประมูลรายนี้เลือกที่จะเดินทางไปกับ Blue Origin ในไฟลต์บินในอนาคต

 

ด้าน วอลลี ฟังก์ นักบินชาวอเมริกัน ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยทางอากาศหญิงคนแรกของคณะกรรมการความปลอดภัยในการขนส่งแห่งชาติในวัย 82 ปี จะถือเป็นนักบินอวกาศที่อาวุโสที่สุดที่ร่วมปฏิบัติภารกิจเดินทางไปอวกาศในปฏิบัติการ First Human Flight นี้

 

โดยเงินที่ทาง Blue Origin ได้จากการประมูลจำนวนกว่า 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกนำส่งไปให้กับ Club for the Future ซึ่งจะกระจายรายได้ไปให้กับองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต และการปฏิบัติหน้าที่ในอวกาศรวมอีกกว่า 19 แห่ง รายละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

บ็อบ สมิธ ซีอีโอ Blue Origin กล่าวว่า “เราขอขอบคุณผู้ชนะการประมูลเป็นอย่างมากสำหรับการสนับสนุนคลับแห่งอนาคต (Club for the Future: สนับสนุน STEM และการศึกษาด้านอวกาศให้กับมูลนิธิ องค์กร และสถาบันต่างๆ) และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับโอลิเวอร์ในการเดินทางไปกับยานอวกาศ New Shepard ร่วมกับเรา

 

“การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้จะถือเป็นหมุดหมายการเริ่มต้นของการปฏิบัติภารกิจเชิงพาณิชย์ของ New Shepard และตัวโอลิเวอร์เองก็จะเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะร่วมกับเราในการสร้างเส้นทางไปสู่อวกาศ”

 

สำหรับกำหนดการปฏิบัติภารกิจเดินทางไปอวกาศของ Blue Origin จะมีขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ในช่วงเวลาประมาณ 06.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ โดยจะถ่ายทอดสดผ่านทางเว็บไวต์ BlueOrigin.com โดยถือเป็นการปฏิบัติภารกิจในครั้งที่ 16 ของ New Shepard ในการเดินทางไปอวกาศ และเป็นการปฏิบัติภารกิจครั้งแรกของมันที่จะต้องบรรทุกผู้โดยสารที่เป็นมนุษย์ขึ้นยังอวกาศกับตัวยานด้วย

 

อ้างอิง:

The post หนุ่มน้อยวัย 18 ปี จะเป็นนักบินอวกาศที่เด็กที่สุดที่ร่วมเดินทางกับพี่น้องเบโซส์ และ Blue Origin หลังผู้ชนะประมูลตั๋ว 917 ล้านบาท ขอเลื่อนไฟลต์บิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน เปิดสงครามการท่องเที่ยวอวกาศ นำ Virgin Galactic แตะขอบฟ้า นำหน้าคู่แข่ง เจฟฟ์ เบโซส์ แห่ง Blue Origin เพียง 9 วัน https://thestandard.co/richard-branson-open-space-tourism-war/ Mon, 12 Jul 2021 11:07:18 +0000 https://thestandard.co/?p=511677 Virgin Galactic

เมื่อเวลา 21.40 น. ของวันที่อาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่า […]

The post เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน เปิดสงครามการท่องเที่ยวอวกาศ นำ Virgin Galactic แตะขอบฟ้า นำหน้าคู่แข่ง เจฟฟ์ เบโซส์ แห่ง Blue Origin เพียง 9 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Virgin Galactic

เมื่อเวลา 21.40 น. ของวันที่อาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ยาน VSS Unity ของบริษัท Virgin Galactic ได้นำมหาเศษฐีผู้ก่อตั้งบริษัท เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน วัย 70 ปี พร้อมด้วยพนักงานระดับบริหาร 3 รายคือ เบท มอสเซส, คอลิน เบนเน็ต และ ซิริชา แบนด์ลา ออกเดินทางจากสนามบินสเปซพอร์ท อเมริกา ในนิวเม็กซิโก สู่ขอบอวกาศ ด้วยการนำทางของ 2 นักบิน เดฟ แม็กเคย์ และ ไมค์ มาซุกชี ก่อนกลับลงมาร่อนลงจอดบนรันเวย์ของสนามบินเดียวกันอย่างปลอดภัย 

 

นับเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการท่องอวกาศ พร้อมคิวจองที่นั่งยาวเหยียดจากเศรษฐีทั่วโลกที่อยากสัมผัสประสการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่น่าตื่นเต้นแบบนี้

 

Virgin Galactic

 

รูปแบบการบินสู่ขอบอวกาศของยาน VSS Unity (คำนำหน้าย่อมาจากคำว่า Virgin Spaceship) ออกจะไม่เหมือนที่เราคุ้นเคยกัน เพราะยานลำนี้คือหนึ่งในยานรุ่น SpaceShipTwo ที่ไม่ได้เดินทางจากผิวโลกด้วยแรงขับดันของจรวดในแนวตั้ง หากแต่เกาะกับไป ‘ยานแม่’ VMS Eve (คำนำหน้าย่อมาจาก Virgin MotherShip)​ ที่จะเทกออฟเหมือนเครื่องบินทั่วไป พาไปจนถึงความสูง 15 กิโลเมตรจากผิวโลก จากนั้น VSS Unity จะแยกตัวออกไปแล้วติดเครื่องยนต์ของตัวเองเพื่อเดินทางต่อไปจนถึงความสูง 86 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล จุดนี้คือจุดที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความรู้สึกแตะขอบอวกาศอย่างประทับใจ เมื่อครบเวลายาน Unity ก็จะเดินทางกลับสู่ผิวโลกโดยกางปีก ‘ขนนก’ เพื่อชะลอความเร็ว และร่อนลงจอด ณ สนามบินแห่งเดียวกับที่เทกออฟในตอนแรก

 

Virgin Galactic

 

Virgin Galactic ตั้งราคาที่นั่งบนยานท่องเที่ยวอวกาศของทางบริษัทเอาไว้สูงถึง 2.5 แสนดอลลาร์ (ราว 8.15 ล้านบาท) แต่กระนั้นก็ยังมียอดจองและจ่ายมัดจำเข้ามาแล้วถึง 600 ที่นั่ง โดยนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักเหล่านี้ล้วนอยากจะได้มีโอกาสขึ้นไปเห็นท้องฟ้าที่เปลี่ยนกลายเป็นสีดำ ได้เห็นขอบฟ้าของโลกที่โค้งกลม และได้ล่องลอยในสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำถึง 5 นาทีภายในห้องโดยสารของยาน

 

ความสำเร็จของแบรนสันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่กลุ่มบริษัท Virgin เข้าร่วมทุนกับบริษัท Scaled Composites เพื่อนำเทคโนโลยีของยานรุ่น SpaceShipOne มาสานต่อในชื่อบริษัท ‘Virgin Galactic’ ก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นยานรุ่น SpaceShipTwo ของทางบริษัทเอง และต้องพบกับปัญหาต่างๆ มากมายระหว่างทดสอบยานจนถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิตของนักบินระหว่างทดสอบ ก็เคยมีมาแล้ว ดังที่เกิดกับยานลำก่อนหน้า Unity นั่นคือ VSS Enterprise ในเดือนตุลาคมปี 2014 ซึ่งทางแบรนสัน ผู้ก่อตั้งบริษัทก็ไม่ได้ยอมแพ้ 

 

ต่อมาเที่ยวบิน 4 เที่ยวสุดท้ายของ Unity ประสบความสำเร็จด้วยดี และเพื่อเสริมความมั่นใจของผู้โดยสาร เที่ยวบินทดสอบล่าสุดในครั้งนี้ ‘แบรนสัน’ จึงขออาสาขึ้นทดสอบยาน Unity เที่ยวบินนี้ด้วยตัวเอง

 

Virgin Galactic

 

แบรนสันโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ ที่เฝ้าฝันมองดูดวงดาว บัดนี้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในยานอวกาศที่ได้มองลงมายังโลกอันสวยงาม ผมขอส่งต่อความฝันนี้สู่ผู้คนรุ่นต่อไป ถ้าพวกเราทำได้ พวกคุณลองจินตนาการไว้เลยว่าคนรุ่นคุณจะทำอะไรได้บ้าง”

 

แน่นอนว่าไม่ได้มีแต่เพียงแบรนสันที่หมายตาธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศไว้ มหาเศรษฐีทางเทคโนโลยีอีก 2 รายคือ ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ ผู้ก่อตั้งบริษัท Amazon และ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัท SpaceX ก็ได้เข้าสู่การแข่งขันนี้อย่างเต็มตัว 

โดยเฉพาะเบโซส์ที่ได้ก่อตั้ง บริษัท Blue Origin เพื่อพัฒนายาน ‘นิวเชพเพิร์ด’ ของตัวเอง ก็ได้มีการเกทับแบรนสันชนิดที่เรียกว่าหยอกกันแรงๆ ตามข้อความในทวิตเตอร์ทางการของ Blue Origin ที่ระบุว่ายานของ Virgin Galactic นั้น สู้ของ Blue Origin ไม่ได้ เพราะไปไม่ถึง ‘อวกาศ’ จริงๆ เพราะบินต่ำกว่าเส้นคาร์แมน หน้าต่างชมวิวก็ดูเล็ก เป็นแค่เครื่องบินไม่ใช่จรวด ยานไม่มีระบบเซฟตี้ ฯลฯ เรียกว่าสู้ยาน ‘นิวเชพเพิร์ด’ ไม่ได้เลย

 

Virgin Galactic 

 

แต่พอเอาเข้าจริงเบโซส์ก็ยอมรับความสำเร็จของแบรนสันด้วยดี และได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า เขาแทบนับวันรอไม่ไหวที่จะได้มีชื่อเข้าร่วมว่าเป็นผู้บุกเบิกยุคใหม่ของการท่องเที่ยวอวกาศด้วยกัน

 

กำหนดเดินทางของยานจากบริษัท Blue Origin คือ 20 กรกฎาคมนี้ โดยเบโซส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท จะเดินทางไปกับ มาร์ก เบโซส์ ผู้เป็นน้องชาย, วอลลี ฟังก์ นักบินหญิงยุคบุกเบิก และบุคคลปริศนาอีกหนึ่งรายที่ได้ประมูลซื้อที่นั่งในเที่ยวบินนี้ไปเป็นเงิน 28 ล้านดอลลาร์ ทางด้านมัสก์ มหาเศรษฐีอีกรายผู้เป็นเจ้าของบริษัท SpaceX ยังอุบเงียบไม่เปิดเผยว่าจะใช้ยานรุ่นใดในการเข้าแข่งขันในศึกครั้งนี้ 

 

หากยานนิวเชพเพิร์ดของเบโซส์ เจ้าพ่อ Amazon ประสบความสำเร็จในการทดสอบอีกราย แน่นอนว่าตลาดท่องเที่ยวอวกาศก็จะเข้าสู่การแข่งขันอย่างเต็มตัว โดยฟาดฟันกันที่ราคาต่อที่นั่งเป็นหลัก 

 

UBS ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ประเมินว่า การท่องเที่ยวอวกาศจะเพิ่มมูลค่าให้ตลาดท่องเที่ยวได้ถึงปีละ 3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน เปิดสงครามการท่องเที่ยวอวกาศ นำ Virgin Galactic แตะขอบฟ้า นำหน้าคู่แข่ง เจฟฟ์ เบโซส์ แห่ง Blue Origin เพียง 9 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เจฟฟ์ เบโซส์’ ทำตามฝันในวัย 5 ขวบสำเร็จ เตรียมออกเดินทางไปทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์พร้อมน้องชายและผู้ชนะประมูลตั๋ว 20 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/jeff-bezos-join-winner-seat-blue-origin-space-flight/ Tue, 08 Jun 2021 09:39:37 +0000 https://thestandard.co/?p=497743 เจฟฟ์ เบโซส์

เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง Amazon และบริษัทเทคโนโลยีอวกาศ […]

The post ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ ทำตามฝันในวัย 5 ขวบสำเร็จ เตรียมออกเดินทางไปทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์พร้อมน้องชายและผู้ชนะประมูลตั๋ว 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจฟฟ์ เบโซส์

เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง Amazon และบริษัทเทคโนโลยีอวกาศ Blue Origin เตรียมสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการธุรกิจ เทคโนโลยี และแวดวงอุตสาหกรรมอวกาศอีกครั้ง ด้วยการออกเดินทางไปทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ในวันที่ 20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ พร้อมกับน้องชายของเขา มาร์ก เบโซส์ ซึ่งเป็นการทำตามความฝันในวัยเด็กของเขาเมื่อตอนที่อายุเพียง 5 ขวบ

 

“ตั้งแต่ตอนที่ผมเพิ่งอายุ 5 ขวบ ผมมีความฝันที่จะออกเดินทางไปทัวร์อวกาศมาโดยตลอด และในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ผมจะออกเดินทางไปอวกาศพร้อมกับน้องชายของผม ซึ่งถือเป็นการผจญภัยที่ยอดเยี่ยมที่สุดพร้อมๆ กับเพื่อนสนิทของผม (อุปมาเปรียบเทียบน้องชาย)” เบโซส์โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมของเขา (@jeffbezos)

 

กำหนดการเดินทางไปทัวร์อวกาศครั้งนี้ของเบโซส์จะเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากที่เขาลงจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัท Amazon โดยที่เขาจะเดินทางบนยานอวกาศของ Blue Origin ไปพร้อมๆ กับผู้ชนะการประมูลตั๋วทัวร์อวกาศ ซึ่ง ณ เวลานี้ ราคาประมูลล่าสุดอยู่ที่ 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 87.4 ล้านบาท โดยจะปิดการประมูลผ่านการประมูลไลฟ์สดในวันที่ 12 มิถุนายน (มีผู้เข้าร่วมประมูลแล้วมากกว่า 6,000 รายจาก 143 ประเทศ)

 

อีกหนึ่งความพิเศษของวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันที่ Blue Origin เลือกปฏิบัติภารกิจนั่นก็คือ มันเป็นวันครบรอบ 52 ปี การลงจอดของยานอพอลโล 11 บนดวงจันทร์พอดิบพอดี 

 

ส่วนยานอวกาศที่จะใช้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจทัวร์อวกาศในครั้งนี้คือ New Shepard ซึ่งสามารถบรรทุกผู้โดยสารไปในแคปซูลได้สูงสุด 6 ราย โดยที่ผู้โดยสารทั้งหมดจะนั่งอยู่บริเวณส่วนปลายของจรวด 

 

จากนั้นเมื่อ New Shepard ออกเดินทางไปถึงระดับสูงสุดแล้ว (จากการทดสอบเคยทำระดับสูงสุดจากพื้นโลกในระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตร) ตัวแคปซูลจะแยกออกจากส่วนบูสเตอร์ ก่อนกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และใช้วิธีการเดินทางกลับสู่โลกด้วยร่มชูชีพ

 



พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

The post ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ ทำตามฝันในวัย 5 ขวบสำเร็จ เตรียมออกเดินทางไปทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์พร้อมน้องชายและผู้ชนะประมูลตั๋ว 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Blue Origin’ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ เจฟฟ์ เบโซส์ เผย ‘ตั๋วทัวร์อวกาศใบแรก’ ราคาประมูลพุ่งแตะ 63 ล้านบาทแล้ว https://thestandard.co/blue-origin-first-ticket-bidding-already-reached-63-million-baht/ Thu, 20 May 2021 07:34:44 +0000 https://thestandard.co/?p=491184 ‘Blue Origin’ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ เจฟฟ์ เบโซส์ เผย ‘ตั๋วทัวร์อวกาศใบแรก’ ราคาประมูลพุ่งแตะ 63 ล้านบาทแล้ว

หลังเปิดประมูลตั๋วทัวร์อวกาศมาตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมที […]

The post ‘Blue Origin’ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ เจฟฟ์ เบโซส์ เผย ‘ตั๋วทัวร์อวกาศใบแรก’ ราคาประมูลพุ่งแตะ 63 ล้านบาทแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Blue Origin’ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ เจฟฟ์ เบโซส์ เผย ‘ตั๋วทัวร์อวกาศใบแรก’ ราคาประมูลพุ่งแตะ 63 ล้านบาทแล้ว

หลังเปิดประมูลตั๋วทัวร์อวกาศมาตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุด Blue Origin บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศที่ก่อตั้งโดย เจฟฟ์ เบโซส์ ซีอีโอของ Amazon ก็ออกมาเปิดเผยแล้วว่า ล่าสุดพวกเขาได้รับข้อเสนอการยื่นประมูลที่นั่งที่แรกบนยานอวกาศ New Shepard ด้วยเงินมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 63 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย 

 

การประมูลที่เกิดขึ้นจะเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถวางเงินประมูลตั๋วอวกาศใบแรกสำหรับพลเมืองและคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักบินอวกาศโดย Blue Origin ได้จนถึงวันที่ 10 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ในรูปแบบการประมูลออนไลน์ และมีผู้ให้ความสนใจยื่นความประสงค์เข้าสมัครและประมูลไม่ต่ำกว่า 5,200 ราย จากกว่า 136 ประเทศแล้ว

 

กำหนดการออกไปทัวร์อวกาศของ Blue Origin และ New Shepard ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งเป็นกำหนดการครบรอบ 52 ปี กรณีการเดินทางขึ้นไปยังดวงจันทร์ของ นีล อาร์มสตรอง ตำนานนักบินอวกาศชาวอเมริกัน โดยผู้ที่เข้าร่วมไฟลต์ทัวร์ในครั้งนี้จำนวน 6 รายจะมุ่งหน้าเดินทางไปยังเส้นคาร์เเมน (Kármán Line) ซึ่งห่างจากพื้นผิวของโลกที่ 100 กิโลเมตร และเป็นบริเวณที่เป็นที่ยอมรับกันถึงการกำหนดให้เป็นขอบเขตของอวกาศ

 

อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากตั๋วใบแรก (กรรมสิทธิ์ที่นั่ง 1 ที่) ของ Blue Origin ที่เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลได้นั้น ยังไม่มีการชี้ชัดว่าผู้ร่วมเดินทางที่เหลืออีก 5 รายจะเป็นใคร รวมถึงในอนาคต พวกเขาจะตั้งราคาตั๋วทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ไว้ที่เท่าใด แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่าราคาตั๋วดังกล่าวอาจจะสูงแตะหลัก 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 15.7 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

ปัจจุบันผู้เล่นและบริษัทเอกชนต่างๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอวกาศและการบินกำลังแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อพัฒนาไฟลต์บินทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ให้พลเมือง คนทั่วไปเข้าถึงได้ ทั้ง SpaceX ที่ ยูซากุ มาเอซาวา เศรษฐีชาวญี่ปุ่นเตรียมเหมาลำเดินทางไปดวงจันทร์ภายในปี 2023 นี้ (ยังมีกรณีของ จาเร็ด ไอแซคแมน ที่เตรียมปฏิบัติภารกิจ Inspiration 4 กับพลเมืองอีก 3 รายด้วยยานอวกาศ Dragon Capsule ไปยังระดับวงโคจร)

 

หรือเคสของ Virgin Galactic โดย ริชาร์ด แบรนสัน ที่เตรียมปั้นทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ และได้เผยโฉมดีไซน์ยานอวกาศเวอร์​ชันล่าสุดที่เตรียมจะนำมาทดสอบบินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดต่างก็สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคี่ยวของผู้เล่นเจ้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

The post ‘Blue Origin’ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ เจฟฟ์ เบโซส์ เผย ‘ตั๋วทัวร์อวกาศใบแรก’ ราคาประมูลพุ่งแตะ 63 ล้านบาทแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ย้ายประเทศ’ ไม่หนำใจ ย้ายไปสำรวจอวกาศกันดีกว่า ‘Blue Origin’ เปิดประมูลตั๋วทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ใบแรก เดินทาง 20 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/jeff-bezos-blue-origin-space-tourism-flight-launches-july-20/ Thu, 06 May 2021 04:57:33 +0000 https://thestandard.co/?p=484755 Blue Origin

หลังจากที่รอคอยกันมานานแสนนาน และปล่อยให้ค่ายคู่แข่งอย่ […]

The post ‘ย้ายประเทศ’ ไม่หนำใจ ย้ายไปสำรวจอวกาศกันดีกว่า ‘Blue Origin’ เปิดประมูลตั๋วทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ใบแรก เดินทาง 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blue Origin

หลังจากที่รอคอยกันมานานแสนนาน และปล่อยให้ค่ายคู่แข่งอย่าง SpaceX ทิ้งห่างนำหน้าไปหลายขุม ในที่สุด Blue Origin บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศที่ก่อตั้งโดย เจฟฟ์ เบโซส์ ก็ได้ออกมาประกาศความเคลื่อนไหวที่สำคัญแล้วว่า พวกเขาได้เริ่มเปิดให้ผู้ที่สนใจไฟลต์ทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ สามารถเข้าประมูล ‘ที่นั่ง’ ที่แรก หรือตั๋วใบแรกของไฟลต์บินลำดังกล่าวได้ตั้งแต่วันพุธที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา (ประมูลออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์) ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการประมูลในลำดับสุดท้ายในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ (ประมูลแบบสดๆ Live Auction)

 

โดยที่ผู้ชนะจะได้ร่วมออกเดินทางในไฟลต์ทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ไปกับยานอวกาศที่พวกเขาพัฒนาขึ้น New Shepard ในวันที่ 20 กรกฎาคม หรืออีกราว 2 เดือนนับจากนี้

 

สำหรับใครที่สนใจจะออกไปสำรวจอวกาศและเดินทางปลีกหนีความวุ่นวาย โรคระบาดโควิด-19 จากโลกใบนี้ ก็สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียด ขั้นตอน วิธีการประมูล หรือข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://register.flynewshepardauction.com/ 

 

ทั้งนี้ เงินทั้งหมดที่ทาง Blue Origin ได้จากการจัดประมูลจะถูกส่งมอบให้กับ Blue Origin’s Foundation เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการศึกษาให้กับบุคลากรที่เล่าเรียนในสายวิชา STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) เพื่อให้พวกเขากลายเป็นกำลังสำคัญในอนาคตในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา SpaceX โดย อีลอน มัสก์ ก็เพิ่งประกาศเปิดตัวไฟลต์บินระดับวงโคจรที่เหล่านักบินจะเป็นพลเรือนปกติทั่วไปครั้งแรกในชื่อโปรเจกต์ ‘Inspiration4’ ออกมาเช่นกัน โดยตามแพลนเดิม (หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง) พวกเขาจะเริ่มส่งพลเรือนทั้ง 4 รายซึ่งได้รับการคัดเลือก และไม่ใช่นักบินอวกาศขึ้นไปปฏิบัติภารกิจที่วงโคจรต่ำของโลก

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post ‘ย้ายประเทศ’ ไม่หนำใจ ย้ายไปสำรวจอวกาศกันดีกว่า ‘Blue Origin’ เปิดประมูลตั๋วทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ใบแรก เดินทาง 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจฟฟ์ เบโซส์ นำ Blue Origin เปิดตัวต้นแบบยานอวกาศเดินทางไปดวงจันทร์ ‘Blue Moon’ เชื่ออาจเดินทางทันปี 2024 https://thestandard.co/jeff-bezos-unveils-moon-lander-concept/ Fri, 10 May 2019 07:58:47 +0000 https://thestandard.co/?p=246712

เจฟฟ์ เบโซส์ อภิมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลก วัย 55 ปี และ […]

The post เจฟฟ์ เบโซส์ นำ Blue Origin เปิดตัวต้นแบบยานอวกาศเดินทางไปดวงจันทร์ ‘Blue Moon’ เชื่ออาจเดินทางทันปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจฟฟ์ เบโซส์ อภิมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลก วัย 55 ปี และผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีอวกาศ Blue Origin เปิดตัว ‘Blue Moon’ ยานอวกาศตัวต้นแบบที่จะใช้เดินทางไปดวงจันทร์แล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยยานอวกาศลำนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์สามารถเดินทางกลับไปยังดวงจันทร์ได้อีกครั้ง

 

ยานอวกาศ Blue Moon ถูกออกแบบมาเพื่อให้นำกลับมาใช้อีกครั้งได้เพื่อลดต้นทุนการผลิตและการดำเนินการ (Reusable) โดยจะสามารถใช้บรรทุกสัมภาระได้หลากหลาย ด้วยน้ำหนักที่มากถึงกว่า 4 เมตริกตัน ประกอบด้วย เครื่องมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์, หุ่นยนต์, ดาวเทียม ฯลฯ รวมถึงมนุษย์ พร้อมเครื่องยนต์จรวดใหม่ BE-7

 

เจฟฟ์ เบโซส์ กล่าวย้ำว่า Blue Moon คือยานอวกาศที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่มหัศจรรย์มาก และจะถูกใช้เพื่อเดินทางไปยังดวงจันทร์แน่นอน และถึงแม้จะยังไม่ได้เปิดเผยชัดเจนว่าจะเริ่มต้นปล่อยยานอวกาศออกจากโลกเมื่อไร แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นช่วงไทม์ไลน์เดียวกันกับเป้าหมายที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ วางไว้ว่าสหรัฐฯ จะต้องเดินทางกลับไปยังดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2024

 

ปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งในประเทศที่ตั้งเป้าเดินทางกลับไปยังดวงจันทร์ให้ได้ เช่นเดียวกันกับหลายๆ ประเทศมหาอำนาจของโลกอย่างรัสเซียและจีน ที่มุ่งมั่นซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไม่ต่างกัน

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post เจฟฟ์ เบโซส์ นำ Blue Origin เปิดตัวต้นแบบยานอวกาศเดินทางไปดวงจันทร์ ‘Blue Moon’ เชื่ออาจเดินทางทันปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นาซาเปิดชื่อ 9 บริษัทสหรัฐฯ ที่มีสิทธิ์ร่วมเข้าโครงการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร SpaceX หลุดโผ https://thestandard.co/nasa-announces-new-partnerships-for-commercial-lunar-payload-delivery-services/ https://thestandard.co/nasa-announces-new-partnerships-for-commercial-lunar-payload-delivery-services/#respond Fri, 30 Nov 2018 09:52:34 +0000 https://thestandard.co/?p=156838

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ได้เปิดเผย […]

The post นาซาเปิดชื่อ 9 บริษัทสหรัฐฯ ที่มีสิทธิ์ร่วมเข้าโครงการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร SpaceX หลุดโผ appeared first on THE STANDARD.

]]>

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ได้เปิดเผยรายชื่อบริษัททั้งหมด 9 แห่งที่จะมีสิทธิ์เข้าแข่งขันเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจลำเลียงนำส่งสัมภาระไปยังดวงจันทร์ พร้อมด้วยโครงการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร

 

รายชื่อบริษัททั้งหมด 9 แห่งประกอบไปด้วย Astrobotic Technology, Deep Space Systems, Draper, Firefly Aerospace, Intuitive Machines, Lockheed Martin Space Systems, Masten Space Systems, Moon Express: Cape Canaveral และ Orbit Beyond แต่กลับไม่ปรากฏชื่อของสองบริษัทเอกชนที่โด่งดังในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศอย่าง SpaceX และ Blue Origin หลังเปิดให้ยื่นความจำนงในการเข้าร่วมโครงการนี้ โดยมีบริษัทให้ความสนใจรวมกว่า 30 ราย

 

บริษัททั้ง 9 แห่งนี้จะได้รับสิทธิ์แข่งขันเพื่อเข้าร่วมโครงการประมูลราคานำส่งสัมภาระ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีของนาซาเพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการสำรวจพื้นผิวบนดวงจันทร์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการสำรวจดาวอังคารในอนาคต

 

จิม ไบรเดนสไตน์ ผู้อำนวยการนาซา กล่าวว่า “การประกาศของนาซาในวันนี้เป็นหนึ่งในอีกเรื่องที่ยืนยันถึงความคืบหน้าของสหรัฐอเมริกาในการปฏิบัติภารกิจเดินทางกลับไปยังพื้นผิวของดวงจันทร์ นวัตกรรมด้านการบินและอวกาศของบริษัทในสหรัฐอเมริกา เมื่อนำมาผูกรวมเข้ากับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของเราในเชิงวิทยาศาสตร์และการสำรวจของมนุษย์จะช่วยให้เราบรรลุสิ่งมหัศจรรย์ในการเดินทางไปยังดวงจันทร์ รวมถึงเดินทางต่อไปยังดาวอังคาร”

 

สำหรับสัญญาบริการนำส่งสัมภาระเชิงพาณิชย์ที่นาซาจะเปิดให้บริษัทเอกชน 9 แห่งเข้าร่วมแข่งขันน่าจะมีมูลค่าสูงถึงกว่า 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 85,600 ล้านบาทในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยคาดการณ์เบื้องต้นว่านาซาจะเริ่มปฏิบัติภารกิจแรกในช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 2019

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post นาซาเปิดชื่อ 9 บริษัทสหรัฐฯ ที่มีสิทธิ์ร่วมเข้าโครงการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร SpaceX หลุดโผ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/nasa-announces-new-partnerships-for-commercial-lunar-payload-delivery-services/feed/ 0
46 ปีที่ว่างเว้น ใครจะไปถึงดวงจันทร์ได้ก่อนกัน https://thestandard.co/who-will-get-to-the-moon-first-in-this-46-years/ https://thestandard.co/who-will-get-to-the-moon-first-in-this-46-years/#respond Tue, 25 Sep 2018 10:11:31 +0000 https://thestandard.co/?p=124051

สัปดาห์ที่แล้ว (17 ก.ย.) SpaceX นำโดย อีลอน มัสก์ ได้เป […]

The post 46 ปีที่ว่างเว้น ใครจะไปถึงดวงจันทร์ได้ก่อนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สัปดาห์ที่แล้ว (17 ก.ย.) SpaceX นำโดย อีลอน มัสก์ ได้เปิดตัว ยูซากุ มาเอซาวา (Yusaku Maezawa) นักท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์คนแรกของโครงการที่จะได้เดินทางไปเยี่ยมชมดวงจันทร์ในปี 2023 ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการพามนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

.

เพื่อให้เห็นภาพรวมของภารกิจท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน THE STANDARD ได้สรุปข้อมูลที่น่าสนใจของการทำทัวร์เดินทางไปดวงจันทร์มาให้เปรียบเทียบกันแบบชัดๆ

 

 

ภาพประกอบ: Karin Foxx

The post 46 ปีที่ว่างเว้น ใครจะไปถึงดวงจันทร์ได้ก่อนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/who-will-get-to-the-moon-first-in-this-46-years/feed/ 0
มิว สเปซ บริษัทดาวเทียมไทย เปิดตัวชุดนักบินอวกาศ เตรียมพาคนเที่ยวดวงจันทร์ปี 2564 https://thestandard.co/mu-space-oo-mission/ https://thestandard.co/mu-space-oo-mission/#respond Fri, 21 Sep 2018 04:50:59 +0000 https://thestandard.co/?p=122731

อุตสาหกรรมธุรกิจด้านอวกาศยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง นับต […]

The post มิว สเปซ บริษัทดาวเทียมไทย เปิดตัวชุดนักบินอวกาศ เตรียมพาคนเที่ยวดวงจันทร์ปี 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>

อุตสาหกรรมธุรกิจด้านอวกาศยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาที่อีลอน มัสก์ ผู้บริหารบริษัท SpaceX ได้เปิดตัวนักบินอวกาศเชิงพาณิชย์คนแรกไป ล่าสุดก็เป็นคิวของมิว สเปซ ผู้ประกอบการด้านดาวเทียมสื่อสารสัญชาติไทยที่เปิดตัวชุดนักบินอวกาศตัวต้นแบบในงาน Digital Thailand Big Bang 2018

 

ชุดนักบินอวกาศเวอร์ชันต้นแบบ 3 มิติของมิว สเปซ ที่ว่านี้ถูกออกแบบเพื่อใช้ในโครงการท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ในอนาคต (ประชาชนทั่วไปก็เดินทางไปอวกาศได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบินอวกาศ) กับโปรเจกต์ OO Mission ที่จะให้บริการกับลูกค้าทั่วไปที่สนใจท่องเที่ยวอวกาศภายในปี 2564 ที่จะถึงนี้หรืออีก 3 ปีข้างหน้า

 

ความตั้งใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างมิว สเปซ และบริษัท Blue Origin ผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งก่อตั้งโดยเจฟฟ์ เบโซส์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Amazon ที่จะนำจรวด New Glenn พาเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ไปท่องอวกาศเยี่ยมชมดวงจันทร์ในอนาคตข้างหน้าให้ได้

 

วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งมิว สเปซฯ กล่าวว่า “ชุดนักบินอวกาศในโครงการ OO Mission ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ชุดนักบินอวกาศที่ใช้จริงในอนาคตอาจจะแตกต่างกับแนวคิดที่นำเสนอในวันนี้ได้ แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องมีความปลอดภัยแก่ผู้สวมใส่ ต้องป้องกันความเย็นได้ระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง รวมถึงป้องกันเศษอุกกาบาต และรังสีในอวกาศได้”

 

สำหรับคุณสมบัติเด่นของชุดนักบินอวกาศ OO Mission คือ เบา ทนทาน เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ได้อย่างอิสระ มีระบบควบคุมการทำงานของชุดแบบสัมผัสที่ข้อมือ พร้อมด้วยหมวกที่มีหน้าจอแสดงสถานะของชุดนักบินอวกาศ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละคร Iron Man

 

ภาพ: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post มิว สเปซ บริษัทดาวเทียมไทย เปิดตัวชุดนักบินอวกาศ เตรียมพาคนเที่ยวดวงจันทร์ปี 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mu-space-oo-mission/feed/ 0
ก้าวแรกสู่อวกาศ เมื่ออุปกรณ์และงานวิจัยของไทยถูกลำเลียงพร้อมจรวด New Shepard ของ Blue Origin https://thestandard.co/mu-space-blue-origin/ https://thestandard.co/mu-space-blue-origin/#respond Mon, 23 Jul 2018 12:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=109434

กลางสัปดาห์ที่แล้ว เราได้เห็นข่าวบริษัทจากไทยส่งสัมภาระ […]

The post ก้าวแรกสู่อวกาศ เมื่ออุปกรณ์และงานวิจัยของไทยถูกลำเลียงพร้อมจรวด New Shepard ของ Blue Origin appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลางสัปดาห์ที่แล้ว เราได้เห็นข่าวบริษัทจากไทยส่งสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นไปกับจรวด New Shepard ของบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ Blue Origin ซึ่งก่อตั้งโดย เจฟฟ์ เบโซส์ (ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งอีคอมเมิร์ซ Amazon)

 

mu Space คือผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียมจากไทยที่ได้ร่วมส่งอุปกรณ์บรรจุสิ่งของต่างๆ หรือ Payload ขึ้นไปกับจรวดของ Blue Origin ลำดังกล่าวที่ปฏิบัติภารกิจขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันพุธที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา

 

อุปกรณ์ที่ว่ามีน้ำหนักสัมภาระรวมราว 6 กิโลกรัม ประกอบไปด้วยสิ่งของทดลองทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานด้านอวกาศของประเทศไทย ได้แก่

 

 

  1. อุปกรณ์ห้ามเลือด จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ที่ได้ส่งอุปกรณ์ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับใช้ป้องกันกรณีเลือดออกรุนแรง โดยทางสถาบันต้องการทดสอบคุณภาพหลังจากที่อุปกรณ์นี้เจอกับสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Microgravity) ในอวกาศแล้ว

 

 

  1. Carbon Nanotube จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องการศึกษาว่าอวกาศจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างต่อสภาพโครงสร้างและคุณลักษณะทางไฟฟ้าของ Carbon Nanotube ซึ่งเป็นวัตถุที่ถือว่ามีความแข็งแรงกว่าเหล็กถึง 100 เท่า 
  2. อาหารที่อยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ วัตถุประสงค์ของการทดลองคือเพื่อให้รู้ว่าสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำจะส่งผลกระทบต่อกลิ่น รสชาติ และเนื้อของอาหารอย่างไรบ้าง โดยทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านอวกาศของประเทศไทยจะใช้การทดลองนี้เพื่อพัฒนาเทคนิคการจัดทำอาหารสำหรับไว้ใช้บริโภคในอวกาศ

 

 

  1. ผ้าสำหรับทดลองพัฒนาและผลิตเป็นชุดอวกาศ mu Space ได้ส่งวัสดุผ้าสำหรับทดลองพัฒนาและผลิตเป็นชุดอวกาศ เครื่องแต่งกายต่างๆ รวมถึงส่งเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นสัญลักษณ์ระหว่างคนไทยและมหกรรมฟุตบอลโลก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จของภารกิจช่วยเหลือทีมฟุตบอลและโค้ช 13 ชีวิตจากถ้ำหลวง

 

 

  1. สิ่งของอื่นๆ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)  

 

จะเห็นได้ว่าสิ่งของต่างๆ ที่ถูกส่งขึ้นไปกับ New Shepard ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์และงานวิจัยเพื่อหาค้นหาคำตอบของเป้าหมายในภารกิจครั้งนี้ เราได้พูดคุยกับ เจมส์-วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อไขข้อสงสัยของเป้าหมาย ที่มาที่ไป และแผนการในอนาคตทั้งหมด

 

สาเหตุที่ Blue Origin เลือกทำงานร่วมกันกับ mu Space ก็เพราะบริษัทจากไทยรายนี้ถือเป็นบริษัทดาวเทียมเจ้าแรกในเอเชียที่เซ็นสัญญาร่วมเป็นพันธมิตรกับพวกเขา และถือเป็นพันธมิตรรายที่ 3 ของโลก (อ่านบทความต่อได้ที่ thestandard.co/muspace/)

 

วรายุทธบอกว่าการทดสอบลำเลียงสัมภาระขึ้นไปบนอวกาศและนำกลับลงมาสู่พื้นโลกในครั้งนี้นับเป็นการทดสอบครั้งแรกดำเนินไปเพื่อสองภารกิจหลัก ประการแรกคือ mu Space ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับชุดอวกาศและเซนเซอร์สำหรับใช้ในอวกาศในอนาคต

 

“นี่เป็นขั้นแรกก่อนที่เราจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องแต่งกายอัจฉริยะ (Smart Apparel) ออกมาสำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน มีเซนเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้ที่สวมใส่หรือไลฟ์สไตล์ มีทั้งหมด 7 เวอร์ชันด้วยกัน ซึ่งชุดอวกาศจะถูกปล่อยออกมาในเจเนอเรชันที่ 4 ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการปล่อยชุดอวกาศออกมาเลยมันอาจจะเป็นการก้าวกระโดดเกินไป ในขณะเดียวกันฝั่งธุรกิจก็จะต้องสอดรับกับสิ่งที่เราทำด้วย”

 

ส่วนภารกิจที่สองคือการดำเนินตามโรดแมปภารกิจที่ 10 ของ mu Space ในการเดินทางและส่งสัมภาระไปยังดวงจันทร์ โดยเปิดให้มหาวิทยาลัยหรือทีมบุคคลทั่วไปได้ร่วมกันประกวดส่งสัมภาระขนาด 40,000 กิโลกรัม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคการศึกษาทั้งในไทยและต่างประเทศ

 

ภารกิจการส่งสัมภาระขนาด 6 กิโลกรัมของ mu Space ในครั้งนี้กับ Blue Origin ถือเป็นครั้งแรก โดยอุปกรณ์ทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นไปยังอวกาศก่อนนำกลับลงมายังภาคพื้นดินอย่างปลอดภัยผ่านแคปซูลของตัว New Shepard เพื่อศึกษาว่าในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสิ่งต่างๆ อย่างไร และวรายุทธก็เชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเปิดประตูไปสู่การที่ Blue Origin อาจจะมองหาทำเลของประเทศในแถบเอเชียเป็นหนึ่งในฐานปล่อยจรวดในอนาคตมากขึ้น

 

“ในอนาคตอาจจะมี Launch Pad ในเอเชียค่อยๆ ถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ เราอาจจะได้เห็นการปล่อยจรวดจากประเทศในฝั่งเอเชียมากขึ้น แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาอยู่เหมือนกัน แน่นอนว่าประเทศไทยก็จะได้รับประโยชน์จากการที่ mu Space ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านนี้มาก

 

“เราจะเริ่มทรานสฟอร์มตัวเองออกมาเป็น site based ของเอเชียและสหรัฐอเมริกาทั้งในแง่ของการทำโปรแกรมท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ หรือวิสัยทัศน์ของเรากับการปฏิบัติภารกิจบนดวงจันทร์”

 

 

The post ก้าวแรกสู่อวกาศ เมื่ออุปกรณ์และงานวิจัยของไทยถูกลำเลียงพร้อมจรวด New Shepard ของ Blue Origin appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mu-space-blue-origin/feed/ 0