Bitcoin Halving Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/bitcoin-halving/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 30 Dec 2024 02:49:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 บทสรุปสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2024: จาก Bitcoin ETF สู่ปรากฏการณ์ Halving และการดันให้ Bitcoin เป็นทุนสำรองระดับประเทศ https://thestandard.co/digital-assets-2024-summary/ Mon, 30 Dec 2024 02:48:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1025592 สินทรัพย์ดิจิทัล

ปี 2024 วงการสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแ […]

The post บทสรุปสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2024: จาก Bitcoin ETF สู่ปรากฏการณ์ Halving และการดันให้ Bitcoin เป็นทุนสำรองระดับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทรัพย์ดิจิทัล

ปี 2024 วงการสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติ Spot Bitcoin ETF, การลดลงของอุปทาน Bitcoin ที่เกิดใหม่เหลือครึ่งหนึ่งอย่างเหตุการณ์ Bitcoin Halving ที่นำมาซึ่งการสร้างจุดสูงสุดของราคาครั้งใหม่ในประวัติศาสตร์, การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ในการจัด Devcon7 สุดยิ่งใหญ่, การขึ้นสู่ตำแหน่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมนโยบายพลิกวงการคริปโตเคอร์เรนซี และเมื่อช่วงปลายปีกับมุมมองเกี่ยวกับการนำ Bitcoin มาเป็นทุนสำรองของชาติ ต้องยอมรับว่าเป็นปีทองของ Bitcoin เลยก็ว่าได้ บทความนี้จะพาทุกคนมาทบทวนแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

 

1. การอนุมัติ Bitcoin ETF: The First International Digital Commodity

 

มติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (ก.ล.ต.) เมื่อคืนวันที่ 11 มกราคม 2024 ได้สร้าง Legitimacy หรือการคืนความชอบธรรมทางกฎหมายให้กับอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์อย่างเหมาะสม เหตุการณ์นี้จึงถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน Mainstream Asset Class อย่างชัดเจน

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนในแวดวงคริปโตทั่วโลกต่างรอคอยและจับตามอง รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลสำคัญต่อทิศทางของวงการ เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนผ่านเหรียญได้สะดวกและง่ายขึ้น แต่ยังเป็นเหมือนการยืนยันสถานะของ Bitcoin ที่ถูกสบประมาทกว่า 10 ปี ว่าเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ให้กลายเป็น The First International Digital Commodity เป็นที่ยอมรับและให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงผ่านตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

 

ตัวเลขจาก Farside Investors ณ วันที่ 27 ธันวาคม 2024 ระบุว่า มีสถาบันที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุด ได้แก่ กองทุน iShares Bitcoin Trust จาก BlackRock จำนวน 37,173 BTC คิดเป็นมูลค่า 121,002.63 ล้านบาท รองลงมาเป็น ETF Fidelity Wise Origin Bitcoin จำนวน 11,793 BTC คิดเป็นมูลค่า 38,387.65 ล้านบาท และ ETF Bitwise Bitcoin จำนวน 2,235 BTC คิดเป็นมูลค่า 7,278 ล้านบาท ตามลำดับ

 

2. Bitcoin Halving: ยิ่งขาดแคลนยิ่งเป็นที่ต้องการ

 

Bitcoin Halving เป็นกระบวนการทำให้การแก้สมการทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ขุด Bitcoin ยากขึ้นกว่าเดิม และเป็นกลไกที่ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นด้วยเช่นกัน โดยรางวัลจากการขุด Bitcoin จะลดลงทุกๆ 4 ปี โดยจะลดลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 210,000 บล็อก แต่ละบล็อกจะถูกสร้างขึ้นทุก 10 นาที

 

ก่อนหน้านี้เกิดปรากฏการณ์ Bitcoin Halving มาแล้ว 3 ครั้ง และในเดือนเมษายน 2024 เป็นเหตุการณ์ Halving ครั้งที่ 4 ซึ่งจะลดรางวัลบล็อกจาก 6.25 BTC เหลือ 3.125 BTC เหมือนเป็นการลดจำนวนซัพพลายการปล่อย BTC ใหม่เข้าสู่ตลาดนั่นเอง

 

ปรากฏการณ์ Halving ล่าสุดนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นตัวกระตุ้นสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่ตลาดขาขึ้น และอย่างที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่า Bitcoin จะสามารถสร้างราคาสูงสุดครั้งใหม่ได้ก่อน Halving จะมาถึง เพราะตามสถิติในแต่ละรอบที่ผ่านมายังไม่เคยมีรอบไหนที่ทำ New High แบบรอบนี้

 

สำหรับประเทศไทย Halving ที่ผ่านมาถือเป็นโอกาสสำคัญในการให้ความรู้และเตรียมความพร้อมแก่ชุมชนคริปโตในประเทศ เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการลดจำนวนซัพพลายของ Bitcoin และพร้อมรับมือกับการเข้ามาสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทั้งเรื่องเป็นไปตามคาดและเกินคาดได้เช่นกัน

 

3. Devcon7 SEA: นักพัฒนาหลายหมื่นคนมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย

 

หนึ่งในความภาคภูมิใจของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนไทยในปี 2024 คือการที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดงาน Devcon7 แสดงให้เห็นถึงความมีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางด้านบล็อกเชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประชุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวของนักพัฒนา Ethereum จากทั่วโลก ดึงดูดผู้พัฒนา ทั้งผู้ประกอบการและผู้นำความคิดหลายหมื่นคนมายังกรุงเทพฯ เพื่อพูดคุยโดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา DApps DeFi และความยั่งยืน

 

งานนี้ยังช่วยยืนยันสถานะของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับคริปโต และส่งเสริมความร่วมมือที่อาจนำไปสู่นวัตกรรมสำคัญในอนาคตด้วย

 

4. นโยบายคริปโตของทรัมป์: ผลกระทบต่อตลาดโลก

 

การกลับมาของทรัมป์ในฐานะผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ทำให้เกิดความสนใจใหม่ต่อนโยบายคริปโตของสหรัฐฯ แม้ว่าเขาจะมีท่าทีที่ไม่ชัดเจนต่อคริปโตในช่วงแรก แต่นโยบายของรัฐบาลในปี 2024 ชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่เน้นการเปิดกว้าง เปลี่ยนแปลง ควบคุม และสนับสนุนนวัตกรรมคริปโตและบล็อกเชน เพื่อให้สหรัฐฯ ก้าวเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว

 

สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทาย การมีความชัดเจนด้านกฎระเบียบอาจส่งเสริมความร่วมมือข้ามพรมแดน แต่การควบคุมที่เข้มงวดขึ้นในสหรัฐฯ อาจทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศไทย รัฐบาลไทยจำเป็นต้องหาจุดสมดุล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

 

5. Bitcoin เป็นทุนสำรองของชาติ: ข้อเสนอที่กล้าหาญ

 

จากปี 2021 ที่รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ยอมรับและเปิดกว้างให้ Bitcoin เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ประเทศต่างๆ ก็ได้มองเห็นประโยชน์ อีกทั้งยังเรียนรู้จากช่องโหว่ที่ต้องปรับ เพื่อมาพัฒนาหาแนวทางที่เหมาะสม จนมาถึงปัจจุบันหลายประเทศก็เริ่มสำรอง Bitcoin ไว้แล้ว

 

ข้อมูลจาก BitcoinTreasuries ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2024 ระบุว่า สหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก จำนวน 198,109 BTC รองลงมาคือจีน ซึ่งถือครอง 190,000 BTC ส่วนสหราชอาณาจักรอยู่ในอันดับ 3 ด้วยการถือครอง 61,245 BTC ขณะที่ยูเครนเป็นผู้นำในภูมิภาคยุโรปตะวันออก ด้วยการถือครอง 46,351 BTC ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลในระดับประเทศ และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือประเทศเล็กๆ อย่างภูฏานก็มีการขุดและถือครอง 11,688 BTC ด้วยเช่นกัน

 

แนวคิดการใช้ Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองของชาติกำลังได้รับความสนใจในระดับโลก อย่างน้อยประเทศไทยควรเริ่มพิจารณาเพิ่ม Bitcoin เข้าไปในคลังสำรองของประเทศในสัดส่วนเพียง 1-2% ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคลังสำรองทั้งหมดเป็น Bitcoin เพราะหากเริ่มดำเนินการในตอนนี้ ต้นทุนจะยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับอนาคตที่ราคาอาจสูงขึ้นแล้วเราไปเริ่มในตอนนั้น เริ่มในวันที่เราอาจต้องเสียเงินอย่างมหาศาล

 

การพิจารณา Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองของประเทศไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเงิน แต่ยังแสดงถึงการเปิดรับนวัตกรรมใหม่ในระดับนโยบาย ซึ่งสามารถเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลกด้านเทคโนโลยีการเงินได้ในอนาคตด้วย

 

คำเตือน:

  • คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • เนื้อหาดังกล่าวจัดทำโดย บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ...

 

อ้างอิง:

The post บทสรุปสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2024: จาก Bitcoin ETF สู่ปรากฏการณ์ Halving และการดันให้ Bitcoin เป็นทุนสำรองระดับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนวิเคราะห์ทิศทาง BTC หลัง Bitcoin Halving ผ่านไป อะไรคือปัจจัยบวกและลบที่รออยู่ https://thestandard.co/analysis-of-btc-direction-after-bitcoin-halving/ Wed, 17 Jul 2024 07:35:48 +0000 https://thestandard.co/?p=959081

Mt. Gox เว็บเทรดคริปโตเคอร์เรนซีในโตเกียวที่ล้มละลายเมื […]

The post ชวนวิเคราะห์ทิศทาง BTC หลัง Bitcoin Halving ผ่านไป อะไรคือปัจจัยบวกและลบที่รออยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Mt. Gox เว็บเทรดคริปโตเคอร์เรนซีในโตเกียวที่ล้มละลายเมื่อ 10 ปีที่แล้วจากการโดนแฮ็ก Bitcoin (BTC) กำลังเตรียมชำระหนี้ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์แก่เจ้าหนี้ เมื่อพิจารณาจาก BTC จำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายคืนนั้น สิ่งนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดคริปโตเป็นอย่างมาก หลังจากที่เว็บเทรดคริปโต Kraken ประกาศว่า การจ่ายคืน BTC กำลังจะเริ่มขึ้น

 

Halving จบแล้วหรือยัง หรือแค่รอเวลาไปต่อ

 

หลัง Bitcoin Halving เมื่อเดือนเมษายน ราคา BTC แกว่งตัวอยู่ในกรอบประมาณ 55,000-70,000 ดอลลาร์ โดยล่าสุดราคาปรับตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ที่ 55,000 ดอลลาร์ ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 65,000 ดอลลาร์

 

Bull Run หลัง Halving รอบล่าสุด จบแล้วหรือยัง?

 

แรงกดดันในการขายคริปโตยังคงมีสูง หลังจากเหตุการณ์ Bitcoin Halving ในเดือนเมษายน ซึ่งทำให้รางวัลที่นักขุดได้รับจากการขุดเหรียญใหม่ลดลงครึ่งหนึ่ง แม้ว่าแรงกดดันนี้จะเริ่มลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงสูง ส่งผลให้ราคาในระยะสั้นอาจผันผวนหรือมีโอกาสปรับตัวลงได้

 

ราคา Bitcoin มักจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังจากเหตุการณ์ Bitcoin Halving และเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยเป็นเวลา 7 เดือน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ Bitcoin Halving ครั้งที่ 4 ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2024 ดูเหมือนจะแตกต่างออกไป การฟื้นตัวครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับตลาดที่ตกต่ำ เนื่องจากมีนักลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว ที่ขาย Bitcoin ที่ถือครองและรับเงินจากกำไรที่เพิ่มขึ้นหลังจาก Halving

 

ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์คาดว่าการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin จะแตกต่างออกไปเล็กน้อย นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank และ JPMorgan กล่าวว่า การพุ่งขึ้นของราคาส่วนใหญ่จากความคาดหวังเกิดขึ้นแล้วก่อน Halving ครั้งล่าสุด และราคา BTC แตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ก่อนที่จะถึงเหตุการณ์ Bitcoin Halving ด้วยซ้ำ โดยมีการอนุมัติกองทุน Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐอเมริกาเป็นตัวผลักดันมูลค่า BTC ให้สูงขึ้นไปอีก

 

จากการสำรวจของ CoinGecko เผยว่า นักลงทุนและนักเก็งกำไรในตลาดน้อยกว่า 49.3% มั่นใจในคริปโตหลังจากเหตุการณ์ Bitcoin Halving ในเดือนเมษายน 2024 ท่ามกลางการพักฐานและปรับฐานของราคา

 

นักวิเคราะห์คริปโตมองว่าความต้องการเพิ่มเติมสำหรับกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตอาจผลักดันให้ราคาสูงขึ้นได้ Matt Hougan ซีไอโอของ Bitwise คาดประมาณการเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน Ether ETF จำนวน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายใน 18 เดือนแรก ในขณะเดียวกัน Seyffart คาดว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF จะดึงดูดเงินไหลเข้ามาราว 20-25% ของที่เคยทำไว้ในช่วงเดือนแรกของการเปิดตัว

 

การชำระคืน Bitcoin ของ Mt. Gox อาจสร้างแรงกดดันในตลาดคริปโต

 

Mt. Gox ประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ว่าจะเริ่มชำระหนี้เป็น BTC และ Bitcoin Cash (BCH) ให้กับเจ้าหนี้ โดยระบุว่า การชำระหนี้จะดำเนินการให้กับเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการผ่านเว็บเทรดที่กำหนด ตลาดคาดว่าแผนการชำระคืนทันทีอาจบรรลุก่อนเดือนสิงหาคม ทางด้าน Nobuaki Kobayashi ผู้ดูแลผลประโยชน์ของ Mt. Gox ประกาศว่า ได้โอนคืน BTC และ BCH ให้กับเจ้าหนี้บางรายผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่กำหนดไว้ และปัจจุบันโอนคืน BTC และ BCH ให้กับเจ้าหนี้มากกว่า 13,000 รายแล้ว

 

นอกจากนี้ เมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามข้อมูลของ Arkham Intelligence เผยว่า Mt. Gox เคลื่อนย้าย Bitcoin เกือบ 140,000 BTC มูลค่าเกือบ 9 พันล้านดอลลาร์ ไปยังกระเป๋าเงินเย็น (Cold Wallet) และที่อยู่อีก 2 แห่งที่ไม่รู้จัก ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายเหรียญเป็นครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์

 

การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในระยะสั้นอาจขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่เจ้าหนี้ของ Mt. Gox จะได้รับและจำนวนเจ้าหนี้ที่จะขาย BTC ทิ้ง ตลาดเกิดความกังวลว่าเจ้าหนี้อาจเทขาย BTC ที่พวกเขาได้รับกำไรมหาศาล จนราคาร่วงลงอีกครั้ง

 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอนาคตของอุตสาหกรรมคริปโต

 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้อาจส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมคริปโตเช่นกัน ตลาดคาดการณ์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง และการที่เขารอดจากเหตุการณ์พยายามลอบสังหารที่รัฐเพนซิลเวเนียอาจเพิ่มโอกาสในการชิงตำแหน่งที่ทำเนียบขาวในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ช่วงปลายปีนี้

 

นักวิเคราะห์มองว่าตลาดคริปโตอาจปรับตัวสูงขึ้นและเป็นแนวโน้มขาขึ้นครั้งใหม่ของสกุลเงินดิจิทัลหากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ เนื่องจากเขาออกมาสนับสนุนสกุลเงินดิจิทัลมากกว่าที่เคยเป็นมา

 

Shiven Moodley ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และนักยุทธศาสตร์ระดับมหภาคของ 80eight Group กล่าวว่า ทรัมป์ค่อนข้างสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตของสหรัฐฯ ในระยะยาว โดยอุดมการณ์ในเรื่องตลาดเสรี คำมั่นสัญญาในการลดภาษีนิติบุคคล และกฎระเบียบที่เป็นมิตรต่อคริปโต จะส่งผลดีต่อตลาดในอนาคต สิ่งนี้ทำให้ทรัมป์เป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักลงทุนคริปโตมากกว่าฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่สนับสนุนกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post ชวนวิเคราะห์ทิศทาง BTC หลัง Bitcoin Halving ผ่านไป อะไรคือปัจจัยบวกและลบที่รออยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
JPMorgan ประเมินต้นทุนการขุด Bitcoin ลดลงจาก 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 45,000 ดอลลาร์ https://thestandard.co/bitcoin-mining-cost-estimate-drops-to-45k-as-inefficient-miners-exit-jpmorgan/ Mon, 20 May 2024 05:12:04 +0000 https://thestandard.co/?p=935686

จากรายงานในช่วงสัปดาห์ก่อน (16 พฤษภาคม) ของ JPMorgan สถ […]

The post JPMorgan ประเมินต้นทุนการขุด Bitcoin ลดลงจาก 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 45,000 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากรายงานในช่วงสัปดาห์ก่อน (16 พฤษภาคม) ของ JPMorgan สถาบันการเงินชั้นนำของโลก เผยว่า ด้วยค่า Hashrate (ความยากในการขุด Bitcoin) และพลังงานที่ใช้ในปัจจุบัน จะทำให้ต้นทุนการขุด Bitcoin อยู่ที่ราว 45,000 ดอลลาร์ต่อ BTC ลดลงจาก 50,000 ดอลลาร์ต่อ BTC ในช่วงก่อนหน้านี้

 

สาเหตุสำคัญเป็นเพราะหลังเหตุการณ์ Halving ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ผลตอบแทนของ Bitcoin ต่อบล็อกลดลงไป 50% กดดันเหล่านักขุดที่ไม่สามารถทำกำไรต้องเลิกจากธุรกิจขุด Bitcoin ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องให้ค่า Hashrate ลดต่ำลง

 

แต่สถานการณ์ Hashrate ที่ลดลงในตอนนี้มีความล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากการเกิดขึ้นของ Runes Protocol บนเครือข่าย ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมธุรกรรมดีดขึ้นชั่วคราว

 

Nikolaos Panigirtzoglou นักกลยุทธ์จาก JPMorgan ชี้ว่า การดีดขึ้นของค่าธรรมเนียมธุรกรรมทำให้รายได้ของนักขุดเพิ่มขึ้นชั่วคราว เพื่อมาทดแทนผลตอบแทนจากการขุดที่ลดลง ทำให้รายได้ของเหล่านักขุดยังดูเหมือนไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป

 

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจาก Runes Protocol เป็นเหตุการณ์ระยะสั้น หลังจากที่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมากิจกรรมของนักลงทุนและค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาที่ท้าทายสำหรับนักขุด เพื่อที่จะสามารถรักษาระดับรายได้ให้คงเดิมในสภาวะแวดล้อมหลังการ Halving

 

รายงานของ JPMorgan ยังชี้ว่า ตัวเลขการใช้พลังงานในการขุด Bitcoin ลดลงเร็วแซงหน้าอัตราการลดลงของ Hashrate หลังกระแสของ Runes Protocol หดหายไป สะท้อนให้เห็นว่านักขุดที่ไม่สามารถรักษารายได้ไว้ได้กำลังออกจากตลาดนี้ไปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ไม่เพียงเท่านั้น ยิ่งราคา Bitcoin ปรับลดลงก็ยิ่งส่งผลต่อรายได้ของนักขุดที่ลดลง จนท้ายที่สุดนักขุดที่ไม่สามารถทำกำไรได้ก็ต้องออกจากตลาดไปเช่นกัน

 

เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะยิ่งกลายเป็นวงจรให้ Hashrate และพลังงานในการขุด Bitcoin ลดลง แล้วส่งผลต่อต้นทุนของ Bitcoin ต่อเหรียญลดลงตามมา

 

นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในระยะสั้นถึงกลางต่อจากนี้ โอกาสในการปรับขึ้นของ Bitcoin ดูจะมีจำกัด เนื่องจากปัจจัยกดดันตลาดที่ค่อนข้างสูง การขาดปัจจัยกระตุ้นเชิงบวก และการขับเคลื่อนตลาดจากนักลงทุนรายย่อย

 

อ้างอิง:

The post JPMorgan ประเมินต้นทุนการขุด Bitcoin ลดลงจาก 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 45,000 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุปทาน Bitcoin อาจลดลงต่ำกว่าอุปสงค์ถึง 5 เท่า หลังการ Halving รอบล่าสุด https://thestandard.co/bitcoin-supply-and-demand-after-halving/ Wed, 24 Apr 2024 07:33:19 +0000 https://thestandard.co/?p=926151

นักวิเคราะห์จาก Bitfinex ประเมินว่า หลังการ Halving ของ […]

The post อุปทาน Bitcoin อาจลดลงต่ำกว่าอุปสงค์ถึง 5 เท่า หลังการ Halving รอบล่าสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักวิเคราะห์จาก Bitfinex ประเมินว่า หลังการ Halving ของ Bitcoin ในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 เมษายน) ความต้องการหรืออุปสงค์ของ Bitcoin มีโอกาสพุ่งแซงหน้าอุปทานของ Bitcoin กว่า 5 เท่าตัว

 

เนื่องจากการ Halving จะทำให้ผลตอบแทน Bitcoin ต่อบล็อกลดลงจาก 6.25 BTC เหลือเพียง 3.125 BTC ซึ่งจากข้อมูลของ Glassnode พบว่าอุปทานของ Bitcoin ที่เพิ่มเข้ามาในระบบต่อวันเหลือเพียง 450 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท จากที่ประมาณ 900 BTC ต่อวัน โดยอุปทานดังกล่าวยังน้อยกว่าความต้องการซื้อที่เกิดขึ้นกับ Bitcoin Spot ETF ต่อวันถึง 5 เท่าตัว

 

นักวิเคราะห์จาก Bitfinex กล่าวว่า หลังจากการ Halving จบลงไป ทำให้ปริมาณ Bitcoin ที่ถูกผลิตขึ้นมาต่อวันเหลือเพียง 40-50 ล้านดอลลาร์ต่อวัน (ประมาณ 1,400-1,750 ล้านบาทต่อวัน) และอาจลดต่ำลงไปถึง 30 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท)

 

นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ปริมาณเงินที่ไหลเข้า Bitcoin Spot ETF ต่อวันตกอยู่ที่ราว 150 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5,200 ล้านบาท แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเป็นตัวเลขที่ปรับตัวลดลงจากช่วงก่อนหน้าก็ตาม

 

แต่ทั้งนี้ในช่วงหลังการ Halving อาจพบว่าเหล่านักขุด (Miners) จะมีการเทขาย Bitcoin ออกมาบางส่วนเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์และเตรียมการสำหรับการขุดในช่วงถัดจากนี้ ซึ่งจากข้อมูลของ Glassnode ชี้ว่า 6 เดือนก่อนการ Halving ปริมาณ Bitcoin ในวอลเล็ตของนักขุดจะลดลงราว 18,000 BTC ถึง 1.82 ล้าน BTC

 

จากข้อมูลของ Bitfinex ยังชี้ว่า นักลงทุนเริ่มกลับมาโอนย้ายสินทรัพย์จากแพลตฟอร์มออกไปยัง Cold Wallet เพื่อมาดูแลสินทรัพย์ของตนเองมากขึ้น (Self Custody) จากการเก็งกำไรว่าราคา Bitcoin มีโอกาสปรับตัวขึ้น ทำให้ตลาดฝั่งอุปทานอ่อนตัวลงไปอีกระดับ

 

ในวันนี้ (24 เมษายน) ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวบริเวณ 66,985 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวขึ้นราว 0.98% ในรอบ 24 ชั่วโมง และเป็นการปรับตัวขึ้นราว 6% นับตั้งแต่การ Halving ในขณะที่ CoinDesk 20 Index ก็มีการปรับตัวราว 7% ในทิศทางเดียวกัน

 

อ้างอิง:

The post อุปทาน Bitcoin อาจลดลงต่ำกว่าอุปสงค์ถึง 5 เท่า หลังการ Halving รอบล่าสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาทิศทาง Bitcoin หลัง Halving ครั้งที่ 4 สถิติชี้ ผลตอบแทนลดต่ำลงต่อเนื่องตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา https://thestandard.co/bitcoin-halving-round-4/ Sat, 20 Apr 2024 03:07:14 +0000 https://thestandard.co/?p=924854 Bitcoin Halving

Bitcoin Halving หรือปรากฏการณ์ที่ผลตอบแทนจากการขุด Bitc […]

The post จับตาทิศทาง Bitcoin หลัง Halving ครั้งที่ 4 สถิติชี้ ผลตอบแทนลดต่ำลงต่อเนื่องตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

Bitcoin Halving หรือปรากฏการณ์ที่ผลตอบแทนจากการขุด Bitcoin จะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ในวันนี้ (20 เมษายน) ได้เสร็จสมบูรณ์ ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการขุด Bitcoin ลดลงจาก 6.25 เหรียญ BTC มาเหลือ 3.125 เหรียญ BTC 

 

ขณะที่ราคา Bitcoin ค่อนข้างผันผวนในช่วงก่อนหน้านี้ และปรับตัวลดลง 4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยซื้อ-ขายอยู่ที่ราว 64,000 ดอลลาร์ 

 

ทั้งนี้ หากย้อนดูสถิติของราคา Bitcoin ตลอดการ Halving 3 ครั้งที่ผ่านมา จะเห็นว่าผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา Bitcoin นับจากวันที่ Halving ไปจนถึงระดับราคาสูงสุดในแต่ละรอบล้วนเป็นบวกทั้งสิ้น แต่เป็นผลตอบแทนที่ลดลงมาต่อเนื่องตลอด 3 วัฏจักรที่ผ่านมา 

 

  • Halving รอบที่ 1 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2012 ราคา Bitcoin ณ วัน Halving 12.5 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ 1,163 ดอลลาร์ หรือ 93 เท่าตัว

 

  • Halving รอบที่ 2 วันที่ 9 กรกฎาคม 2016 ราคา Bitcoin ณ วัน Halving 638.51 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ 19,333 ดอลลาร์ หรือ 30 เท่าตัว

 

  • Halving รอบที่ 3 วันที่ 11 พฤษภาคม 2020 ราคา Bitcoin ณ วัน Halving 8,475 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ 68,982.2 ดอลลาร์ หรือ 8 เท่าตัว

 

ผลกระทบจากการ Halving นอกจากจะทำให้อุปทานในตลาดลดลงแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อผู้ขุด Bitcoin ทั้งนี้ จำนวน Bitcoin ที่ถูกขุดออกมาแล้วในปัจจุบันอยู่ที่ราว 19.6 ล้าน BTC จากทั้งหมดที่จะไม่เกิน 21 ล้าน BTC 

 

อ้างอิง:

The post จับตาทิศทาง Bitcoin หลัง Halving ครั้งที่ 4 สถิติชี้ ผลตอบแทนลดต่ำลงต่อเนื่องตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับ Bitcoin Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 14 ชั่วโมงถัดจากนี้ https://thestandard.co/bitcoin-halving-2/ Fri, 19 Apr 2024 08:01:11 +0000 https://thestandard.co/?p=924561 Bitcoin Halving

Bitcoin Halving ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในตลาดคริปโ […]

The post สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับ Bitcoin Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 14 ชั่วโมงถัดจากนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

Bitcoin Halving ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุกประมาณ 4 ปี และ Halving ครั้งต่อไปคาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 14 ชั่วโมงข้างหน้า เหตุการณ์นี้มีความสำคัญต่อ Bitcoin อย่างไร และนักวิเคราะห์มีมุมมองต่อราคาอย่างไรหลังจากเหตุการณ์นี้

 

เหตุการณ์ Bitcoin Halving คืออะไร

 

ทุกๆ ครั้งที่จำนวนบล็อกใหม่ถูกสร้างขึ้นครบ 210,000 บล็อก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ปี จำนวน Bitcoin (BTC) ใหม่ที่ถูกขุดขึ้นมาได้ต่อบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราเรียกเหตุการณ์นี้ว่า Halving หลังจากที่ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นในปี 2008 รางวัลจากการขุดแต่ละบล็อกจะอยู่ที่ 50 BTC และ 4 ปีต่อมาในเหตุการณ์ Halving ครั้งแรก ผลตอบแทนลดลงอยู่ที่ 25 BTC และลดลงเหลือ 12.5 BTC ในเหตุการณ์ Halving ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2016 และอยู่ที่ล่าสุด 6.25 BTC เมื่อปี 2020

 

เหตุการณ์ Halving ครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 20 เมษายนนี้ สำหรับเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับอัตราการทำธุรกรรมในปัจจุบัน เหตุการณ์นี้จะเป็นการที่จำนวน BTC ที่สร้างขึ้นใหม่ในแต่ละบล็อกจะลดลงจาก 6.25 BTC เหลือครึ่งหนึ่งที่ 3.125 BTC สำหรับการตรวจสอบบล็อกของธุรกรรม รางวัลที่ได้จากการขุดแต่ละบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่งแบบนี้ทุกๆ 4 ปี จนกว่า Bitcoin จะถูกขุดจนครบ 21 ล้าน BTC ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณปี 2140 ที่เครือข่ายจะไม่สามารถขุด Bitcoin ใหม่ได้อีกต่อไป

 

เกิดอะไรขึ้นในช่วง Halving ของ Bitcoin ที่ผ่านมา

 

การที่รางวัลจากการขุด Bitcoin ลดลงครึ่งหนึ่งทุก 4 ปี ทำให้ BTC หายากมากขึ้น และสิ่งนี้ส่งผลให้ราคาสกุลเงินดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้นหลังจาก Halving 3 ครั้งที่ผ่านมา โดยหลังจากเหตุการณ์ Halving ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2012 ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นจาก 12.35 ดอลลาร์ เป็น 127 ดอลลาร์ภายใน 5 เดือน ต่อมาในช่วง Halving ครั้งที่ 2 ในปี 2016 ราคา BTC เพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็น 1,280 ดอลลาร์ภายใน 8 เดือน และระหว่าง Halving ครั้งที่ 3 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2021 ราคา BTC พุ่งขึ้นจาก 8,700 ดอลลาร์ เป็น 60,000 ดอลลาร์

 

Bitcoin จะเคลื่อนไหวอย่างไรหลังจาก Halving ครั้งนี้

 

นักวิเคราะห์ต่างมีความเห็นที่หลากหลายหลังจาก Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้น เริ่มจาก David Chao นักยุทธศาสตร์ของ Invesco ได้วิเคราะห์เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมาว่า นักลงทุนในตลาดต่างมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะหลังจากที่กองทุน Bitcoin ETF ได้รับการอนุมัติในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (15 เมษายน) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกงได้อนุมัติกองทุน Bitcoin ETF และคริปโต ETF อื่นๆ หลายแห่ง ความต้องการของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับจำนวน Bitcoin ที่จะขุดได้ยากขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตบางส่วนมองว่า Halving ครั้งนี้ไม่น่าจะทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากตลาดรับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวไปมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ในเหตุการณ์ Halving หรือโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปีนี้ ดังนั้นสิ่งนี้อาจทำให้เทรดเดอร์ใช้กลยุทธ์ ‘ขายตามข่าว’ (Sell on Fact) แทน

  

ในขณะที่นักลงทุนจำนวนมากมองโลกในแง่ดีต่อ Bitcoin โดยคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากการ Halving แต่บางส่วนมองว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในครั้งนี้มีความแตกต่างจาก Halving ใน 3 ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ Bitcoin ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยงมีแนวโน้มที่จะถูกขายมากขึ้น ผลตอบแทนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต จึงไม่สามารถรับประกันว่าผลตอบแทนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

 

จะเกิดอะไรขึ้นกับนักขุด Bitcoin ในช่วง Halving

 

การที่ผลตอบแทนจากการขุด Bitcoin ลดจำนวนลงครึ่งหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอุตสาหกรรมการขุด BTC อย่างมาก เนื่องจากรางวัลของนักขุดสำหรับการประมวลผลธุรกรรมใหม่จะลดลงจาก 6.25 BTC เป็น 3.125 BTC ดังที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งนี่ถือเป็นการลดลงอย่างมากของรายได้ เหตุการณ์นี้ให้ทำให้การขุด Bitcoin สำหรับนักขุดรายย่อยทำกำไรได้ยากมากขึ้นและเสียเปรียบบริษัทขุดที่มีการดำเนินงานที่ใหญ่กว่า นำไปสู่การปิดกิจการของบริษัทขุด BTC มากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม Laurent Benayoun ซีอีโอของ Acheron Trading กล่าวว่า แม้ว่ารางวัลบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่ง แต่รายได้จากการขุด BTC ก็ไม่จำเป็นต้องลดลงในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการลดลงของรางวัลการขุดจะได้รับการชดเชยด้วยค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

 

The post สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับ Bitcoin Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 14 ชั่วโมงถัดจากนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดค้นหา Bitcoin Halving พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน Google https://thestandard.co/searches-for-bitcoin-halving-all-time-high-on-google/ Fri, 19 Apr 2024 01:14:45 +0000 https://thestandard.co/?p=924366

กลายเป็นคำค้นหายอดฮิตติดเทรนด์จนแตะระดับสูงสุดเป็นประวั […]

The post ยอดค้นหา Bitcoin Halving พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน Google appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นคำค้นหายอดฮิตติดเทรนด์จนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเสิร์ชเอนจินของ Google สำหรับ Bitcoin Halving ที่บรรดากูรูทั้งหลายคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 เมษายนนี้ โดยทาง Google เปิดเผยว่า ยอดคำค้นหา Bitcoin Halving พุ่งแตะระดับสูงสุด พร้อมคาดการณ์ว่าการค้นหาของ Bitcoin Halving ในครั้งนี้มีมากกว่า 2 เท่าของการ Halving ที่เกิดขึ้นในปี 2020 

 

รายงานระบุว่า ความสนใจในการค้นหาคำว่า ‘Bitcoin Halving’ มีคะแนนถึง 45 แล้ว ตามข้อมูลของ Google Trends โดย Google คาดการณ์ว่าจะมีคะแนนประมาณ 100 ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ ซึ่งทาง Google Trends อธิบายว่าค่า 100 แปลว่า ‘ความนิยมสูงสุด’ หรือ Peak Popularity สำหรับคำค้นหานี้

 

ขณะเดียวกัน ทาง Google Trends แสดงให้เห็นว่า Bitcoin Halving กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดจากไนจีเรีย เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และไซปรัส

 

ทั้งนี้ Bitcoin Halving หมายถึง การปรับลดเงินรางวัลที่จ่ายให้กับนักขุดลดลงครึ่งหนึ่ง โดยรางวัลจะลดจาก 6.25 BTC เหลือ 3.125 BTC ซึ่งจะส่งผลให้มีการลดจำนวน Bitcoin ลงครึ่งหนึ่งในปี 2024 

 

จับตา 20 เมษายน Halving เกิดแน่

 

ตามข้อมูลจากเครื่องนับเวลาถอยหลังของ Cointelegraph พบว่า การ Halving ในปี 2024 มีกำหนดจะเกิดขึ้นประมาณ 04.00 น. UTC ของวันเสาร์ที่ 20 เมษายนนี้ 

 

รายงานระบุว่า เมื่อพิจารณาจากประสิทธิภาพของ Bitcoin ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ระดับความสนใจเป็นประวัติการณ์ที่มีต่อ Halving จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหรือเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด 

 

โดย Bitcoin เริ่มต้นปี 2024 ที่ราคา 42,200 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้น 74% สู่ระดับสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ 73,600 ดอลลาร์ในวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ได้ปรับตัวชะลอความร้อนแรงลง เห็นได้จากการซื้อขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม โดยในขณะที่เผยแพร่รายงานฉบับนี้ ราคาของ Bitcoin ปรับตัวแตะที่ 61,078 ดอลลาร์ ลดลง 17% จากระดับสูงสุดตลอดกาล

 

แม้จะมีความเห็นไม่พอใจจากผู้เข้าร่วมตลาด แต่นักวิจารณ์ตลาดหลายคนได้ชี้ไปที่รูปแบบในอดีตของการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin เพื่อแนะนำว่า Bitcoin อาจพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนหลังจากเสร็จสิ้นการ Havling 

 

ทั้งนี้ การ Halving เป็นเงื่อนไขสำคัญที่มีอยู่นับตั้งแต่การถือกำเนิดของ Bitcoin ซึ่งตรงกับหลังช่วงวิกฤตการเงินในปี 2008 โดยทาง Satoshi Nakamoto ผู้สร้างเหรียญ Bitcoin มีเป้าหมายในการสร้างสกุลเงินต่างประเทศที่จะดำเนินงานนอกการควบคุมของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง ซึ่ง Bitcoin จะมีจำกัดเพียง 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้น หากเกินกว่านั้นก็จะต้อง Halving เพื่อลดภาวะเงินเฟ้อ และเพื่อทำให้แต่ละ Bitcoin มีมูลค่ามากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

 

ในขณะนี้ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาสามารถปรับอุปทานของเงินดอลลาร์ได้เมื่อเห็นว่าจำเป็น Bitcoins จะถูกปล่อยออกมาตามอัตราที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและช้าลงเรื่อยๆ ซึ่งทาง Nakamoto กำหนดว่าประมาณทุกๆ 4 ปี รางวัลในการขุด Bitcoin ใหม่จะลดลงครึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Halving โดยตามหลักทฤษฎีแล้ว เมื่อการสร้าง Bitcoin ใหม่เป็นสิ่งที่ยากขึ้น Bitcoin ก็จะเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากขึ้นและมีคุณค่ามากขึ้น และในที่สุด Bitcoin ใหม่จะหยุดสร้างขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งการหยุดสร้างนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นอย่างน้อยอีกศตวรรษ หรือราว 100 ปีข้างหน้า

 

การ Halving เกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งที่ผ่านมาหลัง Halving ได้ดันให้ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยการ Halving ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2012 ราคาของ Bitcoin ก็เพิ่มขึ้นจาก 12.35 ดอลลาร์ เป็น 127 ดอลลาร์ใน 5 เดือนต่อมา ขณะที่การ Halving ครั้งที่ 2 ในปี 2016 ราคาของ Bitcoin เพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็น 1,280 ดอลลาร์ภายใน 8 เดือน และการ Halving ครั้งที่ 3 ในปี 2020 ราคาของ Bitcoin เพิ่มขึ้นจาก 8,700 ดอลลาร์ เป็น 60,000 ดอลลาร์ในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม 2020 – มีนาคม 2021

 

อ้างอิง: 

 

The post ยอดค้นหา Bitcoin Halving พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน Google appeared first on THE STANDARD.

]]>
Standard Chartered คาดราคา Bitcoin พุ่งแตะ 2.5 แสนดอลลาร์ ในปี 2025 หลังเหตุการณ์ Halving ที่จะเกิดขึ้น 15 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/standard-chartered-bitcoin-in-2025/ Wed, 20 Mar 2024 09:10:48 +0000 https://thestandard.co/?p=913371

Bitcoin Halving ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในตลาดคริปโต และเป […]

The post Standard Chartered คาดราคา Bitcoin พุ่งแตะ 2.5 แสนดอลลาร์ ในปี 2025 หลังเหตุการณ์ Halving ที่จะเกิดขึ้น 15 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Bitcoin Halving ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในตลาดคริปโต และเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลต่ออุปทานของสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอย่าง Bitcoin (BTC) จากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา ราคาของ BTC ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกครั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเหตุการณ์ Bitcoin Halving ครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นวันที่ 15 เมษายน 2024 จะส่งผลอย่างไรต่อราคา BTC ในอนาคต

 

เหตุการณ์ Bitcoin Halving คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร?

 

ทุกๆ 4 ปี จำนวน Bitcoin ใหม่ที่ถูกขุดขึ้นมาได้ต่อบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราเรียกว่าเหตุการณ์ Halving หลังจาก Bitcoin ถูกสร้างขึ้นในปี 2008 รางวัลจากการขุดแต่ละบล็อกจะอยู่ที่ 50 BTC และ 4 ปีต่อมาในเหตุการณ์ Halving ครั้งแรก ผลตอบแทนลดลงอยู่ที่ 25 BTC และลดลงเหลือ 12.5 BTC ในเหตุการณ์ Halving ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2016 และอยู่ที่ล่าสุด 6.25 BTC เมื่อปี 2020

 

เหตุการณ์ Halving ครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 น่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 15 เมษายน 2024 จะเป็นการที่จำนวน BTC ที่สร้างขึ้นใหม่ในแต่ละบล็อกจะลดลงจาก 6.25 BTC เหลือครึ่งหนึ่งที่ 3.125 BTC สำหรับการตรวจสอบบล็อกของธุรกรรม รางวัลที่ได้จากการขุดแต่ละบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่งแบบนี้ทุกๆ 4 ปี และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการขุด Bitcoin ครบทั้งหมด 21 ล้าน BTC ด้วยเหตุนี้ การขุด Bitcoin จึงยากมากขึ้นเรื่อยๆ และมักจะส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นหลังจากเหตุการณ์นี้ แม้ว่าผลตอบแทนในอดีตจะไม่รับประกันผลลัพธ์ในอนาคตก็ตาม

 

Bitcoin Halving ส่งผลต่อราคา Bitcoin อย่างไร

 

จนถึงขณะนี้เหตุการณ์ที่เรียกว่า Bitcoin Halving เคยเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเป็นการยากที่จะสรุปว่า BTC มีแนวโน้มที่จะดำเนินการก่อนและหลังการลดลงครึ่งหนึ่งอย่างไร

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นได้จากเหตุการณ์ Halving แต่ละรอบที่ผ่านมาคือ ราคาของ BTC จะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

 

สำหรับรอบที่ผ่านมาเมื่อปี 2020 ช่วงเวลา 1 เดือนก่อนที่จะถึง Halving ราคา Bitcoin จะปรับตัวลดลง และปรับตัวสูงขึ้นจนทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ Halving ไปแล้ว เนื่องจากเหรียญที่ถูกขุดออกมาน้อยลง ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิด ‘ตลาดกระทิง’ ราคา BTC เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 35.8% ในเวลาเพียง 3 เดือนหลังจากเหตุการณ์ Halving

 

ทางด้าน CoinCodex คาดการณ์ว่าราคา Bitcoin จะซื้อขายที่ประมาณ 74,600 ดอลลาร์ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2024 ซึ่งเป็นช่วง 1 เดือนหลังจาก Halving ครั้งต่อไป และ 3 เดือนถัดจากนั้นคาดว่า Bitcoin จะขยับขึ้นไปซื้อขายที่ประมาณ 83,150 ดอลลาร์

 

เหตุการณ์ Bitcoin Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งนี้มีตัวกระตุ้นสำคัญที่พร้อมจะเติมความต้องการของตลาดได้ เนื่องจากปัจจุบันกองทุน Spot Bitcoin ETF เข้าซื้อสกุลเงินดิจิทัลหลักประมาณ 2,450 BTC ในแต่ละวัน ขณะที่มีการขุดเพียง 900 BTC ต่อวันเท่านั้น และหลังจาก Halving ในช่วงเดือนเมษายน ตัวเลขการขุด Bitcoin ต่อวันจะลดลงเหลือเพียง 450 BTC

 

นักวิเคราะห์มองว่าอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทานมากถึง 5 เท่าอาจนำไปสู่วิกฤต Supply Shock ซึ่งหากอุปสงค์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสิ่งนี้จะทำให้ราคา BTC พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

Standard Chartered คาดราคา Bitcoin แตะ 2.5 แสนดอลลาร์

 

Standard Chartered สถาบันการเงินชั้นนำของโลก ปรับเป้าหมายราคา Bitcoin ขึ้นใหม่ ประเมินว่ามีโอกาสพุ่งแตะ 1.5 แสนดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2024 จากที่ก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.2 แสนดอลลาร์

 

ไม่เพียงเท่านั้น Standard Chartered ยังมองต่อไปอีกว่าภายในสิ้นปี 2025 ราคา Bitcoin มีโอกาสพุ่งแตะ 2.5 แสนดอลลาร์

 

ปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงมาจากกองทุน Bitcoin Spot ETF ที่ทำให้มีเงินไหลเข้า Bitcoin ต่อเนื่อง และเหตุการณ์ Halving ที่ทำให้อุปทานลดลง ซึ่งมีโอกาสทำให้ราคาสินทรัพย์ดังกล่าวขึ้นอย่างรุนแรงได้

 

Geoffrey Kendrick หนึ่งในนักวิเคราะห์ของ Standard Chartered มองว่า Bitcoin มีความคล้ายคลึงกับทองคำ จึงได้นำเป้าหมายราคาของ Bitcoin มาเทียบกับเหตุการณ์ตอนเกิดขึ้นของกองทุน ETF ของทองคำในยุคก่อนหน้า ซึ่งมีส่วนช่วยให้ราคาทองคำปรับตัวมาถึงจุดปัจจุบัน

 

สำหรับพอร์ตการลงทุนใดๆ ของนักลงทุนที่ต้องการจะถือครอง 2 สินทรัพย์ คือ Bitcoin และทองคำ Geoffrey แนะให้แบ่งสัดส่วนการถือ 80% ไว้ที่ทองคำ ในขณะที่อีก 20% ไปถือ Bitcoin แต่การจะยึดตามสัดส่วนดังกล่าวไว้เช่นเดิมจำเป็นที่ราคา Bitcoin จะต้องเพิ่มขึ้นไปแตะ 190,000 ดอลลาร์

 

ด้าน Richard Teng ซีอีโอของ Binance กล่าวในเชิงบวกต่อราคา Bitcoin เช่นกันว่า ปัจจุบัน ‘ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของตลาดคริปโต’ พร้อมกับให้มุมมองส่วนตัวว่าเราอาจจะเห็นราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นไปสูงกว่า 80,000 ดอลลาร์

 

แต่ทั้งนี้ Richard ก็ได้ให้มุมมองไว้ว่า การปรับตัวขึ้นจะไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่จะมีทั้งช่วงขาขึ้นและลง ซึ่งจะเป็นภาวะที่ดีต่อ Bitcoin อยู่เช่นกัน

 

Bitcoin กำลังถูกถล่มขายก่อน Halving

 

นับตั้งแต่ต้นปีมานี้ ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นมากว่า 56% จนแตะจุดสูงสุดถึง 73,798 ดอลลาร์ จนทำให้นักลงทุนหลายคนกังวลว่านี้อาจเป็นฟองสบู่หรือไม่ และมีการขายทำกำไรจนทำให้ Bitcoin เกิดความผันผวนและปรับตัวลงแรงได้

 

ล่าสุดราคา Bitcoin ร่วงลงมาแตะ 60,000 ดอลลาร์ ลดลงมาเกือบ 20% จากจุดสูงสุด

 

Peter Schiff นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin อยู่บ่อยครั้ง ได้เปิดเผยผ่านบัญชี X ส่วนตัวว่า “จำได้ไหมเมื่อปี 2021 บรรดาผู้ที่เรียกตัวเองว่า HODLer ต่างคาดหวังว่าราคา Bitcoin จะไปได้สูงกว่านั้น ในขณะที่ราคาซื้อขายกันอยู่ที่ 69,000 ดอลลาร์ แต่ในอีก 1 ปีถัดมา ราคาของมันดิ่งลงกว่า 80% มาซื้อขายต่ำกว่า 16,000 ดอลลาร์เท่านั้น ครั้งนี้ที่ผู้คนยิ่งมองบวกกว่าเดิม จะนำไปสู่การดิ่งลงอย่างรุนแรงมากกว่าครั้งก่อน”

 

นอกจากนี้ Peter ได้เปิดเผยอีกว่า ยิ่งมีกองทุน ETF เข้าไปถือ Bitcoin มากเท่าไร Bitcoin ยิ่งเปราะบางมากยิ่งขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะล้มลง เพราะนักลงทุนที่เข้ามาซื้อ ETF นั้นมักจะเป็นนักเก็งกำไรมากกว่าผู้ที่เชื่อมั่นใน Bitcoin ซึ่งเมื่อราคา Bitcoin พุ่งขึ้น พวกเขาเหล่านั้นก็จะเกาะไปด้วย แต่ถ้าหากตลาดกลับเป็นขาลง พวกเขาก็จะเทขายทันที

 

อ้างอิง:

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post Standard Chartered คาดราคา Bitcoin พุ่งแตะ 2.5 แสนดอลลาร์ ในปี 2025 หลังเหตุการณ์ Halving ที่จะเกิดขึ้น 15 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 Bitcoin เท่ากับ 2 ล้านบาทอีกครั้ง ก่อนปรากฏการณ์ Halving ในอีก 58 วัน https://thestandard.co/1-bitcoin-is-equal-to-2-m-baht-again/ Tue, 27 Feb 2024 05:50:00 +0000 https://thestandard.co/?p=904640

ความเคลื่อนไหวราคา Bitcoin ล่าสุด พุ่งขึ้นมาซื้อขายที่ป […]

The post 1 Bitcoin เท่ากับ 2 ล้านบาทอีกครั้ง ก่อนปรากฏการณ์ Halving ในอีก 58 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความเคลื่อนไหวราคา Bitcoin ล่าสุด พุ่งขึ้นมาซื้อขายที่ประมาณ 56,000-57,000 ดอลลาร์ หรือราว 2 ล้านบาท คิดเป็นการปรับตัวขึ้นมา 33% นับตั้งแต่ต้นปี และปรับตัวขึ้นมาราว 140% ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากปัจจัยหนุนทั้งเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน Bitcoin Spot ETF และการเก็งกำไรก่อนหน้าปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ที่จะเกิดขึ้นในอีก 58 วันข้างหน้า จากการคาดการณ์ของเว็บไซต์ nicehash.com 

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก CoinGecko เผยว่า มูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งแตะ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 77 ล้านล้านบาท หลังจากที่เคยร่วงลงไปเหลือเพียงประมาณ 8.2 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 28.7 ล้านล้านบาท ในช่วงปี 2022 ที่บริษัท FTX ล่มสลายลงมา

 

ด้าน MicroStrategy บริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก รายงานต่อ ก.ล.ต.สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่ามีการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 3,000 เหรียญ Bitcoin ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 155.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.4 พันล้านบาท ก่อนที่ Bitcoin จะพุ่งแตะจุดสูงสุดนับแต่ปลายปี 2021 ที่ระดับ 57,000 ดอลลาร์ 

 

ล่าสุด MicroStrategy ถือครอง Bitcoin ทั้งสิ้น 193,000 เหรียญ Bitcoin คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.85 แสนล้านบาท

 

ซึ่งต้นทุนการซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุดของ MicroStrategy อยู่ที่ราว 51,813 ดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนสุทธิอยู่ที่ 31,544 ดอลลาร์ คิดเป็นกำไรกว่า 3.9 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.36 แสนล้านบาท

 

ทั้งนี้ MicroStrategy ซื้อ Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2020 โดยมองว่าเป็นสินทรัพย์ไว้ป้องกันเงินเฟ้อแทนการถือครองเงินสด ขณะที่ Michael Saylor ประธานกรรมการของ MicroStrategy ยังให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า “ไม่มีเหตุผลที่จะขายผู้ชนะออกไป” ซึ่งเป็นการตอบคำถามที่ว่าบริษัทมีแผนจะขาย Bitcoin ออกไปบ้างหรือไม่ 

 

ภาพ: Cemile Bingol/Getty Images 

อ้างอิง: 

The post 1 Bitcoin เท่ากับ 2 ล้านบาทอีกครั้ง ก่อนปรากฏการณ์ Halving ในอีก 58 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อเจ้ามือและเหล่าเซียนรวมหัวกันกินโต๊ะเม่า ด้วย Bitcoin Halving | รู้ไว้ ก่อนจะกลายเป็นเม่ารายถัดไป https://thestandard.co/bitcoin-halving/ Sat, 24 Feb 2024 05:47:02 +0000 https://thestandard.co/?p=903873 Bitcoin Halving

Crypto รวมไปถึง Bitcoin นับว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่ถูก […]

The post เมื่อเจ้ามือและเหล่าเซียนรวมหัวกันกินโต๊ะเม่า ด้วย Bitcoin Halving | รู้ไว้ ก่อนจะกลายเป็นเม่ารายถัดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

Crypto รวมไปถึง Bitcoin นับว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่ถูกใช้ในการเก็งกำไรจากนักเสี่ยงโชคอย่างมาก จึงทำให้การเพิ่มหรือลดของราคาส่วนใหญ่เป็นผลโดยตรงมาจากความต้องการในการซื้อหรือขายในตลาด และปัจจุบันมีนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนสถาบันที่เจนจัดในโลกการเงินจำนวนมากที่เข้ามาถือ Bitcoin ถ้าเราเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นทั่วๆ ไป มอง Bitcoin เป็นหุ้นเก็งกำไรตัวหนึ่ง เหล่าเจ้ามือเหล่านี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่แสวงกำไรทั้งระยะสั้นและระยะยาว ย่อมต้องหาวิธีในการทำกำไรใน Bitcoin ในแต่ละรอบเช่นกัน

 

เนื่องจาก Bitcoin มีความกระจายศูนย์มากกว่าหุ้น และไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของจริงๆ การลากราคาจึงเป็นไปได้ยากสำหรับนักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบัน เพราะการลากราคาโดยปกติต้องเกิดจากการ ‘นัดแนะ’ จุดเข้า จุดออก กับรายใหญ่ด้วยกันก่อน รวมถึงจะต้องมีข่าวดีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นส่วนเสริมในการดันราคา ซึ่งในบทความนี้ผมจะพูดถึงทฤษฎีที่ว่า Bitcoin Halving อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เหล่าวาฬเหล่านี้ใช้ในการนัดแนะกันลากตลาดแบบที่ไม่ต้องตั้งกลุ่มไลน์

 

ตั้งแต่ถูกสร้างมา Bitcoin ผ่านการ Halving มาทั้งสิ้น 3 ครั้ง และในเดือนเมษายนปีนี้ เราจะเข้าสู่การ Halving ในครั้งที่ 4 ซึ่งการ Halving ในเชิงเทคนิคคือการที่ปริมาณ Reward สำหรับนักขุดลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกๆ 4 ปีโดยประมาณ ซึ่งถ้าดูเผินๆ ก็เหมือนจะไม่ได้ส่งผลอะไรกับราคามากมาย แต่ถ้าเราดูกราฟด้านล่างจะเห็นว่าในแต่ละ 4 ปีของการ Halving เราจะเห็นถึง Pattern ซึ่งใน 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง หลัง Halving แต่ละครั้ง ราคาจะวิ่งขึ้นไปทำ All Time High และหลังจากนั้นราคาจะร่วงอย่างหนัก 70-90% ซึ่งจะกินระยะเวลาอีกประมาณ 1 ปี และหลังจากนั้นราคาจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอีกครั้งใน 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง ก่อนจะเข้า Halving รอบใหม่

 

Bitcoin Halving

 

ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าวาฬที่เป็นนักลงทุนอาชีพย่อมมองเห็น Pattern นี้อย่างชัดเจน และสามารถใช้จุดเหล่านี้ในการวางเวลาของการเข้าซื้อขายและทำกำไร โดยที่ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งก่อน Halving ในขณะที่รายย่อยกำลังขยาดกับ Bitcoin เพราะราคาที่ร่วงอย่างหนัก เหล่าวาฬก็จะเข้ามาค่อยๆ เก็บจนทำให้ราคาเริ่มฟื้นตัว และฟื้นขึ้นมาเรื่อยๆ ไปตาม Pattern

 

เมื่อถึงจุดที่เป็น Halving ก็จะเป็นช่วงที่แรงซื้อเริ่มเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจากนักลงทุนที่อยู่ในตลาดมานาน เข้าใจถึง Pattern และอีกส่วนอาจมาจากนักลงทุนเจ้าเก่าที่เคยเป็นขาประจำกลับเข้ามาซื้อเนื่องจากราคาฟื้นตัว หลังจากนั้นราคาก็จะวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนช่วงที่ราคาทำ New High ก็จะมีนักลงทุนรายใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาดเพราะหวังจะรวย และพอครบเวลา 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง เหล่าวาฬและเซียนก็จะเริ่มเทเหรียญใส่มือเม่า จนตายอนาถ กลุ่มคนกลุ่มนี้รอบที่แล้วก็คือคนที่ซื้อ Bitcoin ที่ราคา 2 ล้านบาท หรือซื้อเหรียญ KUB ที่ราคา 500+ ซึ่งเป็นจุดที่ตาม Pattern ราคาน่าจะใกล้ดิ่งลงมากๆ แล้ว

 

ตามทฤษฎีนี้ถ้าจะเรียกว่าเป็นการรวมหัวก็คงไม่ถูกนัก แต่คงเป็นเพราะคนทั้งสองกลุ่มเห็น Pattern ดังกล่าว และร่วมกันใช้ Pattern นั้นเป็นตัวกำหนดจุดเข้า-ออก จนทำให้ราคามีแรงมากพอที่จะลากนำตลาดได้ รายย่อยหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาดคริปโตจึงต้องศึกษามากๆ เพราะทุกครั้งที่คุณอยู่ในตลาด และคุณไม่รู้ว่าเขากำลังจะกินเงินใคร เค้าอาจกำลังรวมหัวกันกินเงินคุณอยู่

 

การเขียนดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาแนะนำการลงทุน มีเจตนาเพียงแค่นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ และข้อมูลเท่านั้น

The post เมื่อเจ้ามือและเหล่าเซียนรวมหัวกันกินโต๊ะเม่า ด้วย Bitcoin Halving | รู้ไว้ ก่อนจะกลายเป็นเม่ารายถัดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความต้องการ Bitcoin จะพุ่งขึ้นอีก 10 เท่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ตามวัฏจักรการ ‘Halving’ ที่กำลังจะเกิดขึ้น https://thestandard.co/bitcoin-demand-rise-10-times-by-halving/ Mon, 13 Nov 2023 02:27:17 +0000 https://thestandard.co/?p=864927 Bitcoin Halving

Michael Saylor หนึ่งในนักลงทุนผู้สนับสนุน Bitcoin และผู […]

The post ความต้องการ Bitcoin จะพุ่งขึ้นอีก 10 เท่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ตามวัฏจักรการ ‘Halving’ ที่กำลังจะเกิดขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

Michael Saylor หนึ่งในนักลงทุนผู้สนับสนุน Bitcoin และผู้ร่วมก่อตั้ง MicroStrategy ชี้ว่าความต้องการ Bitcoin จะพุ่งขึ้นไปได้อีก 10 เท่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (10 พฤศจิกายน) ที่งาน ‘Australian Crypto Convention’ Michael Saylor หนึ่งในนักลงทุนผู้สนับสนุน Bitcoin และผู้ร่วมก่อตั้ง MicroStrategy ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับ Bitcoin ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ณ ช่วงสิ้นปี 2024 ว่า ความต้องการของเหรียญ Bitcoin จะเพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบันไปได้อีก 10 เท่า ตามวัฏจักรการ ‘Halving’ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

 

ในการขึ้นพูดที่งานดังกล่าว Michael Saylor ก็ให้ช่วงการเติบโตของเหรียญ Bitcoin ไว้กว้างๆ ว่าจะอยู่ในช่วงระหว่าง 2-10 เท่า ตามปริมาณความต้องการซื้อ และปริมาณการขายที่เกิดขึ้นในตลาด

 

โดย Michael Saylor แสดงความเห็นว่า ในช่วงปี 2020-2024 นั้น Bitcoin ถูกเปลี่ยนระดับชั้นของสินทรัพย์ จากเพียงสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้องและเป็นระเบียบ จนกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สถาบันการเงินชั้นนำต่างให้ความสนใจและมีการเข้าลงทุน

 

Michael Saylor ใช้คำว่าภายในสิ้นปี 2024 Bitcoin จะก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์กระแสหลักที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เปรียบเสมือนเด็กที่กำลังจะจบจากมหาวิทยาลัยสู่โลกการทำงานจริง และจะถูกขับดันไปอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของสินทรัพย์ดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณการผลิตลดลง

 

Michael Saylor มองว่าในช่วงระหว่างปี 2024-2028 เหรียญ Bitcoin จะยังคงอยู่ในช่วงการเติบโตอย่างแรง (High Growth Stage) เนื่องจากความต้องการของเหรียญ Bitcoin จะกระจายเข้าไปสู่บรรดาบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำต่างๆ และสถาบันการเงินชั้นนำของโลก เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เชื่อมต่อกับเหรียญดังกล่าวได้

 

ในช่วงเวลาต่อจากนี้ Michael Saylor ยังคาดหวังว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Apple หรือ Meta (Facebook) จะเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในเกมของ Bitcoin เช่นกัน ต่อจากนั้นก็จะเป็นการที่เห็นธนาคารใหญ่ๆ อย่าง JPMorgan, Morgan Stanley หรือ Goldman Sachs เริ่มนำสินทรัพย์ดังกล่าวไว้ค้ำประกันสำหรับการปล่อยสินเชื่อได้

 

และหากมองไปไกลระดับ 20-25 ปีต่อจากนี้ Michael Saylor มองว่า Bitcoin จะสามารถเติบโตแบบทบต้นไปเป็นเท่าตัวของดัชนี S&P 500 หรือสินทรัพย์คุณภาพสูงอย่างอื่นที่ใครๆ ก็ตามสามารถนึกถึงได้

 

Michael Saylor กล่าวว่า หากคุณมองว่า Bitcoin จะเติบโตไปแบบนั้น คุณก็เริ่มมองว่า Bitcoin จะเติบโตไปเป็นเท่าตัว และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะเพิ่มไปอีกเท่าตัวหนึ่งต่อเนื่องไป เราจะได้เห็น Bitcoin แตะหนึ่งล้านดอลลาร์ และกลายเป็น 2 ล้านดอลลาร์ ต่อไปเป็น 5 ล้านดอลลาร์ จนอาจได้เห็น 10 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญ

 

ปัจจุบัน MicroStrategy กำลังถือ Bitcoin อยู่ที่ 158,400 BTC ซึ่งได้มีการซื้อเพิ่มในช่วงวันที่ 2 พฤศจิกายนไปอีก 900 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 31,500 ล้านบาท

 

อ้างอิง: 

The post ความต้องการ Bitcoin จะพุ่งขึ้นอีก 10 เท่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ตามวัฏจักรการ ‘Halving’ ที่กำลังจะเกิดขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงการคริปโตเรียนรู้อะไรจากวิกฤตปี 2022 และกองทุน Bitcoin กับปรากฏการณ์ Halving จะช่วยกอบกู้อนาคตคริปโตได้หรือไม่? https://thestandard.co/crypto-crisis-bitcoin/ Mon, 06 Nov 2023 05:51:39 +0000 https://thestandard.co/?p=862856 คริปโตเคอร์เรนซี

ในช่วงยุคทองตลาดคริปโตที่ผ่านมาเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน หลา […]

The post วงการคริปโตเรียนรู้อะไรจากวิกฤตปี 2022 และกองทุน Bitcoin กับปรากฏการณ์ Halving จะช่วยกอบกู้อนาคตคริปโตได้หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริปโตเคอร์เรนซี

ในช่วงยุคทองตลาดคริปโตที่ผ่านมาเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน หลายประเทศมีความพยายามที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับโลก รวมทั้งสิงคโปร์ด้วย แต่แล้วแผนการที่ทะเยอทะยานนี้ก็ต้องถูกทำให้หยุดชะงักไป หลังจากสัญญาณความไม่สู้ดีในวงการคริปโตเริ่มปะทุขึ้น

 

การล่มสลายของเหรียญ LUNA ที่สร้างโดยบริษัท Terraform Labs Pte. เป็นเสมือนตัวจุดชนวนขาลงของวงการ ซึ่งส่งผลกระทบกับกองทุนคริปโตยักษ์ใหญ่ Three Arrows Capital (3AC) ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งไปสู่การยื่นล้มละลาย โดยบริษัททั้งสองนี้ก็ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ด้วย แต่ผลกระทบของความเสียหายได้แพร่กระจายไปสู่คนทั่วโลกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล

 

นอกจากนี้อีกหนึ่งวิกฤตครั้งใหญ่อย่างการล้มลงของ FTX กระดานเทรดคริปโตอันดับ 2 ของโลกจากการฉ้อโกงที่ถูกเคลมว่า ‘เป็นหนึ่งในผู้ฉ้อโกงเงินครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์อเมริกา’ นับเป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำให้ภาพอนาคตและความเชื่อมั่นของนักลงทุนสายคริปโตไม่เหมือนที่เคยคาดหวังไว้อีกต่อไป เมื่อศาลมีคำตัดสินแล้วว่า อดีตซีอีโอของบริษัท FTX, Sam Bankman-Fried มีความผิดทั้งหมด 7 ข้อหา และมีโทษจำคุก 115 ปี

 

สำหรับผู้ที่ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการคริปโต วิกฤตต่างๆ เหล่านี้เป็นจุดที่ทำให้ทั้งนักลงทุนมือใหม่ มือเก๋า ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานกำกับดูแล จำเป็นต้องถอยกลับมาประเมินถึงอนาคตตลาดที่อาจจะต้องมีการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น

 

แต่ในฝั่งที่ไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนก็ถึงขั้นชี้ให้เห็นว่า ความเสียหายจากวิกฤตในโลกคริปโตเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้มีช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยโจรและแฮกเกอร์

 

Bitcoin ETF, Bitcoin Halving และอนาคตของคริปโต

 

แม้วิกฤตที่เกิดขึ้นในปี 2022 จะทำให้กระแสความฮิตในคริปโตลดลงไปอย่างมาก แต่ข้อมูลราคา Bitcoin สินทรัพย์ดิจิทัลอันดับ 1 ก็ดีดตัวขึ้นมาแล้วมากกว่า 100% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถือเป็นการกลับตัวในอัตราที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นในปีนี้

 

หรือนี่อาจเป็นสัญญาณขาขึ้นครั้งต่อไปก่อนปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ปี 2024 ที่จะถึงนี้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้คนกลับมาสนใจคริปโตอีกครั้ง

 

Bitcoin Halving คือกฎเกณฑ์ที่ถูกเขียนไว้ในโค้ดของ Bitcoin ซึ่งกำหนดไว้ว่าทุกๆ 210,000 บล็อก หรือประมาณ 4 ปี รางวัลที่นักขุด Bitcoin (Miner) ที่เป็นผู้ยืนยันปิดบล็อกบัญชีธุรกรรม Bitcoin ในทุกๆ 10 นาทีจะได้รับ จะต้องถูกลดลงครึ่งหนึ่ง โดยการ Halving ครั้งแรกเริ่มจาก 50 Bitcoin ลงมาเหลือ 25 และจะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2140 ตามการคาดการณ์ ซึ่งก็จะเป็นช่วงเวลาที่ Bitcoin ทั้งหมด 21 ล้านหน่วยจะถูกสร้างขึ้นโดยสมบูรณ์ และจากข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2023 มี Bitcoin ถูกขุดออกมาแล้ว 19.53 ล้านหน่วย ส่วนที่เหลือจะตามมาในอีกประมาณ 117 ปี

 

ประเด็นที่ว่า Bitcoin Halving จะเป็นชนวนให้คนกลับมาอีกหรือไม่นั้น หากเราดูสถิติย้อนหลัง 3 ครั้งที่ผ่านมา การลดลงของปริมาณ Bitcoin ที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยบวกต่อราคา ซึ่งเกิดจากอาการ ‘กลัวตกรถ’ หรือ FOMO ส่วน Halving ครั้งที่ 4 ในปี 2024 นั้นจะเพิ่มราคา Bitcoin มากเท่าไร ยังต้องรอดูต่อไป

 

 

 

อย่างไรก็ตาม Mike McGlone นักวิเคราะห์จาก Bloomberg มองว่า เนื่องจาก Bitcoin Halving เป็นเหตุการณ์ที่ ทุกคนในตลาดรู้ล่วงหน้าได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร นั่นหมายความว่าราคา ณ ตอนนี้ก็อาจสะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปแล้ว และถ้าหากไม่มีดีมานด์ใหม่เข้ามา การลดลงของซัพพลายก็ไม่น่าจะขึ้นต่อได้

 

“ยิ่งเราคาดหวังกับอะไรให้เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะไม่เป็นเช่นนั้น และนั่นคือข้อกังวลของผม เพราะมันคือความเห็นพ้องที่ตรงกันของคนส่วนมากในตลาด” Mike McGlone กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph

 

ดังนั้นถ้ามองตามการวิเคราะห์ของ Mike McGlone ดูเหมือนว่า Bitcoin Halving จะส่งผลต่อราคาน้อยกว่า ตราบใดที่ยังไม่มีตัวขับเคลื่อนความต้องการใหม่ แต่ Bitcoin Spot ETF ก็จะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างดีมานด์ใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มของนักลงทุนสถาบันที่ในอดีตที่ผ่านมายังคงลังเลที่จะลงทุนใน Bitcoin เนื่องจากความคลุมเครือทางกฎหมาย แต่คำตัดสินของ ก.ล.ต.สหรัฐฯ จะเป็นอย่างไรนั้นเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูต่อไป 

 

สาเหตุของการปรับตัวขึ้นของราคา Bitcoin เมื่อเร็วๆ นี้ ตามการวิเคราะห์ของ Cryptomind ก็มาจากข่าวการอนุมัติ Bitcoin Spot ETF ที่แม้จะถูกเลื่อนพิจารณาทั้งหมด แต่การปรากฏขึ้นของ ‘IBTC’ ซึ่งเป็นกองทุน Bitcoin Spot ETF จาก BlackRock บนฐานข้อมูลของเว็บไซต์ DTCC (The Depository Trust and Clearing Corporation) เป็นเหตุผลให้ BTC ปรับตัวขึ้นทดสอบ 35,000 ดอลลาร์จากแรงซื้อจำนวนมาก เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาจะอนุมัติ Spot ETF ในเร็วๆ นี้

 

หาก Bitcoin Spot ETF ได้รับการอนุมัติจริง นี่อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการ เนื่องจากกองทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกให้การยอมรับ ซึ่งก็มีแนวโน้มที่จะเรียกความมั่นใจของทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยกลับมา อีกทั้งสภาพคล่องในตลาดก็จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนผ่าน ETF และดันให้ราคาปรับตัวขึ้นตามไปด้วย

 

นอกจากนี้แม้ Bitcoin จะเป็นเหรียญเดียวที่กำลังถูกพิจารณาอยู่ แต่การอนุมัติก็อาจเป็นต้นแบบให้มีความพยายามในการยื่นขอ ETF กับเหรียญอื่นๆ และอาจส่งผลต่อท่าทีของประเทศต่างๆ ที่เคยมีต่อคริปโต หาก Bitcoin Spot ETF ของสหรัฐฯ ถูกยอมรับ

 

ศักราชใหม่ของคริปโตที่เน้นความโปร่งใสและรัดกุม

 

ในขณะที่ทางสหรัฐฯ กำลังถกกันเรื่อง Bitcoin Spot ETF และเฝ้ารอ Bitcoin Halving องค์กรอีกฟากของโลกอย่าง Monetary Authority of Singapore (MAS) ที่ยังมีความเชื่อมั่นกับเทคโนโลยีเบื้องหลังคริปโตอยู่ ก็ยังยืนหยัดในความตั้งใจที่จะเป็นศูนย์กลางของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะเน้นไปกับการใช้ ‘บล็อกเชน’ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมและการซื้อ-ขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำด้วยวิธีสร้างโทเคนแทนสิทธิการครอบครองสินทรัพย์ต่างๆ

 

สิ่งที่สิงคโปร์ต้องการสำหรับคริปโตในอนาคตคือ การอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระดับองค์กรเป็นสำคัญ เช่น บริษัทจัดการกองทุนและความมั่งคั่งที่ต้องการใช้คริปโต แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการคือ การเปิดกว้างให้นักลงทุนรายย่อยซื้อ-ขายเหรียญอะไรก็ได้อีกแล้ว 

 

“ภายในปีหน้าสิงคโปร์จะมีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคริปโตที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งเพื่อปกป้องลูกค้า แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในที่ที่สะดวกมากที่สุดเช่นเดียวกัน” Ravi Menon ผู้อำนวยการของ MAS กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg

 

หนึ่งในโปรเจกต์ทดลองที่ทางสิงคโปร์กำลังร่วมมือกับธนาคาร HSBC, UOB และ Marketnode โดยอาศัยเทคโนโลยีบัญชีแบบกระจายศูนย์ในการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ซึ่ง MAS กล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยลดต้นทุนและทำให้กระบวนการนั้นมีความรวดเร็วมากขึ้น

 

ในเวลา 2 ปีที่ผ่านมา บรรยากาศของโลกคริปโตนั้นช่างแตกต่างกับตอนตลาดกระทิงในปี 2021 อย่างสิ้นเชิง บทเรียนที่วงการได้รับมีราคาแพง แต่ถึงบรรยากาศในกลุ่มรายย่อยจะซบเซาลงไป แต่ความเคลื่อนไหวของธุรกิจและนักลงทุนสถาบันก็ยังเดินหน้าต่อ

 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด บทเรียนที่อุตสาหกรรมได้รับคือ ความโปร่งใสและจุดสมดุลในการบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้การฉ้อโกงเกิดซ้ำรอยอีก และเราคงได้เห็นถึงความชัดเจน ความเข้มงวด และความรัดกุมของกฎหมายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและการมีอยู่ของคริปโตกับผู้คนในอนาคตต่อไป

 

อ้างอิง:

The post วงการคริปโตเรียนรู้อะไรจากวิกฤตปี 2022 และกองทุน Bitcoin กับปรากฏการณ์ Halving จะช่วยกอบกู้อนาคตคริปโตได้หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมมุมมองนักวิเคราะห์ หลังจากเหตุการณ์ Litecoin Halving รอบที่ 3 เหตุใดราคาจึงร่วงลงอย่างแรง https://thestandard.co/litecoin-halving-round-3/ Tue, 08 Aug 2023 01:57:56 +0000 https://thestandard.co/?p=826707

Litecoin หนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่เก่าแก่ที่สุดของตลาดไ […]

The post รวมมุมมองนักวิเคราะห์ หลังจากเหตุการณ์ Litecoin Halving รอบที่ 3 เหตุใดราคาจึงร่วงลงอย่างแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

Litecoin หนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่เก่าแก่ที่สุดของตลาดได้สิ้นสุดเหตุการณ์ Halving รอบที่ 3 ไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้รางวัลจากการขุดบล็อกลดลงครึ่งหนึ่งจาก 12.5 LTC เป็น 6.25 LTC ราคาเหรียญ Litecoin ปรับตัวลงเกือบ 12% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เหล่านักวิเคราะห์จะมีมุมมองอย่างไรบ้าง หลังจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ 

 

Litecoin Halving เสร็จสิ้นไปแล้ว

 

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม บล็อกเชน Litecoin เปลี่ยนผ่านการ Halving ที่ทำให้รางวัลจากการขุดลดลงครึ่งหนึ่งจาก 12.5 LTC เป็น 6.25 LTC ซึ่งเหตุการณ์ Halving จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี และรอบต่อไปจะเกิดขึ้นในปี 2027

 

Litecoin (LTC) ถูกสร้างขึ้นโดย Charlie Lee เมื่อปี 2011 ในขณะที่บิทคอยน์ถูกขนานนามว่าเป็นทองคำดิจิทัล ทาง Litecoin ได้ถูกเปรียบว่าเป็นเงินดิจิทัล ซึ่ง LTC เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่เก่าแก่ที่สุดในตลาดเลยทีเดียว โดยปริมาณของเหรียญ LTC มีจำกัดอยู่ที่ 84 ล้านเหรียญ

 

จากสถิติที่ผ่านมา ราคาบิทคอยน์ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่เกิดการ Halving ทำให้ชุมชนคริปโตคาดการณ์ว่า LTC อาจปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าราคาจะเคลื่อนไหวในทางตรงข้าม ราคาเหรียญ LTC ลดลงประมาณ 11.8% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา และ ณ เวลา 19.50 น. ของวันนี้ (7 สิงหาคม) ราคาซื้อขายอยู่ที่ 82.67 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko

 

ราคาเหรียญ Litecoin (LTC) จะเป็นอย่างไรต่อไป?

 

Benjamin Cowen นักวิเคราะห์ด้านคริปโตออกมาเตือนเหรียญ Litecoin หลังจากเหตุการณ์ Halving ว่า หลังจากที่ LTC ทำจุดสูงสุดเมื่อเดือนมิถุนายน/กรกฎาคมของปีที่มีการทำ Halving ราคาก็จะปรับตัวลง ผู้คนอาจลดความคาดหวังลงมาจนกว่าจะถึงเหตุการณ์ Halving ในครั้งต่อไปในปี 2025

 

ทางด้าน Greg Cipolaro ผู้บริหารฝ่ายวิจัยระดับโลกของบริษัทการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล NYDIG แสดงความเห็นว่า เหตุการณ์ Halving ที่เกิดขึ้นกับ Litecoin ตรงข้ามกับบิทคอยน์อย่างสิ้นเชิง ที่ราคามักจะปรับตัวสูงขึ้นหลังจาก Halving สิ้นสุดลง เนื่องจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา LTC มักจะทำจุดสูงสุดก่อน Halving และหลังจากนั้นก็จะปรับตัวลงอีกหลายเดือน

 

Santiment แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ได้ชี้ให้เห็นว่า Litecoin อาจประสบกับสถานการณ์ ‘ซื้อตามข่าวลือ ขายตามข่าว’ (Buy the Rumor, Sell the News) ซึ่งทำให้ราคาลดลง หลังจาก Halving สิ้นสุดลง 

 

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

  • www.coindesk.com/markets/2023/08/02/litecoin-plunges-6-to-fresh-monthly-lows-on-halving-day/

The post รวมมุมมองนักวิเคราะห์ หลังจากเหตุการณ์ Litecoin Halving รอบที่ 3 เหตุใดราคาจึงร่วงลงอย่างแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายงานของ Berenberg ชี้ว่า เหตุการณ์บิทคอยน์ Halving รอบหน้าจะสร้างอานิสงส์แก่ราคาหุ้น MicroStrategy เต็มๆ https://thestandard.co/next-btc-halving-will-benefi-microstrategy/ Thu, 13 Jul 2023 03:27:16 +0000 https://thestandard.co/?p=816308 Bitcoin Halving

Berenberg Capital Markets ได้เผยแพร่รายงานการวิจัยที่ระ […]

The post รายงานของ Berenberg ชี้ว่า เหตุการณ์บิทคอยน์ Halving รอบหน้าจะสร้างอานิสงส์แก่ราคาหุ้น MicroStrategy เต็มๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

Berenberg Capital Markets ได้เผยแพร่รายงานการวิจัยที่ระบุว่า เหตุการณ์บิทคอยน์ Halving ที่จะเกิดขึ้นครั้งต่อไปอาจกระตุ้นให้ราคาหุ้นบริษัท MicroStrategy พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งบริษัทซอฟต์แวร์แห่งนี้เป็นของ Michael Saylor ผู้ชื่นชอบบิทคอยน์ตัวยง

 

MicroStrategy จะได้ประโยชน์จากบิทคอยน์เต็มๆ

ปัจจุบัน MicroStrategy เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง BTC มากที่สุดในโลก โดยถือครองบิทคอยน์ทั้งหมด 152,333 BTC มูลค่ารวมทั้งสิ้น 4.5 พันล้านดอลลาร์ Michael Saylor ซีอีโอของ MicroStrategy เป็นผู้สนับสนุนบิทคอยน์ที่โดดเด่นที่สุดรายหนึ่งของอุตสาหกรรม ซึ่งทางบริษัทได้เข้าซื้อบิทคอยน์ครั้งแรกที่ราคาเพียง 12,000 ดอลลาร์เท่านั้น นับตั้งแต่นั้นมาเขายังคงเข้าซื้อสกุลเงินดิจิทัลหลักอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าราคาจะปรับตัวขึ้นหรือลง 

 

ทาง Berenberg Capital Markets วิเคราะห์ว่า หากเหตุการณ์บิทคอยน์ Halving รอบนี้ทำให้ราคา BTC พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเช่นสามครั้งที่ผ่านมา บริษัทเชื่อว่าแนวโน้มของหุ้น MicroStrategy (MSTR) จะพุ่งขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากความสัมพันธ์ (Correlation) ของหุ้น MSTR และบิทคอยน์ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 0.90 ซึ่งบ่งบอกว่าราคาของสินทรัพย์ทั้งสองเคลื่อนไหวในทางเดียวกันอย่างมาก 

 

ทุกๆ 4 ปี จำนวนบิทคอยน์ใหม่ที่ออกมาต่อบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราเรียกว่าเหตุการณ์ Halving เมื่อบิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นในปี 2008 รางวัลของแต่ละบล็อกจะอยู่ที่ประมาณ 50 BTC และ 4 ปีต่อมาในเหตุการณ์ Halving ครั้งแรก ผลตอบแทนลดลงอยู่ที่ 25 BTC และลดลงเหลือ 12.5 BTC ในเหตุการณ์ Halving ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2016 และล่าสุดเมื่อปี 2020 

 

ปัจจุบันจำนวน BTC ที่สร้างขึ้นใหม่ในแต่ละบล็อกอยู่ที่ 6.25 BTC เหตุการณ์ Halving ครั้งต่อไปซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ผู้ขุดจะได้รับ 1.56 BTC เท่านั้นสำหรับการตรวจสอบบล็อกของธุรกรรม รางวัลที่ได้จากการขุดแต่ละบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่งแบบนี้ทุกๆ 4 ปี ด้วยเหตุนี้การขุดบิทคอยน์จึงยากมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้จึงทำให้ราคาบิทคอยน์มักจะปรับตัวสูงขึ้นทุกครั้งหลังจากเหตุการณ์ Halving อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้รับประกันว่าเหตุการณ์ Halving รอบหน้าจะซ้ำรอยเช่นรอบที่ผ่านมา 

 

ราคาหุ้นของ MicroStrategy เคลื่อนไหวตามราคาบิทคอยน์

รายงานของ Berenberg ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่เกิด Halving ราคา BTC มักจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 682% โดยช่วงบิทคอยน์ Halving ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2012 ราคา BTC อยู่ที่ประมาณ 12 ดอลลาร์ และจากนั้นได้พุ่งสูงขึ้นไปที่ 1,164 ดอลลาร์ภายใน 367 วันต่อจากนั้น

 

สำหรับปี 2023 ราคาบิทคอยน์เริ่มต้นปีที่ประมาณ 16,500 ดอลลาร์ จากนั้นราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะเจอแรงเทขายในบางช่วงก็ตาม ราคา BTC ยังสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 30,000 ดอลลาร์ และทรงตัวอยู่ที่ระดับนั้นได้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ต้นปีบิทคอยน์ให้ผลตอบแทนมากกว่า 84% เลยทีเดียว ซึ่ง ณ เวลา 08.15 น. ของวันนี้ (13 กรกฎาคม) ราคา BTC ซื้อ-ขายอยู่ที่ 30,335 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงเล็กน้อยที่ 0.3% ในวันนี้

 

ขณะที่ราคาหุ้นของ MicroStrategy ซื้อ-ขายอยู่ที่ 410.30 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 180% นับตั้งแต่ต้นปี 2023 สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นของราคาบิทคอยน์ส่งผลให้ราคาหุ้น MSTR ปรับตัวสูงขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน 

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post รายงานของ Berenberg ชี้ว่า เหตุการณ์บิทคอยน์ Halving รอบหน้าจะสร้างอานิสงส์แก่ราคาหุ้น MicroStrategy เต็มๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โมเดลชี้ เหตุการณ์ Halving ปี 2024 Bitcoin อาจพุ่งไปถึง 1.6 แสนดอลลาร์ หรือ 5.5 ล้านบาทต่อ BTC https://thestandard.co/bitcoin-may-hit-160k-in-2024/ Sat, 27 May 2023 09:08:46 +0000 https://thestandard.co/?p=796073 Bitcoin Halving

อุตสาหกรรมคริปโตกำลังนับถอยหลังเข้าสู่เหตุการณ์สำคัญอย่ […]

The post โมเดลชี้ เหตุการณ์ Halving ปี 2024 Bitcoin อาจพุ่งไปถึง 1.6 แสนดอลลาร์ หรือ 5.5 ล้านบาทต่อ BTC appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

อุตสาหกรรมคริปโตกำลังนับถอยหลังเข้าสู่เหตุการณ์สำคัญอย่าง ‘Bitcoin Halving’ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2024 นักวิเคราะห์ได้ออกมาคาดการณ์ว่า BTC มีโอกาสทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ครั้งใหม่ แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

 

BTC มีโอกาสเพิ่มขึ้น 500% ภายในปี 2024 

 

อีกไม่ถึง 12 เดือน อุตสาหกรรมคริปโตจะเข้าสู่เหตุการณ์สำคัญนั่นคือ ‘Bitcoin Halving’ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก

 

TechDev ได้ออกมาคาดการณ์ราคา BTC ว่า สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 อาจทำจุดสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่อีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2024 โดยคาดว่าเป้าหมายจะสูงถึง 1.6 แสนดอลลาร์เลยทีเดียว หรือคิดเป็นเงินไทยที่ราว 5.5 ล้านบาทต่อ BTC

 

 

จากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา ทุกครั้งหลังจากเกิดเหตุการณ์ Halving ราคา BTC มักจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า Halving ครั้งต่อไปก็น่าจะทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในอดีตไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้มี BTC ที่ถูกขุดแล้วมากกว่า 19 ล้านเหรียญ จากทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ ซึ่งหมายความว่า เหตุการณ์ Bitcoin Halving ครั้งต่อไปอาจไม่ได้มีนัยสำคัญเช่นครั้งที่ผ่านมา

 

ทำไมเหตุการณ์ Bitcoin Halving จึงมีความสำคัญ

ทุกๆ 4 ปี จำนวน Bitcoin ใหม่ที่ออกมาต่อบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราเรียกว่าเหตุการณ์ Halving เมื่อ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นในปี 2008 รางวัลของแต่ละบล็อกจะอยู่ที่ประมาณ 50 BTC และ 4 ปีต่อมาในเหตุการณ์ Halving ครั้งแรก ผลตอบแทนลดลงอยู่ที่ 25 BTC และลดลงเหลือ 12.5 BTC ในเหตุการณ์ Halving ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2016 และล่าสุดเมื่อปี 2020 

 

ปัจจุบันจำนวน BTC ที่สร้างขึ้นใหม่ในแต่ละบล็อกอยู่ที่ 6.25 BTC เหตุการณ์ Halving ครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ผู้ขุดจะได้รับ 1.56 BTC เท่านั้นสำหรับการตรวจสอบบล็อกของธุรกรรม รางวัลที่ได้จากการขุดแต่ละบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่งแบบนี้ทุกๆ 4 ปี ด้วยเหตุนี้การขุด Bitcoin จึงยากมากขึ้นเรื่อยๆ

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น 

 

อ้างอิง:

The post โมเดลชี้ เหตุการณ์ Halving ปี 2024 Bitcoin อาจพุ่งไปถึง 1.6 แสนดอลลาร์ หรือ 5.5 ล้านบาทต่อ BTC appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาขาขึ้นรอบใหม่ของ Bitcoin เมื่อ ‘Bitcoin Halving’ กำลังจะเกิดในอีก 1 ปี https://thestandard.co/bitcoin-halving-just-over-1-year/ Wed, 01 Mar 2023 04:12:01 +0000 https://thestandard.co/?p=756979 Bitcoin Halving

‘Bitcoin’ (BTC) อาจกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง จากเหตุการ […]

The post จับตาขาขึ้นรอบใหม่ของ Bitcoin เมื่อ ‘Bitcoin Halving’ กำลังจะเกิดในอีก 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

‘Bitcoin’ (BTC) อาจกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง จากเหตุการณ์ ‘Bitcoin Halving’ ที่กำลังจะมาถึงในอีก 1 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นกระบวนการที่เหล่า Validator Node (ผู้ยืนยันธุรกรรมบนเครือข่าย) จะได้รับผลตอบแทนในรูป ‘BTC’ ลดลงครึ่งหนึ่ง และในทุกครั้งหลังการ ‘Halving’ ก็มักจะทำให้ ‘BTC’ ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง

 

และปัจจุบัน เหล่า Validator Node จะได้รับผลตอบแทน 6.25 BTC ต่อบล็อกของธุรกรรม ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที และภายในปี 2024 ผลตอบแทนต่อบล็อกจะลดลงเหลือเพียง 3.125 BTC ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อของ Bitcoin ลดจาก 2% เหลือเพียง 1%

 

โดยเงินเฟ้อของ Bitcoin ได้ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่แรก ให้ในท้ายที่สุดมีค่าเข้าใกล้ศูนย์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าปริมาณ Bitcoin ทั่วโลกจะไม่เกิน 21 ล้านดอลลาร์

 

หากอ้างอิงจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง และในทุกครั้งที่ Bitcoin เกิด Halving ก็จะทำให้ราคาเหรียญดังกล่าวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงทุกครั้ง

 

ในครั้งแรกของการ ‘Halving’ เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปี 2012 ที่ก่อนหน้าการ ‘Halving’ ราคา ‘BTC’ ก็เคลื่อนไหวบริเวณ 12 ดอลลาร์เท่านั้นเอง และภายในเวลาเพียง 1 ปี หลังจาก Halving ราคาเหรียญดังกล่าวก็พุ่งอย่างรุนแรงไปแตะ 1,000 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว

 

ครั้งที่ 2 ของการ ‘Halving’ นั้นเกิดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคมของปี 2016 ที่ในช่วงก่อนการ ‘Halving’ เหรียญ ‘BTC’ กำลังเคลื่อนไหวที่ระดับราคาราว 650 ดอลลาร์ และภายในเวลาไม่นานหลังการ ‘Halving’ ราคา ‘BTC’ ก็ดีดตัวอย่างรวดเร็ว ไปแตะจุดสูงสุดที่ 19,000 ดอลลาร์ 

 

ในครั้งล่าสุดของการ ‘Halving’ ที่เพิ่งจะผ่านไปไม่นาน ช่วงเมษายนปี 2020 นั้นราคา ‘BTC’ เคลื่อนไหวต่ำกว่า 9,000 ดอลลาร์ในช่วงก่อนการ ‘Halving’ และภายในเวลาเพียง 1 ปี ‘BTC’ ก็ขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 69,000 ดอลลาร์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021

 

ซึ่งในแต่ละครั้งหลังการ ‘Halving’ เหรียญ Bitcoin ก็ทำผลตอบแทนจากช่วงก่อนหน้าถึงจุดสูงสุดใหม่กว่า 83, 29 และ 8 เท่า ตามลำดับ และด้วยมูลค่าทางตลาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แต่ละครั้งในการปรับตัวขึ้นเป็นไปในอัตราที่ชะลอตัวลง และอาจคาดการณ์ได้ว่าจะชะลอตัวลงในขาขึ้นรอบหน้าอีกเช่นเดียวกัน

 

และในขาขึ้นรอบถัดไปหลังการ ‘Halving’ ของปี 2024 ก็อาจได้เห็นราคาของ ‘BTC’ ปรับตัวขึ้นไปยืนเหนือ 100,000 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวราว 4-6 เท่าจากราคาปัจจุบัน ไปเป็นจุดสูงสุดใหม่ของวัฏจักรรอบถัดไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post จับตาขาขึ้นรอบใหม่ของ Bitcoin เมื่อ ‘Bitcoin Halving’ กำลังจะเกิดในอีก 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ท๊อป จิรายุส’ เผย Bitcoin Halving ในปี 2024 อาจกลับมาดันให้ราคาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง https://thestandard.co/bitcoin-halving-in-2024-may-return-push-prices-up-again/ Wed, 02 Feb 2022 08:54:07 +0000 https://thestandard.co/?p=589776 Bitcoin Halving

‘Bitcoin Halving’ ปรากฏการณ์ที่รางวัลซึ่งได้จากการขุด B […]

The post ‘ท๊อป จิรายุส’ เผย Bitcoin Halving ในปี 2024 อาจกลับมาดันให้ราคาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

‘Bitcoin Halving’ ปรากฏการณ์ที่รางวัลซึ่งได้จากการขุด Bitcoin จะลดลงครึ่งหนึ่งหลังจากที่มีการพบบล็อกใหม่จำนวน 210,000 บล็อก ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ปี

 

ปัจจุบันรางวัลจากการขุด Bitcoin อยู่ที่ 6.25 Bitcoin ต่อ 1 บล็อก ซึ่งในปี 2024 รางวัลจากการขุดก็จะลดลงไปเหลือ 3.125 Bitcoin ต่อ 1 บล็อก

 

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ราคา Bitcoin ขยับขึ้นในแต่ละรอบ

 

ล่าสุด จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า จากแนวโน้มในอดีตที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าช่วงเวลาทองของ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ โดยทั่วไปแล้วจะเกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ราว 6 เดือน ซึ่งรอบถัดไปจะตรงกับช่วงปี 2024-2025

 

ช่วงที่ผ่านมาตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เนื่องจากการเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน ขณะเดียวกันหน่วยงานกำกับของแต่ละประเทศต่างเข้ามาควบคุมมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการที่จะสั่งห้ามเกี่ยวกับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระราคาสินค้าและบริการต่างๆ

 

อย่างในประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ถูกสั่งให้หลีกเลี่ยงที่จะข้องเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีโดยตรง ขณะที่ภาครัฐจะเริ่มเก็บภาษีจากกำไรที่ได้จากซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 

 

“หน่วยงานกำกับพยายามที่จะใช้กรอบแนวคิดแบบเก่าเพื่อควบคุมนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเสมอไป นโยบายที่ไม่เหมาะสมจะเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรมและอาจทำให้สูญเสียโอกาสไปได้” 

 

ทั้งนี้ ราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาร่วงลงจากจุดสูงสุดที่ 69,000 ดอลลาร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 มาแตะระดับ 32,917 ดอลลาร์ เมื่อปลายเดือนมกราคม 2022 ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 38,200 ดอลลาร์

 

จากข้อมูลในอดีตอิงจากเว็บไซต์ Buy Bitcoin Worldwide พบว่า หลังจาก Bitcoin Halving 3 ครั้งที่ผ่านมา เมื่อปี 2012, 2016 และ 2020 ราคา Bitcoin ต่างปรับขึ้นทั้งหมดในอีก 150 วันถัดมา โดยเมื่อปี 2012 ราคา Bitcoin เพิ่มจาก 12.35 ดอลลาร์ มาเป็น 127 ดอลลาร์, ปี 2016 ราคาขึ้นจาก 650.63 ดอลลาร์ มาเป็น 758.81 ดอลลาร์ และปี 2020 ราคาขึ้นจาก 8,821.42 ดอลลาร์ มาเป็น 10,943 ดอลลาร์ 

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘ท๊อป จิรายุส’ เผย Bitcoin Halving ในปี 2024 อาจกลับมาดันให้ราคาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>