BIMSTEC Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/bimstec/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 06 Aug 2026 11:54:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อนุทิน-มินอ่องหล่าย ออกแถลงการณ์ร่วม หนุนความร่วมมือรอบด้าน ยกระดับปราบอาชญากรรมข้ามชาติ แก้ปัญหาหมอกควัน-มลพิษทางน้ำ https://thestandard.co/thailand-myanmar-joint-statement/ Thu, 06 Aug 2026 11:54:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1239063 นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย แถลงการณ์ร่วม

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมของของนายกรัฐม […]

The post อนุทิน-มินอ่องหล่าย ออกแถลงการณ์ร่วม หนุนความร่วมมือรอบด้าน ยกระดับปราบอาชญากรรมข้ามชาติ แก้ปัญหาหมอกควัน-มลพิษทางน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย แถลงการณ์ร่วม

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมของของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กับประธานาธิบดี มินอ่องหล่าย แห่งเมียนมา ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างและกระชับความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในหลายด้าน ได้แก่ด้านการเมืองและความมั่นคง, เศรษฐกิจ, สิ่งแวดล้อม, สังคมและวัฒนธรรม และความร่วมมือในระดับภูมิภาค

 

สำหรับความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการหารือระหว่างกันในทุกระดับ รวมถึงเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เมียนมา (JC) โดยเร็ว

 

นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์และปัญหายาเสพติด ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และดำเนินการร่วมกันเพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ตลอดจนตัดวงจรและสกัดกั้นเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

 

ส่วนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าทวิภาคี เพื่อบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าทวิภาคี จำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ขณะที่ผู้นำทั้งสอง ยังยินดีต่อการเปิดจุดผ่านแดนถาวร ณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่สอง (เมียวดี-แม่สอด) อีกครั้ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศ และเห็นพ้องที่จะพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม โดยขึ้นอยู่กับความเห็นชอบร่วมกันและสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น

 

ทั้งสองฝ่าย ยังตระหนักถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของความมั่นคงทางพลังงาน และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในภาคพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งสองประเทศจะมีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและพึ่งพาได้

 

พร้อมกันนี้ยังแสดงความยินดีต่อการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานฉบับใหม่และความตกลงว่าด้วยการจ้างงานฉบับใหม่ระหว่างสองประเทศ

 

สำหรับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการกระชับความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบข้ามพรมแดน รวมทั้งปัญหาหมอกควันข้ามแดน การเผาในที่โล่ง และมลพิษทางน้ำ โดยยินดีต่อความร่วมมือที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการป้องกันปัญหาไฟป่า ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังไฟป่า

 

ส่วนกรณีปัญหาสารพิษจากเหมืองในเมียนมาที่ปนเปื้อนมายังแม่น้ำหลายสายในไทย ผู้นำไทยและเมียนมา ยินดีที่มีการลงนามในเอกสารขอบเขตหน้าที่ของคณะทำงานร่วมด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำชายแดนและแม่น้ำพรมแดนระหว่างไทยกับเมียนมา และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งจัดการประชุมคณะทำงานร่วมดังกล่าวโดยเร็ว ในช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

 

ส่วนความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม ไทยและเมียนมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

 

ขณะที่ความร่วมมือในระดับภูมิภาค ผู้นำไทยและเมียนมาเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งอาเซียน BIMSTEC ACMECS และกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงต่างๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความมั่งคั่งร่วมกันของภูมิภาค

 

โดยรัฐบาลไทยยืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการดำรงตำแหน่งประธาน ACMECS ของเมียนมา และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและทำงานร่วมกับเมียนมาอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการเข้าร่วมของเมียนมาในกลไกและกระบวนการต่างๆ ของอาเซียนให้เป็นไปอย่างเต็มที่และเท่าเทียม ตามกฎบัตรอาเซียน หลักการ และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฝ่ายเมียนมาแสดงความขอบคุณต่อบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในการอำนวยความสะดวกให้ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียนกลับมาเป็นปกติ

 

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังยินดีต่อความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเมียนมาในการขับเคลื่อนการเจรจาสันติภาพ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนผ่านกระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำ (Myanmar-owned and Myanmar-led process)

 

อ้างอิง:

 

The post อนุทิน-มินอ่องหล่าย ออกแถลงการณ์ร่วม หนุนความร่วมมือรอบด้าน ยกระดับปราบอาชญากรรมข้ามชาติ แก้ปัญหาหมอกควัน-มลพิษทางน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลไม่กังวล มิน อ่อง หล่าย เชื่อหากเมียนมาสงบเกิดผลดีกับไทย เผยนายกฯ จ่อหารือหลายประเด็น https://thestandard.co/min-aung-hlaing-thailand-visit-discussions/ Wed, 22 Jul 2026 06:40:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1233608 รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก โฆษ […]

The post โฆษกรัฐบาลไม่กังวล มิน อ่อง หล่าย เชื่อหากเมียนมาสงบเกิดผลดีกับไทย เผยนายกฯ จ่อหารือหลายประเด็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ว่า ค่อยๆ ให้เมียนมาเข้ามามีบทบาทในอาเซียนมากขึ้น ส่วนประเทศไทยจะเดินหน้าในเรื่องของการช่วยเหลือสร้างสันติภาพในประเทศของเขา เพราะถ้าเมียนมาสงบสุข คนที่อยู่ในชายแดนในประเทศไทยจะมีความสุขไปด้วย

 

ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเมียนมาก็มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ถ้าจะให้เกิดการแก้ปัญหาความร่วมมือระหว่างประเทศได้ผล จึงต้องให้ผู้นำประเทศได้คุยกัน โดยเร็วๆ นี้ นายกฯ ได้เชิญพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา มาเยือนประเทศไทย

 

รัชดา กล่าวว่า จะมีการหารือทุกเรื่อง ทั้งเรื่องสันติภาพ การแก้ปัญหายาเสพติด สแกมเมอร์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเผาต่างๆ หรือสารพิษในแม่น้ำ ซึ่งมีผลเชื่อมต่อทั้งสองประเทศ เพราะเราเป็นประเทศที่อยู่ติดกัน ซึ่งทางเมียนมาขอบคุณประเทศไทยในเรื่องของความจริงใจที่รัฐบาลยื่นให้เขา เปิดพื้นที่ให้เขาได้มีโอกาสที่จะกลับมาสู่ประชาคมอาเซียนจากการจัดเวทีอย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ให้รัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนทุกคนได้มาพบปะพูดคุย รวมถึงเมียนมาด้วย ถือเป็นจุดริเริ่มที่สำคัญมาก และถือเป็นความจริงใจของรัฐบาลไทย

 

รัชดาย้ำว่า จากที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้มาพบกับนายกฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางเมียนมารับทราบปัญหาผลกระทบที่มีกับคนไทย และพร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่อยากได้ความร่วมมือทางวิชาการในเรื่องการเผาและมลพิษต่างๆ จากไทย คาดว่าจะมีอีกหลายเรื่องที่จะได้ร่วมมือกันสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อประชาชน

 

เมื่อถามอีกว่า กังวลเรื่องภาพลักษณ์ของรัฐบาล พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ที่คนมองเป็นภาพลบหรือไม่ รัชดายืนยันว่า ไม่กังวล เพราะคนอื่นที่ไม่ใช่ประเทศเพื่อนบ้านคงไม่เข้าใจว่า ในความเป็นประเทศเพื่อนบ้านเราต้องอยู่ด้วยกัน ถ้ามีสันติภาพและสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในเมียนมา คนไทย และประเทศไทยจะได้ประโยชน์ตรงนั้นด้วย เราต้องช่วยกัน ไม่ใช่ไปกีดกันเขา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดการเยือนประเทศไทยเพื่อจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำระดับภูมิภาค (BIMSTEC) ที่ กทม.ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้

The post โฆษกรัฐบาลไม่กังวล มิน อ่อง หล่าย เชื่อหากเมียนมาสงบเกิดผลดีกับไทย เผยนายกฯ จ่อหารือหลายประเด็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับนายกฯ ภูฏาน วิสัยทัศน์สู่ ‘เมืองแห่งสติ’, FTA ไทย-ภูฏาน และนวัตกรรมขุดบิทคอยน์ด้วยพลังงานสะอาด https://thestandard.co/thailand-bhutan-fta-2025/ Wed, 16 Apr 2025 01:01:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1064851 thailand-bhutan-fta-2025

ท่ามกลางตารางที่แน่นขนัดของการประชุมสุดยอดความริเริ่มแห […]

The post คุยกับนายกฯ ภูฏาน วิสัยทัศน์สู่ ‘เมืองแห่งสติ’, FTA ไทย-ภูฏาน และนวัตกรรมขุดบิทคอยน์ด้วยพลังงานสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-bhutan-fta-2025

ท่ามกลางตารางที่แน่นขนัดของการประชุมสุดยอดความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อ 3-4 เมษายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีภูฏาน ดาโช เชริง โตบเกย์ เดินหน้าขยายความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง

 

ประเทศเล็กในอ้อมกอดเทือกเขาหิมาลัยที่มีประชากรไม่ถึง 800,000 คน และต้องพึ่งพาอินเดียถึง 80% ในด้านการค้าและพลังงาน กลับเลือกเส้นทางการพัฒนาที่ไม่วัดความสำเร็จด้วย GDP แต่ใช้ ‘ความสุขมวลรวมของชาติ’ (Gross National Happiness) เป็นเข็มทิศ พร้อมจารึกในรัฐธรรมนูญให้รักษาพื้นที่ป่าไว้ไม่ต่ำกว่า 60% ของผืนแผ่นดิน

 

ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว THE STANDARD นายกรัฐมนตรีโตบเกย์ได้เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของภูฏาน ตั้งแต่การลงนามข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย ไปจนถึงโครงการ ‘เกเลพู เมืองแห่งสติ’ (Gelephu Mindfulness City) และการทำเหมืองบิทคอยน์ด้วยพลังงานสะอาด

 

เชื่อมโยงภูมิปัญญาและโอกาส

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 28 เมษายน 2568 ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศยิ่ง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันลึกซึ้ง “พี่น้องชาวภูฏานทุกคนต่างตั้งตารอและพร้อมต้อนรับทั้งสองพระองค์” นายกฯ โตบเกย์ กล่าวว่า การเสด็จเยือนครั้งนี้จะยกระดับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

การพบกันระดับทวิภาคีระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไทย และนายกฯ ภูฏาน ในช่วงของการประชุม BIMSTEC สองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงการค้าเสรี ซึ่งสำเร็จในเวลาเพียง 9 เดือน จากกรอบเวลา 2 ปีที่กำหนดไว้แต่แรก ส่งผลให้สินค้าไทยอย่างเครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ และเคมีภัณฑ์ จะเข้าสู่ตลาดภูฏาน ขณะเดียวกัน ผลิตผลเกษตรอินทรีย์ น้ำแร่ ของภูฏานก็จะมีช่องทางส่งออกมายังไทย “ถ้าเราเป็นมิตรแท้ เราควรทำให้สำเร็จภายใน 1 ปี แต่เราทำได้ภายใน 9 เดือน” โตบเกย์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

คุยกับนายกฯ ภูฏาน วิสัยทัศน์สู่ ‘เมืองแห่งสติ’, FTA ไทย-ภูฏาน

 

ประเทศเล็ก…ความทะเยอทะยานใหญ่

 

ในเวที BIMSTEC ซึ่งมีสมาชิก 7 ประเทศ คือ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย มีประชากรรวมกันกว่า 22 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ภูฏานถือเป็นประเทศสมาชิกที่เล็กที่สุด แต่ตั้งเป้าว่าจะมีโอกาสอย่างมากจากความร่วมมือกลุ่มนี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่นายกฯ โตบเกย์ ย้ำว่าต้องเป็นไปตามนโยบายที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการต้อนรับแขกผู้ไปเยือน จึงวางการท่องเที่ยวไว้แบบ ‘คุณค่าสูง จำนวนน้อย’

 

รัฐบาลภูฏานอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ นั่นคือ Gelephu Mindfulness City (GMC) หรือ ‘เมืองแห่งสติ’ บนผืนป่าพื้นที่ 2,500 ตารางกิโลเมตร ตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางของการศึกษา จิตวิทยา สถาบันฝึกสติ เทคโนโลยีสะอาด และศูนย์รวมธุรกิจไว้ด้วยกัน ภายใต้การออกแบบโดย Bjarke Ingels สถาปนิกชาวเดนมาร์กที่เลื่องชื่อระดับโลก และมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย MQDC โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างงานให้เยาวชนภูฏาน หวังลดการอพยพของคนรุ่นใหม่ไปทำงานต่างประเทศ และเป็นต้นแบบเมืองที่พัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค

 

นวัตกรรมด้วยพลังงานสีเขียว

 

ภูฏานยังบุกเบิกการทำเหมืองบิทคอยน์โดยใช้พลังน้ำสะอาด “เราไม่ได้ซื้อบิทคอยน์มาเทรด แต่ขุดเองด้วยพลังงานสะอาด เพื่อเก็บมูลค่าพลังงานไว้ในบิทคอยน์” นายกฯ โตบเกย์อธิบาย รายได้จากบิทคอยน์นำไปสนับสนุนการศึกษาฟรี การรักษาพยาบาลฟรี การอนุรักษ์ป่าไม้ และค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ

 

ท่ามกลางกระแสภูมิรัฐศาสตร์ ภูฏานต้องเดินเกมทูตอย่างระมัดระวัง เชิงกายภาพภูฏานตั้งอยู่ระหว่างจีนและอินเดีย “เราไม่ได้ถูกบีบแต่อยู่ระหว่างสองมหาอำนาจอย่างแข็งแกร่ง” โตบเกย์กล่าว อินเดียยังคงเป็นหุ้นส่วนหลัก ขณะที่ความสัมพันธ์กับจีนเป็นไปอย่างราบรื่น

 

ภูฏานกำลังเขียนบทใหม่ของการพัฒนาประเทศด้วยแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างการอนุรักษ์และนวัตกรรม จากการยึดหลัก ‘ความสุขมวลรวมประชาชาติ’ ไปจนถึงการสร้าง ‘เมืองแห่งสติเกเลพู’ บนพื้นที่ 2,500 ตารางกิโลเมตร และการขุดบิทคอยน์ด้วยพลังงานสีเขียว ทั้งหมดนี้สะท้อนการมองอนาคตที่ยั่งยืนในทุกมิติ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21

 

คุยกับนายกฯ ภูฏาน วิสัยทัศน์สู่ ‘เมืองแห่งสติ’, FTA ไทย-ภูฏาน

 

นี่คือบางส่วนของบทสัมภาษณ์พิเศษกับนายกรัฐมนตรีเชริง โตบเกย์

 

ถาม: การเสด็จเยือนภูฏานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีแห่งประเทศไทยในวันที่ 25 เมษายนนี้ จะช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างไร

 

ตอบ: เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเสด็จเป็นครั้งแรกนอกประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี นอกจากพิธีการแล้ว เราจะจัดเทศกาลวัฒนธรรมไทย การสาธิตมวยไทย การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร และการฉายภาพยนตร์ไทยกลางแจ้ง เพื่อเชิญ ‘พี่น้องชาวไทยทุกคน’ มาเป็นแขกสำคัญและเสริมสร้างมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

ถาม: การเสด็จเยือนครั้งนี้จะช่วยขยายความร่วมมือทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจอย่างไร

 

ตอบ: การเสด็จเยือนครั้งนี้สืบเนื่องจากความเคารพและมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองราชวงศ์ นอกจากการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและอาหารแล้ว ยังเชื่อมโยงกับข้อตกลงการค้าเสรีที่เพิ่งลงนาม ช่วยเปิดทางให้สินค้าจากไทยเข้าไปในภูฏาน เช่น สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย อิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์ ขณะที่สินค้าผลผลิตการเกษตรอินทรีย์ น้ำแร่ ของภูฏานก็จะส่งออกมาไทยได้

 

ถาม: การลงนามข้อตกลงการค้าเสรีใช้เวลาเพียง 9 เดือน แทนที่จะเป็น 2 ปี เกิดจากอะไร และจะนำไปใช้ประโยชน์อะไร

 

ตอบ: ความไว้วางใจและวิสัยทัศน์ร่วมกันทำให้เราทำให้เสร็จภายใน 1 ปี บรรดาผู้บริโภคในภูฏานจะได้เข้าถึงสินค้าไทย เช่น เสื้อผ้า สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์ ขณะที่ตลาดไทยก็จะต้อนรับผลิตผลเกษตรอินทรีย์ และน้ำแร่ของภูฏาน

 

ถาม: ในเวที BIMSTEC ที่มีประชากรรวมกันกว่า 22% ของประชากรโลก ภูฏานหวังจะได้อะไรจากความร่วมมือนี้

 

ตอบ: ในฐานะสมาชิกที่มีประชากรน้อยที่สุด ภูฏานจะได้รับประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวแบบ ‘คุณค่าเชิงคุณภาพ ปริมาณน้อย’ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและในภูมิภาค นอกจากนี้ เรายังเห็นโอกาสในพลังงาน การเชื่อมต่อดิจิทัล และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อกระจายเศรษฐกิจของเรา

 

ถาม: ภูฏานตั้งอยู่ระหว่างจีนและอินเดีย ท่านบริหารความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศอย่างไร

 

ตอบ: อินเดียยังคงเป็นพันธมิตรหลักด้านการพัฒนาและการค้า ขณะที่ความสัมพันธ์กับจีนเป็นไปอย่างราบรื่น เราคงความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองเพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างงดงาม

 

ถาม: ปรัชญา ‘ความสุขมวลรวมของชาติ’ ช่วยขับเคลื่อนภูฏานอย่างไร

 

ตอบ: ในหนึ่งชั่วอายุคน อายุขัยเพิ่มจาก 40 เป็นกว่า 70 ปี และอัตราการรู้หนังสือของเยาวชนเพิ่มจาก 16% เป็น 99% ด้วยการให้บริการสาธารณสุขและการศึกษาฟรี ภูฏานยังคงเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นลบ ด้วยพื้นที่ป่ามากกว่า 70% แต่ความท้าทายใหม่คือการรักษาเยาวชนที่มีทักษะให้อยู่ในประเทศ

 

ถาม: วิสัยทัศน์ของ ‘เมืองมีสติเกเลพู’ และการสร้างพันธมิตรนานาชาติคืออะไร

 

ตอบ: เมืองมีสติครอบคลุมพื้นที่ 2,500 ตารางกิโลเมตร ในฐานะเขตปกครองพิเศษ จะผสานการศึกษา จิตวิญญาณ สุขภาพ เทคโนโลยี และการเงิน Bjarke Ingels สถาปนิกชาวเดนมาร์ก ออกแบบโดยผสมผสานแนวคิดล้ำสมัยเข้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อม ส่วนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย MQDC ดูแล โครงสร้างพื้นฐาน กลุ่มนักธุรกิจไทยจำนวนมากแสดงความประสงค์ที่จะมีส่วนร่วมลงทุนอย่างยั่งยืนในโครงการนี้ด้วย

 

ถาม: ภูฏานลงทุนในบิทคอยน์ และนำรายได้ไปใช้ประโยชน์อย่างไร

 

ตอบ: เราใช้พลังงานน้ำหมุนเวียนส่วนเกินมาขุดบิทคอยน์ เพื่อ ‘เก็บ’ มูลค่าพลังงาน รายได้จากบิทคอยน์นำไปสนับสนุนบริการสาธารณะฟรี เช่น การศึกษาและสาธารณสุข อนุรักษ์ป่าไม้ และจ่ายค่าตอบแทนข้าราชการ สอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจสีเขียวของเรา

 

ถาม: หลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาหลายปี ท่านตั้งเป้าหมายให้เป็นที่จดจำอย่างไร

ตอบ: ผมไม่ได้คิดเรื่องให้คนจดจำ ภารกิจของผมคือรับใช้พระมหากษัตริย์และประชาชน ไม่ใช่การทำงานเพื่อตัวเองเพื่อให้คนจดจำ

 

คุยกับนายกฯ ภูฏาน วิสัยทัศน์สู่ ‘เมืองแห่งสติ’, FTA ไทย-ภูฏาน

 

อย่าพลาด! ติดตามบทสัมภาษณ์พิเศษฉบับเต็มกับนายกรัฐมนตรีดาโช เชริง โตบเกย์ ในรายการ The World Dialogue ได้ทาง YouTube: THE STANDARD เร็วๆ นี้ เพื่อรับชมมุมมองลึกซึ้งและวิสัยทัศน์จากผู้นำประเทศแห่งความสุขมวลรวมแบบเต็มอิ่ม

The post คุยกับนายกฯ ภูฏาน วิสัยทัศน์สู่ ‘เมืองแห่งสติ’, FTA ไทย-ภูฏาน และนวัตกรรมขุดบิทคอยน์ด้วยพลังงานสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลังคนรุ่นใหม่เปลี่ยนสังคม: ‘ยูนุส’ เผยวิสัยทัศน์เพื่ออนาคตที่มั่นคง https://thestandard.co/youth-power-changing-society-muhammad-yunus/ Tue, 08 Apr 2025 04:08:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1061722 มูฮัมหมัด ยูนุส

ระหว่างการเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BI […]

The post พลังคนรุ่นใหม่เปลี่ยนสังคม: ‘ยูนุส’ เผยวิสัยทัศน์เพื่ออนาคตที่มั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูฮัมหมัด ยูนุส

ระหว่างการเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BIMSTEC เป็นโอกาสที่ดีอย่างมากที่ THE STANDARD ได้สัมภาษณ์พิเศษ ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ท่านเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในฐานะ ‘นายธนาคารเพื่อคนจน’ ท่านไม่เพียงเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน ซึ่งมีโมเดลสินเชื่อรายย่อยที่ช่วยยกระดับคนนับล้านให้พ้นจากความยากจน แต่ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของรัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่

 

การสนทนาเกิดขึ้นในขณะที่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น ศาสตราจารย์ยูนุสพูดด้วยความชัดเจนและเร่งด่วนเกี่ยวกับความจำเป็นในการมีกรอบความคิดใหม่ของโลก ซึ่งมีรากฐานอยู่บนความเป็นธรรม ความร่วมมือ และความคิดสร้างสรรค์

 

ศาสตราจารย์ยูนุสเกิดในปี 1940 ที่จิตตะกอง อีสต์เบงกอล (ปัจจุบันคือบังกลาเทศ) ยูนุสท้าทายการเงินแบบดั้งเดิมครั้งแรกด้วยการให้เงินกู้รายย่อยโดยไม่ต้องมีหลักประกันแก่ผู้สานตะกร้าในช่วงทศวรรษ 1970 แนวคิดนั้นต่อมาพัฒนาเป็นธนาคารกรามีน ซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 1983 และภารกิจของเขา—การมองว่าสินเชื่อเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน—ได้จุดประกายขบวนการสินเชื่อรายย่อยระดับโลก ในปี 2006 ยูนุสและธนาคารกรามีนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกัน เกือบสองทศวรรษต่อมา เขายังคงเป็นนักคิดที่ได้รับความเคารพทั่วโลกในเรื่องการขจัดความยากจน ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ และการเสริมพลังเยาวชน

 

ศาสตราจารย์ยูนุส ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2024 ให้เป็นผู้นำรัฐบาลชั่วคราวหลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ลงจากตำแหน่ง ยูนุสได้กลายเป็นศูนย์กลางของความพยายามในการปฏิรูปประเทศ ในที่ประชุมผู้นำ BIMSTEC ความสนใจของยูนุส มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงระดับภูมิภาคเช่นกัน โดยเฉพาะบทบาทของ BIMSTEC (ความริเริ่มอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการ และเศรษฐกิจ) ในฐานะเวทีสำหรับเยาวชน ความร่วมมือ และนวัตกรรม

 

นี่คือบางช่วงบางตอนของบทสนทนาที่คัดสรรจากการสัมภาษณ์พิเศษ​ ศ.ยูนุส เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่กรุงเทพฯ

 

 

คำถาม: ตอนนี้ท่านอยู่ในบทบาททางการเมืองนี้มา 8 เดือนแล้ว การเปลี่ยนจากผู้นำภาคประชาสังคมเข้าสู่ใจกลางของรัฐบาลเป็นอย่างไรบ้าง

 

ตอบ: เป็นชีวิตอีกแบบหนึ่ง แต่ตอนนี้ที่ผมได้รับความรับผิดชอบนี้แล้ว ผมก็กำลังเผชิญหน้า ซึ่งเป็นประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง และคุ้มค่า โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตของบังกลาเทศ หากผมสามารถช่วยได้ในทางใดทางหนึ่ง และสร้างผลลัพธ์ต่อนโยบายของรัฐบาล ก็เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่จะทำเช่นนั้น

 

คำถาม: ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กลับมาใช้ภาษีตอบโต้ 36% สำหรับบังกลาเทศ ซึ่งเทียบเท่ากับประเทศไทย ท่านคิดว่าการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้าเช่นนี้จะเปลี่ยนวิธีการกำหนดกรอบการสนทนาทางเศรษฐกิจโลกหรือไม่

 

ตอบ: ผมคิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนา ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย ผมมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจา เป็นการเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าจะบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลทรัมป์ต้องการได้อย่างไร และเราจะรับประกันว่าธุรกิจของเรายังคงดำเนินต่อไปในระดับสูงได้อย่างไร นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

 

คำถาม: ท่านเป็นผู้สนับสนุนเยาวชนมาอย่างยาวนาน หลายคนกำลังรู้สึกผิดหวังกับการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์แบบดั้งเดิม ท่านจะพูดอะไรกับพวกเขาในตอนนี้

 

ตอบ: ผมจะบอกว่านี่คือสัญญาณของชีวิต ที่คุณกังวล คิด กระตือรือร้น และไม่ยอมแพ้ ความกังวลหมายความว่าคุณใส่ใจและคุณต้องการทำอะไรบางอย่าง ความกังวลนั้นเปลี่ยนเป็นการกระทำได้ สร้างความตื่นเต้นได้ อยู่กับคนอื่นที่มีวิสัยทัศน์เหมือนกับคุณ เปลี่ยนมุมของโลกในส่วนของคุณ และร่วมกันนำทางส่วนที่เหลือของโลก

 

คำถาม: ในการประชุมสุดยอด BIMSTEC ครั้งนี้ ท่านเรียกร้องให้มีความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งมากขึ้น ท่านมองบทบาทของ BIMSTEC ในบริบทโลกที่กว้างขึ้นอย่างไร

 

ตอบ: BIMSTEC มีศักยภาพที่จะนำทางด้วยพลังสร้างสรรค์ทั้งหมดที่เรามีอยู่ภายในประเทศเหล่านี้ เมื่อประเทศต่างๆ มารวมกัน ก็จะมีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเราวางรากฐานสำหรับการสร้างวิธีคิดใหม่สำหรับโลกทั้งใบ ผมมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่สามารถก้าวไปไกลเกินกว่าแค่การค้า แต่สามารถเป็นการตื่นรู้ทางวัฒนธรรมและการพัฒนา

 

คำถาม: ท่านพูดอย่างเต็มไปด้วยความหลงใหลเกี่ยวกับการเชื่อมโยงเยาวชนทั่วทั้งภูมิภาค ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับโครงสร้างหรือแพลตฟอร์มสำหรับสิ่งนี้

 

ตอบ: ความชอบส่วนตัวของผมคือการนำประเทศต่างๆ มาร่วมกัน ไม่ใช่เพียงในระดับผู้นำเท่านั้น แต่ผ่านเยาวชนของพวกเขา ให้พวกเขาได้เชื่อมต่อ เรียนรู้จากกันและกัน เข้าใจซึ่งกันและกัน ควรมีแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับการประชุม BIMSTEC ทุกครั้ง เพื่อเป็นโอกาสให้เยาวชนของประเทศสมาชิกมารวมตัวกัน และควรอย่างยิ่งที่ 50% ของเยาวชนควรเป็นผู้หญิง เพราะจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างรากฐานสำหรับสันติภาพและนวัตกรรมที่แท้จริงและยั่งยืน

 

คำถาม: ในยุคของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เช่น AI และ cryptocurrency เยาวชนควรเข้าถึงการพัฒนาเหล่านี้อย่างไร

 

ตอบ: เทคโนโลยีไม่มีจิตใจของตัวเอง เป็นเพียงเครื่องมือ จุดประสงค์ของเทคโนโลยีถูกกำหนดโดยผู้ที่ใช้ เสมือนมีดในมือของศัลยแพทย์ ถ้าตกไปอยู่ในมือที่ผิด ก็อาจจะกลับมาทำร้าย เช่นเดียวกับ AI หรือเครื่องมืออื่นๆ แต่เราต้องไม่กลัวเทคโนโลยี เราต้องควบคุมมัน อันตรายที่แท้จริงคือการที่เราปล่อยให้มันพัฒนาเกินขอบเขตไปสู่ปัญญาอัตโนมัติ

 

 

การเรียกร้องให้ลงมือทำ

 

ศาสตราจารย์ยูนุสเห็นพลังของคนรุ่นใหม่อย่างมาก และมักจะย้ำถึงการเพิ่มพลังให้กับคนรุ่นใหม่ โดยต้องไปไม่ลืมที่จะเชื่อมโยงหลักการเศรษฐกิจโลกกับการลงมือทำในระดับรากหญ้า เสียงของยูนุสจึงเป็นเสียงที่ชัดเจนและทรงพลังท่ามกลางโลกที่กำลังเต็มไปด้วยความท้าทาย

 

ติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ในรายการ THE WORLD DIALOGUE เร็วๆ นี้ ทาง YouTube ของ THE STANDARD

 

 

 

The post พลังคนรุ่นใหม่เปลี่ยนสังคม: ‘ยูนุส’ เผยวิสัยทัศน์เพื่ออนาคตที่มั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC https://thestandard.co/protest-myanmar-bimstec/ Sat, 05 Apr 2025 08:36:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1061061 protest-myanmar-bimstec

วันนี้ (5 เมษายน) ที่ บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตเม […]

The post กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC appeared first on THE STANDARD.

]]>
protest-myanmar-bimstec

วันนี้ (5 เมษายน) ที่ บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา กลุ่มสหภาพคนทำงาน, กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ, กลุ่มไฟลามทุ่ง และกลุ่มแอกยังคลับ ร่วมอ่านแถลงการณ์กรณีประเทศไทยเชิญ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา เข้าร่วมประชุม BIMSTEC

 

แถลงการณ์ ระบุว่า “จากกรณีที่รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เป็นเจ้าภาพจัดประชุม BIMSTEC และเชิญนายพลมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหารเมียนมาและเป็นบุคคลที่ถูกหมายจับระหว่างประเทศ ข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว นับเป็นการกระทำที่ละเมิดหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเป็นการสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารที่ปราบปรามประชาชนเมียนมาอย่างรุนแรงตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา

 

“ภาคประชาชนทั้งในและต่างประเทศ อาทิ สมาคมสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) ต่างประณามรัฐบาลทหารเมียนมาในเวที BIMSTEC ที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า การให้ผู้นำรัฐประหารมีที่นั่งในเวทีนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการรับรองระบอบที่โหดร้ายของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของ BIMSTEC ในฐานะองค์กรระดับภูมิภาคที่มุ่งมั่นต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาอีกด้วย

 

“การที่ประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพอนุญาตให้หัวหน้ารัฐบาลทหารเข้าร่วมประชุม ไม่เพียงแต่เป็นการมอบพื้นที่ทางการทูตให้แก่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับรัฐบาลทหารเมียนมาและระบอบเผด็จการ

 

“การเดินทางมายังกรุงเทพฯ ของมิน อ่อง หล่าย เกิดขึ้น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเป็น 3,085 ราย และยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยยังมีผู้สูญหายอีก 341 คน และบาดเจ็บ 4,715 คน

 

“นอกจากนี้ยังขัดขวางไม่ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่บางแห่ง มีการจำกัดสิ่งของ เครื่องมือ หรือหน่วยกู้ภัย ส่งความช่วยเหลือไปเฉพาะพื้นที่ที่ตนเองควบคุม พร้อมทั้งใช้ความทุกข์ยากของประชาชนไปใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ ในเมืองหลวงอย่างเนปิดอว์ พวกเขาโชว์ภาพการช่วยเหลือ ขณะที่ในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักอย่างเขตสกายหรือมัณฑะเลย์ ความช่วยเหลือกลับไปไม่ถึง ประชาชนต้องช่วยเหลือกันเองเท่าที่ทำได้ ท่ามกลางซากปรักหักพัง

 

“แม้จะประกาศหยุดยิงชั่วคราวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่กองทัพเมียนมาได้จงใจทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ประสบภัยและหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงเขตสะกาย เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ซึ่งยิ่งซ้ำเติมวิกฤตมนุษยธรรมที่กำลังดำเนินอยู่ และใช้โอกาสจากภัยพิบัติธรรมชาติแทนอาวุธ เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม มิน อ่อง หล่ายยังกล่าวหาอย่างเปิดเผยว่า กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธบางกลุ่มกำลังจัดตั้งและฝึกกำลังเพื่อเตรียมเปิดฉากโจมตี แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่จริงใจและขัดกับหลักการพื้นฐานของการเจรจาสันติภาพ

 

“รัฐบาลแพทองธารอ้างเหตุผลการเจรจาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้นำเผด็จการอย่างมิน อ่อง หล่าย ขณะที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้ออกหมายจับนายพลมิน อ่อง หล่าย ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รัฐบาลไทยควรตระหนักถึงความร้ายแรงของการให้พื้นที่แก่บุคคลที่ถูกหมายจับระหว่างประเทศ ประชาชนเมียนมายังคงถูกเข่นฆ่า ถูกจับกุมคุมขัง ถูกทรมาน และถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง นี่คือการกระทำที่น่าละอายและสวนทางกับเสียงของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั่วภูมิภาค

 

“พวกเราขอประณามอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลไทย นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และนายพลมิน อ่อง หล่าย ในการสร้างความชอบธรรมให้แก่ระบอบเผด็จการทหาร เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดสนับสนุนและให้พื้นที่แก่ผู้นำเผด็จการโดยทันที และให้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมาในการเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง โดยมีข้อเรียกร้อง ดังนี้

 

“1. เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ควรให้เกียรติหรือให้การยอมรับแก่ผู้นำเผด็จการที่ก่ออาชญากรรมต่อประชาชน การเชิญมิน อ่อง หล่ายเข้าร่วมการประชุม BIMSTEC ถือเป็นการทำลายหลักการด้านสิทธิมนุษยชน และคุณค่าของระบอบประชาธิปไตยที่รัฐบาลไทยควรยึดมั่น

 

“2. รัฐบาลไทยต้องยุติความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาในทุกรูปแบบ และไม่ควรให้การยอมรับหรือเชิญนายพลมิน อ่อง หล่ายเข้าร่วมเวทีระหว่างประเทศใด ๆ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ การกระทำเช่นนี้คือการสนับสนุนเผด็จการที่ฆ่าประชาชน และบ่อนทำลายหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในภูมิภาค

 

“3. มิน อ่อง หล่าย และสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ต้องถูกถอดถอน ไม่ใช่ได้รับการยอมรับหรือรับรองในฐานะรัฐบาลโดยพฤตินัยอีกต่อไป ผู้นำเผด็จการที่ใช้ภัยพิบัติเป็นเวทีสร้างภาพ ใช้ความช่วยเหลือเพื่อประโยชน์ฝ่ายตน และเดินหน้าสงครามกับประชาชน ไม่ควรได้รับพื้นที่ในเวทีระหว่างประเทศใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น BIMSTEC หรืออาเซียน

 

“4. หยุดการปราบปรามโดยกองทัพเมียนมาโดยทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข รวมถึงการเกณฑ์ทหารโดยบังคับ การจับกุมตามอำเภอใจ การประหารชีวิต การข่มขู่ และการโจมตีทางอากาศ การกระทำเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อความช่วยเหลือฉุกเฉิน และทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็น

 

“ด้วยความสมานฉันท์ต่อประชาชนเมียนมา”

 

กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC

The post กลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา ประณามการเชิญ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ร่วมประชุม BIMSTEC appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มแรงงานต่างชาติเตรียมชุมนุมประท้วงผู้นำเมียนมาหน้า UN ก่อนถูก ศปปส. เข้าขวาง https://thestandard.co/bright-future-sor-por-por-sor/ Sat, 05 Apr 2025 07:03:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1061013

วันนี้ (5 เมษายน) กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาในประเทศไทยภายใต […]

The post กลุ่มแรงงานต่างชาติเตรียมชุมนุมประท้วงผู้นำเมียนมาหน้า UN ก่อนถูก ศปปส. เข้าขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 เมษายน) กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาในประเทศไทยภายใต้ชื่อกลุ่ม Bright Future ได้นัดหมายรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการสวมเสื้อสีดำและตะโกนขับไล่ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุม BIMSTEC ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 3-4 เมษายนที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่การชุมนุมของกลุ่มแรงงานข้ามชาติจะเริ่มขึ้น ในเวลาประมาณ 10.20 น. ได้มีกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำรถเครื่องเสียงมายังบริเวณหน้า UN และรวมตัวชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าว

 

ต่อมาเวลาประมาณ 10.45 น. ขณะที่ผู้จัดกิจกรรมจากกลุ่ม Bright Future เดินทางมาถึง ปรากฏว่ากลุ่มศปปส.ได้พยายามเข้าทำร้ายร่างกายผู้จัดกิจกรรมรายดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ต้องเข้าทำการคุ้มกันและรักษาความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้จัดกิจกรรมของกลุ่มแรงงานต่างชาติออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ขณะที่กลุ่มศปปส.ได้กลับไปรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้า UN ตามเดิม

 

The post กลุ่มแรงงานต่างชาติเตรียมชุมนุมประท้วงผู้นำเมียนมาหน้า UN ก่อนถูก ศปปส. เข้าขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ภูฏาน ชี้ ประเทศไม่กระทบจาก ภาษีทรัมป์ เพราะส่งออกไปสหรัฐฯ น้อย เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับอินเดีย https://thestandard.co/bhutan-pm-on-trump-tariffs/ Sat, 05 Apr 2025 03:45:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1060915 นายกฯ ภูฏาน

“ภูฏานไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ เพราะเศรษฐกิจเชื […]

The post นายกฯ ภูฏาน ชี้ ประเทศไม่กระทบจาก ภาษีทรัมป์ เพราะส่งออกไปสหรัฐฯ น้อย เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับอินเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ภูฏาน

“ภูฏานไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ เพราะเศรษฐกิจเชื่อมโยงแน่นแฟ้นกับอินเดีย” ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน กล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว THE STANDARD ระหว่างการเยือนไทย พร้อมมองในแง่ดีต่อบทบาทของ BIMSTEC (ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ) ในการผลักดันเศรษฐกิจภูมิภาค

 

หลังการประชุมสุดยอด BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพมหานครปิดฉากลง นายกฯ ภูฏาน ได้ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงจุดยืนของภูฏานท่ามกลางบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง และความเคลื่อนไหวของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา

 

“ในฐานะประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็ก เราแทบไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ เพราะภูฏานส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในสัดส่วนที่น้อยมาก” นายกฯ ภูฏานกล่าว

 

“เศรษฐกิจของเราพึ่งพาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของภูฏาน คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของการค้าทั้งหมด เรามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอินเดียในทุกด้าน ทั้งการพัฒนา เศรษฐกิจ และการเมือง”

 

แม้ในการประชุมสุดยอด BIMSTEC จะไม่มีการหารือโดยตรงถึงการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

 

แต่ผู้นำทั้ง 7 ประเทศสมาชิกให้คำมั่นว่า จะส่งเสริมการค้าในภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ลดการพึ่งพาภายนอก และเชื่อมโยงเศรษฐกิจในเอเชียใต้-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ใกล้ชิดขึ้น

 

ในมิติของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ภูฏานลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศไทย ซึ่งนายกฯ​ โตบเกย์ มองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้แก่ภูฏาน ทั้งในด้านการนำเข้า-ส่งออก และการลงทุนในอนาคต

 

เมื่อถูกถามถึงจุดยืนของภูฏานที่ตั้งอยู่ระหว่างจีนและอินเดีย สองประเทศมหาอำนาจของภูมิภาค นายกฯ โตบเกย์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า: “โดยภูมิศาสตร์ เราอยู่ระหว่างจีนกับอินเดียก็จริง แต่เรามองว่าตัวเอง ไม่ได้ถูกบีบอยู่ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ แต่กำลังเบ่งบานอยู่ท่ามกลางพวกเขา”

 

“อินเดียคือมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเรา ส่วนกับจีน เรามีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและเรียบง่าย ไม่มีปัญหาสำคัญใดๆ”

 

บนเวทีที่ภูมิรัฐศาสตร์กำลังปรับเปลี่ยน ภูฏานในฐานะประเทศเล็กที่มีประชากรไม่ถึง 800,000 คน กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศเล็กก็สามารถมีเสียง มีความร่วมมือ และมีอนาคตที่ออกแบบได้เอง

The post นายกฯ ภูฏาน ชี้ ประเทศไม่กระทบจาก ภาษีทรัมป์ เพราะส่งออกไปสหรัฐฯ น้อย เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับอินเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยปิดฉากประชุม BIMSTEC รับรองวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 แถลงการณ์ร่วมแผ่นดินไหว https://thestandard.co/bimstec-bangkok-vision-2030/ Fri, 04 Apr 2025 10:13:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1060752 bimstec-bangkok-vision-2030

ปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการประชุม BIMSTEC ครั้ง […]

The post ไทยปิดฉากประชุม BIMSTEC รับรองวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 แถลงการณ์ร่วมแผ่นดินไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
bimstec-bangkok-vision-2030

ปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 และการประชุมที่เกี่ยวข้องระหว่างวันที่ วันที่ 2-4 เมษายน 2025 ซึ่ง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสรุปปิดงาน โดยที่ประชุมมีการรับรองเอกสารสำคัญ 6 ฉบับ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวในการขับเคลื่อนความร่วมมือของ 7 ชาติสมาชิกในอนุภูมิภาคอ่าวเบงกอล ท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าที่กำลังดุเดือด 

 

ไฮไลต์ข้อตกลงสำคัญของการประชุมปีนี้ 

 

  • นายกฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญของการประชุมสุดยอดครั้งนี้ และถือเป็นวิสัยทัศน์ฉบับแรกของกลุ่มที่กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อสร้าง ‘BIMSTEC ที่มั่งคั่ง ยั่งยืน ฟื้นคืน และเปิดกว้าง’ (PRO BIMSTEC) ภายในปี 2030 โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการทางเศรษฐกิจ การเชื่อมโยง และความมั่นคงของมนุษย์

 

  • ที่ประชุมผู้นำยังรับรองปฏิญญาการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มในการส่งเสริม BIMSTEC และผลักดันวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030

 

  • ออกกฎระเบียบสำหรับกลไกการดำเนินงานของ BIMSTEC ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานที่เป็นระบบและมีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นระเบียบแบบแผนในการดำเนินงานของ BIMSTEC

 

  • ออกรายงานของคณะผู้ทรงคุณวุฒิว่าด้วยทิศทางของ BIMSTEC ในอนาคต ซึ่งนำเสนอข้อเสนอแนะสำคัญที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030

 

  • เหล่าผู้นำยังได้เป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเล ซึ่งมีเป้าหมายในการเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางทะเลระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการค้า และอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าและประชาชน

 

  • ที่ประชุมได้รับรองแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ BIMSTEC ว่าด้วยผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาและไทย ซึ่งเป็นการแสดงความเสียใจ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความมุ่งมั่นของ BIMSTEC ในการสนับสนุนประเทศที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเป็นการยืนยันความร่วมมือที่แน่นแฟ้นด้านการจัดการภัยพิบัติ และเสริมสร้างกลไกตอบสนองต่อภัยธรรมชาติให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

ไทยปิดฉากประชุม BIMSTEC

 

นายกฯ กล่าวว่า กรอบแนวคิด PRO BIMSTEC จะทำให้ BIMSTEC สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับองค์การระดับภูมิภาคและองค์การระหว่างประเทศได้อย่างแข็งขันมากขึ้น สิ่งนี้จะทำให้ประชาคมโลกได้ยินเสียงของเราในประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ การค้า ความเชื่อมโยง และความมั่นคงของมนุษย์ 

 

นายกฯ กล่าวเสริมว่า ผลลัพธ์ของการประชุมผู้นำครั้งนี้จะนำไปสู่ประโยชน์โดยตรงที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้สำหรับประชาชนไทย ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเลจะลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นและขยายโอกาสใหม่ด้านการตลาดและการลงทุน การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนที่เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวและความร่วมมือทางวัฒนธรรมจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไทยและสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนไทย

 

มิติคู่ขนาน: ความร่วมมือทวิภาคีที่น่าจับตา

 

มีการประชุมคู่ขนานที่สำคัญจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นการหารือทวิภาคีระหว่างผู้นำไทยกับแขกพิเศษของรัฐบาล คือ ผู้นำเนปาล และอินเดีย

 

  • เค พี ศรรมะ โอลี นายกรัฐมนตรีเนปาล เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 2 เมษายน นับเป็นการเยือนทางการครั้งแรก นายกฯ ระบุว่า ได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือหลากหลายด้าน รวมถึงการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมให้การทำธุรกิจง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเกษตร การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ซึ่งไทยได้ให้ความช่วยเหลือแก่เนปาลมากกว่า 50 ปี และในระหว่างการเยือนนี้ มีการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือด้านต่างๆ รวม 8 ฉบับ

 

  • นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 3-4 เมษายน โดยได้หารือร่วมกับผู้นำไทยในหลายมิติ ทั้งการเกษตร การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การค้า การลงทุน ตลอดจนมีการประกาศการยกระดับความสัมพันธ์ไทย – อินเดียสู่ความเป็น ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์’ ซึ่งนายกฯ เผยว่า ไทยกับอินเดียตกลงที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ รวมถึงความร่วมมือด้านการเมืองและการป้องกันประเทศ การค้าและการลงทุน ความเชื่อมโยงทางกายภาพ ความเชื่อมโยงทางดิจิทัล และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับประชาชน วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคและประเด็นระดับโลกต่างๆ นอกจากนี้ผู้นำทั้งสองยังได้แสดงความยินดีต่อการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและอินเดียที่สำคัญหลายฉบับ

 

ไทยปิดฉากประชุม BIMSTEC

 

นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า การประชุม BIMSTEC ปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทนำของไทยในการผลักดัน BIMSTEC ให้กลายเป็นกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคที่สร้าง “ประโยชน์ที่จับต้องได้” แก่ประชาชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ โอกาสทางการค้า และการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับ ‘บังกลาเทศ’ ประธานบิมสเตคประเทศต่อไป

 

BIMSTEC ย่อมาจากคำว่า Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation มีชื่อเต็มๆ ว่า ‘ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ’ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 1997 ปัจจุบันมีสมาชิก 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ เมียนมา ภูฏาน และเนปาล มีประชากรรวมกัน 1.8 พันล้านคน หรือ 22% ของประชากรโลก มี GDP รวม 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการค้าระหว่างประเทศกว่า 1.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนในระดับโลก

 

FTA ยังไม่คืบ

 

ปลายทางของความร่วมมือทางการค้าในกรอบ BIMSTEC คือการค้าเสรี (FTA) ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าไม่คืบหน้าเท่าที่ควร รวมถึงในการประชุมระดับผู้นำปีนี้ที่ไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม โดยเอกสารที่ได้รับจากกองส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์และความร่วมมือ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า BIMSTEC ได้มีการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้า (BIMSTEC Trade Negotiation Committee: TNC) มาแล้ว 21 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดย้อนกลับไปในปีที่บังกลาเทศเป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่กรุงธากา ในปี 2018 ซึ่งครั้งนั้นสามารถสรุปข้อบทในการเจรจาความตกลงด้านกระบวนการและกลไกระงับข้อพิพาท และสามารถสรุปประเด็นสำคัญในความตกลงด้านการค้าสินค้าและความตกลงด้านความร่วมมือด้านศุลกากร 

 

ส่วนการเจรจาความตกลงด้านการค้าบริการ ความตกลงด้านการลงทุน และความตกลงด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้ามีความคืบหน้าตามลำดับ โดยภูฏานมีกำหนดเป็นเจ้าภาพการประชุม BIMSTEC TNC ครั้งที่ 22 ตามระเบียบการเวียนประเทศเจ้าภาพตามลำดับตัวอักษร โดยคาดว่าจะจัดภายในปี 2025

 

เอกสารระบุว่า ปัจจุบัน BIMSTEC ให้ความสำคัญกับการเจรจาข้อบทภายใต้ความตกลงการค้าสินค้า (Agreementon Trade in Goods) โดยเฉพาะการเร่งสรุปผลข้อบทว่าด้วยกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเปิดเสรีการค้า 

 

ส่วนความท้าทายของการเจรจาความตกลง FTA ของกลุ่ม BIMSTEC นั้น แม้ว่าจะมีการเจรจาอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 รอบ แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากบางประเทศสมาชิกยังมีความกังวลในเรื่องการขาดดุลการค้า นอกจากนี้ในช่วงที่เกิดโรคระบาดโควิดได้ส่งผลกระทบให้กระบวนการเจรจาต้องหยุดชะงักด้วย อย่างไรก็ตาม ทางกรมฯ เชื่อว่า หากมองภาพรวมในระยะยาว การจัดตั้งเขตการค้าเสรีภายใต้ BIMSTEC FTA จะเป็นประโยชน์ร่วมกันอย่างมหาศาลแก่ทุกรัฐสมาชิก

 

อีกโครงการสำคัญคือการเชื่อมโยงทางบกผ่านทางหลวงไตรภาคีอินเดีย-เมียนมา-ไทย (Trilateral Highway) ซึ่งปัจจุบันเส้นทางในส่วนของเมียนมายังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากปัญหาความไม่สงบจากสงครามกลางเมือง ส่งผลให้โครงการนี้มีความล่าช้า

 

ผู้นำ BIMSTEC ไม่ได้คุยเรื่องภาษีทรัมป์

 

มีความคาดหวังว่า ท่ามกลางสงครามการค้าและมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ที่สะเทือนไปทั่วโลก จะผลักให้การประชุมปีนี้หารือประเด็นเร่งด่วนเกี่ยวกับการรับมือมาตรการภาษีและการส่งเสริมความร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างประเทศสมาชิก ทว่า นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุในการแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำวันนี้ (4 เมษายน) ว่า ในที่ประชุมผู้นำเช้านี้ ไม่มีการหารือกันในเรื่องนี้แต่อย่างใด

 

ประเด็น มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย ท่ามกลางกระแสคัดค้าน

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจในการประชุม BIMSTEC ปีนี้คือ การเข้าร่วมของ มิน อ่อง หล่าย นายกรัฐมนตรีและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสงครามกลางเมืองกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อ 4 ปีก่อน โดยก่อนหน้านี้รัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมี สส. ฝ่ายค้าน รวมถึงนักวิชาการหลายคนที่คัดค้าน เนื่องจากเกรงว่าเวทีนี้อาจช่วยสร้างความชอบธรรมให้ มิน อ่อง หล่าย และแม้ว่ารัฐบาลทหารจะประกาศหยุดยิงชั่วคราวระหว่างวันที่ 2-22 เมษายน เพื่อเปิดทางให้ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว แต่ก็มีรายงานว่า ทหารยังคงเดินหน้าโจมตีคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ตามกฎบัตร BIMSTEC นั้น ถือเป็นพันธกรณีที่เจ้าภาพจะต้องเชิญผู้นำจากทั้ง 6 ประเทศสมาชิกมาร่วมประชุม ซึ่งการเชิญครั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของไทยในฐานะเจ้าภาพเพื่อให้เกิดฉันทามติและนำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติต่างๆ และปีนี้มีวาระเรื่องของสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เมียนมาต้องการความช่วยเหลือ

 

ไทยปิดฉากประชุม BIMSTEC

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจคือ ผู้นำไทยและเมียนมาคุยกันเรื่องอะไรบ้างในระหว่างการหารือนอกรอบที่กรุงเทพฯ ซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบว่า ทั้งสองมีการหารือกันหลายประเด็น ประเด็นแรกคือสถานการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา โดยเฉพาะที่เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก และมีการหารือเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ผู้นำเมียนมายังกล่าวขอบคุณที่รัฐบาลไทยให้การช่วยเหลือเป็นประเทศแรกๆ

 

ประเด็นที่สองที่หารือกันคือความมั่นคงทางชายแดน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองทัพ โดยจัดการประชุมอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังคุยกันถึงการแก้ปัญหาการลักลอบขนอาวุธ ยาเสพติด และสแกมเมอร์

 

ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่มีการหารือกันคือการควบคุมการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายผ่านแม่น้ำเมย การสกัดสารเคมีตั้งต้นสำหรับการผลิตยาเสพติด นอกจากนี้ยังคุยกันเรื่องความร่วมมือแก้ปัญหา PM2.5 และ มิน อ่อง หล่าย ยังฝากไทยดูแลแรงงานชาวเมียนมาในไทย

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ผู้นำไทยและเมียนมาไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับแผนจัดการเลือกตั้งในเมียนมา 

 

นี่คือภาพรวมของการประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 ซึ่งแม้จะเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้ไทยในด้านการค้าและการลงทุนในตลาดภูมิภาคอ่าวเบงกอลที่มีศักยภาพ แต่ก็ยังมีความท้าทายในเรื่องการขับเคลื่อนวาระต่างๆ สู่เป้าหมายระหว่างประเทศสมาชิก เช่น กรณีของ FTA ที่ไม่คืบหน้ามาหลายปี ส่วนไทยในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อดูจากตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ก็มีโจทย์สำคัญในการคว้าโอกาสจากประเทศตลาดเกิดใหม่แห่งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ผันผวน

 

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา, ทำเนียบรัฐบาล

The post ไทยปิดฉากประชุม BIMSTEC รับรองวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 แถลงการณ์ร่วมแผ่นดินไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมชี้ ปมรัฐบาลเชิญ มิน อ่อง หล่าย ร่วมประชุมผู้นำ BIMSTEC ขอให้รอผลประชุม มีอะไรที่เป็นประโยชน์หรือไม่ ถือเป็นโอกาสถกปัญหาเมียนมา https://thestandard.co/myanmar-leader-bimstec-summit-controversy-explained/ Fri, 04 Apr 2025 08:19:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1060696 มิน อ่อง หล่าย

วันนี้ (4 เมษายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และร […]

The post ภูมิธรรมชี้ ปมรัฐบาลเชิญ มิน อ่อง หล่าย ร่วมประชุมผู้นำ BIMSTEC ขอให้รอผลประชุม มีอะไรที่เป็นประโยชน์หรือไม่ ถือเป็นโอกาสถกปัญหาเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิน อ่อง หล่าย

วันนี้ (4 เมษายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสดราม่าที่รัฐบาลไทยเชิญ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมประชุม ผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ประสานงานกับการประชุม BIMSTEC ซึ่งต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจง 

 

เนื่องจากการประชุมมีความร่วมมือกันในอนาคตว่า จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะประท้วงหรือไม่ ประท้วงอะไร คิดว่าก็มีสิทธิ์ที่จะสังเกตการณ์ของการประชุมนี้ ซึ่งจะได้พูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศเมียนมาด้วย และจะทำให้ได้มีโอกาสพูดคุยกัน ไม่เช่นนั้นปัญหาของประเทศเมียนมาก็จะไม่ได้รับการแก้ไข รายละเอียดไม่ได้มีเรื่องนี้เรื่องเดียว ซึ่งอยากให้การแก้ไขในเมียนมาเกิดขึ้น ก็ต้องมีการพูดคุยกัน และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเมียนมามากที่สุด และเป็นประเทศที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับไทยหลายเรื่อง 

 

ดังนั้นขอให้รอผลการประชุม การพูดคุยกันว่า จะมีอะไรที่เป็นประโยชน์หรือไม่ แล้วค่อยมาพิจารณา ซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องของทางการทูต ตนเองไม่อยากพูดอะไร และไม่อยากให้ความเห็นอะไรตอนนี้

 

ส่วนกรณีที่กัณวีร์ สืบแสง สส. พรรคเป็นธรรม ออกมาระบุว่า ไม่เคยมีประเทศใดที่เชิญผู้นำที่เป็นเผด็จการมาร่วมประชุมใหญ่เช่นนี้ ภูมิธรรม ถามกลับว่า “กัณวีร์อีกแล้ว ไม่มีอะไรมั้งกัณวีร์”

 

The post ภูมิธรรมชี้ ปมรัฐบาลเชิญ มิน อ่อง หล่าย ร่วมประชุมผู้นำ BIMSTEC ขอให้รอผลประชุม มีอะไรที่เป็นประโยชน์หรือไม่ ถือเป็นโอกาสถกปัญหาเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 ผู้นำ BIMSTEC ร่วมรับรองปฏิญญาฯ พร้อมตั้ง ‘ศูนย์เวชศาสตร์เขตร้อน-ศูนย์จัดการภัยพิบัติ BIMSTEC’ รับมือโรคระบาด ภัยธรรมชาติ https://thestandard.co/bimstec-leaders-agree-on-health-disaster-centers/ Fri, 04 Apr 2025 06:01:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1060620 BIMSTEC

วันนี้ (4 เมษายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกร […]

The post 7 ผู้นำ BIMSTEC ร่วมรับรองปฏิญญาฯ พร้อมตั้ง ‘ศูนย์เวชศาสตร์เขตร้อน-ศูนย์จัดการภัยพิบัติ BIMSTEC’ รับมือโรคระบาด ภัยธรรมชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BIMSTEC

วันนี้ (4 เมษายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ครั้งที่ 6 พร้อมผู้นำและผู้แทนสมาชิก BIMSTEC จากอินเดีย เนปาล ภูฏาน ศรีลังกา เมียนมา และบังกลาเทศ ที่โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพฯ 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมฯ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบถึงประเทศไทยด้วย พร้อมขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ 

 

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกสู่การประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 พร้อมระบุว่า เป็นความภาคภูมิใจของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม หลังจากที่ไม่ได้จัดการประชุมแบบพบหน้ากันมาเป็นเวลากว่า 7 ปี ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ และหารือแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ในกลุ่มสมาชิก BIMSTEC

 

ทั้งนี้ BIMSTEC เป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรรวมกันกว่า 1,800 ล้านคน หรือคิดเป็น 22% ของประชากรโลก และมี GDP รวมกันประมาณ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความร่วมมือนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

นายกรัฐมนตรียังได้เสนอ ‘วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030’ ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่ออกแบบเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ส่งเสริมความเชื่อมโยง และการเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับปัญหาระดับโลก 

 

ด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจของ BIMSTEC ด้วยจำนวนประชากร รวมกันเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรโลก การค้าภายใน BIMSTEC อยู่ที่ประมาณ 6% จึงเสนอให้สมาชิกเร่งผลักดันการจัดทำ BIMSTEC FTA ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า 

 

นอกจากนี้การลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเล จะเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าทางทะเลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขณะที่โครงการ แลนด์บริดจ์ของไทยจะช่วยเสริมการเชื่อมโยงระหว่างอ่าวไทยกับอ่าวเบงกอลด้วย

 

ทั้งนี้ประเทศไทยยังมุ่งมั่นร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อเร่งรัดการก่อสร้างทางหลวงสำคัญระหว่างประเทศที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยไปยังเมียนมาจนถึงอินเดียให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดได้ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการนี้ 

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ BIMSTEC จำเป็นต้องเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI และการเชื่อมต่อทางดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาเร่งด่วน และเตรียมความพร้อมของภูมิภาคในการรับมือกับความท้าทายในปัจจุบันและอนาคต

 

ขณะเดียวกันเหตุการณ์แผ่นดินไหว มลพิษทางอากาศ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรคระบาด ทำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบสาธารณสุขและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ ไทยได้เสนอจัดตั้ง ‘ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเวชศาสตร์เขตร้อนของ BIMSTEC’ และสนับสนุนข้อเสนอของอินเดียในการจัดตั้ง ‘ศูนย์จัดการภัยพิบัติ BIMSTEC’ เพื่อตอบสนองต่อภัยธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัย พร้อมสนับสนุนการจัดการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือการจัดการภัยพิบัติ

 

โอกาสนี้ ไทยยังเน้นย้ำถึงการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิกในการดำเนินการตามอนุสัญญา BIMSTEC ว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และการค้ายาเสพติด เพื่อยกระดับความมั่นคงในภูมิภาคและความยืดหยุ่นพร้อมต่อการตอบสนองต่อภัยพิบัติ

 

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำด้วยว่า ไทยได้เสนอจัดตั้งสภาที่ปรึกษาธุรกิจ BIMSTEC (BIMSTEC Business Advisory Council) เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจ สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ และเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม รวมถึงชุมชนที่ถูกมองข้าม ผู้หญิง และเยาวชน 

 

นอกจากนี้การเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนใน BIMSTEC จะส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในภูมิภาค การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงสถานที่สำคัญระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจร่วมกัน ประเทศไทยในฐานะประธานปัจจุบันของกรอบ Asia Cooperation Dialogue (ACD) มุ่งมั่นที่จะสร้างความร่วมมือระหว่าง BIMSTEC กับเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สันติภาพ และเสถียรภาพในภูมิภาค

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้ร่วมกันรับรองปฏิญญาการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 และประกาศให้บังกลาเทศเป็นประธาน BIMSTEC ลำดับถัดไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าบังกลาเทศจะนำพา BIMSTEC ไปสู่ความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

The post 7 ผู้นำ BIMSTEC ร่วมรับรองปฏิญญาฯ พร้อมตั้ง ‘ศูนย์เวชศาสตร์เขตร้อน-ศูนย์จัดการภัยพิบัติ BIMSTEC’ รับมือโรคระบาด ภัยธรรมชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก BIMSTEC ถึงกำแพงภาษีทรัมป์: ทางแยกนโยบายที่ต้องตัดสินใจอย่างเฉียบขาด https://thestandard.co/bimstec-trump-tariff-policy-crossroads/ Fri, 04 Apr 2025 05:48:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1060610 ไทยยืนอยู่บนทางแยกนโยบาย ระหว่างการประชุม BIMSTEC และการรับมือกำแพงภาษีทรัมป์

ในช่วงเวลาเดียวกันของต้นเดือนเมษายน 2568 ประเทศไทยกำลัง […]

The post จาก BIMSTEC ถึงกำแพงภาษีทรัมป์: ทางแยกนโยบายที่ต้องตัดสินใจอย่างเฉียบขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยยืนอยู่บนทางแยกนโยบาย ระหว่างการประชุม BIMSTEC และการรับมือกำแพงภาษีทรัมป์

ในช่วงเวลาเดียวกันของต้นเดือนเมษายน 2568 ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้ง โอกาส และ แรงกดดันมหาศาล จากเวทีระหว่างประเทศสองด้าน คือ บทบาทเจ้าภาพการประชุม BIMSTEC ซึ่งมีการเยือนของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย และมาตรการตั้งกำแพงภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ไทยจะวางตัวและอยู่บนทางแยกนโยบายในจุดเปลี่ยนนี้อย่างไร ทั้งบทบาททางการทูต และเศรษฐกิจ บนเวทีโลกที่กำลังร้อนแรง

 

ไทยในเวที BIMSTEC: ต้องสมดุลระหว่างภาพลักษณ์และการเมืองภูมิภาค

รศ. ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า การประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน 2568 ณ กรุงเทพมหานคร มีจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าจับตา คือการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา

 

เวที BIMSTEC ซึ่งมีสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับอ่าวเบงกอล แต่สิ่งที่ประเทศไทยควรระมัดระวังคือ ‘ภาพลักษณ์’ และ ‘ท่าทีทางการทูต’ ที่อาจถูกตีความว่าเป็นการยอมรับหรือสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมา

 

“หากปรากฏภาพว่านายกรัฐมนตรีไทยพบปะพูดคุยกับ มิน อ่อง หล่าย ในลักษณะใกล้ชิดเป็นการส่วนตัว จะทำให้นานาชาติตีความว่าไทยให้การยอมรับเขาเป็นพิเศษ”รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าว

 

จุดสมดุลที่ไทยควรยืนอยู่ คือ ‘ความสุภาพแบบมีระยะห่าง’ เช่น การร่วมถ่ายภาพหมู่ การแสดงความห่วงใยต่อปัญหาภัยพิบัติ หรือแสดงความขอบคุณในกรณีปล่อยตัวแรงงานไทย แต่ไม่ควรแสดงออกถึงการสนับสนุนการเลือกตั้งในเมียนมาอย่างชัดเจน

 

“การปรากฏภาพความใกล้ชิด จะทำให้ความสัมพันธ์ระดับผู้นำดูราบรื่นในระยะสั้น แต่ในเวทีโลก มันอาจแลกมาด้วยราคาทางการทูตที่สูงลิ่ว”

 

โอกาสฟื้น ‘Look West Policy’: เชื่อมสัมพันธ์อินเดีย

นอกจากความท้าทายด้านภาพลักษณ์แล้ว รศ. ดร.ดุลยภาค ยังมองเห็น ‘โอกาสเชิงยุทธศาสตร์’ ของไทยในการใช้เวที BIMSTEC เป็นจุดเริ่มต้น ฟื้นฟูนโยบาย ‘มุ่งสู่ตะวันตก’ (Look West Policy) เพื่อเชื่อมความร่วมมือกับอินเดียอีกครั้ง

 

ในอดีตรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ ทักษิณ ชินวัตร เคยผลักดัน Look West Policy เพื่อเจาะตลาดเอเชียใต้ผ่านเมียนมา ขณะที่อินเดียมีนโยบาย ‘มองไปทางตะวันออก’ (Look East Policy) ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็น ‘Act East Policy’ หรือการปฏิบัติการเชิงรุกจริงจังในภูมิภาคนี้

 

วันนี้ ไทยยังไม่มี ‘Act West Policy’ ที่ตอบรับทิศทางยุทธศาสตร์ของอินเดีย จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการยกระดับบทบาทและร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม

 

“อินเดียภายใต้ นเรนทรา โมดี แสดงจุดยืนชัดว่าต้องการมีบทบาทในกระบวนการสร้างสันติภาพในเมียนมา ไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ในการเจรจาเรื่อง Act West Policy และเสริมบทบาทของตนในฐานะผู้เชื่อมต่อระหว่างอาเซียนกับเอเชียใต้”  รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าว

 

หากไทยสามารถพูดคุยเรื่องความร่วมมือในเชิงนโยบายอย่างมีโครงสร้าง ร่วมกับการกำหนดท่าทีที่สมดุลในการรับมือเมียนมา จะทำให้เวที BIMSTEC กลายเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานภูมิรัฐศาสตร์เอเชีย

 

วิกฤตเศรษฐกิจจากกำแพงภาษีทรัมป์: เกมที่ใครช้า = เจ็บ

ขณะเดียวกันอีกฟากหนึ่งของโลก ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตือนว่ามาตรการขึ้นภาษีทางการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ คือสถานการณ์ ‘ฉุกเฉิน’ ที่รัฐบาลไทยต้องรับมืออย่างเร่งด่วน

 

“นี่คือเกมทางเศรษฐศาสตร์ ใครมาเร็วย่อมได้เปรียบ และยิ่งช้ายิ่งเจ็บ”

 

“การช้าไปแม้แต่นาทีเดียว จะทำให้ไทยตกเป็นเบี้ยล่างทันที เพราะทรัมป์เป็นคนคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว และพร้อมจะมองข้ามประเทศที่ไม่ตอบสนองทันที”

 

แม้สหรัฐฯ เปิดโอกาสให้แต่ละประเทศเจรจาโดยเสนอ Action Plan ที่ชัดเจน ในการลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อสร้างงานและรายได้ แต่การเจรจานั้นต้องเกิด ‘ภายใน 24 ชั่วโมง’ ไม่ใช่การรอทำหนังสือหรือเชิญประชุมตามขั้นตอนเดิม

 

ข้อเสนอของไทยต้องแสดงจุดยืนที่สมดุลระหว่างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความเป็นกลางทางการเมือง โดยเฉพาะในประเด็นทุนจีนในไทย ที่สหรัฐฯ อาจมองว่าไทยใกล้ชิดจีนเกินไป

 

เป้าหมายคือการเข้าไปอยู่ใน ‘กลุ่มประเทศที่น่าสนใจพอจะเจรจา’ ซึ่งทรัมป์อาจยอมผ่อนปรนให้ เพราะบางประเทศ แม้มีข้อเสนอดี แต่ก็อาจถูก ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ได้เหมือนกัน

 

ป้องกันสินค้าจีนทะลักไทย: บังคับใช้กฎหมายกีดกันการค้าอย่างเข้มข้น

หากไทยเจรจาไม่ทัน ผลกระทบที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือการ ทะลักเข้ามาของสินค้าจากจีน ที่อาจถูกกันออกจากตลาดสหรัฐฯ และหันมาระบายในตลาดภูมิภาคแทน โดยเฉพาะในไทย

 

“ต้องเร่งสร้าง ‘กำแพง’ ด้วยกฎหมายและระเบียบกีดกันการค้าที่เข้มงวด ไม่ปล่อยให้สินค้าไหลบ่าเข้ามาง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา” ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

 

นอกจากนี้ รัฐบาลควรใช้วิกฤตนี้เป็นแรงผลักให้เกิดการ ปฏิรูปโครงสร้างการผลิต ครั้งใหญ่ในประเทศ โดยอาศัยเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

ไทยต้องเลือกทิศทาง: รอไม่ได้อีกต่อไป

แม้ประชาชนทั่วไปอาจยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบของกำแพงภาษีหรือท่าทีการทูตในทันที แต่อย่างช้าที่สุด มันจะย้อนกลับมากระทบผ่านลูกโซ่ทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ยอดส่งออกตก คนตกงาน และกำลังซื้อในประเทศลดลง

 

“การแจกเงินในเวลานี้ไม่ช่วยอะไร ซ้ำร้ายจะทำให้เรามีเงินเหลือน้อยลงในการตั้งกำแพงที่จำเป็นจริงๆ” ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

 

ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังสั่นคลอน และภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจของรัฐบาลไทยในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องยุทธศาสตร์ แต่มันคือเรื่องของ ‘อนาคตประเทศ’ 

The post จาก BIMSTEC ถึงกำแพงภาษีทรัมป์: ทางแยกนโยบายที่ต้องตัดสินใจอย่างเฉียบขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้วประชุมผู้นำ BIMSTEC กระชับความร่วมมือ ด้านเมียนมาพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาภัยพิบัติ-ภัยมนุษย์ ร่วมกับไทยทุกมิติ https://thestandard.co/bimstec-summit-paetongtarn-min-aung-hlaing-cooperation/ Fri, 04 Apr 2025 05:12:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1060589 แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

วันนี้ (4 เมษายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประ […]

The post เริ่มแล้วประชุมผู้นำ BIMSTEC กระชับความร่วมมือ ด้านเมียนมาพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาภัยพิบัติ-ภัยมนุษย์ ร่วมกับไทยทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

วันนี้ (4 เมษายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้นำ BIMSTEC อีก 6 ประเทศ แก่ ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ, ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน, นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอินเดีย, พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, เค พี ศรรมะ โอลี นายกรัฐมนตรีแห่งเนปาล และ ดร.หริณี อมรสุริยะ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา

 

ทั้งนี้ BIMSTEC คือ ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกจาก 7 ประเทศในแถบอ่าวเบงกอล ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมระดับนานาชาติครั้งแรกในของรัฐบาลแพทองธาร

 

ปัจจุบัน BIMSTEC มีความร่วมมือ 7 สาขา ได้แก่ 1.การค้า การลงทุน และการพัฒนา 2.สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3.ความมั่นคง 4. การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร 5.การปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน 6.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และ 7.ความเชื่อมโยง

 

หารือ มิน อ่อง หล่าย ป้องกันภัยพิบัติ-ภัยมนุษย์

 

จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีได้พบหารือทวิภาคีกับ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ซึ่งกล่าวแสดงความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของแก่ประชาชนเมียนมา เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา

 

ในโอกาสนี้ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือครอบคลุมทั้งความร่วมมือด้านการป้องกันพิบัติภัย ทั้งภัยธรรมชาติ และภัยจากมนุษย์ รวมทั้งอาชญากรรมข้ามพรมแดน ยาเสพติด และการลักลอบการค้าที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะความร่วมมือ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการ online scam รวมทั้งประสานเหยื่อผู้ถูกหลอกลวงกลับประเทศ

 

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่าย ยังให้ความสำคัญต่อการดำเนินการในการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ฟ้าใส เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขไฟป่า ฝุ่นละออง และหมอกควัน โดยมีสมาชิก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว และเมียนมา รวมถึงเตรียมการป้องกันปัญหาน้ำท่วมด้วยการเร่งขุดลอก รื้อถอน สิ่งกีดขวางทางน้ำในแหล่งน้ำ และแม่น้ำระหว่างสองประเทศเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ก่อนฤดูฝนในปีนี้

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยและเมียนมาจะร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้ทางการเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรสมัยใหม่ เช่น ข้าวโพด ให้มีผลผลิตมากขึ้นทำลายธรรมชาติน้อยลง และลดการเผาพืช รวมทั้งการส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ ไก่ โค สุกร ซึ่งจะสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับเกษตรกรเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

The post เริ่มแล้วประชุมผู้นำ BIMSTEC กระชับความร่วมมือ ด้านเมียนมาพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาภัยพิบัติ-ภัยมนุษย์ ร่วมกับไทยทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BIMSTEC Young Gen Forum พื้นที่แลกเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ จุดประกายความร่วมมือประเทศรอบอ่าวเบงกอล https://thestandard.co/bimstec-young-gen-forum-thailand-2025/ Fri, 04 Apr 2025 03:34:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1060547 กิจกรรม BIMSTEC Young Gen Forum: Where the Future Meets จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้า ICON SIAM

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสำ […]

The post BIMSTEC Young Gen Forum พื้นที่แลกเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ จุดประกายความร่วมมือประเทศรอบอ่าวเบงกอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิจกรรม BIMSTEC Young Gen Forum: Where the Future Meets จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้า ICON SIAM

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสำนักข่าว TNN World จัดกิจกรรม BIMSTEC Young Gen Forum: Where the Future Meets ณ ศูนย์การค้า ICON SIAM ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

 

กิจกรรม BIMSTEC Young Gen Forum เป็นข้อริเริ่มของไทย ที่จัดเวทีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ของ BIMSTEC มาแลกเปลี่ยนแนวคิดและความเห็นในสาขาที่แต่ละประเทศเป็นแกนหลัก โดยได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลบังกลาเทศ มากล่าวปาฐกถาพิเศษ ซึ่งมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายไพศาล หรูพาณิชย์กิจ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับ

 

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวเปิดกิจกรรม โดยย้ำความสำคัญของความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น BIMSTEC ในการรับมือกับความท้าทายร่วมกัน ซึ่งความคิดสร้างสรรค์จากคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ จะเป็นกุญแจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างภูมิภาคที่เข้มแข็ง

 

ศ. ดร.มูฮัมหมัด ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษโดยเน้นถึงพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ การเริ่มจากสิ่งใหม่เล็กๆ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ การมีจินตนาการ มีเป้าหมายในชีวิต ที่นอกเหนือจากการหารายได้ให้ตนเอง เช่น การทำธุรกิจเพื่อสังคม

 

ในกิจกรรมครั้งนี้ นักธุรกิจรุ่นใหม่ในกลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือใน 7 สาขาหลัก ได้แก่ การค้าการลงทุน สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคง การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ความสัมพันธ์ภาคประชาชน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และความเชื่อมโยง

 

กิจกรรม BIMSTEC Young Gen Forum: Where the Future Meets จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้า ICON SIAM กิจกรรม BIMSTEC Young Gen Forum: Where the Future Meets จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้า ICON SIAM

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

อ้างอิง:

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post BIMSTEC Young Gen Forum พื้นที่แลกเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ จุดประกายความร่วมมือประเทศรอบอ่าวเบงกอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รมว.คลังรับ ผลกระทบภาษี ‘ทรัมป์’ ฉุด GDP ไทย เร่งหาทางแก้เกม | Morning Wealth 4 เม.ย. 2568 https://thestandard.co/morning-wealth-04042025/ Fri, 04 Apr 2025 02:34:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1060524

‘พิชัย’ รมว.คลังยอมรับ หากไม่แก้ปัญหาสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสิน […]

The post ชมคลิป: รมว.คลังรับ ผลกระทบภาษี ‘ทรัมป์’ ฉุด GDP ไทย เร่งหาทางแก้เกม | Morning Wealth 4 เม.ย. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘พิชัย’ รมว.คลังยอมรับ หากไม่แก้ปัญหาสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าขาเข้า จะส่งผลกระทบทำให้ตัวเลข GDP ของ ไทย ลดลงอย่างน้อย 1% รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

ไทยพร้อมแค่ไหน รับมือสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษี 37% พูดคุยกับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

 

ไทยจะได้อะไรจากการเป็นเจ้าภาพการจัดงาน BIMSTEC พูดคุยกับ นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: รมว.คลังรับ ผลกระทบภาษี ‘ทรัมป์’ ฉุด GDP ไทย เร่งหาทางแก้เกม | Morning Wealth 4 เม.ย. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำบังกลาเทศพูดถึงภาษีทรัมป์ และความร่วมมือไทย-บังกลาเทศในกรอบ BIMSTEC https://thestandard.co/bangladesh-thailand-bimstec/ Fri, 04 Apr 2025 01:36:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1060495

ในโอกาสการเยือนไทยเพื่อร่วมประชุมผู้นำ BIMSTEC ที่กรุงเ […]

The post ผู้นำบังกลาเทศพูดถึงภาษีทรัมป์ และความร่วมมือไทย-บังกลาเทศในกรอบ BIMSTEC appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในโอกาสการเยือนไทยเพื่อร่วมประชุมผู้นำ BIMSTEC ที่กรุงเทพฯ ของ ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลแห่งบังกลาเทศ ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของ THE STANDARD ได้รับเกียรติให้สัมภาษณ์พิเศษ ซึ่งผู้นำบังกลาเทศได้แสดงวิสัยทัศน์หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือการรับมือภาษีทรัมป์ และโอกาสความร่วมมือของ ไทย และ บังกลาเทศ ในกรอบ BIMSTEC

 

บังกลาเทศและไทยถูกตั้งอัตราภาษีศุลกากรจากทรัมป์ในระดับเดียวกันที่ 37% ซึ่งยูนุสมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนา ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

 

ยูนุสอธิบายเพิ่มเติมว่า การประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์เมื่อวันที่ 2 เมษายน เป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจา จุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าจะบรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลทรัมป์ต้องการได้อย่างไร และเราจะทำให้แน่ใจได้อย่างไรว่าธุรกิจของเราจะดำเนินต่อไปได้

 

“นี่เป็นขั้นตอนหนึ่ง จากความรู้สึกของผม มันเป็นจุดเริ่มต้นของการทำข้อตกลง ผมไม่ได้มองว่านี่เป็นข้อตกลงสุดท้าย นี่คือสิ่งที่คุณต้องจัดการ” ยูนุสกล่าว

 

กับคำถามว่าภาษีของทรัมป์จะทำให้ 7 ประเทศในกรอบอนุภูมิภาครอบอ่าวเบงกอลหรือ BIMSTEC ร่วมมือกันมากขึ้นหรือใกล้ชิดกันมากขึ้นหรือไม่นั้น ยูนุสมองว่า ผู้นำทั้ง 7 ประเทศมองสิ่งต่างๆ ในแบบเดียวกัน เพราะเราเผชิญปัญหาในแบบเดียวกัน เราสามารถร่วมมือกันออกแบบโครงการที่มีส่วนร่วมจากทุกประเทศ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ไม่เพียงแต่รัฐใดรัฐหนึ่งเท่านั้น ฝั่งสหรัฐฯ ก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย ซึ่งเราต้องหาทางออกที่ทุกฝ่ายพอใจ นั่นคือจุดเริ่มต้นในตอนนี้

 

ส่วนมุมมองว่าจะปลดล็อกศักยภาพความร่วมมือระหว่างไทยและบังกลาเทศทั้งในกรอบ BIMSTEC และทวิภาคีอย่างไรนั้น ยูนุสกล่าวว่า มีหลายสิ่งที่ไทยและบังกลาเทศสามารถทำร่วมกันภายในกรอบของ BIMSTEC รวมถึงในระดับทวิภาคี

 

แต่สิ่งที่ยูนูสอยากเน้นคือการให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ นั่นคือการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนให้กับเยาวชนในกลุ่ม BIMSTEC เพื่อให้เกิดความเข้าใจในวัฒนธรรมและภาษาของแต่ละประเทศ 

 

ยูนุสย้ำว่า การเรียนรู้ซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การเริ่มที่เยาวชนจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสู่การปลดล็อกศักยภาพของ BIMSTEC ในอนาคต และควรสนับสนุนให้สิ่งเหล่านี้เข้าสู่สถาบันการศึกษา เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันโดยสร้างจากรากฐาน และนำไปสู่การปฏิบัติในอนาคตเมื่อโอกาสมาถึง ซึ่งสามารถเริ่มจากระดับทวิภาคีก่อน แล้วค่อยๆ ขยายสู่ประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม BIMSTEC

The post ผู้นำบังกลาเทศพูดถึงภาษีทรัมป์ และความร่วมมือไทย-บังกลาเทศในกรอบ BIMSTEC appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารกล่าวถ้อยแถลงในงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำ BIMSTEC ย้ำความร่วมมือพร้อมกำหนดทิศทางมุ่งสร้างอนาคต https://thestandard.co/paetongtarn-bimstec-leaders-dinner-statement/ Thu, 03 Apr 2025 14:43:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1060406 ผู้นำ BIMSTEC

วันนี้ (3 เมษายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้ […]

The post แพทองธารกล่าวถ้อยแถลงในงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำ BIMSTEC ย้ำความร่วมมือพร้อมกำหนดทิศทางมุ่งสร้างอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ BIMSTEC

วันนี้ (3 เมษายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อต้อนรับผู้นำและผู้แทนประเทศที่เข้าร่วมการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ครั้งที่ 6 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมกล่าวถ้อยแถลงโดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ค่ำคืนนี้ทุกฝ่ายได้รวมตัวกันอีกครั้งในเมืองที่ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเดินทางร่วมกัน โดยในงานเลี้ยงนี้มีการประดับตกแต่งด้วยองค์ประกอบที่สื่อถึงข้าวที่แตกต่างกันมากกว่า 140,000 พันธุ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมรดกทางวัฒนธรรมและการเกษตรที่สำคัญของทั้ง 7 ประเทศ BIMSTEC รวมถึงข้าวที่ปรากฏเด่นชัดในโลโก้ BIMSTEC เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญทั้งในฐานะอาหารหลัก และรากฐานทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

 

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า BIMSTEC เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และแรงบันดาลใจเข้าไว้ด้วยกัน ให้สามารถรับมือกับความท้าทาย ใช้จุดแข็งร่วมกันเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรทั่วทั้งภูมิภาค

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมสุดยอด BIMSTEC ครั้งที่ 6 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำรวจแนวทางใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาองค์กรระดับภูมิภาค โดยการหารือจะกำหนดแนวทางสำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าและการลงทุน การเชื่อมโยงทางกายภาพ ดิจิทัล หรือความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ซึ่งประชาชนในสองภูมิภาคภายใต้ BIMSTEC นั้นมีศักยภาพมหาศาล ที่สามารถใช้โอกาสนี้ด้วยความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างอนาคตที่สดใสและเจริญรุ่งเรืองให้กับทุกคน

 

The post แพทองธารกล่าวถ้อยแถลงในงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำ BIMSTEC ย้ำความร่วมมือพร้อมกำหนดทิศทางมุ่งสร้างอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารเมียนมา เดินทางถึงไทย ร่วมประชุม BIMSTEC 2025 https://thestandard.co/min-aung-hlaing-arrives-thailand-bimstec-2025/ Thu, 03 Apr 2025 12:37:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1060311 มิน อ่อง หล่าย

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา เดินทางถึ […]

The post เปิดภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารเมียนมา เดินทางถึงไทย ร่วมประชุม BIMSTEC 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิน อ่อง หล่าย

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพมหานครแล้ววันนี้ (3 เมษายน) เวลา 15.46 น. ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนรัฐบาลให้การต้อนรับ

 

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

The post เปิดภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารเมียนมา เดินทางถึงไทย ร่วมประชุม BIMSTEC 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ASEAN-BIMSTEC ถูกทรัมป์เรียกเก็บภาษีตอบโต้เท่าไร https://thestandard.co/asean-bimstec-tariff-trump/ Thu, 03 Apr 2025 11:20:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1060273 asean-bimstec-tariff-trump

ภาพรวมประเทศสมาชิก ASEAN และความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล ส […]

The post ASEAN-BIMSTEC ถูกทรัมป์เรียกเก็บภาษีตอบโต้เท่าไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
asean-bimstec-tariff-trump

ภาพรวมประเทศสมาชิก ASEAN และความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล สำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจหรือ BIMSTEC ที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 9 เมษายนนี้

 

ทางการสหรัฐฯ มีการปรับแก้ตัวเลขในตัวคำสั่ง Executive Order (EO) ที่มีการระบุอัตราภาษี Reciprocal Tariffs ของไทยอยู่ที่ 37% มาเป็น 36% ใน Annex I ที่เผยแพร่ลงเว็บไซต์ของทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ 

 

อัปเดตและเผยแพร่ล่าสุด: 9 เมษายน 2025

 


 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

อ้างอิง:

The post ASEAN-BIMSTEC ถูกทรัมป์เรียกเก็บภาษีตอบโต้เท่าไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม BIMSTEC ระดับรัฐมนตรี เห็นชอบเอกสารสำคัญ 19 ฉบับ ขับเคลื่อนความร่วมมือ https://thestandard.co/bimstec-ministerial-meeting-approves-19-documents/ Thu, 03 Apr 2025 10:29:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1060235 ประชุม BIMSTEC

วันนี้ (3 เมษายน) ไทยในฐานะประธานบิมสเทค (BIMSTEC) เป็น […]

The post ประชุม BIMSTEC ระดับรัฐมนตรี เห็นชอบเอกสารสำคัญ 19 ฉบับ ขับเคลื่อนความร่วมมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม BIMSTEC

วันนี้ (3 เมษายน) ไทยในฐานะประธานบิมสเทค (BIMSTEC) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีบิมสเทค ครั้งที่ 20 โดยมี มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน และ ชุตินทร คงศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย

 

ที่ประชุมได้พิจารณาเอกสารและข้อตัดสินใจสำคัญๆ ของบิมสเทคเพื่อเตรียมการประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ 6 ในวันที่ 4 เมษายน 2025 และเห็นชอบเอกสารสำคัญ 19 ฉบับ ซึ่งรวมถึงแผนปฏิบัติการในสาขาความร่วมมือต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการบริหารจัดการภัยพิบัติ สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาและไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2025

 

ก่อนการประชุม รัฐมนตรีบิมสเทคได้ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือว่าด้วยการขนส่งทางทะเล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางทะเลในภูมิภาค และมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างบิมสเทคกับสมาคมแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (IORA) และบิมสเทคกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งจะส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์กร และบทบาทของบิมสเทคในเวทีระหว่างประเทศ

 

ในระหว่างแถลงข่าวสรุปการประชุมวันนี้ นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามนักข่าวว่า ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งนี้ไม่มีการหารือเกี่ยวกับกรณีที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศภาษีตอบโต้เช้านี้ แม้เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในกรอบบิมสเทค รวมถึงไทย อินเดีย บังกลาเทศ และเมียนมา แต่ระบุเพียงว่าแต่ละประเทศน่าจะมีมาตรการรับมืออยู่แล้ว

 

นิกรเดชระบุว่า จะมีการหารือทวิภาคีระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย นายกรัฐมนตรีเมียนมา แต่ไม่ได้ระบุเวลาและสถานที่ที่แน่ชัด โดยหลักๆ จะหารือเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการหารือเรื่องแผนเลือกตั้งในเมียนมา

 

ส่วนคำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ไทยเชิญผู้นำเมียนมาเข้าร่วมประชุมปีนี้นั้น นิกรเดชกล่าวว่า ตามกฎบัตรบิมสเทค เป็นพันธกรณีที่เจ้าภาพจะต้องเชิญผู้นำจากทั้ง 6 ประเทศสมาชิกมาร่วมประชุม ซึ่งการเชิญครั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของไทยในฐานะเจ้าภาพเพื่อให้เกิดฉันทามติและนำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติต่างๆ

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

อ้างอิง:

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post ประชุม BIMSTEC ระดับรัฐมนตรี เห็นชอบเอกสารสำคัญ 19 ฉบับ ขับเคลื่อนความร่วมมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะ 6 ตลาดสมาชิก โอกาสไทยใน BIMSTEC https://thestandard.co/bimstec-thailand-opportunities-bay-of-bengal-economic-cooperation/ Thu, 03 Apr 2025 04:09:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1060022 แผนที่แสดงกลุ่มประเทศ BIMSTEC ที่เชื่อมโยงไทยกับเอเชียใต้

BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Te […]

The post เจาะ 6 ตลาดสมาชิก โอกาสไทยใน BIMSTEC appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผนที่แสดงกลุ่มประเทศ BIMSTEC ที่เชื่อมโยงไทยกับเอเชียใต้

BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) มีชื่อเต็มๆ ว่า ‘ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ’ เป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยง ไทย เข้ากับ 6 ประเทศใกล้เคียง ได้แก่ อินเดีย, ศรีลังกา, บังกลาเทศ, เมียนมา, ภูฏาน และเนปาล ทั้งหมดนี้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและการค้าสูง ครอบคลุมตลาดผู้บริโภคกว่า 1.8 พันล้านคน หรือคิดเป็นราว 22% ของประชากรโลกทั้งหมด

 

แต่ละประเทศมีจุดแข็งเฉพาะตัวที่น่าสนใจ อินเดียได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ศรีลังกาและบังกลาเทศเติบโตอย่างรวดเร็วด้านสิ่งทอและอุตสาหกรรม เมียนมามีที่ตั้งเชื่อมโยงระหว่างเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนภูฏานและเนปาลก็มีทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โอกาสในการลงทุนและขยายตลาดมีอยู่มากมาย ไทยจะใช้โอกาสนี้อย่างไร

 

แผนที่แสดงกลุ่มประเทศ BIMSTEC ที่เชื่อมโยงไทยกับเอเชียใต้

 

บังกลาเทศมีบทบาทสำคัญใน BIMSTEC หลายด้าน เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้ง และยังเป็นที่ตั้งของสำนักเลขาธิการ BIMSTEC ตั้งแต่ปี 2014

 

นอกจากนี้ บังกลาเทศยังมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญ โดยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงอินเดียกับเมียนมาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ อีกทั้งยังเป็นชาติที่ให้ความสำคัญกับไทยในฐานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาอีกด้วย โดยบังกลาเทศมีศักยภาพเป็นแหล่งลงทุนของไทย เนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงต่อเนื่องหลายปี

 

ปัจจุบันบังกลาเทศเป็นประเทศนำในสาขาการค้า การลงทุน และพัฒนา

โดยมีภารกิจสำคัญคือการผลักดันความตกลงเขตการค้าเสรี BIMSTEC (BIMSTEC Free Trade Area: FTA)

 

 

ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของภูฏานคือการเป็นชาติที่ยึดหลักทฤษฎีความสุขมวลรวมประชาชาติในการพัฒนาประเทศ และไทยเองก็มีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภูฏานมาอย่างยาวนาน แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กและไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ภูฏานก็มีอิทธิพลในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคของ BIMSTEC โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

 

สำหรับภารกิจสำคัญของภูฏานคือการผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยภูฏานเสนอจัดตั้ง ‘คณะทำงานร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ’ (BIMSTEC Joint Working Group on Environment and Climate) เพื่อส่งเสริมการผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศภายในภูมิภาค BIMSTEC ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ตลอดจนการรับมือกับภัยธรรมชาติต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

อินเดียนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดใน BIMSTEC เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่ม และมีประชากรมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้ง BIMSTEC ในช่วงแรกเริ่มร่วมกับอีก 3 ประเทศคือ บังกลาเทศ ศรีลังกา และไทย (ซึ่งขณะนั้นคือ BIST-EC)

 

สำหรับภารกิจสำคัญของอินเดียคือการให้ความสำคัญกับมิติด้านความมั่นคงในหลากหลายประเด็น เช่น การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การต่อต้านยาเสพติด และความมั่นคงทางทะเล โดยมีกลไกความร่วมมือสำคัญคืออนุสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา และอนุสัญญา BIMSTEC ว่าด้วยความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และการลักลอบค้ายาเสพติด

 

 

เมียนมาเข้าร่วมเป็นสมาชิก BIMSTEC เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 1997 ถึงแม้จะเข้ามาเป็นสมาชิกในภายหลัง (ประเทศลำดับที่ 5) แต่ได้กลายเป็นตัวเชื่อมไทยกับประเทศกลุ่มเอเชียใต้ และทำให้ BIMSTEC เป็นกรอบความร่วมมือเดียวระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองจะยังคงยืดเยื้อ แต่เมียนมานับได้ว่าเป็นประเทศที่มีทรัพยากรสมบูรณ์ เป็นแหล่งวัตถุดิบ ตลาดการค้า แรงงาน และแหล่งลงทุนสำคัญของไทยโดยเฉพาะด้านพลังงาน อีกทั้งยังเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ มีพรมแดนทางบกติดกับไทยยาวที่สุด มีผลประโยชน์ร่วมกันในทุกมิติ และในขณะเดียวกันก็ยังต้องร่วมมือกันแก้ไขความท้าทายร่วมกับไทยหลายประการด้วยเช่นกัน

 

สำหรับภารกิจสำคัญของเมียนมาคือการให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการจัดตั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือทางการเกษตร

 

 

เนปาลเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขา มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และทางพระพุทธศาสนา โดยเนปาลเข้าร่วมเป็นสมาชิก BIMSTEC เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2004 ปัจจุบันเนปาลเป็นประเทศนำสาขาการติดต่อระหว่างประชาชน (People-to-People Contact) 

 

สำหรับภารกิจสำคัญของเนปาลคือการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในภูมิภาค ซึ่งครอบคลุม 3 สาขาย่อย ได้แก่ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการติดต่อระหว่างประชาชน ผ่านกลไกความร่วมมือที่สำคัญอย่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการก่อตั้งคณะกรรมการอุตสาหกรรมวัฒนธรรม และศูนย์ปฏิบัติการอุตสาหกรรมวัฒนธรรม BIMSTEC

 

 

ศรีลังกาเป็นประเทศที่รุ่มรวยไปด้วยพลอยและอัญมณี อีกทั้งยังเป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีของโลก โดยไทยและศรีลังกามีความใกล้ชิดกันทางด้านศาสนาและวัฒนธรรม เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันศรีลังกาอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ หลังจากที่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศในปี 2022 ซึ่งในปัจจุบันเศรษฐกิจก็เริ่มขยายตัวและมีเงินสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น

 

ทั้งนี้ ศรีลังกาเป็นหนึ่งในประเทศผู้ร่วมก่อตั้ง BIMSTEC มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลและการกระจายสินค้าที่สำคัญของโลก ขณะที่ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเป็นประตูเชื่อมโยงระหว่างเอเชียใต้กับอาเซียน

 

ปัจจุบันศรีลังกาเป็นประเทศนำสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Science, Technology and Innovation) ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านเทคโนโลยี สาธารณสุข และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีภารกิจสำคัญคือการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาระบบสาธารณสุขและทรัพยากรมนุษย์

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

อ้างอิง: 

The post เจาะ 6 ตลาดสมาชิก โอกาสไทยใน BIMSTEC appeared first on THE STANDARD.

]]>