Bernie Sanders Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/bernie-sanders/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 02 Jul 2026 11:24:11 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิด 3 โมเดลสหรัฐฯ ดึงความมั่งคั่ง AI คืนประชาชน OpenAI ชงรัฐตั้งกองทุนสาธารณะถือหุ้น 5% https://thestandard.co/us-ai-wealth-openai-fund/ Thu, 02 Jul 2026 11:24:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1226071 ภาพแนวคิด AI แสดงถึงการกระจายความมั่งคั่งจากเทคโนโลยีสู่ประชาชน

วันนี้ (2 ก.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า OpenA […]

The post เปิด 3 โมเดลสหรัฐฯ ดึงความมั่งคั่ง AI คืนประชาชน OpenAI ชงรัฐตั้งกองทุนสาธารณะถือหุ้น 5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแนวคิด AI แสดงถึงการกระจายความมั่งคั่งจากเทคโนโลยีสู่ประชาชน

วันนี้ (2 ก.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า OpenAI อยู่ระหว่างการหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้น 5% ในบริษัท หลังจากเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศว่าจะหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท AI ราว 12-15 ราย ถึงข้อเสนอให้รัฐบาลถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์จากกำไรมหาศาลของบริษัท AI สู่ประชาชน ซึ่งทรัมป์อ้างว่า หากบริษัทให้ความร่วมมือ จะทำให้พลเมืองสหรัฐฯ มั่งคั่งขึ้น

 

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI มองว่า การเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนได้เสียทางการเงินในบริษัท อาจเป็นแนวทางที่ช่วยแบ่งปันผลประโยชน์จากการเติบโตของ AI ให้กับสังคมในวงกว้าง

 

ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน Sam ได้เสนอแนวคิดให้บริษัท AI ชั้นนำของสหรัฐฯ โอนหุ้นประมาณ 5% เข้ากองทุนสาธารณะ (Public Wealth Fund) ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับ ‘Alaska Permanent Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งของรัฐอะแลสกาที่นำรายได้จากน้ำมันไปลงทุนในหุ้น และนำผลตอบแทนมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้รัฐบาลท้องถิ่นและประชาชนในรัฐ

 

โดย ‘Public Wealth Fund’ คือกองทุนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในผลประโยชน์จากสินทรัพย์หรืออุตสาหกรรมที่สร้างความมั่งคั่งระดับชาติ

 

การเสนอให้รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นบริษัท อาจเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างภาคธุรกิจกับรัฐบาลสหรัฐฯ และลดแรงกดดันทางการเมืองด้วยการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI

 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประชาชนออกมาแสดงความกังวลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงานความมั่นคงทางไซเบอร์ ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าตรวจสอบบริษัท OpenAI และ Anthropic อย่างเข้มข้น ส่งผลให้การเปิดตัวโมเดล AI ขั้นสูงของทั้งสองบริษัทต้องล่าช้าออกไป

 

อย่างไรก็ตาม การหารือระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และ OpenAI ยังอยู่ในขั้นต้น และอาจต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนจัดสรรหุ้นจริง สิ่งที่ต้องจับตาคือข้อเสนอของ OpenAI ครั้งนี้ จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้บริษัท AI เจ้าอื่น จัดสรรหุ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกันหรือไม่

 

3 โมเดลคืนกำไร AI สู่ประชาชน

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงความต้องการเข้าถือหุ้นในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางผู้ผลิตนวัตกรรมระดับโลก ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกจนถึงปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ หากรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถเข้าถือหุ้นในบริษัท AI ทุกแห่ง นี่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อโครงสร้างรายได้ของรัฐบาลกลาง โดยหุ้น AI อาจกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของรัฐในระยะยาว เมื่อมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น รายได้ของรัฐบาลก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้รัฐบาลไม่ต้องใช้วิธีขึ้นภาษีตรงๆ เพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้ และอาจได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนใหม่ จากการที่ OpenAI และ Anthropic เดินหน้าเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในปีนี้และปีหน้า

 

และนี่คือ 3 โมเดลที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจใช้เป็นเครื่องมือกระจายความมั่งคั่งจากกำไรบริษัท AI สู่ประชาชน

 

1. เก็บภาษีเป็นหุ้น แทนการจ่ายเป็นเงินสด

 

หนึ่งในข้อเสนอที่ถูกพูดมากที่สุด คือข้อเสนอของ Bernie Sanders วุฒิสมาชิกอิสระจากรัฐเวอร์มอนต์ ซึ่งเสนอร่างกฎหมาย American AI Sovereign Wealth Fund Act ที่กำหนดให้บริษัท AI ต้องจ่ายภาษีในรูปแบบ ‘หุ้น’ แทนเงินสด แล้วหุ้นนั้นจะถูกโอนเข้าไปอยู่ในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนได้เสียโดยตรงในมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ AI สร้างขึ้น

 

โดยบริษัทขนาดใหญ่จะต้องจ่ายภาษีเป็นหุ้นครั้งเดียวในสัดส่วน 50% และให้สิทธิประชาชนส่งตัวแทนเข้าไปนั่งในคณะกรรมการบริษัท เพื่อร่วมตัดสินใจและป้องกันไม่ให้บริษัทดำเนินกิจการที่สร้างความเสียหายแก่สาธารณะ

 

Sanders ระบุว่า หากปล่อยให้ AI และหุ่นยนต์พัฒนาโดยไม่มีการกำกับดูแล เทคโนโลยีเหล่านี้อาจกระทบต่อการจ้างงาน สิทธิความเป็นส่วนตัว และสุขภาพจิตของประชาชน พร้อมย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่ควรถูกกำหนดโดยกลุ่มมหาเศรษฐีเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ราย เพราะรากฐานของ AI เกิดจากองค์ความรู้ร่วมของมนุษยชาติและผลงานสร้างสรรค์ของผู้คนจำนวนมาก

 

แนวคิดนี้คล้ายกับข้อเสนอของนักกฎหมาย 2 ราย ที่เสนอให้บริษัทจ่ายภาษีในรูปแบบ ‘หุ้น’ แทนเงินสด เปรียบเหมือนการโอนหุ้นให้รัฐบาล โดยที่รัฐไม่ต้องใช้เงินลงทุนโดยตรง อย่างไรก็ตาม Jeremy Bearer-Friend ศาสตราจารย์จากคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน (George Washington University Law School) ระบุว่า แนวทางนี้ไม่ได้ทำให้รัฐบาลมีอำนาจควบคุมบริษัท

 

2. รัฐให้เงินสนับสนุน แลกกับการถือหุ้น

 

อีกโมเดลหนึ่ง ซึ่งถือเป็นท่าไม้ตายใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ คือการให้เงินทุนสนับสนุนบริษัท AI เพื่อแลกกับสัดส่วนการถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัท เช่น ในปี 2568 ที่รัฐบาลสหรัฐฯ แปลงเงินอุดหนุนภายใต้กฎหมาย CHIPS Act (กฎหมายส่งเสริมการผลิตชิป) เป็นการถือหุ้นสัดส่วน 10% ในบริษัท Intel เพื่อช่วยพยุงบริษัทที่ราคาหุ้นตกต่ำ จากการเทคโนโลยีผลิตชิปที่ล้าหลัง และกระตุ้นให้เกิดการเร่งลงทุนผลิตชิปภายในประเทศ

 

หรือในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศแผนเงินอุดหนุน 2 พันล้านดอลลาร์ กระจายการลงทุนในบริษัทควอนตัมคอมพิวติ้ง 9 แห่ง พร้อมเข้าถือหุ้นส่วนน้อย เพื่อผลักดันเทคโนโลยี ‘ควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing)’ เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันการผูกขาดเทคโนโลยีและรักษาความเป็นผู้นำเหนือประเทศคู่แข่ง

 

ปัจจุบันโมเดลนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะอุตสาหกรรม AI ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง กระจายการลงทุนไปยังดาต้าเซ็นเตอร์ ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อื่นๆ โดยในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเร่งระดมทุนจำนวนมากเพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว

 

Alphabet บริษัทแม่ของ Google DeepMind ระบุว่า จะเพิ่มวงเงินการเสนอขายหุ้นเป็น 84,750 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการเงินทุนขนาดใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุค AI

 

อย่างไรก็ตาม Neil Chilson นักวิเคราะห์นโยบาย AI จาก Abundance Institute เตือนว่า รัฐบาลไม่ควรนำโมเดลแบบ Intel มาใช้กับอุตสาหกรรม AI อย่างกว้างขวาง เพราะอาจทำให้บทบาทของรัฐบิดเบือนไป จากผู้กำกับดูแลปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ กลายเป็นนักธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่า

 

3. จัดตั้ง ‘Public Wealth Fund’

 

อีกแนวทางหนึ่งคือการให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จาก AI โดยตรง คือการจัดตั้ง ‘Public Wealth Fund’ หรือกองทุนความมั่งคั่งสาธารณะ ซึ่งเป็นแนวคิดของ OpenAI ที่เสนอให้รัฐบาลถือหุ้นในบริษัท AI ผ่านกองทุน และนำผลตอบแทนที่ได้ไปกระจายให้ประชาชนในรูปแบบต่างๆ เช่น เงินปันผล สวัสดิการ การศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 

ขณะที่ Anthropic กำลังศึกษาแนวคิด Digital Dividend หรือเงินปันผลดิจิทัล ที่แบ่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีอุตสาหกรรม AI มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้ชาวอเมริกัน

 

โดยมีคนจำนวนมากให้การสนับสนุนโมเดลนี้ เพราะมองว่าการพัฒนา AI พึ่งพาข้อมูลจำนวนมากจากสาธารณชน ดังนั้น ผลประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้จึงไม่ควรถูกกระจุกอยู่กับบริษัทเทคโนโลยีและผู้ถือหุ้นเดิมเพียงกลุ่มเดียว

 

ภาพ: TSViPhoto/ Shutterstock

The post เปิด 3 โมเดลสหรัฐฯ ดึงความมั่งคั่ง AI คืนประชาชน OpenAI ชงรัฐตั้งกองทุนสาธารณะถือหุ้น 5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบอร์นี แซนเดอร์สเผยเหตุผล ทำไมสหรัฐฯ ต้องยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล https://thestandard.co/sanders-us-israel-military-aid-stop/ Thu, 16 Apr 2026 08:43:31 +0000 https://thestandard.co/sanders-us-israel-military-aid-stop/ เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ และภาพทหารอิสราเอลประกอบ

เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกอิสระชาวอเมริกันเชื้อสายยิว […]

The post เบอร์นี แซนเดอร์สเผยเหตุผล ทำไมสหรัฐฯ ต้องยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ และภาพทหารอิสราเอลประกอบ

เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกอิสระชาวอเมริกันเชื้อสายยิว วัย 84 ปี เผยเหตุผลว่า ทำไมสหรัฐฯ ต้องยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล ผ่านบทความ Opinion ใน The Guardian พร้อมแสดงจุดยืน ‘คัดค้าน’ การส่งอาวุธของสหรัฐฯ เพื่อหนุนการสู้รบของอิสราเอลในตะวันออกกลาง

 

โดยแซนเดอร์สผลักดันมติในวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อระงับการขายอาวุธมูลค่ารวมประมาณ 450 ล้านดอลลาร์ ให้กับรัฐบาลอิสราเอล แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วมติดังกล่าวจะถูกโหวตคว่ำโดยสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตบางส่วน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เพิ่มสูงขึ้นมากในหมู่สมาชิกสภาคองเกรสและพลเมืองชาวอเมริกัน ต่อผลกระทบและความสูญเสียของพลเรือนอันเกิดจากการโจมตีของอิสราเอล

 

แซนเดอร์ส ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐฯ รับฟังเสียงของประชาชนและยุติการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้แก่รัฐบาลของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล โดยเน้นย้ำว่า การวิพากษ์วิจารณ์บทบาทที่อันตรายของอิสราเอล ‘ไม่ใช่การต่อต้านชาวยิว’ (Antisemitic) แต่อย่างใด

 

ทำไมสหรัฐฯ จึงไม่ควรช่วยเหลืออิสราเอลทางการทหารอีก

 

1. การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

 

แม้อิสราเอลจะมีสิทธิในการป้องกันตนเองจากการโจมตีของกลุ่มฮามาส แต่การตอบโต้ของรัฐบาลเบนจามิน เนทันยาฮูนั้น เป็นการ ‘ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ’ และถูกผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ‘เข้าข่าย การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ (Genocide) ต่อชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ การจัดหาอาวุธให้ยังถือเป็นการ ‘ขัดต่อกฎหมายของสหรัฐฯ’ เอง ได้แก่ พ.ร.บ.ความช่วยเหลือต่างประเทศ (Foreign Assistance Act) และ พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกอาวุธ (Arms Export Control Act)

 

2. ความสูญเสียของพลเรือนจำนวนมหาศาล

 

แซนเดอร์สระบุว่า ผลจากการโจมตีทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 72,000 คน และบาดเจ็บกว่า 170,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก และคนชรา นอกจากนี้ยังมีการทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนัก โดยที่อยู่อาศัยกว่า 90% โรงพยาบาล 94% และมหาวิทยาลัยทั้งหมด 12 แห่งในกาซาถูกทำลาย อีกทั้งการปิดกั้นความช่วยเหลือยังส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะขาดสารอาหารและอดตาย

 

นอกจากนี้ ความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกาซา แต่รวมถึงในเขตเวสต์แบงก์ด้วย ทหารและผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวได้ทำลายบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์กว่า 6,000 หลัง และสร้างนิคมผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นกว่า 200 แห่ง สิ่งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลเนทันยาฮูที่มุ่งทำลายและฝังกลบแนวคิดในการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์อย่างถาวร

 

3. การขยายแนวหน้าของสงครามสู่เลบานอนและอิหร่าน

 

อิสราเอลได้เปิดฉากรุกรานเลบานอน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนกว่า 2,000 คน และเข้ายึดครองพื้นที่ถึง 14% ของประเทศ พร้อมทั้งขู่ว่าจะทำลายหมู่บ้านตามแนวชายแดนให้ราบคาบเหมือนในกาซา นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังเป็นผู้โน้มน้าวให้โดนัลด์ ทรัมป์เริ่มสงครามกับอิหร่านที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 13 นาย มีพลเรือนล้มตายจำนวนมาก และก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ทำให้สินค้าขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้นทั่วโลก

 

4. การคัดค้านจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่

 

เสียงสนับสนุนอิสราเอลในสหรัฐอเมริกาลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด โดยผลสำรวจระบุว่า 60% ของชาวอเมริกัน ‘คัดค้าน’ การที่สหรัฐฯ จะส่งอาวุธให้อิสราเอล ขณะที่ 80% ของพรรคเดโมแครตและ 41% ของพรรครีพับลิกันมีมุมมองที่ไม่ดีต่ออิสราเอลในปัจจุบัน

 

5. ผลกระทบทางเศรษฐกิจระดับโลก

 

การที่เนทันยาฮูโน้มน้าวให้สหรัฐฯ เริ่มทำสงครามกับอิหร่านอย่าง ‘ไม่มีเหตุผลอันควร’ ได้สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก ทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้นและเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจำเป็น

 

จากเหตุผลทั้งหมด แซนเดอร์สจึงผลักดันให้วุฒิสภาลงคะแนนเสียงผ่านมติ (Joint Resolutions of Disapproval) เพื่อขัดขวางการขายอาวุธ 2 รายการ ได้แก่ ระเบิดมูลค่า 151.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรถแทรกเตอร์ (Bulldozers) มูลค่า 295 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยย้ำว่า รถแทรกเตอร์เหล่านี้ไม่ใช่ ‘อาวุธเชิงรับ’ แต่เป็น ‘เครื่องมือสำหรับการกวาดล้างเผ่าพันธุ์’ (Ethnic Cleansing) ที่ใช้เพื่อรื้อถอนบ้านเรือนและกีดกันไม่ให้เกิดรัฐปาเลสไตน์

 

แซนเดอร์สเน้นย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่สมาชิกสภาคองเกรสจะต้องรับฟังเสียงของประชาชนชาวอเมริกัน และยุติการให้ความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ แก่รัฐบาลสุดโต่งของเนทันยาฮู

 

แฟ้มภาพ: Yeongsik Im / Shutterstock

อ้างอิง:

 

The post เบอร์นี แซนเดอร์สเผยเหตุผล ทำไมสหรัฐฯ ต้องยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ เปิดศึกกับ เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ นี่จะเป็นการส่งสัญญาณการขายหุ้น Tesla อีกรอบหรือไม่? https://thestandard.co/musk-taunts-bernie-sanders-suggests-he-d-sell-more-tesla-stock/ Mon, 15 Nov 2021 07:19:25 +0000 https://thestandard.co/?p=559921 Elon Musk

อีลอน มัสก์ บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เปิดศึกกับวุฒิสมา […]

The post อีลอน มัสก์ เปิดศึกกับ เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ นี่จะเป็นการส่งสัญญาณการขายหุ้น Tesla อีกรอบหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Elon Musk

อีลอน มัสก์ บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เปิดศึกกับวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ วัย 80 ปี เบอร์นี แซนเดอร์ส โดยแซนเดอร์สทวีตว่า “มหาเศรษฐีควรจ่ายภาษีในอัตราที่เป็นธรรมสมเหตุสมผล” และเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน มัสก์ทวีตตอบกลับไปว่า “ผมลืมไปแล้วว่าคุณยังมีชีวิตอยู่” นอกจากนั้นยังทวีตเพิ่มเติมว่า “แซนเดอร์ส คุณอยากให้ผมขายหุ้นเพิ่มใช่ไหม? ขอแค่พูดออกมาตรงๆ” ทั้งนี้ หากมัสก์ขายหุ้น Tesla ออกไป จะทำให้เขาจำเป็นต้องจ่ายภาษีในกำไรจากหุ้นที่เขาทำได้ 

 

มัสก์ขายหุ้น Tesla มูลค่าเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.2 แสนล้านบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้หุ้น Tesla ร่วงลงถึง 15% ในสัปดาห์นี้ โดยการขายหุ้นของมัสก์นั้นเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เขาทวีตโพลสำรวจความคิดบน Twitter ว่า ‘เขาควรขายหุ้น Tesla 10% ที่เขาถืออยู่ออกไปหรือไม่?’ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน

 

แต่มัสก์ไม่ได้กล่าวในโพลบน Twitter ว่า เขามีออปชันหลายล้านออปชันที่ต้องใช้ก่อนที่จะหมดอายุในเดือนสิงหาคม 2022 นอกจากนั้นเขาเคยกล่าวในเดือนกันยายนว่า เขามีแนวโน้มที่จะใช้ออปชันจำนวนมากที่มีอยู่นั้นในช่วงปลายปี 2021 อีกด้วย 

 

โดยในขณะนี้มัสก์มีความมั่งคั่งประมาณ 2.86 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 9.3 ล้านล้านบาท ตามดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก (Bloomberg Billionaires Index) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1.16 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 3.6 ล้านล้านบาทจากปีที่แล้ว โดยจำนวนความมั่งคั่งนี้ของมัสก์ได้คำนวณรวมที่มัสก์สูญเสียไปกว่า 8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.6 แสนล้านบาท จากการที่ราคาของหุ้น Tesla ร่วงลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรียบร้อย

 

และเมื่อเดือนตุลาคม มัสก์กล่าวว่า Tesla จะย้ายสำนักงานใหญ่จากแคลิฟอร์เนียไปยังออสติน รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นรัฐที่ไม่เก็บภาษีเงินได้ โดยล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (13 พฤศจิกายน) มัสก์ได้ทวีตว่าเขาได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ในรัฐเท็กซัสทางตอนใต้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยทวีตว่า “ผมรู้สึกอบอุ่นมากจริงๆ เวลาได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังที่เล็กๆ” 

 

ส่วนทางวุฒิสมาชิกสหรัฐวัย 80 ปี เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกพรรคเดโมแครต และประธานคณะกรรมการงบประมาณของวุฒิสภา โดยแซนเดอร์สเป็นผู้สนับสนุนให้เหล่าเศรษฐีจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นมาเป็นเวลานาน ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคม แซนเดอร์สทวีตว่าความมั่งคั่งที่ มัสก์ และ เจฟฟ์ เบโซส์ ซึ่งผู้ก่อตั้งบริษัท Amazon มีนั้น ‘ผิดศีลธรรม’ 

 

และเมื่อเร็วๆนี้ มัสก์ยังตำหนิวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ รอน ไวเดน ถึงเรื่องที่เขาผลักดันให้เก็บภาษีความมั่งคั่งจากมหาเศรษฐีอีกด้วย นอกจากนั้น องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง ProPublica ได้รายงานในเดือนมิถุนายนว่า “มัสก์จ่ายอัตราภาษีที่แท้จริงเพียงแค่ประมาณ 3.27% เท่านั้น และในปี 2018 เขาหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีระดับรัฐบาลกลาง (Federal Taxes) โดยมัสก์ไม่ได้จ่ายภาษีสักเซนต์เดียวในปีนั้น จากการที่มัสก์ไม่รับเงินเดือนเป็นเงินสดที่ต้องเสียภาษี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 

อ้างอิง:

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post อีลอน มัสก์ เปิดศึกกับ เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ นี่จะเป็นการส่งสัญญาณการขายหุ้น Tesla อีกรอบหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุด Britney Spears ติดอันดับชุดฮาโลวีนขายดีของ Shopify https://thestandard.co/britney-spears-costumes-top-hit-for-halloween-in-shopify/ Sat, 16 Oct 2021 02:44:21 +0000 https://thestandard.co/?p=548816 Britney Spears

เว็บไซต์ WWD รายงานว่ายอดขายเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมา […]

The post ชุด Britney Spears ติดอันดับชุดฮาโลวีนขายดีของ Shopify appeared first on THE STANDARD.

]]>
Britney Spears

เว็บไซต์ WWD รายงานว่ายอดขายเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Britney Spears, Bridgerton และสมาชิกวุฒิสภา Bernie Sanders ทาง Shopify แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังเพิ่มสูงขึ้นต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน 

 

เริ่มกันที่ชุดนักเรียนไฮสคูลสุดอมตะของ Britney Spears จากมิวสิกวิดีโอเพลง Baby One More Time ที่ประกอบไปด้วยเสื้อคาร์ดิแกนสีเทา เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเอว กระโปรงสั้น และถุงเท้ายาว โดยพบตัวเลขยอดขายกระโปรงจับจีบตัวสั้นเพิ่มขึ้น 56% ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากการกระแส #FreeBritney เพื่อปลดปล่อยเธอจาก Jamie Spears ผู้เป็นพ่อจากการเป็นผู้พิทักษ์ชีวิตที่สิ้นสุดไปไม่นานมานี้ และแฟนเพลงต้องการที่จะฉลองอิสระภาพให้แก่ศิลปินวัย 39 ปี

 

รายงานยังระบุอีกว่า ยอดขายเสื้อสูทและแจ็กเก็ตกำมะหยี่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ย้อนยุคสุดสุดโรแมนติกของ Netflix อย่าง Bridgerton เพิ่มสูงขึ้น 75% 

 

มากไปกว่านั้นคือลุคสุดไวรัลของสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ Bernie Sanders ในงานพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ Joe Biden เมื่อต้นปี ส่งผลให้ยอดขายเสื้อกันหนาวนวมกระโดดไปที่ 99% และถุงมือถักที่มาด้วยกันเพิ่มขึ้น 44%

 

อีกตัวเลขที่หน้าสนใจคือยอดขายของชุดวอร์มแทร็กสูทที่เพิ่มขึ้น 34% ที่ถึงแม้ว่าทาง Shopify จะระบุว่า เป็นผลมาจากมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามกระแสของซีรีส์มาแรงอย่าง Squid Game ก็มีส่วนด้วยกระตุ้นยอดขายเช่นเดียวกัน สอดคล้องกับข้อมูลของ Lyst แพลตฟอร์มค้นหาสินค้าแฟชันที่พบว่าตัวเลขการค้นหาเสื้อวอร์มและกางเกงเข้าคู่สีเขียวแบบเดียวกันกับตัวละครในเรื่องเพิ่มขึ้น 97% นับตั้งแต่ที่ซีรีส์ออกอากาศไปเมื่อเดือนกันยายน

 

ภาพ: Britney Spears

อ้างอิง:

The post ชุด Britney Spears ติดอันดับชุดฮาโลวีนขายดีของ Shopify appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบอร์นี แซนเดอร์ส รวบรวมทุนเพื่อการกุศล จำหน่ายสินค้าที่มีภาพมีมตัวเองในวันสาบานตนได้สูงกว่า 50 ล้านบาท https://thestandard.co/bernie-sanders-gathered-charity-donation/ Thu, 28 Jan 2021 03:18:48 +0000 https://thestandard.co/?p=448265 เบอร์นี แซนเดอร์ส รวบรวมทุนเพื่อการกุศล จำหน่ายสินค้าที่มีภาพมีมตัวเองในวันสาบานตนได้สูงกว่า 50 ล้านบาท

วันนี้ (28 มกราคม) ภาพของ เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิส […]

The post เบอร์นี แซนเดอร์ส รวบรวมทุนเพื่อการกุศล จำหน่ายสินค้าที่มีภาพมีมตัวเองในวันสาบานตนได้สูงกว่า 50 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบอร์นี แซนเดอร์ส รวบรวมทุนเพื่อการกุศล จำหน่ายสินค้าที่มีภาพมีมตัวเองในวันสาบานตนได้สูงกว่า 50 ล้านบาท

วันนี้ (28 มกราคม) ภาพของ เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากรัฐเวอร์มอนต์ วัย 79 ปี ขณะนั่งไขว่ห้าง สวมหน้ากากอนามัย ถุงมือไหมพรม และเสื้อคลุมปาร์กา กลายเป็นหนึ่งในภาพที่โด่งดังที่สุดในช่วงพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของ โจ ไบเดน โดยได้รับการตัดต่อเป็นมีมจำนวนมากในโลกออนไลน์ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

แซนเดอร์สเผยว่าเขาสามารถรวบรวมทุนเพื่อการกุศลจากการจำหน่ายสินค้าที่มีภาพมีมตัวเองภาพนั้นได้สูงถึง 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 54 ล้านบาท) โดยสินค้า Chairman Sanders ขายหมดภายใน 30 นาที หลังเปิดการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 

 

โดยเงินทุนที่ได้แซนเดอร์สจะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะพลเมืองอเมริกันในรัฐเวอร์มอนต์ พร้อมจัดสรรเงินทุนนี้ให้กับองค์กรการกุศลอย่าง Meals on Wheels และ Vermont Parent Child Network เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพลเมืองอเมริกันให้ก้าวข้ามวิกฤตโรคระบาดนี้ไปด้วยกัน

 

“เจนและผมรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นความคิดสร้างสรรค์จากผู้คนมากมายตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเราดีใจที่สามารถใช้ภาพของผมในอินเทอร์เน็ตช่วยเหลือชาวเวอร์มอนต์ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือได้ 

 

ผมจะทำทุกอย่างที่ผมสามารถทำได้ที่วอชิงตัน เพื่อประกันว่าแรงงานในเวอร์มอนต์และทั่วประเทศจะได้รับการเยียวยาท่ามกลางวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดที่เราเผชิญอยู่ นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่อย่าง Great Depression”

 

ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นฝีมือของ เบรนดัน สเมียโลสกี ช่างภาพจาก AFP โดย Getty Images และ AFP ได้จับมือกับแซนเดอร์สเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรวบรวมทุนในครั้งนี้ โดยเงินทุนจากการจำหน่ายภาพถูกลิขสิทธิ์จะส่งมอบเพื่อช่วยเหลือองค์กร Meals on Wheels America ด้วย

 

ทางด้านสเมียโลสกีเผยว่า “โลกอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกับสัตว์ป่า ยากที่จะคาดเดาได้ และไม่ง่ายที่จะควบคุม 

 

ผมไม่เคยคิดว่าผลงานของผมจะต้องกลายเป็นไวรัลหรือกลายเป็นมีมโด่งดัง แต่ผมไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย เพราะโลกอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียล้วนเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ทุกสิ่งสามารถเป็นไปได้ในนั้น”

 

ภาพ: Brendan Smialowski / AFP

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post เบอร์นี แซนเดอร์ส รวบรวมทุนเพื่อการกุศล จำหน่ายสินค้าที่มีภาพมีมตัวเองในวันสาบานตนได้สูงกว่า 50 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสื้อสเวตเตอร์ลายมีมของ Bernie Sanders ขายหมดภายในเวลา 1 วัน https://thestandard.co/bernie-sanders-tshirt-sold-out-in-one-day/ Mon, 25 Jan 2021 04:46:58 +0000 https://thestandard.co/?p=446969 เสื้อสเวตเตอร์ลายมีมของ Bernie Sanders ขายหมดภายในเวลา 1 วัน

เสื้อสเวตเตอร์ลายมีมของ เบอร์นี แซนเดอร์ส ขายหมดภายในเว […]

The post เสื้อสเวตเตอร์ลายมีมของ Bernie Sanders ขายหมดภายในเวลา 1 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสื้อสเวตเตอร์ลายมีมของ Bernie Sanders ขายหมดภายในเวลา 1 วัน

เสื้อสเวตเตอร์ลายมีมของ เบอร์นี แซนเดอร์ส ขายหมดภายในเวลา 1 วัน หลังจากที่ทางสมาชิกวุฒิสภาคนดังได้ทำขายเพื่อระดมทุนช่วยเหลือสังคม

 

สำหรับช่วงพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน และ คามาลา แฮร์ริส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากเหล่าดนดังที่มาร่วมงานประวัติศาสตร์นี้แล้ว คงไม่มีใครได้รับความสนใจเท่ากับ เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภาและอดีตผู้สมัครตัวแทนพรรคเดโมแครตในศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี กับภาพสุดไวรัลที่เขานั่งอยู่บนเก้าอี้พับในลุคเสื้อกันหนาวตัวหนากับถุงมือไหมพรมที่ถักขึ้นโดยครูจากรัฐเวอร์มอนต์ จนเกิดเป็นมีมทั่วโลกอินเทอร์เน็ตมากมาย 

 

ในวันถัดมาหลังจากพิธีจบลง เขาจึงใช้โอกาสนี้ผลิตสินค้าออกจำหนายอย่างเป็นทางการ เป็นเสื้อสเวตเตอร์สีดำชื่อว่า ‘Chairman Sanders Crewneck’ สกรีนรูปไวรัลพร้อมกับโลโก้ Bernie ข้างๆ และจำหน่ายในราคาตัวละ 45 ดอลลาร์ หรือราวๆ 1,350 บาท โดยรายได้ทั้งหมด 100% จะถูกนำเงินไปช่วยแจกจ่ายอาหารให้ผู้ที่กำลังขาดแคลนกับองค์กรที่ชื่อว่า Meals on Wheels ในรัฐที่เขาเป็นตัวแทน ซึ่งได้รับการตอบรับดีจนขายหมดภายในเวลา 1 วัน แถมยังต้องใช้เวลาจัดส่งนานถึง 4-8 สัปดาห์

 

นอกจากสเวตเตอร์ตัวนี้แล้ว ทาง Bernie Campaign Store ได้ทำสินค้าออกมาเพิ่มในวันถัดมา เป็นเสื้อยืดสีดำลายเดียวกันในไซส์ของผู้หญิงและผู้ชาย ตัวละ 27 ดอลลาร์ หรือประมาณ 800 บาท ซึ่งยังมีให้เลือกซื้ออยู่ในขณะนี้ 

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by Bernie Sanders (@berniesanders)

 

สำหรับ เบอร์นี แซนเดอร์ส หลังรู้ว่าตัวเองกลายเป็นมีมประจำพิธีในชั่วข้ามคืน เขาได้ออกมาให้สัมภาษณ์มากมาย เช่น ในรายการ Late Night with Seth Meyers เมื่อพิธีกรถามเขาว่ารู้ตัวไหมว่ากำลังจะกลายเป็นมีม เบอร์นีจึงตอบว่า “ไม่เลยสักนิด ผมแค่กำลังนั่งเฉยๆ และทำให้ตัวเองอุ่นเข้าไว้ และพยายามให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

 

ภาพ: Bernie Sanders Campaign Store

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post เสื้อสเวตเตอร์ลายมีมของ Bernie Sanders ขายหมดภายในเวลา 1 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders ในพิธีสาบานตนของ Joe Biden https://thestandard.co/bernie-sanders-meme-inauguration-day/ Thu, 21 Jan 2021 03:47:34 +0000 https://thestandard.co/?p=445604 รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders

นอกเหนือจากสปีชของกวีวัย 22 ปี อแมนด้า กอร์แมน, การร้อง […]

The post รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders ในพิธีสาบานตนของ Joe Biden appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders

นอกเหนือจากสปีชของกวีวัย 22 ปี อแมนด้า กอร์แมน, การร้องเพลงชาติของ เลดี้ กาก้า และเจนนิเฟอร์ โลเปซ ขอแทรกเพลง Let’s Get Loud ของตัวเองเข้าไปในการแสดงเพลง This Land Is Your Land อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กำลังเป็น Trending ในพิธีสาบานตนครั้งประวัติศาสตร์ของ โจ ไบเดน และคามาลา แฮร์ริส ก็ต้องยกให้การปรากฏตัวของ เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์ 

 

เบอร์นีมาในลุคสุดแคชวลกับแจ็กเก็ตสีเขียวมะกอกและถุงมือถัก โดยภาพที่เขานั่งอยู่คนเดียวบนสแตนด์ของพิธีก็ได้กลายเป็น Meme สุดฮาทั่วอินเทอร์เน็ต ณ เวลานี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้บอกกับ CBS News อย่างเป็นกันเองว่า “ที่เวอร์มอนต์ พวกเรารับรู้ถึงอากาศหนาวเย็น ทำให้เราไม่ค่อยสนใจเรื่องแฟชั่นเท่าไร เราแค่อยากให้ร่างกายอบอุ่นอย่างเดียวเท่านั้น”

 

รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders

 

ภาพ: เครดิตในภาพ, Instagram, Twitter

The post รวบรวม Meme สุดฮาของลุค Bernie Sanders ในพิธีสาบานตนของ Joe Biden appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบอร์นี แซนเดอร์ส ยุติเส้นทางการลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2020 https://thestandard.co/bernie-sanders-suspends-presidential-campaign/ Wed, 08 Apr 2020 16:15:50 +0000 https://thestandard.co/?p=352000

เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภารัฐเวอร์มอนต์ ยุติเ […]

The post เบอร์นี แซนเดอร์ส ยุติเส้นทางการลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภารัฐเวอร์มอนต์ ยุติเส้นทางการลุ้นเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตสู้ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยหลีกทางให้กับเพื่อนร่วมพรรคอย่าง โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เพื่อเตรียมสู้ศึกใหญ่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันที่จะลงชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ อีกหนึ่งสมัยตามกำหนดการเดิมที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020


อ้างอิง:

  • CNN
  • The New York Times

 

 

The post เบอร์นี แซนเดอร์ส ยุติเส้นทางการลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ ไบเดน VS. แซนเดอร์ส เทียบแนวคิดการเมือง-นโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจของสองผู้สมัครมาแรงจากเดโมแครต https://thestandard.co/united-states-election-count-down-joe-biden-vs-bernie-sanders/ Thu, 12 Mar 2020 07:22:24 +0000 https://thestandard.co/?p=340369

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปี […]

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ ไบเดน VS. แซนเดอร์ส เทียบแนวคิดการเมือง-นโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจของสองผู้สมัครมาแรงจากเดโมแครต appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้จะมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงแข่งกับตัวแทนพรรคเดโมแครต ซึ่งขณะนี้เป็นการต่อสู้กันระหว่าง โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์

หากไบเดนหรือแซนเดอร์สชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีคนใหม่จะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จึงจะวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศของไบเดนและแซนเดอร์สเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นจุดเหมือนและจุดต่างของนโยบายของทั้งสอง และจะวิเคราะห์โดยแบ่งออกเป็นหัวข้อดังนี้

Grand Strategy
ไบเดนมีอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นเสรีนิยมสายกลาง เน้นนโยบายประนีประนอม ไม่สุดโต่ง คือไม่เสรีนิยมเกินไป และไม่อนุรักษนิยม ธีมนโยบายต่างประเทศของไบเดนคือ ‘America must lead again’ โดยเสนอว่าเขาจะนำสหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้นำในการจัดการกับปัญหาโลกอีกครั้งหนึ่ง

แต่ในส่วนของแซนเดอร์สมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างจากไบเดนไม่น้อย โดยเขาเป็นเสรีนิยมแบบสุดโต่ง เป็นนักอุดมคตินิยม และมีแนวนโยบายเศรษฐกิจตามแนวทางอุดมการณ์รัฐสวัสดิการที่เราเรียกว่า Social Democrat หรือ Socialist โดยธีมนโยบายต่างประเทศของแซนเดอร์สคือ ‘Global Engagement’ เขาต่อต้านลัทธิครองความเป็นเจ้าคือ Global Hegemony และต่อต้านลัทธิโดดเดี่ยวนิยม โดยเป้าหมายของสหรัฐฯ ควรจะมีปฏิสัมพันธ์กับโลกหรือ Global Engagement

ข้อแตกต่างที่สำคัญของ Grand Strategy ของทั้งสองคือแซนเดอร์สต้องการให้สหรัฐฯ ปฏิสัมพันธ์กับโลก แต่ไม่ใช่ครอบงำโลก ในขณะที่ไบเดนจะไปไกลกว่าแซนเดอร์สที่ไม่เพียงแค่ปฏิสัมพันธ์ แต่สหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้นำของโลกต่อไปด้วย

 

 

เครื่องมือดำเนินนโยบายต่างประเทศ
ทั้งไบเดนและแซนเดอร์สเห็นตรงกันในเรื่องของการให้ความสำคัญกับเวทีพหุภาคี แต่แซนเดอร์สมีแนวคิดที่ค่อนข้างสุดโต่งในเรื่องเวทีพหุภาคี คือเขาเน้นว่าเวทีพหุพาคีจะต้องไม่ใช่เวทีระหว่างรัฐบาลเท่านั้น แต่ต้องเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างประชาชนด้วย ภาคประชาสังคมจะต้องมีบทบาทในเวทีโลก

สำหรับในเรื่องของการใช้เครื่องมือทางทหารและสงครามในการดำเนินนโยบายต่างประเทศนั้น แซนเดอร์สมีท่าทีต่อต้านเต็มที่ และต่อต้านการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ แต่ในขณะที่ไบเดนยังแบ่งรับแบ่งสู้ สงวนท่าที โดยมีแนวโน้มจะใช้กำลังทางทหารในบางกรณีหากจำเป็น

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนเห็นตรงกันในเรื่องของการให้ความสำคัญกับการเจรจาทางการทูตเป็นเครื่องมือสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศ

แต่แซนเดอร์สมีมุมมองที่แตกต่างจากไบเดนในเรื่องการใช้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศด้วย แซนเดอร์สได้ยกตัวอย่างแผนการมาร์แชลที่สหรัฐฯ ได้ทุ่มเงิน 1.3 แสนล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของยุโรปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

 

ปัญหาโลก
สำหรับบทบาทของสหรัฐฯ ในการจัดการกับปัญหาโลกนั้น ทั้งสองคนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประชาธิปไตย แต่ไบเดนดูจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากกว่าแซนเดอร์ส โดยไบเดนเสนอว่าหากเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะจัดประชุมสุดยอดของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อผลักดันให้ประชาธิปไตยเป็นวาระของโลก

สำหรับปัญหาภาวะโลกร้อนนั้น ทั้งสองคนให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ไบเดนดูไปไกลกว่าแซนเดอร์ส โดยจะผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมามีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหานี้ และจะผลักดันให้มีการจัดประชุมสุดยอดขึ้น

จะเห็นได้ว่านโนบายการจัดการปัญหาโลกของทั้งสองต่างกัน โดยนโยบายของไบเดนมีลักษณะเชิงรุกและเน้นผลักดันให้สหรัฐฯ มีบทบาทนำในการจัดการกับปัญหาโลก ในขณะที่แซนเดอร์สไม่เน้นนโยบายเชิงรุก แต่เน้นแค่สหรัฐฯ เข้าร่วมในการแก้ปัญหาเท่านั้น ไม่เน้นให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหา

 

ท่าทีต่อมหาอำนาจ
ทั้งสองคนมีท่าทีเหมือนกันที่มองทั้งรัสเซียและจีนเป็นลบตามกระแสสังคมอเมริกันในขณะนี้ โดยนโยบายต่อรัสเซียนั้น แซนเดอร์สเน้นการคว่ำบาตรรัสเซีย ในขณะที่ไบเดนไปไกลกว่าแซนเดอร์สในเรื่องมาตรการต่อต้านรัสเซีย คือนอกจากการคว่ำบาตรแล้ว ไบเดนยังเสนอให้ใช้องค์การ NATO เป็นกลไกหลักในการสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของรัสเซีย และสนับสนุนให้ NATO ขยายสมาชิกออกไปในเขตอิทธิพลเดิมของรัสเซีย โดยเฉพาะประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

สำหรับนโยบายต่อจีนนั้น ไบเดนมองว่าการผงาดขึ้นมาของจีนเป็นสิ่งท้าทายสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก และโจมตีนโยบายการค้าของจีนที่ไม่เป็นธรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีน อย่างไรก็ตาม ไบเดนก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ทรัมป์ทำสงครามการค้ากับจีน โดยมองว่าสหรัฐฯ ไม่ควรดำเนินนโยบายแบบเอกภาคีนิยมหรือไล่บี้จีนฝ่ายเดียว แต่ควรสร้างแนวร่วมของพันธมิตรเพื่อกดดันจีน

อย่างไรก็ตาม ไบเดนก็มองว่ายังมีปัญหาโลกหลายเรื่องที่สหรัฐฯ กับจีนน่าจะร่วมมือกันได้ ดังนั้นนโยบายของไบเดนจึงมีลักษณะเป็นการผสมผสานระหว่างนโยบายปิดล้อมและนโยบายปฏิสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หลักของสหรัฐฯ มาโดยตลอดนับตั้งแต่สงครามเย็นสิ้นสุดลง

แต่แซนเดอร์สกลับมีท่าทีและนโยบายที่แข็งกร้าวต่อจีนเป็นอย่างมาก โดยโจมตีจีนว่าเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญ พร้อมกล่าวโทษจีนว่าเป็นตัวการทำให้คนงานอเมริกันตกงานหลายล้านคน ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่นโยบายต่อจีนและนโยบายการค้าของแซนเดอร์สกลับไปใกล้เคียงกับนโยบายของทรัมป์มากกว่านโยบายของไบเดน โดยแซนเดอร์สสนับสนุนการทำสงครามการค้ากับจีน และมองว่าการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีสินค้าจีนนั้นเป็นมาตรการที่ถูกต้องแล้ว และหากเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาก็จะใช้มาตรการนี้เช่นเดียวกัน

 

 

นโยบายการค้า
ที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายต่อจีนก็คือนโยบายการค้าของทั้งสองคน ซึ่งทั้งสองคนมีนโยบายที่แตกต่างกันอย่างมากในเรื่องนี้ ไบเดนประกาศว่านโยบายการค้าและนโยบายต่างประเทศของเขาจะเป็นนโยบายเพื่อชนชั้นกลาง เขาสนับสนุนการเปิดเสรีการค้ามาโดยตลอด และโจมตีสงครามการค้าและนโยบายการค้าของทรัมป์อย่างหนัก ขณะที่ไบเดนมองว่าสหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้นำในการจัดระเบียบการค้าโลกและการค้าเสรีโลก

ไบเดนสนับสนุนเขตการค้าเสรี หรือ FTA สนับสนุน FTA ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีชื่อย่อว่า TPP ที่รัฐบาลสมัย บารัก โอบามา ผลักดันเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมอเมริกันขณะนี้มีแนวโน้มต่อต้านโลกาภิวัตน์และต่อต้านการค้าเสรีอย่างหนัก ไบเดนจึงหลีกเลี่ยงนโยบายสนับสนุน FTA แบบสุดโต่ง โดยบอกว่าหากเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะระมัดระวังและไม่เจรจา FTA หากสหรัฐฯ ไม่พร้อม

ในขณะที่ไบเดนสนับสนุนการค้าเสรีและย้ำว่านโยบายการค้าของเขาเป็นนโยบายสำหรับชนชั้นกลางนั้น แต่นโยบายการค้าของแซนเดอร์สจะเป็นนโยบายการค้าสำหรับชนชั้นแรงงาน โดยเขามีจุดยืนมุ่งเน้นปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นแรงงานสหรัฐฯ เป็นหลัก แซนเดอร์สต่อต้านการค้าเสรีมาหลายสิบปี โดยมองว่าการค้าเสรีให้ประโยชน์กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของคนรวย ในขณะที่ก่อผลเสียหายอย่างมากต่อคนงานอเมริกัน เขาจึงมีนโยบายต่อต้านโลกาภิวัตน์ ต่อต้าน FTA และมองว่า FTA เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คนอเมริกันตกงานอย่างมหาศาล

ดังนั้นแซนเดอร์สจึงต่อต้าน FTA ในทุกรูปแบบ โดยมองว่า TPP เป็นหายนะ และเขาไม่มีทางที่จะเจรจาและเข้าร่วม TPP อีก หากเขาเข้าร่วม TPP ก็เท่ากับเป็นการทรยศต่อคนงานอเมริกัน นอกจากนี้เขายังต่อต้านเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือ NAFTA ซึ่งเขามองว่ามีผลทำให้บริษัทอเมริกันย้ายฐานการผลิตไปเม็กซิโก ทำให้คนงานอเมริกันตกงานมหาศาล

แซนเดอร์สสนับสนุนการใช้มาตรการขึ้นภาษีเพื่อลงโทษประเทศที่เอาเปรียบทางการค้าต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะการใช้มาตรการภาษีในการกดดันจีนให้เปลี่ยนนโยบายการค้า 

 

ช่องว่างรวยจน
หัวใจหลักของแนวคิดเสรีนิยมสุดโต่งหรืออุดมการณ์ Social Democrat คือการลดช่องว่างรวยจนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ดังนั้นนโยบายต่างประเทศของแซนเดอร์สจึงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระดับโลก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แซนเดอร์สกับไบเดนมีจุดยืนต่างกันอย่างมาก โดยแซนเดอร์สที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ในขณะที่ไบเดนไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย แซนเดอร์สย้ำว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่คนรวยที่สุด 6 คนของโลกจะมีทรัพย์สินเงินทองเท่ากับคนจน 3,700 ล้านคน และมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่บรรษัทข้ามชาติและสถาบันการเงินโลกจะผูกขาดอำนาจและครอบงำเศรษฐกิจโลกอยู่ในขณะนี้

กล่าวโดยสรุป นโยบายต่างประเทศของไบเดนมีความเหมือนและแตกต่างจากนโยบายต่างประเทศของแซนเดอร์สหลายเรื่องด้วยกัน นโยบายของไบเดนเป็นเสรีนิยมสายกลาง ในขณะที่นโยบายของแซนเดอร์สเป็นอุดมคตินิยมและเสรีนิยมสุดโต่ง ดังนั้นหากใครชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีคนใหม่จะส่งผลกระทบต่อโลกเป็นอย่างมาก

ในบทความตอนต่อไปของผมจึงจะมาวิเคราะห์ขยายออกไปเปรียบเทียบนโยบายของพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน และจะวิเคราะห์ต่อไปด้วยว่านโยบายต่างประเทศของแต่ละคนจะส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ ไบเดน VS. แซนเดอร์ส เทียบแนวคิดการเมือง-นโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจของสองผู้สมัครมาแรงจากเดโมแครต appeared first on THE STANDARD.

]]>
แซนเดอร์สมีคะแนนนำในศึกเลือกตั้งไพรมารีรัฐนิวแฮมป์เชียร์ https://thestandard.co/bernie-sanders-leading-score/ Wed, 12 Feb 2020 05:17:17 +0000 https://thestandard.co/?p=330251

การนับคะแนนโหวตศึกเลือกตั้งขั้นต้นระดับไพรมารีของพรรคเด […]

The post แซนเดอร์สมีคะแนนนำในศึกเลือกตั้งไพรมารีรัฐนิวแฮมป์เชียร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การนับคะแนนโหวตศึกเลือกตั้งขั้นต้นระดับไพรมารีของพรรคเดโมแครตในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ผ่านพ้นไปแล้วราว 2 ใน 3 โดย เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์ มีคะแนนนำที่ 26% ขับเคี่ยวกับ พีต บุตติเจจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินเดียนา ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 24% (ห่างกันราว 5,000 คะแนน) โดยบุตติเจจเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสที่รัฐไอโอวา เหนือคู่แข่งทั้งแซนเดอร์ส และ เอลิซาเบธ วอร์เรน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 

 

ส่วนอันดับ 3 ขณะนี้เป็นของ เอมี โคลบูชาร์ ได้คะแนนโหวต 20% ขณะที่วอร์เรน, โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ ทอม สเตเยอร์ ตามมาเป็นอันดับ 4, 5 และ 6 ที่ 9%, 8% และ 4% ตามลำดับ

 

สำหรับการเลือกตั้งระดับไพรมารีครั้งนี้นั้นจะมีผู้สมัครเพียง 3 อันดับแรก ที่ได้จำนวนผู้แทนผู้ลงคะแนน (Delegate) ในสัดส่วนลดหลั่นกัน เพื่อไปโหวตเลือกแคนดิเดตคนสุดท้ายในที่ประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคเดโมแครตในเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน เดือนกรกฎาคม เนื่องจากไบเดนและวอร์เรนมีแนวโน้มที่จะได้คะแนนโหวตไม่ถึง 15% ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยคาดว่า ผู้แข่งจากรีพับลิกันที่พรรคเดโมแครตต้องชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนคือ โดนัลด์ ทรัมป์

 

ศึกไพรมารีที่นิวแฮมป์เชียร์ถือเป็นสนามเลือกตั้งขั้นต้นสนามที่ 2 โดยการชิงชัยแบบคอคัสที่รัฐไอโอวาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บุตติเจจได้จำนวนผู้แทนผู้ลงคะแนนไป 14 คน หลังชนะเลือกตั้งด้วยจำนวนโหวต 26.2% เบียดคู่แข่งอย่างแซนเดอร์ส ที่ตามมาชนิดหายใจรดต้นคอที่ 26.1% โดยแซนเดอร์สได้คณะผู้แทนผู้ลงคะแนนจำนวน 12 คน ขณะที่ไบเดน ตัวเต็งของเดโมแครต ได้คณะผู้แทนผู้ลงคะแนน 6 คน

 

สำหรับผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีนั้นจะต้องได้คะแนนโหวตจากคณะผู้แทนผู้ลงคะแนนอย่างน้อย 1,990 คน จากทั้งหมด 3,979 คน 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post แซนเดอร์สมีคะแนนนำในศึกเลือกตั้งไพรมารีรัฐนิวแฮมป์เชียร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ: จับตาศึกเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) ใครจะได้ไปต่อ? https://thestandard.co/primary-election/ Fri, 07 Feb 2020 11:01:14 +0000 https://thestandard.co/?p=328744

การเลือกตั้งขั้นต้นเปรียบเหมือนกับการวัดคะแนนความนิยมขอ […]

The post นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ: จับตาศึกเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) ใครจะได้ไปต่อ? appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเลือกตั้งขั้นต้นเปรียบเหมือนกับการวัดคะแนนความนิยมของตัวแทนผู้ที่จะสมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรคการเมืองแต่ละพรรคอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งแต่ละพรรคจะมีวิธีการคัดเลือกที่แตกต่างกันออกไป 

 

การเลือกตั้งขั้นต้นจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้แสดงวิสัยทัศน์ และพูดถึงนโยบายของตนให้แก่ประชาชนได้รับรู้ และไ้ด้รู้จักตนเองมากขึ้น 

 

สนามการเลือกตั้งขั้นต้นในปีนี้เริ่มจัดขึ้นแล้วที่รัฐไอโอวา เป็นรัฐแรก เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา โดยเป็นการเลือกตั้งแบบคอคัส (Iowa Caucuses) ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า การเลือกตั้งขั้นต้นครั้งนี้จะส่งสัญญาณว่าใครในพรรคเดโมแครต จะได้มาเป็นตัวแทนของพรรคในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี กับโดนัลด์ ทรัมป์ 

 

รัฐไอโอวาไม่ใช่รัฐที่มีขนาดใหญ่หรือรัฐที่มีประชากรมาก แต่เป็นรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกตัวแทนพรรคเพื่อลงสมัครแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพราะตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา ผู้ที่ได้เป็นตัวแทนพรรคของทั้งเดโมแครต และรีพับลิกัน ส่วนมากมีคะแนนติดอันดับ 1 ใน 3 ในการเลือกตั้งแบบคอคัสที่ไอโอวา 

 

และเนื่องจากว่ารัฐไอโอวาเป็นรัฐแรกที่จัดให้มีการเลือกตั้งขั้นต้น จึงทำให้ประชาชนทั่วไปและสื่อต่างๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และหลังจากการทราบผลจะทำให้เราทราบว่ามีใครบ้างที่โดดเด่นพอจะได้เป็นผู้แทนพรรคเพื่อไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้บ้าง 

 

นอกจากนั้นหากผู้สมัครคนใดที่ทำผลงานได้ไม่ดีในรอบนี้ อาจจะทำให้สื่อ ผู้สนับสนุน และกลุ่มทุนที่สนับสนุนบริจาคเงินหันไปเลือกผู้สมัครที่มีโอกาสที่ดีมากกว่า และอาจมีผู้สมัครบางคนที่ประกาศถอนตัวไปเลยก็ได้ 

 

อย่างไรก็ตาม แม้มีความเชื่อที่ว่าผู้สมัคร 3 อันดับแรกที่ได้คะแนนสูงสุดจากการหยั่งเสียงเลือกตั้งครั้งแรกในรัฐไอโอวา จะมีโอกาสได้เป็นตัวแทนของพรรคเข้าไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้นั้น แต่ความเป็นจริงแล้วอาจไม่สามารถทำนายได้ถูกต้องเสมอไป 

 

เพราะจากตัวอย่างในปี 2008 การหยั่งเสียงเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสที่รัฐไอโอวา ของพรรครีพับลิกัน ปรากฏว่า จอห์น แมคเคน เป็นผู้ที่ได้คะแนนไม่ติด 3 อันดับแรก โดยพ่ายแพ้ให้กับ ไมค์ ฮัคคาบี แต่สุดท้าย แมคเคนกลับได้เป็นตัวแทนจากพรรครีพับลิกันในการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลาต่อมา 

 

และก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วเช่นกันว่า ผู้ที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งที่รัฐไอโอวานี้ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะได้เป็นตัวแทนของพรรคไปสู่รอบการเลือกตั้งประธานาธิบดี เช่นในปี 2012 การหยั่งเสียงแบบคอคัสที่รัฐไอโอวาของพรรคริพับลิกัน มิตต์ รอมนีย์ แพ้คะแนนให้กับ ริก แซนโทรัม ไป แต่ต่อมา รอมนีย์ได้กลายมาเป็นตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในนามพรรคริพับลิกัน 

 

 

 

หรือในกรณีที่ เท็ด ครูซ ชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ในการหยั่งเสียงเบื้องต้นแบบคอคัสที่รัฐไอโอวาเมื่อปี 2016 แต่ในเวลาต่อมา ครูซ ประกาศถอนตัวเพราะคะแนนการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐอินเดียนานั้น ทรัมป์ชนะอย่างขาดลอย และท้ายที่สุดทรัมป์ก็ได้เป็นแคนดิเดตพรรคริพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 

 

ส่วนผลการเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสในรัฐไอโอวาของพรรคเดโมแครตที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น ปรากฏว่า พีท บุตดิเจช เป็นผู้ที่มีคะแนนนำมาเป็นอันดับแรก และเป็นผู้ที่ได้ชัยชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐไอโอวานี้ ตามมาด้วยวุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนเดอร์ส ซึ่งมีคะแนนเป็นอันดับ 2 และคะแนนอันดับ 3 ได้แก่วุฒิสมาชิก เอลิซาเบธ วอร์เรน 

 

ซึ่งเรื่องที่ผิดคาดอย่างยิ่งคือตัวเต็งอย่างอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 4 

 

ส่วนพรรครีพับลิกัน การเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสในรัฐไอโววา ทรัมป์ได้คะแนนชนะผู้สมัครอีก 2 คน คือ โจ วอลช์ และ บิล เวลด์ ไปอย่างขาดลอย 

 

ในเวลานี้เรายังอาจมองไม่เห็นว่าผู้สมัครจากเดโมแครตคนใด จะได้ขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่สูสี และสามารถเอาชนะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ปี 2020 นี้ได้ แต่ในเบื้องต้น เราลองมาดูแคมเปญรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครที่เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกันก่อนว่ามีความน่าสนใจเพียงใด และเพียงพอหรือไม่ที่พวกเขาจะครองใจประชาชนชาวอเมริกัน

 

 

 

 

พีท บุตดิเจช สโลแกน ‘A Fresh Start for America’ และ ‘Win the Era’ 

นายกเทศมนตรีจากรัฐอินเดียนา ชูนโยบายหลักเรื่องการปฏิรูปทางการเมือง สนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ให้มีโครงการบรรเทาหนี้เพื่อการศึกษา และสนับสนุนพลังของคนรุ่นใหม่ 

 

 

เบอร์นี แซนเดอร์ส สโลแกน ‘Not Me. Us.’ 

วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์ ชูนโยบายปฏิรูปโครงการประกันสุขภาพ เพื่อให้ชาว อเมริกันทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง รวมถึงสนับสนุนการขึ้นภาษีคนรวย ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และให้นักศึกษาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเรียนฟรี 

 

 

เอลิซาเบธ วอร์เรน สโลแกน ‘Persist’, ‘Best President Money Can’t Buy’ และ ‘Warren Has a Plan for That’ 

วุฒิสมาชิกจากรัฐแมสซาชูเซตส์ มีนโยบายหลักที่ใช้ในการหาเสียงคือ สิทธิของแรงงาน ค่าแรงที่เป็นธรรม และการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพ สนับสนุนให้มีภาษีที่เก็บตามความมั่งคั่ง (Wealth Tax) สิทธิการทำแท้ง และเรียนฟรีในวิทยาลัยของรัฐ

 

 

โจ ไบเดน สโลแกน ‘Our Best Days Still Lie Ahead’ 

โจ ไบเดน เคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประเด็นที่เขาใช้ในการหาเสียงคือ จะกลับมาให้ความสำคัญกับชนชั้นกลาง เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ให้เรียนฟรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ และสนับสนุนการปฏิรูปพลังงานสะอาด 

 

น่าจับตาว่าตัวเต็งจากเดโมแครตเหล่านี้จะไปถึงการชิงชัยแคนดิเดตคนสุดท้ายในที่ประชุมระดับชาติของพรรคเดโมแครตในเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ในเดือนกรกฎาคม

 

แต่ก่อนจะถึงวันนั้นยังมีเส้นทางอีกยาวไกล โดยยังมีการเลือกตั้งขั้นต้นทั้งแบบคอคัสและไพรมารีจัดขึ้นในอีกหลายรัฐ โดยการเลือกตั้งไพรมารีที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้จะเป็นสนามแข่งในครั้งต่อไป 

 

และน่าจับตาอย่างยิ่งคือ Super Tuesday ในวันที่ 3 มีนาคม ซึ่งจะมีการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นใน 14 รัฐ รวมถึงรัฐใหญ่ๆ อย่างแคลิฟอร์เนีย และเท็กซัส ซึ่งจะทำให้เราเริ่มเห็นภาพชัดมากขึ้นว่าใครจะได้ไปต่อ…น่าติดตามชนิดไม่อาจคลาดสายตา

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ: จับตาศึกเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) ใครจะได้ไปต่อ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฤดูเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดฉาก ผลเลือกตั้งขั้นต้นรัฐไอโอวา บุตติเจจ-แซนเดอร์ส มีคะแนนนำในศึกชิงเก้าอี้แคนดิเดตเดโมแครต https://thestandard.co/election-season-iowa-result/ Wed, 05 Feb 2020 04:23:55 +0000 https://thestandard.co/?p=327675

พีต บุตติเจจ และ เบอร์นี แซนเดอร์ส เป็นสองผู้สมัครที่มี […]

The post ฤดูเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดฉาก ผลเลือกตั้งขั้นต้นรัฐไอโอวา บุตติเจจ-แซนเดอร์ส มีคะแนนนำในศึกชิงเก้าอี้แคนดิเดตเดโมแครต appeared first on THE STANDARD.

]]>

พีต บุตติเจจ และ เบอร์นี แซนเดอร์ส เป็นสองผู้สมัครที่มีคะแนนนำในศึกเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสของพรรคเดโมแครตในรัฐไอโอวา ซึ่งเป็นมลรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่จัดการเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสหรือไพรมารี และถือเป็นการเปิดฉากฤดูกาลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 อย่างเป็นทางการ

 

การเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสที่รัฐไอโอวาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเฟ้นหาแคนดิเดตของพรรคเดโมแครต เพื่อไปชิงชัยหาผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคหนึ่งเดียวในที่ประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ในเดือนกรกฎาคม

 

สำหรับผลโหวตคอคัสแบบแบ่งเขตที่ออกมาบางส่วนนั้น ปรากฏว่า พีต บุตติเจจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินเดียนา มีคะแนนนำเป็นที่ 1 ที่ 26.9% ตามมาด้วย เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ที่ 25.1%

 

ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกจากรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่ 18.3% ขณะที่ โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่คาดว่าจะได้เป็นแคนดิเดตของเดโมแครตในการชิงชัยเก้าอี้ประมุขทำเนียบขาวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ นั้น อยู่ในอันดับที่ 4 มีคะแนนโหวต 15.6%

 

สำหรับผลนับคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตที่ออกมาบางส่วนนั้น ปรากฏว่า แซนเดอร์สมีคะแนนนำที่ 28,220 คะแนน ตามมาด้วยบุตติเจจ 27,030 คะแนน และวอร์เรน 22,254 คะแนน ส่วนไบเดนตามมาเป็นอันดับ 4 มีคะแนนโหวตที่ 14,176 คะแนน

 

ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะจัดการเลือกตั้งขั้นต้นกัน 2 แบบ คือ แบบคอคัสและไพรมารี โดยในปีนี้จะมีการเลือกตั้งแบบคอคัสใน 6 รัฐ และไพรมารีใน 44 รัฐ ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกัน โดยคอคัสจะเป็นการประชุมกันของบรรดาแกนนำพรรคหรือสมาชิกพรรคตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการนัดหมายเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับตัวเลือกผู้สมัครและนโยบายต่างๆ ก่อนจะมีการลงคะแนน ซึ่งอาจใช้วิธีหย่อนบัตรลงในหีบหรือยกมือโหวตแบบเปิดเผย โดยแต่ละที่ประชุมจะประกาศตัวผู้สมัครที่ได้รับเลือก นอกจากนี้ยังมีการเลือกตัวแทนผู้ลงคะแนน (Delegate) เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคด้วย

 

ส่วนไพรมารี ซึ่งเป็นวิธีการเลือกตั้งขั้นต้นที่หลายรัฐใช้นั้น เป็นการลงคะแนนในคูหาเหมือนการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเลือกแคนดิเดตของพรรคโดยตรง ซึ่งบางรัฐกำหนดให้ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้นจึงจะมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีของพรรคนั้นๆ แต่บางรัฐอนุญาตให้ร่วมโหวตได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรคมาก่อน

 

ถึงแม้การโหวตคอคัสในรัฐไอโอวาจะไม่ใช่ตัวตัดสินว่าใครจะได้เป็นแคนดิเดตคนสุดท้าย แต่ก็เป็นการชิมลางหรือชี้วัดคะแนนนิยมของผู้สมัครแต่ละคน ซึ่งทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า มีใครน่าจับตาในสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนี้บ้าง 

 

โดยการโหวตครั้งนี้จะได้ตัวแทนผู้ลงคะแนนจำนวน 41 คน จากรัฐไอโอวา เพื่อไปร่วมโหวตแคนดิเดตในที่ประชุมใหญ่ระดับชาติ ซึ่งการจะได้เป็นแคนดิเดตคนสุดท้ายของพรรคเดโมแครตนั้นต้องมีจำนวนตัวแทนผู้ลงคะแนนจำนวน 1,991 คน จากทั่วประเทศ 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

 

อ้างอิง:

 

The post ฤดูเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดฉาก ผลเลือกตั้งขั้นต้นรัฐไอโอวา บุตติเจจ-แซนเดอร์ส มีคะแนนนำในศึกชิงเก้าอี้แคนดิเดตเดโมแครต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: เบอร์นี แซนเดอร์ส เริ่มหาเสียงชิงแคนดิเดตเดโมแครต ชูนโยบายประชานิยม โจมตีทรัมป์เป็นผู้นำอันตรายสุดในประวัติศาสตร์ https://thestandard.co/bernie-sanders-2020-presidential-campaign/ https://thestandard.co/bernie-sanders-2020-presidential-campaign/#respond Mon, 04 Mar 2019 03:45:26 +0000 https://thestandard.co/?p=214094 Bernie Sanders

เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ เริ่มต้นปราศร […]

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: เบอร์นี แซนเดอร์ส เริ่มหาเสียงชิงแคนดิเดตเดโมแครต ชูนโยบายประชานิยม โจมตีทรัมป์เป็นผู้นำอันตรายสุดในประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bernie Sanders

เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ เริ่มต้นปราศรัยหาเสียงครั้งแรกในนิวยอร์กและชิคาโกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ประกาศตัวเป็นหนึ่งในแคนดิเดตพรรคเดโมแครตเพื่อลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2020 โดยเขาชูนโยบายแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในสังคมอเมริกัน และเดินหน้า ‘ปฏิวัติการเมือง’ ด้วยแนวคิดฝ่ายซ้าย หรือสังคมนิยม

 

ในการปราศรัยที่บรูกลิน นครนิวยอร์ก ซิตี้ แซนเดอร์ส วัย 77 ปี เรียกโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นประธานาธิบดีที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

 

“ผมไม่มีพ่อที่ให้เงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อสร้างตึกระฟ้าหรูหรา คาสิโน และสนามกอล์ฟ แต่ผมมีบางสิ่งที่มีคุณค่ากว่า ผมมีพ่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี เขามีความกล้าหาญอย่างเหลือเชื่อในการเดินทางข้ามมหาสมุทรโดยที่ไม่มีเงินในกระเป๋าเลย เพื่อมาตั้งต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า”

 

ทั้งนี้แซนเดอร์สและทรัมป์มีภูมิหลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้จะเกิดในนิวยอร์กเหมือนกัน โดยแซนเดอร์สเป็นบุตรของผู้อพยพชาวยิวที่มีอาชีพเป็นคนขายสี ขณะที่ทรัมป์ เกิดในครอบครัวเศรษฐีซึ่งเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

แซนเดอร์สให้คำมั่นกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า หากเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะทำให้ชาวอเมริกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกจากนี้เขายังกล่าวโจมตีกลุ่มธุรกิจที่ละโมบ และชนชั้นคนรวยระดับอภิมหาเศรษฐีในสหรัฐฯ ด้วย

 

สำหรับนโยบายเด่นๆ ของแซนเดอร์สในด้านแรงงานนั้น ประกอบด้วยการสร้างหลักประกันว่าชาวอเมริกันทุกคนจะมีงานทำ และจะปรับเพิ่มฐานค่าแรงขั้นต่ำขึ้นสองเท่า จาก 7.25 เหรียญสหรัฐ เป็น 15 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง

 

ในนโยบายด้านการศึกษา แซนเดอร์สจะผลักดันให้นักศึกษามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยได้ศึกษาจนจบโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน

 

ส่วนนโยบายด้านผู้อพยพที่ได้รับการจับตาอย่างกว้างขวางนั้น แซนเดอร์สจะผลักดันกฎหมายปฏิรูประบบการอพยพเข้าเมืองอย่างครอบคลุม โดยจะอนุญาตให้ผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารหลายแสนคนสามารถอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ได้ต่อไป

 

ขณะที่นโยบายด้านสวัสดิการสังคมนั้น เขารับปากว่าจะปฏิรูประบบประกันสุขภาพ เพื่อให้ชาวอเมริกันทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเห็นได้ว่า นโยบายส่วนใหญ่ของแซนเดอร์สจะมีลักษณะประชานิยม

 

นอกจากนี้เขายังให้คำมั่นว่าจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม เชื้อชาติ และสิ่งแวดล้อม

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: เบอร์นี แซนเดอร์ส เริ่มหาเสียงชิงแคนดิเดตเดโมแครต ชูนโยบายประชานิยม โจมตีทรัมป์เป็นผู้นำอันตรายสุดในประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bernie-sanders-2020-presidential-campaign/feed/ 0
ชัดเจนแล้ว! เบอร์นี แซนเดอร์ส ประกาศชิงตัวแทนเดโมแครต ลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 https://thestandard.co/bernie-sanders-announces-run-for-presidency-in-2020/ https://thestandard.co/bernie-sanders-announces-run-for-presidency-in-2020/#respond Tue, 19 Feb 2019 13:11:51 +0000 https://thestandard.co/?p=202682

เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ของสหรัฐฯ ประก […]

The post ชัดเจนแล้ว! เบอร์นี แซนเดอร์ส ประกาศชิงตัวแทนเดโมแครต ลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ของสหรัฐฯ ประกาศลงสมัครเป็นแคนดิเดตพรรคเดโมแดรตเพื่อชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในศึกเลือกตั้งใหญ่ปี 2020 เป็นการลงชิงชัยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 ของแซนเดอร์ส หลังจากที่พ่ายให้กับ ฮิลลารี คลินตัน ในการเลือกตั้งระดับไพรมารีเมื่อปี 2016

 

หลังอุบเงียบมานานท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเขาจะลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง ล่าสุด แซนเดอร์ส วัย 77 ปี เปิดเผยในระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ Vermont Public Radio เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ว่า เขาตัดสินใจลงชิงเก้าอี้ผู้นำทำเนียบขาวในฐานะตัวแทนของพรรคเดโมแครต

 

“เราเริ่มต้นปฏิรูปการเมืองในแคมเปญปี 2016 บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะผลักดันการปฏิรูปให้เดินหน้าต่อไป” แซนเดอร์สกล่าว

 

ทั้งนี้แซนเดอร์สถูกมองเป็นม้านอกสายตาในสมัยที่ขับเคี่ยวกับคลินตันในปี 2016 อย่างไรก็ตามครั้งนี้อาจแตกต่างออกไป เนื่องจากแซนเดอร์สได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในกลุ่มสมาชิกพรรค โดยครั้งนี้เขาถูกยกเป็นตัวเต็งที่น่าจับตามอง คู่คี่สูสีกับ โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีในยุค บารัก โอบามา

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ชัดเจนแล้ว! เบอร์นี แซนเดอร์ส ประกาศชิงตัวแทนเดโมแครต ลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bernie-sanders-announces-run-for-presidency-in-2020/feed/ 0