Benedict Cumberbatch Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/benedict-cumberbatch/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 28 Jul 2025 08:10:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Benedict Cumberbatch รับประทานอาหาร 5 มื้อต่อวัน เพื่อรับบทเป็น Doctor Strange https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-eats-5-meals-for-doctor-strange/ Mon, 28 Jul 2025 08:10:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1100950 Benedict Cumberbatch

นอกเหนือไปจากการเข้าถึงตัวละครแล้ว การลดและเพิ่มน้ำหนัก […]

The post Benedict Cumberbatch รับประทานอาหาร 5 มื้อต่อวัน เพื่อรับบทเป็น Doctor Strange appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benedict Cumberbatch

นอกเหนือไปจากการเข้าถึงตัวละครแล้ว การลดและเพิ่มน้ำหนักให้สมกับบทบาทที่ได้รับก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเหล่านักแสดงแห่งวงการฮอลลีวูด โดยสำหรับ Benedict Cumberbatch ที่มีประสบการณ์ตรงจากการเพิ่มน้ำหนักในเวลาอันรวดเร็วเพื่อสวมบทเป็น Doctor Strange แห่งอาณาจักร Marvel Cinematic Universe เขานิยามมันว่าเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองและอันตรายต่อร่างกายด้วย

 

Benedict Cumberbatch ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการพอดแคสต์ Ruthie’s Table 4 โดยเล่าถึงตอนที่เขาเตรียมตัวสำหรับการรับบทซูเปอร์ฮีโร่ Doctor Strange ด้วยการรับประทานอาหารวันละ 5 มื้อ บวกกับของทานเล่นระหว่างมื้ออย่างไข่ต้ม อัลมอนด์ และชีสเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะชอบเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง แต่เขาก็เผยด้วยว่ามันเป็นสิ่งที่น่ากลัวเมื่อเขาบริโภคอาหารเข้าไปมากกว่าที่ร่างกายต้องการ “ถ้ามองในมุมของความรับผิดชอบ คิดอย่างฉลาด และคำนึงถึงความยั่งยืน มันเหมือนว่า ‘นี่ฉันทำอะไรอยู่? ปริมาณอาหารที่ฉันกินอยู่นี้สามารถเลี้ยงคนทั้งครอบครัวได้เลย’ 

 

“ฮอลลีวูดช่างเป็นอุตสาหกรรมที่สิ้นเปลืองจนน่าขยะแขยง เมื่อนึกถึงเซ็ตกองถ่ายที่ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องรีไซเคิล การขนส่ง อาหาร หรือสถานที่ แต่มันมีเรื่องของแสงและการใช้พลังงานด้วย ปริมาณของวัตต์ไฟฟ้าที่พวกเขาต้องใช้สร้างแสงกลางวันออกมาและคงสภาพแสงไฟในสตูดิโอให้มีความสม่ำเสมอมันใช้พลังงานเยอะมากนะ” Benedict Cumberbatch กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ Benedict Cumberbatch จะยอมรับว่านักแสดงที่ออกมาพูดสนับสนุนความยั่งยืนในวงการฮอลลีวูดมักจะโดนตราหน้าว่าเป็นคนปากว่าตาขยิบ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพยายามที่จะผลักดันโครงการสีเขียวในกองถ่ายของตัวเอง ทั้งสำหรับนักแสดงและทีมผู้สร้าง เขาเผยว่า “คุณไม่จำเป็นต้องให้ขวดพลาสติกกับทีมงานก็ได้ คือถ้าหากว่าคุณอยู่กลางทะเลทรายที่ไม่สามารถหาแก้วได้จริงๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่เราอยู่ในศตวรรษที่ 21 แล้ว

 

ภาพ: XPX/Star Max/GC Images

อ้างอิง:

The post Benedict Cumberbatch รับประทานอาหาร 5 มื้อต่อวัน เพื่อรับบทเป็น Doctor Strange appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benedict Cumberbatch ยังคงรู้สึกเสียใจที่เคยรับบทเป็น Non-Binary ในภาพยนตร์ Zoolander 2 https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-regrets-non-binary-zoolander-2-character/ Sun, 02 Mar 2025 03:26:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1047588 Benedict Cumberbatch

Benedict Cumberbatch เปิดใจถึงการทำงานครั้งหนึ่งที่ยังค […]

The post Benedict Cumberbatch ยังคงรู้สึกเสียใจที่เคยรับบทเป็น Non-Binary ในภาพยนตร์ Zoolander 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benedict Cumberbatch

Benedict Cumberbatch เปิดใจถึงการทำงานครั้งหนึ่งที่ยังคงทำให้เขารู้สึกเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือการรับบทเป็นคน Non-Binary ในภาพยนตร์เรื่อง Zoolander 2 เมื่อปี 2016

 

ในภาพยนตร์คอเมดี้แอ็กชันเรื่อง Zoolander 2 ที่ได้รับการกำกับและนำแสดงโดย Ben Stiller นั้น Benedict Cumberbatch รับบทเป็น All ตัวละครซูเปอร์โมเดลที่เป็นกลุ่ม Non-Binary หรือกลุ่มคนที่ไม่ต้องการระบุว่าตัวเองเป็นเพศชายหรือหญิง โดยเขาเผยการสัมภาษณ์กับ Variety เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า “มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดถึง”

 

Benedict Cumberbatch อธิบายถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ที่เขาได้รับกระแสโจมตีจากกลุ่มผู้สนับสนุน LGBTQIA+ นับตั้งแต่ที่มีการเปิดเผยตัวละคร All ในตัวอย่างภาพยนตร์ Zoolander 2 เมื่อปี 2015 โดยหลายคนออกมาต่อต้านหนังเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลว่าภาพยนตร์มีการล้อเลียนเรื่องเพศของตัวละคร

 

“ตอนนั้นผมต้องขอโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปหลายต่อหลายครั้งเลย ผมรักกลุ่มคนเหล่านั้น แต่มันเป็นโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วมกับบางอย่างที่มีความพิเศษเป็นอย่างมากในภาคแรก และผมก็เป็นแฟนตัวยงด้วย สุดท้ายแล้วการรับบทเป็น All กลับกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ทำให้ผู้คนเข้าใจผมผิด และยังทำให้หลายคนไม่พอใจ ซึ่งผมก็เคารพในจุดนั้น เพราะฉะนั้นผมตอนนี้ผมคงไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว”

 

ก่อนหน้านี้ในปี 2022 อีกหนึ่งนักแสดงจากภาพยนตร์ Zoolander 2 อย่าง Penélope Cruz ก็เคยให้สัมภาษณ์ถึงบทของตัวเอง ที่เจอกระแสเกี่ยวกับเรื่องทางเพศวิถีบางอย่างด้วยเช่นกัน เธอเผยว่า “มีข้อโต้เถียงมากมายเกี่ยวกับบทของฉัน ถ้าเป็นยุคนี้ ฉันคิดว่าคงไม่มีใครมารับบทเป็นตัวละครของฉันนอกเหนือไปจากนักแสดงข้ามเพศ”

 

ภาพ: Paramount Pictures

อ้างอิง:

 

The post Benedict Cumberbatch ยังคงรู้สึกเสียใจที่เคยรับบทเป็น Non-Binary ในภาพยนตร์ Zoolander 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ยิ่งอายุมากขึ้น ผมก็ยิ่งไม่สนใจ” Benedict Cumberbatch พูดถึงการรับมือเรื่องต่างๆ บนโลกออนไลน์ https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-online-world/ Sun, 02 Feb 2025 11:08:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1037366 benedict-cumberbatch-online-world

Benedict Cumberbatch ให้สัมภาษณ์กับ Variety เกี่ยวกับผล […]

The post “ยิ่งอายุมากขึ้น ผมก็ยิ่งไม่สนใจ” Benedict Cumberbatch พูดถึงการรับมือเรื่องต่างๆ บนโลกออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
benedict-cumberbatch-online-world

Benedict Cumberbatch ให้สัมภาษณ์กับ Variety เกี่ยวกับผลงานล่าสุดของเขาอย่างเรื่อง The Thing With Feathers การทำงานในโปรเจกต์ภาพยนตร์ของ Marvel ไปจนถึงมุมมองชีวิตในด้านอื่นๆ ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงการรับมือกับคำพูดเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาในโลกออนไลน์ด้วย

 

โดยปกติแล้ว Benedict Cumberbatch ไม่ใช่นักแสดงที่ใช้โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเขาต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวของเขาและครอบครัว และป้องกันคนที่จะนำคำพูดของเขาไปตีความอย่างผิดบริบท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้เขาก็ไม่ได้ต่อต้านโซเชียลมีเดีย และเปิดรับคำวิจารณ์ต่างๆ อยู่แล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คนที่มีต่อเขาได้

 

“ยิ่งอายุมากขึ้น ผมก็ยิ่งไม่สนใจ มีผู้ชมมากมายที่มีความคาดหวังต่อคุณ มีความรู้สึกต่อคุณ มีการตัดสินคุณด้วยสิ่งต่างๆ และนั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขา และคุณคงไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงหรือปรับแต่งความคิดอะไรได้ ผมก็ยังค้นหาตัวเองอยู่ทุกวัน แล้วพวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไรกันล่ะว่าผมเป็นคนแบบไหน” Benedict Cumberbatch กล่าว

 

ทั้งนี้ Benedict Cumberbatch กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Thing With Feathers ซึ่งเป็นเรื่องของพ่อและลูกชาย 2 คนที่ต้องรับมือกับการสูญเสียภรรยาและแม่ที่จากไปกะทันหัน และในบทสัมภาษณ์นี้เขายังเผยอีกด้วยว่า สำหรับโปรเจกต์ภาพยนตร์ของ Marvel อย่างเรื่อง Avengers: Doomsday เขาจะยังไม่ร่วมแสดง เพราะบทบาท Doctor Strange ยังไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเรื่องมากนัก แต่เขาจะปรากฏตัวใน Avengers: Secret Wars ที่จะออกฉายในปี 2027 อย่างแน่นอน

 

ภาพ: Mat Hayward / Getty Images for IMDb

 

อ้างอิง:

The post “ยิ่งอายุมากขึ้น ผมก็ยิ่งไม่สนใจ” Benedict Cumberbatch พูดถึงการรับมือเรื่องต่างๆ บนโลกออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Prada เปิดตัวคอลเล็กชัน Re-Nylon 2025 พร้อมได้ Benedict Cumberbatch มาขึ้นแคมเปญ https://thestandard.co/prada-re-nylon-2025/ Wed, 15 Jan 2025 09:24:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1030812 prada-re-nylon-2025

Prada ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่ให้ความสำคัญกับควา […]

The post Prada เปิดตัวคอลเล็กชัน Re-Nylon 2025 พร้อมได้ Benedict Cumberbatch มาขึ้นแคมเปญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
prada-re-nylon-2025

Prada ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยเปิดตัวคอลเล็กชัน Re-Nylon 2025 ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ในการเปลี่ยนแปลงขยะพลาสติกจากมหาสมุทรและหลุมฝังกลบขยะให้กลายเป็นผ้าไนลอน หนึ่งในโปรดักต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

 

คอลเล็กชันนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการริเริ่มนวัตกรรมใหม่ของ Prada ได้เป็นอย่างดี ซึ่งแบรนด์ยังได้ร่วมงานกับ National Geographic CreativeWorks และเปิดตัวคลิปวิดีโอซีรีส์สารคดีชุดที่ 3 ที่เล่าถึงจุดเริ่มต้นและแรงขับเคลื่อนในการริเริ่มทำโปรเจกต์ Re-Nylon โดยมีนักแสดงอย่าง Benedict Cumberbatch รวมไปถึงแอมบาสเดอร์แห่ง SEA BEYOND อย่าง Valentina Gottlieb และ Giovanna Chimienti นักทำสารคดีสำรวจเรื่องปัญหามลพิษทางทะเล และทีมผู้บุกเบิกของ Prada มาร่วมงาน

 

ไลน์ Re-Nylon มีต้นกำเนิดมาจากการใช้ Econyl หรือวัสดุไนลอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตจากการนำขยะพลาสติกมารีไซเคิล และนวัตกรรมลดการพึ่งพาการใช้ทรัพยากรใหม่ ซึ่งแบรนด์ทำให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการรักษาความยั่งยืนในวงการแฟชั่นไปแล้ว

 

สำหรับคอลเล็กชันนี้มาพร้อมกับไอเท็มที่ผ่านการดีไซน์อย่างตั้งใจมาแล้วทั้งหมด 191 ชิ้น โดยผสมผสานความมินิมัลสไตล์ Prada เข้ากับความโก้เก๋อย่างร่วมสมัย โดยไอเท็มที่โดดเด่นมีทั้งหมวกบักเก็ต Re-Nylon, กระเป๋าหนังแบ็กแพ็กและกระเป๋าเป้ Saffiano ที่มาในสีดำขลับประดับด้วยโลโก้สุดไอคอนิกของ Prada และยังมีไอเท็มที่ทำให้คอลเล็กชันนี้มีความสดใสมากขึ้นด้วยในโทนสี Bottle Green และ Aviator Blue ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูคอลเล็กชัน Re-Nylon 2025 ผ่านทางเว็บไซต์ของ Prada ได้แล้ววันนี้

 

ภาพ: Prada

 

The post Prada เปิดตัวคอลเล็กชัน Re-Nylon 2025 พร้อมได้ Benedict Cumberbatch มาขึ้นแคมเปญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tom Holland เผยว่า Zendaya คือคนที่จริงใจที่สุดเมื่อพูดถึงเรื่องงานของเขา https://thestandard.co/tom-holland-zendaya-most-honest/ Sun, 17 Dec 2023 03:01:37 +0000 https://thestandard.co/?p=877604

Tom Holland เผยว่าคนรักอย่างนักแสดงสาว Zendaya คือคนที่ […]

The post Tom Holland เผยว่า Zendaya คือคนที่จริงใจที่สุดเมื่อพูดถึงเรื่องงานของเขา appeared first on THE STANDARD.

]]>

Tom Holland เผยว่าคนรักอย่างนักแสดงสาว Zendaya คือคนที่จริงใจที่สุดเมื่อพูดถึงเรื่องผลงานภาพยนตร์ ซีรีส์ และการแสดงของเขา 

 

ในการสัมภาษณ์กับ SAG-AFTRA Foundation นั้น Tom Holland นักแสดงวัย 27 ปีเจ้าของบทสไปเดอร์แมนคนล่าสุดแห่งอาณาจักร Marvel ได้พูดคุยถึงเส้นทางอาชีพนักแสดงของตัวเอง และผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดอย่าง The Crowded Room รวมไปถึงแฟนสาว Zendaya ที่เขายกย่องให้เป็นบุคคลที่ซื่อตรงและจริงใจที่สุดในชีวิตเมื่อพูดถึงเรื่องงาน

 

“Zendaya น่าจะเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับผมที่สุดแล้ว ซึ่งผมรักตรงนี้มาก เพราะผมต้องการสิ่งนี้” Tom Holland ตอบ เมื่อถูกถามว่าเขาขอคำปรึกษาในเรื่องการทำงานจากใคร

 

นอกจากนั้นยังมีบุคคลอื่นที่ Tom Holland ขอความคิดเห็นในเรื่องอาชีพนักแสดง นั่นคือนักแสดงรุ่นพี่อย่าง Robert Downey Jr. และ Benedict Cumberbatch ที่ต่างก็รับบทซูเปอร์ฮีโร่ในอาณาจักร Marvel กันทั้งสิ้น 

 

เขาเผยอย่างติดตลกว่า “Downey พูดตรงมากๆ บางครั้งอาจจะตรงไปหน่อย แต่ผมเคารพในความคิดเห็นของ Downey มากๆ เลย เขาสอนผมหลายอย่างมาก ผมจะสรรเสริญเขาไปตลอด เพราะผมรักและชื่นชมเขา”

 

Tom Holland และ Zendaya พบรักในกองถ่าย Spider-Man และเป็นข่าวด้วยกันครั้งแรกในปี 2021 เมื่อพวกเขาถูกถ่ายรูปขณะที่กำลังจูบกันบนรถ ก่อนที่ทั้งสองจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยการโพสต์ภาพหวานใน Instagram โดยที่ผ่านมา Tom Holland และ Zendaya ต่างก็คบกันอย่างเป็นส่วนตัว และไม่เคยออกมาเปิดเผยสถานะผ่านสื่อ ซึ่ง Tom Holland ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาพยายามอย่างยิ่งให้เรื่องราวของพวกเขาเป็นเรื่องส่วนตัว เพื่อให้พัฒนาความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักได้อย่างลงตัว

 

ภาพ: David M. Benett/Dave Benett/WireImage 

อ้างอิง: 

The post Tom Holland เผยว่า Zendaya คือคนที่จริงใจที่สุดเมื่อพูดถึงเรื่องงานของเขา appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Wonderful Story of Henry Sugar เรื่องเล่าของมหาเศรษฐี และการทดลองของ Wes Anderson https://thestandard.co/spotlight-the-wonderful-story-of-henry-sugar/ Fri, 29 Sep 2023 09:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=847906

Wes Anderson กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์สั้นความยาว 37 นา […]

The post The Wonderful Story of Henry Sugar เรื่องเล่าของมหาเศรษฐี และการทดลองของ Wes Anderson appeared first on THE STANDARD.

]]>

Wes Anderson กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์สั้นความยาว 37 นาทีอย่าง The Wonderful Story of Henry Sugar ซึ่งดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ Roald Dahl ในชื่อ The Wonderful Story of Henry Sugar and Six More ที่ประกอบไปด้วยเรื่องสั้นมากมาย แต่แก่นกลางของเรื่องจะวนเวียนอยู่กับชีวิตของ Henry Sugar (Benedict Cumberbatch) มหาเศรษฐีผู้ฝึกฝนทักษะการมองทะลุวัตถุ และทำนายอนาคตได้สำเร็จจากหนังสือที่เขาขโมยมาจากห้องสมุด 

 

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Wes Anderson ดัดแปลงบทประพันธ์ของ Roald Dahl มาเป็นภาพยนตร์ เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2009 เขาเคยนำ Fantastic Mr. Fox ซึ่งเป็นหนึ่งในบทประพันธ์ที่มาจากคอลเล็กชันปี 1977 มาสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดยาวในชื่อเดียวกัน

 

การหยิบเอาบทประพันธ์ของนักเขียนคนเดิมมาดัดแปลงอีกครั้งจึงมีความน่าสนใจว่า Wes Anderson จะเล่าเรื่องราวของมหาเศรษฐีคนนี้อย่างไรให้เข้ากับสไตล์อันจัดจ้านของเขาภายใต้กรอบระยะเวลาที่มีเพียงแค่ 37 นาที ซึ่งอาจไม่สามารถใส่รายละเอียดปลีกย่อยมากมายอย่างที่เขาเคยทำในภาพยนตร์ยาวของตัวเอง 

 

 

แต่ก็นั่นแหละ ลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขากลับตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างน่าฉงน มันไม่ได้มีลูกเล่นที่ตื่นตาหรือต้องตีความมากมาย หากเทียบกับวิธีการเล่าเรื่องที่ผูกโยงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกันของเขา แต่ที่พิเศษจริงๆ คือ เมื่อมันอยู่ในความยาวที่พอเหมาะพอควร Wes Anderson กลับพาเราไปอยู่ในมิติของภาพยนตร์ที่เหมือนกับการพลิกหน้ากระดาษหนังสือได้อย่างน่าสนใจ

 

เมื่อภาพยนตร์ไม่ได้บอกเล่าแค่เรื่องราวของมหาเศรษฐี Henry Sugar แต่กระโดดไปเล่าเรื่องของชายแก่คนหนึ่งที่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพึ่งพาลูกตาในการมองเห็นผ่านปากของ Dr. Chatterjee (Dev Patel) ซึ่งเป็นหมอที่ได้พบกับความพิเศษนี้เป็นคนแรก และหวังว่าจะนำมันมาใช้กับผู้ป่วยทั่วโลก 

 

ต่อมาเรื่องราวของภาพยนตร์ก็เดินหน้าต่อไปที่ชีวิตของ Imdad Khan (Ben Kingsley) หรือก็คือชายแก่ที่ถูกกล่าวถึงไปข้างต้น โดยในส่วนนี้มันก็ค่อยๆ เผยให้เห็นว่า เขาทำอย่างไรถึงจะได้มาซึ่งความพิเศษ ก่อนที่จะตัดกลับไปที่เรื่องราวของ Henry Sugar ผู้ที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย นอกจากการนำแนวทางการฝึกฝนเทคนิคนี้มาใช้เพื่อโกงไพ่และออกทัวร์คาสิโนทั่วโลก โดยที่ทั้งหมดเริ่มต้นและจบลงที่คำบรรยายของ Roald Dahl (Ralph Fiennes) ซึ่งเป็นคนบันทึกเรื่องราวชีวิตของมหาเศรษฐีคนนี้เอาไว้

 

 

การที่ตัวละครพรรณนาถึงเรื่องราวชีวิตกันแบบไฟแลบโดยที่ไม่แคร์ว่าคนดูจะตามทันหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่น่าดึงดูดและท้าทายไหวพริบในเวลาเดียวกัน กระนั้น วิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ดูเหมือนจะมีแค่ Wes Anderson เท่านั้นที่ทำได้เช่นกัน ส่วนสำคัญมาจากสไตล์งานที่โดดเด่นของเขามีความเข้ากับกลวิธีที่ให้ตัวละครหันมาเล่าเรื่องของตัวเองให้คนดูฟัง โดยใช้ภาษาแบบเดียวกับวรรณกรรมราวกับถอดบทภาพยนตร์มาจากหนังสือทุกตัวอักษร 

 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนฉากและแสงไปมาอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่เคอะเขินว่าคนดูจะมองเป็นความผิดพลาดก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า ถ้ามันไปอยู่ในงานของคนอื่นที่ไม่ใช่ Wes Anderson เรื่องพวกนี้คงหนีไม่พ้นคำวิจารณ์แง่ลบเป็นแน่แท้ แต่เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้อยู่ในงานของเขามันกลับส่งให้เรื่องราวที่กำลังถูกบอกเล่านั้นมีมุมมองของภาพยนตร์ที่ผสมละครเวที และหนังสือภาพประกอบนิทานอยู่ในเรื่องเดียวกัน 

 

 

ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่คำถามที่ว่า Wes Anderson กำลังตั้งใจจะทดลองอะไรบางอย่างในภาพยนตร์ของเขาอยู่หรือเปล่า? เพราะหากดูจากองค์ประกอบและวิธีการเล่าเรื่องเราอาจอนุมานได้ว่า ผู้กำกับคนนี้กำลังตามหาเทคนิคการเล่าเรื่องแบบใหม่ให้กับตัวเอง และไม่แน่บางทีสิ่งที่ได้จากการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ก็อาจปรากฏอย่างเด่นชัดในภาพยนตร์เรื่องหน้าของเขา

 

ช่างเป็นเรื่องน่ายินดี หรือน่าอิจฉาผู้เขียนก็ไม่แน่ใจ ที่ผู้กำกับชาวอเมริกันคนนี้มีนายทุนและนักแสดงมากมายที่พร้อมจะล่มหัวจมท้ายไปกับการทดลองของเขา แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่อมันออกมาเป็นภาพยนตร์ก็ล้วนเป็นกำไรของคนดูแทบทั้งสิ้น

 

สามารถรับชม The Wonderful Story of Henry Sugar ได้แล้ววันนี้ทาง Netflix

 

รับชมตัวอย่างได้ที่: https://youtu.be/4RdncisZ_QA

 

The post The Wonderful Story of Henry Sugar เรื่องเล่าของมหาเศรษฐี และการทดลองของ Wes Anderson appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benedict Cumberbatch เตรียมแสดงภาพยนตร์ชีวิต Bob Dylan เคียงข้าง Timothée Chalamet https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-pete-seeger-bob-dylan/ Tue, 23 May 2023 11:14:59 +0000 https://thestandard.co/?p=794241 Benedict Cumberbatch

ภาพยนตร์ชีวประวัติของศิลปินในตำนานผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Bo […]

The post Benedict Cumberbatch เตรียมแสดงภาพยนตร์ชีวิต Bob Dylan เคียงข้าง Timothée Chalamet appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benedict Cumberbatch

ภาพยนตร์ชีวประวัติของศิลปินในตำนานผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Bob Dylan ที่ใช้ชื่อว่า A Complete Unknown ซึ่งสร้างจากหนังสือ Dylan Goes Electric! เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศว่า Timothée Chalamet จะมารับบทเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม

 

ล่าสุดในงาน Cannes Film Festival 2023 James Mangold ผู้กำกับ ได้ประกาศชื่อนักแสดงคนดังอีกคนที่จะมาร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ นั่นคือนักแสดงเจ้าบทบาท Benedict Cumberbatch โดยเขาจะมารับบทเป็น Pete Seeger ตำนานเพลงโฟล์กผู้ล่วงลับ ที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในชีวิตของ Bob Dylan ในช่วงแรกของเส้นทางอาชีพนักดนตรีช่วงยุค 60 ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ Bob Dylan ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง ไปจนถึงการชักชวนให้เขามาแสดงที่งาน Newport Folk Festival 

 

ภาพยนตร์ A Complete Unknown นำแสดงโดย Timothée Chalamet ผู้รับบท Bob Dylan, Monica Barbaro ที่จะมารับบท Joan Baez ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและคนรักของ Bob Dylan ร่วมด้วย Elle Fanning ที่มาจะร่วมแสดงในบทที่ยังคงเก็บเป็นความลับอยู่ นอกจากนั้นนักดนตรีอีกคนอย่าง Woody Guthrie ก็จะมีบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีการประกาศว่านักแสดงคนใดจะมารับบทดังกล่าว

 

โดยก่อนหน้านี้ผู้กำกับเผยว่า Timothée Chalamet จะร้องเพลงด้วยตัวเองสำหรับภาพยนตร์ A Complete Unknown 

 

ภาพ: Tristan Fewings / Getty Images for Jaeger-LeCoultre

อ้างอิง:

The post Benedict Cumberbatch เตรียมแสดงภาพยนตร์ชีวิต Bob Dylan เคียงข้าง Timothée Chalamet appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benedict Cumberbatch จะต้อนรับครอบครัวผู้อพยพชาวยูเครนให้อาศัยที่บ้านของเขาในประเทศอังกฤษ https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-welcoming-ukraine-immigrant/ Sat, 30 Apr 2022 11:03:17 +0000 https://thestandard.co/?p=623360 Benedict Cumberbatch

Benedict Cumberbatch (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์) นักแสดงเ […]

The post Benedict Cumberbatch จะต้อนรับครอบครัวผู้อพยพชาวยูเครนให้อาศัยที่บ้านของเขาในประเทศอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benedict Cumberbatch

Benedict Cumberbatch (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์) นักแสดงเจ้าบทบาทวัย 45 ปี ที่กำลังวุ่นอยู่กับการเดินสายโปรโมตภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาอย่าง Doctor Strange in the Multiverse of Madness ได้เผยกับทางสำนักข่าว Sky News ว่าเขากำลังเตรียมต้อนรับครอบครัวผู้อพยพชาวยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากการรุกรานต่อเนื่องของรัสเซียครอบครัวหนึ่ง ให้มาพักอาศัยที่บ้านส่วนตัวของเขาในประเทศอังกฤษ

 

Benedict ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้าร่วมโครงการ Homes for Ukraine ของรัฐบาลอังกฤษ ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเปิดบ้านต้อนรับผู้ลี้ภัยจากยูเครนที่ไม่มีที่พักอาศัย โดยมอบเงินให้ชาวอังกฤษที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดเดือนละ 350 ปอนด์ หรือราว 15,000 บาท ได้อัปเดตถึงครอบครัวชาวยูเครนที่จะมาอาศัยอยู่ที่บ้านของเขาว่า “พวกเขาออกจากยูเครนได้สำเร็จแล้ว ผมคอยตรวจสอบทุกวันว่าพวกเขาอยู่ไปถึงกระบวนการไหนแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขากำลังได้รับการรักษาทางการแพทย์บางอย่างอยู่ และมันคงเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของพวกเขาถ้าหากผมบอกอะไรมากไปกว่านี้ และคำถามที่ว่าพวกเขาจะมาถึงเมื่อไร หรือจัดการสิ่งต่างๆ อย่างไร ก็คงจะเป็นการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผมเช่นกัน ผมต้องการมอบความมั่นคงหลังความโกลาหลที่พวกเขาต้องประสบมา และสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขามาอยู่ที่บ้านของผม”

 

นอกจากนั้นนักแสดงเจ้าของบท Doctor Strange แห่งอาณาจักร Marvel ยังเผยอีกว่า เขาได้มอบความช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้อพยพชาวยูเครนอีกหลายครอบครัวในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่พักอาศัยในอังกฤษ โดยได้ติดต่อกับครอบครัวชาวยูเครนหลายครัวเรือนที่อาศัยอยู่ที่อังกฤษและไม่มีเงินเพียงพอสำหรับการต้อนรับสมาชิกครอบครัวที่หลีกหนีมาจากพื้นที่สงครามในยูเครน

 

ภาพ: Dave J Hogan / Getty Images

อ้างอิง:

The post Benedict Cumberbatch จะต้อนรับครอบครัวผู้อพยพชาวยูเครนให้อาศัยที่บ้านของเขาในประเทศอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Power of The Dog ความเป็นชาย และโลกที่ไม่ยอมรับความต่าง https://thestandard.co/the-power-of-the-dog/ Sun, 27 Mar 2022 06:12:28 +0000 https://thestandard.co/?p=610788 The Power of The Dog

The Power of the Dog ภาพยนตร์เข้าชิง 12 รางวัลออสการ์ ป […]

The post The Power of The Dog ความเป็นชาย และโลกที่ไม่ยอมรับความต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Power of The Dog

The Power of the Dog ภาพยนตร์เข้าชิง 12 รางวัลออสการ์ ประจำปี 2022 หรือ The Academy Awards ครั้งที่ 94 นับเป็นออริจินัลคอนเทนต์ของ Netflix ที่ร่วมงานกับ Jane Campion ผู้กำกับหญิงชาวนิวซีแลนด์ เจ้าของผลงาน The Piano (1993) นำแสดงโดย Benedict Cumberbatch, Kirsten Dunst, Jesse Plemons, Kodi Smit-McPhee

 

เล่าเรื่องราวย้อนไปในปี 1925 รัฐมอนทานา สหรัฐอเมริกา Phil และ George สองพี่น้องตระกูล Burbank เป็นเจ้าของฟาร์มขนาดใหญ่ที่เป็นสมบัติสืบทอดมาจากตระกูล พวกเขาแม้ว่าจะเป็นพี่น้องแต่ก็แตกต่างกันเหลือเกิน Phil พี่ชายชอบอยู่กับกลุ่มคาวบอย ทำงานกลางแจ้ง หยาบคาย เย็นชา ดูถูกถากถางน้องชายอยู่บ่อยครั้ง ส่วน George น้องชายดูจะอ่อนโยนกว่า แต่งตัวสุภาพ มารยาทดี และแม้จะโดนถากถางอยู่เป็นประจำ ก็เหมือนกับว่าเขาทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับมันนัก 

 

จนวันหนึ่งเมื่อ George แต่งงานกับ Rose แม่หม้ายลูกติด และย้ายมาอยู่ร่วมบ้านกับ Phil ความอึดอัดอันนำไปสู่ปัญหาทั้งปวงได้เริ่มต้นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Peter ลูกชายของ Rose ปิดเทอมฤดูร้อนและกลับมาอยู่ที่ฟาร์ม เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ชายแบบเดียวกับ Phil 

 

  • Benedict Cumberbatch รับบท Phil พี่ชายวางอำนาจของ George เจ้าของฟาร์มในมอนทานา
  • Kirsten Dunst รับบท Rose หญิงหม้ายที่แต่งงานใหม่
  • Jesse Plemons รับบท George น้องชาย Phil ที่ต้องการได้รับการยอมรับทางสังคม 
  • Kodi Smit-McPhee รับบท Peter เด็กหนุ่มเรียนวิทยาลัยแพทย์ ลูกชายอ้อนแอ้นบอบบางที่รักแม่

 

The Power of the Dog นอกจากภาพสวยระดับเทพ และงานโปรดักชันยิ่งใหญ่สะท้อนชีวิตคาวบอยยุค 20 ต้องยอมรับว่าการแสดงของ Benedict Cumberbatch, Kirsten Dunst, Jesse Plemons, Kodi Smit-McPhee ล้วนถ่ายทอดมิติอารมณ์ข้างในตัวละครไปตามเรื่องราว เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดไคลแมกซ์ช่วงท้ายที่คล้ายเป็นระเบิดเวลา 

 

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง

 

Benedict Cumberbatch กับการสวมบทบาท Phil Burbank

Phil Burbank นับว่าเป็นตัวละครหลักของ The Power of the Dog เป็นแกนเรื่องที่มองจากภายนอกมีภาพลักษณ์ของพี่ใหญ่เจ้าของฟาร์มผู้ทรงอิทธิพล การทำงานของเขาล้วนแสดงอำนาจ บารมี เพื่อคุมเหล่าคาวบอยให้อยู่มือ ดังจะเห็นได้จากฉากที่เขาตอนวัวด้วยมือเปล่ามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง, ไม่ยอมขายหนังวัวแต่สุมเป็นกองใหญ่และเผาทิ้ง, การถากถางน้องชายตัวเองอยู่ตลอด ไร้มารยาท และยังคอยดูถูกภรรยาหม้ายของน้องชาย รวมถึงลูกชายที่ดูตุ้งติ้งจนเรียกได้ว่าเป็นการบูลลี่เด็กหนุ่มอย่างรุนแรง

 

ขณะเดียวกัน The Power of the Dog ก็พาเราลงลึกไปในพื้นที่ส่วนตัวของ Phil ที่หากพิจารณาโดยละเอียด เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเยล เป็นคนมีการศึกษา แต่กลับกลายมีชีวิตในขั้วตรงข้าม รวมถึงป่าลึกลับที่เขามักใช้เวลาเพียงลำพังในนั้นนานๆ ซึ่งหลายฉากที่ส่วนตัวมากๆ เป็นการเปิดเผย ‘ข้างใน’ที่เขาเก็บซ่อนไว้มิดชิดตลอดมา และทำให้เราได้เห็นความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไปมาก่อน

สำหรับ Benedict Cumberbatch เขาย้ายไปอยู่ที่มอนทานาราว 9 เดือน ใช้ชีวิตแบบเดียวกับ Phil Burbank เพื่อซึมซับตัวละครนี้เข้าไปในเนื้อหนัง ไม่ใช่แค่ฝึกขี่ม้า เลี้ยงสัตว์ มวนยาสูบด้วยมือเดียว แต่อยู่ในคาแรกเตอร์ Phil Burbank ตลอดการถ่ายทำแม้ว่าจะไม่ได้เข้าฉากก็ตาม นอกจากนี้เขายังไม่อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าเดิมที่เข้าฉากโดยไม่ซัก และฝึกเล่นแบนโจอย่างหนัก เพื่อให้เขากลายเป็น ‘Phil’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

 

การสร้างอำนาจและความแข็งแกร่งเพื่อปกปิดตัวตน

ขณะที่ Phil ใช้ท่าทีแข็งแกร่งเพื่อแสดงอำนาจที่เหนือกว่า Peter กลับเลือกใช้ภาพความอ่อนแอ อ่อนต่อโลกให้คนภายนอกเห็น แต่ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นทางเลือกในการ ‘เล่นเกม’ เพื่อความอยู่รอดในยุคสมัยนั้น ที่การเป็นนอกเหนือจากเพศหญิง-ชาย ไม่ได้เป็นที่ยอมรับ

 

เมื่อสังคมไม่มีพื้นที่ให้พวกเขา ก็อาจเป็นได้ที่จะพลิกคนคนหนึ่งให้กลายเป็นคนอีกคนหนึ่ง Phil ยกย่อง Bronco Henry ในฐานะเพื่อนที่เป็นมากกว่าเพื่อน ผู้สอนวีถีลูกผู้ชายให้เขา สิ่งต่างๆ ที่ Bronco ถ่ายทอดยังคงอยู่ในตัวของ Phil อย่างไม่อาจลืม 

 

ส่วน Peter ที่ดูมีความเป็นหญิงปรากฏค่อนข้างชัด ผ่านงานประดิษฐ์ดอกไม้ การแต่งตัวอย่างที่เหล่าคาวบอยมองว่าไม่แมนสักเท่าไร และก็เป็น Phil เองที่พยายามฝึกให้เขาเป็นผู้ชายขึ้นด้วยการสอนขี่ม้า พาเข้าป่า รวมถึงการถักเชือกเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการล่าสัตว์ที่แสดงความเป็นชายที่แท้จริง

 

The Power of the Dog เหมือนมอบความหมายแบบนั้น แต่ความหมายระหว่างบรรทัดก็พอจะมองเห็นและคิดตามได้ว่า Phil มีความรู้สึกแบบชายรักชาย โดยเฉพาะกับ Bronco ที่เขายกย่อง ดังจะเห็นได้จากฉากสำคัญในป่าลับ ผ้าพันคอ หนังสือของ Bronco ที่เขาเก็บไว้ และเมื่อได้เจอกับ Peter แม้ภาพยนตร์จะไม่ได้อธิบายโจ่งแจ้ง แต่เชื่อได้ว่า Phil ต้องการเด็กหนุ่มคนนี้ 

 

ซึ่งแม้ว่า Phil จะทำเปลือกให้ดูแข็งแกร่งอย่างไร สุดท้าย ‘อำนาจ’ จะอยู่ในมือคนที่เล่นเกมเป็น และคุมเกมทั้งหมดเอาไว้ได้

 

“Bronco Henry บอกกับฉันว่า บุรุษเข้มแข็งเพราะอดทนต่อขวากหนาม” – Phil

 

นัยที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง Phil และ Bronco มีจำนวนไม่น้อยใน The Power of the Dog ทั้งภาพภูเขาที่เป็นฉากหลังของฟาร์ม อานม้าที่มีชื่อ Bronco Henry ผ้าพันคออักษรย่อ H.B. ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลภาพยนตร์ก็ไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไปมากนักว่าระหว่างเขาสองคนคือความรัก ความหลงใหล หรืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ Phil ติดอยู่ในความรู้สึกนั้นกับ Bronco Henry จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกหลายสิบปี

 

การเข้ามาของ Peter ก็อาจเป็นการซ้ำรอยเดิมความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่า Peter ไม่ใช่คนอ่อนโยนหรืออ่อนแออย่างที่ Phil คิด ลงท้ายตัวละครที่น่าสงสารที่สุดก็อาจเป็นตัว Phil เองก็เป็นได้

 

ความรู้สึกทับซ้อน ในดินแดนคาวบอยยุค 20

สังคมชาย-หญิงที่ได้รับการยอมรับ เป็นภาพลักษณ์ที่เราคุ้นเคย แต่การมีความรักให้กับคนเพศเดียวกันในเวลานั้น แม้ว่าไม่ได้รับการยอมรับ แต่ใช่ว่าไม่มีอยู่จริง

 

Thomas Savage แต่งนิยาย The Power of the Dog ในปี 1967 อ้างอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อเขาเดินทางไปอยู่กับแม่ที่แต่งงานเข้าไปในครอบครัวเจ้าของฟาร์ม ส่วนตัว Thomas Savage เองก็มีความคล้ายคลึงคาแรกเตอร์ของ Peter แม้ว่าตัวเขาเองจะแต่งงานมีครอบครัวในภายหลังก็ตาม

 

Jane Campion ผู้กำกับภาพยนตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เธอและทีมงานเคยได้เห็นภาพถ่ายของผู้คนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังสือเรื่องนี้ รวมถึงคนที่ทางครอบครัวของ Thomas Savage เชื่อว่าน่าจะเป็น Bronco Henry เมนเทอร์คนสำคัญของ Phil Burbank

 

The post The Power of The Dog ความเป็นชาย และโลกที่ไม่ยอมรับความต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spider-Man: No Way Home หนัง Coming of Age ฉบับซูเปอร์ฮีโร่ ที่ทั้งสนุก หัวเราะ เคล้าน้ำตาในเวลาเดียวกัน (ไม่สปอยล์) https://thestandard.co/spider-man-no-way-home-4/ Fri, 24 Dec 2021 11:40:35 +0000 https://thestandard.co/?p=575508 Spider-Man

นับตั้งแต่วันที่สไปเดอร์แมน หรือ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในฉ […]

The post Spider-Man: No Way Home หนัง Coming of Age ฉบับซูเปอร์ฮีโร่ ที่ทั้งสนุก หัวเราะ เคล้าน้ำตาในเวลาเดียวกัน (ไม่สปอยล์) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spider-Man

นับตั้งแต่วันที่สไปเดอร์แมน หรือ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในฉบับของ Tom Holland ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Captain America: Civil War (2016) เรียกได้ว่าเพื่อนบ้านที่แสนดีคนนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เป็นที่รักยิ่งของผู้ชมไม่แพ้ กัปตันอเมริกา, ไอรอนแมน หรือธอร์ ในทันที ทั้งการออกแบบคาแรกเตอร์สุดเท่ เสน่ห์อันล้นเหลือของ Tom Holland ไปจนถึงเคมีของเหล่านักแสดงสมทบที่เข้ามาช่วยส่งให้บทบาทของสไปเดอร์แมนฉบับ Tom Holland โดดเด่นมากขึ้นกว่าเดิม

 

แต่แกนหลักสำคัญข้อหนึ่งที่ส่งให้สไปเดอร์แมนฉบับ Tom Holland มีเสน่ห์และโดดเด่นออกมาจากภาพยนตร์ Marvel Cinematic Universe หลายๆ เรื่อง เห็นจะเป็น ‘ความเป็นวัยรุ่น’ และ ‘การเติบโต’ ของปีเตอร์ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเชื่อมโยงกับตัวละครตัวนี้ได้ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง จนอาจกล่าวได้ว่า Spider-Man: Homecoming (2017) และ Spider-Man: Far from Home (2019) คือภาพยนตร์แนว Coming of Age ที่ถูกเคลือบด้วยคำว่าซูเปอร์ฮีโร่ 

 

เช่นเดียวกับ Spider-Man: No Way Home (2021) ที่แม้ว่าเรื่องราวของมัลติเวิร์สสุดยิ่งใหญ่จะชวนให้เราตื่นเต้นและเฝ้าติดตามอย่างไร ความประทับใจที่เราได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องราวการเติบโตของปีเตอร์เช่นเดิม

 

Spider-Man

 

จุดเด่นข้อแรกของ Spider-Man: No Way Home ที่ยังคงนำเสนอออกมาได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย คือความสนุกสนานแบบครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นมุกตลกขบขันที่เรียกเสียงหัวเราะของผู้ชมได้เสมอ ฉากแอ็กชันที่ชวนให้เราลุ้นระทึกและตื่นตาตื่นใจอย่างไม่ขาดสาย ไปจนถึงฉากดราม่าที่ถึงพริกถึงขิงจนสามารถเรียกน้ำตาของเราได้ไม่ยาก ซึ่งมีน้อยเรื่องนักที่จะสามารถนำเสนอองค์ประกอบเหล่านี้ออกมาได้อย่างกลมกล่อมจริงๆ

 

จุดเด่นข้อต่อมาที่เสริมให้ Spider-Man: No Way Home พิเศษกว่า 2 ภาคที่ผ่านมาคือ การพาเหล่าตัวร้ายจากภาพยนตร์ Spider-Man ทุกเวอร์ชัน พร้อมนักแสดงชุดเดิมมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง เริ่มต้นที่ กรีน ก็อบลิน (Willem Dafoe), ดอกเตอร์ออกโทปุส (Alfred Molina) และ แซนต์แมน (Thomas Haden Church) จาก Spider-Man ไตรภาคของผู้กำกับ Sam Raimi พร้อมด้วย ลิซาร์ด (Rhys Ifans) และ อิเล็กโทร (Jamie Foxx) จาก The Amazing Spider-Man 1-2 

 

Spider-Man

 

ซึ่งว่ากันตามตรง การที่ภาพยนตร์อัดแน่นไปด้วยตัวละครเสน่ห์ล้นเหลือขนาดนี้ ถือเป็นงานโหดหินของตัวผู้กำกับและทีมสร้างพอสมควรว่าจะสามารถควบคุมและนำเสนอเรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวออกมาให้ไม่มากหรือน้อยเกินไปได้อย่างไร ซึ่งในจุดนี้เราต้องขอปรบมือให้กับผู้กำกับอย่าง Jon Watts ที่แบ่งพาร์ตของตัวละครต่างๆ ออกมาได้อย่างเหมาะสม และจัดหนักจัดเต็มด้วยฉากแฟนเซอร์วิสให้แฟนๆ ที่ติดตามภาพยนตร์ Spider-Man มาตลอดได้หวนคิดถึงอีกด้วย 

 

ส่วนตัวละครของด็อกเตอร์สเตรนจ์ (Benedict Cumberbatch) ที่หากมองในภาพรวมแล้ว บทบาทของเขาคือการเป็นตัวจุดชนวนเรื่องราวทั้งหมดให้เกิดขึ้นมากกว่าจะเป็นตัวละครหลักของเรื่อง เขาจึงเป็นตัวละครที่ไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับตัวร้ายหลัก ซึ่งเราคงจะต้องไปติดตามเรื่องราวของเขาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยกันต่อใน Doctor Strange in the Multiverse of Madness ที่มีกำหนดเข้าฉายในปีหน้า

 

Spider-Man

 

และอย่างที่เรากล่าวไว้ในตอนต้น ท่ามกลางความสนุกสนานและฉากแฟนเซอร์วิสที่มาเรียกเสียงกรี๊ดของแฟนๆ กันแบบไม่ยั้ง แกนหลักสำคัญที่ Spider-Man: No Way Home พยายามนำเสนอคือ การพาผู้ชมไปติดตามการเติบโตของปีเตอร์ พร้อมทั้งความสัมพันธ์ระหว่าง เอ็มเจ (Zendaya) และ เน็ท (Jacob Batalon) ที่เริ่มแน่นแฟ้นมากขึ้นกว่า 2 ภาคแรก 

 

เริ่มต้นจากปีเตอร์ที่เราคงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าการตัดสินใจของเขาในหลายๆ ครั้ง มันมักจะชวนให้เรารู้สึกหงุดหงิดอยู่พอสมควร ทั้งการพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้เป็นที่ยอมรับใน Spider-Man: Homecoming, การตัดสินใจมอบแว่นตาของ โทนี สตาร์ก (Robert Downey Jr.) ให้แก่ มิสเตริโอ (Jake Gyllenhaal) ใน Spider-Man: Far from Home รวมถึงครั้งนี้ที่เขาเลือกจะขอความช่วยเหลือจากด็อกเตอร์สเตรนจ์ให้ลบความทรงจำของทุกๆ คน จนเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ 

 

แต่หากเราลองมองตัวละครตัวนี้ให้ลึกลงไปอีกสักหน่อย เราจะค้นพบว่าภายใต้หน้ากากและพลังแมงมุมสุดแกร่ง เขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เลือกจะใช้ความรู้สึกของตัวเองเป็นตัวนำในการแก้ปัญหาต่างๆ มากกว่าจะเป็นการชั่งน้ำหนักในเหตุและผล และพร้อมจะโน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่งได้ตลอดเวลา 

 

ความไม่สมบูรณ์พร้อมเหล่านี้เองที่ส่งให้ปีเตอร์เป็นตัวละครที่ผู้ชมจะสามารถเชื่อมโยงกับเขาได้ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง มากกว่ากัปตันอเมริกาที่มีความเป็นผู้นำสูง หรือธอร์ผู้มีพลังสายฟ้า เหาะเหินเดินอากาศได้ เพราะเราทุกคนล้วนเคยประสบพบเจอและข้ามผ่านช่วงเวลาลองผิดลองถูกเหล่านี้มาแบบเดียวกับปีเตอร์เช่นกัน (จึงไม่แปลกนักหากเราจะเห็นภาพของโทนีซ้อนทับกับปีเตอร์อยู่หลายครั้ง เพราะแม้ว่าเขาจะรวยล้นฟ้าและมีมันสมองอันชาญฉลาด แต่เขาก็มักจะตัดสินใจผิดพลาด และไม่ได้เป็นฮีโร่ที่สมบูรณ์พร้อมเช่นเดียวกัน)

 

Spider-Man

 

และส่วนที่เรารู้สึกประทับใจใน Spider-Man: No Way Home มากที่สุด คือความสัมพันธ์ระหว่างปีเตอร์ เอ็มเจ และ เน็ท ที่ถูกขยายความให้เด่นชัดยิ่งขึ้นกว่า 2 ภาคแรก ทั้งแฟนสาวอย่างเอ็มเจที่เปรียบเสมือนบ้านพักใจของปีเตอร์ รวมถึงเพื่อนซี้อย่างเน็ทที่หากมองเผินๆ เขาอาจจะเป็นตัวละครที่มาสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่องเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับภาคนี้ เราจะได้เห็นว่าความตลกขบขันที่อยู่ในตัวของเน็ทสำคัญต่อปีเตอร์มากขนาดไหน

 

ในภาพรวมแล้ว เราคิดว่า Spider-Man: No Way Home ถือเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่เราสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า มันคือภาพยนตร์ที่ ‘กล่มกล่อม’ ในทุกองค์ประกอบ และไม่ว่าคุณจะอินกับจักรวาล MCU หรือไม่ เราเชื่อว่าผู้ชมจะได้รับบทเรียนแห่งการเติบโตจากเพื่อนบ้านที่แสนดีคนนี้ไปไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน 

 

Spider-Man: No Way Home เข้าฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

The post Spider-Man: No Way Home หนัง Coming of Age ฉบับซูเปอร์ฮีโร่ ที่ทั้งสนุก หัวเราะ เคล้าน้ำตาในเวลาเดียวกัน (ไม่สปอยล์) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spider-Verse กำลังจะเกิดขึ้นจริง? Benedict Cumberbatch จะปรากฏตัวกับบทบาท Doctor Strange ใน Spider-Man 3 https://thestandard.co/spider-verse-benedict-cumberbatch-spider-man-3/ Fri, 09 Oct 2020 10:24:34 +0000 https://thestandard.co/?p=405920 Spider-Verse กำลังจะเกิดขึ้นจริง? Benedict Cumberbatch จะปรากฏตัวกับบทบาท Doctor Strange ใน Spider-Man 3

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ภ […]

The post Spider-Verse กำลังจะเกิดขึ้นจริง? Benedict Cumberbatch จะปรากฏตัวกับบทบาท Doctor Strange ใน Spider-Man 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spider-Verse กำลังจะเกิดขึ้นจริง? Benedict Cumberbatch จะปรากฏตัวกับบทบาท Doctor Strange ใน Spider-Man 3

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ภาพยนตร์ของสตูดิโอมาร์เวลและ Spider-Man อย่างมาก เมื่อ The Hollywood Reporter สื่อบันเทิงระดับโลก ได้ออกมารายงานว่า เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ นักแสดงมากฝีมือชาวอังกฤษ เจ้าของบทบาทด็อกเตอร์สเตรนจ์ เตรียมปรากฏตัวเป็นหมอแปลกในภาคต่อของภาพยนตร์ Spider-Man ภาค 3 ที่นำแสดงโดย ทอม ฮอลแลนด์

 

โดยนอกจากบทบาทด็อกเตอร์สเตรนจ์แล้ว ในภาพยนตร์เรื่องนี้เขาจะทำหน้าที่เป็นผู้คอยชี้แนะเรื่องต่างๆ คล้ายๆ เป็นพี่เลี้ยงให้กับตัวละคร ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เหมือนที่ โทนี สตาร์ก (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) ทำในภาพยนตร์ Spider-Man: Homecoming (2017) และนิค ฟิวรี (ซามูเอล แจ็คสัน) ทำในภาพยนตร์ Spider-Man: Far From Home (2019)

 

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็เพิ่งมีการประกาศว่า เจมี ฟ็อกซ์ นักแสดงผู้รับบทเป็นตัวร้าย อิเล็กโตร อสุรกายสายฟ้า ในภาพยนตร์ The Amazing Spider-Man 2 (2014) ที่แสดงนำโดย แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ จะกลับมารับบทนี้อีกครั้งใน Spider-Man 3 ซึ่งทำให้ความน่าตื่นเต้นทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว เพราะนอกจากอิเล็กโตรแล้ว การมาของด็อกเตอร์สเตรนจ์ครั้งนี้ยังช่วยตอกย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ในอนาคตชาวโลกอาจจะได้รับชมภาพยนตร์ Spider-Man แบบ Multiverse หรือการนำตัวละครสไปเดอร์แมนเวอร์ชันต่างๆ มาปรากฏตัวร่วมจอกันและมีบทบาทในเนื้อเรื่องเดียวกัน เหมือนแอนิเมชันรางวัลออสการ์อย่าง Spider-Man: Into the Spider-Verse (2018) 

 

Spider-Man 3 ที่ตอนนี้ยังไม่มีชื่อภาคอย่างเป็นทางการได้ จอน วัตส์ กลับมารับหน้าที่กำกับ และจะเริ่มถ่ายทำที่เมืองแอตแลนตาในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมเหล่านักแสดงทั้ง ทอม ฮอลแลนด์, เซนดายา, เมริซา โทเม, โทนี เรฟโวโลรี และเจค็อบ บาตาลอน โดยกระบวนสร้างต่างๆ จะอยู่ภายใต้การดูแลของ Marvel Studios และ Sony Pictures ตัวภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 17 ธันวาคม 2021 

 

สำหรับ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ ก็จะเข้าร่วมการถ่ายทำครั้งนี้ด้วย ก่อนที่เขาจะไปเข้ากองถ่ายทำภาพยนตร์ Doctor Strange in the Multiverse of Madness ภาคต่อของ Doctor Strange (2016) ที่มีกำหนดการถ่ายทำในเดือนตุลาคมเช่นเดียวกัน และจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 25 มีนาคม 2022

 

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางมาร์เวลหรือทีมงานผู้สร้าง แต่ก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยเลยว่าภาพยนตร์ Spider-Man 3 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิด Spider-Verse ด้วยพลังของด็อกเตอร์สเตรนจ์ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะเขาสามารถเดินทางทะลุมิติและผกผันกาลเวลาได้ (แถมยังพาคนอื่นๆ ทะลุมิติมาได้เหมือนกับฉาก Assemble ใน Avengers: Endgame) ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็นสไปเดอร์แมนทั้ง 3 คนที่รับบทโดย โทบีย์ แม็กไกวร์, แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ และทอม ฮอลแลนด์ มาร่วมจอกันจริงๆ แค่คิดก็สนุกและขนลุกมากแล้ว

 

ภาพ: Marvel

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post Spider-Verse กำลังจะเกิดขึ้นจริง? Benedict Cumberbatch จะปรากฏตัวกับบทบาท Doctor Strange ใน Spider-Man 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘The Current War’ สงครามไฟฟ้าเฉือนคม ที่จะ ‘สนุก’ ถ้ามีพื้นฐานความเข้าใจทฤษฎีก่อนดู https://thestandard.co/the-current-war/ Thu, 18 Jul 2019 11:41:48 +0000 https://thestandard.co/?p=271382 The Current War

The Current War สงครามไฟฟ้าคนขั้วอัจฉริยะ ภาพยนตร์ดราม่ […]

The post ‘The Current War’ สงครามไฟฟ้าเฉือนคม ที่จะ ‘สนุก’ ถ้ามีพื้นฐานความเข้าใจทฤษฎีก่อนดู appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Current War

The Current War สงครามไฟฟ้าคนขั้วอัจฉริยะ ภาพยนตร์ดราม่าจากประวัติศาสตร์สุดเข้มข้น ว่าด้วย War of The Current สงครามการห้ำหั่นของสองยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมไฟฟ้าประเทศสหรัฐอเมริกาช่วงปฏิวัติอุสาหกรรมตอนปลายปี 1880 ระหว่าง ฝั่ง โทมัส เอดิสัน ผู้คิดค้นหลอดไฟและไฟฟ้ากระแสตรง และฝั่งไฟฟ้ากระแสสลับ นำโดย จอร์จ เวสติงเฮาส์ ที่จับมือกับ นิโคลา เทสลา เพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีไฟฟ้าของใครคือของจริง ที่จะทำให้โลกทั้งใบเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

โดยได้ อัลฟองโซ โกเมซ-เรยอน ผู้กำกับที่เปลี่ยนจากการเล่าเรื่องชีวิตวัยรุ่นใน Me and Earl and the Dying Girl มาถ่ายทอดเรื่องราวอันดุเดือดที่เชือดเฉือนกันทุกวินาที ควบคุมการผลิตโดยเซียนมือฉมังแห่งวงการภาพยนตร์อย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี ให้หนังมีมิติและเข้มข้นมากขึ้น 

 

ส่วนที่ดีที่สุดของ The Current War แน่นอนว่าต้องยกให้ทีมนักแสดงคุณภาพชั้นแนวหน้าของฮอลลีวูด เหมือนการปะทะคารมระหว่างซูเปอร์ฮีโร่ Marvel และ DC นำทีมโดย เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ สลัดคราบ Doctor Strange มาเป็น โทมัส เอดิสัน แท็กทีมกับ ทอม ฮอลแลนด์ ที่เปลี่ยนจากสไปดี้น้อย สู่นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซามูเอล อินซูลล์ 

 

และอีกฝากฝั่งที่ได้ ไมเคิล แชนนอน พลิกบทบาทนายพลสุดโหดใน Man on Steel และ The Shape of Water เป็นอริสุดแสบ จอร์จ เวสติงเฮาส์ รวมถึง นิโคลัส โฮลต์ ที่ถอดชุดปีศาจตัวฟ้าอย่าง Beast ใน X-Men สู่บท นิโคลัส เทสลา นักประดิษฐ์ผู้โลกลืม โดยทั้ง 4 คนนี้ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร สะกดสายตาจนไม่อยากลุกไปไหน

 

ประกอบกับมุมกล้องละเอียดละไม สวยงามเก็บรายละเอียดทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ประกอบฉาก ยานพาหนะสถาปัตยกรรมในปลายยุค 1880 ที่ออกแบบมาได้อย่างสมจริงในระดับสมบูรณ์แบบ ซึ่งจริงๆ แค่นี้ก็พอจะทำให้รู้สึกคุ้มค่าเงินและเวลาที่จะตีตั๋วไปดูหนังเรื่องนี้ได้แล้ว 

 

แต่นอกจากนั้น The Current War ยังมีมีบาดแผลใหญ่ให้เห็นตรงการเล่าเรื่อง ที่เหมือนถูกกระแสไฟทั้ง 2 ทฤษฎี ‘ช็อต’ เล่าเรื่องข้ามไปข้ามมา จนคนดูสับสนและรวนไปหมด 

 

โดยเฉพาะการ ‘ย่อย’ ทฤษฎีไฟฟ้าแสนซับซ้อน ที่เราคืนความรู้ไปให้อาจารย์สอนฟิสิกส์ตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย ที่ควรจะทำให้เป็นเรื่องง่าย ก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องไม่เป็นมิตรและห่างไกลจากตัวเรามากขึ้นไปอีก

 

อาจไม่ใช่บาดแผลใหญ่นักของคนที่มีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และทฤษฎีตรงนี้มาก่อน แต่ถ้าไม่อย่างนั้น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ตัดสลับไปมา ให้ความรู้สึกเหมือนนักเรียนสายศิลปะ ที่ต้องมาอ่านนั่งสมุดเลกเชอร์ของนักเรียนตัวท็อปสายวิทย์ที่ข้อมูลแน่น แต่อ่านลายมือไม่ออก เพราะเหมือนเนื้อหาในนั้นจะถูกกำหนดไว้สำหรับคนที่คุยภาษาเดียวกันรู้เรื่องเท่านั้นถึงจะเข้าใจ  

 

ซึ่งถ้าดูในส่วนอื่นๆ ที่เล่าเรื่องการเฉือนคมในวงการอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องไปแตะเรื่องทฤษฎีซับซ้อนมากนัก ประกอบกับการแสดงที่ต้องบอกว่าเป็นมาสเตอร์พีซของนักแสดงทั้ง 4 คนจริงๆ The Current War ก็ยังนับว่าเป็นหนังที่ดำเนินเรื่องได้อย่างเข้มข้น และใช้คำว่า ‘สนุก’ กับหนังได้แบบเต็มๆ 

 

เพียงแต่อย่างที่บอกไป และขอย้ำอีกครั้งว่า การเตรียมทำความเข้าใจกับพื้นฐานทฤษฎีเกี่ยวกับไฟฟ้าไว้บ้าง จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมมากขึ้นเยอะ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ‘The Current War’ สงครามไฟฟ้าเฉือนคม ที่จะ ‘สนุก’ ถ้ามีพื้นฐานความเข้าใจทฤษฎีก่อนดู appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผยภาพแรกของ Benedict Cumberbatch ลุคใหม่ในทีวีดราม่า Brexit https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-brexit/ https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-brexit/#respond Wed, 27 Jun 2018 08:09:34 +0000 https://thestandard.co/?p=101504

จากเหตุการณ์ Brexit ในปี 2016 ที่ชาวอังกฤษตัดสินใจโหวตใ […]

The post เผยภาพแรกของ Benedict Cumberbatch ลุคใหม่ในทีวีดราม่า Brexit appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากเหตุการณ์ Brexit ในปี 2016 ที่ชาวอังกฤษตัดสินใจโหวตให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและความเห็นที่แตกต่างครั้งใหญ่ในช่วงปีที่ผ่านมา จนทำให้ค่ายโทรทัศน์ Channel 4 ของอังกฤษหยิบเรื่องราวดังกล่าวมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทีวีแนวดราม่าโดยใช้ชื่อเดียวกันว่า Brexit

 

Brexit จะตามติดเรื่องราวของแคมเปญ Brexit ภาพมุมมองของกลุ่มนักวางกลยุทธ์ทั้งฝั่งที่โหวตให้อยู่ต่อและฝั่งที่ค้านให้ออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งทำให้เห็นว่ากลวิธีในการใช้ข้อมูลจูงจมูกทั้งคนฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายในยุคปัจจุบันสามารถก่อให้เกิดผลประชามติที่เหนือความคาดหมายครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ได้ ตัวละครจริงที่จะปรากฏในเรื่องอย่าง โดมินิก คัมมิงส์ นักวางกลยุทธ์แกนนำฝั่งโหวตออก ได้นักแสดงชาวอังกฤษขวัญใจมหาชนอย่าง เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ มารับบทบาทนี้

 

ภาพล่าสุดที่ Brexit ปล่อยออกมาคือเบเนดิกต์ในลุคของโดมินิก คัมมิงส์ ที่ทำให้เขาต้องรับบทบาทสมจริง ลุคที่ไม่ได้แต่งหล่อเหมือนที่แฟนๆ เคยเห็นใน Sherlock หรือในบทบาทดร.สเตรนจ์มาก่อน

 

นักแสดงคนอื่นๆ ที่ร่วมแสดงมีทั้ง รอรี คินเนียร์ รับบทเป็น เครก โอลิเวอร์ อดีตโฆษกประจำสภาในสมัยของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ตามมาด้วย จอห์น เฮฟเฟอร์นาน ที่มารับบทเป็น แมทธิว เอลเลียตต์ ล็อบบี้ยิสต์ตัวแทนจากฝั่งโหวตออกอีกคน นอกจากนี้ยังมี ริชาร์ด โกลดิง ในบท บอริส จอห์นสัน, โอลิเวอร์ มาลต์แมน ในบท ไมเคิล โกฟ, พอล ไรอัน ในบท ไนเจล ฟาราจ และลิซ ไวต์ ในบท แมรี เวกฟิลด์ ภรรยาของโดมินิก

 

ไม่ใช่แค่นักแสดงนำที่ทำให้ Brexit น่าดู แต่ทีมผู้สร้างก็เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถทั้ง โทบี เฮย์เนส ผู้กำกับทีวีซีรีส์เรื่องดังอย่าง Doctor Who, Sherlock รวมถึง Black Mirror ในปี 2017 ด้วย โดยมี เจมส์ เกรแฮม คนเขียนบทละครเวทีที่เชี่ยวชาญด้านละครเวทีแนวการเมือง

 

Brexit จะเป็นทีวีดราม่าตอนพิเศษความยาว 2 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของ House Productions และ Channel 4 ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงพรีโปรดักชัน และมีกำหนดเข้าฉายปี 2019

The post เผยภาพแรกของ Benedict Cumberbatch ลุคใหม่ในทีวีดราม่า Brexit appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-brexit/feed/ 0
ปาหัวใจให้รัวๆ Omaze องค์กรที่ชวนเราบ้าดาราอย่างมีประโยชน์ https://thestandard.co/omaze/ https://thestandard.co/omaze/#respond Sun, 24 Jun 2018 17:01:24 +0000 https://thestandard.co/?p=99758

หากก่อนหน้านี้คุณเคยเห็นข่าวเจ๋งๆ ที่คนดังทั้งหลายออกมา […]

The post ปาหัวใจให้รัวๆ Omaze องค์กรที่ชวนเราบ้าดาราอย่างมีประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากก่อนหน้านี้คุณเคยเห็นข่าวเจ๋งๆ ที่คนดังทั้งหลายออกมาทำกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อย่างการเชิญแฟนคลับมาเป็นแขกในงานพรีดินเนอร์ปาร์ตี้ของเวทีออสการ์ ไปดูหนังรอบพรีเมียร์กับ แมตต์ เดมอน ไปหลังเวทีในคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน หรืออื่นๆ โดยมีข้อกำหนดที่ว่าแฟนๆ ผู้โชคดีเหล่านี้ต้องบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลที่กำหนดเพื่อลุ้นสิทธิ์ดังกล่าว (ซึ่งจากสถิติแล้ว 65% ของผู้โชคดีแต่ละครั้งก็บริจาคไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐเท่านั้น) แต่รู้หรือไม่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังไอเดียสุดบรรเจิดนี้คือ Omaze ยักษ์ใหญ่ด้านการบริจาคออนไลน์แห่งยุค!

ล่าสุด Omaze เพิ่งจับมือกับ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ เจ้าของบทบาท Dr.Strange และ นักสืบเชอร์ล็อก โดยแฟนๆ สามารถลุ้นทานอาหารเช้ากับเขา และทีมนักแสดงจาก Sherlock ทั้ง มาร์ก แกทิสส์, แอนดรูว์ สก็อตต์, รูเพิร์ต เกรฟส์ และผู้กำกับ สตีเวน มอฟแฟต ในร้านอาหาร Speedy’s Café ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำของซีรีส์ด้วย และคนที่เสิร์ฟอาหารให้ถึงโต๊ะก็คือ Mrs.Hudson (อูนา สตับส์) เองด้วย นอกจากนี้แฟนเชอร์ล็อก ยังได้ทัวร์โลเคชันถ่ายทำซีรีส์ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ Sherlock Holmes Museum แบบ VIP ไปจนถึงการพักที่โรงแรม Sherlock Holmes Hotel อีกด้วย โดยการชิงโชคก็เป็นไปตามคอนเซปต์ของ Omaze คือบริจาคเงินขั้นต่ำที่ 10 เหรียญสหรัฐ และยิ่งบริจาคมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสลุ้นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

Photo: images.omaze.com

 

Omaze ไม่ได้ร่วมโปรเจกต์กับเบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ เท่านั้น ที่ผ่านมายังมีคนดังอีกหลายคนจากทุกวงการมาร่วม ทั้ง เลดี้ กาก้า, แมตต์ เดมอน, อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์, โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์, ทีมนักแสดง Call Me by Your Name, ทีมนักแสดงจาก The Crown และอีกมากมาย

 

โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Omaze คือสองคู่หู ไรอัน คัมมินส์ และ แมตต์ โพห์ลสัน ที่ทั้งสองเจอกันขณะเรียนในมหาวิทยาลัย และทำงานในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ และผู้กำกับให้กับภาพยนตร์สารคดี รวมทั้งคอนเสิร์ตเพื่อสังคมทั้งหลาย ตอนนั้นไอเดียของ Omaze ยังไม่เริ่มต้น แต่พวกเขาก็อยู่ในวงการจิตอาสาและกิจการเพื่อสังคมมาโดยตลอด โดย แมตต์ โพห์ลสัน ให้คำนิยามว่า “ตอนนั้นพวกเราสร้างจิตสำนึกได้เยอะ แต่เรากลับไม่สามารถสร้างอิมแพ็กได้เท่าไร” พวกเขาจึงเรียนต่อโรงเรียนธุรกิจ และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของ Omaze

Photo: www.nydailynews-com.cdn.ampproject.org

 

ในปี 2012 ไรอัน คัมมินส์ และ แมตต์ โพห์ลสัน ได้สร้างแพลตฟอร์ม Omaze ขึ้นอย่างเต็มตัวด้วยไอเดียที่ว่าพวกเขาต้องการให้แฟนๆ มีโอกาสที่จะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้กับคนดังที่เขาชื่นชอบ ผ่านการบริจาคเงินเพียง 10 เหรียญ โดยเงินบริจาคเหล่านั้นก็จะนำไปบริจาคเข้ามูลนิธิที่คนดังเหล่านั้นเลือกเอง และเพียงปีกว่าๆ พวกเขาก็ได้ร่วมมือกับ Lucasfilm เพื่อจัดทำแคมเปญ ‘Star Wars: Force for Change’ ก็สามารถทำยอดเงินบริจาคไปถึง 4.26 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อมอบให้กับโปรแกรม Innovation Labs ของ UNICEF

Omaze จะนำเงินที่ได้ 80% จากการบริจาคมอบให้กับมูลนิธิที่ได้รับเลือกในแคมเปญแต่ละครั้ง และอีก 20% เข้าสู่องค์กร Omaze เอง เพื่อรวบรวมเงินทุนในการสร้างกลุ่มสังคมที่เป็นประโยชน์ และสร้างประสบการณ์พิเศษให้แฟนๆ และคนดังที่พวกเขารักต่อไป

Photo: www-nydailynews-com.cdn.ampproject.org

แฟนคลับพี่เบน หรือแฟนซีรีส์ Sherlock ที่สนใจ ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่  นอกจากนี้ยังมีแคมเปญล่าสุดที่น่าสนใจ และยังเหลือเวลาให้แฟนๆ ได้ร่วมลุ้นทั้ง บริจาคเพื่อชิงชุดที่เดวิด และ วิกตอเรีย เบคแฮม ใส่ไปงาน Royal Wedding หรือแคมเปญร่วมลุ้นไปปิกนิกใน Notting Hill กับ ฮิวจ์ แกรนต์ เป็นต้น

 

อย่างไรก็ดี พลเมืองในประเทศเบลเยียม คิวบา อิหร่าน อิรัก อิตาลี เกาหลีเหนือ สิงคโปร์ ซูดาน ซีเรีย รวมถึงประเทศไทย ยังไม่สามารถเข้าร่วมชิงโชคบินไปเจอไอดอลของตัวเองได้เหมือนผู้คนประเทศอื่น เนื่องจากข้อกฎหมายที่ไม่รองรับ แต่ถ้าใครสนใจอยากร่วมบริจาคให้มูลนิธิของคนดังที่ชื่นชอบ Omaze ก็เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การบริจาคของคุณง่าย และน่าสนใจขึ้นอีกเยอะ

The post ปาหัวใจให้รัวๆ Omaze องค์กรที่ชวนเราบ้าดาราอย่างมีประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/omaze/feed/ 0
ร่วมทำบุญแล้วรอลุ้นไปกินมื้อเช้ากับ Benedict Cumberbatch ที่ลอนดอนกันเถอะ! https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-donation/ https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-donation/#respond Wed, 20 Jun 2018 22:50:20 +0000 https://thestandard.co/?p=99408

โอกาสพิเศษสำหรับคนใจบุญที่จะได้ไปร่วมโต๊ะมื้อเช้ากับ เบ […]

The post ร่วมทำบุญแล้วรอลุ้นไปกินมื้อเช้ากับ Benedict Cumberbatch ที่ลอนดอนกันเถอะ! appeared first on THE STANDARD.

]]>

โอกาสพิเศษสำหรับคนใจบุญที่จะได้ไปร่วมโต๊ะมื้อเช้ากับ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ นักแสดงฝีมือดีเจ้าของบทบาท เชอร์ล็อก โฮล์มส์ จากซีรีส์ Sherlock (2010-2017) เพราะล่าสุดทางองค์กรการกุศล Omaze ได้จัดทริปสุดพิเศษเพื่อเป็นการตอบแทนผู้บริจาคให้กับ Red Nose Day USA

 

โดยผู้โชคดีหนึ่งท่านจะพาเพื่อนไปได้หนึ่งคนเพื่อแฮงเอาต์มื้อเช้าที่ Speedy’s Cafe ลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับเบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ และเพื่อนนักแสดง มาร์ค เกติสส์, แอนดรูว์ สก็อตต์, รูเพิร์ต เกรฟส์ รวมถึงหนึ่งในผู้สร้างอย่าง สตีเวน มอฟแฟต โดยมีพนักงานเสิร์ฟแสนน่ารักอย่าง อูนา สตับส์ หรือผู้รับบท มิสซิสฮัดสัน นั่นเอง

 

เท่านั้นยังไม่พอ ลูอีส เบรลีย์ ผู้รับบท มอลลี ฮูเปอร์ จะพาทัวร์ส่วนตัวรอบลอนดอนเพื่อไปตามรอยโลเคชันถ่ายทำซีรีส์ Sherlock แน่นอนว่าจะได้ไปเยี่ยมชม The Sherlock Holmes Museum ที่ 221b Baker Street ในแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ทั้งหมดนี้มาพร้อมตั๋วเครื่องบินและห้องพักที่ The Sherlock Holmes Hotel

 

สำหรับ Red Nose Day USA คือองค์กรที่มุ่งหวังจะช่วยเหลือเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสทั่วโลกให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งความปลอดภัย สุขภาพร่างกาย และการศึกษา โดยระดมทุนทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ ผ่านการขายลูกบอลจมูกสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญขององค์กร รวมถึงการจัดแคมเปญร่วมกับเซเลบริตี้ในวงการบันเทิง

 

ใครที่สนใจอยากไปกินมื้อเช้าสุดพิเศษครั้งนี้จงตรงไปร่วมบุญ (เริ่มต้น 10 เหรียญสหรัฐ) ผ่านทาง www.omaze.com/donate/checkout/100578/cart ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม และทาง Omaze จะประกาศชื่อผู้โชคดีในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้

 

The post ร่วมทำบุญแล้วรอลุ้นไปกินมื้อเช้ากับ Benedict Cumberbatch ที่ลอนดอนกันเถอะ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-donation/feed/ 0
Benedict Cumberbatch ประกาศขอเป็นวีแกนเต็มตัว https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-vegan/ https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-vegan/#respond Sat, 02 Jun 2018 00:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=94596

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ (Benedict Cumberbatch) ยังอยู่ใ […]

The post Benedict Cumberbatch ประกาศขอเป็นวีแกนเต็มตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ (Benedict Cumberbatch) ยังอยู่ในช่วงเดินสายโปรโมตภาพยนตร์ Avengers: Infinity War ซึ่งมีรายงานจากเว็บไซต์ PETA (องค์กรพิทักษ์สัตว์) ที่ได้ทำการรวบรวมบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของเขากับสื่อต่างๆ ซึ่งเป็นการบอกใบ้ว่าเขากำลังจะกลายเป็นวีแกนเต็มตัว

เริ่มจาก Time Out London ที่สัมภาษณ์เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์เกี่ยวกับการไดเอตเพื่อรับบทเป็น Dr.Strange ซึ่งเบเนดิกต์บอกว่าเขาใช้การควบคุมอาหารโดยการกินผักเป็นหลัก

อีกหนึ่งการสัมภาษณ์ของยูทูเบอร์วัย 14 โซเฟีย เกรซ (Sophia Grace) เธอได้ถามคำถามเบเนดิกต์ว่า เขาชอบทานอาหารของร้าน Nando’s หรือเปล่า (ร้านอาหารแฟรนไชส์ชื่อดังในอังกฤษ) ซึ่งเขาก็ตอบไปว่า “ชอบ ถ้าร้านนี้มีอาหารสำหรับวีแกนด้วยนะ” ซึ่งแม้ Nando’s จะดังเรื่องไก่ แต่ก็มีเมนูสำหรับวีแกนอยู่ด้วย โดยในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เบเนดิกต์ยังพูดถึงการให้เกียรติและเคารพผู้หญิง รวมถึงการต่อสู้กับปัญหา Bully ด้วย

และล่าสุดกับการเดินทางไปเยือนประเทศสิงคโปร์ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ ก็ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNA Lifestyle ของสิงคโปร์ เมื่อถูกถามถึงอาหารการกินในสิงคโปร์ โดยเบเนดิกต์ได้ตอบว่า “ลองกินอาหารท้องถิ่นเท่าที่วีแกนคนหนึ่งจะสามารถลองได้”

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ ยังเคยขึ้นปกแมกกาซีน British GQ ในชุดสูทจากผ้าวูลสังเคราะห์ และรองเท้าบู๊ตวีแกนจากแบรนด์ Brave GentleMan ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายสุดหรูที่ใช้วัสดุที่วีแกนทั้งหมดเป็นแบรนด์แรกของโลก

The post Benedict Cumberbatch ประกาศขอเป็นวีแกนเต็มตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-vegan/feed/ 0
Benedict Cumberbatch เลือกรับงานที่นักแสดงหญิงได้รับค่าตัวเท่ากันเท่านั้น https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-demands-equal-pay-for-female-co-stars/ https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-demands-equal-pay-for-female-co-stars/#respond Mon, 21 May 2018 02:04:16 +0000 https://thestandard.co/?p=91934

Dr. Strange ของเราไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะล่าสุด เบเน […]

The post Benedict Cumberbatch เลือกรับงานที่นักแสดงหญิงได้รับค่าตัวเท่ากันเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

Dr. Strange ของเราไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะล่าสุด เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ นักแสดงชาวอังกฤษได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Radio Time ว่าเขาจะเลือกรับงานที่นักแสดงหญิงในโปรเจกต์นั้นๆ ได้รับเงินค่าตัวอย่างเท่าเทียมกัน เบเนดิกต์ยังบอกอีกว่านักแสดงชายคนอื่นก็ควรทำเช่นเดียวกัน

 

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ กล่าวว่า “การจ่ายค่าตัวอย่างเท่าเทียม และการให้บทบาทอย่างเท่าเทียมเป็นพื้นฐานสำคัญของสตรีนิยม (Feminism)” เขายังเสริมว่าถ้าผู้หญิงไม่ได้รับค่าตัวเท่ากับผู้ชายในงานนั้นๆ เขาก็จะไม่รับงานดังกล่าว และแน่นอนว่าเบเนดิกต์ไม่ได้พูดหล่อๆ อย่างเดียว เพราะบริษัทโปรดักชันเฮาส์ SunnyMarch ที่เขาร่วมทำกับเพื่อน อดัม แอ็กแลนด์ มีจำนวนพนักงานผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และโปรเจกต์ที่พวกเขากำลังจะทำคือภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นแม่อีกด้วย

 

“ผมภูมิใจที่ อดัม แอ็กแลนด์ และผมเป็นผู้ชายเพียง 2 คนในบริษัท และโปรเจกต์ต่อไปของพวกเราก็เกี่ยวกับผู้หญิง และมุมมองการเป็นแม่ท่ามกลางความโหดร้ายของสิ่งแวดล้อม” เขาเสริมว่าการทำภาพยนตร์ที่เน้นเรื่องราวของผู้หญิงนั้นเป็นทั้งเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสม แถมยังดีต่อธุรกิจด้วย “คนดูครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง และยังได้ในแง่ของความหลากหลายทางเชื้อชาติ ลองดู Black Panther สิ มันกลายเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดอันดับสามของโลกไปแล้ว”

 

โปรเจกต์ที่ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ กล่าวถึงคือภาพยนตร์เรื่อง The End We Start From ที่ปรับบทจากหนังสือในชื่อเดียวกัน ผลงานของ เมแกน ฮันเตอร์ (Megan Hunter) ว่าด้วยเรื่องของคุณแม่มือใหม่และลูก ซึ่งต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยเนื่องจากหายนะทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอังกฤษ โดยเบเนดิกต์เคยให้สัมภาษณ์กับ Variety ไว้ว่า The End We Start From คือเรื่องราวที่น่าสนใจของความเป็นแม่ และเขาก็ตื่นเต้นมากที่จะได้สร้างสรรค์เรื่องราวนี้ให้มีชีวิตขึ้นมา

 

Photo: pbs.twimg.com

 

ก่อนหน้านี้ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงชายที่ภูมิใจกับการเป็นตัวแทนพลังสิทธิสตรีอยู่แล้ว อย่างในปี 2014 เขาก็เป็นหนึ่งในดาราชายที่สนับสนุนแคมเปญขององค์กร Fawcett Society ผ่านการสวมเสื้อยืดที่สกรีนคำว่า ‘This is what a feminist looks like’ ถ่ายแบบลงในนิตยสาร Elle UK อีกด้วย

The post Benedict Cumberbatch เลือกรับงานที่นักแสดงหญิงได้รับค่าตัวเท่ากันเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/benedict-cumberbatch-demands-equal-pay-for-female-co-stars/feed/ 0