BEC World Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/bec-world/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 16 Feb 2026 13:01:01 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 แอน ทองประสม-กลัฟ คณาวุฒิ รับบทนำในหนังคอเมดี้ บัวผันฟันยับ งานใหม่ผู้กำกับ อีเรียมซิ่ง https://thestandard.co/bua-pan-fan-yap/ Fri, 21 Oct 2022 09:24:56 +0000 https://thestandard.co/?p=698387 บัวผันฟันยับ

บัวผันฟันยับ ภาพยนตร์คอเมดี้เรื่องใหม่จากค่าย M Picture […]

The post แอน ทองประสม-กลัฟ คณาวุฒิ รับบทนำในหนังคอเมดี้ บัวผันฟันยับ งานใหม่ผู้กำกับ อีเรียมซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัวผันฟันยับ

บัวผันฟันยับ ภาพยนตร์คอเมดี้เรื่องใหม่จากค่าย M Pictures และ BEC World ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง แอน ทองประสม มาร่วมสร้างเสียงหัวเราะ และยังถือเป็นการกลับมารับบทนำในภาพยนตร์จอเงินอีกครั้งในรอบ 20 ปีของเธอ โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

บัวผันฟันยับ

 

ภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของ บัวผัน (แอน ทองประสม) ช่างตีดาบหญิงมากฝีมือแห่งหมู่บ้านหลังเขา และยังเชี่ยวชาญเรื่องตีรันฟันแทง แต่นางกลับถูกมองว่าเป็นหัวหน้าแก๊งหญิงอันธพาลที่ทุกคนต่างไม่กล้าเข้าใกล้ กระทั่งวันหนึ่ง ขาม (กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์) หนุ่มหน้าหวานที่ได้ยินชื่อเสียงของบัวผัน จึงทำให้เขาตัดสินใจเดินทางมายังหมู่บ้านหลังเขาแห่งนี้เพื่อขอสมัครเป็นศิษย์ ความชุลมุนจึงเกิดขึ้นเมื่อแก๊งหญิงจอมแสบต้องปลูกปั้นพ่อหน้าหวานคนนี้ให้กลายเป็นวีรบุรุษ

 

บัวผันฟันยับ

 

นอกจากชื่อของ แอน ทองประสม ที่จะมาพลิกบทบาทเป็นช่างตีดาบสุดแกร่งแล้ว ภาพยนตร์ยังได้นักแสดงรุ่นใหม่อย่าง กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ มารับบทเป็น ขาม พระเอกของเรื่อง พร้อมด้วย จ๊ะ-นงผณี มหาดไทย และ ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์ มาร่วมเสริมทัพความฮาในบทสองเพื่อนสนิทของบัวผัน รวมถึง ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ มาสวมบทเป็นแม่ของขาม

 

การันตีความฮาโดย ตุ๋ย-พฤกษ์ เอมะรุจิ ผู้กำกับจาก ไบค์แมน 1-2 และ อีเรียมซิ่ง (2563) พร้อมด้วย ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ จาก แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า (2549) มาดูแลในตำแหน่งเอ็กซ์คลูซีฟโปรดิวเซอร์ 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่ 

 

The post แอน ทองประสม-กลัฟ คณาวุฒิ รับบทนำในหนังคอเมดี้ บัวผันฟันยับ งานใหม่ผู้กำกับ อีเรียมซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิงเวลาคนดู และทำให้ช่อง 3 กลับมามีกำไร สองภารกิจสุดท้าทายของ ‘อริยะ พนมยงค์’ ในปี 2563 https://thestandard.co/ariya-banomyong/ Wed, 29 Jan 2020 03:10:39 +0000 https://thestandard.co/?p=325503 อริยะ พนมยงค์

เป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วที่ตระกูลมาลีนนท์ตัดสินใจดึง ‘อ […]

The post ชิงเวลาคนดู และทำให้ช่อง 3 กลับมามีกำไร สองภารกิจสุดท้าทายของ ‘อริยะ พนมยงค์’ ในปี 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อริยะ พนมยงค์

เป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วที่ตระกูลมาลีนนท์ตัดสินใจดึง ‘อริยะ พนมยงค์’ เข้ามาคุมอาณาจักร BEC World หรือ ช่อง 3 โดยเป็นครั้งแรกที่แม่ทัพสูงสุดไม่ได้มาจากคนในตระกูล โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการพลิกธุรกิจให้กลับมาเป็นบวก ภายหลังปี 2561 ผลประกอบการขาดทุน 311 ล้านบาทครั้งแรกในรอบ 48 ปีนับตั้งแต่ทำธุรกิจมา

 

อริยะเข้ามาในช่วงที่ช่อง 3 กำลังเจอคลื่นยักษ์สองลูกถาโถมเข้าใส่ ลูกแรกคือการที่เม็ดเงินโฆษณาที่มีจำกัด ถูกแบ่งก้อนเค้กมากขึ้นด้วยจำนวนช่องทีวีที่เพิ่มเป็น 24 ช่อง แม้วันนี้จะเหลืออยู่ 15 ช่อง หลังจากที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้คืนช่อง แต่หลายคนก็มองว่าจำนวนช่องที่เหลืออยู่มากเกินไปอยู่ดี

 

คลื่นลูกที่สองคือ ‘Consumer Disruption’ ผู้บริโภคหันไปใช้เวลากับโลกออกไลน์มากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นจาก 20 ล้านคน เป็น 55 ล้านคนภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ทำให้ตลาดไทยเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ

 

มีไม่กี่เรื่องที่คนไทยสามารถติดท็อประดับโลกได้ และเรื่องของออนไลน์ถือเป็นหนึ่งในนั้น โดย 3 แพลตฟอร์มหลักที่คนไทยนิยมใช้คือ Google และ YouTube มีผู้ใช้ติดอันดับ 6 ของโลก, Facebook อันดับ 8 และ LINE อันดับ 2

 

“ความท้าทายและคู่แข่งของช่อง 3 ในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ช่องทีวีเหมือนกัน หรือ แพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่เป็นเวลาที่ทุกคนพยายามตรึงผู้บริโภคอยู่หน้าจอให้ได้ ที่สำคัญเวลาเป็นสิ่งเดียวที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้ และทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน”

 

ข่าวและบุกต่างประเทศ สองเรื่องที่ช่อง 3 ทำได้ดีในปี 2562

ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 ผลประกอบการของช่อง 3 ออกมาขาดทุน 138 ล้านบาท แม้ไตรมาส 3 จะมีกำไร 93.6 ล้านบาทก็ตาม ส่วนผลประกอบทั้งปีต้องรอแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการเสียก่อน จึงยังบอกไม่ได้ว่าผลงานของอริยะสำหรับการข้ามห้วยมาคุมธุรกิจทีวีเป็นอย่างไร

 

แต่อริยะบอกว่ามีสองเรื่องที่ช่อง 3 ทำได้ดีในปี 2562 เรื่องแรก ‘การเปลี่ยนแปลงข่าว’ เพราะเป็นคอนเทนต์ที่เปลี่ยนได้เลยไม่เหมือนละคร โดยได้วางโพสิชันเป็นข่าวที่พึ่งพาได้ ทันเหตุการณ์ และข่าวจริง โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ข่าวจริงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เมื่อผู้บริโภคบางส่วนไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมดและส่งต่อเลย

 

โดยมี 3 รายการข่าวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ โหนกระแส ของ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย, คลินิกหมอความ ของ ทนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ และ จับข่าวลวง

 

อริยะ พนมยงค์

 

อีกเรื่อง ‘การบุกต่างประเทศ’ แต่เดิมเวลาไปออกโรดโชว์ต่างประเทศ บริษัทต่างๆ จะไม่ค่อยรู้จักช่อง 3 มากนัก แต่วันนี้ด้วยกลุ่มคนดูในประเทศนั้นๆ ดูคอนเทนต์ของช่อง 3 มากขึ้น ทำให้บริษัทต่างๆ เริ่มรู้จักมากขึ้น เช่น จีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย เป็นต้น

 

“จากเดิมเราเป็นฝ่ายที่ต้องวิ่งเข้าหา แต่วันนี้มีคนวิ่งเข้าหาเราบ้างแล้ว” อริยะกล่าว 

 

Vision และ Mission ใหม่ยกแผง

สำหรับในปี 2563 ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา จีน และอังกฤษ ส่วนไทยเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มเติบโตลดลง ยิ่งเม็ดเงินโฆษณาซึ่งถือเป็นรายได้หลักของช่อง 3 ก็ยังไม่มีความแน่นอน บางก็ว่าเติบโต บ้างก็ว่าทรงตัว แต่สำหรับอริยะขอมองลบไว้ก่อน ดีสุดอาจจะทรงตัว หากโชคร้ายอาจติดลบ

 

เพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านี้ ปลายปีที่แล้วช่อง 3 ได้ปรับ Vision มาเป็น ‘ผู้นำทางด้านคอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย’ โดยอริยะอธิบายว่า ช่อง 3 ไม่ได้มองตัวเองอยู่แค่ธุรกิจทีวีอีกต่อไป แต่หัวใจของธุรกิจคือคอนเทนต์ และคอนเทนต์เป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถชิงเวลาของผู้บริโภคได้ ดังนั้นคอนเทนต์จึงเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับทั้งช่อง 3 และพาร์ตเนอร์

 

ขณะเดียวกันได้วาง Mission 2023 โดยจะทำองค์กรให้ ‘ลีน’ คือรีดไขมันออกมา ทำองค์กรให้เคลื่อนไหวเร็วขึ้น เพราะเวลาไม่เข้าข้างใคร ขณะเดียวกันจะนำประสบการณ์การผลิตข่าวและละครที่ยาวนานถึง 50 ปีมาต่อยอด โดยจะนำมาผลิตคอนเทนต์ที่สดใหม่และตอบโจทย์ผู้บริโภค

 

“วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจริตของผู้บริโภค แต่ความท้าทายอยู่ที่ผู้ชมไม่ได้ดูจอเดียวเหมือนในอดีต วันนี้ เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ดูคอนเทนต์ไม่เหมือนกัน ช่อง 3 จึงต้องทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ชมทุกกลุ่ม”

อริยะ พนมยงค์

 

นอกจากนี้จะหยิบเทคโนโลยีมาเสริมเพื่อตอบโจทย์แบรนด์ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์ แต่ในความเป็นสื่อโฆษณาต้องตอบโจทย์ ทำให้สื่อมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่สร้าง Awareness แต่ต้องสร้างยอดขายหรือทราฟฟิก ทำให้ผลลัพธ์จับต้องได้ ขณะเดียวกันช่อง 3 ได้วางเป้าหมายเจาะตลาดโลก ไม่ใช่แค่ตลาดไทยอย่างเดียว

 

ปรับ ‘สื่อดั้งเดิม’ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จาก Vision และ Mission ได้ต่อยอดมาเป็นกลยุทธ์สำหรับปี 2563 จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่

 

เรื่องแรก ‘New Media’ จะหยิบเรื่อง D2C หรือ Direct to Consumer มาใช้มากขึ้น ด้วยแต่เดิมปัญหาหนึ่งของแบรนด์คือไม่รู้จักลูกค้า เพราะข้อมูลจะอยู่ที่ภาคค้าปลีก ส่วนในยุคออนไลน์ปัญหาเดิมก็เกิด แต่เปลี่ยนมาเป็นแพลตฟอร์มแทน

 

สิ่งที่ช่อง 3 จะทำคือการเข้าไปคุยกับลูกค้าโดยตรง และแบ่งข้อมูลกับแบรนด์ตามข้อกำหนดที่คุยร่วมกัน เรื่องนี้ได้เริ่มทำแคมเปญกับ 7-Eleven โดยในระหว่างโฆษณาจะมี QR Code ขึ้นมาให้ผู้ชมรับส่วนลดได้ทันที ซึ่งจะทำให้แบรนด์รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ขณะเดียวกันจะปรับสื่อดั้งเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ได้โฆษณา 15-30 วินาทีเหมือนเดิม ช่อง 3 มองไกลขนาดที่ต่อไปจะให้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ด้วย

 

เรื่องที่สอง ‘Go Inter’ โดยเฉพาะจีนและอินโดจีน ตั้งเป้าโตสองเท่าตัว

 

เรื่องที่สาม ‘3+’ ปลายเดือนกุมภาพันธ์จะมีการปรับแพลตฟอร์ม Mello ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2560 มาใช้ชื่อ 3+ เนื่องจากชื่อ Mello อาจทำให้ผู้บริโภคสับสน ส่วนชื่อใหม่จะสื่อความเป็นช่อง 3 ได้ดีกว่า พร้อมกันนี้จะนำคอนเทนต์อื่นๆ เข้ามารวมด้วย ขณะเดียวกันวางแผนจะไปจับมือกับแพลตฟอร์ม OTT หรือ Over-the-Top โดยล่าสุดเพิ่งจับมือกับ WeTV และ Tencent ไป คาดว่าปีนี้ปจะประกาศความร่วมมือกัน 2-3 รายซึ่งลงตัวแล้ว และมีอีก 1 รายที่กำลังคุยอยู่

 

ทีวีไม่ได้หายไปไหน แต่ต้องมองให้ออกว่าอนาคตจะไปทางไหน

เรื่องที่สี่ ‘คอนเทนต์’ ตั้งแต่เข้ามาคุมช่อง 3 ‘ผังรายการ’ ยังเป็นไม่กี่เรื่องที่อริยะไม่ได้เข้าไปแตะ แต่ปีนี้จะมีการปรับผังใหม่ แต่ไม่สามารถบอกได้ชัดเจน เพราะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ อริยะบอกว่าในส่วนของผังรายการจะเข้าไปปรับในช่วงไพรม์ไทม์ (Prime Time) ซึ่งแต่เดิมเน้นช่วง 20.20 น. เป็นต้นไป แต่จากข้อมูลผู้ชมที่มีอยู่ชี้ให้เห็นว่าต้องขยายเป็น 18.00-22.30 น.

 

อริยะ พนมยงค์

 

โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 18.00-19.00 น. เป็นช่วงที่คนกำลังกลับบ้าน จึงจะมีการทำรายการใหม่ประมาณ 3 รายการสำหรับเจาะกลุ่มครอบครัว ช่วงต่อมา 19.00-20.00 น. ถือเป็นช่วงที่พีกที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลากินข้าวของทั้งครอบครัว ทั้งในกลุ่มคนเมืองและต่างจังหวัด ถือเป็นตลาดแมส จึงวางแผนสร้างละครที่สามารถดูได้ทั้งครอบครัว

 

ช่วงสุดท้าย 20.20-22.30 น. หลักๆ จะเป็นละคร ซึ่งมีทั้งดราม่า โรแมนติก คอเมดี้ หรือแฟนตาซี แต่จะมีการปรับเนื้อหาให้สั้น กระชับมากขึ้น ด้วยคนสมัยนี้เบื่อง่ายคอนเทนต์จึงต้องดึงคนดูไม่ให้ละสายตาได้และเปลี่ยนช่อง เช่น ละคร ซ่อนเงารัก ซึ่งมีผู้ชมบอกว่าไม่สามารถละสายตาได้

 

นอกจากนี้ในละครจะเติมเรื่องที่คนดูให้ความสนใจ เช่น LGBTQ ซึ่งแต่เดิมไม่เห็นในละครของช่อง 3 โดยจะทำในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ใช่จูบกันเต็มจอแน่นอน

 

“ถ้าถามว่าคนดูทีวีน้อยลงไหม ยอมรับว่าน้อยลง วันนี้สามารถแบ่งผู้ชมออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ ผู้ใหญ่วัย 35 ปีขึ้นไป ถือเป็นกลุ่มหลักที่ดูทีวี รองลงมา 30-35 ปี ดูทีวีและออนไลน์ไปพร้อมกัน สุดท้ายกลุ่มเด็กจะดูออนไลน์เป็นหลัก”

 

“สิ่งที่เราต้องทำคือเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของคนดูมากกว่า จอทีวีไม่ได้หายไปไหน แต่สิ่งที่ต้องมองให้ทะลุคืออนาคตทีวีจะไปทางไหนมากกว่า”

 

อริยะ พนมยงค์

 

ปี 2563 ช่อง 3 ต้องมี ‘กำไร’

เรื่องที่ห้า ‘ศิลปิน’ ซึ่งมีกว่า 200 คน จะนำมาต่อยอดให้ปรากฏบนหน้าจอมากขึ้น ไม่ใช่รอแค่ละครอย่างเดียว เพราะศิลปินไม่ได้มีความสามารถแค่ละคร บางคนสามารถร้องเพลงหรือเป็นพิธีกรได้

 

เรื่องสุดท้ายคือ ‘Data’ จะนำข้อมูลที่เก็บได้จากช่องทางต่างๆ มาต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ๆ เช่น ทีวีโฮมช้อปปิ้ง ซึ่งช่อง 3 ย้ำว่าจะไม่เหมือนใครแน่นอน

 

ปัจจุบันรายได้ของช่อง 3 กว่า 83% มาจากทีวี ที่เหลือ 17% มาจากช่องทางอื่นๆ แต่จากกลยุทธ์ที่กล่าวไปข้างต้น มีการตั้งเป้าหมายภายในปี 2566 หรืออีก 4 ปีต่อจากนี้ รายได้จากทีวีจะเหลือ 65% ที่เหลือ 35% มาจากช่องทางใหม่ๆ

 

“การปรับสัดส่วนมาจากสองเรื่องหลักๆ เรื่องแรกเป็นการกระจายความเสี่ยงโดยเฉพาะในภาวะอุตสาหกรรมสื่อชะลอตัว จึงต้องสร้างแหล่งรายได้ใหม่ เรื่องที่สองคือการสร้างธุรกิจใหม่บนพื้นฐานอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต โดยช่อง 3 ต้องการเติบโตปีละอย่างน้อย 10% และที่สำคัญที่สุดปีนี้ต้องกลับมามีกำไร”

 

อย่างไรก็ตาม เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 25 มีนาคม ช่อง 3 จะเป็นช่องสุดท้ายที่ยุติการออกกาศระบบอะนาล็อก ซึ่งจะต้องมีการคืนโครงข่ายให้กับ อสมท ทำให้พนักงานบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มช่างเทคนิคอาจต้องถูกปลดออก แต่อริยะย้ำว่า การลดคนจากพนักงานทั้งหมด 1,400-1,500 คน ไม่ได้เป็นเหตุผลหลัก เพราะการจะทำให้องค์กรเดินต่อไปได้ สิ่งสำคัญคือการคล่องตัว

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ชิงเวลาคนดู และทำให้ช่อง 3 กลับมามีกำไร สองภารกิจสุดท้าทายของ ‘อริยะ พนมยงค์’ ในปี 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามคาด ช่อง 3 ตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการบริษัท และกรรมการผู้อำนวยการบีอีซี เวิลด์ https://thestandard.co/bec-world-ariya-banomyong/ https://thestandard.co/bec-world-ariya-banomyong/#respond Mon, 04 Mar 2019 14:07:15 +0000 https://thestandard.co/?p=214534

วันนี้ (4 มี.ค.) บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ได้ […]

The post ตามคาด ช่อง 3 ตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการบริษัท และกรรมการผู้อำนวยการบีอีซี เวิลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 มี.ค.) บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีแต่งตั้ง นายอริยะ พนมยงค์ อดีตกรรมการผู้จัดการของ LINE ประเทศไทย ขึ้นเป็นกรรมการผู้อำนวยการ (President) บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) แทน นายวรวรรธน์ มาลีนนท์ พร้อมดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการเป็นที่เรียบร้อย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

 

ที่ประชุมบีอีซี เวิลด์ ยังได้มีมติปรับผังโครงสร้างองค์กรใหม่ แต่งตั้ง นายประชุม มาลีนนท์ รองประธานกรรมการบริษัทเป็นประธานคณะกรรมการบริหารแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมนี้เช่นกัน

 

ข่าวลือเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งของอดีตหัวเรือใหญ่ LINE ประเทศไทย เริ่มแพร่สะพัดมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว ท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่ที่บีอีซี เวิลด์ ต้องเผชิญในการปรับตัวเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล

 

ผู้บริหารวัย 45 ปี เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ LINE ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2558 หรือเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว พร้อมผลงานโดดเด่นในปั้นแชตแอปพลิเคชันนี้ ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของไทย โดยมีผู้ใช้งานทั่วประเทศมากถึง 44 ล้านคน แถมยังมีบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ขณะที่ก่อนหน้านั้น เขาเคยมีประสบการณ์ทำงานกับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกูเกิล ประเทศไทยในยุคบุกเบิกมาแล้ว

 

การเข้ารับตำแหน่งกุมบังเหียน บีอีซี เวิลด์ ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีสักเท่าไรนี้ จึงทำให้ อริยะ พนมยงค์ ได้รับการจับตาเป็นพิเศษว่าจะเข้ามากอบกู้พลิกสถานการณ์ของช่อง 3 ได้หรือไม่ และด้วยวิธีใด เนื่องจากรายรับของบริษัท บีอีซี เวิลด์ ช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่า อยู่ที่ 10,504 ล้านบาท แต่กลับขาดทุนมากถึง 330 ล้านบาท

 

ปิดท้ายด้วยราคาหุ้นของบีอีซี เวิลด์ ในช่วงปิดตลาดของวัน หลังประกาศข่าวแต่งตั้ง อริยะ พนมยงค์ ขึ้นเป็นผู้บริหารคนใหม่ พบว่า อยู่ที่ 6.45 บาทต่อหุ้น ขยับขึ้นจากช่วงเปิดตลาดของวัน 0.30 บาท หรือ 4.88% นับเป็นสัญญาณบวกแรกของบิ๊กดีลนี้

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

  • บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด มหาชน
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

The post ตามคาด ช่อง 3 ตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการบริษัท และกรรมการผู้อำนวยการบีอีซี เวิลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bec-world-ariya-banomyong/feed/ 0
BEC World แต่งตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการ มีผล 2 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/bec-world-ariya-2-may-2562/ https://thestandard.co/bec-world-ariya-2-may-2562/#respond Mon, 04 Mar 2019 13:04:50 +0000 https://thestandard.co/?p=214481

BEC World แต่งตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการ […]

The post BEC World แต่งตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการ มีผล 2 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

BEC World แต่งตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการ พร้อมปรับโครงสร้างองค์กร แต่งตั้ง ประชุม มาลีนนท์ เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร มีผล 2 พ.ค. นี้

 

The post BEC World แต่งตั้ง อริยะ พนมยงค์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการ มีผล 2 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bec-world-ariya-2-may-2562/feed/ 0
ช่อง 3 ปัดข่าว ไม่รู้เรื่อง ‘อริยะ พนมยงค์’ ย้ายมา BEC ส่วน LINE แจงยังมาประชุมตามปกติ https://thestandard.co/ariya-banomyong-bec/ https://thestandard.co/ariya-banomyong-bec/#respond Tue, 05 Feb 2019 09:47:12 +0000 https://thestandard.co/?p=191871

มีประเด็นฮือฮาในวงการธุรกิจอีกครั้งรับเทศกาลตรุษจีน เมื […]

The post ช่อง 3 ปัดข่าว ไม่รู้เรื่อง ‘อริยะ พนมยงค์’ ย้ายมา BEC ส่วน LINE แจงยังมาประชุมตามปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีประเด็นฮือฮาในวงการธุรกิจอีกครั้งรับเทศกาลตรุษจีน เมื่อบางสื่อรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า ‘อริยะ พนมยงค์’ กรรมการผู้จัดการของ LINE ประเทศไทย จะย้ายไปดำรงตำแหน่ง President ของกลุ่ม BEC World (ช่อง 3) โดยจะรับผิดชอบงานส่วนปฏิบัติการแทน ประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในปัจจุบัน เพื่อปรับทัพรับมือกับยุคดิจิทัล

 

สำนักข่าว THE STANDARD ติดต่อไปที่อริยะ พนมยงค์ ซึ่งไม่รับสาย คาดว่าติดธุระสำคัญ จึงได้พูดคุยกับทางทีมประชาสัมพันธ์ของ LINE ประเทศไทย โดยยังไม่มีการยืนยันหรือความคืบหน้าใดๆ จากประเด็นดังกล่าว วันนี้ (5 ก.พ.) อริยะยังเดินทางมาประชุมที่ออฟฟิศตามปกติ และกำลังจะเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศ หากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ทาง THE STANDARD ทราบอีกครั้ง

 

ขณะที่ทีมงานประชาสัมพันธ์ของ BEC World ให้ข้อมูลว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว กระทั่ง ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กรก็ยังไม่ทราบและแปลกใจกับเรื่องนี้ โดย BEC เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หากเปลี่ยนแปลงผู้บริหารตำแหน่งสำคัญจะต้องรายงานให้กับทางตลาดฯ ทราบอย่างแน่นอน เชื่อว่านักข่าวก็จะทราบหากเกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจริง แต่ขณะนี้ไม่มีการยืนยันและไม่สามารถให้ข้อมูลต่อเรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจาก BEC ปิดทำการ 1 วันในช่วงเทศกาลตรุษจีน

 

จากนี้จึงต้องรอเวลาพิสูจน์ว่าข่าวลือจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทั้ง LINE ประเทศไทยและช่อง 3 จะเป็นอย่างไรหากอริยะทิ้งไพ่ใบนี้จริงๆ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ช่อง 3 ปัดข่าว ไม่รู้เรื่อง ‘อริยะ พนมยงค์’ ย้ายมา BEC ส่วน LINE แจงยังมาประชุมตามปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ariya-banomyong-bec/feed/ 0
รายได้โฆษณาช่อง 3 หดอีก 11% ยังไม่ยืนยันข่าวปลดพนักงานเกือบร้อยคน ฝ่ายข่าวกระทบหนักสุด https://thestandard.co/advertising-revenue-channel-3-dropped-11-percent/ https://thestandard.co/advertising-revenue-channel-3-dropped-11-percent/#respond Mon, 03 Dec 2018 04:44:28 +0000 https://thestandard.co/?p=157948

เกิดกระแสข่าวว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ซึ่งดำเนินการภายใต้ […]

The post รายได้โฆษณาช่อง 3 หดอีก 11% ยังไม่ยืนยันข่าวปลดพนักงานเกือบร้อยคน ฝ่ายข่าวกระทบหนักสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดกระแสข่าวว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ซึ่งดำเนินการภายใต้บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ได้แจ้งพนักงานช่วงเช้าวันนี้ (3 ธ.ค.) เรื่องการเลิกจ้างตามมติคณะกรรมการที่ประชุมไปเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีพนักงานที่ได้รับผลกระทบประมาณ 100 คน อายุอยู่ในช่วง 40-55 ปี โดยจะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายสูงสุด 10 เดือน และได้รับเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้าอีก 2 เดือน

 

สำนักข่าว THE STANDARD ได้ติดต่อไปที่ส่วนงานประชาสัมพันธ์ของ BEC เวลา 10.30 น. โดยแจ้งกลับมาว่ายังไม่สะดวกให้ข้อมูลและจะติดต่อกลับโดยเร็ว จึงยังไม่ถือเป็นการยืนยันเรื่องดังกล่าว

 

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2561 ของ BEC นั้น มีรายได้ 7.9 พันล้านบาท ขาดทุน 70 ล้านบาท หากพิจารณาอัตราส่วนราคาหุ้นและกำไรต่อหุ้น (P/E) แล้วพบว่า ในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์รายงาน N/A ขณะที่ P/E ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 80.30 และเมื่อพิจารณาคำอธิบายงบการเงินไตรมาส 3 ของทาง BEC พบว่า รายได้จากการขายเวลาโฆษณาอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.2% ขณะที่รายได้จากการใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นอยู่ที่ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นชัดเจนคือรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและการแสดงอยู่ที่ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 436% แม้รายได้ส่วนอื่นจะเติบโตเยอะแต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนส่วนของรายได้หลักที่หายไปคือการขายเวลาโฆษณาได้

 

ถือเป็นเรื่องช็อกวงการอีกครั้ง หลังจากที่โดมิโนตัวแรกของการสั่นสะเทือนอุตสาหกรรมสื่อทีวีรอบใหม่อย่าง Money Channel ประกาศปิดตัวลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากข่าวของช่อง 3 ล่าสุดนี้ ทำให้แรงกดดันที่มีต่อธุรกิจทีวีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นและต้องติดตามกันต่อแบบก้าวต่อก้าว

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post รายได้โฆษณาช่อง 3 หดอีก 11% ยังไม่ยืนยันข่าวปลดพนักงานเกือบร้อยคน ฝ่ายข่าวกระทบหนักสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/advertising-revenue-channel-3-dropped-11-percent/feed/ 0
เลือดข้นตระกูล ‘มาลีนนท์’ https://thestandard.co/maleenont/ https://thestandard.co/maleenont/#respond Tue, 09 Oct 2018 12:29:15 +0000 https://thestandard.co/?p=130456

  ภาพประกอบ: Nisakorn R.

The post เลือดข้นตระกูล ‘มาลีนนท์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตระกูล มาลีนนท์

 

ภาพประกอบ: Nisakorn R.

The post เลือดข้นตระกูล ‘มาลีนนท์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/maleenont/feed/ 0
ยุค(หน้า)มืดของทีวี ช่อง 3 กัดฟันสู้ ดัน ‘ละคร-ข่าว’ ขายคอนเทนต์ประเทศเพื่อนบ้าน https://thestandard.co/ch3-push-forward-drama-news-present-neighbor/ https://thestandard.co/ch3-push-forward-drama-news-present-neighbor/#respond Wed, 15 Nov 2017 12:33:11 +0000 https://thestandard.co/?p=46049

     เราอาจเคยเห็นบทบาทของสื่อโทรทัศน์ใน […]

The post ยุค(หน้า)มืดของทีวี ช่อง 3 กัดฟันสู้ ดัน ‘ละคร-ข่าว’ ขายคอนเทนต์ประเทศเพื่อนบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

     เราอาจเคยเห็นบทบาทของสื่อโทรทัศน์ในฐานะช่องทางการสื่อสารหลักที่สำคัญที่สุดขนาดที่ทำให้ท้องถนนในกรุงเทพมหานครโล่งได้ เพราะผู้คนรีบกลับบ้านไปดูตอนอวสานของละครดัง หรือรายการข่าวที่ทุกครัวเรือนจะต้องเปิดดูยามเช้าให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง

     ภาพเหล่านั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว

     อุตสาหกรรมสื่อเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่อย่าง ‘ช่อง 3’ มาวันนี้ก็ยังต้องปรับตัวและเหลือบมองภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดจากหอคอยงาช้างด้วยสายตาที่เป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

ผลประกอบการช่อง 3 กำไรต่ำสุดในรอบหลายปี  

     เมื่อตรวจสอบผลประกอบการล่าสุดที่แสดงในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ‘ช่อง 3’ ซึ่งดำเนินการภายใต้บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งรายได้และกำไรของช่อง 3 ลดลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งสอดคล้องกับทั้งอุตสาหกรรมทีวีที่พฤติกรรมการเสพสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป แนวโน้มการใช้งบโฆษณาบนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่มากขึ้น รวมถึงต้นทุนที่สูงลิบจากการประมูลและทำธุรกิจดิจิทัลทีวี ซึ่งช่อง 3 ถือว่า ‘หน้าใหญ่’ ที่สุด เพราะประมูลถึง 3 ช่อง นั่นคือช่อง 3 HD ช่อง 3 SD และช่อง 3 Family เมื่อรวมกับช่อง 3 อะนาล็อกเดิม เท่ากับว่าช่อง 3 ต้องบริหารจัดการช่องทีวีถึง 4 ช่องด้วยกัน

 

 

     และเมื่อพิจารณางบการเงินรวมของปี 2560 ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมานี้ ต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ลำบากของธุรกิจสื่อซึ่งมีข้อจำกัดในการสื่อสารการตลาด ขณะเดียวกัน ทางเลือกอย่างสื่อดิจิทัลที่นำเสนอในราคาที่ต่ำกว่าสื่อดั้งเดิมมาก ช่อง 3 มีกำไรไม่ถึง 400 ล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าว และนี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เคยมีมาขององค์กรสื่อแห่งนี้

 


     ไตรลุจน์ นวะมะรัตน
นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขรายได้รวมของสื่อทุกประเภทปีนี้จะอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งหดตัวลง บรรดาผู้ซื้อโฆษณาจะลดการใช้งานสื่อหลักลง และไปเพิ่มสัดส่วนในสื่อดิจิทัลแทนด้วยเม็ดเงินที่น้อยกว่าพอสมควร

     นี่จึงเป็นแรงกดดันมากพอที่ทำให้ช่อง 3 ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

 

 

เปลี่ยนผู้บริหาร ดึงมืออาชีพร่วมทีม ยังดัน ‘ละคร-ข่าว’ เป็นอาวุธหลัก

     ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่า ‘ทุนจากคนแดนไกล’ จะเข้าซื้อกิจการของช่อง 3 ซึ่งภายหลังทางช่องได้ออกมาปฏิเสธข่าวเสียงแข็งว่าไม่เป็นความจริง และไม่คิดจะขายกิจการโทรทัศน์แต่อย่างใด

     ต่อมาช่วงกลางปี ชื่อของคนคุ้นเคยอย่าง สมประสงค์ บุญยะชัย ผู้กว้างขวางจาก Intouch ก็มานั่งในตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมกับตั้งทีมผู้บริหารเสริมทัพทั้งด้านสื่อใหม่ ด้านการลงทุน และด้านทรัพยากรบุคคล

     และเดือนกันยายน ช่อง 3 ดึงนักการตลาดมือฉมังจาก Tesco Lotus ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย มานั่งเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร ค่อนข้างชัดเจนว่าเกิดการผลัดใบในองค์กรสื่อแห่งนี้ด้วยการนำมืออาชีพจากยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมและค้าปลีกมาเป็นแม่ทัพตำแหน่งสำคัญ และประกาศปรับยุทธศาสตร์ของช่องครั้งใหญ่ รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรด้วย

 

 

     นอกจากการปรับเปลี่ยนผู้บริหารแล้ว กลยุทธ์ของธุรกิจจากนี้คือทุกสื่อต้องเร่งเครื่องทำตลาดอย่างหนัก หลังจากผ่านช่วงเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง และตอนนี้ภาคเอกชนก็วางแผนเรื่องการใช้สื่อที่เข้มข้นขึ้น

     วันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเรือใหญ่ของบีอีซี เวิลด์ แถลงข่าวทิศทางของธุรกิจช่อง 3 ในปีหน้า โดยยังยึดแนวทางการทำธุรกิจที่ถนัดคือ ‘ละคร-ข่าว’ เปิดตัวละครหลังข่าวที่นำแสดงโดยนักแสดงระดับแม่เหล็กของช่องอย่างณเดชน์ คูกิมิยะ และขวัญใจมหาชนคนอื่นๆ

     ช่อง 3 ยังมุ่งมั่นกับการสร้างละครย้อนยุคหรือละครพีเรียดโดยใช้ดาราดังเป็นจุดขาย แม้บางครั้งอาจมีกระแสวิจารณ์ว่าดาราบางคนหน้าตาและบุคลิกดูไม่สอดคล้องกับตัวละครและบทประพันธ์ก็ตามที โดยยังเชื่อว่าฐานแฟนคลับของดาราเหล่านี้จะยังเหนียวแน่นและดึงผู้ชมเอาไว้ได้

 

 

     นอกจากนี้ ช่อง 3 เพิ่งจะปรับใหญ่กับรายการข่าวที่เป็นหัวใจสำคัญอย่าง เรื่องเล่าเช้านี้ ที่กระแสความนิยมใน ‘ยุคที่ไม่มีสรยุทธ์’ ลดลงไปมาก จึงถือเป็นการยกเครื่องเรียกกระแส เมื่อชื่อของ ‘ไก่-ภาษิต อภิญญาวาท’ กลับมาอีกครั้งและเติมส่วนผสมที่เผ็ดร้อนเข้าไปในรายการอย่าง ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ เจ้าพ่อจอมแฉ และ ‘อาจารย์อดัม’ ครูสอนภาษาชื่อดัง นอกจากนี้ยังมี ‘ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์’ มาเสริมทีมรายการข่าวในช่วงอื่นด้วย จึงถือเป็นเดิมพันสำคัญสำหรับรายการข่าวของช่อง 3 ที่จะต้องกอบกู้เรตติ้งกลับมาให้ได้

 

 

หวังเพิ่มรายได้จากสื่อดิจิทัล ขายคอนเทนต์ให้ตลาดเพื่อนบ้าน

     อีกความหวังในอนาคตคือรายได้ที่มาจากสื่อดิจิทัลของช่อง 3 ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแอปพลิเคชันช่อง 3 ที่มีผู้ใช้งาน 2.5 ล้านคนต่อเดือน เว็บไซต์ช่อง 3 ที่มีผู้เข้าชม 3-4 แสนครั้งต่อวัน และ ‘Mello’ แพลตฟอร์มที่ต้องการปลุกปั้นให้เป็นช่องทางรับชมคอนเทนต์ของช่อง 3 ที่คมชัดแบบ HD

     กระบวนยุทธ์สำคัญยังคงพุ่งเป้าไปที่ยอดไลก์ ยอดวิว และเครื่องมือชี้วัดดั้งเดิมของการตลาดดิจิทัล โดยที่ช่อง 3 ไม่ได้ชี้แจงเป้าหมายหรือสัดส่วนรายได้ที่ชัดเจนระหว่างสื่อประเภทต่างๆ แต่ก็ยอมรับว่าปัจจุบันลูกค้าไม่ได้เลือกซื้อสื่อเพียงชนิดเดียวอีกต่อไปแล้ว ต้องมีหลายรูปแบบให้เลือก

     “ตอนนี้ตลาดเป็นของลูกค้า ไม่ใช่ของคนขายอีกต่อไปแล้ว” ประชุม มาลีนนท์กล่าว

 

 

     ขณะเดียวกัน ช่อง 3 ตอนนี้เริ่มเดินหน้าเจรจาหาพันธมิตรในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ในการทำตลาดคอนเทนต์ละคร ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก และจะต่อยอดรายได้ด้วยกิจกรรมมีตแอนด์กรี๊ดและกิจกรรมช่อง 3 สัญจรในต่างประเทศด้วย

 

บทเรียนและการบ้านบนหอคอยงาช้าง

     เราทราบเป็นอย่างดีว่าสื่ออย่างช่อง 3 นั้นยิ่งใหญ่ แม้ว่าปัจจุบันอาจจะไม่ได้ใหญ่เหมือนช่วงที่โทรทัศน์กำหนดทิศทางของสังคมอีกต่อไป ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแทบทุกรายยอมรับว่าเป็น ‘จุดที่เจ็บ’ สำหรับการเข้าประมูลทีวีดิจิทัล แต่ละรายปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และไม่แปลกที่ช่อง 3 ซึ่งแบกรับต้นทุนถึง 3 ช่องจะเจ็บหนักกว่าใครเพื่อน

     ผู้บริหารช่อง 3 ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ลูกค้าจะเป็นผู้เข้าหาช่อง 3 เอง เพราะเป็นสื่อเบอร์หนึ่งที่ใครๆ ก็อยากนำแบรนด์ตัวเองไปโฆษณา อาจจะไม่ต้องดิ้นรนในการหารายได้มากนัก แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ตลาดตอนนี้เหมือนน่านน้ำสีแดง (Red Ocean) ที่แข่งขันกันดุเดือด ไม่มีใครเกรงใจใคร และถ้างบประมาณโฆษณาของทั้งอุตสาหกรรมไม่โตขึ้นในปีหน้า สถานการณ์อาจจะแย่ลง

     แม้นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่ารายได้ของช่อง 3 น่าจะดีขึ้น เพราะสื่อผ่านจุดที่เงียบเหงาที่สุดไปแล้ว ภาคเอกชนจะใช้งบโฆษณามากขึ้นในสิ้นปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า สะท้อนได้จากราคาหุ้น BEC ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีเรื่องที่ช่อง 3 ต้องทำการบ้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจสื่อที่ถูก disrupt ไปเรียบร้อยแล้ว สื่อดิจิทัลแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน สื่อทีวีตอนนี้ก็แข่งขันกันรุนแรงเพื่อหนีตายด้วย

     และจากการแถลงข่าวล่าสุด ดูเหมือนทิศทางของการรุกแพลตฟอร์มดิจิทัลของช่อง 3 จะยังไม่มีอะไรใหม่ให้เห็น จึงน่าคิดว่าการใช้ ‘ละคร-ข่าว’ ใช้คนดังดึงเรตติ้งจะยังได้ผลอยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

     เพราะในโลกธุรกิจรู้ดีว่าเราจะไม่ได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ จากการกระทำเดิมๆ

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai, Pichamon Wannasan

อ้างอิง:

The post ยุค(หน้า)มืดของทีวี ช่อง 3 กัดฟันสู้ ดัน ‘ละคร-ข่าว’ ขายคอนเทนต์ประเทศเพื่อนบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ch3-push-forward-drama-news-present-neighbor/feed/ 0
ช่อง 3 ปรับทัพ ‘ประชุม’ ย้ำ ไม่มีศึกสายเลือด ‘มาลีนนท์’ เดินหน้ารุกดิจิทัล https://thestandard.co/ch3-refrom/ https://thestandard.co/ch3-refrom/#respond Tue, 14 Nov 2017 10:28:35 +0000 https://thestandard.co/?p=45382

     ‘ช่อง 3’ เดินหน้ารุกตลาดทีวีดิจิทัล […]

The post ช่อง 3 ปรับทัพ ‘ประชุม’ ย้ำ ไม่มีศึกสายเลือด ‘มาลีนนท์’ เดินหน้ารุกดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ‘ช่อง 3’ เดินหน้ารุกตลาดทีวีดิจิทัล ใช้ดาราดัง-ละครพีเรียดเรียกเรตติ้งต่อเนื่อง ยอมรับอุตสาหกรรมทีวียังเหนื่อย รายได้ลดกันถ้วนหน้า พร้อมผลักดันช่องทางรายได้จากดิจิทัลให้มากขึ้น ยืนยันพี่น้องไม่ขัดแย้ง

     ประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวทิศทางของช่อง 3 ซึ่งประกอบด้วย ช่อง 3 อะนาล็อกเดิม และช่องดิจิทัล 3 ช่อง คือ ช่อง 3HD ช่อง 3SD และช่อง 3 Family โดยยืนยันว่าสื่อโทรทัศน์ยังเป็นช่องทางหลักสำหรับผู้บริโภคในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร แต่ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ของทีวีดิจิทัลตอนนี้เป็น ‘น่านน้ำสีแดง’ (Red Ocean) ที่แข่งขันดุเดือด เชื่อว่าปี 2561 สถานการณ์จะหนักขึ้นหากงบประมาณการใช้สื่อโฆษณาไม่เติบโต

     ช่อง 3 ตั้งเป้าหมาย 2 ส่วนสำคัญ คือ การเพิ่มเรตติ้งและการเพิ่มรายได้ สำหรับการเพิ่มเรตติ้งจะยังใช้กลยุทธ์ของละครที่มีดาราดังร่วมแสดงเหมือนเดิม และยังจับกระแสละครย้อนยุคหรือละครพีเรียดต่อเนื่องถึงปีหน้า ขณะเดียวกันก็เพิ่งปรับทัพข่าวเช้า โดยดึง ‘ชูวิทย์-ทนายสงกรานต์-อาจารย์อดัม’ มาสร้างสีสันใน เรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งยังเป็นรายการข่าวที่สำคัญของช่อง

     สำหรับแนวทางการเพิ่มรายได้ จะรุกหนักดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีแอปพลิเคชันของช่อง 3 เว็บไซต์ และ Mellow แพลตฟอร์มที่เป็นความหวัง โดยนำเสนอละคร รายการวาไรตี้แบบคมชัดสูง (HD) นอกจากนี้จะจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการสร้างรายได้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV คือ กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งชื่นชอบละครและดาราไทยอย่างมาก โดยจะเพิ่มกิจกรรมช่อง 3 สัญจรในต่างประเทศด้วย

     เมื่อนักข่าวสอบถามข่าวลือเรื่องความขัดแย้งระหว่างพี่น้องในตระกูลมาลีนนท์ ประชุมกล่าวว่า “ไม่มี ไม่มีทะเลาะอะไรกันทั้งนั้น พี่น้องทุกคนก็มาจากพ่อแม่เดียวกัน จะทะเลาะกันทำไม” ซึ่งเป็นการสยบข่าวความไม่ลงรอยที่มีมาเป็นระยะระหว่าง ‘ประวิทย์-ประชุม’

     หากพิจารณาโครงสร้างผู้บริหารแล้ว สมาชิกตระกูลมาลีนนท์ยังนั่งในตำแหน่งสำคัญขององค์กรทั้งหมด หากแต่จะมีมืออาชีพจากธุรกิจอื่นที่เข้ามาเสริมทัพตั้งแต่ต้นปี ทั้งจากธุรกิจค้าปลีกและโทรคมนาคม ซึ่งถือเป็นการ ‘ยกเครื่องใหญ่’ ของช่อง 3 ที่ตอนนี้พยายามปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมในองค์กรให้แข่งขันได้มากขึ้น

The post ช่อง 3 ปรับทัพ ‘ประชุม’ ย้ำ ไม่มีศึกสายเลือด ‘มาลีนนท์’ เดินหน้ารุกดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ch3-refrom/feed/ 0