Beautiful Boy – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 30 Jan 2019 11:52:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Ben is Back การกลับมาจากความผิดพลาด ที่ไม่อาจคาดหวังให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ https://thestandard.co/ben-is-back/ https://thestandard.co/ben-is-back/#respond Wed, 30 Jan 2019 11:52:07 +0000 https://thestandard.co/?p=189081

ในช่วงนี้มีหนัง 2 เรื่องที่พูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว […]

The post Ben is Back การกลับมาจากความผิดพลาด ที่ไม่อาจคาดหวังให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงนี้มีหนัง 2 เรื่องที่พูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีสมาชิกคนหนึ่งเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่โลกของยาเสพติด เรื่องแรกคือ Beautiful Boy (อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ thestandard.co/beautiful-boy/) และ Ben is Back ของผู้กำกับ ปีเตอร์ เฮ็ตจส์ แสดงนำโดย จูเลีย โรเบิร์ตส์ และ ลูคัส เฮดจ์ส (Manchester by the Sea และ Lady Bird) ที่จะเริ่มเข้าฉายในวันที่ 31 มกราคมนี้

 

ทั้ง 2 เรื่องมีจุดคล้ายกันตรงที่ไม่ได้พยายามนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวลาที่ตัวละครเริ่มรู้จักยาเสพติด แต่ไปโฟกัสในช่วงเวลายากลำบากที่ต้องเผชิญ เมื่อพวกเขาเข้าสู่กระบวนการ ‘บำบัด’ เพื่อพาตัวเองกลับสู่การใช้ชีวิตตามปกติร่วมกับทุกคนในครอบครัวอีกครั้ง

 

สำหรับ Beautiful Boy จะเน้นไปที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวอย่างเดียว แต่ Ben is Back ขยายขอบเขตไปถึงผลกระทบทางสังคมที่กว้างกว่านั้น

 

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเบนหนีออกมาจากสถานบำบัด หลังใช้ชีวิตปลอดสารเสพติดได้ 77 วัน สิ่งเดียวที่เขาหวังคืออยากมีความสุขร่วมกับแม่ พ่อเลี้ยง น้องๆ และสุนัขตัวโปรดอีกครั้ง แม้รู้ว่าเขามีเวลาเพียงแค่หนึ่งวันในเทศกาลคริสต์มาสก็ตาม

 

แต่หนึ่งวันแห่งความสุขกลับกลายเป็น 24 ชั่วโมงอันแสนยาวนาน เพราะวีรกรรมที่เขาสร้างไว้ในอดีตทำให้ทุกคนมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป กระทั่งแม่อย่าง ฮอลลี ที่ต่อให้รักและดีใจกับการกลับมาของเขาขนาดไหน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องเก็บของมีค่ารวมทั้ง ‘ปัจจัยกระตุ้น’ ทุกอย่างออกไปจากสายตา เพื่อป้องกันไม่ให้เบนเกิดความรู้สึกอยากใช้ยาเสพติดขึ้นมาอีกครั้ง รวมทั้งการกลับมาของแก๊งค้ายาที่เบนเคยร่วมงานด้วย ที่เปลี่ยนให้เทศกาลคริสต์มาสกลายเป็นค่ำคืนแห่งฝันร้ายของทุกคนไปด้วย

 

ตัวหนังทำได้ดีมากในทุกๆ พาร์ตดราม่าที่ค่อยๆ เปิดเผย ‘ความลับ’ ของเบนที่ทำให้เราสนุกไปกับการคาดเดาว่าเขาไปก่อเรื่องร้ายแรงไว้มากแค่ไหน ทำไมทุกคนถึงต้องหวาดกลัวเขาขนาดนี้ บางเรื่องก็แสนเศร้า บางเรื่องก็สะอิดสะเอียน และบางเรื่องก็เลวร้ายจนไม่น่าให้อภัย รวมทั้งการทำ ‘ทุกอย่าง’ ด้วยความรักของคนเป็นแม่ที่พยายามประคองลูกชายที่กำลังเปราะบางอย่างถึงที่สุด ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่านี่เป็นวัตถุดิบในการเล่าเรื่องที่ดีเพียงพอที่จะทำให้เราติดตามความสัมพันธ์ของพวกเขาไปได้จนจบแล้ว

 

แต่เมื่อเข้าสู่พาร์ตที่พยายามผลักดันให้หนังมีความแอ็กชันเพิ่มขึ้น ด้วยการให้เบนต้องกลับไปยุ่งเกี่ยวกับแก๊งค้ายาเสพติดอีกครั้ง แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ได้คลี่คลายให้ถึงที่สุด และ ‘ภารกิจ’ ที่ถูกโปรโมตว่าเป็นไฮไลต์สำคัญ ก็แสนเรียบง่าย บางเบา จนเหมือนว่ายิ่งพยายามเร้าเราด้วยซีนแอ็กชันมากเท่าไร ความรู้สึกอินไปกับตัวละครก็ยิ่งลดลงเท่านั้น จนสุดท้ายกลายเป็นว่ากว่าจะถึงบทสรุปของทั้งหมด เราไม่สามารถปะติดปะต่ออารมณ์กับหนังได้อีกแล้ว

 

ยังดีที่มีสิ่งหนึ่งพอจะมาช่วยหักลบกลบหนี้ให้กับฉากแอ็กชันที่ไม่แอ็กชันได้คือ พลังของนักแสดงหลักทั้ง 2 คน ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถของ จูเลีย โรเบิร์ตส์ นั้นช่วยโอบอุ้มหนังไว้ได้ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว แต่ ลูคัส เฮดจ์ส ก็โดดเด่นมากพอที่จะเล่นเคียงคู่ไปกับนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

 

คงต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับ ปีเตอร์ เฮ็ตจส์ ที่รับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและผู้กำกับ ที่เข้าใจและสามารถดึงเอาศักยภาพของลูคัสออกมาได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ในเรื่องบุคลิกภายนอกของเขาจะมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาได้ไม่เท่ากับ ทิโมธี ชาลาเมต์ ใน Beautiful Boy

 

แต่เขาก็ชดเชยส่วนนั้นได้ด้วยการแสดงอารมณ์อึดอัดกระอักกระอ่วน ซ่อนความทุกข์ในความสุข ซ่อนความอ่อนโยนไว้ในความแข็งกระด้างได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากที่เขาแบกรับทุกอย่างไม่ไหว เพราะรู้ว่าเป็นความผิดพลาดในอดีตของเขาที่ทำให้ค่ำคืนแห่งความสุขของทุกคนต้องจบสิ้นลง

 

ทุกความความเจ็บปวดสิ้นหวังที่แสดงออกมา ทำให้เรารู้สึกได้ว่าเขาจะกลายเป็นอีกหนึ่งในนักแสดงรุ่นใหม่ที่จะเติบโตได้อีกไกลอย่างแน่นอน

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Ben is Back การกลับมาจากความผิดพลาด ที่ไม่อาจคาดหวังให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ben-is-back/feed/ 0
Beautiful Boy แด่เด็กน้อยผู้แสนงดงาม เปราะบางและเจ็บปวด https://thestandard.co/beautiful-boy/ https://thestandard.co/beautiful-boy/#respond Wed, 16 Jan 2019 07:39:25 +0000 https://thestandard.co/?p=180895

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายที่สุด การดู Beautiful Boy น่า […]

The post Beautiful Boy แด่เด็กน้อยผู้แสนงดงาม เปราะบางและเจ็บปวด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายที่สุด การดู Beautiful Boy น่าจะให้อารมณ์คล้ายๆ กับการดูภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘น้ำพุ’ ที่ครั้งหนึ่งเคยส่งให้คำพูดสั้นๆ “แม่ฮะ พุติดยา” กลายเป็นหนึ่งในประโยคที่สะเทือนใจที่สุดในวงการภาพยนตร์ไทยมาจนถึงปัจจุบัน  

 

แถมจุดเริ่มต้นยังคล้ายกัน คือ ‘น้ำพุ’ สร้างจากประสบการณ์ตรงของสุวรรณี สุคนธา ที่บอกเล่าความเจ็บปวดของคนเป็นแม่ที่มีลูกติดยาเสพติดไว้ในหนังสือ เรื่องของน้ำพุ ส่วน Beautiful Boy ผู้กำกับอย่างผู้กำกับ เฟลิกซ์ ฟาน โกรนินเกน ได้นำวัตถุดิบมาจากเรื่องจริงของ เดวิด เชฟฟ์ คุณพ่อที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อพาลูกชายสุดที่รัก เดินทางออกมาจากวังวนของยาเสพติด ในหนังสือ Beautiful Boy: A Father’s Journey Through His Son’s Addiction

 

ตัวน้ำพุค่อนข้างชัดเจนว่าถูกบริบทโดยรอบ ตั้งแต่ถูกคนเป็นพ่อมองว่าเป็นตัวซวย แม่ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้เท่าที่ควร สภาพสังคมที่ปิดกั้น รวมทั้งกลุ่มเพื่อนที่มีปัญหาใกล้เคียงกัน บีบให้เขาเดินหน้าเข้าหายาเสพติด เพราะคิดว่านั่นเป็นเพียงพื้นที่หนึ่งเดียวที่มอบความสุขให้กับเขาได้

 

แต่นิค เชฟฟ์ (รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเมต์) ใน Beautiful Boy ถึงแม้พ่อแม่จะแยกทางกันตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ นิคเติบโตมาในครอบครัวใหม่ที่มีพร้อมทุกอย่าง ตัวตนของเขาถูกหลอมรวมอย่างกลมกลืนกับภรรยาใหม่ของพ่อและน้องๆ อีก 2 คน

 

นิคคือเด็กชายที่ประคองมาด้วยความรัก ความอบอุ่นในบ้านหลังใหญ่ เป็นเด็กน้อยเรียนเก่ง ชอบงานศิลปะ รักการอ่านหนังสือ มีความฝันอยากเขียนหนังสือเพื่อเล่าเรื่องราวของตัวเอง แถมยังมีพ่อ (รับบทโดยสตีฟ คาเรลล์) ที่พร้อมเข้าใจเขาทุกอย่าง

 

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และบทสนทนาผ่านควันกัญชาที่พวกเขาแบ่งกันสูบ คือเครื่องยืนยันอย่างดีว่านิคคือเด็กผู้ชายที่น่าอิจฉา ส่วนเดวิดคือพ่อที่รักอย่างสุดหัวใจ เช่นเดียวกับวันวานที่เขาเคยมองลูกด้วยสายตาเป็นห่วงในวันถูกคลื่นยักษ์ซัดขณะเล่นเซิร์ฟ แต่สุดท้ายลูกชายก็สามารถยืนอย่างมั่นคงบนกระดานโต้คลื่น เขาเชื่อมั่นว่า Beautiful Boy คนนี้แข็งแกร่งพอที่จะผ่านทุกเรื่องราวในชีวิตไปได้อย่างสวยงาม

 

ทุกครั้งที่พ่อและลูกชายต้องแยกจากกัน พวกเขาจะบอกลากันด้วยคำว่า ‘Everything’ เพื่อส่งสัญญาให้รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไร พวกเขาสามารถพูดทุกเรื่องราวให้กันฟังได้เสมอ แต่เมื่อนิคถลำลึกเข้าสู่โลกของยาเสพติดมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็แทบกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่สามารถกล่าวคำว่า ‘Everything’ ให้แก่กันได้อีกต่อไป

 

จากเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความฝัน นิคเริ่มทดลอง ‘โต้คลื่น’ ในชีวิตจริงทั้งออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ทดลองยาเสพติด เรียนมหาวิทยาลัย ใช้ชีวิตในสถานบำบัด บางช่วงเวลาเขาก็สามารถกลับมาหยัดยืนเหนือผิวน้ำได้เหมือนวัยเด็ก แต่บางครั้งเขาก็ถูกคลื่นซัดจนล้มไม่เป็นท่า เรื่องราวทั้งหลายเกิดขึ้นวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา โดยมีคุณพ่อและครอบครัวใหม่ดูแลและสนับสนุนเขาอยู่ไม่ห่าง

 

ความน่าสนใจของ Beautiful Boy คือการที่หนังไม่ได้พยายามเน้นให้เห็น ‘โทษ’ ของยาเสพติดโดยตรงตามแบบหนังเกี่ยวกับยาเสพติดที่เราคุ้นเคย น้อยครั้งที่เราจะเห็นภาพของนิคทุกข์ทรมานเพราะอาการขาดยา แต่สิ่งที่หนังค่อยๆ เล่าซ้ำๆ เพื่อย้ำเตือนเราอยู่ตลอดเวลา คือภาพของคนเป็นพ่อที่ต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อลูกชายสุดที่รักถูกพรากห่างออกไปเรื่อยๆ

 

ยิ่งเดวิดเป็นพ่อที่พยายามทำทุกอย่าง (ทุกอย่างจริงๆ) เพื่อลูกชายด้วยความเข้าใจ อย่างไร้ความฟูมฟายมากเท่าไร เราก็ยิ่งสะท้อนใจไปกับความพยายามที่แทบจะไร้ความหมายมากขึ้นเท่านั้น

 

สุดท้าย ก็เป็นตัวของนิคเองนี่ล่ะที่เจ็บปวดมากที่สุด จากการเห็นความพยายามทั้งหมดที่พ่อทำให้เขา และไม่ว่าตัวเขาจะเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไร แต่ในความรู้สึกของพ่อ เขาก็ยังคงเป็น ‘Beautiful Boy’ ในหัวใจของพ่อไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้คนเรารู้สึกเจ็บปวดมากที่สุด ไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่งถูกทำร้าย แต่เป็นเพราะเราทำได้เพียงมองคนที่เรารักและเหตุการณ์ต่างๆ แย่ลงไปทุกขณะ โดยที่เราทำได้เพียง ‘รับรู้’ สิ่งเหล่านั้น โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้เลย

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Beautiful Boy แด่เด็กน้อยผู้แสนงดงาม เปราะบางและเจ็บปวด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/beautiful-boy/feed/ 0
พูดคุยกับ Timothée Chalamet และ Steve Carell ในหนังพ่อลูกสุดดราม่า Beautiful Boy https://thestandard.co/beautiful-boy-timothee-chalamet-steve-carell-interview/ https://thestandard.co/beautiful-boy-timothee-chalamet-steve-carell-interview/#respond Tue, 15 Jan 2019 05:01:31 +0000 https://thestandard.co/?p=180212

Beautiful Boy คือภาพยนตร์ที่หลายคนกำลังรอคอย เพราะ ทิโม […]

The post พูดคุยกับ Timothée Chalamet และ Steve Carell ในหนังพ่อลูกสุดดราม่า Beautiful Boy appeared first on THE STANDARD.

]]>

Beautiful Boy คือภาพยนตร์ที่หลายคนกำลังรอคอย เพราะ ทิโมธี ชาลาเมต์ นักแสดงหนุ่มสุดฮอตจาก Call Me By Your Name จะรับบทดราม่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกชายที่ติดยา คู่กับ สตีฟ คาเรลล์ นักแสดงรุ่นเก๋าตลอดกาลที่ได้เข้าชิงออสการ์เมื่อปี 2015 จาก Foxcatcher ล่าสุดตัวภาพยนตร์ได้พิสูจน์คุณภาพด้วยการเข้าชิงรางวัลจากเวที Golden Globe และชนะเวทีอย่าง Founder’s Award, Spotlight Award และอีกมากมาย ซึ่งทิโมธีและสตีฟได้ให้สัมภาษณ์ อีกทั้งยังเล่าถึงการทำงานด้วยความสัมพันธ์พ่อลูกในภาพยนตร์ Beautiful Boy ไว้อย่างน่าสนใจจน THE STANDARD POP อยากจะชวนให้แฟนหนังได้ทำความรู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ดียิ่งขึ้น  

 

 

“ผมไม่เคยรู้เรื่องราวของทั้งสองเลยครับ จนกระทั่งทางเอเจนต์ส่งบทหนังมาให้ผมอ่าน หลังจากที่ผมได้อ่านบท ผมก็ไปหาหนังสือมาอ่านและทำการศึกษาเรื่องราวของพวกเขาทันที และมันก็ทำให้ผมตอบตกลงรับงานชิ้นนี้ครับ”

 

สตีฟ คาเรลล์ พูดถึงหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อดัง Beautiful Boy: A Father’s Journey Through His Son’s Addiction ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2008 โดย เดวิด เชฟฟ์ และอีกเล่มซึ่งเขียนโดยลูกชายของเขาคือ นิค เชฟฟ์ หนังสือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสร้างทั้งแรงบันดาลใจและนำเสนอความโศกเศร้าของครอบครัวที่ต้องรับมือกับลูกชายที่ติดยาหลายปี ก่อนจะถูกดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ Beautiful Boy

 

ด้านทิโมธีที่เข้ามารับบท นิค ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมรู้จักพวกเขาผ่านหนังสือครับ มันเป็นช่วงเมื่อประมาณ 8 หรือ 9 ปีที่แล้ว หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือที่มีลายขวาง แถบหนาสีแดง และมีรูปหน้าของนิคที่ถูกเบลออยู่บนหน้าปก ผมจำได้ว่าผมเห็นมันที่ร้านหนังสือในเมืองนิวยอร์ก รู้สึกว่าจะเป็นร้าน The Source ล่ะมั้งครับ ผมรู้สึกว่าสตีฟกับผมต่างรู้สึกไปในทางเดียวกัน เมื่อผมอ่านหนังสือจบ ผมก็รู้สึกว่าเราควรเผยแพร่เรื่องพวกนี้ให้ผู้คนรู้อย่างรวดเร็วที่สุด และอีกอย่างผมก็อยากจะทำงานร่วมกับสตีฟมาก หนังที่เราเล่นนั้นมันช่างสุดยอดจริงๆ ในมุมมองของนักแสดง ผมรู้สึกว่าโอกาสแบบนี้หาได้ยากครับ”

 

 

ทั้งสตีฟที่ไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน และทิโมธีเองก็ต้องทำการบ้านก่อนเริ่มถ่ายทำ ขั้นตอนนี้รวมถึงการนัดพบกับครอบครัวเชฟฟ์ด้วยหรือเปล่า

สตีฟ: แน่นอนครับ โดยเฉพาะเดวิด เขาเป็นเหมือนกับคนที่ผมเคยจินตนาการเอาไว้หลังจากที่ผมอ่านหนังสือของเขาจบเลย เขาเป็นคนอ่อนโยน โอบอ้อมอารี ฉลาด และมีใจที่เข้มแข็ง แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาเป็นคนที่กล้าแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวของเขาและยอมให้นำมันมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นการกระทำที่กล้าหาญมาก เพราะเราเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา แต่พวกเขากลับให้คนแปลกหน้าเหล่านี้เผยแพร่และตีความสิ่งที่พวกเขาเคยเผชิญ

 

ทิโมธี: ในแง่ของการทำการบ้านนั้น ผมได้พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการของผู้ติดยาครับ ซึ่งเดี๋ยวนี้เราสามารถหาอ้างอิงได้ง่ายๆ ผ่านทางสื่อบนโลกออนไลน์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากจะรู้ว่าผมจะรู้สึกอย่างไรถ้าการเข้ารับการบำบัดนั้นหมายถึงการถูกตัดขาดจากครอบครัวของคุณ ชีวิตของคุณ และคนที่คุณรัก ในขณะที่คุณพยายามเผชิญหน้ากับสถานการณ์ในช่วงที่คุณยังคงเป็นเด็กอยู่

 

เดวิดและนิคตัวจริงเขามีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง หลังจากที่ได้ดูเรื่องราวของตัวเองบนจอภาพยนตร์

ทิโมธี: ปฏิกิริยาของพวกเขาเป็นภาพที่ทำให้พวกเราประทับใจมากครับ ผมไม่คิดว่าผมจะได้มีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศเช่นนั้น ผมมีความเห็นว่าหนังสือและภาพยนตร์มีองค์ประกอบของความเป็นมนุษย์อยู่เต็มไปหมด มันไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยซีจี มันเป็นการบอกเล่าประสบการณ์จริงๆ ของมนุษย์ และที่สำคัญที่สุด มันคือประสบการณ์ที่ผู้คนหลายล้านคนบนโลกใบนี้กำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่ ดังนั้นผมจึงไม่แปลกใจเลยครับที่ได้เห็นทั้งเดวิดและนิคถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อพวกเขาได้รับชมภาพยนตร์ที่พวกเราสร้าง

 

สตีฟ: ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าผมจะรู้สึกอย่างไรหากมีคนนำเอาเรื่องของตัวเองไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ พวกเขาแสดงให้เราเห็นถึงความกล้าหาญและความพยายามในการช่วยเหลือผู้อื่นครับ

 

 

ในฐานะที่คุณ (สตีฟ) เป็นพ่อลูกสอง คุณมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไรในการรับมือกับอารมณ์ความรู้สึกของบท ความรู้สึกที่ว่าภัยจากยาเสพติดนั้นสามารถเข้าถึงได้ทุกครอบครัว

สตีฟ: ผมบอกได้เลยว่านั่นเป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวที่สุดในฐานะของคนเป็นพ่อครับ และการเตรียมตัวรับมือกับมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองอย่างพวกเราต้องเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลาอยู่แล้ว ทันทีที่คุณมีลูกเป็นของตัวเอง คุณก็จะเริ่มห่วง เริ่มกังวลเรื่องต่างๆ สิ่งเดียวที่คุณอยากจะทำในชีวิตก็คือการปกป้องลูกของคุณให้พ้นจากอันตราย การที่ผมได้พบกับเดวิด ทำให้ผมได้รับรู้ว่าเขาเป็นสุดยอดคุณพ่อที่ทั้งดูแลและเอาใจใส่ลูกของเขาอย่างสุดความสามารถเลยครับ

 

 

ทางด้านทิโมธีก็เช่นกัน ตัวละครที่คุณเล่นนั้นดูสมจริงจนน่ากลัวเลยทีเดียว มันเหมือนกับว่าคุณได้กลายเป็นตัวละครตัวนั้นไปแล้ว ในยุคสมัยนี้ผู้คนมักจะไม่เอ่ยถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับผู้คนที่ต้องการเลิกยา แต่หนังของคุณได้เล่ารายละเอียดในส่วนนี้อย่างชัดเจน

ทิโมธี: นี่คือภาพยนตร์เกี่ยวกับการใช้ยาเสพติด การเลิกใช้มัน และเรื่องราวของครอบครัวครับ ยาไอซ์นั้นอาจเปรียบเทียบได้กับยาเสพติดที่ร้ายแรงอย่างเฮโรอีน มันไม่เลือกเป้าหมาย มันจะเข้าไปทำลายทุกอย่างของคุณ มันเป็นอันตราย มันเป็นสิ่งที่ไม่มีข้อดี และการเลิกใช้มันก็ต้องอาศัยพลังใจเป็นอย่างมาก เมื่อคุณนำองค์ประกอบของวัยรุ่น วัยที่มนุษย์เรายังไม่เป็นผู้ใหญ่ ความยากนั้นก็ยิ่งมีมากขึ้นไปอีกครับ

 

 

นอกจากสองนักแสดงนำแล้ว Beautiful Boy ยังได้นักแสดงอย่าง เมารา เทียร์นีย์ (ER), เอมี ไรอัน (Gone Baby Gone, Birdman) และทิโมธี ฮัตตัน (Ordinary People) มาร่วมแสดง โดยมี ลุค เดวีส์ จากภาพยนตร์ Lion มาร่วมเขียนบทคู่กับ เฟลิกซ์ ฟาน โกรนิงเกน ที่รับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

 

ชมตัวอย่างภาพยนตร์ก่อนเข้าฉายจริง 16 มกราคมนี้

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post พูดคุยกับ Timothée Chalamet และ Steve Carell ในหนังพ่อลูกสุดดราม่า Beautiful Boy appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/beautiful-boy-timothee-chalamet-steve-carell-interview/feed/ 0
หนังใหม่ของ Timothée Chalamet, Ryan Gosling และ Lady Gaga ได้รับเลือกไปฉายที่เทศกาล TIFF 2018 เวทีสำคัญสู่ออสการ์ https://thestandard.co/tiff-timothee-chalamet-ryan-gosling-lady-gaga/ https://thestandard.co/tiff-timothee-chalamet-ryan-gosling-lady-gaga/#respond Sat, 28 Jul 2018 00:30:22 +0000 https://thestandard.co/?p=110163

เทศกาลภาพยนตร์ Toronto International Film Festival หรือ […]

The post หนังใหม่ของ Timothée Chalamet, Ryan Gosling และ Lady Gaga ได้รับเลือกไปฉายที่เทศกาล TIFF 2018 เวทีสำคัญสู่ออสการ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เทศกาลภาพยนตร์ Toronto International Film Festival หรือเรียกกันสั้นๆว่า TIFF ที่ประเทศแคนาดา ริเริ่มเมื่อปี 1976 และได้กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญของวงการภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น American Beauty, Slumdog Millionaire, The King’s Speech, 12 Years a Slave และ Three Billboards Outside Ebbing, Missouri ต่างเคยไปฉายที่เทศกาลนี้ และกลายเป็นผู้เล่นสำคัญของช่วงเทศกาลแจกรางวัล โดยในปีนี้ทางเทศกาลก็ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ล็อตแรกที่จะมาฉาย ซึ่งก็ต้องบอกว่าเข้มข้นและคาดการณ์กันได้ว่าบนเวทีออสการ์ปีหน้าหลายเรื่องน่าจะมีรายชื่อเข้าชิงไม่มากก็น้อย

 

เริ่มที่ภาพยนตร์เรื่อง ‘Beautiful Boy’ ของค่าย Amazon Studios ที่เป็นภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่องแรกของผู้กำกับชาวเบลเยียม Felix Van Groeningen ดัดแปลงมาจากหนังสือชีวประวัติของนักเขียน เดวิด เชฟฟ์ ที่เล่าเรื่องมุมมองของพ่อในการเห็นลูกตัวเองติดยาเสพติดเมทแอมเฟตามีนและต้องฟื้นฟูตัวเอง โดยได้ สตีฟ คาเรลล์ และ ทิโมธี ชาลาเมต์ มาแสดง ซึ่งนักวิจารณ์หลายคนก็ได้เริ่มพูดตั้งแต่ตัวอย่างภาพยนตร์ออกมาว่าทิโมธี น่าจะมีสิทธิ์ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ปีที่สองติดต่อกันอย่างแน่นอน

 

ภาพยนตร์ต่อมาที่น่าจับตามองคือเรื่องโจรกรรมสยองขวัญ ‘Widows’ ของผู้กำกับชาวอังกฤษมือฉมัง Steve McQueen ที่เคยกำกับ Shame และ 12 Years A Slave มาแล้ว ดัดแปลงจากซีรีส์อังกฤษปี 1983 และได้ กิลเลียน ฟลินน์ มาเขียนบทภาพยนตร์ให้ โดยนักแสดงที่มาเล่นเรื่องนี้ก็ไม่ธรรมดา อาทิ วิโอลา เดวิส, เลียม นีสัน และ โคลิน ฟาร์เรลล์ ส่วนคนที่มาทำเพลงประกอบให้ก็คือ ฮันส์ ซิมเมอร์ ชาวเยอรมันที่เคยชิงออสการ์มาแล้ว 11 ครั้ง และชนะหนึ่งครั้งจากเรื่อง The Lion King

 

พูดถึงเรื่องเพลงแล้ว ภาพยนตร์เพลง ‘A Star Is Born’ ที่รีเมกเป็นครั้งที่สี่ของ แบรดลีย์ คูเปอร์ ที่เขาแสดงและกำกับครั้งแรก และได้ เลดี้ กาก้า มาแสดงเป็นนางเอก ก็กำลังสร้างเซอร์ไพรส์และถูกมองว่าอาจเป็นม้ามืดของปี เพราะนักวิจารณ์หลายคนและดาราอย่าง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และ รอเบิร์ต เดอ นิโร ก็แสดงความชื่นชมเวอร์ชันนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งด้านเพลงประกอบทาง เลดี้ กาก้า ก็เป็นคนดูแลทั้งหมด พร้อมได้ชวนเพื่อนศิลปินอย่าง มาร์ก รอนสัน มาช่วยทำอีกด้วย

 

ภาพยนตร์ ‘First Man’ ของผู้กำกับ เดเมียน ชาเซล ที่ได้ ไรอัน กอสลิง มาแสดงอีกครั้งหลังร่วมงานกันใน La La Land ก็จะมีการมาฉายที่เทศกาล TIFF หลังเปิดตัวครั้งแรกที่เทศกาล Venice Film Festival ครั้งที่ 75 เหมือน ‘A Star Is Born’ หนึ่งสัปดาห์ก่อน โดย ‘First Man’ เล่าถึงชีวิตและการผจญภัยของ นีล อาร์มสตรอง บุคคลแรกที่ไปดวงจันทร์ ซึ่งได้ แคลร์ ฟอย จากซีรีส์ The Crown มาเล่นเป็น เจเน็ต เชียรอน ภรรยาคนแรกอีกด้วย

 

สำหรับภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่จะมาฉายที่เทศกาล TIFF ในปีนี้ก็มี ‘Roma’ ของ อัลฟอนโซ กวารอน ผู้กำกับชาวเม็กซิกันของค่าย Netflix, ภาพยนตร์เรื่อง ‘Ben is Back’ ของผู้กำกับ ปีเตอร์ เฮ็ตจส์ ที่ได้ลูกชาย ลูคัส เฮดจ์ส มาแสดงกับ จูเลีย โรเบิร์ตส์, ภาพยนตร์ ‘The Old Man & the Gun’ ของค่าย Fox Searchlight Pictures ที่ได้ โรเบิร์ต เรดฟอร์ด นักแสดงระดับตำนานมาแสดงนำ, ภาพยนตร์สยองขวัญ ‘Everybody Knows’ ของ อัสการ์ ฟาร์ฮาดี ที่ได้สามีภรรยาในชีวิตจริง เพเนโลเป ครูซ และ ฮาเบียร์ บาร์เดม มาเล่นด้วยกันอีกครั้ง, ภาพยนตร์ ‘Wildlife’ ที่ เจค จิลเลนฮาล จะมาประชันบทบาทกับ แครีย์ มัลลิแกน และปิดท้ายด้วยภาพยนตร์ ‘Shoplifters’ ที่ชนะรางวัลปาล์มทองคำที่เทศกาล Cannes Film Festival

 

 

 

 

 

 

อ้างอิง:

The post หนังใหม่ของ Timothée Chalamet, Ryan Gosling และ Lady Gaga ได้รับเลือกไปฉายที่เทศกาล TIFF 2018 เวทีสำคัญสู่ออสการ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/tiff-timothee-chalamet-ryan-gosling-lady-gaga/feed/ 0
Timothée Chalamet เตรียมปะทะอารมณ์กับ Steve Carell ในหนังใหม่ Beautiful Boy https://thestandard.co/beautiful-boy-timothee-chalamet-meet-steve-carell/ https://thestandard.co/beautiful-boy-timothee-chalamet-meet-steve-carell/#respond Fri, 23 Mar 2018 23:58:10 +0000 https://thestandard.co/?p=79343

Timothée Chalamet นักแสดงหน้าใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเข้าชิงออ […]

The post Timothée Chalamet เตรียมปะทะอารมณ์กับ Steve Carell ในหนังใหม่ Beautiful Boy appeared first on THE STANDARD.

]]>

Timothée Chalamet นักแสดงหน้าใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเข้าชิงออสการ์ สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ Call Me by Your Name กลับมาพร้อมกับ Steve Carell นักแสดงรุ่นเก๋าตลอดกาลที่ได้เข้าชิงออสการ์เมื่อปี 2015 จากภาพยนตร์ Foxcatcher โดยทั้งคู่จะร่วมแสดงบทพ่อ-ลูกใน Beautiful Boy ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่มีกำหนดเข้าฉายปลายปีนี้

 

 

Beautiful Boy เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของพ่อ David ที่รับบทโดย Steve Carell และลูกชาย Nic (Timothée Chalamet) ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาการติดยา (Meth) โดยได้โครงเรื่องมาจากหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อดัง Beautiful Boy: A Father’s Journey Through His Son’s Addiction ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2008 เขียนโดย David Sheff หนังสือเล่าเนื้อหาที่ได้ทั้งแรงบันดาลใจ และความโศกเศร้าของครอบครัวที่ต้องรับมือกับลูกชายที่ติดยาเสพติดระยะเวลาหลายปี

 

นอกจากนี้ Beautiful Boy ยังได้นักแสดงอย่าง Maura Tierney (ER), Amy Ryan (Gone Baby Gone, Birdman) และ Timothy Hutton (Ordinary People) มาร่วมแสดงด้วย ทั้งยังได้ Luke Davies จากภาพยนตร์ Lion มาร่วมเขียนบทคู่กับ Felix Van Groeningen ที่รับหน้าที่ทั้งเขียนบท และกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

 

Beautiful Boy ได้โปรดักชันเฮาส์ Plan B ของ แบรด พิตต์ มาร่วมสร้างและจัดจำหน่ายโดย Amazon Studios กำหนดฉายเดือนตุลาคมปีนี้

The post Timothée Chalamet เตรียมปะทะอารมณ์กับ Steve Carell ในหนังใหม่ Beautiful Boy appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/beautiful-boy-timothee-chalamet-meet-steve-carell/feed/ 0