Baidu Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/baidu/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 22 Feb 2026 12:07:20 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลสหรัฐปัดคำร้อง Tesla ยืนคำตัดสินจ่าย 7.5 พันล้านบาท คดีรถ Autopilot ชนเสียชีวิตปี 2019 ชี้หลักฐานหนักแน่นจนล้มคำตัดสินเดิมไม่ได้ https://thestandard.co/tesla-autopilot-crash-verdict-upheld/ Sun, 22 Feb 2026 12:07:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1180792 รถยนต์ Tesla พร้อมโลโก้ศาลสหรัฐฯ สื่อถึงคำตัดสินคดี Autopilot ชนเสียชีวิต

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของ Tesla ที่ […]

The post ศาลสหรัฐปัดคำร้อง Tesla ยืนคำตัดสินจ่าย 7.5 พันล้านบาท คดีรถ Autopilot ชนเสียชีวิตปี 2019 ชี้หลักฐานหนักแน่นจนล้มคำตัดสินเดิมไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถยนต์ Tesla พร้อมโลโก้ศาลสหรัฐฯ สื่อถึงคำตัดสินคดี Autopilot ชนเสียชีวิต

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของ Tesla ที่ต้องการให้ล้มคำตัดสินของคณะลูกขุนจำนวน 243 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.56 พันล้านบาท) จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์รุ่น Model S ที่ใช้ระบบ Autopilot ในปี 2019 จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส

 

ผู้พิพากษา เบธ บลูม (Beth Bloom) ในรัฐฟลอริดา ระบุในคำตัดสินว่าหลักฐานจากการพิจารณาคดีนั้น “สนับสนุนคำตัดสินของคณะลูกขุนอย่างยิ่ง” และทาง Tesla เองก็ไม่ได้หยิบยกข้อโต้แย้งใหม่ๆ ที่มีเหตุผลเพียงพอจะนำมาล้มคำตัดสินเดิมที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ได้ คำตัดสินนี้นับเป็นครั้งแรกจากคณะลูกขุนระดับรัฐบาลกลางในคดีอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตเกี่ยวกับระบบ Autopilot

 

ต้นเรื่องของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2019 ที่คีย์ลาร์โก รัฐฟลอริดา เมื่อจอร์จ แมคกี (George McGee) ขับรถฝ่าสี่แยกด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่เขากำลังก้มลงหาโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ และพุ่งเข้าชนรถเอสยูวีที่จอดอยู่ริมทาง ซึ่งขณะนั้น ไนเบล เบนาวิเดส (Naibel Benavides) วัย 22 ปี และ ดิลลอน แองกูโล (Dillon Angulo) แฟนหนุ่มของเธอ ยืนอยู่ข้างรถคันดังกล่าว

 

แรงกระแทกส่งผลให้เบนาวิเดสเสียชีวิต และแองกูโลได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยแมคกีให้การว่าในขณะนั้นเขาคิดว่าระบบจะช่วยเบรกหากมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า แต่ตัวรถกลับเร่งความเร็วพุ่งผ่านสี่แยกแทน

 

คณะลูกขุนตัดสินให้ Tesla มีส่วนรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ 33% โดยสั่งให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวม 42.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.33 พันล้านบาท) และค่าเสียหายเพื่อเป็นบทลงโทษ (Punitive Damages) อีก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.22 พันล้านบาท) ซึ่งแมคกีเคยยอมความกับฝั่งโจทก์ไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

ด้านบริษัทภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) พยายามแย้งว่าควรล้มคำตัดสินหรือให้มีการพิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากคนขับควรเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว พร้อมระบุว่าบริษัทรถยนต์ไม่ได้มีหน้าที่ ‘รับประกันความเสียหายที่เกิดจากคนขับที่ประมาทให้กับทุกคน’

 

นอกจากนี้ทีมทนายของ Tesla จากสำนักงาน Gibson Dunn ยังเสนอให้ลดค่าสินไหมทดแทนจาก 129 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.01 พันล้านบาท) เหลือไม่เกิน 69 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.15 พันล้านบาท) และตัดค่าเสียหายเพื่อเป็นบทลงโทษออก หรือลดเหลือไม่เกิน 3 เท่าตามกฎหมายฟลอริดา

 

อย่างไรก็ตาม ทนายความของฝั่งผู้เสียหายยืนยันว่าระบบ Autopilot นั้นมี ‘ความบกพร่อง’ และ Tesla ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานบนท้องถนนทั้งที่ยังไม่พร้อมและยังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ รวมถึงกล่าวหาว่าบริษัทนำเสนอความสามารถของระบบไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้ผู้ขับขี่เข้าใจผิดในศักยภาพที่แท้จริงของ Autopilot

 

Tesla คาดว่าจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว ทั้งนี้ ที่ผ่านมา Tesla เผชิญคดีความจำนวนมากเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติ แต่คดีเหล่านั้นล้วนจบลงด้วยการยอมความหรือยกฟ้องโดยไม่ได้ขึ้นสู่การพิจารณาของคณะลูกขุน

 

คำตัดสินนี้นับเป็นอุปสรรคล่าสุดของ Tesla ในขณะที่บริษัทกำลังพยายามไล่ตามคู่แข่งในตลาด ‘โรโบแท็กซี่’ (Robotaxi) ซึ่งปัจจุบันยังตามหลัง Waymo ของ Alphabet ในสหรัฐฯ และ Apollo Go ของ Baidu ในประเทศจีน ที่เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ไปล่วงหน้าแล้ว

 

มัสก์ระบุว่าเขามีแผนจะขยายเครือข่ายรถแท็กซี่ไร้คนขับให้ครอบคลุมทั่วสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2026 แต่ปัจจุบัน Tesla ยังให้บริการ robotaxi เพียงไม่กี่คันในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เท่านั้น

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.12 บาท ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

 

อ้างอิง:

 

The post ศาลสหรัฐปัดคำร้อง Tesla ยืนคำตัดสินจ่าย 7.5 พันล้านบาท คดีรถ Autopilot ชนเสียชีวิตปี 2019 ชี้หลักฐานหนักแน่นจนล้มคำตัดสินเดิมไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Elon Musk คาด AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ในอีก 2 ปี สวนทางซีอีโอ Baidu ที่ประเมินว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปี https://thestandard.co/musk-ai-surpass-humans-2-years-vs-baidu/ Fri, 24 May 2024 03:52:57 +0000 https://thestandard.co/?p=937073 Elon Musk

Elon Musk นักธุรกิจมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งรถยนต์ไฟฟ้า Tesla […]

The post Elon Musk คาด AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ในอีก 2 ปี สวนทางซีอีโอ Baidu ที่ประเมินว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Elon Musk

Elon Musk นักธุรกิจมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งรถยนต์ไฟฟ้า Tesla และบริษัทด้านการขนส่งอวกาศ SpaceX คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์หรือล้ำหน้าเกินมนุษย์ในอีก 2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม Robin Li ซีอีโอของ Baidu บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ชั้นนำสัญชาติจีนกลับเห็นต่างออกไป โดย Robin คาดว่ากว่า AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ได้ต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปีเป็นอย่างน้อย

 

ทั้งนี้ เทคโนโลยี AI ที่ Musk และ Li กล่าวถึงนี้ก็คือ Artificial General Intelligence (AGI) ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างกว้างๆ กับ AI ที่ฉลาดหรือฉลาดกว่ามนุษย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ Musk ได้กล่าวไว้ว่า AGI น่าจะพร้อมใช้งานภายในปี 2026 ขณะที่ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI กล่าวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า AGI สามารถพัฒนาได้ภายใน ‘อนาคตอันใกล้นี้อย่างสมเหตุสมผล’ (Reasonably Close-ish Future)

 

ในฐานะซีอีโอของ Baidu หนึ่งในผู้เล่น AI ชั้นนำของจีน Li กลับแย้งว่า ระยะเวลาเพียงปีสองปีไม่น่าจะเพียงพอในการพัฒนา AI ให้ฉลาดกว่ามนุษย์ได้ พร้อมชี้ว่า ปัจจุบัน AGI ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกหลายปี หรืออย่างน้อยก็ 10 ปีกว่าที่จะฉลาดแซงมนุษย์

 

Li แสดงความเห็นดังกล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุม VivaTech ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย Li ยังชี้ว่า ตามคำจำกัดความแล้ว AGI คือคอมพิวเตอร์หรือ AI ที่สามารถฉลาดพอๆ กับมนุษย์ หรือบางครั้งก็อาจจะฉลาดกว่า แต่โดยส่วนตัว Li ย้ำว่าต้องการให้ AI ฉลาดเท่ากับมนุษย์ และโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบันยังห่างไกลจากสิ่งนั้น

 

“และคุณจะบรรลุถึงระดับสติปัญญานั้นได้อย่างไร? เราไม่รู้” Li ระบุ พร้อมเรียกร้องให้มีการพัฒนา AI ให้เร็วขึ้น โดยชี้ว่าสิ่งที่ตนเองหวั่นเกรงก็คือเทคโนโลยี AI ยังพัฒนาได้ไม่เร็วพอ พร้อมชี้ว่ามีความแตกต่างอย่างมากระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และในจีน โดยในสหรัฐอเมริกาและยุโรป บริษัทต่างๆ มุ่งเน้นไปที่การคิดค้นโมเดลรากฐานที่ทรงพลังและล้ำหน้าที่สุด แต่ในประเทศจีนกลับมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

 

ทั้งนี้ จีนถือเป็นอีกหนึ่งชาติมหาอำนาจที่มีการลงทุนพัฒนา AI อย่างกว้างขวางไม่แพ้สหรัฐฯ โดยปีที่แล้ว หลังจากที่สหรัฐฯ เปิดตัว ChatGPT ไม่นาน Baidu ก็ได้เปิดตัว ERNIE ขณะที่ Alibaba และ Tencent ก็กำลังลงทุนมหาศาลในโมเดล AI ของตนเองเช่นกัน

 

อ้างอิง:

The post Elon Musk คาด AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ในอีก 2 ปี สวนทางซีอีโอ Baidu ที่ประเมินว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงการเทคจีนเดือด! ผู้บริหาร Baidu ลาออก หลังโดนถล่มยับเรื่องโพสต์คลิป “ฉันไม่ใช่แม่เธอ ฉันสนใจแค่ผลงาน” และตำหนิลูกน้องไม่ทำงาน 24 ชั่วโมง https://thestandard.co/baidu-pr-head-resigns-backlash/ Fri, 17 May 2024 13:13:12 +0000 https://thestandard.co/?p=934952 ผู้บริหาร Baidu ลาออก

Qu Jing ผู้บริหาร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Baidu ประกาศลาออ […]

The post วงการเทคจีนเดือด! ผู้บริหาร Baidu ลาออก หลังโดนถล่มยับเรื่องโพสต์คลิป “ฉันไม่ใช่แม่เธอ ฉันสนใจแค่ผลงาน” และตำหนิลูกน้องไม่ทำงาน 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บริหาร Baidu ลาออก

Qu Jing ผู้บริหาร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Baidu ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากคลิปวิดีโอที่เธอโพสต์ลง Douyin (TikTok เวอร์ชันจีน) สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงวัฒนธรรมการทำงานสุดโหดภายในบริษัท

 

คลิปวิดีโอที่เป็นประเด็นเผยให้เห็น Qu Jing พูดจาเชิงตำหนิพนักงานที่ปฏิเสธการเดินทางไปทำงานต่างถิ่นนาน 50 วันในช่วงการระบาดของโควิด โดยเธอกล่าวว่า “ฉันไม่ใช่แม่สามีของเธอ ไม่จำเป็นต้องแคร์ครอบครัวเธอ ฉันสนใจแค่ผลลัพธ์” และยังกล่าวอีกว่า “ฉันไม่ใช่แม่เธอ ฉันสนใจแค่ผลงาน”

 

นอกจากนี้เธอยังแสดงความคิดเห็นว่าพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ไม่ควรคาดหวังว่าจะมีเวลาว่าง และควรพร้อมรับมือกับโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงขู่ว่าจะทำให้พนักงานที่บ่นเรื่องเธอ ‘หางานใหม่ในวงการนี้ไม่ได้’

 

คลิปวิดีโอเหล่านี้ถูกลบออกไปแล้ว แต่ก็สายเกินไป เพราะชาวเน็ตจีนได้แสดงความไม่พอใจต่อทัศนคติของ Qu Jing และวัฒนธรรมองค์กรของ Baidu อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นวัฒนธรรมการทำงานแบบ ‘996’ คือทำงาน 09.00-21.00 น. 6 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการเทคโนโลยีจีนมาอย่างยาวนาน

 

Qu Jing ได้ออกมาขอโทษผ่านบัญชี Douyin และ WeChat ส่วนตัว โดยยอมรับว่าวิดีโอของเธอ ‘ไม่ได้สะท้อนถึงจุดยืนของ Baidu’ และเธอไม่ได้ขออนุญาตบริษัทก่อนโพสต์ พร้อมกล่าวขอโทษที่ ‘สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับค่านิยมและวัฒนธรรมของบริษัท’

 

ในวันเดียวกัน Baidu ได้เผยแพร่เอกสารภายในของ Cui Shanshan รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลและการบริหาร โดยประณามแนวทางการทำงานที่เป็นอันตราย ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็นเรื่องปกติในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึง ‘การทำงานล่วงเวลาเพื่อแสดงทัศนคติในการทำงานที่ดี’

 

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงถึงสภาพการทำงานอันเลวร้ายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนอีกครั้ง แม้ว่าหลายบริษัทได้ประกาศแผนการลดชั่วโมงการทำงานลงหลังจากเกิดกรณีพนักงานเสียชีวิต แต่ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่ยังคงวัฒนธรรม ‘ทุ่มสุดตัวจนกว่าจะล้ม’ อยู่

 

อ้างอิง:

The post วงการเทคจีนเดือด! ผู้บริหาร Baidu ลาออก หลังโดนถล่มยับเรื่องโพสต์คลิป “ฉันไม่ใช่แม่เธอ ฉันสนใจแค่ผลงาน” และตำหนิลูกน้องไม่ทำงาน 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Toyota-Nissan จับมือเทคจีน Tencent-Baidu ผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ https://thestandard.co/toyota-nissan-join-hands-with-tencent-baidu/ Fri, 26 Apr 2024 03:09:06 +0000 https://thestandard.co/?p=926904

สองค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota แล […]

The post Toyota-Nissan จับมือเทคจีน Tencent-Baidu ผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สองค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Nissan ประกาศความร่วมมือกับสองค่ายเทคโนโลยีชั้นนำของจีนอย่าง Tencent และ Baidu โดยมีเป้าหมายในการผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยส่งเสริมสนับสนุนกันและกันในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI ซึ่งกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดอยู่ในเวลานี้ 

 

รายงานระบุว่า ทั้ง Toyota และ Nissan ต่างประกาศความร่วมมือดังกล่าวในวันเดียวกันโดยมิได้นัดหมายภายในงาน Beijing Auto Show เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 เมษายน) โดย Toyota จับมือกับ Tencent ขณะที่ Nissan จับมือกับ Baidu 

 

ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นความพยายามล่าสุดของค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ที่ส่งผลให้ Toyota และ Nissan สูญเสียตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์จีน 

 

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นกลายเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในจีน อย่างไรก็ตาม ความนิยมดังกล่าวกลับทยอยลดลง ส่วนหนึ่งเนื่องจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นสูญเสียตำแหน่งผู้นำตลาดจีนให้กับบริษัทเจ้าถิ่น นำโดย BYD ที่รถยนต์ไฟฟ้ามีการติดตั้งซอฟต์แวร์ AI ตอบโจทย์โดนใจบรรดาผู้ขับขี่รุ่นใหม่ โดยก่อนหน้านี้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเคยขึ้นแท่นเป็นแบรนด์รถยนต์ต่างชาติที่มียอดขายโดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดแดนมังกร

 

โดย Tencent ยักษ์ใหญ่ด้านเกมและโซเชียลมีเดีย และ Baidu เสิร์ชเอนจินชั้นนำของจีน ต่างก็เป็นผู้นำในการแข่งขัน Generative AI ของจีน 

 

สวีอี้หมิง ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์และการสื่อสารของ Toyota ในตลาดจีน เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อพิจารณาจากปริมาณ บริษัทจะรวมเทคโนโลยีจาก Tencent เข้าไปติดตั้งในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของ Toyota ที่ผลิตในจีน ซึ่งจะวางจำหน่ายในปีนี้ 

 

นอกจากนี้ Toyota เตรียมนำเสนอบริการต่างๆ ของตนเองผ่านจุดแข็งของ Tencent ในด้าน Big Data, AI และการประมวลผลแบบคลาวด์ 

 

ฟาก Nissan กล่าวว่า ทางค่ายได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (Memorandum of Understanding) หรือ MOU เพื่อร่วมกันดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับ AI และสิ่งที่เรียกว่า ‘รถยนต์อัจฉริยะ’ ซึ่งทาง Nissan เปิดเผยว่าบริษัทจะใช้ Generative AI ของ Baidu บนแพลตฟอร์ม เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต รวมถึงติดตั้งผลิตภัณฑ์ AI ของ Baidu ให้กับรถยนต์ของ Nissan ที่ผลิตในจีนอีกทางหนึ่งด้วย 

 

ความร่วมมือดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าจีนมีการแข่งขันสูงเพียงใดสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Toyota นอกจากนี้ทางผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติหลายรายกำลังต่อสู้อย่างหนัก ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มขึ้นของแบรนด์ในประเทศ และสงครามราคาในตลาดจีน

 

ทั้งนี้ Toyota พบว่ายอดขายของบริษัทลดลงในตลาดจีน แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงแบบ Honda และ Nissan ได้ก็ตาม โดยยอดขายในจีนลดลง 1.7% เหลือ 1.9 ล้านคันในปี 2023 ซึ่งถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว 

 

อ้างอิง: 

The post Toyota-Nissan จับมือเทคจีน Tencent-Baidu ผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ERNIE Bot’ แชตบอตคู่แข่ง ChatGPT ทำสถิติยอดผู้ใช้งาน 200 ล้านรายแล้ว https://thestandard.co/ernie-bot-200-million-users/ Wed, 17 Apr 2024 13:40:38 +0000 https://thestandard.co/?p=923798

Baidu บริษัทเสิร์ชเอนจินรายใหญ่ของจีน ออกมาประกาศเมื่อว […]

The post ‘ERNIE Bot’ แชตบอตคู่แข่ง ChatGPT ทำสถิติยอดผู้ใช้งาน 200 ล้านรายแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

Baidu บริษัทเสิร์ชเอนจินรายใหญ่ของจีน ออกมาประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ‘ERNIE Bot’ แชตบอตสัญชาติจีนคู่แข่ง ChatGPT มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 200 ล้านรายภายในระยะเวลา 8 เดือนหลังจากเปิดตัว

 

Reuters รายงานว่า จำนวนบัญชีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวหลังจากที่บริษัทอัปเดตโมเดลไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

 

นอกจากผู้ใช้งานทั่วไป Robin Li ซีอีโอของ Baidu กล่าวเสริมในงานสัมมนาที่เซินเจิ้นว่า ERNIE Bot มีความต้องการจากลูกค้าองค์กรมากถึง 85,000 ราย และโมเดล AI ตัวนี้ก็เริ่มสร้างรายได้ให้กับ Baidu แล้วหลายล้านหยวนในไตรมาส 4 ของปี 2023 จากการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการยิงโฆษณาและช่วยสร้างโมเดลต่างๆ ให้กับหลายบริษัท

 

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ AIcpb.com เปิดเผยว่า บริการ AI ท้องถิ่นของจีนอย่าง Kimi ที่พัฒนาโดย Moonshot AI สตาร์ทอัพซึ่งมีบริษัท Alibaba หนุนหลังก็กำลังไล่ตาม ERNIE Bot มาติดๆ โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยอดการเข้าใช้ ERNIE Bot สูงถึง 14.9 ล้านครั้ง (เติบโต 48% จากเดือนกุมภาพันธ์) ในขณะที่ Kimi อยู่ที่ 12.6 ล้านครั้ง แต่เติบโตขึ้นกว่า 321.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในสังเวียน AI จากจุดที่จีนอยู่ ณ ขณะนี้ก็ต้องถือว่ายังค่อนข้างห่างไกลคู่แข่งในฝั่งตะวันตก เนื่องจากแชตบอตที่ยังเป็นที่นิยมมากที่สุดอย่าง ChatGPT มียอดการใช้งานเมื่อเดือนมีนาคมที่ 1,860 ล้านครั้ง หรือมากกว่าประมาณ 100 เท่าของทั้ง ERNIE Bot และ Kimi โดยหนึ่งในสาเหตุที่จีนยังตามหลังสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญในด้านของเทคโนโลยี AI เป็นเพราะนโยบายกีดกันการค้าจากสหรัฐฯ ในการเข้าถึงชิปเซมิคอนดักเตอร์กับจีน

 

ถึงแม้จีนจะถูกกีดกัน แต่นักวิเคราะห์หลายคนก็คาดว่า จีนจะสามารถไล่ตามสหรัฐฯ ทันในที่สุด เนื่องจากการสนับสนุนจากภาครัฐ และข้อได้เปรียบจากการเก็บและใช้ข้อมูลจำนวนมากในการป้อนเข้าสู่โมเดลเพื่อฝึกฝน ในขณะที่ทางฝั่งตะวันตกมีข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่เข้มงวดมากกว่า

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อ้างอิง:

The post ‘ERNIE Bot’ แชตบอตคู่แข่ง ChatGPT ทำสถิติยอดผู้ใช้งาน 200 ล้านรายแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ก่อตั้ง Baidu เชื่อโมเดล AI ของบริษัทล้ำหน้ากว่า ChatGPT แล้ว หลังเปิดตัวแชตบอตใหม่ล่าสุด ‘Ernie 4.0’ https://thestandard.co/baidu-says-its-ai-as-good-as-chatgpt/ Tue, 17 Oct 2023 12:38:43 +0000 https://thestandard.co/?p=855727 Baidu AI

โรบินหลี่ ผู้ก่อตั้ง Baidu เปิดเผยว่า ในที่สุดโมเดลภาษา […]

The post ผู้ก่อตั้ง Baidu เชื่อโมเดล AI ของบริษัทล้ำหน้ากว่า ChatGPT แล้ว หลังเปิดตัวแชตบอตใหม่ล่าสุด ‘Ernie 4.0’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu AI

โรบินหลี่ ผู้ก่อตั้ง Baidu เปิดเผยว่า ในที่สุดโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของบริษัทก็สามารถแซงหน้าโมเดล GPT-4 ของ OpenAI ซึ่งเป็นเจ้าของ ChatGPT ได้สำเร็จ และประกาศว่าจะเป็นผู้นำของจีนในการแข่งขันกับสหรัฐฯ ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI 

 

มหาเศรษฐีรายนี้ได้ขึ้นเวทีในกรุงปักกิ่ง เพื่อเปิดตัวแชตบอตรุ่นใหม่อย่าง Ernie 4.0 และได้แสดงความสามารถในการให้คำตอบและไขปริศนาที่ซับซ้อนได้ทันที Ernie มีประสิทธิภาพเทียบเท่า OpenAI ในแง่ของความซับซ้อนและความสามารถทั่วไป ตามคำแถลงของหลี่

 

ปัจจุบันแชตบอต Ernie มีผู้ใช้งานทะลุ 45 ล้านคนแล้ว ซึ่งยังคงตามหลัง ChatGPT ที่มีประมาณ 180 ล้านคน แม้ว่าแชตบอตของสหรัฐฯ จะเปิดตัวก่อนหน้านี้หลายเดือนก็ตาม แต่ผู้นำแพลตฟอร์มค้นหาของจีนกำลังตั้งความหวังกับ AI รุ่นใหม่เพื่อเอาชนะคู่แข่ง เช่น Alibaba และ Tencent 

 

Baidu เป็นผู้นำกระแสการลงทุนเชิงรุกทั่วประเทศจีน หลังจากที่ ChatGPT แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการดิสรัปต์ของ Generative AI ที่สามารถสร้างวิดีโอและเนื้อหาได้จากคำสั่งง่ายๆ และ Baidu ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้นำในการแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และบริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมากที่หวังสร้างแพลตฟอร์มยุคใหม่สำหรับตลาดอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน

 

Baidu กำลังพยายามแข่งขันกับบริษัทสัญชาติอเมริกันอย่าง Microsoft และ Google เพื่อสร้างบริการ เช่น ChatGPT และ DALL·E แต่การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในการเข้าถึงชิปที่ทันสมัยที่สุด ควบคู่ไปกับมาตรการเซ็นเซอร์ที่เข้มงวดของทางการจีน ได้บดบังโอกาสของบริษัท และทางการสหรัฐฯ ก็กำลังควบคุมการส่งออกชิป AI อย่างเข้มงวด ทำให้บริษัทยังเผชิญกับความไม่แน่นอน

 

เป็นเรื่องยากที่จะจัดอันดับโมเดล AI เนื่องจากปัจจัยที่ซับซ้อน สำหรับ Ernie หลี่ได้นำเสนอด้วยการตั้งคำถามต่างๆ ในหัวข้อ เช่น การซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ การตั้งโจทย์คณิตศาสตร์ และขอให้เขียนนวนิยายเกี่ยวกับโลกศิลปะการต่อสู้โบราณ ซึ่งนั่นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่แชตบอตของจีนตอบคำถามผ่านวิดีโอที่มีสคริปต์

 

ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน Baidu กล่าวว่า Ernie เวอร์ชันก่อนหน้านี้เหนือกว่าแชตบอตของ OpenAI ที่สร้างบน GPT-3.5 ในด้านความสามารถทั่วไป และยังมีประสิทธิภาพเหนือกว่า GPT-4 ในด้านภาษาจีนหลายประการ โดยอ้างอิงจากการทดสอบด้วยหนังสือพิมพ์ของรัฐท้องถิ่น ในตอนนี้ Baidu หวังว่า Ernie จะกลายเป็นธุรกิจบริการหลักควบคู่ไปกับการตลาดออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานกลับมาสู่บริษัท หลังจากที่สูญเสียให้แก่ TikTok ซึ่งมีเจ้าของเป็น ByteDance และ Tencent 

 

Baidu ได้ผสมผสาน Ernie เข้ากับผลิตภัณฑ์หลัก เช่น การค้นหา แผนที่ การแชร์ไฟล์ การทำงานร่วมกัน และการวิเคราะห์ข้อมูล เช่นเดียวกับคู่แข่งในประเทศ Baidu ได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนภาคเทคโนโลยีที่ชัดเจนของทางการ ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจที่กำลังดิ้นรนอีกด้วย

 

ในเดือนสิงหาคม จีนอนุมัติบริการ Generative AI ชุดแรกสำหรับการเปิดตัวในประเทศ ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์จากผู้เล่นหน้าใหม่และบิ๊กเทคในจีนอย่าง Baidu และ ByteDance มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ Ernie Bot ติดอันดับชาร์ตการดาวน์โหลดบน App Store สำหรับ iPhone ของจีน โดยมีผู้ใช้เกิน 1 ล้านคนในวันเปิดตัว แม้ในภายหลังจะถูกแซงหน้าโดยบริการอย่าง WeChat ของ Tencent 

 

อ้างอิง:

 

The post ผู้ก่อตั้ง Baidu เชื่อโมเดล AI ของบริษัทล้ำหน้ากว่า ChatGPT แล้ว หลังเปิดตัวแชตบอตใหม่ล่าสุด ‘Ernie 4.0’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu นำทีมเทคจีนเปิดตัว AI ที่คล้ายกับ ChatGPT หลังรัฐบาลไฟเขียว แว่วข่าว TikTok, ByteDance และ Tencent เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ https://thestandard.co/baidu-launched-chinese-ai/ Fri, 01 Sep 2023 04:15:02 +0000 https://thestandard.co/?p=836423 Baidu

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (30 สิงหาคม) Baidu และบริษัทเทคโนโ […]

The post Baidu นำทีมเทคจีนเปิดตัว AI ที่คล้ายกับ ChatGPT หลังรัฐบาลไฟเขียว แว่วข่าว TikTok, ByteDance และ Tencent เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (30 สิงหาคม) Baidu และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในจีนอีก 3 บริษัทต่างเปิดตัว AI (Artificial Intelligence) ที่มีลักษณะเหมือน ChatGPT กันออกมาอย่างต่อเนื่อง และกำลังจะมี TikTok ตามมา หลังจากที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลจีนไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน (15 สิงหาคม)

 

โดยบริษัทเทคโนโลยีดังกล่าวประกอบไปด้วย Baidu, Baichuan Intelligent Technology, SenseTime และ Zhipu AI 

 

รัฐบาลจีนได้กำหนดให้บริษัทเหล่านี้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการประเมินด้านความปลอดภัยและมาตรฐานที่ต้องถึงเกณฑ์อื่นๆ ซึ่งประกอบไปด้วย 24 แนวทาง หนึ่งในนั้นต้องมีการกำกับเนื้อหาที่สร้างมาจาก AI ระบุไว้เสมอ

 

จากข้อมูลของสื่อจีนยังเปิดเผยว่าล่าสุดมีบริษัทจีน 11 ราย อย่าง TikTok, ByteDance และ Tencent Holdings เป็นต้น ที่ได้รับการอนุมัติเกี่ยวกับ AI เพิ่มเติมแล้ว

 

ซึ่ง Robin Li ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Baidu กล่าวถึง AI Chatbot ของบริษัทที่มีชื่อว่า ‘ERNIE Bot’ ว่า ERNIE Bot จะสามารถเก็บข้อมูลมหาศาลและมีค่าจากผู้ใช้จำนวนมากของ Baidu ได้

 

ภายหลังจากที่ Baidu เปิดตัวอย่างเป็นทางการผ่านโซเชียลมีเดีย ยอดการดาวน์โหลดของ ERNIE Bot ก็พุ่งติดอันดับ 1 ในหมวดแอปพลิเคชันฟรีใน App Store ของจีน

 

ในขณะที่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา (3 สิงหาคม) Alibaba แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนยังเปิดตัว Open Source AI ถึง 2 รูปแบบ คือ Qwen-7B และ Qwen-7B-Chat เพื่อนำมาประชันกับ AI อย่าง LIama 2 ของ Meta (Facebook) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญญาณการเร่งพัฒนา AI ในจีนเพื่อต่อสู้กับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

 

อ้างอิง: 

The post Baidu นำทีมเทคจีนเปิดตัว AI ที่คล้ายกับ ChatGPT หลังรัฐบาลไฟเขียว แว่วข่าว TikTok, ByteDance และ Tencent เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนโชว์ล้ำ! ลั่นอีกไม่กี่ปี ‘แท็กซี่ไร้คนขับ’ ยึด 60% ของตลาดรถโดยสารในจีน ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมที่โตทะลุ 1.3 ล้านล้านหยวน https://thestandard.co/china-driverless-taxis-in-transport-market/ Sat, 01 Apr 2023 03:05:22 +0000 https://thestandard.co/?p=771624 แท็กซี่ไร้คนขับ จีน

จีนล้ำไปไกล เทคโนโลยีอาจมาแทนที่แรงงานคนขับรถให้นั่ง เผ […]

The post จีนโชว์ล้ำ! ลั่นอีกไม่กี่ปี ‘แท็กซี่ไร้คนขับ’ ยึด 60% ของตลาดรถโดยสารในจีน ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมที่โตทะลุ 1.3 ล้านล้านหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แท็กซี่ไร้คนขับ จีน

จีนล้ำไปไกล เทคโนโลยีอาจมาแทนที่แรงงานคนขับรถให้นั่ง เผยมูลค่าอุตสาหกรรมแท็กซี่ไร้คนขับโตทะลุ 1.3 ล้านล้านหยวน หรือคิดเป็น 60% ของตลาดรถโดยสารในอีก 7 ปี โดยล่าสุด Baidu บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของจีนพร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการในปักกิ่ง หลังทดลองในหลายเมืองเมื่อปีที่ผ่านมา

 

หลังจาก Baidu ได้รับใบอนุญาตให้บริการโรโบแท็กซี่ ไม่มีคนขับนั่งไปด้วย เป็นเจ้าแรกในประเทศ โดยได้เริ่มทดลองให้บริการในหลายๆ เมืองรวมถึงปักกิ่งในปีที่ผ่านมา ล่าสุดพร้อมให้บริการในปักกิ่งแล้วและกำลังเป็นที่นิยม 

 

สำนักข่าว The Straits Times รายงานว่า ฉากในภาพยนตร์นิยายจะไม่เกินจริง และยิ่งสมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ Baidu และ Pony.ai สตาร์ทอัพยานยนต์อัตโนมัติให้บริการเต็มรูปแบบ 

 

อีกทั้งยังเรียกใช้งานผ่านแอปพลิเคชันมือถือ Apollo Go ของ Baidu และแอป PonyPilot+ ของ Pony.ai เพื่อความปลอดภัยหรือคนเฝ้าดูภายใน ระหว่างการเดินทางผู้โดยสารสามารถสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความช่วยเหลือได้อีกด้วย ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่ได้รับอนุญาตพร้อมให้บริการในเมืองใหญ่ จากที่เคยทดลองใช้ในเมืองอื่นๆ เมื่อปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ 2 บริษัทเป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ไร้คนขับของจีนที่มีการติดตั้งยานพาหนะอัตโนมัติ 10 คันในพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตรในอี้จวง ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงปักกิ่ง

 

ก่อนหน้านี้บริษัทเริ่มการทดสอบถนนในพื้นที่ดังกล่าวในวันที่ 30 ธันวาคม 2022 ในระหว่างการทดสอบ Pony.ai ระบุว่าผลทดสอบสรุปได้ว่าบริการนี้มีความปลอดภัย มั่นคง และอุบัติเหตุเป็นศูนย์ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เช่น ทางแยกและถนนแคบ และในสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น ฝนตก หิมะ และพายุทราย

 

ขณะนี้มีผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนใช้บริการขับขี่อัตโนมัติในพื้นที่ที่กำหนดในกรุงปักกิ่ง และบริการดังกล่าวมีระยะทางมากกว่า 1.3 ล้านกิโลเมตร

 

นอกจากเมืองหลวงแล้ว บริการเรียกรถของ Baidu ยังครอบคลุมมากกว่า 10 เมืองในจีน รวมถึงเซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้นในมณฑลกวางตุ้ง

 

นอกจากนี้บริษัทวางแผนที่จะขยายบริการไปยัง 65 เมืองในปี 2025 และ 100 แห่งในปี 2030

 

Apollo Go กล่าวว่ายานพาหนะแต่ละคันสามารถให้บริการมากกว่า 15 เที่ยวต่อวันโดยเฉลี่ยในเมืองชั้นใน ณ สิ้นเดือนมกราคม บริการดังกล่าวมียอดสั่งซื้อมากกว่า 2 ล้านรายการ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการขับขี่อัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดในโลก

 

ทั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก IHS Markit คาดการณ์ว่าขนาดตลาดของบริการแท็กซี่ไร้คนขับของจีนจะทะลุ 1.3 ล้านล้านหยวน (2.51 แสนล้านดอลลาร์) ภายในปี 2030 คิดเป็น 60% ของตลาดรถโดยสารในประเทศ 

 

อีกทั้งการขับขี่อัตโนมัติสามารถสร้างรายได้ 3 แสนล้านดอลลาร์ (4 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ถึง 4 แสนล้านดอลลาร์ทั่วโลกภายในปี 2035

 

ทางด้าน Ford ได้ยกเลิก Argo AI ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์ไร้คนขับที่เป็นเจ้าของร่วมกับ Volkswagen

 

จิม ฟาร์เลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ford กล่าวว่า การนำรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบไปใช้เป็นจำนวนมากนั้นในขณะนี้ถือว่ายังห่างไกล 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


อ้างอิง:

The post จีนโชว์ล้ำ! ลั่นอีกไม่กี่ปี ‘แท็กซี่ไร้คนขับ’ ยึด 60% ของตลาดรถโดยสารในจีน ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมที่โตทะลุ 1.3 ล้านล้านหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ในฐานะ AI ฉันไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้” ERNIE Bot ของ Baidu เซ็นเซอร์ตัวเองเมื่อถูกถามถึง ‘สีจิ้นผิง’ แต่มีบางอย่างที่เหนือกว่า ChatGPT https://thestandard.co/ernie-bot-censors-when-mention-xi-jinping/ Wed, 22 Mar 2023 05:41:16 +0000 https://thestandard.co/?p=766662

ผ่านมาแล้วเกือบหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ Baidu ผู้ให้บริกา […]

The post “ในฐานะ AI ฉันไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้” ERNIE Bot ของ Baidu เซ็นเซอร์ตัวเองเมื่อถูกถามถึง ‘สีจิ้นผิง’ แต่มีบางอย่างที่เหนือกว่า ChatGPT appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผ่านมาแล้วเกือบหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ Baidu ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของจีน ประกาศเปิดตัวแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ ERNIE Bot เพื่อมาแข่งขันกับ ChatGPT ของ OpenAI

 

การเปิดตัว ERNIE Bot ของ Baidu ในภาพรวมไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับนักลงทุน เนื่องจาก Robin Li ซีอีโอของ Baidu เลือกที่จะโชว์ศักยภาพของ ERNIE Bot เช่น การตอบคำถามเกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์ยอดนิยมของจีน การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ การอ่านและตอบคำถามเป็นภาษาถิ่นเสฉวนผ่านวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ล่วงหน้าแทนที่จะเป็นการบรรยายแบบสด นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดจำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทดสอบแชตบอตดังกล่าวไว้อีกด้วย

 

ผลตอบรับที่ไม่ดีจากการเปิดตัวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Baidu ในวันดังกล่าวร่วงลง กว่า 10% ก่อนจะเด้งขึ้นเล็กน้อยกลับมาปิดที่ 125.1 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

จนถึงปัจจุบันคนจำนวนมากยังคงตั้งคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ ERNIE Bot เมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญจากฟากสหรัฐอเมริกาอย่าง ChatGPT เพื่อไขข้อข้องใจดังกล่าว Cissy Zhou ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Nikkie จึงทำการทดสอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างแชตบอตจากสองค่ายนี้ โดยตั้งคำถามและให้โจทย์เดียวกันในหัวข้อต่างๆ เพื่อดูว่าใครสามารถตอบคำถามได้ดีกว่ากัน

 

ทั้งนี้ Zhou ได้สรุปการทดสอบของเธอว่า ในภาพรวม ERNIE Bot ทำผลงานได้ไม่ย่ำแย่นัก แต่ยังมีปัญหาในการเข้าใจบริบทของภาษาจีนอยู่บ้าง (แม้ Baidu จะเคลมว่ามันเป็นแชตบอตที่เข้าใจวัฒนธรรมจีนมากที่สุดก็ตาม) นอกจากนี้ เธอยังพบว่า ERNIE Bot จะเซ็นเซอร์ตัวเองเมื่อถูกคำถามที่มีความเกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง โดยจะให้คำตอบเพียงว่า “ในฐานะ AI ฉันไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้”

 

ซึ่งตรงกันข้ามกับ ChatGPT ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญของจีนในปี 2018 เพื่อยกเลิกข้อจำกัดด้านกรอบเวลาในการสืบทอดอำนาจของสีจิ้นผิงในตำแหน่งประธานาธิบดีได้

 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ ERNIE Bot สามารถทำได้ดีกว่า ChatGPT คือการวาดรูป โดย  Zhou ป้อนคำสั่งให้บอตทั้งสองตัววาดรูปแมวในสไตล์อิมเพรสชันนิสม์ ผลปรากฏว่า ERNIE Bot วาดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ขณะที่ ChatGPT ไม่สามารถทำได้ 

 

แต่เมื่อ Zhou ทดสอบทักษะการวาดรูปของ ERNIE Bot ต่อไป โดยป้อนคำสั่งที่มีสำนวนภาษาจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ให้วาดเมนูอาหารประเภทหมูตุ๋นที่มีชื่อแปลตรงตัวว่า ‘หัวสิงโตสีแดง’ รูปที่ออกมาคือสิงโตที่มีหัวสีแดง

 

ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ Zhou ทดลองให้ทั้งสองแชตบอตคำนวณภาระการผ่อนและดอกเบี้ยในการซื้อบ้าน ผลปรากฏว่า ChatGPT สามารถตอบได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ ERNIE Bot ยังมีความผิดพลาดอยู่

 

เมื่อขอให้ทั้งสองแชตบอตช่วยวางแผนการท่องเที่ยวเดินทาง Zhou ระบุว่า ChatGPT สามารถทำได้ดีกว่า เพราะมีการคำนึงถึงไฮไลต์สำคัญของฤดูกาล เช่น ช่วงที่ดอกซากุระบาน ในขณะที่ ERNIE Bot จะช่วยวางแผนเดินทางตามปกติเท่านั้น 

 

โจทย์สุดท้ายที่ Zhou ใช้ทดสอบแชตบอตทั้งสองตัวนี้คือ การแปลบทความจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษ โดยเธอพบว่าในเรื่องนี้ ChatGPT สามารถทำได้ดีกว่าค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการแปลสำนวนเฉพาะของภาษาจีน 

 

ท้ายที่สุด Zhou ไม่ได้สรุปให้ใครเป็นผู้ชนะ แต่เธอเชื่อว่าทั้ง ChatGPT และ ERNIE Bot ต่างยังอยู่ในช่วงการเติบโต และยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมาก

 

อ้างอิง:

The post “ในฐานะ AI ฉันไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้” ERNIE Bot ของ Baidu เซ็นเซอร์ตัวเองเมื่อถูกถามถึง ‘สีจิ้นผิง’ แต่มีบางอย่างที่เหนือกว่า ChatGPT appeared first on THE STANDARD.

]]>
อยากลองยิงลูกศรใส่ศัตรูดูไหม? iQIYI เปิดตัวโปรเจกต์โลกเสมือนจริง ท่องเมืองโบราณจีน ‘Luoyang’ ดื่มด่ำประสบการณ์นานกว่า 50 นาที https://thestandard.co/iqiyi-launches-virtual-reality-project/ Mon, 20 Feb 2023 10:51:57 +0000 https://thestandard.co/?p=752967

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) iQIYI แพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอชื่ […]

The post อยากลองยิงลูกศรใส่ศัตรูดูไหม? iQIYI เปิดตัวโปรเจกต์โลกเสมือนจริง ท่องเมืองโบราณจีน ‘Luoyang’ ดื่มด่ำประสบการณ์นานกว่า 50 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) iQIYI แพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอชื่อดังจากจีน ประกาศเปิดตัวประสบการณ์เสมือนจริงครั้งใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ 

 

โปรเจกต์นี้รวมเอาทั้งโรงละครเสมือนจริง ความจริงเสมือน และอุปกรณ์ทางกายภาพเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่ากำลังเดินหรือขี่เรือและยานพาหนะอื่นๆ ผ่านโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยน้ำตก ลมแรง และการระเบิด นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังสามารถยิงลูกศรเสมือนจริงไปที่ ‘ศัตรู’ ได้อีกด้วย

 

แม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายกับเครื่องเล่นในสวนสนุก แต่โปรเจกต์นี้ใช้พื้นที่เพียง 300 ตารางเมตรเท่านั้น หรือคิดเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวประมาณ 17.32 เมตร 

 

iQIYI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Baidu ในบางครั้งได้รับการขนานนามว่าเป็น Netflix ของจีน เนื่องจากแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ของจีนดังกล่าวยังขายซีรีส์ทีวีและภาพยนตร์แบบดั้งเดิมให้แก่สมาชิกอีกด้วย และยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Tencent Video, Youku และ Bilibili ของ Alibaba ที่เป็นแอปสตรีมมิงหลักของจีน

 

iQIYI เรียกโปรเจกต์ใหม่นี้ว่า ‘การเดินทาง 50 นาทีที่น่าตื่นเต้นด้วย VR’ ประสบการณ์นี้อิงจากละครโทรทัศน์เมื่อปี 2021 ของ iQIYI ที่มีชื่อว่า ‘Luoyang’ โดยเป็นฉากในเมืองหลวงของจีนโบราณที่มีชื่อเดียวกันกับชื่อเรื่อง

 

ตามรายงานในแอป DianPing ตั๋วมีราคาตั้งแต่ 198-398 หยวนต่อใบ ช่วงเวลาขายเป็นรายชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 10.30-23.30 น. และงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ และมีกำหนดจัดขึ้นจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม

 

Zhang Hang รองประธาน iQIYI ซึ่งเป็นหัวหน้าสตูดิโอ Dreamverse ของบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโครงการ VR นี้ คาดว่าประสบการณ์ VR จะสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้ประมาณ 40,000 คนต่อปีในแต่ละร้าน

 

หากอิงตามราคาตั๋ว นั่นหมายความว่า iQIYI จะสามารถทำเงินได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อปีจากผลิตภัณฑ์ VR อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีโปรเจคอื่นๆ ออกมาสู่ผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน

 

Zhang ยังกล่าวว่า โปรเจกต์นี้จะนำเสนอประสบการณ์ VR ในรูปแบบภาพยนตร์ยิ่งกว่าเกมแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ โดยเขากำลังทำงานร่วมกับทีมผู้ผลิตเนื้อหาของบริษัทเพื่อให้มาตรฐานสามารถตอบสนองข้อกำหนดของ VR ได้เช่นกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post อยากลองยิงลูกศรใส่ศัตรูดูไหม? iQIYI เปิดตัวโปรเจกต์โลกเสมือนจริง ท่องเมืองโบราณจีน ‘Luoyang’ ดื่มด่ำประสบการณ์นานกว่า 50 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงคราม ‘AI’ แชตบอตเดือด Baidu เปิดตัว ‘ERNIE Bot’ ท้าชน ‘ChatGPT’ ของ OpenAI และ ‘Bard’ ของ Google https://thestandard.co/baidu-launches-ernie-bot/ Tue, 07 Feb 2023 08:23:57 +0000 https://thestandard.co/?p=747090 ERNIE Bot

Baidu เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของจีน เตรียมเปิดตัวเทคโนโลย […]

The post สงคราม ‘AI’ แชตบอตเดือด Baidu เปิดตัว ‘ERNIE Bot’ ท้าชน ‘ChatGPT’ ของ OpenAI และ ‘Bard’ ของ Google appeared first on THE STANDARD.

]]>
ERNIE Bot

Baidu เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของจีน เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ (AI Chatbot) ภายใต้ชื่อ ‘ERNIE Bot’ ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษและ ‘Wenxin Yiyan’ ในเวอร์ชันภาษาจีน เพื่อมาท้าชนกับ ‘ChatGPT’ ของ OpenAI และ ‘Bard’ ของ Google 

 

แถลงการณ์ของ Baidu อธิบายว่า ERNIE เป็นชื่อที่ย่อมาจาก ‘Enhanced Representation through kNowledge IntEgration’ ซึ่งเป็นโมเดลทางภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ของบริษัทที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในปี 2019 

 

โดยขณะนี้ ERNIE ยังอยู่ระหว่างการทดสอบภายใน และคาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม ก่อนจะเริ่มเปิดให้สาธารณชนได้ทดลองใช้งาน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

“สิ่งที่ทำให้ ERNIE แตกต่างจากโมเดลภาษาอื่นๆ คือการรวมความรู้ที่กว้างขวางเข้ากับข้อมูลจำนวนมหาศาล ส่งผลให้เกิดความเข้าใจและความสามารถที่ยอดเยี่ยม” แถลงการณ์ของ Baidu ระบุ

 

Baidu ระบุอีกว่า ปัจจุบัน ERNIE ได้ถูกพัฒนาจนกลายมาเป็นโมเดลขนาดใหญ่ขั้นสูงที่สามารถจัดการงานได้หลากหลาย เช่น การทำความเข้าใจภาษา การสร้างภาษา และการสร้างข้อความเป็นรูปภาพ

 

การประกาศเปิดตัว ERNIE Bot ส่งผลให้ราคาหุ้น Baidu ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงวันนี้พุ่งขึ้นมากกว่า 13% สู่ระดับ 159.80 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับราคาสูงสุดของหุ้น Baidu ในรอบ 11 เดือน หรือนับจากเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 

 

อ้างอิง: 

The post สงคราม ‘AI’ แชตบอตเดือด Baidu เปิดตัว ‘ERNIE Bot’ ท้าชน ‘ChatGPT’ ของ OpenAI และ ‘Bard’ ของ Google appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนท้าประลองศึกแชตบอต! Baidu เตรียมเปิดตัวแชตบอตสไตล์เดียวกับ ChatGPT ภายในเดือน มี.ค. นี้ https://thestandard.co/baidu-chatbot-launch-in-march/ Mon, 30 Jan 2023 06:04:40 +0000 https://thestandard.co/?p=743584 Baidu

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเผยว่า Baidu กำลังวางแผนที่จะเปิด […]

The post จีนท้าประลองศึกแชตบอต! Baidu เตรียมเปิดตัวแชตบอตสไตล์เดียวกับ ChatGPT ภายในเดือน มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเผยว่า Baidu กำลังวางแผนที่จะเปิดตัวบริการแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ที่คล้ายกับ ChatGPT ของ OpenAI ซึ่งแชตบอตของ Baidu อาจกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดของจีนในการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ถูกกีดกันบ่อยครั้ง

 

บริษัทเสิร์ชเอนจินรายใหญ่ที่สุดของจีนมีแผนจะเปิดตัวแอปพลิเคชันลักษณะเดียวกับ ChatGPT ในเดือนมีนาคมนี้ โดยเริ่มผูกไว้กับบริการค้นหาหลักของ Baidu อย่างไรก็ดี แชตบอตปัญญาประดิษฐ์นี้ยังไม่มีการตั้งชื่อ โดยหวังว่าจะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับผลการค้นหาในรูปแบบการสนทนาเหมือนกับแพลตฟอร์มยอดนิยมของ OpenAI

 

หลังจากรายงานของ Bloomberg หุ้น Baidu ปรับตัวขึ้นถึง 5.8% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่มากที่สุดในรอบเกือบเดือน

 

Baidu ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการค้นคว้า AI จากความพยายามยาวนานหลายปีในการเปลี่ยนจากการตลาดออนไลน์ไปสู่เทคโนโลยีที่ลึกกว่า ระบบ Ernie ซึ่งเป็นโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงขนาดใหญ่ที่ได้รับการฝึกอบรมข้อมูลเป็นเวลาหลายปี จะเป็นรากฐานของที่คล้าย ChatGPT ที่กำลังจะเปิดตัว ทั้งนี้ ตัวแทนของ Baidu ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว

 

บริษัทเช่น Baidu, Alibaba, Tencent และ ByteDance ต่างควบคุมอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ของจีน แต่ Baidu พยายามฟื้นตัวในยุคมือถือ หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งมากขึ้นในเวทีต่างๆ เช่น โฆษณาบนมือถือ วิดีโอ และโซเชียลมีเดีย นอกเหนือจากการวิจัยเกี่ยวกับ AI แล้ว ยักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาของจีนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติอีกด้วย

 

Robin Li ซีอีโอของ Baidu เคยให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg News เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า ChatGPT เป็นตัวอย่างของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่สามารถเป็นผู้นำระหว่างการสื่อสารภายในบุคคลได้

 

“ผมดีใจมากที่เทคโนโลยีที่เรากำลังศึกษาอยู่ทุกวันสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากได้ นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย”

 

อย่างไรก็ตาม Robin ได้ทิ้งท้ายว่า การทำให้ AI กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ทุกคนต้องการ อาจเป็นเรื่องที่ท้าทายในระดับหนึ่ง

 

ChatGPT ได้กระตุ้นความสนใจจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีนเป็นอย่างมาก ผู้คนชอบแชร์ภาพหน้าจอของการสนทนาที่น่าประหลาดใจกับบอต AI บนโซเชียลมีเดียท้องถิ่น แม้ว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศจะถูกเซ็นเซอร์อย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่ถูกปิดกั้นจากส่วนอื่นๆ ของโลก แต่เครื่องมือนี้อาจช่วยให้บริษัทต่างๆ เช่น Baidu เติบโตภายในจีนเทียบเท่ากับ Google, Amazon และ Facebook ที่เติบโตในสหรัฐฯ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

 

The post จีนท้าประลองศึกแชตบอต! Baidu เตรียมเปิดตัวแชตบอตสไตล์เดียวกับ ChatGPT ภายในเดือน มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu ของจีนได้รับใบอนุญาตสำหรับ รถแท็กซี่ไร้คนขับ เต็มรูปแบบ เริ่มประเดิมเปิดให้บริการในฉงชิ่งและอู่ฮั่น https://thestandard.co/baidu-driverless-robotaxis/ Tue, 09 Aug 2022 02:34:37 +0000 https://thestandard.co/?p=664701 Baidu

Baidu ยักษ์เทคของแดนมังกรได้ออกมาเปิดเผยว่า ตัวเองนั้นไ […]

The post Baidu ของจีนได้รับใบอนุญาตสำหรับ รถแท็กซี่ไร้คนขับ เต็มรูปแบบ เริ่มประเดิมเปิดให้บริการในฉงชิ่งและอู่ฮั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu

Baidu ยักษ์เทคของแดนมังกรได้ออกมาเปิดเผยว่า ตัวเองนั้นได้รับใบอนุญาตสำหรับให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับ เต็มรูปแบบบนถนนในสองเมืองใหญ่เป็นครั้งแรก โดยการประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ที่มีต้นทุนการผลิตราวๆ ครึ่งหนึ่งของรุ่นก่อน

 

ใบอนุญาตดังกล่าวจะทำให้แท็กซี่ไร้คนขับของ Baidu ภายใต้ชื่อ Apollo Go จะสามารถให้บริการบนถนนทางตะวันตกเฉียงใต้ของฉงชิ่งและตอนกลางของอู่ฮั่นได้นานถึง 8 ชั่วโมงต่อวันในเขตที่กำหนด โดยมีความเร็ว 13-30 ตารางกิโลเมตร เบื้องต้นมีทั้งสิ้น 5 คัน 

 

“ใบอนุญาตเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้แท็กซี่ไร้คนขับสามารถให้บริการในวงกว้างในอนาคต” Wei Dong รองประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยของ Baidu Intelligent Driving Group กล่าว

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทเทคโนโลยีของจีนได้เตรียมพร้อมเพื่อแข่งขันในตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติทั่วโลก บริษัทต่างๆ เช่น Xiaopeng, Nio และ Li Auto ได้เริ่มขายรถยนต์อัตโนมัติบางส่วนแล้ว

 

Pony.ai บริษัทสตาร์ทอัพด้านยานยนต์อัตโนมัติในกวางโจวตอนใต้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Toyota Motor กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าจะเปิดตัวรถบรรทุกไร้คนขับในปีนี้ โดยร่วมมือกับ Sany Heavy Industry ผู้ผลิตยานยนต์เชิงอุตสาหกรรม พร้อมตั้งเป้าผลิตจำนวนมากในปี 2024 

 

ในขณะที่ Li Auto ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ประกาศในเดือนมิถุนายน ว่าจะออกหุ้นใหม่มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์เพื่อเป็นทุนให้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยตามรายงานของ Renub Research ระบุว่า ตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของจีนคาดว่าจะสูงถึง 9.89 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2030

 

แม้จะมาพร้อมความสะดวกสบายแต่ระบบขับขี่อัตโนมัติยังมีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย ปีที่แล้วนักธุรกิจชาวจีนเสียชีวิตขณะขับรถ Nio SUV ของเขาไปตามทางหลวงในมณฑลฝูเจี้ยน โดยเห็นได้ชัดว่าใช้ฟังก์ชันช่วยเหลือในการขับขี่ของรถ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกรายงานเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุ

 

ภาพ: Courtesy of Baidu

อ้างอิง:

The post Baidu ของจีนได้รับใบอนุญาตสำหรับ รถแท็กซี่ไร้คนขับ เต็มรูปแบบ เริ่มประเดิมเปิดให้บริการในฉงชิ่งและอู่ฮั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิ๊กเทคจากจีนรายได้ฟื้นตัวช้าสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุกำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง แม้เข้าโหมดปลดล็อกดาวน์ https://thestandard.co/alibaba-tencent-and-jdcom-post-slowest-revenue-growth-on-record/ Sat, 28 May 2022 06:54:28 +0000 https://thestandard.co/?p=635049 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี

เทคยักษ์ใหญ่ของจีนทยอยประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/6 […]

The post บิ๊กเทคจากจีนรายได้ฟื้นตัวช้าสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุกำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง แม้เข้าโหมดปลดล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี

เทคยักษ์ใหญ่ของจีนทยอยประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/65 ซึ่งแม้ส่วนใหญ่โชว์รายได้ที่เติบโตขึ้น แต่ก็เป็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัว ทั้ง JD.com ที่รายได้เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสเดียวกันกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการขยายตัวน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ และ Baidu ที่รายได้เติบโตเพียง 1% เป็นการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 2 ปีนับตั้งแต่ปี 2020

 

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน เช่น Alibaba, Tencent และ JD.com ต่างก็มีรายได้ที่เติบโตช้าที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดที่ลากยาว จนทำให้จีนประกาศล็อกดาวน์เมืองสำคัญหลายๆ เมือง หลังจีนต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิดตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการเติบโตของภาคธุรกิจ และเพิ่มข้อจำกัดด้านการเดินทาง ซึ่งล้วนผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่ง ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเทคโนโลยีของจีนยังได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหน่วยงานทางการจีนเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 

 

ผลประกอบการล่าสุดของ Alibaba สะท้อนภาพการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนได้ดี โดยเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา Alibaba ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ รายงานว่า ในงวดไตรมาส 1/65 ยอดซื้อสินค้าออนไลน์ในสองแพลตฟอร์มหลักในจีนปรับตัวลดลง 

 

ขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 1/65 ของ Alibaba เพิ่มขึ้น 9%YoY ซึ่งเป็นการขยายตัวน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ อ้างอิงสถิติจาก Wind Information

 

ส่วนรายได้ของ Tencent ในไตรมาสปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ JD.com มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 18%YoY ซึ่งถือว่าเติบโตน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ 

 

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น Alibaba ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 15% ในวันที่ประกาศผลประกอบการ เนื่องจากมีการเติบโตดีกว่าที่ตลาดคาด ส่วนราคาหุ้น JD.com เพิ่มขึ้น 5% ในขณะที่หุ้นของ Tencent ในตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% เมื่อวันศุกร์

 

นักวิเคราะห์เตือน ผลประกอบการยังเปราะบาง 

ซื่อเจียหลง และ โธมัส เฉิน นักวิเคราะห์จาก Nomura กล่าวว่า หุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจมหภาค เช่น Alibaba และ Baidu อาจได้ประโยชน์ชั่วคราวจากการคาดการณ์ผลประกอบการที่ต่ำ และปัจจัยบวกเรื่องการยกเลิกล็อกดาวน์เมืองเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าราคาหุ้นจะทรงตัวได้ในระยะยาวนั้นจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของความต้องการของผู้บริโภคในประเทศเป็นหลัก ซึ่งนักลงทุนจะยังคงติดตามเรื่องนี้ต่ออีกหลายเดือน

 

ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกของจีนที่ซบเซาอยู่แล้วในเดือนเมษายน ลดลง 11.1%YoY 

 

นักวิเคราะห์ของ Nomura กล่าวเพิ่มว่า ผลพวงจากกำลังซื้อในประเทศที่เปราะบางจะนำไปสู่การตัดสินใจลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาด เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นตัวอย่างล่าช้าในอุตสาหกรรมโฆษณา แม้ว่าจีนจะออกจากโหมดล็อกดาวน์โดยสมบูรณ์แล้วก็ตาม

 

อ้างอิง:

The post บิ๊กเทคจากจีนรายได้ฟื้นตัวช้าสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุกำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง แม้เข้าโหมดปลดล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Baidu’ โชว์แอปพลิเคชันใหม่ ปูทางสู่โลก Metaverse โดยเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างคาแรกเตอร์ดิจิทัลของตัวเองได้ https://thestandard.co/chinese-tech-giant-baidu-tests-metaverse-waters-new-app/ Tue, 28 Dec 2021 06:30:58 +0000 https://thestandard.co/?p=576832 Baidu

Baidu บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ได้ฤกษ์อวดโฉมแ […]

The post ‘Baidu’ โชว์แอปพลิเคชันใหม่ ปูทางสู่โลก Metaverse โดยเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างคาแรกเตอร์ดิจิทัลของตัวเองได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu

Baidu บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ได้ฤกษ์อวดโฉมแอปพลิเคชันตัวใหม่ ซึ่งถือเป็นการชิมลางตลาดโลกเสมือนที่จะปูทางบริษัทเข้าสู่จักรวาล Metaverse ในอนาคตอันใกล้นี้

 

รายงานระบุว่า Baidu ได้ใช้โอกาสในงานระดมพลนักพัฒนาประจำปีเมื่อวานนี้ (27 ธันวาคม) เปิดตัวผ่านแอปพลิเคชันโลกเสมือน Metaverse ที่ใช้ชื่อว่า Xirang ซึ่งแปลว่าดินแดนแห่งความหวัง (Land of Hope) โดย หม่าเจี๋ย (Ma Jie) รองประธานบริษัท Baidu เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เริ่มต้นพัฒนาแอปพลิเคชันดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาอีก 6 ปี จึงสามารถเปิดตัวบริการนี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ 

 

ขณะนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ แต่ย้ำว่ากรอบเวลาของ Baidu นั้นจะสะท้อนถึงความเข้าใจที่บริษัทมีต่อ Metaverse และสอดคล้องกับแนวทางแบบอนุรักษนิยมของบริษัทในการจัดการกับความคาดหวัง และบริบทแวดล้อมด้านกฎระเบียบของจีน

 

หม่าเจี๋ย กล่าวว่า Baidu กำลังพยายามอย่างชัดเจนที่จะเป็นเจ้าของระบบ Metaverse ในตลาดจีน ควบคู่ไปกับการยึดมั่นต่อนโยบายใหม่ของภาครัฐที่มุ่งมั่นป้องกันการผูกขาดด้านเทคโนโลยี

 

เบื้องต้นแอปพลิเคชัน Xirang นี้ จะเปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างคาแรกเตอร์ดิจิทัลของตนเอง และมีปฏิสัมพันธ์สื่อสารกับผู้ใช้งานคนอื่นๆ ในโลกจำลอง 3 มิติ รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง เช่น เยี่ยมชมนิทรรศการออนไลน์ หรือฝึกดำน้ำลึกด้วยสระน้ำดิจิทัล โดยในพื้นที่ดิจิทัลหนึ่งสามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากถึง 100,000 คน และจะเปิดให้เข้าถึงเฉพาะผู้ใช้งานที่อยู่ในประเทศจีนเท่านั้น

 

ทั้งนี้ Metaverse นั้นได้กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก หลังจากที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับ Metaverse ในปีนี้ และได้เผยโฉมแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานร่วมกันที่ทำให้ผู้ใช้สามารถประชุมกันในโลกเสมือนได้ ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าเป็นก้าวแรกสู่โลก Metaverse 

 

ความเคลื่อนไหวของ Baidu ในครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความพยายามของหลายบริษัทด้านเทคโนโลยีของจีนที่เดินหน้ารุกคืบเข้าสู่จักรวาล Metaverse อย่างจริงจังเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ByteDance เจ้าของแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง TikTok ได้มีการลงทุนใน Pico บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สวมหัวเพื่อเชื่อมต่อกับโลกเสมือน ขณะที่ Tencent ก็ไม่น้อยหน้า อาศัยความชำนาญในเรื่องของวิดีโอเกม เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม Metaverse ของตนเอง

 

อ้างอิง:

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

 

The post ‘Baidu’ โชว์แอปพลิเคชันใหม่ ปูทางสู่โลก Metaverse โดยเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างคาแรกเตอร์ดิจิทัลของตัวเองได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Baidu’ ร่วมแจม Metaverse คาดใช้เวลา 6 ปี ก่อนให้บริการเต็มรูปแบบ https://thestandard.co/baidu-metaverse-xirang/ Sat, 25 Dec 2021 07:37:42 +0000 https://thestandard.co/?p=575854 Baidu

‘Baidu Inc.’ บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ของจีนเตรียมอวดโฉม Met […]

The post ‘Baidu’ ร่วมแจม Metaverse คาดใช้เวลา 6 ปี ก่อนให้บริการเต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu

‘Baidu Inc.’ บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ของจีนเตรียมอวดโฉม Metaverse สัญชาติจีนรายแรก โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกถึง 6 ปี จึงจะสามารถให้บริการในรูปแบบ Metaverse เต็มรูปแบบ และยืนยันว่าจะไม่รองรับคริปโตเคอร์เรนซีใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายจีนกำหนด

 

Baidu Inc. ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเทคโนโลยีของจีน วางแผนจัดงานระดมพลนักพัฒนาประจำปีในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (27 ธันวาคม) ผ่านแอปพลิเคชันโลกเสมือน Metaverse ที่ใช้ชื่อว่า XiRang โดย Baidu อ้างว่าจะเป็นการประชุมผ่าน Metaverse ครั้งแรกของจีน ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานราว 1 แสนคน

 

หม่า จี๋ รองประธาน Baidu เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มต้นพัฒนาแอปฯ ดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาอีก 6 ปี จึงจะสามารถเปิดตัวบริการนี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ และยังไม่สามารถให้กรอบเวลาที่ชัดเจนได้ 

 

“Baidu กำลังพยายามอย่างชัดเจนที่จะเป็นเจ้าของระบบ Metaverse ในตลาดจีน ควบคู่ไปกับการยึดมั่นต่อนโยบายใหม่ของภาครัฐที่มุ่งมั่นป้องกันการผูกขาดด้านเทคโนโลยี” หม่ากล่าว

 

สำหรับ Metaverse นั้นได้กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก หลังจากที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta (ชื่อเดิมคือ Facebook) ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ Metaverse ในปีนี้ และได้เผยโฉมแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานร่วมกันที่ทำให้ผู้ใช้สามารถประชุมกันในโลกเสมือนได้ ซึ่งมาร์กให้คำนิยามว่าเป็นก้าวแรกสู่โลก Metaverse

 

หม่ากล่าวเพิ่มว่า แม้ Baidu จะมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่แอปฯ Metaverse ของ Baidu จะไม่รองรับสกุลเงินดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ แม้ว่า XiRang จะพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีพื้นฐานที่คล้ายกับบล็อกเชนก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายของรัฐบาลจีนที่ห้ามใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการทำธุรกรรมภายในประเทศ ซึ่งประกาศในเดือนกันยายน 2564

 

ทั้งนี้ Baidu ได้จดทะเบียนใช้เครื่องหมายการค้า ‘Metapp’ ในเดือนตุลาคม 2564 จากนั้นได้เปิดตัว XiRang ซึ่งเป็นแอปฯ Metaverse ตัวแรก ซึ่งแปลว่า ‘ดินแดนแห่งความหวัง’ โดยเปิดให้ผู้ใช้งานได้ใช้บริการ Metaverse ของ XiRang เพียงบางส่วนเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 

 

Baidu ไม่ใช่บริษัทเดียวในจีนที่พัฒนาเทคโนโลยี Metaverse อย่างจริงจัง แต่ยังมีเทคฯ ยักษ์ใหญ่ในท้องถิ่นอย่าง Tencent และ Alibaba ที่กำลังศึกษาและพัฒนาเกี่ยวกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse 

 

ขณะเดียวกัน ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมสมัยของจีน ​​​​(China Institutes of Contemporary International Relations: CICIR) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน ได้เตือนอย่างเป็นทางการถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติของ Metaverse โดยอ้างถึงประเด็นทางการเมืองและสังคมที่อาจเกิดขึ้น

 

อ้างอิง:


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘Baidu’ ร่วมแจม Metaverse คาดใช้เวลา 6 ปี ก่อนให้บริการเต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ประกาศพัฒนา Xirang เมตาเวิร์สแรก และเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 27 ธ.ค. https://thestandard.co/baidu-announcing-development-of-xirang-metaverse/ Sat, 11 Dec 2021 11:57:01 +0000 https://thestandard.co/?p=570182 Xirang

อย่างที่ทราบกันดีว่า Metaverse หรือ จักรวาลนฤมิต กำลังเ […]

The post Baidu เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ประกาศพัฒนา Xirang เมตาเวิร์สแรก และเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 27 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Xirang

อย่างที่ทราบกันดีว่า Metaverse หรือ จักรวาลนฤมิต กำลังเป็นเทรนด์ และไลฟ์สไตล์ใหม่ที่กำลังมาแรงในไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ดูเหมือนว่าใครๆ ก็พร้อมลงสนามในโลกนี้กันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ Baidu บริษัทเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของจีน ที่ตอนนี้ประกาศตนเข้าสู่ Metaverse เรียบร้อยแล้ว ด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชัน Xirang ที่ผู้ใช้สามารถเข้าโลก Metaverse ได้ผ่านสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแว่นตา VR

 

Xirang ในภาษาจีนแปลเป็นไทยได้ว่า ‘ดินแดนแห่งความหวัง’ โลกเสมือนจริงที่ถูกสร้างโดยบนดาวเคราะห์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีวงแหวน Mobius และมีสิ่งก่อสร้างสถานที่ต่างๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของจีน ผู้เล่นทุกคนที่เข้าดินแดนแห่งนี้จะต้องสร้างอวตาร์ตนเองเพื่อใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ใน Xirang ไม่ว่าจะเป็น ซื้อของ ประชุมสัมมนา หรือสื่อสารกับผู้อื่น โดยทุกกิจกรรมสามารถโต้ตอบด้วยเสียงได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านแชต

 

แน่นอนว่าตอนนี้ยังมีไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถใช้งาน Xirang ได้ เนื่องจากนักพัฒนาต้องการพัฒนาระบบให้มั่นคงเสียก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง Baidu เปิดเผยว่า พวกเขาพร้อมเปิดตัว Xirang อย่างเป็นทางการครั้งแรกในการประชุม Baidu AI Developer Conference วันที่ 27 ธันวาคม 2564 พร้อมผู้เข้าร่วมมากกว่า 100,000 คน 

 

ภาพ: Baidu, Jingdaily

อ้างอิง:

The post Baidu เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ประกาศพัฒนา Xirang เมตาเวิร์สแรก และเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 27 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน่วยงานป้องกันการผูกขาดตลาดของจีนสั่งปรับ Alibaba, Baidu และ JD.com รายละ 5 แสนหยวน โทษฐานไม่ยอมรายงานดีลเข้าซื้อกิจการ https://thestandard.co/china-fines-alibaba-baidu-jd-others-for-failing-to-report-old-deals/ Sun, 21 Nov 2021 03:52:09 +0000 https://thestandard.co/?p=562261 การผูกขาดตลาด

หน่วยงานด้านการป้องกันการผูกขาดตลาดของจีนสั่งปรับหลายบร […]

The post หน่วยงานป้องกันการผูกขาดตลาดของจีนสั่งปรับ Alibaba, Baidu และ JD.com รายละ 5 แสนหยวน โทษฐานไม่ยอมรายงานดีลเข้าซื้อกิจการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การผูกขาดตลาด

หน่วยงานด้านการป้องกันการผูกขาดตลาดของจีนสั่งปรับหลายบริษัทในประเทศ รวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alibaba, Baidu และ JD.com ด้วยจำนวนเงิน 5 แสนหยวน หรือ 78,000 ดอลลาร์ ต่อราย ในข้อหาไม่รายงานดีลการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการรวม 43 ดีลแก่ทางการ ซึ่งขัดต่อกฎหมายป้องกันการผูกขาดตลาดที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2008

 

ในรอบปีที่ผ่านมา ทางการจีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น จากที่เคยปล่อยให้บริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจอย่างอิสระ เนื่องจากเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่บริษัทเหล่านี้อาจใช้อิทธิพลของตัวเองครอบงำตลาด นำข้อมูลลูกค้าไปใช้ในทางที่ผิดและละเมิดสิทธิ์ของผู้บริโภค

 

สำหรับดีลสำคัญที่ถูกสั่งปรับในครั้งนี้ประกอบด้วย การเข้าซื้อกิจการพาร์ตเนอร์ของ Baidu ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 จนถึงการร่วมทุนกันจัดตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าระหว่าง Baidu และ Zhejiang Geely Holdings ในปีนี้

 

นอกจากนี้ยังมีดีลการเข้าซื้อกิจการ AutoNavi บริษัทด้านระบบนำทางและแผนที่ดิจิทัลของ Alibaba ในปี 2014 รวมถึงการเข้าซื้อหุ้นของ Ele.me บริษัทด้านฟู้ดเดลิเวอรี ในสัดส่วน 44% ของ Alibaba ในปี 2018 ด้วย

 

อย่างไรก็ดี หน่วยงานกำกับชี้แจงว่า ดีลต่างๆ เหล่านี้ยังไม่เข้าข่ายเป็นการผูกขาดตลาด แต่การสั่งปรับเกิดขึ้นเพราะบริษัทไม่ยอมรายงานดีลให้ทางการรับทราบตามกฎ

 

ทั้ง Alibaba, Baidu, JD.com และ Geely ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อคำสั่งของทางการในครั้งนี้

 

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการป้องกันการผูกขาดตลาดของจีนเคยสั่งปรับ Alibaba, Tencent และ Shenzhen Hive Box รายละ 5 แสนหยวนมาแล้วในข้อหาเดียวกันนี้ 

 

อ้างอิง:

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post หน่วยงานป้องกันการผูกขาดตลาดของจีนสั่งปรับ Alibaba, Baidu และ JD.com รายละ 5 แสนหยวน โทษฐานไม่ยอมรายงานดีลเข้าซื้อกิจการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก https://thestandard.co/baidu-becomes-worlds-largest-autonomous-driving-service-provider/ Thu, 18 Nov 2021 10:55:27 +0000 https://thestandard.co/?p=561442 Baidu

โรบิน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ Baidu ย […]

The post ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baidu

โรบิน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ Baidu ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของจีน เปิดเผยความสำเร็จของบริษัทที่กลายเป็นผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่บริษัททุ่มเทศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอัตโนมัติมาหลายปี พร้อมตั้งเป้าที่จะขยายบริการดังกล่าวไปยังเมืองต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น

 

ซีอีโอของ Baidu กล่าวในจดหมายเปิดผนึกถึงพนักงาน หลังจากรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสของบริษัทว่า Apollo Go แพลตฟอร์มบริการเรียกรถอัตโนมัติของ Baidu ได้ให้บริการการเดินทางถึง 115,000 ครั้งในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ทำให้ Baidu กลายเป็นผู้ให้บริการการเดินทางอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

ปัจจุบัน Apollo Go ให้บริการในกรุงปักกิ่ง กวางโจว มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน, ฉางซา มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน, ชางโจว มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่หุ่นยนต์ได้โดยใช้แพลตฟอร์มมือถือ ขณะเดียวกัน Baidu ตั้งเป้าที่จะขยายบริการ Apollo Go ให้ครอบคลุม 65 เมืองภายในปี 2025 และ 100 เมืองภายในปี 2030

 

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า แพลตฟอร์ม Apollo L4 สามารถสะสมไมล์ทดสอบแล้วกว่า 10 ล้านไมล์ เพิ่มขึ้น 189 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบอัตราการเติบโตรายปี รวมถึงได้รับใบอนุญาตขับขี่อัตโนมัติแล้ว 411 ใบ สะท้อนถึงความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ในวงกว้างของ Apollo และความสามารถในการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาพบว่า แพลตฟอร์ม Apollo มีพันธมิตรมากกว่า 210 ราย และทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลกกว่า 65,000 ราย

 

อ้างอิง:

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แคธี วูด’ กลับลำเข้าซื้อหุ้นจีน หลังการออกกฎระเบียบเริ่มชัด ดันหุ้นเทคฯ พุ่งแรง https://thestandard.co/cathie-wood-bought-china-stocks/ Wed, 25 Aug 2021 02:39:54 +0000 https://thestandard.co/?p=528774 แคธี วูด

บรรดาหุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนที่จดทะเบียนในตล […]

The post ‘แคธี วูด’ กลับลำเข้าซื้อหุ้นจีน หลังการออกกฎระเบียบเริ่มชัด ดันหุ้นเทคฯ พุ่งแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แคธี วูด

บรรดาหุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ปรับตัวฟื้นกลับขึ้นมาเมื่อวันอังคาร (24 สิงหาคม) หลังจากที่สถานการณ์ด้านกฎระเบียบกำกับดูแลของทางรัฐบาลจีนมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้บรรดานักลงทุนที่รอจังหวะโอกาสเข้าช้อนซื้อหุ้นตบเท้าเข้ามาอย่างคึกคัก ทำให้ราคาหุ้นบริษัทจีนดีดตัวพุ่งแรงทั่วหน้า ทั้ง Alibaba, JD.com, Tencent, Baidu และ Pinduoduo

 

รายงานระบุว่า หุ้น Pinduoduo พุ่งถึง 22.2% ขณะที่หุ้นของ JD.com เพิ่มขึ้น 14.4%, เช่นเดียวกับหุ้นของ Tencent Music Entertainment ที่ขยับขึ้น 12.7% และหุ้นของ Baidu เพิ่มขึ้น 8.6%

 

ทั้งนี้ หนึ่งในนักลงทุนสำคัญที่กลับเข้ามาซื้อหุ้นจีนอีกครั้งคือ แคธี วูด แห่ง ARK Investment ที่เข้ามาซื้อหุ้นจำนวน 164,889 หุ้นของ JD.com หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ARK Innovation กองทุนที่ใหญ่ที่สุดของ ARK เพิ่งจะทิ้งขายหุ้นบริษัทจีนเกือบทั้งหมดในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงแรกที่ทางการจีนออกมายกระดับการกำกับดูแลภาคเอกชน

 

นอกจากกฎระเบียบกำกับดูแลที่เริ่มเห็นขอบเขตชัดเจนขึ้นแล้ว หุ้นของบริษัทจีนยังได้แรงหนุนจากจุดยืนของธนาคารกลางจีน (PBOC) ที่ประกาศคงนโยบายการเงินในปัจจุบันไว้ และมุ่งรักษานโยบายการเงินให้มีเสถียรภาพ รวมถึงให้การสนับสนุนการขยายเศรษฐกิจคุณภาพสูง (High-Quality Economic) ภายใต้การเติบโตของการเงินอย่างเหมาะสม

 

ขณะเดียวกันมีรายงานจากทาง Global Times ที่ผู้เชี่ยวชาญออกมาระบุว่า บริษัทจีนจะไม่มีวันยอมจำนนต่อการเดินหน้ายกระดับกฎระเบียบของบริษัทจีนที่จะเข้าจดทะเบียน หรือจดทะเบียนในตลาด Wall Street ของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ จนทำให้บริษัทจีนหลายราย โดยเฉพาะเหล่าสตาร์ทอัพ ตัดสินใจชะลอแผนเข้าตลาดสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า นับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคมเป็นต้นมา ไม่มีบริษัทจีนใดๆ ออกหุ้น IPO ในสหรัฐฯ เลย

 

รายงานระบุว่า หลายบริษัท รวมถึง Lalamove, Keep (แอปพลิเคชันฟิตเนส) และ Himalaya (พอดแคสต์ แพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดของจีน) ต่างระงับแผน IPO ของตนในสหรัฐฯ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยบางราย เช่น Lalamove ก็เปลี่ยนแผนหันไปจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงแทน

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญบางส่วนระบุว่า จีนยังคงให้ความสนใจในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องมากที่สุด และที่ผ่านมา บริษัทจีนส่วนใหญ่ก็ดำเนินการตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดอยู่แล้วในการจดทะเบียนเข้าตลาด เพียงแต่กฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดขึ้น อีกทั้งรัฐบาลจีนก็แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับทางสหรัฐฯ ในการสนับสนุนให้บริษัทจีนเข้าไปดำเนินการในตลาดต่างประเทศ

 

ขณะเดียวกันจีนเองก็ย้ำชัดว่า การปรับปรุงกฎระเบียบของจีนมีเป้าหมายเพื่อป้องกันความเสี่ยงแอบแฝงที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในระยะยาว เพื่อป้องกันความเสี่ยงแอบแฝงซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในระยะยาว

 

อ้างอิง:

 


 

เตรียมพบกับฟอรัมที่ผู้บริหารต้องดูก่อนวางแผนกลยุทธ์ปีหน้า! The Secret Sauce Strategy Forum คัมภีร์กลยุทธ์ฝ่าวิกฤตปี 2022

 

📌 เฟรมเวิร์กกลยุทธ์ใช้ได้จริง

📌 ฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยโลก

📌 เทรนด์ผู้บริโภคการตลาด

📌 เคสจริงจากผู้บริหาร

 

พิเศษ! บัตร Early Bird 999 บาท วันนี้ถึง 27 สิงหาคมนี้เท่านั้น

 

ซื้อบัตรได้แล้วที่ www.zipeventapp.com/e/the-secret-sauce

The post ‘แคธี วูด’ กลับลำเข้าซื้อหุ้นจีน หลังการออกกฎระเบียบเริ่มชัด ดันหุ้นเทคฯ พุ่งแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>