Bad Bunny Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/bad-bunny/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 15 Jun 2026 14:48:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Bad Bunny จะพากย์เสียงเป็น‘พิซซ่าใส่แว่นตากันแดด’ ใน Toy Story 5 https://thestandard.co/bad-bunny-toy-story-5-voice/ Sat, 30 May 2026 02:31:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1212649 ภาพ Bad Bunny กำลังแสดงคอนเสิร์ต

ในช่วงแห่งการรอคอยภาพยนตร์แอนิเมชันอันเป็นที่รักของแฟนๆ […]

The post Bad Bunny จะพากย์เสียงเป็น‘พิซซ่าใส่แว่นตากันแดด’ ใน Toy Story 5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Bad Bunny กำลังแสดงคอนเสิร์ต

ในช่วงแห่งการรอคอยภาพยนตร์แอนิเมชันอันเป็นที่รักของแฟนๆ อย่าง Toy Story ที่เรื่องราวดำเนินมาถึงภาคที่ 5 กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศไทยวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ล่าสุดก็ได้มีการประกาศชื่ออีกหนึ่งศิลปินผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคที่จะมาร่วมงานในโปรเจกต์นี้ นั่นก็คือ Bad Bunny ที่ได้มาพากย์เสียงให้กับตัวละครหนึ่งของเรื่อง

 

Disney ออกมาคอนเฟิร์มว่า Bad Bunny แร็ปเปอร์ซูเปอร์สตาร์ชาวปวยร์โตริกัน จะได้มาเป็นผู้พากย์เสียงให้กับตัวละคร ‘พิซซ่าใส่แว่นตากันแดด’ ซึ่งมีการบรรยายถึงตัวละครนี้ว่า “เป็นสมาชิกตัวเล็กแต่ทรงพลังของชาวกลุ่มของเล่นเก่าผู้ถูกลืมที่อาศัยอยู่ในโรงเก็บของทิ้งร้างหลังบ้านแห่งหนึ่ง” โดย Toy Story 5 นับเป็นอีกหนึ่งผลงานในแวดวงภาพยนตร์ของ Bad Bunny หลังจากที่เขาเคยปรากฏตัวเล็กๆ น้อยๆ ใน Bulllet Train และ Caught Stealing อีกทั้งยังมีภาพยนตร์เรื่อง Porto Rico ที่เขาจะได้แสดงนำอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกเร็วๆ นี้ด้วย

 

สำหรับ Toy Story 5 จะเป็นเรื่องราวต่อจากตอนที่ Woody ถูกทิ้งเอาไว้กับ Bo Peep ในตอนจบของภาคที่แล้ว โดยขณะนี้ Jessie กลายเป็นผู้นำกลุ่มของเล่นในห้องนอนของ Bonnie โดยมี Buzz Lightyear เป็นมือขวาคนสำคัญ และพวกเขาต้องเผชิญกับแท็บเล็ตทรงกบนาม Lilypad ที่กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรด Bonnie ในปัจจุบัน

 

แน่นอนว่า Toy Story 5 จะกลับมาพร้อมกับ Tom Hank, Tim Allen และ Joan Cusack ที่ทำหน้าที่พากย์เสียงให้กับตัวละครเดิมของพวกเขา พร้อมด้วยนักแสดงชุดใหม่อย่าง Conan O’ Brien, Alan Cumming รวมไปถึง Bad Bunny เอง โดยมี Andrew Stanton เจ้าของผลงาน Finding Nemo และ WALL-E มาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้

 

ภาพ: Kevin Sabitus/Getty Images

 

อ้างอิง https://www.nme.com/news/film/bad-bunny-to-play-talking-pizza-slice-in-toy-story-5-3947780

The post Bad Bunny จะพากย์เสียงเป็น‘พิซซ่าใส่แว่นตากันแดด’ ใน Toy Story 5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spotify เปิดตัวฟีเจอร์ฉลองครบรอบ 20 ปีที่แสดงประวัติการสตรีมของผู้ฟังตั้งแต่เริ่มแรก https://thestandard.co/spotify-launches-20th-anniversary-feature/ Fri, 15 May 2026 09:23:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1207567 โลโก้ Spotify พร้อมข้อความฉลองครบรอบ 20 ปี และฟีเจอร์ใหม่

Spotify ฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ […]

The post Spotify เปิดตัวฟีเจอร์ฉลองครบรอบ 20 ปีที่แสดงประวัติการสตรีมของผู้ฟังตั้งแต่เริ่มแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Spotify พร้อมข้อความฉลองครบรอบ 20 ปี และฟีเจอร์ใหม่

Spotify ฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ผู้ฟังทั่วโลก ด้วยฟีเจอร์ Spotify 20: Party of the Year(s) ที่แสดงประวัติการฟังเพลงตั้งแต่ที่ผู้ใช้เริ่มสมัครเป็นสมาชิกของ แพลตฟอร์ม เป็นครั้งแรก

 

Spotify เปิดตัว Spotify 20: Party of the Year(s) ที่กลายเป็นที่ถูกใจของเหล่าคอเพลง โดยเฉพาะสำหรับ Subscribers ที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวมายาวนานหลายปี โดยฟีเจอร์นี้เปิดเผยการรีแคปประวัติการสตรีมมิ่งของผู้ใช้แต่ละบัญชีตั้งแต่ที่สมัครเป็นสมาชิกครั้งแรกสุด ซึ่งแตกต่างจากการ ‘Wrapped’ ที่ Spotify รีแคปประวัติการฟังของผู้ใช้ตลอดระยะเวลา 12 เดือนของแต่ละปีในทุกช่วงสิ้นปี พร้อมกับสร้าง เพลย์ลิสต์ เพลงโปรดของผู้ฟังของปีนั้นๆ ด้วย

 

ฟีเจอร์ใหม่นี้จะพาผู้ใช้ Spotify ย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่สมัครสมาชิกครั้งแรก และ แสดงให้เห็นว่าเพลงแรกสุดที่ผู้ใช้สตรีมผ่านแพลตฟอร์มคือเพลงใด นอกจากนั้นยังมีการแสดงสถิติด้วยว่าผู้ใช้รับฟังเพลงมาทั้งหมดกี่เพลงแล้ว และ ศิลปินคนใดที่ผู้ใช้เปิดฟังมากที่สุด ในจำนวนกี่ครั้ง แน่นอนว่า Spotify ยังทำเพลย์ลิสต์ All-Time Top Songs ที่รวบรวมเพลงจำนวน 120 แทร็กที่ผู้ใช้แต่ละคนเปิดฟังมากที่สุดแบบเรียงลำดับตามยอดสตรีม พร้อมแสดงตัวเลขอย่างชัดเจนสำหรับผู้ฟัง

 

Spotify ก่อตั้งโดย Daniel Ek กับ Martin Lorentzon จากกรุงสตอกโฮล์มและเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2006 ก่อนที่จะได้นำแพลตฟอร์มเข้าเปิดตัวที่ สหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จในปี 2011 และกลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการฟังระดับโลกที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปโดยสิ้นเชิง นำเทรนด์คู่แข่งอย่าง Apple Music และ Amazon Music โดยสำหรับศิลปินที่มีคนฟังมากที่สุดตลอดกาลก็ยังคงหนีไม่พ้น Taylor Swift ตามมาด้วย Bad Bunny ที่มียอดสตรีมรวมกันทั้งหมดในจำนวนมหาศาลไม่แพ้กัน ส่วนเพลงที่ถูกสตรีมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ Spotify ก็คือเพลง Blinding Lights ของ The Weeknd

 

อ้างอิง: https://hypebeast.com/2026/5/spotify-20-party-of-the-years-unlocks-lifetime-stats

The post Spotify เปิดตัวฟีเจอร์ฉลองครบรอบ 20 ปีที่แสดงประวัติการสตรีมของผู้ฟังตั้งแต่เริ่มแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
A Legend is Born เมื่อ adidas เปลี่ยนโฆษณาบอลโลกให้กลายเป็นหนัง Blockbuster https://thestandard.co/adidas-legend-world-cup-blockbuster/ Thu, 07 May 2026 05:55:13 +0000 https://thestandard.co/adidas-legend-world-cup-blockbuster/ ภาพโปสเตอร์แคมเปญ "A Legend is Born" จาก adidas สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่นำ Timothée Chalamet และนักฟุตบอลระดับโลกมาสร้างสรรค์เป็นงานสไตล์ภาพยนตร์

adidas เปิดตัวแคมเปญโปรโมตฟุตบอลโลก 2026 ชุด “A Legend […]

The post A Legend is Born เมื่อ adidas เปลี่ยนโฆษณาบอลโลกให้กลายเป็นหนัง Blockbuster appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปสเตอร์แคมเปญ "A Legend is Born" จาก adidas สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่นำ Timothée Chalamet และนักฟุตบอลระดับโลกมาสร้างสรรค์เป็นงานสไตล์ภาพยนตร์

adidas เปิดตัวแคมเปญโปรโมตฟุตบอลโลก 2026 ชุด “A Legend is Born” ด้วยงานโปรดักชันสไตล์ cinematic ที่หยิบเอาโลกฟุตบอล ดนตรี และฮอลลีวูดมาผสานเข้าด้วยกันอย่างยิ่งใหญ่

 

ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญอยู่ที่การดึง Timothée Chalamet นักแสดงหนุ่มจาก Dune และ A Complete Unknown มารับหน้าที่ผู้บรรยายหลักของเรื่อง พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 26 สีลาเวนเดอร์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการยืนยันกลายๆ ถึงการร่วมงานอย่างเป็นทางการกับ adidas หลังเจ้าตัวเริ่มปรากฏตัวพร้อมรองเท้าและไอเท็มของแบรนด์มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

 

ตัวโฆษณาเล่าเรื่องของกลุ่มเด็กดาวรุ่งจากฟุตบอลข้างถนนในชื่อ ‘The Invincibles’ ที่กำลังจะเผชิญหน้ากับเหล่าไอคอนระดับโลกของ adidas ผ่านบรรยากาศที่ให้อารมณ์เหมือนภาพยนตร์กีฬา โดยมีทั้ง Lionel Messi, David Beckham, Zinedine Zidane รวมถึงนักเตะยุคใหม่อย่าง Jude Bellingham, Lamine Yamal, Pedri และ Ousmane Dembélé ร่วมปรากฏตัวในแคมเปญเดียวกัน

 

อีกหนึ่งฉากที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโซเชียล คือโมเมนต์บทสนทนาระหว่าง Chalamet กับ Bad Bunny ที่หยิบประเด็น “soccer vs football” มาล้อกันแบบขำๆ โดย Chalamet พูดว่า

 

“What do I know about soccer? Nothing. I know about football, Benito. Football.” (ผมรู้อะไรเกี่ยวกับ soccer น่ะเหรอ? ไม่รู้อะไรเลย ผมรู้จักแต่ football ต่างหาก เบนิโต้… football)

 

บทสนทนาสั้นๆ นี้กลายเป็นไวรัลทันที เพราะสะท้อนการปะทะกันของวัฒนธรรมกีฬาแบบอเมริกันและยุโรปได้อย่างสนุกและเป็นธรรมชาติ

 

The post A Legend is Born เมื่อ adidas เปลี่ยนโฆษณาบอลโลกให้กลายเป็นหนัง Blockbuster appeared first on THE STANDARD.

]]>
Heidi Klum เผยว่าเธอไม่สามารถเข้าห้องน้ำที่งาน Met Gala 2026 ได้ https://thestandard.co/heidi-klum-met-gala-bathroom/ Wed, 06 May 2026 07:38:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1204314 Heidi Klum ในคอสตูม ‘Living Sculpture’ สุดอลังการที่งาน Met Gala 2026

การปรากฏตัวในคอสตูมที่เหนือความคาดหมายและน่าตื่นตาตื่นใ […]

The post Heidi Klum เผยว่าเธอไม่สามารถเข้าห้องน้ำที่งาน Met Gala 2026 ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Heidi Klum ในคอสตูม ‘Living Sculpture’ สุดอลังการที่งาน Met Gala 2026

การปรากฏตัวในคอสตูมที่เหนือความคาดหมายและน่าตื่นตาตื่นใจได้กลายเป็นกิมมิกสำคัญของซูเปอร์โมเดล Heidi Klum วัย 52 ปีไปแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อล่าสุดเธอไปร่วมงาน Met Gala 2026 ในคอสตูมสุดดรามาติกคอนเซปต์ ‘Living Sculpture’ ที่เธอห่อหุ้มตัวเองด้วยวัสดุโฟมและลาเท็กซ์ ที่ผ่านขั้นตอนการใช้เทคนิคพิเศษมากมายเพื่อให้เกิดพื้นผิวที่ดูเหมือนกับรูปปั้นหินอ่อนแกะสลักอย่างประณีตและพอดีกับสรีระของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

Heidi Klum ได้รับแรงบันดาลใจในการแต่งกายด้วยลุคนี้จากรูปปั้น Veiled Vestal ผลงานประติมากรรมจากปี 1847 ของ Raffaelle Monti ศิลปินชื่อดังก้องโลกชาวอิตาลีที่โดดเด่นในเรื่องการสร้างรายละเอียดและความพลิ้วไหวลงบนหินอ่อนได้อย่างสมจริงและวิจิตรงดงาม ซึ่งก็ตอบโจทย์เดรสโค้ด ‘Fashion is Art’ ของงาน Met Gala ในปีนี้ได้อย่างตรงตัวที่สุด

 

Heidi Klum เลือกร่วมงานกับ Mike Marino สเปเชียลเอฟเฟกต์เมกอัพชื่อดังคู่ใจ ผู้อยู่เบื้องหลังคอสตูมงานปาร์ตี้ฮาโลวีนอันเลื่องชื่อของเธอมาเนิ่นนาน (ซึ่งในงานนี้เขายังเป็นผู้รังสรรค์ลุคชายชราของ Bad Bunny อีกด้วย)

 

โดย Heidi Klum เปิดเผยกับ Vogue ระหว่างร่วมงานอีเวนต์แฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกว่า เธอไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art (MET) เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจสำหรับแฟชั่นลุคของตัวเอง และเกิดความสนใจในงานประติมากรรมขึ้นมา

 

“ฉันคิดว่า ‘ว้าว นี่มันสวยงามมากเลย’ พื้นผิวผ้าเดรปนี้คือหินอ่อนทั้งหมด แต่เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยผ้าได้อย่างไรล่ะ? เพราะฉันอาจดูเหมือนแข็งในชุดนี้แต่จริงๆ มันก็มีความนุ่มนิ่มอยู่ ฉันสามารถนั่งได้ กินได้ และทำทุกอย่างได้”

 

แม้จะเคลื่อนไหวร่างกายได้เกือบทั้งหมด แต่สิ่งที่ยากสำหรับ Heidi Klum ก็คือการเข้าห้องน้ำ โดยเธอแชร์คลิปสุดขำขันผ่านทาง TikTok ที่เผยให้เห็นโมเมนต์ที่เธอกำลังนั่งบนรถในท่วงท่าที่ดูไม่สบายตัวเท่าไหร่ และเขียนข้อความว่า

 

“กำลังนึกถึงความจริงที่ว่า รูปปั้นไม่ได้มีเวลาให้เข้าห้องน้ำนี่หว่า”

 

ภาพ: Arturo Holmes/MG26/Getty Images for The Met Museum/Vogue

 

อ้างอิง https://people.com/heidi-klum-couldnt-go-to-bathroom-met-gala-look-11967405

The post Heidi Klum เผยว่าเธอไม่สามารถเข้าห้องน้ำที่งาน Met Gala 2026 ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny มา Met Gala 2026 ในลุคแต่งหน้าเป็นชายชรา พร้อมใส่ชุดสั่งตัดพิเศษจาก Zara https://thestandard.co/bad-bunny-met-gala-old-man-zara/ Tue, 05 May 2026 00:51:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1203720 Bad Bunny ใน ลุคชายชรา สวมชุดสั่งตัดพิเศษจาก Zara เดินพรมแดง งาน Met Gala 2026

อีกหนึ่งแขกระดับเมกะสตาร์ทที่มาร่วมงาน Met Gala 2026 ใน […]

The post Bad Bunny มา Met Gala 2026 ในลุคแต่งหน้าเป็นชายชรา พร้อมใส่ชุดสั่งตัดพิเศษจาก Zara appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny ใน ลุคชายชรา สวมชุดสั่งตัดพิเศษจาก Zara เดินพรมแดง งาน Met Gala 2026

อีกหนึ่งแขกระดับเมกะสตาร์ทที่มาร่วมงาน Met Gala 2026 ในปีนี้ก็คือศิลปินจากฝั่งละตินอเมริกันอย่าง Bad Bunny ที่กลับมาร่วมเดินพรมในลุคสั่งตัดพิเศษสีดำจาก Zara

 

โดยรายละเอียดของลุคนี้เป็นชุดทักซิโดสสีดำ ทับเสื้อเชิ้ตผูกโบว์ และ มาพร้อมกับไม้เท้าหัวทอง ซึ่งครั้งนี้เป็นการกลับมาร่วมงานกับ Zara อีกครั้งหลังแบรนด์ทำชุดสั่งตัดพิเศษสำหรับการแสดงโชว์ Super Bowl Halftime เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ทาง La La Anthony ได้ถามถึงเวลาที่ใช้ในการแต่งลุคนี้ขณะช่วงถ่ายทอดสด ทาง Bad Bunny ตอบกลับว่า “53 ปีครับ ใช้เวลานิดหน่อยแต่ว่าคุ้มค่ามาก ผมหวังว่ามันจะออกมาดีครับ”

 

เป็นอีกหนึ่งลุคครีเอทีฟจากศิลปินชาวปวยร์โตรีโก ที่มาร่วมงาน Met Gala ถึง 5 ครั้ง ซึ่งลุคที่คนจดจำได้มีทั้งปี 2022 กับลุคผมยาวและโค้ตสีครีมของ Burberry ครั้งแรก และ 2023 ที่มากับ Simon Porte Jacquemus

 

ภาพ: Michael Buckner/Penske Media via Getty Images

 

The post Bad Bunny มา Met Gala 2026 ในลุคแต่งหน้าเป็นชายชรา พร้อมใส่ชุดสั่งตัดพิเศษจาก Zara appeared first on THE STANDARD.

]]>
Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก https://thestandard.co/miami-gp-f1-lifestyle-celebrities/ Sat, 02 May 2026 03:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1203159 ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อพูดถึง F1 ภาพจำของหลายคนอาจคือรถแข่งที่เร็วที่สุดใ […]

The post Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อพูดถึง F1 ภาพจำของหลายคนอาจคือรถแข่งที่เร็วที่สุดในโลก และการดวลกันในเสี้ยววินาทีบนแทร็ก

 

แต่สำหรับ Miami Grand Prix สนามแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ ‘การแข่งขัน’

 

เพราะ Miami International Autodrome คือพื้นที่ที่ผสานกีฬาเข้ากับวัฒนธรรมป๊อป แฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ จนกลายเป็นหนึ่งในเรซที่มีสีสันที่สุดในปฏิทิน F1

 

ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 1ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 2ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 3ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 4ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 5ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 6ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 7ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 8ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 9

The post Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift ครองแชมป์ศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดตลอดกาลบน Spotify https://thestandard.co/taylor-swift-most-streamed-spotify/ Fri, 24 Apr 2026 08:47:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1200904 Taylor Swift กำลังแสดงคอนเสิร์ตบนเวที

เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งเพ […]

The post Taylor Swift ครองแชมป์ศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดตลอดกาลบน Spotify appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift กำลังแสดงคอนเสิร์ตบนเวที

เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งเพลงชื่อดังอย่าง Spotify พวกเขาจึงเปิดเผยรายชื่อสิ่งที่เป็น ‘ที่สุด’ ของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน เพลง อัลบั้ม พอดแคสต์ และหนังสือเสียง โดยไฮไลต์สำคัญของประกาศนี้ก็คือศิลปินหญิงอย่าง Taylor Swift ขึ้นแท่นศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดตลอดกาลของแพลตฟอร์มอีกด้วย

 

โดยศิลปินหญิง Taylor Swift ครองแชมป์ศิลปินหญิงที่มียอดสตรีมสูงสุดตลอดกาล รองลงมาเป็น Bad Bunny, Drake และยังมีอันดับอื่นๆ อีกมากมาย เช่น The Weeknd, Ariana Grande, Ed Sheeran, Justin Bieber เป็นต้น

 

ส่วนอัลบั้มที่มียอดสตรีมสูงสุดก็คืออัลบั้ม Un Verano Sin Ti เมื่อปี 2022 ของ Bad Bunny ที่มียอดสตรีมสูงถึง 2.2 หมื่นล้านครั้ง และเพลง Blinding Lights ของ The Weeknd ก็ยังรักษาตำแหน่งเพลงที่มียอดสตรีมมิ่งสูงที่สุดในโลก โดยข้อมูลตัวเลขยอดสตรีมปัจจุบันก็คือ 5,381,350,956 ครั้ง (ข้อมูลวันที่ 24 เมษายน 2026)

 

อย่างไรก็ตาม Billboard ยังวิเคราะห์ว่า รายชื่อศิลปินที่ติดอันดับผู้ฟังสตรีมมิ่งสูงสุดนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แฟนเพลงก็คงจะพอคาดเดากันได้ เพราะศิลปินเบอร์ใหญ่ก็จะติดอันดับอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้การจัดอันดับเหล่านี้น่าสนใจก็คือส่วนของยอดสตรีมอัลบั้ม เพราะในลิสต์นี้มีศิลปินและแนวดนตรีที่หลากหลายมากกว่า ซึ่งในรายงานของอัลบั้มก็มีทั้ง SOUR ของ Olivia Rodrigo, Hollywood’s Bleeding ของ Post Malone, MAÑANA SERÁ BONITO (BICHOTA SEASON) จาก KAROL G, ? by XXXTENTACION หรือ AM ของ Arctic Monkeys

 

ภาพ: TAS2024/Getty Images

 

อ้างอิง:

 

The post Taylor Swift ครองแชมป์ศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดตลอดกาลบน Spotify appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTS เผยความรู้สึกหากวันหนึ่งได้มีโอกาสแสดง Super Bowl Halftime Show https://thestandard.co/bts-super-bowl-halftime-show/ Tue, 14 Apr 2026 12:28:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1197974 ภาพวง BTS ศิลปิน K-POP ชื่อดัง ในบทความที่เปิดเผยความรู้สึกต่อ Super Bowl Halftime Show

Super Bowl Halftime Show ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเวทีที่ยิ่ […]

The post BTS เผยความรู้สึกหากวันหนึ่งได้มีโอกาสแสดง Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพวง BTS ศิลปิน K-POP ชื่อดัง ในบทความที่เปิดเผยความรู้สึกต่อ Super Bowl Halftime Show

Super Bowl Halftime Show ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเวทีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญสุดของอุตสาหกรรมดนตรี ซึ่งในอดีตศิลปินที่ได้ขึ้นแสดงก็มักต้องร้องเพลงภาษาอังกฤษเป็นหลัก จนถึงปีนี้ทาง Bad Bunny ได้รับเลือกให้เป็นศิลปินเพลงลาตินชายเดี่ยวคนแรกที่ได้เป็นเฮดไลเนอร์ ซึ่งก็ถือว่าทลายกำแพงเรื่องภาษา เพราะ 90% ของโชว์ก็เป็นภาษาสเปนเกือบทั้งหมด ยกเว้นแต่ที่มี Lady Gaga มาร้องเพลง Die With A Smile สั้นๆ

 

เพราะความสำเร็จของโชว์ในครั้งนี้ของ Bad Bunny ก็เริ่มมีบทสนทนาเกิดขึ้นว่าศิลปินเคป๊อปควรได้รับโอกาสที่จะขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show เหมือนกันไหม เพราะวงการเพลงนี้ก็ประสบความสำเร็จในกระแสหลักอย่างท่วมท้นและมีเพลงฮิตติดชาร์ตรอบโลก รวมถึงที่อเมริกาเช่นกัน

 

โดยแน่นอนศิลปินเคป๊อปที่ถูกนึกถึงเป็นวงแรกก็คือ BTS ซึ่งล่าสุดทางวงก็ถูกถามในประเด็นนี้กับบทสัมภาษณ์สำหรับการขึ้นปกนิตยสาร Rollingstone ฉบับพิเศษ ซึ่งทาง j-hope ก็เผยว่า “ถ้าให้พูดจากใจจริง การได้ขึ้นเวที Super Bowl ก็เป็นความฝันของศิลปินทุกคน และมีความสำคัญต่อศิลปินทุกสัญชาติ แต่สิ่งที่เราต้องทำก่อนคือทำงานอย่างหนักกับสิ่งที่เรามีอยู่ และเดินหน้าต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

 

ทาง Jin พี่ใหญ่ของวงก็บอกว่า “เราเป็นวงที่เน้นเรื่องการแสดงมากๆ ผมก็เลยมักจินตนาการว่าโชว์ของเราจะเป็นยังไงถ้าได้รับโอกาสนี้ แต่แน่นอนเราต้องถูกเชิญก่อน ซึ่งผมก็หวังว่าจะมีสักวัน”

 

RM ลีเดอร์ของวงยังเผยด้วยว่าตอนแรก Jung Kook จะได้ไปขึ้นเวที Super Bowl Halftime Show แล้วในปี 2024 ในฐานะแขกรับเชิญของ Usher แต่ก็ไม่ได้แสดงเพราะเขาต้องเข้ากรมทหารรับใช้ชาติ

 

ภาพ: BIGHIT Music

 

อ้างอิง: https://www.rollingstone.com/music/music-features/bts-reuniting-new-album-arirang-interview-1235544625/

The post BTS เผยความรู้สึกหากวันหนึ่งได้มีโอกาสแสดง Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny เตรียมเป็นนักแสดงนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Porto Rico https://thestandard.co/bad-bunny-porto-rico-lead-role/ Fri, 20 Feb 2026 01:01:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1180190 ภาพ Bad Bunny ศิลปินชื่อดังที่กำลังจะรับบทนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Porto Rico

Bad Bunny กำลังจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักแสดงอย่างเต็มตัว […]

The post Bad Bunny เตรียมเป็นนักแสดงนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Porto Rico appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Bad Bunny ศิลปินชื่อดังที่กำลังจะรับบทนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Porto Rico

Bad Bunny กำลังจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักแสดงอย่างเต็มตัวในภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เรื่อง Porto Rico ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้รับบทเป็นนักแสดงนำของเรื่อง หลังจากที่เคยปรากฏตัวเล็กๆ น้อยๆ ในภาพยนตร์เรื่องอื่นอย่าง Bullet Train และ Caught Stealing มาแล้ว

 

ภาพยนตร์เรื่อง Porto Rico จะเป็นผลงานการกำกับของแร็ปเปอร์ชาวปวยร์โตริกันเจ้าของรางวัลแกรมมี่อย่าง Residente หรือชื่อจริงคือ René Pérez Joglar โดยนอกจาก Bad Bunny แล้ว ยังมีนักแสดงเจ้าบทบาทมากฝีมืออย่าง Edward Norton, Javier Bardem และ Viggo Mortensen ที่จะมาร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย ซึ่งได้มีการอธิบายถึงตัวหนังว่า เป็นเรื่องราวมหากาพย์แห่งแคริบเบียนตะวันตก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของปวยร์โตริโก

 

ไม่ใช่เพียงเหล่านักแสดงนำเท่านั้นที่ทำให้ภาพยนตร์ Porto Rico น่าติดตาม เพราะทีมเบื้องหลังก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยทาง Residente จะเขียนบทร่วมกับ Alexander Dinelaris ผู้เคยชนะรางวัลออสการ์จากผลงานเรื่อง Birdman และ The Revenant มาแล้ว ในขณะที่ Alejandro González Iñárritu ผู้กำกับชาวเม็กซิกันเจ้าของผลงานภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ก็จะมาทำหน้าที่เป็นผู้บริหารฝ่ายการผลิตของภาพยนตร์ Porto Rico ด้วย

 

ภายในไม่กี่ปีที่ผ่านมานับว่าเป็นช่วงเวลาทองของ Bad Bunny จริงๆ เพราะหลังจากที่เขาได้รับรางวัลอัลบั้มแห่งปีจากเวที Grammy Awards ในปีนี้ โดยถือเป็นอัลบั้มภาษาสเปนล้วนชุดแรกในประวัติศาสตร์ที่ชนะรางวัลดังกล่าว เขายังนำพาวัฒนธรรมปวยร์โตริกันของตัวเองมาสู่เวที Super Bowl Halftime Show และก็นับเป็นครั้งแรกที่ศิลปินทำโชว์บนเวทีนี้โดยใช้ภาษาสเปนทั้งหมดด้วยเช่นกัน เส้นทางอาชีพนักแสดงของ Bad Bunny จึงกำลังเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเขากำลังจะได้เล่าเรื่องราวของบ้านเกิดของตัวเองอีกครั้งในรูปแบบที่แตกต่าง

 

ภาพ: Kevin Mazur/Getty Images for Roc Nation

 

อ้างอิง https://variety.com/2026/film/news/bad-bunny-porto-rico-first-lead-movie-role-1236666545/

The post Bad Bunny เตรียมเป็นนักแสดงนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Porto Rico appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Bad Bunny’ ศิลปินลาตินคนแรกบนเวทีโชว์พักครึ่ง Super Bowl LX (2026) ที่เปลี่ยนรากเหง้าวัฒนธรรมเป็น Pop Culture ระดับโลก https://thestandard.co/the_secret_sauce/bad-bunny-super-bowl-2026-social-media-record/ Wed, 18 Feb 2026 12:05:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1179781 bad-bunny-super-bowl-2026-social-media-record

128.2 ล้าน คือยอดผู้ชมสดผ่านทางโทรทัศน์และสตรีมมิ่งในช่ […]

The post ‘Bad Bunny’ ศิลปินลาตินคนแรกบนเวทีโชว์พักครึ่ง Super Bowl LX (2026) ที่เปลี่ยนรากเหง้าวัฒนธรรมเป็น Pop Culture ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
bad-bunny-super-bowl-2026-social-media-record

128.2 ล้าน คือยอดผู้ชมสดผ่านทางโทรทัศน์และสตรีมมิ่งในช่วงโชว์พักครึ่งของการแข่งกีฬาอเมริกันฟุตบอลระดับโลก Super Bowl LX (2026) แม้จะยังไม่ทำลายสถิติเดิมของ Kendrick Lamar ในปี 2025 ซึ่งมียอดชมสด 133.5 ล้านคน ทว่าได้ทุบสถิติยอดวิวในโซเชียลมีเดียสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 4 พันล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังจบโชว์

 

และเจ้าของโชว์ในวันนั้น คือ ‘Bad Bunny’ ศิลปินชาวเปอร์โตริโกที่ประกาศชัยชนะทางวัฒนธรรมของศิลปินลาตินเดี่ยวคนแรกที่ขึ้นครองบัลลังก์นี้ด้วยภาษาสเปน 100% แม้จะถูกวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนจากฝั่งอนุรักษนิยม แต่ในสายตาคนรุ่นใหม่ นี่คือโชว์ที่จริงใจและทรงอิทธิพลที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

 

Bad Bunny มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และอะไรคืออาวุธลับที่ใช้พังกำแพงภาษาจนครองใจอเมริกันชนและคนทั่วโลกได้ขนาดนี้?

 

Bad Bunny คือใคร โด่งดังมาจากไหน

 

ก่อนที่คนทั้งโลกจะรู้จักเขาในนาม Bad Bunny ชายหนุ่มคนนี้คือ เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอคาซิโอ (Benito Antonio Martínez Ocasio) อายุ 31 ปี เขาเติบโตในย่าน Vega Baja เปอร์โตริโก เคยเป็นเด็กร้องเพลงในโบสถ์ ก่อนเติบโตเป็นนักศึกษานิเทศศาสตร์ที่หารายได้พิเศษด้วยการเป็นพนักงานแพ็คของในซูเปอร์มาร์เก็ต Econo

 

เขาเริ่มเส้นทางดนตรีจากการทำเพลงในห้องนอนและอัปโหลดลง SoundCloud จนเพลง ‘Diles’ กลายเป็นไวรัลสะดุดตาค่ายเพลง Hear This Music เขาถูกจับเซ็นสัญญา ปล่อยเพลง Diles เวอร์ชันรีมาสเตอร์ และทยอยปล่อยซิงเกิลระหว่างปี 2016-2018 

 

แต่แล้ว Bad Bunny ก็ตัดสินใจออกจาก Hear This Music ในปี 2018 แม้จะกำลังรุ่งสุดๆ เพราะค่ายไม่ยอมให้เขาออกอัลบั้มเต็ม และอยากให้เขาวิ่งรอกออกแค่ซิงเกิลหรือไปร่วมฟีเจอริ่งกับคนอื่นไปเรื่อยๆ ความอัดอั้นนี้เองที่ทำให้เขาเลือกไปร่วมงานกับ Noah Assad เพื่อทำอัลบั้มแรกอย่าง X 100PRE และร่วมก่อตั้ง Rimas Entertainment ซึ่งให้สิทธิ์เขาในการถือครองผลงาน และอิสระในการทดลองแนวดนตรีใหม่ๆ ไร้ขีดจำกัด

 

ทำไมความ ‘บ้านๆ’ แบบเปอร์โตริโกถึงชนะใจคนทั้งโลก และตีตลาด USA ได้สำเร็จ?

 

หลายคนอาจเชื่อว่า  ‘ต้องปรับตัวตามกระแสหลักถึงจะรอด’ แต่ Bad Bunny เลือกทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาปฏิเสธการร้องเพลงภาษาอังกฤษเพื่อเข้าหาตลาดอเมริกา แต่กลับดึงเอาสำเนียงสเปนท้องถิ่นและดนตรีแนว Reggaeton มาเป็นอาวุธหลัก 

 

Bad Bunny ได้สร้างอาณาจักรบนโลกดิจิทัลไว้อย่างบ้าคลั่ง เขาทำสถิติเป็นศิลปินที่มียอดวิวบน YouTube รวมกันมากกว่าพันล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่ปี และมีฐานแฟนคลับชาวลาติน (Hispanic) ในอเมริกากว่า 65 ล้านคน (เกือบ 20% ของประชากรทั้งหมด) ที่พร้อมจะ ‘ปั่นสตรีม’ จนชาร์ตแตก Bad Bunny จึงไม่ได้เดินไปขอส่วนแบ่งตลาดจากศิลปินอเมริกัน แต่เขาคือ ‘ขวัญใจมวลชน’ ที่แบรนด์และศิลปินยักษ์ใหญ่โหยหา 

 

ไม่แปลกที่หลังจากนั้น เขาจะได้ไปปรากฏตัวในเพลง ‘I Like It’ ร่วมกับ Cardi B เจ้าแม่แร็ปเปอร์แห่งยุค และทำให้ศิลปินเบอร์ใหญ่อย่าง Drake ต้องยอมร้องภาษาสเปนในเพลง ‘Mia’ จนในที่สุดอัลบั้ม Un Verano Sin Ti ของเขากลายเป็นอัลบั้มภาษาสเปนชุดแรกที่ขึ้นอันดับ 1 Billboard 200 ได้สำเร็จ 

 

Bad Bunny สร้างชุมชนอย่างไรให้เหนียวแน่นขนาดนี้

 

Bad Bunny ไม่ได้สร้างแฟนคลับ แต่เขาสร้าง ‘ชุมชน’ ที่มีความเชื่อร่วมกัน เขารักษาความสัมพันธ์กับรากเหง้าอย่างเหนียวแน่นจนแฟนๆ รู้สึกว่าเขาคือเพื่อนบ้าน มากกว่า ‘ซุปตาร์’ อย่างการจัดงาน Listen Party ในบ้านเกิดเพื่อให้คนท้องถิ่นได้ฟังเพลงใหม่ก่อนใครในโลก การให้เกียรติคนกลุ่มแรกที่สนับสนุนเขาเป็น Loyalty ที่เงินซื้อไม่ได้

 

นอกจากนี้เขายังขยายอาณาจักรธุรกิจไปสู่สิ่งที่เขาและแฟนเพลงหลงใหลร่วมกัน ทั้งการก่อตั้ง Rimas Sports เพื่อดูแลนักกีฬาชาวลาติน และก้าวเข้าสู่วงการมวยปล้ำ WWE ความสำเร็จของเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขสตรีมมิ่ง แต่เป็นความสำเร็จของวัฒนธรรมที่เขาเป็นตัวแทน การเป็นคนที่ไม่เคยลืมรากเหง้า คือหัวใจสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ยอมทุ่มเทใจให้เขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

 

จุดยืนแบบ Bad Bunny ที่ซื้อใจคนรุ่นใหม่คืออะไร 

 

เหตุผลที่ Bad Bunny กลายเป็นไอคอนของยุคสมัยไม่ใช่แค่เรื่องเพลง แต่คือการที่เขาใช้ชื่อเสียงเป็นกระบอกเสียงให้สังคมมาตลอด

 

เขาทำลายกรอบความเชื่อเรื่องเพศสภาพผ่านมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Caro’ ที่มีฉากการทาสีเล็บและการสื่อถึงความงามที่ไม่มีขีดจำกัดทางเพศ และใส่เดรสยาวใน MV เพื่อต่อต้านค่านิยม Toxic Masculinity

 

แต่ที่ดุเดือดที่สุดคือการประกาศจุดยืนทางการเมือง ในงานประกาศผลรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 68 ที่ลอสแอนเจลิส Bad Bunny คว้ารางวัล Album of the Year จากอัลบั้มชุด ‘Debí Tirar Mas Fotos’ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เพลงภาษาสเปนได้รับรางวัลยิ่งใหญ่ที่สุดของแกรมมี่ทั้งอัลบั้ม เขาใช้โอกาสนี้พูดถึงพี่น้องชาวลาตินในอเมริกาที่ต้องเผชิญกับการคุกคามจากนโยบายตรวจคนเข้าเมือง พร้อมประกาศก้องว่า “พวกเราไม่ใช่คนต่างด้าว พวกเราคือมนุษย์” ซึ่งเป็นการฟาดกลับนโยบายการไล่ล่าผู้อพยพของ ICE โดยตรง ทำให้ชนะใจชาว Hispanic ทั่วอเมริกา

 

และบนเวที Super Bowl 2026 ก็ยังปรากฎซีนจำลองเสาไฟฟ้าที่พังทลาย เพื่อเสียดสีความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการวิกฤตพลังงานในเปอร์โตริโก การกล้าเอาชื่อเสียงไปเสี่ยงเพื่อพูดแทนคนที่ไม่มีเสียงทำให้เขาไม่ใช่แค่ศิลปิน แต่เป็นผู้นำทางความคิดที่คนรุ่นใหม่ทั่วโลกพร้อมจะยืนเคียงข้าง

 

Secret Sauce ของ Bad Bunny คือการเปลี่ยนอัตลักษณ์ที่เคยถูกมองว่าเป็นกำแพงให้กลายเป็นสะพานเชื่อมคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน และสอนเราว่าถ้าคุณอยากจะชนะใจคนในยุคนี้ ‘การรู้จักตัวเอง และเป็นตัวเองอย่างถึงที่สุด’ คือเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดในการสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน

The post ‘Bad Bunny’ ศิลปินลาตินคนแรกบนเวทีโชว์พักครึ่ง Super Bowl LX (2026) ที่เปลี่ยนรากเหง้าวัฒนธรรมเป็น Pop Culture ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny เตรียมจัดคอนเสิร์ตครั้งแรกในเอเชียที่ประเทศญี่ปุ่นกับ Spotify https://thestandard.co/bad-bunny-concert-asia-japan-spotify/ Wed, 18 Feb 2026 06:24:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1179689 Bad Bunny ศิลปินชื่อดังกำลังแสดงคอนเสิร์ตบนเวที

ศิลปินชื่อดังชาวเปอร์โตริโก Bad Bunny เตรียมเดินทางไปยั […]

The post Bad Bunny เตรียมจัดคอนเสิร์ตครั้งแรกในเอเชียที่ประเทศญี่ปุ่นกับ Spotify appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny ศิลปินชื่อดังกำลังแสดงคอนเสิร์ตบนเวที

ศิลปินชื่อดังชาวเปอร์โตริโก Bad Bunny เตรียมเดินทางไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงคอนเสิร์ตจากซีรีส์ Spotify’s Billions Club Live ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ โดยโชว์ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขามาแสดงในเอเชียและญี่ปุ่นอีกด้วย

 

ในคอนเสิร์ตจะแสดงเพลงฮิตของเขาทั้งหมด 28 เพลง ที่มียอดสตรีมทะลุ 1 พันล้านครั้งบน Spotify เช่น DtMF, I Like It, MIA, BAILE INoLVIDABLE, Tití Me Preguntó, La Canción, LA NOCHE DE ANOCHE เป็นต้น

 

แฟนๆ อาจจะเคยคาดการณ์กันได้ว่าทัวร์คอนเสิร์ตกำลังจะเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2025 ที่ผ่านมา เพราะมีการใส่วันแสดงในเวิลด์ทัวร์ Debí Tirar Más Fotos World Tour พร้อมโลโก้ Spotify แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ เพราะโชว์ที่โตเกียวจะถูกโปรโมตในฐานะคอนเสิร์ตพิเศษแบบแสดงแค่คืนเดียว (one-night-only) และจะมีแค่แฟนตัวยงของ Bad Bunny เท่านั้นที่จะได้ชมคอนเสิร์ตครั้งนี้

 

อย่างไรก็ดี Spotify ยังเคยจัดคอนเสิร์ต Billions Club Live ให้กับศิลปินชื่อดังระดับโลกอีกหลายคน เช่น Ed Sheeran ที่ดับลิน ประเทศไอร์แลนด์, Miley Cyrus ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส และ The Weeknd ที่มหานครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และโชว์ครั้งนี้ที่ญี่ปุ่นของ Bad Bunny ก็นับเป็นการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของเขาในฐานะ Global Top Artist ของ Spotify ผู้ครองตำแหน่งนี้มาแล้วกว่า 4 ครั้งด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: Kevin Mazur/WireImage

 

อ้างอิง:

The post Bad Bunny เตรียมจัดคอนเสิร์ตครั้งแรกในเอเชียที่ประเทศญี่ปุ่นกับ Spotify appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์ Bad Bunny จากคอนเสิร์ตเปิดบ้านที่กู้ชีพเศรษฐกิจปวยร์โตริโก สู่โชว์ซูเปอร์โบวล์ระดับตำนาน https://thestandard.co/bad-bunny-super-bowl-puerto-rico-economy/ Wed, 18 Feb 2026 03:13:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1179573 Bad Bunny กำลังแสดงบนเวที แสดงถึงรากเหง้าและวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก

แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่การแสดงช่วงพักครึ่งเวลา ‘Halft […]

The post ปรากฏการณ์ Bad Bunny จากคอนเสิร์ตเปิดบ้านที่กู้ชีพเศรษฐกิจปวยร์โตริโก สู่โชว์ซูเปอร์โบวล์ระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny กำลังแสดงบนเวที แสดงถึงรากเหง้าและวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก

แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่การแสดงช่วงพักครึ่งเวลา ‘Halftime Show’ ของ ‘Bad Bunny’ ในการแข่งขันศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ซูเปอร์โบวล์ ยังคงเป็นโชว์ที่ตราตรึงในความรู้สึกของผู้ที่ได้ชม

 

ไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนานของการแสดงที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี แต่ไปจนถึงแนวคิดและสิ่งละอันพันละน้อยที่ถูกซ่อนเอาไว้ในรายละเอียดทุกช่วงของการแสดง ที่แม้จะกินเวลาระยะเวลาเพียงแค่ 13 นาที (ทดให้ 7 นาทีสำหรับการเสกไร่อ้อยกลางสนาม!) แต่มันอาจจะกลายเป็น 13 นาทีที่มีความหมายอย่างมากสำหรับคนมากมาย

 

ไม่ใช่แค่เฉพาะเหล่าผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการโชว์สุดมหัศจรรย์ในสนาม Levi’s Stadium วันนั้น แต่ผลดีนั้นย้อนกลับไปถึงบ้านเกิดปวยร์โตริโกที่ศิลปินวัยแค่ 31 ปีคนนี้พยายามที่จะพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กลับคืนมาอีกครั้งผ่านเสียงดนตรีของตัวเอง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

Halftime-Show ประวัติศาสตร์

 

การแสดงของ Bad Bunny ศิลปินเพลงแร็ปชาวปวยร์โตริกัน คือการแสดงครั้งประวัติศาสตร์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

ประวัติศาสตร์อย่างแรกคือนี่เป็นการแสดงเป็นภาษาสเปนทั้งหมดผ่านบทเพลงและบทพูดของเขารวมถึงศิลปินแขกพิเศษอย่าง Lady Gaga และ Ricky Martin โดยที่ตลอดการแสดง 13 นาที Bad Bunny พูดภาษาอังกฤษเพียงแค่คำเดียวคือ “God Bless America”

 

เรื่องนี้ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบันประณามการแสดงครั้งนี้ว่าเป็น “การแสดงที่เลวร้ายที่สุด” และขัดต่อหลักการแนวทางในการจะทำให้ ‘อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง’ (Make America Great Again)

 

อย่างไรก็ดีในกระแสตอบรับของแฟนกีฬาและแฟนเพลงทั่วโลกที่จับตาดูการแสดงครั้งนี้ การแสดงของ Bad Bunny เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม สนุก และสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างความรู้สึกคะนึงหาอดีต (Nostalgia) ได้อย่างร้ายกาจ

 

เพราะสิ่งที่ศิลปินที่เพิ่งได้รับรางวัล Grammy Awards เล่าผ่านการแสดงคือ ‘ฉากชีวิต’ ของชาวปวยร์โตริโก ในไร่อ้อยซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศในช่วงศตวรรษที่ 18-20 ทั้งการแต่งกาย การใช้ชีวิต การละเล่นร้องรำทำเพลงไปจนถึงอย่าง La Casita หรือการจำลองบ้านหลังน้อยของชาวปวยร์โตริกัน และ El Morro ป้อมปราการหินผาที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ

 

Bad Bunny กำลังแสดงบนเวที Super Bowl แสดงถึงรากเหง้าและวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก 1

ภาพ: Ishika Samant/Getty Images

 

บ้างว่านี่คือ ‘จดหมายรัก’ ที่ Bad Bunny เขียนถึงบ้านเกิดของตัวเอง ที่เป็นดินแดนในการปกครองของสหรัฐอเมริกาแต่ก็ไม่เคยมีสถานะเป็นรัฐเฉกเช่นเดียวกับอีก 50 รัฐ ซึ่งในมุมมองของเขาคำว่า ‘อเมริกา’ ไม่ได้หมายถึงแค่สหรัฐฯ แต่รวมถึงทุกประเทศในทวีปอเมริกาตั้งแต่เหนือจรดใต้

 

นอกเหนือจากนั้นคือการส่งสารถึงผู้มีอำนาจที่พยายามจัดระเบียบโลกใหม่ด้วยความกลัวและความเกลียดชัง

 

“ความเกลียดชังเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างมาก แต่สิ่งที่ทรงพลังมากกว่าคือความรัก”

 

ความสำเร็จในทางตัวเลข

 

สำหรับการแสดงพักครึ่งซูเปอร์โบวล์ นอกเหนือจากเรื่องความสนุกสนานของการแสดงที่จะเป็นประเด็นใหญ่ของเหล่าแฟนๆที่เฝ้ารอแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จะเป็น ‘ดัชนี’ ไว้ชี้วัดว่าเป็นการแสดงที่ประสบความสำเร็จหรือไม่คือเรื่องของตัวเลขสถิติ

 

สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับ Bad Bunny คือการแสดงของเขาในปี 2026 ไม่สามารถทำลายสถิติใหม่ตลอดกาลอย่างที่มีการคาดการณ์ไว้ โดยตัวเลขสถิติผู้ชมที่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการว่ามีจำนวนผู้ชม 128.2 ล้านคนที่ชมการถ่ายทอดสดผ่าน NBC, Peacock, Telemundo, NBC Sports Digital และ NFL+

 

ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นรองสถิติตลอดกาล Kendrick Lamar (133.5 ล้านคนในปี 2025, Michael Jackson (133.4 ล้านคนในปี 1993) และ Usher (129.3 ล้านคนในปี 2024)

 

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะจำนวนผู้ชมคู่ชิง ‘Super Bowl’ ในปีนี้ซึ่งเป็นการแข่งขันกันระหว่างทีมนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์พบกับซีแอทเทิล ซีฮอว์กส์ มีจำนวน 124.9 ล้านคนน้อยกว่าปีที่แล้วที่ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์พบกับแคนซัส ซิตี ชีฟส์ ที่มีจำนวนผู้ชม 127.7 ล้านคน

 

จำนวนผู้ชมในปีนี้ยังนับเป็นปีแรกที่มีจำนวนผู้ชมลดลงครั้งแรกหลังจากที่ทำสถิติผู้ชมสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปีติดต่อกัน แม้ว่าในช่วง ‘พีค’ ที่มีจำนวนผู้ชมพร้อมกันมากที่สุดจะเป็นสถิติใหม่โดยมีจำนวนผู้ชมพร้อมกัน 137.8 ล้านคนในช่วงควอเตอร์ที่ 2 ก็ตาม และอย่างน้อยที่สุดก็เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่มีจำนวนผู้ชมเกินกว่า 100 ล้านคน

 

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ Bad Bunny ดีใจได้คือสถิติตัวเลขทางโซเชียลมีเดียสูงอย่างน่าตกใจ โดยมีจำนวนผู้ชมการแสดงของเขาในช่วงพักครึ่งเวลารวมกันสูงสุดถึง 4 พันล้านครั้งในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมง ตามการรวบรวมข้อมูลของ NFL และ Ripple Analytics ซึ่งถือว่าสูงกว่าปีกลายถึง 137 เปอร์เซ็นต์

 

ขณะที่ตัวเลขสถิติของผู้ชมการแสดงแบบเต็มๆจากทั่วโลกคาดว่าจะออกมาในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

 

Benito Bowl Effect

 

แต่การแสดงของ Bad Bunny ไม่ได้เกิดขึ้นและจบลงแค่ในสนามเท่านั้น เพราะมันมีผลกระทบที่ไปไกลกว่านั้นมาก โดยเฉพาะกับชาวละตินอเมริกา

 

เพราะด้วยกระแสความคลั่งไคล้ในตัวของศิลปินที่กำลังก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับ Mega Star ของโลกยุคใหม่ ข่าวการเลือก Bad Bunny ซึ่งเป็น ‘ที่สุด’ ของชาวละตินอเมริกาได้สร้างความคึกคักให้เกิดขึ้นอย่างยิ่ง

 

สถานีโทรทัศน์ NBC รายงานในช่วงก่อนที่จะถึงสุดสัปดาห์ที่มีการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ว่า ร้านอาหารปวยร์โตริกันในรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างร้าน Rincorita ได้เปิดประตูต้อนรับการมาเยือนของบรรดาคนที่ประทับใจในศิลปิน Headliner อย่าง Bad Bunny ที่มากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งทำให้ยอดขายอาหารในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และทำให้บรรยากาศในร้าน ซึ่งรวมถึงร้านอาหารปวยร์โตริกันแห่งอื่นๆคึกคักตามไปด้วย

 

แม้กระทั่งนักแสดงประกอบในการแสดงซูเปอร์โบวล์อย่าง บิคตอร์ บิลยาส ซึ่งขายทาโก้ (Tacos) อาหารในสไตล์เม็กซิกันที่เป็นส่วนหนึ่งของฉากการแสดงก็ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย

 

โดยทันทีที่การแสดงจบลงและมีการเปิดเผยว่าเจ้าของร้านทาโก้ในโชว์มีตัวตนและมีร้านจริงๆคือร้าน Villa’s Tacos ก็ทำให้แฟนๆที่ประทับใจกับโชว์ต่างแห่กันไปอุดหนุนที่ร้านกันอย่างคับคั่งทั้ง 3 สาขาในลอสแองเจอลีส

 

บิลยาสได้โพสต์แสดงความขอบคุณต่อ Bad Bunny หรือ เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอกาซิโอ ที่มอบโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตให้ได้เป็นตัวแทนของครอบครัว ของธุรกิจ และของวัฒนธรรมของผู้ที่อพยพมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าในปัจจุบันผู้อพยพจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาดในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ จนเป็นประเด็นใหญ่ทางสังคมก็ตาม

 

อีกคนที่ได้แสงสาดส่องมาด้วยคือแบรนด์ Lunar ห้องเสื้อจากย่านบรู๊คลิน ในเมืองนิวยอร์ก ซึ่งไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าชุดที่ได้รับออร์เดอร์ในการสั่งตัดมาซึ่งเป็นชุดสำหรับเต้นซัลซ่าสีฟ้าสวยสดใส จะเป็นชุดที่ให้ศิลปินระดับโลกอย่าง Lady Gaga สวมใส่ในโชว์ซูเปอร์โบวล์ด้วย

 

Bad Bunny และ Lady Gaga

ภาพ: Kindell Buchanan/PA Images via Getty Images

 

ราอูล โลเปซ เจ้าของแบรนด์ Lunar ซึ่งเป็นชาวโดมินิกันโดยสายเลือด เปิดเผยว่าเมื่อได้รับการติดต่อว่าจ้างให้ออกแบบชุดไม่รู้มาก่อนว่าจะถูกใช้ในการแสดงของ Bad Bunny โดยมารู้อีกทีคือนั่งดูซูเปอร์โบวล์กับเพื่อนและได้เห็นชุดที่ออกแบบเองปรากฏต่อหน้าสายตาผู้ชมนับร้อยล้านคนทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลดีต่อแบรนด์อย่างมากมายมหาศาล

 

เรียกได้ว่าเป็นผลกระทบในเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการแสดงในซูเปอร์โบวล์ของศิลปินหนุ่มที่ได้รับการเรียกขานกันอย่างน่ารักว่า ‘Benito Bowl’ ซึ่งก็มาจากชื่อหน้าของเขาเอง

 

อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bad Bunny ได้สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะความจริงเขาได้จัดคอนเสิร์ตระดับตำนานมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยกระบวนการคิดแบบย้อนกลับ

 

คอนเสิร์ตเปิดบ้าน

 

สำหรับศิลปินนักร้องระดับโลกแล้ว จุดสูงสุดที่ทุกคนใฝ่ฝันคือการได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกเพื่อไปพบกับแฟนเพลงยังประเทศต่างๆ

 

Bad Bunny เองก็ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องการทำก่อนและอยากทำมากกว่าคือการทำอะไรก็ได้เพื่อบ้านเกิดอย่างปวยร์โตริโก

 

ดังนั้นแทนที่จะทัวร์คอนเสิร์ตไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่สามารถตระเวนไปได้หลายรัฐ สิ่งที่เขาตัดสินจะทำคือการเปลี่ยนจากการเดินทางออกไปเพื่อพบกับแฟนเพลง เป็นการเชิญชวนให้แฟนๆเดินทางมายังปวยร์โตริโก มายัง ‘บ้าน’ ของเขาแทน

 

ในปี 2025 Bad Bunny ประกาศการแสดงทัวร์รอบโลกของเขาที่ยังไม่มีรายชื่อเมืองในสหรัฐอเมริกา ที่ถูกเปลี่ยนเป็นการแสดงในปวยร์โตริโกจำนวน 30 รอบแทนในระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน โดยการแสดง 9 รอบแรกจัดขึ้นสำหรับชาวปวยร์โตริโกให้ได้มาสนุกกับเขาเท่านั้นในบัตรราคาถูกตั้งแต่ 35-250 ดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นอีก 21 รอบไม่ว่าจะเป็นแขกเหรื่อมาจากไหนก็ขอยินดีต้อนรับทุกท่าน ซึ่งบัตรจำนวน 400,000 ใบถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาแค่ 4 ชั่วโมง

 

การจัดคอนเสิร์ตแบบ ‘เปิดบ้าน’ ของเขาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับปวยร์โตริโกได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะผู้ชมนอกจากจะเดินทางมาเพื่อชมการแสดงแล้ว พวกเขายังได้มาท่องเที่ยว ดื่มกิน เต้นรำ และสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของชาวปวยร์โตริกัน

 

ได้มาเห็นกับตา สัมผัสกับมือ ลิ้มรสกับลิ้น ว่าชีวิตในแบบเดียวกับ Bad Bunny นั้นเป็นอย่างไร

 

Bad Bunny ขึ้นแสดงบนเวทีในคืนแรกของทัวร์ "No Me Quiero Ir De Aqui" Residencia En El Choli

Bad Bunny ขึ้นแสดงบนเวทีในคืนแรกของทัวร์ “No Me Quiero Ir De Aqui” Residencia En El Choli
ที่ Coliseo de Puerto Rico José Miguel Agrelot เมืองซานฮวน ประเทศปวยร์โตริโก
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2025
ภาพ : Kevin Mazur/Getty Images

 

โดยมีการประเมินว่าจะมีจำนวนผู้มาเยือนปวยร์โตริโกกว่า 600,000 คน ทั้งๆที่ปกติแล้วเป็นฤดูของพายุเฮอร์ริเคนที่ทำให้การท่องเที่ยวซบเซาอย่างหนักก็ตาม และทำให้เกิดรายได้โดยตรงจากคอนเสิร์ตมากถึง 250 ล้านดอลลาร์ (7.7 พันล้านบาท) และหากรวมรายได้ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงจะสูงมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ (1.2 หมื่นล้านบาท)

 

ที่สุดคือทำให้ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของปวยร์โตริโกขยับจาก 0.3 เป็น 0.4 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

 

แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สำคัญมากไปกว่าคุณค่าของสิ่งที่ Bad Bunny พยายามนำเสนอ คือตัวตน รากเหง้า ชีวิต และวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก ที่เป็นเหมือนโบรชัวร์เชื้อเชิญให้คนทั้งโลกได้มองเห็น ได้รู้จัก และหากเป็นไปได้มีโอกาสอยากให้ลองมาเยือนสักครั้ง

 

เป็นความพยายามที่จะคืนชีวิตและชีวาให้กับบ้านเกิดที่เขารักในแบบที่ไม่เคยมีศิลปินระดับสุดยอดของโลกคนใดทำมาก่อน

 

แต่จากการแสดงในซูเปอร์โบวล์ ดูเหมือนเวลานี้เป้าหมายของ Bad Bunny อาจจะไม่ได้หยุดอยู่แค่บ้านเกิดเท่านั้น แต่เป็นการเปิดมิติใหม่ให้แก่คำว่า ‘อเมริกา’ ที่รวมทุกชาติทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและกลาง และอเมริกาใต้

 

รวมถึงภารกิจใหญ่กว่านั้นคือการทำให้ทุกคนได้นึกออกอีกครั้งว่าสิ่งที่มนุษย์ควรมีให้แก่กันไม่ใช่ความเกลียดชัง

 

แต่คือความรัก

 

ภาพปก: Kindell Buchanan/PA Images via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ปรากฏการณ์ Bad Bunny จากคอนเสิร์ตเปิดบ้านที่กู้ชีพเศรษฐกิจปวยร์โตริโก สู่โชว์ซูเปอร์โบวล์ระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิจารณ์ Bad Bunny สะเทือนฐานเสียงฮิสแปนิก? รีพับลิกันหวั่นเสียที่นั่งมิดเทอม 2026 เพราะทรัมป์โจมตีโชว์ Super Bowl https://thestandard.co/bad-bunny-trump-super-bowl-republicans-midterms/ Mon, 16 Feb 2026 04:18:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1178837 ภาพศิลปิน Bad Bunny แสดงบนเวที Super Bowl ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จาก โดนัลด์ ทรัมป์

รีพับลิกันกังวลกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา วิ […]

The post วิจารณ์ Bad Bunny สะเทือนฐานเสียงฮิสแปนิก? รีพับลิกันหวั่นเสียที่นั่งมิดเทอม 2026 เพราะทรัมป์โจมตีโชว์ Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพศิลปิน Bad Bunny แสดงบนเวที Super Bowl ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จาก โดนัลด์ ทรัมป์

รีพับลิกันกังวลกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา วิจารณ์ Bad Bunny ศิลปินชื่อดังชาวเปอร์โตริโกในการแสดงพักครึ่ง Super Bowl อาจเป็นเหตุทำให้พรรคเสียคะแนนเลือกตั้งมิดเทอม 2026 จากกลุ่มฮิสแปนิก ชี้คะแนนสนับสนุนเริ่มหดตัว ขณะที่มีเสียงไม่พอใจต่อการจัดการวิกฤตค่าครองชีพเป็นทุนเดิม

 

เมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์) Reuters รายงานความเคลื่อนไหวภายในพรรครีพับลิกัน ต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯ กลางเทอมปี 2026 โดยระบุว่า นักยุทธศาสตร์เชื้อสายฮิสแปนิก นักการเมือง และผู้นำธุรกิจบางส่วนในพรรค ออกโรงเตือนต่อการที่ทรัมป์วิจารณ์การแสดงของ Bad Bunny ในงาน Super Bowl

 

เกิดอะไรขึ้นในการแสดงพักครึ่ง Super Bowl ทำไมทรัมป์จึงวิจารณ์ Bad Bunny?

 

ย้อนกลับไปในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ Bad Bunny ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการแสดงพักครึ่งของ Super Bowl เขากลายเป็นนักร้องคนแรกที่ร้องเพลงภาษาสเปนล้วนตลอดโชว์ 14 นาที โดยนำเสนอเรื่องราวของเปอร์โตริโกและทวีปอเมริกา ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเจ็บปวดในอาณานิคม

 

Bad Bunny ทิ้งสัญญะและวิจารณ์ประเด็นทางสังคมผ่านบทเพลง เช่น การแสดงเพลง El Apagón (Power Outage) ที่เล่าเรื่องราวว่า เปอร์โตริโกต้องเผชิญเหตุไฟดับเป็นเวลาหลายเดือน จากพายุเฮอริเคนมารีอาในปี 2017 ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือไม่มากพอ ขณะที่การฟื้นฟูเป็นอย่างล่าช้าและไม่เท่าเทียม มีการไล่ที่ พลเมืองเผชิญความเหลื่อมล้ำ

 

ขณะที่ตอนจบของการแสดง Bad Bunny ตะโกนคำว่า ‘God bless America’ และถือลูกอเมริกันฟุตบอลที่เขียนว่า ‘Together, We Are America’ โดยไม่ได้หมายถึงสหรัฐฯ อย่างเดียว แต่กลับไล่ชื่อประเทศในทั้งทวีป ถือเป็นการสร้างนิยามคำว่าอเมริกา ที่ไม่ได้ผูกติดกับสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว

 

จากการแสดงครั้งนั้น ทรัมป์วิจารณ์นักร้องชาวเปอร์โตริโกบน Truth Social ว่า ทำโชว์ที่ ‘แย่ที่สุด’ เท่าที่เคยมีมา ถือเป็นการดูหมิ่นความยิ่งใหญ่ของอเมริกา ซึ่งไม่มีใครเข้าใจว่า เขาพูดอะไรอยู่

 

ขณะที่ฝ่ายอนุรักษนิยมออกโรงวิจารณ์ โดยกลุ่ม Turning Point USA จัดกิจกรรมคู่ขนานอย่าง All-American Halftime Show ซึ่งมี Kid Rock นักร้องที่สนับสนุนทรัมป์ขึ้นแสดงเป็นศิลปินหลัก

 

นอกจากนี้ TIME ยังรายงานว่า แอนดี โอเกิลส์ สส.รีพับลิกันจากรัฐเทนเนสซี ส่งจดหมายถึงคณะกรรมาธิการพลังงานและพาณิชย์ ให้สอบสวน NFL และ NBCUniversal ที่อนุมัติการแสดงครั้งนี้ โดยอ้างว่า เนื้อเพลงมีเนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้งและท่าเต้นยั่วยุ โดยเรียกว่า ‘สื่อลามกบริสุทธิ์’

 

วิจารณ์ Bad Bunny อาจทำให้รีพับลิกันแพ้เลือกตั้งมิดเทอม?

 

ตามรายงานของ Reuters พันธมิตรเชื้อสายลาตินของทรัมป์มองว่า การโจมตี Bad Bunny รวมถึงการแสดงที่เฉลิมฉลองวัฒนธรรมลาติน ถือเป็นความผิดพลาดทางการเมือง เพราะรีพับลิกันกำลังเผชิญความลำบากต่อการรักษาเสียงข้างมากในการเลือกตั้งมิดเทอม 2026 โดยเฉพาะกลุ่มฮิสแปนิก

 

เวียนกา โรดริเกซ อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ ผู้เคยดูแลการสื่อสารชุมชนฮิสแปนิก แสดงความคิดเห็นว่า ท่าทีของทรัมป์สร้างความเสียหายมากกว่าผลดี เพราะการแสดงบนเวทีไม่ควรเป็นประเด็นทางวัฒนธรรมที่ต้องหยิบมาปะทะกัน

 

ขณะที่ ฮาเวียร์ ปาโลมาเรซ ประธานสภาธุรกิจฮิสแปนิกสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้ เจ้าของธุรกิจชาวฮิสแปนิกจำนวนมากต้องเผชิญปัญหาค่าครองชีพ เพราะราคาสินค้ายังไม่ลดลง การที่ทรัมป์แสดงความเห็นถึง Bad Bunny อาจยิ่งซ้ำเติมความผิดหวังให้กับผู้ลงคะแนนเสียง

 

นอกจากนี้ เดนิส กัลเวซ ตูร์รอส ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Latinas for Trump เปิดเผยว่า ชาวลาตินหลายคนอยากให้ทรัมป์ระงับคำพูด อารมณ์ และลดความหุนหันพลันแล่น แม้เธอจะเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของทรัมป์เรื่องภาษาสเปนเข้าใจยาก โดยเฉพาะสำเนียงแบบชาวเปอร์โตริโก

 

อนึ่ง แหล่งข่าวใกล้ชิดทำเนียบขาวรายหนึ่งเตือนว่า ทรัมป์ควรสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวลาตินและคนผิวดำให้ดีกว่านี้ เพราะการวิจารณ์ Bad Bunny อาจทำให้ผู้ลงคะแนนเสียงกลับไปสนับสนุนพรรคเดโมแครต

 

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า กำลังวางแผนให้ทรัมป์เดินทางไปยังเขตเลือกตั้งบริเวณชายแดนหรือพื้นที่ที่มีประชากรลาตินจำนวนมาก ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม

 

“อย่าทำผิดพลาดแบบเดียวกับที่เดโมแครตเคยทำ จนชาวลาตินรู้สึกว่าถูกมองข้าม” อดีตเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดกับทรัมป์กล่าว

 

ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2024 ทรัมป์ได้รับคะแนนเสียงจากชาวฮิสแปนิก 48% ในปี 2024 นับเป็นตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ผู้สมัครรีพับลิกัน เพิ่มจาก 36% ในปี 2020 ตามข้อมูลของ Pew Research Center

 

อย่างไรก็ตาม แบบสำรวจเดียวกันระบุว่า คะแนนสนับสนุนทรัมป์ในกลุ่มชาวลาตินลดลงจาก 93% เหลือ 81% ขณะที่ Reuters รายงานว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะทรัมป์แก้ปัญหาค่าครองชีพไม่ตก มาตรการภาษี และนโยบายกวาดล้างผู้อพยพ

 

ปัจจุบัน เดโมแครตและรีพับลิกันกำลังขับเคี่ยวดึงคะแนนเสียงจากหลายเขตเลือกตั้งที่มีชาวฮิสแปนิก รวมถึงบางพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และโคโลราโด

 

ภาพ: Elizabeth Frantz & Mike Blake / Reuters

อ้างอิง:

The post วิจารณ์ Bad Bunny สะเทือนฐานเสียงฮิสแปนิก? รีพับลิกันหวั่นเสียที่นั่งมิดเทอม 2026 เพราะทรัมป์โจมตีโชว์ Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT BAD BUNNY FASHION MOMENTS โมเมนต์สุดไวรัลของศิลปินลาตินแห่งยุค https://thestandard.co/7-things-we-love-about-bad-bunny/ Sun, 15 Feb 2026 11:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1178713 7 THINGS WE LOVE ABOUT BAD BUNNY

Bad Bunny ไม่ได้เป็นแค่ซูเปอร์สตาร์ลาตินที่พาเสียงเพลงข […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT BAD BUNNY FASHION MOMENTS โมเมนต์สุดไวรัลของศิลปินลาตินแห่งยุค appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT BAD BUNNY

Bad Bunny ไม่ได้เป็นแค่ซูเปอร์สตาร์ลาตินที่พาเสียงเพลงข้ามพรมแดน แต่ยังเป็น “Best Dressed Men” ที่นิตยสาร Vogue ยกตำแหน่งนี้ให้กับเขาในฐานะผู้ที่มีสไตล์การแต่งตัวอันมีเอกลักษณ์คนหนึ่งของยุค ล่าสุดเขาเพิ่งสร้างโมเมนต์ใหญ่บนเวที Grammy Awards 2026 ด้วยชัยชนะระดับประวัติศาสตร์กับสาขา Album of the Year พร้อมลุคพรมแดงที่ทำให้คนแฟชั่นพูดถึงไม่แพ้ถ้วยรางวัล

 

และอีกฟากหนึ่งบนเวที Super Bowl Halftime Show ปี 2026 เขายกระดับโชว์ให้กลายเป็นภาพยนตร์สั้นที่อัดแน่นด้วยพลังวัฒนธรรม ตั้งแต่ โปรดักชัน ไปจนถึงชุดที่กลายเป็นไวรัล ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า Bad Bunny คือแรงบันดาลใจการแต่งตัวของผู้ชายยุคใหม่ ที่กล้าเล่นกับซิลูเอตและการก้าวข้ามเรื่องเพศ สนุกกับแฟชั่นแบบไม่ต้อง “ขออนุญาต” ใคร แต่ยังคุมภาพรวมให้เท่และร่วมสมัยเสมอ

 

THE STANDARD POP จะพาทุกคนร่วมชมโมเมนต์สำคัญของ Bad Bunny ที่สร้างแรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น 

 

Bad Bunny ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนถึงสไตล์ไร้เพศ (Genderless Fashion)

 

MET GALA 2022

 

กลายเป็นขาประจำของ Met Gala ไปเสียแล้วสำหรับ Bad Bunny หลังจากที่เขาปรากฏตัวบนพรมแดงของงานซูเปอร์โบลแห่งวงการแฟชั่นอย่าง Met Gala ในปี 2022 ในธีม “In America: An Anthology of Fashion” พร้อมเดรสโค้ด “Gilded Glamour, White Tie” ที่ชวนย้อนยุคความหรูหราแบบ Gilded Age ซึ่ง Bad Bunny เปิดตัวบนพรมแดงด้วยลุคที่คนจำได้ทันทีในเดรสโค้ตทรงยาวสีกากีจาก Burberry ที่มีไหล่พองแบบดรามาติก เขาเลเยอร์ด้วยเสื้อเชิ้ตขาว และ ไทดำ เหมือนนำสไตล์ของ White Tie มาหักมุมใหม่ให้ร่วมสมัย และ แปลกตาขึ้นด้วยซิลูเอตที่ก้ำกึ่งระหว่างสูท และ เดรส  ทำให้ลุคดูทั้งคลาสสิก และ กวนเล็กๆ  และ แน่นอนแอกเซสซอรีผมคล้ายเทียร่าและทรงผมของเขาแบบเกล้าสูง คือหมัดฮุกที่ทำให้ลุคนี้จบแบบไวรัล  สิ่งที่น่ารักคือเขาไม่ได้แต่งเพื่อให้เข้าธีมอย่างเดียว แต่แต่งเพื่อให้ แฟชั่น มีเรื่องเล่าและ คาแรกเตอร์ นี่คือโมเมนต์ที่พิสูจน์ว่าเสื้อผ้าผู้ชายไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบเดิมอีกต่อไป

 

Bad Bunny ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนถึงสไตล์ไร้เพศ (Genderless Fashion)

 

CALVIN KLEIN CAMPAIGN

 

อีกหนึ่งแคมเปญหยุดโลก เมื่อ Bad Bunny ปรากฏตัวบนแคมเปญของ Calvin Klein ไลน์ชุดชั้นในที่เขามาเผยสัดส่วนมาสคิวลีน แคมเปญนี้ถ่ายทอดแบบตรงไปตรงมาใช้เสน่ห์และความเซ็กซี่ของ Bad Bunny นำเสนอความมั่นใจ เรียกได้ว่าเป็นการปลดเปลื้อง Bad Bunny หนุ่มแต่งตัวจัดจ้านให้เหลือไว้แค่ความมินิมอล เย้ายวนในแบบฉบับของ Calvin Klein หลังจากภาพแคมเปญและวิดีโอถูกเผยแพร่ หลายคนต่างพร้อมใจยกให้เขากลายเป็นหนุ่มเซ็กซี่คนใหม่ของวงการแฟชั่นทันที รวมถึงอยากให้เขากลับมาร่วมงานกับแบรนด์นี้อีกครั้ง เพราะครั้งนี้ถือเป็นเซอร์ไพรส์มากๆ ไม่มีใครคาดคิดว่า Calvin Klein จะดึงตัว Bad Bunny มาร่วมงานด้วย 

 

Bad Bunny ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนถึงสไตล์ไร้เพศ (Genderless Fashion)

 

GRAMMY AWARDS 2026

 

ที่งานประกาศรางวัลทางดนตรี The Grammy Awards 2026 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา Bad Bunny เป็นหนึ่งในศิลปินที่ถูกพูดถึงที่สุดในค่ำคืนนั้นทั้งจากผลงานและสไตล์บนพรมแดง เขาสวมทักซิโดคัสตอมจาก Schiaparelli ซึ่งถูกสื่อแฟชั่นยกให้เป็นโมเมนต์แฟชั่นโดยเฉพาะของผู้ชายบนพรมแดงครั้งนั้น เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ Daniel Roseberry ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ของ Schiaparelli คนปัจจุบันออกแบบ menswear ครั้งแรก ชุดสูทเนื้อสัมผัสหรูหรามีความดีเทลสุดพิเศษอยู่ที่งานปักและดีเทล lace-up แบบคอร์เซตของผู้หญิงที่เขานำมาใช้บนสูททักซิโด ดีเทลระดับโอกูตูร์นอกจากจะส่งให้ Bad Bunny ดูโดดเด่นมากในค่ำคืนนั้น ยังเกิดคำถามด้วยว่า หรือ Schiaparelli จะมีไลน์เสื้อผ้าผู้ชายในเร็วๆ นี้ 

 

Bad Bunny ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนถึงสไตล์ไร้เพศ (Genderless Fashion)

 

SUPER BOWL HALFTIME SHOW 2026

 

Super Bowl Halftime Show ที่ผ่านมาล่าสุดของ Bad Bunny ถูกเล่าว่าเป็นโชว์ที่ตั้งใจให้ “เหมือนหนัง” ทั้งการเล่าเรื่องและภาพจำบนเวที และสิ่งที่ทำให้คนแฟชั่นช็อกแบบยิ้มๆ คือเขาใส่ลุคคัสตอมจาก Zara แบรนด์แมสที่ทุกคนเข้าถึงได้ ชุดโทนสีขาวถูกออกแบบให้ดูสะอาด แต่คม มีลูกเล่นแบบสปอร์ต อย่างเสื้อเจอร์ซีย์ที่สื่อสารความหมายส่วนตัวของเขา การเลือก Zara ไม่ได้แปลว่า “ลดระดับ” แต่คือการประกาศว่าไอเดียและ สตอรี สำคัญกว่าป้ายราคา มัน ยังสอดคล้องกับตัวตน Bad Bunny ที่ชอบทำให้ของแมสกลายเป็นไอเท็มแฟชั่นได้ด้วยท่าทีและ คาแรกเตอร์ ผลคือชุดนี้กลายเป็นไวรัลระดับประเทศ พอๆ กับโชว์ที่คนดูถล่มทลายระดับประวัติศาสตร์และถูกพูดถึงในทุกแพลตฟอร์ม นี่คือบทเรียนแฟชั่นผู้ชายยุคใหม่ เป็นการแต่งให้ คนจำ ไม่ใช่แต่งให้คนเดาแบรนด์

 

Bad Bunny ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนถึงสไตล์ไร้เพศ (Genderless Fashion)

 

VOGUE BEST DRESSED 

 

Vogue เผยแพร่บทสัมภาษณ์ รวมถึงปกดิจิทัลในช่วงธันวาคม 2025 โดย Bad Bunny ได้รับเลือกให้ขึ้นปก เขาถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งใน Best Dressed ของปี 2025 ไม่ใช่เพราะใส่ของแพงที่สุด แต่เพราะมี “ภาษาการแต่งตัว” ที่ชัดเจน เช่น เดียวกับผลงานเพลงของเขา ในบทสัมภาษณ์นี้ Vogue ยังกล่าวถึงทีมงานเบื้องหลังผู้ที่ช่วย Bad Bunny ในการเลือกลุคอย่างชาญฉลาดเพื่อบ่งบอกตัวตนของเขาให้มากที่สุด สิ่งที่น่าสนใจคือแฟชั่นของเขาไม่เคยตัดขาดจากรากวัฒนธรรม แต่ใช้มันเป็นพลังสร้างสไตล์ร่วมสมัย การรับรองสถานะครั้งนี้จาก Vogue จึงไม่ใช่แค่สถานะแฟชั่นไอคอนชั่วคราว แต่เขาเป็นต้นแบบของรสนิยมการแต่งตัวของผู้ชายยุคนี้อย่างแท้จริง

 

Bad Bunny ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนถึงสไตล์ไร้เพศ (Genderless Fashion)

 

GUCCI VALIGERIA CAMPAIGN

 

Gucci เปิดตัวแคมเปญ Valigeria ที่ได้ Bad Bunny และ Kendall Jenner มาร่วมเฟรม ซึ่งในเวลานั้นทั้งสองกำลังถูกพูดถึงจากข่าวการเดทกัน ภาพเล่าเรื่องการเดินทางแบบเจ็ตเซ็ต พร้อมกระเป๋าไลน์ Gucci Savoy และชิ้นคลาสสิกต่างๆ Gucci เองอธิบายว่าไลน์นี้คือการคารวะมรดกการเดินทางของแบรนด์ พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของการเดินทางในมุมมองใหม่ๆ ทั้ง Bad Bunny และ Kendall ล้วนเป็นแฟชั่นไอคอนแห่งยุค ทั้งสองถ่ายทอดเสน่ห์แบบคลาสสิกในเสื้อผ้าเรียบง่ายและหรูหรา กับกระเป๋าไลน์คลาสสิก ทั้งสองถ่ายทอดแคมเปญได้อย่างน่าสนใจด้วยเคมีแบบคู่รัก 

 

Bad Bunny ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนถึงสไตล์ไร้เพศ (Genderless Fashion)

 

PARTNERING WITH JACQUEMUS

 

เรียกได้ว่าเป็นคู่พาร์ตเนอร์เลยก็ได้ เพราะทั้ง Bad Bunny และ Jacquemus ทั้งสองต่างร่วมงานกันหลายครั้ง Bad Bunny เคยปรากฏตัวบนแคมเปญของแบรนด์มาแล้วถึงสองครั้ง ซึ่งครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2022 กับคอลเล็กชัน Le Splash เสื้อผ้าสีสันสดใสตั้งแต่ชุดสูทไปจนถึงเดรสสั้น ท้าทายกรอบการแต่งตัวของผู้ชายแบบขี้เล่นและมั่นใจ แคมเปญนี้ถูกพูดถึงอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าเสื้อผ้าไม่ใช่กฎ แต่เป็นของเล่นของคนที่มี คาแรกเตอร์ และครั้งที่สองในปี 2024 ในคอลเล็กชัน Les Sculpture โทนภาพโตขึ้น อาร์ตขึ้น เหมือนทำให้ Bad Bunny กลายเป็น “ประติมากรรมมีชีวิต” ด้วยความแตกต่างของมู้ดจากทั้งสองคอลเล็กชันยิ่งส่งให้ Bad Bunny ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น เพราะช่วยบ่งบอกได้ว่าเขานั้นสามารถไหลไปกับแฟชั่นได้โดยไม่ยึดติดกับสไตล์แบบเดียวเท่านั้น

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT BAD BUNNY FASHION MOMENTS โมเมนต์สุดไวรัลของศิลปินลาตินแห่งยุค appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga ขอบคุณ Bad Bunny ที่ชวนเธอขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show 2026 https://thestandard.co/lady-gaga-bad-bunny-super-bowl-2026/ Tue, 10 Feb 2026 12:15:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1177102 Lady Gaga และ Bad Bunny กำลังเต้นรำร่วมกันบนเวที Super Bowl Halftime Show 2026

Bad Bunny สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวทีงาน Super B […]

The post Lady Gaga ขอบคุณ Bad Bunny ที่ชวนเธอขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga และ Bad Bunny กำลังเต้นรำร่วมกันบนเวที Super Bowl Halftime Show 2026

Bad Bunny สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวทีงาน Super Bowl Halftime Show 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันก่อน โดยนอกจากจะพาเพื่อนพ้องชาวละติโนมากมายมาร่วมสนุกกันในโชว์แล้ว เขายังเซอร์ไพรส์ผู้ชมด้วยการนำศิลปินคนดังอย่าง Lady Gaga มาร่วมแสดงด้วย

 

Lady Gaga ขึ้นเวที Super Bowl Halftime Show และร้องเพลง Die with a Smile เวอร์ชั่นซัลซ่าร่วมกับวงดนตรีด้านหลัง ก่อนที่จะเต้นรำกับ Bad Bunny หรือชื่อจริงคือ Benito Antonio Martinez Ocasio ซึ่งการปรากฏตัวของเธอก็สร้างสีสันให้กับโชว์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก และหลังการแสดงเพียง 1 วัน Lady Gaga ก็ออกมาแสดงความขอบคุณต่อ Bad Bunny ที่ชักชวนให้เธอมาร่วมแสดงด้วยกัน

 

Lady Gaga โพสต์ซีรีส์ภาพจากการแสดงครั้งสำคัญผ่าน Instagram และเขียนข้อความว่า “ขอบคุณ Benito ที่ให้ฉันได้มีส่วนร่วมในการแสดงที่ทั้งทรงพลัง มีความสำคัญ และมีความหมายเป็นอย่างมาก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติเหลือเกินที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์นี้

 

“ทุกอย่างยิ่งพิเศษมากขึ้นไปอีกเพราะเป็นการแสดงร่วมกับคุณ ด้วยจิตใจที่งดงามและดนตรีของคุณด้วย ขอส่งความรักให้กับ Benito, Ricky Martin และนักแสดงทุกท่าน” Lady Gaga ทิ้งท้ายด้วยการขอบคุณสไตลิสต์ Chloe & Chenelle Delgadillo และแบรนด์ Luar ผู้อยู่เบื้องหลังแฟชั่นลุคของเธอด้วยว่า “พรสวรรค์และความรักของคุณทำให้ชุดอันงดงามนี้เป็นจริงขึ้นมาได้”

 

ภาพ: Kevin Mazur/Getty Images for Roc Nation

อ้างอิง: https://people.com/lady-gaga-thanks-bad-bunny-for-including-her-in-2026-super-bowl-halftime-show-11903112

The post Lady Gaga ขอบคุณ Bad Bunny ที่ชวนเธอขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny กับ Halftime-Show สุดมหัศจรรย์ และความหมายที่ซ่อนอยู่หลังม่าน https://thestandard.co/bad-bunny-super-bowl-halftime-meaning/ Tue, 10 Feb 2026 08:48:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1176963 แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl

ชายชุดขาวในไร่อ้อย   นี่คือการเปิดตัวที่ทำให้ผู้ชม […]

The post Bad Bunny กับ Halftime-Show สุดมหัศจรรย์ และความหมายที่ซ่อนอยู่หลังม่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl

ชายชุดขาวในไร่อ้อย

 

นี่คือการเปิดตัวที่ทำให้ผู้ชมมากกว่า 115 ล้านคนทั่วโลก (ซึ่งเป็นยอดสถิติสูงสุดครังใหม่) ที่เฝ้ารอการแสดงในช่วงพักครึ่งเวลา Halftime-Show ของศึกอเมริกันฟุตบอลคู่ชิงซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl) ทางบ้านอดสงสัยไม่ได้ ว่าสิ่งเห็นนั้นคืออะไร

 

ก่อนที่ เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอคาซิโอ aka ‘Bad Bunny’ จะเริ่มต้นการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ของเขา เพราะตลอดทั้งโชว์เป็นการร้องรำทำเพลงในภาษาสเปนทั้งหมด อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความลึกซึ้งในความหมายเชิง ‘สัญญะ’ ที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างละนิดละหน่อยตลอดการแสดง 14 นาที

 

การแสดงที่ถูกตำหนิอย่างรุนแรงจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็น “หนึ่งในโชว์ที่เลวร้ายที่สุด” และ “ไม่มีใครเข้าใจว่าไอ้หมอนี่มันพูดอะไรสักคำ”

 

แต่ท่านประธานาธิบดีครับ ได้โปรดเถอะ

 

นี่มันตรงกันข้ามเลย เพราะนี่แหละคือหนึ่งในโชว์ที่คู่ควรกับคำว่าดีที่สุดตลอดกาลของซูเปอร์โบวล์

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 1

 

ความมหัศจรรย์ในสนามลีไวส์ สเตเดียม เริ่มต้นที่การเนรมิตฉากการแสดงสุดอลังการขึ้นมาใหม่กลางสนาม

 

ฉากนั้นไม่ได้เป็นแค่ฉากธรรมดา แต่เป็นการจำลองฉากชีวิตของชาวแคริบเบียนผ่าน ‘ไร่อ้อย’ ไปจนถึง ‘La Casita’ สิ่งปลูกสร้างเล็กๆที่เป็น ‘บ้าน’ ในฉบับของชาวเปอโตริโกขึ้นมา โดยทั้งหมดใช้เวลาอันน้อยนิดเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้น

 

แต่มันเป็น 7 นาทีที่ผ่านกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ในระดับสุดยอดของโลก ที่เก็บทุกรายละเอียดสำคัญต่างๆเอาไว้อย่างมากมาย เป็นการจำลองฉากชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเปอโตริโก บ้านเกิดเมืองนอนของ Bad Bunny ศิลปินที่มาแรงที่สุดในเวลานี้เอาไว้อย่างครบถ้วน

 

ก่อนที่การแสดงจะเริ่มต้นด้วยการปรากฏตัวของชายคนหนึ่งที่บอกว่า “ได้เป็นคนละตินมันสุดยอดจริง คืนนี้เราจะมาดื่มฉลองกัน”

 

แล้ว Bad Bunny ก็ปรากฏตัว

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 2

 

สิ่งแรกที่หลายคนสังเกตเห็นคือศิลปินหนุ่มในวัย 31 ปี (ผู้เตือนสาวๆทุกคนแบบหยิกแกมหยอกว่าอย่าได้มาตกหลุมรักเขาอีกเลย เขามีแฟนหลายคนแล้ว) อยู่ในชุดสีขาวล้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งเป็นสไตล์การแต่งกายในแบบของชาวแคริบเบียน

 

แต่ในชุดนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียด ตั้งแต่รองเท้า ‘BadBo 1.0’ ที่เป็นงานคอลแลบระหว่าง Bad Bunny x adidas ซึ่งเตรียมจะออกวางจำหน่ายในเร็วๆนี้ ไปจนถึงชุดที่ไม่ได้มาจากห้องเสื้อหรูหราอะไร แต่เป็นเสื้อผ้าของ Zara แบรนด์ Fast Fashion จากสเปน

 

ด้านหลังเสื้อ Jersey ของเขามีการปักชื่อไว้ว่า OCASIO อันนี้เดาไม่ยาก เพราะเป็นนามสกุลของเขาเอง

 

แต่ด้านหน้าเสื้อที่มีหมายเลข ’64’ นี่สิ สื่อถึงอะไร? ซึ่งแค่นี้ก็ถูกนำไปตีความกันอย่างสนุกสนานแล้ว

 

ตามทฤษฎีแล้วบ้างก็ว่าเป็นปีเกิดคุณแม่ของเขา หรืออาจจะเป็นการคารวะให้กับอัลบั้ม ‘El Último Tour del Mundo’ อัลบั้มเพลงภาษาสเปนอัลบั้มแรกที่ติดอันดับสูงสุดของ Bilboard 200 เมื่อ 64 ปีที่แล้ว

 

บ้างก็ว่าหมายถึงการประชุมสภาครองเกรสสมัยที่ 64 ที่อนุมัติสัญชาติอเมริกาให้กับประชาชนชาวเปอโตริโก

 

ไปจนถึงอาจจะเป็นจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตเบื้องต้นจากมหาวาตภัย เฮอร์ริเคน มาเรีย ที่รัฐบาลเปอโตริโกระบุในตอนแรกว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 64 คน ก่อนที่จะมีการปรับตัวเลขใหม่เป็น 1,427 คน

 

อย่างไรก็ดีมีการยืนยันในเวลาต่อมาว่าเลข 64 นี้มาจากปี 1964 ปีเกิดคุณลุงของเขา คูติโอ ซึ่งเป็นคนที่สอนสั่ง Bad Bunny ในสารพันเรื่องราวของ NFL มากกว่าที่เขาเคยรู้และควรจะรู้ เบอร์เสื้อนี้จึงเป็นการยกย่องคุณลุงผู้จากไปแล้วว่าวันนี้หลานได้มาแสดงโชว์ในซูเปอร์โบวล์แล้วนะนั่นเอง

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 3

 

แล้วไร่อ้อยมีความหมายอะไรไหม?

 

จริงๆเรื่องนี้เดาได้ไม่ยาก อย่างที่บอกฉากในไร่อ้อยซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครมากมายที่ Bad Bunny เดินผ่าน (เช่น พ่อค้า) คือฉากชีวิตจริงของชาวเปอโตริโกที่ทำงานในไร่ ซึ่งแม้จะเป็นงานที่หนักแต่ก็มีความสุข มีรอยยิ้ม และที่สำคัญคือมีจังหวะดนตรีอยู่ในหัวใจ

 

เนื้อร้องไม่ใช่ปัญหา เพราะท่วงทำนองคือสิ่งที่จะพาทุกคนให้มาสนุกด้วยกัน เต้นด้วยกัน ร้องรำทำเพลงไปด้วยกัน

 

แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่น่าประทับใจที่ซ่อนอยู่ในไร่อ้อยไม่ใช่ต้นอ้อย แต่เป็น ‘มนุษย์พุ่มหญ้า’ เหล่านักแสดงสมทบที่แปลงกายเป็นหญ้าเขียวๆในไร่ซึ่งเหมือนจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยแต่ก็สำคัญไม่น้อยและเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดของการแสดงในชุดนี้ด้วย

 

นักแสดงมนุษย์พุ่มหญ้าเหล่านี้ถูกคัดเลือกมาให้ร่วมแสดงโดยมีเงื่อนไขเล็กน้อย

 

“คุณต้องแบกของน้ำหนัก 30-40 ปอนด์เอาไว้กับตัวได้ (ซึ่งแน่นอนว่าตอนที่สมัครเขาก็ไม่ได้บอกหรอกว่าจะให้แบกอะไร) ส่วนหน้าที่ของพวกเขาไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า “ยืนนิ่งๆ แต่ต้องอยู่ให้ถูกที่ถูกเวลาเสมอ” เรื่องนี้ฟังดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายเลยเพราะในเวลาแสดงจริงชุดแต่งกายที่แปลงโฉมพวกเขาให้เป็นกอหญ้านั้นจะบดบังสายตาจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น โดยที่ไม่สามารถจะเอามือแหวกให้เห็นทอง หรือไม่สามารถโผล่หน้าออกมาได้ด้วย

 

การซักซ้อมที่ดีเพื่อจำการเดินและตำแหน่งของตัวเองให้ได้อย่างแม่นยำ

 

ขณะที่ La Casita อาคารหลังน้อยที่เป็นที่พักหลับนอนของชาวเปอโตริโก เป็นส่วนประกอบสำคัญในฉากการแสดงเช่นกัน ซึ่งเป็นการฉายให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นภาพความเป็นอยู่ในแบบของพวกเขา ที่ถึงจะน้อยแต่มากด้วยความรักและความอบอุ่น

 

ตลอดการโชว์ระยะเวลา 14 นาทีซึ่งรวมถึงการแสดงร่วมของศิลปินระดับสุดยอดอย่าง Lady Gaga และ Ricky Martin พร้อมด้วยตัวละครประกอบฉากระดับ A-List อย่าง Pedro Pascal, Cardi B, Karol G, Jessica Alba

 

 

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 4

 

ประเด็นกระทบกระเทียบทางการเมืองนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงไม่น้อยสำหรับโชว์ของ Bad Bnny

 

ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ถึงกับเหนือความคาดหมายเพราะก่อนหน้านี้จุดยืนของศิลปินสุดฮอตคนนี้ก็ชัดเจนในการต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ในระดับที่พูดบนเวทีระหว่างการรับรางวัล Grammy สาขาอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีว่า “ICE ออกไป พวกเราไม่ใช่คนต่างด้าว พวกเราเป็นมนุษย์”

 

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทรัมป์ออกมากล่าวโจมตีศิลปินผู้นี้อย่างรุนแรง ไม่นับความพยายามในการจัดคอนเสิร์ตท้าชนอย่าง ‘The All-American Halftime Show’ ซึ่งมีจุดประสงค์ชัดเจนคือต่อต้านการแสดงของ Bad Bunny และเชิดชูความเป็นอเมริกันชนแท้ๆ

 

โดยคอนเสิร์ตนำมาโดยศิลปินอย่าง Kid Rock ที่เป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งของประธานาธิบดีทรัมป์ (แต่ก็เคยเป็นผู้ต้องหาคดีอื้อฉาว…)

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว Bad Bunny ไม่ได้ต้องการที่จะสร้างความเกลียดชังอะไรเลย

 

การแสดง Halftime-Show ของเขาครั้งนี้เต็มไปด้วย ‘ความรัก’ ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในทุกอณู และหนึ่งในสารที่สำคัญที่อยู่ในนั้นคือ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ แคนาดา ไล่เรียงเรื่อยมาจนถึงเปอโตริโกบ้านเกิดของเขา

 

ทุกที่ก็คือ ‘อเมริกา’

 

ทุกคนล้วนเป็น ‘อเมริกันชน’

 

รวมถึงข้อความสำคัญที่สุดที่อยากจะบอกเอาไว้ให้รู้กัน

 

“สิ่งเดียวที่ทรงพลังมากกว่าความเกลียดชัง ก็คือความรัก”

 

ถ้าท่านประธานาธิบดีใช้หูแล้วจะฟังไม่เข้าใจก็ไม่แปลก เพราะสิ่งนี้ถ้าอยากจะเข้าใจต้องใช้ใจฟัง

 

 

อ้างอิง:

The post Bad Bunny กับ Halftime-Show สุดมหัศจรรย์ และความหมายที่ซ่อนอยู่หลังม่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดสตรีม​เพลง Bad Bunny พุ่งสูงขึ้นกว่า 470% ในอเมริกา หลังแสดง Super Bowl Halftime Show https://thestandard.co/bad-bunny-super-bowl-streams/ Tue, 10 Feb 2026 04:42:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1176826 ยอดสตรีม​เพลง Bad Bunny พุ่งสูงขึ้นกว่า 470% ในอเมริกา หลังแสดง Super Bowl Halftime Show

ศิลปินชาวเปอร์โตริโก Bad Bunny สร้างประวัติศาสตร์อย่างต […]

The post ยอดสตรีม​เพลง Bad Bunny พุ่งสูงขึ้นกว่า 470% ในอเมริกา หลังแสดง Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดสตรีม​เพลง Bad Bunny พุ่งสูงขึ้นกว่า 470% ในอเมริกา หลังแสดง Super Bowl Halftime Show

ศิลปินชาวเปอร์โตริโก Bad Bunny สร้างประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง หลังจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาคว้ารางวัลใหญ่ที่งานประกาศรางวัล Grammy Awards 2026 และในสัปดาห์นี้เขาก็ยังขึ้นโชว์ Super Bowl Halftime Show ที่ Levi’s Stadium ด้วยการแสดงที่นำเสนอวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศอเมริกาใต้อันงดงามและลึกซึ้ง ทั้งยังมีการปรากฏตัวของคนดังอีกหลายคนในโชว์ของเขา ไม่ว่าจะเป็น Lady Gaga, Ricky Martin, Karol G, Cardi B, Pedro Pascal หรือ Jessica Alba

 

เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้มีผู้คนสนใจชื่อและผลงานเพลงของ Bad Bunny มากยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีรายงานมาแล้วว่ายอดสตรีมของเขาเพิ่มขึ้นหลังจบงาน Grammy Awards 2026 และในครั้งนี้ที่เขาขึ้นแสดงงาน Super Bowl Halftime Show ก็ทำให้ยอดสตรีมบน Spotify เพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยทางสตรีมมิ่งรายงานว่ามีการสตรีมเพิ่มขึ้นถึง 470% ในสหรัฐอเมริกา และเพลงที่มีการสตรีมเพิ่มขึ้นสูงสุดก็คือเพลง Yo Perreo Sola ที่พุ่งขึ้น 2,170%

 

รองลงมาเป็น El Apagón เพลงแห่งความภาคภูมิใจในการเป็นชาวเปอร์โตริโก ก็ทำยอดสตรีมเพิ่มขึ้น 1,320% ส่วนเพลง Party เพิ่มขึ้น 1,130% เพลง LO QUE LE PASÓ A HAWAii เพิ่มขึ้น 1,040% ขณะที่เพลง Tití Me Preguntó และ Safaera เพิ่มขึ้นเพลงละ 1,000% ในขณะเดียวกัน เพลงฮิต DtMF จากอัลบั้มใหม่ก็ยังสามารถเข้าชาร์ต Billboard Hot 100 ได้อีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเขาในฐานะไอคอนคนสำคัญแห่งวงการดนตรี รวมทั้งเป็นบทพิสูจน์ว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าใจและสนุกไปด้วยกันได้โดยไม่มีกำแพงภาษาเช่นกัน

 

ภาพ: Matthew Huang/Icon Sportswire via Getty Images

 

อ้างอิง:

 

The post ยอดสตรีม​เพลง Bad Bunny พุ่งสูงขึ้นกว่า 470% ในอเมริกา หลังแสดง Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny ใส่ชุดของ Zara ขึ้นแสดง​ Super Bowl Halftime Show 2026 https://thestandard.co/bad-bunny-zara-super-bowl-halftime/ Mon, 09 Feb 2026 04:46:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1176272 Bad Bunny ในชุดสีขาวครีมจาก Zara ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show 2026

ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนเดากันไปต่างๆ ว่า Bad Bunny จะใส่ […]

The post Bad Bunny ใส่ชุดของ Zara ขึ้นแสดง​ Super Bowl Halftime Show 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny ในชุดสีขาวครีมจาก Zara ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show 2026

ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนเดากันไปต่างๆ ว่า Bad Bunny จะใส่ชุดของแบรนด์อะไรขึ้นโชว์ Super Bowl Halftime ครั้งประวัติศาสตร์ และสุดท้ายก็เปิดเผยแล้วว่าศิลปินชาวปวยร์โตรีโกได้เลือกใส่ชุดสั่งตัดพิเศษจาก Zara

 

โดยตลอดการแสดงความยาวกว่า 13 นาที Bad Bunny เปิดมาด้วยเพลง Tití Me Preguntó ในชุดสีขาวครีมจากแบรนด์แฟชั่นสเปน ที่เสื้อท่อนบนได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้ออเมริกันฟุตบอล พร้อมกับเลข 64 ที่กลางเสื้อ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเลขปี 1964 ปีเกิดของ Lysaurie Ocasio แม่ของเขา ทับเสื้อเชิ้ตและเนตไท และกางเกงสีขาวคู่กับรองเท้าผ้าใบรุ่น Adidas BadBo 1.0 หลังจากนั้นเปลี่ยนมาใส่สูทสีขาวในช่วงที่แสดงกับ Lady Gaga

 

นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ยังมีฝั่งเครื่องประดับที่เขาเลือกใส่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา Audemars Piguet รุ่น Royal Oak สีทองหน้าปัดขนาด 37 มม. ตัวเรือนทอง 18k พร้อมดีเทลเข็มนาฬิกาทำจากมาลาไคต์ ซึ่งทั้งหมดนี้สไตล์โดยสองสไตลิสต์คู่ใจ Storm Pablo และ Marvin Douglas Linare

 

โมเมนต์แฟชั่นของ Bad Bunny ที่เป็นที่พูดถึงในช่วงที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นชุดสูทสั่งตัดของ Schiaparelli ที่เขาขึ้นรับรางวัลใหญ่อัลบั้มแห่งปีที่เวที Grammy Awards 2026 ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Daniel Roseberry ซึ่งเป็นชุดพรมแดงฝั่งผู้ชายครั้งแรกของแบรนด์กูตูร์แห่งนี้ด้วย

 

ภาพ: Bob Kupbens/Icon Sportswire via Getty Images)

 

อ้างอิง:

The post Bad Bunny ใส่ชุดของ Zara ขึ้นแสดง​ Super Bowl Halftime Show 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ตำนานร่วมเวที Super Bowl Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga จุดไฟ Halftime Show ด้วยพลังวัฒนธรรมข้ามรุ่น https://thestandard.co/super-bowl-icons-halftime-show/ Mon, 09 Feb 2026 02:47:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1176196 ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เวที Super Bowl Halftime LX Show ปีนี้เป็นเฉลิมฉลองวัฒน […]

The post 3 ตำนานร่วมเวที Super Bowl Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga จุดไฟ Halftime Show ด้วยพลังวัฒนธรรมข้ามรุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เวที Super Bowl Halftime LX Show ปีนี้เป็นเฉลิมฉลองวัฒนธรรมโลก ผ่าน 3 ศิลปินจากต่างเจเนอเรชันและพลังแห่งความหลากหลาย:

 

นำโดย Bad Bunny ไอคอนรุ่นใหม่ของวัฒนธรรมลาติน ที่พาเสียงของ Puerto Rico และเพลง trap/Reggaeton ขึ้นสู่เมนสตรีมโลก

 

Ricky Martin เจ้าของเพลง “Livin’ la Vida Loca” ที่ปูทางให้ศิลปินลาตินเข้ามาเขย่าวงการเพลงอเมริกันในยุค 90s การกลับมาครั้งนี้คือการคืนชีพพลังลาตินรุ่นบุกเบิกให้เวทีนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำ

 

Lady Gaga กลับมาอีกครั้งหลังเคยสร้างตำนานโชว์ Halftime ปี 2017 ที่พูดถึง diversity และเสรีภาพอย่างชัดเจน

 

ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 1ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 2ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 3ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 4ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 5

The post 3 ตำนานร่วมเวที Super Bowl Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga จุดไฟ Halftime Show ด้วยพลังวัฒนธรรมข้ามรุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga สร้างเซอร์ไพร์ส ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show กับ Bad Bunny https://thestandard.co/lady-gaga-bad-bunny-super-bowl-halftime-show/ Mon, 09 Feb 2026 02:03:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1176177 เลดี้ กาก้า และ Bad Bunny กำลังแสดงร่วมกันบนเวที Super Bowl Halftime Show

Lady Gaga สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง หลัง […]

The post Lady Gaga สร้างเซอร์ไพร์ส ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show กับ Bad Bunny appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลดี้ กาก้า และ Bad Bunny กำลังแสดงร่วมกันบนเวที Super Bowl Halftime Show

Lady Gaga สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง หลังเธอได้ขึ้นแสดงช่วง Super Bowl Halftime Show 2026 กับ Bad Bunny ณ Levi’s Stadium

 

โดย Lady Gaga ได้แสดงเพลง Die With A Smile เวอร์ชัน Salsa แบบเดี่ยวในชุดเดรสสีฟ้าบนเวที ก่อนที่เธอจะลงมาเต้นกับ Bad Bunny และ สร้างเสียงเชียร์ไปทั่วสนาม ซึ่งนอกเหนือจาก Lady Gaga แล้ว แขกรับเชิญคนอื่นๆ ในช่วงการแสดง Super Bowl Halftime Show ของ Bad Bunny ก็มี Ricky Martin รวมถึง Karol G, Cardi B และ Pedro Pascal ที่ปรากฏตัว เต้นกันในซีน House Party

 

Lady Gaga เคยแสดง Super Bowl Halftime Show มาแล้วในปี 2017 รวมถึงเคยมีร้องเพลงชาติอเมริกาในปี 2016

 

ภาพ: Christopher Polk/Billboard via Getty Images

The post Lady Gaga สร้างเซอร์ไพร์ส ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show กับ Bad Bunny appeared first on THE STANDARD.

]]>