Augmented Reality Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/augmented-reality/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 29 Dec 2024 12:26:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬาที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/sports-innovative-trends-2024/ Mon, 30 Dec 2024 06:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1025506 sports-innovative-trends-2024

เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ทุกวัน แต่ทุกเวลา ระห […]

The post 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬาที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
sports-innovative-trends-2024

เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ทุกวัน แต่ทุกเวลา ระหว่างนาทีนี้กับนาทีหน้าก็อาจจะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นแล้วก็ได้

 

โลกของกีฬาเองก็เหมือนกัน ตลอดปี 2024 มีความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าหลายอย่างเกิดขึ้น แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเป็นเรื่องเก่าเสมอ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าต่างหากที่น่าสนใจและควรจะรู้ไว้

 

เทรนด์ใหม่ของโลกกีฬาในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2025 จะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ?

 

 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬา

 

#1 โค้ช AI (เก่งกว่าโค้ชคีย์บอร์ดแน่นอน)

 

กีฬาเป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยความมานะพยายามของผู้เล่น แต่สิ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ ความรู้จากผู้สอนว่าเก่งจริงไหม รู้จริงไหม และสอนให้เข้าใจได้ไหม

 

ที่ผ่านมามันเป็นเรื่องของโชคและดวงด้วย ถ้าเจอผู้สอนดีก็ดีไป จะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือเป็นนักกีฬาสมัครเล่นที่เน้นสุขภาพ เจอคนสอนดีก็เหมือนถูกหวย ได้พัฒนาร่างกายและเทคนิคการเล่นของตัวเอง 

 

แต่ปัญหาคือ นอกจากจะไม่รู้ว่าคนไหนสอนดีแล้ว ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสเช่นนั้นด้วย

 

เรื่องที่เป็นปัญหานี้จะหมดไปในอนาคตอันใกล้ เพราะในวงการกีฬาเริ่มมีการนำเทคโนโลยี ‘AI’ เข้ามาช่วยในการฝึกสอน ทำให้นักกีฬาจะอาชีพหรือสมัครเล่นก็ตาม สามารถเรียนรู้การเล่นและพัฒนาขีดความสามารถได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

ที่สำคัญคือทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่มีขีดจำกัดอีกต่อไป

 

ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชัน BeONE Sports ที่จะให้ AI ช่วยดูท่าทางของคุณในระหว่างการซ้อมว่าทำถูกต้องไหม ผ่านการเปิดกล้องบนสมาร์ทโฟนของคุณเอง ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานแล้ว ทุกครั้งที่ออกท่าทาง AI จะวิเคราะห์ให้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่

 

และถ้าทำผิดควรจะแก้ไขอย่างไร ก็สามารถบอกกันได้แบบเรียลไทม์

 

ลองจินตนาการว่าคุณเป็นเด็กที่รักการเล่นฟุตบอลแต่อยู่พื้นที่ห่างไกล จะนั่งรถไปเรียนจากโค้ชทุกวันก็กินเวลาหลายชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีนี้อย่างน้อยก็ช่วยทำให้การเรียนรู้สะดวกขึ้น ส่วนจะทำได้ดีแค่ไหนอยู่ที่ความขยันของแต่ละคนเอง

 

 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬา

 

#2 Wearable Tech + AI วิเคราะห์แม่นกว่าตาเห็น

 

ความจริงเทรนด์เรื่อง Wearable Tech ในเกมกีฬามีมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ GPS จับการเคลื่อนไหวในการฝึกซ้อมและในการแข่งขันจริง ไปจนถึงการวิเคราะห์ที่ลึกไปกว่านั้น เช่น การใช้เซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับจำนวนการจับบอลด้วยเท้าแต่ละข้าง ความเร็วในการวิ่ง จำนวนครั้งที่วิ่งเร็ว หรือแรงเหวี่ยงจากขาแต่ละข้าง

 

แต่ตอนนี้เราสามารถไปได้ไกลกว่านั้นแล้ว เพราะเราสามารถตีบวกอุปกรณ์ล้ำสมัยเหล่านี้เข้ากับเทคโนโลยี AI ทำให้สามารถวิเคราะห์การเล่นได้อย่างรวดเร็วในระดับเรียลไทม์ ไม่ต้องมานั่งตัดคลิปตัดฟุตกันให้เหนื่อย

 

ไม่ใช่แค่เห็นกันในระหว่างการฝึกซ้อม แต่เห็นกันได้ถึงการแข่งขันจริง ซึ่งจะมีส่วนในการกำหนดการแข่งขันได้ เพราะโค้ชสามารถสั่งการหรือตัดสินใจได้ ผู้เล่นเองก็สามารถรู้ว่าตัวเองทำดีหรือไม่ดีในส่วนไหน

 

 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬา

 

#3 ดูกีฬาให้อินขึ้นแบบ Immersive ด้วย AR

 

ยุคนี้แฟนกีฬาไม่ได้ดูเอาแค่ความสนุกอย่างเดียว และเราไม่ได้คุยกันแค่เรื่องของความรู้หรือประสบการณ์เท่านั้น เพราะตัวเลขสถิติก็เป็นเรื่องที่เอามาคุยกันได้สนุกไม่น้อยไปกว่ากัน

 

เรื่องนี้ไม่ได้เกินจริง เพราะในรายการวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล อเมริกันฟุตบอล หรือบาสเกตบอล ต่างก็มีการนำตัวเลขสถิติมาใช้ประกอบการวิเคราะห์กันอย่างสนุกสนานให้ได้อรรถรสมากกว่าแค่เรื่องของแท็กติก เทคนิค และอื่นๆ

 

ลองคิดว่าถ้าเราดูอยู่แล้วมองเห็นสถิติขึ้นหน้าจอแบบสดๆ จะสนุกขึ้นแค่ไหน?

 

ควอเตอร์แบ็กคนนี้ขว้างบอลได้ระยะไกลเท่านี้ ตัววิ่งทำระยะได้เท่านี้ หรือนักฟุตบอลครอสบอลไปแล้วกี่ครั้งในเกมนี้ เข้าจุดไหนหรือถึงเพื่อนคนไหนบ้าง 

 

สิ่งเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์ใหม่ในการรับชมกีฬาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งในปี 2023 Apple กับ Walt Disney เคยประกาศความร่วมมือในการนำเทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR มาใช้คู่กับ Apple Vision Pro ที่นอกจากจะดูได้พร้อมกันถึง 5 สนามแล้ว ยังมีสถิติประกอบให้ดูด้วย

 

ESPN ก็มีการนำ AR มาใช้เพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นข้อมูลในระหว่างการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ซึ่งนอกจากจะสร้างสีสันแล้ว ยังเป็นการสร้าง Engagement กับผู้ชมด้วย 

 

ดังนั้น AR จะเข้ามาเปิดประสบการณ์ Immersive ให้เสมือนเราได้ลงไปเล่นอยู่ในสนามด้วยแน่นอน

 

 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬา

 

#4 VAR ที่ไม่ใช่ VAR แบบนั้น

 

เอ่ยชื่อระบบ Video Assistant Referee (VAR) แฟนกีฬาคงรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมีมาสักพักแล้ว และเอ่อ…ชื่อเสียงไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมฟุตบอล

 

ในความจริงแล้ว VAR ไม่ได้มีแค่ในเกมฟุตบอล แต่มีอีกหลายกีฬาที่นำมาใช้และหลายกีฬาที่ว่านั้นก็ใช้ได้ผลกันค่อนข้างดี ซึ่งปัจจุบัน VAR กำลังจะถูกอัปเกรดขึ้นไปอีกขั้นแล้วด้วยการนำ AI เข้ามาใช้ในการช่วยการตัดสิน

 

AI เนี่ยนะจะตัดสินกีฬา?

 

ใช่! AI สามารถช่วยตัดสินกีฬาได้และหลายประเภทกีฬามีแผนการจะนำมาใช้ เช่น ในการแข่งขันรถ F1 ที่เป็นเกมกีฬาที่ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในระดับมิลลิวินาที VAR ซึ่งเริ่มใช้มา 2 ปีแล้ว 

 

โดย AI สามารถช่วยในการตัดสินได้ เพราะถูกสอนให้เข้าใจใน ‘กฎ’ อย่างละเอียด ที่สำคัญคือจะเป็นการตัดสินโดยปราศจาก Bias หรือ ‘อคติ’ ด้วย

 

อย่างไรก็ดี เพราะเกมกีฬาบางครั้งมีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะเสี่ยงไหว VAR แบบมี AI ต้องถูกทำให้พร้อมและแน่ใจจริงๆ ซึ่งระหว่างนี้ก็จะนำมาใช้เป็นผู้ช่วยไปก่อน จนสักวันที่มั่นใจได้ว่าชัวร์ก็น่าจะได้เห็นการตัดสินด้วยเทคโนโลยีแบบเต็มๆ

 

 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬา

 

#5 ป้องกันการบาดเจ็บแบบดิจิทัล

 

ทุกวันนี้หนึ่งในปัญหาใหญ่ของโลกกีฬาคือเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่น ซึ่งเกิดจากทั้งการแข่งขันที่เข้มข้นรุนแรง ใช้ศักยภาพของร่างกายสูงมาก และอีกเรื่องคือจำนวนโปรแกรมการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นแบบไม่พักเลย

 

หลายปีที่ผ่านมาในหลายวงการกีฬามีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อช่วยประเมินสภาพร่างกายของนักกีฬาว่าจะเป็นอย่างไร ยังเล่นไหวแค่ไหน ควรจะลงสนามกี่นาที หรือควรจะพักไปเลยเพื่อไม่ให้บาดเจ็บ เช่น ในอเมริกันฟุตบอล NFL จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับรอบชุดแข่งขัน เพื่อเก็บข้อมูลอย่างละเอียดในการทำนายอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้น

 

แต่ต่อไปด้วยอุปกรณ์ล้ำสมัยและ AI ที่ล้ำหน้า นักกีฬาสามารถใช้อุปกรณ์ตรวจจับ โดยที่จะรู้สภาพร่างกายของตัวเองได้เลยว่าตอนนี้ประเมินแล้วสภาพร่างกายเป็นอย่างไร ความสมบูรณ์เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ ตรงไหนต้องระวังเป็นพิเศษ

 

ข้อมูลเหล่านี้ยังจะช่วยทีมสตาฟฟ์ในการดูแลนักกีฬาได้ดียิ่งขึ้นด้วย เข้าใจปัญหาของแต่ละคน สามารถ Customization การดูแลที่แตกต่างกันออกไปได้

 

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทั้งเกิดขึ้นแล้ว กำลังพัฒนาอยู่ และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนกับโลกของกีฬามากขึ้นเรื่อยๆ ทุกที

 

น่าสนใจว่าในอดีตกีฬาเป็นเรื่องของ ‘ศิลป์’ มากกว่า ‘ศาสตร์’ แต่ปัจจุบันและอนาคตดูเหมือนกำลังจะเป็นเรื่องของ ‘ศาสตร์’ มากกว่า ‘ศิลป์’

 

โลกกีฬาจะปรับตัวกันอย่างไรและจะมีหน้าตาแบบไหนในอนาคต?

 

เอาไว้คิดตามกันสนุกๆ ต้อนรับปี 2025 นะทุกคน 🙂

 

อ้างอิง:

The post 5 เทรนด์สุดล้ำในโลกกีฬาที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-10102024-4/ Thu, 10 Oct 2024 08:12:52 +0000 https://thestandard.co/?p=994321

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เปิดตัวอย่างแว่นตาอ […]

The post ชมคลิป: ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เปิดตัวอย่างแว่นตาอัจฉริยะ AR (Augmented Reality) ที่เรียกว่า ‘Orion’ ซึ่งใช้เทคโนโลยีแสดงผลของโลกเสมือนผสานเข้ากับโลกความจริงให้คนทั่วโลกเห็นเป็นครั้งแรก ซึ่งหวังให้เกิดการกำหนดมาตรฐานใหม่ของปฏิสัมพันธ์ที่มนุษย์มีกับเทคโนโลยี เป็นอย่างไร ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุคคอมพิวเตอร์ใหม่ที่ไร้สมาร์ทโฟน ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี จนทำให้ Vision Pro ต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่ https://thestandard.co/meta-orion-smart-glasses-vision/ Wed, 09 Oct 2024 04:23:28 +0000 https://thestandard.co/?p=993584 Orion

เมื่อพูดถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลกับชีวิตปร […]

The post ยุคคอมพิวเตอร์ใหม่ที่ไร้สมาร์ทโฟน ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี จนทำให้ Vision Pro ต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Orion

เมื่อพูดถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกมากที่สุดรวมถึงคนไทยด้วย เชื่อว่า Facebook และ Instagram คงจะเป็นชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคนเป็นอันดับแรกๆ 

 

โดยทั้งสองแพลตฟอร์มมียอดผู้ใช้งานอยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านแอ็กเคานต์ และ 2.35 พันล้านแอ็กเคานต์* ต่อเดือน ตามลำดับ รวมถึง WhatsApp แอปพลิเคชันติดต่อสื่อสารอันดับ 1 ของโลก กับ Threads ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การนำโดยบริษัทใหญ่รายเดียวนั่นคือ Meta

 

Meta คือบริษัทที่ครองตลาดโซเชียลมีเดียมานานเกือบ 2 ทศวรรษ ในขณะเดียวกัน Meta กลับพลาดโอกาสในยุค ‘สมาร์ทโฟน’ อุปกรณ์สำหรับใช้เชื่อมต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

แต่เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta ได้เผยตัวอย่างแว่นตาอัจฉริยะ AR (Augmented Reality) ที่มีชื่อเรียกว่า ‘Orion’ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแว่นกันแดดที่มีเทคโนโลยีที่สามารถแสดงผลของโลกเสมือนผสานเข้ากับโลกความจริงออกมาให้คนทั่วโลกได้เห็นเป็นครั้งแรก 

 

ซักเคอร์เบิร์กระบุว่า “Orion เป็นผลงานที่ใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการพัฒนา” และเขามองมันเป็นอุปกรณ์ชิ้นใหม่สำหรับยุคต่อไปของคอมพิวเตอร์ 

 

การมาของ Orion ที่แม้ว่าจะยังเป็นผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง (Prototype) แต่มันคือการประกาศจุดยืนของ Meta ที่ต้องการมีส่วนร่วมกับตลาดฮาร์ดแวร์ อีกทั้งมันยังทำให้เกิดคำถามว่า Vision Pro จาก Apple ที่ก็วางตัวเองเป็น ‘Spatial Computing’ กำลังเดินผิดทางหรือไม่? 

 

และเมื่อ Orion กำลังก้าวเข้ามาด้วยดีไซน์ที่ดูใส่สบายกว่า น้ำหนักเบากว่าที่ 98 กรัม นั่นจะทำให้ Apple ต้องคิดกลยุทธ์ใหม่กับ Vision Pro ที่เพิ่งตีตลาดไปหรือไม่?

 

ยุคต่อไปของคอมพิวเตอร์ที่อาจไร้ ‘สมาร์ทโฟน’ 

 

ย้อนกลับไปที่แรงบันดาลใจของ Orion ภาพอนาคตที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มองไว้กับอุปกรณ์ตัวนี้คือ การกำหนดมาตรฐานใหม่ของปฏิสัมพันธ์ที่มนุษย์มีกับเทคโนโลยี โดยในอดีตเราพัฒนาจากการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรมมาสู่คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และในปัจจุบันแบบสมาร์ทโฟน 

 

แต่เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนปัจจุบันยิ่งทำให้มนุษย์ห่างกันมากขึ้น ทั้งกับคนรอบข้างและสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา

 

“จริงอยู่ที่เราสามารถพกโทรศัพท์มือถือติดตัวไปไหนก็ได้ แต่ผมคิดว่ามันผลักให้เราถอยห่างจากสิ่งรอบตัว ซึ่งผิดธรรมชาติ เทรนด์ในอนาคตของการใช้งานคอมพิวเตอร์จะยิ่งเป็นธรรมชาติและอยู่ในทุกๆ ที่ ทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้มากขึ้น นี่แหละคือยุคต่อไปหลังยุคสมาร์ทโฟน” ซักเคอร์เบิร์กกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Huge If True

 

 

ภายในงาน Meta Connect 2024 ที่ Orion เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซักเคอร์เบิร์กยังได้สาธิตการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวที่สามารถแสดงผลในหลายๆ หน้าจอแบบโฮโลแกรมและให้ข้อมูลเรียลไทม์ได้พร้อมกัน ทำให้สามารถตอบข้อความ วิดีโอคอล หรือทำกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ ได้ด้วยการสั่งผ่านคำพูด การขยับมือ และการมองที่วัตถุ โดยซักเคอร์เบิร์กย้ำว่า ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องล้วงสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมาเลย

 

การขยับตัวสู่สินค้าฮาร์ดแวร์สำหรับโลก AR คือการทรานส์ฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่เคลื่อนตัวจากผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมโซเชียลมีเดีย มาสู่ผู้เล่นรายใหม่ในตลาดฮาร์ดแวร์ในโลก Metaverse ที่สะท้อนชื่อบริษัทที่เพิ่งเปลี่ยนไปเป็น Meta ในปี 2021

 

 

อย่างไรก็ตาม Orion ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและคงจะไม่ออกมาตีตลาดในเร็ววันนี้ เนื่องจากปัจจุบัน Meta ยังมีกำลังผลิตที่จำกัด โดยบริษัทเผยว่า ตอนนี้มีแว่นอัจฉริยะเพียงประมาณ 1,000 ชิ้นเท่านั้น รวมถึงต้นทุนการผลิตก็สูงราว 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น เป็นอีกเหตุผลหลักที่ Orion ยังอยู่ในแล็บพัฒนาอยู่ เพื่อหาวิธีผลิตให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสมและมีราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าแว่นจะออกมาเร็วสุดในช่วงปี 2027

 

ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่รอการพัฒนาของ Orion ทาง Meta ก็มี Ray-Ban Meta Smart Glasses แว่นที่แม้จะไม่มีการแสดงผลบนหน้าจอ แต่สามารถใช้คุยโทรศัพท์ ใช้งานฟังก์ชัน AI และถ่ายหรือแชร์รูปได้ 

 

โดยกลยุทธ์นี้ก็เพื่อให้ประสบการณ์แบบ ‘น้ำจิ้ม’ กับคนส่วนใหญ่ก่อนจะทรานส์ฟอร์มไปสู่โลกเสมือนในอนาคต อีกทั้งยังมี Meta Quest 3S เฮดเซ็ตที่มีราคาเริ่มต้น 299 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่า Vision Pro มากกว่า 10 เท่าตัว ทำให้ความหวังในการเปิดการเข้าถึงกับคนหมู่มากเป็นไปได้กว่าด้วยราคาที่จับต้องได้ ซึ่งนั่นนำไปสู่เรื่องต่อไป…

 

Apple กำลังหลงทาง?

 

“จิตวิญญาณการผลิตนวัตกรรมของ Apple หายไปพร้อมกับการเสียชีวิตของ สตีฟ จ็อบส์”

 

นี่คือคำพูดของคนในวงการเทคโนโลยีและสาวก Apple บางคนที่มองว่า นวัตกรรมจากบิ๊กเทครายนี้ดูไม่ล้ำเหมือนกับตอนที่ผู้ก่อตั้งคนเก่าอย่าง สตีฟ จ็อบส์ ยังคงมีชีวิต และเป็นผู้ชี้นำทิศทางบริษัทด้วยตนเอง

 

ที่ผ่านมา Apple เผชิญกับความท้าทายในการออกนวัตกรรมชิ้นใหม่ ทั้งโปรเจกต์รถยนต์ไฟฟ้า (Project Titan) ที่ต้องพับโครงการไป แม้จะลงทุนไปหลักหมื่นล้านดอลลาร์ก็ตาม เปรียบเสมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

 

หรือการเปิดตัวที่ค่อนข้างช้ากับระบบปัญญาประดิษฐ์ Apple Intelligence ที่ ณ ตอนนี้ก็ยังคงไม่เปิดให้ใช้งานอย่างครบถ้วน

 

จนมาถึงนวัตกรรมชิ้นล่าสุดของ Apple อย่าง Vision Pro ที่บริษัทต้องการจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าพวกเขายังสามารถประดิษฐ์นวัตกรรมล้ำหน้าได้ แต่ มาร์ก เกอร์แมน นักข่าวประจำ Bloomberg ออกบทวิเคราะห์ว่า Apple อาจกำลังมาผิดทางกับการพัฒนา Vision Pro 

 

เกอร์แมนเผยถึงจุดอ่อนหลักทั้งเรื่องของน้ำหนักที่อยู่ราว 600-650 กรัม ทำให้การสวมใส่เป็นเวลานานทำได้ยาก แอปพลิเคชันที่ยังคงมีอยู่อย่างจำกัด และที่สำคัญเรื่องของราคา

 

“ตอนนี้ Vision Pro มีราคาสูงกว่า Quest รุ่นเริ่มต้นเกิน 10 เท่า แต่ประเด็นคือ มันไม่ได้ดีกว่า 10 เท่าอย่างแน่นอน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องใช้ Vision Pro ก็ได้หากต้องการแค่เล่นเกมหรือดูวิดีโอ โดย Meta มีโอกาสที่จะจับตลาดกลุ่มคนทั่วไปได้มากกว่า ทั้งการซื้อเพื่อเป็นของขวัญหรือซื้อไปเล่นเกมและดูวิดีโอ” เกอร์แมนระบุ

 

 

เมื่อรูปเกมเป็นแบบนี้เกอร์แมนรายงานว่า Apple รู้ตัวถึงสิ่งที่ตนเองต้องปรับ แต่บริษัทยังไม่บรรลุทิศทางที่ชัดเจนร่วมกัน โดยตอนนี้มี 5 ความเป็นไปได้ที่ Apple กำลังพิจารณาอยู่ ได้แก่

 

  1. คงสถานะเดิม: พัฒนา Vision Pro ในรูปแบบเดิม แต่เพิ่มเวอร์ชันที่ราคาถูกลง โดย Apple สามารถลดต้นทุนด้วยการเปลี่ยนวัสดุหรือสเปกเทคโนโลยีที่จำกัดกว่า และปรับลดคุณภาพของหน้าจอ ในขณะที่ Apple ก็อาจออก Vision Pro รุ่นไฮเอนด์ ที่มีชิปใหม่ซัพพอร์ตฟีเจอร์ Apple Intelligence
  2. โฟกัสไปที่การเป็นจอแสดงผลคู่กับการใช้งาน iPhone: Apple จะย้ายฟังก์ชันส่วนใหญ่ไปไว้ที่ iPhone ซึ่งจะทำให้ iPhone มีมูลค่ามากขึ้น ลดน้ำหนักและความร้อนของ Vision Pro ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนและลดราคาลงได้
  3. ทำเป็นแว่นตาอัจฉริยะ: วิธีนี้จะเป็นการพัฒนาที่ใกล้เคียงผลิตภัณฑ์ที่ Meta ได้ประสบความสำเร็จไปแล้วกับ Ray-Ban แว่นตาอัจฉริยะ แต่จะไม่มีเทคโนโลยีแสดงผล AR โดยในกรณีนี้ Apple สามารถใช้ความเชี่ยวชาญด้านชิป คำสั่งเสียง และชุดเครื่องมือ AI ที่เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างอุปกรณ์ที่น่าสนใจ ซึ่งอาจถูกใจสาวก Apple ก็ได้ แม้จะไม่มีการแสดงภาพก็ตาม
  4. ยกเครื่องใหม่และพัฒนา AirPods ที่ใช้งานคู่กับ AI: เกอร์แมนรายงานว่า Apple กำลังพัฒนา AirPods Pro รุ่นใหม่ ที่จะมีใช้กล้องและ AI เพื่อสำรวจโลกรอบตัวเพื่อให้ข้อมูลกับผู้ใช้งาน ซึ่งนี่จะเป็นวิธีที่ไม่แตกต่างจากแว่นตาอัจฉริยะ แค่จะไม่มีแว่นจริงๆ ให้สวมใส่
  5. แว่น AR อัจฉริยะ: เป้าหมายและความฝันสูงสุดของ Apple ซึ่งต้องการสร้างแว่นตา AR ที่มาพร้อมกับเลนส์ประสิทธิภาพสูง ระบบแบตเตอรี่ คอมพิวเตอร์ในตัว และกล้องติดตามความเคลื่อนไหวดวงตาที่มีขนาดและน้ำหนักเท่ากับแว่นตาปกติ แต่ก่อนหน้านั้น Apple หยุดการพัฒนาโครงการดังกล่าวชั่วคราว เพราะมีความท้าทายที่สูงเกินไป

 

แม้ว่า Apple จะยังสามารถทำเงินจากการขาย iPhone ได้ในปัจจุบัน แต่ชะตาของบริษัทในระยะยาวก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคว้าโอกาสกับฉากถัดไปของเทคโนโลยีใหม่ที่ Apple ต้องเร่งมือ ก่อนที่คู่แข่งจะเข้าเส้นชัยได้ก่อน

 

เพราะตอนนี้ความชัดเจนของการเปิดตัว Orion คือสัญญาณที่ Meta ไม่ต้องการจะเป็นแค่การพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานไปใช้กับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของบริษัทอื่นอีกต่อไป แต่ Meta ต้องการกำหนดอนาคตตลาดฮาร์ดแวร์ด้วยตัวเอง และแม้ว่าภาพอนาคตของ Orion จะยังไม่ค่อยชัดเจน แต่ถ้าทำออกมาได้ตอบโจทย์ตลาดจริง นั่นอาจเป็น ‘iPhone Moment’ ของ Meta เลยก็ได้

 

หมายเหตุ: *ข้อมูลผู้ใช้งาน Instagram อัปเดตล่าสุด ณ เดือนตุลาคม 2023

 

อ้างอิง:

The post ยุคคอมพิวเตอร์ใหม่ที่ไร้สมาร์ทโฟน ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี จนทำให้ Vision Pro ต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta เปิดตัว Orion แว่นตาแบบ Augmented Reality https://thestandard.co/orion-augmented-reality/ Fri, 27 Sep 2024 10:13:43 +0000 https://thestandard.co/?p=988876 Meta

ในช่วงวันพุธที่ผ่านมา (25 กันยายน) ที่งาน Connect Confe […]

The post Meta เปิดตัว Orion แว่นตาแบบ Augmented Reality appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta

ในช่วงวันพุธที่ผ่านมา (25 กันยายน) ที่งาน Connect Conference มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta (Facebook) ได้เปิดตัวแว่นตา Orion แบบ Augmented Reality (AR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกความเป็นจริง ตามเป้าหมายของบริษัทในการเชื่อมต่อโลกเสมือนและความเป็นจริง ที่ได้เคยเกริ่นไว้ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน

 

โดย Orion ได้ชูจุดเด่น 3 ประการ ได้แก่ การเชื่อมต่อโลกดิจิทัลโดยไม่ถูกจำกัดขอบไว้ที่เพียงหน้าจอของสมาร์ทโฟน, สามารถใช้ AI เชื่อมต่อกับโลกความเป็นจริง และลักษณะอุปกรณ์ที่เป็นแว่น มีน้ำหนักเบาจากวัสดุของแมกนีเซียมอัลลอย ใช้งานง่ายในทุกสถานการณ์

 

ซึ่ง AI ที่ถูกติดตั้งเข้าไปใน Orion ก็คือโมเดล Meta AI เพื่อเข้ามาช่วยให้การทำงานของผู้ใช้เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

 

ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการใช้งานของ Orion ผ่านการเคลื่อนไหวมือ ระบบเสียง และริสต์แบนด์เฉพาะสำหรับอุปกรณ์ดังกล่าว

 

นอกจากนี้ Meta ยังตั้งเป้าหมายที่จะผลิต Orion ในขนาดที่เล็กลง ใช้งานสะดวกขึ้น และราคาถูกลง เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายที่สุด

 

ทำให้ ณ วันที่เปิดตัว (25 กันยายน) ราคาหุ้น Meta เคลื่อนไหวไปแตะ 568.31 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวขึ้นราว 0.9% และในช่วงคืนที่ผ่านมา (26 กันยายน) ก็ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 567.84 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวลงราว 0.083% จากวันก่อนหน้า

 

ทั้งนี้หลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำต่างสนใจเข้ามาผลิตแว่นตา AR เช่น Google Glass แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเผชิญความล้มเหลวแล้วปิดโปรเจกต์กันไป ทำให้ต้องมาติดตามการเคลื่อนไหวในระยะถัดไปของ Meta ว่าจะเป็นเช่นไร

 

อ้างอิง:

The post Meta เปิดตัว Orion แว่นตาแบบ Augmented Reality appeared first on THE STANDARD.

]]>
แว่นตาสุดล้ำในราคา 1.22 แสนบาท น่าสนใจแค่ไหน? แต่ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุด และไม่มีใครเทียบได้ https://thestandard.co/apple-vision-pro-2-feb-2024/ Tue, 09 Jan 2024 03:32:18 +0000 https://thestandard.co/?p=885614 แว่นตา Apple

ล่าสุด Apple ประกาศ Apple Vision Pro จะวางจำหน่ายตั้งแต […]

The post แว่นตาสุดล้ำในราคา 1.22 แสนบาท น่าสนใจแค่ไหน? แต่ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุด และไม่มีใครเทียบได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แว่นตา Apple

ล่าสุด Apple ประกาศ Apple Vision Pro จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ Apple Store ทุกสาขาและออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา ด้วยราคา 3,499 ดอลลาร์ หรือ 1.22 แสนบาท เปิดจองในวันที่ 19 มกราคมนี้

 

สิ่งที่น่าสนใจของ Apple Vision Pro ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่ตั้งใจออกแบบเป็นระบบโมดูลาร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีผสมผสานใหม่ระหว่าง AR และ VR ทำงานร่วมกับระบบ Input ใหม่ หน้าจอแสดงผล 2 จอ รวมกับเลนส์ที่ให้ความคมชัด มีความละเอียดจากเทคโนโลยี Micro-OLED กว่า 23 ล้านพิกเซล เชื่อมทุกความบันเทิงทั้งภาพและเสียงแบบ 3 มิติ ควบคุมการใช้งานด้วยตา มือ และเสียงของผู้ใช้งานทั้งหมด

 

ถึงกระนั้นการใช้งานยังสามารถมองไปที่แอปและสะบัดข้อมือเพื่อเลื่อนเปิด-ปิดแอปต่างๆ หรือใช้ Siri ให้เปิดแอปและฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แถมเปิดให้สัมผัสกับประสบการณ์สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เช่น Haleakalā, Joshua Tree และอุทยานแห่งชาติ Yosemite หรือแม้แต่พื้นผิวของดวงจันทร์ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานมีสมาธิมากขึ้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา แถมยังย้ำว่าจะไม่มีใครเปรียบเทียบได้” นี่คือสิ่งที่ Apple ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง

 

สำหรับตัวเครื่องมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 256 GB และของภายในกล่องประกอบไปด้วยสายรัดศีรษะ Solo Knit Band / Dual Loop Band ตามด้วย Light Seal, Light Seal Cushions, Apple Vision Pro Cover, ผ้า Polishing Cloth, แบตเตอรี่, สายชาร์จ USB-C และอะแดปเตอร์จ่ายไฟ USB

 

สำหรับ Apple Vision Pro เปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงแอปมากกว่า 1 ล้านแอปพลิเคชัน ทั้งใน iOS และ iPadOS รวมถึงแอป Fantastical, Freeform, JigSpace แอปจาก Microsoft 365 และ Slack โดย Apple Vision Pro ถือเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แถมยังรองรับ Magic Keyboard และ Magic Trackpad ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างพื้นที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง

 

ยิ่งไปกว่านั้น Apple Vision Pro ยังมีจอแสดงผลความละเอียดสูงมากกว่าทีวี 4K ทำให้ผู้ใช้สามารถชมภาพยนตร์และรายการทีวีจาก Apple TV+ และ Disney+ บนหน้าจอที่ให้ความรู้สึกกว้างถึง 100 ฟุต พร้อมรองรับเนื้อหา HDR ภายในแอป Apple TV+ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงภาพยนตร์ 3 มิติ ได้มากกว่า 150 เรื่อง

 

พร้อมกันนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าถึงเกมบน App Store มากกว่า 250 เกม มาพร้อมเสียงและระบบควบคุม รวมทั้งยังสามารถเล่นบนหน้าจอขนาดใหญ่ได้เท่าที่ต้องการ

 

ที่สำคัญ Apple Vision Pro ยังช่วยจับภาพและวิดีโอความทรงจำในอดีต พาผู้ใช้งานย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาพิเศษด้วยภาพและเสียงที่คมชัด จนทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีตจริงๆ

 

ในส่วนของ FaceTime บน Apple Vision Pro หากผู้ใช้งานสวม Vision Pro ในช่วงที่ใช้ FaceTime ภาพคู่สนทนาจะแสดงเป็น Persona และสามารถดูการแสดงออกทางสีหน้าและการเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด ด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย Apple Vision Pro ได้ตั้ง Optic ID เป็นระบบตรวจสอบผู้ใช้งานผ่านม่านตาเพื่อปลดล็อก Vision Pro จากนั้นจะมีการกรอกรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงการใช้งานอัตโนมัติ

 

นอกจากนี้ Apple ยังได้พัฒนาเลนส์ ZEISS Optical Inserts ให้กับผู้มีปัญหาสายตาราคา 99 ดอลลาร์ หรือราวๆ 3,466 บาท และ ZEISS Optical Inserts Prescription ราคา 149 ดอลลาร์ หรือราวๆ 5,216 บาท

 

อย่างไรก็ตาม Apple Vision Pro จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ที่ Apple Store ทุกสาขาและออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา ด้วยราคา 3,499 ดอลลาร์ หรือ 1.22 แสนบาท ส่วนประเทศอื่นๆ ยังไม่มีประกาศตามมา

 

อ้างอิง:

The post แว่นตาสุดล้ำในราคา 1.22 แสนบาท น่าสนใจแค่ไหน? แต่ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุด และไม่มีใครเทียบได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Niantic ผู้ผลิตเกม Pokémon GO ประกาศปลดพนักงานกว่า 230 คน พร้อมปรับทิศทางบริษัท รองรับเทคโนโลยี AR ในอนาคต https://thestandard.co/niantic-pokemon-go-lays-off-230-employees/ Fri, 30 Jun 2023 03:36:40 +0000 https://thestandard.co/?p=809740 Niantic

วานนี้ (29 มิถุนายน) Niantic บริษัทผู้ผลิตเกม Pokémon G […]

The post Niantic ผู้ผลิตเกม Pokémon GO ประกาศปลดพนักงานกว่า 230 คน พร้อมปรับทิศทางบริษัท รองรับเทคโนโลยี AR ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Niantic

วานนี้ (29 มิถุนายน) Niantic บริษัทผู้ผลิตเกม Pokémon GO ประกาศปลดพนักงานกว่า 230 คนตามนโยบายตัดโครงสร้างองค์กรครั้งใหม่ จากปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอก พร้อมปรับทิศทางของบริษัท รองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ในอนาคต

 

John Hanke ประธานบริหารของ Niantic ยังได้ประกาศยกเลิกการผลิตเกมอย่าง NBA All World และ MARVEL World of Heroes เพื่อปรับนโยบายการลงทุนครั้งใหม่ของบริษัท

 

ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้ของบริษัทเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Niantic แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของภาพอุตสาหกรรมเกมครั้งใหญ่ นับตั้งแต่ที่ Pokémon GO เปิดตัวมาในปี 2016

 

นอกจากนั้นเอง App Store ของทั้ง Google และ Apple ยังมีการปรับรูปแบบการติดตามการโฆษณาของแอปต่างๆ ทำให้ต้นทุนการโฆษณาแพงขึ้นและคาดการณ์ได้ยากขึ้น

 

รวมไปถึงข้อมูลจาก Data.ai ที่เผยว่า ปริมาณค่าใช้จ่ายสำหรับเกมบน App Store ลดลง 5% ในปี 2020 สู่ระดับ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.7 ล้านล้านบาท

 

โดยในตอนนี้ Niantic ชี้ว่า Pokémon GO ก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สุดของบริษัทที่จะต้องผลักดันไปพร้อมๆ กับการเปลี่ยนผ่านของบริษัทที่จะไปสู่เทคโนโลยีด้าน AR หลังจากที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple มีการเปิดตัว Vision Pro ในช่วงที่ผ่านมา

 

แต่ทั้งนี้ Hanke ก็มองว่า เทคโนโลยี AR มีการเติบโตช้ากว่าที่คาด จากความท้าทายของเทคโนโลยีและรายใหญ่ที่ชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวจากปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค

 

จากข้อมูลของ Pitchbook เผยว่า Niantic มีพนักงาน ณ สิ้นปี 2022 อยู่ที่ 1,050 คน โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021 มีการะดมทุนไปครั้งล่าสุดกว่า 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ด้วยมูลค่ากิจการที่ 9,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 30,000 ล้านบาท)

 

อ้างอิง: 

The post Niantic ผู้ผลิตเกม Pokémon GO ประกาศปลดพนักงานกว่า 230 คน พร้อมปรับทิศทางบริษัท รองรับเทคโนโลยี AR ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple ลุยเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานความจริง (AR) เต็มสูบ ประกาศเข้าซื้อ ‘Mira’ สตาร์ทอัพด้าน AR หลังเปิดตัว ‘Vision Pro’ ไปไม่กี่วัน https://thestandard.co/apple-confirms-acquisition-of-ar-startup-mira/ Thu, 08 Jun 2023 02:08:35 +0000 https://thestandard.co/?p=800534 Apple AR

สำนักข่าวด้านเทคโนโลยี The Verge รายงานเมื่อวันพุธที่ผ่ […]

The post Apple ลุยเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานความจริง (AR) เต็มสูบ ประกาศเข้าซื้อ ‘Mira’ สตาร์ทอัพด้าน AR หลังเปิดตัว ‘Vision Pro’ ไปไม่กี่วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple AR

สำนักข่าวด้านเทคโนโลยี The Verge รายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (7 มิถุนายน) ว่า Apple บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ได้เข้าซื้อสตาร์ทอัพด้านโลกเสมือนผสาน (Augmented Reality: AR) ภายหลังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่าง Vision Pro ไปเมื่อวันก่อนหน้า (6 มิถุนายน)

 

ข้อมูลการควบรวมกิจการดังกล่าวถูกเปิดเผยครั้งแรกโดย Ben Taft ประธานบริหารของ Mira ผ่านโพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัว ก่อนที่จะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในภายหลังจาก Apple 

 

โดย Mira เป็นบริษัทด้านการพัฒนาอุปกรณ์ AR สำหรับการใช้งานในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งกรณีตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ในเครือ Mira นั้นถูกนำไปใช้ทั้งในด้านเคมีภัณฑ์, โลหะ, การผลิตอาหาร, การขุดเหมือง และความปลอดภัย

 

และยังรวมไปถึงการพัฒนาอุปกรณ์ด้าน AR ให้กับ Universal Studios ใน Nintendo World Theme Park อีกด้วย

 

Mira รายงานว่าในช่วงก่อนหน้าได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนในรอบก่อนหน้าอย่าง Blue Bear Capital และ Sequoia Capital มูลค่ารวมกว่า 17 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 600 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีการเปิดเผยถึงมูลค่าการขายกิจการในรอบนี้ให้กับ Apple ว่าเป็นเท่าใด

 

แต่ข้อมูลของ PrivCo ชี้ว่ามูลค่ากิจการของ Mira หลังการระดมทุนในช่วงวันที่ 29 กรกฎาคม 2020 อยู่ระหว่าง 50-100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.5-3 พันล้านบาท) และยังมีข้อมูลจาก IPqwery ว่าทางบริษัทดังกล่าวถือ 14 สิทธิบัตร และอีก 8 เครื่องหมายทางการค้า

 

การเปิดตัว Vision Pro ของ Apple นั้นเปรียบได้กับจุดเริ่มต้นของโลกเสมือนจริงที่อาจจะมาเป็นตัวเร่งครั้งสำคัญให้กับวงการคริปโตเคอร์เรนซี สำหรับการเป็นระบบการเงินของโลกยุคใหม่เลยก็ว่าได้

 

โดย Vision Pro คาดว่าจะวางขายภายในปี 2024 และยังถูกยกให้เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาอุปกรณ์โลกเสมือนสำหรับผู้ใช้งานส่วนบุคคลในตลาดขณะนี้ ด้วยราคาเปิดตัวสูงถึง 3,499 ดอลลาร์ หรือประมาณ 120,000 บาท 

 

โดยก่อนหน้านี้ Oculus Meta Quest Pro จากค่าย Meta (Facebook) มีราคาเปิดตัว 1,499 ดอลลาร์ หรือประมาณ 50,000 บาท ในขณะที่ HoloLens จากค่าย Microsoft ก็มีราคาเปิดตัวใกล้เคียงกันที่ 3,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 120,000 บาทเช่นกัน แต่อาจเทียบเคียงได้ยากเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ AR Headset สำหรับลูกค้าฝั่งอุตสาหกรรมเป็นหลัก

 

อ้างอิง: 

 

The post Apple ลุยเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานความจริง (AR) เต็มสูบ ประกาศเข้าซื้อ ‘Mira’ สตาร์ทอัพด้าน AR หลังเปิดตัว ‘Vision Pro’ ไปไม่กี่วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Laura Mercier เปิดตัวอาณาจักรความงาม World of Beauty ในโลก Metaverse https://thestandard.co/laura-mercier-metaverse/ Thu, 01 Dec 2022 03:34:08 +0000 https://thestandard.co/?p=718323

ยิ่งเข้าใกล้เทศกาลแห่งความสุขช่วงปลายปี แบรนด์ความงามต่ […]

The post Laura Mercier เปิดตัวอาณาจักรความงาม World of Beauty ในโลก Metaverse appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยิ่งเข้าใกล้เทศกาลแห่งความสุขช่วงปลายปี แบรนด์ความงามต่างๆ ก็ยิ่งคึกคักและมีความเคลื่อนไหวใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น ล่าสุดแบรนด์ความงามจากประเทศฝรั่งเศสอย่าง Laura Mercier ประกาศเปิดประสบการณ์เสมือนจริงด้วยการเปิดอาณาจักรความงาม World of Beauty ในโลก Metaverse ที่พร้อมจะให้ทุกคนได้เข้ามาเอ็นจอยไปกับประสบการณ์ใหม่ๆ แห่งโลกออนไลน์ไปด้วยกัน

 

ในการเปิดตัว World of Beauty ครั้งนี้ตั้งใจให้สอดคล้องไปกับเทศกาลวันหยุดของปี 2022 ซึ่งทางแบรนด์ Laura Mercier ได้ร่วมมือกับ Obsess ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของอุตสาหกรรม ในการสร้างสรรค์ร้านค้าเสมือนจริงแห่งแรกในโลก Metaverse ภายใต้ชื่อ World of Beauty โดยสถานที่แห่งนี้แฟนๆ ของแบรนด์จะได้พบกับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซแบบเสมือนจริง ทั้งประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่สามารถโต้ตอบระหว่างกันได้ ทั้งนี้จะมีการสตรีมสดๆ โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ @iluvsarahii ในวันที่ 6 ธันวาคมที่จะถึงนี้ด้วย

 

โลกความงามที่ล้ำยุคของ World of Beauty จะมีการใช้เทคโนโลยีทั้ง VR และ AR เข้ามาช่วย ด้วยคุณภาพระดับ HD, 3D และมอบประสบการณ์มุมมอง 360 องศาที่มีห้องเสมือนจริงถึง 3 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อให้ได้ฟีลของร้านค้าในกรุงปารีสอันเป็นเอกลักษณ์เด่นของแบรนด์ Laura Mercier โดยในห้องแรกจะเป็นการแนะนำให้รู้จักว่าใครคือ Laura Mercier และนำเสนอเทคนิคการแต่งหน้าให้ได้ผิวแบบ Flawless Face โดยจะพาไปรู้จักกับขั้นตอนและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ต้องการ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ส่งตรงจากคุณ Laura Mercier เลยทีเดียว

 

ห้องที่สองแบรนด์จะทำการแนะนำให้รู้จักกับผลิตภัณฑ์น่าสนใจต่างๆ ที่เป็น The Iconic Flawless Skin ที่ผู้ชมสามารถคลิกสั่งซื้อผลิตภัณฑ์โดยลิงก์ไปยังหน้าช้อปปิ้งได้เลย และสุดท้ายจะได้สัมผัสกับคอลเล็กชัน Holiday ของ Laura Mercier ไปกับ Wrapped with Love ที่จะมีการ Unbox ให้ได้ดูกันแบบอินเตอร์แอ็กทีฟที่น่าสนุกทีเดียว และยังมีเกมสนุกๆ ให้ลองเล่นเพื่อชิงรางวัลเป็น Translucent Setting Powder ด้วย ใครที่สนใจอยากแวะไปเยี่ยมชมสามารถคลิกไปที่นี่ https://www.lauramercier.com/worldofbeauty.html 

The post Laura Mercier เปิดตัวอาณาจักรความงาม World of Beauty ในโลก Metaverse appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง 5 อันดับเทรนด์ของเทคโนโลยีความงามที่โลกจะต้องหันมามอง https://thestandard.co/5-beauty-technology-trends/ Wed, 29 Jun 2022 05:47:13 +0000 https://thestandard.co/?p=647831 เทคโนโลยีความงาม

ในงานฟอรัม Global Beauty and Fashion Tech ของ Perfect C […]

The post ส่อง 5 อันดับเทรนด์ของเทคโนโลยีความงามที่โลกจะต้องหันมามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทคโนโลยีความงาม

ในงานฟอรัม Global Beauty and Fashion Tech ของ Perfect Corp. ณ กรุงนิวยอร์ก ที่มีการรวบรวมผู้บริหารในอุตสาหกรรมความงามมาร่วมอีเวนต์ใหญ่สุดคึกคัก พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านความงาม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกความจริง (AR) ที่จะสร้างผลกระทบและสามารถเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ผู้บริโภคตั้งแต่นี้ไปถึงอนาคต ซึ่งจากงานฟอรัมดังกล่าว ทำให้มองเห็นและคาดการณ์ได้ว่าอะไรบ้างที่จะเป็นเทรนด์อันโดดเด่นใหม่ๆ ของเทคโนโลยีความงามที่โลกต้องจับตามอง ซึ่ง THE STANDARD POP รวบรวมมาฝากผู้อ่านแล้วดังนี้ 

 

 

  1. จะมีการนำ AI และ AR มาใช้ประโยชน์ในแบรนด์ความงามมากขึ้น เหล่า AI จะมีการโต้ตอบ สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่สนุกสนานยิ่งขึ้น
  2. AI จะเข้ามาตอบสนอง Personalization ของลูกค้าที่ดีกว่าเดิม และติดตามผลลัพธ์ของผิวของลูกค้าแต่ละคน
  3. เทคโนโลยี AI และ AR จะเข้ามาช่วยเรื่อง Sustainability ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดความยุ่งยากในการเลือกผลิตภัณฑ์ของลูกค้าให้แม่นยำขึ้น
  4. เทคโนโลยี AI และ AR จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากหมวดหมู่ Beauty ไปสู่ Fashion และ Jewelry ในอนาคตอันใกล้
  5. ต่อไปความต้องการสัมผัสกับประสบการณ์เทคโนโลยีด้านความงามของผู้บริโภคจะไปได้ดีกับกลยุทธ์ Omni-Channel ที่เหนียวแน่น และเพิ่มอัตราการซื้อที่มากขึ้น  

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

อ้างอิง: www.beautypackaging.com

The post ส่อง 5 อันดับเทรนด์ของเทคโนโลยีความงามที่โลกจะต้องหันมามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
TASTE: Tenko Omakase โอมากาเสะอย่างเดียวยังไม่พอ ยุคนี้ต้องมาพร้อมศิลปะแบบ 3 มิติ https://thestandard.co/tenko-omakase/ Tue, 28 Jun 2022 10:21:48 +0000 https://thestandard.co/?p=647527 Tenko Omakase

เมื่อพูดถึงโอมากาเสะแล้ว เราแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากต […]

The post TASTE: Tenko Omakase โอมากาเสะอย่างเดียวยังไม่พอ ยุคนี้ต้องมาพร้อมศิลปะแบบ 3 มิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tenko Omakase

เมื่อพูดถึงโอมากาเสะแล้ว เราแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากต้องรวมโอมากาเสะเข้ากับโลกเทคโนโลยีแล้ว โอมากาเสะมื้อนั้นจะออกมาในรูปแบบไหน ล่าสุดห้องอาหารเท็นโกะ โอมากาเสะ (Tenko Omakase) ที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ ได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการกินโอมากาเสะไปพร้อมๆ กับการชมงานศิลปะแบบ 3 มิติ โดย นัส-พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล ที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เข้ามาเพิ่มลูกเล่น เพื่อทำให้โอมากาเสะมื้อนั้นของคุณไม่เคร่งขรึมจริงจังจนเกินไปนัก 

 

เชฟโกจิ โคบายาชิ 

 

เท็นโกะเป็นห้องอาหารโอมากาเสะโดยเชฟโกจิ โคบายาชิ ที่เขาได้รังสรรค์คอร์สโอมากาเสะที่แบ่งเป็นนิกิริคอร์ส จำนวน 14 คำ ราคา 5,500 บาท และพรีเมียมคอร์ส จำนวน 16 คำ 7,000 บาท ที่เราได้ลิ้มลองกันในครั้งนี้

 

เลือกลูกบอลเสี่ยงคำทำนายกันก่อน  

 

แต่อย่างที่บอกว่าความพิเศษของโอมากาเสะที่นี่คือการผสานศิลปะดิจิทัล 3 มิติ ผ่าน 4 คำพิเศษที่มีส่วนผสมของดอกซากุระ ได้แก่ ซูชิปลาซากุระได ซากุระเอบิคาคิอาเกะ โดมโยจิซากุระกับซากุระดาชิ และทาจิอุโอะชิโอยากิกับซอสทามาโกะ ซึ่งแต่ละคำจะบอกเล่าเรื่องราวการเสี่ยงทายดวงชะตาตามแบบของญี่ปุ่น ที่ก่อนที่เสิร์ฟคำแรก เชฟจะให้เราเลือกลูกบอลเสี่ยงคำทำนายว่ามื้อนั้นคุณจะได้รับคำทำนายด้านการเงิน สุขภาพ หรือความรัก ที่เพียงสแกน QR Code บนจานรองอาหาร 4 คำพิเศษนี้ จากนั้นก็คลิกลิงก์บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อดูเอฟเฟ็กต์ AR น่ารักๆ ให้เราเก็บเป็นภาพนิ่ง หรือเซฟเป็นวิดีโอไว้แชร์ในโลกโซเชียล 

 

 

โดยผู้ออกแบบศิลปะดิจิทัลสวยๆ ให้เราเห็นกัน คือ นักวาดภาพประกอบชาวไทยอย่าง นัส-พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล ที่เราน่าจะผ่านตางานของเธอมาบ้าง กับลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์และการเล่นสีสันสดใส ที่ทำให้โอมากาเสะมื้อนี้ของเราสนุกและคึกคักเป็นพิเศษ  

 

 

ตอนนี้เท็นโกะ โอมากาเสะ มีโปรโมชันพิเศษสำหรับคอร์สพรีเมียม ตั้งแต่วันนี้ – 17 กรกฎาคม 2565 ทุกวันพุธ-อาทิตย์ รอบเวลา 18.00 น. และ 20.00 น. เป็นส่วนลด 15% สำหรับการจองออนไลน์ สามารถคลิกจองได้ที่ https://bit.ly/3Ql7wUC

 

Tenko Omakase Bangkok 

Location: โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ  

Contact: 0 2680 9999 

Open: วันละ 2 รอบ เวลา 18.00 น. และ 20.00 น. 

Budget: 4,000 บาท สำหรับ 14 คำ และ 7,000 บาท สำหรับ 16 คำ 

Website: https://bit.ly/3Ql7wUC

Map: 

 

The post TASTE: Tenko Omakase โอมากาเสะอย่างเดียวยังไม่พอ ยุคนี้ต้องมาพร้อมศิลปะแบบ 3 มิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมจาก Metaverse จึงกลายมาเป็น ‘จักรวาลนฤมิต’ https://thestandard.co/metaverse-into-creative-universe/ Fri, 03 Dec 2021 13:37:00 +0000 https://thestandard.co/?p=567613 Metaverse

หลังปล่อยให้โซเชียลเล่นข่าวคำว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ กันตลอด […]

The post ทำไมจาก Metaverse จึงกลายมาเป็น ‘จักรวาลนฤมิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Metaverse

หลังปล่อยให้โซเชียลเล่นข่าวคำว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ กันตลอดทั้งวัน ในที่สุด สำนักงานราชบัณฑิตยสภาก็ออกประกาศยืนยันเรียบร้อยแล้ว ตามมติคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศศาสตร์ร่วมสมัย วันที่ 2 ธันวาคม 2564 บัญญัติคำว่า ‘Metaverse’ เป็นคำไทยว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ และเขียนในรูปแบบทับศัพท์ว่า ‘เมตาเวิร์ส’ แล้วทำไมถึงเป็นจักรวาลนฤมิต เราลองมาชำแหละความหมายกัน

 

Metaverse ปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี 1992 ผ่านนวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Snow Crash ของ Neal Stephenson ว่าเรื่องการวิพากษ์การเมืองในโลกอนาคต ผสมผสานกับตำนานของชาวสุเมเรียน และแนวคิดเทคโนโลยี VR โดยคำว่า Metaverse มาจากคำว่า Meta ที่แปลว่า ‘เหนือกว่า, พ้น, เกินขอบเขต’ กับคำว่า Universe ที่แปลว่า ‘จักรวาล’ ดังนั้นหากแปลตรงตัว Metaverse หมายถึงโลกที่พ้นขอบเขตไปแล้ว หรือจักรวาลที่พ้นขอบเขตที่เรารู้จัก

 

ส่วนจักรวาลนฤมิต น่าจะมาจากคำว่า ‘จักรวาล’ ที่แปลว่า อาณาบริเวณใหญ่โตกว้างขวางที่สุดเท่าที่มนุษย์รู้จัก และใหญ่โตจนกำหนดขอบเขตไม่ได้ รวมกับคำว่า ‘นฤมิต’ ซึ่งแปลว่า สร้าง แปลง ทํา หรือเนรมิตขึ้นมาใหม่ ฉะนั้น จักรวาลนฤมิต จึงแปลได้ตรงตัวว่า ‘อาณาบริเวณที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ มีขนาดใหญ่โตกว้างขวางจนหาขอบเขตไม่ได้’

 

แต่ในทางปฏิบัติ คำว่า Metaverse เป็นการเรียกโลก หรือสภาพแวดล้อมของโลกเสมือนจริง ที่พาผู้คนหรือผู้ใช้งานสามารถทำกิจกรรม และดื่มด่ำไปกับความสนุกอีกโลกหนึ่งได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยการใช้ความเป็นจริงเสมือน (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง (AR) เข้าร่วมด้วย ซึ่งเรามักเห็นคำนี้ถูกนำมาใช้ในจักรวาลคู่ขนานของภาพยนตร์บางเรื่อง หรือเกมบางเกมที่พาผู้เล่นดื่มด่ำ และสนุกไปกับอีกโลกเสมือนจริง

 

นั่นยังไม่รวมถึงโลก Metaverse อื่นๆ ที่พยายามนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาผสาน สร้างเป็นโลกเสมือนจริง โดยผู้คนสามารถบังคับตัวละครให้พูดคุย ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในเกมได้อย่างอิสระ มีการซื้อขาย ครอบครองที่ดิน และทรัพย์สินดิจิทัลต่างๆ ผ่านสกุลเงินดิจิทัลในระบบบล็อกเชน

 

แม้ว่าคำว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ จะเป็นคำแปลเมตาเวิร์สที่ดูใช้ยากในวงการข่าวและการสื่อสาร และให้บรรยากาศชะเอิงเอยสมเป็นไทย แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คำนี้เป็นคำที่ไพเราะคำหนึ่งเลยทีเดียว

 

อ้างอิง:

The post ทำไมจาก Metaverse จึงกลายมาเป็น ‘จักรวาลนฤมิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชบัณฑิตยสภา บัญญัติคำ ‘Metaverse’ เป็นชื่อภาษาไทยว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ และสามารถเขียนทับศัพท์เป็น ‘เมตาเวิร์ส’ https://thestandard.co/orst-prescribe-metaverse/ Fri, 03 Dec 2021 08:21:20 +0000 https://thestandard.co/?p=567381 ราชบัณฑิตยสภา บัญญัติคำ ‘Metaverse’

มีรายงานจากที่ประชุม คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศ […]

The post ราชบัณฑิตยสภา บัญญัติคำ ‘Metaverse’ เป็นชื่อภาษาไทยว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ และสามารถเขียนทับศัพท์เป็น ‘เมตาเวิร์ส’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชบัณฑิตยสภา บัญญัติคำ ‘Metaverse’

มีรายงานจากที่ประชุม คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศศาสตร์ร่วมสมัย ราชบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยราชบัณฑิตยสภามีมติบัญญัติคำว่า ‘Metaverse’ ให้มีชื่อภาษาไทยว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ ส่วนคำว่า Metaverse สามารถเขียนเป็นคำทับศัพท์ว่า ‘เมตาเวิร์ส’ 

 

สำหรับ Metaverse คือการผสานสภาพแวดล้อมของโลกแห่งความจริงและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือที่ถูกเรียกว่า ‘โลกเสมือนจริง’ โดยให้ผู้คนเข้าถึงผ่านอุปกรณ์อย่าง Augmented Reality (AR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง และ Virtual Reality (VR) คือการจำลองภาพให้เสมือนจริงแบบ 360 องศา 

 

ก่อนที่จะเป็นกระแสถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าของบริษัท Facebook สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta ที่เตรียมพร้อมเปลี่ยนฐานแพลตฟอร์มออนไลน์แบบปกติให้กลายเป็น Metaverse เพื่อรองรับโลกเสมือนจริงที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


รู้จัก Metaverse เพิ่มเติมจากบทความนี้ 

The post ราชบัณฑิตยสภา บัญญัติคำ ‘Metaverse’ เป็นชื่อภาษาไทยว่า ‘จักรวาลนฤมิต’ และสามารถเขียนทับศัพท์เป็น ‘เมตาเวิร์ส’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่ทัพ Google เมิน Metaverse เชื่อ ‘Search Engine’ และ ‘AI’ คือกุญแจสำคัญในการเพิ่ม Market Cap สู่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ https://thestandard.co/google-believe-search-engine-ai-increasing-market-cap-key-not-metaverse/ Fri, 19 Nov 2021 14:21:42 +0000 https://thestandard.co/?p=562007 Sundar Pichai

ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างเตรียมมุ่งหน้าสู่ M […]

The post แม่ทัพ Google เมิน Metaverse เชื่อ ‘Search Engine’ และ ‘AI’ คือกุญแจสำคัญในการเพิ่ม Market Cap สู่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sundar Pichai

ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างเตรียมมุ่งหน้าสู่ Metaverse จักรวาลใหม่ที่จะทำให้เติบโตไปอีกขั้น แต่สำหรับ ซันดาร์ พิชัย แล้ว กุญแจสำคัญที่จะไขประตูให้ Google ไปสู่อนาคตที่สดใส และเพิ่ม Market Cap สู่ 3 ล้านล้านดอลลาร์ คือสิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุดอย่าง Search Engine

 

บนเวที Bloomberg New Economy Forum ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอ Google และบริษัทแม่อย่าง Alphabet ได้ตอบคำถามสำคัญว่า หลังจากที่บริษัทสามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทที่สาม ที่มี Market Cap 2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 65.6 ล้านล้านบาทได้สำเร็จเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมานั้น จะสามารถเพิ่มมูลค่าของบริษัทอีก 1 ล้านล้านดอลลาร์ถัดไปได้อย่างไร

 

“ผมรู้สึกโชคดีที่ภารกิจของเรานั้นไม่มีวันสิ้นสุด” พิชัยกล่าว “เพราะตอนนี้มีความต้องการในการจัดการข้อมูลมากยิ่งกว่าก่อนเสียอีก”

 

สิ่งที่พิชัยทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะถามคอมพิวเตอร์ด้วยคำสั่งเสียง และ ‘ประสบการณ์ต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Experiences)’ ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญของ Google ที่เขาเชื่อว่าจะสามารถ “ประยุกต์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน และวิวัฒนาการการค้นหาไปอีกขั้น มันจะกลายเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

 

นับตั้งแต่การเข้ามารับตำแหน่งใน Google เมื่อปี 2015 ซันดาร์ พิชัย ได้พยายามผลักดันให้บริษัทมุ่งเน้นการให้บริการบนระบบคลาวด์รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) โดยต้องเผชิญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เพิ่มมากขึ้นด้วย 

 

ซึ่งในการสัมภาษณ์กับ Bloomberg ครั้งนี้ซีอีโอที่เกิดในประเทศอินเดีย สรุปให้เห็นกุญแจสำคัญในการเติบโตในธุรกิจของ Google ว่า ไม่ว่าจะเป็นระบบคลาวด์, บริการวิดีโอ YouTube หรือ Google Play Store ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของสิ่งเดียวกันคือระบบ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google ลงทุนอย่างมาก

 

ซีอีโอ Google ยังแย้มว่า หลังจากนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของบริษัทจะได้รับการพัฒนา และทดสอบในเอเชียมากขึ้นก่อนจะกระจายไปทั่วโลก แต่ไม่รวมในประเทศจีนหลังแผนการนำระบบ Search Engine เข้าไปในแดนมังกรที่ถูกล้มไปในปี 2018 ซึ่งพิชัยยอมรับว่า สถานการณ์ไม่น่าจะเปลี่ยนไปจากเดิมนัก 

 

แต่ถึงจะยอมรับว่า Google กับบริษัทจากจีนนั้นเป็นคู่แข่งกันแบบ ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ ในเรื่องของ AI และควอนตัมคอมพิวเตอร์ แต่ในมุมมองของเขายังเชื่อว่า ทั้งสหรัฐฯ และจีนยังมีช่องว่างที่จะสามารถร่วมงานกันได้ อาทิ ในเรื่องของปัญหาโลกร้อน และระบบความปลอดภัยของ AI

 

ขณะที่ Microsoft และ Facebook ต่างเริ่มมองไปยังอนาคตข้างหน้าในโลกเสมือนจริงอย่าง Metaverse ทางด้าน Google ได้เคยพยายามที่จะบุกในเรื่องของโลกจำลอง และผลิตภัณฑ์ Augmented Reality มาก่อนหน้านี้หลายปี 

 

เริ่มจาก Google Glass ที่เป็นความพยายามครั้งแรก แต่ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้ง ความสำเร็จที่ได้ก็ถือว่าน้อยมาก และนั่นทำให้ยักษ์ใหญ่มองหนทางอนาคตที่แตกต่าง โดยขณะนี้ Google ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่ขึ้นตรงต่อตัวซีอีโอเองโดยเฉพาะ แม้ว่าพิชัยจะไม่เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับกลยุทธ์ของหน่วยงานนี้ออกมา

 

“ผมตื่นเต้นเสมอเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Immersive Computing)” พิชัยกล่าว “มันไม่ได้เป็นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่มันคือวิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ต”

 

และในขณะที่ใครต่อใครต่างพูดถึงศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่อย่างบล็อกเชนและสกุลเงินคริปโตฯ แต่สำหรับ Google แล้ว พวกเขาสนใจแค่การให้บริการบนระบบคลาวด์ และตัวของพิชัยก็ไม่มีเงินคริปโตฯ เลยด้วย “ผมเคยคิดว่าผมจะลองดู” พิชัยกล่าว “ผมลองแล้วแต่ก็เป็นแบบมาๆ ไปๆ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

ภาพ: Andrej Sokolow/picture alliance via Getty Images

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post แม่ทัพ Google เมิน Metaverse เชื่อ ‘Search Engine’ และ ‘AI’ คือกุญแจสำคัญในการเพิ่ม Market Cap สู่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ดาวน์นี่’ เล่นใหญ่พาเที่ยวโพรวองซ์ท่องสวนลาเวนเดอร์ ส่งตรงความหอมทะลุจอ ในงานเปิดตัว ‘ดาวน์นี่ กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส’ ครั้งแรกในรูปแบบ Virtual Live Streaming [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/downy-provence-trip/ Thu, 14 Oct 2021 08:00:40 +0000 https://thestandard.co/?p=547740 ดาวน์นี่

สถานการณ์โควิดได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในสังคมไปอย่า […]

The post ‘ดาวน์นี่’ เล่นใหญ่พาเที่ยวโพรวองซ์ท่องสวนลาเวนเดอร์ ส่งตรงความหอมทะลุจอ ในงานเปิดตัว ‘ดาวน์นี่ กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส’ ครั้งแรกในรูปแบบ Virtual Live Streaming [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวน์นี่

สถานการณ์โควิดได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในสังคมไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการ WFH ยิ่งทำให้ผู้คนขาดการมีปฏิสัมพันธ์แบบเจอหน้ากัน อีกทั้งหลายคนยังต้องอยู่ห่างไกลจากคนรัก อย่างไรก็ตาม การเว้นระยะห่าง ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับนักการตลาดหรือแบรนด์อีกต่อไป แม้ประสบการณ์บางอย่างจะถ่ายทอดในรูปแบบ Virtual ไม่ได้ แต่ก็มีจุดเด่นบางอย่างที่เข้ามาทดแทน และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้เช่นกัน

 

ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแบรนด์นั้นๆ ว่าจะขยายความ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอย่างไร หากจะต้องจัดกิจกรรมในรูปแบบ Virtual 

 

‘กลิ่น’ ดูจะเป็น Sense ที่ท้าทายนักการตลาดที่ต้องจัดงานในรูปแบบ Virtual อย่างมาก แต่ล่าสุดเราได้เห็นกลยุทธ์ใหม่ของ ‘ดาวน์นี่’ ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม ‘ดาวน์นี่ พรีเมียม พาร์ฟูม กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส’ ผ่าน Facebook Live Downy Thailand เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ทลายข้อจำกัดการส่งตรงความหอม ด้วยการเนรมิตสวนลาเวนเดอร์จากแคว้นโพรวองซ์ ท่ามกลางบรรยากาศฤดูร้อนที่มีดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่ง ในรูปแบบ Virtual Live Streaming ด้วยเทคโนโลยีและกราฟิกที่สมจริง ทำให้ผู้ชมสามารถรู้สึกได้ว่าอยู่ท่ามกลางสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศสจริงๆ และคุณจะประทับใจว่าภาพที่สมจริงจะสามารถเรียกความหอมที่คุ้นเคยจากความทรงจำได้เช่นกัน 

 

 

นี่เป็นการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Virtual Live Streaming ครั้งแรกของดาวน์นี่ แต่ก็ทำได้ดีและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมไม่น้อย ทั้งการเนรมิตสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศสให้ผู้ชมทางไลฟ์ได้สัมผัสอย่างสมจริงราวกับได้เที่ยวทิพย์สู่โพรวองซ์ รวมถึงการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำที่เชื่อมต่อผู้ชมกับงานไลฟ์ราวกับได้นั่งชมในสตูดิโอแบบเรียลไทม์ และกิจกรรมสุดพิเศษจัดเต็มตลอด 1 ชั่วโมง ซึ่งสามารถเชื่อมโยง ‘ความหอม’ ของกลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศสเอาไว้ได้ตลอดทั้งงาน

 

เริ่มตั้งแต่การใช้เสียงดนตรีมาช่วยปลุกจินตนาการความหอม ด้วยมินิคอนเสิร์ตของนักร้องสาวเสียงหวาน ‘เอิ๊ต ภัทรวี’ สร้างความผ่อนคลายให้กับคนดูได้ทันที นี่อาจเป็นความตั้งใจของดาวน์นี่ที่อยากให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับความรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกับเวลาได้กลิ่นลาเวนเดอร์ก็เป็นได้ 

    

 

หรือตอนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดาวน์นี่ พรีเมียม พาร์ฟูม กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส ก็ทำได้อลังการมาก ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) สร้างเอฟเฟกต์กับซีนแอนิเมชันหยด ‘เอสเซนเชียล ออยล์ ลาเวนเดอร์ 100%’ และกลีบดอกลาเวนเดอร์ให้ฟุ้งกระจายเต็มหน้าจอ ราวกับถูกร่ายมนต์เสน่ห์ความหอม ตอกย้ำความพิเศษของกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะส่วนผสมหลักของ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดาวน์นี่ พรีเมียม พาร์ฟูม กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส เป็นเอสเซนเชียล ออลย์ ลาเวนเดอร์ 100% ที่สกัดจากลาเวนเดอร์สดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมประเทศฝรั่งเศส ผสานเทคโนโลยีไข่มุกน้ำหอมสุดล้ำ (Perfume Pearl Technology) ช่วยกักเก็บความหอมให้ติดทนนาน หอมผ่อนคลายยาวนาน 

 

 

ณัชรี แจนแนท เอี่ยมสถาพร ผู้จัดการอาวุโสแบรนด์ ดาวน์นี่ (ประเทศไทย) ยังกล่าวด้วยว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Virtual Live Streaming ครั้งนี้ได้นำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาใช้ เพราะต้องการให้ผู้ชมทางบ้านมีประสบการณ์ร่วมไปกับดาวน์นี่ สัมผัสความหอมของกลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส ที่มีมนต์เสน่ห์แห่งความหอมไม่เหมือนใคร และบรรยากาศที่ผ่อนคลายของแคว้นโพรวองซ์ ดินแดนของฝรั่งเศสตอนใต้ ส่งตรงถึงทุกคนที่บ้านในยุค New Normal  

 

 

จะว่าไปกลยุทธ์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Virtual Live Streaming ก็ช่วยให้แบรนด์กับผู้บริโภคได้ Connect กันง่ายขึ้น ยอมรับว่าโจทย์นี้ดาวน์นี่ทำการบ้านมาดี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมพิมพ์ข้อความหาแบรนด์ได้ทันที หรือจะทักทายพิธีกรรวมถึงแขกรับเชิญในงานก็เช่นกัน ลองนึกถึงงานอีเวนต์จริง คงไม่สามารถเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานทุกคนเดินเข้ามาคุยกับพิธีกรหรือพูดคุยกับแบรนด์ได้เช่นนี้ หรือการสร้างกิจกรรมเพื่อให้ผู้เข้าชมงานมีส่วนร่วม เช่น การแจกรางวัลระหว่าง Live Streaming เป็นต้น

 

แน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญของงานในวันนั้นคือ ช่วง Exclusive Live ที่ชวน ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต แบรนด์แอมบาสเดอร์ของผลิตภัณฑ์ดาวน์นี่ มาร่วมพูดคุยและบอกเล่าวิธีผ่อนคลายสไตล์แม่ชม พร้อมแชร์ประสบการณ์ดีๆ เมื่อได้สัมผัสความหอมของกลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส  

 

 

“ด้วยบรรยากาศของปีที่ผ่านมาทำให้เราเจอเรื่องเครียดๆ เยอะ ปกติชมจะผ่อนคลายด้วยการหาเวลาอยู่กับตัวเอง สักวันละ 10-20 นาที อีกวิธีคือการสร้างบรรยากาศในบ้านให้มีกลิ่นหอมตลอดเวลา เวลากลับมาบ้านแล้วได้กลิ่นหอมๆ มันก็รู้สึกดีนะ เลยมองหากลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเฟรนด์ลีกับทุกคนในบ้าน อย่างน้ำยาปรับผ้านุ่ม ดาวน์นี่ พรีเมียม พาร์ฟูม กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส เป็นกลิ่นที่ลงตัวกับความรู้สึกของชมตอนนี้มากๆ หอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นทั้งคุณแม่และภรรยา ชมก็จะดูแลใส่ใจเรื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทำให้เสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ ของคนในบ้านมีกลิ่นหอมประทับใจ โดยชมเองเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของกลิ่นมาก เนื่องจากกลิ่นเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ และสร้างความประทับใจให้กับคนรอบข้างได้ แถมคุณสมบัติของลาเวนเดอร์นอกจากคลายความเครียดก็ช่วยให้หลับสบาย ถ้าใช้ซักผ้าห่ม หมอน ผ้าปูที่นอน บอกเลยว่าฟินมาก หลับสบาย ดาวน์นี่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมติดทนนานอยู่แล้วด้วย ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทุกตัวของดาวน์นี่ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแล้วว่าปลอดภัย ไม่ระคายเคือง ทุกคนใช้ได้ เด็กๆ ก็ได้ใช้อย่างปลอดภัย”

 

ใครที่อยากรู้ว่าประสบการณ์ความหอมของกลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศสจะถูกกระตุ้นได้จริง เพียงแค่เห็นกราฟิกที่ล้ำสมัยเคล้าเสียงดนตรีเพราะๆ สามารถดู Virtual Live Streaming ย้อนหลังได้ที่ www.facebook.com/DownyThailand

 

แต่ถ้าอยากผ่อนคลายไปกับกลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศสจริงๆ แล้วละก็ ต้องลอง ‘น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดาวน์นี่ พรีเมียม พาร์ฟูม กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส’ จะทำเหมือนที่แม่ชมแนะนำ ใช้กับเสื้อผ้าให้หอมติดทนนาน สร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง หรือใช้กับผ้าห่ม หมอน ผ้าปู สร้างกลิ่นที่ผ่อนคลายให้กับห้องนอน สามารถซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป เช่น โลตัส, บิ๊กซี, แม็คโคร, ท็อปส์, เซเว่น อีเลฟเว่น, ซีเจ และอื่นๆ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ Shopee: https://bit.ly/3mluFrY และ Lazada: https://bit.ly/3hAnr1w

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/DownyThailand

The post ‘ดาวน์นี่’ เล่นใหญ่พาเที่ยวโพรวองซ์ท่องสวนลาเวนเดอร์ ส่งตรงความหอมทะลุจอ ในงานเปิดตัว ‘ดาวน์นี่ กลิ่นสวนลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส’ ครั้งแรกในรูปแบบ Virtual Live Streaming [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Facebook อวดโฉมแว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรก | Morning Wealth 10 กันยายน 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-10092021-3/ Fri, 10 Sep 2021 08:00:52 +0000 https://thestandard.co/?p=535190 Facebook

Facebook เปิดตัว ‘แว่นตาอัจฉริยะ’ รุ่นแรกขอ […]

The post ชมคลิป: Facebook อวดโฉมแว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรก | Morning Wealth 10 กันยายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Facebook

Facebook เปิดตัว ‘แว่นตาอัจฉริยะ’ รุ่นแรกของบริษัท (9 กันยายน) เป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนาแว่นตาเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Augmented Reality (AR) สำหรับอนาคต

 

ติดตามรายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

ภาพ: www.facebook.com/RayBan

 


 

เตรียมพบกับฟอรัมที่ผู้บริหารต้องดูก่อนวางแผนกลยุทธ์ปีหน้า! The Secret Sauce Strategy Forum คัมภีร์กลยุทธ์ฝ่าวิกฤตปี 2022


📌
เฟรมเวิร์กกลยุทธ์ใช้ได้จริง
📌
ฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยโลก
📌
เทรนด์ผู้บริโภคการตลาด
📌
เคสจริงจากผู้บริหาร

 

ซื้อบัตรได้แล้วที่ www.zipeventapp.com/e/the-secret-sauce

 

#TheSecretSauceStrategyForum2022

The post ชมคลิป: Facebook อวดโฉมแว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรก | Morning Wealth 10 กันยายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ประเมินหุ้น OR ปลุกกระแส IPO กลับสู่ยุคทอง | Morning Wealth 22 กุมภาพันธ์ 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-22022021/ Mon, 22 Feb 2021 01:36:08 +0000 https://thestandard.co/?p=457074 ชมคลิป: ประเมินหุ้น OR ปลุกกระแส IPO กลับสู่ยุคทอง | Morning Wealth 22 กุมภาพันธ์ 2564

หุ้น ‘OR’ สร้างปรากฏการณ์ดึงนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาด […]

The post ชมคลิป: ประเมินหุ้น OR ปลุกกระแส IPO กลับสู่ยุคทอง | Morning Wealth 22 กุมภาพันธ์ 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ประเมินหุ้น OR ปลุกกระแส IPO กลับสู่ยุคทอง | Morning Wealth 22 กุมภาพันธ์ 2564
  • หุ้น ‘OR’ สร้างปรากฏการณ์ดึงนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดหุ้นมากกว่าแสนราย และจะทำให้กระแสหุ้น IPO เป็นที่นิยมตามไปด้วยหรือไม่ ประเมินสถานการณ์นี้กับ แมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • วิเคราะห์สถานการณ์ เมื่อหนี้ล้นโลก จากการเร่งปั๊มเงินเข้าระบบ แต่เศรษฐกิจจริงยังไม่ฟื้น แล้วเงินไหลไปไหน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ประเมินหุ้น OR ปลุกกระแส IPO กลับสู่ยุคทอง | Morning Wealth 22 กุมภาพันธ์ 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ArtScience Museum เปิดตัวหนัง Augmented Reality เรื่องแรก ‘Rewild Our Planet’ https://thestandard.co/rewild-our-planet/ Fri, 05 Apr 2019 06:39:23 +0000 https://thestandard.co/?p=232361

ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality ที่เริ่มเป็นที่รู้จัก แ […]

The post ArtScience Museum เปิดตัวหนัง Augmented Reality เรื่องแรก ‘Rewild Our Planet’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality ที่เริ่มเป็นที่รู้จัก และถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น World Wide Fund for Nature (WWF) จึงร่วมมือกับ Netflix, Google, Phoria และ ArtScience Museum สิงคโปร์ เปิดตัวภาพยนตร์ Augmented Reality Rewild Our Planet ที่ ArtScience Museum ประเทศสิงคโปร์ ไปเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (5 เม.ย.)  

 

Rewild Our Planet เป็นภาพยนตร์สารคดีอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยใช้ฟุตเทจจากซีรีส์สารคดีของ Netflix ในชื่อ Our Planet ที่เพิ่งเข้าฉายเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา

ArtScience Museum สิงคโปร์ จึงจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์ Rewild Our Planet พร้อมผู้สร้าง ทั้ง คิม สเตนเจิร์ต (หัวหน้าฝ่าย Strategic Communications and External Relations WWF สิงคโปร์), มิเกล เดอ อันเดรส-คลาเวรา (หัวหน้าฝ่าย Creative Technology Google APAC), ฮอนอร์ ฮาร์เจอร์ (Executive Director ArtScience Museum) และ เทรนต์ คลูว์ส-เดอ คาสเตลลา ผู้ก่อตั้ง Phoria ที่มาร่วมพูดคุยและอธิบายถึงเทคโนโลยีที่ใช้เบื้องหลัง Rewild Our Planet และความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภายในงานเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานชมประสบการณ์ภาพยนตร์ Augmented Reality ผ่านจอ Pixel 2 ที่จะแจกให้กับผู้เข้าร่วมงานเมื่อเดินเข้าไปในห้อง โดยกลางห้องจะเป็นเนินที่มีสติกเกอร์สัญลักษณ์รูปวงกลมแปะอยู่บนพื้น 4 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของ Biome หรือ สถานที่ 4 สถานที่ ได้แก่ Forest, Oceans, Grasslands และ Arctic ซึ่งผู้ชมสามารถจำลองว่าตนเองไปยืนอยู่ในสถานที่นั้นๆ ได้

ภาพยนตร์เรื่อง Rewild Our Planet จะเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ ArtScience Museum ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ถึง 2 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00-19.00 น. ทุกวัน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ArtScience Museum เปิดตัวหนัง Augmented Reality เรื่องแรก ‘Rewild Our Planet’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทคโนโลยี VR, AR และ MR ประตูมิติบานใหม่ของโลกกีฬา https://thestandard.co/goaloflife-vr-ar-mr-transforming-the-sports-industry/ https://thestandard.co/goaloflife-vr-ar-mr-transforming-the-sports-industry/#respond Tue, 21 Nov 2017 14:28:22 +0000 https://thestandard.co/?p=48899

     ขวบปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าโลกของเร […]

The post เทคโนโลยี VR, AR และ MR ประตูมิติบานใหม่ของโลกกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ขวบปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าโลกของเรามีการพัฒนาทางเทคโนโลยีหลายด้าน ชนิดที่ว่าภาพจินตนาการที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์ฮอลลีวูด ไม่ว่าจะเป็น Back to the Future, Minority Report หรือแม้แต่ในการ์ตูนยอดนิยมตลอดกาลอย่าง Doraemon ค่อยๆ ทยอยเป็นความจริงทีละอย่างสองอย่าง

     แต่มีอยู่ 2 เทคโนโลยีที่มาแรงและน่าจับตามองอย่างมากครับ คือ เทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality และ AR หรือ Augmented Reality รวมถึง MR หรือ Mixed Reality ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตมนุษย์ได้อย่างหลากหลาย

     แน่นอนว่ารวมถึงในโลกของกีฬาด้วย

     ว่ากันว่าทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้น่าจะเข้ามามีส่วนกับเกมกีฬาอยู่ไม่มากก็น้อย

     อาจจะไม่ถึงขั้นพลิกวงการจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่อย่างน้อยก็จะเข้ามามีส่วนกับกีฬา และน่าจะทำให้กีฬาแห่งโลกอนาคตนั้นมีสีสันและสนุกขึ้นในแบบที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

     มาดูกันครับว่า VR, AR และ MR จะเข้ามามีส่วนกับกีฬาอย่างไรได้บ้าง 

 

 

เปิดประตูมิติโลกกีฬาด้วย VR

     ยังจำวันที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แนะนำเทคโนโลยี VR ของเขาในงาน Oculus Connect ที่แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ของโลกเสมือนจริงในอนาคตเมื่อปี 2016 กันได้ไหมครับ?

     ในวันนั้นผมเองยังอดคิดไม่ได้ว่าหากเทคโนโลยีจะสามารถทำได้ขนาดนี้แล้ว อีกไม่นานเราคงสามารถชมเกมกีฬาผ่านเทคโนโลยี VR ได้อย่างแน่นอน และมันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าสนใจอย่างมากแน่นอน

     เวลาผ่านมา 1 ปี เรื่องดังกล่าวกลายเป็นความจริงแล้ว

     โดยล่าสุดทางด้าน NBA บรรลุข้อตกลงร่วมกับทางด้าน TNT (สถานีโทรทัศน์ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด) และ Intel ยักษ์ใหญ่ในโลกเทคโนโลยี ถ่ายทอดสดเกมบาสเกตบอล 2018 NBA All-Star ในแบบ VR ให้แฟนๆ ได้ชมกันเป็นครั้งแรก

     ความจริงจะบอกว่าเป็นครั้งแรกก็ไม่เชิงครับ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการถ่ายทอดสดกีฬาด้วยเทคโนโลยี VR อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา หรือรถแข่ง Nascar โดย Fox Sports ที่ร่วมมือกับ NextVR อีกหนึ่งบริษัทที่บุกเบิกเรื่องนี้

     แต่สำหรับการถ่ายทอดสดบาสเกตบอล NBA นั้นเป็นอีกขั้นครับ เพราะถือเป็นการถ่ายทอดสดกีฬาในกระแสหลักครั้งแรกจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

     และมันได้นำความคาดหวังมากมายมหาศาลตามมาด้วยครับ เพราะมันจะนำ ‘ประสบการณ์ใหม่’ มาสู่แฟนๆ กีฬาอย่างแท้จริง

 

 

     ในการถ่ายทอดสดบาสเกตบอล NBA แมตช์นี้ ทางด้าน Intel ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดจะใช้กล้องถ่ายทอดสดที่เรียกว่า Intel True VR ในการจับภาพจากหลากหลายมุมมองในสนาม

     ผู้ชมสามารถเลือกได้ครับว่าจะชมเกมจากมุมมองขอบสนามเหมือนตากล้องที่นั่งถ่ายภาพอยู่ มุมมองจากบนอัฒจันทร์เหมือนได้ไปอยู่เคียงข้างกับแฟนคนอื่นๆ ที่ไปชมเกมอยู่ในสนามจริง หรือมุมมองแบบ Bird’s eye view เพื่อที่จะมองเห็นภาพของเกมในมุมกว้าง

     นอกจากนี้ Intel จะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า freeD technology ที่จะทำให้แฟนๆ สามารถรับชมเกมได้แบบ 360 องศาจริงๆ และยังสามารถที่จะเลือกหยุดเกมในจังหวะที่ต้องการ และสามารถเลือกชมผ่านมุมมองของผู้เล่นที่อยู่ในสนามได้ด้วย โดยนักกีฬาจะมีอุปกรณ์ wearable ติดตัวอยู่ ทำให้เราเห็นมุมมองของพวกเขาได้ด้วย

     โดยในระยะแรกอุปกรณ์ที่จะใช้งานร่วมกันได้คือ Samsung Gear VR และ Google Daydream โดยจะใช้ผ่านแอปพลิเคชัน NBA บน VR app

     ทางด้าน NBA หวังว่านี่จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่แฟนยัดห่วงทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์ของ NBA ที่ซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดถึง 215 ประเทศทั่วโลก ได้มีโอกาสสัมผัสกับเกมบาสเกตบอลที่ดีที่สุดในโลกในแบบที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

     เพราะไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเดินทางไปสหรัฐอเมริกาได้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถซื้อตั๋วเข้าไปชมเกม NBA ได้

     และถ้าความพยายามครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ในอนาคตเราอาจจะมีโอกาสไปนั่งชมเกมบนอัฒจันทร์ Kop End ของลิเวอร์พูล หรือไปชมเกมฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ หรือชมกีฬาโอลิมปิกได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงสถานที่จริงๆ แต่อย่างใด

     นี่อาจจะเป็น game changer ของการถ่ายทอดสดกีฬาเลยครับ

 

 

AR และ MR สีสันใหม่ที่ทำให้กีฬาสนุกขึ้น

     นอกเหนือจากเทคโนโลยี VR ที่เป็นเหมือนประตูมิติที่จะนำเราไปสู่โลกใบใหม่ของเกมกีฬาแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีการพูดถึงกันมากครับ คือ AR หรือ Augmented Reality

     สำหรับเทคโนโลยี AR กับคนไทยนั้นน่าจะมีคนพอเข้าใจกันพอสมควรครับ เพราะเริ่มมีการนำมาใช้กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในสื่อสิ่งพิมพ์ของบ้านเรา หรือสำหรับคนใช้งานทั่วๆ ไปที่เคยเล่นเกม Pokémon GO ก็น่าจะพอเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างไร

     AR กับเกมกีฬานั้นในเวลานี้ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นกิจจะลักษณะอะไรมากมายครับ แต่ก็เริ่มมีการนำมาใช้โดยเฉพาะเพื่อสร้างสีสันและสร้างการมีส่วนร่วมกันระหว่างทีมกีฬากับแฟนๆ

     กรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่ทีมกีฬาใช้ AR ในการดึงดูดแฟนๆ ด้วยการให้ใช้แอปพลิเคชันของสโมสร และจับภาพที่ต้องการ เช่น ภาพปกของหนังสือโปรแกรม (Match Programme) แล้วจะปรากฏภาพของนักกีฬาที่เป็นนายแบบฉบับดังกล่าวขึ้น พร้อมกล่าวทักทายแฟนๆ ซึ่งทีมอเมริกันฟุตบอลหลายๆ ทีมใช้อยู่

 

 

     หรืออย่างกรณีของทีมฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิก ที่มีการเปิดฟีเจอร์ Augmented Reality สามารถฉายภาพของ มานูเอล นอยเออร์ หรือ อาร์เยน ร็อบเบน บนพื้นผิวเรียบๆ ที่ใดก็ได้ (เช่น โต๊ะ พื้น ผนัง กำแพง) แล้วสองสตาร์นี้จะปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า (บนจอโทรศัพท์มือถือของคุณ) โดยที่คุณยังสามารถเลือกชุดแข่งขันให้พวกเขาได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชุดเหย้า ชุดเยือน หรือชุดแข่งที่ 3

     บาเยิร์น มิวนิกเชิญชวนให้แฟนๆ ร่วมจับภาพสกรีนช็อตของนอยเออร์ และร็อบเบน และติดแฮชแท็ก #fcbayARn บนโซเชียลมีเดีย โดยมีการเลือกภาพที่สร้างสรรค์ที่สุด และนำไปใช้ในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ซึ่งก็สร้างความสนุกสนานให้แฟนๆ ไม่น้อย มีคนส่งภาพบรรเจิดๆ มาร่วมสนุกกันอย่างมากมาย

 

 

     สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเป็นแค่ ‘กิมมิก’ เล็กๆ น้อยๆ แต่ทางด้าน สเตฟาน เมนเนอริช (Stefan Mennerich) ผู้อำนวยการด้านสื่อ ดิจิทัล และการสื่อสาร ของสโมสรบาเยิร์น มิวนิก ยืนยันว่า เป็นสีสันที่ทำให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดกับนักฟุตบอลที่พวกเขารักมากขึ้น

     ที่สำคัญนอกจากแฟนจะรัก ‘แบรนด์’ ก็จะรักสิ่งเหล่านี้ด้วย เพราะนั่นหมายถึงโอกาสที่แบรนด์จะใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อใกล้ชิดกับแฟนกีฬามากขึ้นไปอีกด้วยเช่นกัน

     นอกจากนี้ยังมีกรณีตัวอย่างอีกมากมายครับ เช่น Adidas ใช้ AR ในการเปิดตัวชุดแข่งทีมชาติสกอตแลนด์ใหม่ ซึ่งก็สร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อย

 

 

     แต่ที่มีการพูดถึงอย่างมากว่าอาจจะเป็น ‘อนาคต’ จริงๆ คือสิ่งที่เรียกว่า MR หรือ Mixed Reality หรือโลกเสมือนในความจริง โดยเจ้าที่บุกเบิกด้านนี้คือ Microsoft ที่จับมือกับบริษัทผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านนี้ที่ชื่อว่า Taqtile เปิดตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า HoloLens ที่นำมาใช้กับการชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันกอล์ฟ PGA Tour ที่ทำให้แฟนๆ ได้เห็นว่าสนามแข่งขันกอล์ฟจริงๆ หน้าตาเป็นอย่างไร

     รวมถึงมีการจำลองการถ่ายทอดสดเกมการแข่งขันฟุตบอล ‘El Clásico’ ระหว่างทีม ‘ราชันชุดขาว’ เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลนา ซึ่งนอกจากที่จะได้ชมการถ่ายทอดสดแล้วยังได้เห็นภาพจำลอง 3 มิติ ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงข้อมูลต่างๆมากมาย หรือชมจังหวะสำคัญย้อนหลังในแบบเรียลไทม์

     ทั้งหมดนี้คือ ‘อนาคต’ ที่กำลังมาถึงในโลกของกีฬาครับ

     มันอาจจะยังมีความคลุมเครืออยู่บ้าง แต่นั่นเป็นเพราะอยู่ระหว่างการเริ่มต้น และมันอาจจะยังดูห่างไกลจากพวกเราอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพราะอุปกรณ์ที่จะใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้นมีราคาค่อนข้างสูง (ยกเว้น AR ที่เราใช้สมาร์ทโฟนของเราได้)

     แต่สักวันมันจะเดินเข้ามาสู่ชีวิตของเราอย่างแน่นอน ในฐานะ ‘ทางเลือก’ ใหม่ที่น่าตื่นเต้น ไม่ว่าเราจะชอบหรือชังมันก็ตาม

     อยู่แค่ว่าช้าหรือเร็วเท่านั้นเองครับ 🙂

 

อ้างอิง:

The post เทคโนโลยี VR, AR และ MR ประตูมิติบานใหม่ของโลกกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/goaloflife-vr-ar-mr-transforming-the-sports-industry/feed/ 0
มักเกิลเฮ! ทีมพัฒนาเกม Pokémon Go เตรียมเปิดตัวเกม AR แฮร์รี่ พอตเตอร์ ปีหน้า https://thestandard.co/harry-potter-wizards-unite/ https://thestandard.co/harry-potter-wizards-unite/#respond Thu, 09 Nov 2017 03:29:27 +0000 https://thestandard.co/?p=41915

     ดูเหมือนว่าความฝันของเหล่ามักเกิลแล […]

The post มักเกิลเฮ! ทีมพัฒนาเกม Pokémon Go เตรียมเปิดตัวเกม AR แฮร์รี่ พอตเตอร์ ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ดูเหมือนว่าความฝันของเหล่ามักเกิลและแฟนนิยายแฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) กับการได้สวมบทบาทพ่อมด-แม่มดร่ายคาถาในโลกแห่งความเป็นจริงอาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้แล้ว เมื่อเว็บไซต์ Techcrunch รายงานว่า Nianticlabs ทีมผู้พัฒนาเกม AR (Augmented Reality) ยอดฮิตบนสมาร์ทโฟนอย่าง Pokémon Go มีแผนจะเปิดตัวเกมใหม่ในเวอร์ชันพ่อมดแฮรี่ พอตเตอร์ ออกมาให้เราได้เล่นกันช่วงปีหน้า

 

     โดยเกมดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า ‘Harry Potter: Wizards Unite’ และจะพัฒนาร่วมกับ Warner Bros. Interactive Portkey Games ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัดของตัวเกมออกมา แต่ Techcrunch ก็เช่ือว่า Harry Potter: Wizards Unite จะมาในรูปแบบเกม AR ที่มีลักษณะวิธีการเล่นถอดแบบออกมาจากเกม Pokémon Go ไม่ว่าจะเป็นการสะสมและสำรวจแหล่งพลังงานจากการเดินบนแผนที่ในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อใช้พัฒนาตัวละครในการต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ

 

Photo: Warner Bros.

The post มักเกิลเฮ! ทีมพัฒนาเกม Pokémon Go เตรียมเปิดตัวเกม AR แฮร์รี่ พอตเตอร์ ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/harry-potter-wizards-unite/feed/ 0