Anwar Ibrahim Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/anwar-ibrahim/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 27 Dec 2025 09:32:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อันวาร์โพสต์แสดงความยินดี กรณีไทย-กัมพูชาเห็นพ้องตกลงหยุดยิง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน https://thestandard.co/anwar-congratulates-thailand-cambodia-ceasefire/ Sat, 27 Dec 2025 09:32:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1159188 อันวาร์โพสต์แสดงความยินดี กรณีไทย-กัมพูชาเห็นพ้องตกลงหยุดยิง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียโพสต์ข้อความแสดงคว […]

The post อันวาร์โพสต์แสดงความยินดี กรณีไทย-กัมพูชาเห็นพ้องตกลงหยุดยิง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์โพสต์แสดงความยินดี กรณีไทย-กัมพูชาเห็นพ้องตกลงหยุดยิง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียโพสต์ข้อความแสดงความยินดี กรณีไทย-กัมพูชาเห็นพ้องตกลงหยุดยิง โดยระบุว่า ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 12:00 น. ตามเวลาประเทศไทย การตัดสินใจยุติการสู้รบและคงกำลังทหารไว้ในที่ตั้ง สะท้อนให้เห็นถึงการตระหนักร่วมกันว่า ‘ความอดกลั้น’ เป็นสิ่งจำเป็นเหนือสิ่งอื่นใด โดยเฉพาะเพื่อประโยชน์สูงสุดของภาคประชาชน

 

แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ได้กำหนดมาตรการเชิงปฏิบัติที่เป็นบวก รวมถึงการตรวจสอบโดย ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team) และการสื่อสารโดยตรงระหว่างหน่วยงานด้านกลาโหม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นรากฐานของเสถียรภาพ และข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงใจ

 

ในโอกาสที่มาเลเซียจะส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้แก่ฟิลิปปินส์ ในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 1 มกราคม 2026 เราพร้อมสนับสนุนทุกความพยายาม เพื่อให้มั่นใจว่าข้อผาสุกเหล่านี้จะได้รับการปฏิบัติ และรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิและความน่าเชื่อถือของอาเซียนในฐานะภูมิภาคแห่งสันติภาพ

 

แฟ้มภาพ: Antonio Masiello / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post อันวาร์โพสต์แสดงความยินดี กรณีไทย-กัมพูชาเห็นพ้องตกลงหยุดยิง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลตัดสินคดี 1MDB ‘นาจิบ ราซัก’ ใช้อำนาจโดยมิชอบ จุดชนวนรอยร้าวรัฐบาลผสมอันวาร์ https://thestandard.co/najib-razak-1mdb-guilty-verdict-malaysia-politics-crisis-2025/ Fri, 26 Dec 2025 09:10:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1158657 ศาลตัดสินคดี 1MDB ‘นาจิบ ราซัก’ ใช้อำนาจโดยมิชอบ จุดชนวนรอยร้าวรัฐบาลผสมอันวาร์

นาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถูกศาลตัดสิน ‘ใช้อ […]

The post ศาลตัดสินคดี 1MDB ‘นาจิบ ราซัก’ ใช้อำนาจโดยมิชอบ จุดชนวนรอยร้าวรัฐบาลผสมอันวาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลตัดสินคดี 1MDB ‘นาจิบ ราซัก’ ใช้อำนาจโดยมิชอบ จุดชนวนรอยร้าวรัฐบาลผสมอันวาร์

นาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถูกศาลตัดสิน ‘ใช้อำนาจโดยมิชอบ’ ในคดีทุจริตกองทุนรัฐ 1 Malaysia Development Berhad (1MDB) ชี้มีหลักฐานมัดตัวชัดเจน ขณะที่สื่อต่างชาติตีข่าวว่า คำวินิจฉัยอาจกระทบรัฐบาลผสมระหว่าง อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกับพรรคอัมโน (United Malays National Organisation: UMNO)

 

วันนี้ (26 ธันวาคม) ศาลมาเลเซียตัดสินให้นาจิบมีความผิดใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ โดยมีความผิดในข้อหาคอร์รัปชัน 4 กระทง และฟอกเงิน 21 กระทง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15-20 ปีต่อ 1 ข้อหา ยังไม่รวมโทษปรับสูงสุดเป็นเงินไม่เกิน 5 เท่า ของมูลค่าเงินทั้งหมดที่ยักยอกไป

 

จากการสอบสวนของทางการมาเลเซียและสหรัฐอเมริกาพบว่า อดีตผู้นำมาเลเซียรับเงินโอนผิดกฎหมายมากกว่า 2.3 พันล้านริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 18 พันล้านบาท) ผ่านบัญชีที่เชื่อมโยงกับเขา ซึ่งที่ผ่านมา นาจิบปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาตลอด

 

ทั้งนี้ คอลลิน ลอว์เรนซ์ เซเคอราห์ (Collin Lawrence Sequerah) ผู้พิพากษาในคดีอ่านคำวินิจฉัยว่า ข้ออ้างของนาจิบที่กล่าวหาว่า คดีนี้เป็น ‘การล่าแม่มด’ และมี ‘แรงจูงใจทางการเมือง’ นั้น ถูกหักล้างด้วยหลักฐานที่ชัดเจน หนักแน่น และโต้แย้งไม่ได้ว่า อดีตผู้นำมาเลเซียใช้อำนาจในกองทุนดังกล่าวโดยมิชอบ

 

ในช่วงที่ผ่านมา นาจิบปฏิเสธว่า เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และออกมาขอโทษต่อสาธารณชนที่จัดการผิดพลาดมาตลอด โดยอ้างว่า ตนถูกเจ้าหน้าที่ในกองทุน 1MDB และ โล แท็ก โจ (Low Taek Jho) หรือ โจ โลว์ (Jho Low) นักธุรกิจที่ใกล้ชิด ปลุกปั่นสร้างความเข้าใจผิด

 

อย่างไรก็ดี ผู้พิพากษาระบุว่า หลักฐานชี้ให้เห็นว่า นาจิบเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ขณะที่ โจ โลว์ ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวแทน’ และ ‘คนกลาง’ ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 1MDB ซึ่งขณะนี้ ศาลยังไม่อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มและกำหนดโทษในคดีอย่างเป็นทางการ

 

อนึ่ง คำวินิจฉัยครั้งนี้สร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลอันวาร์ ซึ่งพรรคอัมโนเข้าร่วมรัฐบาลผสม แม้จะเคยหาเสียงต่อต้านผู้นำมาเลเซียในปี 2022 โดยอันวาร์ต้องเผชิญความตึงเครียดภายในรัฐบาล จากกรณีศาลปฏิเสธคำร้องไม่ให้นาจิบขอรับโทษจำคุกที่บ้านในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทำให้ผู้นำพรรคอัมโนวิจารณ์การตัดสินดังกล่าว และรู้สึกไม่พอใจที่ฝ่ายอันวาร์แสดงความยินดีกับคำวินิจฉัยในครั้งนี้

 

ทั้งนี้ อัคมัล ซาเลห์ (Akmal Saleh) ผู้นำปีกเยาวชนพรรคอัมโน เรียกร้องให้พรรคถอนตัวออกจากรัฐบาลอันวาร์ พร้อมขอให้ทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’ อย่างสมศักดิ์ศรีแทน ขณะที่อันวาร์ออกมาโต้ตอบว่า เขาจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของมาเลเซีย

 

ปัจจุบัน นาจิบได้รับโทษจำคุกตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 หลังศาลสูงสุดยืนยันคำพิพากษาคดีคอร์รัปชันจากการรับเงินผิดกฎหมายในเครือ 1MDB ซึ่งมีโทษจำคุก 12 ปี แต่มีการอภัยโทษเหลือ 6 ปี และกำหนดปล่อยตัวในปี 2028

 

1MDB ถือเป็นคดีอื้อฉาวทางการเงินระดับโลก หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินจากกองทุนตั้งแต่ปี 2009-2013 ซึ่งถูกฟอกผ่านบัญชีธนาคารหลายชั้นในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ทั้งยังพัวพันถึงองค์กรระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ทำให้อดีตนายธนาคาร 2 รายถูกจำคุกในข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ ให้ข้อมูลเท็จ และยักยอกเงิน

 

แฟ้มภาพ: HASNOOR HUSSAIN / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post ศาลตัดสินคดี 1MDB ‘นาจิบ ราซัก’ ใช้อำนาจโดยมิชอบ จุดชนวนรอยร้าวรัฐบาลผสมอันวาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์หารือ ฮุน มาเนต – อนุทิน ก่อนประชุม รมว.อาเซียน 1 วัน ย้ำขอให้ไทย-กัมพูชายึดมั่นการเจรจา https://thestandard.co/anwar-held-discussions-with-hun/ Sun, 21 Dec 2025 12:02:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1156662 อันวาร์หารือ ฮุน มาเนต - อนุทิน ก่อนประชุม รมว.อาเซียน 1 วัน ย้ำขอให้ไทย-กัมพูชายึดมั่นการเจรจา

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พูดคุยทางโทรศัพท์ […]

The post อันวาร์หารือ ฮุน มาเนต – อนุทิน ก่อนประชุม รมว.อาเซียน 1 วัน ย้ำขอให้ไทย-กัมพูชายึดมั่นการเจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์หารือ ฮุน มาเนต - อนุทิน ก่อนประชุม รมว.อาเซียน 1 วัน ย้ำขอให้ไทย-กัมพูชายึดมั่นการเจรจา

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พูดคุยทางโทรศัพท์กับ ฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชา และ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯ ไทย ก่อนการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 22 ธันวาคม) ย้ำหวังคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา

 

วันนี้ (21 ธันวาคม) อันวาร์โพสต์ข้อความบน Facebook เมื่อช่วงเช้าว่า ได้หารือกับอนุทินและฮุน มาเนต เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและหารือแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติ พร้อมขอไทย-กัมพูชาให้ยึดมั่นการเจรจา และเคารพซึ่งกันและกัน

 

“ผมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่กัมพูชาและไทยควรยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งการเจรจา ความสุขุมรอบคอบ และการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อยุติความตึงเครียดและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคนี้

 

“การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นเวทีที่เหมาะสมและสร้างสรรค์สำหรับทั้งสองประเทศในการเจรจาอย่างเปิดเผย แก้ไขความเห็นต่างด้วยสันติวิธี และบรรลุแนวทางแก้ไขที่เป็นธรรมและยั่งยืน” อันวาร์ทิ้งท้าย

 

ก่อนหน้านี้ วันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา อันวาร์ประกาศเลื่อนจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสมัยพิเศษ โดยระบุว่า ฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ขอให้เลื่อนออกไปชั่วคราว ขณะที่มาเลเซียพยายามเรียกร้องให้ 2 ประเทศยุติการสู้รบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แม้จะมีการติดต่อพูดคุยกันทุกวันก็ตาม

 

ภาพ: Anwar Ibrahim / Facebook

 

อ้างอิง:

The post อันวาร์หารือ ฮุน มาเนต – อนุทิน ก่อนประชุม รมว.อาเซียน 1 วัน ย้ำขอให้ไทย-กัมพูชายึดมั่นการเจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปลี่ยนกว่า 25 ตำแหน่ง ‘อันวาร์’ ปรับ ครม. ครั้งใหญ่รับเลือกตั้ง 2028 หลังพรรคร่วมฯ แพ้เลือกตั้งท้องถิ่น https://thestandard.co/anwar-cabinet-reshuffle-2028-election/ Wed, 17 Dec 2025 04:20:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1155626 เปลี่ยนกว่า 25 ตำแหน่ง ‘อันวาร์’ ปรับ ครม. ครั้งใหญ่ รับ เลือกตั้ง 2028 หลังพรรคร่วมฯ แพ้เลือกตั้งท้องถิ่น

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เตรียมปรับคณะรัฐม […]

The post เปลี่ยนกว่า 25 ตำแหน่ง ‘อันวาร์’ ปรับ ครม. ครั้งใหญ่รับเลือกตั้ง 2028 หลังพรรคร่วมฯ แพ้เลือกตั้งท้องถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปลี่ยนกว่า 25 ตำแหน่ง ‘อันวาร์’ ปรับ ครม. ครั้งใหญ่ รับ เลือกตั้ง 2028 หลังพรรคร่วมฯ แพ้เลือกตั้งท้องถิ่น

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เตรียมปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ คาดสร้างเอกภาพและเสริมความแข็งแกร่งทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งระดับชาติปี 2028 หลังแนวร่วมรัฐบาลแพ้เลือกตั้งท้องถิ่นอย่างราบคาบในช่วงที่ผ่านมา

 

เมื่อวานนี้ (16 ธันวาคม) อันวาร์ประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนรัฐมนตรีมากกว่า 25 ตำแหน่งจาก 35 ตำแหน่ง เช่น ดาโต๊ะ เสรี โจฮารี อับดุล กานี (Datuk Seri Johari Abdul Ghani) แกนนำอาวุโสจากพรรคอัมโน (UMNO) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรม หรือ อักมัล นาซีร์ (Akmal Nasir) จากพรรค PKR ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

 

ท่าทีของอันวาร์ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแนวร่วมรัฐบาลอย่าง ปากาตันฮาราปัน (Pakatan Harapan) กลุ่มพันธมิตรของพรรคฝ่ายซ้ายและฝ่ายกลาง ประกอบด้วยพรรค DAP, PKR และ AMANAH พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่รัฐซาบาห์อย่างราบคาบ โดยพรรค DAP สูญเสีย 8 ที่นั่งในรัฐทั้งหมด

 

การพ่ายแพ้ของปากาตันฮาราปันครั้งนี้มีนัยสำคัญทางการเมือง เพราะรัฐซาบาห์เป็นรัฐใหญ่ เคยมีข้อพิพาททางประวัติศาสตร์​ และที่สำคัญ คือ ซาบาห์ยังเรียกร้อง ‘อำนาจปกครองตนเอง’ จากรัฐบาลส่วนกลาง ซึ่งหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ก็ยิ่งกระทบต่อความชอบธรรมของอันวาร์

 

ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่า การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของอันวาร์ เพื่อกอบกู้วิกฤตก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 16 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2028 โดยจะเห็นได้ว่า รายชื่อรัฐมนตรีชุดใหม่ตอบโจทย์กับความต้องการของประชาชน ที่อยากเห็นนักการเมืองหน้าใหม่ รวมถึงฐานเสียงเชื้อสายจีนในเขตเมืองและรัฐซาบาห์

 

หว่อง ชิน ฮวัต (Wong Chin Huat) นักวิเคราะห์การเมืองจาก Sunway University ระบุกับ The Straits Times ว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของอันวาร์มีภาพลักษณ์ดี โดยเฉพาะการผลักดันคนรุ่นใหม่อย่างอักมัลในวัย 39 ปี ที่ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากประชาชนในรัฐซาบาห์

 

ภาพ: Hasnoor Hussain / Reuters

 

อ้างอิง:

The post เปลี่ยนกว่า 25 ตำแหน่ง ‘อันวาร์’ ปรับ ครม. ครั้งใหญ่รับเลือกตั้ง 2028 หลังพรรคร่วมฯ แพ้เลือกตั้งท้องถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ โพสต์อันวาร์แจง 22.00 น. ไม่ใช่ข้อตกลงหยุดยิง ย้ำไทยไม่มีแผนยุติการยิงใดๆ https://thestandard.co/pm-anwar-clarifies-no-ceasefire/ Sun, 14 Dec 2025 08:15:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1154532 นายกฯ โพสต์ อันวาร์ แจง 22.00 น. ไม่ใช่ข้อตกลงหยุดยิง ย้ำ ไทย ไม่มีแผนยุติการยิงใดๆ

วันนี้ (14 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรั […]

The post นายกฯ โพสต์อันวาร์แจง 22.00 น. ไม่ใช่ข้อตกลงหยุดยิง ย้ำไทยไม่มีแผนยุติการยิงใดๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ โพสต์ อันวาร์ แจง 22.00 น. ไม่ใช่ข้อตกลงหยุดยิง ย้ำ ไทย ไม่มีแผนยุติการยิงใดๆ

วันนี้ (14 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโพสต์ข้อความบน Facebook ส่วนตัว ซึ่งเป็นข้อความคำชี้แจงของ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน กรณีการหยุดยิง

 

นายกรัฐมนตรีอนุทินระบุว่า “เรียนท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน คำแถลงของผมไม่ได้กล่าวถึงการหยุดยิง ผมเพียงเสนอให้ยุติการยั่วยุใดๆ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป และไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน”

 

“ข้อความข้างต้นถูกส่งมาถึงผมจากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม เมื่อวานนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลไทยไม่มีแผนหรือข้อตกลงใดๆ ในการหยุดยิงกับศัตรูของเรา ณ เวลา 22.00 น. ของเมื่อคืนนี้ ประเทศไทยยืนหยัดอย่างมั่นคงในการรักษา ปกป้อง และพิทักษ์บูรณภาพของแผ่นดินและประชาชนของเราอย่างสุดกำลัง”

 

อ้างอิง:

The post นายกฯ โพสต์อันวาร์แจง 22.00 น. ไม่ใช่ข้อตกลงหยุดยิง ย้ำไทยไม่มีแผนยุติการยิงใดๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ปฏิเสธปมอันวาร์โพสต์ ไทย – กัมพูชา หยุดยิง 4 ทุ่ม ยันไทยยังไม่หยุดยิง หากกัมพูชายังไม่ถอยกำลัง https://thestandard.co/thai-cambodia-ceasefire-denial/ Sat, 13 Dec 2025 13:03:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1154386 นายกฯ ปฏิเสธปมอันวาร์โพสต์ ไทย - กัมพูชา หยุดยิง 4 ทุ่ม ยันไทยยังไม่หยุดยิง หากกัมพูชายังไม่ถอยกำลัง

วันนี้ (13 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรั […]

The post นายกฯ ปฏิเสธปมอันวาร์โพสต์ ไทย – กัมพูชา หยุดยิง 4 ทุ่ม ยันไทยยังไม่หยุดยิง หากกัมพูชายังไม่ถอยกำลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ปฏิเสธปมอันวาร์โพสต์ ไทย - กัมพูชา หยุดยิง 4 ทุ่ม ยันไทยยังไม่หยุดยิง หากกัมพูชายังไม่ถอยกำลัง

วันนี้ (13 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุว่า ประเทศไทยและกัมพูชาจะเริ่มกระบวนการหยุดยิงในเวลา 22.00 น. ของวันนี้ ว่า ตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุยตกลงกันในเรื่องดังกล่าว และขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากการแถลงของกองทัพวันละ 2 ครั้งเป็นหลัก แหล่งข่าวอื่นไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้าง

 

เมื่อถามถึงการหารือร่วมกับผู้นำมาเลเซียก่อนหน้านี้ อนุทินยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด แต่ไม่มีครั้งใดที่ระบุว่าจะต้องทำข้อตกลงในการหยุดการดำเนินการใดๆ ในลักษณะนี้ พร้อมเปิดเผยว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับ พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ซึ่งรายงานยืนยันว่ากองทัพยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนประเด็นว่าหากกัมพูชารับข้อเสนอของมาเลเซียแต่ไทยไม่ยอมรับ จะถูกมองเป็นฝ่ายที่ไม่ยอมยุติหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า การจะตอบรับสิ่งใดต้องมีการหารือและต้องเห็นความจริงใจ ที่ชัดเจนว่าต้องการหยุดการปะทะจริงๆ โดยย้ำว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายถูกรุกรานและคุกคามอธิปไตย การตอบโต้ที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อป้องกันประเทศและประชาชน เพื่อแสดงให้เห็นว่าจะเข้ามาทำร้ายประเทศไทยไม่ได้

 

“คงไม่มีใครมาบอกว่า 22.00 น. ให้ต่างคนต่างถอยแล้วหยุดยิงกัน ถ้าคิดด้วยสามัญสำนึกปกติ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าจะหยุดจริง กัมพูชาต้องเสนอข้อดำเนินการมาที่ประเทศไทยโดยตรง ไม่ใช่ให้ผู้นำประเทศอื่นมาพูดผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะนี่เป็นเรื่องระดับประเทศ คู่ขัดแย้งต้องเสนอมาเอง” อนุทินกล่าว

 

อนุทิน ยกตัวอย่างความไม่จริงใจของฝ่ายตรงข้ามว่า เมื่อวานนี้มีการระบุว่าหยุดยิงแล้ว แต่ช่วงเช้ากลับยังมีระเบิดลงในพื้นที่เป้าหมายพลเรือน ทำให้ประชาชนไทยได้รับความเสียหาย ดังนั้น การกระทำย่อมชัดเจนกว่าคำพูด หากจะหยุดจริง ต้องถอนความพร้อมในการยิง ไม่ใช่ปืนยังเล็งมาที่ประเทศไทยแล้วบอกว่าหยุด ซึ่งฝ่ายที่จะประเมินสถานการณ์ว่าเริ่มคุยกันได้หรือยัง คือประเทศไทย

 

สำหรับกรณีที่กัมพูชาไม่ยอมเปิดด่านให้คนไทยเดินทางกลับประเทศ อนุทิน กล่าวว่า ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นปัญหา เพราะคนไทยมีสิทธิ์ที่จะได้กลับบ้านตลอดเวลา โดยหวังว่าสถานการณ์จะไม่ไปถึงจุดที่นำประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมาเป็นตัวประกัน แต่ยืนยันว่าทางไทยมีแผนเผชิญเหตุรองรับไว้ทุกกรณีแล้ว

 

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม พลเอกชัยพฤกษ์ เพิ่มเติม โดยพลเอกชัยพฤกษ์ ได้กล่าวสั้นๆ แต่สะท้อนความรู้สึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นว่า “ลองไปถาม คุณพ่อ คุณแม่ ภรรยา และลูก ของกำลังพลที่เสียชีวิตทั้ง 15 นาย ตั้งแต่ จ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต ไปจนถึง พลทหาร กฤตฎิกร สร้อยระย้า ดูว่า เป็นอย่างไร”

The post นายกฯ ปฏิเสธปมอันวาร์โพสต์ ไทย – กัมพูชา หยุดยิง 4 ทุ่ม ยันไทยยังไม่หยุดยิง หากกัมพูชายังไม่ถอยกำลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์เผยคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต เรียกร้องหยุดยิง 22.00 น. คืนนี้ ขอส่ง AOT ลงพื้นที่ ตรวจสอบผ่านดาวเทียมสหรัฐฯ https://thestandard.co/anwar-anutin-hun-manet-ceasefire-satellite/ Sat, 13 Dec 2025 08:38:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1154297 อันวาร์เผยคุย อนุทิน-ฮุน มาเนต เรียกร้องหยุดยิง 22.00 น. คืนนี้ ขอส่ง AOT ลงพื้นที่ ตรวจสอบผ่านดาวเทียมสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย โพสต์ข้อความผ […]

The post อันวาร์เผยคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต เรียกร้องหยุดยิง 22.00 น. คืนนี้ ขอส่ง AOT ลงพื้นที่ ตรวจสอบผ่านดาวเทียมสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์เผยคุย อนุทิน-ฮุน มาเนต เรียกร้องหยุดยิง 22.00 น. คืนนี้ ขอส่ง AOT ลงพื้นที่ ตรวจสอบผ่านดาวเทียมสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook เปิดเผยว่าภายหลังการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในประเด็นความตึงเครียดในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โดยแยกคุยทีละคน

 

ในระหว่างการพูดคุย เขาได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งของมาเลเซียต่อสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าว และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด ตลอดจนยุติการกระทำที่เป็นปรปักษ์ทุกรูปแบบ และงดเว้นจากการดำเนินการทางทหารใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังหรือการเคลื่อนกำลังพลรุกคืบ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (13 ธันวาคม 2568) ในเวลา 22:00 น.

 

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนการลดความตึงเครียดและส่งเสริมความโปร่งใส เขายังได้ขอให้มีการส่งทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) นำโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเซีย ไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยภารกิจนี้จะเสริมด้วยความสามารถในการตรวจสอบผ่านดาวเทียมที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดหาให้ ซึ่งจะเริ่มในเวลาเดียวกัน

 

ผลการตรวจสอบจากดาวเทียมและการสังเกตการณ์ภาคสนามจะถูกรวบรวมโดย AOT และนำเสนอในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 16 ธันวาคม

 

รายงานดังกล่าวจะให้ข้อมูลที่เป็นกลางเกี่ยวกับสถานการณ์ รวมถึงจุดยืนของทั้งสองฝ่าย เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ การสร้างความไว้วางใจ และการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

 

“มาเลเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศพันธมิตรอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการทูตจะประสบความสำเร็จ” อันวาร์ ระบุ

The post อันวาร์เผยคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต เรียกร้องหยุดยิง 22.00 น. คืนนี้ ขอส่ง AOT ลงพื้นที่ ตรวจสอบผ่านดาวเทียมสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์โพสต์หลังคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต อ้างไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง กลับสู่ปฏิญญาร่วม https://thestandard.co/trump-thai-cambodia-ceasefire-kuala-lumpur/ Sat, 13 Dec 2025 03:06:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1154189 ทรัมป์โพสต์หลังคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต อ้างไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง กลับสู่ปฏิญญาร่วม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน T […]

The post ทรัมป์โพสต์หลังคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต อ้างไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง กลับสู่ปฏิญญาร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์โพสต์หลังคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต อ้างไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง กลับสู่ปฏิญญาร่วม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ภายหลังการโทรศัพท์สายตรงพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โดยระบุว่ามีการสนทนาอย่างดีเยี่ยมเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบระหว่างไทยและกัมพูชาที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง และอ้างว่าผู้นำของทั้งสองประเทศตกลงที่จะยุติการสู้รบทั้งหมดและกลับสู่ปฏิญญาร่วม หรือข้อตกลงสันติภาพที่มีการลงนามที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

เช้านี้ผมได้สนทนาอย่างดีเยี่ยมกับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เกี่ยวกับการปะทุขึ้นอีกครั้งของสงครามที่ยืดเยื้อมานาน ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยุติการยิงทั้งหมดในเย็นวันนี้ และกลับไปสู่ข้อตกลงสันติภาพเดิมที่ทำไว้กับผมและพวกเขา โดยได้รับความช่วยเหลือจากอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย”

 

ทั้งนี้ ทรัมป์ ยังระบุถึงกรณีทุ่นระเบิดที่ส่งผลให้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ประเทศไทยก็ตอบโต้อย่างรุนแรง ขณะที่มั่นใจว่าทั้งสองประเทศยังพร้อมที่จะสร้างสันติภาพและทำการค้ากับสหรัฐฯ ต่อไป พร้อมขอบคุณผู้นำมาเลเซียสำหรับความช่วยเหลือในเรื่องนี้

 

“ระเบิดริมถนนที่คร่าชีวิตและทำให้ทหารไทยบาดเจ็บหลายคนในตอนแรกนั้นเป็นอุบัติเหตุ แต่ถึงกระนั้นประเทศไทยก็ตอบโต้กลับอย่างรุนแรง

 

ทั้งสองประเทศพร้อมที่จะสร้างสันติภาพและทำการค้ากับสหรัฐอเมริกาต่อไป ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับอนุทินและฮุน มาเนต ในการแก้ไขปัญหาที่อาจพัฒนาไปสู่สงครามครั้งใหญ่ระหว่างสองประเทศที่ยอดเยี่ยมและเจริญรุ่งเรือง! ผมขอขอบคุณอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สำหรับความช่วยเหลือในเรื่องสำคัญนี้ด้วย”

 

อ้างอิง :

The post ทรัมป์โพสต์หลังคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต อ้างไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง กลับสู่ปฏิญญาร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์เผยคุยทรัมป์ ปมสู้รบไทย-กัมพูชา แจงบทบาทมาเลเซียเรียกร้องยับยั้งชั่งใจ-กลับสู่การเจรจา ไม่ระบุมีข้อตกลงหยุดยิง https://thestandard.co/anwar-trump-thai-cambodia-mediation-role/ Sat, 13 Dec 2025 03:01:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1154185 อันวาร์เผยคุยทรัมป์ ปมสู้รบไทย-กัมพูชา แจงบทบาทมาเลเซียเรียกร้องยับยั้งชั่งใจ-กลับสู่การเจรจา ไม่ระบุมีข้อตกลงหยุดยิง

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์ข้อความเมื่อ […]

The post อันวาร์เผยคุยทรัมป์ ปมสู้รบไทย-กัมพูชา แจงบทบาทมาเลเซียเรียกร้องยับยั้งชั่งใจ-กลับสู่การเจรจา ไม่ระบุมีข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์เผยคุยทรัมป์ ปมสู้รบไทย-กัมพูชา แจงบทบาทมาเลเซียเรียกร้องยับยั้งชั่งใจ-กลับสู่การเจรจา ไม่ระบุมีข้อตกลงหยุดยิง

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์ข้อความเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่าได้รับโทรศัพท์จากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และได้หารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย ตลอดจนประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี และประเด็นระดับโลกที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน

 

ในส่วนของความตึงเครียดตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย อันวาร์ระบุว่า “เขาได้ชี้แจงบทบาทของมาเลเซียในการเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศใช้ความยับยั้งชั่งใจและกลับสู่การเจรจาผ่านช่องทางทวิภาคีและกลไกของอาเซียน”

 

พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่า “มาเลเซียยังคงพร้อมที่จะสนับสนุนความพยายามในการลดความตึงเครียด ปกป้องพลเรือน และช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาค สอดคล้องกับจิตวิญญาณแห่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของอาเซียน”

 

ขณะที่เขาเปิดเผยว่า “ในฐานะประธานอาเซียน มาเลเซียจะจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพิเศษในเร็วๆ นี้ เพื่อประเมินสถานการณ์และสนับสนุนมาตรการลดความตึงเครียด”

 

“ผมยังได้แสดงความขอบคุณต่อการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของสหรัฐฯ กับอาเซียน และความเชื่อมั่นที่มอบให้แก่มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปี 2025”

 

อ้างอิง :

The post อันวาร์เผยคุยทรัมป์ ปมสู้รบไทย-กัมพูชา แจงบทบาทมาเลเซียเรียกร้องยับยั้งชั่งใจ-กลับสู่การเจรจา ไม่ระบุมีข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮุน มาเนตเผยคุยทรัมป์-อันวาร์ หารือแนวทางหยุดยิง เสนอใช้ภาพดาวเทียมวันที่ 7 ธ.ค. ตรวจสอบใครยิงก่อน https://thestandard.co/hun-manet-trump-anwar-ceasefire-talks/ Sat, 13 Dec 2025 02:58:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1154182 ฮุน มาเนตเผยคุย ทรัมป์-อันวาร์ หารือแนวทางหยุดยิง เสนอใช้ภาพดาวเทียมวันที่ 7 ธ.ค. ตรวจสอบใครยิงก่อน

นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่าน Face […]

The post ฮุน มาเนตเผยคุยทรัมป์-อันวาร์ หารือแนวทางหยุดยิง เสนอใช้ภาพดาวเทียมวันที่ 7 ธ.ค. ตรวจสอบใครยิงก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮุน มาเนตเผยคุย ทรัมป์-อันวาร์ หารือแนวทางหยุดยิง เสนอใช้ภาพดาวเทียมวันที่ 7 ธ.ค. ตรวจสอบใครยิงก่อน

นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ระบุว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์ กับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ในวันที่ 11 ธันวาคม และได้คุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อคืนวานนี้ (12 ธันวาคม) โดยได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และหาแนวทางในการหยุดยิงและให้ทั้งสองประเทศกลับไปปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเขายืนยันว่า กัมพูชายึดมั่นสันติวิธีในการแก้ไขข้อพิพาทตามปฏิญญาร่วมเสมอมา

 

“ผมได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีอันวาร์แห่งมาเลเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม และเมื่อคืนที่ผ่านมา วันที่ 12 ธันวาคม 2025 กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อหาแนวทางในการหยุดยิงและกลับไปปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ระหว่างกัมพูชาและไทย

 

ผมขอขอบคุณผู้นำทั้งสองท่านสำหรับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชาและไทย กัมพูชาได้ยึดมั่นในวิธีการสันติในการแก้ไขข้อพิพาทเสมอมา ตามปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์”

 

ทั้งนี้ ผู้นำกัมพูชายังเสนอให้สหรัฐฯ หรือมาเลเซีย รวบรวมข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมในวันที่เกิดเหตุการณ์ยิงกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคม เพื่อตรวจสอบว่าฝ่ายใดเปิดฉากยิงก่อนโดยเชื่อว่าเป็นวิธีที่ง่ายและโปร่งใสที่สุดในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

“เกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงกันในช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปะทะรอบใหม่ระหว่างสองประเทศ ผมได้เสนอแนะต่อผู้นำทั้งสองท่านว่า กองทัพหรือหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียสามารถใช้ความสามารถในการรวบรวมข้อมูล เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกไว้ในช่วงเวลานั้น รวมถึงในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา เพื่อตรวจสอบว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

 

นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและโปร่งใสที่สุดในการตรวจสอบเหตุการณ์ กัมพูชาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในทุกวิถีทางที่จำเป็น”

 

อ้างอิง :

The post ฮุน มาเนตเผยคุยทรัมป์-อันวาร์ หารือแนวทางหยุดยิง เสนอใช้ภาพดาวเทียมวันที่ 7 ธ.ค. ตรวจสอบใครยิงก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
​​นายกฯ เชื่อแสนยานุภาพกองทัพไทยไม่ควรมีใครรุกราน เมินเจรจา ไม่หวั่นกระทบภาษีสหรัฐ บอกจำไม่ได้ Joint Declaration https://thestandard.co/pm-touts-military-ignores-us-tax/ Mon, 08 Dec 2025 08:20:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1152315 ​​นายกฯ เชื่อแสนยานุภาพกองทัพไทยไม่ควรมีใครรุกราน เมินเจรจา ไม่หวั่นกระทบภาษี สหรัฐ บอกจำไม่ได้ Joint Declaration

วันนี้ (8 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post ​​นายกฯ เชื่อแสนยานุภาพกองทัพไทยไม่ควรมีใครรุกราน เมินเจรจา ไม่หวั่นกระทบภาษีสหรัฐ บอกจำไม่ได้ Joint Declaration appeared first on THE STANDARD.

]]>
​​นายกฯ เชื่อแสนยานุภาพกองทัพไทยไม่ควรมีใครรุกราน เมินเจรจา ไม่หวั่นกระทบภาษี สหรัฐ บอกจำไม่ได้ Joint Declaration

วันนี้ (8 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทหารกัมพูชามุ่งเป้าโจมตีมาที่พลเรือนมากกว่าทหารว่า เราปกป้องอธิปไตยของเรา แต่ปฏิบัติการทางทหารไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้

 

ส่วนปัญหาที่ยืดเยื้อมานานรอบนี้จะต้องพังและดำเนินการให้ถึงที่สุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า กองทัพมีแนวทาง ซึ่งเราทำเพื่อรักษาอธิปไตยรักษาเกียรติภูมิและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

 

ขณะที่ ประชาชนคาดหวังว่าอยากให้สถานการณ์จบไม่ให้กัมพูชามาระรานไทยอีกนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ด้วยศักยภาพของกองทัพไทย เราก็มีความมั่นใจว่าไม่ควรที่จะมีการโจมตีจากประเทศเพื่อนบ้านใดๆ

 

ส่วนจะมีการเปิดช่องให้เจรจาหรือไม่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า คงไม่มีการเจรจาแล้วเพราะเขาดำเนินการกับเราขนาดนี้ และเราก็ได้ตอบโต้ให้เขาเห็น ซึ่งครั้งนี้ชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่การตอบโต้เพื่อส่งสัญญาณ แต่ตอบโต้เพื่อให้เห็นว่าเขาไม่ควรเข้ามาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทยแล้ว

 

“ดังนั้น การเจรจาก็คงไม่มีแล้ว จากนี้ไปประเทศกัมพูชาต้องทำตาม หากจะหยุดสู้รบกัน ต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยกำหนด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

ขณะที่การอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มีการกำชับและเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนทุกจังหวัดในการดูแลพี่น้องประชาชนด้วยมาตรฐานสูงสุด โดยให้ใช้งบประมาณที่ประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

 

ส่วนกรณีที่สื่อต่างประเทศรายงานว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาต้องเชื่อประเทศไทย เพราะประเทศไทยยืนยันว่ามาตลอดว่าเราเป็นฝ่ายที่ถูกคุกคามและถูกยั่วยุในทุกกรณี ได้มีการแสดงหลักฐานให้เห็นและยื่นหนังสือไปทางองค์กรนานาชาติต่างๆ ซึ่งมั่นใจว่าเราได้พิสูจน์และยืนยันแล้วว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายรุกรานใคร แต่เราไม่ยอมให้ใครมารุกรานแน่นอน

 

เมื่อถามว่า การปกป้องอธิปไตยครั้งนี้จะใช้ระยะเวลายาวนานเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เปิดเผยไม่ได้ เพราะเรื่องของยุทธศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งในการสู้กันก็ต้องขอความร่วมมือผู้สื่อข่าวไม่ควรถามคำถามเหล่านี้เพราะเมื่อถามไปเท่ากับว่าสาวไส้ให้กากิน ไม่เป็นผลดีกับประเทศ การจะรบอย่างไรปกป้องอธิปไตยของเราอย่างไร และมีความพร้อมแค่ไหน ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องรักษาให้เป็นความลับมากที่สุด

 

ส่วนในเรื่องของฝ่ายการเมืองที่จะมีการยื่นเรื่องซักฟอกและจริยธรรม หรือเรื่องต่างๆ ในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ต้องไปถามคนที่คิดจะทำแบบนั้น ตนเป็นนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะต้องรักษาแผ่นดินและรักษาธิปไตยของประเทศ ตนก็ใช้อำนาจที่มีอยู่ในการปกป้องประเทศไทยให้มีความปลอดภัยสูงสุด ไม่ให้มีใครมาดูหมิ่นเหยียดหยามหรือมาก้าวก่ายได้เกียรติภูมิของเรา

 

เมื่อถามถึง Joint Declaration นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า “ไม่มีแล้ว จำไม่ได้แล้ว”

 

ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้จะมีผลต่อระยะเวลาในการยุบสภาเร็วขึ้นหรือยืดออกไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนได้ออกคำสั่งและข้อสั่งการในฐานะรัฐบาลผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฏหมายที่ให้ผู้ปฏิบัติ คือ กองทัพและฝ่ายปกครองได้ดำเนินการด้วยความมั่นใจ เพื่อความสบายใจว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนทุกรูปแบบในการรักษาอธิปไตยของประเทศซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด

 

นายกรัฐมนตรียืนยันด้วยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมย้ำว่าไม่กังวลว่าจะกระทบต่อการเจรจาภาษี

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ อันวาร์ อิบราฮิม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการปะทะด้วยอาวุธระหว่างกองกำลังกัมพูชาและไทยบริเวณชายแดนนั้น​ นายกรัฐมนตรี​ระบุว่า​ “โพสต์ถึงใคร ไม่ได้โพสต์ให้ผม​” ถ้าจะบอกให้ประเทศไทยทำอะไร​ ตนก็วิงวอนว่าคนที่เกี่ยวข้องหรือเป็นพยาน ควรจะไปพูดกับผู้ที่รุกรานประเทศไทยให้ หยุดการกระทำเช่นนั้นเสียก่อน ไม่ใช่มาบอกให้ประเทศไทยเราจะต้องอดทนต่อไป และจะหยุดหรือดำเนินการอะไร ด้วยตัวเราเองไม่ได้ มันเลยเวลานั้นมาแล้ว​ ถ้าจะบอกให้หยุดต้องไปบอกคนที่รุกรานเราก่อน

 

เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาออกมากล่าวอ้างว่าไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน​นั้น​ นายกรัฐมนตรี​ย้อนถามกลับทันทีว่า “คุณเชื่อกองทัพไทย หรือเชื่อศัตรูเราล่ะ​ คุณเป็นคนไทย กองทัพไทยเป็นกองทัพที่เชื่อถือได้ รัฐบาลไทยเชื่อกองทัพไทย​”

The post ​​นายกฯ เชื่อแสนยานุภาพกองทัพไทยไม่ควรมีใครรุกราน เมินเจรจา ไม่หวั่นกระทบภาษีสหรัฐ บอกจำไม่ได้ Joint Declaration appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยโจมตีทางอากาศกัมพูชา’ สื่อต่างประเทศพาดหัวเหตุปะทะ ชี้แผนสันติภาพทรัมป์สั่นคลอน https://thestandard.co/thailand-cambodia-clash-shakes-trump-peace/ Mon, 08 Dec 2025 08:14:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1152307 ‘ไทยโจมตีทางอากาศ กัมพูชา’ สื่อต่างประเทศพาดหัวเหตุปะทะ ชี้แผนสันติภาพ ทรัมป์สั่นคลอน

สื่อต่างประเทศทั่วโลก เช่น CNN, BBC, The Guardian และ A […]

The post ‘ไทยโจมตีทางอากาศกัมพูชา’ สื่อต่างประเทศพาดหัวเหตุปะทะ ชี้แผนสันติภาพทรัมป์สั่นคลอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยโจมตีทางอากาศ กัมพูชา’ สื่อต่างประเทศพาดหัวเหตุปะทะ ชี้แผนสันติภาพ ทรัมป์สั่นคลอน

สื่อต่างประเทศทั่วโลก เช่น CNN, BBC, The Guardian และ Al Jazeera รายงานเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุด โดยพาดหัวข่าวไปในทางเดียวกันว่า ไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กัมพูชาเพื่อตอบโต้ พร้อมระบุว่า ทั้งไทยและกัมพูชาต่างอ้างว่า แต่ละฝ่ายเปิดฉากความขัดแย้งก่อน ขณะที่ยังวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ข้อตกลงสันติภาพที่มีตัวกลางเจรจาอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อยู่ในภาวะ ‘ไม่แน่นอน’

 

CNN ระบุ ไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศกัมพูชา ข้อตกลงสันติภาพของทรัมป์ไร้ความแน่นอน

 

CNN รายงานเมื่อเช้าวันนี้ โดยพาดหัวข่าวว่า ‘ไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศกัมพูชา ข้อตกลงสันติภาพของทรัมป์ไร้ความแน่นอน’ ซึ่งมีเนื้อหาว่า กองทัพไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กัมพูชา ทำให้เกิดการสู้รบครั้งใหม่ใน 2 ประเทศเพื่อนบ้านแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบั่นทอนข้อตกลงสันติภาพที่มีทรัมป์เป็นตัวกลาง

 

รายงานระบุว่า ไทย-กัมพูชาต่างกล่าวโทษกันและกันว่า อีกฝ่ายเปิดฉากโจมตีทางชายแดนก่อน หลังเกิดความตึงเครียดในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการที่ไทยประกาศชะลอข้อตกลงหยุดยิง

 

CNN ระบุว่า ไทยอ้างว่า กัมพูชายิงปืนใหญ่-ปืนครกใส่ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธว่า ข้อมูลของไทยไม่เป็นความจริง แต่จะไม่ตอบโต้ทางทหาร แม้ไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน ซึ่งได้พยายามยั่วยุกัมพูชาหลายวัน พร้อมทั้งยังอ้างอิงแถลงการณ์จาก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกไทยว่า ไทยมุ่งเน้นการโจมตีทางอากาศไปยังโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกัมพูชา เพื่อตอบโต้กัมพูชาที่ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย

 

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า พลเรือนฝั่งชายแดนไทยประมาณ 70% อพยพออกจากพื้นที่ หลังเหตุการณ์ยิงถล่มอย่างต่อเนื่องในช่วงเช้า โดยมองว่า สถานการณ์ล่าสุดกำลังทำให้ข้อตกลงสันติภาพ หรือถ้อยแถลงร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา ที่มีการลงนามในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อยู่ในจุด ‘ล้มเหลว’

 

“ไทยและกัมพูชาเคยปะทะกันหลายครั้งในเขตแดนพิพาทหลายทศวรรษที่ผ่านมา และการสู้รบในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่า อีกฝ่ายเป็นผู้เปิดฉากความขัดแย้ง และเป็นสาเหตุของความรุนแรงครั้งใหม่ในชายแดน” CNN ระบุ

 

BBC รายงาน ไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศ กัมพูชาปฏิเสธไม่ได้ยิง

 

สำนักข่าว BBC รายงานสถานการณ์ล่าสุดโดยอ้างอิงแถลงการณ์ของกองทัพไทยว่า ไทยเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ เพื่อตอบโต้การโจมตีของกัมพูชาที่ทำให้ทหารไทย 2 นายเสียชีวิต และอีก 4 นายได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ระบุว่า ทางการกัมพูชาปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นฝ่ายเปิดฉากยิง และงดการตอบโต้ใดๆ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีกัมพูชาก่อน

 

BBC อ้างอิงคลิปวิดีโอของ เมช ดารา (Mech Dara) นักข่าวชาวกัมพูชาที่เผยให้เห็นสถานการณ์โกลาหลตามสถานศึกษาในชายแดนของไทย-กัมพูชา รวมถึงรูปภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่นั่งรับประทานอาหารในที่หลบภัยใต้ดิน ซึ่งดาราได้โพสต์ข้อความว่า “ทำไมเด็กคนนี้และครอบครัวต้องกินอาหารในหลุมหลบภัย?” หากแต่ BBC หมายเหตุไว้ว่า สำนักข่าวยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของคลิปดังกล่าวได้

 

นอกจากนี้ BBC ยังรายงานว่า ประชาชนในไทยหลายหมื่นคนต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวอีกครั้ง หลังกองทัพไทยรายงานว่า กัมพูชายิงจรวดหลายลูกเข้ามาในชายแดนของประเทศ

 

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าว BBC ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุว่า สถานการณ์นี้ถือเป็นการเผชิญรุนแรงที่สุดระหว่างไทยกับกัมพูชา นับตั้งแต่การลงนามข้อตกลงหยุดยิงในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

เฮดอธิบายว่า แม้จะมีการลงนามถ้อยแถลงร่วมผลการหารือฯ ในเดือนตุลาคม 2025 โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาที่อ้างตัวว่า เป็นผู้ยุติความขัดแย้งดังกล่าว แต่ไทยและกัมพูชาก็ยังกล่าวหากันว่า ต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

 

“แม้จะมีการถอนอาวุธหนักบางส่วน แต่ความไม่ไว้วางใจยังคงอยู่ในระดับสูง ไทยกล่าวหาว่า กัมพูชายังคงวางทุ่นระเบิด ซึ่งทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บหลายราย ขณะที่กัมพูชากำลังเรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนกรกฎาคม”

 

The Guardian มองไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศกัมพูชา หลังความตึงเครียดปะทุรุนแรง

 

สำนักข่าว The Guardian พาดหัวข่าวว่า ‘ไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศตามแนวชายแดนพิพาทกัมพูชา หลังความตึงเครียดปะทุรุนแรง’ โดยอ้างอิงแถลงการณ์ของกองทัพไทยว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 4 ราย ซึ่งกองทัพอากาศใช้เครื่องบินโจมตี ‘เป้าหมายทางทหาร’ ของกัมพูชาหลายแห่ง และกล่าวหาว่า กัมพูชาเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและกำลังรบตามแนวชายแดน

 

The Guardian อ้างอิงท่าทีของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาว่า ไทยเป็นผู้ก่อเหตุความไม่สงบครั้งล่าสุด และกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้อะไรใดๆ แม้จะถูกยั่วยุมาเป็นเวลาหลายวันก็ตาม โดย ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชาได้เรียกร้องให้กองทัพ ‘ยับยั้งชั่งใจ’ และเตือนไทยว่า อย่าดึงกัมพูชาให้ตอบโต้

 

รายงานยังกล่าวถึงแถลงการณ์ของ พล.ต. วินธัยว่า “ทหารไทยถูกโจมตีด้วยอาวุธ ทำให้มีทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย” ซึ่งไทยได้ตอบโต้ด้วยการใช้เครื่องบินโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายจุด เพื่อสกัดการโจมตีจากกัมพูชา

 

The Guardian ยังระบุท่าทีของ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียว่า ที่ผ่านมา เขามีบทบาทสำคัญในการเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชายับยั้งชั่งใจ โดยออกโรงเตือนว่า การสู้รบครั้งใหม่อาจทำลายความพยายามในการสร้างสันติภาพทั้งหมด

 

Al Jazeera ชี้ ไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ย้ำ 2 ประเทศกล่าวโทษว่า ต่างฝ่ายต่างละเมิดหยุดยิง

 

Al Jazeera รายงานว่า กองทัพไทยเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศตามแนวชายแดนพิพาทกับกัมพูชา โดยทั้ง 2 ประเทศต่างกล่าวโทษว่า อีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งนำไปสู่เหตุปะทะที่ทำให้ทหารไทยอย่างน้อย 1 นายเสียชีวิต

 

รายงานอ้างอิงแถลงการณ์ของ พล.ท.วินธัยว่า ไทยได้ใช้เครื่องบินรบโจมตี เพื่อ ‘กดดัน’ กัมพูชา หลังทหารไทย 1 นายเสียชีวิต และอีก 4 นายได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์กัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงใส่ไทยในเวลา 05.05 น. ของวันนี้ หากแต่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของไทย พร้อมย้ำว่า ไทยเป็นฝ่ายโจมตีก่อน หลังพยายามยั่วยุเป็นเวลาหลายวัน

 

“กองทัพภาคที่ 2 ของไทยระบุว่า มีประชาชนราว 3.5 หมื่นคน ได้รับการอพยพออกจากพื้นที่ชายแดน ขณะที่เจ้าหน้าที่ในจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชากล่าวว่า ชาวบ้านบางส่วนที่อาศัยบริเวณชายแดน ได้หลบหนีออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย” รายงานระบุ

 

Al Jazeera ยังวิเคราะห์อีกว่า ความตึงเครียดไทย-กัมพูชายังไม่เคยหายไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุทหารไทยบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ไทยระงับการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธ และย้ำว่า ไม่ต้องการกลับเข้าสู่ความขัดแย้งอีกครั้ง

 

ภาพ: CNN, BBC, The Guardian, Al Jazeera

อ้างอิง:

The post ‘ไทยโจมตีทางอากาศกัมพูชา’ สื่อต่างประเทศพาดหัวเหตุปะทะ ชี้แผนสันติภาพทรัมป์สั่นคลอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์แสดงความกังวลต่อเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด ยุติการสู้รบและใช้วิธีทางการทูต https://thestandard.co/anwar-asean-concern-thai-cambodia-clash/ Mon, 08 Dec 2025 05:38:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1152221 anwar-ibrahim-asean-chair-expresses-concern-thai-cambodia-clash

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซี […]

The post อันวาร์แสดงความกังวลต่อเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด ยุติการสู้รบและใช้วิธีทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
anwar-ibrahim-asean-chair-expresses-concern-thai-cambodia-clash

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน 2025 โพสต์ข้อความแสดงความกังวลต่อเหตุปะทะไทย-กัมพูชาในวันนี้ (8 ธันวาคม) โดยระบุว่า ผมรู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกองกำลังกัมพูชาและไทยตามแนวชายแดน ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ การสู้รบที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้งนี้ เสี่ยงต่อการบ่อนทำลายความพยายามที่ดำเนินการมาอย่างระมัดระวังในการสร้างเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง

 

อันวาร์ยังระบุว่า ไทยและกัมพูชาเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของมาเลเซีย และเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด (Maximum Restraint) รวมถึงรักษาช่องทางการสื่อสารให้เปิดกว้าง และใช้กลไกที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเต็มที่ โดยมาเลเซียพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกขั้นตอนที่สามารถช่วยฟื้นฟูความสงบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เพิ่มเติม

 

อันวาร์ยังเน้นย้ำว่า ภูมิภาคอาเซียนของเราไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงที่จะเห็นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานเข้าสู่วังวนของการเผชิญหน้าได้ ลำดับความสำคัญเร่งด่วนที่สุดคือ การยุติการสู้รบ, การปกป้องพลเรือน, และการกลับมาใช้วิธีทางการทูต ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยกฎหมายระหว่างประเทศและจิตวิญญาณแห่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ประชาคมอาเซียนยึดถือ

 

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการเป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ระหว่างไทย-กัมพูชา จนมีการลงนามในข้อตกลงหยุดยิง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

ภาพ: Anwar Ibrahim / Facebook

 

อ้างอิง:

The post อันวาร์แสดงความกังวลต่อเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด ยุติการสู้รบและใช้วิธีทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อันวาร์’ โพสต์ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ช่วยเหลือชาวมาเลเซีย จากน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ https://thestandard.co/anwar-thanks-anutin-malaysia-flood/ Fri, 28 Nov 2025 04:31:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1148931 ‘อันวาร์’ โพสต์ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ช่วยเหลือ ชาวมาเลเซีย จากน้ำท่วมใหญ่ ภาคใต้

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แสดงความขอบคุณต่อ […]

The post ‘อันวาร์’ โพสต์ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ช่วยเหลือชาวมาเลเซีย จากน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อันวาร์’ โพสต์ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ช่วยเหลือ ชาวมาเลเซีย จากน้ำท่วมใหญ่ ภาคใต้

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แสดงความขอบคุณต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำไทย ชี้ดำเนินการอย่าง ‘รวดเร็ว’ และ ‘รอบคอบ’ ที่ช่วยเหลือชาวมาเลเซีย ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทย ให้สามารถเดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย

 

เมื่อวานนี้ (27 พฤศจิกายน) อันวาร์โพสต์ข้อความบน Facebook ส่วนตัวว่า ชาวมาเลเซียที่เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ของประเทศไทย 6,000 คน ได้เดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล และองค์กรอาสาสมัครมาเลเซียราว 20 แห่ง โดยย้ำว่า เขารู้สึกซาบซึ้งต่อเพื่อนร่วมชาติ พร้อมทั้งขอขอบคุณอนุทิน และรัฐบาลไทย

 

“ขอขอบคุณนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล และรัฐบาลไทย ที่ได้ให้ความช่วยเหลือและห่วงใยต่อชาวมาเลเซียที่ยังติดค้าง จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

 

“การกระทํานี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ทวิภาคี ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และจิตวิญญาณแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งทั้งสองประเทศให้ความสำคัญอย่างลึกซึ้ง”

 

อันวาร์ยังระบุว่า รัฐบาลมาเลเซียกําลังพยายามอย่างสุดเต็มความสามารถ เพื่อให้แน่ใจว่าพลเมืองที่ยังติดค้างในประเทศไทย เดินทางไปยังประเทศได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งขอสวดภาวนาต่อทีมงานทุกคนในภารกิจครั้งนี้

 

ในช่วงที่ผ่านมา ทางการมาเลเซียเปิดเผยว่า ปฏิบัติการกู้ภัย ซึ่งประสานงานกับสถานทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ และสถานกงสุลใหญ่ประจำจังหวัดสงขลา สามารถอพยพชาวมาเลเซีย 517 คนจากโรงแรม และโฮมสเตย์ 22 แห่ง และย้ายผู้ประสบภัยไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวก่อนอพยพ

 

ขณะที่ชาวมาเลเซียที่ติดค้างในประเทศไทยยังได้ให้สัมภาษณ์กับ The Star ว่า สถานการณ์ในหาดใหญ่รุนแรงมาก จนไม่มีอาหารรับประทาน และต้องดื่ม ‘น้ำฝน’ เพื่อเอาตัวรอด

 

ปัจจุบัน ไทยและมาเลเซียต้องเผชิญหนึ่งในเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ โดยสถานการณ์น้ำท่วมในมาเลเซียอยู่ในขั้นรุนแรง ทำใหมีผู้อพยพมากกว่า 3.4 หมื่นคนใน 8 รัฐ โดยมีผู้ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า น้ำท่วมครั้งนี้เหมือนกับ ‘มหาสมุทร’

 

ภาพ: Anwar Ibrahim / Facebook

 

อ้างอิง:

The post ‘อันวาร์’ โพสต์ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ช่วยเหลือชาวมาเลเซีย จากน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม ‘อันวาร์’ เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี https://thestandard.co/malaysia-10000-flee-worst-floods/ Wed, 26 Nov 2025 07:01:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1147877 มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม **‘อันวาร์’** เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี

มาเลเซียเผชิญวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ ประชาชนนับหมื่นได้รั […]

The post มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม ‘อันวาร์’ เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม **‘อันวาร์’** เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี

มาเลเซียเผชิญวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ ประชาชนนับหมื่นได้รับผลกระทบ ตัวเลขผู้อพยพเพิ่มขึ้นในศูนย์พักพิง ขณะที่ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ประกาศภารกิจระดมทรัพยากรช่วยเหลือพลเมืองผู้ได้รับผลกระทบ

 

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) สำนักข่าว Bernama รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในมาเลเซียยังทวีความรุนแรง โดยมีตัวเลขผู้อพยพในหลายรัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลันตันยังคงเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ซึ่งมีผู้ประสบภัยรวมทั้งสิ้นถึง 9,615 คน หรือคิดเป็น 3,643 ครอบครัว

 

ในช่วงที่ผ่านมา ชาวมาเลเซีย 1.5 หมื่นคนอาศัยในศูนย์พักพิงมากกว่า 90 แห่ง ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ โดย อาห์หมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกฯ ประกาศว่า ทีมป้องกันอุทกภัยเตรียมความพร้อมช่วยประชาชน เช่น การระดมทรัพยากรอย่างรถบรรทุก หรืออุปกรณ์ป้องกันภัยทางน้ำ

 

ขณะที่บทบาทของอันวาร์ยังถูกจับตามองในหน้าสื่อ เพราะแม้จะเดินทางไปเยือน 3 ประเทศในทวีปแอฟริกา แต่ผู้นำมาเลเซียยังมีการสั่งการให้รัฐบาลทำงานอย่างเร่งด่วน เช่น รายงานความคืบหน้าสถานการณ์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และกำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย

 

“เป้าหมายแรกของเรา คือ มาตรการเร่งด่วน และการดำเนินการทันท่วงที เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” อันวาร์ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือน

 

มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม **‘อันวาร์’** เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี 1มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม **‘อันวาร์’** เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี 2มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม **‘อันวาร์’** เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี 3มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม **‘อันวาร์’** เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี 4

 

ภาพ: Hasnoor Hussain & Stringer / Reuters

 

อ้างอิง:

The post มาเลเซียอพยพหมื่นชีวิตหนีน้ำท่วม ‘อันวาร์’ เร่งเครื่องสั่งการรายวัน รับมือภัยพิบัติรุนแรงที่สุดรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหากาพย์ นาจิบ ราซัก กับภาคผนวกของการพระราชทานอภัยโทษ https://thestandard.co/najib-razak-royal-pardon-saga/ Thu, 20 Nov 2025 05:01:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1145319 มหากาพย์ นาจิบ ราซัก กับภาคผนวกของการพระราชทานอภัยโทษ

ในปี 2022 ศาลมาเลเซียมีคำสั่งพิพากษาจำคุก นาจิบ ราซัก อ […]

The post มหากาพย์ นาจิบ ราซัก กับภาคผนวกของการพระราชทานอภัยโทษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหากาพย์ นาจิบ ราซัก กับภาคผนวกของการพระราชทานอภัยโทษ

ในปี 2022 ศาลมาเลเซียมีคำสั่งพิพากษาจำคุก นาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 12 ปี ในคดียักยอกเงินจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติมาเลเซีย 1MDB ซึ่งนับเป็นคดีการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซีย ทำให้นาจิบกลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศที่ถูกจำคุก แม้ต่อมาจะได้รับพระราชทานอภัยโทษบางส่วนจากกษัตริย์อับดุลเลาะห์ ในปี 2024 ก่อนที่พระองค์จะหมดวาระการครองราชย์เพียง 1 วัน ซึ่งแทนที่เหตุการณ์จะจบลง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ข้ามปี ที่สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลและสถาบันทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น

 

นี่ยังไม่กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับจำนวนโทษที่ถูกลดลงเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิดและมีความเป็นไปได้ที่อดีตผู้นำจะพ้นโทษก่อนเดือนสิงหาคมปี 2028

 

สำหรับต้นตอของปัญหาก็คือ ภาคผนวกของการอภัยโทษ (an addendum) ที่ฝ่ายนาจิบกล่าวอ้างว่าเป็นคำสั่งเพิ่มเติมที่มาพร้อมกับการประกาศพระราชทานอภัยโทษ จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปีที่แล้วเมื่อนาจิบได้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับตามภาคผนวกการอภัยโทษให้ตนกลับไปรับโทษที่เหลือที่บ้านพัก ทว่าศาลชั้นต้นได้ยกคำร้องด้วยเหตุที่หลักฐานของฝ่ายนาจิบมีเพียงพยานปากที่นำมาใช้อ้างถึงการมีอยู่ของภาคผนวก

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งยกคำร้องของนาจิบ และหากพบว่าเอกสารนี้มีอยู่จริงก็ขอให้ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว พร้อมกันนั้นฝ่ายนาจิบได้นำส่งจดหมายรับรองจากสำนักพระราชวังแห่งปะหังเพื่อใช้ยืนยันการมีอยู่ของภาคผนวก ทั้งยังโต้แย้งว่าผู้ที่มีอำนาจในเรื่องนี้ได้ปิดบังและเพิกเฉยต่อคำสั่งของกษัตริย์ ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลาเดียวกันกับที่ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา สำนักพระราชวังแห่งปะหังก็ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าภาคผนวกมีอยู่จริง อีกทั้งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดก็ได้ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกถึงการมีอยู่ของเอกสารฉบับนี้

 

ทว่าในฝั่งอันวาร์ อิบราฮิมในฐานะนายกรัฐมนตรีและบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่างยืนกรานและปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นภาคผนวกดังกล่าว เพราะภาคผนวกถูกส่งตรงให้แก่อัยการสูงสุดไม่ผ่านพวกตนหรือคณะกรรมาธิการอภัยโทษแต่อย่างใด และเอกสารฉบับนี้ก็ได้ถูกส่งต่อไปยังกษัตริย์พระองค์ใหม่ ณ พระราชวังอิสตานา เนการา โดยที่รัฐมนตรีจากกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องล้วนออกมาปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่เคยเห็นบันทึกถึงการมีอยู่ของเอกสารเจ้าปัญหานี้ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของมาเลเซียทั้ง 3 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งคำร้องของนาจิบกลับไปให้ศาลสูงพิจารณาและไต่สวน แต่ที่สร้างความงุนงงให้มีมากขึ้นเป็นเพราะศาลได้ยอมรับการมีอยู่ของคำสั่งแนบท้าย ทว่าในแง่ของเนื้อหาและความชอบด้วยกฎหมายจะต้องได้รับการวินิจฉัยตามกระบวนการพิจารณาคดีอีกครั้ง โดยศาลเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่ศาลสูงสุดจะเป็นผู้ให้ความเห็นในประเด็นนี้ ดังนั้นศาลจึงให้ส่งคดีกลับไปให้ศาลสูงพิจารณา และในระหว่างนี้นาจิบจะยังคงต้องรับโทษในเรือนจำต่อไปจนกว่าศาลสูงจะมีคำตัดสินในคดีการขอพิจารณาใหม่

 

มหากาพย์การขออภัยโทษและภาคผนวกเจ้าปัญหานี้ได้สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลอันวาร์มาอย่างต่อเนื่องนับแต่ขึ้นเป็นรัฐบาล ด้วยภาพลักษณ์ที่อันวาร์ประกาศเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างประเทศที่รวมถึงเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งกรณีของนาจิบได้กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลถูกโจมตีจากหลายฝ่ายถึงความจริงใจและความมุ่งมั่นในการปฏิรูป เมื่อบวกกับการถูกกล่าวหาว่าปกปิดเอกสารแนบท้ายการอภัยโทษแล้ว การออกมาปฏิเสธการรับรู้ถึงเอกสารดังกล่าวของฝ่ายรัฐบาลยิ่งทำให้ต้องตกที่นั่งลำบาก ในด้านเสถียรภาพของรัฐบาลเอง แม้อันวาร์จะสามารถรวมเสียงในสภาได้ถึง 2 ใน 3 หากแต่พรรคร่วมที่เป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลก็คือ พรรคอัมโน หนึ่งในข้อเรียกร้องของอัมโนนับแต่เข้าร่วมรัฐบาลก็คือ การปล่อยตัวนาจิบ ซึ่งย้อนแย้งกับแนวทาง Reformasi ของอันวาร์ ทั้งยังส่งผลต่อการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลอีกด้วย

 

ในส่วนของพรรคอัมโน แม้จะเป็นแกนนำขับเคลื่อนการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่อดีตผู้นำของตน ทว่าในความเป็นจริงแล้วพรรคอัมโนก็ไม่ได้มีความเป็นปึกแผ่นแต่อย่างใด เพราะในพรรคเองยังแบ่งเป็นฝ่ายที่สนับสนุนนาจิบและฝ่ายสนับสนุนซาฮิต ฮามิดี ผู้นำอัมโนคนปัจจุบันที่พ่วงด้วยตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี แม้ซาฮิตจะสนับสนุนการยื่นร้องขออภัยโทษ แต่ก็ไม่อาจจะหลีกหนีความจริงที่ว่า นาจิบยังคงมีอิทธิพลและฐานเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่งอยู่ภายในพรรค ซึ่งคงไม่ผิดนักที่จะมองว่าซาฮิตอาจจะพอใจกับสถานการณ์ในช่วงเวลานี้มากกว่า เพราะหากนาจิบเป็นอิสระเมื่อใด นั่นหมายถึงอำนาจ อิทธิพล และบทบาททางการเมืองของตนจะต้องลดลงอย่างแน่นอน

 

ท้ายที่สุดนี้ ความปั่นป่วนก็มิได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในชั้นศาลและการเมืองในประเทศเท่านั้น แต่ยังนำมาสู่ความขัดแย้งทางความคิดในสังคมหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคุมขังในที่พักที่ยังไม่เคยมีขึ้นมาก่อนในมาเลเซีย แม้เมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลอันวาร์จะกำลังร่างพระราชบัญญัติอนุญาตให้ใช้การคุมขังที่บ้านพักเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม การจะมีหรือไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรงก็คงไม่กระทบกระเทือนกรณีของนาจิบ เพราะมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติเรือนจำปี 1995 ได้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศใช้บ้านพัก อาคาร สถานที่หรือส่วนหนึ่งของสถานที่ใดเป็นที่คุมขังหรือกักขังบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมาย ทว่าคำถามกลับเกิดขึ้นในประเด็นที่ว่า การอนุญาตให้กักขังนาจิบที่บ้านพักเป็นเหมือนการให้สิทธิพิเศษแก่ชนชั้นสูงหรือชนชั้นนำทางการเมือง และเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยหรือไม่ ด้วยการลงโทษในลักษณะดังกล่าวยังไม่เคยมีมาก่อนและตัวนาจิบเองก็เป็นที่รู้กันว่ามิได้เป็นเพียงสามัญชนธรรมดา นี่ยังไม่รวมถึงการถกเถียงถึงประเภทของการกระทำผิดที่ควรได้รับการผ่อนผัน โดยเฉพาะความผิดในคดีคอร์รัปชันนั้นสมควรที่จะได้รับการคุมขังที่บ้านพักหรือไม่

 

ภาพ: Paul Kane / Getty Images

The post มหากาพย์ นาจิบ ราซัก กับภาคผนวกของการพระราชทานอภัยโทษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปไทม์ไลน์ปมขัดแย้งล่าสุดไทย-กัมพูชา สู่การระงับปฏิญญาร่วม และแรงกดดันจากภาษีทรัมป์ https://thestandard.co/thailand-cambodia-conflict-joint-declaration-trump-tariff/ Mon, 17 Nov 2025 14:20:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1144324 สรุปไทม์ไลน์ปมขัดแย้งล่าสุด ไทย-กัมพูชา สู่การระงับปฏิญญาร่วม และแรงกดดันจากภาษี ทรัมป์

การประกาศระงับปฏิญญาร่วมไทย-กัมพูชา ภายหลังเกิดเหตุทหาร […]

The post สรุปไทม์ไลน์ปมขัดแย้งล่าสุดไทย-กัมพูชา สู่การระงับปฏิญญาร่วม และแรงกดดันจากภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปไทม์ไลน์ปมขัดแย้งล่าสุด ไทย-กัมพูชา สู่การระงับปฏิญญาร่วม และแรงกดดันจากภาษี ทรัมป์

การประกาศระงับปฏิญญาร่วมไทย-กัมพูชา ภายหลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดน บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกจับตามอง ว่าอาจขยายวงกว้างจนเกินกว่าจะเป็นเพียงปัญหาระหว่างสองประเทศหรือไม่ หลังปรากฏสัญญาณจากสหรัฐฯ ในฐานะสักขีพยานการลงนามปฏิญญาร่วม ที่อาจใช้การเจรจาภาษีการค้าเป็นเครื่องมือบีบให้ไทยกลับเข้าปฏิญญาร่วม แม้ว่าล่าสุดรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะยืนยันว่า รัฐบาลวอชิงตันจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาดังกล่าว มาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม ข่าวการระงับเจรจาภาษีการค้าไทย-สหรัฐฯ ที่ปรากฏเมื่อหลายวันที่ผ่านมา อาจสร้างความสับสนเล็กน้อยให้แก่ประชาชน ซึ่งต้องการความชัดเจนว่า สรุปแล้วตอนนี้ การเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ได้กลายมาเป็นตัวแปรในปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชารอบนี้หรือไม่

 

และนี่คือไทม์ไลน์ของสถานการณ์ทั้งหมดจนถึงขณะนี้

 

10 พฤศจิกายน

 

  • ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดระหว่างการลาดตระเวน บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ในจำนวนนี้ 1 นายข้อเท้าขาด โดยถือเป็นทหารไทยที่สูญเสียขาจากทุ่นระเบิดเป็นรายที่ 7 นับตั้งแต่เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม

 

  • พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกแถลงยืนยันว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังพลปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนบนเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นจุดที่ทหารกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาวางกำลัง ก่อนจะถอนกำลังออกไปภายหลังเหตุปะทะที่ผ่านมา

 

  • โดยหลังจากทหารกัมพูชาถอนกำลังออกไปแล้ว ฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม พร้อมทั้งได้ดำเนินการเสริมความมั่นคงพื้นที่ ด้วยการกวาดล้างทุ่นระเบิด วางเครื่องกีดขวางลวดหนาม และลาดตระเวนเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่อง และต่อมาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ตรวจพบว่าแนวลวดหนามที่วางไว้ถูกลักลอบเข้ามารื้อถอน จากนั้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 08.30 น. หน่วยในพื้นที่จึงได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนร่วมกับชุดทหารช่าง เข้าพิสูจน์ทราบบริเวณแนวลวดหนามที่ถูกรื้อถอน จนเกิดเหตุกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดดังกล่าว

 

11 พฤศจิกายน

 

  • อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันรุ่งขึ้นทันที หลังเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ก่อนจะประกาศระงับปฏิญญาร่วมไทย-กัมพูชา ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนยืนยันว่าไทยระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาความร่วมมือทุกข้อ และยุติการส่งเชลยศึกให้กัมพูชา

 

  • หลังจากนั้น เขาได้ลงพื้นที่ ฐานปฏิบัติการห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ต่อด้วยขึ้นภูมะเขือ และได้ไปเยี่ยมทหารที่เหยียบทุ่นระเบิด ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี

 

12 พฤศจิกายน

 

  • สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เชิญคณะทูตต่างประเทศเข้ารับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยให้ความสำคัญกับปฏิญญาร่วมในฐานะแนวทางที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน แต่จำเป็นต้องระงับไปเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่จริงใจของกัมพูชา ซึ่งคณะทูตไม่ได้แสดงความกังวลหรือไม่เห็นด้วยต่อท่าทีของไทย

 

  • หลังจากนั้นในช่วงเย็น ปรากฏเหตุการณ์ที่ทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดมากขึ้นอีก ภายหลังกองทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากกองกำลังบูรพา ว่ามีเหตุการณ์ยิงปะทะกันในบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ในเวลา 16.10 น. โดยฝ่ายทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนคาดว่าเป็นอาวุธปืนเล็ก AK-47 ยิงมาฝั่งไทยประมาณ 30 นัด ซึ่งกองกำลังบูรพาได้ยิงเตือนและดำเนินการโต้ตอบราว 10 นาที ก่อนที่สถานการณ์จะสงบลง โดยฝ่ายไทยไม่มีการสูญเสีย

 

  • กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชา ระบุว่าฝ่ายกัมพูชาใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ และยืนยันว่าการดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยและป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

 

  • อย่างไรก็ตาม สื่อและทางการกัมพูชารายงานในทางตรงกันข้าม โดยระบุว่า ทหารไทยยิงพลเรือนกัมพูชาในหมู่บ้านเปรยจัน จ.บันเตียเมียนเจย จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 คน

 

  • จากนั้นราว 17.00 น. พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประณามไทยและกล่าวหาทหารไทย ว่าเปิดฉากยิงใส่พลเรือนกัมพูชาในเวลาประมาณ 15.50 น. ขณะที่อ้างว่าการโจมตีเกิดขึ้นหลังจากที่ทหารไทยมีท่าทียั่วยุหลายครั้งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

 

13 พฤศจิกายน

 

  • สถานการณ์ที่ร้อนแรงขึ้น ส่งผลให้อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โทรศัพท์สายตรงถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก่อนจะโพสต์ข้อความทาง Facebook ระบุว่า “ผู้นำไทยและกัมพูชาได้ให้ข้อเสนอแนะในเชิงบวกและยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางแก้ไขโดยสันติตามความเข้าใจที่ตกลงกันภายใต้ปฏิญญาร่วม พร้อมย้ำจุดยืนของมาเลเซียในการส่งเสริมมิตรภาพและการหยุดยิงระหว่างทั้งสองประเทศ

 

14 พฤศจิกายน

 

  • ผู้นำมาเลเซียยังคงโพสต์ข้อความและรูปภาพ โดยระบุว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับฮุน มาเนต เพื่อประเมินความคืบหน้าของสถานการณ์ขัดแย้งไทย-กัมพูชา และชื่นชมกัมพูชาว่าเลือกเส้นทางสันติและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผ่านการปรึกษาหารือและการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่เผยว่าได้พูดคุยกับทรัมป์ โดยยืนยันความพร้อมของไทยและกัมพูชาในการเจรจาและความพยายามแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต และยืนยันว่าทั้งสองประเทศได้ถอนอาวุธหนักออกจากชายแดนตามแนวทางที่ตกลงกันในกรอบปฏิญญาร่วม

 

  • ด้านกองบัญชาการกองทัพไทยจัดประชุมชี้แจงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเชิญคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย (MAC-T) จาก 18 ประเทศ เข้ารับฟังข้อมูล โดยเฉพาะกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดซ้ำหลายครั้งในพื้นที่ห้วยตามาเรีย และมีการนำเสนอหลักฐานเชิงประจักษ์และทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ ยืนยันได้ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ของฝ่ายกัมพูชา

 

15 พฤศจิกายน

 

  • ประธานาธิบดีทรัมป์ เผยว่า “ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาแล้ว” และชื่นชมทั้งสองฝ่ายว่าทำได้ดีมาก และเชื่อว่าจะไม่มีอะไร”

 

  • นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการพูดคุยระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและมาเลเซีย โดยชี้ว่าผู้นำมาเลเซียได้แสดงความเข้าใจและตอบรับที่จะไปช่วยหาแนวทางให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าต่อไปได้ โดยคำนึงถึงข้อเสนอของฝ่ายไทย ขณะที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้แจ้งต่ออันวาร์ ว่าไทยได้เน้นย้ำกับสหรัฐฯ ว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลงที่ปรากฏในปฏิญญาร่วม

 

  • โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยังแถลงว่า ได้รับแจ้งจากรองผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ว่า ฝ่ายสหรัฐฯ “ขอระงับการเจรจา” กรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade Framework) เป็นการชั่วคราว และจะสามารถกลับมาเจรจาความตกลงดังกล่าวได้อีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยได้ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตาม Joint Declaration และหวังว่าจะสามารถหาทางออกในเรื่องนี้ได้โดยเร็ว

 

  • โดยไทยแสดงความผิดหวังในท่าทีจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และย้ำว่าไทยได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า ประเด็นเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เป็นประเด็นทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ต้องพิจารณาแยกออกจากประเด็นการค้า

 

  • ทางด้านทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ขณะบินไปฟลอริดา ระบุว่าได้ใช้คำขู่เรื่อง ‘ภาษีศุลกากร’ ในการโทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำไทยและกัมพูชา

 

16 พฤศจิกายน

 

  • อนุทิน ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ในเวลา 01.44 น. เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับอันวาร์ อีกครั้งในช่วงค่ำของวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยระบุว่า ทรัมป์มีความเห็นตรงกันกับจุดยืนของเขา เรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมและขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด ขณะที่ทรัมป์ ยังได้ยืนยันฝากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ให้มาแจ้งเขาอีกครั้งว่า “สหรัฐอเมริกาจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาร่วมของไทยมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้”

 

  • ด้านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี แถลงชี้แจง ย้ำว่า การระงับเจรจาภาษีการค้าชั่วคราวดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนการโทรศัพท์พูดคุยระหว่างอนุทินและทรัมป์ในช่วงค่ำวันศุกร์

 

  • ขณะที่อันวาร์ ก็ได้โพสต์ข้อความว่าได้โทรศัพท์หารือกับทรัมป์ อนุทิน และฮุน มาเนต โดยยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการทำให้มั่นใจว่า ปฏิญญาร่วมจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และเห็นพ้องร่วมกันว่าจะต้องมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในประเด็นการถอนอาวุธหนักและการจัดทุ่นระเบิด โดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความร่วมมือทางการค้าใดๆ พร้อมทั้งขอบคุณทรัมป์ ที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชาโดยสันติ

 

17 พฤศจิกายน

 

  • ทางด้านดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ทีมยุทธศาสตร์การเจรจาได้มีการประชุมนอกรอบกันในช่วงเช้าวันนี้ ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ และทีมงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อยืนยันว่า การเจรจายังคงเดินหน้าตามกรอบเดิม โดยไทยยังคงยึดหลักการแยกการค้าออกจากการเมือง ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีการหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

  • ส่วนประเด็นที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ประกาศระงับการเจรจาการค้ากับไทย จนกว่าไทยจะปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมไทย-กัมพูชา นั้น ดร.เอกนิติกล่าวว่า “น่าจะส่งมาก่อนที่อนุทินจะคุยกับทรัมป์ ดังนั้น จึงขอให้ยึดการหารือเป็นแนวข้อมูลล่าสุด

 

  • กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ว่านายกรัฐมนตรี มีหนังสือถึงผู้นำสหรัฐฯ และมาเลเซีย เพื่อชี้แจงว่า “ไทยยึดมั่นในเส้นทางแห่งสันติภาพ โดยเคารพและปฏิบัติตามปฏิญญาร่วม มาโดยตลอด แต่การที่กัมพูชาละเมิดปฏิญญาร่วมก่อน ทำให้ไทยต้องสงวนสิทธิดำเนินการตามความจำเป็น เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน”

 

  • ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ทำการประท้วงต่อกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดและเหตุการณ์ปะทะที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ไปยังรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาโดยตรง และกระทรวงการต่างประเทศยังได้มีหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังกัมพูชาในทั้ง 2 กรณี

 

  • ด้านเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้มีหนังสือประท้วงต่อกัมพูชาไปยังญี่ปุ่น ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) โดยขอให้เวียนรัฐภาคีทราบ

 

  • ขณะที่เชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ แจ้งเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่ของกัมพูชา รวมถึงการยั่วยุโดยฝ่ายกัมพูชาที่บ้านหนองหญ้าแก้ว โดยชี้ว่าเป็นการยั่วยุที่บ่อนเซาะความไว้วางใจ ทำให้ไทยต้องระงับปฏิญญาร่วม พร้อมขอประชาคมโลกกดดันกัมพูชาให้ยุติการกระทำในทันที

 

  • โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ยังได้มีหนังสือประท้วงต่อกัมพูชาไปยังเซียร์ราลีโอน ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) เกี่ยวกับทั้งสองเหตุการณ์ ที่กัมพูชาละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย กฎบัตรสหประชาชาติ พันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวา และปฏิญญาร่วม พร้อมทั้งขอให้เวียนหนังสือดังกล่าวให้รัฐสมาชิก UNSC ทราบด้วย

The post สรุปไทม์ไลน์ปมขัดแย้งล่าสุดไทย-กัมพูชา สู่การระงับปฏิญญาร่วม และแรงกดดันจากภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์โพสต์ยืนยัน เก็บทุ่นระเบิดต้องคืบหน้า และไม่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางการค้าทุกรูปแบบ https://thestandard.co/anwar-landmine-clearance-trade-unrelated/ Sun, 16 Nov 2025 07:49:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1143915 อันวาร์ โพสต์ยืนยัน เก็บทุ่นระเบิดต้องคืบหน้า และไม่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางการค้าทุกรูปแบบ

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเล […]

The post อันวาร์โพสต์ยืนยัน เก็บทุ่นระเบิดต้องคืบหน้า และไม่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางการค้าทุกรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันวาร์ โพสต์ยืนยัน เก็บทุ่นระเบิดต้องคืบหน้า และไม่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางการค้าทุกรูปแบบ

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน 2025 โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียระบุว่า

 

“ในการสนทนาของผมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เราได้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้ เรายังเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องมีความคืบหน้าที่สำคัญในประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยไม่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางการค้าในรูปแบบใดๆ เลย

 

อันวาร์ยังระบุอีกว่า ผมยังคงชื่นชมความมุ่งมั่นส่วนตัวและความกระตือรือร้นของประธานาธิบดีทรัมป์ในการแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง”

 

ภาพ: @anwaribrahim / X

อ้างอิง:

  • @anwaribrahim / X

The post อันวาร์โพสต์ยืนยัน เก็บทุ่นระเบิดต้องคืบหน้า และไม่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางการค้าทุกรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเผยคุยประธานอาเซียนแล้ว ยืนยันทรัมป์หนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไม่ผูกปมระงับปฏิญญาเข้ากับเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ https://thestandard.co/anutin-trump-mine-clearance/ Sun, 16 Nov 2025 02:41:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1143798 อนุทินเผยคุยประธานอาเซียนแล้ว ยืนยัน ทรัมป์ หนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไม่ผูกปมระงับปฏิญญาเข้ากับเจรจาการค้า ไทย-สหรัฐฯ

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและร […]

The post อนุทินเผยคุยประธานอาเซียนแล้ว ยืนยันทรัมป์หนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไม่ผูกปมระงับปฏิญญาเข้ากับเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเผยคุยประธานอาเซียนแล้ว ยืนยัน ทรัมป์ หนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไม่ผูกปมระงับปฏิญญาเข้ากับเจรจาการค้า ไทย-สหรัฐฯ

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งมี สีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอยู่ด้วย พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีที่ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน โทรศัพท์มาหาเขาอีกครั้ง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 พฤศจิกายน

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ในเนื้อหาของการสนทนา ท่านได้แจ้งยืนยันกับตนเองว่า ท่านได้หารือกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้พูดคุยกับตนแล้วก่อนหน้านี้ ท่านประธานาธิบดีทรัมป์มีความเห็นตรงกันกับจุดยืนของตนว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม หรือ Humanitarian demining เป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งในปฏิญญาที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามร่วมกัน

 

ทั้งนี้ ท่านจึงได้ขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุดเพราะมีความเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตคนของทั้งสองประเทศ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยืนยันฝากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ให้มาแจ้งผมอีกครั้งว่า “สหรัฐอเมริกาจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้”

 

นายกรัฐมนตรีระบุอีกว่า ผมยังได้ถามอันวาร์ว่า ผมสามารถโพสต์ข้อความนี้ได้หรือไม่ ท่านตอบว่า โพสต์เลยอนุทิน แล้วท่านก็จะโพสต์ยืนยันจากช่องทางการสื่อสารของท่านเช่นกัน จึงขอกราบเรียนมายังพี่น้องประชาชนที่มีความห่วงใยต่อเรื่องนี้เพื่อให้รับทราบโดยทั่วกัน

 

อย่างไรก็ตาม จดหมายจากผู้แทนการค้าสหรัฐที่ระบุเรื่องการหยุดเจรจากับไทยได้ถูกพิมพ์ขึ้นก่อนที่ตนจะได้คุยโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายนครับ ดังนั้นข้อมูลของผมจึงมีความเป็นปัจจุบันมากกว่า

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/photo/?fbid=25558593143775219&set=a.175348975859652

The post อนุทินเผยคุยประธานอาเซียนแล้ว ยืนยันทรัมป์หนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไม่ผูกปมระงับปฏิญญาเข้ากับเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เชื่อ ไทย-กัมพูชาจะเป็นไปได้ด้วยดี หลังโทรศัพท์ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง https://thestandard.co/trump-mediates-thai-cambodia/ Sat, 15 Nov 2025 11:10:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1143760 ทรัมป์เชื่อ ไทย-กัมพูชาจะเป็นไปได้ด้วยดี หลังโทรศัพท์ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ปัญหาไท […]

The post ทรัมป์เชื่อ ไทย-กัมพูชาจะเป็นไปได้ด้วยดี หลังโทรศัพท์ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เชื่อ ไทย-กัมพูชาจะเป็นไปได้ด้วยดี หลังโทรศัพท์ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ปัญหาไทยและกัมพูชาจะเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากที่เขาโทรศัพท์หาผู้นำทั้งสองประเทศ เพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งบริเวณชายแดนที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผู้นำไทยยังคงเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบในประเด็นทุ่นระเบิด

 

โดยฝ่ายไทยได้ประกาศระงับข้อตกลงสันติภาพ ที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย และเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบ ในกรณีที่อ้างว่า กัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่ จนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ซึ่งกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

 

ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานเหนือพื้นที่ชายแดนพิพาทของสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ปะทุเป็นการสู้รบที่กินเวลานาน 5 วันในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 คน ก่อนที่ทรัมป์และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะเป็นคนกลางช่วยให้เกิดการหยุดยิง

 

ทรัมป์ระบุว่า ผมได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศแล้ว พวกเขาทำได้ดีมาก ผมคิดว่าพวกเขาจะเป็นไปได้ด้วยดี

 

อย่างไรก็ตาม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกล่าวในวันนี้ (15 พฤศจิกายน) ว่า ไทยจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว จนกว่ากัมพูชาจะยอมรับการละเมิดและออกคำขอโทษสำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น

 

โดยนายกรัฐมนตรีได้โพสต์ข้อความบน Facebook หลังการพูดคุยกับทรัมป์และอันวาร์ว่า ไทยมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการใดๆ ที่จำเป็น เพื่อปกป้องอธิปไตย และประกันความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สินจากภัยคุกคามจากต่างประเทศ

 

นายกรัฐมนตรียังได้ร้องขอให้ทรัมป์และอันวาร์ ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในความขัดแย้งนี้ บอกกล่าวให้ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลง และ ไม่แทรกแซงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

 

ขณะที่ ฮุน มาเนต ได้โพสต์บน Facebook ในวันนี้ว่า กัมพูชาจะยังคงดำเนินการตามข้อตกลงต่อไป และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันตามหลักการและกลไกที่ตกลงไว้

 

ทางด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า ทรัมป์ยังได้ติดต่อกับมาเลเซียเมื่อวานนี้ (14 พฤศจิกายน) ด้วย โดยอันวาร์ได้โพสต์บน X ว่า ไทยและกัมพูชาพร้อมที่จะเลือกใช้พื้นที่สำหรับการเจรจาและความพยายามทางการทูตอย่างต่อเนื่อง ในฐานะเส้นทางที่มีประสิทธิภาพสู่การแก้ไขปัญหา

 

ล่าสุด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทยเผยว่า เรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ฝ่ายไทยได้รับแจ้งจากรองผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ขอ ‘ระงับการเจรจา’ กรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade Framework) เป็นการชั่วคราวและจะสามารถกลับมาเจรจาความตกลงดังกล่าวได้อีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยได้ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตาม Joint Declaration และหวังว่าจะสามารถหาทางออกในเรื่องนี้ได้โดยเร็ว

 

ภาพ: Alex Wong / Getty Images

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เชื่อ ไทย-กัมพูชาจะเป็นไปได้ด้วยดี หลังโทรศัพท์ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>