António Guterres Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/antonio-guterres/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 22 Sep 2026 05:00:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “แตกแยก-ขัดแย้ง” กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN มองโลกอย่างไร ก่อนหมดวาระสิ้นปี 2026 https://thestandard.co/guterres-un-divided-world/ Tue, 22 Sep 2026 05:00:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1257993 อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กำลังกล่าวสุนทรพจน์

เมื่อวานนี้ (21 กันยายน) อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ […]

The post “แตกแยก-ขัดแย้ง” กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN มองโลกอย่างไร ก่อนหมดวาระสิ้นปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กำลังกล่าวสุนทรพจน์

เมื่อวานนี้ (21 กันยายน) อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งสุดท้าย ก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ UN ซึ่งยาวนาน 1 ทศวรรษ (2 วาระ) จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

 

 
 

กูเตอร์เรสเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโปรตุเกส เมื่อปี 1995-2002 และข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระหว่างปี 2005-2015 โดยเมื่อเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ UN ในปี 2017 เขาสัญญาจะให้ความสำคัญกับ การสร้างสันติภาพ การปฏิรูป UN การพัฒนาที่ยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมวางตนเป็นตัวกลางในการเชื่อมความแตกแยกต่างๆ ในประชาคมโลก

 

โลกที่แตกแยกและการเพิ่มขึ้นของความขัดแย้ง

 

ในปี 2017 โลกเคยเชื่อมั่นว่า ระบบพหุภาคีนิยมกำลังไปได้ดี แต่ทศวรรษของเขากลับถูกครอบงำด้วยความขัดแย้งและการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ กูเตอร์เรสต้องรับช่วงต่อวิกฤตใน ซีเรีย เยเมน และลิเบีย พร้อมกับรับมือสงครามใหม่ที่อุบัติขึ้นใน ยูเครน กาซา และซูดาน

 

ยังไม่นับรวมความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ กับจีน โดยเฉพาะด้านการค้าและเทคโนโลยี รวมถึงวิกฤตในเอเชีย ทั้งสงครามกลางเมืองในเมียนมา โครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ซึ่งล้วนสร้างความท้าทายให้กับกูเตอร์เรสในการบริหารจัดการความขัดแย้งต่างๆ อย่างมาก

 

สภาวะอัมพาตของคณะมนตรีความมั่นคงฯ (UNSC) และข้อเรียกร้องให้ปฏิรูป

 

กูเตอร์เรสระบุว่า สถานการณ์โลก กำลังเลวร้ายลงและความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ UNSC ตกอยู่ในสภาวะอัมพาต โดยในปี 2024 มีการ ใช้วีโต้ (Veto) เพื่อคัดค้านร่างมติใน UNSC ถึง 7 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดต่อปี นับตั้งแต่ปี 1986 ซึ่งสะท้อนให้เห็นข้อจำกัดของ UN เมื่อ 5 มหาอำนาจ (P5) ไม่ร่วมมือกัน หรือมีจุดยืนที่แตกต่างกัน

 

กูเตอร์เรสเน้นย้ำว่า UNSC จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน เนื่องจากโครงสร้างปัจจุบันยังคงเป็นตัวแทนของ โลกในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอาจไม่สอดรับกับความเป็นจริงในปัจจุบันแล้ว

 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

 

กูเตอร์เรสมองว่า ขณะนี้ประชาคมโลกกำลังเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต การสู้รบในยูเครนและปัญหาส่งออกอาหาร พลังงาน และปุ๋ยผ่านทะเลดำ ประกอบกับความไม่มั่นคงในเส้นทางยุทธศาสตร์ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ, ช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดง และการโจมตีแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลาง ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจโลกและระบบห่วงโซ่พลังงาน

 

ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วสามารถบริหารจัดการกับดอกเบี้ยและราคาพลังงานได้ แต่ประชาชนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนากลับต้องตกอยู่ในภาวะสิ้นหวังจากภาระค่าครองชีพ วิกฤตอาหาร และการขาดแคลนปุ๋ย

 

ที่ผ่านมา กูเตอร์เรสใช้ความพยายามทางการทูตโดยตรงกับ รัสเซีย ตุรกี และยูเครน แต่ข้อตกลงที่เกิดขึ้นยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากความแตกแยกของมหาอำนาจ ส่งผลให้ความขัดแย้งยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

 

ทางด้าน ไซมอน แอดัมส์ อาจารย์ด้านสิทธิมนุษยชน จาก Murdoch University ในออสเตรเลียให้สัมภาษณ์เชิงวิพากษ์กับ CNA โดยระบุว่า แม้สภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์จะยากลำบาก แต่กูเตอร์เรสไม่ได้ใช้อำนาจทางจริยธรรมของตำแหน่งอย่างกล้าหาญหรือสม่ำเสมอเพียงพอในการท้าทายผู้นำโลก

 

ขณะที่ แดเนียล ฟอร์ติ หัวหน้าฝ่ายกิจการสหประชาชาติ ประจำ International Crisis Group ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรและดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ มองว่า กูเตอร์เรสพลาดโอกาสในการผลักดันให้ UN ก้าวไปข้างหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก

 

ทศวรรษการบริหารงาน UN ของอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ถือเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากความหวังในระบบพหุภาคีนิยม สู่ยุคสมัยแห่งความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์และการขยายตัวของความขัดแย้งทั่วโลก แม้ประสิทธิภาพของ UN จะถูกลดทอนลงอย่างหนักจากสภาวะอัมพาตของคณะมนตรีความมั่นคงฯ และข้อจำกัดในการมุ่งเน้นประโยชน์ของมหาอำนาจ แต่ UN ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางหลักที่ประชาคมโลกต้องพึ่งพาในยามวิกฤต

 

เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของเขาจบลงในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ โจทย์สำคัญที่ส่งต่อถึงเลขาธิการ UN คนใหม่ คือ การแสวงหาจุดร่วมในโลกที่แตกแยก และการผลักดันปฏิรูปโครงสร้างองค์กรให้สอดรับกับความจริงยุคใหม่ เพื่อรักษาความสำคัญและบทบาทของ UN บนเวทีโลกต่อไป

 

แฟ้มภาพ: Eduardo Munoz / File Photo / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post “แตกแยก-ขัดแย้ง” กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN มองโลกอย่างไร ก่อนหมดวาระสิ้นปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลกจ่อเผชิญ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ รุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ ปี 2027 อาจร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์? https://thestandard.co/super-el-nino-hottest-year-2027/ Fri, 04 Sep 2026 03:02:46 +0000 https://thestandard.co/super-el-nino-hottest-year-2027/ ภาพแสดงสภาพอากาศร้อนจัดหรือภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organizat […]

The post โลกจ่อเผชิญ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ รุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ ปี 2027 อาจร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงสภาพอากาศร้อนจัดหรือภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้ง น้ำท่วม และอากาศร้อนสุดขั้วทั่วโลก

 

 

อนึ่ง คำเตือนครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะ WMO ระบุว่า มีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่เอลนีโญจะลากยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ถือเป็นระดับความเชื่อมั่นสูงที่สุดที่หน่วยงานเคยแสดงในการคาดการณ์เอลนีโญและลานีญา ขณะที่เอลนีโญรอบนี้อาจรุนแรงกว่าทุกครั้งนับตั้งแต่เริ่มมีการติดตาม

 

เอลนีโญรอบนี้แรงแค่ไหน?

 

เมื่อวานนี้ (3 กันยายน) WMO ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์เอลนีโญ โดยระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 หลังแบบจำลองพยากรณ์ล่าสุดพบว่า อุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงผิดปกติ

 

WMO อธิบายว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า จนเข้าสู่ระดับ ‘รุนแรงมาก’ (Very Strong) ถือเป็นระดับสูงสุดจากการจำแนกทั้งหมด 4 ระดับ คือ อ่อน ปานกลาง รุนแรง และรุนแรงมาก

 

“ด้วยอุณหภูมิของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนที่สูงผิดปกติเป็นแรงหนุน คาดว่า เอลนีโญจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า จนเข้าสู่ระดับรุนแรงมาก” WMO ระบุ

 

ทั้งนี้ เซเลสเต เซาโล เลขาธิการ WMO ระบุว่า หากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปในทิศทางนี้ เอลนีโญอาจรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการติดตาม หรือถึงขั้น ‘ออกนอกกราฟ’ ที่ WMO ใช้ติดตามมาตลอด 4 ทศวรรษ

 

อนึ่ง มีการพบค่าความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน หลังอุณหภูมิในช่วงเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนสิงหาคม สูงถึง 2.2-2.6 องศาเซลเซียส ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่บางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 8 องศาเชลเซียส

 

นอกจากนี้ เซาโลย้ำว่า เอลนีโญจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบของฝนและอุณหภูมิ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงจากภัยพิบัติอย่างน้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนสุดขั้วให้รุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมเตือนให้หน่วยงานจัดการภัยพิบัติ รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ เช่น เกษตรกรรม สาธารณสุข พลังงาน และทรัพยากรน้ำเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้น

 

โดยทั่วไป เอลนีโญจะเกิดขึ้นทุก 2-7 ปี โดยกินเวลาประมาณ 9 เดือน – 1 ปี ขณะที่สภาพภูมิอากาศในมหาสมุทรแปซิฟิกจะสลับไปมาระหว่างเอลนีโญกับลานีญา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ตรงกันข้ามกัน โดยมีช่วงที่สภาพอากาศปกติคั่นกลาง

 

เอลนีโญไม่ได้เกิดจากโลกร้อน แต่ทำไมครั้งนี้ถึงน่ากังวล?

 

อีกประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง คือ เอลนีโญไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ทว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้กำลังเกิดขึ้นในช่วงที่อุณหภูมิสูงขึ้นจากภาวะโลกเดือด

 

ทั้งนี้ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า มนุษยชาติกำลังเห็นภาพเอลนีโญรุนแรงขึ้นต่อหน้าต่อตา ขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน ทั้งอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น อุณหภูมิไต่ระดับ ทำให้โลกกำลังเข้าสู่ภาวะอันตรายจากสภาพอากาศสุดขั้ว

 

สิ่งที่สร้างความกังวลที่สุด คือ ผลกระทบภาคเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข พลังงาน และทรัพยากรน้ำ เช่น กรณีอเมริกากลางเกิดวิกฤตอาหารรุนแรงในพื้นที่ Dry Corridor โดย Oxfam รายงานในปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า 58 เทศบาลของกัวเตมาลา ฮอนดูรัส และเอลซัลวาดอร์ พบการสูญเสียพืชผลเป็นวงกว้าง การเข้าถึงน้ำลดลง และความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารเพิ่มขึ้นในครัวเรือน

 

ทำไมปี 2027 ถึงอาจร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์?

 

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามอง คือ ผลกระทบของเอลนีโญอาจไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับตัวปรากฏการณ์ เพราะหลังเกิดเอลนีโญรุนแรง โลกมักเผชิญกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นตามมาในปีถัดไป

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เอลนีโญช่วงปี 2023-2024 ซึ่งมีส่วนทำให้ปี 2024 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดย WMO ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยใกล้ผิวโลกในปีดังกล่าว สูงกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนอุตสาหกรรมระหว่างปี 1850-1900 ราว 1.55 องศาเซลเซียส ถือเป็นสถิติสูงที่สุดในประวัติการสังเกตการณ์ 175 ปี

 

อย่างไรก็ตาม ความร้อนที่ทำสถิติในปี 2024 ไม่ได้เกิดจากเอลนีโญเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับแรงเสริมชั่วคราวจากเอลนีโญและปัจจัยอื่นๆ

 

ทั้งนี้ วิลฟราน มูฟูมา โอเกีย หัวหน้าฝ่ายบริการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศของ WMO ระบุว่า ปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังเอลนีโญรอบปัจจุบัน นั่นหมายความว่า ปี 2027 อาจร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ภาพ: Willy Kurniawan / Reuters

 

อ้างอิง:

The post โลกจ่อเผชิญ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ รุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ ปี 2027 อาจร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เผย อาจเจรจาสันติภาพกับอิหร่านที่ปากีสถานอีกครั้งในสัปดาห์นี้ https://thestandard.co/trump-iran-pakistan-peace-talks/ Wed, 15 Apr 2026 03:12:04 +0000 https://thestandard.co/trump-iran-pakistan-peace-talks/ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขณะให้สัมภาษณ์ประเด็นเจรจาสันติภาพอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภา […]

The post ทรัมป์เผย อาจเจรจาสันติภาพกับอิหร่านที่ปากีสถานอีกครั้งในสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขณะให้สัมภาษณ์ประเด็นเจรจาสันติภาพอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ New York Post วานนี้ (15 เมษายน) ว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ในอีก 2 วันข้างหน้า หลังจากที่การเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาล้มเหลว และทำให้เขาตัดสินใจใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ

 

“คุณควรอยู่ที่นั่น (อิสลามาบัด) จริงๆ เพราะอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า และเรามีแนวโน้มที่จะไปที่นั่นมากกว่า”

 

ท่าทีของทรัมป์ มีขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ไม่มีเรือลำใดผ่านเข้ามาในเขตปิดล้อมท่าเรือและชายฝั่งอิหร่าน หลังจากที่สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการในช่วง 24 ชั่วโมงแรก

 

ขณะที่พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์แล้ว” และกองทัพสหรัฐฯ ยังคงรักษาความเหนือกว่าทางทะเลในตะวันออกกลาง

 

“ประมาณ 90% ของเศรษฐกิจอิหร่านขับเคลื่อนด้วยการค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ภายในเวลาไม่ถึง 36 ชั่วโมงนับตั้งแต่การปิดล้อมเริ่มขึ้น กองกำลังสหรัฐฯ ได้หยุดการค้าทางเศรษฐกิจที่เข้าและออกจากอิหร่านทางทะเลได้อย่างสมบูรณ์แล้ว”

 

ทั้งนี้ Reuters รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่จากปากีสถาน อิหร่าน และประเทศในอ่าวเปอร์เซียว่า ทีมเจรจาจากสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับไปยังปากีสถานในปลายสัปดาห์นี้ แม้ว่าแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่งจะเผยว่ายังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอน

 

โดยรัฐบาลอิหร่านยังไม่มีการแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเจรจารอบใหม่ แต่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ มองว่า “มีความเป็นไปได้สูง ที่จะมีการเริ่มต้นเจรจาครั้งใหม่”

 

ทางด้าน เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ทรัมป์ต้องการทำ ‘ข้อตกลงครั้งใหญ่’ กับอิหร่าน แต่ก็มีความไม่ไว้วางใจกันมากระหว่างสองประเทศ และชี้ถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นว่า “ไม่สามารถแก้ได้ในชั่วข้ามคืน”

 

อย่างไรก็ตาม ความหวังว่าการเจรจาทางการทูตจะดำเนินต่อไปได้ ช่วยบรรเทาความกังวลในตลาดน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระหว่างการซื้อขายวานนี้

 

มั่นใจสงครามใกล้ยุติแล้ว

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ FOX Business โดยอ้างว่า “สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านใกล้จะยุติลงแล้ว” เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ลดลงภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์

 

“ผมคิดว่ามันใกล้จะจบแล้ว ใช่ ผมมองว่ามันใกล้จะจบแล้ว” ทรัมป์ กล่าว แต่ยืนยันว่าภารกิจของสหรัฐฯ ยังไม่จบสิ้น

 

“ถ้าผมถอนตัวออกไปตอนนี้ พวกเขาจะต้องใช้เวลา 20 ปีในการสร้างประเทศนั้นขึ้นมาใหม่ และเรายังไม่จบ เราจะรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าพวกเขาอยากทำข้อตกลงอย่างมาก”

 

ภาพ : REUTERS/Kevin Lamarque

อ้างอิง:

 

The post ทรัมป์เผย อาจเจรจาสันติภาพกับอิหร่านที่ปากีสถานอีกครั้งในสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์คัดค้านอิสราเอล หลังเตรียมผนวกรวมดินแดนเวสต์แบงก์ https://thestandard.co/trump-opposes-israel-west-bank-annexation/ Tue, 10 Feb 2026 03:44:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1176795 โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงจุดยืนคัดค้านการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ของอิสราเอล

ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวานนี้ (9 กุมภาพันธ์) ว่า โดนัลด์ […]

The post ทรัมป์คัดค้านอิสราเอล หลังเตรียมผนวกรวมดินแดนเวสต์แบงก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงจุดยืนคัดค้านการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ของอิสราเอล

ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวานนี้ (9 กุมภาพันธ์) ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืน คัดค้านการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ของอิสราเอล โดยระบุว่า เวสต์แบงก์ที่มีเสถียรภาพจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้อิสราเอล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

 

ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากที่คณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอลได้อนุมัติมาตรการใหม่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อขยายอำนาจควบคุมเหนือดินแดนเวสต์แบงก์ ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้นิคมชาวยิวซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น ถือครองที่ดินได้สะดวกยิ่งขึ้น และยกเลิกข้อกำหนดใบอนุญาตการทำธุรกรรม

 

อีกทั้งยังมีการโอนอำนาจบริหาร ด้วยการยึดอำนาจการออกใบอนุญาตก่อสร้างในเมืองเฮบรอน (Hebron) จากทางการปาเลสไตน์มาเป็นของกองทัพอิสราเอล รวมทั้งเพิ่มการควบคุมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เช่น Rachel’s Tomb และ Cave of the Patriarchs รวมถึงการเข้าควบคุมแหล่งโบราณคดีและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่เดิมอยู่ภายใต้การบริหารของปาเลสไตน์ตามข้อตกลงออสโล (Oslo Accords)

 

เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีคลังฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล ระบุอย่างชัดเจนว่า มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อฝังรากลึกในทุกพื้นที่ของดินแดนอิสราเอล และฝังกลบแนวคิดเรื่องการตั้งรัฐปาเลสไตน์

 

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

 

การตัดสินใจของอิสราเอลก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากทั่วโลก โดยกลุ่มประเทศมุสลิม 8 ประเทศ ได้แก่ อียิปต์, อินโดนีเซีย, จอร์แดน, ปากีสถาน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกแถลงการณ์ร่วมประณามว่าเป็นการ ‘เร่งกระบวนการผนวกดินแดนอย่างผิดกฎหมาย’ และขับไล่ชาวปาเลสไตน์

 

ทางด้าน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN เตือนว่า การกระทำนี้บั่นทอนโอกาสในการเกิด ‘แนวทางสองรัฐ’ (Two-State Solution) และถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

 

ขณะที่หลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรและสเปนต่างเรียกร้องให้อิสราเอลยกเลิกมาตรการดังกล่าวทันที โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

 

นักวิจารณ์ระบุว่า มาตรการเหล่านี้ของอิสราเอลละเมิด ข้อตกลงออสโลและกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งยังอาจนำไปสู่ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค โดยบางส่วนมองว่า ยังเป็นการท้าทายจุดยืนของทรัมป์โดยตรงต่อประเด็นปัญหาในตะวันออกกลางอีกด้วย

 

แฟ้มภาพ: Chip Somodevilla / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์คัดค้านอิสราเอล หลังเตรียมผนวกรวมดินแดนเวสต์แบงก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ไทย-กัมพูชาอดกลั้น กลับสู่กรอบถ้อยแถลงร่วมฯ กัวลาลัมเปอร์ https://thestandard.co/un-urges-thailand-cambodia-restraint/ Tue, 09 Dec 2025 08:09:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1152768 เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ ไทย-กัมพูชา อดกลั้น กลับสู่กรอบถ้อยแถลงร่วมฯ กัวลาลัมเปอร์

โฆษกของ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) […]

The post เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ไทย-กัมพูชาอดกลั้น กลับสู่กรอบถ้อยแถลงร่วมฯ กัวลาลัมเปอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ ไทย-กัมพูชา อดกลั้น กลับสู่กรอบถ้อยแถลงร่วมฯ กัวลาลัมเปอร์

โฆษกของ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุเมื่อวานนี้ (8 ธันวาคม) ว่า กูเตอร์เรสมีความกังวลต่อรายงานการปะทะกันด้วยอาวุธครั้งใหม่ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานเกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศและการระดมยุทโธปกรณ์หนักในพื้นที่ชายแดน เขาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นและหลีกเลี่ยงการทวีความรุนแรงขึ้นอีก

 

ข้อพิพาทชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยได้ส่งผลให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตาย โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนได้รับความเสียหาย และเกิดการอพยพพลัดถิ่นครั้งใหญ่ในทั้งสองฝั่งชายแดน เลขาธิการ UN เน้นย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายต้องปกป้องพลเรือนและอำนวยความสะดวกในการบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรม

 

ทั้งยังเรียกร้องให้ทั้งไทยและกัมพูชากลับไปสู่กรอบของถ้อยแถลงร่วมฯ ที่ลงนาม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งให้คำมั่นอีกครั้งต่อข้อตกลงหยุดยิง และดำเนินการตามมาตรการลดความรุนแรงและการสร้างความไว้วางใจ โดยกูเตอร์เรสเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้กลไกสำหรับการเจรจาอย่างเต็มที่ เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับข้อพิพาทด้วยวิธีการที่สันติ

 

สหประชาชาติพร้อมที่จะสนับสนุนความพยายามทั้งหมดที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาค

 

แฟ้มภาพ: Wang Lili – Pool / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ไทย-กัมพูชาอดกลั้น กลับสู่กรอบถ้อยแถลงร่วมฯ กัวลาลัมเปอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมวาทะผู้นำโลกบนเวที UNGA เตือนเสาหลักสันติภาพและความก้าวหน้าโลกสั่นคลอน https://thestandard.co/unga-2025-world-leaders-speeches/ Thu, 25 Sep 2025 07:20:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1122705 ผู้นำโลกกล่าวสุนทรพจน์บนเวที UNGA 2025 เตือนปัญหาสันติภาพและความมั่นคงโลก

บรรดาผู้นำโลกพากันขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีการประชุมสมัช […]

The post รวมวาทะผู้นำโลกบนเวที UNGA เตือนเสาหลักสันติภาพและความก้าวหน้าโลกสั่นคลอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำโลกกล่าวสุนทรพจน์บนเวที UNGA 2025 เตือนปัญหาสันติภาพและความมั่นคงโลก

บรรดาผู้นำโลกพากันขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 80 (UNGA) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 29 กันยายน โดยปีนี้เหล่าผู้นำโลก ต่างย้ำเตือนปัญหาหลักที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้ง สงคราม และระเบียบโลกที่ผันผวน

 

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม ว่า “ตอนนี้คือเวลาที่จะต้องเลือก” พร้อมทั้งเตือนว่า “เสาหลักของสันติภาพและความก้าวหน้ากำลังสั่นคลอน ภายใต้น้ำหนักของการลอยนวลพ้นผิด ความเหลื่อมล้ำ และความเพิกเฉย”

 

ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงมุ่งมั่นในแนวทาง America First โดยตั้งคำถามในเชิงผิดหวังต่อหลากหลายปัญหาระดับโลก ที่เขากล่าวหาว่าเป็นผลพวงจากการทำหน้าที่ของ UN

 

“จุดประสงค์ของสหประชาชาติคืออะไร?”

 

“สหประชาชาติมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่มหาศาล ผมพูดแบบนี้มาตลอด มันมีศักยภาพมหาศาล แต่ตอนนี้ยังห่างไกลมากที่จะทำได้ตามศักยภาพนั้น” เขากล่าว

 

ผู้นำโลกกล่าวสุนทรพจน์บนเวที UNGA 2025 เตือนปัญหาสันติภาพและความมั่นคงโลก

The post รวมวาทะผู้นำโลกบนเวที UNGA เตือนเสาหลักสันติภาพและความก้าวหน้าโลกสั่นคลอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขา UN ชี้ ความอดอยากในกาซาคือ ความล้มเหลวของมนุษยชาติ https://thestandard.co/un-gaza-starvation-quote/ Sat, 23 Aug 2025 06:03:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1110382

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า […]

The post เลขา UN ชี้ ความอดอยากในกาซาคือ ความล้มเหลวของมนุษยชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า สถานการณ์ความอดอยากที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา ถือเป็น ‘ความล้มเหลวของมนุษยชาติ’ ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้น หลังจากหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติได้ประเมินระดับความอดอยากทั่วโลก พบว่า สถานะความไม่มั่นคงทางอาหารใน ฉนวนกาซาถูกปรับขึ้นเป็นระดับที่ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดและรุนแรงที่สุด

 

ขณะที่อิสราเอลวิพากษ์วิจารณ์รายงานดังกล่าวอย่างรุนแรง พร้อมชี้ว่า ไม่มีวิกฤตความหิวโหยในฉนวนกาซา

 

 

แฟ้มภาพ: Lev Radin / Pacific Press / LightRocket via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post เลขา UN ชี้ ความอดอยากในกาซาคือ ความล้มเหลวของมนุษยชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นานาชาติยินดีไทย-กัมพูชา หยุดยิง ย้ำทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลง https://thestandard.co/international-thailand-cambodia-ceasefire/ Tue, 29 Jul 2025 05:54:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1101196

หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ แสดงท่าทีภายหลังไทยและ […]

The post นานาชาติยินดีไทย-กัมพูชา หยุดยิง ย้ำทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ แสดงท่าทีภายหลังไทยและกัมพูชา บรรลุข้อตกลงหยุดยิงหลังการเจรจาที่มาเลเซียวานนี้ (28 กรกฎาคม)

 

โดยอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ยินดีกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย โดยชี้ว่า “เป็นก้าวสำคัญในการยุติความขัดแย้งและผ่อนคลายความตึงเครียดในปัจจุบัน” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาระยะยาวและบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน

 

ด้าน Facebook ของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ความเห็นของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่ตอบคำถามกรณีจุดยืนของจีนต่อการสู้รบในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่ากัมพูชาและไทยจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยแสดงความคาดหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการโดยยึดถือผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ยึดมั่นในสันติภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และยุติการสู้รบโดยเร็วที่สุด รวมทั้งแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธีด้วยการเจรจาและปรึกษาหารือ

 

“กัมพูชาและไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่อาจแยกย้ายได้ และยังเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของจีน การยึดมั่นในความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และการจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม ถือเป็นผลประโยชน์พื้นฐานและระยะยาวของทั้งกัมพูชาและไทย และเอื้อต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ฝ่ายจีนเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความเสียหายที่เกิดจากความขัดแย้งในกัมพูชาและไทย และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการโดยยึดถือผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งสันติภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี รักษาความสงบสุขและความยับยั้งชั่งใจ หยุดยิงและยุติการสู้รบโดยเร็วที่สุด แก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธีด้วยการเจรจาและปรึกษาหารือ และฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนโดยเร็วที่สุด

 

กัมพูชาและไทยเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อาเซียนได้ผลักดันการหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างแข็งขัน จีนขอชื่นชมและยินดีกับทุกความพยายามที่เอื้อต่อการคลี่คลายสถานการณ์ จีนจะยึดมั่นในจุดยืนที่มีความเป็นกลางและเป็นธรรม จะยังคงสื่อสารกับกัมพูชาและไทยอย่างใกล้ชิด ผลักดันการเจรจาอย่างแข็งขัน และแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการผลักดันให้หยุดยิงและยุติการสู้รบกัน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าว

 

ด้านแคทเธอรีน เวสต์ รัฐมนตรีด้านกิจการอินโด-แปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร ทวีตข้อความว่า “สหราชอาณาจักรยินดีกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม เป็นเจ้าภาพการเจรจาและการสนับสนุนจากประธานาธิบดีทรัมป์” พร้อมทั้งเน้นว่าข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว “ถือเป็นก้าวสำคัญสู่สันติภาพ” และ”ทุกฝ่ายจะต้องเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงนี้”

 

ทางด้านกายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (HR/VP) โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า “ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญหลังจากเกิดการปะทะกันหลายวันอย่างดุเดือด จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองประเทศจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ด้วยความจริงใจ” พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนที่ช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการเจรจา

 

ภาพ: Mohd Rasfan/Pool via REUTERS TPX IMAGES OF THE DAY
อ้างอิง:

The post นานาชาติยินดีไทย-กัมพูชา หยุดยิง ย้ำทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาธิการสหประชาชาติแสดงความกังวลต่อเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงโดยทันที https://thestandard.co/guterres-un-thailand-cambodia-ceasefire/ Sun, 27 Jul 2025 05:31:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1100521

สำนักงานโฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ผ่านฟาร […]

The post เลขาธิการสหประชาชาติแสดงความกังวลต่อเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงโดยทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักงานโฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ผ่านฟาร์ฮาน ฮัก (Farhan Haq) รองโฆษกฯ ในนามของ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ โดยระบุว่า เลขาธิการฯ “รู้สึกกังวลอย่างยิ่ง” ต่อสถานการณ์การปะทะทางอาวุธที่ยังคงดำเนินอยู่บริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

เลขาธิการฯ ประณามการสูญเสียชีวิตที่ไม่จำเป็น, การบาดเจ็บของพลเรือน และความเสียหายที่เกิดกับบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทั้งสองฝ่าย

 

แถลงการณ์ระบุว่า เลขาธิการฯ ขอเรียกร้องให้ทั้งไทยและกัมพูชาตกลงหยุดยิงโดยทันที และหันมาใช้การเจรจาเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อมุ่งสู่การหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

 

ท้ายที่สุด เลขาธิการฯ ยืนยันว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือในทุกความพยายามที่จะนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งอย่างสันติ

 

ภาพ: REUTERS/Manon Cruz/File Photo

 

อ้างอิง:

The post เลขาธิการสหประชาชาติแสดงความกังวลต่อเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงโดยทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมท่าทีนานาชาติ หลังทรัมป์โจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน หวั่นเกิดสงครามใหญ่ https://thestandard.co/trump-iran-attack-world-reaction/ Mon, 23 Jun 2025 10:16:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1088092 trump-iran-attack-world-reaction

บรรดาผู้นำประเทศ รวมถึงผู้นำองค์กรระหว่างประเทศต่างออกม […]

The post รวมท่าทีนานาชาติ หลังทรัมป์โจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน หวั่นเกิดสงครามใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
trump-iran-attack-world-reaction

บรรดาผู้นำประเทศ รวมถึงผู้นำองค์กรระหว่างประเทศต่างออกมาแสดงจุดยืน หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สั่งโจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่านอย่างน้อย 3 แห่ง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หาทางออกด้วยสันติวิธี หวั่นการสู้รบขยายตัวกลายเป็นสงครามใหญ่ในตะวันออกกลาง

 

อิหร่านพร้อมโต้กลับ ยันสหรัฐฯ-อิสราเอล “ต้องถูกลงโทษ”

 

มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ “ต้องได้รับการตอบสนองจากการรุกรานของพวกเขา” ขณะที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรกผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “พวกไซออนิสต์ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ พวกเขาต้องได้รับการลงโทษ”

 

ทางด้าน อามีร์ ไซอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติกล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ว่า สหรัฐฯ ได้ ‘ก่อสงคราม’ กับอิหร่าน ภายใต้ข้ออ้างที่ถูกสร้างขึ้นและไร้เหตุผล พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า อิหร่านมีสิทธิ์ป้องกันตนเอง ต่อการรุกรานที่ชัดเจนของสหรัฐฯ โดยการตอบสนองกลับที่เหมาะสมจะได้รับการตัดสินใจโดยกองทัพอิหร่าน ทั้งยังเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงถือว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล เป็นผู้ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น

 

ท่าทีนานาชาติ กับการตัดสินใจโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ

 

ในขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลต่างฉลองชัยและอ้างว่า การโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ‘ประสบความสำเร็จอย่างมาก’ ถือเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของทั้งสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศอื่นๆ ในประชาคมโลก แต่ดูเหมือนว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ ‘อาจไม่ได้คิดแบบเดียวกัน’

 

‘จีน’ หนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หากอิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ภัยคุกคาม เนื่องจากจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ในการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยจีน ‘ประณาม’ การโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านว่าเป็น ‘การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง’ และยิ่งทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น

 

กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับชุมชนระหว่างประเทศเพื่อร่วมมือกันและรักษาความยุติธรรม และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอิสราเอลให้หยุดยิงและเริ่มการเจรจา

 

ขณะที่อีกหนึ่งมหาอำนาจอย่าง ‘รัสเซีย’ แม้จะยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนจาก วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย แต่ ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซียเผยว่า หลายประเทศพร้อมที่จัดส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้กับอิหร่าน ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า “เราประณามการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรง” พร้อมชี้ว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน

 

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เผยว่า เขารู้สึก “วิตกกังวลอย่างยิ่ง” กับการใช้กำลังของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ความขัดแย้งนี้ อาจจะไม่สามารถควบคุมได้อย่างรวดเร็ว และอาจจะนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงต่อพลเรือน ภูมิภาค และประชาคมโลก กูเตอร์เรสจึงเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกลดความตึงเครียด พร้อมทั้งชี้ว่า ทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาได้คือ ‘การทูต’ ไม่ใช่การทหาร

 

ทางด้าน คาจา คัลลัส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายถอยกลับไปที่โต๊ะเจรจาและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งยิ่งทวีความรุนแรง ขณะที่นักการทูตชั้นนำของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปต่างเน้นย้ำจุดยืนว่า อิหร่านไม่ควรได้รับอนุญาตให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

 

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงฉุกเฉิน เพื่อหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน หลังการโจมตีของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ “ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น” พร้อมทั้งยืนยันว่า ฝรั่งเศสไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านแต่อย่างใด

 

ส่วนประเทศพี่ใหญ่ในตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียที่เคยประณามการโจมตีของอิสราเอลต่อโครงการนิวเคลียร์และโครงสร้างทางการทหารของอิหร่าน ได้แสดง ‘ความกังวลอย่างมาก’ เกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ แม้จะไม่ถึงกับประณามสหรัฐฯ แต่ก็ได้เน้นย้ำความจำเป็นในการใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อยับยั้งการกระทำต่างๆ ที่จะมีส่วนทำให้การสู้รบขยายตัวกลายเป็นสงครามใหญ่

 

เช่นเดียวกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง เช่น อิรัก กาตาร์ และเลบานอน ต่างเห็นสอดคล้องกันว่า การตัดสินใจของทรัมป์ที่จับมืออิสราเอลร่วมกันถล่มโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้น เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้มีการเจรจาทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียด

 

ทางฟากฝั่งของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนและกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับอิหร่าน ต่างประณามเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น หวั่นสงครามขยายวง และดึงภูมิภาคและโลกไปสู่จุดที่ยากลำบากมากกว่านี้ หากไม่หยุดและไม่มีการดำเนินมาตรการยับยั้ง พร้อมทั้งระบุว่า การโจมตีเหล่านี้จะไม่สามารถยับยั้งอิหร่านจากความก้าวหน้าและการพัฒนาของอิหร่านได้

 

ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า การทำให้สถานการณ์สงบลงอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ‘ต้องถูกยับยั้ง’ 

 

ขณะที่ไทยได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรงและหาทางออกที่สันติ โดยกระทรวงการต่างประเทศแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน โดยเฉพาะเมื่อมีการโจมตีที่ทวีความรุนแรงและการขยายความขัดแย้งจากฝ่ายอื่นๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค โดยภายหลังการโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้สถานทูตไทยหลายแห่งในตะวันออกกลางประกาศเตือนประชาชนในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านยังคงดำเนินไป พร้อมแนะให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังเฝ้าจับตามองว่า อิหร่านจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อเมริกาอย่างไร คำขู่ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการค้าและราคาน้ำมันโลกจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ยังคงต้องติดตาม

 

อ้างอิง:

The post รวมท่าทีนานาชาติ หลังทรัมป์โจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน หวั่นเกิดสงครามใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปี 2024 ปีที่โลกร้อนที่สุด https://thestandard.co/2024-hottest-year-on-record/ Tue, 17 Dec 2024 01:00:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1019693

แม้จะยังไม่หมดปี แต่ตัวเลขอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2024 […]

The post ปี 2024 ปีที่โลกร้อนที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้จะยังไม่หมดปี แต่ตัวเลขอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2024 ก็ทำลายสถิติเดิมทั้งหมดแล้ว

 

ยุคโลกเดือดมาถึงเราแล้ว

 

และยังเป็นปีแรกที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกค้างเติ่งอยู่เหนือเส้น 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็น​หมุดหมายสำคัญ​ด้าน​โลก​ร้อน​ที่นานาชาติ​ให้คำมั่นสัญญา​กันไว้ในข้อตกลง​ปารีส​อีกด้วย

 

“ยุคโลกเดือดมาถึงเราแล้ว” อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ​กล่าวไว้เมื่อปีกลาย และในปีนี้คำพูดคำนี้ก็วนเวียนตอกย้ำให้เราทั้งหลาย​เห็นว่ามันจริง

 

ข้อมูลจากระบบ ERA5

 

ข้อมูลจากระบบ ERA5 ของโครงการบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service) ระบุถึงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกวงรอบ 12 เดือนคือ นับจากเดือนตุลาคม 2023 – เดือนกันยายน 2024 มีค่าสูงถึง 1.62 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่เหนือกว่าเส้น 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีสไปมากจนน่าตกใจ นอกจากนี้​อุณหภูมิผิวน้ำทะเล 6 เดือนแรกของปี 2024 ยังสูงกว่าปีที่แล้วซึ่งเคยเป็นปีที่ทำสถิติสูงสุดมาแล้ว​ตามแผนภูมิ​ด้านล่าง​

 

ผิวน้ำทะเลอุณหภูมิสูง

 

ผิวน้ำทะเลอุณหภูมิสูงกลุ่มนี้ยังย้ายข้ามจากฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกไปสู่ฝั่งตะวันตก ตามความเปลี่ยนแปลงจากเอลนีโญมาสู่ลานีญาของปีนี้ และนี่อาจเป็นสาเหตุ​หลักที่ก่อให้เกิด​ไต้ฝุ่น​มากถึง 4 ลูกในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นเรื่อง​ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในบันทึกของ WMO

 

โซเนีย เซเนวิรัตเน

 

โซเนีย เซเนวิรัตเน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศจากมหาวิทยาลัยวิจัย ETH Zurich เผยว่า “ไม่รู้สึกแปลกใจ” กับการทำลายสถิติใหม่ของอุณหภูมิ​โลก​ในครั้งนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐภาคี COP29 จัดทำข้อตกลงเพิ่มความพยายามให้มากยิ่งขึ้นในการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

 

แต่ก็เหมือนที่เราทราบกัน ผลการประชุม COP29 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ออกมาในเชิงที่ไม่เป็นผลดีกับสภาวะโลกที่กำลังเดินหน้าสู่วิกฤตสักเท่าไร โดยการประชุมรอบนี้เน้นหนักไปที่การขอเงินชดเชยจากประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ไปให้กับประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่เป็นเกาะปะการัง ที่จะประสบปัญหาน้ำทะเลท่วมจนอยู่อาศัยไม่ได้ในอนาคต เช่น

มัลดีฟส์, หมู่เกาะมาร์แชลล์, ​คิริบาส และ​ตูวาลู

 

เกิน 1.5 องศาเซลเซียส​แล้วโลกจะไปทางไหน

 

ข้อตกลงปารีสหรือการประชุมโลกร้อน COP21 เมื่อปี 2015 ที่กรุงปารีสนั้น ที่จริงแล้วกำหนดตัวเลขออกมา 2 ชุดคือ 2.0 องศาเซลเซียส และ 1.5 องศาเซลเซียส โดยตัวเลขแรกคือ 2.0 องศาเซลเซียสนั้นสำคัญที่สุด เพราะมันคือ ‘จุดไม่หวนกลับ’ ซึ่งหมายถึงหากปล่อยให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกข้ามผ่านจุดนั้นไป สถานการณ์หลังจากนั้นก็จะดำเนินไปของมันเอง โดยไม่ว่าอย่างไรมนุษย์ก็จะเข้าไปแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว ที่ประชุมจึงตกลงตัวเลข 1.5 องศาเซลเซียสขึ้นมาอีกตัวเพื่อ ‘ความพยายาม’ ของรัฐภาคีที่ร่วมลงนามเอาไว้ที่จะช่วยกันรักษาให้ได้เป็นด่านแรก แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่กำหนดขึ้นมาลอยๆ เพราะมีการวิจัยไว้แล้วว่าหลังโลกร้อนจนแตะหรือผ่านตัวเลขนี้ไปจะเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งเวลาและสถานที่ รวมทั้งความรุนแรงในแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งในปี 2024 ก็มีภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วปรากฏให้เห็นหลายเวลาและหลายสถานที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นการเตือนเหล่ามนุษย์บนโลกโดยตรงจากธรรมชาติว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องที่นักวิทยาศาสตร์จินตนาการขึ้นมาเอง

 

แต่นับว่ายังดีที่การประชุม COP29 ได้ข้อกำหนดว่ารัฐภาคีต้องจัดทำข้อตกลง ‘การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด’ (Nationally Determined Contributions: NDCs) ฉบับใหม่ขึ้นในปีหน้าหรือปี 2025 ถือเป็นข้อกำหนด NDC 3.0 ที่ตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ภายในปี 2035 โดยยังคงใช้ตัวเลขเป้าหมายเดิมจากข้อตกลงปารีส นั่นคือกลับไปที่การควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ ‘ท้าทายมากยิ่งขึ้น’ สำหรับรัฐภาคีที่จะต้องลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ท่ามกลางความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน

 

อ้างอิง:

 

 

 

The post ปี 2024 ปีที่โลกร้อนที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ UN ชี้ โลกอยู่บน ‘ไฮเวย์สู่นรกภูมิอากาศ’ หลังร้อนทุบสถิติ 12 เดือน https://thestandard.co/secretary-un-global-warming/ Thu, 06 Jun 2024 04:22:29 +0000 https://thestandard.co/?p=941827 โลก ร้อน

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ก […]

The post เลขาฯ UN ชี้ โลกอยู่บน ‘ไฮเวย์สู่นรกภูมิอากาศ’ หลังร้อนทุบสถิติ 12 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลก ร้อน

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกาในนครนิวยอร์ก โดยชี้ถึงข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service หน่วยงานติดตามสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป ที่ระบุว่าโลกได้เผชิญกับสภาพอากาศร้อนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 – พฤษภาคม 2024 พร้อมยืนยันว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกจำเป็นต้องลดลงอย่างน้อย 9% ต่อเนื่องทุกปี เพื่อคงอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกินระดับ 1.5 องศาเซลเซียสก่อนยุคอุตสาหกรรม

 

ขณะที่กูเตอร์เรสเรียกร้องให้ผู้นำโลกเร่งควบคุมวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่โลกจะเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่เป็นอันตราย

 

“เรากำลังเล่น Russian Roulette กับโลกของเรา เราต้องการทางออกจากไฮเวย์สู่นรกภูมิอากาศ และความจริงก็คือเราควบคุมมันได้”

 

 

 

ภาพ : Gina Ferazzi/Los Angeles Times via Getty Image

อ้างอิง:

The post เลขาฯ UN ชี้ โลกอยู่บน ‘ไฮเวย์สู่นรกภูมิอากาศ’ หลังร้อนทุบสถิติ 12 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอลเรียกร้องให้เลขาธิการ UN ลาออก หลังแสดงความเห็นเรื่องสงครามฮามาส https://thestandard.co/israel-calls-for-un-secretary-general-to-resign/ Thu, 26 Oct 2023 09:15:49 +0000 https://thestandard.co/?p=858998 antonio guterres

กิลาด เออร์ดาน นักการทูตอิสราเอล เรียกร้องให้อันโตนิโอ […]

The post อิสราเอลเรียกร้องให้เลขาธิการ UN ลาออก หลังแสดงความเห็นเรื่องสงครามฮามาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
antonio guterres

กิลาด เออร์ดาน นักการทูตอิสราเอล เรียกร้องให้อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) กล่าวขอโทษและลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่กูเตอร์เรสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ขณะที่เขากำลังร่วมการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯ เมื่อวานนี้ (25 ตุลาคม)

 

กูเตอร์เรสได้กล่าวประณามกลุ่มฮามาสที่ใช้กำลังโจมตีอิสราเอลอย่างหนักในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ระบุว่า การโจมตีเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มาหรือไร้ต้นสายปลายเหตุ ชาวปาเลสไตน์ตกอยู่ภายใต้การยึดครองที่ทำให้พวกเขาทุกข์ทรมานราวกับหายใจไม่ออกมานานกว่า 56 ปี 

 

กูเตอร์เรสยังอธิบายอีกว่า ชาวปาเลสไตน์เห็นที่ดินของพวกเขาค่อยๆ ถูกกลืนกินอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอล รวมถึงการใช้ความรุนแรงมากมาย จนทำให้ชาวปาเลสไตน์ต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่น พร้อมทั้งระบุว่า ความคับแค้นใจของชาวปาเลสไตน์ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมให้กับการโจมตีของกลุ่มฮามาสได้ และในขณะเดียวกันการโจมตีของกลุ่มฮามาสก็ไม่ได้สะท้อนเจตจำนงของประชาชนชาวปาเลสไตน์ทั้งหมด

 

ความคิดเห็นดังกล่าวของกูเตอร์เรสทำให้นักการทูตอิสราเอลคนนี้ไม่พอใจอย่างมาก โดยเขามองว่ากูเตอร์เรสพยายามที่จะหาเหตุผล (อันชอบธรรม) ให้กับการก่อการร้าย จึงเรียกร้องให้กูเตอร์เรสก้าวลงจากตำแหน่งสำคัญนี้

 

โดยกูเตอร์เรสได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว และยืนยันว่าตนไม่ได้สนับสนุนสงครามและการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งต้องการให้ทุกฝ่ายหาทางออกด้วยแนวทางสันติวิธี

 

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ระบุว่า ขณะนี้ฉนวนกาซามียอดผู้เสียชีวิตจากสงครามสูงกว่า 6,500 คนแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 17,000 คน ขณะที่ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจากทางการอิสราเอลยังคงอยู่ที่ราว 1,400 คน หลายฝ่ายคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตและขอบเขตความเสียหายจากสงครามจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกที่ตัวประกันบางส่วนเริ่มทยอยได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังสงครามครั้งนี้ผ่านมานานเกือบ 3 สัปดาห์

 

แฟ้มภาพ: Lev Radin / Pacific Press / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post อิสราเอลเรียกร้องให้เลขาธิการ UN ลาออก หลังแสดงความเห็นเรื่องสงครามฮามาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะมนตรีความมั่นคง UN จัดประชุมหารือความเสี่ยง AI เป็นครั้งแรก https://thestandard.co/unsc-first-meeting-to-discuss-ai-risks/ Wed, 19 Jul 2023 08:13:25 +0000 https://thestandard.co/?p=819293 UNSC ความเสี่ยง ai

วานนี้ (18 กรกฎาคม) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( […]

The post คณะมนตรีความมั่นคง UN จัดประชุมหารือความเสี่ยง AI เป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNSC ความเสี่ยง ai

วานนี้ (18 กรกฎาคม) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) ได้จัดการประชุมว่าด้วยประเด็นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นครั้งแรก โดยมีการหารือถึงความเสี่ยงของ AI และความจำเป็นที่ต้องกำกับดูแล

 

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN กล่าวเปิดประชุมโดยระบุว่า “AI นั้นมีศักยภาพในการปรับปรุงด้านการดูแลสุขภาพ การศึกษา และด้านอื่นๆ ของชีวิตผู้คน” แต่ตั้งข้อสังเกตว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด’ (Generative AI) นั้นมีศักยภาพมหาศาลสำหรับการกระทำในสิ่งที่ดีและเลวร้ายในวงกว้าง

 

โดยเขายังเตือนว่า การใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดอาจส่งผลร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงของโลก และชี้ว่า AI สามารถถูกนำไปใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนและทำสิ่งอื่นๆ ในเชิงลบได้

 

“หากปราศจากการดำเนินการเพื่อจัดการกับความเสี่ยงเหล่านี้ เรากำลังละทิ้งความรับผิดชอบของเราที่มีต่อคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต” เขากล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสร้างกฎระเบียบระหว่างประเทศเพื่อควบคุมความเสี่ยงที่เกิดจาก AI 

 

ทั้งนี้ ผู้แทนจากหลายประเทศสมาชิกยังกล่าวว่า UN ควรทำงานร่วมกับบริษัทเอกชนและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างกรอบการทำงานระหว่างประเทศ

 

ขณะที่กูเตอร์เรสยังเรียกร้องให้ห้ามผลิตและใช้งานระบบอาวุธทำลายล้างอัตโนมัติ ซึ่งทำงานโดยปราศจากการควบคุมหรือการกำกับดูแลของมนุษย์ และแสดงความตั้งใจที่จะกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับการแบนอาวุธทำลายล้างอัตโนมัติดังกล่าว

 

ภาพ: Brendan McDermid / Reuters

อ้างอิง:

The post คณะมนตรีความมั่นคง UN จัดประชุมหารือความเสี่ยง AI เป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
UN ขอปูตินต่อเวลาข้อตกลงส่งออกธัญพืชในทะเลดำแลกกับให้ธนาคารรัสเซียกลับเข้าระบบ SWIFT https://thestandard.co/un-asks-putin-to-extend-grain-export-deal/ Thu, 13 Jul 2023 01:31:39 +0000 https://thestandard.co/?p=816196 ส่งออกธัญพืช

สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า อันโ […]

The post UN ขอปูตินต่อเวลาข้อตกลงส่งออกธัญพืชในทะเลดำแลกกับให้ธนาคารรัสเซียกลับเข้าระบบ SWIFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่งออกธัญพืช

สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ได้ยื่นข้อเสนอต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โดยเขาเสนอให้ฝ่ายรัสเซียขยายข้อตกลงที่อนุญาตให้มีการส่งออกธัญพืชของยูเครนในทะเลดำได้อย่างปลอดภัย แลกกับการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรของรัสเซียกลับเข้ามาสู่ระบบ SWIFT

 

ก่อนหน้านี้รัสเซียออกมาขู่ว่าจะยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวซึ่งได้หมดอายุลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (10 กรกฎาคม) เนื่องจากข้อเรียกร้องหลายประการในการจัดส่งธัญพืชและปุ๋ยของรัสเซียไปยังประเทศต่างๆ นั้นไม่บรรลุผลตามที่ได้ตกลงกันไว้

 

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องหลักของรัสเซียคือการเชื่อมต่อธนาคารเพื่อการเกษตร Rosselkhozbank เข้ากับระบบ SWIFT ซึ่งถูกสหภาพยุโรป (EU) สั่งแบนไปในเดือนมิถุนายน 2022 หรือหลังรัสเซียเปิดฉากสงครามในยูเครนเพียงไม่กี่เดือน ขณะที่โฆษกของ EU เคยออกมากล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า EU ไม่ได้พิจารณาคืนสถานะดังกล่าวให้กับธนาคารของรัสเซีย

 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิด 3 แหล่งเปิดเผยกับ Reuters วานนี้ (12 กรกฎาคม) ว่าปัจจุบัน EU อยู่ระหว่างพิจารณาเชื่อมต่อธนาคารเพื่อการเกษตร Rosselkhozbank เข้ากับระบบ SWIFT แล้ว เพื่ออนุญาตให้มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับธัญพืชและปุ๋ยโดยเฉพาะ ซึ่งทาง Reuters ได้ทำการสอบถามไปยังคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ด้วย แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ

 

ด้านโฆษกของ UN เปิดเผยวานนี้ว่า กูเตอร์เรสได้ส่งจดหมายถึงปูตินเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (11 กรกฎาคม) โดยเสนอแนวทางในการอำนวยความสะดวกการส่งออกอาหารและปุ๋ยของรัสเซีย และขอให้รัสเซียรับประกันว่าการขนส่งธัญพืชในทะเลดำจะดำเนินการต่อได้อย่างปลอดภัย

 

“วัตถุประสงค์คือเพื่อขจัดอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรของรัสเซีย ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักที่รัสเซียแสดงออกมา และในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ธัญพืชของยูเครนส่งออกจากท่าเรือทะเลดำได้อย่างต่อเนื่อง” สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของสหประชาชาติกล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยเขาไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอของกูเตอร์เรส แต่เสริมว่าเลขาธิการ UN ได้สื่อสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ และยินดีที่จะหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของเขากับรัสเซียเพิ่มเติม

 

แฟ้มภาพ: Metin Aktas / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:

The post UN ขอปูตินต่อเวลาข้อตกลงส่งออกธัญพืชในทะเลดำแลกกับให้ธนาคารรัสเซียกลับเข้าระบบ SWIFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ UN เผยภาวะโลกรวน ‘เกินควบคุมแล้ว’ หลังโลกเจอสัปดาห์ที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ https://thestandard.co/un-climate-change-hottest-week/ Fri, 07 Jul 2023 10:13:22 +0000 https://thestandard.co/?p=813772 Antonio Guterres

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ก […]

The post เลขาฯ UN เผยภาวะโลกรวน ‘เกินควบคุมแล้ว’ หลังโลกเจอสัปดาห์ที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Antonio Guterres

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า “ภาวะโลกรวนรุนแรงเกินกว่าจะควบคุมได้แล้ว” หลังมีผลการวิเคราะห์อย่างไม่เป็นทางการออกมาว่า อุณหภูมิโลกเฉลี่ยในช่วง 7 วัน ณ สิ้นสุดวันพุธที่ 5 กรกฎาคม เป็นสัปดาห์ที่ร้อนสุดเท่าที่โลกเคยเจอมา

 

กูเตอร์เรสกล่าวว่า “หากเรายังคงชะลอมาตรการที่จำเป็น ผมคิดว่าเรากำลังเดินหน้าไปสู่สถานการณ์ระดับหายนะ ดังที่รายงานสถิติอุณหภูมิโลกล่าสุดเปิดเผยออกมา” 

 

โดยเมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สถาบันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำมหาวิทยาลัยเมน สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม อุณหภูมิเฉลี่ยโลกร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกสถิติมา โดยวัดอุณหภูมิเฉลี่ยโลกได้สูงถึง 17.18 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่เคยวัดได้ที่ 17.01 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ถือเป็นสถิติที่สูงเกิน 17 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ใช้ระบบดาวเทียมช่วยเก็บบันทึกสถิติมาตั้งแต่ปี 1979

 

หากนับเป็นช่วง 7 วันโดยสิ้นสุด ณ วันพุธที่ 5 กรกฎาคม อุณหภูมิเฉลี่ยรายวันถือว่าอยู่สูงเหนือสัปดาห์อื่นๆ ย้อนหลังไปถึง 44 ปีที่ราว 0.04 องศาเซลเซียส หากเจาะดูเฉพาะข้อมูลของวันพุธจะเห็นว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกอยู่ที่ระดับสูงที่ 17.18 องศาเซลเซียส

 

ทั้งนี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์พยายามบอกกับพวกเรามาเนิ่นนานแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศกำลังก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ บวกกับการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอีกจนทำลายสถิติเดิมที่น่ากังวลอยู่แล้ว

 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 กรกฎาคม) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ประกาศว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญได้กลับมาเยือนโลกของเราอีกครั้งอย่างเป็นทางการ โดยครั้งล่าสุดที่โลกเผชิญกับเอลนีโญคือเมื่อปี 2016 ซึ่งสร้างสถิติเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสัมผัสมา 

 

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยล่าสุดจาก Copernicus Climate Change Service (C3S) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหภาพยุโรปที่ระบุด้วยว่า อุณหภูมิโลกของเราเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น เป็นมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเท่าที่โลกเคยเผชิญมา ท่ามกลางคลื่นความร้อนที่แผดเผาพื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ขณะที่อุณหภูมิของมหาสมุทรก็เพิ่มสูงขึ้นจนอยู่ในระดับที่น่าตกใจ

 

โดยปัจจุบัน พื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกากำลังระอุจากคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงในวันอังคารซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐฯ ขณะในบางพื้นที่ของประเทศจีนนั้นก็เผชิญกับคลื่นความร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส

 

แฟ้มภาพ: Noushad Thekkayil / NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post เลขาฯ UN เผยภาวะโลกรวน ‘เกินควบคุมแล้ว’ หลังโลกเจอสัปดาห์ที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 มิถุนายน World Ocean Day ทะเลกำลังป่วย และอาจจะตายถ้าเรายังไม่ใส่ใจ https://thestandard.co/life/8-jun-world-ocean-day/ Thu, 08 Jun 2023 11:19:48 +0000 https://thestandard.co/?p=800864 World Ocean Day

“มหาสมุทรคือรากฐานของชีวิต ให้อากาศเราหายใจและอาหารที่เ […]

The post 8 มิถุนายน World Ocean Day ทะเลกำลังป่วย และอาจจะตายถ้าเรายังไม่ใส่ใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
World Ocean Day

“มหาสมุทรคือรากฐานของชีวิต ให้อากาศเราหายใจและอาหารที่เรากิน มหาสมุทรเป็นแหล่งกักเก็บความหลากหลายทางชีวภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เราควรเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมหาสมุทร แต่ตอนนี้มนุษยชาติเป็นศัตรูที่เลวร้ายที่สุด”

– António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ

 

เรารู้ว่าบทความนี้คนจะไม่สนใจอ่านเท่ากับบทความร้านอาหารเปิดใหม่ แหล่งแฮงเอาต์ใหม่ๆ น่าไปเยือน แต่เนื่องจากวันที่ 8 มิถุนายน 2023 เป็นวัน World Ocean Day เราจึงอยากใช้โอกาสนี้กระตุ้นความสนใจ และอยากให้คนหันมารักษ์ทะเลกันมากขึ้น

 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

 

คุณเชื่อไหมว่า ‘ถ้าระบบนิเวศของมหาสมุทรพังทลาย มนุษย์จะตาย’ ประโยคนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ถ้าคุณรู้ว่าเราพึ่งพาอะไรจากท้องทะเลบ้าง

 

  • 3 ใน 4 ของพื้นผิวโลกเป็นมหาสมุทร ส่วนหนึ่งของวัฏจักรคาร์บอน ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตเจริญเติบโต
  • มีอิทธิพลต่อลมฟ้าอากาศ
  • เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่า 230,000 สปีชีส์ และคาดว่ามีอีกกว่า 2 ล้านสายพันธุ์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ
  • ช่วยลดภาวะโลกร้อน แพลงก์ตอนพืชใช้คาร์บอน 30-50% ในอากาศสังเคราะห์แสง
  • ออกซิเจนในอากาศที่เราหายใจมากกว่า 70% มาจากสาหร่ายเซลล์เดียวหรือแพลงก์ตอนในมหาสมุทร
  • 94% ของปริมาณน้ำทั้งโลกอยู่ในมหาสมุทร
  • แหล่งกำเนิดเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ
  • แหล่งเกลือและแร่ธาตุต่างๆ

 

ฉะนั้นการรักษ์และดูแลท้องทะเลและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำย่อมหมายถึงความยั่งยืนของสิ่งมีชีวิตและเหล่ามวลมนุษย์ด้วย

 

จากรายงานในเว็บไซต์ข้อมูลสภาพอากาศ ClimateReanalyzer.org เผยว่า ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา อุณหภูมิผิวน้ำของมหาสมุทรทั่วโลกร้อนขึ้นจนทำลายสถิติเดิมจากเฉลี่ย 21.00 องศาเซลเซียส มาเป็น 21.10 องศาเซลเซียส ถึงแม้จะแค่ 0.10 แต่นั่นหมายความว่าโลกกำลังร้อนขึ้นหลายองศาเซลเซียส ปะการังฟอกขาวมากขึ้น และน้ำทะเลกำลังสูงขึ้น

 

อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของสำนักข่าว Thai PBS Online อาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ให้ข้อมูลว่า ปีนี้อุณหภูมิน้ำทะเลช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ฝั่งอ่าวไทยสูงเกิน 32 องศาเซลเซียส จากการสำรวจปะการังที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง ที่เคยฟอกขาวเริ่มซีดและตายลง คาดว่าอัตรารอดแค่ 5-10 เปอร์เซ็นต์

 

ทะเลไทยกำลังจะตายหรือเปล่า?

 

มหาสมุทรร้อนขึ้นทำให้เกิดการฟอกขาวของแนวปะการัง และเชื่อมโยงกับการเติบโตของสาหร่ายทะเลบางชนิดที่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ เนื่องจากแย่งออกซิเจนในน้ำและทำให้สัตว์ทะเลหายใจลำบาก การประมงต้องปิดตัว นอกจากนี้น้ำทะเลอุ่นขึ้นยังส่งผลต่อการดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ นั่นหมายความว่าคาร์บอนในโลกเหลือมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น

 

ทุกวันนี้มนุษย์เราทำลายมหาสมุทรโดยไม่รู้ตัว เราใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรทั้งงานด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การดำรงชีพ ไปจนถึงที่พักผ่อนหย่อนใจ เรากินสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในทะเล เราทำลายบ้านของสัตว์น้ำโดยพลั้งเผลอและเจตนา เพราะคิดว่าแค่สวยงามและไม่น่ามีผลอะไรต่อระบบนิเวศ นอกจากนี้เรายังสร้างปัญหาขยะจากการดำรงชีพที่ถูกน้ำกวาดต้อนและชะล้างให้ไหลรวมลงไปกองอยู่ในทะเล

 

THE STANDARD LIFE ไม่อยากให้วันนี้มีไว้อย่างไร้ประโยชน์ เราหวังว่าทุกคนจะตระหนักถึงความสำคัญของมหาสมุทร และช่วยรักษาไว้ให้คงอยู่ตราบเท่าที่เราทำได้

 

ภาพ: Shuttetstock

อ้างอิง:

 

The post 8 มิถุนายน World Ocean Day ทะเลกำลังป่วย และอาจจะตายถ้าเรายังไม่ใส่ใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือให้คำมั่น จะส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหารสู่อวกาศอีก ในเร็วๆ นี้ https://thestandard.co/kim-jong-un-sister-vows-spy-satellite-launches/ Thu, 01 Jun 2023 04:03:27 +0000 https://thestandard.co/?p=797777 Chollima-1

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานในวันนี้ (1 มิถุนายน) […]

The post น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือให้คำมั่น จะส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหารสู่อวกาศอีก ในเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Chollima-1

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานในวันนี้ (1 มิถุนายน) ว่า คิมโยจอง น้องสาวของคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ประกาศว่าดาวเทียมสอดแนมทางทหารของเกาหลีเหนือจะถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรโลกในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า รัฐบาลเปียงยางจะเพิ่มการเฝ้าระวังทางทหาร และ “พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสิทธิอธิปไตยและผลประโยชน์ของตน”

 

ท่าทีของคิมโยจอง มีขึ้นหลังจากที่เกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวในการส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหารสู่อวกาศเมื่อวานนี้ (31 พฤษภาคม) โดย KCNA รายงานก่อนหน้านี้ว่า จรวดที่บรรทุกดาวเทียมสอดแนมทางทหาร ที่รู้จักกันในชื่อ ‘มันลียง-1 (Malligyong-1)’ ตกลงในทะเลหลังจากเกิดอุบัติเหตุ

 

ด้าน ส.ส. เกาหลีใต้ เผยข้อมูลข่าวกรอง ที่ชี้ว่าการส่งดาวเทียมของเกาหลีเหนือดูเหมือนจะเป็นไปด้วยความเร่งรีบ ในขณะที่คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกหลายสัปดาห์ เพื่อแก้ไขปัญหาจรวดที่ใช้ส่งดาวเทียม

 

นอกจากนี้ ในรายงานล่าสุดของ KCNA ยังมีการเผยแพร่ภาพของจรวดรุ่นใหม่ ชื่อว่า ชอลลีมา-1 (Chollima-1) ที่ถูกปล่อยออกจากฐานปล่อยจรวดบริเวณชายฝั่ง ซึ่งก่อให้เกิดเปลวไฟและควันจำนวนมาก ขณะที่ลักษณะของจรวดนั้นชัดเจนว่าเป็นจรวดสำหรับส่งดาวเทียมสู่อวกาศ

 

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้แสดงท่าทีต่อการส่งดาวเทียมของเปียงยาง โดยใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธ ถือเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)

 

ขณะที่แถลงการณ์ของคิมโยจอง ยังตอบโต้ท่าทีของผู้วิพากษ์วิจารณ์การปล่อยดาวเทียมสอดแนมทางทหารของเกาหลีเหนือว่า ‘ขัดแย้งในตัวเอง’ เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐฯ และหลายประเทศต่างก็ส่งดาวเทียมหลายพันดวงขึ้นสู่อวกาศ

 

ภาพ: Chung Sung-Jun / Getty Images

อ้างอิง:

The post น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือให้คำมั่น จะส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหารสู่อวกาศอีก ในเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UN ระบุ ประชาคมโลกล้มเหลวในการปกป้องพลเรือน จากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง https://thestandard.co/world-failing-to-protect-civilians/ Thu, 25 May 2023 05:40:53 +0000 https://thestandard.co/?p=795005 un

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า ป […]

The post UN ระบุ ประชาคมโลกล้มเหลวในการปกป้องพลเรือน จากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
un

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า ประชาคมโลกล้มเหลวในการปกป้องพลเรือน จากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง ซึ่งในปี 2022 ที่ผ่านมา มีพลเรือนเกือบ 17,000 คน เสียชีวิตจากปมความขัดแย้งในพื้นที่บริเวณ 12 จุดทั่วโลก โดยยอดผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 53%

 

กูเตร์เรสกล่าวในเวทีการประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ว่า เพื่อเป้าหมายในการปกป้องพลเรือนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ประชาคมโลกจะต้องช่วยกันปกป้องพลเรือนผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ พร้อมกับยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิตของพลเรือนจำนวนมาก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งในซูดาน เอธิโอเปีย รวมถึงในซีเรีย เป็นต้น

 

โดยกูเตร์เรสระบุอีกว่า งานวิจัยของ UN ที่เข้าไปศึกษาในพื้นที่สงครามหรือพื้นที่ขัดแย้ง พบว่า 94% ของเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุระเบิดในพื้นที่ชุมชนเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่เป็นพลเรือนทั้งสิ้น ขณะที่ผู้คนกว่า 117 ล้านคน กำลังเผชิญหน้ากับภาวะความหิวโหยเฉียบพลัน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากสงครามและความไม่มั่นคงไร้เสถียรภาพ

 

นอกจากนี้เลขาธิการ UN ยังชี้อีกว่า กฎหมายที่ถูกมองข้ามคือกฎหมายที่ถูกบ่อนทำลาย เราจำเป็นต้องมีส่วนในการรับผิดชอบเพื่อสร้างหลักประกันว่ากฎหมายและหลักการสากลทั้งหลายที่เราต่างยึดถือร่วมกันจะได้รับการเคารพปกป้อง ซึ่งสิ่งนี้เองก็ขึ้นอยู่กับเจตจำนงทางการเมืองด้วย พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า “สันติภาพคือวิธีการปกป้องที่ดีที่สุด”

 

ขณะที่รายงานของหน่วยงานภายใน UN ระบุว่า จำนวนผู้ลี้ภัยที่จำใจจะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองไปเนื่องจากปัญหาความขัดแย้ง การใช้ความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีมากถึง 100 ล้านคนทั่วโลกแล้ว โดยมากกว่า 2 ใน 3 อาศัยอยู่ในประเทศที่มีปัญหาเรื้อรังมานาน เช่น ดีอาร์คองโก ซูดาน ภูมิภาคซาเฮล โซมาเลีย เมียนมา อัฟกานิสถาน และเฮติ เป็นต้น ซึ่งหลายความขัดแย้งเกี่ยวพันกับความยากลำบากในการปรับตัวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความไม่มั่นคงทางอาหารและความยากลำบากในทางเศรษฐกิจ โดยหลายพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนอีกด้วย

 

แฟ้มภาพ: Tchandrou Nitanga / AFP

 

อ้างอิง:

The post UN ระบุ ประชาคมโลกล้มเหลวในการปกป้องพลเรือน จากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
UN ประณามสหรัฐฯ ดักฟังการสื่อสารของเลขาธิการใหญ่-เจ้าหน้าที่ระดับสูง ชี้ไม่สอดคล้องพันธกรณี https://thestandard.co/un-condemns-usa-eavesdrop/ Wed, 19 Apr 2023 05:32:12 +0000 https://thestandard.co/?p=778462 สหรัฐฯ ดักฟัง

สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ […]

The post UN ประณามสหรัฐฯ ดักฟังการสื่อสารของเลขาธิการใหญ่-เจ้าหน้าที่ระดับสูง ชี้ไม่สอดคล้องพันธกรณี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ดักฟัง

สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ (UN) แถลงต่อสื่อวานนี้ (18 เมษายน) โดยแสดงความ ‘กังวล’ อย่างเป็นทางการไปยังสหรัฐอเมริกา ภายหลังปรากฏรายงานข่าวที่เปิดเผยถึงการดักฟังการสื่อสารของกูเตอร์เรส ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ UN อีกหลายคน

 

“สหประชาชาติแสดงความกังวลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานล่าสุดที่ว่า การสื่อสารของเลขาธิการสหประชาชาติและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติอื่นๆ ตกเป็นเป้าของการสอดแนมและแทรกแซงโดยรัฐบาลสหรัฐฯ” ดูจาร์ริกกล่าว พร้อมทั้งชี้ว่าการกระทำดังกล่าว “ไม่สอดคล้องกับพันธกรณีของสหรัฐฯ ที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ และอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติ”

 

ทั้งนี้ The Washington Post รายงานข้อมูลดังกล่าว ซึ่งอ้างอิงจากเอกสารลับด้านข่าวกรองและการทหารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่รั่วไหลออกมาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาแสดงถึงการดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการดักฟังการสนทนาของกูเตอร์เรสกับเจ้าหน้าที่สหประชาชาติคนอื่นๆ อย่างน้อย 4 ครั้ง ซึ่งรวมถึงในประเด็นยูเครน

 

ขณะที่คดีการรั่วไหลของเอกสารลับเพนตากอนจำนวนหลายร้อยฉบับ ซึ่งมีการเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสงครามในยูเครน ตลอดจนการประเมินด้านข่าวกรองต่อประเทศอื่นๆ จนถึงตอนนี้ มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยคือ แจ็ค เทเซรา (Jack Teixeira) ทหารอากาศวัย 21 ปี โดยเขาถูกนำตัวขึ้นศาลครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และศาลได้ตั้งข้อหาเผยแพร่เอกสารลับทางทหาร รวมถึงข้อหาลบและเก็บข้อมูลลับด้านความมั่นคง โดยหากถูกตัดสินความผิดอาจได้รับโทษสูงสุดถึง 15 ปี 

 

ภาพ: John Minchillo-Pool / Getty Images

อ้างอิง:

The post UN ประณามสหรัฐฯ ดักฟังการสื่อสารของเลขาธิการใหญ่-เจ้าหน้าที่ระดับสูง ชี้ไม่สอดคล้องพันธกรณี appeared first on THE STANDARD.

]]>