ในโลกของธุรกิจสตาร์ตอัป มักจะเห็นตัวอย่างผู้ก่อตั้งบริษ […]
The post เปิดสถิติผู้ก่อตั้ง สตาร์ตอัป AI รุ่นใหม่ อายุต่ำกว่า 29 ปี ปั้นยูนิคอร์นได้ภายใน 5 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในโลกของธุรกิจสตาร์ตอัป มักจะเห็นตัวอย่างผู้ก่อตั้งบริษัทที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็น บิล เกตส์ หรือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งต่างเริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบการในวัยเพียง 19 ปี และ ในยุคที่ AI เติบโตอย่างก้าวกระโดด แนวโน้มดังกล่าวยิ่งเด่นชัดมากขึ้น เมื่อผู้ก่อตั้งบริษัทระดับ ‘ยูนิคอร์น’ ในสาย AI มีอายุเฉลี่ยลดลงอย่างชัดเจน
สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดจาก Antler บริษัทเงินร่วมลงทุนระดับโลก ซึ่งวิเคราะห์บริษัทยูนิคอร์น 1,629 แห่ง และ ผู้ก่อตั้งกว่า 3,512 คน ระบุว่า อายุเฉลี่ยของผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป AI ระดับยูนิคอร์น ลดลงจากราว 40 ปีในปี 2021 เหลือเพียง 29 ปีในปี 2024
ที่น่าสนใจคือ แนวโน้มนี้สวนทางกับอุตสาหกรรม อื่น ๆ อย่างชัดเจน ในขณะที่ผู้ก่อตั้งสาย AI อายุน้อยลง แต่ผู้ก่อตั้งยูนิคอร์นในอุตสาหกรรมทั่วไปกลับมีอายุเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมในปี 2014 ที่ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นธุรกิจในวัยประมาณ 30 ปี แต่สำหรับบริษัทที่ก้าวสู่ระดับยูนิคอร์นในช่วงปี 2022–2024 อายุเฉลี่ยของผู้ก่อตั้งกลับขยับขึ้นไปมากกว่า 34 ปี
ตลอดปีที่ผ่านมา สตาร์ตอัป AI ที่มีผู้ก่อตั้งอายุน้อยหลายแห่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ อเล็กซานเดอร์ หวัง ผู้ร่วมก่อตั้ง Scale AI บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลสำหรับการฝึกโมเดล AI ซึ่งมีมูลค่ากิจการราว 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่ง อเล็กซานเดอร์ หวัง มีอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนมิถุนายน 2025 Meta ได้ดึงตัวอเล็กซานเดอร์ หวัง ไปร่วมงานผ่านดีลมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อให้เข้ามาเป็นผู้นำหน่วยวิจัย AI แห่งใหม่ในชื่อ TBD Labs โดยการปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทีม Generative AI เดิม ซึ่งนำโดย ยานน์ เลอคุน นักวิทยาศาสตร์ AI วัย 65 ปี ไม่สามารถผลักดันโมเดล LLaMA 4 ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
โดยการเปลี่ยนผ่านผู้นำดังกล่าว สะท้อนให้เห็นมุมมองของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ที่ต้องการผู้นำด้าน AI ที่มีความคล่องตัว กล้าทดลอง และ มีหัวใจของผู้ประกอบการ เพื่อเร่งความเร็วในการแข่งขันด้าน AI ของ Meta ให้ทัดเทียมคู่แข่งในตลาด
แนวโน้มเดียวกันนี้ยังปรากฏในสตาร์ตอัป AI อื่นๆ เช่น Mercor แพลตฟอร์ม AI ด้านการคัดเลือก และ จัดหาบุคลากร ซึ่งก่อตั้งโดย Brendan Foody, Adarsh Hiremath และ Surya Midha ผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คนมีอายุเพียง 22 ปี และบริษัทเพิ่งถูกประเมินมูลค่าสูงกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะที่ AnySphere แพลตฟอร์ม AI ช่วยเขียนโค้ดสำหรับนักพัฒนา ซึ่งมีมูลค่ากิจการมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ก็มีผู้บริหารหลักเป็นคนวัยยี่สิบต้น ๆ เช่นกัน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของผู้นำเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
ฟริดจอฟ แบร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Antler กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้ก่อตั้งในยุค AI เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รวมถึงการทดลองอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง กลายเป็นปัจจัยสำคัญเหนือกว่าประสบการณ์การทำงานที่ยาวนาน หรือการยึดติดกับตำราการขยายธุรกิจแบบดั้งเดิม ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบัน
พร้อมยังชี้ว่า องค์กรขนาดใหญ่ในวันนี้ให้ความสำคัญกับศักยภาพในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากกว่าประวัติการทำงานยาวนานในบริษัทชั้นนำ ขณะที่ประสบการณ์การสร้างบริษัทแบบเดิม อาจกลายเป็นข้อจำกัด เพราะทำให้ผู้ก่อตั้งไม่สามารถคิดจากกระดานเปล่าได้ ต่างจากคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีล่าสุดโดยตรงจากการเรียนรู้และใช้งานจริง
นอกจากนี้ รายงานของ Antler ยังพบว่า สตาร์ตอัป AI ใช้เวลาน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่นราว 2 ปี ในการเติบโตสู่ระดับยูนิคอร์น โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยเพียง 4.7 ปี ตัวอย่างบริษัท AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 ได้แก่ Mistral, Lovable และ Suno AI
สอดคล้องกับรายงาน Leonis AI 100 ของบริษัทเงินร่วมลงทุน Leonis ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ระบุว่า ผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป AI มีอายุเฉลี่ย 29 ปี นับจากวันที่ก่อตั้งบริษัท โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยกลางถึงปลาย 20 ปี และมักมีพื้นฐานจากแวดวงวิชาการหรือห้องวิจัย มากกว่าการเติบโตจากองค์กรขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ฟริดจอฟ แบร์ก ทิ้งท้ายว่า แม้ผู้ก่อตั้งวัยหนุ่มสาวจะช่วยให้บริษัทเคลื่อนตัวได้รวดเร็ว แต่เมื่อธุรกิจเติบโตเต็มที่ บทบาทผู้นำอาจต้องปรับเปลี่ยนไปตามบริบท และการเริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อยก็ไม่ได้รับประกันว่า ผู้ก่อตั้งทุกคนจะยังคงเป็นผู้นำบริษัทนั้นต่อไปในอีก 5–10 ปีข้างหน้า
ภาพ: Creativa Images/shutterstock
อ้างอิง:
The post เปิดสถิติผู้ก่อตั้ง สตาร์ตอัป AI รุ่นใหม่ อายุต่ำกว่า 29 ปี ปั้นยูนิคอร์นได้ภายใน 5 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
Meta Platforms ประกาศปลดพนักงานประมาณ 600 ตำแหน่งภายในห […]
The post ‘ใหญ่เทอะทะ-แข่งกันเอง’ Meta ปลดพนักงาน AI 600 คน หวังลดขนาด-เสริมอำนาจ อเล็กซานเดอร์ หวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Meta Platforms ประกาศปลดพนักงานประมาณ 600 ตำแหน่งภายในหน่วยงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ Superintelligence Labs เมื่อวันพุธ (22 ต.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการ ‘ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่’ เพื่อลดลำดับชั้นการบังคับบัญชาและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิ AI
โฆษกของ Meta ยืนยันกับ CNBC ว่าการลดตำแหน่งงานครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในหลายส่วน ทั้งหน่วยวิจัย AI พื้นฐาน (FAIR), ทีมโครงสร้างพื้นฐาน AI และตำแหน่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการดำเนินการตามบันทึกภายในจาก อเล็กซานเดอร์ หวัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI คนใหม่
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าการปลดพนักงานครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ TBD Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่และรวบรวมบุคลากร AI ระดับหัวกะทิที่บริษัททุ่มเงินดึงตัวมาร่วมงานเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนถึง ‘เดิมพันครั้งใหม่’ ของซีอีโออย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ที่ให้ความสำคัญกับทีมงานใหม่มากกว่าพนักงานเดิม
แหล่งข่าวภายในระบุว่า หน่วยงาน AI ของ Meta ก่อนหน้านี้ถูกมองว่ามีขนาดใหญ่เทอะทะเกินไป และทีมต่างๆ มักจะแข่งขันกันเองเพื่อแย่งชิงทรัพยากร การปลดพนักงานครั้งนี้จึงเป็นความพยายามในการลดขนาดแผนกและเสริมอำนาจให้ อเล็กซานเดอร์ หวัง ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ AI ของบริษัท
Meta ได้ยกเครื่องแนวทางด้าน AI อย่างจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Google ได้ โดยทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการสรรหาบุคลากร ซึ่งรวมถึงการลงทุน 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 4.69 แสนล้านบาท) ใน Scale AI และการดึงตัว อเล็กซานเดอร์ หวัง เข้ามานำทัพ
ภายหลังการปรับลดครั้งนี้ จำนวนพนักงานใน Superintelligence Labs จะเหลืออยู่ต่ำกว่า 3,000 คน โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งได้รับแจ้งว่าวันทำงานสุดท้ายคือวันที่ 21 พฤศจิกายน และจะได้รับเงินชดเชย 16 สัปดาห์บวกกับอีกสองสัปดาห์สำหรับทุกปีที่ทำงาน
การปรับโครงสร้างนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ซัคเคอร์เบิร์ก แสดงความไม่พอใจต่อความคืบหน้าด้าน AI ของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่โมเดล Llama 4 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน ได้รับการตอบรับที่ไม่ดีนักจากนักพัฒนา
ขณะเดียวกัน Meta ยังคงเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันอังคาร (21 ต.ค.) ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศข้อตกลงมูลค่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 8.85 แสนล้านบาท) กับ Blue Owl Capital เพื่อเป็นเงินทุนในการสร้างศูนย์ข้อมูล Hyperion ขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะมีขนาดครอบคลุมพื้นที่ ‘ส่วนสำคัญของแมนฮัตตัน’ เลยทีเดียว
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.78 บาท ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2568
ภาพ : REUTERS/Gonzalo Fuentes/File Photo
อ้างอิง:
The post ‘ใหญ่เทอะทะ-แข่งกันเอง’ Meta ปลดพนักงาน AI 600 คน หวังลดขนาด-เสริมอำนาจ อเล็กซานเดอร์ หวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในทางการรบแล้วมีคำกล่าวว่า ‘ใครครองน่านฟ้าได้ ผู้นั้นชน […]
The post ใครคือ อเล็กซานเดอร์ หวัง? อัจฉริยะพันล้านที่ Meta ทุ่ม 4.6 แสนล้านบาท จ้างมากู้วิกฤตสงคราม AI ที่กำลังพ่ายแพ้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในทางการรบแล้วมีคำกล่าวว่า ‘ใครครองน่านฟ้าได้ ผู้นั้นชนะศึก’ แต่สำหรับโลกเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ก้าวเร็วเสียยิ่งกว่ารถแข่งเอฟวันแล้ว ต้องบอกว่า ‘ใครครองเอไอได้ ผู้นั้นจะครองโลก’
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บรรดายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลกพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะหาทางเอาชนะคู่แข่งให้ได้ในเกมสงครามปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent) และทำให้เทคโนโลยีสมองกลก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ChatGPT ของ OpenAI, Gemini ของ Google หรือแม้แต่ Grok ของ X (Twitter เดิม) กลายเป็นเพื่อนผู้รู้ใจของคนทุกเพศทุกวัยที่ไม่ว่าจะอยากหาคำตอบเรื่องอะไร ไปจนถึงการขอความช่วยเหลือในการเรียน การทำงาน เอไอเหล่านี้ทำได้ทุกอย่าง
แต่น่าแปลกใจไหม ที่เอไอของ Meta ยักษ์ใหญ่อีกตนของโลกเทคโนโลยีที่ครั้งหนึ่งพยายามจะเป็นผู้นำในการพาทุกคนไปสู่โลกจำลองแห่งอนาคตด้วย Metaverse กลับไม่เป็นที่พูดถึงสักเท่าไร ร้ายกว่านั้นคือเอไอที่ใช้งานบนบริการหลักอย่าง Facebook กลับสร้างปัญหาให้แก่ผู้ใช้งานจำนวนมาก
ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ Meta ตัดสินใจครั้งใหญ่ในการลงทุน 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์ (4.64 แสนล้านบาท) ในบริษัท Scale AI
โดยการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อแลกกับหุ้นจำนวน 49 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
แต่เพื่อการคว้าตัวอเล็กซานเดอร์ หวัง (Alexander Wang) ซีอีโอของ Scale AI ที่จะมาเป็น ‘ขุนศึก’ คนใหม่ของ Meta ในการรบสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์
คำถามตัวโตๆ คือ Scale AI และขุนศึกคนใหม่เก่งและสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?
ดีลระหว่าง Meta กับ Scale AI สร้างความฮือฮาได้พอสมควรในโลกเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของมูลค่าการลงทุนที่มหาศาล
แต่เป็นเพราะพวกเขาได้ตัวอเล็กซานเดอร์ หวัง ซีอีโอของ Scale AI มาร่วมทัพด้วยข้อตกลงมูลค่าถึง 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์
โฆษกของ Meta ได้ยืนยันข้อตกลงความร่วมมือกันระหว่าง 2 บริษัทว่าเจ้าของ Facebook และ Instagram ได้ตกลงที่จะร่วมมือกันในฐานะ ‘พันธมิตรด้านกลยุทธ์’ ผ่านการลงทุนกับ Scale AI
“ส่วนหนึ่งของข้อตกลงครั้งนี้ เราจะทำงานร่วมกันในการผลิตข้อมูลสำหรับโมเดล AI และอเล็กซานเดอร์ หวัง จะเข้าร่วมกับ Meta ในทีม Superintelligence” พร้อมยืนยันว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงการทำงานร่วมกันและการได้ขุนศึกคนใหม่อย่างหวังมาร่วมทัพในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ดีสำหรับคนในวงการดีลครั้งนี้ถือว่าเป็นดีลใหญ่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
เพราะทั้ง Scale AI และหวัง ถือว่า ‘ไม่ธรรมดา’

สำหรับ Scale AI นั้น แม้จะไม่ได้เป็นผู้ให้บริการในแบบเดียวกับที่ OpenAI หรือ Alphabet (Google) เป็น แต่ในวงการเอไอแล้วพวกเขาถือว่าเป็นบริษัทที่มีความสำคัญ
เพราะ Scale AI ทำงานร่วมกับบริษัทที่ลุยธุรกิจด้านนี้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็น OpeanAI, Alphabet, Microsoft หรือแม้แต่ Meta เองก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ของพวกเขาเช่นเดียวกัน
สิ่งที่บริษัทแห่งนี้ทำคือการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการสอนและพัฒนา AI ผ่านการเตรียมข้อมูลที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีผ่านทั้งระบบอัตโนมัติและผ่านผู้คัดกรองข้อมูลที่เป็นมนุษย์จริงๆ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เพื่อการ ‘เทรน’ ปัญญาประดิษฐ์ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ไม่ต่างอะไรจากเชฟที่ตระเตรียมอาหารดีๆ ไว้ให้ทุกมื้อ และคุณครูที่สอนแต่สิ่งดีๆ ที่โรงเรียนในทุกวัน เอไอที่ผ่านการเทรนโดยข้อมูลของ Scale AI จะเติบโตเป็น AI ที่ฉลาด มีคุณภาพ และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและน่าเชื่อถือ
Meta มองเห็นศักยภาพของบริษัทแห่งนี้และสิ่งที่พวกเขาทำว่าน่าจะสามารถแก้เกมด้านการพัฒนาเอไอของตัวเองที่ยังไม่ถือว่าโดดเด่นมากพอในตลาดเวลานี้ได้ จึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะใหม่นิดหน่อย
จากลูกค้ามาเป็นผู้ถือหุ้น และเป็นหุ้นใหญ่ด้วย
แต่นั่นไม่ได้เป็นเป้าหมายที่แท้จริง เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของ Meta และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก คือการคว้าตัวซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Scale AI อย่างอเล็กซานเดอร์ หวัง มาให้ได้

ภาพ : Tada Images / Shutterstock
ในแวดวงสายเทคโนโลยีและซิลิคอนแวลลีย์ ชื่อของ อเล็กซานเดอร์ หวัง เป็นชื่อที่ผู้คนรู้จักกันเป็นอย่างดี
เพราะนี่คือซีอีโอผู้ที่ทั้งสร้างสตาร์ทอัพสู่การเป็น ‘ยูนิคอร์น’ ได้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 22 ปี และเป็น ‘มหาเศรษฐีพันล้าน’ (Billionare) ที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกได้ตั้งแต่อายุแค่ 25 ปี
ปัจจุบันในวัย 28 ปี ก่อนหน้าที่จะถูก Meta ซื้อตัวเขามีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.16 แสนล้านบาทแล้วตามการเก็บรวบรวมข้อมูลโดย Forbes
หวัง เริ่มต้นชีวิตการทำงานตั้งแต่อายุแค่ 17 ปีในฐานะวิศวกรของ Quora ที่ทำให้เขาได้รู้จักกับระบบปัญญาประดิษฐ์และ Machine learning ก่อนจะตัดสินใจตั้งบริษัทของตัวเองอย่าง Scale AI ในปี 2016 ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น
เขามองเห็นช่องทางในการสร้างรายได้มหาศาลจากการเตรียมข้อมูลและการสร้างแบบจำลองรวมถึงแอปพลิเคชันที่จะใช้สำหรับการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ซึ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเขียนโค้ด ในช่วงเวลาที่น้อยคนจะรู้จักและจินตนาการถึงคำว่า AI ออกด้วยซ้ำไป
จากจุดเริ่มด้วยการชวนเพื่อนสนิทอย่าง ลูซี กัว (Lucy Gua) และบอกกับที่บ้านว่าจะทำโปรเจกต์พิเศษในช่วงปิดเทอม โปรเจกต์พิเศษนี้กลับได้รับเงินทุนก้อนแรกจาก Y Combinator ก่อนจะกลายเป็นสตาร์ทอัพที่ไม่มีใครหยุดอยู่
หวัง ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของ Scale AI แต่เพียงผู้เดียวเพราะมีผู้ลงทุนอีกมากมายที่สนใจจะลงขันด้วยเพราะเชื่อในตัวเขา โดยถือหุ้น 15 เปอร์เซ็นต์ในบริษัท และอยู่บทบาทสำคัญอย่างการเป็นซีอีโอ
สิ่งที่คนในวงการชื่นชมตัวหวังอย่างมากนอกจากเรื่องของวิสัยทัศน์คือความเป็นผู้นำที่ดี ซึ่งทำให้ Scale AI กลายเป็นบริษัทที่เต็มไปด้วยคนเก่งที่ถูกชักชวนให้มาร่วมงานกัน ในบรรยากาศการทำงานที่ดี
สิ่งนี้คือสิ่งที่ Meta คาดหวังจากตัวเขา ที่จะทำในสิ่งที่แม้แต่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็ไม่สามารถทำได้

อเล็กซานเดอร์ หวัง จะเข้ามาเป็นผู้นำของหน่วยงาน Superintelligence ของ Meta ซึ่งเปรียบเสมือนหน่วยรบพิเศษที่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ตั้งขึ้นเพื่อเดินหน้าในงานด้านเอไอ แต่ปัญหาคือที่ผ่านมาความคืบหน้าและผลงานมีน้อยจนเกินไป
‘Llama 4’ เอไอของพวกเขาตามหลังผู้นำอย่าง ChatGPT และ Gemini ไกลลิบในทางความรู้สึกและในทางปฏิบัติ
หวัง คือความหวังของ Meta ที่จะพลิกกระดานในเรื่องนี้ โดยความรับผิดชอบหลักของเขาคืองานด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence หรือ AGI) ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของซักเคอร์เบิร์ก
เพราะปกติแล้วผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook จะใช้วิธีการผลักดัน ‘คนใน’ ขึ้นมารับตำแหน่งในระดับสูงก่อน แต่ครั้งนี้ซักเคอร์เบิร์กมองแล้วว่าบางทีคนนอกแต่มีความรู้และเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีจากหวัง อาจจะช่วยพลิกสถานการณ์ให้กับ Meta ที่เป็นรองคู่แข่งมาโดยตลอดได้ในสมรภูมินี้
สำหรับหวัง โอกาสครั้งนี้ก็ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในชีวิตของเขาที่มีราคาค่าตอบแทนสูงอย่างมากเช่นกัน
เพราะแม้ว่า Meta จะซื้อตัวเขามาด้วยราคาอย่างงาม แต่หวังก็ต้องแลกกับการลาจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งมาด้วยเช่นกัน
“อย่างที่พวกคุณคงจะได้เห็นข่าวแล้ว โอกาสอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูง” หวัง เขียนในจดหมายน้อยที่ส่งถึงพนักงานของ Scale AI ที่มีการเผยแพร่ผ่านทาง X ด้วย “ราคาที่ต้องจ่ายคือการที่ผมต้องออกจากที่นี่โดยทันที แต่ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติที่สุดในชีวิตแล้วที่ได้รับใช้พวกคุณในฐานะซีอีโอ”
ทั้งนี้คาดว่าจะมีพนักงานของ Scale AI บางส่วนตามหวังมาทำงานที่ Meta ด้วย
แต่ในเวลาเดียวกัน Scale AI ยืนยันว่าการทำงานร่วมกับบริษัทอื่นๆ ซึ่งรวมถึงคู่แข่งของ Meta อย่าง OpenAI และ Alpahbet ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะ Metaจะไม่สามารถเข้ามายุ่มย่ามในส่วนของธุรกิจหรือล้วงข้อมูลบริการต่างๆ ได้
อีกทั้งยังได้แต่งตั้ง เจสัน ดรอจ (Jason Droege) หัวหน้าแผนกกลยุทธ์ซึ่งเคยเป็นรองประธานของ Uber ขึ้นมาเป็นซีอีโอคนใหม่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดีปฏิเสธไม่ได้ว่าการเดินหมากตานี้ของ Meta ถือว่าสะเทือนวงการพอสมควร เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวอาจจะได้นกเกิน 2 ตัว เพราะสะเทือนทั้งป่า
แต่พวกเขาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งหวัง จะสามารถพลิกเกมในกระดานนี้ได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
ที่บอกได้คือหมากตานี้มีความหมายแน่นอน!
ภาพปก: Gonzalo Fuentes / File Photo / Reuters
อ้างอิง:
The post ใครคือ อเล็กซานเดอร์ หวัง? อัจฉริยะพันล้านที่ Meta ทุ่ม 4.6 แสนล้านบาท จ้างมากู้วิกฤตสงคราม AI ที่กำลังพ่ายแพ้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากให้เหล่าสายแฟชั่นนึกถึงแบรนด์เสื้อผ้าที่เป็นจุดเริ่ม […]
The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT UNIQLO FASHION COLLABORATIONS แบรนด์ LifeWear และโปรเจกต์ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากให้เหล่าสายแฟชั่นนึกถึงแบรนด์เสื้อผ้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสนุกในการแต่งตัว ได้ลองหยิบจับไอเท็มต่างๆ มามิกซ์แอนด์แมตช์ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายแต่ยังคุณภาพดี คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่นึกถึง UNIQLO แบรนด์ไลฟ์แวร์สัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของโลโก้สีแดงสดสะดุดตา
ซึ่ง UNIQLO มีพาร์ตสำคัญที่เป็นงานคอลลาบอเรชันร่วมกับแบรนด์ ดีไซเนอร์ หรือศิลปินชื่อดังน่าสนใจมากมาย ทยอยออกมาอยู่เรื่อยๆ โดยดีไซเนอร์แต่ละคนต่างก็ถ่ายทอดเอกลักษณ์และความสวยงามในแบบฉบับของตนเองผ่านการตีความสไตล์ของ UNIQLO
วันนี้ THE STANDARD POP จึงอยากจะพาทุกคนย้อนรอย 7 การร่วมมือระหว่าง UNIQLOและแบรนด์ต่างๆ ที่มาสร้างปรากฏการณ์ในโลกแฟชั่นกัน
เริ่มต้นที่การคอลลาบอเรชันครั้งแรกของ UNIQLOที่ได้จับมือกับดีไซเนอร์เจ้าแม่แนวมินิมัลจากเยอรมนี Jil Sander เมื่อปี 2009 ออกมาเป็นไลน์เสื้อผ้า UNIQLO +J ที่เหล่าสาวกน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันดี เพราะเครื่องแต่งกายในคอลเล็กชันนี้ได้รับความนิยมตั้งแต่วางขาย ด้วยเสน่ห์ความมินิมัลของไอเท็มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ต สเวตเตอร์ คาร์ดิแกน เสื้อโค้ต หรือกางเกงขายาว ที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่มองหาเสื้อผ้าใส่ในชีวิตประจำวันไปจนถึงกลุ่มคนรักแฟชั่นระดับไฮเอนด์ ถึงแม้จะทิ้งช่วงนานเกือบทศวรรษหลังออกคอลเล็กชันในปี 2011 ก่อนกลับมาเผยโฉมอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 เรื่อยมาจนถึงฤดูกาล Autumn/Winter 2022 เครื่องแต่งกายจากคอลเล็กชันที่มาพร้อมโลโก้ +J ยังเป็นไลน์ฮิตที่แฟนๆ ให้การตอบรับอย่างดีเสมอมา

สำหรับผลงานการคอลลาบอเรชันถัดมานั้นถูกใจคนรักสีสันอย่างแน่นอน เพราะเรากำลังจะพูดถึง UNIQLOที่ได้จับมือกับ Marimekko นำความสดใสและทันสมัยสไตล์นอร์ดิก บ้านเกิดของ Marimekko มาหลอมรวมเข้ากับความละเอียดอ่อนของงานดีไซน์สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งไอเท็มสุดไอคอนิกก็คงหนีไม่พ้นเดรสพิมพ์ลายดอกไม้จากอาร์ไคฟ์ที่นำสตอรีความเชื่อของชาวฟินแลนด์มาสอดแทรกไว้ หรือจะเป็นลวดลายที่นำองค์ประกอบของวงกลม เส้นตรง เส้นโค้ง มาใช้อย่างโดดเด่น รวมไปถึงแอ็กเซสซอรีอย่างหมวกบักเก็ตและกระเป๋าผ้าซึ่งเป็นผลงานที่ถูกใจเหล่าสายแฟเมืองร้อนอย่างเราๆ กันเป็นพิเศษ

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบแต่งตัวในสไตล์ไหน แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนต้องมีติดตู้ไว้คือเหล่าเบสิกไอเท็มที่จะแมตช์เข้ากับลุคใดก็เสริมความดูดีขึ้นมาได้อีกระดับ และ UNIQLOเองก็มีไลน์เครื่องแต่งกายที่ร่วมมือกับ Christophe Lemaire อดีตผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Hermès มาร่วมถ่ายทอดความเรียบหรูผ่านวัสดุและการตัดเย็บคุณภาพสูง ให้กลายเป็นเครื่องแต่งกายที่ตรงนิยามคำว่า Timeless ซึ่งเปิดตัวในฤดูกาล Fall/Winter 2015 ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจนนำไปสู่การสร้างไลน์UNIQLO U ที่ดีไซน์เหนือกาลเวลามาให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงได้และสวมใส่ได้ในทุกวัน

สุดท้ายกับการจับมือแบรนด์ลักชัวรีจากแดนอิตาลีอย่าง Marni ที่นำสีสันและความสนุกสนานเต็มพิกัดมาให้เหล่าสาวกได้จับจองกันตลอดทั้งปี 2022 ทั้งช่วง Spring/Summer ที่มากับซิลูเอตสบายๆ อย่างเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด กางเกงทรงบอลลูน หรือเดรสที่มีความพลิ้วไหว ประกอบกับลายพรินต์ที่นำรูปเรขาคณิตและแพตเทิร์นต่างๆ มาใช้เพื่อบ่งบอกถึงความสดใสท่ามกลางแสงแดดและอากาศอบอุ่น ส่วนในฤดูกาล Fall/Winter ก็มาเพิ่มความมีชีวิตชีวาในช่วงอากาศหนาวด้วยการใช้สีสไตล์โมโนโครม แต่ปรับเปลี่ยนลวดลายไปตามแต่ละไอเท็ม LifeWear เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชันที่เพิ่มความสนุกในการแต่งตัวให้สายแฟได้เป็นอย่างดี

อีกส่วนสำคัญของแบรนด์ที่กลายเป็นที่จดจำในหมู่คอแฟชั่นนั่นก็คือเสื้อ T-Shirt ไลน์ UT ที่เต็มไปด้วยลวดลายกราฟิกคอลแลบกับหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะศิลปะ ดนตรี แอนิเมชัน หรือภาพยนตร์ ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความชิคเหล่านี้ก็คือ NIGO (Tomoaki Nagao) ดีไซเนอร์ระดับตำนานแห่งกรุงโตเกียว ผู้ทรงอิทธิพลในวงการสตรีทแฟชั่นด้วยดีกรีเจ้าของแบรนด์ BAPE (A Bathing Ape) และ HUMAN MADE ที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยเขานับเป็นดีไซเนอร์คนแรกเป็นร่วมงานกับ UNIQLOในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ UT ในปี 2013 และเป็นผู้พาแบรนด์ก้าวเข้าสู่เส้นทางสตรีทแวร์นั่นเอง

จะเล่าถึงแบรนด์ UNIQLOทั้งที สิ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือเสื้อผ้ารุ่น HEATTECH อันโด่งดัง ที่นำเทคโนโลยีการผลิตเสื้อผ้ายุคใหม่มาจับคู่กับงานแฟชั่นดีไซน์ได้อย่างชาญฉลาด โดยนอกจากนวัตกรรมการกักเก็บอุณหภูมิที่น่าทึ่งแล้ว ทางแบรนด์ได้ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ Alexander Wang ในฤดูกาล Fall/Winter 2018 ที่ตีความเครื่องแต่งกายรุ่น HEATTECH ใหม่ เผยโฉมออกมาเป็นคอลเล็กชันบอดี้สูท กางเกงเลกกิ้ง เสื้อชั้นใน และเสื้อยืดแขนยาว ในดีไซน์และสีสันที่มีความโมเดิร์นหรูหรา ทำให้เป็นที่จดจำของเหล่าคนรักการท่องเที่ยว และต่อยอดมาจนถึงคอลเล็กชัน Spring/Summer 2019 กับรุ่น AIRism ไลน์เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติระบายอากาศ ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นความลงตัวของดีไซน์และฟังก์ชันซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญด้วยเช่นกัน

ใครที่เดินเข้าร้าน UNIQLOอยู่บ่อยๆ คงไม่พลาดที่จะหยิบจับไอเท็มจากไลน์UNIQLO x JW Anderson เข้าลิสต์ชุดตัวโปรดกันแน่นอน ซึ่งผลงานสุดโมเดิร์นที่ไม่ว่าใครก็แมตช์ได้ง่ายนี้ เป็นฝีมือการออกแบบร่วมกันของดีไซเนอร์ชื่อดังจากอังกฤษอย่าง Jonathan Anderson แห่งแบรนด์ JW Anderson ที่นำกลิ่นอายวัยรุ่นอังกฤษ ตั้งแต่สไตล์เสื้อผ้า เช่น เทรนช์โค้ต นิตแวร์ แจ็กเก็ตผ้าฟลีซ ตลอดจนสีสันและลวดลาย มาผสมผสานกับงานดีไซน์ตามแบบฉบับของ UNIQLOได้อย่างลงตัว โดยคอลเล็กชันUNIQLO x JW Anderson เปิดตัวให้ทุกคนได้เห็นกันครั้งแรกในฤดูกาล Fall/Winter 2017 และยังคงสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ในแต่ละซีซัน ซึ่งคอลเล็กชันล่าสุดอย่าง Spring/Summer 2024 นั้นก็เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้เอง

ภาพ: Courtesy ofUNIQLO
The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT UNIQLO FASHION COLLABORATIONS แบรนด์ LifeWear และโปรเจกต์ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
Alexander Wang ออกคอลเล็กชันต้อนรับเทศกาลตรุษจีนและปีเถ […]
The post Alexander Wang ออกคอลเล็กชันตรุษจีนที่โดดเด่นด้วยกระเป๋าตุ๊กตากระต่ายปักไรน์สโตน appeared first on THE STANDARD.
]]>
Alexander Wang ออกคอลเล็กชันต้อนรับเทศกาลตรุษจีนและปีเถาะทอง 2023 ด้วยแคปซูลคอลเล็กชันเสื้อผ้าและเครื่องประดับโทนสีแดงดำและการปักลายกระต่ายบนสินค้าขายดี
สินค้าไฮไลต์ครั้งนี้คือกระเป๋าคล้องข้อมือรูปตุ๊กตากระต่ายปักไรน์สโตน ที่ต่อยอดมาจากความนิยมของดีเทลสินค้าที่มักจะประดับด้วยพลอยไร้สี เช่น กระเป๋าถือทรงเหลี่ยมรุ่น Heiress และรองเท้าส้นสูงอีกหลายรุ่น
ทางด้านเสื้อผ้ามีทั้งเสื้อแขนยาว เสื้อแขนกุด แจ็กเก็ตและกางเกงยีนส์ประดับด้วยเพชร Hotfix ที่มาในลายกระต่ายท่าทางต่างๆ เสื้อแจ็กเก็ตและกางเกงเข้าชุดผ้ากำมะหยี่ และกระเป๋าขนนกกระจอกเทศรูปหัวใจสีแดงสด
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา Alexander Wang ได้ปรับทิศทางการสื่อสารของแบรนด์ใหม่ ที่ผสมวัฒนธรรมตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะวัฒนธรรมจีนที่เป็นเชื้อสายของทางดีไซเนอร์เอง ไม่ว่าจะเป็นผ่านแฟชั่นโชว์คอลเล็กชันชื่อว่า Fortune City เมื่อเดือนเมษายน ปี 2022 ที่ไปจัดในย่าน Chinatown ของนครลอสแอนเจลิส และการใช้ไอเดียวิดีโอไวรัลจาก TikTok ในประเทศจีน มาทำเป็นคอนเทนต์โปรโมตสินค้า
ภาพ: Alexander Wang
The post Alexander Wang ออกคอลเล็กชันตรุษจีนที่โดดเด่นด้วยกระเป๋าตุ๊กตากระต่ายปักไรน์สโตน appeared first on THE STANDARD.
]]>
รองเท้าแตะคีบนอกจากจะใส่สบายแล้ว ยังเหมาะกับช่วงหน้าฝนท […]
The post Add to Basket? รองเท้าแตะคีบจาก Alexander Wang appeared first on THE STANDARD.
]]>
รองเท้าแตะคีบนอกจากจะใส่สบายแล้ว ยังเหมาะกับช่วงหน้าฝนที่มักจะตามมาด้วยน้ำท่วมขังฉับพลัน Add to Basket? เลยขอเสนอรองเท้าจากแบรนด์ Alexander Wang ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่ต้องทนลุยน้ำเพื่อเดินทางกลับบ้านยามฝนพรำ
รองเท้าแตะคีบคู่นี้ทำมาจากยางสกรีนโลโก้ Alexander Wang สีขาวตัดกับพื้นรองเท้าที่มีความหนาถึง 1.5 เซนติเมตร บริเวณหัวรองเท้าเป็นทรงเหลี่ยมเพิ่มความโดดเด่นมากกว่ารองเท้าแตะทั่วไป ส่วนสายรองเท้าทำมาจากไนลอนถักที่มีความทนทานทุกสภาพอากาศ สนนราคาคู่ละ 7,700 บาท ซึ่งถือว่าไม่แรงมาก (มั้ง) เพราะสามารถใส่ได้ตลอดทั้งปี ตั้งแต่ฝนตก แดดออก

ภาพ: Alexander Wang
ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล
The post Add to Basket? รองเท้าแตะคีบจาก Alexander Wang appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชัน Collaboration แห่งปีที่คนสายแ […]
The post สายแฟชั่นห้ามพลาด! Uniqlo และ Marni เตรียมออกคอลเล็กชันร่วมกันครั้งแรก พร้อมขาย 20 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชัน Collaboration แห่งปีที่คนสายแฟชั่นต้องตื่นเต้นสุดๆ หลัง Uniqlo ได้ประกาศจับมือกับแบรนด์ลักชัวรีสายอาร์ตจากประเทศอิตาลี ขวัญใจหลายคนอย่าง Marni เพื่ออออกคอลเล็กชันด้วยกันครั้งแรก ซึ่งจะวางขาย 20 พฤษภาคมนี้
สำหรับคอลเล็กชัน Uniqlo x Marni มาในคอนเซปต์ ‘Universality’ หรือ ‘ความเป็นสากล’ ซึ่งทาง Francesco Risso ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Marni ได้ดีไซน์เสื้อผ้าที่เปิดกว้างด้านความคิดสร้างสรรค์ ไม่จำกัดเรื่องเพศ และแน่นอนได้นำไอเท็มสุดคลาสสิกของ Uniqlo ที่เปี่ยมไปด้วยปรัชญา LifeWear ตามดีเอ็นเอของแบรนด์มาตีความให้สนุกและมีมิติมากยิ่งขึ้น ซึ่งเห็นได้จากลวดลายสไตล์ป๊อปและลายพรินต์กราฟิกสีโทนร้อน ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้หลายคนจำแบรนด์ Marni ได้
ในด้านของคีย์ไอเท็มในคอลเล็กชัน Uniqlo x Marni ก็มี เช่น เสื้อโค้ตบล็อกเทค (Blocktech) เซ็ตชุดนอน ชุดกระโปรงบอลลูนในไลน์อัพผู้หญิงที่มากับกระโปรงทรงพลีต ส่วนสำหรับไอเท็มผู้ชายก็มีเสื้อแจ็กเก็ตและกางเกงที่มาพร้อมกับคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนของ Marni กับลายพรินต์กิงแฮม รวมถึงเสื้อฮู้ดแบบพับเก็บได้ (Pocketable Parka) ในผ้าไนลอน และก็ยังมีกางเกงว่ายน้ำที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญต้อนรับฤดูซัมเมอร์ในแถบทวีปยุโรป
การที่ Uniqlo ได้มาร่วมงานกับ Marni ก็ตอกย้ำอีกครั้งถึงความสำคัญของโปรเจ็กต์ Special Collaboration ที่ Uniqlo ทำคอลเล็กชันร่วมกับแบรนด์แฟชั่นหรือดีไซเนอร์ชื่อดัง อย่างเช่นก่อนหน้านี้ก็มี JW Anderson, Marimekko, Jil Sander, Alexander Wang หรือ Tomas Maier ซึ่งกับแต่ละคนทาง Uniqlo ก็ไม่ได้เลือกที่จะทำ 1 คอลเล็กชันจบ แต่มักจะออกมาอย่างน้อย 2-3 คอลเล็กชันเป็นอย่างต่ำ
Uniqlo x Marni เตรียมวางขายวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565 ที่ร้าน Uniqlo สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และออนไลน์สโตร์ UNIQLO.com

ภาพ: Uniqlo
The post สายแฟชั่นห้ามพลาด! Uniqlo และ Marni เตรียมออกคอลเล็กชันร่วมกันครั้งแรก พร้อมขาย 20 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อเล็กซานเดอร์ แวง ดีไซเนอร์ชื่อดังออกมาขอโทษผ่านโพสต์บน […]
The post “ผมเสียใจที่ผมทำให้หลายคนเจ็บปวด” Alexander Wang ออกมาขอโทษและจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นจากเหตุล่วงละเมิดทางเพศ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อเล็กซานเดอร์ แวง ดีไซเนอร์ชื่อดังออกมาขอโทษผ่านโพสต์บนอินสตาแกรมของตัวเองจากเหตุล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าจะเป็นตัวอย่างและปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นต่อไป
นับเป็นเวลาสองเดือนเต็มที่ดีไซเนอร์ชาวอเมริกันชื่อดังเงียบหายไป หลังจากที่ออกมาแถลงการและปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดทางเพศและมอมเมาสารเสพติดนายแบบและนางแบบผ่านทางเว็บไซต์ของนิตยสาร Vogue ไปเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนเมื่อคืนที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์ แวง ได้ออกแถลงการณ์มาอีกหนึ่งฉบับ
“เมื่อไม่นานมานี้มีบุคคลจำนวนมากออกมาเรียกร้องเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวในอดีตของผม ผมสนับสนุนสิทธิของพวกเขาในการออกมาเปิดประเด็น และผมตั้งใจฟังในสิ่งที่พวกเขาพูด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเปิดเผยเรื่องราวของพวกเขา และผมเสียใจที่ทำให้พวกเขาเจ็บปวด แม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยกับรายละเอียดบางอย่างในสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนบุคคลเหล่านี้ แต่ผมก็จะพยายามเป็นตัวอย่างที่ดีขึ้น จะใช้พื้นที่และอิทธิพลของผมให้ผู้อื่นรับรู้ถึงพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ชีวิตเป็นเรื่องของการเรียนรู้และการเติบโต และเมื่อผมรู้มากขึ้นผมจะทำตัวให้ดีขึ้น”
View this post on Instagram
จากการยืนยันของ ลิซ่า บลูม ทนายความชื่อดังที่รับว่าความให้คดีล่วงละเมิดทางเพศในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากมาย และเป็นตัวแทนของโจทก์จำนวน 11 คน เธอได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมาว่า อเล็กซานเดอร์และทีมของเขาได้เข้าพบเธอและลูกความเป็นการส่วนตัว ซึ่งมีการพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับมีการขอโทษจากตัวดีไซเนอร์และตัดสินใจเดินหน้าต่อไปทั้งสองฝ่าย และจากการรายงานของเว็บไซต์ Business of Fashion ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่มีการฟ้องร้องใดๆ เกิดขึ้น
We have met with Alexander Wang and his team. My clients had the opportunity to speak their truth to him and expressed their pain and hurt.
We acknowledge Mr. Wang’s apology and we are moving forward.
We have no further comment on this matter.
— Lisa Bloom (@LisaBloom) March 9, 2021
เป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ในวงการแฟชั่นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาถือว่ามีผลกระทบต่อตัวแบรนด์ Alexander Wang และการแสดงออกในช่องทางส่วนตัวของเขาเป็นอย่างมาก จากเดิมที่ดีไซเนอร์เป็นอีกหนึ่งคนที่ค่อนข้างมีตัวตนอยู่บนโซเชียลมีเดียและทำคลิปวิดีโอผ่านทางช่อง YouTube ของตัวเองมาตลอด กลายเป็นเงียบหายและไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ ถึงขึ้นที่แบรนด์ต้องปิดฟังก์ชันคอมเมนต์บนอินสตาแกรมจนถึงปัจจุบัน
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post “ผมเสียใจที่ผมทำให้หลายคนเจ็บปวด” Alexander Wang ออกมาขอโทษและจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นจากเหตุล่วงละเมิดทางเพศ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Alexander Wang ปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดทางเพศนายแ […]
The post Alexander Wang ปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดทางเพศนายแบบทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.
]]>
Alexander Wang ปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดทางเพศนายแบบและนางแบบทั้งหมดผ่านทางเว็บไซต์และอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมขอบคุณที่ยังสนับสนุนเขาอยู่ และระบุว่าทางทีมของเขากำลังทำทุกวิธีทางที่จะสืบสวนกรณีนี้
ดูท่าทีว่าจะไม่จบง่ายๆ สำหรับกรณีที่ดีไซเนอร์ดังชาวอเมริกันอย่าง Alexander Wang ที่ถูกโลกออนไลน์กล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ และบังคับใช้สารเสพติดโดยไร้ซึ่งความยินยอมเมื่อก่อนปิดช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา โดยล่าสุดเขาได้ออกมาแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ Vogue.com ซึ่งเป็นสื่อที่ทำให้แบรนด์ของเขาแจ้งเกิดในช่วงแรกของการก่อตั้งแบรนด์ว่า
“อย่างแรกผมขอใช้โอกาสนี้สื่อสารไปยังผู้ที่เคยช่วยเหลือผมและแบรนด์ให้มาถึงจุดจุดนี้โดยตรง และขอชี้แจงข้อกล่าวหาต่อผมครั้งนี้ว่าที่ผิด ไม่เป็นความจริง และไม่มีการยืนยันเผยตัวตนใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะร่วมงานสังคมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งการรวมตัวปาร์ตี้ และคอนเสิร์ตที่มียาเสพติดและแอลกอฮอล์อยู่ในงาน แต่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่กล่าวหา ผมไม่เคยฉวยโอกาสในทางเพศหรือบังคับขู่เข็ญใดๆ ต่อใครก็ตามโดยที่ไม่มีความสมยอม และผมไม่เคยใช้สถานะทางสังคม และชื่อเสียงของผมเพื่อหาประโยชน์”
นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงแหล่งที่มาของข้อกล่าวหานี้ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียว่า ไม่มีมูลความจริง และไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด
และเนื้อหาทำนองเดียวกันจากแถลงการณ์ดังกล่าวยังได้มีการโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว แต่มีการปิดส่วนคอมเมนต์ว่า “ทีมของเราจะทำสุดความสามารถเพื่อสืบสวนเรื่องราวนี้ และเราสัญญาว่าจะซื่อสัตย์และโปร่งใสตลอดกระบวนการ เราขอขอบคุณทุกกำลังใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา และขอบคุณทีมงาน ลูกค้า และเพื่อนฝูงในอุตสาหกรรมที่ยืนเคียงข้างเราในเวลานี้”
ส่วนทางคู่กรณีที่อ้างว่าถูกดีไซเนอร์ล่วงละเมิดได้รวมทีมกฎหมาย โดยมี Lisa Bloom ทนายชื่อดังที่รับว่าความให้คดีล่วงละเมิดทางเพศในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีดีไซเนอร์ Paul Marciano และช่างภาพชื่อดังอย่าง Bruce Weber เป็นตัวแทนฝั่งผู้ถูกกระทำ ซึ่งก็ได้ส่งจดหมายถึงทางนิตยสารเช่นกัน “การปฏิบัติต่อเหล่านางแบบที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นหลายครั้งในอุตสาหกรรมแฟชั่น ฉันอยากจะขอบคุณทุกคนที่ออกมาขอความช่วยเหลือ และยินดีที่จะว่าความแทนผู้อื่นแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายและเป็นความลับ รวมถึงพยานด้วยเช่นกัน”
เช่นเดียวกับ Owen Mooney นายแบบชาวอังกฤษที่ลงคลิปวิดีโอเปิดเผยเรื่องราวผ่านทาง TikTok ก็เดินหน้าออกแถลงการณ์ผ่านอินสตาแกรม โดยระบุถึงประเด็นการเคลื่อนไหว #MeToo ของฝั่งฮอลลีวูด และเรียกร้องให้ผู้ถูกกระทำในอุตสาหกรรมแฟชั่นออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยใช้แฮชแท็ก #UsToo
View this post on Instagram
ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างรวบรวมหลักฐาน ได้มีการออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนจากทั้งฝ่าย Alexander และฝ่ายนางแบบ ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซีที่รับจ้างจัดงานแฟชั่นโชว์ และปาร์ตี้ให้ดีไซเนอร์ที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของเขา และองค์กรชื่อว่า Model Alliance ที่คอยเป็นกระบอกเสียงให้อาชีพนางแบบและนายแบบยืนยันว่า จะช่วยเหลือเหยื่ออย่างถึงที่สุด
ภาพ: Jamie McCarthy/Getty Images
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
อ้างอิง:
The post Alexander Wang ปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีล่วงละเมิดทางเพศนายแบบทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.
]]>
กำลังเป็นหนึ่งในข่าวส่งท้ายปีที่สร้างความช็อกให้กับวงกา […]
The post ดีไซเนอร์ชื่อดัง Alexander Wang โดนข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศนายแบบและนางแบบหลายคน appeared first on THE STANDARD.
]]>
กำลังเป็นหนึ่งในข่าวส่งท้ายปีที่สร้างความช็อกให้กับวงการแฟชั่น หลังหนึ่งในดีไซเนอร์ชื่อดังที่หลายคนโปรดปรานอย่าง Alexander Wang โดนข้อกล่าวหาจากนายแบบและนางแบบหลายคนว่า เคยโดนเขาล่วงละเมิดทางเพศ และทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ประเด็นนี้เริ่มเกิดขึ้นหลังนายแบบชาวอังกฤษ Owen Mooney ได้ลงวิดีโอผ่าน TikTok ที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์ว่า ในปี 2017 เขาและกลุ่มเพื่อนได้ไปดูการแสดงของแรปเปอร์ชื่อ CupcakKe ที่คลับแห่งหนึ่งในมหานครนิวยอร์กที่เต็มไปด้วยผู้คน อยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งฉวยโอกาส เริ่มมาแตะเนื้อต้องตัว Mooney จนจับอวัยวะเพศของเขา ซึ่งคนคนนั้นก็คือ Wang โดย Mooney พยายามหลีกเลี่ยง แต่ทั้งคู่ก็ได้เจอกันอีกครั้งในคลับเดียวกันอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ซึ่งครั้งนี้เพื่อนของ Wang พยายามผลักตัวดีไซเนอร์ให้ชน Mooney อยู่บ่อยครั้ง แต่ทางนายแบบก็ขอไม่เล่นด้วย
พอวิดีโอของ Mooney ถูกโพสต์ลง TikTok ก็มีหลายเพจดังทาง Instagram ที่เปิดโปงเรื่องราวเบื้องหลังวงการแฟชั่นอย่าง Shit Model Management (SMM) และ Diet Prada ได้นำเรื่องราวไปรายงานต่อ ซึ่งทำให้มีอีกหลายคนกล้าออกมาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง โดยคนหนึ่งได้เล่าว่า เพื่อนของเขาที่เป็นทรานส์แมนเคยขึ้นรถลีมูซีนของ Wang หลังอาฟเตอร์ปาร์ตี้ครั้งหนึ่ง ซึ่งทางดีไซเนอร์ได้ขอให้เขาดื่มน้ำจากขวดหนึ่งจนหมด ต่อมาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีอาการไฮ (High) เพราะมีการผสมยาเสพติด MDMA ซึ่งเรียกว่า Molly Water ลงไปในน้ำ
มีอีกคนเล่าว่าโดน Wang ให้ดื่ม Molly Water เช่นกัน แต่เพราะเขาเป็นโรค Bipolar อาการของเขากลับทำให้ต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาลทันทีและรักษาอยู่หลายสัปดาห์ ส่วนอีกหลายแอ็กเคานต์ได้เล่าเหตุการณ์คล้ายกันที่ว่า Wang ชอบล่วงละเมิดหญิงข้ามเพศด้วย (Transwomen) โดยพยายามถอดกางเกงพวกเขาลง หรือจับอวัยวะเพศในไนต์คลับ ซึ่งเป็นที่สาธารณะ
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Wang เคยโดนข้อกล่าวหาเหล่านี้ เพราะในปี 2019 อดีตหนึ่งในเพื่อนสนิทและมิวส์ของแบรนด์ Alexander Wang อย่าง Azealia Banks ก็เคยแชร์ Screen Cap ของคนที่ได้ส่งเรื่องราวเหตุการณ์การโดนล่วงละเมิดทางเพศของ Wang ทาง Twitter ก่อนที่เธอจะลบออกภาพออกไป แต่มีคนเซฟเก็บเอาไว้
ณ ขณะนี้ทาง Wang หรือตัวแทนของแบรนด์ยังไม่มีการออกมาพูดถึงประเด็นข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่ที่สังเกตได้คือ มีแค่การปิดคอมเมนต์ใน Instagram ทั้งหมด แต่เชื่อได้ว่าเหตุการณ์นี้จะมีโอกาสส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อเจ้าตัวและธุรกิจ ซึ่ง Wang นับได้ว่าเป็นหนึ่งในลูกรักของวงการแฟชั่นมาตลอด เพราะเคยชนะรางวัล CFDA มาแล้ว และสนิทสนมกับนางแบบและคนดังระดับแม่เหล็กเกือบทั้งหมด ทั้ง Gisele Bundchen, Kaia Gerber, Bella Hadid และตระกูล Kardashian-Jenner ที่จะใส่เสื้อผ้า และช่วยโปรโมตให้อยู่เป็นประจำ
*สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเต็มได้ที่นี่: www.instagram.com/p/CJXMxJ-Fyoi/
ภาพ: Steven Ferdman/Getty Images
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
อ้างอิง:
The post ดีไซเนอร์ชื่อดัง Alexander Wang โดนข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศนายแบบและนางแบบหลายคน appeared first on THE STANDARD.
]]>
BEYOND THE RUNWAY ตอนนี้ขอเลือกแบรนด์น้องเล็กสุดที่เคยท […]
The post ชมคลิป: BEYOND THE RUNWAY EP.4: Alexander Wang กับการเล่นเกมแฟชั่นในยุค Disruption appeared first on THE STANDARD.
]]>
BEYOND THE RUNWAY ตอนนี้ขอเลือกแบรนด์น้องเล็กสุดที่เคยทำมาอย่าง Alexander Wang ที่อยู่ในวงการแฟชั่นมาเพียง 15 ปี แต่สามารถก้าวมาเป็นอีกแบรนด์แห่งยุคที่ปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมกลยุทธ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อให้เข้ากับยุค Digital Disruption ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างมากมาย
ตัดต่อ: มีนา ริน
The post ชมคลิป: BEYOND THE RUNWAY EP.4: Alexander Wang กับการเล่นเกมแฟชั่นในยุค Disruption appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวันก่อนเราพาไปดูรายชื่อรองเท้ายอดฮิต วันนี้ถึงตาขอ […]
The post 10 กระเป๋าแห่งปีในรอบทศวรรษ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวันก่อนเราพาไปดูรายชื่อรองเท้ายอดฮิต วันนี้ถึงตาของกระเป๋า ซึ่งเป็นไอเท็มที่ขาดกันไม่ได้ จากกระเป๋าทรงแซตเชลของ Mulberry รุ่น Alexa ไปจนถึงกระเป๋าคาดเอวจาก Gucci และกระเป๋าใบจิ๋วรุ่น Le Chiquito จาก Jacquemus ไปย้อนดูความเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของสไตล์และกระเป๋ารุ่นหลักที่ครองใจ แขน เอว หรือแม้กระทั่งนิ้วของสาวๆ ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจาก Lyst.com ก่อนเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ปี 2020 ในสัปดาห์หน้า ว่าแต่กระเป๋ารุ่นต่อไปจะใช้อะไรสะพาย ต้องคอยติดตาม แต่ฝากอย่างเดียวคือ ควรใช้ของแท้ ถูกลิขสิทธิ์ เพราะคุณคงไม่อยากเป็นเดอะเฟก

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร
The post 10 กระเป๋าแห่งปีในรอบทศวรรษ appeared first on THE STANDARD.
]]>
DKNY Sport เปิดรับฤดูใบไม้ร่วง 2019 นี้ D […]
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>

DKNY Sport
เปิดรับฤดูใบไม้ร่วง 2019 นี้ DKNY Sport ส่งลายกราฟิก เนื้อผ้า และสไตล์การออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ทั้งสนุก ท้าทาย และเป็นมากกว่าเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกาย เพราะมาพร้อมกับสไตล์เท่ๆ ในแบบ Ready-to-wear
โดยคอลเล็กชันนี้หยอดสีสันสดใสอย่าง สีเขียวสเปียร์มินต์ สีน้ำเงินรอยัล และสีเหลืองโทแพซ รวมไปถึงลายปรินต์เสือดาว แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือโค้ตบุนวมตัวหนาที่มาในหลากหลายสี เสื้อฮู้ดดี้ และอีกจุดเด่นคือการใส่โลโก้ DKNY เพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับเสื้อผ้าทุกชิ้นได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าอีกหลากหลายรูปแบบ ทั้งเลกกิ้ง สปอร์ตบรา แจ็กเก็ต สเวตเชิ้ต และสเวตแพนต์ เรียกได้ว่ารวมเอาทั้งสามไลน์ของ DKNY Sport (Activewear, City และ Spa) มาไว้ตรงนี้ สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและเข้าได้กับทุกลุค ห้ามพลาด!

The Stella x Taylor Swift
สเตลล่า แม็กคาร์ตนีย์ จับมือกับ เทย์เลอร์ สวิฟต์ รังสรรค์สินค้าสำหรับอัลบั้มที่ 7 ของเธอ โดยทั้งสองได้นำเสนอไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานเพลงอัลบั้มใหม่ที่ชื่อว่า Lover เผยให้เห็นถึงความสนุกและโดดเด่นด้วยสีสันสดใส มาพร้อมกับลวดลายกราฟฟิตี้แบบวินเทจ ข้อความอันชวนให้หวนนึกถึงวันวาน รวมถึงลิสต์รายชื่อเพลงและเนื้อเพลงใหม่ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ แถมเพิ่มความพิเศษด้วยการพิมพ์ลาย Benjamin Button แมวของนักร้องสาวบนสินค้าบางไอเท็ม
คอลเล็กชันพิเศษ The Stella x Taylor Swift นั้นจะประกอบไปด้วย เสื้อยืดลิมิเต็ดเอดิชัน, สเวตเชิ้ต, แจ็กเก็ต และกระเป๋า ซึ่งผลิตขึ้นจากขวดน้ำที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในขณะที่เส้นใยเจอร์ซีย์ที่นำมาใช้ทั้งหมดจะทำขึ้นจากฝ้ายออร์แกนิก เพื่อสนับสนุนความตั้งใจที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของสเตลล่า ในขณะที่กระเป๋าถือที่โดดเด่นด้วยโลโก้จะมาในโทนสีครีม (oyster-hued) ตัดเย็บขึ้นด้วยหนังเทียม ซึ่งผลิตขึ้นจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลและน้ำมันที่สกัดขึ้นจากพืช และปราศจากตัวทำละลายที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยสินค้ารุ่นลิมิเต็ดทั้งสองไอเท็มนี้จะเปิดให้สั่งซื้อแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทางเว็บไซต์ StellaMcCartney.com

Alexander Wang x Gentle Monster
หลังจากมีการร่วมมือกับ AMBUSH เมื่อเดือนที่แล้ว Gentle Monster แบรนด์แว่นตาเกาหลีกลับมาสร้างเสียงฮือฮาอีกครั้ง คราวนี้ปล่อยภาพแว่นตาที่จับมือกับ Alexander Wang ซึ่งนี่เป็นครั้งที่สองที่ทั้งสองแบรนด์ได้ร่วมมือกัน โดยมีเฉดสีใหม่ที่เรียกว่า M.PRI$$ ซึ่งล้อไปกับลุครันเวย์ในช่วง Pre-Fall 2019 ของ Alexander Wang โดยแว่นตาตัวใหม่นี้จะเปิดตัวในเดือนหน้า มีทั้งหมดสองสีคือ สีดำที่ลงดีเทลสีทอง และกรอบโปร่งใสที่หยอดรายละเอียดสีเงิน โดยในแต่ละสีจะมีงูโลหะสองตัว ซึ่งจะโอบรอบดวงตาแต่ละข้าง ด้วยลักษณะโค้งเข้ารูป แว่นตานี้จะมาพร้อมซองหนังที่มีซิปขนาดใหญ่ พร้อมโลโก้แบรนด์ Alexander Wang โดยตัว M.PRI$$ จะมีวางจำหน่ายทั้งบนเว็บไซต์ Gentle Monster และ Alexander Wang เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน สนนราคาอยู่ที่ 320 ดอลลาร์สหรัฐ

Garmin
แบรนด์ผลิตเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน Garmin เปิดตัวรุ่น Instinct Tactical ที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทก พร้อมเทคโนโลยีกลางแจ้งที่จำเป็นในทุกสถานการณ์ ซึ่งรุ่นนี้สร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงความพร้อมทางภาคสนามเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมวัดระดับความเครียดของคุณ พร้อมการสนับสนุนจาก Military Reference Reference System และ Jumpmaster ตัวเลือกเพื่อตอบสนองความต้องการในการดิ่งพสุธาของคุณ สำหรับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ Instinct Tactical Edition นั้นจะทำให้คุณใช้ต่อเนื่องได้ถึง 14 วันเมื่อทำงานเป็น Smartwatch, 16 ชั่วโมงเมื่อทำงานกับระบบ GPS และ 40 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ UltraTrac โดยนาฬิการุ่นนี้มีสีดำและสีน้ำตาล ซึ่งเหมาะต่อการพรางตาของทหาร
นาฬิกาสำหรับนักผจญภัยของ Garmin รุ่นนี้มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์ โดยมีราคาอยู่ที่ 350 ดอลลาร์สหรัฐ

Levi’s
Levi Strauss & Co ประกาศคำมั่นที่จะลดการใช้น้ำในโรงงานในครึ่งปี 2025 โดยความคิดนี้จะแสดงให้เห็นถึงการทำงานของแบรนด์และซัพพลายเออร์ เพื่อจะกำหนดเป้าหมายการใช้น้ำที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่ ซึ่ง Levi’s ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในประเทศที่น้ำประปาหายาก จะมีการใช้น้ำให้น้อยกว่าประเทศที่มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ
แผนดังกล่าวไม่เพียงสร้างความมั่นใจมากขึ้นในเรื่องอนาคตที่ยั่งยืนของ Levi’s แต่ยังนำเสนอแผนธุรกิจที่ชาญฉลาด เนื่องจากจะใช้เงินน้อยลงในเรื่องของน้ำและพลังงาน
Liz O’Neill ประธานฝ่าย Strauss & Co. Global Product กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราทุกคนรู้ว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในโลก และอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มกำลังดิ้นรนกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำ ซึ่งการประกาศนี้จะแสดงถึงความยั่งยืนที่เป็นความตั้งใจของเราในขณะนี้ ซึ่งการขับเคลื่อนผลกระทบและสร้างแรงบันดาลใจนี้จะช่วยส่งผลให้มีการดำเนินการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเร็วที่สุด
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยีนส์ เป็นไอเท็มที่อยู่ยืนยาวในกระแสแฟชั่น ชนิดที่ว่าเป […]
The post แมตช์ ‘ยีนส์’ อย่างไรไม่ให้ซ้ำลุคใน 5 วัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยีนส์ เป็นไอเท็มที่อยู่ยืนยาวในกระแสแฟชั่น ชนิดที่ว่าเป็นเบสิกไอเท็มสำหรับมหาชนในการแต่งตัวไปแล้ว
ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะคิดว่าการใส่กางเกงยีนส์ซ้ำหลายๆ วันเป็นเรื่องของผู้ชายที่ชอบทำกัน แต่จริงๆ แล้วการซักยีนส์บ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องดีนัก ชิป เบิร์ก (Chip Bergh) ซีอีโอของบริษัทกางเกงยีนส์ยักษ์ใหญ่ Levi’s เคยให้สัมภาษณ์ว่า การซักยีนส์บ่อยๆ ทำให้คุณภาพของผ้าเดนิมเสื่อมคุณภาพอย่างรวดเร็วและลดสีสวยของคราม
เราจึงลองคิดเรื่องสนุกๆ ในการมิกซ์แอนด์แมตช์ยีนส์ตัวเก่งไม่ให้น่าเบื่อสำหรับวันทำงาน 1 สัปดาห์ เป็นสไตล์ไกด์ที่คุณอาจนึกสนุกลองใส่ยีนส์ไม่ให้ซ้ำในสัปดาห์หน้าดูบ้าง

White T-shirt
ทางออกของลุคยีนส์ขายาว ง่ายๆ เลยคือเสื้อยืดสีขาว เมื่อไรที่เสื้อยืดสีขาวเพลนมาแมตช์ เมื่อนั้นความคลาสสิกก็จะเข้ามา ลองเลือกเสื้อยืดที่มีรูปแบบการทอแบบสร้างลายในตัว หรือมีการตกแต่งด้วยกระดุมสักหน่อย คุณก็จะได้ลุคสบายๆ แต่มีดีเทลของตัวเสื้อด้วย ตบท้ายกับเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ สีทอง อย่างแหวนเกลี้ยงๆ หรือสร้อยคอเส้นเล็กเรียบๆ เท่านี้ลุคของคุณก็จะดูพอดีมีความน่าสนใจได้แล้ว

Wonder Woman
ต่อเนื่องจากลุคเสื้อยืดสีขาว คราวนี้เราลองปรับลุคเพิ่มเติมด้วยช่วงล่างกันสักนิด ลุคเสื้อยืดจริงๆ แล้วสามารถแมตช์กับรองเท้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสนีกเกอร์ดีไซน์เปรี้ยวๆ สักคู่ หรือรองเท้าบู๊ตเท่ๆ ก็ยังได้ แต่ลุคนี้เราขอนำเสนอรองเท้าส้นสูงหัวแหลมเมทัลลิกแมตช์คู่กับสูท ถ้าคุณจะต้องไปพบปะใคร รับลองว่าลุคนี้ดีพอที่จะทำให้คุณเจอผู้คนได้แบบไม่อาย

Fab Cowgirls-High Boots
ต่อมาก็เป็นลุคเปรี้ยวซ่าก๋ากั่นด้วยลุคกางเกงยีนส์ตัวเดิมนำมาพับขาสูง แมตช์เข้ากับท่อนบนอย่างเชิ้ตสีสดสักตัว แล้วปิดท้ายด้วยรองเท้าบู๊ตสูงทรงคาวบอยสีขาวสักคู่คุณก็จะดูเก๋และซ่ามากๆ ตบตาคนมองด้วยต่างหูคู่ใหญ่สักหน่อย เอาที่แมตทีเรียลมันแวววาวสะดุดตา เท่านี้คุณก็จะได้ลุคสาวน้อยบ้านนาที่ซ่าสุดๆ ในป่าคอนกรีตแล้วล่ะ

Denim Lover
มาด้วยลุคเท่ๆ กับโททัลลุคยีนส์ที่ได้ความคลาสสิกนิดๆ วินเทจหน่อยๆ ลองจับแมตช์กับพวกเสื้อสีสดอย่างสีเหลืองหรือสีส้มไว้ด้านใน ทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตเดนิมทรงสวย หยอดด้วยรองเท้าบู๊ตสั้นคมๆ สักคู่ เท่านี้คุณก็จะได้อีกลุคที่มีความวินเทจสไตล์ 80s แบบลุคไม่ซ้ำแล้ว

Big Bang!
โอเวอร์ไซส์ต้องมา เริ่ดทุกครั้งรอดทุกแมตช์กับลุคเท่ๆ ด้วยท่อนบนที่ดูใหญ่โคร่ง แขนเสื้อที่ดูใหญ่ ช่วงตัวที่ดูโคร่ง อาจจะทำให้คุณดูไม่มั่นใจว่าจะดูอ้วนไปไหม เราแนะนำให้ยัดเสื้อลงกางเกงเข้าไปสร้างเส้นเอวหลอก เท่านี้คุณก็จะได้เอวจริงที่ไม่มีอะไรมาบัง เพิ่มเส้นหลอกด้วยเข็มขัดสักเส้น หยอดด้วยแว่นตาเปรี้ยวๆ ทรงวินเทจนิดหนึ่ง จะใส่เป็นบู๊ตส้นตันหรือบู๊ตส้นสูงเท่สักคู่ เท่านี้ก็ได้ลุคแมนๆ แบบบอยเฟรนด์สไตล์แล้ว
ภาพประกอบ: Tanya S.
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post แมตช์ ‘ยีนส์’ อย่างไรไม่ให้ซ้ำลุคใน 5 วัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
Milla Jovovich for Balmain ช่วงนี้ […]
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>


Milla Jovovich for Balmain
ช่วงนี้หลายแบรนด์ต่างเริ่มปล่อยแคมเปญซีซันใหม่ ซึ่งในยุคโซเชียลมีเดียก็ต้องปล่อยภาพที่สร้างกระแสได้ทันที และมีนางแบบหรือนายแบบที่จะเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ได้ โดย Balmain ก็เลือกนักแสดงและนางแบบสาว มิลลา โจโววิช จากซีรีส์เรื่อง Resident Evil มาขึ้นแคมเปญ Fall/Winter 2018 ที่ถ่ายภาพโดย An Le และวิดีโอโดย เจค นาวา ซึ่งเหตุผลที่ทางโอลิวิเยร์ รูสแตง ครีเอทีฟไดเรกเตอร์เลือกมิลลามาในครั้งนี้ก็เพราะความคลั่งไคล้ในตัวเธอตอนเล่นภาพยนตร์ประเทศฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ The Fifth Element ในปี 1997 ที่กำกับโดยลุค เบซง อดีตสามีของมิลลา

Musical Chairs at Vogue America
จุดยืนของนิตยสาร Vogue ฉบับอเมริกาบนภูเขาวงการแฟชั่นถือได้ว่าอยู่ตรงยอดสูงสุดมานับร้อยปี และมีอำนาจในกำมือที่มหาศาลจนใครแตะต้องไม่ได้ แต่ล่าสุดด้วยการเปลี่ยนแปลงทางการบริโภคสื่อที่หันมาดิจิทัลมากขึ้น ธุรกิจสิ่งพิมพ์ก็ดูเหมือนจะโดนผลกระทบ และบริษัท Condé Nast ที่เป็นเจ้าของ Vogue ก็มีการปรับเปลี่ยนผังบริษัท โดยให้สองบรรณาธิการคนสำคัญอย่าง โทนนี กู๊ดแมน ในตำแหน่ง Fashion Director และ ฟิลลิส พอสนิก ในตำแหน่ง Executive Fashion Editor เปลี่ยนมาเป็นฟรีแลนซ์ประจำของเล่ม ส่วน เวอร์จิเนีย สมิธ ที่เคยเป็น Fashion and Accessories Market Director ก็ถูกโปรโมตให้เป็น Fashion Director คนใหม่ โดยเธอก็ยังคงต้องทำหน้าที่เดิมพร้อมภาระใหม่ ซึ่งก็สะท้อนวิธีการประหยัดงบประมาณของเล่มและให้บรรณาธิการต้องดูแลงานที่มากขึ้น


The Weeknd x Bape
ถึงเวลาที่สาวกนักร้องชาวแคนาดา The Weeknd หรือชื่อจริง อาเบล เทสเฟย์ และแบรนด์ญี่ปุ่น Bape ที่ก่อตั้งในปี 1993 โดยโทโมอากิ นากาโอะ หรือชื่อวงการ Nigo ก่อนจะขายกิจการให้บริษัท I.T ของฮ่องกง จะต้องเสียเงินและเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตเพราะคอลเล็กชันพิเศษที่ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันเพิ่งวางขาย หลังมีการดีไซน์และพัฒนาสินค้านานถึง 1 ปี ซึ่งคอลเล็กชันนี้เน้นไอเท็มเบสิกอย่างเสื้อยืด สเวตเตอร์แบบมีฮู้ด กางเกงวอร์ม หมวกแก๊ป และกางเกงขาสั้นที่เอาลายคราม Camouflage มาใช้ พร้อมตัวสัญลักษณ์ฉลามสุดคลาสสิกของแบรนด์

Competition Starts
ยังคงเป็นการแข่งขันที่เหล่าบรรดาดีไซเนอร์หน้าใหม่ของอเมริกาให้ความสนใจสำหรับ CFDA/Vogue Fashion Fund ที่ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาได้เฟ้นหาดีไซเนอร์ยอดเยี่ยมประจำปี ซึ่ง อเล็กซานเดอร์ แวง, พอล แอนดรูว์ และ 2 หนุ่มจาก Proenza Schouler ต่างเคยชนะมาแล้ว สำหรับปีนี้ 10 แบรนด์ที่เข้าแข่งขันก็มี Batsheva, Bode, Christian Cowan, Hunting Season, Jonathan Cohen, Luar, Matthew Adams Dolan, Pyer Moss, Rebecca de Ravenel และ Scosha โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 400,000 เหรียญ หลังงานแฟชั่นโชว์และงาน Gala ที่นิวยอร์ก พร้อมได้คำปรึกษาตลอดปีจากดีไซเนอร์ระดับตำนานตลอด 1 ปี ส่วนคณะกรรมการปีนี้ก็ยังมี แอนนา วินทัวร์, ไดแอน วอน เฟอร์สเตนเบิร์ก, แอนดรูว์ โรเซน เหมือนเดิม และที่เพิ่มใหม่ก็มี อีวา เฉิน และดีไซเนอร์ โจเซฟ อัลทูซาร์รา ที่ชนะรางวัลนี้ในปี 2011


2019 Pirelli Calendar
เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่หลายคนเฝ้ารอทุกปีสำหรับปฏิทิน Pirelli ของบริษัทยานยนต์สัญชาติอิตาเลียนที่เริ่มผลิตในปี 1964 และได้เชิญหลายช่างภาพชื่อดังอย่างแอนนี่ เลโบวิตซ์, ริชาร์ด อวีดอน, นิค ไนต์, สตีเวน เมเซล และเฮลมุต นิวตัน มาถ่าย โดยสำหรับปี 2019 ทางแบรนด์ก็เชิญช่างภาพชาวสกอตแลนด์ระดับตำนาน อัลเบิร์ต วัตสัน มาถ่ายพร้อมคอนเซปต์ที่แบ่งแยกออกเป็น 4 เรื่องราวมินิซีรีส์ ที่มีดีไซเนอร์ อเล็กซานเดอร์ แวง นางแบบแห่งยุค จีจี้ ฮาดิด และนักเต้นบัลเลต์ มิสตี้ โคปแลนด์ จากคณะ American Ballet Theatre เป็นต้น
Cover Photo: Courtesy of Bape
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
From Paris to Hamburg to Moscow ก่อนที่ฤด […]
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>



From Paris to Hamburg to Moscow
ก่อนที่ฤดูกาลฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่สัปดาห์ ทางแบรนด์ Chanel ก็เพิ่งไปจัดแฟชั่นโชว์อย่างยิ่งใหญ่ที่เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย สำหรับคอลเล็กชัน Métiers D’Art 2017/18 ซึ่งเป็นการจำลองโชว์จากปลายปีที่แล้วที่จัด ณ คอนเสิร์ตฮอลล์ Elbphilharmonie ในกรุงฮัมเบิร์กประเทศเยอรมนี
แฟชั่นโชว์ในครั้งนี้จัดที่ย่าน VDNKh ใจกลางเมืองมอสโก ซึ่งมีแอมบาสเดอร์ของแบรนด์อย่าง แคโรไลน์ เดอ เมเกรต์ และนางแบบเกาหลี ปาร์คซูจู มาร่วมดูโชว์ โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่มาจัดที่รัสเซียก็เพราะความสัมพันธ์ของผู้ก่อตั้งแบรนด์ โคโค่ ชาแนล ที่มีมายาวนานตั้งแต่ยุค 20s ช่วงที่แกรนด์ดัชเชสมาเรีย พัฟลอฟนาแห่งรัสเซีย พี่สาวของดมิทรี พัฟโลวิช ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายเย็บปักถักร้อยของ Chanel



A New Ariana Grande
นาทีแรกที่คนเห็นปกล่าสุดของนิตยสาร British Vogue ฉบับเดือนกรกฎาคม อาจงงว่าใครขึ้นปก แต่พอดูดีๆ ก็คือนักร้องสาว อะรีอานา กรานเด นั่นเอง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราเห็นเธอปล่อยผมยาว สละผมหางม้าสุดไอคอนิกของเธอ พร้อมแต่งหน้าอ่อนๆ แบบธรรมชาติ ซึ่งได้ช่างภาพชื่อดังอย่าง เครก แม็กดีน มาถ่ายให้ โดยในบทสัมภาษณ์ เธอได้เปิดเผยความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงที่คอนเสิร์ตในแมนเชสเตอร์เมื่อปีที่แล้วที่ส่งผลต่อจิตใจของเธออย่างมหาศาล ทำให้เธอโตขึ้น และเป็นเรื่องที่เมื่อพูดถึงก็ทำให้ร้องไห้ทุกครั้ง

This Is Alexander Wang
เพราะโลกกำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็วภายใต้ยุค Disruptive เราก็ได้เห็นวงการแฟชั่นอยู่ในสภาวะแปรปรวน พร้อมหาวิธีการเข้าถึงลูกค้าในรูปแบบของตัวเอง และไม่ต้องไปตามกฎกติกาเหมือนเมื่อก่อน ล่าสุดแบรนด์ Alexander Wang ก็เลือกจัดแฟชั่นโชว์คอลเล็กชันใหม่ภายใต้ชื่อ Collection 1 ที่นิวยอร์ก เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เสื้อผ้าจะเข้าร้าน
สำหรับโชว์นี้ก็มีนางแบบแถวหน้าอย่าง เบลล่า ฮาดิด, ลาร่า สโตน, แอนนา เอเวอร์ส และคายา เกอร์เบอร์ มาเดิน พร้อมเพลงประกอบเสียดสีสังคม This Is America ของ Childish Gambino ซึ่งเสื้อผ้าก็ยังแฝงด้วยความเป็นสตรีทแฟชั่นตามแบบฉบับของแบรนด์ โดยนำเอาหลากหลายอิริยาบถของชาวอเมริกันมาเล่น ทั้งสังคมนักแข่งมอเตอร์ไซค์, ผ้าโพกหัวสไตล์แอ็กเซล โรส นักร้องนำวง Guns N’ Roses, ชุดมินิเดรสต่างๆ ที่คิม คาร์ดาเชียน เวสต์ ไม่น่าจะพลาด และไอเท็มที่นำเรื่องราวของอเมริกันฟุตบอลมาตีความใหม่ พร้อมรองเท้าที่ยังทำร่วมกับแบรนด์ Adidas

When The Queen Arrives
ไม่ใช่แค่เมแกน มาร์เคิล และเคท มิดเดิลตัน จากราชวงศ์อังกฤษที่ต้องจับตามองการแต่งตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ควีนเอลิซาเบธก็มีสไตล์ที่ไม่เป็นรองใคร พร้อมลุคที่มาในทุกเฉดสีของแพนโทนก็ว่าได้ ล่าสุดที่งานแข่งม้า Epsom Derby ในเมืองเซอร์เรย์ ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ พระองค์ก็ทรงฉลองพระองค์เดรสพิมพ์ลายดอกไม้และโค้ตสีม่วงของดีไซเนอร์ สจวร์ต พาร์วิน พระมาลาที่ออกแบบโดย แอนเจลา เคลลี สร้อยมุก และปิดท้ายด้วยฉลองพระเนตรกันแดดสุดเท่
ดีไซเนอร์ สจวร์ต พาร์วิน ก่อตั้งแบรนด์ตัวเองในปี 1995 ที่ถนนมอตคอมบ์ ในกรุงลอนดอน และเน้นทำชุดเดรสและชุดแต่งงานแบบ Made To Measure อย่างเดียว โดยเขาเป็นดีไซเนอร์ประจำของควีนเอลิซาเบธจนได้รับเหรียญเกียรติยศ Royal Victorian Order ในปี 2016 และเป็นผู้ที่ดีไซน์ฉลองพระองค์สูทสีเขียวมะนาวที่พระองค์เพิ่งทรงในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี

https://www.youtube.com/watch?v=8a0p0ddhTSU&feature=youtu.be
Pop! Pop! Pop!
Fendi เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ลักชัวรีที่สร้างสรรค์โปรเจกต์ใหม่ๆ อยู่ตลอด โดยเฉพาะกับการโฟกัสกลุ่มมินเลนเนียลที่มีบทบาทมากยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุดแบรนด์สัญชาติอิตาเลียนก็นำเสนอโปรเจกต์ ‘Fendi Pop Tour’ แคปซูลคอลเล็กชันเสื้อยืดที่ดีไซน์มาเพื่อร้านแฟลกชิปสโตร์ในหัวเมืองหลัก เริ่มต้นที่โรม บ้านเกิด และต่อที่มอสโก ประเทศรัสเซีย
สำหรับเสื้อยืดแต่ละตัวก็จะมีดีไซน์และสีสันจัดจ้าน พร้อมกราฟิกสไตล์ทรอปิคัลป๊อปที่มีภาพต้นปาล์ม พระอาทิตย์ตกดิน และนกฟลามิงโก ใครที่เป็นสาวกของ Fendi ก็ไม่ควรพลาด และเริ่มใช้ไมล์แลกซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อไปซื้อทุกเมืองได้เลยซัมเมอร์นี้
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่ยอมแพ้กันจริงๆ สำหรับเหล่าผู้ร่วมงานมหากาฬวงการแฟชั่ […]
The post จัดเต็มกับแฟชั่นงาน Met Gala ปี 2018! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่ยอมแพ้กันจริงๆ สำหรับเหล่าผู้ร่วมงานมหากาฬวงการแฟชั่นอย่าง Met Gala ซึ่งจัดขึ้นที่ Metropolitan Museum of Art ในมหานครนิวยอร์ก โดยปีนี้มาในธีม Heavenly Bodies: Fashion and the Catholic Imagination ที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นและศาสนา โดยมี แอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการนิตยสาร Vogue เป็นประธานร่วมกับริฮานน่า, ดอนนาเทลลา เวอร์ซาเช่ และอามัล คลูนีย์

ริฮานน่า ในชุดของ Maison Margiela

อเลสซานโดร มิเคเล, ลานา เดล เรย์ และจาเร็ด เลโต ในชุดของ Gucci

เคที เพอร์รี ในชุดของ Versace

เบลก ไลฟ์ลี ในชุดของ Versace

คาร์ดิ บี และเจเรมี สก็อตต์ ในชุดของ Moschino

คิม คาร์ดาเชียน ในชุดของ Versace

ฟรานเซส แม็กดอร์มานด์ ในชุดของ Valentino

โซแลงจ์ โนว์ลส์ ในชุดของ Iris Van Herpen

เซนดายา ในชุดของ Versace

เคนดัลล์ เจนเนอร์ ในชุดของ Off-White

อามัล คลูนีย์ ในชุดของ Richard Quinn กับจอร์จ คลูนีย์

มาดอนน่า ในชุดของ Jean Paul Gaultier กับฌอง ปอล โกลติเยร์

เจนนิเฟอร์ โลเปซ ในชุดของ Balmain

จาเนลล์ โมเน ในชุดของ Marc Jacobs

ซาร่าห์ เจสสิกา ปาร์กเกอร์ ในชุดของ Dolce & Gabbana

แอนนา วินทัวร์ ในชุดของ Chanel

วินนี ฮาร์โลว์ ในชุดของ Tommy Hilfiger

เอมิเลีย คลาร์ก ในชุดของ Dolce & Gabbana

ลีนา เวธ ในชุดของ Carolina Herrera

อะรีอานา กรานเด ในชุดของ Vera Wang

ดอนนาเทลลา เวอร์ซาเช่ ในชุดของ Versace

นิกกี้ มินาจ ในชุดของ Oscar De La Renta

ริต้า โอรา ในชุดของ Prada

ลิลี่ ไรน์ฮาร์ต ในชุดของ H&M กับโคล สเปราส์

จีจี้ ฮาดิด ในชุดของ Versace

คารา เดเลวีน ในชุดของ Dior

เจเดน สมิธ ในชุดของ Louis Vuitton

แอนน์ แฮทธาเวย์ ในชุดของ Valentino

เบลล่า ฮาดิด ในชุดของ Gareth Pugh x Chrome Hearts

มินดี้ คาลิง ในชุดของ Vassilis Zoulias

ไดแอน ครูเกอร์ ในชุดของ Prabal Gurung

ไคลี เจนเนอร์ กับทราวิส สก็อตต์ ในชุดของ Alexander Wang

โรซี ฮันทิงตัน-ไวต์ลีย์ ในชุดของ Ralph Lauren

แคทเธอรีน แลงฟอร์ด ในชุดของ Prada
The post จัดเต็มกับแฟชั่นงาน Met Gala ปี 2018! appeared first on THE STANDARD.
]]>
Photo: Victoria Beckham Victoria B […]
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>

Photo: Victoria Beckham
Victoria Beckham Appeal
เผลอแป๊บเดียว แบรนด์ Victoria Beckham ก็ครบรอบสิบปีในวงการแฟชั่น หลังจากเริ่มในปี 2008 ด้วยพรีเซนเทชันเล็กๆ ในโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ที่นิวยอร์ก ซึ่งอดีตนักร้องสาววง Spice Girls จัดแสดงแค่ชุดเดรสเข้ารูป พร้อมบรรยายคอลเล็กชันให้เหล่าบายเออร์และบรรณาธิการฟังเองทั้งหมด ทุกวันนี้แบรนด์ Victoria Beckham ขยายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมรันเวย์โชว์ที่นิวยอร์กแฟชั่นวีก มีไลน์ที่สองชื่อ Victoria, Victoria Beckham และร้านของตัวเองทั้งที่ลอนดอนและฮ่องกง (ยังไม่รวมจุดขายในห้างชั้นนำทั่วโลกอีกมากมาย)
ล่าสุดทางแบรนด์เพิ่งจัดโชว์ Fall/Winter 2018 ที่นิวยอร์ก ซึ่งโดดเด่นด้วยเหล่าเทรนช์โค้ตที่เล่นกับดีเทลการตัดเย็บสุดประณีตผสมผสานกลิ่นอายสปอร์ต เหมาะกับสาวในเมืองหนาว ซึ่งเราเชื่อว่าแบรนด์กำลังเข้าหาฐานกลุ่มลูกค้าของอีกหนึ่งดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ ฟีบี ไฟโล ที่กำลังจะโชว์คอลเล็กชันสุดท้ายที่ Céline ในสัปดาห์หน้า สำหรับก้าวต่อไปของแบรนด์ Victoria Beckham ก็คือการย้ายโชว์ไปจัดที่ลอนดอนในซีซันหน้าสำหรับ Spring 2019

Maison Kitsuné Way
เป็นอีกหนึ่งแบรนด์สายคอนเทมโพรารีที่หลายคนโปรดปราน สำหรับ Maison Kitsuné ภายใต้การดูแลของสองผู้ก่อตั้ง กิลดาส์ โลแอ็ก และมาซายะ คุโรกิ สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2018 ยังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายความโรแมนติกผสมความสนุกสนานของการไปเยือนเมืองต่างๆ เช่น ปารีส ไมอามี และลอสแอนเจลิส โดยยังคงเน้นไอเท็มใส่ง่ายที่ไม่หวือหวาเกินไป เช่น สเวตเตอร์พิมพ์ลาย แจ็กเก็ตตัวนอกหลากหลายทรง เสื้อเชิ้ต และชุดสูทแบบสมาร์ทแคชวล


Pleating Games
ชัดเจน ไม่เคยทอดทิ้งตัวตน และพยายามสรรหาวีธีการนำเสนอผ้าพลีตอยู่เสมอ สำหรับแบรนด์ Pleats Please Issey Miyake ที่เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ Issey Miyake ในปี 1989 ก่อนจะประสบความสำเร็จและกลายเป็นแบรนด์แยกออกมาในปี 1994
สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer มาในคอนเซปต์ ‘Somewhere Somebody’ ที่เล่าเรื่องราวความรู้สึกของฝันกลางวันผ่านไอเท็มที่เล่นกับนวัตกรรมต่างๆ เช่น การทอผ้าคอตตอนเข้ากับโพลีเอสเตอร์ และกระบวนการทำพลีตแนวตั้งและแนวนอน ทำให้ลายกลายเป็นรูปร่างลูกเต๋าสามมิติบนพื้นผืนผ้า

Photo: Marc Jacobs

Photo: Alexander Wang
Cardi B Takes Charge
นาทีนี้ดูเหมือนว่าแรปเปอร์สาว Cardi B เจ้าของเพลงฮิต Bodak Yellow และ Finesse ที่ร้องกับบรูโน มาร์ส จะกลายเป็นลูกรักคนใหม่ของวงการแฟชั่น เพราะล่าสุดที่งานนิวยอร์กแฟชั่นวีก ซีซัน Fall/Winter 2018 เธอไปดูหลายโชว์ทั้ง Marc Jacobs, Christian Siriano, Prabal Gurung และที่คนพูดถึงมากสุดคือโชว์ของ Alexander Wang ที่เธอได้นั่งข้างแอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Vogue


In The Name of Love
แบรนด์เครื่องหนังคลาสสิก Aigner ที่ก่อตั้งในปี 1965 ที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี โดย เอเตียน แอกเนอร์ เปิดตัวคอลเล็กชัน Spring/Summer 2018 ภายใต้ชื่อ #AIGNERLOVE ซึ่ง คริสเตียน อเล็กซานเดอร์ เบค ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ อยากสะท้อนปัจจัยต่างๆ ของความรัก ทั้งอารมณ์ที่ลึกซึ้ง สนุกสนาน และความรู้สึกอันบริสุทธิ์ในตัวกระเป๋าที่มีการนำกราฟิกอย่างริมฝีปากอันอวบอิ่ม และสัญลักษณ์ป๊อปอาร์ตสีชมพูมาเติมแต่ง
The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่มีจริงหรอกครีมวิเศษขั้นเทพที่จะทำให้สาวออฟฟิศผู้มีไล […]
The post เปลี่ยนลุคสุดโทรมระดับซอมบี้ให้ดูสวยกระจ่าง ด้วยเทรนด์ผิวโกลวประจำปี 2018 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่มีจริงหรอกครีมวิเศษขั้นเทพที่จะทำให้สาวออฟฟิศผู้มีไลฟ์สไตล์นอนดึก เหนื่อยล้า ขอบตาช้ำทาไว้ข้ามคืนแล้วตื่นมามีผิวที่สวยเลย เพราะโลกแห่งความจริงมีเพียงคนที่มุ่งมั่นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน นอน ออกกำลังกาย และบำรุงผิวทั้งภายในภายนอกอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นที่จะเป็นผู้เอาชนะความโทรมในสนามหน้าสดนี้ได้
THE STANDARD เข้าใจดีว่าการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างสำหรับหลายคนนั้นทำได้ยาก เพราะข้ออ้างของสาวๆ ช่างเยอะเหลือเกิน งั้นมาลองวิธีที่สามารถอำพรางความอ่อนล้า ด้วยเทคนิคแต่งหน้าให้สวยโกลว บางทีวิธีอาจช่วยเปลี่ยนลุคคุณน้องซอมบี้ให้ดูดีขึ้นได้ง่ายๆ ด้วยเมกอัพสุดเริ่ด ควบคู่ไปกับเทคนิคดีๆ จากนักแต่งหน้ามืออาชีพ
เทรนด์ปี 2018 = Glow Skin โชว์ผิวเปล่งประกายสดใส
แนวโน้มของลุคแต่งหน้ามาแรงสำหรับปี 2018 โฟกัสไปที่ผิวเปล่งประกายสดใส แลดูสวยโกลว สุขภาพดี จะเห็นได้จากเมกอัพแบรนด์ดัง รวมถึงจากลุคของแฟชั่นโชว์ระดับโลก ที่เผยลุคความงามสำหรับ Spring/Summer 2018 ออกมากันอย่างคึกคัก ส่วนแบรนด์เมกอัพต่างๆ ก็เริ่ม Launch คอลเล็กชันใหม่ออกมากันอย่างคึกคัก

Tom Ford
แพท แม็กกราธ (Pat McGrath) ช่างแต่งหน้าคนดังครีเอตลุคแต่งตาด้วยเส้นไลเนอร์แต่งกิมมิกกลิตเตอร์ระยิบระยิบ จับคู่กับผิวที่ลงรองพื้นอย่างเนียน แลดูเบาบาง แต่มีเสน่ห์ล้นเหลือด้วยลุคผิวโกลวธรรมชาติ ส่วนริมฝีปากทาด้วยลิปกลอสแท่งเดียวอยู่
Hot Item: Tom Ford Skin Illuminator ที่สุดของผลิตภัณฑ์ที่สร้างผิวสวยกระจ่างให้ใบหน้าของสาวๆ ดูอมชมพูแบบสาวสุขภาพดีมีประกายโดดเด่นจากไข่มุก ช่วยกระจายแสงให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงเป็นที่สุด

Tory Burch
ใบหน้านางแบบโดดเด่นด้วยลุคผิวที่ดูเรียบง่าย ไม่ต่างจากเส้นอายไลเนอร์บางๆ ที่วาดชิดขอบตาทั้งบนและล่าง ผสมผสานกับอายแชโดว์โทนสีน้ำตาลธรรมชาติ
แม้จะเป็นเทคนิคแต่งตาเพียงเล็กน้อย แต่กลับทรงพลัง ลุคนี้ไปกันได้ดีกับลิปสติกเฉดสีอ่อนๆ
Hot Item: Tory Burch Bronzer Blush & Highlighter Palette (สอบถามราคาได้ที่ร้าน) พาเลตต์ตลับนี้รวมความดีงามทั้งสำหรับใช้ปัดแก้มและเนรมิตความเรียวได้รูปให้กรอบหน้า มีประกายชิมเมอร์เนียนละเอียดสร้างผิวโกลวให้ดูสดใสตลอดวัน

Alexander Wang
ไดแอน เคนดัล (Diane Kendal) ช่างแต่งหน้าฝีมือเทพที่แต่งหน้าให้กับโชว์ของ Alexander Wang เผยว่า ลุคนี้เผยให้เห็นความสดชื่นของผิวสุขภาพดี ใช้วิธีสร้างจุดเด่นบนโหนกแก้ม ส่วนริมฝีปากทาด้วยลิปบาล์ม และเติมไฮไลต์บนเปลือกตาให้ดูเปล่งประกายอบอุ่น
Hot Item: Nars Natural Radiant Longwear Foundation (1,890 บาท) รองพื้นสูตรติดทนนาน ว่ากันว่านานถึง 16 ชั่วโมง จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่รู้สึกหนักหน้า แต่สามารถปกปิดผิวได้ตั้งแต่ระดับปานกลางถึงสูง

Jill Stuart
แม้ปีนี้แบรนด์ Jill Stuart จะเน้นความโดดเด่นไปที่ลุคครีเอตอายไลเนอร์สุดเฟี้ยว กึ่งแคตอายส์ กึ่งกราฟิก แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือผิวธรรมชาติที่มองเห็นแม้แต่รอยกระ บริเวณจุดกระทบแสง หน้าผาก สันจมูก โหนกแก้ม คาง มีประกายไฮไลต์เบาๆ ที่เข้ามาเติมเต็มลุคนี้ให้คอมพลีต
Hot Item: Jill Stuart Crystal Lucent Face Powder (1,750 บาท) แป้งอัดแข็งที่มีจุดเด่นของความโปร่งแสง เบาสบายผิว มอบประกายสุดหรูให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ ดูมีออร่าธรรมชาติ แถมยังได้ฟินกับกลิ่นหอมบางๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ในแบบของ Jill Stuart

Bobbi Brown
แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องงานผิวอย่าง Bobbi Brown ย่อมไม่พลาดการเปิดตัวลุคเด็ดประจำคอลเล็กชันใหม่ด้วยการโชว์ผิวเปล่งประกายสดใส ผสานสีชมพูระเรื่อที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Radiant Glow เนรมิตผิวธรรมดาๆ ให้ดูสวยแพง สวยปัง อย่างน่าทึ่ง
Hot Item: Bobbi Brown Skin Radiant Glow Cushion Foundation Compact (1,500 บาท) ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานสองอย่างในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสสุขภาพดี และบิลด์ระดับการปกปิดได้ตามใจต้องการ มีสารปกป้องผิวจาก UVA/UVB
แต่ก็ใช่ว่าจะใช้เทคนิคแต่งหน้าสวยกลบเกลื่อนเพียงอย่างเดียวล่ะ ต้องดูแลตัวเองควบคู่กันไป เพื่อให้เราสุขภาพดีและสวยจากข้างในกันด้วย
The post เปลี่ยนลุคสุดโทรมระดับซอมบี้ให้ดูสวยกระจ่าง ด้วยเทรนด์ผิวโกลวประจำปี 2018 appeared first on THE STANDARD.
]]>
แฟชั่นเปลี่ยนไปทุกปี แทบจะเรียกว่าตลอดเวล […]
The post Guide to 2018 ไอเท็มชิ้นเด็ดสร้างสไตล์ให้นำเทรนด์ในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>

แฟชั่นเปลี่ยนไปทุกปี แทบจะเรียกว่าตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นเราต้องตามมันให้ทัน ครั้งนี้ THE STANDARD ขอนำเสนอเทรนด์ที่กำลังมาในปีนี้ ลองเอาไปปรับให้เข้ากับสไตล์ตัวเอง แล้วคุณจะเก๋ได้แบบไม่เหมือนใคร



Feather
เป็นสิ่งที่หลายคนหลงลืมไปแล้วสำหรับ ‘ขนนก’ เพราะถูกกลบด้วยเฟอร์มาพักใหญ่ แต่ดูเหมือนปี 2018 ขนนกจะกลับมามีบทบาทอีกครั้ง เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่มีไอเท็มที่ประดับตกแต่งด้วยขนนกก็รีบไปหาซื้อมาไว้เลย อย่างพวกเสื้อตกแต่งขนนกที่ปลายแขน หรือกระโปรงที่ปักขนนกกระจอกเทศ เพราะปีนี้ไอเท็มนี้มาแน่ๆ


Mixed Prints
ลายปรินต์ทั้งตัวคิดว่าแน่นแล้ว ขอให้เจอเทรนด์ปีนี้ที่เป็นการเอาลายปรินต์หนึ่งมาตัดต่อกับลายปรินต์อีกลาย ทั้งลายที่เหมือนกันแต่ต่างสี หรือจะเป็นลายที่ต่างกันไปเลยก็ยังได้ แต่การแต่งลุคนี้ยังใช้การสไตลิ่งเข้าช่วยได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเดรสชิ้นเดียวตัดต่อ จริงๆ แค่เลือกเดรสลายปรินต์เดียวมาทับด้วยเข็มขัดที่ปรินต์อีกลาย หรือจะใช้เป็นแจ็กเก็ตลายปรินต์มาสวมทับก็ได้ ถ้าใครคนไหนมีไอเท็มลายปรินต์เด็ดๆ ในตู้ ขนออกมาแมตช์รอกันได้เลย


Impact Jacket Suit
ยังคงเป็นชิ้นสำคัญเสมอมา สำหรับแจ็กเก็ตสูท แต่ในปีนี้เหมือนซิลูเอตที่กำลังจะมาคือความแข็งแรงของโครงสร้างทั้งหัวไหล่และทรงแขน อีกทั้งถ้าเราใส่สูทที่ช่วงกลางตัวเข้ารูปก็จะสร้างความสตรองเข้าไปอีก ถ้าอยากเก๋มากขึ้น ลองหาตัวที่มีดีเทลแถวปกคอ การเล่นเลเยอร์ การตัดต่อผ้า หรือจะเลือกปกที่คล้ายทักซิโด้ ก็จะแทรกความมัสคูลินได้มากขึ้น


80s Sleeve Back
Back to Basic ย้อนรอยยุค 80s ด้วยการนำดีเทลของแขนเสื้อมาใช้ ทั้งดีเทลไหล่ตั้งสูง แขนบอลลูน แต่สร้างความทันสมัยด้วยแมตทีเรียลอย่างซิลก์และชีฟอง ทรงที่สร้างก็ใหญ่กว่าปกติ ดูเป็นทรงบอลลูนแบบโอเวอร์ไซส์มากๆ ทำให้ลุคดูโมเดิร์นมากกว่าที่เคย เพิ่มงานสไตลิ่งด้วยการหยอดกระเป๋าหรือเครื่องประดับที่ดูสมัยใหม่ก็จะทำให้ลุคดูไม่แม่ป้าอีกด้วย


Strong Silhouettes Jeans
ความคลาสสิกของกางเกงยีนส์ทรงตรงเป็นอะไรที่ไม่เคยตกยุคเลยจริงๆ จะหยิบจับมาแมตช์กับอะไรก็ดูเท่ไปเสียหมด ปีนี้กางเกงยีนส์ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งไอเท็ม must-have และหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วกางเกงยีนส์ทรงตรงสร้างเส้นขาให้ดูยาวและเรียวมากกว่ากางเกงขาเดฟด้วยซ้ำ ทั้งยังช่วยพรางต้นขาและน่องได้ดี รับรองว่าใส่แล้วดูดี แถมจะแมตช์กับท่อนบนชิ้นไหนก็รอดได้ไม่ยาก


Best Belt Bag
ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ต่อเนื่องลากยาวไปถึงปีหน้า กับกระเป๋าคาดเอวที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ เพราะหลายแบรนด์ต่างทำออกมาประชันกันไม่หยุดหย่อน อาจจะเปลี่ยนแมตทีเรียลบ้าง หยอดคาแรกเตอร์ของแบรนด์ตัวเองลงไปบ้าง เลยทำให้เห็นว่าเทรนด์ของกระเป๋าคาดเอวนี้คงยังอยู่ไปอีกสักพักเลย และมากกว่าดีไซน์คือประโยชน์ใช้สอยที่สะดวกต่อการพกพา ไม่ต้องกลัวว่าจะวางกระเป๋าแล้วลืมทิ้งไว้อีกต่อไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนแฟชั่นจริงๆ


Pastel Hues Sunglasses
แว่นกันแดดเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สาวๆ ควรมีติดตัวกันเสมอ และดูเหมือนว่าสีพาสเทลบนแว่นจะเป็นที่ความนิยมในปี 2018 อาจจะเป็นเพราะเทรนด์ลุคของเสื้อผ้าดูสตรองและมีดีเทลแข็งแรงแล้ว แว่นพาสเทลก็สามารถเบรกให้ลุคดูซอฟต์ใส ดูเฟมินีนมากขึ้น แต่ถ้าใครไม่ชอบแนวหวาน แต่กลัวตกเทรนด์สี ก็สามารถหยิบทรงแคทอายเปรี้ยวๆ แต่กรอบเป็นสีพาสเทล เท่านี้ก็ไม่หวานจนเลี่ยนแล้วล่ะ สาวๆ คนไหนยังไม่มีแว่นสีพาสเทล รีบไปหาซื้อมาติดตัวไว้ อุ่นใจกว่า


Shades of Purple
เขาว่ากันว่าปีนี้สีม่วงจะมา เพราะฉะนั้นต้องตั้งรับกับสีม่วงที่กำลังจะเข้ามาให้ดี เพราะเป็นสีที่คนไทยน่าจะเข้าใจกันยากหน่อย แต่คนแฟชั่นอย่างเรา ถ้ามันอิน เราต้องไม่กลัว งัดเทคนิคมิกซ์แอนด์แมตช์ทั้งหมดที่มีขึ้นมาสู้ จับคู่สีให้ดูเท่หรือเปรี้ยวไปเลย เช่น การจับสีม่วงชนกับสีดำ ทำให้ลุคดูน่าค้นหาและน่าสนใจ หรือจับแมตช์กับสีขาวไปเลยก็ช่วยให้ดูซอฟต์ใส ไม่กระโตกกระตาก ถ้าเปรี้ยวๆ หน่อยก็เล่นสีม่วงทั้งตัว แต่หยอดพวกงานเมทัลลิกอย่างรองเท้าหรือเครื่องประดับ ก็สร้างความโดดเด่นให้ลุคได้ไม่น้อย และขอแนะนำสีม่วงที่จะแมตช์ง่ายที่สุดคือสีม่วงเปลือกมังคุด เพราะมันจะหลอกตาให้ดูคล้ายๆ กับสีดำ จึงง่ายต่อการจับมาชนกับไอเท็มต่างๆ
ถ้าในปี 2018 คุณมีไอเท็มเหล่านี้ติดบ้านก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตกเทรนด์อีกต่อไป และนี่คือคีย์ไอเท็มสำหรับซีซันแรก 2018 ชิ้นเบสิกที่หยิบมาแมตช์เมื่อไรก็ไม่มีเชย แต่อย่าลืมว่า Fashion go fast อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้ สาวๆ ต้องคอยรับมือให้ดี
Photo: Shutter Stock
The post Guide to 2018 ไอเท็มชิ้นเด็ดสร้างสไตล์ให้นำเทรนด์ในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>