Ajinomoto Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ajinomoto/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 15 Apr 2026 07:38:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 น้ำมันแพง เม็ดพลาสติกขาดแคลน ค่าระวางเรือพุ่ง ผู้บริหารไทยพูดตรงๆ ใครตรึงราคาไหว ใครถึงจุดต้องขยับ https://thestandard.co/oil-plastic-shipping-cost-executives/ Fri, 10 Apr 2026 02:40:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1196568 ภาพประกอบข่าววิกฤตราคาน้ำมัน เม็ดพลาสติกขาด และค่าระวางเรือแพง ผู้บริหารไทยเผชิญหน้าการตรึงราคา

ราคาน้ำมันพุ่ง เม็ดพลาสติกขาดตลาด ค่าระวางเรือแพงขึ้นเป […]

The post น้ำมันแพง เม็ดพลาสติกขาดแคลน ค่าระวางเรือพุ่ง ผู้บริหารไทยพูดตรงๆ ใครตรึงราคาไหว ใครถึงจุดต้องขยับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าววิกฤตราคาน้ำมัน เม็ดพลาสติกขาด และค่าระวางเรือแพง ผู้บริหารไทยเผชิญหน้าการตรึงราคา

ราคาน้ำมันพุ่ง เม็ดพลาสติกขาดตลาด ค่าระวางเรือแพงขึ้นเป็นเท่าตัว สัญญาณเหล่านี้กำลังทยอยปรากฏในต้นทุนสินค้าที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ขวดน้ำดื่ม, ซองขนม ไปจนถึงค่าส่งอาหารเดลิเวอรี่ และทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569

 

เมื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งอุปทานพลังงานราว 20% ของโลก ต้องหยุดชะงักลงตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 จากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ผลกระทบก็เริ่มส่งแรงกระเพื่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง โดยเฉพาะเอเชียและยุโรปซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง

 

และสิ่งที่ต้องไม่ลืมคือน้ำมันไม่ได้เป็นแค่เชื้อเพลิง แต่ยังเป็นสารตั้งต้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก ซึ่งเชื่อมโยงกับต้นทุนการผลิตสินค้าแทบทุกประเภท เมื่อซัพพลายตึงตัวพร้อมกันหลายทาง แรงกดดันจึงไม่ได้กระทบแค่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่วิ่งผ่านทั้งสายพานการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค

 

THE STANDARD WEALTH รวบรวมความเห็นจากผู้บริหารในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหาร ค้าปลีก โลจิสติกส์ เหล็ก ก๊าซอุตสาหกรรม และบรรจุภัณฑ์ เพื่อฉายภาพว่าแต่ละธุรกิจกำลังรับมือกับคลื่นต้นทุนระลอกนี้อย่างไร ใครยังตรึงราคาไหว และใครเริ่มส่งสัญญาณว่าอาจต้องขยับในเร็ววันนี้

 


 

ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 พจนีย์ ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569 ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนสินค้าแพงระนาว รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2569

The post น้ำมันแพง เม็ดพลาสติกขาดแคลน ค่าระวางเรือพุ่ง ผู้บริหารไทยพูดตรงๆ ใครตรึงราคาไหว ใครถึงจุดต้องขยับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
aminoVITAL Run 2026 รวมพลนักวิ่งกว่า 4,500 คน ส่งต่อแนวคิด ‘กินดี มีสุข’ https://thestandard.co/aminovital-run-2026-healthy-living/ Thu, 12 Feb 2026 01:24:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1177559 นักวิ่งกว่า 4,500 คน ร่วมกิจกรรม aminoVITAL Run 2026 ส่งเสริมสุขภาพดี

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำแนวคิดไลฟ […]

The post aminoVITAL Run 2026 รวมพลนักวิ่งกว่า 4,500 คน ส่งต่อแนวคิด ‘กินดี มีสุข’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิ่งกว่า 4,500 คน ร่วมกิจกรรม aminoVITAL Run 2026 ส่งเสริมสุขภาพดี

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำแนวคิดไลฟ์สไตล์ “กินดี มีสุข” ด้วยการจัดงาน aminoVITAL Run 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีนักวิ่งและผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 4,500 คนเข้าร่วม ท่ามกลางเส้นทางวิ่งที่ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ

 

ภายในงานมีเหล่าเซเลบริตี้สายวิ่ง อาทิ เดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล, เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ, กฤษฎิ์ งามธนกิจจา และ ซี-ธีมา ตงศิริ ร่วมสร้างสีสัน พร้อมด้วย อากิระ อากาซากิ นักวิ่งทีมชาติญี่ปุ่น เจ้าของผลงานอันดับ 2 เบอร์ลินมาราธอน 2025 และอันดับ 6 โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 เข้าร่วมกิจกรรมและลงแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

 

งานครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้ทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ aminoVITAL FIIT Clear Whey Protein เวย์โปรตีนแบบใสที่พัฒนาด้วยองค์ความรู้ AminoScience ตอบโจทย์การฟื้นฟูร่างกายสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ พร้อมเสริมประสบการณ์ด้วยเทศกาลอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งช่วยสะท้อนแนวคิดการออกกำลังกายควบคู่กับโภชนาการที่เหมาะสม

 

กระแสการดูแลสุขภาพในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Garmin Connect Report ระบุว่า “การวิ่ง” เป็นกิจกรรมออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และกลุ่ม Gen Z ถึง 71% เลือกวิ่งหรือจ็อกกิ้งเป็นประจำ ขณะที่ 47% ให้ความสำคัญกับการบริโภคโปรตีนเพื่อสนับสนุนการออกกำลังกาย

 

นายวันนเรศวร์ สุขีลักษณ์ ผู้จัดการหน่วยงาน Nutrition และ Well-Being บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การวิ่งกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยงาน aminoVITAL Run 2026 ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเข้าเส้นชัย แต่ต้องการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

 

การแข่งขันภายในงานแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และไมโครมาราธอน 5 กิโลเมตร โดยแชมป์ฮาล์ฟมาราธอนชาย ได้แก่ พงศกร สุขสวัสดิ์ ทำเวลา 1:12:52 ชั่วโมง ส่วนแชมป์โอเวอร์ออลหญิง ได้แก่ อรอนงค์ วงศร ทำเวลา 1:26:29 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ โค้ชแบงก์ จากทีม Kids Go Tri ยังเผยว่า หัวใจสำคัญของการวิ่งอย่างยั่งยืนคือความสม่ำเสมอ ความสนุก และการมีคอมมิวนิตี้ที่ช่วยสนับสนุนกัน ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นผ่านกิจกรรมการวิ่ง

The post aminoVITAL Run 2026 รวมพลนักวิ่งกว่า 4,500 คน ส่งต่อแนวคิด ‘กินดี มีสุข’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ Longevity ด้วย “AminoScience” [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/health-trends-2026-longevity-aminoscience/ Fri, 16 Jan 2026 02:12:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1165517 เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL]

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity หรือการมีสุข […]

The post เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ Longevity ด้วย “AminoScience” [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL]

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity หรือการมีสุขภาพดีและชีวิตที่ยืนยาว ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว และไม่ใช่แค่การมีอายุยืน แต่คือการทำให้ช่วงเวลาที่เรา “หนุ่มสาวและแข็งแรง” นั้นยาวนานที่สุด (Extended Healthspan)

 

THE STANDARD LIFE จะพาทุกคนไปค้นหาคำตอบว่า อาหารการกิน เกี่ยวข้องกับ Longevity อย่างไร และทำไมคนรุ่นใหม่ รวมถึงทุกช่วงวัย ควรจะเริ่มออกแบบสุขภาพของตัวเองตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากการกินใกล้ตัว

 

Wellness Economy โตไว Longevity มาแรง

 

การที่บอกว่า “Longevity เป็นเพียงกระแส” อาจจะไม่ใช่เสียแล้ว เพราะ Longevity กำลังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล รายงานของ Market Research Future (MRFR) คาดว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมนี้ จะเติบโตขึ้น 2-3 เท่า ภายในปี 2035 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมมิติของ Wellness ในทุกด้าน ทั้งอาหาร การพักผ่อน และความสัมพันธ์

 

Global Wellness Institute เผยว่า ความตื่นตัวด้านสุขภาพและ Longevity ทั่วโลกผลักดันให้ Wellness Economy เติบโตต่อเนื่อง คาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 (จาก 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024) ส่วนตลาดสุขภาพและ Wellness ไทยก็เติบโตโดดเด่นถึงกว่า 1.263 แสนล้านบาท (40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ด้วยอัตราเติบโต 28.4% ต่อปี โดยมีเทรนด์ Longevity เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้คนไทยหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น

 

เทรนด์สุขภาพ 2026: คนเจนใหม่มองหาอะไรบ้าง?

 

ในปี 2026 เราไม่ได้คุยกันแค่เรื่องการไม่เจ็บป่วยอีกต่อไป กุญแจสำคัญคือการทำให้ความเยาว์วัยและแข็งแรงสุขภาพดีอยู่กับเราไปได้นานที่สุด เพื่อให้เราใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด ข้อมูลจาก IMD (International Institute for Management Development) และเทรนด์โลกชี้ว่าความหมายชีวิตในมิติสุขภาพที่ผู้คนค้นหา ควรครอบคลุมใน 3 ด้านนี้ เพื่อที่เราจะเป็น “วัยรุ่นที่แข็งแรงได้นานขึ้น” “มีอาชีพที่หลากหลายขึ้น” และ “ใช้ชีวิตที่มีความหมายได้ยาวนานขึ้น”

 

1. การเปลี่ยนผ่านจาก Lifespan สู่ Healthspan

 

ความหมายของการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ตลอดอายุขัย (Healthspan) ไม่ได้หมายถึงการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และตัวเองได้เท่านั้น การจะใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพและทำกิจกรรมที่ชอบได้ จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงและยืดหยุ่น ซึ่งมาจากความแข็งแรงภายใน

 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญกับสมรรถภาพภายในขั้นพื้นฐาน (Intrinsic capacity) เช่น การมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว ความจำ และความสามารถในการทำหน้าที่ในชีวิตประจำวัน (Functional ability) เช่น การดูแลตนเอง และการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน การเสริมสร้าง Healthspan จึงต้องมีความยั่งยืน เพื่อคงความแข็งแรง รักษาความอ่อนเยาว์ระดับเซลล์ สามารถฟื้นฟูกล้ามเนื้อ มีคุณภาพการนอนที่ดี และยกระดับสุขภาวะองค์รวม

 

2. สุขภาพคือ การลงทุนระยะยาว

 

การจะมี healthspan ต้อง “ลงทุนระยะยาว” ไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่สะสมความแข็งแรง แข็งแกร่ง ทั้งร่างกายและจิตใจ การจะทำให้ออกกำลังกายได้ต่อเนื่อง วิ่งเทรล หรือเข้ายิม ไม่ป่วยง่าย ก็ต้องพักผ่อนให้พอ โภชนาการถึง ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ต้องสะสม ต้องเริ่มทำวันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด เพราะต้องยืดระยะ “สมรรถภาพ” ต่าง ๆ ให้ได้นานที่สุด

 

3. ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี

 

คนที่มองหา Longevity ก็จะมองหาเทคโนโลยีอย่าง Biohacking หรือ การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อปรับเปลี่ยนและมอนิเตอร์ร่างกาย เช่น

 

  • Deep Health Screening ในการตรวจ DNA ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน และอายุทางชีวภาพเพื่อประเมินความเสื่อมของเซลล์
  • Wearable Technology อย่างอุปกรณ์ Smartwatch กลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกายที่ให้ข้อมูลละเอียด เช่น การนอนหลับ
  • Role Models หรือการมีบุคคลต้นแบบที่สนใจเอาชนะความแก่ชรา เช่น Bryan Johnson ผู้ทุ่มเทเพื่อลดอายุทางชีวภาพ

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 1

 

5 เรื่องช่วยเริ่มออกแบบ Longevity ได้ง่าย ๆ

 

การเริ่มต้นรักษาสมดุลร่างกาย เพื่อคงความแข็งแรงให้เซลล์สามารถซ่อมแซมส่วนสึกหรอ ฟื้นฟูได้เร็ว ให้มี Healthspan ที่ยั่งยืน เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จาก 5 ข้อ ดังนี้

 

1. เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

 

อายุที่ยืนยาวมาจากการขยับร่างกายทุกวัน งานวิจัยต่างประเทศชี้ตรงกันว่า การขยับร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การยืดเหยียด วันละ 20-30 นาที ช่วยชะลอการเสื่อมของร่างกาย ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ในระยะยาว

 

2. นอนหลับให้มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่นานพอ

 

การนอน 7-9 ชั่วโมงเป็นเวลาสำคัญในการซ่อมแซมเซลล์ สมอง และระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยชี้ว่าการนอนสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และสมองเสื่อม

 

3. ดูแลจิตใจและความสัมพันธ์ทางสังคม

 

อายุยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับร่างกายเท่านั้น แต่สุขภาพใจก็สำคัญ งานวิจัยชี้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อน หรือครอบครัว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ การพูดคุย หัวเราะ และรู้สึกมีคุณค่า คือปัจจัย Longevity ที่มักถูกมองข้าม

 

4. ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่บั่นทอนสุขภาพระยะยาว

 

การไม่สูบบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ ลดน้ำตาล และจัดการความเครียด คือ ทางลัดสู่ Longevity เพราะเป็นการตัดตัวเร่งความเสื่อมของเซลล์ ซึ่งหลายประเทศยืนยันว่าช่วยยืดช่วงชีวิตที่แข็งแรงได้หลายปี

 

5. โภชนาการที่ดี เริ่มจากการกินให้สมดุลและสม่ำเสมอ

 

การกินเป็นวิธีสร้าง Longevity ที่ง่ายที่สุด งานวิจัยระบุว่า กรดอะมิโนครบถ้วนและการควบคุมรสชาติอาหารช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีในระยะยาว อาหารที่ดีจึงเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตยืนยาว ร่างกายใช้ “กรดอะมิโน” (หน่วยย่อยของโปรตีน) ในการสร้าง ซ่อมแซม และฟื้นฟูร่างกายในระดับลึก เมื่ออายุ 45 ปีขึ้นไป ความสามารถในการซ่อมแซมจะลดลง หากขาดสารอาหารที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ความอ่อนล้า ฟื้นตัวช้า และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ทำให้คุณภาพชีวิตและพลังงานลดลง

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 2

 

ทดลองมีชีวิตยืนยาวแบบคนญี่ปุ่นด้วย Japanese Longevity

 

คนญี่ปุ่นมีชื่อเสียงด้านอายุยืนยาวจากวิถีชีวิตที่สมดุลและใส่ใจสุขภาพ เช่น หลักการกินแบบมีสติอย่าง Hara Hachi Bu ที่ให้หยุดกินเมื่ออิ่มประมาณ 80% เพื่อควบคุมพลังงานและกระบวนการเผาผลาญพลังงาน นอกจากนี้ อาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น ผัก ปลา ถั่วเหลือง และชา ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและส่งเสริมอายุยืนยาว

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 3

 

อีกด้านของวิถีชีวิตแบบ Japanese longevity คือการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน มี “เหตุผลในการมีชีวิตอยู่” หรือ อิคิไก (Ikigai) และเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันแทนการออกกำลังกายหนัก ทำให้ชีวิตทั้งกายและใจสุขภาพดีแม้ในวัยสูงอายุ ทั้งหมดนี้สะท้อน “วัฒนธรรมและค่านิยมชีวิต” ที่ผสานการดูแลร่างกาย จิตใจ และสังคม ส่งผลต่ออายุขัยเฉลี่ยที่สูงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

“AminoScience” ศาสตร์ที่เชื่อมอาหารเข้ากับคุณภาพชีวิต

 

“กรดอะมิโน” คือหน่วยย่อยโปรตีนที่สำคัญต่อสุขภาพอย่างยิ่ง จึงทำให้อายิโนะโมะโต๊ะศึกษาเรื่องราวดังกล่าว จนเกิดเป็น “AminoScience” ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัท ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยกรดอะมิโนในหลากหลายมิติที่เชื่อมโยงกับ Longevity ทั้งการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อและระบบภายในที่เสื่อมถอยตามวัย รักษาสมดุลร่างกาย ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของสมอง และที่สำคัญยังนำมาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์อาหารที่เรากินอยู่ในทุก ๆ วัน

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 4

 

จาก “AminoScience” สู่อาหารเพื่อนักกีฬา

 

ก่อนหน้านี้เราได้กล่าวถึง “AminoScience” ที่ช่วยเสริมสร้าง Longevity ให้คนทั่วไป แต่ “AminoScience” ก็สามารถขยายไปสู่โลกกีฬาได้เช่นกัน เพราะนักกีฬาต้องการโภชนาการและการฟื้นฟูที่แม่นยำ การนำ“AminoScience” มาสนับสนุนนักกีฬาจึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าแนวคิด “กินดี มีสุข” สร้างผลลัพธ์ด้านสมรรถนะร่างกายได้จริง ผ่านโครงการ “Thailand Victory Project” ในช่วงซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย

 

จาก “AminoScience” สู่อาหารเพื่อนักกีฬา

 

Ajinomoto Victory Canteen คือศูนย์โภชนาการหลักทัพนักกีฬาไทยที่นำ “AminoScience” มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบเมนู “มื้ออาหารแห่งชัยชนะ” หรือ “Winning Meals” อย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลนักกีฬาไทยในการแข่งขันซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัว การรักษาสมดุลร่างกาย ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังการแข่งขัน

 

นอกจากนักกีฬาจะได้รับอาหารเหมาะสมแล้วยังได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโภชนาการสำหรับนักกีฬาที่นำไปใช้ต่อในชีวิตจริง กล่าวได้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลรวม 499 เหรียญ ครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025 (233 เหรียญ) นอกจากความพยายามฝึกฝนอย่างเข้มงวดของตัวนักกีฬาแล้ว โภชนาการและการกินที่ดีก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มสมรรถภาพให้พร้อมลงสนามและคว้าชัยยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 6

 

เปลี่ยนการกินให้เป็นการสร้าง Healthspan อย่างยั่งยืน

 

เทรนด์ทั้งหมดที่กล่าวไปของ Longevity จะเห็นได้ตรงกันในข้อหนึ่งว่า การสร้าง Longevity สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกจังหวะชีวิตของเรา

 

ความท้าทายของ Longevity จึงไม่ใช่การรอให้เทคโนโลยีในอนาคตมาช่วยเรา แต่คือการตัดสินใจ “ลงทุน” กับสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ผ่านการใช้ชีวิตอย่างมีวินัยและการเลือกโภชนาการที่ชาญฉลาด

 

“AminoScience” ความเชี่ยวชาญของอายิโนะโมะโต๊ะ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่นวัตกรรมอาหาร แต่คือเครื่องมือสำคัญในการ Biohack ร่างกายให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาที่ต้องการชัยชนะ วัยทำงานที่ต้องการรักษา Performance หรือผู้ใหญ่ที่อยากใช้ชีวิตอย่างอิสระ ทุกคำที่กินเข้าไปคือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการวางรากฐานชีวิตและสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับตัวคุณในอนาคต

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ อายิโนะโมะโต๊ะ ไม่หยุดคิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้าน “AminoScience” เพื่อรองรับความต้องการนี้

 

  • aminoVITAL® เจลพลังงานสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างพลังให้กับกล้ามเนื้อเพื่อชีวิตประจำวันที่แอ็กทีฟ ด้วยกรดอะมิโนสำหรับการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
  • AminoNite สร้างผ่อนคลายให้กับการนอน ลดการตื่นกลางดึก เพื่อการนอนที่มีคุณภาพ

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 7

 

  • AminoMOF ใช้ดูแลกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวระยะยาว โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป เพื่อคงมวลกล้ามเนื้อให้ร่างกายใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ สอดคล้องกับแนวคิด Longevity
  • AminoBea’u คอลลาเจนที่ออกแบบมาให้ทานง่าย ดูแลตัวเองได้สม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เหมาะกับคนที่อยากเริ่มดูแลสุขภาพจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 8

 

รวมถึงไลฟ์สไตล์ในการปรุงอาหารเอง ก็ได้สอดแทรกกรดอะมิโนลงไปในเครื่องปรุงรส อย่างกลูตามิก มีประโยชน์สำคัญคือช่วยกระตุ้นตัวรับรส สร้างรสชาติอร่อย กลมกล่อมให้อาหาร ในผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่เสริมด้วย “AminoScience” ไม่ว่าจะเป็น ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะที่ผลิตจากธรรมชาติ เครื่องปรุงรส รสดี และทาคูมิ อายิ ซอสปรุงรสจากถั่วเหลืองหมักธรรมชาติ

 

“กินดี มีสุข” สร้าง Longevity ในวันนี้ได้เพียงการกิน

 

“กรดอะมิโน” เป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต ซึ่งความเชี่ยวชาญด้าน “AminoScience” ของอายิโนะโมะโต๊ะ ได้นำมาต่อยอดเพื่อสนับสนุนสุขภาวะที่ดีและการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

 

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า การมีชีวิตที่ยืนยาวแบบ Longevity นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้จัก “เลือก” รับประทานสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในแต่ละช่วงเวลาและรูปแบบการใช้ชีวิต ซึ่งอายิโนะโมะโต๊ะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติ เพื่อสร้าง “การกินดี มีสุข” และมอบสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทย

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 9

 

อ้างอิง:

The post เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ Longevity ด้วย “AminoScience” [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ได้มีดีแค่อูมามิ บทพิสูจน์ใหม่อายิโนะโมะโต๊ะ บุกธุรกิจเฮลท์แคร์ เทคโนโลยี และการผลักดันความยั่งยืนสู่สังคม [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ajinomoto-health-care-business/ Fri, 28 Apr 2023 05:27:05 +0000 https://thestandard.co/?p=781691 ajinomoto

เคยสงสัยไหมว่า ผู้ที่คิดค้น ‘ผงผลึกสีขาว’ หรือที่เรารู้ […]

The post ไม่ได้มีดีแค่อูมามิ บทพิสูจน์ใหม่อายิโนะโมะโต๊ะ บุกธุรกิจเฮลท์แคร์ เทคโนโลยี และการผลักดันความยั่งยืนสู่สังคม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ajinomoto

เคยสงสัยไหมว่า ผู้ที่คิดค้น ‘ผงผลึกสีขาว’ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ต้นตอของความอร่อยที่อยู่ทุกครัวเรือนมาอย่างยาวนาน ตอนที่เขาคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมา เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ แล้วอยู่ดีๆ ทำไมเจ้าโมโนโซเดียมกลูตาเมตจากญี่ปุ่นแบรนด์นี้ ถึงได้กลายเป็นเครื่องปรุงรสที่เข้ามาชูรสชาติของอาหารทุกจานได้อร่อยขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ 

 

ย้อนกลับไปในปี 1908 หรือเมื่อ 115 ปีที่แล้ว ศ.ดร.คิคุนาเอะ อิเคดะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล ในฐานะผู้คนพบรสชาติความอร่อยแบบอูมามิ ได้ตั้งคำถามที่ชวนฉงนสงสัยไว้ว่า ‘ทำไมน้ำซุปที่ได้จากการต้มสาหร่ายทะเลคอมบุถึงมีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม?’

 

จากจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามนี้เอง นำไปสู่การศึกษาวิจัย จนกระทั่งได้พบว่า รสชาติอูมามิในน้ำซุปนี้มีที่มาจาก ‘กลูตาเมต’ หรือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในสาหร่ายทะเลคอมบุ และได้เรียกรสชาตินี้เป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ‘อูมามิ’

 

การค้นพบครั้งดังกล่าวยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นอย่าง ซาบุโรสุเกะ ซูซูกิ ที่ได้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาเครื่องปรุงรสอูมามิหรือผงชูรส วางจำหน่ายสู่ท้องตลาดในปี 1909 โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ หมายถึงที่มาของรสชาติ (อร่อย) เพื่อส่งต่อความอร่อยสู่โต๊ะอาหารผู้คนทั่วโลก

 

อย่างไรก็ดี ‘วันนี้’ ของอายิโนะโมะโต๊ะ พวกเขาไม่ตีกรอบตัวเอง หรือยึดติดกับความสำเร็จของการเป็นผู้ผลิตผงชูรสจำหน่ายอีกต่อไป เพราะด้วย DNA และวิถีแบบอายิโนะโมะโต๊ะ พวกเขาจึงได้ขยายธุรกิจของตัวเอง ไปคว้าโอกาสในน่านน้ำใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน 

 

ขณะเดียวกันก็ไม่หลงลืมที่จะให้ความสำคัญกับการตอบแทนคุณค่าและประโยชน์ กลับคืนสู่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงโลกใบนี้ สู่ความยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

 

THE STANDARD ชวนอ่านเรื่องราวการเดินทางของอายิโนะโมะโต๊ะ ที่ขยับพาตัวเองไปไกลกว่าแค่การรังสรรค์ความอูมามิในจานอาหาร แต่ต้องส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คน สิ่งแวดล้อม และโลก ที่ยั่งยืนมากกว่าเดิมให้ได้สำเร็จ

 

115 ปีของอายิโนะโมะโต๊ะ กับย่างก้าวที่หาญกล้าในวันที่ ‘ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตผงชูรสอีกต่อไป’

อายิโนะโมะโต๊ะเริ่มธุรกิจครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1908 หากวัดปีในปัจจุบันก็จะเป็นปีครบรอบ 115 ปีพอดีที่อายิโนะโมะโต๊ะได้ตั้งบริษัทขึ้นมา โดยที่ธุรกิจแรกเริ่มของพวกเขาตั้งต้นจากการเป็นผู้ผลิตผงชูรส เครื่องปรุงที่ทำให้อาหารมีรสชาติ ‘อูมามิ’ หรืออร่อยกลมกล่อมนั่นเอง

 

ผงชูรสหรือโมโนโซเดียมกลูตาเมต ประกอบด้วย ‘กลูตาเมต’ ซึ่งเป็น ‘กรดอะมิโน’ ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์เราเป็นอย่างมาก (จินตนาการง่ายๆ ส่วนประกอบในร่างกายมนุษย์ 60% คือน้ำ 15% คือไขมัน และอื่นๆ อีก 5% ในสัดส่วน 20% ที่เหลือคือโปรตีน ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีกรดอะมิโนกว่า 20 ชนิดเป็นองค์ประกอบ อย่างน้ำนมแม่ก็เปี่ยมไปด้วยกรดอะมิโน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กรดอะมิโนถือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์เรา)

 

แม้อายิโนะโมะโต๊ะจะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำธุรกิจด้านกรดอะมิโนที่มีจุดเริ่มต้นคือผงชูรส แต่ในปัจจุบันธุรกิจและสายพานการผลิตของพวกเขากลับไปไกลมากกว่านั้น เขาได้ขยายธุรกิจสู่ภาคอุตสาหกรรมอาหาร ตัวอย่างเช่น อาหารแปรรูป (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ยำยำ), ซุป, กาแฟพร้อมดื่มแบรนด์เบอร์ดี้ หรือแม้แต่อาหารแช่แข็งอย่างเกี๊ยวซ่า จากการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการผลิตอาหารแช่แข็งโดยเฉพาะ

 

แต่ ณ วันนี้ อายิโนะโมะโต๊ะไม่ได้ตีกรอบตัวเองอยู่แค่ในอุตสาหกรรมผู้ผลิตอาหารอีกต่อไป เพราะพวกเขายังเดินหน้าต่อด้วยการมุ่งเน้นในเรื่องเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนโดยการแก้ไขปัญหาสังคมและชุมชน ผ่านการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน นั่นคือแก่นหลักของอายิโนะโมะโต๊ะ

 

 

จากภาคธุรกิจอาหารสู่ธุรกิจด้านสุขภาพ

โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ สารน้ำสำหรับหลอดเลือดดำที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโน ช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด ซึ่งในอนาคตทางอายิโนะโมะโต๊ะยังมีแพลนที่จะขยายธุรกิจในหมวดนี้ให้มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเดิม

 

ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นและเชื่อว่าน้อยคนจะรู้ข้อเท็จจริงประการนี้คือ การที่เราทุกคนล้วนแล้วแต่ถือผลิตภัณฑ์ของอายิโนะโมะโต๊ะอยู่ในมือตลอดเวลา!

 

ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ ‘ฟิล์มฉนวนในชิปหน่วยประมวลผล เซมิคอนดักเตอร์’ อธิบายอย่างง่ายคือ ในสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีหน่วยประมวลผล ชิป หรือเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีขนาดที่จิ๋วมากๆ และภายในก็มีรูปแบบของวงจรที่สลับซับซ้อน แยกกันตามแต่ละฟังก์ชันการทำงาน ซึ่งฟิล์มฉนวนที่ว่าที่ผลิตจากเรซินด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในการพัฒนากรดอะมิโน ก็มีส่วนสำคัญในการนำมาประยุกต์ใช้กับการผลิตฟิล์มฉนวนในเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง เพื่อให้สามารถแยกหน่วยประมวลผลภายในออกจากกันได้นั่นเอง

 

ไม่เพียงแค่ผลิตเท่านั้น แต่อายิโนะโมะโต๊ะยังครองส่วนแบ่งตลาดนี้ในระดับที่แทบ Dominated ทั้งตลาดในสัดส่วนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้!

 

นอกเหนือจากนี้ อายิโนะโมะโต๊ะก็ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม นั่นจึงทำให้พวกเขาทุ่มงบมหาศาลจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา R&D ที่มีขนาดใหญ่ โดยมีทีมงานร่วม 1,600 ชีวิตทั่วโลกในการทุ่มเทพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับอายิโนะโมะโต๊ะอยู่ตลอดเวลา (ในประเทศไทยเองก็มีศูนย์ R&D ด้านอาหารและศูนย์เทคโนโลยีด้านไบโอฟาร์มด้านกรดอะมิโน)

 

สาเหตุหลักๆ ที่อายิโนะโมะโต๊ะไม่หยุดตัวเองหรือตีกรอบแค่การพัฒนาผงชูรส เป็นเพราะว่าพวกเขามองตัวเองใหญ่กว่าน้ัน หรือเป็น ‘ธุรกิจด้านกรดอะมิโน’ 

 

นอกเหนือจากนี้อายิโนะโมะโต๊ะยังมุ่งมั่นผลักดันให้ทุกทรัพยากรธรรมชาติในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของพวกเขา ด้วยการนำวัตถุดิบหลักอย่างกรดอะมิโนหมุนเวียนจากการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสีย ให้กลับไปเป็นทรัพยากรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบด้วยกระบวนการที่เหมาะสม และนำไปใช้ประโยชน์เติมเต็มได้อย่างดีในทุกมิติ

 

‘AGW’ (Ajinomoto Group Way) วิถีแห่งกลุ่มอายิโนะโมะโต๊ะ เบื้องหลังความสำเร็จที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และหัวใจแห่งการสร้างนวัตกรรมแบบไม่รู้จบ

อ่านมาจนถึงตอนนี้ หลายคนอาจเริ่มสงสัยกันแล้วว่า หลักคิดแบบไหนกันแน่ที่ทำให้องค์กรอย่างอายิโนะโมะโต๊ะสามารถยืนหยัดผ่านยุคสมัย ผ่านทุกช่วงเวลาทั้งวิกฤตและรุ่งโรจน์ มาได้ยาวนานเหนียวแน่นตลอดกว่า 115 ปี แถมยังสามารถแผ่อาณาจักรตัวเอง ที่แม้จะเริ่มจากธุรกิจอาหาร กระทั่งไปจับยึดพื้นที่ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีผ่านฟิล์มฉนวนในเซมิคอนดักเตอร์ได้อย่างน่าซูฮก

 

อิชิโระ ซะกะกุระ

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด

 

เรื่องนี้ อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Secret Sauce เอาไว้ว่า อายิโนะโมะโต๊ะจะยึดถือ ASV คืออายิโนะโมะโต๊ะสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (The Ajinomoto Group Creating Shared Value) และอีกส่วนคือ AGW วิถีแห่งกลุ่มอายิโนะโมะโต๊ะ หรือ Ajinomoto Group Way ซึ่งเปรียบเสมือนคุณค่าในเชิงวัฒนธรรมองค์กรที่คนอายิโนะโมะโต๊ะล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

 

Ajinomoto Group Way ประกอบไปด้วย

 

  1. การสร้างค่านิยมใหม่
  2. การมีจิตวิญญาณของการเป็นผู้บุกเบิกริเริ่มสิ่งใหม่ๆ
  3. การตอบแทนสังคม
  4. การเคารพในคุณค่าของคน

 

เมื่อรวมทั้ง 4 ข้อของ AGW เข้าด้วยกัน หัวเรือใหญ่อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย จึงได้สรุปแบบรวบรัดเอาไว้ว่า การยึดถือหลักการ AGW ได้ส่งผลให้ DNA คนอายิโนะโมะโต๊ะที่มักจะให้ความสำคัญกับการสรรค์สร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับสังคม

 

“การเป็นบริษัทใหญ่จะต้องท้าทายตัวเองอยู่เสมอ เราต้องพร้อมที่จะทลายกรอบความคิดเดิมๆ มองมุมมองที่ต่างออกไป พร้อมจะเข้าไปตอบโจทย์ แก้ปัญหาของผู้คน ด้วยวิธีการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ถึงแม้ว่าตลาดนั้นจะไม่ใช่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ก็ตาม และแม้ว่ามันจะเป็นตลาดที่มีขนาดเล็ก แต่ก็มีโอกาสขยายต่อยอดไปได้อย่างยั่งยืน” อิชิโระให้สัมภาษณ์ไว้ในช่วงหนึ่งของรายการ The Secret Sauce

 

 

ไม่แปลกใจที่อายิโนะโมะโต๊ะจะไม่หยุดนิ่งอยู่แค่การเป็นผู้ผลิตผงชูรส วัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหาร เพียงอย่างเดียว แต่เลือกที่จะพาตัวเองออกไปเรียนรู้สนามใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหาร (ที่ไม่ใช่แค่ผงชูรส) ไปจนถึงกลุ่มเทคโนโลยีที่พัฒนาได้จากศาสตร์แห่งกรดอะมิโน

 

 

อนาคตของอายิโนะโมะโต๊ะ กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ด้วยการส่งต่อ ‘ความเป็นอยู่ที่ดี’ ให้กับผู้คน

หลายๆ องค์กรมักมองที่ผลลัพธ์และเป้าหมายของการพัฒนาองค์กรให้เติบโต ทะยานสู่การเป็นผู้นำในตลาดให้ได้สำเร็จ เรื่องเดียวกันนี้ในมุมมองของอายิโนะโมะโต๊ะก็ไม่แตกต่างกันสักเท่าไร เพราะเดิมทีหากย้อนไปก่อนในปี 2020 เป้าหมายของพวกเขาคือการก้าวขึ้นมาติด 1 ใน 10 ของบริษัทผู้นำด้านธุรกิจอาหารของโลกให้ได้

 

แต่กระทั่งในปี 2020 หรือเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่เป้าหมายของอายิโนะโมะโต๊ะได้เปลี่ยนแปลงไป โดยได้ขยับวิสัยทัศน์จากการเป็น Top 10 Food Companies of the World ไปสู่การสร้างคุณค่าและตอบแทนสิ่งต่างๆ กลับคืนสู่สังคม ด้วยการมีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม ชุมชน และโลก ให้ดียิ่งขึ้น (Well Being) ผ่านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน

 

 

โดยที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด บอกไว้ว่า จุดเปลี่ยนของการพลิกมุมคิดนี้เกิดขึ้นจากการที่พวกเขาตั้งคำถามกับตัวเองว่า การที่พวกเขาขึ้นเป็น 1 ใน 10 บริษัทผู้นำด้านธุรกิจอาหารในโลกได้สำเร็จ จะมีความหมายอะไรถ้าพวกเขาไม่ได้สร้างคุณค่าใดๆ ให้กับสังคมเลยแม้แต่น้อย

 

สำหรับในปี 2023 เป็นต้นไป อายิโนะโมะโต๊ะจะมุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจใน 4 กลุ่มหลักๆ ประกอบไปด้วย

 

  1. กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ (Health Care)
  2. กลุ่มธุรกิจด้านอาหารและสุขภาพความเป็นอยู่ (Food & Wellness)
  3. กลุ่มธุรกิจด้าน ICT (ในที่นี้ก็คือฉนวนฟิล์มในเซมิคอนดักเตอร์)
  4. กลุ่มธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม (เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลกทั้งใบ)

 

สำหรับประเด็นด้านธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมที่อายิโนะโมะโต๊ะมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับโลกนั้น อิชิโระ ซะกะกุระ ได้อธิบายไว้ว่า แนวทางของพวกเขาจะประกอบไปด้วย 2 มิติหลักๆ นั่นคือ

 

  1. การลดผลกระทบจากการดำเนินงานของอายิโนะโมะโต๊ะต่อสิ่งแวดล้อมลงให้ได้ 50% เมื่อเทียบกับปี 2018: ครอบคลุมตั้งแต่การตั้งเป้านำผลิตภัณฑ์รีไซเคิลมาใช้งานในสัดส่วนร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้ภายในปี 2030, การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้งานในองค์กร, การลดขยะพลาสติก, การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ, การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน, การนำมันสำปะหลังที่เป็นส่วนเกินและอาจเป็น Food Waste ไปผันเปลี่ยนเป็นปุ๋ย และส่งต่อให้กับชาวไร่ผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อสร้างเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็น ‘วัฏจักรชีวภาพ’

 

  1. การยืดอายุขัยประชากร ส่งเสริมสุขภาพดีให้ผู้คนมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกให้ได้สำเร็จ: ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศาสตร์แห่งกรดอะมิโน, การนำเสนอแผนโภชนาการที่มุ่งมั่นอย่างไม่ลดละ ที่ไม่กระทบต่อรสชาติความอร่อย ไม่ปิดกั้นการเข้าถึงสินค้าและโภชนาการที่ดีของผู้บริโภค และไม่กระทบต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นของผู้คนในแต่ละพื้นที่

 

กว่า 115 ปีที่ผ่านมาของอายิโนะโมะโต๊ะ หากมองมุมมองในเชิงธุรกิจ พวกเขาถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ ความหาญกล้าที่พร้อมจะพาตัวเองไปสู่โอกาสใหม่ๆ และนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่งอยู่เสมอ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้องค์กรหนึ่งสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้า ผ่านมรสุมความท้าทายได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง

 

ขณะเดียวกัน หากเรามองพวกเขาด้วยแว่นขยายในมุมมองเชิงการตอบแทนสังคม ก็ต้องยอมรับอีกเช่นกันว่า อายิโนะโมะโต๊ะไม่ละเลยที่จะตอบแทนผู้คน ชุมชน สังคม และโลกใบนี้ ที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขา ด้วยการให้คำมั่นสัญญาในการขับเคลื่อนความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรมศาสตร์แห่งกรดอะมิโน

 

เมื่อผนวกรวมทั้งสองสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมุมมองเชิงธุรกิจหรือสังคมเข้าด้วยกัน นี่อาจจะเป็นคำตอบที่สะท้อนให้เรามองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่า การที่องค์กรสักหนึ่งองค์กรจะยืนหยัดได้อย่างมั่นคง แข็งแรง และก้าวขึ้นมาอยู่ในใจผู้บริโภคได้สำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา พวกเขาจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องอะไรกันแน่

The post ไม่ได้มีดีแค่อูมามิ บทพิสูจน์ใหม่อายิโนะโมะโต๊ะ บุกธุรกิจเฮลท์แคร์ เทคโนโลยี และการผลักดันความยั่งยืนสู่สังคม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาวะเงินเฟ้อรุมเร้าญี่ปุ่น ผู้บริโภคซื้อสินค้าถูกลง สวนทาง ผงชูรส-ยาคูลท์-กาแฟ แม้ขึ้นราคาแต่ลูกค้ายอมจ่าย https://thestandard.co/inflation-hits-japan/ Tue, 27 Dec 2022 04:23:09 +0000 https://thestandard.co/?p=729120

ผลพวงเงินเฟ้อในญี่ปุ่นทำอาหาร-เครื่องดื่มแห่ขึ้นราคา ส่ […]

The post ภาวะเงินเฟ้อรุมเร้าญี่ปุ่น ผู้บริโภคซื้อสินค้าถูกลง สวนทาง ผงชูรส-ยาคูลท์-กาแฟ แม้ขึ้นราคาแต่ลูกค้ายอมจ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลพวงเงินเฟ้อในญี่ปุ่นทำอาหาร-เครื่องดื่มแห่ขึ้นราคา ส่งผลให้ผู้บริโภคหันซื้อสินค้าถูกลง กระทบสินค้าบางแบรนด์รายได้ลด แต่สินค้าอย่าง อายิโนะโมะโต๊ะ-ยาคูลท์-กาแฟ กลับเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคยอมจ่ายแม้ขึ้นราคา

 

Nikkei Asia รายงานว่า จากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มองหาสินค้าที่มีราคาถูก ส่งผลให้สินค้าบางแบรนด์มียอดขายลดลง แต่ยังมีบริษัทอาหารบางแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการขึ้นราคาโดยไม่สูญเสียส่วนแบ่งการตลาด

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

UTokyo Economic Consulting และ Nikkei ได้เก็บข้อมูลการขายสินค้าจากเครื่องคิดเงิน (POS) ในซูเปอร์มาร์เก็ต 470 แห่งทั่วญี่ปุ่น จากสินค้าอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม 156 หมวด รวม 1.4 แสนรายการ เพื่อวิเคราะห์หาข้อมูลการจับจ่ายหลังการขึ้นราคาสินค้า 

 

โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2022 มีสินค้าอาหารและเครื่องดื่มปรับขึ้นราคาจำนวน 138 หมวด หรือคิดเป็น 90% ของทั้งหมด โดยใน 76 หมวด หรือคิดเป็น 55% สินค้าที่มีราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหมวดทำยอดขายได้สูงกว่าสินค้าในหมวดเดียวกันที่ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ย 

 

สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์เงินเฟ้อ

 

ขณะที่ในอีก 62 หมวดที่เหลือ สินค้ามีราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดจากสินค้าที่ราคาถูกกว่าได้ และในจำนวนนี้สินค้า 38 หมวด ผู้ผลิตยังมีรายได้เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้บริโภคไม่มีทางเลือก จึงมีความจำเป็นต้องซื้อสินค้าราคาสูง แต่บางคนกลับยอมจ่ายเพื่อให้ได้สินค้าที่ต้องการ 

 

สำหรับกลุ่มสินค้าที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย เริ่มตั้งแต่ผงปรุงรสอูมามิ อายิโนะโมะโต๊ะ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 90% ที่ผ่านมามีการใช้กลยุทธ์สร้างการรับรู้และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าด้วยการผนึกกำลังกับยูทูเบอร์ชื่อดังในการทำตลาด รวมถึงแจกสูตรอาหารสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องหันมาทำอาหารเองที่บ้านในช่วงโควิด

 

Taro Fujie ประธานของอายิโนะโมะโต๊ะ ระบุว่า บริษัทพยายามสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าของสินค้าก่อนที่จะประกาศขึ้นราคา ซึ่งจะช่วยให้สามารถขายสินค้ากลุ่มพรีเมียมได้มากขึ้น

 

ตามด้วยกลุ่มสินค้ากาแฟ ผู้ผลิตได้พยายามทำการตลาดสื่อสารกาแฟระดับพรีเมียมเข้าตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศ เห็นได้จากสตาร์บัคส์ หลังจากปรับขึ้นราคาไปยังมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

รวมถึงกลุ่มนมเปรี้ยว ยาคูลท์ มีรายได้เติบโตขึ้น หลังจากสินค้ายาคูลท์ Y1000 ราคาขวดละ 150 เยน (38.4 บาท) เน้นจุดขายด้านลดความเครียดและช่วยในการนอนหลับ กลายเป็นสินค้ายอดฮิต และขาดตลาด แม้ว่าราคาจะสูงกว่ายาคูลท์สูตรปกติเกือบ 2 เท่า

 

Mitsuteru Komiyama หัวหน้าฝ่ายการตลาดของยาคูลท์ บอกว่า ปัจจัยที่ทำให้ยาคูลท์ประสบความสำเร็จ ต้องยกให้สาวยาคูลท์ที่เดินสายส่งและขายยาคูลท์ตามบ้าน เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ประกอบกับการสร้างการรับรู้จนแบรนด์ติดตลาด

 

ด้าน Hideo Kumano หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทวิจัย Dai-ichi Life Research Institute วิเคราะห์ว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่สินค้าราคาสูงขึ้น บริษัทต่างๆ ที่มีกลุ่มลูกค้าประจำสามารถต่อสู้กับการแข่งขันได้แม้จะขึ้นราคาแล้วก็ตาม 

 

ขณะเดียวกันปัจจุบันตลาดอาหารและครื่องดื่มของญี่ปุ่นยังต้องเผชิญความท้าทายอย่างมาก แม้ยอดขายสินค้ากลุ่มพรีเมียมจะสูงขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ภาพรวมของตลาดกลับมาเติบโตได้ เห็นได้จากยอดขายในช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยังอยู่ในระดับทรงตัวเทียบกับปีที่แล้ว เพราะผู้บริโภคยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและผู้บริโภคจำนวนมากยังเลือกซื้อสินค้าราคาถูกลง 

 

อ้างอิง:

The post ภาวะเงินเฟ้อรุมเร้าญี่ปุ่น ผู้บริโภคซื้อสินค้าถูกลง สวนทาง ผงชูรส-ยาคูลท์-กาแฟ แม้ขึ้นราคาแต่ลูกค้ายอมจ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ตั้งเป้าลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม 50% ในปี 2030 [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ajinomoto/ Tue, 20 Dec 2022 08:50:35 +0000 https://thestandard.co/?p=724738 Ajinomoto

รู้ไหมว่าในแต่ละปี โลกเราต้องแบกรับ Food Loss and Food […]

The post ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ตั้งเป้าลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม 50% ในปี 2030 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ajinomoto

รู้ไหมว่าในแต่ละปี โลกเราต้องแบกรับ Food Loss and Food Waste หรือการสูญเสียอาหารและขยะที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทางอาหารมากเท่าไร? (ให้เวลาคิด 3 วินาที)
.

.
.
(เฉลย) ข้อมูลจากสหประชาชาติ หรือ UN เปิดเผยโดย UNEP โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (อังกฤษ: United Nations Environment Programme) พบว่า ในปีปีหนึ่งเราต้องเผชิญกับปริมาณขยะจากอาหารมากถึง 931 ล้านตัน ถ้าใครจินตนาการไม่ออกว่ามากแค่ไหน ก็อาจจะลองเทียบกับปริมาณรถแบบตีกลมๆ รวมที่ 620 ล้านคันก็ได้ (ประมาณการโดยเฉลี่ยรถ 1 คันมีน้ำหนัก 1.5 ตัน)

 

หรือถ้าจะเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นกว่านั้น ว่ากันว่าจากสัดส่วนอาหาร 100% ที่ถูกผลิตขึ้นจากโรงงาน ร้านอาหาร ในจำนวนนี้มีสัดส่วนมากถึง 17% ที่ไม่ได้ถูกกำจัดอย่างถูกวิธีโดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของเรา แต่ถูกโยนทิ้งโยนขว้างจนกลายเป็น Food Loss and Food Waste ซึ่งในปริมาณขยะจากอาหารเหล่านี้ คาดการณ์กันว่ามีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่โลกมากถึงราวๆ 8-10% ในแต่ละปีเลยทีเดียว

 

ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะมองข้ามและพากันเข้าใจไปว่า Food Loss and Food Waste ไม่ใช่วาระเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างที่คิด บ้างก็อาจจะทึกทักผิดมองว่าเรื่องใกล้ตัวอย่างปัญหาบรรจุภัณฑ์พลาสติก ควันไอเสียจากรถยนต์ และมลพิษจากอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายมากกว่า แต่จากข้อมูลที่ UN ได้เปิดเผยออกมานี้ก็น่าจะทำให้เราต้องมานั่งทบทวนกันเสียใหม่แล้วว่า เราจะช่วยลดปริมาณ Food Loss and Food Waste ลงเพื่อคืนความสมบูรณ์ และสุขภาพที่ดีให้กับโลกด้วยวิธีไหน

 

ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ ประเด็นดังกล่าวจึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารที่จะต้อง ‘ปรับ’ กระบวนการใหม่เสียหมด ‘เปลี่ยน’ มุมคิดและวิธีการเพื่อให้การทำธุรกิจและการดำเนินงานของพวกเขาเป็น ‘มิตร’ ต่อโลกอย่างยั่งยืน

 

หนึ่งในองค์กรที่เห็นถึงความสำคัญของประเด็นสิ่งแวดล้อม ผลกระทบของ Food Loss and Food Waste และเริ่มปรับนโยบายหลายต่อหลายภาคส่วนมายึดโยงให้ความสำคัญด้านนี้มากยิ่งขึ้นคือ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด

 

อายิโนะโมะโต๊ะทำอะไรไปแล้วบ้าง พวกเขามีวิธีการเปลี่ยนแปลงการทำงาน หรือขยับตัวอย่างไรเพื่อให้มูฟเมนต์ในด้านความยั่งยืน และการใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นรูปธรรมที่มีผลลัพธ์พร้อมให้จับต้องได้จริง?

 

#อายิกรีนดีไปด้วยกัน #AJINOMOTOGREENGROWTH กิน ใช้ชีวิต เพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม แนวคิดจากอายิโนะโมะโต๊ะที่มุ่งสู่ปี 2030 อย่างยั่งยืน

เชื่อว่าทุกคนต่างก็ทราบดีว่ารสชาติของผงชูรสที่เราใส่ลงไปในอาหารถูกขนานนามในอีกชื่อว่า ‘รสอูมามิ’ ซึ่งในที่นี้หลายคนอาจจะเรียกว่ารสนัว ซึ่งถือเป็นรสชาติที่อร่อย กลมกล่อม และถูกยกให้เป็นรสชาติพื้นฐานลำดับที่ 5 ต่อจากรสเปรี้ยว หวาน เค็ม และขม

 

โดยที่กระบวนการได้มาซึ่งผงชูรสของอายิโนะโมะโต๊ะก็มาจากกระบวนการทางธรรมชาติ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรามักจะได้ยินสโลแกนของพวกเขาจนจดจำขึ้นใจว่า ‘ผลิตจากวัตถุดิบหลักจากธรรมชาติ’ ทั้งยังได้รับการขนานนามว่าผงชูรสของพวกเขามีความบริสุทธิ์ระดับ 99.0% ซึ่งวัตถุดิบหลักของอายิโนะโมะโต๊ะก็คือ แป้งมันสำปะหลังและอ้อยนั่นเอง

 

สำหรับกระบวนการผลิตผงชูรสและวงจรชีพของเจ้าผงนัว อายิโนะโมะโต๊ะยังได้ยึดใช้กระบวนการ Bio-cycle หรือวัฏจักรชีวภาพมาตั้งแต่ยุค 80 นั่นหมายความว่า ทุกๆ ขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการผลิต การส่งมอบ ไปจนถึงกระบวนการทำลาย สิ่งที่เกิดขึ้นจากผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะได้คำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในทุกๆ กระบวนการ

 

เริ่มตั้งแต่การปลูกมันสำปะหลังจากไร่ของเกษตรกรท้องถิ่น แล้วนำมันสำปะหลังที่ได้มาเข้ากระบวนการผลิตในโรงงานออกมาเป็นแป้งมัน เพื่อนำไปผลิตผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ แล้วนำน้ำหมักบางส่วนที่หลงเหลือจากกระบวนการผลิตมาพัฒนาเป็นปุ๋ยน้ำส่งคืนสู่ภาคเกษตรกรรม ใช้ในการปลูกมันสำปะหลังหรือพืชผักอื่นๆ ต่อ เพื่อให้วงจร Bio-cycle หมุนไปอย่างสมบูรณ์ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต

 

ความคิดริเริ่มของวัฏจักรชีวภาพคือการเปลี่ยนของเหลือจากภาคการผลิตที่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการให้กลายเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ร่วมอื่นๆ โดยปลดปล่อยคุณค่าออกมาส่งคืนสู่ภาคเกษตรกรรม ส่งผลให้ทุกขั้นตอนการดำเนินงานของอายิโนะโมะโต๊ะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและความยั่งยืน

 

นอกเหนือจากนี้ หัวใจหลักที่เป็นเครื่องยืนยันว่าอายิโนะโมะโต๊ะใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงประกอบไปด้วย 2 แนวทางสำคัญคือ

 

  1. แนวคิดการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (The Ajinomoto Group Creating Shared Value: ASV) เป็นสิ่งที่อายิโนะโมะโต๊ะยึดถือเป็นหัวใจในการดำเนินงานมาโดยตลอด ทั้งยังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงในการสร้างคุณค่าผ่านธุรกิจขององค์กร ไปพร้อมๆ กับการร่วมแก้ไขปัญหาสังคม

 

  1. การประกาศเป้าหมายที่ต้องการบรรลุภายในปี 2030 อายิโนะโมะโต๊ะได้ประกาศไว้ว่า พวกเขาตั้งเป้าจะเป็นกลุ่มบริษัทผู้ส่งมอบแนวทางการแก้ปัญหา และนวัตกรรมที่เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพให้ได้ภายในปี 2030 ‘เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพดีของผู้คนจำนวนหนึ่งพันล้านคน’ และ ‘การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 50%’ จากการดำเนินธุรกิจขององค์กร

 

โรดแมปสู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 50% โดยอายิโนะโมะโต๊ะ

 

 

สำหรับประเด็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงครึ่งหนึ่งหรือ 50% ภายใน 8 ปีต่อจากนี้ อายิโนะโมะโต๊ะจะเน้นไปที่แนวทางการดำเนินธุรกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG-Bio-Circular-Green Economy) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ พร้อมชูหลักการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) เข้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับกิจกรรมทางธุรกิจในทุกโรงงานและสถานประกอบการ ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบ การผลิตและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการกำจัดขยะอย่างถูกวิธีและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ดังนั้น พวกเขาจะต้องมุ่งหาวิธีการ ปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ๆ เพื่อลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดขยะพลาสติกให้ได้สำเร็จ เป็นต้น

 

พวกเขายังยืนยันหนักแน่นในจุดยืนขององค์กร โดยเฉพาะการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในปี 2030 ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆ ด้วยการให้ความสำคัญกับผู้บริโภคและข้ามห่วงโซ่คุณค่า ไปจนถึงการให้คุณค่ากับวิธีการทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อนำกระบวนการใหม่ๆ มาเร่งลดการสร้างผลกระทบเชิงลบกับโลกและสิ่งแวดล้อม

 

 

‘โภชนาการที่มุ่งมั่นอย่างไม่ลดละ’ เพื่อความอร่อย ความสุขที่ดี และการเข้าถึงได้ของผู้คนอย่างทั่วถึง

นอกเหนือจาก Commitment ด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว อายิโนะโมะโต๊ะยังให้ความสำคัญกับแนวทางการช่วยให้ผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดีจากการมีโภชนาการ อาหารการกิน และความเป็นอยู่ที่ดีด้วย

 

ซึ่งสิ่งที่อายิโนะโมะโต๊ะจะมุ่งไปเพื่อให้บรรลุแนวทางดังกล่าวได้อย่างลุล่วง ไร้ปัญหานั้นเรียกรวมว่าแนวคิดแบบ ‘โภชนาการที่มุ่งมั่นอย่างไม่ลดละ’ ซึ่งจะอาศัยความอร่อยของรสนัว รสอูมามิเป็นตัวเชื่อมให้เกิดการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่เหมาะสม ประกอบด้วยแนวทาง 3 ด้านคือ

 

ด้านที่ 1: โภชนาการที่มุ่งมั่นไม่ลดละด้านความอร่อย ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมการมีโภชนาการที่ดี โดยใช้ความเชี่ยวชาญหลักด้านกรดอะมิโนสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

 

ด้านที่ 2: โภชนาการที่มุ่งมั่นไม่ลดละด้านความสามารถในการเข้าถึงสินค้าและโภชนาการที่ดีของผู้บริโภค ความพยายามในการจัดจำหน่าย การควบคุมราคา และความสะดวกสบายจะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้

 

ด้านที่ 3: โภชนาการที่มุ่งมั่นไม่ลดละด้านการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตท้องถิ่นของผู้บริโภค ปรับใช้และคำนึงถึงวัฒนธรรม รสชาติ และอาหารประจำท้องถิ่น ทรัพยากร วัตถุดิบ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ใส่ใจในไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลด้วยการคิดค้นและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภค 

 

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือหัวใจแห่งความมุ่งมั่นของอายิโนะโมะโต๊ะ ที่หวังจะขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ด้วยแนวทางการดำเนินงานที่ยั่งยืน และสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อม แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหารซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็ได้เห็นถึงสัญญาณความตั้งใจของพวกเขาที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้

 

อีก 8 ปีต่อจากนี้ ไม่มากก็น้อย เราคงจะได้เห็นความตั้งใจของอายิโนะโมะโต๊ะ งอกเงยเป็นผลลัพธ์แห่งความสุข และการร่วมผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารรายอื่นๆ ร่วมกันขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้โลกนี้น่าอยู่กว่าเดิม มีสุขภาพที่ดีขึ้นไปด้วยกัน

 

อ้างอิง:

The post ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ตั้งเป้าลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม 50% ในปี 2030 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>