เมื่อเร็วๆ นี้ เราเพิ่งมีโอกาสได้เห็นหนังโฆษณาใหม่จาก A […]
The post เจอโรคร้ายตกใจแค่แป๊บเดียว ความตั้งใจของ AIA ที่อยากชวนคุณมาใส่ใจวางแผนรับมือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างจริงจัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อเร็วๆ นี้ เราเพิ่งมีโอกาสได้เห็นหนังโฆษณาใหม่จาก AIA ‘เจอโรคร้ายตกใจแค่แป๊บเดียว’ ที่เปิดตัวได้อย่างน่าสนใจด้วยการนำ Insights ของคนที่เพิ่งค้นพบความจริงที่โหดร้ายว่าตนเองต้องมาป่วยเป็นโรคร้ายมาถ่ายทอดให้เห็นเป็นภาพ ซึ่งความตกใจที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะเป็นปฏิกิริยาความตกใจ ความกังวลที่เกิดขึ้นต่อสภาพร่างกาย และอาการเจ็บป่วยเท่านั้น เพราะตัวหนังได้เน้นย้ำไปถึงบริบทโดยรอบ โดยเฉพาะคนที่อยู่ข้างหลัง (ครอบครัว) ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ผู้ป่วยเคยแบกไว้ตอนร่างกายสุขภาพปกติ กับคำถามที่ว่า ในเมื่อร่างกายไม่ปกติอีกต่อไป พวกเขาจะต้องทำอย่างไรกับภาระที่มีเหล่านั้น
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีดีซ่อนอยู่ จากจุดเด่นของตัวประกันโรคร้าย ที่ทาง AIA ต้องการสื่อสารผ่านหนังโฆษณาชิ้นนี้ของพวกเขาไว้ว่า ไม่ว่าโรคร้ายที่คุณเจอจะทำให้คุณตกใจหนักแค่ไหน แต่ประกันโรคร้ายแรงก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างและคลายความตกใจทั้งหมดให้หายเป็นปลิดทิ้ง เพียงแค่คุณนึกขึ้นได้ว่ามีประกันโรคร้ายแรงคุ้มครองอยู่

ทางออกที่ดีที่สุดของความกังวลในหลายๆ เรื่อง คือการมีหลักประกันล่วงหน้าเอาไว้ เช่นเดียวกับในบริบทนี้ ความกังวลที่เราหมายถึงคือการต้องมาป่วยโรคร้ายแบบกะทันหันโดยที่ไม่ทันตั้งตัว การมี ‘ประกันโรคร้ายแรง’ เพิ่มขึ้นมาช่วยคุ้มครองนอกเหนือจากประกันสุขภาพ หรือประกันกลุ่มที่บริษัทที่สังกัดทำให้เรา ซึ่งจะเป็นหลักประกันที่ดีที่ช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่า หากวันใดวันหนึ่งข้างหน้า เราเกิดป่วยจากโรคร้ายแรงขึ้นมา เราจะมีเงินก้อนให้อุ่นใจ เพราะประกันโรคร้ายแรงจะพร้อมซัพพอร์ตเราทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างครอบคลุม
สำหรับเรื่องราวจากหนังโฆษณาใหม่โดย AIA ‘เจอโรคร้ายตกใจแค่แป๊บเดียว’ ได้บอกเล่าไว้ผ่านตัวละครแม่ค้าร้านอาหาร ในฐานะเสาหลักของครอบครัว ซึ่งแม้ว่าเธอจะต้องตกใจกับข่าวร้ายที่หมอได้ประกาศผลการตรวจร่างกายให้เธอทราบว่า เธอป่วยจากโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งอันดับ 1 ที่หญิงไทยป่วยเยอะที่สุด
บวกกับการที่บริบทของตัวหนังโฆษณาเล่ากลายๆ ว่าเธอดูจะเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นกำลังหลักสำคัญในการหารายได้เข้าบ้านผ่านการหาเช้ากินค่ำ ทั้งยังเป็นคุณแม่ลูกสองที่ต้องดูแลลูกๆ ในวัยเรียนของเธอ ไหนจะค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ อีกมากมายที่จะต้องได้รับผลกระทบล้มครืนตามมาแน่ๆ หากเธอต้องป่วยหนักจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้เช่นเดิมทำให้ขาดรายได้ และต้องหมดค่าใช้จ่ายหลักไปกับการพักรักษาตัว

แต่ความตกใจทั้งหมดก็เกิดขึ้นกับคุณแม่ท่านนี้แค่เพียง ‘แป๊บเดียวเท่านั้น’ เพราะตัวหนังได้เฉลยเอาไว้ว่า เธอมีประกันโรคร้ายแรงที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบานั่นเอง ผลที่ตามมาจึงทำให้เธอไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษามะเร็งเต้านมที่ว่า ทั้งยังเปิดโอกาสให้เธอสามารถเข้ารับการรักษาได้ด้วยความสบายใจและกำลังใจที่ดีได้แทบจะทันที
รวมไปถึงเงินก้อนที่จะเธอได้รับจากการขาดรายได้เนื่องด้วยการพักรักษาตัว เพื่อให้เธอสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา และพลอยช่วยลดความกังวลต่อลูกสาวและลูกชายในวัยเรียนที่ยังไม่มีรายได้อีกต่างหาก

เพราะทั้งหมดนี้คือการเน้นย้ำว่า ไม่มีใครอยากให้ตัวเองป่วย หรือคิดว่าตัวเองจะต้องป่วยแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม หากเราวางแผนป้องกันล่วงหน้าด้วยการมีประกันโรคร้ายกับ AIA เป็นของตัวเองสักเล่มตั้งแต่เนิ่นๆ ความตกใจทั้งหมดที่ทราบว่าตัวเองป่วยโรคร้ายก็จะเกิดขึ้นแค่เพียงชั่วครู่ และผ่อนคลายกลายเป็นความสบายใจในที่สุด
เหมือนกับเมสเสจในหนังโฆษณาที่ AIA อยากช่วยให้คุณได้ ‘สบายใจในวินาทีที่จำเป็นที่สุด’

อย่าเพิ่งกังวลไปก่อน เพราะ AIA มีหลากหลายแบบประกันให้สามารถเลือกได้ตามงบประมาณ และความคุ้มครองต้องการ โดยจ่ายค่าเบี้ยฯ เริ่มต้นปีละหลักพัน ก็สามารถได้รับความคุ้มครองหลักล้านได้แบบสบายๆ กับ 3 แบบประกันโรคร้ายแรงยอดนิยม
ที่สำคัญไม่ได้สมัครอยากแต่อย่างใด เพราะสามารถปรึกษากับตัวแทนของ AIA ได้ทั่วประเทศ หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้ที่
https://aiathailand.info/fbpsd
หมายเหตุ:
The post เจอโรคร้ายตกใจแค่แป๊บเดียว ความตั้งใจของ AIA ที่อยากชวนคุณมาใส่ใจวางแผนรับมือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างจริงจัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลุ่มบริษัทเอไอเอประกาศแต่งตั้ง นิคฮิล แอดวานี ขึ้นดำรง […]
The post กลุ่มบริษัท AIA ตั้ง ‘นิคฮิล แอดวานี’ นั่งซีอีโอ ‘เอไอเอ ประเทศไทย’ มีผล 1 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลุ่มบริษัทเอไอเอประกาศแต่งตั้ง นิคฮิล แอดวานี ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย แทน กฤษณ์ จันทโนทก ซึ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย คนปัจจุบัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 หลังจากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ
บิล ไลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาค และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารช่องทางการขาย กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า นิคฮิล แอดวานี จะเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอไอเอ ประเทศไทย คนใหม่ โดยปัจจุบันนิคฮิลดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ศรีลังกา ตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้การบริหารของ นิคฮิล เอไอเอ ศรีลังกา ประสบความสำเร็จในการสร้างความเติบโตด้านยอดขายและมีผลงานที่ดีเยี่ยม ทั้งในแง่ของการสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) และดัชนีวัดผลทางการเงินอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยนต่อสภาวการณ์ในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจของประเทศศรีลังกา
ในการก้าวเข้ามารับตำแหน่งใหม่ในครั้งนี้ นิคฮิลมาพร้อมกับประสบการณ์ทางการเงินและประกันภัยในเชิงลึกที่สั่งสมมามากกว่าสองทศวรรษ โดยนิคฮิลได้เข้ามาร่วมงานกับกลุ่มบริษัทเอไอเอในปี 2554 ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดช่องทางการจัดจำหน่ายของกลุ่มบริษัทเอไอเอ (Group Head of Channel Marketing) และรับตำแหน่งที่เอไอเอ ศรีลังกา เมื่อปี 2559 ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและผู้อำนวยการกลยุทธ์ลูกค้าและการปฏิรูปด้านลูกค้า (Director of Customer Strategy & Transformation)
ก่อนหน้าที่จะร่วมงานกับเอไอเอ นิคฮิลได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่นิวยอร์คไลฟ์ บริษัทการเงินเจนเวอร์ธ (Genworth Financial) แจ็คสัน แนชชั่นเนลไลฟ์ ในสหรัฐอเมริกา และบริษัทบริหารจัดการกองทุน ไอซีไอซีพรูเด็นเชียล ในประเทศอินเดีย ซึ่งมั่นใจว่านิคฮิลจะสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้กับเอไอเอ ประเทศไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจและความเป็นเลิศขึ้นอีกระดับ”
The post กลุ่มบริษัท AIA ตั้ง ‘นิคฮิล แอดวานี’ นั่งซีอีโอ ‘เอไอเอ ประเทศไทย’ มีผล 1 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
จัดพอร์ตลงทุนด้วย AIA Unit Linked ผลิตภัณฑ์ประกันควบการ […]
The post ชมคลิป: รู้จักกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนสไตล์มืออาชีพ กับ ‘บลจ.เอไอเอ เพื่อ AIA Unit Linked’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
จัดพอร์ตลงทุนด้วย AIA Unit Linked ผลิตภัณฑ์ประกันควบการลงทุนที่ตอบโจทย์การจัดพอร์ตลงทุนรูปแบบใหม่ ครอบคลุมทั้งการคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพ ควบคู่กับการคว้าโอกาสลงทุน เสริมทัพด้วยมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญจากเอไอเอกรุ๊ป
ที่ Re-Balance พอร์ตลงทุนตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
(ADVERTORIAL)
The post ชมคลิป: รู้จักกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนสไตล์มืออาชีพ กับ ‘บลจ.เอไอเอ เพื่อ AIA Unit Linked’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘การลงทุน’ เป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญ […]
The post พิชิตการลงทุนที่สร้างความมั่งคั่งอย่างมั่นคงด้วย AIA Unit Linked [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘การลงทุน’ เป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญมากขึ้น ส่วนหนึ่งสะท้อนได้จาก ‘Twitter’ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยม ได้ออกมาเปิดเผยว่า 8 ใน 9 ของคนไทยบน Twitter มีความสนใจในเรื่องการออมเงินและการลงทุน
กระนั้นทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ตลาดการลงทุนมีความผันผวนสูงขึ้น อันเป็นผลกระทบจากการกลับมาของโควิด-19 ระรอกใหม่ โดยมีปัจจัยที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก ได้แก่ ‘เงินเฟ้อ’ ที่กำลังดีดตัวสูงขึ้น ทำให้รายจ่ายโดยรวมเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนเริ่มมองหารูปแบบการวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์ทั้งด้าน Health & Wealth ไปได้พร้อมๆ กันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนที่มองถึงผลลัพธ์ในระยะยาว ซึ่งหลายคนมองถึงเป้าหมายสำหรับเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณ ฯลฯ
แน่นอนว่าหากพูดถึงการลงทุนในระยะยาวย่อมต้องนึกถึง ‘AIA Unit Linked’ ซึ่งเป็นประกันชีวิตควบการลงทุนที่ถูกออกแบบเพื่อการลงทุนระยะยาว เน้นการวางแผนทางด้านการเงินอย่างเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ให้ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอตลอดอายุการถือครองกรมธรรม์ เพื่อหวังผลตอบแทนสม่ำเสมอตลอดอายุการถือครองกรมธรรม์ พร้อมช่วยสร้างความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เพื่อความมั่นคงในระยะยาว
สิ่งที่น่าสนใจของ AIA Unit Linked คือการที่เบี้ยประกันที่จ่ายไปจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรกเพื่อ ‘ความคุ้มครองและค่าใช้จ่าย’ ต่างๆ ของกรมธรรม์ และส่วนที่สองก็คือส่วน ‘เงินลงทุน’ ซึ่งจะถูกนำไปลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ตามระดับความเสี่ยงที่เลือกได้ตามความต้องการ ซึ่งปัจจุบัน AIA Unit Linked มีให้เลือกลงทุนมากถึง 11 กองทุน มีประเภทสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนได้หลากหลาย บริหารจัดการโดย บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญ เพื่อลูกค้าของ AIA เท่านั้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของลูกค้าประกันมากที่สุด
นอกจากจุดเด่นเรื่องการสร้าง Wealth หรือความมั่งคั่งแล้ว AIA Unit Linked ยังเป็นแบบประกันที่โดดเด่นทางด้าน Health หรือสุขภาพ ด้วย เช่น AIA Vitality โครงการที่ AIA เป็นผู้ริเริ่มในประเทศไทยเมื่อ 5 ปีก่อน โดยมุ่งสนับสนุนให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว ผ่านการกระตุ้นให้มีออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และใช้ชีวิตให้มีความสุข
นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ Medix เพื่อมอบบริการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคล จากเครือข่ายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลากหลายสาขาชั้นนำแนวหน้ากว่า 4,000 คนทั่วโลก เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ไม่ว่าเราจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน เราก็ยังมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้
ดังนั้น AIA Unit Linked จึงตอบสนองความต้องการของแต่ละบุคคล เพราะมีความยืดหยุ่นให้สามารถปรับเปลี่ยนวงเงินคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพได้ตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงชีวิต และยังสามารถเลือกแนบความคุ้มครองด้านสุขภาพเพิ่มเติม (Rider) แบบเหมาจ่ายให้หมดกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี หรือเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมจากโรคร้ายแรงให้สามารถช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็สามารถทำได้ตามใจได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ AIA Unit Linked จึงเป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มุ่งตอบโจทย์ด้านความมั่งคั่ง และช่วยให้ไปถึงเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว โดยมอบทั้งความคุ้มครองชีวิต รวมไปถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพ เพื่อเป็นทางเลือกในการวางแผนการเงินที่ครอบคลุมทั้ง Health & Wealth ได้ตามความต้องการ ให้พร้อมก้าวสู่อนาคตได้อย่างมั่งคั่งและมั่นคง
The post พิชิตการลงทุนที่สร้างความมั่งคั่งอย่างมั่นคงด้วย AIA Unit Linked [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำตลาดกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง […]
The post AIA เปิดตัว ‘AIA Infinite Wealth Prestige’ แบบประกันยูนิต ลิงค์ เจาะลูกค้า Wealth เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำตลาดกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ยูนิต ลิงค์ ใหม่ล่าสุด ‘AIA Infinite Wealth Prestige’ เจาะกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง กับนวัตกรรมใหม่ด้านการประกันชีวิตและการลงทุน ผสานกับการบริหารจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เปิดมิติใหม่ให้แก่ลูกค้าได้ก้าวสู่การลงทุนในระดับสากล เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า พร้อมรับเอกสิทธิ์เหนือระดับจากโครงการ AIA Prestige Club มุ่งตอบโจทย์ด้านการวางแผนเพื่อส่งต่อความมั่งคั่งหรือเก็บเงินเพื่อการเกษียณ
กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ ประเทศไทย เป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกในประเทศที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันยูนิต ลิงค์ออกสู่ตลาดเมื่อปี พ.ศ. 2552 ซึ่งตลอดระยะกว่า 11 ปีที่ผ่านมา ประกันยูนิต ลิงค์ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันเรามีส่วนแบ่งตลาดของเบี้ยประกันภัยปีแรก (FYP) ในธุรกิจประกันยูนิต ลิงค์อยู่กว่า 35% เป็นอันดับ 1 ในตลาด
เอไอเอมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ตัวแทนประกันชีวิตของเรามี IC License ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะมีส่วนช่วยในการแนะนำผลิตภัณฑ์และวางแผนทางด้านการเงินให้กับลูกค้าได้มีความมั่งคั่งและมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
นอกจากนี้การที่เราจัดตั้ง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าถึงความมุ่งมั่นที่เราต้องการช่วยลูกค้าในด้านการวางแผนการลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันยูนิต ลิงค์ของเอไอเอ และล่าสุดเราจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันยูนิต ลิงค์ ‘เอไอเอ อินฟินิท เวลท์ เพรสทีจ (AIA Infinite Wealth Prestige)’ ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านการเงินที่มอบโอกาสให้ลูกค้าได้ก้าวสู่การลงทุนระดับสากล โดยได้รับการสนับสนุนจาก บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ในการประสานความร่วมมือกับผู้จัดการกองทุนระดับโลก
ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Baillie Gifford, BlackRock และ Wellington Management พัฒนากองทุนรวมต่างประเทศที่พิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้าเอไอเอ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตและการเงินที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ‘Healthier, Longer, Better Lives’
เอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “ผลิตภัณฑ์ เอไอเอ อินฟินิท เวลท์ เพรสทีจ เป็นแบบประกันในกลุ่มยูนิต ลิงค์ ที่มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าใน 2 ด้านหลักๆ คือ การวางแผนเพื่อส่งต่อความมั่งคั่ง หรือ เตรียมความพร้อมเพื่อวัยเกษียณ ซึ่งเหมาะสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาความอุ่นใจจากความคุ้มครองประกันชิวิต และโอกาสการลงทุนในตลาดต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงิน โดยมีกองทุนเด่นถึง 3 กอง ได้แก่ AIA Global Aggressive Allocation Fund (ความเสี่ยงสูง), AIA Global Moderate Allocation Fund (ความเสี่ยงปานกลาง) และ AIA Global Conventional Allocation Fund (ความเสี่ยงต่ำ) ผ่านผู้บริหารกองทุนระดับโลก ทั้ง Baillie Gifford, BlackRock และ Wellington Management ซึ่งมีความคุ้มครองเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท และสามารถเลือกระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัยได้ตามความต้องการ ทั้งแบบ 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 20 ปี พิเศษเพิ่มขึ้นด้วยส่วนลดค่าการประกันภัย 20% และ 30% ของอัตราค่าการประกันภัย สำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีสุขภาพมาตรฐานและสุขภาพดีกว่ามาตรฐานตามลำดับ
ที่พิเศษสุดเฉพาะสำหรับลูกค้าที่ซื้อแบบประกันยูนิต ลิงค์ ยังได้รับโบนัสพิเศษยามเกษียณ 0.25% ของมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลักอีกด้วย ซึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้เราเน้นเจาะไปที่กลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth) เนื่องจากเราเล็งเห็นว่าตลาดลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีโอกาสเติบโต อีกทั้งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มองหาทางเลือกที่คุ้มค่าและได้รับผลประโยชน์ที่มั่นคงในระยะยาว ดังนั้นผลิตภัณฑ์ เอไอเอ อินฟินิท เวลท์ เพรสทีจ จึงตอบโจทย์อย่างยิ่ง และสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนที่ชาญฉลาด ซึ่งลูกค้าจะได้รับทั้งผลประโยชน์ความคุ้มครองชีวิต และผลตอบแทนจากการลงทุน ที่สำคัญลูกค้าที่ซื้อแบบประกัน เอไอเอ อินฟินิท เวลท์ เพรสทีจ ยังมีสิทธิ์เป็นสมาชิกเอไอเอ เพรสทีจ คลับ (AIA Prestige Club) พร้อมรับเอกสิทธิ์พิเศษอีกมากมาย
“นอกจากนี้ เรายังได้ บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ เอไอเอ เพรสทีจ แอมบาสเดอร์ มาร่วมแสดงในภาพยนตร์โฆษณา เอไอเอ อินฟินิท เวลท์ เพรสทีจ ซึ่งบ๊อบได้ถ่ายทอดถึงไลฟ์สไตล์และแนวคิดของผู้บริหารธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้มองการลงทุนจำกัดอยู่แค่ในประเทศ แต่มองไปถึงโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับสากล เพื่อช่วยให้โฆษณาชุดนี้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริง โดยโฆษณาชุดนี้จะเริ่มเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง AIA Thailand Official Facebook และ AIA Thailand YouTube ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รวมถึงสื่อ Out-of-home และสามารถสแกน QR Code เพื่อรับชมโฆษณา
The post AIA เปิดตัว ‘AIA Infinite Wealth Prestige’ แบบประกันยูนิต ลิงค์ เจาะลูกค้า Wealth เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ดูเหมือนว่าธุรกิจกองทุนจะคึกคักอีกครั้งหลังจากที่ เอไอเ […]
The post บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เปิดศึกใหม่ ชูจุดแข็งด้วยเครือข่ายทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ช่องทางการขายที่แตกต่าง พร้อมตั้งรับศึกดอกเบี้ยต่ำ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>![บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เปิดศึกใหม่ ชูจุดแข็งด้วยเครือข่ายทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ช่องทางการขายที่แตกต่าง พร้อมตั้งรับศึกดอกเบี้ยต่ำ [Advertorial]](https://thestandard.co/wp-content/uploads/2020/08/COVER-WEB-123-300x157.jpg?x67527)
ดูเหมือนว่าธุรกิจกองทุนจะคึกคักอีกครั้งหลังจากที่ เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตและผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ในประเทศไทย เปิดศึกครั้งใหม่ เปิดตัวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด (AIAIMT) เริ่มดำเนินการไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ขนาด 8.47 แสนล้านบาท กินส่วนแบ่งการตลาด ขึ้นแท่น บลจ. ขนาดใหญ่อันดับ 3 ของอุตสาหกรรมทันที
วัตถุประสงค์หลักในการเปิด บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ก็เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของเอไอเอ ประเทศไทย และเงินลงทุนในกองทุนรวมจากกรมธรรม์ Unit Linked ของเอไอเอ โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการบริหารพอร์ตกว่า 30 ปี เชื่อมโอกาสการลงทุนผ่านเครือข่ายทั่วโลก และด้วยเครือข่ายกลุ่มบริษัทเอไอเอทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการบริหารการลงทุนของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ
ดร.มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทเอไอเอ เป็นกลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประสบการณ์ด้านการลงทุนที่แข็งแกร่งใน 18 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีทีมบริหารการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 150 คนจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอ เล็งเห็นถึงศักยภาพในการบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลของเอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งลงทุนทั้งในตลาดตราสารหนี้ ตลาดตราสารทุน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การสนับสนุนด้านทรัพยากรหลายภาคส่วนจากกลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่งตลอดระยะเวลา 82 ปี ที่เอไอเออยู่คู่คนไทยมานั้น เอไอเอได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยปัจจุบันกว่า 1 ใน 3 ของกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยเป็นกรมธรรม์ของเอไอเอ และถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดการลงทุนของไทย สำหรับการเปิดบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอไอเอ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทเอไอเอ อย่างเป็นทางการ จึงนับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งสำหรับเอไอเอในประเทศไทย”
คงต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ให้ดี เพราะมีจุดแข็งที่น่าสนใจมากมาย การมีทีมผู้เชี่ยวชาญในการบริหารและจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์อันยาวนาน รวมทั้งการประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการการลงทุนทางการเงินมามากกว่า 3 ทศวรรษ
สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)
สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “ทีมผู้บริหารจัดการกองทุนของเราที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนกว่า 30 ปี ทั้งในตลาดไทยและตลาดสากล จะประสานความร่วมมือกับเครือข่ายการลงทุนของกลุ่มบริษัทเอไอเอทั่วโลก ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม”
สุขวัฒน์ ยังชี้ให้เห็นถึงข้อได้เปรียบจากการมีทีมผู้บริหารจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการลงทุนในกว่า 18 ประเทศทั่วโลก พร้อมการนำเทคโนโลยีการลงทุนขั้นสูง และมีความปลอดภัยสูงสุดมาใช้ในการทำงาน “สิ่งนี้จะช่วยให้บริหารต้นทุนได้ถูกกว่าในตลาด โดยคาดว่าจะลดต้นทุนในส่วนของค่านายหน้าซื้อขายและวิจัยหลักทรัพย์ จากระดับ 0.17% มาอยู่ที่ 0.05% ได้”
อีกทั้ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ยังมุ่งมั่นลงทุนเคียงข้างลูกค้า บริหารจัดการสินทรัพย์ผ่านความชำนาญและประสบการณ์ระดับโลก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ลงทุน ด้วยการขยายช่องทางในการลงทุนระดับสากล ผ่านเครือข่ายการลงทุนทั่วโลกและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงยาวนานร่วมร้อยปี อาทิ BlackRock, Wellington Management และ Baillie Gifford เป็นต้น
นอกจากนั้น บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ยกระดับการบริหารการลงทุนเพื่อความยั่งยืน โดยยึดหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) ที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เช่นเดียวกับนโยบายของกลุ่มบริษัทเอไอเอที่เชื่อว่า การดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพและคุณธรรมตามหลัก ESG จะสามารถเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมชูจุดเด่นค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวมเชิงรุกที่ลดลง เพื่อสร้างอัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้า
แผนธุรกิจนับจากนี้ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) พร้อมเดินหน้าจัดตั้งกองทุนรวมจำนวน 9 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศ 5 กองทุน และกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ 4 กองทุน ซึ่งจะมีการเปิดตัวเร็วๆ นี้ โดยเน้นการลงทุนเพื่อผลตอบแทนในระยะยาว ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการบริหารความเสี่ยงในด้านต่างๆ อย่างรอบคอบ
“การออกกองทุนของเราเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะนำเงินลงทุนของลูกค้าไปลงทุนด้วยความใส่ใจ เสมือนเป็นเงินลงทุนของเราเอง” นี่คือคำมั่นสัญญาที่ สุขวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ได้มอบทิ้งท้ายไว้ในวันเปิดตัวบริษัท
สำหรับลูกค้าที่สนใจในกองทุนรวมของ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) สามารถลงทุนผ่านการซื้อผลิตภัณฑ์ Unit Linked ของเอไอเอ โดยจะขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตที่มีทักษะการลงทุน และยังเป็นตัวแทนที่มีใบอนุญาต IC License กว่า 11,174 คน ที่มีความเชี่ยวชาญในการวางแผนด้านการประกันชีวิตและการเงินให้กับลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เปิดศึกใหม่ ชูจุดแข็งด้วยเครือข่ายทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ช่องทางการขายที่แตกต่าง พร้อมตั้งรับศึกดอกเบี้ยต่ำ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
อึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ […]
The post กลุ่มบริษัทเอไอเอเผย Q1/63 เบี้ยรับรวมเพิ่ม 8% แม้ยอดขายจีน-ฮ่องกงตกเพราะโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.
]]>
อึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ (AIA) กล่าวว่า ผลประกอบการประจำธุรกิจใหม่ไตรมาสที่ 1 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 841 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 27% เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) อยู่ที่ 1,483 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 18% อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB Margin) อยู่ที่ 56.6% ลดลง 6.9 จุด ซึ่งมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในประเทศจีนช่วงเดือนมีนาคมถือว่าฟื้นตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) อยู่ที่ 8,796 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8%
“ผลกระทบทางอ้อมของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่ของเอไอเอโดยรวมลดลง 27% ในไตรมาสแรกของปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจของเราในฮ่องกงและประเทศจีนในช่วงไตรมาสแรก”
ทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 841 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 27% มาจากธุรกิจในฮ่องกงและจีนได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ดังนั้น ทีมงานในประเทศจีนจึงเร่งพัฒนาและปรับปรุงเครื่องมือดิจิทัล เพื่อทำการขาย การสรรหาตัวแทน การอบรมตัวแทนผ่านระบบดิจิทัลได้เต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม ในตลาดประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะออสเตรเลีย เวียดนาม และไต้หวัน (จีน) ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะมีพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ระยะยาว ทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น เช่น ประเทศออสเตรเลียมีธนาคารคอมมอนเวลธ์ แบงก์ ออฟ ออสเตรเลีย (CBA)
พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ได้ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum
The post กลุ่มบริษัทเอไอเอเผย Q1/63 เบี้ยรับรวมเพิ่ม 8% แม้ยอดขายจีน-ฮ่องกงตกเพราะโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนทั่วประเ […]
The post เอไอเอ ประเทศไทย มอบถุงปันน้ำใจ 12,000 ชุด ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนทั่วประเทศ เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะบริษัทประกันชีวิตชั้นนำที่อยู่เคียงข้างคนไทยมากว่า 82 ปี ได้จัดโครงการ ‘วันทำความดีร่วมกัน’ หรือ ‘AIA Sharing A Life ปีที่ 7’ โดยปีนี้เป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างพนักงาน ตัวแทนประกันชีวิต พันธมิตรธุรกิจ ลูกค้า และประชาชนทั่วไป เพื่อทำกิจกรรมตอบแทนคืนสู่สังคม ซึ่งในปีที่ 7 นี้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19’ โดยจัดทำถุงปันน้ำใจกว่า 12,000 ชุด มอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7-8 พฤษภาคมที่ผ่านมา
อัลเจอร์ ฟัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงที่คนไทยกำลังได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตในครั้งนี้ เราจึงสานต่อโครงการ AIA Sharing A Life ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันของเพื่อนพนักงาน ตัวแทนประกันชีวิต พันธมิตรธุรกิจ และลูกค้าเอไอเอ จัดกิจกรรมมอบถุงปันน้ำใจ และยังได้ร่วมด้วยช่วยกันบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นลงในถุงปันน้ำใจ รวมจำนวนกว่า 12,000 ชุด ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก สุพรรณบุรี นครปฐม นครราชสีมา อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ขอนแก่น ระนอง สงขลา ตราด และกรุงเทพมหานคร โดยเรายังได้รับความร่วมมือจากธนาคารกรุงเทพ พันธมิตรทางธุรกิจของเอไอเอ ในการช่วยสนับสนุนสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทย อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมให้ตรงตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)
“ทั้งนี้สำหรับโครงการ AIA Sharing A Life ปีนี้เป็นปีที่ 7 แล้วที่เอไอเอ ประเทศไทย ได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงาน ตัวแทนประกันชีวิต ลูกค้า รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อสังคมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทย ซึ่งในปีนี้เรามุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งให้การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการรับผิดชอบดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยในยามวิกฤตเช่นนี้ เอไอเอขอให้คำมั่นว่าเราพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน และเรายืนหยัดในการมุ่งยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยและผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ดียิ่งขึ้น ดั่งคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”
ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post เอไอเอ ประเทศไทย มอบถุงปันน้ำใจ 12,000 ชุด ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความไม่แน่นอนทำให้คนรู้สึกหวาดหวั่น และชีวิตที่ต้องดำเน […]
The post ‘ต่างวัย ต่างภาระ’ เทคนิควางแผนชีวิตให้ยืดหยุ่นตามใจคิด ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความไม่แน่นอนทำให้คนรู้สึกหวาดหวั่น และชีวิตที่ต้องดำเนินไปพร้อมแรงกดดันคงเป็นชีวิตที่อึดอัดไม่ใช่เล่น
แต่ละช่วงวัยยังต้องรับมือกับแรงกดดันที่ต่างกัน เรื่องกังวลในวัยสร้างตัวกับเรื่องสำคัญของวัยเกษียณย่อมไม่เหมือนกัน แม้แต่ตัวเราเองในวัยที่ต่าง แผนชีวิตยังต้องปรับไปตามเรื่องสำคัญและจำเป็นที่สุด แต่ย้อนคิดดูคุณจะเห็นแบบแผนชีวิตที่ไม่ค่อยจะเป็นไปตามที่คิด ต่อให้คุณเป็นนักวางแผนตัวยงก็การันตีความมั่นคงยากอยู่ดี ถ้าเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจกระทบกับแผนการลงทุน อุบัติเหตุไม่คาดฝันที่ต้องดึงเงินเก็บมาใช้จ่าย ดังนั้นสิ่งสำคัญอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการวางแผนเพียงอย่างเดียว คุณอาจต้องมองหาเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณไม่หวาดหวั่นแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ช่วยให้แผนชีวิตคุณยืดหยุ่นและสอดคล้องไปกับทุกจังหวะชีวิต ไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนหรืออยู่ในวัยไหนก็ตาม
วัยสร้างตัว
กล้าได้ กล้าเสี่ยง ใช้จ่ายให้กับไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตน ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงวัยที่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว มองหาเครื่องมือวางแผนการเงินสำหรับทรัพย์สินชิ้นใหญ่ เช่น บ้าน รถยนต์ น้ำหนักของความกังวลใจจึงไปตกอยู่ที่การจัดสรรเงินเพื่อชำระหนี้สิน จนบางครั้งลืมคำนึงถึงเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ ดังนั้นการมีประกันสุขภาพจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนวัยนี้ และหากมองเรื่องการลงทุนควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งดี เพราะเป็นวัยนี้ เหมาะจะวางแผนการลงทุนที่สุด จ่ายเบี้ยน้อยแต่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เนื่องจากมีระยะเวลาเก็บออมเงินนาน ความยืดหยุ่นทางการเงินก็จะยิ่งสูงขึ้น เดี๋ยวนี้มีประกันที่สามารถแนบสัญญาเพิ่มเติมแบบ UDR หรือ ประกันสุขภาพแบบขายคืนหน่วยลงทุน สามารถออกแบบการจ่ายเบี้ยได้ ในระยะยาวนี่คือการวางแผนสุขภาพบวกกับการออมเพื่อวันข้างหน้า (Pre-funding concept) เนื่องจากเงินประกันส่วนหนึ่งจะถูกนำไปลงทุนตามกองทุนที่เลือก ข้อดีคือ เมื่อถึงเวลาที่รายได้เริ่มไม่คงที่ หรือมีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้น เงินส่วนนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าประกันสุขภาพ หมดปัญหาเบี้ยประกันที่แพงขึ้นจนชำระไม่ไหวในอนาคต

วัยกลางคน
วัยที่เริ่มสร้างครอบครัว จากที่ใช้จ่ายเงินเพื่อตัวเอง ต้องเตรียมเงินไว้สำหรับอนาคตของครอบครัว ค่าเทอมของลูก ค่ารักษาพยาบาลคนในบ้าน หรือคุณพ่อคุณแม่ของเราเองเริ่มอายุมากขึ้น อาจต้องพบหมอเพิ่มขึ้น ภาระทางการเงินหนักขึ้น มีความเสี่ยงที่จะเจอวิกฤตปัญหาการเงินสะดุด ต้องเพิ่มการวางแผนการเงินที่รัดกุมมากขึ้น ทั้งเรื่องการออมเงิน ลงทุน การซื้อประกัน ที่สามารถหยุดพักชำระเบี้ยได้ในกรณีจำเป็น และยังให้ความคุ้มครอง หรือหากต้องการลงทุนเพิ่มก็เลือกได้เองตามความเสี่ยงที่รับได้ ซึ่งจะดียิ่งขึ้นหากกรมธรรม์เล่มเดียวสามารถตอบโจทย์ความคุ้มครองได้ตามสถานการณ์ ด้วยความยืดหยุ่นในการปรับเพิ่มหรือลดทุนประกันได้ตามความจำเป็นที่เปลี่ยนไป โดยที่คุณยังจ่ายเบี้ยเท่าเดิม เพราะแน่นอนว่าต่อให้คนวัยนี้จะมีภาระเพิ่มมากขึ้นและมีความจำเป็นต้องซื้อกรมธรรม์เพิ่ม แต่คงไม่มีใครต้องการภาระกดดันจากค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้ามาในช่วงเวลานั้น

วัยก่อนเกษียณ
หัวหน้าครอบครัวที่เคยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ช่วงวัยนี้ถ้าไม่เคลียร์ภาระหนี้สินหมดแล้ว ก็อาจจะได้รุ่นลูกมารับช่วงแบ่งเบาต่อ แต่สิ่งที่ต้องกังวลมากกว่าคือ หลังจากเกษียณแล้ว หากเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง เงินที่สะสมมาทั้งชีวิตต้องแปลงเป็นค่ารักษาแทน หรือในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเฉียบพลัน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง คุณเตรียมแผนชีวิตสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้หรือยัง เราอยากให้คุณมองหากรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือ TPD ให้ความคุ้มครองโดยจ่ายเงินก้อนให้แก่ผู้เอาประกัน ช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และมุ่งเน้นในการฟื้นฟูจิตใจและร่างกายได้อย่างเต็มที่

เวลาที่ดีที่สุดในการวางแผนชีวิตคือ ‘วันนี้’
ไม่ว่าวันนี้สถานการณ์ชีวิตของคุณจะเป็นแบบไหน การวางแผนเพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องไม่คาคคิดและสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตก็จำเป็นต้องทำตั้งแต่ตอนนี้
ถ้าคุณคือหนุ่มสาววัยทำงาน ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการเริ่มวางรากฐานเพื่อชีวิตอิสระอย่างแท้จริง แต่ถ้าวันนี้คุณเดินทางมาถึงวัยกลางคน ยังมีเวลาอีกเยอะให้คุณสร้างแผนอนาคตที่ดีแค่เพิ่มความรัดกุมมากขึ้นหน่อย หรือถ้าตอนนี้คุณกำลังก้าวเข้าสู่วัยก่อนเกษียณ ยังไม่มีคำว่าสายเกินไป เพราะกุญแจสำคัญคือการเลือกเครื่องมือที่สามารถปรับแผนให้เข้ากับชีวิตในทุกช่วงวัย
‘เอไอเอ อิสระ พลัส’ (AIA Issara Plus) ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ‘เอไอเอ ยูนิต ลิงค์’ (AIA Unit Linked) เป็นประกันชีวิตควบการลงทุน เน้นเจาะกลุ่มคนรักอิสระที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตที่ปรับเปลี่ยนได้ทุกช่วงชีวิต พร้อมโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนระยะยาว ผ่านหลากหลายกองทุนที่สามารถเลือกได้ตามความต้องการ แผนประกันที่จะมอบความคุ้มครอง ครอบคลุมทุกช่วงชีวิต มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการในแต่ละช่วงชีวิต มีเหตุฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนก็สามารถหยุดพักชำระเบี้ย ในขณะที่เงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์ยังคงดำเนินอยู่เช่นเดิม และให้อิสระในการเพิ่มความคุ้มครองชีวิตได้สูงสุดถึง 250 เท่าของเบี้ยประกันหลัก และยังช่วยวางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่เรียกว่า Unit Deducting Rider หรือ UDR เป็นสัญญาเพิ่มเติมแบบชำระเบี้ย ด้วยการขายคืนหน่วยลงทุน รวมทั้งมอบความคุ้มครองทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง โดยจ่ายผลประโยชน์เป็นเงินก้อนให้เท่ากับทุนประกัน และยังให้อิสระเลือกนำเงินหลังจากหักค่าใช้จ่ายด้านการประกันไปลงทุนในกองทุนรวมที่เอไอเอคัดสรรให้ตามระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้เอง เพื่อมีเงินออมที่เติบโตในระยะยาว
แม้จะการันตีไม่ได้ว่าการทำตามแผนที่วางไว้จะพบกับชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล แต่อย่างน้อยชีวิตที่วางแผนและเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องก็ช่วยลดแรงกดดันที่ต้องเจอในแต่ละช่วงวัยได้ เพราะแผนชีวิตที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ ย่อมนำมาซึ่งความอุ่นใจ ไร้กังวล กว่าชีวิตที่ไม่มีทางเลือกอย่างแน่นอน
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post ‘ต่างวัย ต่างภาระ’ เทคนิควางแผนชีวิตให้ยืดหยุ่นตามใจคิด ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้ามีผลสำรวจคำฮิตในทุกองค์กรของปีที่ผ่านมา คำว่า Produc […]
The post ฮาวทูเพิ่ม Productivity ในองค์กรอย่างไรให้พนักงานสุขภาพกายใจดีขึ้น 100% [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้ามีผลสำรวจคำฮิตในทุกองค์กรของปีที่ผ่านมา คำว่า Productivity คงติด Top 5 แน่นอน เพราะเดี๋ยวนี้ทุกองค์กรย่อมต้องการหาวิธีเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการสูญเสียผลผลิตในองค์กรก็คือ การสูญเสียเวลาการทำงานของพนักงานจากการขาดงาน หรือการทำงานขณะที่ป่วย นั่นหมายความว่า หากองค์กรไหนที่พนักงานสุขภาพแข็งแรง ก็จะลดการขาดงาน ไม่สูญเสียเวลาการทำงาน เมื่อไม่เจ็บป่วยขณะทำงาน ย่อมส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างผลผลิตดีขึ้น
เอไอเอ ประเทศไทย ได้เผยผลสำรวจที่น่าสนใจจากโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นโครงการสำรวจด้านสุขภาพบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยสำรวจจากองค์กรที่เข้าร่วม 181 องค์กร และมีพนักงานร่วมตอบแบบสำรวจจำนวน 4,236 คน พบว่า องค์กรในไทยสูญเสียผลผลิต หรือ Productivity ลดลงจากปีก่อนถึง 23% เมื่อเทียบกับปี 2561 คิดเป็นปีละ 56 วันต่อคนต่อปี มองภาพรวมถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่องค์กรในประเทศไทยมีความตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพพนักงาน และให้ความสำคัญกับสุขภาพพนักงานเพิ่มมากขึ้น
แต่เมื่อดูตัวเลขผลสำรวจพบว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของพนักงานคือ การกินอาหารไม่มีประโยชน์ ไม่ค่อยออกกำลังกาย ความเครียดจากการทำงาน และความกังวลเรื่องปัญหาการเงิน นี่เป็นปัญหาที่ทุกองค์กรอาจไม่ทันสังเกต แต่หากสุขภาพของพนักงานไม่ได้รับการดูแล ย่อมเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียระยะยาวได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมจึงต้องมีผลสำรวจจากโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality เพื่อตอกย้ำให้ทุกองค์กรเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพและชีวิตที่ดีของพนักงาน โดยการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาสาเหตุ เพื่อวางกลยุทธ์ส่งเสริมสุขภาพของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครั้นจะป่าวประกาศให้พนักงานทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง กินอาหารให้มีประโยชน์ ก็ใช่จะมีคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะใช่ว่าทุกคนจะมีเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ บางครั้งงานที่ต้องทำก็หนักเกินกว่าจะเจียดเวลาไปดูแลสุขภาพตัวเองได้ ดังนั้น สิ่งที่องค์กรจะช่วยได้อีกทางคือ การมอบสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน นั่นก็คือ การทำประกันสุขภาพกลุ่ม
สุขภาพพนักงานดี Productivity ก็เพิ่ม
ไม่ว่าองค์กรจะเลือกกลยุทธ์ใดในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับพนักงาน เช่น เพิ่มพื้นที่สำหรับออกกำลังกายในองค์กร ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างทัศนคติที่ดีให้พนักงานเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ รวมถึงการมอบสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน ด้วยการทำประกันสุขภาพกลุ่ม ซึ่งจะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ มีทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รวมไปถึงค่ารักษาทันตกรรม บางกรมธรรม์สามารถเลือกความคุ้มครองสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ 40 โรคร้ายแรงได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน
แล้วการทำประกันสุขภาพกลุ่มช่วยเพิ่ม Productivity ได้อย่างไร?
มองจากมุมของพนักงาน การมีประกันสุขภาพกลุ่มคือความสบายใจ ไร้กังวลเรื่องปัญหาการเงิน หากเกิดเจ็บป่วยก็รักษาได้ทันที เมื่อรักษาไว หายไว ก็ไม่สูญเสียเวลาการทำงาน ในแง่ขององค์กรเอง เมื่อพนักงานเจ็บป่วยหายไว การขาดหรือลาก็น้อยลง ผลผลิตในการทำงานก็ไม่สูญเสีย และเดี๋ยวนี้มีประกันกลุ่มที่สามารถกำหนดงบประมาณค่ารักษาพยาบาลที่แน่นอนในแต่ละปีได้
เมื่อสุขภาพคือตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเพิ่มผลผลิตในองค์กร เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ และมีองค์กรที่เป็นลูกค้าประกันกลุ่มอยู่มากกว่า 11,000 องค์กร จึงเฟ้นหา 10 องค์กรต้นแบบในการเป็นองค์กรสุขภาพดีให้แก่องค์กรต่างๆ ในประเทศไทยได้ศึกษาและนำวิธีการดูแลส่งเสริมด้านสุขภาพพนักงาน ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับองค์กรของตนเองต่อไป แบ่งเป็น
รางวัลสถานที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพที่สุด (Healthiest Workplace)
– องค์กรขนาดเล็ก ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 11 ประดิพัทธ์
– องค์กรขนาดกลาง ได้แก่ บริษัท วี ฟิตเนส จำกัด
– องค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด
รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด (Healthiest Employers)
– องค์กรขนาดเล็ก ได้แก่ สำนักงานโครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อความรู้ด้านสุขภาพของประชาชน
– องค์กรขนาดกลาง ได้แก่ โรงพยาบาลนครธน
– องค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 2
รางวัลองค์กรที่พนักงานมีสุขภาพดีที่สุด (Healthiest Employees)
– องค์กรขนาดเล็ก ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 41 คลองเตย
– องค์กรขนาดกลาง ได้แก่ โรงพยาบาลเขลางค์นคร-ราม
– องค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 1
รางวัลสถานที่ทำงานที่มีการพัฒนาการดีเด่น (Most Improved Workplace)
– ศูนย์บริการสาธารณสุข 11 ประดิพัทธ์
ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ คงต้องพุ่งเป้าวิธีการเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพไปที่ทรัพยากรบุคคลก่อน เพราะเมื่อไรที่บุคลากรในองค์กรมีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจแจ่มใส จะงานที่ต้องใช้แรงหรือใช้สมองก็ง่ายที่จะพัฒนาศักยภาพให้ดียิ่งขึ้น วิถีองค์กรที่ Productivity ก็เป็นไปได้ไม่ยาก นำไปสู่ผลลัพธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น – Healthier, Longer, Better Lives
The post ฮาวทูเพิ่ม Productivity ในองค์กรอย่างไรให้พนักงานสุขภาพกายใจดีขึ้น 100% [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นเรื่องตลกร้ายที่ชอบหยิบมาพูดกันว่า อิสระที่แท้จริง […]
The post ‘อิสระที่แท้จริง’ เป็นของคนที่รู้จักวางแผนชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นเรื่องตลกร้ายที่ชอบหยิบมาพูดกันว่า อิสระที่แท้จริง ไม่มีจริง ถ้าชีวิตคุณยังมีค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอมลูก และค่ารักษาพยาบาล และยิ่งดูไร้อิสระอย่างแท้จริงเมื่อเจอกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด เช่น ค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาล หรือการเป็นโรคร้าย เท่ากับว่า เงินทองที่เก็บหอมรอมริบมาจะไม่สามารถใช้จ่ายได้อย่างอิสระอีกต่อไป
แล้วเราจะมีชีวิตอิสระในแบบที่ต้องการได้อย่างไร เมื่อเงื่อนไขของ ‘ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด’ คือโจทย์ที่ใครๆ ก็ต้องเจอ การมีวินัยทางการเงินอาจช่วยได้ในบางเรื่อง คุณอาจมีชีวิตอิสระขึ้นมาหน่อยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องหนี้สิน ได้เดินทางท่องเที่ยวบ่อยขึ้น จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ แต่ถ้าคุณยังไม่วางแผนเพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด นั่นอาจเป็นหลุมพรางที่กว่าจะฉุกคิดก็สายเกินแก้

การวางแผนเพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องไม่คาคคิด และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต น่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณค้นพบชีวิตอิสระ ปลดล็อกทุกความกังวลใจอย่างแท้จริง เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะเจ้าตลาดธุรกิจประกันในเมืองไทย เข้าใจไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เป็นอย่างดี จึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘เอไอเอ อิสระ พลัส’ (AIA Issara Plus) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ‘เอไอเอ ยูนิต ลิงค์’ (AIA Unit Linked) เน้นเจาะกลุ่มคนรักอิสระ ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตที่ปรับเปลี่ยนได้ทุกช่วงชีวิต พร้อมโอกาสในการรับผลตอบแทนสูงขึ้น ผ่านหลากหลายกองทุนที่สามารถเลือกได้ตามความต้องการ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนที่กำลังมองหาเครื่องมือไปสู่ชีวิตอิสระอย่างแท้จริง
เอไอเอ อิสระ พลัส เหมาะสำหรับคนที่มองหาแผนประกันชีวิตที่มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงชีวิตโดยไม่ต้องซื้อกรมธรรม์เล่มใหม่ และในกรณีที่มีเรื่องจำเป็นฉุกเฉิน เช่น ธุรกิจสะดุด ขาดสภาพคล่อง หรือ มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อน ก็สามารถหยุดพักชำระเบี้ย โดยทางเอไอเอ จะนำมูลค่าหน่วยลงทุนในกองทุนรวมที่สะสมไว้มาชำระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการประกันแทนชั่วคราว ในขณะที่เงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์ ยังคงดำเนินอยู่เช่นเดิม
จุดเด่นอีกอย่างคือ ให้อิสระในการเพิ่มความคุ้มครองชีวิตได้สูงสุดถึง 250 เท่าของเบี้ยประกันหลัก และยังช่วยให้คุณวางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ที่เรียกว่า Unit Deducting Rider หรือ UDR เป็นสัญญาเพิ่มเติมแบบชำระเบี้ย ด้วยการขายคืนหน่วยลงทุน
รวมทั้งมอบความคุ้มครองทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง โดยจ่ายผลประโยชน์เป็นเงินก้อนให้เท่ากับทุนประกัน ต่อให้คุณออกไปใช้ชีวิตอิสระขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลใจว่าจะเป็นภาระให้กับคนข้างหลัง
นอกจากได้ประกันชีวิตที่ยืดหยุ่นด้านความคุ้มครองแล้ว เงินที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายด้านการประกันยังสามารถเลือกในกองทุนรวมที่เอไอเอคัดสรรให้ และมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าประกันแบบเดิมๆตามระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้เอง เพื่อสุดท้ายแล้วนอกจากความคุ้มครองที่ได้ยังมีเงินออมที่เติบโตในระยะยาวอีกด้วย
ภาพของชีวิตอิสระที่คุณออกแบบได้เองเริ่มชัดขึ้นแล้วหรือยัง ยิ่งคุณอยากมีชีวิตอิสระเร็วเท่าไร ก็ควรวางแผนการใช้ชีวิต เลือกใช้เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินตั้งแต่วันนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางจิตใจ และนำไปสู่ชีวิตอิสระที่คุณต้องการอย่างแท้จริง
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post ‘อิสระที่แท้จริง’ เป็นของคนที่รู้จักวางแผนชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
งานวิจัยที่ได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์ thelancet.com เมื่อปีท […]
The post เก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาล แน่ใจแล้วหรือนี่คือสิ่งที่คุณต้องการ? [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
งานวิจัยที่ได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์ thelancet.com เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มประเทศที่คนอายุยืนที่สุดในโลกอย่างสเปน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 84-85.8 ปี นอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่า อายุขัยเฉลี่ยของคนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 4.4 ปี ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีขึ้น และคนก็หันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น
ข้อมูลจากงานสัมมนาสาธารณะประจำปี 2562 เรื่อง สังคมอายุยืน: แข่งขันได้ และอยู่ดี มีสุข ได้อย่างไร? มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ล่าสุดในปี 2560 พบว่า คนไทยที่อายุยืนกว่า 100 ปี มีถึง 9,041 คน ซึ่งนัยแฝงที่ซ่อนมาในตัวเลขอายุขัยที่เพิ่มสูงขึ้นคือ แล้วเราจะเตรียมตัวมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นภาระของลูกหลาน

แนวโน้มคนดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้อายุขัยเฉลี่ยของคนสูงขึ้น
แม้ว่าแนวโน้มอายุขัยคนไทยจะสูงขึ้น เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้า หรือคนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น แต่ตัวเลขคนไข้ในโรงพยาบาลก็ไม่ได้ลดน้อยลง ยิ่งนวัตกรรมทางการแพทย์รุดหน้า โรคร้ายบางอย่างที่รักษาไม่ได้ ปัจจุบันสามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็แลกมากับระยะเวลาการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานขึ้น ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น 2-3 เท่าตัว
แพทย์หญิงหฤทัย ไกรวพันธ์ ที่ปรึกษาด้านการวางแผนการเงินและด้านสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อของค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันสูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปอย่างน้อย 2 เท่า เฉลี่ย 6-8% และแนวโน้มในอีก 12 ปีข้างหน้า จะแพงขึ้นอีกเท่าตัว
เจ็บป่วยวันนี้ต้องมีเงินในกระเป๋าเท่าไรถึงจะนอนโรงพยาบาลดีๆ ได้ ตัวเลขคร่าวๆ โรงพยาบาลดีๆ ในเมือง หากเจ็บป่วยธรรมดา ค่ารักษาบวกค่าห้องอยู่ที่ 30,000–40,000 บาท แต่ถ้าโรงพยาบาลนอกเมืองเฉลี่ย 20,000 บาทต่อวัน ในกรณีเกิดเคสฉุกเฉิน คนไข้ ICU ค่าอุปกรณ์ ค่าพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนเฉลี่ยวันละ 100,000–200,000 บาท
ถ้าตรวจพบโรคอื่นๆ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ถ้าอยากหายไว ได้ยาดี ราคาต่อเข็มเริ่มต้นกันที่หลักแสน โชคร้ายหน่อยเป็นโรคเลือดสมองตีบ ต้องฉีดยาสลายลิ่มเลือดทันที ราคาต่อเข็ม 200,000–300,000 บาท แจ็กพ็อตตรวจพบมะเร็งรักษากันยาวๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนหายขาด คิดแค่ราคาเฉลี่ยของยาเม็ดที่ต้องกินต่อเนื่อง 300,000–500,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่นวัตกรรมทางการแพทย์บางอย่างที่ยังไม่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย
ผู้ป่วยบางคนต้องเดินทางไปรักษาที่ต่างประเทศ ก็ต้องบวกค่ารักษาและค่าเดินทางเข้าไปอีก 10 เท่า โดยเฉพาะเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ในอนาคตอาจนำหุ่นยนต์มาใช้ โดยมีหมอควบคุม ทำให้การผ่าตัดมีความละเอียดและแม่นยำขึ้น เพื่อทำให้เนื้อเยื่อได้รับการกระทบกระเทือนหรือบาดเจ็บน้อยลง ก็ต้องแลกกับค่ารักษาหลักล้าน คำถามคือ หากวันนั้นคุณจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่งที่กล่าวมา คุณเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้วหรือยัง?
การมองหาเครื่องมือที่ช่วยคุ้มครองสุขภาพในระยะยาว ครอบคลุมการดูแลรักษาสุขภาพได้ในทุกขั้นตอนของการรักษา เพื่อตอบโจทย์ค่าใช้จ่ายในการดูแลตัวเองที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นสิ่งที่คนยุคใหม่ควรตระหนัก เพื่อวางแผนทางการเงินสำหรับเตรียมรับมือกับปัญหาสุขภาพทุกช่วงวัย เครื่องมือที่ว่าคือ ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่จากเอไอเอ AIA Infinite Care สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ที่มอบความคุ้มครองสูงสุดถึง 120 ล้านบาท* (*ขึ้นอยู่กับแผนการคุ้มครองแบบ 60 ล้านบาท หรือแบบ 120 ล้านบาท) ครอบคลุมทั่วโลก และครอบคลุมทุกระดับการรักษา ตั้งแต่การป้องกัน (Prevention) การตรวจเช็ก (Prediction) การวินิจฉัยโรค (Diagnosis) การบำบัดรักษา (Treatment) และการฟื้นฟูสุขภาพ (Recovery) และยังครอบคลุมผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล ทั้งผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก และกรณีฉุกเฉิน

AIA Infinite Care สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ เหมาะกับลูกค้าที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ
คุ้มครองยาวนานถึงอายุ 85 ปี หรือจนกว่าแบบประกันหลักสิ้นผลบังคับ ยิ่งเริ่มทำเร็ว ยิ่งคุ้ม ซื้อได้ระหว่างอายุ 18-75 ปี และต่ออายุได้ถึง 85 ปี ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาว และลูกค้าที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ หรือจำเป็นต้องพำนักอยู่ในต่างแดน เพราะ AIA Infinite Care ให้ความคุ้มครองด้านการดูแลสุขภาพ เช่น การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีน และทันตกรรม (สำหรับแผน 120 ล้าน และเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท) หมดกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล สามารถเลือกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ความคุ้มครองที่เลือก
ความคุ้มค่าของ AIA Infinite Care ที่นอกจากจะให้ความคุ้มครองยามเจ็บป่วยแบบไร้กังวลแล้ว เอไอเอยังมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อสัญญาเพิ่มเติม AIA Infinite Care ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเอไอเอ ไวทัลลิตี้ พร้อมได้สิทธิ์รับส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุด 15% อีกทั้งยังมีสิทธิ์เข้าร่วมเป็นสมาชิกเอไอเอ เพรสทีจ คลับ เมื่อชำระเบี้ยถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์เหนือระดับมากมาย
อย่าให้แผนชีวิตที่คุณวางแผนมาทั้งชีวิตต้องล่มด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพราะการใช้ชีวิตยืนยาวอย่างไร้กังวล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลก คือสิ่งที่ใครก็ปรารถนา เอไอเออยากให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่สิ้นสุด จึงมอบความห่วงใยให้คุณครบรอบด้าน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม AIA Infinite Care ได้ที่ตัวแทนประกันเอไอเอ หรือโทร. 1581 ตลอด 24 ชั่วโมง
อ้างอิง:
The post เก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาล แน่ใจแล้วหรือนี่คือสิ่งที่คุณต้องการ? [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ชีวิตออกแบบได้สไตล์ ‘บอย ปกรณ์’ ในบทบาท AIA […]
The post ใช้ชีวิตอิสระ สไตล์ ‘บอย ปกรณ์’ AIA Unit Linked Ambassador [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ชีวิตออกแบบได้สไตล์ ‘บอย ปกรณ์’ ในบทบาท AIA Unit Linked Ambassador
เรารู้จัก ‘บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์’ ในฐานะดารามากฝีมือ เจ้าของธุรกิจ และหัวหน้าครอบครัว ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่หลากหลาย แต่หนุ่มบอยก็สามารถจัดการได้อย่างลงตัว ฟังแนวคิดการออกแบบชีวิตสไตล์ บอย ปกรณ์ และบทบาทหน้าที่ล่าสุด ‘AIA Unit Linked Ambassador’
The post ใช้ชีวิตอิสระ สไตล์ ‘บอย ปกรณ์’ AIA Unit Linked Ambassador [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>คนเรามีเหตุผลของการใช้ชีวิตในแต่ละวันแตกต่างกันออกไป แล […]
The post ความสุขของการมีชีวิตอยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>คนเรามีเหตุผลของการใช้ชีวิตในแต่ละวันแตกต่างกันออกไป แล้วความสุขในแต่ละวันของคุณคืออะไร
ความสุขของการมีชีวิตอยู่ จากตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ที่ได้รับรางวัล AIA Hero Awards 2018 คือการดูแลคุณด้วยคำมั่นสัญญาที่อยากให้คุณมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better Lives)
The post ความสุขของการมีชีวิตอยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากสามารถเลือกได้ คนเราร้อยทั้งร้อยคงเลือกและปรารถนาถึง […]
The post Healthy is Wealth แนวคิดของฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น ตัวแทนประกันชีวิตผู้ชนะเลิศจากโครงการ AIA Hero Awards 2018 [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากสามารถเลือกได้ คนเราร้อยทั้งร้อยคงเลือกและปรารถนาถึงการมีสุขภาพที่ดี และคงไม่มีใครเลือกที่จะต้องทนเจ็บป่วย เพราะการมีสุขภาพที่ดีนั้นถือว่าเป็นรากฐานของชีวิตอันเป็นสุขทั้งต่อตัวเองและผู้คนอันเป็นที่รักรอบข้าง ดังเช่นทัศนะของ ธวัชชัย วงศ์ธนาสุนทร ตัวแทนประกันชีวิตผู้ชนะเลิศจากโครงการ AIA Hero Awards 2018 ในฐานะของ ‘ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น’ (Healthier Life) ระดับประเทศ จาก เอไอเอ ประเทศไทย ที่ THE STANDARD ได้มีโอกาสสนทนากับเขา

ธวัชชัย วงศ์ธนาสุนทร
ตัวแทนประกันชีวิตผู้ชนะเลิศจากโครงการ AIA Hero Awards 2018
ในฐานะของ ‘ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น’
“ผมคิดว่า อโรคยา ปรมาลาภา… การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ การมีสุขภาพดี คือการมีร่างกายที่แข็งแรง รวมทั้งมีสุขภาพจิตใจที่มั่นคงด้วย เมื่อเราสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ก็สามารถอยู่ดูแลคนที่เรารักไปได้นาน เวลาเราออกกำลังกาย ประมาณ 30-40 นาทีขึ้นไป ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมา ทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีความสุข มีพลังชีวิต ถ้าเราอยากจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ก็ต้องรู้จักดูแลรักษาสุขภาพและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอครับ ซึ่งในฐานะตัวแทนประกันชีวิต ผมก็พยายามที่จะส่งเสริมให้ลูกค้าของเรารู้จักดูแลตัวเองและมีสุขภาพที่ดีด้วยครับ”
เมื่อถามถึงจุดเริ่มต้นของการมาเป็นตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอ แม้จะผ่านมาเนิ่นนานร่วม 20 ปี แต่ธวัชชัยก็เล่าถึงเรื่องราวได้อย่างแจ่มชัด จากสายตาและท่าทางที่เขาเล่า บ่งบอกให้เรารู้ถึงความสุขและความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอไอเอ
“ผมรู้จักกับเอไอเอเมื่อตอนที่ผมอายุ 20 ปีครับ ช่วงเวลานั้นที่บ้านของผมมีเหตุการณ์สะเทือนใจโดยไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน คือพี่ชายของผมเกิดอุบัติเหตุขี่มอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถกระบะและเสียชีวิต ที่บ้านก็เลยเป็นห่วงผม เพราะเป็นลูกคนเล็ก จึงได้ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 21TMAE แนบประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ให้ความคุ้มครองกับผม โดยพี่สาวเป็นตัวแทนดูแลกรมธรรม์ฉบับแรกของผมครับ
“อีก 2 ปีต่อมา เมื่อผมทำงานมีรายได้และมีเงินเก็บเองแล้ว พี่สาวก็เลยมาชวนให้ทำประกันเพิ่มความคุ้มครองอีกฉบับ ในระหว่างที่ทำประกันชีวิตนั้นก็มีโอกาสใช้บริการเคลมประกันสุขภาพ เบิกค่ารักษาพยาบาลและได้ค่าชดเชยด้วย ก็เริ่มชอบประกันมากขึ้น และหัดอ่านกรมธรรม์ เมื่อสงสัยตรงไหนก็จะถามพี่สาว ต่อมาพี่สาวก็ได้ชักชวนพี่ชายอีกคนเข้าสู่อาชีพตัวแทน พอพี่ชายทำงานได้สัก 3 ปี ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารหน่วย ก็เลยชวนผมมาร่วมทีมครับ แรกๆ ก็ตั้งใจมาช่วยงานพี่ชายธรรมดา แป๊บเดียวผ่านมาได้ 21 ปีแล้วครับ”

เมื่อถามถึงเคสดูแลที่เขารู้สึกประทับใจ ธวัชชัยบอกว่ามีหลายกรณี และขอเลือกเคสหนึ่งที่รู้สึกประทับใจมากเป็นพิเศษมาเล่าสู่กันฟัง
“มีลูกค้าอยู่ท่านหนึ่งได้รับคำแนะนำจากลูกค้าเดิม ว่ากำลังสนใจจะทำประกันชีวิตอยู่ จึงติดต่อให้ผมเข้าไปพบและนำเสนอข้อมูลให้ เมื่อผมได้คุยด้วยแล้วก็พบว่าเป็นลูกค้าที่มีทัศนคติที่ดีต่อการทำประกันชีวิตอย่างมาก เวลามีสินค้าใหม่ๆ ออกมา ผมก็จะไปบอกเล่าและแนะนำให้ทราบ ลูกค้าท่านนี้ก็จะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง และตอบรับโครงการอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ลูกค้ารายใหญ่ ที่ทำเบี้ยครั้งละมากๆ แต่เป็นลูกค้าที่ดีที่มีการซื้อซ้ำ เติมเต็มความคุ้มครองรอบด้านอยู่ตลอด ทั้งกรมธรรม์สะสมทรัพย์ ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองโรคร้ายแรง ประกันควบการลงทุน หรือ Unit Linked และล่าสุดก็คือ AIA Vitality ซึ่งเป็นโครงการที่ทำให้ตัวแทนอย่างเราสามารถช่วยเหลือให้ลูกค้าดูแลเรื่องสุขภาพ ทั้งการกินและการออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง ครบวงจร
“สำหรับลูกค้าท่านนี้ เคยต้องเข้าออกโรงพยาบาลปีละหลายๆ ครั้ง เขาเคยเป็นโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเชื่อมติดกับกระดูกเชิงกราน ทำให้มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง จนต้องรักษาด้วยการฝังเข็มและครอบแก้ว ฯลฯ”
ลูกค้าที่ธวัชชัยกล่าวถึงคือ อมรรัตน์ จังธนสมบัติ ได้กล่าวถึงความประทับใจในตัวแทนประกันชีวิต ผู้เปรียบได้กับฮีโร่ที่ช่วยดูแลสุขภาพของเธอว่า “เขาไม่ใช่หมอ ไม่ได้มีพลังวิเศษอะไร แต่เขาช่วยให้คนคนหนึ่งที่ป่วยจากหลายๆ โรคอย่างดิฉัน กลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อีกครั้ง”
ธวัชชัยเล่าว่า หลังจากแนะนำให้อมรรัตน์ทำกรมธรรม์ AIA Vitality แล้วก็แนะนำให้ลองไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส โดยแนะนำให้มีเทรนเนอร์ดูแลเป็นการส่วนตัว ซึ่งก็ได้ผลดี โดยผลการเอกซเรย์กระดูกสันหลังที่เคยเอียงคดของอมรรัตน์ได้กลับมาอยู่ในแนวตรงได้อีกครั้ง และระหว่างนั้นผู้ซื้อกรมธรรม์รายนี้ก็ยังเป็นเนื้องอกในไซนัส จำเป็นต้องผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ซึ่งแผนประกันสุขภาพแบบธรรมดาและแบบเหมาจ่ายที่ธวัชชัยแนะนำให้ทำเอาไว้ ก็ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวได้อย่างสบายใจ
“ลูกค้าของเรารักษาตัวและหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองจนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ขอบคุณที่เราคอยดูแลเขาอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวแทนประกันชีวิตอย่างผมดีใจ และภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ครับ”
ด้วยความใส่ใจและการสนับสนุนให้ลูกค้าที่ทำประกันด้วยมีสุขภาพที่ดีเช่นนี้เอง ส่งผลให้ธวัชชัยเป็นผู้ชนะเลิศในแคมเปญ AIA Hero Awards 2018 ในหัวข้อ ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น ธวัชชัยยังกล่าวว่า นอกจากความจริงใจ ซื่อสัตย์ รักษาคำมั่นสัญญาต่อลูกค้าประกัน ซึ่งเป็นจริยธรรมที่ตัวแทนที่ดีทุกคนพึงมี บวกกับการมี Service Mind แล้ว ยังจะต้องเข้าใจถึงหลักการของกรมธรรม์ที่แนะนำให้ลูกค้าทำด้วย
“ปัจจุบันนี้คนเราเจ็บป่วยกันง่ายขึ้นและมากขึ้น โดยเฉพาะโรคร้ายแรง ซึ่งผมมองว่าค่าใช้จ่ายในการป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยยังน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมเสียอีก ในขณะเดียวกันตัวแทนก็สามารถช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าให้มีสุขภาพดีขึ้นได้”
“อย่าง AIA Vitality ที่ผมแนะนำให้คุณอมรรัตน์ทำนั้นเป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี ผมได้ทดลองทำด้วยตัวเองจนมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ด้วยการศึกษาและปฏิบัติด้วยตัวเราเอง แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงในสุขภาพของตัวเองเป็นอันดับแรกก่อน จึงนำประสบการณ์ของตัวเราเองมาแนะนำให้กับลูกค้าเข้าใจและปฏิบัติตามได้ อย่างเวลาเอไอเอมีจัดกิจกรรมการวิ่งต่างๆ ผมก็จะชวนลูกค้าไปร่วมวิ่งด้วยกันครับ”
สำหรับความรู้สึกของการเป็นผู้ชนะ AIA Hero Awards 2018 และฐานะ ‘ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น’
“คำว่า ‘ฮีโร่’ สำหรับผมดูเป็นคำที่ยิ่งใหญ่ ตอนที่ผมดูแลบริการลูกค้า ก็ไม่ได้คิดหรอกครับว่าจะทำเพื่อหวังรางวัลใดๆ แต่สุขภาพดีของลูกค้าที่ได้รับนั้นมีคุณค่ามากกว่า ตัวผมเองก็รู้สึกดีใจและภูมิใจนะครับ ที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือลูกค้าให้มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น
“ผมในฐานะตัวแทนประกันชีวิตคนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักโภชนาการ ไม่ใช่เทรนเนอร์ แต่เรามีพันธมิตรที่ดี ที่จะช่วยกันดูแลลูกค้าให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ต้องขอขอบคุณเอไอเอที่มองเห็นความตั้งใจในการทำงานของตัวแทน และมอบรางวัลนี้ให้เป็นขวัญและกำลังใจ ผมจะขอมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ต่อไปครับ”
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post Healthy is Wealth แนวคิดของฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น ตัวแทนประกันชีวิตผู้ชนะเลิศจากโครงการ AIA Hero Awards 2018 [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
“หากเลือกได้ คนเราส่วนใหญ่คงเลือกที่จะมีชีวิตที่ยืนยาว […]
The post “ประกันชีวิตคือความรัก” ความหมายของกรมธรรม์ประกันชีวิตในทรรศนะของฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
“หากเลือกได้ คนเราส่วนใหญ่คงเลือกที่จะมีชีวิตที่ยืนยาว แต่นั่นก็อาจจะไม่ได้เป็นจริงสำหรับทุกคนเสมอไป เพราะชีวิตที่ยืนยาวเพียงอย่างเดียวคงจะไม่พอ หากนั่นไม่ได้หมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กันไปด้วย”
ภาวิต ตันเองชวน ตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ จากหน่วยเพชรเหรียญทอง 440 ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากโครงการ AIA Hero Awards 2018 ในฐานะ ‘ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น’ (Longer Life) ระดับภูมิภาคจากกลุ่มบริษัทเอไอเอ ตอบคำถามของ THE STANDARD หลังจากที่เราถามเขาว่า “การมีชีวิตที่ยืนยาวนั้นสำคัญและมีความหมายอย่างไร”
ประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในฐานะตัวแทนประกันชีวิตทำให้เขาได้มีโอกาสสัมผัสและพบเจออะไรมามากมาย การได้เกี่ยวข้องและได้ดูแลชีวิตของผู้คนจำนวนมากกลั่นกรองให้เขาตอบคำถามเช่นนั้น
“คือต้องถามว่าคำถามนี้เราไปถามใคร ถ้าไปถามคนที่นอนอยู่บนเตียงอายุ 50 ปีแล้วเขาเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ เขาก็อาจจะไม่อยากอยู่ถูกไหมครับ แต่ถ้าไปถามคนแก่อายุ 80 ปีที่แข็งแรงลูกหลานห้อมล้อม มีเงิน และสุขภาพยังแข็งแรง เขาก็อาจจะอยากมีอายุยืนยาวสัก 120 ปีก็ได้ ก็ต้องถามว่าวันนี้ชีวิตที่จะอยู่ยืนยาวเนี่ย คนเราอยากอยู่เพราะอะไร อยากอยู่เพราะว่าอยากจะทำประโยชน์ให้ตัวเอง ให้สังคม หรือว่าให้คนในครอบครัว หรือว่าอยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อเห็นคนที่เรารักประสบความสำเร็จ คำถามนี้แต่ละคนก็คงจะมีคำตอบที่ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คนที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปล้วนปรารถนาเหมือนกันก็คือการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กันไปด้วย”

ภาวิต ตันเองชวน
ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ AIA Hero Awards 2018
ในฐานะ ‘ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น’
ในฐานะของตัวแทนประกันชีวิตและฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แน่นอนว่าเขาย่อมเคยมีส่วนช่วยดูแลให้ลูกค้าของเขามีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาเล่าสู่กันฟัง หนึ่งในเคสประทับใจที่มีอยู่หลายกรณีก็คือเคสของน้องปลากริม พนักงานบริษัทอายุ 25 ปี ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
“คือนอกจากลูกค้าที่ดูแลอยู่ ผมมักจะซื้อขนมไปให้คนรอบข้างพวกเขาอยู่เสมอ เราก็เอาขนมไปให้ลูกค้าที่ซื้อประกัน แล้วก็ซื้อเผื่อให้เขาแบ่งปันคนอื่นๆ ในบริษัท จึงทำให้ผมได้รู้จักกับน้องปลากริม ที่สนใจอยากทำประกันชีวิตอยู่พอดี และหลังจากที่ทำประกันชีวิตให้น้องเขาไปแล้วประมาณ 4-5 เดือน มีโทรศัพท์จากคนที่ผมไม่รู้จักโทรเข้ามา เป็นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องไห้ และถามผมด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่าชื่อภาวิตใช่ไหม เขาบอกว่าเป็นแม่ของน้องปลากริม โทรมาเพราะเห็นเบอร์ของผมจากนามบัตรในกรมธรรม์ที่น้องซื้อไว้ คือน้องขับรถไปประสานงากับรถกระบะอาการหนักมาก”
วันนั้นผมบอกคุณแม่เขาว่า ให้ใจเย็นๆ แล้วเราก็โทรประสานงานกับกู้ภัยบอกให้นำส่งโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในจังหวัด แล้วก็โทรไปเคลียร์กับโรงพยาบาลเอกชนปลายทาง แต่โรงพยาบาลเอกชนไม่รับเพราะอาการหนักมาก ผมมารู้ทีหลังว่าน้องอาการหนักมาก กะโหลกร้าว นิ้วขาด แขนขาและกระดูกแตกละเอียด นอกจากนี้ตับก็แตก ดูแล้วโอกาสเสียชีวิตมีมากถึง 70-90 เปอร์เซ็นต์ แต่นั่นก็ไม่ใช่เวลาจะมาคิดแบบนั้น ผมเลยบอกให้หน่วยกู้ภัยนำส่งน้องที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแทน แล้วก็พยายามที่จะจองเที่ยวบินไปสุราษฎร์ธานีทันที แต่น่าเสียดายที่วันนั้นไม่มีไฟลต์ว่างเลย”

“ผมจึงตัดสินใจขับรถจากกรุงเทพฯ ลงไปเพื่อดูอาการน้องทันที โดยระหว่างทางก็ประสานงานกับทางโรงพยาบาลอยู่ตลอด เมื่อไปถึงสภาพที่เห็นก็คือคุณแม่ร้องไห้ คุณพ่อนั่งเครียด ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวกันทั้งคู่ เมื่อเห็นอย่างนั้นผมก็รู้แล้วแหละว่าตอนนี้ผมคือความหวังของครอบครัวนี้ แม้จะมีพยาบาลที่บอกว่าอาการน้องหนักมากไม่น่าจะรอด แต่ผมก็นึกถึงตอนที่น้องให้ความไว้วางใจเดินเข้ามาทำประกันกับเรา คิดว่าต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนโอกาสและความไว้วางใจที่น้องมีให้เรา”
โชคดีภาวิตได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณหมอที่ดูแลเคสนี้ เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นตัวแทนประกันของน้องปลากริม และถามว่าพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง คุณหมอบอกว่าการผ่าตัดของหญิงสาวจำเป็นต้องใช้เลือดจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้ทางโรงพยาบาลมีปริมาณเลือดไม่เพียงพอ ภาวิตจึงได้ส่งข้อความหาเพื่อนๆ ตัวแทนที่บริษัทเอไอเอ และโพสต์ข้อความประกาศลงในเฟซบุ๊กเพื่อให้คนมาช่วยกันบริจาคเลือด ปรากฏว่าข้อความดังกล่าวได้รับการแชร์และส่งต่อมากมายในโลกออนไลน์ จนวันรุ่งขึ้นพยาบาลบอกว่าได้รับบริจาคโลหิตมากเป็นประวัติการณ์
“จากนั้นผมก็ได้ขออนุญาตคุณพยาบาลเข้าไปเยี่ยมน้องพร้อมกับคุณแม่ และผมบอกกับน้องว่า ปลากริมพี่มาตามสัญญาที่ให้ไว้แล้วนะ น้องได้ยินสิ่งที่พี่พูดไหม พี่รู้ว่าน้องเหนื่อย ปลากริมได้ทำหน้าที่ลูกอย่างดีที่สุดแล้ว และพี่จะทำหน้าที่ตัวแทนประกันที่ปลากริมให้ความไว้วางใจให้ดีที่สุด ถ้าปลากริมสู้จนเหนื่อยไม่ไหวแล้วอยากจะพักก็ไม่ต้องเป็นห่วง พี่จะทำหน้าที่ส่งต่อความรักของปลากริมผ่านกรมธรรม์ที่ทำไว้ให้พ่อกับแม่ของน้องเอง แต่ถ้าวันนี้ปลากริมได้ยินเสียงของพี่ พี่อยากจะขออะไรบางอย่างได้ไหม พี่ขอให้ปลากริมสู้อีกสักครั้ง เพราะทุกคนรอคอยการกลับมาของปลากริมอยู่ และมันทำให้ผมเชื่อครับว่าปาฏิหาริย์นั้นมีจริง เชื่อไหมครับว่าเส้นชีพจรของน้องกระเตื้องขึ้นมา และหลังจากผ่านการผ่าตัดใหญ่ถึง 3 ครั้ง อยู่ในห้องไอซียูนาน 16 วัน น้องก็ปลอดภัย”
ปลากริมใช้เวลาในการพักฟื้นอยู่อีกนานนับเดือนก่อนจะอาการดีขึ้น หลังจากที่พอจะพูดคุยไหว เธอก็ได้โทรเฟซไทม์มาหาภาวิต แล้วบอกว่าแม้จะยังคุยโทรศัพท์ไม่ค่อยไหวนัก แต่ก็อยากเห็นหน้าและขอบคุณตัวแทนประกันชีวิตหนุ่มที่ให้ความช่วยเหลือ ที่ไม่น่าเชื่อคือหญิงสาวผู้ทำประกันชีวิตบอกกับเขาว่า วันนั้นที่ภาวิตไปพูดข้างเตียงเธอได้ยินทุกอย่าง ทว่าโต้ตอบไม่ได้ เธอขอบคุณและดีใจมากที่มีเขาเป็นตัวแทนประกันชีวิต นั่นแสดงให้เห็นว่าเธอฝากชีวิตเอาไว้ถูกคน

โล่รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
ในฐานะ ‘ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น’ ของ AIA
“ทุกวันนี้เชื่อไหมครับว่า จากเด็กคนหนึ่งที่หมอเคยบอกว่าอาจจะไม่รอดแล้ว น้องหายดี สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดูแลครอบครัวได้เหมือนเดิม นี่ละครับคือปาฏิหาริย์ของประกันชีวิต นั่นเป็นความภูมิใจที่ทำให้ผมทั้งมีความสุขและมีพลังในการทำงานเพิ่มมากขึ้น เพราะมันแสดงให้เราเห็นว่างานที่เราทำมีคุณค่า สามารถช่วยให้คนคนหนึ่งมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้แม้จะผ่านอุบัติเหตุร้ายแรงมาก็ตาม เป็นการตอบแทนที่เขาให้โอกาสและความไว้วางใจทำประกันชีวิตกับเรา”
เคสของปลากริมเป็นเพียงเคสเดียวในหลายๆ กรณีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของตัวแทนประกันชีวิตหนุ่มผู้นี้ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผู้คนได้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และนอกจากนี้ภาวิตยังได้ย้ำถึงความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ส่งต่อความรักความหวังดี ของผู้ที่ทำประกันชีวิตให้กับผู้คนอันเป็นที่รักอีกด้วย
“สำหรับผมคิดว่าการทำประกันชีวิตเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ เพราะในแง่หนึ่งมันเป็นเรื่องราวของการแทนคำว่า ‘รัก’ ซึ่งคำนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการพูดครับ แต่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่าเรารักเขาจริงหรือเปล่า แล้วก็สิ่งที่จะยืนยันได้ดีอย่างหนึ่งก็คือมูลค่าในกรมธรรม์ที่มากพอ เมื่อใครบางคนได้จากไป เพื่อคนที่อยู่ข้างหลังจะได้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้โดยไม่ต้องลำบาก ดังนั้นการแสดงคำว่ารักอย่างหนึ่งจึงแสดงออกผ่านได้ด้วยการทำประกันชีวิต”
เมื่อพิจารณาดูแล้ว คำกล่าวของตัวแทนประกันชีวิตหนุ่มผู้เป็นฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นผู้นี้ช่างเป็นจริงอย่างที่สุด เพราะการทำประกันชีวิตนั้นไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะตัวเราเอง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ไม่สามารถจะอยู่ดูแลกันและกันได้แล้ว เราก็ยังสามารถส่งต่อความรักให้แก่กันได้ด้วยกรรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนความรักความห่วงใยนั่นเอง
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post “ประกันชีวิตคือความรัก” ความหมายของกรมธรรม์ประกันชีวิตในทรรศนะของฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายคนอาจจะรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากับนักแสดงหนุ่มใหญ่ใจ […]
The post สมมาตร ไพรหิรัญ กับบทบาทฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นจาก โครงการ AIA Hero Awards 2018 [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายคนอาจจะรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากับนักแสดงหนุ่มใหญ่ใจบุญอย่าง สมมาตร ไพรหิรัญ กันเป็นอย่างดี ทว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ทราบว่าอีกบทบาทและอาชีพหนึ่งของสมมาตร ก็คือตัวแทนประกันชีวิตของ AIA ซึ่งเป็นงานอีกอย่างที่เขาทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 27 ปีด้วยกัน และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมาเมื่อมีการประกวด AIA Hero Awards 2018 เขาก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะในสาขา ‘ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น’ (Better Life) ระดับภูมิภาค จากกลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่งรางวัลนี้บ่งบอกถึงความทุ่มเทเอาใจใส่ที่เขามีให้ต่อลูกค้า รวมถึงการช่วยส่งเสริมให้ผู้คนโดยเฉพาะเด็กๆ เยาวชนได้มีโอกาสและชีวิตที่ดีขึ้นมากมาย THE STANDARD ขอชวนทุกคนไปฟังเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นคนนี้กัน
“นอกเหนือจากอาชีพนักแสดงที่หลายคนคุ้นเคยกันแล้ว ผมยังมีอาชีพอีกอย่างคือตัวแทนประกันชีวิตซึ่งทำมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ถามว่าอะไรที่ทำให้ทำงานนี้ได้ยาวนานขนาดนี้ ก็เป็นเพราะผมรู้สึกว่างานนี้เป็นงานที่มีคุณค่า ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสให้เราทำสิ่งอื่นๆ ที่ชอบไปด้วยพร้อมๆ กันแล้ว งานตัวแทนประกันชีวิตยังทำให้เราได้มีโอกาสทำประโยชน์แก่ผู้คนอื่นๆ อีกด้วย ทั้งคนที่เราชักชวนให้เขาทำประกัน ซึ่งให้ความไว้วางใจให้เราดูแล รวมไปถึงผมยังได้ทำโครงการที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ร่วมกับทางเอไอเออีกด้วย”

นักแสดงหนุ่มใหญ่ สมมาตร ไพรหิรัญ
น้อยคนนักที่ทราบว่าอีกบทบาทและอาชีพหนึ่งของเขาก็คือ
ตัวแทนประกันชีวิตของ AIA
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่สมมาตรเดินอยู่บนเส้นทางอาชีพตัวแทนประกันชีวิต เชื่อแน่ว่าเขาย่อมมีเคสประทับใจซึ่งเคยได้ดูแลอยู่ไม่น้อย เมื่อถามถึงประเด็นนี้ นักแสดงและตัวแทนประกันหนุ่มใหญ่เล่าให้เราฟังว่า
“ตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มเป็นตัวแทนประกันชีวิตได้ใหม่ๆ มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่อยากจะให้กำลังใจผมด้วยการสนับสนุนอาชีพใหม่ของเรา จึงได้ทำประกันกับผม พอผ่านไปได้สักเพียง 2 ปี เขาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แล้วเรามารู้ว่าเงินประกันที่เขาทำไว้สามารถช่วยเหลือคนที่อยู่ข้างหลังได้ เพราะภรรยาของเขาเองก็ไม่ได้ทำงาน และลูกๆ ก็ยังเล็ก ไม่มีอาชีพ เมื่อขาดพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวไปก็ทำให้บ้านของเขาอาจโดนยึด โชคดีที่เขาทำประกันชีวิตเอาไว้ จึงมีเงินตรงนี้ที่ช่วยบรรเทาและชะลอความทุกข์ของคนที่อยู่ข้างหลังเอาไว้ได้ นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายเคส อย่างเพื่อนนักแสดงของผมคนหนึ่ง ที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งหลังจากที่ซื้อประกันไปเพียงไม่นาน ซึ่งการทำประกันครั้งนั้นก็ช่วยให้เขามีเงินรักษาตัว เมื่อเขาเสียชีวิตไปครอบครัวก็ได้รับเงินก้อนเพื่อดูแลครอบครัวต่อไป ซึ่งดูแล้วการคุ้มครองที่ได้รับน่าจะสูงกว่าเบี้ยประกันที่เสียไปมากครับ และผมก็ดีใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือดูแลเขาในช่วงเวลายากลำบากของชีวิต ทำให้ชีวิตของครอบครัวเขาดีขึ้นได้ในช่วงชีวิตที่ยากลำบาก”
นอกจากจะเป็นตัวแทนที่มุ่งมั่นดูแลลูกค้าประกันที่ให้ความไว้วางใจแล้ว เหตุผลหนึ่งที่สมมาตรได้รับเลือกเป็นฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นของโครงการ AIA Hero Awards 2018 ก็ด้วยกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่เขาทำเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้มีโอกาสและชีวิตที่ดีขึ้น
“งานตัวแทนประกันชีวิตทำให้ผมได้พบเจอผู้คนมากมาย การที่เราได้มีโอกาสช่วยเหลือลูกค้า ทำให้ผมเห็นว่าแม้จะเป็นเพียงพลังเล็กๆ แต่เมื่อเราร่วมมือกันก็ย่อมกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน อย่างตัวผมเองค่อนข้างจะเซนสิทีฟเวลาที่เห็นคนด้อยโอกาส ก็มักจะมีความคำถามเสมอว่า เราจะสามารถช่วยให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร ซึ่งตามปกติผมกับเพื่อนๆ นักแสดงในวงการบันเทิงมักจะร่วมทำบุญด้วยการสร้างโบสถ์ตามวัดต่างๆ ด้วยกันเสมอ จนมาวันหนึ่งผมเห็นนักเรียนเดินเท้าเปล่า จึงเกิดจุดประกายว่า เราน่าจะช่วยเด็กๆ เยาวชนเรื่องการศึกษา เพราะเมื่อมีการศึกษาก็จะช่วยให้พวกเขามีโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้นได้”
เมื่อเกิดประกายความคิดดังกล่าว สมมาตรจึงเริ่มตระเวนไปตามต่างจังหวัดเพื่อหาพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ และพบว่ายังมีโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนประเทศไทยที่ยังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านอุปกรณ์การเรียนการสอน อาคารสถานที่ อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ฯลฯ เขาในฐานะตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอจึงได้นำเสนอเรื่องนี้กับทางเอไอเอ จนได้รับการสนับสนุน และได้ร่วมกับมูลนิธิธารใจไลก้า เริ่มโครงการแรกด้วยการสร้างอาคารอเนกประสงค์ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคีรีล้อม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อประสบความสำเร็จจึงตามด้วยโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ทุติยะโพธิอนุสรณ์ แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จนในวาระครบรอบปีที่ 80 ของเอไอเอ ประเทศไทย เขาได้นำเสนอโปรเจกต์ใหญ่เพื่อสร้างโรงเรียนเอไอเอแห่งแรกขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทางเอไอเอ จนสำเร็จเป็นศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน เอไอเอ ประเทศไทย บ้านบ๋าฮี จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งแน่นอนว่าเป็นประโยชน์และสามารถมอบโอกาสทางการศึกษาช่วยให้ชีวิตของเด็กๆ ในท้องถิ่นทุรกันดารดีขึ้นได้ไม่น้อย
“ผมคิดว่าการสร้างโรงเรียน การให้โอกาสทางการศึกษา เป็นการให้ที่ไม่สิ้นสุด เพราะเมื่อเด็กๆ รุ่นหนึ่งเรียนจบไป ก็จะมีเด็กรุ่นถัดไปได้เข้ามาใช้ประโยชน์ และได้รับโอกาสกันต่อไปเรื่อยๆ การได้เห็นรอยยิ้มดีใจของเด็กๆ ที่ได้เรียนนั้นเป็นความสุขที่ผมอธิบายออกมาได้ยาก รู้แต่ว่าเราภูมิใจในที่สิ่งที่เราทำ ซึ่งงานตัวแทนประกันชีวิตนั้นทำให้ผมได้มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นๆ ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ซึ่งนี่แหละคือความสุขของผม”
THE STANDARD อดถามไม่ได้ว่า ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นผู้นี้ จะมีนิยามของ ‘ชีวิตที่ดี’ ว่าอย่างไร และสมมาตรให้คำตอบกับเราว่า

ฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น
“นิยามชีวิตที่ดีของคนทั่วไปอาจจะหมายถึงการมีเงิน มีเวลา แต่สำหรับผมคิดว่าถ้ามีเพียงแค่ 2 อย่างนี้อาจจะไม่ได้หมายถึงชีวิตที่ดีก็ได้ สำหรับผมโดยส่วนตัวคิดว่าชีวิตที่ดีน่าจะหมายถึงการที่เราได้ทำอะไรซึ่งทำให้เรามีความสุข โดยไม่เดือดร้อน หรือเป็นภาระกับคนอื่นนั้นถือเป็นชีวิตที่ดีสำหรับตัวเอง
“จริงๆ แล้วผมคิดว่าการมีชีวิตที่ดีกับการประสบความสำเร็จและการมีความสุขมันมีความเกี่ยวข้องคล้ายคลึงกันมากนะครับ ซึ่งบางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าอันไหนที่เกิดขึ้นก่อนกัน อย่างบางคนเขาอาจจะมีความสุขด้วยอะไรที่ไม่ซับซ้อนมาก ในขณะที่บางคนตั้งเป้าหมายความสำเร็จเอาไว้สูง ซึ่งถ้าไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้ก็อาจทำให้เขาเครียดและไม่มีความสุขเอาก็ได้ แต่สำหรับผม เราค่อนข้างพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
“ผมว่าความสุขมันสามารถหาได้โดยที่ไม่ต้องมีเงินก็ทำได้นะ และเมื่อมีความสุขมันก็อาจถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะการมีความสุขก็คือการมีทัศนคติที่ดี ซึ่งสำหรับผมแล้วเราพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่จึงมีความสุข และผมยังมีความสุขกับการได้ทำประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ และนั่นแหละคือความหมายของชีวิตที่ดีสำหรับผม”
ด้วยการนิยามความหมายของชีวิตที่ดีซึ่งคิดเผื่อแผ่ผู้อื่นเช่นนี้เอง ที่ทำให้ผู้ชายคนนี้อุทิศชีวิตเพื่อทำให้ลูกค้าประกันชีวิตและผู้อื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น ช่างเหมาะสมกับตำแหน่งฮีโร่ในชีวิตจริงโดยแท้
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post สมมาตร ไพรหิรัญ กับบทบาทฮีโร่ผู้ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นจาก โครงการ AIA Hero Awards 2018 [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประโยคเชยๆ ที่ว่า ‘การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนเ […]
The post ถอดรหัสพอร์ตการลงทุน (ชีวิต) ของ ‘สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง’ CIO ของ เอไอเอ ประเทศไทย ชายผู้เลือกสรรเฉพาะการลงทุนที่คุ้มเสี่ยง [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประโยคเชยๆ ที่ว่า ‘การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนเลยกลับเสี่ยงยิ่งกว่า’ เป็นสัจธรรมที่นักลงทุนทุกคนทราบกันดี แต่ใช่ว่านักลงทุนทุกคนจะกล้าลงทุนกับทุกเรื่องในชีวิต เว้นเสียแต่ว่าเขาผู้นั้นจะมีวิสัยทัศน์ต่างจากคนอื่น จึงมองเห็น ‘กำไร’ ที่คุ้มมากพอที่จะเสี่ยง
เหมือนกับที่ สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (Chief Investment Officer) เอไอเอ ประเทศไทย มองทุกสเตปของชีวิตเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หลังจบคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำงานเป็นผู้สอบบัญชีได้ระยะหนึ่ง สุขวัฒน์ต่อยอดทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลไปลงทุนเพิ่มเติมด้วยการศึกษาต่อปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเวสต์จอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกว่านำแพสชันที่มีควบรวมกับทักษะเฉพาะทางเพื่อเป็นใบเบิกทางสู่ ‘ผู้จัดการกองทุน’
สุขวัฒน์เริ่มทำงานด้านการเงินการลงทุนในตำแหน่ง Executive Trainee และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการกองทุนที่บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้ ก่อนจะได้รับโอกาสร่วมงานกับ กรณ์ จาติกวณิช ที่บริษัทหลักทรัพย์ เจ.เอฟ. ธนาคม จำกัด ถือเป็นช่วงที่ได้พิสูจน์ความสามารถอย่างมาก เพราะได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุนบริหารพอร์ตลูกค้าสถาบันพอร์ตใหญ่ๆ
หากวิเคราะห์พอร์ตการทำงานด้านการลงทุนของสุขวัฒน์ ต้องบอกว่าเป็นพอร์ตที่เติบโตแบบก้าวกระโดด หลังออกจากบริษัทหลักทรัพย์ เจ.เอฟ. ธนาคม จำกัด สุขวัฒน์เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการกองทุนอาวุโสของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ดูแลรับผิดชอบด้านการบริหารสินทรัพย์ของผู้ลงทุนรายใหญ่ ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนของบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลการบริหารองค์กร และรับผิดชอบการบริหารกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล
นั่นคือตำแหน่งสุดท้ายก่อนที่สุขวัฒน์จะตัดสินใจร่วมงานกับเอไอเอ ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2554 ในตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน และผู้อำนวยการสายการลงทุนตราสารหนี้ รับผิดชอบฝ่ายลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าพอร์ตการลงทุนของเอไอเอ ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

“ย้อนกลับไปวันที่ผมตัดสินใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเอไอเอ ผมมองว่าเอไอเอเป็นบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของประเทศ ในขณะนั้นก็ถือเป็นเจ้าใหญ่สุดในตลาด และคงความเป็นเบอร์หนึ่งจนถึงปัจจุบัน ในสายการลงทุน พอร์ตการลงทุนของเอไอเอในขณะนั้นมีมูลค่าประมาณ 650,000 ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่มาก แม้ในวันนั้น บริษัท เอไอเอ จะมีเรื่องของความสำเร็จมากมายให้ชาวเอไอเอภาคภูมิใจ แต่ในอนาคตข้างหน้าเอไอเอก็ยังคงมีเรื่องราวของความสำเร็จรออยู่อีกมาก และผมเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จเหล่านั้น ผมจึงตัดสินใจเข้าร่วมงานกับเอไอเอ” ปัจจุบันพอร์ตลงทุนของบริษัทฯ มีมูลค่าประมาณ 850,000 ล้านบาท ซึ่งลงทุนในตลาดพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ประมาณ 85% ลงทุนในหุ้น 12% และ 3% เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นอาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ และอาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์
ปัจจุบัน สุขวัฒน์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน รับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์และวางแผนการลงทุน การจัดสรรพอร์ตการลงทุนและการบริหารสินทรัพย์ของบริษัท รวมถึงการวางกลยุทธ์การขยายผลตอบแทนเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดของการลงทุน บนพื้นฐานการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม หรือกล่าวได้ว่า กลยุทธ์และการวางแผนการลงทุนนั้นๆ มุ่งแสวงหาการลงทุนที่มีความมั่นคงของเงินต้นและผลตอบแทนการลงทุน เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หรือมากกว่าที่ระบุไว้นั่นเอง
กลยุทธ์การวางแผนการลงทุนของเอไอเอ: เน้นลงทุนปัจจัยพื้นฐาน พร้อมวางรากฐานให้มั่นคงด้วยทีมที่มากประสบการณ์
เมื่อถามถึงแนวทางการบริหาร และการวางแผนการลงทุนของเอไอเอ ในยุคที่เขาเป็นหนึ่งในแม่ทัพสำคัญของทีม สุขวัฒน์กล่าวว่า เอไอเอเน้นลงทุนปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย “เพราะเงินที่นำมาลงทุนเป็นเงินที่เอไอเอสัญญากับลูกค้าไว้ว่าเมื่อถึงกำหนดสัญญา หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับผู้ถือกรมธรรม์ เราต้องจ่ายเงิน จะบอกว่าไม่มีจ่ายไม่ได้ ดังนั้นเอไอเอจะมองกันเป็นแผนระยะยาว และลงทุนในแง่ความมั่นคง อย่างไรก็ตาม เรามักจะสามารถหาประโยชน์จากความผันผวนของตลาดได้อยู่บ่อยๆ
“เมื่อเราเน้นการลงทุนในระยะยาว เราจึงให้ความสำคัญกับการทำงานวิเคราะห์เชิงลึกก่อนการลงทุน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาลงทุน และกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม
“สิ่งสำคัญที่ทำให้เราเป็นบริษัทที่มั่นคงที่สุด คือเราทำงานเป็นทีม โดยกลุ่มบริษัทเอไอเอ (AIA Group) มีการใช้และแลกเปลี่ยนทรัพยากรร่วมกัน เอไอเอมีสำนักงานใน 18 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก เรามีทีมนักวิเคราะห์ ทีมผู้จัดการกองทุน ในแง่ของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เราทำกันตลอดเวลา เช่น การแลกเปลี่ยนมุมมองในการลงทุนรายสัปดาห์ให้กับทีมงานบริหารพอร์ตลงทุนทั้งหมด ในระหว่างปีทีมงานลงทุนในทุกประเทศจะมาพบปะกันปีละสองครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ และกำหนดทิศทางในการบริหารจัดการพอร์ตลงทุน
“นอกจากนั้นเอไอเอยังมีการนำเทคโนโลยีการลงทุนใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการทำธุรกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อให้ได้ราคาที่ดีขึ้นและต้นทุนการซื้อขายที่ต่ำลง เพราะเรามีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างมาก ทำให้พอร์ตลงทุนของเอไอเอมีความคล่องตัว ถึงแม้จะเป็นพอร์ตที่มีขนาดใหญ่มากก็ตาม และเพื่อให้มั่นใจว่าเรายังคงมีพอร์ตการลงทุนที่ใช่ ถูกที่ ถูกตัว ถูกเวลา เราจึงมีการทบทวนพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้วิเคราะห์ผลตอบแทนในอดีต เพื่อเข้าใจถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุน พร้อมทั้งประเมินว่าตลาดให้ความสำคัญกับอะไรมากเกินไปหรือไม่ มีอะไรที่นักลงทุนในตลาดมองข้ามไป และนำปัจจัยเหล่านี้ไปประกอบการจัดพอร์ตการลงทุนในอนาคต เพื่อคงความได้เปรียบของเอไอเอ”

การบริหารการลงทุนของเอไอเอ กับการบริหารกองทุนรวมทั่วไป ต่างกันที่การวางแผนระยะยาว
“ต่างกันเยอะนะครับ การบริหารการลงทุนของเอไอเอ เป็นการบริหารในรูปแบบบริษัทประกันชีวิต ดังนั้นเราจะค่อนข้างได้เปรียบ เพราะเราไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนมาถอนเงินจากเราโดยที่เราไม่รู้ล่วงหน้า เพราะเราจะรู้กระแสเงินสดเข้าออกล่วงหน้าอยู่ตลอดเวลา เราจึงสามารถเตรียมเรื่องสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี เช่น แบบประกันที่เราขายไว้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว และกำลังจะครบกำหนดเดือนหน้า ซึ่งเราต้องจ่ายเงินคืนผู้ถือกรมธรรม์ บริษัทก็จะเตรียมเงินไว้ล่วงหน้า แตกต่างจากการบริหารกองทุนรวมซึ่งไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่าลูกค้าจะเอาเงินเข้าออกเมื่อไร จำนวนเงินเท่าไร กองทุนรวมจึงมักต้องเตรียมเงินสำรองสภาพคล่อง โดยเฉพาะเวลาที่ตลาดมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น กองทุนรวมโดยมากจะระวังและลดการลงทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ณ ขณะนั้น เพราะกลัวโดนถอนเงิน แต่สำหรับ เอไอเอ เรามักมองเห็นเป็นโอกาสการลงทุน”
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตรูปแบบใหม่ ยูนิต ลิงค์ ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนมากกว่าการประกันชีวิตทั่วไป เพราะยังจัดสรรปันส่วนเบี้ยไปลงทุนในกองทุนรวมชั้นนำที่คัดสรรอย่างดีโดยเอไอเอ
หากวิเคราะห์ตามสิ่งที่สุขวัฒน์กล่าว ถึงแนวทางการบริหารงานก็ดี ทีมงานที่มีประสิทธิภาพก็ดี รวมไปถึงวิสัยทัศน์ด้านกลยุทธ์การวางแผนการลงทุนของเอไอเอ เมื่อเอไอเอมีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตรูปแบบใหม่ที่รวมการประกันชีวิตและการลงทุนไว้ด้วยกันที่เรียกว่า ยูนิต ลิงค์ (Unit Linked) ยิ่งเป็นโอกาสเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาประกันชีวิตที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าการประกันชีวิตทั่วไป ซึ่งเบี้ยประกันที่ลูกค้าจ่ายจะแบ่งเป็นสองส่วน เบี้ยส่วนแรกจะถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำประกันชีวิต และเบี้ยส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนในกองทุนรวมชั้นนำที่คัดสรรโดยเอไอเอ ตามสัดส่วนที่ผู้เอาประกันเป็นผู้เลือกไว้
“อีกหนึ่งความน่าสนใจของยูนิต ลิงค์ คือเป็นประกันชีวิตที่มีความยืดหยุ่นเรื่องความคุ้มครองชีวิต โดยผู้เอาประกันสามารถเลือกทุนประกันชีวิตที่ต้องการ ซึ่งได้สูงสุดถึง 250 เท่าของเบี้ยประกันหลัก และยังสามารถปรับเพิ่มหรือลดความคุ้มครองชีวิตได้ตามความต้องการของแต่ละช่วงชีวิต โดยไม่ต้องซื้อกรมธรรม์ใหม่ อีกทั้งลูกค้ายังสามารถวางแผนประกันสุขภาพระยะยาวได้ ด้วยการซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพแนบกับยูนิต ลิงค์ อาจกล่าวได้ว่ายูนิต ลิงค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการลงทุนเพื่อให้เงินออมเติบโต
“ยูนิต ลิงค์ของเอไอเอมีอยู่ 3 แบบ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ประกอบด้วย เอไอเอ อิสระ พลัส (AIA Issara Plus) ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นความคุ้มครองชีวิตสูง และวางแผนคุ้มครองสุขภาพระยะยาว โดยจ่ายเบี้ยแบบรายงวดและไม่มาก เอไอเอ สมาร์ท ซีเล็ค (AIA Smart Select) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการออมเงินอย่างเป็นระบบ รวมถึงคนที่มองหาแผนการศึกษาเพื่อบุตร หรือเตรียมพร้อมในวัยเกษียณ และเอไอเอ สมาร์ท เวลท์ (AIA Smart Wealth) ประกันชีวิตที่ได้ทั้งความคุ้มครอง และเน้นสร้างโอกาสในการลงทุนไปพร้อมกัน โดยจ่ายเบี้ยเพียงครั้งเดียว แต่คุ้มครองตลอดชีพ ซึ่งทั้ง 3 แบบลูกค้าสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวม จัดสัดส่วนการลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้”
ในฐานะที่สุขวัฒน์ต้องดูแลงานด้านการวางกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทน เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน เมื่อ THE STANDARD ถามว่าประกันควบการลงทุนยูนิต ลิงค์ยังมีเจ้าอื่นๆ ในตลาดที่เงื่อนไขยั่วยวนใจไม่น้อย แล้วทำไมต้องเลือกยูนิต ลิงค์ของเอไอเอ
“ศึกษาดีๆ จะพบว่าการที่จะขายยูนิต ลิงค์ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะคนที่จะขายยูนิต ลิงค์ได้ต้องมีใบอนุญาต IC License เท่านั้น ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีทักษะของนักวางแผนทางการเงิน รู้จักลูกค้าอย่างดี รู้เป้าหมายทางการเงิน เพื่อวางแผนการเงินให้เขาได้ ไม่ง่ายนะที่จะหาคนแบบนี้ได้ ปัจจุบันเอไอเอมีจำนวนตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต IC License กว่า 10,000 คน ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมให้คำปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงินกับลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ เราจะมีฟอร์มที่เรียกว่า แบบประเมินการลงทุนและ Financial Health Check เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคนว่ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน แล้วจึงมาดูที่ความต้องการของลูกค้า และวางแผนทางการเงินให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย
“อาจกล่าวได้ว่าที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงินก็เปรียบเสมือนช่างตัดเสื้อ เวลาเราไปตัดเสื้อ ถึงร้านตัดเสื้อจะมีมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกร้านที่ตัดแล้วถูกใจเรา ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเทคนิคของช่างตัดเสื้อ ซึ่งการเข้าใจลูกค้าต้องใช้เวลาเรียนรู้ บวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน จึงจะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละคนให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงๆ

“อีกจุดคือ เอไอเอเป็นเจ้าแรกในตลาดที่เปิดตัวยูนิต ลิงค์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงวันนี้ มีการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์มาเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงชีวิต และจุดเด่นสุดท้ายคือ ยูนิต ลิงค์มีบริการปรับสัดส่วนลงทุนอัตโนมัติ (Automatic Fund Re-Balancing) เพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนที่ลูกค้ากำหนดไว้ให้คงเดิม เนื่องจากเมื่อระยะเวลาผ่านไปตลาดอาจมีการผันผวน สัดส่วนของกองทุนที่เลือกไว้อาจเปลี่ยนไปจากเดิม ระบบจะทำการขายและซื้อหน่วยลงทุนให้อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มและลดสัดส่วนของแต่ละกองทุนรวม เป็นการช่วยลูกค้าจำกัดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนให้อยู่ในจุดที่ลูกค้ารับได้เสมอ”
จะเป็นผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จก็ต้องเสี่ยงที่จะล้มเหลวเช่นกัน
ก็อย่างที่บอกไป หากมองชีวิตสุขวัฒน์เป็นพอร์ตการลงทุน การที่เขาพาตัวเองไปพบกับความท้าทายด้วยโจทย์ใหม่ๆ ไม่ต่างอะไรกับความเสี่ยงตอนเลือกซื้อหุ้นดีๆ เก็บไว้ เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะรุ่งหรือร่วง กว่าเขาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมันไม่ง่ายเลย
“ต้องมีความรู้มากพอที่จะช่วยทีมงานได้ บวกกับความตั้งใจจริง อุทิศตัว อุทิศเวลา เปิดหูเปิดตาหาความรู้ตลอดเวลา เหนือสิ่งอื่นใด ทีมงานก็ต้องดีด้วยนะ”
ย้ำอีกครั้ง ถ้าชีวิตของสุขวัฒน์เปรียบเสมือนพอร์ตการลงทุน เราแนะนำให้คุณเกาะติดชีวิตเขาไว้ให้ดี เพราะมีแนวโน้มว่าพอร์ตนี้จะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post ถอดรหัสพอร์ตการลงทุน (ชีวิต) ของ ‘สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง’ CIO ของ เอไอเอ ประเทศไทย ชายผู้เลือกสรรเฉพาะการลงทุนที่คุ้มเสี่ยง [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
คุณรู้ไหมว่าในแต่ละปี องค์กรของคุณสูญเสียรายได้จากการมอ […]
The post รู้หรือไม่ องค์กรของคุณกำลังสูญเสียรายได้มหาศาลจากการมองข้ามความสำคัญของสุขภาพพนักงาน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
คุณรู้ไหมว่าในแต่ละปี องค์กรของคุณสูญเสียรายได้จากการมองข้ามความสำคัญในเรื่องสุขภาพพนักงานไปมากเท่าไร
เรื่องหนึ่งที่ทุกๆ องค์กรควรหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ ‘สุขภาพของคนในองค์กร’ ที่พนักงานทุกคนเปรียบเสมือนฟันเฟืองหลักเพื่อให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ และคุณรู้ไหมว่าองค์กรในประเทศไทยสูญเสียค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยกว่า 6,169,237 บาทต่อองค์กรต่อปี* ซึ่งค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปนั้นเนื่องมาจากการลาป่วย ขาดงาน หรือป่วยขณะทำงานของพนักงาน ทั้งยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานถดถอยลงไปอีก
จากการสำรวจองค์กรในประเทศไทยกว่า 146 องค์กรของโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality เมื่อปีที่แล้ว พบว่าปัจจัยหนึ่งที่หลายๆ องค์กรมองข้ามไปนั้นคือการทำให้พนักงานทุกคนมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจเพื่อจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด แน่นอนว่าคุณภาพในการทำงานย่อมสอดคล้องไปกับคุณภาพชีวิตที่คุณจะต้องแลกมา พนักงานทุกคนต่างอาจจะต้องดูแลทั้งตัวเอง ทั้งงาน จนอาจทำให้สูญเสียสมดุลของชีวิตพวกเขาได้ และปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผลไปถึงคุณภาพของการทำงานที่ย่อมส่งผลต่อภาพรวมขององค์กรและเกิดผลเสียตามมาในอนาคตได้
ถ้าหากเรื่องสุขภาพของพนักงานในองค์กรไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มันอาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นปัญหาเรื้อรังได้ จากการสำรวจปีที่แล้วของโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality พบว่าพนักงานในองค์กร 39% มีการออกกำลังน้อยกว่า 150 นาทีใน 1 สัปดาห์ และ 45% นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง ในขณะที่ 47% มีความเครียดเรื่องงาน และมากกว่า 84% รับประทานอาหารที่ไม่สมดุลตามหลักโภชนาการ ซึ่งฟังดูแล้วเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงสำหรับคุณภาพชีวิตของพนักงานออฟฟิศมากๆ

แต่การดูแลสุขภาพของพนักงานอาจไม่ใช่งานถนัดขององค์กรทุกองค์กร ดังนั้น เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality เป็นปีที่ 2 โครงการดีๆ ที่สำรวจสุขภาพระดับองค์กรบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นหาองค์กรที่มีสุขภาพเป็นเลิศในประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมให้องค์กรตระหนักถึงสุขภาพของพนักงาน และสนับสนุนให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพในการทำงาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น
ซึ่งองค์กรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับผลรายงานสุขภาพขององค์กร เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมสุขภาพของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการ The Healthiest Workplace by AIA Vitality นี้ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่มบริษัทเอไอเอ เป็นโครงการที่จะทำการสำรวจสุขภาพของพนักงานในองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อให้องค์กรมีความเข้าใจที่ดีขึ้นในเรื่องของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อพนักงานและประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งดำเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2560 ในออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนในบ้านเรานั้นเพิ่งจะริเริ่มเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีองค์กรเข้าร่วมถึง 146 องค์กร และในปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนองค์กรที่เข้าร่วมโครงการให้มากขึ้นกว่าเท่าตัว เพราะสุขภาพของพนักงานคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยให้องค์กรในประเทศไทยมีความเข้าใจที่ดีขึ้นในเรื่องของความเสี่ยงต่างๆ ด้านสุขภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อพนักงานและประสิทธิภาพในการทำงานได้
ความพิเศษของโครงการในปีนี้คือ เอไอเอ ประเทศไทย ได้เพิ่มรางวัลที่จะมอบให้แก่แต่ละประเภทองค์กร ทั้งองค์กรขนาดเล็ก (พนักงาน 20-249 คน) ขนาดกลาง (พนักงาน 250-999 คน) และขนาดใหญ่ (พนักงาน 1,000 คนขึ้นไป) รวมทั้งสิ้น 4 รางวัล ได้แก่
องค์กรใดที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งองค์กรที่จะเข้าร่วมต้องมีพนักงานไม่ต่ำกว่า 20 คน โดยสามารถลงทะเบียนสมัครได้ที่ https://healthiestworkplace.aia.com/thailand/tha/ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2562 และหลังจากนั้นพนักงานในองค์กรนั้นๆ จะต้องทำแบบสำรวจให้เสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2562
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ สามารถติดต่อสอบถามผ่านทางอีเมลได้ที่ [email protected] หรือโทร. 0 2783 4090
มาร่วมผลักดันองค์กรของคุณให้กลายเป็นองค์กรสุขภาพดีกัน!
*อ้างอิง: ผลสำรวจจากโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality ปี 2561
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post รู้หรือไม่ องค์กรของคุณกำลังสูญเสียรายได้มหาศาลจากการมองข้ามความสำคัญของสุขภาพพนักงาน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราอาจรู้จัก บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ ในฐานะ ‘พี่ […]
The post ชีวิตต้องวางแผน คุยกับ บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราอาจรู้จัก บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ ในฐานะ ‘พี่บ๊อบ พ่อน้องณัชชา’ และลูกชายอีก 3 คน รวมทั้งยังเป็นพิธีกรมากฝีมือ และผู้อยู่เบื้องหลังหลายรายการ ด้วยบทบาทชีวิตที่หลากหลาย และหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว การวางแผนชีวิตเพื่ออนาคตของครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทสัมภาษณ์นี้จะช่วยให้คุณได้แนวคิดเกี่ยวกับการวางแผนอนาคตเพื่อคนที่คุณรัก
The post ชีวิตต้องวางแผน คุยกับ บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>