7HD Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/7hd/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 11 Dec 2025 13:25:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศึกวันชิงใจ ซีรีส์ Original Boys’ Love โปรเจกต์ใหม่จาก Ch7HD https://thestandard.co/original-boys-love-ch7hd/ Thu, 11 Dec 2025 13:25:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1153679 ศึกวันชิงใจ ซีรีส์ Original Boys’ Love โปรเจกต์ใหม่จาก Ch7HD

ถือเป็นโปรเจกต์ที่ฮือฮากันในโลกโซเชียล หลังจาก Ch7HD ปร […]

The post ศึกวันชิงใจ ซีรีส์ Original Boys’ Love โปรเจกต์ใหม่จาก Ch7HD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศึกวันชิงใจ ซีรีส์ Original Boys’ Love โปรเจกต์ใหม่จาก Ch7HD

ถือเป็นโปรเจกต์ที่ฮือฮากันในโลกโซเชียล หลังจาก Ch7HD ประกาศโปรเจกต์ Original Boys’ Love อย่างซีรีส์เรื่อง ศึกวันชิงใจ How I Got My Trainer to be My Boyfriend นำแสดงโดย ดีแลนด์ เดโชชัย และชอน ชวิศการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2025

 

โดยสิ่งที่ทำให้แฟนๆ ฮือฮาคงหนีไม่พ้นนักแสดงนำอย่างหนุ่ม ชอน ชวิศการ ที่แฟนละครต่างคุ้นหน้าคุ้นตาในบทบาทพระเอกละครดราม่าและบู๊สุดเข้มข้นจากทาง Ch7HD ตลอดมา ครั้งนี้ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ลงสนาม Boys’ Love อย่างเต็มตัว ประกบคู่กับ ดีแลนด์ เดโชชัย ดีกรี Thai Supermodel Male 2024

 

สำหรับ ศึกวันชิงใจ How I Got My Trainer to be My Boyfriend เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศึกแห่งสังเวียนมวยที่มีเรื่องความรักของคนสองคนเข้ามาเกี่ยวข้องบนสังเวียนครั้งนี้ ถือเป็นรสชาติใหม่ๆ ทั้งของวงการ Boys’ Love และ Ch7HD ที่ให้แฟนๆ ต้องรอติดตามชม

 

ภาพ: deland_25, ooathv / Instagram

 

อ้างอิง: https://x.com/Ch7HD/status/1997866787535499369?s=20

The post ศึกวันชิงใจ ซีรีส์ Original Boys’ Love โปรเจกต์ใหม่จาก Ch7HD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์แห่งวงการลูกหนังเยาวชนไทย! https://thestandard.co/thai-youth-football-phenomenon/ Sat, 08 Nov 2025 13:02:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1141118 ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย

จบลงไปแล้วกับศึก ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเ […]

The post ปรากฏการณ์แห่งวงการลูกหนังเยาวชนไทย! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย

จบลงไปแล้วกับศึก ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2025 ณ สนามศุภชลาศัย ซึ่งได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการลูกหนังขาสั้นไทย กับภาพเหตุการณ์ ‘สนามแตก’ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับฟุตบอลนักเรียน

 

โดยเบื้องต้นคาดการณ์ว่า เกมวันนี้มีผู้ชมหลั่งไหลเข้าสนามราว 2-3 หมื่นคน จนแน่นทุกพื้นที่ทั้งในและรอบนอก หลังฝ่ายจัดเปิดให้ผู้ชมเข้ามาชมแบบ ติดขอบสนาม เพื่อรองรับกระแสแฟนบอลที่หลั่งไหลกันเข้ามาอย่างล้นหลาม

 

ส่วนผลการแข่งขันจบลงด้วยการที่ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง หลังยิงแซงหมอนทองวิทยา แบบสุดมัน 2-1 คว้าโทรฟีแชมป์ 7 สี สมัยแรกในประวัติศาสตร์ของทีม ท่ามกลางบรรยากาศของเหล่าแฟนบอลนับพันกรูลงสนามเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับทีมแชมป์หลังจบเกม
.
สำหรับกระแสของเกมนัดชิงถูกปลุกตั้งแต่ก่อนแข่ง จาก ‘นิยายรถขนฝัน’ ของ หมอนทองวิทยา ทีมม้ามืดจากบางน้ำเปรี้ยว ที่ขับเคลื่อนโดย อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชผู้เป็นทั้งครูและแรงบันดาลใจให้เด็กๆ จนทำให้ผู้คนมากมาย ทั้งแฟนบอลและคนทั่วไปที่อาจไม่เคยดูบอลนักเรียนมาก่อน พร้อมใจกันมาชมเกมนี้

 

และปรากฏการณ์ความฮอตของบอล 7 สี ปีนี้ ไม่ได้จำกัดแค่ในสนามศุภฯ เพราะแฟนบอลอีกจำนวนมากรวมตัวกันชมผ่านจอยักษ์ที่ ลานสนามนิมิบุตร รวมถึงยอดผู้ชมทางออนไลน์ที่พุ่งทะลุหลักล้านวิว (ในช่วง peak view)

 

แต่หลังจบการแข่งขันมีหลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวลไม่น้อยต่อการตัดสินใจที่ของฝ่ายจัดการแข่งขันที่ให้คนดูที่อยู่ด้านนอกเข้าไปรับชมได้บนพื้นที่ลู่วิ่งขอบสนามฟุตบอล จนเกิดเป็นภาพแฟนบอลรายล้อมนักฟุตบอลระหว่างการเตะมุม หรือ ทุ่มจากด้านข้าง รวมถึงหลายฝ่ายกังวลต่อความปลอดภัยของทุกคนหากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายภายในสนามที่อาจจะเกินความควบคุมของเจ้าหน้าที่ระหว่างการแข่งขัน

 

ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 1
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 2
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 3
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 4
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 5
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 6
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 7
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 8
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 9
ปรากฏการณ์ แห่ง วงการ ลูกหนัง เยาวชน ไทย 10

The post ปรากฏการณ์แห่งวงการลูกหนังเยาวชนไทย! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก https://thestandard.co/7hd-football-stadium-overflow/ Sat, 08 Nov 2025 11:24:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1141098 ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สนาม […]

The post ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สนามศุภชลาศัย พิสูจน์แล้วว่า ‘มนต์ขลังลูกหนังขาสั้น’ ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างแท้จริง

 

สมรภูมิเดือด ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD 2025 ตั้งแต่เกมชิงอันดับ 3 ที่ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา เอาชนะ โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ไปอย่างสุดมัน 5-2 ต่อเนื่องถึงกับ บิ๊กแมตช์ นัดชิง ระหว่าง โรงเรียนหมอนทองวิทยา ปะทะ โรงเรียนอบจ.ชัยนาท

 

สร้างปรากฏการณ์ ‘สนามแตก’ ชนิดที่อัฒจันทร์ทุกโซนถูกยึดครองด้วยพลังศรัทธาของแฟนบอล แม้จะมีความจุถึง 20,000 ที่นั่ง แต่ก็ไม่สามารถรองรับคลื่นมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นสักขีพยานเกมลูกหนังระดับนักเรียนได้

 

ส่งผลให้แฟนบอลจำนวนมหาศาลทะลักล้นลงมาจนเกือบถึงขอบสนาม เบียดเสียดกันทุกตารางนิ้วเพื่อส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจนักเตะดาวรุ่ง แต่พบว่ามีแฟนบอลอีกนับพันที่ไม่สามารถฝ่าคลื่นมหาชนเข้าไปในอัฒจันทร์หลักได้ เลือกที่จะปักหลักจับจองพื้นที่ด้านนอกสนาม เฝ้าติดตามเกมการแข่งขันผ่านจอถ่ายทอดสดขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ สร้างบรรยากาศการเชียร์ที่กึกก้องไม่แพ้ด้านใน

 

ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ฟุตบอลระดับโรงเรียนไม่ได้มีดีแค่เกมการแข่งขัน แต่ยังเต็มไปด้วย Passion และเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ดึงดูดแฟนบอลทั่วประเทศให้ร่วมลุ้นร่วมเชียร์ได้อย่างเสมอมา

 

ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 1
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 2
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 3
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 4
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 5

The post ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ https://thestandard.co/football-thai-7hd-save-the-dream/ Sat, 08 Nov 2025 11:13:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1141086 ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’

ไม่ว่าเกมที่สนามศุภชลาศัยจะจบลงอย่างไรก็ตาม ขอแสดงความย […]

The post ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’

ไม่ว่าเกมที่สนามศุภชลาศัยจะจบลงอย่างไรก็ตาม ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองทีมด้วย

 

น้องๆ สุดยอดทุกคน!

 

น้องๆจากทั้งโรงเรียนอบจ.ชัยนาท และโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้สร้างปรากฏการณ์ลูกหนังครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในระดับที่เป็นบทสนทนาของทุกบ้านร้านตลาด โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียที่ไม่ว่าจะไถขึ้นหรือไถลงก็จะเจอเรื่องราวของเด็กๆมากมายเต็มไปหมด

 

ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง Untold story ที่น่าประทับใจ ในความเป็นนักสู้ ความพยายาม และความทุ่มเท ที่แต่ละคนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง

 

เพียงแต่สิ่งสำคัญและมีคุณค่ามากที่สุดจากการแข่งขัน ‘บอล 7 สี’ ในปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่สีหรือแสงที่ตกกระทบลงมาแค่อย่างเดียว

 

แต่มันคือการที่น้องๆ ทำให้คนอีกจำนวนมากที่เคยหลงลืม ‘ความฝัน’ ไปแล้ว ได้กลับมามองเห็นมันอย่างชัดเจนด้วยสองตาและหนึ่งหัวใจ

 

มันคือประกายไฟแห่งยุคสมัยที่เด็กๆ ทุกคนช่วยกันจุดขึ้นมาผ่านหยาดเหงื่อ รอยยิ้ม คราบน้ำตา ความบริสุทธิ์ของพวกเขาเอง

 

และเป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับ ‘ผู้หลักผู้ใหญ่’ ในวงการฟุตบอลไทยว่า จะสานต่อหรือพัฒนาอะไรไหมต่อจากนี้?

 

ปรากฏการณ์บอล 7 สี หรือชื่อเต็มๆ ฟุตบอล 7 สี แชมเปียนคัพ 2025 เป็นปรากฏการณ์ที่น่าศึกษาอย่างมาก

 

เพราะเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่กลายเป็น Talk of the town พูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างแท้จริง ยิ่งกว่าเรื่องของการประกาศรายชื่อทีมฟุตบอลชุดใหญ่ หรือการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก

 

ส่วนหนึ่งนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากเรื่องราวของม้ามืดอย่างทีมหมอนทองวิทยา โรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กลายเป็นอีกหนึ่งของดีเมืองแปดริ้ว ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนผ่านการเดินทางสุดมหัศจรรย์ของพวกเขา

 

โดยหัวใจของเรื่องราวอยู่กับอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ช – ไม่สิเราควรเรียกว่า ‘ครูลูกหนัง’ – ระดับตำนานของวงการฟุตบอลขาสั้นเมืองไทย ที่เคยพาโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีเข้าชิงรายการนี้ 5 สมัยติด และคว้า 3 แชมป์ในระดับประเทศ รวมถึงการเป็นโค้ชทีมโรงเรียนระดับชั้นนำของไทยอย่างโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว (ที่ทำให้ทุกคนรู้ว่าเคยสอน ‘แบงค์ วงแคลช’ ด้วย)

 

หัวใจความเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ ที่เปลี่ยนทีมฟุตบอลเล็กๆ ที่เกิดจากนักเตะที่ถูกมองข้ามเหมือนดัง ‘เศษแก้ว’ หลอมหัวใจกันใหม่จนกลายเป็นทีมฟุตบอลที่มหัศจรรย์ ยืนหยัดสู้กับทีมเก่งๆ จากทั่วประเทศได้อย่างน่าชื่นชม

 

เรื่องราวแบบนี้ไม่ต้องแปลกใจที่ใครได้ฟังได้ยินจะหลงรัก เพราะมันเหมือนออกมาจาก ‘มังงะ’ สนุกๆ สักเรื่อง ทำให้ทุกคนอยากเอาใจช่วย ทีมหมอนทองวิทยาเลยกลายเป็นทีมขวัญใจมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อย

 

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่น้องๆ หมอนทองทีมเดียวที่พยายาม แต่ทุกทีมก็พยายามไม่แตกต่างกัน

 

คู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศอย่างทีมโรงเรียน อบจ.ชัยนาท อาจจะเป็นทีม ‘อคาเดมี’ ของสโมสรชัยนาท ยูไนเต็ด ที่ว่าด้วยชื่อและชั้นเหนือกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้องๆ จากเมืองนกใหญ่จะไม่ได้ใช้ความพยายาม พวกเขาก็มีสิ่งที่ฝัน มีสิ่งที่ตามหา และมีสิ่งที่อยากได้เหมือนกัน

 

และทีมอื่นๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันก็เช่นกัน

 

ฟุตบอล 7 สีเลยกลายเป็นก้อนพลังงานของความฝันที่มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่มหึมา และใหญ่เสมอมาด้วย ซึ่งต้องปรบมือดังๆ ให้แก่ผู้จัดที่เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน คิดรูปแบบการแข่งขันที่สนุกตื่นเต้น ไปจนถึงการเอาจริงเอาจังกับคุณภาพของการถ่ายทอดสดการแข่งขัน (ซึ่งก็คงเป็นความฝันของผู้ใหญ่ที่จัดการแข่งขันเหมือนกัน)

 

เราเห็นแล้วว่าบอลเด็กไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องใหญ่ในระดับประเทศไทย ฟุตบอลเด็กก็มีแสงที่ส่องถึงได้และสว่างจ้ามากด้วย และมี ‘สตอรี’ ดีๆ ที่แบรนด์สามารถนำมาต่อยอดได้อีกมากในการทำ Sport marketing

 

นี่คือสิ่งที่เรียนรู้จากปรากฏการณ์บอล 7 สีในปีนี้

 

และมันชวนให้คิดถึงวันข้างหน้า

 

เราจะต่อยอดจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ไหม และได้อย่างไร?

 

ผมกำลังแอบคิดว่า เราจะมี ‘อินเตอร์ไฮ’ ในแบบไทยๆ กับเขาบ้างได้ไหม?

 

เชื่อว่าคุณผู้อ่านจำนวนไม่น้อยน่าจะติดตามหรือเคยได้ยินเรื่องราวการแข่งขันฟุตบอลในระดับมัธยมศึกษาที่เรียกกันว่า ‘อินเตอร์ไฮ’ กันมาอยู่บ้าง

 

สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยได้ยิน ฟุตบอลอินเตอร์ไฮคือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์มัธยมปลายแห่งชาติของญี่ปุ่น

อ่านแบบละเอียดได้ที่ ‘冬の国立 Fuyu no Kokuritsu ฤดูหนาวนั้นฉันฝันถึงเกมฟุตบอล (และเธอ)’

 

สรุปแบบง่ายๆ ไวๆ นี่คือการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนของนักเรียนญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยการแข่งขันที่สนุก เข้มข้น ร้อนแรง เต็มไปด้วยแรงใจและไฟฝัน

 

ที่สำคัญมีผู้ชมที่เข้ามาเชียร์กันเต็มความจุของสนามเสมอ เพราะคนดูก็อยากดู (และคนเล่นเห็นคนดูเยอะๆ ก็อยากเล่นเหมือนกัน) เป็นงานเทศกาล (Festival) ที่ทุกคนเฝ้ารอ ซึ่งมองแล้วก็รู้สึกไม่ต่างจากสิ่งที่ได้เห็นจากบอล 7 สี และมันก็น่าคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่วงการฟุตบอลไทยจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับฟุตบอลนักเรียนมากกว่านี้

 

จริงอยู่ที่ในปัจจุบันวงการลูกหนังขาสั้นของไทยก็มาไกลจากอดีต หลายโรงเรียนก็คืออะคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอล นักเตะในทีมได้รับทุนการศึกษาและการดูแลอย่างดี

 

แต่สิ่งที่มันขาดหายไปคือเราไม่มีเวทีที่สนุกคึกคักแบบอินเตอร์ไฮหรือบอล 7 สีมากพอ และพอจะพูดได้ว่าฟุตบอลที่ภาครัฐจัดมันไม่สามารถสร้าง Vibe ในแบบเดียวกันหรือระดับเดียวกันได้

 

ในญี่ปุ่นนั้นฟุตบอลขาสั้นเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นอีกหนึ่ง ‘เส้นทาง’ (Academic path) สำหรับนักฟุตบอลให้เลือกเดิน ซึ่งจะแยกและแตกต่างจากสายระบบอคาเดมีแบบมืออาชีพ

 

ฟุตบอลสายนี้อาจจะดูเป็น ‘มือสมัครเล่น’ (Amateur) ก็จริง แต่ก็มีจุดแข็งในแบบของตัวเอง ในความเป็น ‘ชมรม’ ที่มีความผูกพันแน่นหนา และเชื่อมโยงกับโรงเรียนจนถึงชุมชน ที่สำคัญคือถึงจะเรียนไปเล่นไป แต่ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของนักฟุตบอลจนสามารถสู้กับทีมระดับอาชีพได้

 

โดยที่ในญี่ปุ่นฟุตบอลโรงเรียนนั้นไม่ได้จบแค่โรงเรียน แต่ต่อยอดถึงในระดับมหาวิทยาลัย เรียกว่ามีที่ทางให้เดินทางไปต่อ

 

นักฟุตบอลระดับสตาร์หลายคนของทีมชาติญี่ปุ่นในปัจจุบันก็ผ่านเส้นทางนี้มาเหมือนกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น คาโอรุ มิโตมะ ปีกเทวดาที่เลือกเส้นทางนี้ ถึงขั้นทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการเลี้ยงบอลเป็นตัวจบการศึกษา

 

นั่นแปลว่าถ้าเราคิดให้ดี วางแผนกันให้ดี มองแบบคนมีวิสัยทัศน์ ฟุตบอลเด็กมีคุณค่าและความหมายมากกว่าที่คิด

 

โดยที่หากสังเกตได้การแข่งขันของน้องๆ เหล่านี้ อย่างน้อยที่สุดจะมีคนเข้ามาชม มาเชียร์ มาเอาใจช่วยเสมอ เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความ ‘เชื่อมโยง’ กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครอง ญาติสนิทมิตรสหาย ไปจนถึงคนในชุมชน (Community)

 

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่วงการฟุตบอลอาชีพในไทยยังไม่แข็งแรงเท่าเลยด้วยซ้ำ

 

เส้นทางลูกหนังสายการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และชวนคิดถึงการต่อยอดจากปรากฏการณ์บอล 7 สีที่เกิดขึ้น ซึ่งบางทีเราอาจจะพบคำตอบใหม่ของเกมฟุตบอลไทยก็เป็นไปได้

 

จะทำอย่างไรให้ฟุตบอลเด็กไม่ว่าจะรายการเดิมที่มี หรือรายการใหม่ได้รับความสนใจและความสำคัญในระยะยาว ไม่ถูกลบเลือนหายไป เหมือนครั้งหนึ่งที่เราเคยมีฟุตบอลเด็กดีๆ อย่างรายการโค้กคัพ

 

ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ประกายไฟของความฝันที่ถูกจุดขึ้นแล้วดับลง เพื่อรอวันจะจุดใหม่ในปีหน้าไปเรื่อยๆ

 

และไม่อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายให้ความสนใจกันแค่เพียงชั่วเวลาหนึ่ง และเลือกวิธีสนับสนุนด้วยการอัดฉีดเงินแล้วจบ มันง่ายไป

 

เห็นน้องๆ พยายามแล้ว บางที ‘ผู้ใหญ่’ เองก็ควรจะพยายามสานต่อด้วยความรักและทุ่มเทที่มากเท่ากัน

 

ไฟฝันมันจะได้ลุกโชนต่อไป

The post ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจเรื่องไม่ Shine ที่ซ่อนในความ Shine ของมาย-อาโป https://thestandard.co/hidden-side-of-mile-apo/ Sat, 09 Aug 2025 05:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1105387 มาย-อาโป

“ความ Shine ไม่ได้มาจากแสงสว่างเพียงอย่างเดียว  แต […]

The post สำรวจเรื่องไม่ Shine ที่ซ่อนในความ Shine ของมาย-อาโป appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาย-อาโป

“ความ Shine ไม่ได้มาจากแสงสว่างเพียงอย่างเดียว 

แต่ความ Shine จะเด่นชัดขึ้น…เมื่อถูกห้อมล้อมด้วยเงามืด” 

 

ถ้าพูดถึงซีรีส์ที่สะท้อนสังคม หยิบยกประเด็นการเมือง จุดประกายความหวัง รวมถึงตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ก็คงไม่พ้น Shine The Series ที่เพิ่งเปิดตัวให้รับชมได้ทุกวันเสาร์ ทางช่อง WeTV และช่อง 7HD 

 

THE STANDARD POP ชวน มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ มาร่วมหาคำตอบผ่านบทสัมภาษณ์ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 พาร์ต ทั้งเบื้องหลังซีรีส์และการแสดง (Shine On Stage) และเจาะลึกถึงตัวตนความ Shine และเงามืดของมาย-อาโป (Shine & Shadow) 

 

เมื่ออ่านบทสัมภาษณ์จบ คุณอาจสะท้อนเห็นมุมใหม่ในตัวเอง และพบว่า…มนุษย์ไม่ได้มีแค่ด้านที่เปล่งประกาย แต่ยังมีเงามืดบางอย่างที่กำลังกดทับความ Shine ของเราโดยที่ไม่รู้ตัว 

 

 

🔹Part 1: Shine On Stage (เบื้องหลังซีรีส์และการแสดง)

 

ในมุมของมาย-อาโป ซีรีส์เกย์ กับ ซีรีส์วายทั่วไป แตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร

 

อาโป: ส่วนตัวไม่รู้ว่าแตกต่างกันอย่างไร ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นวาย ซีรีส์ Boy Love นี่เข้าใจ แต่วายยังไม่แน่ใจนิยามจริงๆ แต่ Boy Love ก็ตรงตัวเลย Boy ก็คือเด็กๆ นี่แหละครับ

 

มาย: ผมว่ามันก็แค่นิยามของผู้ชมที่มากำกับ มันเหมือนในตอนแรกที่มีคนกลุ่มหนึ่งมาบอกว่า นี่คือซีรีส์วาย มันก็เลยเรียกติดปากกันมาแค่นั้นเอง แต่จริงๆ แล้วมันก็คือผู้ชายกับผู้ชายที่มีความชอบซึ่งกันและกัน มีความรักซึ่งกันและกัน ซึ่งเรื่องนี้ (Shine The Series) เราอาจจะไม่ได้นิยามว่า Boy Love เพราะคำว่า Boy มันคือเด็ก แต่ตัววัยวุฒิของนักแสดงก็ไม่ได้เด็กแล้ว อายุ 30 ต้นๆ กันแล้ว (หัวเราะ) แถมเนื้อเรื่องมันมีความเข้มข้น มีความซับซ้อน ผมชอบเปรียบเทียบว่าวายที่มีความซับซ้อน มันมีรสชาติที่ให้เราได้จินตนาการเยอะกว่าก็เหมือนเรื่องนี้แหละครับ งั้น Boy Love, Gay, Man Love หรือว่าวายจริงๆ ก็คืออันเดียวกัน ก็ไม่ผิดอะไรก็ไม่แปลกอะไร จริงๆ มันเป็นเรื่องที่เขาก็เรียกกัน แต่ซีรีส์เรื่องนี้น่าจะสนุกนะครับ

 

อาโป: โปว่ามันคือการนิยาม เพื่อให้เห็นภาพชัดอย่างตรงไปตรงมา เพราะว่าคำว่า Shine ที่เขียนแบบไทยมันแปลว่า ‘ผู้ชาย’ อยู่แล้ว และเรื่องนี้มันมีแต่ผู้ชาย แล้วผู้ชายเขารักกัน เราก็เรียกตรงๆ ไปเลยว่า มันคือเกย์

 

 

ความยาก-ง่ายของการแสดงในบริบทยุค 2512 ( Bangkok 1969) มีการทำการบ้านกับบริบทสังคม และแนวคิดของตัวละครอย่างไร และทำการบ้านกันหนักแค่ไหน

 

อาโป: ทุกตัวละครจะมี 3 สิ่งที่ต้องรู้เลยคือ 1.เศรษฐกิจ  2.สิ่งแวดล้อม 3.การเมือง ที่จะเป็นตัวบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนยุคนั้น

 

อย่างแรก ‘เศรษฐกิจ’ เงินสะพัดของยุคนี้กับยุคนั้นค่อนข้างต่างกัน การใช้สอยในยุคนั้นไม่สามารถที่จะเปิดโซเชียลขึ้นมาแล้วช็อปได้เลย ยุคนั้นจำเป็นต้องไปดู ต้องไปสัมผัส นี่คือความแตกต่างที่ทำให้บุคลิกภาพของคนเปลี่ยนไป 

 

‘สภาพสังคม’ ในยุคนั้นมันไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะฉะนั้นสภาพแวดล้อมในสังคมคนก็จะพูดคุยกันเป็นส่วนใหญ่ สังเกตไหมว่าอินโทรเวิร์ตถูกใช้กันหมู่มากในยุคนี้ เพราะว่าทุกคนเขาอยู่กับตัวเอง อยู่กับโทรศัพท์ อยู่กับคนในโทรศัพท์กันเป็นส่วนใหญ่ แต่ ณ ยุค 1969 หรือ พ.ศ.2512 มันน้อย มันเลยทำให้ผู้คนเขาไม่ได้นิยามว่าจะเป็น ‘อินโทรเวิร์ต’ หรือ ‘เอกซ์โทรเวิร์ต’ แต่ทุกคนคือ ‘มนุษย์’ มันไม่ได้จำกัดความ ทุกคนเหมือนกัน มันมีการติดต่อสื่อสารคนละแบบ 

 

‘การเมือง’ การเมืองยุคนี้กับยุคนั้นก็ไม่เหมือนกัน การเมืองยุคนี้ค่อนข้างอิสระกว่ายุคนั้นในหลายๆ ทาง เรามีการแสดงความคิดเห็นได้ในหลากหลายรูปแบบ การยอมรับความหลากหลายมันไม่เหมือนกัน ทำให้บุคลิกภาพคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 

 

คิดว่า 3 ข้อนี้มันทำให้ง่ายต่อการเข้าใจหลัก เพราะสมมติอย่างวันนี้โปแต่งตัวใส่เสื้อแจ็คเกตหนังกลับ ใส่กางเกงสีบานเย็นชมพูมา ถ้าในยุคก่อนคนอาจจะมองว่า ทำไมถึงแต่งตัวไม่เหมือนชาวบ้าน แต่พอในยุคนี้ความแตกต่างเป็นสิ่งที่ดี เราควรจะยอมรับในสิ่งที่เป็น ที่เราชอบความสดใสอะไรแบบนี้ โปคิดว่า 3 ข้อหลักๆ นี้ สามารถบอกบริบทได้ในทุกๆ ตัวละครที่เราไปเล่น โดยเฉพาะการเล่นพีเรียดแบบนี้ 

 

 

เราเลยนำหลักพวกนี้มาปรับใช้เป็นตัวละครของ ‘ตฤณ’ ใช่ไหม

 

อาโป: ใช่ เป็นตัวละครและบุคลิกภาพของตฤณ ของคนที่เขาเรียนมาเยอะ แล้วก็รู้สึกว่าทุกสิ่งมันเปลี่ยนแปลงได้ แค่มันยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย แล้วมันจะต้องทำอย่างไร อย่างถ้าเป็นคนแบบตฤณที่อยากทำให้ประเทศดีขึ้น อยากทำให้สังคมดีขึ้นถ้ามาในยุคนี้มันเคยเกิดขึ้นแล้ว แล้วมันเป็นไปได้ เขาก็จะสู้อีกแบบหนึ่ง แต่ในยุคนั้นเขาก็สู้อีกแบบหนึ่ง

 

มาย: ในพาร์ตของผม ผมใช้วิธีการทำงานที่เหมือนการใช้ชีวิตเลยครับ ผมจะมองวิธีการทำงานเริ่มจาก Top Down และ Bottom Up ขึ้นไป 

 

Top Down คือเรามองจากภาพกว้าง หรือมองจากจุดหมายลงมาให้เห็นถึงรากของตัวละคร หรือบางทีมอง Bottom Up ขึ้นไปก็คือมองตัวละครว่าจริงๆ แล้วมันมีความรู้สึกอย่างไรเพื่อไปสู่เป้าหมายของตัวมันเอง มันมีวิธีการมอง 2 อย่าง แล้วมารวมกับบท บทมาอย่างไรเราก็ต้องมาเบลนด์ให้เข้ากับวิธีการมองต่างๆ แต่ว่าเรื่องนี้มันจะมีเทคนิคในการทำตัวละครของผมเพิ่มเติมคือ พอเรารู้ Side story ที่เป็นแบ็กกราวด์ที่อาจจะไม่ได้เล่าในเรื่อง เราทำตรงนั้นละเอียดหน่อย เพื่อให้ละเอียดในการเล่นให้ถึงขีดสุดเท่าที่เราทำได้ เราเตรียมไปโดยที่เราอาจจะไม่ต้องไปปรึกษาผู้กำกับก็ไปเล่นตรงนั้นเลย แต่วงเล็บคือยังอยู่ในกรอบของที่เคยคุยกับผู้กำกับไว้ ก็คือครูหนิงที่เป็นคนพัฒนาบทกับพี่ปอนด์มาบางส่วน 

 

ยกตัวอย่างเช่น กีตาร์ มันใช้กีตาร์ตรงยุคจริงหมด เขาอยากให้ทุกอย่างตรงยุคหมด เราก็ใช้กีตาร์สะสมของเรา แต่ว่าเรารู้สึกว่าความเป็นฮิปปี้ในยุคนั้นจริงๆ เส้นทางมันมาจากความอยากจะเกิดอิสระ อยากมีความแตกต่าง เทรนด์หลักของฮิปปี้ในยุคนั้นที่ไม่ได้ถูกเล่าในเรื่องนี้มันคือ ไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic rock) ฮิปปี้มีการตีความหลากหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่ลุคที่เราเห็นภาพกันจะเป็นแบบที่ธันวาเป็นนั่นแหละ แต่ภายใต้ลุคนั้นเทรนด์หลักในสมัยก่อนที่จะไปเจอสมัยของ จอห์น เลนนอน ในประมาณปี 1972 – 1973 ประมาณนั้น ถ้าย้อนกลับไปจากยุคนั้นมันคือ ไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic rock) ผมก็เลยเอาความไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic rock) มาทำใส่กีตาร์ให้มันเห็นภาพมากขึ้น หรือแม้กระทั่งพวกประวัติศาสตร์ต่างๆ ก็เอามาใส่ เพราะมันคือวิธีการคิดบางอย่าง ต่อให้ธันวาจะเป็นตัวนั้น 100% หรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ตัวละครตัวนี้ในยุคนั้นเป็นลุคแบบนี้มันมีเทรนด์อยู่ 

 

บางคนอาจจะมีความสับสนแต่ส่วนตัวเราทำละเอียด จริงๆ แล้วยุคที่เห็น จอห์น เลนนอน มาเป็นเหมือนผู้นำของฮิปปี้มันคือในช่วง 70s ต้น – ปลายๆ แล้วนะ ช่วงเวลามันหลังจากเรื่องนี้ ผมก็จะไม่เลือกชอยส์นั้น ผมก็จะเลือกที่เป็นตระกูลวูดสต็อก (Woodstock) ถ้าคนรู้จักคอนเสิร์ตวูดสต็อก (Woodstock) ก็จะรู้จักฮิปปี้มาจากตรงนั้นเป็นหลัก ผมเลยเข้าใจว่าคนยุคนั้นที่เห็นภาพพวกนี้ เหมือนเราอยากจะไปปลายทาง แล้วปลายทางมันคืออะไร อันนี้เป็นตัวอย่างในการทำงานนะครับ แล้วก็แตกออกมาเป็นเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ผมว่าการทำ Pre-Production ต้องลึกที่สุดเท่าที่ทำได้ภายใต้กรอบของทีมที่ต้องการ และภายใต้กรอบของจินตนาการที่เราจะจินตนาการถึง เพราะถ้าเราเอาที่ทุกคนว่าตรงกันหมดอย่างเดียว แล้วไม่ได้ใส่จินตนาการของเรามันคงแข็ง มันไม่ใช่งานศิลปะ อันนี้เราต้องอย่าลืมว่ามันคืองานศิลปะกึ่งคอมเมอร์เชียล (Commercial) อย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็ยังเป็นศิลปะ

 

อาโป: โปว่าเสน่ห์ความ Shine ของแต่ละคนคือ ทุกคนจะเล่าชีวิตของตัวเองในแบบของตัวเอง อันนี้ถึงเรียกว่า Shine เพราะพอเราเอาเส้นทางทั้งหมดมาสร้าง เรายังเล่าชีวิตตัวเองได้เลย เราก็ต้องเล่าชีวิตตัวละครได้แบบนั้น สมมติโปกับพี่มายเล่นตัวละครเดียวกันการเล่ามันก็คนละแบบ

 

มาย: ใช่ ประมาณนั้น หรือพฤติกรรมที่เป็นเนเจอร์ก็ไม่เหมือนกัน ต่อให้ปรึกษาตีความเหมือนกันเป๊ะ จังหวะเดินหรืออะไรต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน พวกนี้สามารถสร้างใหม่ขึ้นมาได้หมดตามคาแรกเตอร์ที่เราคุยกันกับทีม เรื่องนี้ผมตั้งใจให้หุ่นไม่ได้ลีนมาก เพราะผมว่าในยุคนั้นคนที่ฮิปปี้มีความสุขในไทย เขาไม่เข้าฟิตเนสหรอก คงติดเผละนิดนึงอะ เราก็ยอม เราตีความตัวละครมันเป็นแบบนั้น เราจะยัดภายใน 3-4 เดือน ไล่ให้มันลีนเหมือนสมัยคินน์ (ตัวละครจาก KinnPorsche The Series) ก็ได้ แต่เราก็ไม่ได้เลือกชอยส์นั้น มันอาจจะสวยในภาพการมองแต่ว่าสำหรับงานศิลปะที่เราสร้าง เราไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น มันอยู่นอกเหนือจากที่เราจินตนาการไว้

 

ย้อนกลับไปถึงเป้าหมายตัวละครที่พูดไว้ อยากรู้ว่าเป้าหมายตัวละครของ ‘ตฤณ’ และ ‘ธันวา’ คืออะไร

 

อาโป: เป้าหมายของตัวละครตฤณคือการทำให้โลกดีขึ้น การทำให้ประเทศดีขึ้น อยากทำให้ที่ที่เขาอยู่ดีขึ้น ดีขึ้นหมายความว่าทุกคนมีสิทธิเป็นของตัวเอง ทุกคนเท่าเทียมกัน เพราะในยุคนั้นมันเกิดขึ้นที่เมืองอื่นๆ ของประเทศอื่นๆ แต่มันยังไม่ได้เกิดขึ้นในไทย

 

มาย: (หัวเราะ) ถ้าตัวธันวามันคือ Seize the day ทำทุกวันให้มีความสุข หรือที่เขาเรียกว่า ‘สุขนิยม’ คำอาจโบราณนิดนึง ทำทุกอย่างให้ Seize the moment ให้ทุกโมเมนต์มีความสุขก็พอ ธันวาดูเหมือนคนไม่มีเป้าหมาย แต่ว่าการใช้ชีวิตคือให้มีความสุขนั่นคือเป้าหมาย เวลาแสดงเราก็จะเลือกอันนั้น วงเล็บภายใต้แบ็กกราวน์หลายๆ อย่างที่ต้องไปดูในเรื่อง เพราะแค่สุขนิยมก็คงไม่พอที่จะทำให้ตัวละครมันน่าสนใจ ตัวธันวามันมีความเข้าใจความเป็นมนุษย์ค่อนข้างสูง มันใช้ชีวิตมาถึงในวัย 20 กว่าๆ มันเข้าใจอยู่แล้วแหละ เพียงแต่ว่าใน โมเมนต์ที่เราเลือกในเรื่องนี้มันใช้คำว่า Seize the day หรือ Seize the moment เพราะว่ามันอาจจะมีปมบางอย่าง ความต้องการบางอย่าง หรืออาจจะผ่านเรื่องราวที่ไปเกี่ยวข้องกับตัวละครอื่นๆ พูดได้ไหมล่ะถ้าพูดก็ติดสปอยล์อะ (หัวเราะ) เอาเป็นว่าเป้าหมายมันคือใช้ชีวิตให้มันมีความสุขในทุกๆ วัน (หัวเราะ) 

 

 

ตัวละคร ‘ธันวา ฉัตรบดี’ และ ‘ตฤณ สุวรรณภาสน์’ มีความเหมือนและแตกต่างกับตัวเองอย่างไร

 

มาย: ให้เหมือนประมาณ 70% คงเหมือนตรงที่ชอบดนตรีเหมือนกัน เหมือนที่ในมุมของการเข้าไปหาความสุข มีวิธีการบางอย่างเหมือนกัน แต่อาจจะไม่ใช่ประเภทเอกซ์โทรเวิร์ตที่สามารถดึงคนอื่นเข้ามาในโลกของเราเป็นเวลานานได้ เราต้องการการชาร์จแบตบางอย่าง ต้องการ Critical thinking กับตัวเอง เราเป็นเหมือนสไนเปอร์ ปั้ง! แต่ธันวา เจ้านั่นเป็นเหมือนปืนกลมากกว่าในการใช้ชีวิต วิธีการหรือความสุขที่ต้องการ ความชอบ ภายนอกบางอย่างที่มีความคล้ายกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันที่สุดก็คือชอบอิสระเหมือนกัน อุ๊ย! อยากเล่าละเอียดจังเลย (หัวเราะ)

 

อาโป: จริงๆ ก็คล้ายนะ โปอยากทำให้ที่ที่โปอยู่มันดีขึ้น ทั้งตัวเรา คนใกล้ตัว ครอบครัว ที่ทำงาน อุตสาหกรรม สังคม หรือประเทศที่เราอยู่ เราอยากให้มันดีขึ้น มันเป็นสิ่งที่ตัวละครก็คิดเหมือนกันว่ามันดีขึ้นได้ มันเปลี่ยนแปลงได้ เป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการอาจจะไม่เหมือนกัน 

 

อย่างตัวละครพอเขาเรียนมาเยอะ เขาไม่ได้ผ่านโลกความเป็นจริงมาเยอะมาก มันเลยทำให้เขาไม่สามารถที่จะปรับตัวกับสิ่งต่างๆ ได้ แต่ในส่วนตัวเอง โปคิดว่าเราโชคดีที่ได้ทำงาน ได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่หลากหลาย อย่างเช่น ได้เจอพี่มาย ได้ไปออกกองต่างๆ ได้ไปต่างประเทศ  หรือการได้เจอ THE STANDARD บุคลิกภาพ สังคม แต่ละที่ที่ไปมันไม่เหมือนกัน มันทำให้เห็นสังคมในหลายๆ รูปแบบ ได้เห็นโลกแห่งความเป็นจริง อย่างล่าสุดที่เพิ่งไปมาที่เห็นชัดเลยคือไปลอสแอนเจลิส,  ไมอามี, นิวยอร์ก, เบลเยียม มันเลยทำให้ในระยะเวลา 1-2 อาทิตย์นี้ มันเห็นคนในสังคมที่แตกต่างกันอย่างรวดเร็ว จากสถานที่ที่อยู่ สังคมต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทุกสิ่งทุกอย่าง เลยทำให้คนคิดและเป็นแบบนี้ แปลว่าพอเราได้เจอโลกความเป็นจริง มันไม่มีผิดมีถูกหรอก เราต้องออกไปเจอโลกแห่งความเป็นจริง วิธีการเลยต่างกับตัวละคร 

 

จริงๆ โชคดีมากที่วันนี้ได้มีแฟนๆ ในหลากหลายที่ โปก็อยากให้พวกเขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ผ่านผลงาน ผ่านบทสัมภาษณ์ ผ่านสิ่งต่างๆ กิจวัตรของเรา สิ่งที่เราทำ แค่เราทำตัวบ้าๆ บอๆ สนุกสนาน เขาก็รู้สึกว่ามันเติมเต็มความสุขของพวกเขา อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้รู้สึกว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

 

มาย: ก็คล้ายๆ กับธันวา เรื่องสุขนิยมแหละ ตัวละครไม่ได้โฟกัสแต่ตัวเอง เพราะว่าสุดท้ายจะอินโทรเวิร์ตหรือเอกซ์โทรเวิร์ตอะไรก็ตาม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ตัวเราก็ Sharing is Caring พูดเหมือนใน THE STANDARD ตลอดที่บอกมา ความสุขง่ายๆ คือการเห็นคนอื่นมีความสุข มันก็เป็นวิธีหนึ่งที่ง่าย แต่ว่าจะทำให้เขามีความสุขด้วยวิธีอย่างไรก็แล้วแต่วิธีการ หรือจังหวะของแต่ละคน ธันวาก็เป็นสไตล์นั้น

 

ตัวละคร ‘ธันวา ฉัตรบดี’ และ ‘ตฤณ สุวรรณภาสน์’  ได้เปลี่ยนแปลงความคิด หรือมุมมองใหม่ๆ ของมาย-อาโป บ้างไหม แล้วได้นำกลับมาใช้กับตัวเองอย่างไรบ้าง 

 

อาโป: มีนะครับ ในหลายๆ ครั้งที่โปได้รับบทต่างๆ เราก็จะเข้าไปค้นหาตัวละครแล้วก็กลับมาดูกับตัวเองว่าการที่เราทำสิ่งต่างๆ มันคล้ายกับสิ่งที่ตัวละครทำไหม ตอนที่เราเล่นเป็นตัวละครมันเห็นตอนจบ เราก็รู้ว่าพฤติกรรมอย่างนี้ ถ้าเขาทำแบบนี้ก็จะส่งผลไปตอนจบแบบนี้ เพราะเขามีนิสัยแบบนี้ เราก็มาถามตัวเองว่าแล้วเราล่ะ มีพฤติกรรมที่คล้ายกับตัวละครไหม ถ้าตอนจบมันเป็นแบบนั้น เราควรจะปรับเปลี่ยนนิสัย มันก็เป็นพัฒนาการ แต่หลากหลายตัวละครที่ได้รับมามันเป็นตัวละครที่มันเติบโตในเชิงวิธีคิด ทางด้านร่างกาย หรือทุกๆ สิ่ง แต่พอมาเรื่อง Shine มันมีหลายๆ อย่างในตัวละครที่ทำให้เรารู้สึกว่าอันนี้เราไม่ได้เป็น ยกตัวอย่างเช่น สู้จนไม่ลืมหูลืมตา มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า อ๋อ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราปรับตัว คล้ายขนมเปียกปูนเวลาจิ้มมันยวบเลยเนาะ ซึ่งเราไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราพร้อมปรับตัว โปพยายามจะเป็นน้ำ สามารถเข้าได้กับทุกภาชนะ โปว่าในเรื่อง Shine มันก็ทำให้เราเห็นในมุมที่ไม่เวิร์คบ้าง ในบางจังหวะของตัวละคร เราก็กลับมาสะท้อนกับตัวเองบ้าง มันก็น่าสนใจในอีกแบบ

 

มาย: ผมว่าความเจ๋งของการเป็นนักแสดง ซึ่งเราเพิ่งได้มาอยู่จริงๆ จังๆ ประมาณ 4-5 ปีนี้ ทุกครั้งที่เราจะทำอะไรจริงจังในฐานะนักแสดง มันมีการทำ Pre-Production ตรงนี้แหละที่เราต้องเข้าไปในตัวละคร สำรวจตัวละคร มันคือการจินตนาการหรือทำตัวละครขึ้นมา ในระหว่างที่ทำตัวเราเป็นคนทำเอง เราก็จะเห็นว่าถ้าทำอย่างนี้มันก็ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ หรืออย่างนี้มันดีกว่า ทุกครั้งเราเรียนรู้ตัวเขาก็เหมือนเราได้เรียนรู้ไปในทางเดียวกัน ตอบคำถามนี้ว่าได้มุมมองที่หลากหลายมากๆ ในการเลือกตัดสินใจหรือแม้กระทั่งตอนที่เราแสดงเอง สุดท้ายแล้วจิตใต้สำนึกของเราก็จะมีความรู้สึกตัวที่หลงเหลืออยู่ว่า การแสดงออกแบบนี้ของตัวละคร การฟาดกีตาร์ ลึกๆ แล้วรู้สึกว่าอารมณ์นั้น จังหวะนั้น มันได้เรียนรู้ตัวเองไปในตัว ซึ่งก็เรียนรู้มาตลอดกับตัวธันวา

 

มาย-อาโป

 

สามารถสปอยล์สักเรื่องได้ไหม

 

มาย: คนที่บอกว่าเข้าใจชีวิตหรือว่าปล่อยวาง จริงๆ เขาอาจจะเป็นคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลยในตัวเองก็ได้ เขาแค่มีเหตุผลให้กับตัวเอง (ยิ้ม)

 

อาโป: ตฤณคือหนึ่งในคนที่เชื่อว่ามีคนอีกมากมายที่เชื่ออย่างหนักแน่นว่าโลกต้องเป็นแบบนี้ ทำแบบถูกต้อง แต่มันมีอีกหลายตัวละครที่ทำให้ตฤณรู้สึกว่ามันไม่ใช่ โลกมันเป็นอีกแบบ โลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นแบบนี้ ไอ้น้อง ไอ้หนุ่ม ลองดู ลองสิ่งใหม่ๆ ดู เพราะพระจันทร์ไม่ได้มีด้านเดียว อีกด้านที่มืดไม่ได้หมายความว่าไม่มี แต่แค่คุณไม่ได้ลองสำรวจมัน

 

มีฉากหรือช่วงไหนในซีรีส์ที่รู้สึกว่า “อิน” เป็นพิเศษบ้างไหม เพราะอะไร

 

อาโป: ช่วงที่โปอินเป็นพิเศษมันเป็นช่วงที่เขาได้ค้นพบความจริง และตื่นรู้จากสิ่งต่างๆ เป็นภาวะที่เขาลงไปจุดต่ำสุดแล้วเขาก็ตื่นรู้ เป็นพาร์ตที่ชอบที่สุด และอยากให้ทุกคนรอดู เชื่อว่าทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนกับเขา

 

มาย: ยังไงดี (หัวเราะ) ในฐานะนักแสดงเราต้องเข้าใจและรู้สึกก่อนที่จะแสดงออกมาก็อินหมดอยู่แล้ว แต่ถ้าแบ่งเป็นฉากๆ พูดยาก เพราะเราแปลกนิดนึง เราดูเป็นแค่คนสุขนิยม ดูแบนๆ ในนิยาม แต่จริงๆ เลเยอร์ในความคิดของธันวาลึกมากๆ ถ้าไปดูในเรื่องจนจบจะเข้าใจว่าลึกอย่างไร ลึกจนถึงสุดโต่งเท่าที่ผมจะใช้เรื่องจิตใต้สำนึกภายในมาช่วยได้ด้วยซ้ำในการทำการบ้าน แต่ในตอนแสดงเราก็เข้าไปในตัวละครตอนนั้น ตัวธันวาเลยลึกมากๆ

 

 

ในอนาคต มาย-อาโป อยาก shine ในบทบาทงานแสดงประเภทไหนมากที่สุดมาย: เลือกเป็นสักบทบาทยาก แต่ผมอยากทำงานคราฟต์ ไม่ได้อยากจะเลือกงานที่บทมาก่อน 2 วัน แล้วรีบเล่นเลย จริงๆ ก็ทำได้มันก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำงาน แต่ถ้าเราเลือกได้ก็คงคล้ายๆ Shine, คินน์พอร์ช หรือ แมนสรวง ในยุคที่ผ่านมา มันมีเวลาในการทำ Pre-Production ให้เราได้ตกตระกอน เพราะเราก็อยากสร้างงานศิลปะที่มีคุณภาพ มีคุณค่ากับเราที่ผ่านไป 5 ปี 10 ปี แล้วรู้สึกว่าไม่เขิน รู้สึกว่าไม่ทำร้ายสังคม ซึ่งบริบทพวกนี้มันก็ไม่ได้ง่ายที่อยากได้แล้วก็ได้เลย ก็ใช้ประสบการณ์ในการไปถึงตรงนั้นมากเหมือนกัน สุดท้ายอยากทำงานคราฟต์ในทุกๆ งานถ้าเลือกได้

 

อาโป: โปอยากเล่นละครเพลง อย่าง The Greatest Showman หรือ La La Land โปชอบตรงที่เวลาสื่อสาร เราสื่อสารผ่านการพูด การตีความหรือว่าความสนุกเพลิดเพลิน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนที่ดู แต่พอเป็นละครเพลงมันมีซาวด์มาให้ด้วย งั้นแปลว่าคนดูจะรู้สึกตามสิ่งที่ตัวละครอยากถ่ายทอดจริงๆ สมมติว่าตัวละครหนึ่งร้องเพลง เช่น Far Side Of The Moon 

 

On the Far Side Of The Moon (อาโปร้องเพลง Far Side Of The Moon) ถ้าเป็นออริจินัลก็จะรู้สึกสบาย กว้างไกล แต่ถ้าเราอยากให้เขารู้สึกเหงาจังเลย On the Far Side Of The Moon (อาโปร้องเพลงด้วยอารมณ์เศร้า เหงา) คนดูก็จะรู้สึกตามเพราะว่ามันมีซาวด์มาให้แล้ว มันไม่ได้เป็นเรื่องของการตีความแล้ว มันเป็นเรื่องของการพาเข้าไปอยู่กับตัวละคร แบบที่ผู้กำกับอยากให้เป็นจริงๆ ส่วนตัวโปเป็นคนชอบฟัง Ambient ฟังออร์เคสตรา เพลงบรรเลง แล้วทำไมถึงชอบฟัง

 

มาย: ขี้เกียจจำเนื้อ (ทั้ง 2 คนหัวเราะ)

 

อาโป: อันนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว (หัวเราะ) โปรู้สึกว่าโปอยากจินตนาการ อยากมีพื้นที่จินตนาการ พอมันเป็นเพลงที่มีคนร้องมันเหมือนเขาบังคับให้เราไปตามเขา แต่บางทีเราไม่ได้อยากไปตามเขา เรามีวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง เรามีความเชื่ออีกแบบหนึ่ง การฟัง Ambient หรือการฟัง Score เราก็จะไปของเราตามจินตนาการ ตามประสบการณ์ที่เราผ่านมา

 

มาย: ขอเสริมต่อ (ยิ้ม) ถ้าเลือกได้ผมอยากเล่นหนังผีมากเลย กับเล่นอัตชีวประวัติ ผมอยากเล่นหนังที่ไปเข้าใจใครสักคน เข้าไปในหัวสมองของคนนั้น แล้วจะได้เห็นและได้สำรวจ การไปเป็นใครสักคนมันยากอยู่แล้ว แต่การที่เราจะถ่ายทอดตัวเขาในแบบของเรา ตัวเราเองก็ได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะ และเราก็ได้เอามันออกมาทำให้คนอื่นได้เห็นในมุมมองบางอย่างที่อาจจะแตกต่างออกไป หรือไม่ก็เป็นหนังผี อยากมีคนมาขี่คอ (หัวเราะ) 

 

แล้วอัตชีวประวัติอยากเล่นเป็นใคร

 

มาย: ถ้าเมืองนอกก็อยากเล่นเป็น ปาโบล เอสโกบาร์ ถ้าเมืองไทยที่คิดออกก็คงจะ เสก โลโซ (ทั้ง 2 คนหัวเราะ) จริงๆ ใครก็ได้ครับ

 

Part 2 Shine & Shadow (เจาะลึกถึงตัวตนความ Shine และเงามืด)

 

 

คำว่า Shine ในความหมายของมาย-อาโป คืออะไร

 

อาโป: ในมุมของโปมันคือความเปล่งประกาย ในแบบของตัวเอง แล้วถ้าถามว่าตัวเองคือใคร เราตอบไม่ได้นะ เราต้องสะสมประสบการณ์รวมถึงค้นหาตัวเองไปเรื่อยๆ 

 

มาย: เราเห็นเป็นจุดเล็กๆ ที่มันสว่างขึ้นมาจากสักที่หนึ่ง ถ้าขยายความอาจจะเป็นเหมือนเสียงๆ หนึ่งที่ตะโกนออกมาจากคนมากมาย หรือเศษหินที่บังเอิญสะท้อนกับแสง แล้วเราเห็นและเดินเข้าไปหามัน มันไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งวูบวาบใหญ่โต มันอาจจะคล้ายๆ เรื่องนี้ด้วยมั้งที่คาแรกเตอร์แต่ละตัวมันมีมุมในแบบของตัวเอง พอมารวมกัน มุมนี้ก็อาจจะเห็นแสงของคนนี้ มุมนี้ก็อาจจะแสงจากอีกคาแรกเตอร์หนึ่ง แต่พอมารวมกันเป็นเรื่อง Shine The Series มันก็คงเห็นบริบทที่หลากหลายมาก

 

 

ถ้า ‘ชาย’ คือแสงที่เปล่งประกาย…ในมุมกลับกัน มุมมืดหรือบาดแผลของ มาย-อาโป คืออะไร

 

มาย: ถ้าไม่มีก็คงจะไม่ใช่คน มีตอนเด็กๆ ล้มแล้วเข่าเป็นแผล ผ่าตัดเข่านี่ไงยังเป็นรอยแผลอยู่เลย (ทั้ง 2 คนหัวเราะ) 

 

มุมมืดมีอยู่แล้วครับ แต่โชคดีที่รู้ว่ามุมมืดของตัวเองรุนแรงและลึกขนาดไหน ในแบบของเราที่เราเข้าใจ แล้วก็จัดการและควบคุมมันได้ ไม่ให้มุมพวกนั้นมันแลบออกมาทำร้ายคนรอบตัวหรือว่าตัวเราเอง ถ้าจะบอกฉันเป็นคนดีหรือฉันเข้าใจทุกอย่างคงไม่ใช่ มันยังมีมุมบางอย่างที่เราก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง แต่โชคที่เรายังพอจะมีสติที่จะจัดการมันได้ 

 

อาโป: มุมมืดของโปคือการไม่ยอมรับตัวเองในมุมต่างๆ พอเห็นมันเราก็รู้สึกว่า อ๋อ สิ่งนี้มันทำร้ายตัวเราและคนรอบข้าง และอาจจะไปทำร้ายคนอื่นด้วย แต่เมื่อโปยอมรับตัวเองในมุมต่างๆ ยอมรับว่าเรามีพฤติกรรมในมุมแบบนี้ เรามีนิสัยแบบนี้ เราทำแบบนี้ พอเรายอมรับว่าเราเป็น และเราแก้ไขมันก็เลยทำให้ Shine ขึ้นมา

 

มาย: แวะขายของ (หัวเราะ)

 

อาโป: ทุกๆ ครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจะรู้สึกว่ามันยากจัง มันเหนื่อยจัง ทำไมเราทำไม่ได้ แต่พอเราทำไปนานๆ มันก็เกิดการปรับเปลี่ยน เส้นสมองมันก็สร้างเส้นใหม่ขึ้นมา แต่ทั้งหมดนี้มันเกิดจากการที่เราจะต้องรับฟัง เปิดใจ ถ่อมตัว กับสิ่งนั้นๆ คนนั้นๆ ต้องยอมรับก่อน คิดว่าอันนี้มันคือมุมมืดที่สุด

 

แล้วตอนนี้เราผ่านมันมาได้หรือยัง 

 

อาโป: จริงๆ มันกลับมาได้ตลอด มันเหมือนกับขี้ไคล ขี้ฟันที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมาตอนไหน แต่พอเรากลับบ้านไปตอนเย็นแล้วเราแปรงฟันถึงรู้ว่ามันมีอยู่ มันต้องทำตลอด มันไม่มีทางที่ทำเสร็จแล้วก็ไป เขาถึงบอกว่ามันต้อง

 

มาย: ถูขี้ไคล

 

อาโป: (หัวเราะ) ถูขี้ไคลทุกวัน เขาเรียกว่าฝึกกับมันไปทุกวัน

 

มาย: ผมมีมุมมองอีกอย่าง พอโปพูดเรื่องนี้มา ในส่วนตัวผมคิดว่ามันสามารถควบคุมและจัดการมุมมืดตรงนั้นให้มันเป็นจุดแข็งได้ มุมมืดคือสิ่งที่ตัวเราชอบ สันดานเราชอบ อาจจะไม่ดีกับใครสักคน แต่ถ้าเราควบคุมมันได้ เคยได้ยินเรื่องปีชงไหม ที่ต้องไปแก้ชง บางปีชงผมไม่แก้นะ เพราะผมเชื่อว่าอะไรที่มันรุนแรง มันจะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นมันรุนแรง ไปไกลกว่าเดิม มันเหมือนเราควบคุมมุมมืดเราได้ก็อาจจะเปลี่ยนจุดนั้นมาเป็นจุดแข็ง 

 

ปีชงเท่าที่ผมเข้าใจมันไม่ได้หมายถึงไม่ดีนะ มันคือการเห็นมุมมองว่าปีนั้นจะเกิดอะไรขึ้นรุนแรง ดีแรง แย่แรง หรืออาจจะแย่แรงสุดๆ อันนี้ก็ต้องจัดการมัน แต่เรามีมุมมองกับอะไรที่มันไม่ดีว่าเรายังมองเห็นโอกาสในนั้นนะ เหมือนเรื่องมุมมืด แต่บางคนถ้าจัดการเลยก็ดี เพราะคงอันตรายถ้าเราเอามุมมืดมาใช้ สมมติเรารู้ว่าตัวเองเป็นคนอารมณ์รุนแรงมาก ก็เลือกไม่ใช้เลยก็ได้ หรือจะเลือกใช้กับการแสดงก็ได้

 

อาโป: อย่างโป โปเป็นคนไม่แน่ใจในตัวเองว่าเราจะควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ไหม สมมติถ้ามันออกมาบ้างมันอาจจะไม่เวิร์ค โปเลยรู้สึกว่ามันคือมุมมืดแล้วเราจะต้องจัดการมัน

 

 

เคยมีช่วงที่รู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่ Shine’ บ้างไหม ผ่านมาได้อย่างไร

 

อาโป: ตอนที่รู้สึกไม่ Shine คือตอนที่เราไม่ยอมรับ สมมติตอนนั้นเราเลิกกับคนที่เราคุย เรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน แต่เราเลิกคุยกัน มันก็เศร้า ผิดหวัง เสียใจ เจ็บปวด ท้อแท้ สิ้นหวัง แต่ว่าในตอนที่เกิดขึ้นเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นอะไร เคยไหมที่อกหัก อกหักคือนิยามที่กว้างมากที่ครอบคลุมพวกนี้อยู่ เพียงแค่อกหักฟังเพลงเศร้า มันแค่นี้เอง แต่พอเราผ่านจุดนั้นมาแล้วเรามองกลับไปว่าเราผ่านจุดนั้นมาได้ไง ตอนที่เราผ่านจุดนั้นเราเริ่มค่อยๆ ยอมรับ และแยกมันเป็นส่วนๆ ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเรา เราเป็นอะไรอยู่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วมันจะต้องไปอย่างไรต่อ บางคนอาจจะไม่สามารถวิเคราะห์มันด้วยสมองได้มันก็ต้องเขียนออกมา แล้วมันจะได้เป็นข้อย่อยๆ แบบสั้นๆ เมื่อเสร็จแล้วมันจะค่อยๆ ดีขึ้น คิดว่าช่วงจังหวะนี้มันคือจังหวะที่เราไม่ Shine เลย เพราะเราไม่ยอมรับว่าเราเป็นอะไรอยู่ พอเราไม่ยอมรับมันไม่สามารถข้ามช่วงเวลาต่างๆ มาได้ โอเคเวลาเราดีใจ เรามีความสุข มันง่าย มันมีพลัง มัน Shine แต่ตอนที่ไม่ Shine ทำอย่างไร เป็นการมองสะท้อนตัวเองอยู่เสมอ แล้วถามว่าชีวิตนี้เรายังเสียใจ เรายังผิดหวังไหม มันมีทุกวันกับทุกๆ เรื่อง อย่างถ้าวันนี้เราตื่นสายแค่นี้เราก็เจ็บปวด เฮิร์ตแล้วนะ คิดว่ามันต้องจัดการไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน

 

มาย: อุ๊ย เยอะแยะ (หัวเราะ) มันมีอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องแบ่งให้มันชัดว่าเป็นเรื่องภายนอกหรือภายในของเรา ถ้าภายนอกมันจัดการไม่ยากหรอกก็ดูแลตัวเองให้มันดีขึ้น เวลาใครมาบอกว่าเราดูหมองจังเลย กระขึ้นหรือเปล่าพักผ่อนไม่ดี ก็ไปหาหมอให้เขาเช็คสักหน่อย วิธีการเยอะแยะ ภายนอกเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ภายในของเรานานๆ ทีจะโผล่มา เวลามันโผล่มาก็ต้องจัดการให้มันได้ เห็นด้วยกับโปว่าการที่ยอมรับมันคือสิ่งที่จะทำให้ความไม่ Shine ตรงนั้นมันหายไป ส่วนของผมมันคือการที่เรารู้สึกยึดติดกับอะไรบางอย่าง ไม่ปล่อยวาง ปล่อยไม่เป็น วางไม่เป็น มันทำให้เกิดความทุกข์

 

อาโป: เคยไหมเวลาดีใจแล้วหน้าตาเปล่งปลั่ง ทั้งๆ ที่อยู่ในวันเดียวกันนะ แต่พอเราเริ่มเครียดหน้าเราก็จะหมองลง ถ้าดีใจมันก็จะเปล่งปลั่งอีก มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการพักผ่อนหรือการบำรุงหน้า แต่มันมาจากข้างใน

 

มาย: สุดท้ายอะไรก็ตาม ถ้ามันมีปัญหาสุดโต่งคิดอะไรไม่ออกจริงๆ มันก็ต้องเปลี่ยนบรรยากาศ หรือคุยกับตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

 

ถ้าพูดถึง “ความ Shine” ที่ยังซ่อนอยู่ หรือยังไม่เคยได้แสดงออกมาเลยมีไหม และคืออะไร แล้วอะไรคือสิ่งที่รู้สึกว่ายังกดทับความชายนั้นของตัวเอง

 

อาโป: สำหรับโปคิดว่ามีอีกเยอะเลยนะ การที่โปมาถึงวันนี้แบบนี้ โปก็คิดว่ายังมีมุมต่างๆ ที่ยัง Shine ในรูปแบบต่างๆ ได้นะ อย่างเช่น โปไม่ได้เป็นคนชอบร้องเพลงนะ แต่พอได้ไปเล่นคอนเสิร์ต ได้ร้องเพลง โปรู้สึกว่าเราสามารถ Shine ที่หมายถึงการมีความสุขกับการทำสิ่งนั้นได้ เราสามารถ Shine ในแบบนี้ได้ หรือการไปร่วมงานต่างๆ ที่รู้สึกว่าเราทำได้หรอ แต่พอได้ทำก็รู้สึกได้ Shine การที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ มันทำให้ Shine ในมุมต่างๆ ได้ เราแค่ต้องลองทำแล้วก็ยอมรับ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ต้องยอมรับก่อนว่าเราทำไม่ได้ แล้วเราลองหรือยัง

 

มาย: อีกเยอะเลยครับ มาถึงตรงนี้คนก็คงตีความว่า Shine คือสิ่งที่มีเสน่ห์ อะไรที่รู้สึกว่ามีเสน่ห์ ผมว่าการเติบโตไปด้วยกันกับคนที่รักเราและเรารัก มันเป็นสิ่งที่ควรมีควบคู่อยู่กับการมีเสน่ห์ ผิดพลาดบ้าง ถูกต้องบ้าง เจอเรื่องใหม่ๆ พร้อมกันบ้าง มันคือเสน่ห์ของการใช้ชีวิต ซึ่งตรงนั้นแหละที่เราจะได้ลองสำรวจไปด้วยกัน ทั้งกับคนที่อยู่ใกล้ตัว แฟนคลับ หรือคนอื่นที่จะเจอในอนาคต ซึ่งตัวตนที่ผิดพลาดหรือตัวตนที่เป็นจุดแข็งของคนนั้น ล้วนรวมกันทำให้เป็นคนนั้น รวมถึงตัวผมด้วย การโตไปด้วยกันมันคงรอ Shine ไปเรื่อยๆ ในความคิดผมถ้าเปรียบเป็นเงิน มันไม่สวยเราก็แค่ขัดให้มันสวยขึ้น มันคงไม่ใช่มือหนึ่งอีกต่อไป แต่มันสวยในแบบของมันที่มีริ้วรอยนิดๆ หน่อยๆ

 

 

ถ้ามีใครสักคนที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่และกำลังรู้สึกว่า ตัวเองยังไม่ Shine เพราะต้องแบกรับความคาดหวังหรือความกดดันจากคนรอบข้างอยู่ตอนนี้ มาย-อาโปอยากบอกอะไรกับเขาบ้าง

 

มาย: Life is life สุดท้ายชีวิตก็เป็นของเรา เราไม่ได้เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลกหรอกในความหมายนี้ แต่อย่าลืมว่าอย่างน้อยตัวเองก็เป็นคนตัดสินใจในทุกๆ วัน ชีวิตก็คือชีวิต คิดแค่นี้เลยครับ

 

อาโป: ลองย้อนกลับไปอ่านข้อที่ถามว่า มีช่วงเวลาที่ไม่ Shine ไหม เราต้องยอมรับตัวเอง เข้าใจตัวเอง เราถึงจะรู้สึก Shine หรืออย่างเช่น เรื่องเพื่อนร่วมงานไม่ดีเลย แต่เราถามตัวเองหรือยังว่า เรายอมรับไหมว่าการที่เพื่อนร่วมงานไม่ดี เขาเป็นของเขาแบบนี้แหละ

 

 

ถ้ามาย-อาโปต้องเลือกร้องเพลงหรือทำเพลงสักเพลงที่บอกเล่าเรื่องราว ‘ชาย’ ในตัวเอง เพลงนั้นจะเป็นเพลงอะไร และเพราะอะไร

 

มาย: ขายของเลยแล้วกันนะ (หัวเราะ) จริงๆ ถ้าเลือกเป็นตัวเราก็คงลองไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าแบบจับต้องได้ที่ให้ทุกคนที่อ่านอยู่ไปได้เลยก็เหมือนเพลงในเซ็ตลิสต์นี้ของ Shine The Series ที่เป็น Original Soundtrack เพลงที่ชื่อ Dawn ซึ่งจริงๆ เราต้องได้ร้องอีกเพลงหนึ่งที่เขาอยากให้ร้อง มันเป็นเพลงสนุกสนาน แต่ว่าตัวตน รสนิยม และความคิดเรามันตรงกับเพลงนี้มากๆ ก็เลยเลือกที่จะเอาเพลงนี้มาร้อง ถ่ายทอดออกไปในแบบของเรา Dawn ที่แปลว่ารุ่งอรุณมันก็เป็นเพลงที่น่าจะทำให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องของทุกอย่างมันจะดีขึ้น อย่างที่บอกอะไรที่มันแย่ๆ สุดท้ายมันก็จะผ่านไป แต่ความ Shine มันมีความหลากหลาย มันจบที่เพลงๆ เดียวไม่ได้

 

อาโป: โปอยากทำเพลงและซาวด์ที่ให้กำลังใจผู้คน อย่างเพลงที่โปชอบเพลงหนึ่งก็คือ Far Side Of The Moon มันขึ้นท่อนแรกว่า 

 

‘Never question it then you’ll never know 

On the far side of the moon 

Where the unknown hums a song that’s just for you’

‘ถ้าไม่ตั้งคำถามก็ไม่มีวันได้รู้

ด้านที่อีกไกลของพระจันทร์ 

มันคือที่ซึ่งใครสักคนกำลังบรรเลงเพลงที่เขียนมาเพื่อเธอคนเดียว’

 

มาย: ประมาณว่าถ้าไม่เคยลองก็ไม่รู้ ไม่เคยผิดพลาดก็ไม่โต ไม่ได้ลงมือทำ ไม่ได้ออกจาก comfort zone เราจะโตได้อย่างไร แค่คิดคงไม่ได้ แค่กลัวเสียใจก็ไม่ได้มีความสุขหรอก ก็จงอยู่ในจินตนาการต่อไป Far Side Of The Moon คือเรื่องพวกนั้น ลองไปในที่ที่ใหม่ที่ไม่เคยไป แล้วเราจะเติบโต

 

อาโป: อย่าเชื่อตัวเองถ้าเกิดยังไม่เคยไป

 

มาย: ไม่ลองไม่รู้อะ ชอบแซวว่า พี่มายกินกบ (อาโปหัวเราะ) ลองกินดูดิมันอร่อยนะ

 

อาโป: (หัวเราะ) เคยกินแล้วมันเหมือนไก่ แต่กินอึ่งนี่ไม่แน่ใจ

 

มาย: อร่อยๆๆ (หัวเราะ)

 

The post สำรวจเรื่องไม่ Shine ที่ซ่อนในความ Shine ของมาย-อาโป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวซีรีส์ ‘Shine’ Original Gay Series เรื่องแรกจาก Be On Cloud https://thestandard.co/shine-series-be-on-cloud-launch-2025/ Thu, 12 Jun 2025 10:31:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1084420 นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE

WE LOVE. WE FIGHT. WE SHINE   เมื่อพวกเรามีความรัก […]

The post เปิดตัวซีรีส์ ‘Shine’ Original Gay Series เรื่องแรกจาก Be On Cloud appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE

WE LOVE. WE FIGHT. WE SHINE

 

เมื่อพวกเรามีความรัก พวกเรามีการต่อสู้ เมื่อนั้นพวกเราจะ Shine ได้อย่างภาคภูมิ

 

กลับมาสมการรอคอยกับ Shine ออริจินัลเกย์ซีรีส์จากค่าย Be On Cloud ที่มีงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ณ centralwOrld LIVE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

 

นำแสดงโดย อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์, มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง, นก-สินจัย เปล่งพานิช, สน-ยุกต์ ส่งไพศาล,กบ-พิมลรัตน์ พิศลยบุตร, โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, สีน้ำ รักษ์ภู, ปาน-ธนพร แวกประยูร, ติว-ดิษยา กรกชมาศ, ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, ถา-สถาพร นาควิไลโรจน์, เจเจ-ปฏิภาณ เฟื่องฟูนุวัฒน์, ฟูไอซ์-ธนวัตร ชินวัตร, บั๊ม-ภวัต อรรคเดชสกุล, มีโอ-เอเธนส์ วีรพัฒนกุล, ปีเตอร์ เดรี่ย์, คานธี วสุวิชย์กิต และ ปอ-อรรณพ ทองบริสุทธิ์ กำกับโดย ปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช, หนิง-พันพัสสา ธูปเทียน และ จีน-คำขวัญ ดวงมณี

 

Shine จะพาเรากลับสู่ยุค Bangkok 1969 หรือในปี 2512 บอกเล่าถึงประเด็นในยุคนั้นที่หลากหลาย ทั้งเสียดสีประเด็นการเมือง การตั้งคำถามจากเลนส์ของนักศึกษา การต่อต้านนายทุน การรับวัฒนธรรมใหม่ๆ และจุดเปลี่ยนทางจิตใจของมนุษยชาติอย่างเรื่อง ‘มนุษย์เหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก’ ที่ปรากฏอยู่ในตัวอย่างซีรีส์ เหตุการณ์ที่เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนทำให้ผู้คนมีความหวังกับสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งนั่นอาจเป็นที่มาของการตั้งคำถามให้กับซีรีส์เรื่องนี้ว่า

 

“แสงสว่างและความหวังของพวกคุณคืออะไร”

 

นอกจาก Shine ที่แปลว่าแสงสว่าง คำนี้ยังสามารถอ่านเป็นคำว่า ‘ชาย’ ในภาษาไทยได้อีกด้วย ซึ่งอาจตีความเพิ่มเติมได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้กำลังตั้งคำถามและตอบคำถามกับสังคมในขณะเดียวกันในเรื่องของ ‘ผู้ชายทุกคนเคยถูกคาดหวังว่าต้องเป็นอย่างไร และรู้สึกกดดันขนาดไหนกับความหวังที่ต้องแบกรับ’ ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็อาจจะกำลังตั้งคำถามกับทุกคนในสังคมเรื่องการถูกคาดหวังและความกดดันที่ต้องแบกรับ จนกดทับความ Shine ในตัวเอง

 

“Welcome to the far side of the moon.

 

สามารถรับชมซีรีส์ Shine ได้ทุกวันเสาร์ ทางช่อง WeTV และช่อง 7HD เริ่มอีพีแรก วันที่ 2 สิงหาคม 2568

 

นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE

The post เปิดตัวซีรีส์ ‘Shine’ Original Gay Series เรื่องแรกจาก Be On Cloud appeared first on THE STANDARD.

]]>
MILLI เตรียมปล่อย MILLI TO THE RING เล่าเบื้องหลังการซ้อมก่อนขึ้นชก Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME https://thestandard.co/milli-to-the-ring-fairtex-fight/ Sat, 19 Apr 2025 11:27:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1066105

MILLI (มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล) ศิลปินสาวมากความสามารถจา […]

The post MILLI เตรียมปล่อย MILLI TO THE RING เล่าเบื้องหลังการซ้อมก่อนขึ้นชก Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME appeared first on THE STANDARD.

]]>

MILLI (มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล) ศิลปินสาวมากความสามารถจาก YUPP! เตรียมลงสนามในฐานะนักมวยเป็นครั้งแรกกับการเข้าร่วมรายการ Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ โดยเบื้องหลังการเตรียมตัวของเธอจะถูกเล่าผ่านรายการ MILLI TO THE RING ทั้งหมด 5 ตอน ทางช่อง YouTube: YUPP! ทุกวันเสาร์ โดยจะเริ่มเอพิโสดแรกในวันนี้ (19 เมษายน)

 

Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME เป็นรายการแข่งขันชกมวยที่ออกอากาศทางช่อง 7HD และต้อนรับนักชกจากทั่วทุกมุมโลก โดย MILLI จะเล่าที่มาที่ไปถึงความชื่นชอบในการต่อยมวยให้แฟนๆ ได้ทราบกันอีกครั้งผ่านรายการ MILLI TO THE RING

 

 

MILLI ยังได้เผยความรู้สึกถึงไฟต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นเอาไว้เพิ่มเติมว่า “ตอนนี้ความฝันมันกำลังจะเกิดขึ้นจริง หนูจะได้ขึ้นชกมวยบนเวทีมวยจริงๆ แล้ว และนี่ไม่ใช่การชกโชว์ ไม่ใช่แมตช์พิเศษอะไรใดๆ ทั้งสิ้น มันคือแมตช์การแข่งขันจริงๆ หนูอยากเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองที่สะท้อนไปถึงชื่ออัลบั้มชุดที่สองอย่าง HEAVYWEIGHT ซึ่งจะเป็นการก้าวไปอีกขั้นในฐานะศิลปิน รวมไปถึงซิงเกิลที่ปล่อยไปก่อนหน้านี้อย่าง ONE PUNCH ด้วย ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ” 

 

 

สามารถรอติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตร Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME ในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2025 ณ เวทีมวยลุมพินีได้เร็วๆ นี้ พร้อมติดตามรับชมรายการ MILLI TO THE RING ได้ทางช่อง YouTube: YUPP!

The post MILLI เตรียมปล่อย MILLI TO THE RING เล่าเบื้องหลังการซ้อมก่อนขึ้นชก Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสดงความเสียใจ อ๋อม อรรคพันธ์ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 39 ปี https://thestandard.co/aom-akkaphan-died-at-the-age-of-39-2/ Sun, 22 Sep 2024 04:21:14 +0000 https://thestandard.co/?p=986569

วงการบันเทิงสูญเสียอีกครั้ง อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ เสีย […]

The post แสดงความเสียใจ อ๋อม อรรคพันธ์ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 39 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วงการบันเทิงสูญเสียอีกครั้ง อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ เสียชีวิตแล้วในวัย 39 ปี โดยเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (22 กันยายน) ทางช่อง 7 ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ ได้โพสต์แสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนักแสดงหนุ่ม โดยก่อนหน้านี้ อ๋อม อรรคพันธ์ เข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโรคมะเร็งบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2566

 

อ๋อม อรรคพันธ์ เริ่มต้นแสดงเส้นทางบันเทิงจากอาชีพนายแบบ นักแสดงโฆษณาและมิวสิกวิดีโอ ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางการแสดงจากละครเรื่องแรกในบทสมทบในละคร รักซ่อนแค้น ทางช่อง 3 ก่อนจะแจ้งเกิดและเป็นที่จดจำจากละคร พระจันทร์ลายพยัคฆ์ ทางช่อง 7 จนสามารถคว้ารางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขานักแสดงสมทบชายดีเด่น

 

อ๋อม อรรคพันธ์ มีผลงานการแสดงที่น่าจดจำ เช่น สัจจะในชุมโจร (เสือสั่งฟ้า 3), อินทรีแดง, ราชนาวีที่รัก, เจ้าสาวสลาตัน, อตีตา, วันนี้ที่รอคอย, บันไดดอกรัก ฯลฯ

 

THE STANDARD POP ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ อีกเพชรเม็ดงามของวงการบันเทิงไทยไว้ ณ โอกาสนี้

The post แสดงความเสียใจ อ๋อม อรรคพันธ์ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 39 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่มีจอดำ! กกท. จับมือพันธมิตร ยิงสดโอลิมปิกเกมส์ 2024 ผ่าน 21 ช่องสัญญาณ https://thestandard.co/sat-partners-broadcast-olympic-games-2024/ Fri, 28 Jun 2024 10:01:29 +0000 https://thestandard.co/?p=951310

วันนี้ (28 มิถุนายน) ภาครัฐจับมือเอกชนประกาศความพร้อมเพ […]

The post ไม่มีจอดำ! กกท. จับมือพันธมิตร ยิงสดโอลิมปิกเกมส์ 2024 ผ่าน 21 ช่องสัญญาณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 มิถุนายน) ภาครัฐจับมือเอกชนประกาศความพร้อมเพื่อส่งแรงเชียร์นักกีฬาไทยผ่านการรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ในระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม 2567 และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ในระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 8 กันยายน 2567 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะผู้ดำเนินการถ่ายทอดสดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จัดงานแถลงข่าว ‘ความร่วมมือการถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024’ เพื่อให้คนไทยได้ส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยผ่านการรับชมการถ่ายทอดสด ที่เรียกได้ว่าเป็นการถ่ายทอดสดครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการรับสัญญาณตรงจากปารีส 21 ช่องสัญญาณ ซึ่งมากกว่าเมื่อครั้งโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว ที่มีการถ่ายทอดสดทั้งสิ้น 12 ช่องสัญญาณ

 

โดย T Sports 7 จับมือ 9 MCOT HD, ช่อง 7HD และ PPTV HD 36 ถ่ายทอดสดตลอดช่วงการแข่งขัน นอกจากนี้ยังเป็นความร่วมใจครั้งพิเศษสุด ที่ AIS และ True จับมือกันร่วมถ่ายทอดสดแบบไร้จอดำ เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยเต็มอิ่มกับการรับชมและให้กำลังใจทัพนักกีฬาไทยที่ชื่นชอบได้ไม่มีสะดุด ครบทั้ง 21 ช่องสัญญาณ

 

ทั้งนี้ ผู้ชมชาวไทยทั่วประเทศสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ได้ทางดิจิทัลทีวีช่อง T Sports 7, 9 MCOT HD, ช่อง 7HD และ PPTV HD 36 อีกทั้งรับชมการถ่ายทอดสดและคอนเทนต์ย้อนหลังได้อีกหลากหลายช่องทาง ผ่าน AIS PLAY ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX, Smart TV, Apple TV และเว็บไซต์ AIS PLAY 

 

รวมถึง TrueVisions ระบบจานดาวเทียมและระบบเคเบิล, แอปพลิเคชัน TrueVisions NOW รวมไปถึง TrueVisions NOW บนแอปพลิเคชัน TrueID ทำให้ตลอดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ครั้งที่ 33 สามารถชมการถ่ายทอดได้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม 2567

นอกจากนั้นแฟนกีฬาสามารถติดตามรับชมและเชียร์นักกีฬาพาราลิมปิกไทยในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ อย่างต่อเนื่องทางดิจิทัลทีวีช่อง T Sports 7 ช่องเดียวที่ถ่ายทอดสดทุกวัน รวมถึงช่องทาง AIS PLAY ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX, Smart TV, Apple TV และเว็บไซต์ AIS PLAY  ตลอดการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม – 8 กันยายน 2567

The post ไม่มีจอดำ! กกท. จับมือพันธมิตร ยิงสดโอลิมปิกเกมส์ 2024 ผ่าน 21 ช่องสัญญาณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพวอลเลย์บอลสาวไทยเปิดโผ 14 รายชื่อลุยรอบ 8 ทีม VNL 2024 https://thestandard.co/14-players-thailand-vnl-2024-quarterfinal/ Wed, 19 Jun 2024 10:41:59 +0000 https://thestandard.co/?p=947231 วอลเลย์บอลสาวไทย VNL 2024

วันนี้ (19 มิถุนายน) สมาคมกีฬา วอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย […]

The post ทัพวอลเลย์บอลสาวไทยเปิดโผ 14 รายชื่อลุยรอบ 8 ทีม VNL 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วอลเลย์บอลสาวไทย VNL 2024

วันนี้ (19 มิถุนายน) สมาคมกีฬา วอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ประกาศรายชื่อนักกีฬา วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ภายใต้การทำทีมของ โค้ชยะ-ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 หรือ VNL 2024 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ประเทศไทย ซึ่งรายชื่อ 14 ผู้เล่นของไทย มีดังนี้

 

  • วิภาวี ศรีทอง
  • ปิยะนุช แป้นน้อย
  • พรพรรณ เกิดปราชญ์
  • ดลพร สินโพธิ์ 
  • ทัดดาว นึกแจ้ง (กัปตันทีม)
  • หัตถยา บำรุงสุข
  • ณัฏฐณิชา ใจแสน
  • พิมพิชยา ก๊กรัมย์
  • อัจฉราพร คงยศ
  • ชัชชุอร โมกศรี
  • สุพัตรา ไพโรจน์
  • ธนัชชา สุขสด
  • กัตติกา แก้วพิน
  • วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์

 

ทั้งนี้ ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย (ทีมอันดับที่ 14 ของโลก) มีคิวพบกับบราซิล (ทีมอันดับที่ 1 ของโลก) วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน เวลา 20.30 น. ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD (กดหมายเลข 35)

 

เกาะติด การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก VNL 2024 ได้ที่

The post ทัพวอลเลย์บอลสาวไทยเปิดโผ 14 รายชื่อลุยรอบ 8 ทีม VNL 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้านไม่ไหว! วอลเลย์บอลสาวไทยพ่ายตุรกี ทีมเบอร์ 1 ของโลก 0-3 เซ็ต ศึกเนชันส์ลีก 2024 https://thestandard.co/thailand-0-3-turkey-vnl-2024/ Wed, 12 Jun 2024 11:11:13 +0000 https://thestandard.co/?p=944437 วอลเลย์บอล สาวไทย

วันนี้ (12 มิถุนายน) การแข่งขัน วอลเลย์บอล เนชันส์ลีก V […]

The post ต้านไม่ไหว! วอลเลย์บอลสาวไทยพ่ายตุรกี ทีมเบอร์ 1 ของโลก 0-3 เซ็ต ศึกเนชันส์ลีก 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วอลเลย์บอล สาวไทย

วันนี้ (12 มิถุนายน) การแข่งขัน วอลเลย์บอล เนชันส์ลีก VNL 2024 สัปดาห์ที่ 3 (กลุ่มที่ 5) นัดที่ 1 ที่ฮ่องกง ระหว่างทีมชาติไทย (อันดับ 13 ของโลก) พบกับตุรกี (อันดับ 1 ของโลก)

 

ผลปรากฏว่า ทีมวอลเลย์บอลสาวไทยพยายามเล่นกับตุรกีที่เป็นเบอร์ 1 ของโลกและแชมป์เก่าเมื่อปี 2023 อย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่อาจต้านทานอาวุธเกมรุกที่เปี่ยมพลังตบอันรุนแรงและการขึ้นบล็อกที่ทำได้อย่างเด็ดขาดกว่า ทำให้ทีมไทยเป็นฝ่ายพ่ายไป 0-3 เซ็ต ด้วยคะแนน 17-25, 17-25 และ 17-25

 

สำหรับโปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทยมีคิวพบกับบัลแกเรีย (อันดับ 22 ของโลก) ที่ฮ่องกง ในวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน เวลา 12.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD (กดหมายเลข 35)

The post ต้านไม่ไหว! วอลเลย์บอลสาวไทยพ่ายตุรกี ทีมเบอร์ 1 ของโลก 0-3 เซ็ต ศึกเนชันส์ลีก 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอยรักรอยบาป ช่อง 7HD ก็มีดีเหมือนกัน https://thestandard.co/the-revenge-drama-7-hd/ Wed, 05 Jun 2024 10:36:45 +0000 https://thestandard.co/?p=941632

เรียกว่าเป็นการต้อนรับอย่างอบอุ่น สำหรับละคร รอยรักรอยบ […]

The post รอยรักรอยบาป ช่อง 7HD ก็มีดีเหมือนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรียกว่าเป็นการต้อนรับอย่างอบอุ่น สำหรับละคร รอยรักรอยบาป ที่เป็นหน่วยทะลวงฟันของละครช่อง 7 สู่บริการสตรีมมิงอย่าง Netflix จนขึ้นอันดับ 1 เกือบ 1 สัปดาห์ (3 มิถุนายน) หลังจากที่พยายามปลุกปั้น Bugaboo.TV แพลตฟอร์มของทางช่องเอง แต่สุดท้ายก็ได้แต่แฟนละครกลุ่มเดิมๆ

 

อย่างที่รู้กันว่าช่อง 7 คือสถานีโทรทัศน์ที่ครอบคลุมกลุ่มผู้ชมมากที่สุดในประเทศ และก่อนหน้านี้ก็พยายามสร้างคอนเทนต์เอาใจกลุ่มคนในวงกว้าง และบางครั้งก็ละเลยเรื่องคุณภาพจนกลายเป็นอคติต่อ ‘ละครช่อง 7’ พาลให้หลายคนไม่เปิดดู ทั้งๆ ที่หลายเรื่องก็มีศักยภาพสร้างกระแสได้เหมือนกัน ยิ่งเมื่อรวมพฤติกรรมรับสื่อของคนดูที่เปลี่ยนไป ในระยะหลังเรตติ้งของช่อง 7 ก็ไม่ปังเหมือนเดิม ส่วนกระแสในโลกออนไลน์ก็ค่อนข้างแผ่ว การจับมือกับ Netflix ถือเป็นก้าวสำคัญขององค์กรอนุรักษนิยม ซึ่งก็ดึงเอาคนดูกลับไปดูละครช่อง 7 ได้อีกครั้งผ่านแพลตฟอร์มของคนรุ่นใหม่

 

 

รอยรักรอยบาป คือเรื่องราวของขุนวิสุทธิ์ (ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช) ข้าราชการหนุ่มรูปงามผู้เพียบพร้อมทุกอย่างจนเป็นที่หมายปองของสาวๆ เขามีเมียบ่าวคือทองเกลียว (พลอย-รัญดภา มันตะลัมพะ) ทาสสาวนิสัยโผงผาง กล้าได้กล้าเสีย โดยขุนวิสุทธิ์เคยให้สัญญาว่าจะแต่งงานด้วย แต่เมื่อได้เลื่อนขั้นเป็นหลวงวิสุทธิ์ก็กลับไปแต่งงานกับคุณระย้า (เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์) ลูกสาวของเจ้าพระยาน้อย (วันชัย เผ่าวิบูล) ทั้งจากความรักและหวังจะเติบโตในหน้าที่การงาน สร้างความเจ็บปวดให้กับทองเกลียวจนออกฤทธิ์ใส่คุณระย้าผู้เหมือนเกิดมาท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ มิหนำซ้ำหลวงวิสุทธิ์ก็ยังไม่หยุดไปบังคับขืนใจอิ่ม (กุ๊กกิ๊ก-กชกร ส่งแสงเติม) มาเป็นเมียอีกคน สร้างความคับแค้นใจให้คุณระย้าจนออกอุบายให้บรรดาเมียๆ อิจฉาริษยากันเอง ซึ่งอิ่มระแคะระคายเรื่องนี้มาตลอดแต่ไม่มีใครเชื่อแม้กระทั่งเพื่อนรักอย่างจวน (เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์) เพราะคุณระย้าสร้างภาพเป็นคนใจดีมีเมตตา

 

หลวงวิสุทธิ์มีใจหมายปองจวน คุณระย้าก็วางแผนให้หลวงวิสุทธิ์ปลุกปล้ำจวนและโยนความผิดให้อิ่ม ที่เจ็บปวดกว่านั้นเมื่อบุญ (เขต-ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส) คนรักของจวนเข้าข้างและไปหลงรักอิ่ม ก็ยิ่งทำให้จวนโกรธจนไม่เผาผีกัน ขณะเดียวกันคุณพริ้ง (น้ำหวาน-กรรณาภรณ์ พวงทอง) ก็ได้เข้ามาเป็นเมียของหลวงวิสุทธิ์ คุณระย้าวางแผนปั่นให้จวนกับคุณพริ้งกลายเป็นศัตรูกัน จนคุณพริ้งแท้งลูก ทำให้หลวงวิสุทธิ์โกรธมากสั่งโบยจวนจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนตายได้อธิษฐานเป็นเจ้ากรรมนายเวรของหลวงวิสุทธิ์และอิ่ม

 

จวนกลับชาติมาเกิดเป็นหนูยิ้ม (ปิ่น-ชรินพร เงินเจริญ) ลูกสาวที่ทั้งรักและหวงของคุณระย้า ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าหนูยิ้มคือจวนกลับชาติมาเกิดเพราะหนูยิ้มมีแผลเป็นเหมือนจวน และไม่ยอมให้พระยาวิสุทธิ์จับต้องตัวเลย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกงกรรมกงเกวียนและการเปิดเผยความร้ายกาจของคุณระย้าในที่สุด

 

 

รอยรักรอยบาป ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในการเปิดศักราชใหม่ ด้วยความสำเร็จจากเวอร์ชันก่อนเมื่อปี 2552 จนกลายเป็นละครที่แฟนๆ รอคอย อีกทั้งเนื้อหาก็ถือว่าถูกจริตคอละครไทย ทั้งเรื่องความอิจฉาริษยา เวรกรรม ชาติภพ เพียงแต่จะเล่าแบบเมื่อ 15 ปีที่แล้วก็คงจะไม่ใช่ ดังนั้นในเวอร์ชันนี้จึงใส่มิติให้กับตัวละครทุกตัว แต่ก็ยังคงความแซ่บแบบถึงเนื้อถึงตัวด้วยฉากปะทะทั้งคำพูดและร่างกาย 

 

หลังจากออกอากาศ 4 ตอน สิ่งที่เห็นได้ชัดคืองานด้านโปรดักชันที่ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะมุมมองเรื่องภาพ องค์ประกอบ และการเคลื่อนกล้อง และก็เหมือนเป็นคาแรกเตอร์ของละครพีเรียดค่ายดาราวิดีโอที่แม้เรื่องราวจะดราม่าสักแค่ไหน ก็มักสอดแทรกตัวละครหรือมุกตลกได้อย่างเหมาะเจาะ ดูแล้วเข้าใจง่าย ไม่เครียด ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของละครช่อง 7 ยุครุ่งเรืองจนเหมือนดูละครเรื่อง นางทาส ในเวอร์ชันที่อัปเลเวลแล้ว

 

อีกส่วนคือฉากเลิฟซีนถึงพริกถึงขิงขึ้นมาก สอดรับไปกับคาแรกเตอร์กล้าได้กล้าเสียของทองเกลียว จนกลายเป็นเหตุผลให้หลวงวิสุทธิ์ยังคงต้องมีเมียบ่าวเอาไว้ด้วยความแซ่บตามประสาสาวชาวบ้าน ต่างจากสำรับอาหารชาววังอย่างคุณระย้า 

 

 

ทางด้านการแสดง การแคส เจี๊ยบ พิจิตตรา มารับบท ‘คุณระย้า’ ซึ่งเป็นบทที่เด่นที่สุดของเรื่องก็ถือว่าสอบผ่าน ทั้งรูปลักษณ์และจริตใกล้เคียงกับที่ เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี เคยทำไว้ในเวอร์ชันก่อน โดยในเวอร์ชันนี้พยายามปูพื้นฐานให้เห็นชีวิตก่อนหน้าของคุณระย้าว่าเป็นลูกคุณหนู อยู่ในศีลในธรรม แต่สิ่งที่ค่อนข้างสะดุดคือจุดเริ่มต้นความร้ายกาจของคุณระย้า จากคนที่ทำบุญใส่บาตรนั่งร้อยมาลัยทุกวัน ก็พลิกขึ้นมาร้ายทันทีทันใดหลังจากเจอทองเกลียวแผลงฤทธิ์ใส่แค่ครั้งเดียว

 

ถ้าบทต้องการจะบอกว่าคุณระย้าเป็นที่หนึ่งมาตลอด มือถือสาก ปากถือศีล หรือมีความร้ายกาจอยู่ในใจลึกๆ ก็น่าจะปูพื้นให้คนดูได้เห็นหรือมีบทสนทนาพูดถึงสักหน่อย แต่เล่นร้ายกาจมาตั้งแต่ช่วงแรกของอีพีแรกก็ค่อนข้างเร็วไปหน่อย อย่างไรก็ตาม กลับชอบตอนต่อจากนั้นที่คุณระย้าถูกกวนประสาทและกระทำหยามน้ำหน้าจากทั้งทองเกลียวและหลวงวิสุทธิ์ ซึ่งถ้าจะเปลี่ยนจากคนจิตใจดีกลายเป็นร้ายก็จะมีเหตุมีผลมากกว่า ส่วนหนึ่งที่เดินเรื่องเร็วขนาดนี้ก็น่าจะมาจากอยากรีบใส่กลอุบายของคุณระย้าซึ่งเป็นจุดขายของเรื่อง

 

 

ส่วน ฟลุค เกริกพล กับบทหลวงวิสุทธิ์ แม้จะถูกวิจารณ์ว่ายังไม่มีราศีความเป็นคุณหลวง แต่ผู้เขียนกลับคิดว่าฟลุคสร้างคาแรกเตอร์หลวงวิสุทธิ์ในรูปแบบใหม่ได้ดี เพราะแม้จะมีตำแหน่งหน้าที่การงานน่านับถือ แต่พื้นฐานก็คือคนเจ้าชู้ หูเบา ใจอ่อน จนกลายเป็นปัญหาในอนาคต

 

การที่ รอยรักรอยบาป เข้าไปสตรีมใน Netflix ยังทำให้รู้จักนักแสดงช่อง 7 จากแต่ก่อนอาจจะรู้จักแค่ในกลุ่มแฟนละครของช่อง จนแคสในเวอร์ชันนี้แทบจะเทียบไม่ได้กับเวอร์ชันเดิม แต่ฝีไม้ลายมือก็ถือว่าทำได้ดี โดยเฉพาะบททองเกลียวของ พลอย รัญดภา ส่วนบทจวนของ เกรซ พัชร์สิตา ก็น่าจะอยู่ในจังหวะรอปล่อยของเร็วๆ นี้

 

โดยรวมแล้ว รอยรักรอยบาป เป็นการเปิดตัวบนสตรีมมิงของละครช่อง 7 ที่น่าสนใจ และเราคงได้ดูกันไปอีกยาวๆ เพราะมีถึง 38 ตอน ครอบคลุมเนื้อหาไปจนถึงรุ่นลูก ส่วนจะรักษาระดับความน่าตื่นเต้นไปได้ยาวตลอดทั้งเรื่องหรือไม่ คงต้องลองมาลุ้นกัน

The post รอยรักรอยบาป ช่อง 7HD ก็มีดีเหมือนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัจฉราพรรับ ดีใจที่ได้กลับมาลงสนามช่วยทีมในเกมที่ไทยชนะฝรั่งเศส VNL 2024 https://thestandard.co/ajcharaporn-glad-help-thailand-win-vnl-2024/ Fri, 31 May 2024 09:41:47 +0000 https://thestandard.co/?p=939819

วันนี้ (31 พฤษภาคม) อัจฉราพร คงยศ นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิง […]

The post อัจฉราพรรับ ดีใจที่ได้กลับมาลงสนามช่วยทีมในเกมที่ไทยชนะฝรั่งเศส VNL 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (31 พฤษภาคม) อัจฉราพร คงยศ นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2024 (VNL 2024) นัดที่ 2 ของสัปดาห์ที่ 2 ซึ่งผลจบลงที่ทีมชาติไทยเอาชนะฝรั่งเศสไปได้ 3-2 เซ็ต 

 

โดยอัจฉราพรที่ถูกส่งลงสนามเป็นครั้งแรกในรายการนี้ ช่วงเซ็ตที่ 5 กล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่ได้ลงไปมีส่วนร่วมในเกมในวันนี้ เพราะด้วยสภาพร่างกายของหนูค่อนข้างดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราแสดงให้โค้ชเห็นแล้วว่าเราสามารถช่วยทีมได้ในระดับหนึ่ง ดีใจที่โค้ชไว้วางใจให้เราลงไปในเซ็ตที่ 5 เพราะอยากลงไปช่วยเพื่อน ไปช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศในทีมดีขึ้น 

 

“คิดถึงบรรยากาศแบบนี้ค่ะ เพราะว่าเราห่างหายไปหลายแมตช์ ส่วนความมั่นใจก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับร่างกายเราก็ดีขึ้นและได้ซ้อมมากขึ้น ก็อยากลงเล่นอีกค่ะ”

 

สำหรับโปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทยจะลงสนามพบกับจีน (อันดับ 6 ของโลก) ในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD (กดหมายเลข 35)


 

เกาะติด การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก VNL 2024 ได้ที่

 

The post อัจฉราพรรับ ดีใจที่ได้กลับมาลงสนามช่วยทีมในเกมที่ไทยชนะฝรั่งเศส VNL 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียร์ ‘ทีมตบสาวไทย’ ในศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 ช่อง 7HD ยิงสดครบทุกแมตช์ https://thestandard.co/watch-vnl-2024-on-channel-7hd-live/ Wed, 08 May 2024 13:51:26 +0000 https://thestandard.co/?p=931319

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ช่อง 7HD ร่วมกับ เทโร เอ็นเทอร์เทนเม […]

The post เชียร์ ‘ทีมตบสาวไทย’ ในศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 ช่อง 7HD ยิงสดครบทุกแมตช์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ช่อง 7HD ร่วมกับ เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ และสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวถ่ายทอดการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 (VNL 2024) ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งช่อง 7HD ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันทุกแพลตฟอร์มในครั้งนี้

 

โดย พัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการช่อง 7HD เปิดเผยว่า ปีนี้ช่อง 7HD ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยจะมีการถ่ายทอดสดทั้งทางทีวีหน้าจอช่อง 7HD ช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน Ch7HD, BUGABOO.TV และทางเว็บไซต์ https://teroasia.com รวมกันถึง 60 แมตช์

 

ด้าน สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ มีความพร้อมและประสบการณ์ด้านการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติมาโดยตลอด เราเชื่อมั่นว่าเราจะทำหน้าที่ให้ดี สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย นอกจากนี้ในด้านของนักกีฬา เราเตรียมพร้อมสุดยอดนักกีฬาให้สมกับที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเตรียมสภาพร่างกายของนักกีฬาให้มีความพร้อมมากที่สุดสำหรับการแข่งขัน ในเป้าหมายของเราก็ยังมีเป้าหมายไปสู่โอลิมปิก เราพยายามจะทำให้ดีที่สุด”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

ขณะที่ ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค (โค้ชยะ) หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน ยืนยันความพร้อมว่า “ต้องขอบคุณนักกีฬาที่ทุกคนมีความตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อประเทศชาติของเรา เพราะการแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญสำหรับการคัดเลือกไปโอลิมปิก เพราะฉะนั้นทุกคนจึงมีความตั้งใจไปสู่ความฝัน เพื่อจะไปโอลิมปิกให้ได้ ทุกคนเลยฝึกซ้อมตามที่เราวางแผนไว้ ก็คิดว่าตรงนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้ทีมเราแข็งแกร่ง และต่อสู้กับทุกทีมได้ ถึงแม้จะเป็นเกมที่ยาก แต่เราจะสู้ให้ถึงที่สุดครับ ฝากแฟนๆ วอลเลย์บอลช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ”

 

ทั้งนี้ โปรแกรมนัดแรกของนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย จะลงสนามประเดิมทัวร์นาเมนต์แรกของปีนี้ พบกับสหรัฐอเมริกา ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดจากรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เริ่มตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 7HD กด 35

 

เกาะติด การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก VNL 2024 ได้ที่

The post เชียร์ ‘ทีมตบสาวไทย’ ในศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 ช่อง 7HD ยิงสดครบทุกแมตช์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่อง 7HD คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก ประเดิมแมตช์แรก 30 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/7hd-casting-fivb/ Mon, 08 May 2023 05:39:21 +0000 https://thestandard.co/?p=786880 วอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก

​วันนี้ (8 พฤษภาคม) พัฒนพงค์ หนูพันธ์ รักษาการกรรมการผู […]

The post ช่อง 7HD คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก ประเดิมแมตช์แรก 30 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก

​วันนี้ (8 พฤษภาคม) พัฒนพงค์ หนูพันธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD เปิดเผยว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก Volleyball World ในฐานะพันธมิตรถ่ายทอดรายการแข่งขันกีฬา Volleyball Nations League (VNL) เป็นระยะเวลา 2 ปี (ปี 2023 และ 2024) โดยแฟนๆ กีฬาชาวไทยจะได้ชมและเชียร์นักตบลูกยางสาวไทยทุกแมตช์ และการแข่งขันของบรรดาทีมชั้นนำไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ และครั้งนี้เราได้เตรียมทีมผู้บรรยายมืออาชีพ มากประสบการณ์ ได้แก่ วรุตม์ วิเศษสิงห์, บุษบรรณ จันทรารังษี, นันทกานต์ เพชรพลาย และ สุวัฒน์ กลิ่นเกษร เพื่อแฟนกีฬาทุกคน”

 

​ด้าน ไบรอัน ลินด์เซ มาร์การ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ กล่าวว่า “การแข่งขันรายการ Volleyball Nations League ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันกีฬาที่สำคัญอันดับต้นๆ ของโลก และความสำเร็จของนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในปีที่ผ่านมา ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ทาง Volleyball World ได้มอบโอกาสให้ บมจ.เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เป็นผู้จัดการแข่งขันกีฬา Volleyball Nations League ที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปีนี้ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ช่อง 7HD จะได้ถ่ายทอดสุดยอดการแข่งขัน Volleyball Nations League ทั้งทีมชายและทีมหญิง ให้แฟนๆ ชาวไทยได้รับชมตลอดระยะเวลาการแข่งขันอย่างสนุกสนานเต็มอิ่ม”

 

และนอกจากจะสามารถรับชมการแข่งขัน Volleyball Nations League 2023 ผ่านการถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD (กดหมายเลข 35) และช่องทางออนไลน์ BUGABOO.TV และแอปพลิเคชัน Ch7HD และทาง TERO Digital แล้ว

 

แฟนๆ สามารถร่วมส่งเสียงเชียร์ไทยให้ดังกระหึ่มติดขอบสนามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันของนักตบลูกยางหญิง รวม 16 แมตช์ ในสัปดาห์ที่ 3 ของการแข่งขันระหว่างทีมชั้นนำของโลก ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2566 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก

 

ส่วนโปรแกรมการแข่งขัน Volleyball Nations League 2023 ของทีมชาติไทยในสัปดาห์แรก (ที่ประเทศตุรกี) มีดังนี้

  • ไทย พบ อิตาลี I วันที่ 30 พ.ค. I เวลา 21.00 น.
  • ไทย พบ แคนาดา I วันที่ 1 มิ.ย. I เวลา 18.00 น.
  • ไทย พบ โปแลนด์ I วันที่ 2 มิ.ย. I เวลา 18.00 น.
  • ไทย พบ เกาหลีใต้ I วันที่ 4 มิ.ย. I เวลา 18.00 น.

The post ช่อง 7HD คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก ประเดิมแมตช์แรก 30 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มวย ‘ONE ลุมพินี’ ฟาดเรตติ้ง 4.3 ขึ้นแท่นอันดับ 1 รายการที่มีผู้ชมมากที่สุดช่วงไพรม์ไทม์ https://thestandard.co/one-lumpinee-rating-4-3-becoming-no1/ Tue, 21 Mar 2023 03:55:01 +0000 https://thestandard.co/?p=765989 ONE ลุมพินี

จากการที่​ช่อง 7HD ถ่ายทอดสด ศึก ONE ลุมพินี 9 เมื่อคืน […]

The post มวย ‘ONE ลุมพินี’ ฟาดเรตติ้ง 4.3 ขึ้นแท่นอันดับ 1 รายการที่มีผู้ชมมากที่สุดช่วงไพรม์ไทม์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ONE ลุมพินี

จากการที่​ช่อง 7HD ถ่ายทอดสด ศึก ONE ลุมพินี 9 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา จากสนามมวยลุมพินี (รามอินทรา) พบว่าครองความนิยมอันดับหนึ่งจากแฟนๆ ทั่วประเทศ โดยผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป เรตติ้งทะยานสูงถึง 4.3 ผู้ชมทั่วประเทศ (All 4+) 4.0 และผู้ชมเพศชายอายุ 15 ปีขึ้นไป พุ่งทะยานสูงถึง 5.1 (ข้อมูลจาก Nielsen วันที่ 20 มีนาคม) และยอดผู้ติดตามชม LIVE จาก Facebook ในช่วงเวลาดังกล่าวสูงถึง 275,000 วิว รวมถึงยอดชมย้อนหลังทาง YouTube: Ch7HD พุ่งอย่างต่อเนื่องไปถึง 315,000 วิว (อัปเดต ณ วันที่ 20 มีนาคม)

 

หลังจากจัดทัพทั้งมวยไทยและมวยหลากหลายแนวจากยอดนักสู้ชาวไทยและต่างชาติ ขึ้นชกชิงชัยกันถึง 11 คู่ โดยเฉพาะนัดรีแมตช์ของนักชกชาวไทย สินสมุทร กลิ่นมี ที่พลาดท่าเสียทีให้กับ รีเกียน เออร์เซล สามารถรักษาเข็มขัดแชมป์โลกมวยไทยรุ่นไลต์เวตเอาไว้ได้ ด้วยการเอาชนะน็อกนักชกชาวไทย พร้อมรับเงินโบนัสสูงถึง 1.75 ล้านบาท

 

​ท่ามกลางกองเชียร์นักแสดงซูเปอร์สตาร์คนดังที่เข้าชมกันอย่างคึกคัก ทั้ง ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์, เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์, พิ้งค์พลอย-ปภาวดี ชาญสมอน, ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง, โอ๊ต-ชาคริต บุญสิงห์, จีน-เฌอตินท์นารา พงศ์พีรเดช, แทน-แทนตะวัน ทัดเดโอ, อั้ม-ถิร ชุติกุล, แทน-บุรันช์รัตน์ หอมบุตร และ เกรซ ฮาร์เปอร์ รวมถึงผู้ประกาศข่าว อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร นอกจากนี้ยังมี จอส-เวอาห์ แสงเงิน, ธามไท แพลงศิลป์, สมรักษ์ คำสิงห์ และ เบส-รักษ์วนีย์ คำสิงห์ รวมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ตบเท้าเข้ามาชมในสนาม ส่งผลให้บัตร Sold Out ทุกที่นั่ง

 

สำหรับนัดต่อไป ศึก ONE ลุมพินี 10 ในวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมนี้ คู่เอกเป็นการชกกันระหว่าง ยอดกฤษดา ส.สมหมาย กับ เทพทักษิณ ศ.ศรสิงห์ พร้อมกับการจัดทัพนักชกมวยไทยเต็มสังเวียนถึง 6 คู่ พร้อมด้วยมวย MMA และยอดนักสู้จากนานาประเทศ รวมเป็น 12 คู่ คอกีฬาและแฟนๆ ที่สนใจร่วมสัมผัสความมันของกีฬาระดับเวิลด์คลาส สามารถจองบัตรล่วงหน้าได้ทาง www.thaiticketmajor.com

 

​ติดตามชมการถ่ายทอดสดแบบ Full HD ได้ทางช่อง 7HD กด 35 สดออนไลน์ทาง BUGABOO.TV ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป และทาง LIVE-Streaming ตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook: Ch7HD, Ch7HD News, Ch7HD Sports และ YouTube: Ch7HD

The post มวย ‘ONE ลุมพินี’ ฟาดเรตติ้ง 4.3 ขึ้นแท่นอันดับ 1 รายการที่มีผู้ชมมากที่สุดช่วงไพรม์ไทม์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปลี่ยนงานบ่อย บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรดี | เงินทองของจริง EP.152 | THE STANDARD https://thestandard.co/real-money-real-life-152/ Tue, 07 Feb 2023 02:00:40 +0000 https://thestandard.co/?p=746276

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นสิ่งที่ดีในการช่วยเก็บออม แต […]

The post ชมคลิป: เปลี่ยนงานบ่อย บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรดี | เงินทองของจริง EP.152 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นสิ่งที่ดีในการช่วยเก็บออม แต่ในโลกยุคใหม่ที่มีโอกาสเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อความก้าวหน้า เราจะจัดการกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด

 

รายการ เงินทองของจริง การเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์ครั้งแรกของ THE STANDARD ทางช่อง 7HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.05-09.15 น. หลังรายการ สนามข่าว 7 สี ดำเนินรายการโดย โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: เปลี่ยนงานบ่อย บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรดี | เงินทองของจริง EP.152 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เป็นหนี้ กยศ. อยากหมดหนี้เร็ว ๆ ต้องทำอย่างไร l เงินทองของจริง EP.151 | THE STANDARD https://thestandard.co/real-money-real-life-151/ Mon, 06 Feb 2023 02:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=746272

เรียนจบมาพร้อมหนี้ก้อนโต ถือเป็นภาระหนักของชีวิตในวัยเร […]

The post ชมคลิป: เป็นหนี้ กยศ. อยากหมดหนี้เร็ว ๆ ต้องทำอย่างไร l เงินทองของจริง EP.151 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรียนจบมาพร้อมหนี้ก้อนโต ถือเป็นภาระหนักของชีวิตในวัยเริ่มต้นทำงาน มันมีวิธีไหนบ้างที่จะหมดภาระหนี้ กยศ. ให้ไวที่สุด

 

รายการ เงินทองของจริง การเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์ครั้งแรกของ THE STANDARD ทางช่อง 7HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.05-09.15 น. หลังรายการ สนามข่าว 7 สี ดำเนินรายการโดย โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: เป็นหนี้ กยศ. อยากหมดหนี้เร็ว ๆ ต้องทำอย่างไร l เงินทองของจริง EP.151 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน | เงินทองของจริง EP.150 | THE STANDARD https://thestandard.co/real-money-real-life-150/ Fri, 03 Feb 2023 02:00:23 +0000 https://thestandard.co/?p=743519

เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน ทำอย่างไรได้บ้าง การทำสัญญากู้ย […]

The post ชมคลิป: เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน | เงินทองของจริง EP.150 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน ทำอย่างไรได้บ้าง การทำสัญญากู้ยืมจำเป็นไหม การฟ้องร้องควรมีหลักฐานอะไรบ้าง

 

 

รายการ เงินทองของจริง การเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์ครั้งแรกของ THE STANDARD ทางช่อง 7HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.05-09.15 น. หลังรายการ สนามข่าว 7 สี ดำเนินรายการโดย โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

The post ชมคลิป: เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน | เงินทองของจริง EP.150 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เพิ่มสภาพคล่องด้วยการใช้สินเชื่อได้ไหม l เงินทองของจริง EP.148 | THE STANDARD https://thestandard.co/real-money-real-life-148/ Wed, 01 Feb 2023 02:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=743505

มีหนี้บ้าน หนี้รถ แล้วผ่อนไม่ไหว ควรกู้สินเชื่อเพื่อนำม […]

The post ชมคลิป: เพิ่มสภาพคล่องด้วยการใช้สินเชื่อได้ไหม l เงินทองของจริง EP.148 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีหนี้บ้าน หนี้รถ แล้วผ่อนไม่ไหว ควรกู้สินเชื่อเพื่อนำมาผ่อนดีไหม หรือมีวิธีไหนที่ทำให้ไม่เสียเครดิตในกรณีที่ผ่อนไม่ไหว 

 

รายการ เงินทองของจริง การเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์ครั้งแรกของ THE STANDARD ทางช่อง 7HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.05-09.15 น. หลังรายการ สนามข่าว 7 สี ดำเนินรายการโดย โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

The post ชมคลิป: เพิ่มสภาพคล่องด้วยการใช้สินเชื่อได้ไหม l เงินทองของจริง EP.148 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>