ไวน์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ไวน์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Nov 2025 10:17:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้านอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบเวียดนาม ปกป้องสุขภาพคนไทย https://thestandard.co/tax-imported-alcohol-like-vietnam/ Wed, 12 Nov 2025 10:17:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1142534 ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้า นอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบ **เวียดนาม** ปกป้องสุขภาพคนไทย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน นำโดยมู […]

The post ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้านอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบเวียดนาม ปกป้องสุขภาพคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้า นอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบ **เวียดนาม** ปกป้องสุขภาพคนไทย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน นำโดยมูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเมาไม่ขับ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายงดเหล้า จัดเวทีสาธารณะเรื่อง ‘ผลกระทบและข้อเสนอภาคประชาชนต่อการเจรจาการค้า FTA Thai–EU กรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์’ พร้อมการแสดงละครสั้น ‘ยักษ์น้ำเมาอียู’ สะท้อนภัยจากทุนแอลกอฮอล์ยุโรปที่อาจทะลักเข้าสู่สังคมไทย

 

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี เปิดเผยผลศึกษาร่วมกับนักวิชาการว่า หลังหลายประเทศ เช่น เอกวาดอร์ โคลอมเบีย เปรู และเกาหลีใต้ ลงนาม FTA กับอียู ปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าพุ่งขึ้นถึง 100-300% ภายใน 7-10 ปี เนื่องจากยุโรปมีความได้เปรียบด้านอุตสาหกรรมสุราและเบียร์ การลดภาษีเหลือศูนย์ทำให้ราคาถูกลง 20-25% กระตุ้นให้เกิดการดื่มเพิ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบด้านสุขภาพและสังคมในไทย

 

ด้านนพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระบุว่า การลดภาษีศุลกากรนำเข้าไวน์และสุราจากยุโรปส่งผลให้ราคาถูกลงจริง และสัญญาณการบริโภคเพิ่มขึ้นเริ่มเห็นชัดจากยอดเก็บภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่ากฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่จะต้องบังคับใช้เท่าเทียมกับสินค้าทั้งในและต่างประเทศ แต่ต้องระวังไม่ให้มาตรการกลายเป็นอุปสรรคทางการค้า

 

รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เสริมว่า หากไทยยอมตามเงื่อนไข FTA กับอียู อาจทำให้เหล้า เบียร์ และไวน์ราคาถูกทะลักเข้าตลาดไทยมากขึ้น ในขณะที่ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่เพิ่งมีผลใช้เมื่อ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลับผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการประชาสัมพันธ์ จึงเสี่ยงต่อการเพิ่มจำนวนนักดื่มและปัญหาสุขภาพในวงกว้าง

 

สุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ระบุว่า การผ่อนคลายกฎหมายใหม่เมื่อมารวมกับ FTA ไทย-อียู ‘กลายเป็นขนมจีนผสมน้ำยา’ เพราะทั้งสองปัจจัยจะยิ่งทำให้แอลกอฮอล์ราคาถูกและเข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมเสนอให้รัฐเข้มงวดบทลงโทษเมาแล้วขับและควบคุมการขายให้เด็ดขาดเหมือนประเทศยุโรป เกาหลี หรือสิงคโปร์

 

ขณะที่ Mr. Son Dao จาก Vital Strategies ยกกรณีศึกษาประเทศเวียดนามที่ภายใต้ข้อตกลง EVFTA ได้ออกมาตรการเพิ่มภาษีสรรพสามิตจาก 65% เป็น 90% ภายใน 4 ปี เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพ ซึ่งไทยควรพิจารณาแนวทางเดียวกันในการปกป้องสุขภาพประชาชน

The post ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้านอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบเวียดนาม ปกป้องสุขภาพคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์ใหม่ ‘ไวน์’ สุนัข-แมว ไอเทมใหม่จากนิวซีแลนด์ เตรียมขยายตลาดบุกเอเชีย https://thestandard.co/new-zealand-pet-friendly-wines/ Sun, 21 Sep 2025 05:39:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1121161

ธุรกิจไวน์สำหรับสัตว์เลี้ยงในนิวซีแลนด์กำลังเติบโตอย่าง […]

The post เทรนด์ใหม่ ‘ไวน์’ สุนัข-แมว ไอเทมใหม่จากนิวซีแลนด์ เตรียมขยายตลาดบุกเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธุรกิจไวน์สำหรับสัตว์เลี้ยงในนิวซีแลนด์กำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ ล่าสุดมีสตาร์ทอัปเปิดตัวไวน์ไร้แอลกอฮอล์เพื่อสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ Muttley’s Estate ซึ่งเป็นมิตรต่อทั้งแมวและสุนัข โดยใช้แคตนิปเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปรับอารมณ์ให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข

 

John Roberts หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท กล่าวว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากแนวโน้มที่ผู้คนหันมาดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น และพบว่าการได้พักผ่อนพร้อมสัตว์เลี้ยงและจิบไวน์ด้วยกันสามารถสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ นอกจากนี้ ด้วยชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ในฐานะผู้ผลิตไวน์ชั้นนำ จึงมองเห็นโอกาสในการทำตลาดไวน์เพื่อสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน

 

Roberts ยังชี้ให้เห็นว่าหลังสถานการณ์โควิด เจ้าของสัตว์เลี้ยงเผชิญความเครียดมากขึ้น ซึ่งสัตว์เลี้ยงเองก็ได้รับผลกระทบจากความวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากเจ้าของ ขณะกลับไปทำงานนอกบ้านหลังล็อกดาวน์ ดังนั้นผลิตภัณฑ์นี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาความเครียดให้สัตว์เลี้ยง

 

ส่วนที่มาของชื่อแบรนด์ Muttley’s Estate มาจากสัตว์เลี้ยงในวัยเด็กของผู้ก่อตั้ง โดยมีชื่อไวน์ เช่น Sauvignon Bark และ Purrno Noir จุดเด่นของแบรนด์คือการเลือกใช้แคตนิปเป็นส่วนผสมหลัก แตกต่างจากคู่แข่งที่มักใช้ซุปกระดูก ซึ่งแคตนิปช่วยกระตุ้นให้อารมณ์ของแมวและสุนัขดีขึ้นและผ่อนคลาย

 

ทั้งนี้ ไวน์สำหรับสัตว์เลี้ยงของ Muttley’s Estate มีราคาอยู่ที่ 12.99 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 242 บาท) ต่อขวดขนาด 150 มิลลิลิตร ปัจจุบันจำหน่ายเฉพาะในนิวซีแลนด์ และได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากลูกค้า หลายรีวิวระบุว่าสุนัขเครียดน้อยลง และแมวกลับมาเล่นสนุกเหมือนลูกแมวอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการตอบสนองความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่

 

ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเจรจาขยายตลาดไปยังออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และตลาดเอเชียที่มีศักยภาพสูงเพิ่มขึ้นด้วย

 

ต้องจับตาดูว่าจะขยายมาในประเทศไทยด้วยหรือไม่ เพราะตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยก็ยังมีแนวโน้มการเติบโต จากตัวเลขในปี 2025 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 71,000 ล้านบาทเติบโตขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า และที่สำคัญแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์ในลักษณะ ‘Pet Parent’ กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยง

 

ภาพ: Muttley’s Estate

 

อ้างอิง:

The post เทรนด์ใหม่ ‘ไวน์’ สุนัข-แมว ไอเทมใหม่จากนิวซีแลนด์ เตรียมขยายตลาดบุกเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Villeroy & Boch แบรนด์จาน ชาม แก้วเซรามิกสุดลักชัวรีเปิดช็อปแรกในไทยแล้ว https://thestandard.co/life/villeroyboch-central-chidlom/ Tue, 16 Sep 2025 01:00:30 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1119577

บอกข่าวสำหรับคนอยากกินข้าวแบบติดแกลม แบรนด์เซรามิกสุดลั […]

The post Villeroy & Boch แบรนด์จาน ชาม แก้วเซรามิกสุดลักชัวรีเปิดช็อปแรกในไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

บอกข่าวสำหรับคนอยากกินข้าวแบบติดแกลม แบรนด์เซรามิกสุดลักชัวรีจากเยอรมนี ‘Villeroy & Boch (วิลเลรอย แอนด์ บอค)’ มาเปิดช็อปแรกในประเทศไทยแล้ว ณ เซ็นทรัล ชิดลม

 

Villeroy & Boch เป็นแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานเกือบ 280 ปี และได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและของแต่งบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อีกทั้งมีความโดดเด่นจากการผสมผสานงานฝีมือเข้ากับดีไซน์ที่เรียบหรูร่วมสมัย ผลิตภัณฑ์ของ Villeroy & Boch จึงมีเอกลักษณ์และเป็นมากกว่าข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน โดยแบรนด์มีสินค้าให้เลือกซื้อตั้งแต่จาน ชาม ชุดน้ำชา แก้วไวน์ ไปจนถึงแจกัน 

 

อีกทั้งสินค้าแทบทุกชิ้นผลิตขึ้นจากวัสดุ Premium Porcelain ที่มีทั้งความงดงามและความทนทานด้วย โดยสินค้าที่ใช้วัสดุนี้จะมีเนื้อสีขาวขุ่นคล้ายงาช้าง บางเบาแต่แข็งแรง และทนความร้อนได้สูงมาก 

 

โดยคอลเลกชันที่น่าสนใจ อาทิ La Boule ที่สามารถแยกออกมาเป็นได้ทั้งชุดจานสำหรับสองคน หรือเป็นของแต่งบ้านที่วางซ้อนกันเป็นทรงกลมได้อย่างสวยงามเมื่อไม่ได้ใช้งาน

 

ถ้าใครมีความฝันอยากนั่งกินข้าวอย่างสมฐานะหรือให้รางวัลตัวเองด้วยการกินเมนูโปรดบนจานพิเศษ สามารถลองไปสัมผัสของจริงหรือดูสินค้าคอลเลกชันอื่นๆ ของแบรนด์ @villeroyboch.thailand ได้ที่สโตร์สาขาแรกในไทย ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชิดลม

 

 

ภาพ: Villeroy & Boch

The post Villeroy & Boch แบรนด์จาน ชาม แก้วเซรามิกสุดลักชัวรีเปิดช็อปแรกในไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cellar Cinema Series ชวนมาดูหนัง จิบไวน์ ในค่ำคืนพิเศษ https://thestandard.co/life/cellar-cinema-series/ Fri, 11 Jul 2025 12:45:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1095578

ใครที่กำลังมองหากิจกรรมยามเย็นที่ไม่เร่งรีบในบรรยากาศดี […]

The post Cellar Cinema Series ชวนมาดูหนัง จิบไวน์ ในค่ำคืนพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครที่กำลังมองหากิจกรรมยามเย็นที่ไม่เร่งรีบในบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้ค่ำคืนธรรมดาๆ กลายเป็นอีกหนึ่งคืนพิเศษ เราอยากชวนมานั่งเอกเขนก จิบไวน์เพลินๆ พลางดูหนัง กันที่ ‘The Cellar at Mahanakhon’ ไวน์บาร์กลางเมือง ย่านสาทร เพราะทุกวันพุธสุดท้ายของเดือน มีกิจกรรมพิเศษ  ‘Cellar Cinema Series’ ที่ ฉายภาพยนตร์คลาสสิกที่เลือกมาแล้วว่าเหมาะกับการดูในบรรยากาศสบายๆ ซึ่งก็มีทั้งโรแมนติก คอมเมดี้ ไปจนถึงแฟนตาซีและไซไฟ เช่น Clueless, Meet the Parents, Back to the Future, Notting Hill และ How the Grinch Stole Christmas เรียกได้ว่าคัดมาให้เหมาะกับทั้งดูกับเพื่อน กับครอบครัว หรือใครบางคนที่อยากใช้เวลาร่วมกัน

 

 

สำหรับคอไวน์ บอกเลยว่า The Cellar คือหนึ่งในร้านที่ตอบโจทย์มาก ทั้งในแง่ของบรรยากาศและคุณภาพของไวน์ ที่นี่เป็นไวน์บาร์ที่มีไวน์ให้เลือกจากไร่องุ่นหลากหลายแห่งทั่วโลก ทั้งฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และอื่นๆ โดยเฉพาะ Wine by Glass ที่ราคาดีมากๆ แต่คุณภาพเกินราคา นอกจากตัวไวน์ที่คัดมาดีแล้ว ยังมี Head Sommelier ประจำร้านที่ช่วยแนะนำไวน์ให้เหมาะกับอาหาร หรือเลือกตามความชอบส่วนตัวได้เลย ทำให้การดื่มไวน์ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่ได้ลองอะไรใหม่ๆ ทุกครั้งที่มา

 

 

ทว่าสิ่งที่ทำให้เราประทับใจมากที่สุด คือ อาหาร  เพราะที่ The Cellar เราสามารถสั่งเมนูเด็ดจากร้านต่างๆ ภายใน Mahanakhon Eatery ขึ้นมากินด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็น Greyhound, Hoshi, Get Fresh หรือ Babyccino เลือกมากินคู่กับไวน์ได้อย่างอิสระ ใครที่ชอบกินอาหารหลากหลาย ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกร้านให้เสียเวลา เพราะไม่ว่าจะเป็นไทย ญี่ปุ่น หรือ อิตาเลียน ที่นี่ก็มีครบจบในที่เดียว

 

 

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดจึงทำให้ Cellar Cinema Series เป็นมากกว่ากิจกรรมดูหนัง แต่การใช้เวลาในคืนที่อบอุ่นแบบไม่เร่งรีบ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากกิจกรรมเดิมๆ ลองแวะมาดูหนัง จิบไวน์ และเลือกอาหารในแบบที่ชอบ อาจจะพบความพิเศษที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กิจกรรมไหน และอาจจะกลายเป็นเหตุผลให้เฝ้ารอพุธสุดท้ายของเดือนอยู่ก็ได้!

 

ภาพ: ณัฐนิชา หมั่นหาดี

 


 

The Cellar

Location: อาคาร Mahanakhon CUBE ชั้น G

Open: ทุกวัน เวลา 14.00 – 22.00 น. (กิจกรรมดูหนังจัดทุกวันพุธสุดท้ายของเดือน)

Budget: 500-1,000 บาท

Facebook: www.facebook.com/mahanakhoncube 

Instagram: www.instagram.com/mahanakhoncube

Map: https://maps.app.goo.gl/E5NXEHkoSWgvb2SJ7

 

 

The post Cellar Cinema Series ชวนมาดูหนัง จิบไวน์ ในค่ำคืนพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Feral Wine Bar ไวน์บาร์ของคนเก๋ย่านทองหล่อที่อยากจิบดริงก์ชิลๆ กินอาหารรสชาติดี https://thestandard.co/life/feral-wine-bar/ Fri, 18 Apr 2025 06:03:35 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1065668 Feral Wine Bar

ใครอยากเปลี่ยนไวบ์มานั่งแฮงเอาต์กับเพื่อนหรือแฟนแบบชิลๆ […]

The post Feral Wine Bar ไวน์บาร์ของคนเก๋ย่านทองหล่อที่อยากจิบดริงก์ชิลๆ กินอาหารรสชาติดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Feral Wine Bar

ใครอยากเปลี่ยนไวบ์มานั่งแฮงเอาต์กับเพื่อนหรือแฟนแบบชิลๆ ให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง ลองชวนกันแวะมาที่ Feral Wine Bar ร้านไวน์บรรยากาศคลาสสิกที่ซ่อนอยู่บนชั้น 2 ในโครงการ 72 Courtyard ซอยทองหล่อ ซึ่งเราว่าเหมาะกับคืนไหนที่อยากนั่งกินอาหาร จิบไวน์สบายๆ มากกว่า (ส่วนจะแวะไปปาร์ตี้ต่อไหมค่อยว่ากัน) 

 

 

Feral Wine Bar เป็นร้านไวน์ที่มาพร้อมอาหารจริงจัง เสิร์ฟในบรรยากาศสบายๆ แต่ก็มีมุมสนุก เพราะร้านมีโต๊ะทั้งด้านในและด้านนอก หากใครอยากคุยสนุกกับเพื่อนหรือหาคอมมูนิตี้ใหม่ๆ เผื่อจะเจอคนคอเดียวกัน เราเชื่อว่าต้องชอบบรรยากาศที่นี่แน่นอน เพราะหากวันไหนร้านมีดนตรีสด หรือแดนซ์คลับที่อยู่ประตูถัดไปมีอีเวนต์พิเศษ ในคืนนั้นบรรยากาศจะคึกคักจนทุกคนลืมเวลาไปเลย

 

ส่วนเมนูอาหารทั้งกลางวันและกลางคืนที่ร้านเพิ่งทำใหม่ทั้งหมด Feral ได้เฮดเชฟชาวเอเชียผู้เติบโตในแถบละตินมาเป็นผู้ดีไซน์ทั้งเมนูและรสชาติ แต่ละจานจึงมีเอกลักษณ์ หลากหลาย และกินสนุก เนื่องจากเชฟอยากให้เมนูกินได้ทั้งคนเดียวอิ่มและแชริ่งสำหรับมาหลายคน

 

 

จานที่เราชอบมีหลายเมนูเลย อาทิ Tartare Toast (210 บาท) โทสต์เนื้อวัวทาร์ทาร์บนโชกุปัง Pig Trotter Croquette (290 บาท) คร็อกเกแก้มหมูกับซอสมัสตาร์ดผสมมิโซะแดง หรือ Pork Cheek Mezze Maniche (280 บาท) พาสต้าแก้มหมูนุ่มๆ กับซอสพริกหยวกและมีความเผ็ดร้อนเล็กๆ จากพริกไทยให้กินแล้วไม่เลี่ยน

 

แต่ที่ไม่อยากให้พลาดเด็ดขาดต้องยกให้ของหวาน Cloves Infuesd Chocolate Mousse (250 บาท) ช็อกโกแลตมูสเนื้อนุ่มแน่นที่หลายคนอาจติดใจ ถ้าใครเป็นสายช็อกโกแลตนี่เป็นอีกร้านที่ทุกคนต้องมาลองให้ได้

 

 

Feral Wine Bar

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น. สำหรับมื้อสาย Brunch วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป (วันพุธ-เสาร์ ปิดเวลา 03.00 น.) 

Contact: 72 Courtyard

Address: ชั้น 2 ในโครงการ 72 Courtyard 

Budget: 1,000-2,000 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/yJeLvPrBHfQNFXEe8 

 

The post Feral Wine Bar ไวน์บาร์ของคนเก๋ย่านทองหล่อที่อยากจิบดริงก์ชิลๆ กินอาหารรสชาติดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท็อปส์เปิดโมเดลไฮบริด นำร้านสะดวกซื้อมารวมร้านไวน์ นำร่องแล้วที่ภูเก็ต ตั้งเป้าขยาย 20-25 สาขา ภายในปี 2568 https://thestandard.co/tops-daily-hybrid-wine-cellar-model-phuket/ Tue, 18 Mar 2025 09:55:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1053553 ร้านท็อปส์เดลี่ไฮบริดโมเดลผสมผสานกับท็อปส์ไวน์เซลล่าร์ที่ลากูน่าภูเก็ต

จากการที่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยยังคงมีอัตราการแ […]

The post ท็อปส์เปิดโมเดลไฮบริด นำร้านสะดวกซื้อมารวมร้านไวน์ นำร่องแล้วที่ภูเก็ต ตั้งเป้าขยาย 20-25 สาขา ภายในปี 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านท็อปส์เดลี่ไฮบริดโมเดลผสมผสานกับท็อปส์ไวน์เซลล่าร์ที่ลากูน่าภูเก็ต

จากการที่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยยังคงมีอัตราการแข่งขันที่สูงจากอานิสงส์เทรนด์การบริโภคใหม่ๆ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย และการเติบโตขึ้นของภาคการท่องเที่ยว โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 6.38 แสนล้านบาท ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อดึงฐานลูกค้า

 

เพื่อสู้สังเวียนธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่มีการแข่งขันสูง สำหรับ ‘ท็อปส์ เดลี่’ เห็นโอกาสทางธุรกิจจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากการคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะมีนักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 35.54 ล้านคน ซึ่งมาพร้อมดีมานด์สินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 13% ในพัทยาและภูเก็ต

 

เกิดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ ‘TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR’ เป็นร้านสะดวกซื้อไฮบริดโมเดลที่รวมแบรนด์ท็อปส์ เดลี่ มินิซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีจุดแข็งในเรื่องของสินค้าอุปโภค-บริโภคหลากหลาย เข้ากับสเปเชียลตี้สโตร์อย่างท็อปส์ ไวน์ เซลล่าร์ ซึ่งมีการคัดสรรไวน์โดยทีมผู้เชี่ยวชาญการจัดซื้อไวน์ จำหน่ายไวน์พรีเมียมและไวน์เอกสิทธิ์โดยตรงจากโรงบ่มไวน์ชั้นนำในราคาที่คุ้มค่า

 

โมเดลนี้ได้นำร่องเปิดตัวสาขาแรกที่ท็อปส์ เดลี่ ลากูน่า วิลเลจ จังหวัดภูเก็ต โดยเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2567 ซึ่งได้ขยายไลน์กลุ่มสินค้าแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ ไวน์ และสุรา จาก 240 รายการ เพิ่มขึ้นเป็น 700 รายการ พร้อมทั้งจัดพื้นที่เป็นโซนพิเศษโดยเฉพาะ

 

“เรามั่นใจได้ว่าไฮบริดโมเดลนี้จะดึงความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวและลูกค้าในพื้นที่ได้ สะท้อนจากความสำเร็จของสาขาท็อปส์ เดลี่ ลากูน่า วิลเลจ ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเห็นได้จากยอดขายเฉลี่ยต่อวันของท็อปส์ เดลี่ ลากูน่า วิลเลจ สูงกว่ายอดขายที่คาดการณ์ไว้ถึง 37% โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสูงถึง 60%” สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล ระบุ

 

เมทินี พิศุทธิ์สินธพ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโมเดลไฮบริด TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR ได้ทดลองเปิดให้บริการเฟสแรกแล้วรวม 13 สาขาในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว

 

ได้แก่ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และพัทยา เพื่อทำความเข้าใจและศึกษาถึงการตอบรับของลูกค้าได้อย่างแท้จริงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งนอกจากการนำร้าน TOPS WINE CELLAR เข้ามาผนวกแล้ว ที่ท็อปส์ เดลี่ สาขาในยาง จังหวัดภูเก็ต ยังได้เพิ่มสีสันด้วยการผนึกร้าน The Baker Café เข้าด้วยกัน

 

“เรามีเป้าหมายที่จะขยายโมเดลดังกล่าวเพิ่มขึ้น 20-25 สาขา ภายในปี 2568” เมทินีระบุ

The post ท็อปส์เปิดโมเดลไฮบริด นำร้านสะดวกซื้อมารวมร้านไวน์ นำร่องแล้วที่ภูเก็ต ตั้งเป้าขยาย 20-25 สาขา ภายในปี 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พายุถล่ม ‘วงการไวน์โลก’ ราคาไร่องุ่นดิ่ง 30% อุปทานล้นตลาด คนรุ่นใหม่เมิน ‘ไวน์’ วิกฤตซ้ำเติมผู้ผลิต https://thestandard.co/wine-industry-crisis-2025/ Thu, 06 Mar 2025 05:28:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1049211 wine-industry-crisis-2025

วงการไวน์โลกกำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ รายงานล่าสุดจา […]

The post พายุถล่ม ‘วงการไวน์โลก’ ราคาไร่องุ่นดิ่ง 30% อุปทานล้นตลาด คนรุ่นใหม่เมิน ‘ไวน์’ วิกฤตซ้ำเติมผู้ผลิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
wine-industry-crisis-2025

วงการไวน์โลกกำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ รายงานล่าสุดจาก Knight Frank บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ชี้ให้เห็นว่าราคาไร่องุ่นทั่วโลกกำลังร่วงระนาว บางแห่งดิ่งลงถึงหนึ่งในสาม หรือกว่า 30% ในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากอุปทานไวน์ล้นตลาดสวนทางกับความต้องการบริโภคที่ลดลงอย่างน่าใจหาย

 

Knight Frank ระบุในรายงานความมั่งคั่งล่าสุดว่า “ภูมิภาคไร่องุ่นสำคัญๆ ของโลกแทบไม่มีที่ใดรอดพ้นจากผลกระทบ” จากการบริโภคไวน์ที่ซบเซาโดยเสริมว่า การบริโภคไวน์ทั่วโลก ‘ลดลง’ ถึง 12% จากจุดสูงสุดในปี 2007

 

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่สาหัสที่สุด Kurt Lindsay จาก Bayleys พันธมิตรท้องถิ่นของ Knight Frank เผยว่า ราคาไร่องุ่นในภูมิภาค Marlborough ของนิวซีแลนด์ทรุดลงถึง 33% เมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่เคยพุ่งสูงสุดในปี 2023 ขณะที่ราคาในภูมิภาค Napa Valley รัฐแคลิฟอร์เนีย ลดลง 15% ส่วนไร่องุ่นใน Barossa Valley ของออสเตรเลีย และ Côtes du Rhone ของฝรั่งเศส ราคาร่วงลงเท่ากันที่ 10%

 

ผู้ผลิตไวน์กำลังต่อสู้กับรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ที่หันไปดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ หรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์ไปเลย ข้อมูลจาก Nielsen ชี้ว่า คน Gen Z ในฝรั่งเศส ดื่มไวน์ต่อหัว ‘เพียงครึ่งเดียว’ เมื่อเทียบกับคนรุ่น Millennials ตอนปลาย

 

อุตสาหกรรมไวน์ยังต้องเผชิญกับอุปสงค์ที่ลดลงอย่างฮวบฮาบจากจีนหนึ่งในตลาดส่งออกหลัก รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาองุ่นล้นตลาดในบางภูมิภาค

 

Knight Frank ระบุว่า การผลิตไวน์ลดลงไปแล้วถึงหนึ่งในห้าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่ผู้ผลิตไวน์จำนวนมากยังคงกอดสต็อกสินค้าที่ล้นเกินไว้ สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาไวน์ ‘bulk’ หรือไวน์ที่ขนส่งในตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ และนำไปบรรจุขวด ณ จุดหมายปลายทาง

 

Lindsay กล่าวว่า สินค้าคงค้างที่ล้นในภูมิภาค Marlborough ของนิวซีแลนด์ ทำให้ราคาไวน์ bulk ‘ดิ่ง’ ลงจาก 7 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือราว 133 บาท เหลือเพียง 3 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือราว 57  บาทต่อลิตร

 

Eduardo Jordán หัวหน้าทีมผลิตไวน์ที่ Miguel Torres เผยกับ Financial Times ว่า ในชิลีราคาองุ่นพันธุ์ País สำหรับทำไวน์ bulk ตกต่ำเหลือเพียง 9 เซนต์สหรัฐ หรือราว 3 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อปีที่แล้วซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ครึ่งหนึ่ง

อุปสงค์ที่ซบเซาส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตไวน์ในตลาดหลักทรัพย์ 

 

รวมถึง Constellation Brands ในสหรัฐฯ และ Treasury Wine Estates ในออสเตรเลีย Timothy Ford ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Treasury Wine Estates กล่าวในการแถลงผลประกอบการในช่วง 6 เดือนสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2024 ว่า ยอดขาย “กลุ่มผลิตภัณฑ์ไวน์พรีเมียมและไวน์ทั่วไปของเราลดลงประมาณ 5%” โดยบริษัทชี้ไปที่ “อุปสงค์ไวน์ระดับราคาล่างที่ยังคงอ่อนแอทั่วโลก”

 

Garth Hankinson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Constellation Brands กล่าวในการแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนมกราคมว่า อุปสงค์ที่อ่อนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ‘กลุ่มไวน์ราคาถูกกว่า’ และปัญหาที่ผู้ค้าปลีกที่ต้องดิ้นรนในการระบายสินค้าคงคลัง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดส่งมอบไวน์และสุราลดลง 16.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในไตรมาสที่ 3 ของบริษัท

 

Jordán กล่าวว่า ผู้ผลิตองุ่นบางราย กำลัง ‘หัน’ ไปปลูกผลไม้หรือผักแทน เนื่องจากอุปสงค์ไวน์ที่ตกต่ำ “ทางตอนเหนืออากาศ ‘แห้งแล้ง’ มาก เช่นนั้นจึงสามารถหันไปปลูกมะกอกได้ ใกล้ๆ กับเราใน Curico เชอร์รีเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด”

 

Knight Frank ระบุว่า ในภูมิภาค Mendoza ของอาร์เจนตินาไร่องุ่นกำลังถูกแทนที่ด้วยพืชผัก โดยกระเทียมกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคไปแล้ว การเปลี่ยนพืชเพาะปลูก ไปปลูกมะกอก หรือแม้แต่แผงโซลาร์เซลล์ ยังกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นใน Bordeaux ซึ่งผู้ผลิตไวน์ระดับล่างต้องดิ้นรนอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

 

ถึงแม้ว่าราคาไร่องุ่นทั่วโลกหลายแห่งจะตกต่ำ แต่ไร่องุ่นระดับพรีเมียมยังคงรักษามูลค่าไว้ได้ รวมถึงภูมิภาค Champagne ของฝรั่งเศส ในสหราชอาณาจักร เจ้าของไร่องุ่นใน Essex ได้รับอานิสงส์จากราคาที่พุ่งขึ้น 20% เมื่อปีที่แล้ว

 

Knight Frank เสริมว่า รูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปกำลังส่งเสริมบางภูมิภาค “เรากำลังเห็นราคาไร่องุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้นในเขตปกครอง เช่น Essex ที่ผู้ปลูกกำลังทดลององุ่นพันธุ์ต่างๆ เพื่อสร้างไวน์ Rosé และไวน์แดงแบบ Still Wine”

 

อ้างอิง:

The post พายุถล่ม ‘วงการไวน์โลก’ ราคาไร่องุ่นดิ่ง 30% อุปทานล้นตลาด คนรุ่นใหม่เมิน ‘ไวน์’ วิกฤตซ้ำเติมผู้ผลิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ เปิดตัวแบรนด์ไวน์ของตัวเองในชื่อ The Special One https://thestandard.co/mourinho-the-special-one-wine/ Mon, 20 Jan 2025 12:31:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1032351

ดูเหมือนยุคนี้อาชีพเดียวไม่พอจริงๆ เมื่อล่าสุด โชเซ มูร […]

The post โชเซ มูรินโญ เปิดตัวแบรนด์ไวน์ของตัวเองในชื่อ The Special One appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดูเหมือนยุคนี้อาชีพเดียวไม่พอจริงๆ เมื่อล่าสุด โชเซ มูรินโญ กุนซือจอมเก๋าวัย 61 ปีที่ปัจจุบันรับงานคุมทีมเฟเนร์บาห์เชในลีกตุรกี เปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไวน์ในชื่อ The Special One ซึ่งมาจากฉายาในวงการลูกหนังของเจ้าตัวเอง

 

โดยไวน์ของมูรินโญได้รับการเปิดตัวบน Instagram ของเขาเอง พร้อมข้อความที่แสดงถึงความภาคภูมิใจในการนำเสนอไวน์ขวดนี้ต่อแฟนๆ โดยระบุว่า “ในฐานะคนที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ คุณภาพ และความเป็นเลิศในทุกความพยายาม 

 

“ผมภูมิใจที่จะนำเสนอไวน์ของตัวเอง ‘The Special One’ ไวน์นี้คัดสรรมาจากภูมิภาคที่ผมชื่นชอบแห่งหนึ่งในโปรตุเกส มันสะท้อนถึงจิตวิญญาณของบ้านเกิดและความปรารถนาอันแรงกล้าในตัวผมที่จะเพลิดเพลินกับทุกช่วงเวลาในชีวิต ไวน์นี้ผลิตขึ้นด้วยความหลงใหลและการเอาใจใส่ นี่จึงเป็นของขวัญที่ส่งต่อจากคนพิเศษถึงคนพิเศษ”

 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไวน์ The Special One ของ โชเซ มูรินโญ เปิดให้พรีออร์เดอร์ทางลิงก์ที่อยู่บน Bio ของ Instagram ในชื่อ josemourinho

 

อ้างอิง:

The post โชเซ มูรินโญ เปิดตัวแบรนด์ไวน์ของตัวเองในชื่อ The Special One appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกาศห้ามขายเหล้าวันพระ แก้ปัญหาไม่ตรงจุดและไม่ยุติธรรม https://thestandard.co/buddhist-day-alcohol-ban/ Wed, 15 Jan 2025 14:00:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1030934 buddhist-day-alcohol-ban

การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องสำคัญ   เคร […]

The post ประกาศห้ามขายเหล้าวันพระ แก้ปัญหาไม่ตรงจุดและไม่ยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
buddhist-day-alcohol-ban

การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องสำคัญ

 

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะเป็นเหล้า ไวน์ หรือเบียร์ เป็นที่ทราบกันดีว่าเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล เป็นของบริโภคที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องวัฒนธรรมของการกินดื่มรวมไปถึงการสังสรรค์และพบปะสมาคม อีกทั้งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย

 

ในขณะเดียวกัน อีกมุมหนึ่งของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็คือการเป็นปัจจัยที่สร้างปัญหาด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ และการก่ออาชญากรรม ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น หากแต่เป็นปัญหาที่สังคมต้องเผชิญกับความเสี่ยงและแบกรับภาระหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา

 

ความใส่ใจต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ดังจะเห็นได้จากการที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลง Global Alcohol Action Plan 2022-2030 หรือแผนปฏิบัติการแอลกอฮอล์ระดับโลก 2022-2030 เพื่อที่จะเร่งรัดกลยุทธ์ต่างๆ และประสานความร่วมมือในวงกว้างเกี่ยวกับการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ โดยเป้าหมายสำคัญของการจัดการหรือควบคุมคือ ‘การบริโภคแอลกอฮอล์ในระดับอันตราย’ หรือที่องค์การอนามัยโลกเจาะจงใช้คำว่า ‘Harmful Use of Alcohol’

 

สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันมีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หนึ่งในมาตรการล่าสุดที่มีการยกเลิกประกาศเก่าแล้วออกประกาศใหม่คือ มาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาพุทธ หรือที่มักรู้จักกันว่าเป็นประกาศห้ามขายเหล้าในวันพระสำคัญ ที่ฉบับปัจจุบันเพิ่งออกมาใหม่เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2567

 

มาตรการห้ามขายเหล้าในวันสำคัญทางศาสนาพุทธ

 

ประกาศฉบับล่าสุดที่เป็นมาตรการห้ามขายเหล้าในวันสำคัญทางศาสนาพุทธมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2567’ ประกาศฉบับนี้ยกเลิกประกาศฉบับก่อนหน้า ซึ่งก็คือประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 โดยประกาศล่าสุดระบุว่า ‘ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป’ ซึ่งเมื่อประกาศฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ย่อมหมายความว่าประกาศฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567

 

เนื้อหาของมาตรการตามประกาศฉบับล่าสุดนี้กำหนดว่า ‘ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นการขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ’ ซึ่งจะเห็นได้ว่าห้ามขายเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาพุทธ 5 วัน แต่มีข้อยกเว้นให้ขายได้ถ้าเป็นการขายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ หรือพวก International Airport นั่นเอง สนามบินดังกล่าวก็เช่น สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ

 

สำหรับประกาศฉบับก่อนหน้าที่เพิ่งถูกยกเลิกไป ระบุว่า ‘ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ’

 

เมื่อเทียบกันแล้วจะพบว่า ประกาศฉบับใหม่แตกต่างจากฉบับเก่าในส่วนของข้อยกเว้นที่อนุญาตให้ขายได้กว้างกว่าเดิม กล่าวคือไม่จำกัดแค่การขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรในสนามบินนานาชาติเท่านั้นอีกต่อไป

 

เมื่อพิจารณาข้อห้ามตามประกาศดังกล่าวแม้เพียงแวบแรก ก็จะสังเกตได้ว่าข้อห้ามตามประกาศสะท้อนถึงการให้คุณค่ากับวันสำคัญทางศาสนาพุทธ โดยนำวันดังกล่าวมาผูกโยงกับการเป็นมาตรการของรัฐในการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ยังสลัดความสำคัญของวันดังกล่าวทิ้งไป หากเป็นการขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามาตรการข้อห้ามดังกล่าวถอยให้กับการซื้อขายภายในสถานที่สำหรับเตรียมสัญจรไปมาระหว่างประเทศ และ ณ สถานที่แห่งนั้น วันสำคัญทางศาสนาพุทธที่รัฐไทยชูขึ้นก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป ตกลงแล้วหลักคิดในประกาศที่ออกมานั้นคืออะไร

 

เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อพิจารณาข้อห้ามตามประกาศฉบับปี 2567 นี้ ผู้เขียนพบว่ามีปัญหาสำคัญ 3 ประการที่แสดงให้เห็นว่า มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กำหนดวันห้ามขายดังกล่าวนั้น เป็นมาตรการที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริโภค หรือผลร้ายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างตรงจุด และเป็นมาตรการที่ไม่ยุติธรรมกับผู้คนในสังคมโดยรวม

 

ปัญหาสำคัญทั้ง 3 ประการ ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับความเสมอภาค ปัญหาเกี่ยวกับความเป็นกลางทางศาสนา และปัญหาเกี่ยวกับหลักความได้สัดส่วน

 

  1. ปัญหาเกี่ยวกับความเสมอภาค

 

ประกาศฉบับดังกล่าวขัดต่อหลักความเสมอภาค เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างการขายในสนามบินตามข้อยกเว้นกับการขายในสถานที่อื่น เนื่องจากเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะผู้ขายหรือผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็นผู้มีสิทธิพิเศษในการขายในวันดังกล่าว ในขณะที่ผู้ขายหรือผู้ประกอบที่อื่นทั่วประเทศ เช่น ตามท้องตลาดหรือร้านค้าทั่วไป ไม่มีสิทธิที่จะขาย ทั้งที่การห้ามการขายดังกล่าวไม่ทำให้เกิดหลักประกันว่าสามารถควบคุมอันตรายหรือความเสี่ยงจากการบริโภคได้อย่างแน่นอน อีกทั้งทำให้เกิดภาพที่ว่า การขายในที่อื่นถูกห้าม แต่การขายในสนามบินนานาชาติได้รับอภิสิทธิ์

 

เช่นเดียวกับอีกมุมหนึ่ง คือมุมของผู้บริโภค การซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสนามบินไม่ได้หมายความว่าการดื่มต้องเกิดขึ้นที่สนามบินเท่านั้น ผู้บริโภคอาจจะนำกลับไปดื่มที่อื่นก็ได้ นอกจากนั้นผู้บริโภคในสนามบินที่ได้รับอภิสิทธิ์ในการขายก็อาจดื่มแอลกอฮอล์ในสนามบินจนเข้าขั้นก่ออันตราย หรือสร้างความเสี่ยงกับผู้คนก็ได้เช่นกัน ท้ายสุดสะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวสร้างความเหลื่อมล้ำแก่ผู้มีสิทธิจะซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสถานที่ขายหรือจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาพุทธถูกสงวนไว้เฉพาะสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศเท่านั้น

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของมาตรการที่สร้างสิทธิพิเศษเฉพาะการขายในสถานที่ที่คนจำนวนหนึ่งได้ประโยชน์ และประโยชน์ที่ได้รับจากข้อยกเว้นตามประกาศนั้นก็ไม่สามารถตอบโจทย์ในการแก้ไข หรือยับยั้งปัญหาเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเท่าเทียมเป็นที่ประจักษ์

 

  1. ปัญหาเกี่ยวกับความเป็นกลางทางศาสนา

 

ประกาศฉบับดังกล่าวไม่เป็นกลางทางศาสนา เนื่องจากนำความเชื่อเรื่องวันสำคัญทางศาสนาพุทธมาเป็นนโยบายสาธารณะที่จำกัดเสรีภาพของผู้คน แสดงให้เห็นว่าเหตุผลในการจัดการปัญหาเกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาศัยความเชื่อทางศาสนาพุทธเป็นสำคัญ ในขณะที่สังคมประกอบด้วยผู้คนที่มีความหลากหลายของความเชื่อทางศาสนา รวมถึงผู้ที่ไม่มีความเชื่อในศาสนาใดด้วย ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญในสังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรมอันประกอบด้วยผู้คนที่มีความแตกต่าง จริงอยู่ที่ประเทศไทยมีประชากรจำนวนมากนับถือศาสนาพุทธ แต่การใช้ความเชื่อทางศาสนาซึ่งเป็นเรื่องพื้นที่ส่วนตัวหรือเสรีภาพในความเชื่อส่วนบุคคลแปรสภาพมาเป็นนโยบายสาธารณะ ย่อมเกิดคำถามตามมา

 

รัฐควรมีความเป็นกลางทางศาสนา เพื่อโอบอุ้มความเชื่อทั้งหลายในสังคม และเพื่อไม่สร้างข้อคัดง้างจากผู้คนว่ารัฐอิงหลักธรรมหรือเรื่องราวในศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นนโยบายสาธารณะ เนื่องจากรัฐเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่สถาบันทางศาสนาหรือศูนย์รวมเฉพาะศาสนิกชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากคิดไปไกลๆ อาจจะมีคำถามลามตามมาได้ว่า เช่นนี้แล้วประเทศจะนำหลักความเชื่อในศาสนาพุทธอีกกี่เรื่องมาบรรจุเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย และเหตุใดคนนับถือศาสนาอื่นหรือไม่นับถือศาสนาพุทธจะต้องถูกห้ามโดยประกาศที่อยู่ใต้ร่มเงาหลักธรรมหรือความเชื่อของชาวพุทธ ทั้งที่รัฐในปัจจุบันกับศาสนาควรแยกบทบาทกันมิใช่หรือ ที่สำคัญพบว่าเรื่องความเป็นกลางทางศาสนาซึ่งองค์กรของรัฐต้องตระหนักนั้น ศาลปกครองก็เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ด้วย (คำพิพากษาศาลปกครองยะลาที่ 17/2565)

 

  1. ปัญหาเกี่ยวกับหลักความได้สัดส่วน

 

ประกาศฉบับดังกล่าวขัดต่อหลักความได้สัดส่วน เนื่องจากมาตรการทั้งหลายที่รัฐสร้างขึ้นโดยมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้คนต้องเป็นมาตรการที่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วน ซึ่งเป็นหลักกฎหมายสำคัญประการหนึ่งในเวลาที่จะต้องพิจารณาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจรัฐ

 

ภายใต้หลักความได้สัดส่วน การจำกัดสิทธิเสรีภาพโดยรัฐต้องเป็นไปโดยเหมาะสมในแง่ของการบรรลุเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่อนุมานไว้ก่อน ซึ่งหมายความว่าการบรรลุเป้าหมายนั้นควรตั้งอยู่บนความจริงมากกว่าการตั้งอยู่บนความเชื่อที่ปราศจากความเชื่อมโยงอย่างสมเหตุสมผล

 

เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาข้อห้ามของการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาพุทธ โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะบางสถานที่กับเป้าหมายในการควบคุมปัญหาหรืออันตรายที่เกิดขึ้นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะพบว่าไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน หรือหาความสัมพันธ์ระหว่างวิธีการกับเป้าหมายอย่างประจักษ์หรือเป็นภววิสัยไม่ได้ เพราะผู้คนอาจเลือกที่จะกักตุนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันสำคัญทางศาสนาพุทธดังกล่าว และการห้ามขายในวันดังกล่าวก็ไม่ใช่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันนั้น ผู้คนก็ยังอาจดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อยู่ดี

 

การประกาศห้ามโดยอาศัยวันดังกล่าวจึงสร้างภาพลักษณ์แบบผิวเผินเพียงแค่เป็นประกาศที่ชูความสำคัญของวันในทางศาสนาพุทธ แต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพในการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นการจำกัดเสรีภาพที่จะขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (โดยยกเว้นแค่บางสถานที่) จึงแบกเรื่องทางศาสนาพุทธเป็นสำคัญ มากเสียกว่าความสมเหตุสมผลระหว่างมาตรการกับผลลัพธ์

 

ข้อเสนอแนะ

 

ตามที่ได้กล่าวแล้วว่า การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องสำคัญ ดังจะเห็นได้จากท่าทีขององค์การอนามัยโลก แต่รัฐไทยเองก็ต้องตระหนักว่าการจัดการต่อปัญหาเรื่อง ‘Harmful Use of Alcohol’ รวมถึงความเสี่ยงหรือผลร้ายใดๆ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ต้องมีฐานคิดที่พิจารณาแง่มุมต่างๆ อย่างรอบด้าน

 

โดยส่วนตัวเห็นว่าประกาศฉบับนี้ควรต้องพิจารณายกเลิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายควรมุ่งใช้มาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาหรือความเสี่ยงเกี่ยวกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างตรงจุดและยุติธรรม การยกเลิกประกาศเรื่องการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาพุทธไม่ได้สร้างผลกระทบต่อแก่นความเชื่อทางศาสนาพุทธ และการคุ้มครองเสรีภาพทางศาสนาก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณาหรืออภิปรายแยกต่างหากออกไป แต่เฉพาะประเด็นที่พิจารณาอยู่ตรงนี้เป็นเรื่องมาตรการของรัฐเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ต้องพิจารณาเลือกหนทางที่ควรเป็นไปโดยเสมอภาค เป็นกลางทางศาสนา และได้สัดส่วน

 

อีกวิธีการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากประกาศฉบับนี้ คือการฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนประกาศดังกล่าว

 

ข้อแนะนำคือ กรณีประชาชนทั่วไปที่ประสงค์ฟ้องศาลปกครอง ก็จะต้องให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ในฐานะผู้มีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องเป็นผู้ฟ้องคดี เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้มีอายุตั้งแต่ 20 ปีเป็นต้นไปเป็นผู้มีสิทธิซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ 

 

ทั้งนี้ โดยดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวกับการฟ้องคดีปกครองด้วย และเนื่องจากประกาศฉบับนี้เพิ่งออกมาใหม่ และออกมายกเลิกประกาศเก่า เพราะฉะนั้นยังพอมีเวลาที่จะเตรียมตัวฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

The post ประกาศห้ามขายเหล้าวันพระ แก้ปัญหาไม่ตรงจุดและไม่ยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาหารไทยจับคู่ไวน์ไทย TAAN x GranMonte เสิร์ฟเพียง 2 คืน 3,990++ บาทต่อคน https://thestandard.co/life/taan-x-granmonte/ Thu, 21 Nov 2024 04:46:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1011037 TAAN x GranMonte

ใครชื่นชอบน้ำผลไม้จากองุ่นต้องเคยได้ยินชื่อ GranMonte ไ […]

The post อาหารไทยจับคู่ไวน์ไทย TAAN x GranMonte เสิร์ฟเพียง 2 คืน 3,990++ บาทต่อคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
TAAN x GranMonte

ใครชื่นชอบน้ำผลไม้จากองุ่นต้องเคยได้ยินชื่อ GranMonte ไร่ไวน์ที่เขาใหญ่อยู่บ้าง เพราะเป็นไวน์สัญชาติไทยที่ได้รางวัลมาไม่น้อย แถมยังนิยมใช้ในร้านอาหารหลายแห่งด้วย เช่นเดียวกับร้าน TAAN ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่รสชาติดีและหยิบวัตถุดิบมาใช้ได้น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่ง เราเชื่อว่านักชิมทุกคนต้องรู้จักฝีมือของ เชฟเทพ-มนต์เทพ กมลศิลป์ เฮดเชฟของร้านแห่งนี้ดีไม่แพ้กันแน่นอน

 

และถ้าใครอยากลองอัปเลเวลประสบการณ์ด้วยการชิมอาหารไทยสไตล์ TAAN จับคู่กับไวน์ไทยจากเขาใหญ่ของ GranMonte เราไม่อยากให้พลาดมื้อพิเศษนี้ที่จะเกิดขึ้นเพียง 2 คืนเท่านั้น

 

มื้อนี้มีชื่อว่า Khao Yai Region: A Culinary Road Trip เสิร์ฟอาหารที่ใช้วัตถุดิบจาก 6 ผู้ผลิตท้องถิ่นในเขาใหญ่ซึ่งเชฟได้เจอจากการเดินทาง ได้แก่ โรงคั่วกาแฟ Mountain Goat Coffee Roasters, ฟาร์มไข่ Thai Black KORAT Anda Farm, ไร่มะม่วง Khao Yai The Mango House Farm, ผู้ผลิตชีส The Cheese Maker, ไร่น้อยหน่า น้อยหน่า กลางดวง, ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ GranMonte

 

ทุกคนจะได้เริ่มจากของกินเล่น 5 เมนู จับคู่กับไวน์จากเขาใหญ่ ก่อนตามด้วยประสบการณ์พิเศษจากผู้ผลิต และนั่งชิมอาหาร 5 คอร์สโดยห้องอาหาร TAAN โดยมื้อนี้ราคา 3,990++ บาทต่อคน เสิร์ฟระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

 

ห้องอาหารรับได้เพียง 24 ที่นั่งเท่านั้น เราแนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ TAAN Bangkok

The post อาหารไทยจับคู่ไวน์ไทย TAAN x GranMonte เสิร์ฟเพียง 2 คืน 3,990++ บาทต่อคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิชาไวน์ 101 กับกูรูไวน์ตัวจริง เพื่อเปลี่ยนความชอบสู่การลงทุน | Passion Investment EP.1 https://thestandard.co/passion-investment-ep-1/ Thu, 05 Sep 2024 08:08:44 +0000 https://thestandard.co/?p=979924

ไวน์คือเครื่องดื่มชนิดเดียวที่ถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นสินท […]

The post ชมคลิป: วิชาไวน์ 101 กับกูรูไวน์ตัวจริง เพื่อเปลี่ยนความชอบสู่การลงทุน | Passion Investment EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไวน์คือเครื่องดื่มชนิดเดียวที่ถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ร่วมกับรถสปอร์ต เครื่องเพชร และงานศิลปะ

 

เพราะไวน์คือเครื่องดื่มมีชีวิต มีความซับซ้อน ซึ่งผู้รักการดื่มไวน์สามารถเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นการลงทุนได้ เพียงแต่ต้องศึกษาเรียนรู้ ครั้งนี้ขอเสนอหลักสูตรไวน์ 101 ไปกับ อ.วิโรจ ลี้ตระกูล กูรูไวน์ชื่อดังที่พาคุณเข้าสู่โลกของไวน์

 

[ADVERTORIAL]

The post ชมคลิป: วิชาไวน์ 101 กับกูรูไวน์ตัวจริง เพื่อเปลี่ยนความชอบสู่การลงทุน | Passion Investment EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Italasia เปิดตัวสาขาใหม่ที่ใหญ่ที่สุดใจกลางสาทร https://thestandard.co/life/italasia-sathorn/ Fri, 10 May 2024 08:21:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=932015 Italasia

ก้าวเข้าสู่สาขาที่ 34 เรียบร้อย สำหรับ Italasia (อิตาเล […]

The post Italasia เปิดตัวสาขาใหม่ที่ใหญ่ที่สุดใจกลางสาทร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Italasia

ก้าวเข้าสู่สาขาที่ 34 เรียบร้อย สำหรับ Italasia (อิตาเลเซีย) ผู้นำเข้าสินค้าชั้นนำจากประเทศอิตาลีที่ปักหลักโชว์รูมใหม่สไตล์บ้านกลิ่นอายโคโลเนียลในซอยสาทร 1 บนพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร ขึ้นแท่นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน

 

Italasia

 

ดีไซน์ของ Italasia Sathon แห่งใหม่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านหลังเดิม ซึ่งมีอายุเก่าแก่ยาวนาน อบอวลไปด้วยเสน่ห์แห่งความคลาสสิกที่มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเสมือนอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ให้ความรู้สึกโอ่โถง สบายตา แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ซึ่งทางร้านยังคงเสน่ห์ความงามไว้ตามแบบฉบับเดิม ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ บานประตู และหน้าต่าง 

 

 

นอกจากบรรดาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อิมพอร์ตระดับพรีเมียมครบครัน เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์อย่าง MONIN และกาแฟ illy แล้ว

 

Italasia

 

สาขานี้ยังมีโซนห้องครัวที่ไว้สำหรับจัดแสดงคอลเล็กชันเทเบิลแวร์ รวมไปถึงเครื่องแก้วจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น ALESSI, Luzerne, Wedgwood, WMF, Cutipol, Chilewich และเครื่องแก้วคริสตัลชื่อดังจากประเทศเยอรมนีอย่าง Schott Zwiesel 

 

Italasia Italasia

 

และยังมีโซนบาร์ที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องดื่มกับบรรยากาศที่มอบทั้งความเป็นกันเอง ตลอดจนโซนเอาต์ดอร์สไตล์สวนอิตาลีที่เหมาะจะมานั่งมิงเกิลกับก๊วนเพื่อน 

 

 

ใครที่เป็นแฟนตัวยงของ Italasia สามารถแวะมาเช็กอินโชว์รูมใหม่ได้แล้ววันนี้ที่สาขาซอยสาทร 1 ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น.

 

ภาพ: Courtesy of the Brand

The post Italasia เปิดตัวสาขาใหม่ที่ใหญ่ที่สุดใจกลางสาทร appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ่มไวน์ใต้ทะเลลึก โปรเจกต์สุดเจ๋งจากออสเตรเลียที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เหล่านักสะสม จนขายได้ขวดละ 3,150 บาท https://thestandard.co/aging-wine-under-the-deep-sea/ Tue, 07 May 2024 12:45:40 +0000 https://thestandard.co/?p=930888

ผู้เพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในออสเตรเลียนำเสนอผลิตภัณฑ์สุดพ […]

The post บ่มไวน์ใต้ทะเลลึก โปรเจกต์สุดเจ๋งจากออสเตรเลียที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เหล่านักสะสม จนขายได้ขวดละ 3,150 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้เพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในออสเตรเลียนำเสนอผลิตภัณฑ์สุดพิเศษเพื่อดึงดูดนักชิมไวน์ตัวยง นั่นคือไวน์ที่ผ่านการบ่มที่ก้นมหาสมุทรสีฟ้าครามบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

 

ไวน์ ‘Ocean Signature’ ที่ผลิตโดย Rare Foods Australia (RFA) ใช้วิธีการบ่มขวดเป็นเวลา 1 ปีที่ระดับความลึก 15-20 เมตร โดยไวน์จะได้สัมผัสกับแรงดันและกระแสน้ำใต้พื้นมหาสมุทรที่มืดมิด ในบริเวณดังกล่าวซึ่งอยู่ห่างจากเมืองบัสเซลตันประมาณ 90 นาที (หากเดินทางโดยรถยนต์) อุณหภูมิของน้ำจะอยู่ในระดับต่ำตั้งแต่ 16-20 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี ทำให้สภาพแวดล้อมคล้ายกับห้องเก็บไวน์ชั้นดี

 

คลื่นทะเลและแรงดันน้ำส่งผลให้ยีสต์ในไวน์ทำงานต่างจากไวน์ที่บ่มในห้องเก็บไวน์ทั่วไป ทำให้เหล้าองุ่นที่ได้มีรสชาติที่ซับซ้อนและนุ่มนวลกว่า ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข้อดี

 

เมื่อเวลาผ่านไปขวดไวน์จะถูกปกคลุมด้วยเพรียงและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในทะเล ทำให้มีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้ซื้อจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบไวน์เลือกที่จะเก็บขวดไวน์เหล่านี้ไว้เป็นของสะสมโดยไม่เปิดดื่ม

 

Ocean Signature ได้รับการทดลองผลิตเป็นครั้งแรกในปี 2020 และเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2023 โดยมียอดจำหน่ายไปแล้ว 2,300 ขวด ซึ่งหลายขวดถูกซื้อไปเป็นของขวัญ ราคาเริ่มต้นที่ 150 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 3,150 บาท) ต่อขวด เนื่องจากปริมาณที่จำกัด บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียจึงเลี่ยงที่จะโฆษณา

 

ออกัสตา เมืองเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งของ RFA มีประชากรประมาณ 6,600 คน เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับจุดใต้สุดและตะวันตกสุดของประเทศ เป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมสำหรับการชมวาฬตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม นอกจากนี้ยังถือเป็นถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเขตเวสเทิร์นออสเตรเลียอีกด้วย

 

RFA ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 โดยเป็นผู้ผลิตหอยเป๋าฮื้อ และเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องหอยเป๋าฮื้อ Greenlip คุณภาพสูงอันโดดเด่นด้วยสีเขียวของเปลือก หอยเป๋าฮื้อจากฟาร์มของ RFA จะถูกติดไว้กับแท่งคอนกรีตแล้วจมลงไปในน้ำลึกที่มีฉลามและเต่าทะเลอาศัยอยู่ โดยใช้เวลาเติบโตประมาณ 4-5 ปี ก่อนที่จะถูกเก็บเกี่ยวเพื่อขาย

 

“เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรเพื่อผลิตอะไร แต่เรากำลังทำงานร่วมกับมหาสมุทรเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ให้ผู้คนได้เพลิดเพลิน” ไซมอน แฮนลีย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่บ่มในมหาสมุทรของ RFA กล่าว

 

แนวคิดในการขยายธุรกิจสู่การผลิตไวน์ใต้ทะเลลึกเกิดขึ้นหลังจากที่ RFA มีนักดำน้ำและเรือที่จำเป็นอยู่แล้วสำหรับธุรกิจหอยเป๋าฮื้อ ซึ่งบริษัทมีนักดำน้ำประมาณ 10 คนที่ต้องลงไปตรวจสอบไวน์ทุกวัน

 

ในเดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มมีการทดลองนำถังไวน์ขนาดใหญ่ไปผูกไว้กับพื้นมหาสมุทรเป็นเวลา 6-9 เดือน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมักรอบ 2 หลังจากนั้นถังขนาด 300 กิโลกรัมจะถูกยกกลับขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อบรรจุขวด การทดสอบนี้ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัทฝรั่งเศสที่มีประสบการณ์ในกระบวนการดังกล่าว มีเป้าหมายในการผลิตไวน์ทั้งสิ้น 13,000 ขวดภายในเดือนกรกฎาคม

 

RFA ได้จัดหาไวน์จากแหล่งผลิตไวน์ Margaret River ซึ่งใช้เวลาขับรถจากเมืองออกัสตาเพียง 30 นาที โดยบริษัทมีแผนจะเปิดร้านอาหารใกล้สำนักงานใหญ่ ซึ่งลูกค้าสามารถลิ้มลองทั้งไวน์และหอยเป๋าฮื้อของแบรนด์ได้อีกด้วย

 

อ้างอิง:

The post บ่มไวน์ใต้ทะเลลึก โปรเจกต์สุดเจ๋งจากออสเตรเลียที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เหล่านักสะสม จนขายได้ขวดละ 3,150 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลงทุนอย่างไรไม่ให้เป็นแค่นักดื่ม: แนวทางการเปลี่ยนผันจากความชื่นชอบ สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไวน์ https://thestandard.co/wine-investment/ Tue, 20 Feb 2024 08:47:04 +0000 https://thestandard.co/?p=896270 การลงทุนในไวน์

บทความโดย วิโรจ ลี้ตระกูล สถาปนิก-นักวิจารณ์ไวน์   […]

The post ลงทุนอย่างไรไม่ให้เป็นแค่นักดื่ม: แนวทางการเปลี่ยนผันจากความชื่นชอบ สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การลงทุนในไวน์

บทความโดย วิโรจ ลี้ตระกูล สถาปนิก-นักวิจารณ์ไวน์

 

การลงทุนในไวน์เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ในโลกของการลงทุนที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา ความรู้ และโอกาสทางการเงิน เหตุผลที่ทำให้การลงทุนในไวน์น่าดึงดูด ไม่ได้มีเพียงแค่องค์ประกอบของความเพลิดเพลินในการดื่มและชื่นชอบในไวน์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงศักยภาพทางการเงินที่อาจตามมาได้ 

 

นอกจากนี้การลงทุนในไวน์ยังเป็นการลงทุนที่ให้ความสุขและประสบการณ์ เมื่อนักลงทุนได้ศึกษาและสัมผัสกับโลกของไวน์ พวกเขาไม่เพียงจะได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับไวน์เท่านั้น แต่ยังได้รับความเพลิดเพลินจากการลิ้มลองไวน์ที่มีคุณภาพด้วย

 

กลายเป็นที่มาของคอลัมน์พิเศษนี้ที่เกิดจากความร่วมมือของ THE STANDARD WEALTH กับ UOB Privilege Banking เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านทุกท่านในการบริหารความมั่งคั่งผ่าน Passion & Lifestyle ส่วนบุคคล เพื่อต่อยอดความสุขของผู้อ่านด้วยแพสชันที่มีต่อสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการลงทุนในไวน์

 

หากถามว่าไวน์ประเภทไหนที่เหมาะกับการลงทุน?

 

เราก็ต้องมองที่คุณสมบัติพื้นฐานกันก่อน นั่นคือจะต้องมีระยะเวลาหรือช่วงอายุที่อยู่ในตลาดได้นาน ดังนั้นในบรรดาไวน์ทั้งหลายจึงมีอยู่ 2 ประเภทที่เหมาะสำหรับการลงทุน คือ ไวน์แดงและไวน์หวาน ซึ่งหากเป็นไวน์ที่มีคุณภาพดีจะอยู่ได้นานถึง 30-50 ปีเลยทีเดียว 

 

การลงทุนในไวน์

 

สำหรับไวน์แดงเราอาจจะพบเห็นได้มากมายในตลาดไวน์วินเทจ แต่ในส่วนของไวน์หวานหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าเหมาะกับการลงทุน ไวน์หวานส่วนใหญ่นั้นจะเป็นไวน์ที่ทำจากองุ่นขาวเหมือนไวน์ขาว แต่มีวิธีการผลิตที่พยายามทำให้น้ำตาลอยู่ในเนื้อน้ำค่อนข้างสูง จึงมีรสหวาน ทำให้มีแอลกอฮอล์ที่สูง ซึ่งเมื่อเทียบกับไวน์ขาวที่มีคุณภาพดีจะมีอายุแค่ราวๆ 10-15 ปี แต่ไวน์หวานสามารถมีช่วงอายุที่มากถึง 30-50 ปีเลยทีเดียว ด้วยระยะเวลาที่นานมากพอจึงเป็นไวน์ที่เหมาะสมที่สามารถลงทุนและเปลี่ยนมือได้ 

 

ขยายความให้เห็นภาพของการซื้อ-ขายไวน์ หากเป็นไวน์แดงที่ถูกประเมินแล้วว่าเป็นไวน์ที่มีคุณภาพดีจาก ‘ซอมเมอลิเยร์’ (Sommelier) หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านไวน์หลายๆ ท่าน ไวน์ตัวนั้นก็จะเริ่มมีราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ 15 เป็นต้นไป แต่สำหรับนักสะสมหรือผู้ที่ชื่นชอบไวน์ ถ้าเราสามารถประเมินได้ก่อนก็อาจจะเข้าไปจองกับ Chateau อันเป็นคำภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่า ‘ปราสาท’ ซึ่งยังมีความหมายซ้อนอีกทีว่า ‘เป็นผู้ผลิตไวน์ที่ทำทุกอย่าง ตั้งแต่การเพาะปลูกองุ่นไปจนถึงการผลิตไวน์’ เมื่อจองได้แล้วก็จะเก็บไวน์ก่อนนำออกมาช่วงในช่วง 5-10 ปีต่อจากนั้น ซึ่งสามารถทำราคาได้เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวเลยทีเดียว 

 

แต่ช่วงเวลาที่จะมีการซื้อ-ขายอย่างจริงจังคือไวน์ที่มีช่วงอายุ 20 ปี เพราะเป็นช่วงที่ไวน์สมบูรณ์พร้อม โดยมีคุณภาพที่ดีสำหรับการดื่ม ทำให้ราคาขยับเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งสามารถนับไปได้อีก 20 ปี อันเป็นจุดที่หลายคนจะเข้ามาเก็งกำไร เพราะหลังจากนี้คุณภาพจะลดลง จึงทำให้ราคาตกลงไปด้วย 

 

การลงทุนในไวน์

 

ยิ่งเวลาผ่านไปนานยิ่งเป็นที่ต้องการ

 

มูลค่าของไวน์สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกเรื่อยๆ เพราะยิ่งเวลาที่ผ่านไป ไวน์รุ่นนั้นก็จะถูกบริโภคไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า ไวน์รุ่นนั้นจะมีจำนวนที่ลดน้อยลงไปด้วย (เพราะ Chateau บางแห่งอาจจะผลิตปีละแค่ 20,000-30,000 ขวดเท่านั้น) ทำให้ไวน์ที่เป็นที่ต้องการก็จะหายากขึ้นไปอีก ราคาก็จะขึ้นไม่หยุด ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับนักเก็งกำไรด้วยเช่นกันว่าจะมีการมองส่วนต่างของกำไรอยู่ที่เท่าไร 

 

เทรนด์ลงทุนใน ‘ไวน์โลกเก่า’ น่าจับตามอง

 

ในแง่ของเทรนด์ไวน์ที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในกลุ่มไวน์โลกเก่า เพราะคนรักไวน์ต่างรู้กันดีว่า หนึ่งในไวน์คุณภาพดีที่สุดในโลกก็คือไวน์ฝรั่งเศส โดยไวน์ฝรั่งเศสก็จะมีการแบ่งประเภทไวน์ตามพื้นที่แหล่งผลิต สำหรับแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุด ได้แก่ 

 

  • ไวน์จากแคว้นบอร์โดซ์ (Bordeaux) 
  • ไวน์จากแคว้นบูร์กอญ (Bourgogne) หรือเบอร์กันดี (Burgundy)
  • ไวน์จากแคว้นชองปาญ (Champagne)

 

รู้จักคนกลาง ‘เนโกซิอองต์’ ด่านแรกจากผู้ผลิตสู่นักสะสม

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไวน์จากแหล่งผลิตชั้นดีมักจะไม่ได้ออกมาสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไปในทันทีหลังจากที่ผลิตออกมา เพราะมักจะถูกจับจองโดย ‘Négociants Éleveurs’ (เนโกซิอองต์ เอเลเวอรส์) ซึ่งเป็นการค้าขายแบบมีตัวแทนตามซื้อถึงไร่หรือแหล่งผลิต แล้วมาตั้งกำไรขายต่อจากนั้น เนโกซิอองต์ส่วนใหญ่จะเป็นชาวฝรั่งเศส เบลเยียม และอังกฤษ จะสั่งไปจองซื้อยังตั้งแต่ก่อนผลิตด้วยซ้ำไป 

 

การเข้ามาของเนโกซิอองต์ทำให้เกิด ‘ตลาดรองของไวน์’ ซึ่งตัวนักสะสมหรือผู้ที่อยากเก็งกำไรก็ต้องไปซื้อต่อจากเนโกซิอองต์อีกต่อหนึ่ง ซึ่งคนทั่วไปเองจะไม่สามารถซื้อไวน์ล็อตแรกได้เลย ด้วยว่า Chateau เองจะขายครึ่งหนึ่งให้กับเนโกซิอองต์ และที่เหลือก็จะเก็บไว้เพื่อนำออกมาขายทำกำไรในอนาคต

 

ดังนั้นผู้ที่จะซื้อจึงต้องมีคอนเน็กชันกับแต่ละเนโกซิอองต์​ เพราะไม่ใช่จู่ๆ จะเดินเข้าไปหาเนโกซิอองต์แล้วซื้อได้เลย จะต้องรู้จักกันมาก่อนและมีขั้นตอนอีกหลายขึ้น ซึ่งความซับซ้อนของระบบนี้จะเป็นเฉพาะสำหรับไวน์ที่การลงทุนหรือสะสม แต่ถ้าเป็นไวน์ทั่วๆ ไปก็จะไม่ได้มีโครงสร้างแบบนี้ 

 

ช่วงเวลาแห่งการเทรด

 

การเทรดไวน์นั้นจะมีอยู่ 2 ช่วง คือ หลังจากที่ผลิตแล้วกับผ่านมา 15 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพมากขึ้น จังหวะนี้ทาง Chateau ก็จะนำไวน์ออกมาขาย ซึ่งเพิ่มราคาได้ถึง 3-4 เท่าตัวเลยทีเดียว ขณะที่เนโกซิอองต์หากอยากได้ไวน์รุ่นนั้นเพิ่มก็จะต้องมาซื้อในราคาที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ในช่วงที่ 2 นี้เองก็จะมีอีกขั้นตอนเพิ่มขึ้นมาคือ ‘การประมูลไวน์’ ซึ่งมักจะไม่ได้อยู่ในฝรั่งเศส แต่จะอยู่ในสถาบันสะสมสิ่งของมีค่า อย่างเช่น ในอังกฤษ แต่โดยรวมๆ แล้วจะมีประมาณ 6-7 รายที่กระจายตัวอยู่ในยุโรป 

 

การลงทุนในไวน์

 

ไวน์ก็มีกองทุน

 

นอกจากนี้ยังมีกองทุนไวน์ที่จะติดต่อกับเนโกซิอองต์และคัดเลือกไวน์เข้ามาอยู่ในพอร์ต ซึ่งหากเราอยากลงทุนกับไวน์ก็สามารถไปซื้อกองทุนประเภทนี้ได้ (มีจำนวนกว่าพันกองทุน) ส่วนใหญ่จะอยู่ในยุโรป โดยในเอเชียก็จะมีที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ แต่ที่ไทยยังไม่มีกองทุนประเภทนี้ 

 

สำหรับกองทุนไวน์นั้น เราที่เป็นนักลงทุนแทบจะไม่รู้เรื่องการจัดการเลย นอกจากใส่เงินลงทุนและรับทราบผลการันตีตอบแทน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับมือใหม่ที่อยากลงทุน และนักลงทุนทั่วโลกที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญก็มักจะลงทุนในกองทุนแทนที่จะเก็งกำไรเอง โดยส่วนสำคัญมาจากการที่ไม่สามารถเข้าถึงไวน์ได้เอง 

 

อย่างไรก็ตาม มือใหม่ที่อยากลงทุนในไวน์จะต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีว่า ไวน์ประเภทไหนที่เหมาะกับการลงทุนหรือความชื่นชอบของผู้บริโภค เหล่านี้ก็จะเข้ากับประโยคที่คุ้นหูกันดีอย่าง ‘รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง’ ซึ่งเป็นข้อคิดเชิงปรัชญาจาก ซุนวู ที่จะทำให้เรามีชัยเหนือสมรภูมิไวน์ได้ 

 

และในที่สุด การลงทุนในไวน์ อย่างเช่น การเก็บสะสมไวน์ที่หายากและมีคุณภาพสูง ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์และเพิ่มมูลค่าในแง่ของการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงรสนิยมและความเชี่ยวชาญในโลกของไวน์ด้วย 

 

ติดตามคอลัมน์พิเศษจาก THE STANDARD WEALTH และ UOB Privilege Banking ได้ทุกเดือน สำหรับเดือนหน้าจะเป็นเรื่องใด โปรดติดตาม 

 

UOB Privilege Banking ที่ให้คุณค่ากับทุก Passion & Lifestyle และพร้อมที่จะช่วยส่งเสริมทุกความหลงใหลให้กลายเป็นความมั่งคั่ง ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์และเข้ากันกับไลฟ์สไตล์ 

 

www.uob.co.th/privilegebanking

 

การลงทุนในไวน์

The post ลงทุนอย่างไรไม่ให้เป็นแค่นักดื่ม: แนวทางการเปลี่ยนผันจากความชื่นชอบ สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป ‘ข้อดี-ข้อด้อย’ ของการลงทุนในของสะสมแต่ละประเภท https://thestandard.co/pros-cons-investing-collectibles/ Sat, 10 Feb 2024 02:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=898139

ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไม่แน่นอน ของสะสมกลายเป็ […]

The post สรุป ‘ข้อดี-ข้อด้อย’ ของการลงทุนในของสะสมแต่ละประเภท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไม่แน่นอน ของสะสมกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อกระจายความเสี่ยง ด้วยความที่เป็นของมีค่าและมักเชื่อมโยงกับตลาดการลงทุนประเภทอื่นน้อย อีกทั้งยังได้ผลตอบแทนทางใจจากการได้เป็นเจ้าของสิ่งที่คุณรัก

 

ของสะสมสามารถให้ผลตอบแทนเช่นเดียวกับหุ้น พันธบัตร และประเภทการลงทุนดั้งเดิมอื่นๆ ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ามูลค่าของของสะสมจะอยู่ในความสนใจของคนกลุ่มใด ซึ่งบางครั้งก็ไม่รับประกันว่าจะสร้างรายได้ได้เหมือนกัน

 

ตามหลักการแล้ว ของสะสมควรกระตุ้นความหลงใหลของนักสะสม และความโหยหาอดีตมีผลอย่างมากต่อมูลค่าของสะสม ซึ่งมักจะเริ่มทำงานในรอบ 20-30 ปี นั่นหมายความว่าของบางชิ้นที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เช่น เสื้อผ้าหรือของเล่นบางชนิดมีศักยภาพที่จะกลายเป็นของสะสมในอีก 20 หรือ 30 ปีข้างหน้า เพราะเชื่อมโยงกับอดีตของผู้คน

 

โลกของการลงทุนในของสะสมนั้นหลากหลาย อย่างไรก็ตาม มีข้อดีและข้อด้อยหลายอย่างในของสะสมที่ต้องคำนึงถึง

 

ข้อดี

 

  • การลงทุนในของสะสมช่วยกระจายพอร์ตการลงทุนและกระจายความเสี่ยงได้
  • นวัตกรรมสมัยใหม่ทำให้สามารถลงทุนได้ในลักษณะหุ้นสำหรับของสะสมที่มีมูลค่าสูง
  • ของสะสมบางชนิดป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อได้
  • มีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนสูงเกินราคา

 

ข้อด้อย

 

  • การลงทุนในของสะสมมักไม่ก่อให้เกิดรายได้แบบ Passive Income
  • ของสะสมส่วนใหญ่ไม่มีสภาพคล่อง
  • มักเกิดการฉ้อโกง เพราะเป็นตลาดที่ไม่มีการควบคุม
  • ของสะสมบางชิ้นเข้าถึงยาก
  • ต้องศึกษาหาข้อมูลเฉพาะทางเพื่อให้ประสบความสำเร็จจากของสะสมชนิดนั้นๆ

 

นอกจากนี้เมื่อแยกย่อยลงไป ของสะสมแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันอีกด้วย

 


 

งานศิลปะ

 

 

จากข้อมูลของ Masterworks บริษัทการลงทุนทางด้านศิลปะเผยว่า ศิลปะร่วมสมัยให้ผลตอบแทนที่ 13.8% นับตั้งแต่ปี 1995-2021 ขณะที่ดัชนี S&P 500 อยู่ที่ 10.2% อสังหาริมทรัพย์ที่ 8.9% และทองคำที่ 7.2% และยังป้องกันความเสี่ยงการลงทุนได้บางประการ นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง Passive Income ได้บ้างจากการให้พิพิธภัณฑ์เช่ายืมจัดแสดง แต่ต้องเป็นชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซจริงๆ ส่วนข้อด้อยก็คล้ายกับของสะสมประเภทอื่นคือขาดสภาพคล่อง อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีหลายแพลตฟอร์มลดปัญหาเหล่านี้ด้วยการขายในลักษณะหุ้น มีตลาดรองรับ ทำให้ถือครองในเวลาที่สั้นลงได้

 


 

การ์ดสะสม

 

 

ในปี 2022 การ์ดโปเกมอน PSA 10 Shadowless 1st Edition Holo Charizard ถูกขายใน 420,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 14.8 ล้านบาท เทียบเท่าบ้านหรูๆ หลังหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเอาเข้าจริงการสะสมการ์ดไม่ใช่เรื่องใหม่ อย่างในอเมริกาการสะสมการ์ดกีฬามีมานานแล้ว แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การ์ดเกมต่างๆ เป็นที่สนใจ อย่างเมื่อกลางปีที่แล้วนักร้องดัง Post Malone ลงทุนซื้อการ์ด One Ring  จากแฟรนไชส์ ​​Lord of the Rings ในบอร์ดเกม Magic: The Gathering ในราคา 2.2 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ  76 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการสะสมการ์ดเป็นความสนใจเฉพาะทาง ซึ่งถ้าหวังจะทำกำไรโดยที่มีความรู้ไม่มากพอการ์ดก็อาจเป็นแค่เศษกระดาษ นอกจากนี้ราคายังขึ้นลงตามกระแสนิยมในแต่ละช่วงอีกด้วย

 


 

ไวน์

 

 

ไวน์ช่วยกระจายพอร์ตการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้ เนื่องจากราคาไวน์มักจะไม่สัมพันธ์กับตลาดลงทุนอื่นๆ มากนัก ข้อมูลจาก Liv-ex 1000 ไวน์มีประสิทธิภาพเหนือกว่า S&P 500 มาตั้งแต่ปี 2006 แต่ก็มีข้อเสียคือเรื่องสภาพคล่องและอาจต้องศึกษาหาความรู้มากหน่อยเพื่อให้ได้ไวน์ชั้นดีที่จะทำกำไรได้ในอนาคตจริงๆ ปัจจุบันการสะสมไวน์ไม่จำเป็นต้องมีห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่หรือเก็บไวน์ไว้ที่ตัว แต่เป็นการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม คล้ายการซื้อหุ้นในคอลเล็กชันไวน์ต่างๆ โดยจะจัดการเรื่องประกัน การจัดเก็บไวน์ให้ทั้งหมด

 


 

รถยนต์คลาสสิก

 

 

รถคลาสสิกเป็นการลงทุนในของสะสมที่เกิดขึ้นจากความหลงใหลอย่างแท้จริง แม้ราคาจะขึ้นลงไม่หวือหวา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาอย่างแน่นอนคือความสุขที่ได้ขับหรือได้ชื่นชม ส่วนข้อเสียคืออาจต้องเสียค่าใช้จ่ายกับค่าบำรุงรักษา และรถที่ทำราคาได้ดีมักเป็นรถรุ่นคลาสสิกหายากที่มีราคาสูง

 


 

ตุ๊กตาฟิกเกอร์และของเล่น

 

 

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Research in International Business and Finance ในปี 2022 พบว่า LEGO มีประสิทธิภาพเหนือกว่าหุ้นขนาดใหญ่ พันธบัตร และทองคำ โดยราคาในตลาดรองของ LEGO ระหว่างปี 1987-2015 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 11% ต่อปี นอกจากนี้ยังมีตุ๊กตาสะสมอื่นๆ ที่ทำราคาได้อย่างน่าประทับใจ เช่น ฟิกเกอร์จากแฟรนไชส์หนัง Star Wars, G.I. Joe, Barbies เหล่านี้คือการได้ประโยชน์จากอารมณ์โหยหาอดีตที่แปรเปลี่ยนมาเป็นผลกำไร 

 

ส่วนปัจจุบันก็มีอาร์ตทอยแบบใหม่ที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์ความสนใจของคนรุ่นใหม่อย่าง Bearbrick, Funko Pops หรือตุ๊กตาจากค่าย POP MART ส่วนข้อเสียคือการขึ้นลงของราคาไม่แน่นอนตามกระแสความนิยมแต่ละช่วง และเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าเฉพาะกับคนบางกลุ่มเท่านั้น

 


 

รองเท้าผ้าใบ

 

 

สิ่งที่น่าสนใจในการสะสมรองเท้าผ้าใบคือการทับซ้อนกันระหว่างนักลงทุนและผู้บริโภคทั่วไปนำไปสู่การปั่นราคาทำให้รองเท้าบางรุ่นมีราคาสูงจนน่าตกใจ และบางคนกว้านซื้อเพื่อเก็งกำไร และปล่อยขายออกคราวละมากๆ ก็อาจทำให้รองเท้ารุ่นนั้นราคาตกลงได้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อ้างอิง: 

The post สรุป ‘ข้อดี-ข้อด้อย’ ของการลงทุนในของสะสมแต่ละประเภท appeared first on THE STANDARD.

]]>
HIDE Dine&Wine ร้านนั่งชิลมู้ดดีย่านสะพานควาย มีไวน์ให้จิบ มีดนตรีให้ฟัง https://thestandard.co/life/hide-dinewine/ Fri, 09 Feb 2024 06:08:37 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=897859 HIDE Dine&Wine

ถ้าหากไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่รู้ว่ามีร้านนี้เปิดอยู่ริมถนน […]

The post HIDE Dine&Wine ร้านนั่งชิลมู้ดดีย่านสะพานควาย มีไวน์ให้จิบ มีดนตรีให้ฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
HIDE Dine&Wine

ถ้าหากไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่รู้ว่ามีร้านนี้เปิดอยู่ริมถนนย่านสะพานควาย แต่เราว่า ‘HIDE Dine&Wine’ ก็ไม่ใช่ร้านลับที่หายากสักเท่าไร เพียงแค่ร้านเปิดอยู่บนชั้น 2 ของร้านนั่งดื่ม และทางเข้าก็แอบลึกลับนิดหนึ่ง เพราะเป็นทางเดินเล็กๆ ยาวเข้าไปด้านหลังร้าน หลายคนจึงยังไม่รู้ว่าสะพานควายมีร้านอาหารไวบ์ชิลซ่อนอยู่ตรงนี้

 

แต่เอาเป็นว่าหากใครได้เดินหลงเข้าไป จะต้องรู้สึกเหมือนเจอ Hidden Gem ของย่าน เพราะที่นี่มีทั้งลิสต์ไวน์ยืดยาวและเมนูอาหารหน้าตาดีที่น่ากินทุกเมนู

 

 

The Vibe

HIDE Dine&Wine อยู่ห่างจากบีทีเอสสะพานควายแค่ไม่กี่เมตร เดินเพียงอึดใจเดียวก็ถึงแล้ว โดยร้านจะอยู่บนชั้น 2 ของร้าน Viper ทางเข้าเป็นซอกเล็กๆ ข้างร้าน ให้ทุกคนเดินเข้าไปได้เลยจนสุดทางและขึ้นบันได ก็จะเจอร้าน HIDE

 

เราชอบบรรยากาศ เพราะดูเฟรนด์ลีและเป็นส่วนตัวด้วย ซึ่งช่วงที่เราแวะไปใกล้เทศกาลตรุษจีนพอดี ร้านจึงตกแต่งให้ดูสนุกสนานเข้ากับฤดูกาล แน่นอนว่าจะเปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ และถึงแม้จะดูเหมือนร้านนั่งจิบไวน์ แต่ที่นี่ก็เน้นเรื่องอาหารไม่เบาเลย ดูได้จากโต๊ะเก้าอี้ที่เหมาะกับการชวนเพื่อนมานั่งกินข้าวแฮงเอาต์กันยาวๆ

 

 

The Taste

HIDE Dine&Wine มีไวน์ให้เลือกแทบทุกชนิด นำมาจากหลายประเทศ และมีทั้งไวน์คลาสสิกและไวน์ธรรมชาติ เราว่าใครชอบแบบไหนก็จิ้มเลือกได้ไม่ยากเลย เพราะร้านตั้งใจคัดมาให้หลากหลายแบบ โดยเฉพาะคนชอบไวน์แดง

 

เช่นเดียวกับอาหารที่เน้นทั้งเมนูกินง่าย กินอิ่ม หรือใครจะเน้นของกินเล่นที่เหมาะจับคู่กับไวน์ก็มีให้เลือกเยอะ โดยอาหารจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นผสมอิตาเลียน มีกลิ่นอายยุโรปนิดๆ และเราว่าหน้าตาน่ากินทุกเมนู อาจเพราะเจ้าของร้านชื่นชอบการทำอาหารด้วย จึงเป็นคนลงมือดูแลเองทั้งหมด

 

 

เมนูที่ร้านแนะนำว่ามาแล้วต้องสั่ง เริ่มด้วยของกินเล่น อาทิ Parma Melon (180 บาท) เมนูคลาสสิกที่เหมาะจับคู่กับไวน์ทุกแบบ รากบัวทอด (120 บาท) มาพร้อมดิปสูตรของร้าน เป็นจานกินเล่นเพลินๆ แบบไม่ต้องหยุดมือ เราชอบ Sailing Aji (240 บาท) เป็นปลาอาจิทอดกรอบๆ เนื้อฉ่ำๆ กินคู่กับซอสครีมชีสยูซุ ต้องบีบเลมอนด้วยแล้วจะดีขึ้นไปอีก Mentaigo Bread Spread (220 บาท) อีกเมนูที่เข้ากับไวน์สุดๆ เป็นขนมปังบาแกตต์จิ้มกับซอสเมนไทโกะหอมๆ มันๆ

 

ร้านมีเมนูสไตล์ทาปาสด้วย น่าจะเหมาะกับคนที่เน้นมานั่งดื่ม และอยากได้ของกินจุบจิบรองท้องเบาๆ เราได้ลอง Hokkaido Scallop (200 บาท) หอยเชลล์กับซอสข้าวโพดอ่อน และ Truffle Toast (380 บาท) อีกเมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด เพราะน่าถ่ายรูปอวดลงโซเชียลก่อนชิมสุดๆ

 

 

แต่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดคือ HIDE Signature (1,380 บาท) เมนูข้าวอบหม้อดินสไตล์ญี่ปุ่น หรือ โดนาเบะ เมนูนี้เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน โดยเฉพาะท็อปปิ้งหูฉลาม เป๋าฮื้อ หอยเชลล์ และกุ้งหวาน ร้านจะเสิร์ฟมาในหม้อร้อนๆ ให้เราเติมซุปลงไป ถ้าใครชอบกินเหมือนข้าวต้มก็ปิดฝาไว้สักครู่เดียวก็พอ แต่ถ้าใครเป็นสายข้าวแห้งๆ หอมๆ ให้ต้มยาวๆ จนไฟดับเลย

 

 

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ อีก อาทิ Asari Soup (240 บาท) ซุปหอยตลับต้มสาเก Red Prawn Arrabiata (320 บาท) สปาเก็ตตีเส้นหมึกดำกับกุ้งหวาน อันนี้เราก็ชอบเป็นพิเศษ Berries & Wild rocket (340 บาท) สลัดเบอร์รีกับผักร็อกเก็ตที่กินแล้วสดชื่น หรือ Smoked Duck (420 บาท) อกเป็ดรมควันเนื้อนุ่มๆ เข้ากับซอสเบอร์รีและซิตรัสมากๆ

 

Good for…

HIDE Dine&Wine เป็นร้านอาหารที่เราเชื่อว่าหลายคนกำลังตามหา ทั้งบรรยากาศและความแคชวลที่ทำให้อยากชวนเพื่อนมานั่งคุยกัน พร้อมกินมื้อดึกรสชาติดี มีไวน์ให้เลือกดื่ม อีกทั้งช่วงสุดสัปดาห์จะมีดีเจมาเปิดเพลงด้วย เราว่าที่นี่เป็น Hidden Gem แห่งใหม่ประจำย่านสะพานควายเลย

 


HIDE Dine&Wine

Address: ถนนพหลโยธิน (ด้านบนร้าน Viper)

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.

Contact: HIDE Dine&Wine

Budget: 1,000-2,000 บาท

Map: 

 

The post HIDE Dine&Wine ร้านนั่งชิลมู้ดดีย่านสะพานควาย มีไวน์ให้จิบ มีดนตรีให้ฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Luigi Bangkok ร้านอาหารและไวน์ย่านอารีย์ที่เสิร์ฟทั้งความสนุกและโรแมนติก https://thestandard.co/life/luigi-bangkok/ Mon, 05 Feb 2024 04:45:58 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=896049

ถ้าเราเดินผ่านไปเฉยๆ และไม่สงสัยว่ามีอะไรอยู่หลังประตูข […]

The post Luigi Bangkok ร้านอาหารและไวน์ย่านอารีย์ที่เสิร์ฟทั้งความสนุกและโรแมนติก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าเราเดินผ่านไปเฉยๆ และไม่สงสัยว่ามีอะไรอยู่หลังประตูของร้านอาหารแห่งใหม่ย่านอารีย์ที่ชื่อว่า ‘Luigi’ (ลุยจิ) ก็คงพลาดที่จะได้รู้ว่าร้านนี้ซ่อนความน่าสนุก น่ากิน และน่าชวนใครสักคนมานั่งจิบไวน์กินมื้อเย็นด้วยกันไว้ด้านใน แถมร้านยังออกแบบได้สวยสุดๆ มองไปมุมไหนก็น่าถ่ายรูป เช่นเดียวกับอาหารที่หน้าตาดีไม่แพ้กันเลยสักนิด

 

 

The vibe

 

Luigi เปิดอยู่ในโครงการวานิชเพลซ อารีย์ เราเดินเข้าไปก้าวแรกก็รู้สึกได้เลยว่าที่นี่ตกแต่งร้านได้สวยทุกมุม มองไปทางไหนก็ Photogenic เพราะใช้สีสันสดใส มีลวดลายน่าสนุก จะแวะมานั่งตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ได้บรรยากาศไปคนละแบบ

 

อย่างใครแวะมากินมื้อกลางวันเหมือนเราก็จะได้อารมณ์สดใสรับแสงธรรมชาติ นั่งเล่นพูดคุยกันสบายๆ พร้อมมีอาหารและไวน์ให้จิบ แล้วหากเป็นช่วงกลางคืน เราว่าที่นี่บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ แน่นอน

 

 

The taste

 

Luigi เสิร์ฟอาหารสไตล์ Western-Japanese แต่จะไม่ใช่อาหารฟิวชัน ร้านตั้งใจนำวัตถุดิบมาผสมผสานกันโดยไม่ทิ้งรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบหรือเมนูนั้นๆ มากกว่า เมนูส่วนใหญ่จึงมีความเบา กินง่าย มีกลิ่นอายญี่ปุ่นผสมฝรั่งเศส มีเมนูครบตั้งแต่ของกินเล่นไปจนถึงจานหลักและของหวาน ใครจะมานั่งสั่งอาหารจานเล็กๆ จับคู่กับไวน์ หรือสั่งเมนคอร์สจานใหญ่มากินด้วยกันก็ทำได้ โดยไวน์ของร้านจะมีทั้งเนเชอรัลและคลาสสิก

 

เราลองแล้วก็ชอบหลายเมนู อย่างของกินเล่นเป็นคำๆ ที่มาในสไตล์โทสต์ Hokkaido Uni (590 บาท) ชิ้นนี้ท็อปด้วยอูนิและซอสผสมแซลมอนกับผักดอง Truffle Bite (350 บาท) มีรสชาติครีมมี่จากปาเต้ตับไก่และแยมฟิก 3 Roes Bite (380 บาท) เป็นเมนูใหม่ ชิ้นนี้ท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอน อูนิ และคาเวียร์

 

 

จานเรียกน้ำย่อยเราชอบทั้งหมด Cod Finger (380 บาท) เป็นเนื้อปลาห่อสาหร่ายชุบแป้งทอด จิ้มกับทาร์ทาร์ซอสเปรี้ยวๆ แล้วเข้ากันมาก Sawara Ceviche (690 บาท) เนื้อปลาซาชิมิกับซอสยูซุวิเนการ์สดชื่นๆ Salmon Tartare (590 บาท) แซลมอนนุ่มๆ กับซอสวาซาบิดองและอะโวคาโด จานนี้เชื่อว่าหลายคนต้องชอบแน่นอน Tuna Ahi (690 บาท) เป็นเมนูใหม่เช่นกัน ด้านล่างเป็นอะโวคาโด ด้านบนมีเนื้อทูน่า คาเวียร์ และรากบัวทอด เมนูนี้จะรสชาตินุ่มนวลกว่าแซลมอนทาร์ทาร์

 

 

ถ้าใครอยากสั่งอาหารกินจานเดียวอิ่ม หรือแวะมานั่งกินมื้อกลางวัน พาสต้าที่นี่ก็รสชาติดีไม่เบา อย่าง Oceantini (720 บาท) พาสต้าเส้นลิงกวินีที่กัดไปยังมีความเด้ง กินคู่กับหอยแมลงภู่ สแกลลอป และไข่ปลา จับคู่กับไวน์แล้วรสชาติจะดีขึ้นไปอีก และถ้าใครเป็นสายเนื้อ เราก็ไม่อยากให้พลาดเมนูสเต๊กของ Luigi อย่างเช่น Wagyu Picanha (1,790 บาท) เนื้อวากิว 200 กรัมที่เสิร์ฟระดับมีเดียมแรร์ เชฟทำได้นุ่ม สีสวยมาก ถ้าใครเป็นสายเนื้อติดใจแน่นอน

 

แล้วค่อยปิดท้ายด้วยของหวาน Custardy Pudding (280 บาท) พุดดิ้งคัสตาร์ดเนื้อเนียนจนอดใจไม่ไหว เราชอบที่รสชาติหวานน้อย ตัดกับซอสขมๆ หอมกลิ่นคาราเมล มีตุอีลและครัมเบิลกรอบๆ ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสด้วย

 

 

Good for…

 

Luigi เป็นร้านสไตล์แคชวลไดนิ่งที่บรรยากาศดีทั้งกลางวันและกลางคืน จะแวะมานั่งกินมื้อพิเศษกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้ใจก็ได้ทั้งนั้น เพราะที่นี่มีครบทุกรสชาติ เมนูอาหารเข้าใจง่าย เหมาะกับใครที่มองหามื้อพิเศษที่ไม่เป็นทางการมากนัก แต่ก็ยังทำให้เป็นมื้อที่น่าประทับใจได้อยู่

 

 


 

Luigi Bangkok

 

Address: ชั้น 2 โครงการวานิชเพลซ อารีย์

Open: เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น.

Contact: @luigibangkok

Budget: 500-2,000 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/D5poRHfn7F4uXmdX7

 

 

The post Luigi Bangkok ร้านอาหารและไวน์ย่านอารีย์ที่เสิร์ฟทั้งความสนุกและโรแมนติก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดประสบการณ์พิเศษกับไวน์ Penfolds ในเทศกาลตรุษจีน 2024 https://thestandard.co/life/penfolds-in-chinese-new-year-2024/ Mon, 05 Feb 2024 04:00:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=895887

เทศกาลตรุษจีนเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญและเป็นที่รู้จักม […]

The post เปิดประสบการณ์พิเศษกับไวน์ Penfolds ในเทศกาลตรุษจีน 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เทศกาลตรุษจีนเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในทวีปเอเชีย ไม่เพียงแต่เป็นการต้อนรับปีใหม่ของชาวจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการสานสัมพันธ์และแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษในครอบครัว

 

ในช่วงเทศกาลนี้ ร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ต่างๆ ก็นำเสนอเมนูใหม่ เพื่อสร้างสีสันและเป็นการฉลองเทศกาลในแบบของตนเอง เช่นเดียวกับแบรนด์ต่างๆ ที่ปล่อยสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันเพื่อเป็นของเก็บสะสมหรือเป็นของขวัญให้กับผู้ที่เคารพ

 

 

ล่าสุดเราได้มีโอกาสทดลองมื้อเที่ยงที่ห้องอาหารจีนระดับ 1 ดาวมิชลินอย่าง Yu Ting Yuan ที่โรงแรม Four Seasons Bangkok ซึ่งนำเสนอเซ็ตเมนูที่ประกอบไปด้วยเมนูเฉพาะของร้านไม่ว่าจะเป็น หมูหัน เป็ดปักกิ่ง เนื้อสันนอกผัดซอส และข้าวผัดฟัวกราส์ ฯลฯ ที่เข้ากันดีกับไวน์จากออสเตรเลียอย่าง Penfolds ทั้ง 4 ตัว อันได้แก่ Grange, Bin 389 Cabernet Shiraz, RWT Bin 798 Barossa Valley Shiraz และ Bin 707 Cabernet Sauvignon ที่เข้ากันได้ดีกับอาหารจีน  

 

 

โดยที่ไวน์เหล่านี้มาจากคอลเล็กชันลิมิเต็ดเอดิชันที่เปิดตัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2024 ซึ่งมาพร้อมกับกล่องของขวัญเล่นลวดลายมังกรสีทองและเกล็ดมังกร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความแข็งแกร่งและพลังแห่งมังกร ซึ่งเป็นราศีที่ได้รับความนับถือมากที่สุดในประเทศไทย

 

ถือเป็นอีกหนึ่งมื้อพิเศษในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่เราได้ลิ้มลองเมนูอาหารจีนระดับดาวมิชลินที่กลมกล่อมเมื่อมาอยู่กับลักชัวรีไวน์

 

ภาพ: Courtesy of brands

The post เปิดประสบการณ์พิเศษกับไวน์ Penfolds ในเทศกาลตรุษจีน 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตึก The Pastry&Co. ไม่ได้มีแค่คาเฟ่ กลางคืนมีไวน์บาร์ชื่อ KiKi Bottle Shop ด้วย https://thestandard.co/kiki-bottle-shop/ Wed, 31 Jan 2024 06:36:49 +0000 https://thestandard.co/?p=894189 KiKi Bottle Shop

  ไวน์บาร์ลับๆ ย่านโอลด์ทาวน์ ที่ซ่อนอยู่ในคาเฟ่ & […]

The post ตึก The Pastry&Co. ไม่ได้มีแค่คาเฟ่ กลางคืนมีไวน์บาร์ชื่อ KiKi Bottle Shop ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
KiKi Bottle Shop

 

ไวน์บาร์ลับๆ ย่านโอลด์ทาวน์ ที่ซ่อนอยู่ในคาเฟ่

 

วันก่อนเราได้มีโอกาสพาไปร้าน The Pastry&Co. คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นในย่านโอลด์ทาวน์กันมาแล้ว แต่จะบอกว่ามันยังไม่จบ! ถ้ายังไม่อยากกลับบ้าน หลังจาก 5 โมงเย็นทั้งร้านจะเปลี่ยนเป็นไวน์บาร์ทันที ที่นี่มีไวน์ให้เลือกหลายตัว มี Natural Wine ด้วย เหมาะกับมานั่งชิลๆ กับแก๊งเพื่อนหรือจะมาเดตก็ได้ นอกจากไวน์สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือที่นี่มีทาปาสสไตล์ไทยๆ ไว้กินคู่กับไวน์อีกด้วย

 

The Vibe

 

ตัวร้านไวน์จะตั้งอยู่ทางชั้น 2 ของตึก เช่นเคยว่าการตกแต่งให้บรรยากาศสบายๆ เหมือนได้มาจิบไวน์ที่บ้านเพื่อน ด้วยการจัดวางเก้าอี้ที่หน้าตาไม่เหมือนกัน ทำให้ภาพรวมแอบมีความสนุกขึ้นนิดๆ และที่ชั้นนี้ยังมีโต๊ะที่ค่อนข้างส่วนตัวขึ้นมาหน่อย ใครอยากมาเดตร้านนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ไม่หมดเพียงเท่านั้น ชั้น 3 ของตึกจะเป็นห้องที่มีโต๊ะยาว เหมาะกับจัดงาน จัดเวิร์กช็อปมากๆ และที่สำคัญช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกห้องนี้แสงสวยมากๆ

 

The Taste

 

 

ที่นี่เป็นไวน์บาร์ที่มีไวน์ให้เลือกค่อนข้างเยอะและหลากหลายชนิด แอบบอกนิดหนึ่งว่าราคาเป็นมิตรด้วย ส่วนเมนูอาหารจะเป็นสไตล์ไทยทาปาส ที่ทางร้านอยากดึงเอาบริบทความเป็นไทยในย่านโอลด์ทาวน์มาทำใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น และรสชาติไม่ได้จัดจนเกินไป กินคู่กับไวน์ได้เพลินๆ

 

 

ไทยทาปาสที่นี่จะมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่กินเล่นๆ ไปจนถึงกินจริงจัง สำหรับใครที่อยากได้ของกินเล่น เพลินๆ กรอบๆ แนะนำให้สั่ง ข้าวเกรียบกุ้งย่าง (130 บาท) ที่นี่เขาทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่เอากุ้งมาสับ นึ่ง แล้วก็ทอด เพราะฉะนั้นเราจะได้สัมผัสกับเนื้อกุ้งแบบเต็มๆ หรือถ้าอยากได้อะไรที่ได้เคี้ยวๆ หน่อย คางกุ้งกรอบ (130 บาท) ก็เป็นตัวเลือกที่ดี สามารถเข้าได้กับทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง

 

 

ต่อมาเป็นเมนูที่มีความแน่นและจัดจ้านขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งคือ ไก่ทอดเครื่อง (150 บาท) ที่เรียกว่าไก่ทอดเครื่องเพราะตัวแป้งเขาได้มีการผสมเครื่องแกงเข้าไปด้วย เวลากินก็ได้ทั้งความกรอบและหอมเครื่องแกงแบบไทยๆ ต่อมาเป็น ตำหมึกดำมะม่วงเบา (220 บาท) ปกติมะม่วงเบาคนมักจะเอาไปทำเป็นยำต่างๆ แต่จานนี้เขาใส่หมึกดำลงไปด้วย และใส่ทั้งเนื้อปลาหมึกและปลาหมึกป่นลงไป โดยรวมจะออกเปรี้ยวๆ กินคู่กับไวน์ขาวแล้วเข้ากันมากๆ 

 

 

อีกเมนูที่น่าตื่นเต้นว่าที่นี่มีเมนูนี้ด้วยคือ ไส้อั่วมะแขว่น (180 บาท) ไส้อั่วที่นี่ทำเองทุกขั้นตอนเช่นกัน ตั้งแต่ผสม ยัดไส้ ย่าง กินคู่กับมะแขว่น ให้ความเผ็ดชา คล้ายหม่าล่า เป็นเมนูที่แปลกใหม่ดี สำหรับสายเนื้อ แจ่วเนื้อทาร์ทาร์ (250 บาท) เป็นเมนูที่อยากให้เปิดใจลอง หน้าตาเขาจะเหมือนยุกเกะ แต่ปรับให้เป็นไทยมากขึ้น มีข้าวคั่ว มีพริก และข้างบนจะเป็นไข่ดองน้ำปลา

 

 

เมนู ข้าวตังแกงเผ็ดเป็ดรมควัน (180 บาท) เป็นเมนูที่ฉีกกฎการกินข้าวตังแบบเดิมๆ ออกไปเลย ในหนึ่งคำมีหลายเท็กซ์เจอร์มาก ทั้งความกรอบ ทั้งนุ่ม และมีส่วนประกอบหลากหลาย เช่น มะพร้าวย่าง สับปะรดย่าง ตัวเป็ดรมควันไม่เหนียว โดยรวมเหมือนได้กินแกงที่มีความกรอบๆ เมนูสุดท้ายคือ เนื้อย่างพริกมะกอกป่า (230 บาท) เนื้อจะเป็นเนื้อโคขุนไทย เป็นวัตถุดิบท้องถิ่น กินคู่กับผักก้านจอง จิ้มกับน้ำพริกมะกอกป่าย่าง ให้อารมณ์เหมือนน้ำพริกปลาร้า แต่ทางร้านไม่ได้ใส่ปลาร้า แนะนำให้สั่งคู่กับ ข้าวจี่ (50 บาท) มันจะได้กลิ่นสโมก เวลากินคู่กับไวน์จะเข้ากันแบบสุดๆ

 

KiKi Bottle Shop

 

Good for

ร้านนี้เหมาะกับคนอยากหาที่นั่งชิลในย่านโอลด์ทาวน์ จะมากับแก๊งเพื่อนสัก 3-4 คนก็ได้ หรือใครที่กำลังมองหาร้านไว้เดตวันวาเลนไทน์ร้านนี้ก็เหมาะมากๆ เช่นกัน

 

KiKi Bottle Shop

Open: ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 17.00-00.00 น.
Address: ติดถนนพระสุเมรุ

Budget: 200-1,000 บาท

Facebook: KiKi Bottle Shop

Map: 

 

The post ตึก The Pastry&Co. ไม่ได้มีแค่คาเฟ่ กลางคืนมีไวน์บาร์ชื่อ KiKi Bottle Shop ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Proper ไวน์บาร์เล็กๆ แต่ใจใหญ่ กับวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงในทุกจาน https://thestandard.co/life/proper/ Sun, 28 Jan 2024 04:00:57 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=893009

เมื่อเอ่ยถึง ‘ไวน์บาร์’ ภาพจำแรกของใครหลายคนอาจจะเป็นบา […]

The post Proper ไวน์บาร์เล็กๆ แต่ใจใหญ่ กับวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงในทุกจาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเอ่ยถึง ‘ไวน์บาร์’ ภาพจำแรกของใครหลายคนอาจจะเป็นบาร์ที่มีความหรูหราและทางการ แต่หากคุณกำลังมองหาไวน์บาร์ที่มีความโฮมมี่ ไม่ต้องคว้าสูทหรือชุดราตรีมาใส่ และยิ่งถ้าเป็นสาย Natural Wine ด้วยแล้ว เราอยากให้ลองแวะไปเช็กอินที่ Proper ไวน์บาร์ใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเวิ้งของสุขุมวิท ซอย 31 การเดินทางครั้งใหม่ของ เชฟศรีล โรจนเมธินทร์ แห่ง Small Dinner Club ที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่บรรยากาศที่เข้าใจง่ายและซีเล็กชันของไวน์เท่านั้น แต่ยังจริงจังกับวัตถุดิบและขั้นตอนการรังสรรค์ที่ละเอียดอ่อนในทุกจาน 

 

 

The Vibe

 

ตัวร้านเป็นไวน์บาร์เล็กๆ ที่มีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ ให้ความรู้สึกเหมือนแวะมาบ้านเพื่อน ซึ่งสามารถรองรับได้ราวๆ 25-30 คน ภายในร้านยังมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับใครที่อยากแวะมาจิบไวน์คนเดียวแบบเพลินๆ

 

 

หากเดินไปที่เชลฟ์ไวน์ก็จะเห็นถึงซีเล็กชันของ Natural Wine ที่น่าสนใจตามฤดูกาล และอย่างที่บอกว่าร้านนี้เน้นความเข้าใจง่าย ในส่วนของราคาไวน์ก็ยังมีความเข้าใจง่ายเช่นกัน โดย By Glass จะอยู่ที่ 390 บาทราคาเดียว ส่วน By Bottle จะเริ่มต้นที่ 1,900-7,000 บาท

 

 

The Taste

 

หัวใจสำคัญของอาหารที่นี่คือใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน รวมถึงการเคารพวัตถุดิบตามฤดูกาล ระหว่างกางดูเมนูสีส้มเด่นพลางจิบไวน์ที่ทางร้านแนะนำไปเพลินๆ ได้แป๊บเดียวอาหารจานแรกก็มาแลนดิ้งที่โต๊ะ 

 

 

ประเดิมกันด้วย Oyster of the Day (470 บาท ต่อ 3 ชิ้น) ปรุงรสด้วยซอส Mignonette และ Finger Lime หรือที่บางคนจะเรียกว่ามะนาวคาเวียร์ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศออสเตรเลีย ยิ่งกินกับสาหร่ายพวงองุ่นสดกรอบที่เสิร์ฟมาด้วยแล้วยิ่งสดชื่น

 

 

ต่อด้วย Dry-aged Beef Tartare (450 บาท ต่อ 2 ชิ้น) เนื้อดรายเอจทาร์ทาร์คลุกซอสสโมกมาโยท็อปด้วยหอมเบิร์น เสิร์ฟบนขนมปังซาวโดวจ์ทอด กัดเต็มปากเต็มคำแล้วได้เท็กซ์เจอร์ความกรอบของขนมปังที่มีความชิววี่เล็กๆ เข้ากับรสชาติครีมมี่กลมกล่อมของเนื้อที่หอมกลิ่นรมควันจางๆ

 

 

ใครชอบคร็อกเกต้องไม่พลาดกับ Duck Croquettes (290 บาท) เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ ท็อปด้วย Balsamic Onion Jam และหอมแดงดอง ซึ่งความเปรี้ยวของซอสเข้ากันได้ดีกับรสชาติที่เข้มข้นของคร็อกเก ไม่ทำให้รู้สึกเลี่ยนแต่อย่างใด

 

 

มาถึงจานไฮไลต์ (แรก) ที่เราอยากแนะนำ Thousand Layered Potato with Salted Egg Yolk & Chive Cream (360 บาท) มองผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็นครัวซองต์ ด้วยเลเยอร์และพื้นผิวที่เรียงรายมาสวยงาม แต่ความจริงแล้วมันคือมันฝรั่งทั้งลูกที่ทำไปสไลซ์ ปรุงรส แล้วนำกลับคืนที่เดิม โดยตัวมันฝรั่งจะมีการนำไปนึ่งและทอด เสิร์ฟคู่กับซอสครีมไชว์ส โรยด้านบนด้วยไข่แดงเค็ม เวลากินแนะนำให้หั่นแนวขวางเพื่อกินเป็นเลเยอร์ แล้วจิ้มกินกับซอสครีมเต็มปากเต็มคำ รู้ตัวอีกทีก็หมดจานเสียแล้ว 

 

 

จานไฮไลต์ต่อมาที่เราต้องยกนิ้วให้คือ Slow-Roast Red Cabbage (380 บาท) กะหล่ำปลีอบกับซอสแอนโชวีกระเทียม ที่ไม่ได้มีดีแค่เท็กซ์เจอร์ที่นุ่มพอดี แต่ยังมีแอปเปิ้ลกับพรุนแทรกอยู่ด้วย เรียกว่าเป็นจานคอมฟอร์ตฟู้ดที่มีมิติรสชาติแปลกใหม่ แต่อร่อยลงตัวในทุกคำ 

 

 

มาเพิ่มโปรตีนกันบ้างกับ Flathead Lobster (690 บาท) เนื้อกั้งที่ทางร้านใช้นั้นมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีความสด กรอบ และเด้ง เข้ากันดีกับซอสฮอตบัตเตอร์หอมๆ 

 

 

อีกจานไฮไลต์ของค่ำคืน 30-Day Aged Biodynamic Pork (750 บาท) หมูจากสวนในจังหวัดขอนแก่นที่ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและอ้วนท้วนสมบูรณ์ จนได้ระดับไขมันที่เหมาะกับการดรายเอจ เนื้อหมูมีความนุ่ม แน่น และแทรกมัน ยิ่งกินกับใบไทม์หอมๆ และซอสแอปเปิ้ลมัสตาร์ดที่เสิร์ฟมาด้วยแล้วยิ่งอร่อย

 

 

และถ้าจะให้อร่อยยิ่งขึ้นแนะนำให้สั่ง Proper Salad (340 บาท) มาแกล้มด้วย จานนี้เป็นสลัดที่ได้ผักออร์แกนิกมาจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทั้งผักดองย่างและอองดีฟที่มีรสขมนิดๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ให้ความกรอบและสด กินด้วยกันกับผักดองเปรี้ยวๆ ในจานแล้วสดชื่นตาตื่น 

 

 

อิ่มเอมท้องตึงกับอาหารแค่ไหนก็ต้องเหลือพื้นที่ไว้ให้ของหวานเสมอ สายดาร์กช็อกโกแลตมีฟินแน่นอนกับ Salted Caramel Prachuap Dark Chocolate Tart (380 บาท) ที่ขอเน้นย้ำว่า ‘เข้ม ข้น มาก’ เรียกว่าเข้มข้นสาแก่ใจ เนื้อมูสช็อกโกแลตมีความหวานขมพอดี ตัดรสเค็มนิดๆ ของ Salted Caramel มั่นใจได้ว่าจานนี้จะถูกใจสาวกช็อกโกแลตเหมือนเราไม่น้อย 

 

 

ส่งท้ายกันด้วย Lemon, Lemongrass Ginger & Ginkgo Crepe Brülée (380 บาท) เครปบรูเลหวานฉ่ำอุ่นๆ ที่ถูกตัดรสด้วยซอสเลมอนสุดจี๊ดจ๊าด ถือเป็นจานของหวานที่ตัดเลี่ยนได้ดีเลยล่ะ 

 

 

Good For

 

Proper เหมาะจะเป็นที่แฮงเอาต์สบายๆ กับเพื่อนหลังเลิกงาน รวมถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แนะนำให้ชวนเพื่อนมากันหลายๆ คน เพราะเชื่อเถอะว่าคุณจะอยากลองไปเสียทุกเมนู หรือถ้าใครอยากจะจัดไพรเวตปาร์ตี้ที่นี่ก็รองรับอีกเช่นกัน นอกจากดินเนอร์แล้ว ที่นี่ยังเสิร์ฟบรันช์อีกด้วย โดยจะมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-15.00 น.​ เรียกว่าสามารถมานั่งชิลจิบไวน์ได้ตั้งแต่หัววันเลยล่ะ

 

 


 

Proper 

 

Open: เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-24.00 น., บรันช์เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-15.00 น.​

Address: สุขุมวิท ซอย 31  

Tel: 08 1145 3856

Budget: เริ่มต้นที่ 280 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/LTBUABf2oK4e8UeA9

 

 

The post Proper ไวน์บาร์เล็กๆ แต่ใจใหญ่ กับวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงในทุกจาน appeared first on THE STANDARD.

]]>