ไฟป่า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ไฟป่า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 13 Apr 2026 08:56:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เท้ง ณัฐพงษร่วมงานประเพณีสงกรานต์เชียงใหม่-ลำพูน พบปะประชาชน สะท้อนผลกระทบ PM2.5 หนัก กระทบท่องเที่ยว https://thestandard.co/natthapong-songkran-pm25-tourism/ Mon, 13 Apr 2026 08:56:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1197659 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน

วันนี้ (13 เมษายน) ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน […]

The post เท้ง ณัฐพงษร่วมงานประเพณีสงกรานต์เชียงใหม่-ลำพูน พบปะประชาชน สะท้อนผลกระทบ PM2.5 หนัก กระทบท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน

วันนี้ (13 เมษายน) ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนใน จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน โดยในช่วงเช้าได้ร่วมประเพณีสรงน้ำพระเสตังคมณี พระแก้วขาว ที่วังเชียงมั่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ ก่อนร่วมประเพณีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ที่วัดเมืองกาย อำเภอเมืองเชียงใหม่ และเดินทางต่อไปยัง จังหวัดลำพูน เพื่อร่วมพิธีเปิดขบวนสรงน้ำพระพุทธรูป และงานประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่

 

ระหว่างการร่วมกิจกรรม ณัฐพงษ์และคณะได้พูดคุยกับประชาชนในทั้งสองพื้นที่ ซึ่งมีการสะท้อนปัญหาที่ประชาชนในภาคเหนือกำลังเผชิญจากสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 โดยณัฐพงษ์ระบุว่า จากสถานการณ์วิกฤติฝุ่น PM2.5 และไฟป่า เท่าที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน พบว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องเลื่อนแผนการเดินทาง ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างมาก

 

พรรคประชาชนพร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งที่ผ่านมาได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรีว่าจะหยิบยกร่างดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาหรือไม่ โดยมีรายงานว่าอาจยังไม่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในระยะนี้

 

ณัฐพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเป็นเช่นนั้น พรรคประชาชนพร้อมเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาอีกครั้ง เพื่อให้เกิดการพิจารณา พร้อมยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้กับประชาชน และขอให้ทุกคนมีความหวัง มีพลัง และมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 4ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 5ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 6ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 7ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 8ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน 9

The post เท้ง ณัฐพงษร่วมงานประเพณีสงกรานต์เชียงใหม่-ลำพูน พบปะประชาชน สะท้อนผลกระทบ PM2.5 หนัก กระทบท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เร่งสกัดไฟป่าจุดผาผึ้ง อุปสรรคหน้าผาสูงชัน ระดม ฮ. โปรยน้ำ-ตรึงกำลังป้องวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ https://thestandard.co/doi-suthep-forest-fire-control/ Sat, 11 Apr 2026 11:39:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1197209 เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (11 เมษายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติ […]

The post เร่งสกัดไฟป่าจุดผาผึ้ง อุปสรรคหน้าผาสูงชัน ระดม ฮ. โปรยน้ำ-ตรึงกำลังป้องวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (11 เมษายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าภารกิจควบคุมสถานการณ์ไฟป่า ภายในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณจุดผาผึ้ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร โดยจุดเกิดเหตุดังกล่าวมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นหน้าผาสูงชัน ส่งผลให้การเดินเท้าเข้าถึงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการดับไฟของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ เป็นการสนธิกำลังและบูรณาการการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, หน่วยดับไฟป่าภูพิงค์, อาสาสมัครไฟป่าภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อเร่งเข้าควบคุมพื้นที่และจำกัดวงการลุกลามของไฟป่า

 

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมเพลิง ภารกิจดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากศูนย์ปฏิบัติการพื้นที่ภาคเหนือ ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยได้จัดส่งเฮลิคอปเตอร์ รุ่น AS350 B2 และรุ่น KA32 จำนวนอย่างละ 1 ลำ เข้าปฏิบัติการบินโปรยน้ำเพื่อควบคุมการลุกไหม้ โดยใช้น้ำจากอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นแหล่งน้ำหลักในการสนับสนุนการทำงานของทีมดับไฟป่าภาคพื้นดิน

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถควบคุมทิศทางของเพลิงไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังพบตอไม้ที่ติดไฟและคุกรุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการปะทุซ้ำขึ้นได้ทุกเมื่อ เจ้าหน้าที่จึงต้องตรึงกำลังและควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟป่าลุกลามเข้าสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพและพื้นที่สำคัญโดยรอบอย่างเด็ดขาด

 

เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 1เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 2เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 3เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 4เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 5เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 6เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 7เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 8เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 9เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าบนหน้าผาสูงชัน ใกล้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 10

The post เร่งสกัดไฟป่าจุดผาผึ้ง อุปสรรคหน้าผาสูงชัน ระดม ฮ. โปรยน้ำ-ตรึงกำลังป้องวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภัทรพงษ์ชี้ อนุทินไม่ขาดอำนาจ แต่ ‘ขลาด’ กลัวการตัดสินใจแก้ปัญหา ทิ้งคนเหนือจมฝุ่นพิษ จวกเงินซื้อเสียงยังจ่ายเยอะกว่าค่าดับไฟป่า https://thestandard.co/phataraphong-slams-anutin-pm25-pollution/ Fri, 10 Apr 2026 08:15:54 +0000 https://thestandard.co/phataraphong-slams-anutin-pm25-pollution/ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5

ปัญหาเรื่องสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนื […]

The post ภัทรพงษ์ชี้ อนุทินไม่ขาดอำนาจ แต่ ‘ขลาด’ กลัวการตัดสินใจแก้ปัญหา ทิ้งคนเหนือจมฝุ่นพิษ จวกเงินซื้อเสียงยังจ่ายเยอะกว่าค่าดับไฟป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5

ปัญหาเรื่องสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือถูกหยิบยกมาอภิปรายในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีกครั้ง ในวาระการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภาวันที่ 2 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ของรัฐบาลอย่างรุนแรง รวมถึงพุ่งเป้าไปที่ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

ตำหนิ ‘สุชาติ’ เพิกเฉย จนวิกฤตฝุ่นพิษรุนแรงขึ้น

 

ภัทรพงศ์เริ่มต้นด้วยการย้อนความหลังถึงการแถลงนโยบายเมื่อปี 2568 ที่เคยเตือนให้รัฐบาลเตรียมรับมือวิกฤตมลพิษ แต่รัฐบาลกลับละเลยจนกลายเป็นมลพิษเสียเอง หนำซ้ำ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังแต่งตั้ง สุชาติ ชมกลิ่น เข้ามาดูแลปัญหาต่อ ซึ่งภัทรพงศ์มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เขาเปิดเผยว่าเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ได้เตือนสุชาติแล้วว่างบประมาณปี 2569 ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการไฟป่า และขอให้เร่งอัดฉีดงบกลางให้ท้องถิ่นภายในเดือนตุลาคม แต่สุชาติกลับเพิกเฉย จนกระทั่งวิกฤตฝุ่นพิษในภาคเหนือรุนแรงขึ้น สุชาติกลับอ้างว่าไม่สามารถแก้ปัญหาไฟป่าได้เพราะไม่มีเงินงบกลาง

 

“ลืมไปหรือเปล่าว่าคุณคือรัฐมนตรี นี่คือหน้าที่ของคุณ… ตอนนี้พวกเราชาวเหนือต้องเจอฝุ่นพิษอย่างหนักและไม่มีเงินมาช่วยพวกเราเลย นี่คือภัยจากรัฐบาลที่ทำงานไม่เป็น ขาดไปจากคำแถลงนโยบายเล่มนี้” ภัทรพงศ์กล่าว

 

นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การประกาศเขตควบคุมมลพิษที่ล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีเพียง 4 จาก 9 จังหวัดที่ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ทั้งที่ค่าฝุ่นพุ่งเข้าเกณฑ์ภัยพิบัติตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 ยกตัวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำแผนของบกลางตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 แต่ไม่ได้รับงบประมาณแม้แต่บาทเดียว ทำให้การประกาศเขตควบคุมมลพิษกลายเป็นเพียงกระดาษ A4 ที่แก้ปัญหาอะไรไม่ได้

 

ภัทรพงศ์ยังวิจารณ์ข้ออ้างของสุชาติที่ไม่ยอมประกาศเขตภัยพิบัติเพราะกลัวกระทบการท่องเที่ยว โดยตั้งคำถามกลับว่าหากค่าฝุ่นทะลุ 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะไม่กระทบการท่องเที่ยวหรืออย่างไร และวิจารณ์การสื่อสารของกระทรวงฯ ที่ระบุว่าฝุ่นปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว 45% ว่าเป็นการสื่อสารที่หลุดโลก เพราะในความเป็นจริงคนเชียงใหม่เลือดกำเดาไหลกันทั้งเมืองแล้ว

 

โต้ ‘ศุภจี’ คนเหนือไม่ได้รวยพอจะย้ายบ้านหนีฝุ่น 365 วัน**

 

ภัทรพงศ์ยังได้ตอบโต้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ชี้แจงเมื่อคืนวานนี้ (9 เมษายน) ว่าไม่ได้คาดหวังให้มีคนมาเที่ยวภาคเหนือตลอด 365 วัน

 

ภัทรพงศ์ชี้ว่า มุมมองนี้สะท้อนความไม่เข้าใจความทุกข์ของคนในพื้นที่ เพราะปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่การท่องเที่ยว แต่กระทบกับชีวิตประจำวันของคนเหนือโดยตรง

 

“พวกเราไม่ได้มีเงินรวยเหมือนพวกท่านที่จะย้ายบ้าน ย้ายที่ทำงาน ย้ายครอบครัวหนีฝุ่นได้ พวกเราอยู่ที่นั่น 365 วัน ถ้ารัฐบาลลงมาอยู่ข้างประชาชน รัฐบาลจะไม่กล้าพูดแบบนี้”

 

ซัดรัฐบาลจ่ายค่าดับไฟป่า 240 บาท แต่ซื้อเสียงจ่ายเป็นพัน

 

ภัทรพงศ์ยังยกประเด็นค่าตอบแทนชุดดับไฟป่าเพียง 240 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งเขาเคยอภิปรายมาแล้วถึง 3 รัฐบาลแต่ยังไม่มีการปรับปรุง

 

“เวลาซื้อเสียงยังต้องจ่าย 500 บาท 1,000 บาท 2,000 บาทต่อคน จ้างคนไปกากบาทเพื่อให้ได้อำนาจ เรื่องต่ำๆ ยังทำกันได้ การจ้างคนที่เสี่ยงชีวิตไปดับไฟป่าเพียงแค่นี้ทำไม่ได้”

 

เขาย้ำว่าการขาดงบประมาณและอำนาจของท้องถิ่น ทำให้การบัญชาการล้มเหลว เกิดเหตุไฟล้อมทีมดับไฟของกรมอุทยานฯ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าไปถึง 4 ราย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

 

“ขอถามอนุทินตรงๆ ว่าจะแก้ปัญหานี้ได้เมื่อไร ปีนี้หรือปีหน้า เพราะถ้าตั้งนายสุชาติคงชาติหน้าแน่นอน”

 

แฉช่องโหว่นำเข้าข้าวโพดเผา-ปล่อยคนไทยกินสารพิษ

 

สำหรับการจัดการมลพิษทางน้ำและอากาศข้ามแดน ภัทรพงศ์วิจารณ์มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาลว่ามีช่องโหว่ โดยปล่อยให้ผู้นำเข้าออกแบบวิธีการรับรองตนเองได้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานได้อย่างแท้จริงว่าข้าวโพดเหล่านั้นมาจากกระบวนการเผาหรือไม่ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์กลับอ้างว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งนายภัทรพงศ์มองว่าเป็นการผลักภาระ เพราะมีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจไม่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว

 

นอกจากนี้ การทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านยังส่งผลให้น้ำและอาหารในไทยปนเปื้อนสารพิษอย่างหนัก ทั้งข้าวปนเปื้อนสารหนู ปลาปนเปื้อนปรอท และผักปนเปื้อนแคดเมียม ซึ่งกระทบต่อคนทั้งประเทศ แต่รัฐบาลกลับไม่ขยับตัวแก้ไขใดๆ

 

วิจารณ์ ‘อนุทิน’ ขลาดกลัวไม่กล้าแก้ปัญหา

 

ภัทรพงศ์ทวงถามความชัดเจนเรื่องร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เคยผ่านสภาฯ อย่างเป็นเอกฉันท์และทุกพรรคเคยรับปากในช่วงหาเสียง แต่หลังเลือกตั้งกลับไม่มีตัวแทนรัฐบาลคนใดยืนยันสนับสนุน โดยอ้างเหตุผลว่าการเก็บค่าธรรมเนียมผู้ก่อมลพิษจะเพิ่มต้นทุนและกระทบขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงนโยบายที่รัฐบาลประกาศจะพาไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ซึ่งมีหลักการ ‘ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย’ เป็นแกนหลัก

 

ภัทรพงศ์ตั้งคำถามว่านี่คือการโกหกประชาชนหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเลิกหลบเลี่ยง และออกมายืนยันจุดยืนต่อกฎหมายฉบับนี้ให้ชัดเจน

 

“สิ่งที่เห็นชัดเจนคือวันนี้คุณอนุทินไม่ได้ขาดอำนาจ แต่คุณขลาด คุณกลัวที่ต้องตัดสินใจสิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบกับชีวิตประชาชน คุณหนีปัญหาและผลักความรับผิดชอบให้คนอื่นทุกครั้งทุกภัยพิบัติ มีใครเคยเห็นคนที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะบัญชาการเป็นผู้นำอย่างเด็ดขาดแล้วพาประเทศพ้นวิกฤติบ้าง นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ประเทศเจอกับภัย 5 ด้าน ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม ภัยสิ่งแวดล้อม ภัยความมั่นคง และภัยจากรัฐบาลอนุทินที่ทำงานไม่เป็น” ภัทรพงษ์กล่าว

The post ภัทรพงษ์ชี้ อนุทินไม่ขาดอำนาจ แต่ ‘ขลาด’ กลัวการตัดสินใจแก้ปัญหา ทิ้งคนเหนือจมฝุ่นพิษ จวกเงินซื้อเสียงยังจ่ายเยอะกว่าค่าดับไฟป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหม-ผบ.ทอ. เยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 ติดตามภารกิจดับไฟป่าและสถานการณ์ PM2.5 https://thestandard.co/defense-air-force-chiang-mai-wildfire-pm25/ Wed, 08 Apr 2026 11:19:25 +0000 https://thestandard.co/defense-air-force-chiang-mai-wildfire-pm25/ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5

วันนี้ (8 เมษายน) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ […]

The post รมว.กลาโหม-ผบ.ทอ. เยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 ติดตามภารกิจดับไฟป่าและสถานการณ์ PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5

วันนี้ (8 เมษายน) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่หน่วยบินควบคุมไฟป่า กองบิน 41 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการลงพื้นที่ของ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อ. เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะ ในการตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ

 

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมี รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ท. วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3, พล.ต.ท. กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่

 

หลังจากฟังบรรยายสรุปแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางไปเยี่ยมหน่วยบินควบคุมไฟป่าและได้มอบหน้ากากอนามัยและเวชภัณฑ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติงาน ซึ่งต้องเผชิญทั้งไฟป่าและสภาพอากาศที่มีฝุ่นควันหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับกองบิน 41 ถือเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของกองทัพอากาศ ที่ใช้สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีการจัดตั้งหน่วยบินควบคุมไฟป่า (ส่วนหน้า) เพื่อใช้ทั้งอากาศยานลาดตระเวน ตรวจจับจุดความร้อน และโปรยน้ำหรือสารควบคุมไฟในพื้นที่วิกฤต

 

ขณะที่ ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศได้จัดการฝึกบินควบคุมไฟป่าประจำปี 2569 ณ กองบิน 41 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รองรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือยังคงเป็นปัญหาสำคัญในช่วงฤดูแล้ง โดยการใช้กำลังทางอากาศ เช่น เครื่องบินและโดรน เข้ามาสนับสนุนการควบคุมไฟป่า ถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความรุนแรงของสถานการณ์และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 1รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 2รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 3รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 4รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 5รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 6

The post รมว.กลาโหม-ผบ.ทอ. เยี่ยมหน่วยบินกองบิน 41 ติดตามภารกิจดับไฟป่าและสถานการณ์ PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่ายค้านประเดิมออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็น ‘วิกฤตสุขภาพแห่งชาติ’ จี้รัฐบาลเร่งดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด https://thestandard.co/opposition-pm2-5-health-crisis-clean-air-act/ Wed, 08 Apr 2026 06:47:41 +0000 https://thestandard.co/opposition-pm2-5-health-crisis-clean-air-act/ ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ

ความเคลื่อนไหวร่วมกันครั้งแรกในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประ […]

The post ฝ่ายค้านประเดิมออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็น ‘วิกฤตสุขภาพแห่งชาติ’ จี้รัฐบาลเร่งดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ

ความเคลื่อนไหวร่วมกันครั้งแรกในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม ออกแถลงการณ์ร่วมและตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อประกาศยกระดับปัญหา ฝุ่น PM2.5 ให้เป็น ‘วิกฤตสุขภาพแห่งชาติ’ อย่างเต็มรูปแบบ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นระบบ รวมถึงการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด

 

ช่วงหนึ่งของแถลงการณ์ได้เตือนรัฐบาลว่า อย่าปัดตกกฎหมายฉบับนี้เพียงเพราะข้ออ้างเรื่องความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย ภาระของภาคธุรกิจ หรือการเพิ่มอำนาจให้ข้าราชการประจำ เพราะการปกป้องชีวิตประชาชนต้องสำคัญกว่าผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจระยะสั้น

 

จุดยืนที่สำคัญที่สุดของพรรคร่วมฝ่ายค้านคือความกังวลต่อผลกระทบเชิงลึกทางสุขภาพ

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้สะท้อนปัญหาจากการลงพื้นที่จริง โดยชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นเหตุสลดที่เกิดขึ้นซ้ำรอยเกือบทุกปี รัฐบาลจึงต้องวางแผนจัดสรรงบประมาณ เตรียมกำลังพล อุปกรณ์ป้องกัน และสวัสดิการให้ดีเพียงพอเพื่อหยุดยั้งความสูญเสีย

 

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่ากลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถปรับปรุงที่พักให้เป็นห้องปิดเพื่อติดเครื่องปรับอากาศได้ ณัฐพงษ์จึงเสนอให้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการแจกจ่ายมุ้งสู้ฝุ่นสำหรับเตียงผู้ป่วย และการจัดทำห้องปลอดฝุ่นหรือห้องแรงดันบวกซึ่งใช้ต้นทุนไม่สูงแต่มีประสิทธิภาพ

 

พร้อมยืนยันว่าท้องถิ่นและ สส. พร้อมนำทรัพยากรไปช่วยเหลือประชาชนทันทีหากรัฐบาลสนับสนุน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ฝ่ายค้านจะนำไปผลักดันต่อในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งมีมติจัดตั้งขึ้น เพื่ออุดช่องโหว่การทำงานของภาครัฐ

 

ด้าน การดี เลี่ยวไพโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เน้นย้ำว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ จะต้องติดตามแก้ไขปัญหาแบบองค์รวมทั่วประเทศ ไม่ใช่ทำงานเฉพาะกิจตามฤดูกาลที่มีวิกฤตแล้วก็เงียบหายไป นางการดียืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาลควรผลักดันต่อเนื่องไปจนถึงระดับวุฒิสภา แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสมหรือต้องแก้ไขเนื้อหาบางส่วนก็ควรเปิดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย แต่ไม่ควรปัดตกแล้วกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

 

“อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบและผลักดันกฎหมายนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะการนิ่งเฉยถือเป็นความล้มเหลวต่อความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ” แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทิ้งท้าย

 

ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ 1ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ 2ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ 3ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ 4ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ 5ภาพการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้านยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ 6

The post ฝ่ายค้านประเดิมออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับฝุ่น PM2.5 เป็น ‘วิกฤตสุขภาพแห่งชาติ’ จี้รัฐบาลเร่งดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กระทรวง ทส. สมัย 2 สั่งแก้ไฟป่า-หมอกควัน เร่งคุม PM2.5 https://thestandard.co/suchart-chomklin-tackles-pm25/ Wed, 08 Apr 2026 03:18:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1195727 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง

วันนี้ (8 เมษายน) เวลา 08.00 น. สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี […]

The post สุชาติ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กระทรวง ทส. สมัย 2 สั่งแก้ไฟป่า-หมอกควัน เร่งคุม PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง

วันนี้ (8 เมษายน) เวลา 08.00 น. สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก โดยนำคณะผู้บริหารระดับสูงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ ก่อนเริ่มภารกิจขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยมี รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

 

สุชาติ ย้ำว่า การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ พร้อมเดินหน้าทำงานทันทีในทุกด้าน ทั้งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจะเน้นการแก้ปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง ควบคู่กับการบริหารจัดการอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงาน

 

สำหรับปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งเป็นสถานการณ์เร่งด่วนและยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง รัฐมนตรีระบุว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งต่อเนื่อง และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด เชื่อมโยงข้อมูล และลงพื้นที่จริง เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนให้เร็วที่สุด ภารกิจในครั้งนี้ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ต้องเดินหน้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

 

สุชาติ ย้ำอีกว่า แม้สถานการณ์จะมีความยากและซับซ้อน แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงทำงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ เพื่อควบคุมไฟป่าและลดหมอกควัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการปกป้องสุขภาพของประชาชน พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ จะเร่งสนับสนุนกำลังคน อุปกรณ์ และสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ด่านหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในและต่างประเทศ มาใช้แก้ปัญหา PM2.5 และมลพิษข้ามแดนอย่างเป็นระบบ

 

สุชาติ กล่าวว่า ผมจะทำงานอย่างเต็มที่ มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และจะสื่อสารความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เราจะเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างไม่หยุดยั้ง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง 1สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง 2สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง 3สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง 4สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง 5สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง 6สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในวันเข้ารับตำแหน่ง 7

The post สุชาติ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กระทรวง ทส. สมัย 2 สั่งแก้ไฟป่า-หมอกควัน เร่งคุม PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์ https://thestandard.co/pm25-wildfire-control-songkran/ Tue, 07 Apr 2026 05:32:51 +0000 https://thestandard.co/pm25-wildfire-control-songkran/ ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าในไทย

วันนี้ (7 เมษายน) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากา […]

The post ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าในไทย

วันนี้ (7 เมษายน) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เมื่อเวลา 07.00 น. พบว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในภาพรวมของประเทศยังคงพบค่าเกินมาตรฐานกระจายตัวอยู่ใน 44 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

สถานการณ์ในพื้นที่ภูมิภาคต่างๆ พบว่า ภาคเหนือ ยังคงได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยคุณภาพอากาศส่วนใหญ่เกินค่ามาตรฐาน ตรวจวัดได้ระหว่าง 53.8 – 197.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) จังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 5 อันดับแรก

 

ได้แก่ แม่ฮ่องสอน (94.1-197.2 มคก./ลบ.ม.), เชียงใหม่ (66.3-196.3 มคก./ลบ.ม.), เชียงราย (99.1-132.4 มคก./ลบ.ม.), น่าน (92.0-120.7 มคก./ลบ.ม.) และพะเยา (114.0 มคก./ลบ.ม.) นอกจากนี้ยังพบค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ในจังหวัดลำปาง ลำพูน พิษณุโลก แพร่ พิจิตร อุทัยธานี อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และสุโขทัย

 

ส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภาพอากาศส่วนใหญ่เกินค่ามาตรฐาน ตรวจวัดได้ 27.9 – 124.1 มคก./ลบ.ม. เช่นเดียวกับ ภาคกลางและตะวันตก ที่เกินเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 23.3 – 69.9 มคก./ลบ.ม. สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน 12 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 25.9 – 43.6 มคก./ลบ.ม.

 

ขณะที่ ภาคตะวันออก คุณภาพอากาศภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (22.1 – 37.1 มคก./ลบ.ม.) และ ภาคใต้ เป็นเพียงภูมิภาคเดียวที่มีคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี (17.3 – 21.5 มคก./ลบ.ม.)

 

ในด้านข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 พบจุดความร้อนในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 2,269 จุด โดยกว่าร้อยละ 65 หรือ 1,470 จุด เกิดขึ้นในพื้นที่ป่า ซึ่งจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดเรียงตามลำดับ ได้แก่ กาญจนบุรี ชัยภูมิ แม่ฮ่องสอน ตาก และลำปาง

 

เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหา โดยได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้าภาคเหนือ) เพื่อบูรณาการการทำงานในพื้นที่ 17 จังหวัดอย่างเบ็ดเสร็จ

 

มีเป้าหมายสำคัญคือ การปิดจบปัญหาไฟป่าให้ได้ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งจากมาตรการเชิงรุกนี้ ส่งผลให้จุดความร้อนทั่วประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 55% ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน โดยลดลงจาก 5,083 จุด (4 เม.ย.) เหลือ 2,927 จุด (5 เม.ย.) และเหลือ 2,269 จุด (6 เม.ย.)

 

อย่างไรก็ตาม แม้จุดความร้อนภายในประเทศจะลดลง แต่สถานการณ์ฝุ่นละอองกลับยังไม่คลี่คลายเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยทางสภาพอุตุนิยมวิทยาและปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบจุดความร้อนจำนวนมาก ได้แก่ เมียนมา (5,010 จุด), สปป.ลาว (4,261 จุด), เวียดนาม (807 จุด) และกัมพูชา (786 จุด) ภาครัฐจึงเร่งผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการดับไฟอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศและประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อบรรเทาสถานการณ์

 

ทั้งนี้ ศกพ. ได้ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด พร้อมแนะนำให้ดูแลรักษาสุขภาพ สวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตนเองเมื่อมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยประชาชนสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิดได้ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th และแอปพลิเคชัน Air4Thai

The post ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทส. สั่งปิดป่าสงวน 4 จังหวัดภาคเหนือ คุมเข้มไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5 ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุกสูงสุด 20 ปี https://thestandard.co/forest-closure-northern-thailand-pm25/ Sat, 04 Apr 2026 12:36:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1194768 ทส. สั่งปิดป่าสงวน 4 จังหวัดภาคเหนือ คุมเข้มไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5

วันนี้ (4 เมษายน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

The post ทส. สั่งปิดป่าสงวน 4 จังหวัดภาคเหนือ คุมเข้มไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5 ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุกสูงสุด 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทส. สั่งปิดป่าสงวน 4 จังหวัดภาคเหนือ คุมเข้มไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5

วันนี้ (4 เมษายน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมืออย่างเข้มข้นในช่วงฤดูแล้ง พร้อมประกาศปิดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติใน 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ สุโขทัย และตาก รวมกว่า 42 แห่ง ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2569 เพื่อสกัดต้นตอการเกิดไฟป่าจากกิจกรรมของมนุษย์

 

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการเชิงรุกเพื่อลดการสะสมของฝุ่นควันในชั้นบรรยากาศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยกำหนดห้ามบุคคลเข้าพื้นที่ป่าสงวนโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนลักลอบเข้าไปหรือกระทำการเผาป่า จะมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับรายละเอียดการปิดป่าในแต่ละจังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดน่าน 9 แห่ง จังหวัดแพร่ 6 แห่ง จังหวัดสุโขทัย 12 แห่ง และจังหวัดตาก 15 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและหมอกควัน

 

ด้าน รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตามแผนป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ได้กำหนดแนวทางผ่อนปรนสำหรับผู้มีความจำเป็นต้องเข้าป่า โดยต้องลงทะเบียนและขออนุญาตจากผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ล่วงหน้าทุกครั้ง

 

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมย้ำว่า แนวทางดังกล่าวยึดหลัก ป้องกันล่วงหน้าดีกว่าการแก้ไขภายหลัง โดยมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเฝ้าระวัง ลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดไฟป่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในระยะยาว

The post ทส. สั่งปิดป่าสงวน 4 จังหวัดภาคเหนือ คุมเข้มไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5 ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุกสูงสุด 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ ร่วมอาลัยอาสาดับไฟป่า สะท้อนปัญหาขาดงบ-อุปกรณ์ ดันมุ้งสู้ฝุ่น ช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมเร่งกฎหมายอากาศสะอาด https://thestandard.co/natthapong-firefighter-budget-clean-air-law/ Sat, 04 Apr 2026 11:06:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1194741 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม ส.ส. พรรคประชาชน และทีมงาน ร่วมไว้อาลัย อาสาดับไฟป่าผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (4 เมษายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประ […]

The post ณัฐพงษ์ ร่วมอาลัยอาสาดับไฟป่า สะท้อนปัญหาขาดงบ-อุปกรณ์ ดันมุ้งสู้ฝุ่น ช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมเร่งกฎหมายอากาศสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม ส.ส. พรรคประชาชน และทีมงาน ร่วมไว้อาลัย อาสาดับไฟป่าผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (4 เมษายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สมชิด กันธะยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 5 พรรคประชาชน เดินทางไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพของ บุญมา ผ้าแดง เจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่า ณ วัดสิทธิทรงธรรม ตำบลสะลวงใน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

 

ณัฐพงษ์กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า บุญมาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจากข้อมูลในพื้นที่พบว่าเป็นอาสาดับไฟป่าที่ทำงานต่อเนื่องทุกปี และเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความเหนื่อยล้าสะสมระหว่างปฏิบัติงาน

 

นอกจากนี้ ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมถึงการลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติงานในอำเภอสันป่าตอง ร่วมกับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ซึ่งขับเคลื่อนโครงการอาสาส้มสู้ไฟอย่างต่อเนื่อง พบว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องการเร่งด่วนคือสวัสดิการ เช่น การทำประกันกลุ่ม และการสนับสนุนงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะภารกิจทำแนวกันไฟ ซึ่งถูกปรับลดงบประมาณลงทุกปี

 

ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองว่า ขณะนี้ค่าจุดความร้อนในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง อยู่ที่ประมาณ 5,050 จุด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอยู่ที่ราว 13,500 จุด สะท้อนว่าสถานการณ์ฝุ่นในภาคเหนือยังมีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงปลายเดือนเมษายน

 

ณัฐพงษ์ระบุว่า นอกจากการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการควบคุมไฟป่าและลดการเผาในภาคการเกษตรแล้ว ยังจำเป็นต้องดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยและเด็กเล็กที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น แต่ไม่สามารถเข้าถึงห้องปรับอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศได้

 

ในส่วนนี้ ทีมเทศบาลประชาชนได้ริเริ่มโครงการ “มุ้งสู้ฝุ่น” เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยใช้อุปกรณ์พื้นฐานและมีต้นทุนต่อชุดประมาณ 1,500–2,000 บาท ซึ่งสามารถทำได้เองในครัวเรือน โดยในครั้งนี้ ณัฐพงษ์และทีมงานได้นำไปมอบให้ประชาชนบางส่วนในพื้นที่แขวงเม็งราย

 

ณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ตนเอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และทีมงานพรรคประชาชน จะร่วมกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ พร้อมติดตามการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นมีความเพียงพอสำหรับภารกิจดับไฟป่า และเดินหน้าโครงการมุ้งสู้ฝุ่นควบคู่กับการสนับสนุนการทำงานของอาสาประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน ณัฐพงษ์มีกำหนดลงพื้นที่ร่วมกับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 3 และ พุธิตา ชัยอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 4 พรรคประชาชน พร้อมทีมอาสาส้มสู้ไฟ เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยก่อนลงพื้นที่ได้มีการประชุมถอดบทเรียนที่ศูนย์ส้มสู้ไฟ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์และรวบรวมข้อเสนอแนะสำหรับการผลักดันเชิงนโยบายต่อไป

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม ส.ส. พรรคประชาชน และทีมงาน ร่วมไว้อาลัย อาสาดับไฟป่าผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม ส.ส. พรรคประชาชน และทีมงาน ร่วมไว้อาลัย อาสาดับไฟป่าผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม ส.ส. พรรคประชาชน และทีมงาน ร่วมไว้อาลัย อาสาดับไฟป่าผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม ส.ส. พรรคประชาชน และทีมงาน ร่วมไว้อาลัย อาสาดับไฟป่าผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ 4ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม ส.ส. พรรคประชาชน และทีมงาน ร่วมไว้อาลัย อาสาดับไฟป่าผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ 5

The post ณัฐพงษ์ ร่วมอาลัยอาสาดับไฟป่า สะท้อนปัญหาขาดงบ-อุปกรณ์ ดันมุ้งสู้ฝุ่น ช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมเร่งกฎหมายอากาศสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูลนิธิกระจกเงา ประกาศขอรับบริจาคแกลลอนพลาสติกเปล่า สนับสนุนภารกิจอาสาดับไฟป่า https://thestandard.co/mirror-foundation-donations-forest-fires/ Fri, 03 Apr 2026 05:17:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1194300 ภาพแกลลอนพลาสติกเปล่าที่มูลนิธิกระจกเงาประกาศขอรับบริจาคเพื่อสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า

วันนี้ (3 เมษายน) มูลนิธิกระจกเงา ประกาศขอความช่วยเหลือ […]

The post มูลนิธิกระจกเงา ประกาศขอรับบริจาคแกลลอนพลาสติกเปล่า สนับสนุนภารกิจอาสาดับไฟป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแกลลอนพลาสติกเปล่าที่มูลนิธิกระจกเงาประกาศขอรับบริจาคเพื่อสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า

วันนี้ (3 เมษายน) มูลนิธิกระจกเงา ประกาศขอความช่วยเหลือวาระเร่งด่วนที่สุด โดยเชิญชวนประชาชนและภาคครัวเรือนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจดับไฟป่า ด้วยการเปิดรับบริจาคแกลลอนพลาสติกเปล่าขนาด 3.3 ลิตร จำนวนไม่จำกัด เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมอาสาสมัครหน้างาน

 

จากสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคงวิกฤต ทางมูลนิธิกระจกเงานำเสนอว่าน้ำ คือหนึ่งในปัจจัยและยุทธวิธีสำคัญที่สุดในการควบคุมและเอาชนะไฟป่า อย่างไรก็ตาม การลำเลียงน้ำขึ้นไปยังพื้นที่ภูเขาสูงชันที่มีไฟป่านั้นมีความยากลำบาก

 

ทางมูลนิธิฯ จึงขอรับบริจาคบรรจุภัณฑ์เหลือใช้จากครัวเรือน ได้แก่ แกลลอนน้ำยาซักผ้า แกลลอนน้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือแกลลอนน้ำยาล้างจาน ขนาด 3,300 มิลลิลิตร (3.3 ลิตร) ที่ผ่านการใช้งานจนหมดแล้ว เพื่อให้อาสาสมัครดับไฟป่านำไปใช้เป็นภาชนะบรรจุน้ำสำรองติดตัวขึ้นไปปฏิบัติภารกิจระงับเหตุไฟป่า

 

ประชาชนที่ประสงค์จะร่วมสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับภารกิจดับไฟป่า สามารถจัดส่งแกลลอนพลาสติกเปล่าได้ตามรายละเอียดและช่วงเวลา ดังนี้:

  • ช่วงที่ 1: ตั้งแต่วันนี้ – 10 เมษายน 2569
สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์อาสาดับไฟป่า มูลนิธิกระจกเงา
(ตั้งอยู่ภายในศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่)
  • ช่วงที่ 2: หลังวันที่ 10 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
สามารถบริจาคได้ที่มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานเชียงราย
ที่อยู่: 222 หมู่ 1 บ้านห้วยขม ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ: 06-2923-1503

 

การเปิดรับบริจาคในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ลงพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมช่วยบรรเทาวิกฤตไฟป่าและยังเป็นการนำพลาสติกเหลือใช้ในครัวเรือนมาสร้างประโยชน์สูงสุดในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด่านหน้าอีกด้วย

The post มูลนิธิกระจกเงา ประกาศขอรับบริจาคแกลลอนพลาสติกเปล่า สนับสนุนภารกิจอาสาดับไฟป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภัทรพงษ์ห่วงรัฐบาลไม่ดันต่อ พ.ร.บ. อากาศสะอาด เรียกร้องอนุทินแจงให้ชัด อย่าเล่นการเมืองบนลมหายใจประชาชน https://thestandard.co/pataraphong-anutin-clean-air-act/ Thu, 02 Apr 2026 09:05:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1194054 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน กำลังแถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู […]

The post ภัทรพงษ์ห่วงรัฐบาลไม่ดันต่อ พ.ร.บ. อากาศสะอาด เรียกร้องอนุทินแจงให้ชัด อย่าเล่นการเมืองบนลมหายใจประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน กำลังแถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ได้แถลงข่าววันนี้ (2 เมษายน) เพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้แสดงจุดยืนต่อการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด

 

 
 

ภัทรพงษ์ระบุว่า วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่รุนแรง และกระทบไปยังพื้นที่ต่างๆ ท่ัวประเทศตลอดทั่้งปี ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ของคนเหนือ แต่คือของประเทศไทย เพราะทุกคนใช้ลมหายใจเดียวกัน จึงเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะรับทราบมาว่า ทางรัฐบาลได้ตกลงกันแล้วว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะไปอย่างไรต่อ

 

ภัทรพงษ์ย้ำด้วยว่า หากรัฐบาลจะไม่ร้องขอให้นำร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด กลับมาพิจารณาแล้ว ก็ขอให้ตัวแทนของรัฐบาลอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ลงขื่อเข้าประชุมสภาฯ เมื่อวานให้ยืนยันในที่ประชุม แต่สุชาติก็ไม่ได้ชี้แจง ซ้ำยังให้สัมภาษณ์ว่า หากประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้ว จะกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องน่าขันมาก เพราะจะประกาศหรือไม่ประกาศ ก็กระทบการท่องเที่ยวอยู่ ขอให้สุชาติไปถามผู้ประกอบการได้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงแค่ไหนแล้ว

 

เสียดาย ‘ศุภชัย’ ไม่เคยแย้งตั้งแต่ชั้น กมธ.

 

ภัทรพงษ์ระบุว่า ต้องการฟังความคืบหน้าเรื่องร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด จากอนุทินหรือตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ใช่ฟังจาก ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจจะอ้างภายหลังด้วยเทคนิคทางการเมืองว่า พูดในนาม สส. ไม่ได้พูดในนาม ครม. ซ้ำสิ่งที่ศุภชัยพูดทำให้ตนเองผิดหวัง เพราะศุภชัยเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด อยู่ และยังเป็นอนุกรรมาธิการซึ่งร่างเนื้อหา 300 มาตราดังกล่าว

 

“แต่น่าเสียดาย ระหว่างเวลาที่ประชุม ผมไม่เคยได้ยินเสียงคุณศุภชัยเลย และแทบจะจำหน้าคุณศุภชัยในที่ประชุมไม่ได้ด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆ ว่าในโอกาสที่คุณศุภชัยมีเวลาทำงาน ผมกลับไม่เห็นข้อขัดแย้งเหล่านี้ และผมกังวลว่าจะทำให้คุณศุภชัยดูแย่เอง เพราะหลายข้อขัดแย้งที่ยกมาดูไร้เหตุผลมากๆ” ภัทรพงษ์กล่าว

 

เช่น ศุภชัยยกเหตุผลว่า Emission Trading ไม่สามารถทำได้จริง แต่ศุภชัยกลับไม่รู้ว่าในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ที่ผ่านมติ ครม. ก็มีเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถ้าคุณศุภชัยนำเรื่องนี้มาพูดในที่ประชุม ก็จบไปนานแล้ว ทำให้ตนเองเป็นห่วงว่ามีใครพยายามจะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หรือไม่ ถ่วงไปเรื่อยๆ ให้จบภายในวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งจะครบ 60 วัน ที่ ครม. จะสามารถร้องขอให้นำกลับมาพิจารณาต่อได้

 

“คุณอนุทินต้องออกมาพูดให้ชัดเจนว่า จะเอาอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ลมหายใจของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาเล่นการเมือง เอาให้ชัดๆ ตรงไปตรงมากับประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนก็เตรียมที่จะยื่นร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เข้าสู่สภาฯ ใหม่ ในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นความสำคัญของลมหายใจประชาชน” ภัทรพงษ์ระบุ

 

แจงข้อกังวลภาคเอกชนห่วงปมค่าธรรมเนียมอากาศสะอาด

 

ภัทรพงษ์ประเมินว่า สาเหตุที่มีฝ่ายพยายามเตะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะมีข้อที่หลายฝ่าย เช่นที่ศุภชัยยกมาว่า จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากฝ่ายผู้ประกอบกิจการ ซึ่งกลุ่มภาคอุตสาหกรรมก็มีการยกข้อนี้ขึ้นมา ซึ่งตนเองก็ได้ชี้แจงไปนานแล้ว ว่าเราเก็บค่าธรรมเนียมจริง หากเป็นการประกอบกิจการที่ปล่อยมลพิษทางอากาศตามมาตรฐาน หากคุณเป็นโรงงานที่ไม่ต้องการเข้าเกณฑ์เหล่านี้ เพราะมองว่าการเพิ่มต้นทุนเพื่อลมหายใจประชาชนไม่คุ้ม แต่ตนเองมองว่าเป็นผลประโยชน์ของประชาชน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งแวดล้อม

 

“ผมมองว่าจะใช้คำไหนก็ได้ จะใช้คำว่าเอื้อนายทุน ก็สามารถตีความแบบนั้นได้ จะใช้คำว่าเอื้อภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเอกชน ก็สามารถใช้คำนั้นได้ แต่จุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือเราจะยืนข้างประชาชน เพื่อลมหายใจของประชาชน และแน่นอนเรามองถึงผลกระทบของภาคธุรกิจด้วย จึงกำหนดเรื่องการละเว้นค่าธรรมเนียมไว้อยู่แล้วในร่าง พ.ร.บ. ถ้าหากอ่านดีๆ เชื่อว่ามีจุดดี บางส่วนอาจกระทบภาคธุรกิจ แต่ก็เปิดช่องให้ธุรกิจสีเขียวละเว้นได้”

 

แนะนายกฯ สั่งให้ชัด ผู้ว่าฯ 9 จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติ จ่อยื่น ม. 157 หากละเว้นหน้าที่

 

สำหรับกรณีนายกรัฐมนตรีเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือแก้ปัญหาไฟป่านั้น ภัทรพงษ์กล่าวว่า การสั่งผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเรื่องไฟป่า โดยที่เราไม่ได้มีงบประมาณให้เขา และการประกาศเขตภัยพิบัตินั้น หากนายกรัฐมนตรีระบุไปเลยว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าเกณฑ์แล้ว ผู้ว่าฯ ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ เชื่อว่า ผู้ว่าฯ ไม่มีใครไม่ประกาศ คำถามคือทำไมถึงไม่ประกาศ การที่เราสั่งอย่างเดียว ขู่อย่างเดียวว่า ต้องจัดการไฟป่า แต่ไม่ได้ทำจริงเลย ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนในภาคเหนือ นายกรัฐมนตรีสามารถระบุให้ผู้ว่าฯ ประกาศได้เลยเพราะเข้าหลักเกณฑ์แล้ว

 

หากยังไม่ประกาศ ตนเองและภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมยื่นฟ้องมาตรา 157 ต่อผู้ว่าฯ แล้ว เพราะมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน และหากประกาศเขตภัยพิบัติ จะสามารถใช้งบฉุกเฉิน 9 จังหวัด รวมกับทุกกระทรวง 1,020 ล้านบาท จะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ทั้งต้นตอและปลายทางคือสุขภาพของประชาชน

The post ภัทรพงษ์ห่วงรัฐบาลไม่ดันต่อ พ.ร.บ. อากาศสะอาด เรียกร้องอนุทินแจงให้ชัด อย่าเล่นการเมืองบนลมหายใจประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พิชชารัตน์’ แนะหน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 กระทบ เด็ก-เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว ลั่นทวงคืน ‘อากาศบริสุทธิ์’ ให้คนไทยทุกคน https://thestandard.co/picharat-urges-government-solve-pm25/ Wed, 01 Apr 2026 13:22:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1193812 พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.ภูมิใจไทย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ชี้ปัญหา PM 2.5 กระทบหนักเด็กและเศรษฐกิจ

วันนี้ (1 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิชชารัตน์ […]

The post ‘พิชชารัตน์’ แนะหน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 กระทบ เด็ก-เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว ลั่นทวงคืน ‘อากาศบริสุทธิ์’ ให้คนไทยทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.ภูมิใจไทย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ชี้ปัญหา PM 2.5 กระทบหนักเด็กและเศรษฐกิจ

วันนี้ (1 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการและการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ว่า ในช่วงเวลานี้ของทุกปี สิ่งที่คุ้นเคยกันดีในสภาแห่งนี้ คือการยื่นญัตติด่วนเพื่อหาทางออกเรื่องวิกฤติ PM 2.5 การที่ต้องนำเรื่องนี้กลับมาหารือซ้ำๆ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปัญหานี้คือวิกฤตเรื้อรังระดับชาติ ในภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤต ไฟป่าลามไปมากกว่า 4,000 จุดหลายจังหวัดถูกปกคลุมด้วยฝุ่นพิษระดับสีแดงและในบางพื้นที่ไปถึงระดับสีม่วง ค่าฝุ่นที่พุ่งสูงทะลุมาตรฐานไปหลายเท่าตัวนั้นส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ในกรุงเทพฯ ต้นปีที่ผ่านมาก็เผชิญกับปัญหา pm2.5 เช่นกัน มีหลายวันที่มองไปข้างนอกไม่เห็นตึกสูง จนรัฐบาลและหน่วยงานต้องประกาศขอให้หน่วยงานและบริษัท work from home และสั่งให้ปิดโรงเรียนกระทันหัน เพื่อหลบหนีฝุ่นพิษ

 

“ดิฉันเป็นแม่ เป็นผู้ปกครองของเด็ก ในวันที่มีค่าฝุ่นละอองสูง ผู้ปกครองทุกคนก็มีความเครียด ว่าอากาศที่ลูกเราสูดเข้าไปนั้นจะมีคุณภาพอย่างไร จะส่งผลกระทบต่อลูกเราอย่างไร โดยในวันที่มีค่าฝุ่นที่สูง โรงเรียนมักจะประกาศให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง เด็กจะไม่ได้ออกไปวิ่งเล่น ไม่ได้เตะบอล ไม่ได้เล่นสนามเล่น บั่นทอนพัฒนาการของเด็ก ถูกตัดโอกาสแห่งการเรียนรู้ และบางโรงเรียนอาจจะประกาศงดการเรียนการสอน กลับไปเรียนออนไลน์ การที่เด็กเล็กอยู่กับหน้าจอมันส่งผลกระทบต่อสมาธิของเด็ก ต่อคุณภาพการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับเด็กเช่นกัน ปัญหา PM 2.5 นั้นอาจส่งผลกระทบถึงโรคทางเดินหายใจเด็ก เกิดอาการหอบหืดเราได้เห็นตามหน้าข่าวว่ามีเด็กอายุ 8 ขวบที่มีเลือดกำเดาไหลไม่หยุด สิ่งเหล่านี้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวมากขึ้น ในครอบครัวจะต้องซื้อหน้ากาก n95 เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองฝุ่นทั้งหมดมันคือภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน” พิชชารัตน์ กล่าว

 

พิชชารัตน์ กล่าวอีกว่า ลมหายใจของเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่สำคัญ ตอนนี้วิกฤตพลังงานที่สูงขึ้น ประเทศกำลังเผชิญอยู่ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น เรากลับต้องมาเจอวิกฤตฝุ่นในภาคเหนือ เราทราบกันดี ว่าเศรษฐกิจนั้นพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว การเกิดวิกฤต PM 2.5 วิกฤติฝุ่นละออง ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างชัดเจน และกำลังจะเข้าใกล้สงกรานต์ ยอดจองโรงแรมลดลง ร้านอาหาร รายได้อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ขาดรายได้ไปอย่างมหาศาล ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้าที่กำลังพยายามลืมตาอ้าปาก กลับต้องมาสะดุดเพราะภัยพิบัติทางอากาศที่เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ และภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ที่รัฐและประชาชน จะต้องแบก ถือเป็นต้นทุนต่อประเทศในระยะยาว หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะได้เห็นการจัดการอย่างจริงจังจากภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน เพื่อทวงคืนอากาศสะอาดอากาศบริสุทธิ์ให้กับคนไทยทุกคน

The post ‘พิชชารัตน์’ แนะหน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 กระทบ เด็ก-เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว ลั่นทวงคืน ‘อากาศบริสุทธิ์’ ให้คนไทยทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม https://thestandard.co/legal-loophole-forest-fire-pm25-crisis/ Wed, 01 Apr 2026 12:04:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1193752 ภาพไฟป่าและหมอกควัน PM2.5 บดบังทัศนียภาพ สะท้อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมจากช่องโหว่กฎหมาย

ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ภาคเหนือของประเทศไทยต้องเผชิญก […]

The post ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพไฟป่าและหมอกควัน PM2.5 บดบังทัศนียภาพ สะท้อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมจากช่องโหว่กฎหมาย

ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ภาคเหนือของประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ที่กลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ภาครัฐจะมีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์กลับไม่คลี่คลายอย่างมีนัยสำคัญ

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงทำไมปัญหายังไม่จบ แต่คือ รัฐมีอำนาจและเครื่องมือเพียงพอแล้วหรือยังในการจัดการวิกฤตนี้

 

กฎหมายมี แต่ใช้ไม่ถึง ‘ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน’ ยังทำไม่ได้

 

รศ. ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า แม้หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินเพื่อรับมือไฟป่าและ PM2.5 แต่เมื่อพิจารณากฎหมายที่มีอยู่ กลับพบว่า ‘ทำไม่ได้’

 

ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อำนาจของรัฐถูกจำกัดอยู่เพียงการสั่งห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยงภัย แต่ไม่ได้ให้อำนาจประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินอย่างชัดเจน อีกทั้งยังขาดรายละเอียดเชิงปฏิบัติ เช่น เกณฑ์ความรุนแรง หรือการแบ่งหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

สถานการณ์นี้ทำให้การบริหารจัดการยังคงกระจัดกระจาย และขาดเอกภาพในการสั่งการ

 

งบประมาณติดล็อก ใช้ได้แค่ ‘เยียวยา’ ไม่ใช่ ‘ป้องกัน’

 

ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่ที่อำนาจตามกฎหมาย แต่ยังลุกลามไปถึงการใช้งบประมาณ

 

แม้จะมีระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 แต่ระเบียบนี้เปิดช่องให้ใช้เงินได้เฉพาะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงการวางแผนป้องกันหรือการจัดการเชิงรุก

 

ผลลัพธ์คือ รัฐสามารถ ‘เยียวยา’ ได้ แต่ไม่สามารถ ‘ป้องกัน’ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

แผนระดับชาติยังไม่มองไฟป่าเป็น ‘ภัยเฉพาะ’

 

ในระดับนโยบาย แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564-2570 ยังไม่ได้จัดให้ไฟป่าและมลพิษทางอากาศเป็นภัยพิบัติเฉพาะ ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหานี้มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบในวงกว้าง

 

แผนดังกล่าวยังคงออกแบบมาเพื่อรับมือภัยแบบดั้งเดิม เช่น น้ำท่วม หรือวาตภัย มากกว่าจะตอบโจทย์วิกฤตสิ่งแวดล้อมยุคใหม่

 

ระยะสั้น ‘ประคอง’ ระยะยาวต้อง ‘ปฏิรูป’

 

ภายใต้ข้อจำกัดทั้งหมด แนวทางในระยะสั้นของรัฐจึงยังคงจำกัดอยู่ที่การประกาศพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย การเยียวยา และการดำเนินมาตรการตามแผนเดิมของแต่ละหน่วยงาน

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว รศ. ดร.สุรศักดิ์ เสนอให้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด และปรับปรุงกฎหมายเดิมเพื่อเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหารสามารถประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินได้

 

ทางออกใหม่ ‘หน่วยงานเฉพาะกิจ’ แก้ปัญหาข้ามหน่วยงาน

 

หนึ่งในข้อเสนอที่น่าสนใจคือ การจัดตั้ง งสำนักงานบูรณาการจัดการไฟป่าและวิกฤตความร้อน’ ผ่านพระราชกฤษฎีกา เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจ

 

หน่วยงานนี้จะมีบทบาทในการบูรณาการการทำงานข้ามหน่วยงาน พร้อมอำนาจในการบริหารงบประมาณและการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยอาจเริ่มนำร่องในภาคเหนือก่อนในรูปแบบ Sandbox

 

นอกจากนี้ ยังช่วยอุดช่องโหว่สำคัญ เช่น การขาดระบบประเมินความเสี่ยง การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ และการสื่อสารข้อมูลที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ

 

ข้อจำกัดเชิงพื้นที่ ปัจจัยที่นโยบายต้องเข้าใจ

 

การแก้ปัญหาไฟป่าไม่อาจใช้สูตรเดียวทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่สะสมเชื้อเพลิงจำนวนมาก ภูมิประเทศที่ลาดชัน และวิถีชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาป่า

 

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การควบคุมไฟเป็นเรื่องซับซ้อน และจำเป็นต้องออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

 

วิกฤตไฟป่าและ PM2.5 ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก อาจไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่คือภาพสะท้อนของข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านกฎหมาย งบประมาณ และการบริหารจัดการ

 

เมื่อรัฐยังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม การแก้ปัญหาจึงวนอยู่ในวงจรเดิม ดับไฟ เยียวยา และรอให้เกิดใหม่

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ‘ปีนี้จะหนักแค่ไหน’ แต่คือ ‘ประเทศไทยจะออกแบบระบบใหม่เพื่อหยุดวงจรนี้ได้หรือไม่’

The post ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 พรรคการเมืองชงญัตติด่วนเสนอกู้ลมหายใจภาคเหนือ แนะประกาศเขตภัยพิบัติ เร่งดันร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาดกลับเข้าสภาก่อนถูกตีตก https://thestandard.co/parties-propose-clean-air-north/ Wed, 01 Apr 2026 10:43:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1193736 ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

วันนี้ (1 เมษายน) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โ […]

The post 4 พรรคการเมืองชงญัตติด่วนเสนอกู้ลมหายใจภาคเหนือ แนะประกาศเขตภัยพิบัติ เร่งดันร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาดกลับเข้าสภาก่อนถูกตีตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

วันนี้ (1 เมษายน) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดย เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

 

โดยที่ประชุมได้มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 จาก 4 พรรคการเมือง ได้แก่ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน, ธนรัช จงสุทรานามณี สส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย, การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช

 

ทั้งนี้มี สส. ลงชื่อแสดงความสนใจร่วมอภิปรายกว่า 60 คน ทำให้ประธาน กําหนดให้อภิปรายคนละ 7 นาที ต่อมาได้ปรับให้เหลือคนละ 5 นาที

 

ภัทรพงษ์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวสะท้อนภาพวิกฤตใน 9 จังหวัดภาคเหนือที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงจนประชาชนเลือดกำเดาไหลและเด็กต้องเข้าไอซียู ให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วนและยกระดับเตือนภัยเป็นระดับ 3 พร้อมตำหนิรัฐบาลที่ละเลยปัญหาเชิงโครงสร้างและการจัดสรรงบประมาณดับไฟป่าที่ล่าช้า โดยเรียกร้องให้ประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อปลดล็อกงบฉุกเฉินมาช่วยเหลือประชาชนทันที

 

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงสวัสดิภาพของคนดับไฟป่าที่ต้องทำงานหนักจนล้าสะสมเสี่ยงชีวิต โดยเสนอให้ใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์วางแผนจัดสรรกำลังพลตามความเสี่ยงพื้นที่ และกล่าวทิ้งท้ายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงมาบัญชาการด้วยตัวเองแทนการใช้คำขู่สั่งการที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจริง

 

“สิ่งที่รัฐบาลกำลังจะพลาดมากที่สุดคือ การไม่แก้ปัญหาที่โครงสร้าง ปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดต้องตกไป ถ้าสิ่งที่ตนเองพูดไม่จริง ขอให้ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มายืนยันพูดให้ประชาชนคลายความกังวล หากรัฐบาลชุดนี้ไม่หยิบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดขึ้นมาพิจารณาภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ สุชาติจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้ากล้าพูดแบบนี้เชื่อว่าประชาชนคลายความกังวลแน่นอน เพราะตอนนี้รัฐบาลไม่เอาสักอย่าง แก้ปัญหาโครงสร้างไม่ทำ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ไม่เอา” ภัทรพงษ์กล่าว

 

ด้าน ธนรัช สส. พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วนเรื่อง มาตรการเร่งด่วนป้องกันและวิธีการแก้ไขปัญหา PM 2.5 และปัญหาไฟป่าที่รวบรวมข้อเสนอเพื่อดำเนินการต่อไป โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางสุขภาพที่รุนแรง โดยเฉพาะในเชียงรายที่ฝุ่นพิษพรากเวลาชีวิตประชาชนไปเกือบ 4 ปี และทำลายระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมเสนอมาตรการ 3 ระยะ เริ่มจากการสนับสนุนอุปกรณ์และสวัสดิการให้คนด่านหน้า และให้อำนาจท้องถิ่นในการบริหารจัดการงบประมาณ

 

ในระยะยาว ธนรัชเสนอให้ผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติและใช้กลไกทางการทูตเจรจาระดับภูมิภาค เพื่อควบคุมการเผาป่าและไร่ข้าวโพดในประเทศเพื่อนบ้านผ่านเงื่อนไขทางการค้าและภาษี เพื่อยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสินค้าไทย

 

ส่วน การดี สส.ประชาธิปัตย์ เสนอญัตติด่วนเรื่องให้ศึกษาและมีข้อเสนอแนะแก้ไขวิกฤต PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศว่า จุดความร้อนขยายตัวกว่า 3 เท่าในสัปดาห์เดียว ซึ่งกระทบต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสุขภาพประชาชนอย่างเฉียบพลัน โดยเสนอแนวทาง 6 ด้าน เน้นย้ำว่าอากาศสะอาดคือสิทธิพื้นฐานที่รัฐต้องคุ้มครอง และต้องเร่งยื่นร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เข้าสู่สภาฯ ซ้ำอีกครั้ง ก่อนที่จะครบกำหนดเดทไลน์การถูกตีตกภายใน 60 วัน เนื่องจากมีการยุบสภา

 

การดียังเสนอให้มีเครื่องมือและทางเลือกในการกำจัดขยะการเกษตรแทนการลงโทษเพียงอย่างเดียว พร้อมจัดทำห้องปลอดฝุ่นและระบบติดตามผลกระทบสุขภาพระยะยาว รวมถึงการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามแก้ไขวิกฤตนี้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

 

ขณะที่ พิมพ์ภัทรา สส. ภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการ การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM 2.5 อย่างเป็นระบบและยั่งยืนโดยชี้แจงในมุมรัฐบาลว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนมาตรการจูงใจเกษตรกรลดการเผาจนจุดความร้อนลดลงร้อยละ 26 รวมถึงการใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยและเจรจาความร่วมมือ ‘ยุทธศาสตร์ฟ้าใส’ กับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดฝุ่นข้ามแดน

 

พิมพ์ภัทรายังเสนอให้รัฐบาลจัดทำข้อมูลกลางแบบเรียลไทม์เป็นแพลตฟอร์มเดียวจากทุกกระทรวง พร้อมกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและใช้มาตรการทางภาษีจูงใจคนทำดี ทำโทษคนทำไม่ดี

 

“การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ คําว่าวาระแห่งชาติพูดกันมาหลายครั้ง เราหวังว่าจะได้เห็นรัฐบาลภายใต้การนําของนายกฯ อนุทินพูดแล้วทํา แล้วแก้ปัญหาได้จริง จะได้ไม่มีใครมาอ้างและใช้วาทกรรมว่า ละเลยไม่ใส่ใจ และไม่แก้ไขปัญหา เพราะเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนที่ต้องเข้าถึงอากาศสะอาดร่วมกัน” พิมพ์ภัทรากล่าว

 

ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 1ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 2ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 3ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 4ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 5ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 6ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 7ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 8ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 9ภาพ สส. 4 พรรคการเมืองร่วมกันแถลงข่าวญัตติด่วนเพื่อกู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด 10

The post 4 พรรคการเมืองชงญัตติด่วนเสนอกู้ลมหายใจภาคเหนือ แนะประกาศเขตภัยพิบัติ เร่งดันร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาดกลับเข้าสภาก่อนถูกตีตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระดมค้นหา 200 นาย ก่อนพบร่างอาสาสมัครดับไฟป่าแม่ริมเสียชีวิต จ.เชียงใหม่ สั่งคุมเข้มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ https://thestandard.co/chiang-mai-mae-rim-firefighter-death/ Wed, 01 Apr 2026 08:22:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1193636 อาสาสมัครดับไฟป่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ในป่าที่กำลังมีไฟไหม้และควันไฟหนาแน่น

วันนี้ (1 เมษายน) จังหวัดเชียงใหม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ […]

The post ระดมค้นหา 200 นาย ก่อนพบร่างอาสาสมัครดับไฟป่าแม่ริมเสียชีวิต จ.เชียงใหม่ สั่งคุมเข้มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาสาสมัครดับไฟป่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ในป่าที่กำลังมีไฟไหม้และควันไฟหนาแน่น

วันนี้ (1 เมษายน) จังหวัดเชียงใหม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ความสูญเสีย กรณีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและดับไฟป่าประจำหมู่บ้าน พลัดหลงและเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บ้านสะลวง หมู่ที่ 2 ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

 

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ทางอำเภอแม่ริมได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านสะลวงว่า บุญมา ผ้าแดง อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและดับไฟป่าของหมู่บ้าน ได้สูญหายไปหลังจากเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าและทำแนวกันไฟจนแล้วเสร็จในช่วงเย็น ก่อนจะขาดการติดต่อไป

 

ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ได้ระดมกำลังปูพรมค้นหาในบริเวณที่พบเห็นบุญมาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานไปยังครอบครัว ซึ่งทางญาติยืนยันว่าผู้สูญหายยังไม่ได้เดินทางกลับเข้าบ้านพักแต่อย่างใด

 

ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2569 นายอำเภอแม่ริมได้สั่งการให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการค้นหาเป็นการเร่งด่วน โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัครรวมกว่า 200 นาย ลงพื้นที่ลาดตระเวนค้นหาอย่างเต็มกำลัง

 

จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น. ชุดค้นหาได้พบร่างของบุญมา นอนเสียชีวิตอยู่ในพื้นที่ป่า ห่างจากจุดที่มีการทำแนวกันไฟประมาณ 300 เมตร จากการตรวจสอบเบื้องต้นบริเวณจุดเกิดเหตุและตามร่างกาย ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายแต่อย่างใด

 

ในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตอาจเกิดจากภาวะอ่อนเพลียสะสมจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนัก ประกอบกับสภาพอากาศในพื้นที่ที่ร้อนจัด และผู้เสียชีวิตมีประวัติโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง จึงอาจส่งผลให้ร่างกายรับมือไม่ไหว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปดำเนินการชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

 

ทางด้านจังหวัดเชียงใหม่ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกภาคส่วน ที่ได้ทุ่มเทเสียสละปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างเต็มกำลังความสามารถ

 

พร้อมกันนี้ ได้กำชับและเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขอให้ประเมินสภาพร่างกายของตนเองเป็นหลัก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเจ้าหน้าที่ทุกคน

The post ระดมค้นหา 200 นาย ก่อนพบร่างอาสาสมัครดับไฟป่าแม่ริมเสียชีวิต จ.เชียงใหม่ สั่งคุมเข้มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก https://thestandard.co/chiang-mai-pm25-air-pollution-crisis-2/ Wed, 01 Apr 2026 05:42:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1193573 เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก

วันนี้ (1 เมษายน) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ […]

The post เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก

วันนี้ (1 เมษายน) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ายังคงอยู่ในระดับวิกฤตต่อเนื่องเป็นวันที่ 6

 

ข้อมูลจาก IQAir ระบุว่า เมื่อเวลา 08.00 น. จังหวัดเชียงใหม่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 235 อยู่ในระดับ มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก และติดอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ประมาณ 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกหลายเท่า

 

บรรยากาศในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ พบว่าประชาชนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น งดการออกกำลังกายกลางแจ้ง และหันมาสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และจักรยาน

 

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศเขตภัยพิบัติจากสถานการณ์ไฟป่า ครอบคลุม 6 อำเภอ รวม 38 ตำบล หลังค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินเกณฑ์ต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง

 

เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก

The post เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 วันที่ 6 พุ่งอันดับ 1 โลก AQI ทะลุ 235 ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 อำเภอ กระทบสุขภาพหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง https://thestandard.co/chiang-mai-worst-air-world/ Tue, 31 Mar 2026 04:43:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1193043 เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว

วันนี้ (31 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติ […]

The post วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว

วันนี้ (31 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติดตามและสำรวจสถานการณ์มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับวิกฤตและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 

จากการสังเกตการณ์สภาพบรรยากาศในช่วงเช้า พบว่าทั่วทั้งตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงถูกปกคลุมด้วยกลุ่มหมอกควันหนาทึบ โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวทางขึ้นดอยสุเทพ ทัศนวิสัยการมองเห็นลดต่ำลงจนไม่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองเชียงใหม่ด้านล่างได้ ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเปิดไฟหน้ารถเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่และป้องกันอุบัติเหตุ

 

สำหรับสถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspots) ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับรุนแรงนั้น ข้อมูลล่าสุดรายงานสถิติจุดความร้อนสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ดังนี้:

 

  • จังหวัดเชียงใหม่: พบจุดความร้อนสะสมสูงสุด 301 จุด
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน: พบจุดความร้อนสะสม 255 จุด
  • จังหวัดลำปาง: พบจุดความร้อนสะสม 186 จุด

 

ในส่วนของค่าฝุ่น PM2.5 รายจุดที่เกินค่ามาตรฐานสูงสุดและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ พบใน 3 พื้นที่หลัก ได้แก่:

 

  1. ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่: ตรวจวัดค่าได้ 330.12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  2. ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน: ตรวจวัดค่าได้ 306.80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  3. ตำบลเวียงพานคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย: ตรวจวัดค่าได้ 198.40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 

สอดคล้องกับรายงานข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) แบบเรียลไทม์จากเว็บไซต์ IQAir เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ระบุว่าพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ มีค่า AQI พุ่งสูงถึง 239 ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดขึ้นเป็น อันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศแย่ที่สุดในโลก รองลงมาคือ เมืองเดลี ประเทศอินเดีย (AQI 203) และ กรุงกินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (AQI 177) ตามลำดับ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งระดมกำลังเพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน

 

เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 1เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 2เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 3เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 4เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 5เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 6เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 7เชียงใหม่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ทำให้ทัศนวิสัยขุ่นมัว 8

The post วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันเผยดีใจหลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกฯ-รมว.อว. เล็งใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน-ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ https://thestandard.co/yoschanan-innovation-energy-pm25/ Tue, 31 Mar 2026 04:17:52 +0000 https://thestandard.co/yoschanan-innovation-energy-pm25/ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ-รมว.อว. ยืนยิ้มขณะแถลงข่าว

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่รัฐสภา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รอ […]

The post ยศชนันเผยดีใจหลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกฯ-รมว.อว. เล็งใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน-ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ-รมว.อว. ยืนยิ้มขณะแถลงข่าว

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่รัฐสภา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.ว่า รู้สึกดีใจ ที่ได้รับความไว้วางใจ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

แต่ตำแหน่งก็มาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งในฐานะที่ดูแลเรื่องนวัตกรรมและอุดมศึกษาต่างๆ หลายเรื่องได้พูดคุยไปแล้ว ทั้งเรื่องวิกฤตพลังงาน และพลังงานทดแทน ไบโอดีเซล และอยากจะทำเรื่องเกี่ยวกับเครื่องจักรเครื่องยนต์ เพื่อแปลงโซลาร์ต่างๆ มาใช้แทนน้ำมัน รวมถึงทำเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่ขณะนี้ภาคเหนือกำลังได้รับความเดือดร้อน เช่นเดียวกับปัญหาไฟป่าที่ต้องใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งต้องระดมความรู้จากมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

ส่วนรัฐบาลไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูนเลย ได้วางแผนการทำงานไว้อย่างไรบ้าง ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยดูแลด้านสังคมอยู่ ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า จะต้องดูแลตั้งแต่กลุ่มเปราะบาง เด็ก การศึกษา สังคม และผู้สูงอายุ ซึ่งเรื่องนี้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าไว้พอสมควร และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงาน โดยใน 1 เดือนแรกจะทำเรื่องสำคัญ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบแผนงานระยะยาว 1 ปี สิ่งที่เป็นความหวังในระยะ 2 ปี และ 4 ปี รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ไม่สามารถทำเองได้

 

ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับประธานสภาผู้แทนราษฎรบอกว่า ปัจจุบัน ช่องว่างระหว่างพรรคการเมืองเป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่ ต้องทำให้เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชน กลไกการทำงานต้องเป็นไปตามกลไกของสภาฯ ส่วนกลไกการบริหารจะต้องมารวมกัน

 

ศ.ดร.ยศชนันยังกล่าวถึงนโยบายเร่งด่วนว่า มี 2 เรื่อง คือในส่วนของอุดมศึกษาจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และการปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเตรียมทักษะของคนให้มีความพร้อม และส่วนที่ 2 เป็นการวางโครงสร้างระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งไม่ได้สามารถทำเฉพาะกระทรวงการอุดมศึกษาฯ แต่ต้องดูงบประมาณของกระทรวงการคลัง จึงต้องทำงานร่วมกันในทุกมิติ เพราะเรื่องปากท้องเป็นมิติของการศึกษาและการพัฒนาคนร่วมด้วย

The post ยศชนันเผยดีใจหลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกฯ-รมว.อว. เล็งใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน-ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยกาง 4 แผนเร่งด่วน ชงรัฐบาลแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือ ลุยดับไฟป่า-ดันเป็นวาระแห่งชาติ https://thestandard.co/pheu-thai-pm25-northern-forest-fires/ Mon, 30 Mar 2026 13:31:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1192890 พรรคเพื่อไทย แถลง 4 แผนแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือ

วันนี้ (30 มีนาคม) พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ระบุว่า ได้ […]

The post เพื่อไทยกาง 4 แผนเร่งด่วน ชงรัฐบาลแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือ ลุยดับไฟป่า-ดันเป็นวาระแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคเพื่อไทย แถลง 4 แผนแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือ

วันนี้ (30 มีนาคม) พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 และไฟป่าภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยต่อผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ เสนอ 4 มาตรการเร่งด่วนทั้งเชิงรุก ระดมกำลัง ดูแลกลุ่มเปราะบาง และวางแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว พร้อมยืนยันยืนเคียงข้างประชาชนฝ่าวิกฤตร่วมกัน ดังนี้

 

พรรคเพื่อไทยห่วงใยสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันภาคเหนือ พร้อมเคียงข้างประชาชนผ่านวิกฤต

 

พรรคเพื่อไทยติดตามสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) และวิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยยิ่ง ต่อผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

 

โดยพรรคขอแสดงจุดยืนและข้อเสนอแนะเพื่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วน ดังนี้:

 

  • ยกระดับการบริหารจัดการเชิงรุก (Proactive Management)

 

ขอให้รัฐบาลเร่งระดมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงพื้นที่ทำแนวกันไฟในจุดเสี่ยง เพื่อสกัดกั้นและลดการขยายตัวของจุด Hotspot โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อระบุพิกัดที่แม่นยำ พร้อมทั้งประสานงานกับส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังพื้นที่ป่าอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง

 

  • ระดมสรรพกำลังและดูแลสวัสดิการเจ้าหน้าที่

 

ขอให้รัฐบาลเร่งระดมเครื่องมือ อุปกรณ์ดับไฟป่า และอากาศยานสนับสนุนการดับเพลิงจากทั่วประเทศเข้าสู่พื้นที่วิกฤตโดยเร็วที่สุด เพื่อจำกัดผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ และขอให้มีการจัดสวัสดิการและค่าตอบแทน ให้กับเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและอาสาสมัครอย่างเหมาะสมและทั่วถึง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความเสี่ยง

 

  • ดูแลกลุ่มเปราะบาง

 

ขอให้รัฐบาลดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ เร่งนำส่งอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

 

  • การแก้ไขปัญหาระยะยาว

 

ขอให้รัฐบาลบรรจุแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันทั้งในประเทศและข้ามชายแดนลงในคำแถลงนโยบายเพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน

 

ทีมพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคเหนือและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานช่วยเหลือเบื้องต้น อาทิ การแจกหน้ากากอนามัย N95 และอุปกรณ์ยังชีพอื่นๆ

 

ปัญหาสิ่งแวดล้อมและฝุ่นควันไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือวิกฤตของคนทั้งชาติ พรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานเคียงข้างและสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อให้พี่น้องชาวเหนือกลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง เพราะชีวิตและสุขภาพของประชาชน คือสิ่งที่เรายอมให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้

The post เพื่อไทยกาง 4 แผนเร่งด่วน ชงรัฐบาลแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือ ลุยดับไฟป่า-ดันเป็นวาระแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด https://thestandard.co/chiang-mai-pm25-crisis-hotspots/ Sun, 29 Mar 2026 06:37:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1192471 ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต

สถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัด เ […]

The post เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต

สถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัด เชียงใหม่ ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) มากกว่า 650 จุดทั่วพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่าที่ยังลุกลาม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศในจังหวัด

 

ขณะเดียวกัน ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้หมอกควันปกคลุมทั่วเมือง จนไม่สามารถมองเห็น ดอยสุเทพ ได้ตามปกติ โดยข้อมูลจากแอปพลิเคชัน IQAir วันนี้ (29 มีนาคม) เมื่อเวลา 11.00 น. ระบุว่า เชียงใหม่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 221 US AQI ขึ้นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มเมืองยอดนิยม

 

ในพื้นที่อำเภอหางดง พบค่าฝุ่นสูงยิ่งกว่าพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยวัดได้ถึง 241 US AQI สะท้อนสถานการณ์ฝุ่นที่อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ขณะที่บรรยากาศในตัวเมือง ทั้งบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะ พบว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ

 

ด้านหน่วยงานท้องถิ่นเร่งดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยเทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี ได้ติดตั้งหัวฉีดน้ำฝอยบริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน พร้อมจัดรถจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อลดปริมาณฝุ่นและเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ

 

ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 1ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 2ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 3ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 4ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 5ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 6ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 7ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 8

The post เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด appeared first on THE STANDARD.

]]>