ไชยันต์ ไชยพร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ไชยันต์-ไชยพร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 08 Apr 2026 10:34:11 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ไชยันต์ ไชยพร เป็น 1 ในพยานของ กกต. คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีอีก 1 ราย https://thestandard.co/chaiyan-chaiyaporn-ect-witness/ Wed, 08 Apr 2026 09:30:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1195891 ภาพ ศ. ดร. ไชยันต์ ไชยพร ยืนให้สัมภาษณ์

ศาสตราจารย์ ดร. ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง ค […]

The post ไชยันต์ ไชยพร เป็น 1 ในพยานของ กกต. คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีอีก 1 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ศ. ดร. ไชยันต์ ไชยพร ยืนให้สัมภาษณ์

ศาสตราจารย์ ดร. ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้รับเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็น 1 ในพยาน ในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะผู้ร้อง ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยว่า กกต. ในฐานะผู้ถูกร้อง ได้จัดให้มีการเลือกตั้งโดยมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับหรือไม่

 

ศ. ดร. ไชยันต์เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวระหว่างร่วมเป็นวิทยากรบนเวทีสัมมนาทางวิชาการเนื่องในวาระ 28 ปีของศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขณะที่ผู้ดำเนินรายการสอบถามความเห็นเกี่ยวกับคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ ศ. ดร. ไชยันต์ออกตัวว่า ไม่สามารถตอบอะไรได้มาก เนื่องจาก กกต. เชิญให้ตนเองเป็นพยานในคดีดังกล่าว

 

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้อนุญาตให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องขยายเวลาการยื่นหลักฐานและพยานออกไป 15 วัน

 

ทั้งนี้ นอกจาก ศ. ดร. ไชยันต์แล้ว กกต. ยังได้เทียบเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวะคอมพิวเตอร์เพื่อร่วมเป็นพยานอีกรายหนึ่งด้วย

 

สำหรับ ศ. ดร. ไชยันต์ ไชยพร เคยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในกรณีที่เขาได้ฉีกบัตรเลือกตั้งต่อหน้าสื่อมวลชน ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าการเลือกตั้งในครั้งนั้นไม่มีความชอบธรรม

 

ต่อมาเขาถูกฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพระโขนงในฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่ในที่สุดศาลได้ยกฟ้อง โดยได้อ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นไม่มีความเที่ยงธรรม การกระทำของไชยันต์จึงไม่ใช่การทำลายบัตรเลือกตั้ง อีกทั้งไม่ใช่การกระทำที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่ผู้อื่น

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2557 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาลงโทษ โดยเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดสำเร็จขณะที่ฉีกบัตรเลือกตั้ง ตามมาตรา 358 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 108 ที่ใช้บังคับอยู่ในวันดังกล่าว และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หามีผลต่อการกระทำความผิดของจำเลยแต่อย่างใดไม่ 

 

ส่วนข้อโต้แย้งของจำเลยที่ว่าเป็นการใช้สิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีตามมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 นั้น ศาลเห็นว่าการใช้สิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีจะต้องเป็นการกระทำที่มิได้ล่วงละเมิดบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ได้บัญญัติไว้ว่ากาความผิด

 

ศาลฎีกาจึงได้พิพากษาโทษยืนตามศาลอุทธรณ์ คือเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 

 

แต่เนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน อีกทั้งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถโดยรับราชการอยู่ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ระดับ 9 โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 5 ปี

The post ไชยันต์ ไชยพร เป็น 1 ในพยานของ กกต. คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีอีก 1 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไชยันต์ ไชยพร’ ตกรอบสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในรอบแสดงวิสัยทัศน์และตอบข้อซักถาม https://thestandard.co/chaiyan-chaiyaporn-judge-selection/ Thu, 08 May 2025 08:41:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1072407 chaiyan-chaiyaporn-judge-selection

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ในช่วงเช้า ที่อาคารรัฐสภา ศ.ดร.ไชยัน […]

The post ‘ไชยันต์ ไชยพร’ ตกรอบสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในรอบแสดงวิสัยทัศน์และตอบข้อซักถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
chaiyan-chaiyaporn-judge-selection

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ในช่วงเช้า ที่อาคารรัฐสภา ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้สมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ และตอบข้อซักถามของคณะกรรมการสรรหา

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ผลการสรรหาของคณะกรรมการ ได้มีมติเห็นชอบเสนอชื่อบุคคลผู้เข้ารับการสรรหาด้านการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ คือ ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ศาสตราจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ขณะที่ชื่อบุคคลผู้เข้ารับการสรรหาที่เคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี คือ สราวุธ ทรงศรีวิไล อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวง

 

โดยผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็นผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งนั้น ต้องได้รับคะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของคณะกรรมการสรรหาฯ และจะเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวให้ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ต่อไป

 

สำหรับ ศ.ดร.ไชยันต์เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มีความเชี่ยวชาญด้านทฤษฎีและปรัชญาการเมือง และเป็นที่รู้จักจากการฉีกบัตรเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 โดยเป็นการเคลื่อนไหวในแนวทางอารยะขัดขืน ด้วยเหตุผลว่า การยุบสภาและการเลือกตั้งในครั้งนั้นไม่มีความชอบธรรม

 

ไชยันต์ ไชยพร ไชยันต์ ไชยพร ไชยันต์ ไชยพร ไชยันต์ ไชยพร ไชยันต์ ไชยพร ไชยันต์ ไชยพร

The post ‘ไชยันต์ ไชยพร’ ตกรอบสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในรอบแสดงวิสัยทัศน์และตอบข้อซักถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรายชื่อ 7 ผู้สมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง https://thestandard.co/list-of-7-candidates-for-constitutional-court/ Thu, 10 Apr 2025 01:52:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1062647 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วานนี้ (9 เมษายน) ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดรั […]

The post เปิดรายชื่อ 7 ผู้สมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วานนี้ (9 เมษายน) ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (แทนตำแหน่งที่ว่าง) จำนวน 2 คน ระหว่างวันที่ 3-9 เมษายน 2568

 

สรุปผลการรับสมัคร มีรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการสรรหาจำนวน 7 คน ดังนี้ 

 

  1. ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร อายุ 48 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (4)

 

  1. ไชยันต์ ไชยพร อายุ 65 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (4)

 

  1. ร.ต.อ. สุธรรม เชื้อประกอบกิจ อายุ 62 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (4)  

 

  1. ธัญญา เนติธรรมกุล อายุ 62 ปี อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (5) 

 

  1. ร.ต.ท. อุทัย อาทิเวช อายุ 67 ปี อดีตรองอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (5) 

 

  1. สราวุธ ทรงศิวิไล อายุ 60 ปี อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวง สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (5) 

 

  1. รื่นวดี สุวรรณมงคล อายุ 60 ปี อดีตอธิบดีกรมคุมประพฤติ และอดีตอธิบดีกรมบังคับคดี สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (5)

 

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการส่งรายชื่อผู้สมัครไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561

 

รวมทั้งตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ของผู้สมัครแล้วรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าว พร้อมทั้งรายชื่อผู้สมัครแบบใบสมัคร รวมทั้งเอกสารและหลักฐานประกอบการสมัครต่อคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจะเชิญผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติ มาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือสัมภาษณ์ผู้สมัครต่อไป

 

ทั้งนี้ ขอเชิญส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้สมัครมายังคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ที่ ตู้ ปณ. 9 ปณฝ. รัฐสภา กรุงเทพฯ 10305 และทางเว็บไซต์ www.senate.go.th ภายในวันที่ 25 เมษายน 2568

The post เปิดรายชื่อ 7 ผู้สมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ. ดร.ไชยันต์ ไชยพร สมัครเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันจักรี https://thestandard.co/constitutional-court-chakri-day/ Sun, 06 Apr 2025 09:58:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1061298 constitutional-court-chakri-day

วันนี้ (6 เมษายน) ซึ่งตรงกับวันจักรี ศ. ดร.ไชยันต์ ไชยพ […]

The post ศ. ดร.ไชยันต์ ไชยพร สมัครเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันจักรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
constitutional-court-chakri-day

วันนี้ (6 เมษายน) ซึ่งตรงกับวันจักรี ศ. ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ยื่นใบสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Chaiyan Chaiyaporn’ ระบุว่า “วันนี้ วันดี วันจักรี มาสมัครในตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ”

 

สำหรับตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะต้องให้ความเห็นชอบ โดยจะต้องลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเท่านั้น

 

การเปิดรับสมัครในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 2 คน คือ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระพิเศษ 9 ปีตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ 2560 แม้ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 จะระบุวาระการดำรงตำแหน่งไว้เพียงเจ็ดปีเท่านั้น

 

ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผู้สมัครทั้งหมด 11 คน ต่อมาคณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาคุณสมบัติและประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติ จำนวน 6 คน

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ในการประชุมวุฒิสภา (สว.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือ ศ.ดร. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และชาตรี อรรจนานันท์ อดีตอธิบดีกรมการกงสุล และอดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ

 

แต่ทั้งนี้ที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ ศ. ดร.สิริพรรณ และ ชาตรี ดำรงตำแหน่ง เนื่องจากคะแนนเสียงเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 12 วรรคเก้า กำหนดว่า กรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ใดดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ส่งรายชื่อนั้นกลับไปยังคณะกรรมการสรรหาเพื่อดำเนินการสรรหาใหม่ภายใน 60 วัน

 

สำหรับประวัติของ ศ. ดร.ไชยันต์ นั้นเกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2502 เป็นบุตรของ ศ.เกียรติคุณ นพ.วิจิตร ไชยพร และสุมน (วาณิชเสนี) ไชยพร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท Master of Arts สาขารัฐศาสตร์ จาก University of Wisconsin, Madison สหรัฐอเมริกา และปริญญาเอก Doctor of Philosophy สาขาปรัชญาการเมือง จาก London School of Economics and Political Science สหราชอาณาจักร

 

ทั้งนี้ ศ. ดร.ไชยันต์ เคยได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), มีผลงานวิจัยและงานเขียนทางวิชาการหลายเล่ม เช่น ‘ตาสว่างกับรัชกาลที่ 4’ ซึ่งได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด สาขาสารคดี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิชาการ และหัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ศ. ดร.ไชยันต์ มีความเชี่ยวชาญด้านทฤษฎีและปรัชญาการเมือง และมีบทบาทสำคัญในวงการวิชาการและการเมืองของประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 ศ. ดร.ไชยันต์ ได้แสดงการอารยะขัดขืนโดยการฉีกบัตรเลือกตั้งภายหลังจากใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป ที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร การกระทำดังกล่าวเป็นการประท้วงต่อการเลือกตั้งที่เขาเห็นว่าไม่ชอบธรรม

 

ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ศ. ดร.ไชยันต์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาทำลายบัตรเลือกตั้งและทำให้เสียทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 ตุลาคม 2553 ศาลจังหวัดพระโขนงได้พิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าการเลือกตั้งในปี 2549 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการกระทำของจำเลยจึงไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

 

อ้างอิง:

The post ศ. ดร.ไชยันต์ ไชยพร สมัครเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันจักรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพล ผู้เขียน ‘ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี’ ฟ้องหมิ่นประมาทไชยันต์ กล่าวหาใช้ข้อมูลเท็จ เรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท https://thestandard.co/nattapon-jaijing-defamation-lawsuit-chaiyan-chaiyaporn/ Fri, 15 Jul 2022 09:23:47 +0000 https://thestandard.co/?p=654337 ณัฐพล ใจจริง

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณัฐพล ใจจริง อาจารย์ประ […]

The post ณัฐพล ผู้เขียน ‘ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี’ ฟ้องหมิ่นประมาทไชยันต์ กล่าวหาใช้ข้อมูลเท็จ เรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพล ใจจริง

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณัฐพล ใจจริง อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ทำการฟ้อง ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระบุว่า ไชยันต์มีพฤติกรรมใส่ร้ายตนเอง ต่างกรรมต่างวาระหลายครั้ง โดยการโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของตนเองในชื่อ ‘Chaiyan Chaiyaporn’ ซึ่งเป็นการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จต่อบุคคลที่สาม อันเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

 

ขณะที่มูลเหตุของการฟ้องครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ไชยันต์โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของตนเอง กล่าวหาว่าณัฐพลใช้ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ เอกราชนิวส์ ที่ไม่มีอยู่จริงมาอ้างอิงเป็นส่วนหนึ่งในวิทยานิพนธ์ และพยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อสร้างกระแสความรู้สึกให้ผู้อ่านเกลียดชังสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เป็นความจริง

    

โดยความจริงแล้วข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ เอกราชนิวส์ เป็นข้อมูลที่มีอยู่จริง และสามารถเข้าถึงได้ ณ หอสมุดแห่งชาติ ดังนั้น วิทยานิพนธ์ของณัฐพลจึงใช้ข้อมูลที่มีอยู่จริง สามารถตรวจสอบได้ตามหลักวิชาการ

 

สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ยังได้เผยแพร่คำฟ้องพร้อมสรุปเนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่า แม้ไชยันต์จะเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่การกระทำของ ไชยันต์ ไชยพร ไม่ใช่การทำงานวิชาการ แต่เป็นการใส่ความโจทก์ คือ ณัฐพล ใจจริง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่น ได้รับความเสียหายทั้งในด้านชื่อเสียง เกียรติยศ ความน่าเชื่อถือทางวิชาการ และฐานะทางสังคม ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้บุคคลที่ได้เห็นหรืออ่านข้อความนั้นเกิดความรู้สึกเกลียดชังต่อโจทก์ และทำให้โจทก์เสื่อมเสียความน่าเชื่อถือ และเสื่อมความนิยมศรัทธาในหมู่นิสิตนักศึกษา และกลุ่มผู้อ่านที่ติดตามงานเขียนของโจทก์ ซึ่งกระทบต่ออาชีพการงานและทางทำมาหาได้ ยังไม่รวมถึงการที่โจทก์ต้องเสียเวลาอย่างมากในการติดตามการแสดงความเห็นอันเป็นเท็จของไชยันต์ ที่พาดพิงผลงานของโจทก์มาเป็นแรมปี

 

ดังนั้น นอกจากการฟ้องคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 325, 326 แล้ว ณัฐพล ใจจริง จึงขอใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง เป็นเงิน 1,000,000 บาท

 

สำหรับณัฐพล เป็นผู้เขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ที่ได้การประเมินระดับ ‘ดีมาก’ จากบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500) และเป็นผู้เขียนหนังสือ ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ: ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม (พ.ศ. 2475-2500) และ ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี: การเมืองไทยภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา 2491-2500 ตีพิมพ์ในนามสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ในปี 2556 และ 2563 ตามลำดับ รวมทั้งหนังสือที่ว่าด้วยการเมืองไทยเล่มอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น กบฏบวรเดช: เบื้องแรกปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม 2475 (2559) และ ตามรอยอาทิตย์อุทัย: แผนสร้างชาติไทยสมัยคณะราษฎร (2563) ที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มติชน

 

อ้างอิง:

The post ณัฐพล ผู้เขียน ‘ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี’ ฟ้องหมิ่นประมาทไชยันต์ กล่าวหาใช้ข้อมูลเท็จ เรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟ้องวิทยานิพนธ์ ‘ณัฐพล ใจจริง’ สะท้อนความขัดแย้ง-แตกต่างทางความคิด ข้ามรัชสมัย https://thestandard.co/nattapoll-chaiching-reflects-conflict/ Wed, 01 Dec 2021 14:37:13 +0000 https://thestandard.co/?p=566684 ณัฐพล ใจจริง

ข้อเท็จจริงชนวนการฟ้องร้อง กรณีวิทยานิพนธ์ของ ‘ณัฐพล ใจ […]

The post ฟ้องวิทยานิพนธ์ ‘ณัฐพล ใจจริง’ สะท้อนความขัดแย้ง-แตกต่างทางความคิด ข้ามรัชสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพล ใจจริง

ข้อเท็จจริงชนวนการฟ้องร้อง

กรณีวิทยานิพนธ์ของ ‘ณัฐพล ใจจริง’ ถูกฟ้องร้อง โดยณัฐพลในฐานะผู้เขียน เป็นจำเลยที่ 1 อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์คือ ‘กุลลดา เกษบุญชู มี้ด’ เป็นจำเลยที่ 2 ส่วนอีก 4 จำเลยคือสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมดเป็น 6 จำเลย

 

ขณะที่ฝ่ายโจทก์คือ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต หลานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร มอบหมายให้ทนายความยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ต่อ 6 จำเลย ฐานความผิดละเมิดไขข่าวด้วยข้อความฝ่าฝืนความจริง

 

หนึ่งในพยานฝ่ายโจทก์คือ ‘ไชยันต์ ไชยพร’ นอกจากเขาจะเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ยังเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ‘จากมวลชนปฏิวัติสู่มวลชนประชาธิปไตย กับ พระมหากษัตริย์: การศึกษาพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย’ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้า

 

 

วิทยานิพนธ์ที่ถูกฟ้องเป็นวิทยานิพนธ์ดีมาก (Excellent) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2552 เรื่อง ‘การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)’ ณัฐพล ใจจริง เขียนก่อนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปีการศึกษา 2552 จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ทั้ง 5 ท่านได้ลงมติเป็น ‘เอกฉันท์’ ให้เป็นวิทยานิพนธ์ดีมาก (Excellent) โดย ‘ไชยวัฒน์ ค้ำชู’ ในฐานะประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์เป็นผู้เขียนเหตุผลที่คณะกรรมการประเมินให้เป็นวิทยานิพนธ์ระดับดีมาก

   

สำหรับกรรมการ 5 ท่าน ประกอบด้วย

  • ไชยวัฒน์ ค้ำชู ประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์
  • นครินทร์ เมฆไตรรัตน์
  • สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
  • วีระ สมบูรณ์
  • กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อาจารย์ที่ปรึกษา

 

 

นักวิชาการประวัติศาสตร์มองเป็นความขัดแย้งทางความคิดข้ามรัชสมัย

THE STANDARD สัมภาษณ์ ‘ชาญวิทย์ เกษตรศิริ’ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงปัญหาการฟ้องร้องงานวิชาการในอดีตและคดีฟ้องร้องกรณีล่าสุด

 

ชาญวิทย์กล่าวว่า กรณีวิทยานิพนธ์ถูกฟ้องร้องในอดีตที่ผ่านมามักจะเป็นปัญหาเรื่องว่าคนนี้ขโมยงานคนโน้น คนโน้นขโมยงานคนนี้ ขโมยไอเดียบ้างหรือไม่ก็ก๊อบปี้บ้าง แต่เรื่องที่ฟ้องกันใหญ่โตมโหฬารแบบกรณี ณัฐพล ใจจริง อาจจะเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นปัญหาความขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองของประเทศไทยยุคปัจจุบัน

 

“ผมคิดว่ามันเป็นปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยกทางความคิดในช่วงปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 9 และสืบต่อมารัชกาลที่ 10 ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเรื่องเล็กจึงถูกทำให้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบารมีเดิม อำนาจเดิม รับไม่ได้กับวิธีคิด วิธีมอง วิธีตีความปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ในช่วงรัชสมัยที่แล้วแบบนี้

 

“ฉะนั้นเมื่อบังเอิญมีปัญหาเชิงอรรถกรณีการใช้เอกสาร ก็เป็นโอกาสที่กลุ่มบารมีเดิม อำนาจเดิม จะทำเรื่องเหล่านี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา 

 

“แต่ในแง่ของผม ถ้ามองอีกด้านหนึ่งก็ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเลย ซึ่งอาจจะไม่ได้รับรู้เรื่องนี้ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เกิดความคิดความอ่าน เกิดความเข้าใจกับสิ่งที่เรียกว่าประวัติศาสตร์การเมืองของไทยในช่วงรัชกาลที่แล้ว

 

“คือเราต้องยอมรับว่าในช่วงรัชกาลที่แล้วซึ่งเป็นรัชสมัยที่ยาวมากๆ มีปรากฏการณ์อะไรหลายอย่าง ถ้าใช้คำของอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล ก็คือปรากฏการณ์ที่เห็นอย่างชัดเจนในเรื่องการตอกย้ำสิ่งที่เรียกว่าราชาชาตินิยม ถ้าเรากลับไปดูเราก็จะเห็นชัดเจนขึ้น ความขัดแย้งที่มาถกเถียงกันต้องขึ้นศาลเป็นคดีความแบบนี้ ทำให้เกิดภาพที่ชัดเจน

 

“หรือถ้าจะยืมคำของอาจารย์เกษียร เตชะพีระ ใช้คำสั้นๆ มากๆ ‘The Bhumibol Consensus’ (ฉันทามติภูมิพล) ซึ่งผมแปลเป็นภาษาไทยว่า ฉันทามติในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรามองข้ามไป”

 

 

ความขัดแย้งในสายธารเดียวกันในรอบทศวรรษ

 

ชาญวิทย์กล่าวถึงความขัดแย้งในรอบสิบกว่าปีมานี้เป็นความต่อเนื่องนับแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ถึงปัจจุบันว่า เป็นความขัดแย้งที่อยู่ในกระแสเดียวกัน จุดเปลี่ยนสำคัญคือวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540, การขึ้นมามีอำนาจของทักษิณปี 2544, การรัฐประหารทักษิณปี 2549, การรัฐประหาร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2557 กระทั่งความขัดแย้งในปัจจุบันปี 2564 ซึ่งกระบวนการตุลาการตีความข้อเรียกร้องปฏิรูปเป็นการล้มล้าง

 

“เริ่มจากยุคต้มยำกุ้ง วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งเปิดโอกาสให้คนแบบ ทักษิณ ชินวัตร วิธีคิดวิธีเล่นการเมืองแบบทักษิณขึ้นมาเป็นกระแสใหญ่ ทำให้กลุ่มบารมีเดิม กลุ่มอำนาจเดิมรับไม่ได้ ช่วงนั้นเกิดปรากฏการณ์ ‘เสื้อเหลือง’ ผมคิดว่าช่วงปลายรัชสมัยที่แล้วจะเห็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

 

“ความขัดแย้งมาเห็นชัดเจนเมื่อมีการรัฐประหารล้ม ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2549 ตามมาด้วยปรากฏการณ์แบ่งสี มี ‘เสื้อเหลือง-เสื้อแดง’ มีการปราบปราม มีกระบวนการตุลาการจัดการมาโดยตลอด

 

“ต่อมาเกิดการรัฐประหารล้มรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2557 ความขัดแย้งก็ต่อเนื่องเป็นกระแสเดียวกัน ซึ่งยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

 

“กระบวนการตุลาการยาวนานมาจนถึงกระทั่งตีความว่า เรียกร้องให้มีการปฏิรูป แปลว่า ล้มล้าง ผมว่าความขัดแย้งนี้มาในกระแสเดียวกัน

 

“ส่วนงานเขียนที่เป็นงานซึ่งถูกมองว่าคุกคาม ทำลายความน่าเชื่อถือกลุ่มอำนาจเก่า หนังสือแบบนี้มีไม่น้อยและเด็กๆ ที่เคลื่อนไหวอ่านอะไรกันบ้าง บางครั้งก็น่าตกใจ อ่านอะไรที่เราไม่คิดว่าจะอ่าน อย่างเช่น Common Sense สามัญสำนึก

 

 

มองเสรีภาพทางวิชาการผ่านกรณีณัฐพล

สำหรับข้อถกเถียงถึงเสรีภาพทางวิชาการกับข้อกล่าวหาว่าเป็นการบิดเบือน ชาญวิทย์กล่าวว่า “เสรีภาพก็ต้องมีขอบเขต มันไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ ไม่ใช่พูดได้ตามใจคือไทยแท้ อะไรแบบนั้น ไม่ใช่แน่ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องอ้างอิงข้อมูล แต่ในกรณีนี้ส่วนที่มีปัญหาเชิงอรรถ อาจารย์ณัฐพลก็ขอแก้ไขกับทางจุฬาฯ แล้ว ถ้าจะยกเฉพาะกรณีขึ้นมาก็เฉพาะกรณีนี้

 

“ในส่วนหนึ่งผมคิดว่าอาจารย์ณัฐพลเขาก็ยอมรับไปแล้วเรื่องเชิงอรรถก็น่าจะจบ ถ้าในประเทศที่เป็นอารยะแล้ว เป็นประชาธิปไตยแล้ว เรื่องนี้จะเป็นเรื่องเล็ก อาจจะขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงแล้วเรื่องก็จบ แต่กรณีนี้การที่ไม่จบเพราะมีความขัดแย้งกันซึ่งอยู่ลึกมาก ไม่ใช่ประเด็นวิชาการเพียวๆ แต่เป็นความขัดแย้งเรื่องตัวบุคคลด้วย มองอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของสังคมไทย แม้กระทั่งจำนวนตัวเลขค่าเสียหาย 50 ล้านบาท อะไรแบบนี้มันก็ใหญ่โตมโหฬารเกินที่มนุษย์ธรรมดาจะคิดออก

 

“ในแง่ของผม ผมมองว่างานของอาจารย์ณัฐพลและงานของคนจำนวนไม่น้อยเลยที่พูดเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งซึ่งเปิดหูเปิดตา เพราะแต่ก่อนเราคิดว่าสถาบันกษัตริย์ไทยก็เหมือนๆ กับสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษ เหมือนๆ สถาบันจักรพรรดิของญี่ปุ่น แต่ผมว่าในกรณีของไทยไม่ใช่

 

“เพราะฉะนั้นวิธีมองของอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล อาจารย์เกษียร เตชะพีระ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ หลายท่านที่ถูกจัดเป็นกลุ่มฝ่ายซ้าย ‘กลุ่มไม่เอาเจ้า’ ซึ่งเปิดให้เราเห็นสังคมไทยมากกว่าที่เราเคยเห็น ทำให้เราไม่เพ้อฝันหรือมีลักษณะไม่สัมผัสกับความเป็นจริงยิ่งกว่าอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์

 

“มันคล้ายๆ ยุคทศวรรษ 1960 ช่วงสงครามเย็น ยุคที่นักวิชาการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกตะวันตก ในสหรัฐอเมริกามองสังคมไทย ผมว่าเขาโรแมนติกกับมัน แต่เขาไม่ได้มองในอีกด้านหนึ่งที่มันไม่ใช่

 

“คืออย่างถ้าเราดูประวัติศาสตร์ไทยที่เป็นฉบับทางการ ก็จะเป็นอย่างนั้นคือเป็นเรื่องการฝันเฟื่อง

 

“แต่ถ้ามองอีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่เราเรียกว่าพัฒนาการทางด้านการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของสยามไทย มันเป็นประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดมากๆ เหยื่อรายแรกๆ อาจจะเป็นพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย ที่เสนอเรื่องการปฏิรูป เสนอเรื่องว่าจะต้องมีรัฐธรรมนูญ เสนอว่าพระมหากษัตริย์ไม่ควรที่จะมามีบทบาทในการเมืองการปกครอง ควรจะมีนายกรัฐมนตรี ควรจะมีคณะรัฐมนตรีทำงาน อย่างในกรณีการปฏิรูปของญี่ปุ่น พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ก็เสนอแบบนี้ แต่จบลงที่พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ต้องไปอยู่นอกประเทศ ไปบวชเป็นพระจนกระทั่งอายุมาก เมื่อรัชกาลที่ 5 สวรรคตจึงได้กลับมาเมืองไทย ผมว่านี่คือเหยื่อรายแรก

 

“ถ้าเรามองต่อมาอีกอย่างไม่โรแมนติกเกินไป เมื่อถึงรัชกาลที่ 6 ก็มีคนอย่างกลุ่ม ร.ศ. 130 จะเรียกว่า กบฏหมอเหล็งหรือปฏิวัติหมอเหล็งก็ตาม นี่ก็อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการจะเห็นบ้านเมืองของไทยเป็นสมัยใหม่ มีรัฐธรรมนูญ มีการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย แต่ไม่สำเร็จ ถูกจับติดคุกยาวเลย แล้วมาสำเร็จในยุคคณะราษฎร 2475”

 

 

ชาญวิทย์เผย ถูกขอให้เป็นพยาน

 

สำหรับกรณีที่ฝ่ายโจทก์มีนักวิชาการที่เห็นต่างกับวิทยานิพนธ์ของณัฐพลเป็นผู้ให้ข้อมูลกับโจทก์และเป็นพยานฝ่ายโจทก์ด้วยนั้น ชาญวิทย์กล่าวว่า “ทางฝ่ายจำเลยคืออาจารย์กุลลดาก็ขอให้ผมไปเป็นพยานจำเลย ซึ่งผมได้ตอบตกลงด้วยความยินดี และอวยพรขอให้อาจารย์ปลอดภัยทั้งจากมารร้ายทางวิชาการและขอให้ปลอดภัยทั้งจากโรคห่าโควิด

 

“เป็นเรื่องประหลาดที่อาจารย์กุลลดาโดนฟ้องอยู่คนเดียว กรรมการคนอื่นไม่โดน เขาอาจจะเลือก เพราะงานวิชาการของอาจารย์กุลลดาก็คงไม่เป็นที่พอใจของคนกลุ่มหนึ่งจำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน” ชาญวิทย์กล่าว

 

 

ทนายความเผย เคสอาจารย์กุลลดา ต้องฟ้องศาลปกครอง

 

ความคืบหน้าล่าสุด (1 ธันวาคม) วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของกุลลดา จำเลยที่ 2 ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า วานนี้ (30 พฤศจิกายน) ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบที่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 โดยศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1 เนื่องจากเห็นว่าคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายมิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ มีผลให้จำเลยที่ 1 ไม่อาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ การสู้คดีฝ่ายจำเลยจะไม่มีข้อต่อสู้หรือเหตุผลในการต่อสู้คดีของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 สามารถมาเบิกความต่อศาล ให้ข้อเท็จจริงในฐานะพยานจำเลยอื่นๆ ได้แม้ไม่สามารถยื่นข้อต่อสู้ของตัวเอง

 

ทนายความจำเลยที่ 2 กล่าวด้วยว่า จำเลยที่ 2 และทีมทนายเห็นว่าคดีนี้ควรจะอยู่ในอำนาจศาลปกครอง เนื่องจากเป็นการฟ้องในขณะอาจารย์กุลลดาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 5 วางหลักว่า หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้

 

ดังนั้นทนายจึงเห็นว่า โจทก์ต้องฟ้องหน่วยงานรัฐต่อศาลปกครอง ไม่สามารถฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐได้ ทีมทนายจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้ส่งสำนวนให้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองหรือไม่ ซึ่งศาลแพ่งจะทำความเห็นในสำนวนคดีส่งศาลปกครองว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลใด ถ้าหากศาลปกครองมีความเห็นต่างกับศาลแพ่ง ก็จะต้องส่งสำนวนคดีนี้ให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลต่อไป ทั้งนี้ ศาลแพ่งนัดฟังความเห็นของศาลปกครอง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.30 น.

The post ฟ้องวิทยานิพนธ์ ‘ณัฐพล ใจจริง’ สะท้อนความขัดแย้ง-แตกต่างทางความคิด ข้ามรัชสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์หลัง ‘จุรินทร์’ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค – THE STANDARD DAILY 15 พฤษภาคม 2562 https://thestandard.co/thestandarddaily15052562/ Sat, 18 May 2019 02:09:01 +0000 https://thestandard.co/?p=250117 thestandarddaily

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 เวล […]

The post จับตาจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์หลัง ‘จุรินทร์’ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค – THE STANDARD DAILY 15 พฤษภาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandarddaily

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 เวลา 20.00 

 

  • เฟซไทม์สด วิเคราะห์การเมืองกับ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร จับตาจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์หลัง ‘จุรินทร์’ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ขั้วไหนได้เปรียบ-เสียเปรียบ

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 20.00 เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post จับตาจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์หลัง ‘จุรินทร์’ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค – THE STANDARD DAILY 15 พฤษภาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>