ไข้หวัด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ไข้หวัด/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 12 May 2026 10:52:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นักเดินทางควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ ‘Hantavirus’ https://thestandard.co/life/hantavirus-travel-prevention/ Tue, 12 May 2026 10:52:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1206406 ภาพประกอบ: ไวรัส Hantavirus พร้อมข้อมูลที่นักเดินทางควรรู้เพื่อป้องกันตนเอง

หลังเกิดการระบาดของ Hantavirus สายพันธุ์ Andes บนเรือสำ […]

The post นักเดินทางควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ ‘Hantavirus’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบ: ไวรัส Hantavirus พร้อมข้อมูลที่นักเดินทางควรรู้เพื่อป้องกันตนเอง

หลังเกิดการระบาดของ Hantavirus สายพันธุ์ Andes บนเรือสำราญ M/V Hondius จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย หลายคนเริ่มสงสัยว่าไวรัสชนิดนี้คืออะไร อันตรายแค่ไหน และนักเดินทางควรกังวลหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่กำลังมีแผนไปอเมริกาใต้หรือท่องเที่ยวธรรมชาติในช่วงนี้

 

 
 

แม้องค์การอนามัยโลก (WHO) จะยังประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชากรโลกอยู่ในระดับต่ำ แต่ Hantavirus ก็ถือเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง และนักเดินทางควรรู้เท่าทันไว้ออกก่อนเดินทาง

 

Hantavirus คืออะไร?

 

Hantavirus เป็นไวรัสที่มักพบในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู และติดต่อสู่คนผ่านการสูดดมละอองจากปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ฝุ่นในห้องพักเก่า กระท่อมกลางป่า โกดัง หรือพื้นที่ปิดที่มีหนูอาศัยอยู่ ไวรัสชนิดนี้พบได้หลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่กรณีล่าสุดที่กำลังถูกจับตาคือสายพันธุ์ Andes ซึ่งพบในอเมริกาใต้ ซึ่งต่างจากสายพันธุ์อื่นตรงมีรายงานว่า ‘สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน’ แม้จะยังไม่ใช่การแพร่เชื้อที่เกิดขึ้นง่ายเหมือนไข้หวัดหรือโควิดก็ตาม

 

อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด

 

สิ่งที่ทำให้ Hantavirus น่ากังวลคือ ช่วงแรกอาการจะคล้ายไข้หวัดธรรมดามาก ทั้งไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง อ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหาร ทำให้หลายคนอาจไม่ทันสังเกต ในบางราย อาการสามารถลุกลามไปสู่ภาวะปอดอักเสบ หายใจลำบาก และระบบหายใจล้มเหลวได้ โดยสายพันธุ์ในทวีปอเมริกามีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงประมาณ 30-50%

 

อีกจุดที่ควรรู้คือ ระยะฟักตัวค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ประมาณ 4-42 วัน หมายความว่าบางคนอาจเริ่มมีอาการหลังกลับจากทริปไปแล้วหลายสัปดาห์

 

แล้วนักเดินทางอย่างเราควรกังวลไหม

 

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า ‘ยังไม่ต้องตื่นตระหนก’ เพราะ Hantavirus ไม่ใช่โรคที่แพร่กระจายง่ายในชีวิตประจำวัน และเรือสำราญเองก็ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงหลักของโรคนี้

 

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติ พื้นที่ชนบท หรือสถานที่ที่มีสัตว์ฟันแทะจำนวนมาก เช่น แคมป์ปิง เดินป่า พักกระท่อมกลางธรรมชาติ หรือเข้าไปในพื้นที่ปิดร้างที่อาจมีหนูอาศัยอยู่

 

โดยเฉพาะคนที่กำลังเดินทางไปอเมริกาใต้ในช่วงนี้ ควรระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ

 

วิธีป้องกันตัวเองระหว่างเดินทาง

 

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) แนะนำว่า วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและพื้นที่ปนเปื้อน โดยสิ่งที่ควรทำ ได้แก่

 

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีร่องรอยหนูหรือมูลสัตว์
  • หากเข้าพื้นที่ปิดหรือกระท่อมเก่า ควรเปิดระบายอากาศก่อน
  • ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม บุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับผู้อื่น
  • ล้างมือให้บ่อย โดยเฉพาะหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • หากเริ่มมีไข้ ปวดเมื่อย หรือหายใจผิดปกติหลังเดินทาง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที

 

แม้โอกาสเจอโรคนี้ยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ แต่เหตุการณ์บนเรือสำราญครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เตือนให้นักเดินทางเห็นว่า โลกหลังโควิดยังเต็มไปด้วยโรคต่างๆ มากมายและความเสี่ยงที่เราอาจไม่เคยนึกถึง โดยเฉพาะเมื่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการเดินทางระยะไกลกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ภาพ: Shutterstock

The post นักเดินทางควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ ‘Hantavirus’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ไข้กลับ เรียกทีมแพทย์-พยาบาลเข้าเช็กอาการ ก่อนยกเลิกกำหนดการดูของกลางยาเสพติด ยืนยันยังไหว https://thestandard.co/pm-fever-returned-nakhon-phanom/ Mon, 28 Apr 2025 09:59:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1069106 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงอาการอ่อนเพลียและมีทีมแพทย์เข้าตรวจอาการระหว่างปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดนครพนม

วันนี้ (28 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่แพทอง […]

The post นายกฯ ไข้กลับ เรียกทีมแพทย์-พยาบาลเข้าเช็กอาการ ก่อนยกเลิกกำหนดการดูของกลางยาเสพติด ยืนยันยังไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงอาการอ่อนเพลียและมีทีมแพทย์เข้าตรวจอาการระหว่างปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดนครพนม

วันนี้ (28 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับฟังบรรยายการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามแดน ในพื้นที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม จังหวัดนครพนม พบว่า นายกรัฐมนตรีมีอาการอ่อนเพลีย และดมยาดมเป็นระยะๆ พร้อมจิบเกลือแร่ และกินยา 

 

ขณะเดียวกันระหว่างกล่าวมอบนโยบายผู้สื่อข่าวสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีมีสีหน้าซีดและเสียงอ่อนเพลียเป็นบางช่วง ทำให้ต้องยกเลิกกำหนดการดูของกลางยาเสพติด ในช่วงท้ายและมอบหมายให้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแทน 

 

จากนั้นได้เรียกทีมพยาบาลประจำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ฉุกเฉินที่อยู่บริเวณนั้นเข้าตรวจเช็กอาการ วัดความดัน และอัตราการเต้นหัวใจ พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้น

 

ทั้งนี้ ระหว่างเดินทางกลับ ในช่วงลงบันได นายกรัฐมนตรีต้องมีทีมงานช่วยประคองเดิน โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามอาการ นายกรัฐมนตรียิ้มและตอบกลับสั้นๆ ว่า “ดีขึ้นแล้วค่ะ” ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ไข้กลับใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า “ใช่ค่ะ” ก่อนจะบอกว่ายังไหว ทั้งนี้ ยังไม่มีการแจ้งยกเลิกภารกิจของนายกรัฐมนตรีในกำหนดการอื่นๆ แต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ คาดว่านายกรัฐมนตรีอ่อนเพลียต่อเนื่องจากอาการป่วย หลังเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ 25 เมษายนที่ผ่านมา ประกอบกับวันนี้ ในช่วงเช้าสภาพอากาศค่อนข้างร้อนจัด และในช่วงบ่ายกลับมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

The post นายกฯ ไข้กลับ เรียกทีมแพทย์-พยาบาลเข้าเช็กอาการ ก่อนยกเลิกกำหนดการดูของกลางยาเสพติด ยืนยันยังไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไข้หวัดธรรมดา vs. ไข้หวัดใหญ่ รู้ให้ชัด รักษาให้ถูก https://thestandard.co/life/common-cold-vs-influenza-differences-prevention/ Thu, 27 Feb 2025 04:18:55 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1046249

หลายคนมักสับสนระหว่างไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่ ทั้งที […]

The post ไข้หวัดธรรมดา vs. ไข้หวัดใหญ่ รู้ให้ชัด รักษาให้ถูก appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลายคนมักสับสนระหว่างไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่ ทั้งที่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันอยู่ ซึ่งเราสามารถสังเกตตัวเองหรือคนในครอบครัวได้ โดยไข้หวัดธรรมดามักเกิดจากไวรัสหลากหลายชนิด มีอาการไข้ไม่สูงมาก น้ำมูกไหล และไออ่อนๆ ในขณะที่ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อ Influenza Virus โดยเฉพาะ ผู้ป่วยมักมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง และอาการโดยรวมมักหนักกว่า แม้บางครั้งอาจแยกไม่ออกเพราะอาการคล้ายกัน วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการป้องกัน

 

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จำเป็นมาก โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเสี่ยงอย่างหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน, เด็กเล็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่ม ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคหืด, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคไตวาย, ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และโรคเบาหวาน

 

หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดบวมบริเวณที่ฉีด หรือมีผื่นตามผิวหนัง แต่อาการเหล่านี้มักไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 1-2 วัน ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการฉีดวัคซีนคือก่อนเข้าฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน แต่ในความเป็นจริงแล้วสามารถฉีดได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากประเทศไทยพบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ได้เกือบทุกฤดูกาล การป้องกันด้วยวัคซีนจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงผู้ป่วย ก็เป็นวิธีป้องกันที่ดีเช่นกัน

The post ไข้หวัดธรรมดา vs. ไข้หวัดใหญ่ รู้ให้ชัด รักษาให้ถูก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอ เจ็บคอ แบบไหนใช่ ‘ไข้หวัดใหญ่’ ทำไมถึงระบาดเพิ่มขึ้นช่วงนี้ https://thestandard.co/influenza-outbreak-in-thailand/ Sat, 13 Jan 2024 07:21:13 +0000 https://thestandard.co/?p=887413

หลังปีใหม่มาหลายคนเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ บางคนคัดจมูก น้ […]

The post ไอ เจ็บคอ แบบไหนใช่ ‘ไข้หวัดใหญ่’ ทำไมถึงระบาดเพิ่มขึ้นช่วงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังปีใหม่มาหลายคนเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ บางคนคัดจมูก น้ำมูกไหล ถ้ามีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวด้วยก็อาจเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ต้องแยกกับโควิดด้วยการตรวจ ATK ก่อน ถ้าขึ้นขีดเดียว ‘ไข้หวัดใหญ่’ ก็น่าสงสัยที่สุด เพราะตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2566 จนถึงช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่ยังคงระบาดอยู่ ส่วนโควิดก็กลับมาระบาดอีกรอบตั้งแต่ช่วงปลายปี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

 

‘อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่’ คืออะไร

 

ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส ร่วมกับไอ หรือเจ็บคอ เป็นอาการที่สงสัยโรคไข้หวัดใหญ่ หรือในทางการแพทย์จะเรียกว่า ‘อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่’ (Influenza-like illness: ILI) โดยอาจมีอาการอื่นๆ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดเมื่อย อาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย ในขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) สหรัฐอเมริกา ใช้เกณฑ์ไข้สูงมากกว่า 37.8 องศาเซลเซียสขึ้นไป

 

แต่คนที่เคยป่วยมาก่อนน่าจะเห็นตรงกันว่า ปวดศีรษะ/ปวดเมื่อยตัว เป็นอาการที่กระทบชีวิตประจำวันมากที่สุด เพราะทำให้นอนซมอยู่กับเตียง ไม่อยากลุกไปไหน

 

ไข้หวัดใหญ่ vs. โควิด: ก่อนยุคโควิด ถ้าผู้ป่วยมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ แพทย์ก็จะรักษาเสมือนว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่เลย เพราะเป็นไวรัสทางเดินหายใจชนิดเดียวที่มียารักษา แต่ยุคหลังโควิด ผู้ป่วยจะต้องตรวจ ATK ยืนยันก่อนว่าไม่ใช่โควิด เพราะ 2 โรคนี้มีอาการคล้ายกัน ทั้งนี้ในคนที่มีสุขภาพแข็งแรงก็อาจมีอาการเล็กน้อยแบบไข้หวัดทั่วไปได้เช่นกัน

 

ไข้หวัดใหญ่ vs. ไข้หวัดทั่วไป: ไข้หวัดทั่วไปมักไม่มีไข้หรือมีไข้ต่ำๆ ไม่ปวดศีรษะ/ปวดเมื่อยตัว เกิดจากไวรัสทางเดินหายใจอื่น เช่น ไรโนไวรัส ซึ่งพบ 30-50% ของผู้ป่วยหวัด, โคโรนาไวรัส, พาราอินฟลูเอนซา, อาร์เอสวี เป็นต้น ทว่าเราไม่จำเป็นต้องตรวจยืนยันว่าเป็นเชื้อชนิดใด เพราะสามารถหายได้เอง และใช้ยารักษาตามอาการเท่านั้น

 

ไข้หวัดใหญ่ vs. ภูมิแพ้อากาศ: ภูมิแพ้อากาศเป็นการอักเสบของโพรงจมูกหลังจากได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่นละออง อากาศเย็น อาการที่คล้ายกับไข้หวัดใหญ่คือ ไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล แต่ภูมิแพ้อากาศมักมีอาการคันตา อาจมีน้ำตาไหล คันในจมูก น้ำมูกไหลลงคอ (โพรงจมูกด้านหลังเชื่อมกับคอหอย) จามบ่อยร่วมด้วย และที่สำคัญจะไม่มีไข้ ไม่ปวดศีรษะ

 

ไข้หวัดใหญ่ติดต่อกันอย่างไร

 

ไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza) สายพันธุ์ที่ก่อโรคในคนมี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ A, B และ C ซึ่งสัดส่วนและความรุนแรงของโรคก็เรียงตามลำดับตัวอักษร กล่าวคือ

 

สายพันธุ์ A พบมากกว่า 95% และมีความรุนแรงสูง เคยเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกเมื่อปี 2552 ในชื่อ ‘ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009’ (H1N1) และกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดตามฤดูกาลทุกปีจนถึงปัจจุบัน สายพันธุ์ A ยังมีอีกกลุ่มที่หลายคนอาจได้ยินเวลาประชาสัมพันธ์เรื่องวัคซีนคือ H3N2 (H และ N เป็นตัวย่อของชื่อโปรตีน 2 ชนิดบนผิวเซลล์ของไวรัส) 

 

สายพันธุ์ B มีความรุนแรงน้อยกว่า แยกเป็นอีก 2 กลุ่มย่อยคือ วิกตอเรีย (B/Victoria) และยามากาตะ (B/Yamakata) ส่วนสายพันธุ์ C พบเป็นสัดส่วนน้อยมาก

 

ไข้หวัดใหญ่ติดต่อจากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่งทางเดินหายใจ ได้แก่ น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ ที่เป็นละอองขนาดใหญ่ (Droplets) ซึ่งสามารถสัมผัสโดยตรงเข้าทางจมูกหรือปาก จากการไอจามหรือพูดคุยกันในระยะ 1-2 เมตร หรือสัมผัสโดยอ้อมผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เมื่อใช้มือหยิบจับสิ่งของที่ปนเปื้อนแล้วยกขึ้นมาสัมผัสกับตา จมูก หรือปากต่ออีกทอดหนึ่ง  

 

ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนเริ่มมีอาการ จนถึง 5-7 วันหลังมีอาการ ส่วนผู้ที่ได้รับเชื้อจะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2 วัน (1-4 วัน)

 

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ไข้หวัดใหญ่ติดต่อกันได้รวดเร็ว

 

ซึ่งคล้ายกับโควิดที่ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 2 วันก่อนเริ่มมีอาการ จนถึง 5 วันหลังมีอาการ และผู้ที่ได้รับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนจะเริ่มมีอาการภายใน 3-4 วัน

 

จำเป็นต้องตรวจยืนยันไข้หวัดใหญ่หรือไม่

 

ถ้าพูดถึงชุดตรวจ ATK ทุกคนน่าจะนึกถึงชุดตรวจโควิด แต่ความจริงการตรวจไข้หวัดใหญ่ก็ใช้วิธีการเดียวกันคือ การตรวจหาแอนติเจนของไวรัส ด้วยการใช้ไม้ป้ายด้านหลังโพรงจมูก ผสมน้ำยา แล้วหยดลงบนชุดตรวจ ซึ่งยุคก่อนโควิดมีเฉพาะตามโรงพยาบาลหรือคลินิกเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีขายตามร้านขายยาหรือร้านค้าออนไลน์ และบางยี่ห้อยังตรวจหาเชื้อได้หลายชนิดอีกด้วย

 

จึงเกิดคำถามตามมาว่าผู้ที่มี ‘อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่’ จำเป็นต้องตรวจยืนยัน หรือแม้กระทั่งตรวจแยกสายพันธุ์หรือไม่? คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกราย เพราะ 

 

  1. การรักษาไข้หวัดใหญ่ให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มที่มีอาการรุนแรง (ผู้ป่วยสีแดง) เช่น หอบเหนื่อย หายใจลำบาก และกลุ่มเสี่ยงต่ออาการรุนแรง (ผู้ป่วยสีเหลือง) ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์, เด็กต่ำกว่า 2 ปี, ผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น อ้วน เบาหวาน หอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต มะเร็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งถ้าไม่ใช่กลุ่มนี้ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัส

 

  1. การวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่ใช้เกณฑ์อาการเป็นหลัก หมายถึง ถ้าผู้ป่วยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แพทย์ก็สามารถให้การรักษาเสมือนว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ได้เลย เพราะชุดตรวจไม่ได้มีความแม่นยำ 100% และเดิมไข้หวัดใหญ่เป็นไวรัสทางเดินหายใจชนิดเดียวที่มียารักษา แต่ปัจจุบันโควิดก็มียารักษา ดังนั้นหากต้องเลือกตรวจเพียงอย่างเดียว อาจเลือกตรวจ ATK สำหรับโควิด 

 

ไข้หวัดใหญ่รักษาและป้องกันอย่างไร

 

ในโรงพยาบาลทั่วไปมียารักษาไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิดคือ โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) และฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หลายคนน่าจะคุ้นกับยาตัวหลัง เพราะประเทศไทยนำมาใช้ในการรักษาโควิดด้วย ซึ่งความจริงแล้วยาฟาวิพิราเวียร์ถูกวิจัยขึ้นมาสำหรับการรักษาไข้หวัดใหญ่ในญี่ปุ่น แต่ยาที่แพทย์สั่งจ่ายเป็นหลักจะเป็นโอเซลทามิเวียร์ เพราะมีหลักฐานรองรับมากกว่า

 

โอเซลทามิเวียร์ เป็นยาต้านไวรัสชนิดรับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน 

 

หากเริ่มรับประทานยาภายใน 1-2 วันหลังเริ่มมีอาการ (ภายใน 48 ชั่วโมง) สามารถลดความรุนแรงของอาการและลดระยะเวลาป่วยลง 1-2 วัน (ถือว่าไม่มากสำหรับผู้มีอาการเล็กน้อย) และในกลุ่มเสี่ยงต่ออาการรุนแรง สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ และลดระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลได้ ดังนั้นในการรักษาไข้หวัดใหญ่จึงต้องเริ่มยาให้เร็วที่สุด

 

สำหรับการป้องกันไข้หวัดใหญ่จะคล้ายกับโควิด เพราะช่องทางการติดต่อเหมือนกัน ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ ซึ่งต้องกลับมาปฏิบัติให้เคยชินอีกครั้ง อย่างน้อยในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีการระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจ ส่วนการเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร หากไม่สามารถปฏิบัติได้ก็อาจเป็นการลดกิจกรรมรวมตัวกัน หรือหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดแทน

 

นอกจากนี้ไข้หวัดใหญ่ยังมีวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งเป็นการฉีดเพื่อป้องกันอาการรุนแรง (ป้องกันการติดเชื้อได้น้อย) โดยแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงต่ออาการรุนแรง และผู้ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนปีละ 1 เข็ม เพราะไวรัสมีการกลายพันธุ์ทุกปี วัคซีนรุ่นใหม่จะเริ่มฉีดประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และหากเริ่มฉีดตั้งแต่ช่วงกลางปีก็จะสามารถป้องกันตั้งแต่รอบการระบาดฤดูฝนเป็นต้นไป

 

ทำไมช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่ถึงระบาดเพิ่มขึ้น

 

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่มีการระบาดตามฤดูกาล ประเทศในเขตอากาศอบอุ่นพบการระบาดรอบเดียวในฤดูหนาว แต่ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนพบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตลอดทั้งปี แต่มักระบาดเพิ่มขึ้น 2 รอบ คือฤดูฝนกลางปี (มิถุนายน-ตุลาคม) และฤดูหนาวต้นปี (มกราคม-มีนาคม) ดังนั้นหลังปีใหม่มาจึงพบคนใกล้ตัวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่มากขึ้น รวมถึงโควิดที่กลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้วด้วย

 

แต่ในทางระบาดวิทยาก็มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอยู่ 2 ประเด็น ดังนี้ 

 

  1. รูปแบบการระบาดตามฤดูกาลที่น่าจะเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมโควิด กล่าวคือ ต้นปี 2565 ไม่พบการระบาดของไข้หวัดใหญ่เลย ในขณะที่ปี 2566 ไข้หวัดใหญ่กลับมาระบาดต้นปี-กลางปีเหมือนเดิม แต่ช่วงกลางปีพบการระบาดระลอกใหญ่ต่อเนื่องมาจนถึงปลายปี เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่ เพราะไม่มีการระบาดตามฤดูกาลมานานในยุคโควิด

 

  1. สายพันธุ์หลักที่ระบาดแต่ละรอบเป็นคนละสายพันธุ์ กล่าวคือ กลางปี 2565 ต่อต้นปี 2566 เป็น A/H3N2 ต่อมากลางปี 2566 เป็น A/H1N1 (2009) ในขณะที่สัปดาห์ก่อนสิ้นปี 2566 พบสัดส่วนของสายพันธุ์ B และ A/H3N2 เพิ่มขึ้น (53% และ 33%) ในขณะที่ A/H1N1 ลดลงเหลือ 13% ดังนั้นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เมื่อกลางปีที่แล้วกับหลังปีใหม่นี้น่าจะเป็นคนละสายพันธุ์กัน

 

โดยสรุปไข้หวัดใหญ่มีอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เหมือนไข้หวัดทั่วไป แต่ที่ ‘ใหญ่’ กว่าคือ ไข้สูง ปวดศีรษะ/ปวดเมื่อยตัว ซึ่งอาจคล้ายกับโควิด จึงควรตรวจ ATK ก่อนไปพบแพทย์ ส่วนภูมิแพ้อากาศมักไม่มีไข้ เพราะไม่ใช่การติดเชื้อ การรักษาไข้หวัดใหญ่ใช้ยารับประทานชื่อ ‘โอเซลทามิเวียร์’ สำหรับกลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง-แดง ส่วนผู้ป่วยสีเขียวรักษาตามอาการ เพราะสามารถหายได้เอง

 

ไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันการติดเชื้อด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด สามารถป้องกันอาการรุนแรงด้วยการฉีดวัคซีนปีละ 1 เข็ม 

 

ส่วนสาเหตุที่ไข้หวัดใหญ่กลับมาระบาดเพิ่มขึ้นช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะถึงรอบการระบาดในฤดูหนาวและเป็นช่วงหลังงานเทศกาลปีใหม่ และอีกส่วนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของไวรัส

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อ้างอิง: 

The post ไอ เจ็บคอ แบบไหนใช่ ‘ไข้หวัดใหญ่’ ทำไมถึงระบาดเพิ่มขึ้นช่วงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ว่าจะระคายคอ ฝุ่น PM2.5 เจ็บคอจากไข้หวัด หรืออาการลองโควิด ก็อย่าได้ชะล่าใจ มาดูแลตัวเองให้ดีกันดีกว่า! https://thestandard.co/kamillosan-m-german-chamomile/ Wed, 14 Dec 2022 08:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=720307 kamillosan

  มนุษย์ทำงานโหมงานหนักในช่วงปลายปีที่อากาศเปลี่ยน […]

The post ไม่ว่าจะระคายคอ ฝุ่น PM2.5 เจ็บคอจากไข้หวัด หรืออาการลองโควิด ก็อย่าได้ชะล่าใจ มาดูแลตัวเองให้ดีกันดีกว่า! appeared first on THE STANDARD.

]]>
kamillosan

kamillosan

kamillosan 

มนุษย์ทำงานโหมงานหนักในช่วงปลายปีที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย 

แถมมี PM2.5 และโควิดก็ยังไม่หมด ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีอาจป่วยได้

 

ช่วงปลายปีแบบนี้หลายคนน่าจะโหมลุยทำงานเคลียร์งานที่ยังคั่งค้างของปีนี้กันจนแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อน หรือต้นปี เปิดปีใหม่ ต้องมาเคลียร์งานกันเพียบ แถมอากาศก็เปลี่ยนแปลงบ่อยเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นจนร่างกายปรับตามแทบไม่ทัน ไหนจะมีฝุ่น PM2.5 ที่มักจะมาตามนัดเป็นระยะในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ หรือแม้กระทั่งโควิดตัวร้ายเองก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว กระทั่งหลายคนที่หายแล้วแต่ก็ยังมีอาการลองโควิดกันได้อยู่ ดังนั้นถ้ามีอาการระคายคอ หรือเจ็บคอ อย่าชะล่าใจปล่อยไว้ให้เป็นหนัก ควรหาวิธีดูแลตัวเองกันให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า

 

kamillosan

 

ถ้ามีอาการเจ็บหรือระคายคอขึ้นมา ก่อนอื่นที่ทุกคนสมควรทำคือต้องสังเกตตัวเองกันให้ดีก่อน เพื่อความแน่ใจลงตรวจชุดทดสอบ ATK หรือปรึกษาแพทย์ให้รู้ก่อนว่าตัวเองเป็นอะไรแน่ จะได้ดูแลรักษาตัวเองกันได้ถูกจุด แต่ถ้าเกิดระคายคอ และมีอาการเจ็บคอหน่อยๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นด้วยไข้หวัดหรือฝุ่น PM2.5 ก็อย่าปล่อยไว้จนเป็นหนัก หรือถ้าเป็นโควิดและลองโควิดก็โชคดีที่มีไอเท็มอย่าง สเปรย์พ่นคอเยอรมันคาโมไมล์’ ที่มีสารสกัดธรรมชาติสามารถช่วยต้านอาการอักเสบ บรรเทาอาการคันระคายคอ เจ็บคอได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยบรรเทาอาการทอนซิลอักเสบได้ด้วย ยิ่งในช่วงสิ้นปีแบบนี้ถ้าป่วยไปจะเป็นเรื่องใหญ่ เห็นใครไออยู่ใกล้ๆ คงรู้สึกหวั่นๆ ถ้ารักษาตัวเองกันดีๆ เราจะได้รู้สึกปลอดภัยกันทั้งตัวเองและคนรอบข้าง แถมจะได้หายไวๆ และกลับมาใช้ชีวิตอย่างเฮลตี้ ลุยงาน และสนุกเต็มที่กับชีวิตในช่วงปลายปีกันต่อได้อีก

 

kamillosan

 

ปลอดภัยเพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 

 

นอกจากสเปรย์พ่นคอเยอรมันคาโมไมล์จะผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ โดยมีดอกเยอรมันคาโมไมล์เป็นสารสกัดหลักสำคัญแล้ว ยังมีน้ำมันหอมระเหยอีกหลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางยาช่วยสมานแผล ลดการอักเสบ เช่น น้ำมันเปปเปอร์มินต์ น้ำมันสน น้ำมันระกำ น้ำมันโป๊ยกั๊ก น้ำมันมะกรูด น้ำมันยูคาลิปตัส และผกากรอง ด้วยความที่สเปรย์พ่นคอเยอรมันคาโมไมล์ ทำจากสารสกัดจากธรรมชาติที่ปลอดภัยเช่นนี้เอง ทั้งยังไม่ปรุงแต่ง ไม่มีน้ำตาล และยังผ่านการศึกษาประสิทธิภาพมาแล้วในผู้ที่มีอาการอักเสบในช่องปากและลำคอ เมื่อไรก็ตามที่เริ่มมีอาการเจ็บคอ คันคอ ระคายคอจากสาเหตุใดๆ ดังกล่าว ก็หยิบมาพ่นได้เลย ไม่ต้องรอให้เป็นหนัก ทั้งยังสามารถใช้รักษาแผลร้อนในและต่อมทอนซิลอักเสบได้อีกด้วย! และถึงแม้เป็นสารธรรมชาติ แต่ก็มีงานวิจัยว่าสามารถลดอาการเจ็บคอได้เร็วหลังใช้ใน 1 วัน จึงเป็นไอเท็มอันดับ 1 ที่แพทย์และเภสัชกรต่างก็แนะนำ และควรมีไว้ติดบ้านติดตัวเป็นอย่างยิ่ง

 

kamillosan

 

ใครที่โหมลุยงานหนัก และใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่ในช่วงปลายปีอันแสนจะวุ่นวาย และเต็มไปด้วยปัจจัยที่อาจจะก่อให้เกิดอาการระคายคอมากมายแบบนี้ โปรดอย่าได้ชะล่าใจ ดูแลตัวเองกันให้ดีๆ เพื่อที่จะได้ปลอดภัยกันทั้งตัวเองและคนรอบข้าง แต่ในที่สุดแล้วถ้าเกิดอาการคันระคายคอ เจ็บคอ ด้วยสาเหตุใดๆ ดังกล่าวขึ้นมาแล้วละก็ #อย่ารอให้เป็นหนัก ลองให้ ‘สเปรย์พ่นคอเยอรมันคาโมไมล์’ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดูแล บรรเทาอาการอักเสบ และอาการเจ็บคอดูกันดีกว่า

The post ไม่ว่าจะระคายคอ ฝุ่น PM2.5 เจ็บคอจากไข้หวัด หรืออาการลองโควิด ก็อย่าได้ชะล่าใจ มาดูแลตัวเองให้ดีกันดีกว่า! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใช้ชีวิตแบบไม่มีสะดุด ทิปส์ดีๆ ในการดูแลตัวเองให้แฮปปี้ช่วงฝุ่น PM2.5 กำลังมาในฤดูหนาวที่เรากำลังเต็มที่กับชีวิต https://thestandard.co/nac-pm2-5-self-care/ Thu, 08 Dec 2022 09:30:27 +0000 https://thestandard.co/?p=721394 NAC

ในช่วงนี้ แม้ว่าไวรัสโควิดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นไปแล้ว […]

The post ใช้ชีวิตแบบไม่มีสะดุด ทิปส์ดีๆ ในการดูแลตัวเองให้แฮปปี้ช่วงฝุ่น PM2.5 กำลังมาในฤดูหนาวที่เรากำลังเต็มที่กับชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
NAC

ในช่วงนี้ แม้ว่าไวรัสโควิดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นไปแล้ว และดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเริ่มเข้าที่ จนผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติอีกครั้ง แต่การเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวนั้นเราก็ยิ่งต้องระมัดระวัง เพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ! เพราะมีหลายปัจจัยที่อาจจะทำให้เราไม่สบายและชีวิตสะดุดเอาได้!

 

ฤดูหนาวแบบนี้มีปัจจัยอะไรที่กระทบสุขภาพเราได้บ้าง?

  1. อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลง ซึ่งเมืองไทยเราช่วงนี้มักเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว มีหลายผลงานวิจัยระบุตรงกันว่าถ้าอากาศเปลี่ยนแปลงแล้วร่างกายปรับตัวตามไม่ทันก็จะส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกัน อาจทำให้ไม่สบายเอาได้ คนจึงป่วยกันได้ง่ายตั้งแต่ไข้หวัดธรรมดา ไปจนถึงไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดอย่างมาก รวมถึงโควิดเองก็ยังไม่ได้หมดไปทีเดียว ดังนั้นถ้าภูมิตกแล้วอาจจะเป็นเรื่องเอาได้
  2. ฝุ่น PM2.5 ตัวร้าย ช่วงปีหลังๆ เป็นที่ทราบกันดีว่าฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจของทุกคนที่มักจะมาเป็นประจำตามนัดในช่วงฤดูหนาวของทุกปี เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดในฤดูกาลนี้ทำให้มีมลภาวะทางอากาศอย่างฝุ่นและควันพิษในปริมาณมาก ซึ่งไม่สามารถกระจายตัวออกไปได้ ส่งผลต่อคุณภาพของอากาศที่เราหายใจ โดยเฉพาะผู้คนที่ใช้ชีวิตในที่โล่ง รวมถึงคนที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วก็จะป่วยกันได้ง่ายขึ้น
  3. ไลฟ์สไตล์พักผ่อนน้อย มนุษย์ทำงานหลายคนต่างคุ้นเคยกับการโหมลุยทำงานหนักในช่วงขึ้นปีใหม่ เพราะเป็นช่วงที่ทุกธุรกิจยุ่งกันเป็นพิเศษ ต้องเร่งเคลียร์งานคั่งค้างและโปรเจกต์ต่างๆ ให้เสร็จ หลายคนจึงไม่ค่อยจะมีเวลาได้พักผ่อน ไหนจะมีงานสังคมมากมายให้ต้องเข้าร่วม และหลายๆ คนเองก็สนุกรื่นเริงกับการใช้ชีวิตปาร์ตี้ดื่มกินกันในช่วงนี้ ทำให้มีเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเองน้อย จึงไม่สบายกันได้ง่ายๆ

 

จะปีไหนๆ เราต้องไม่ป่วย 

ถ้าช่วงนี้ ดันเกิดป่วยขึ้นมา ทั้งงานและกิจกรรมต่างๆ ที่แพลนเตรียมไว้จะต้องสะดุดแน่ๆ สำหรับอาการป่วยเริ่มต้นที่พบได้บ่อยในช่วงนี้คืออาการไอแบบมีเสมหะ ซึ่งมักเกิดจากการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศที่เย็นลง และการเจอมลพิษรอบๆ ตัวในปริมาณมาก ทำให้ร่างกายสร้างเสมหะขึ้นมาได้มากกว่าปกติ และอาจทำให้เกิดอาการไอตามมา ซึ่งสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตทั้งของตนเองและส่วนรวมได้ ซ้ำร้ายอาจไม่ใช่แค่เราสะดุดคนเดียว แต่ยังส่งผลต่อคนอื่นๆ ได้อีก ไหนจะงานที่ต้องชะงัก หรือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ก็อาจจะไม่สบายตามไปด้วย ดังนั้นในช่วงที่ทั้งหนาว ทั้งฝุ่น เรายิ่งต้องดูแลรักษาสุขภาพกันให้มากเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เจ็บป่วยได้ง่าย หากมีอาการเล็กๆ น้อยๆ อย่างอาการระคายคอหรือมีเสมหะใสในลำคอ ก็ต้องรีบรักษาทันทีเพื่อไม่ให้เป็นหนัก ไปกว่าเดิม สร้างความสบายใจให้ตัวเองและคนรอบข้าง จะได้ใช้ชีวิตทั้งปีแบบแฮปปี้ไม่มีสะดุดกันทุกคน

 

NAC

 

ตัวช่วยดีๆ ในการดูแลตัวเอง 

นอกจากหาเวลาออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นอย่างฝุ่นและมลภาวะแล้ว หากเกิดอาการป่วยอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากกว่า ที่หลายๆ คนคิด อย่างอาการระคายคอ มีเสมหะใส ที่ทำให้เกิดการไอตามมา ก็สามารถทำให้คนรอบข้าง เกิดการระแวงต่อเชื้อไวรัสต่างๆ ได้

 

ดังนั้นควรหาวิธีรักษาตนเองเบื้องต้นเพื่อป้องกันการเป็นหนักจนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ แนะนำให้ใช้ NAC (N-Acetylcysteine) ช่วยละลายเสมหะ ซึ่งมักจะมาในรูปแบบของเม็ดฟู่ ที่มีความสะดวกและกินได้ง่าย ในผู้ที่มีเสมหะ แนะนำให้ทานวันละ 1 เม็ด เพียงวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ และในผู้ที่มีอาการของเสมหะติดต่อกันหลายวัน ควรทานเม็ดฟู่ละลายเสมหะอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายดี อย่างไรก็ตาม เม็ดฟู่ละลายเสมหะมีหลากหลายยี่ห้อ แม้ว่าจะมีตัวยาในปริมาณเท่าๆ กัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของรสชาติ ที่ส่งผลให้คนไม่กินอย่างต่อเนื่อง อาการจึงไม่หายดี ดังนั้นจึงแนะนำให้เลือกตัวที่มีรสชาติดี เพื่อให้สามารถกินได้แบบไม่ต้องฝืน

 

NAC

 

ทั้งนี้ยังมีงานวิจัยที่น่าสนใจและถูกตีพิมพ์ฉบับหนึ่ง เรื่อง ‘N-Acetylcysteine to Combat Covid-19: An Evidence Review’ ของ Therapeutics and Clinical Risk Management งานวิจัยฉบับนี้เป็นการรีวิวหลายๆ งานวิจัยที่ผ่านมาของ NAC (N-Acetylcysteine) ได้เปิดเผยว่าสารตัวนี้ช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในร่างกาย และลดความรุนแรงของไวรัส และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอด ลดการอักเสบในระดับที่รุนแรงได้อีกด้วย

 

สำหรับการใช้ชีวิตในช่วงนี้ที่จะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือการใช้ชีวิตรับหน้าหนาว ซึ่งมีปัจจัยที่ทำให้ไม่สบายได้ง่ายกว่าช่วงอื่นๆ แบบนี้ หากเกิดอาการป่วยขึ้นมา กะทันหันอย่างอาการมีเสมหะใส ระคายคอ ให้รีบรักษาอาการเบื้องต้นก่อนจะมีอาการหนักจนใช้ชีวิตไม่สนุก โดยเลือกใช้เม็ดฟู่ละลายเสมหะ NAC (N-Acetylcysteine) ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป นอกจากการ ใช้ตัวช่วยในการรักษาตามอาการเบื้องต้น การพักผ่อนก็ยังถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ร่างกาย ได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ

 

เราขอให้ทุกคนมีความสุขกับการใช้ชีวิตในช่วงปลายปีกันถ้วนหน้า 🙂

 

The post ใช้ชีวิตแบบไม่มีสะดุด ทิปส์ดีๆ ในการดูแลตัวเองให้แฮปปี้ช่วงฝุ่น PM2.5 กำลังมาในฤดูหนาวที่เรากำลังเต็มที่กับชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: แนะนำอาหารเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้ร่างกายเป็นหวัดง่าย https://thestandard.co/pop-tip-27092565/ Mon, 26 Sep 2022 02:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=686920

ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในเส้นทางของพายุที่กำลังพัดผ่า […]

The post POP TIP: แนะนำอาหารเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้ร่างกายเป็นหวัดง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในเส้นทางของพายุที่กำลังพัดผ่าน ทำให้มีฝนตกหนักกระจายไปทุกพื้นที่ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ย่ำแย่แบบนี้ สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือเรื่องสุขภาพ เมื่อฝนมา สิ่งที่จะมาพร้อมกับฝนคือความป่วยไข้ อาการหวัด ซึ่งหากรักษาสุขภาพไม่ดี ตากฝน และปล่อยให้ร่างกายอับชื้น ก็เสี่ยงจะเป็นหวัดได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งในทางการแพทย์ระบุว่าโรคหวัดไม่ใช่โรคธรรมดาอย่างที่คิด เพราะเมื่อเป็นแล้วหากรักษาไม่ดีจะนำไปสู่โรคอื่นๆ ที่หนักหนากว่าได้ ดังนั้นจึงควรรับมือให้ดี เพื่อป้องกันการเป็นหวัดที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ สิ่งที่สามารถทำได้ง่ายที่สุดคือการเลือกกินอาหารที่มีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเป็นหวัดยากขึ้น เช่น การกินผัก ผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับให้เพียงพอ โดยอาหารเสริมภูมิคุ้มกันที่คัดสรรมาแล้วว่าดีมีดังต่อไปนี้ 

 

 

Pop Tip: อาหารเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้ร่างกายเป็นหวัดง่ายมีดังนี้

  1. ซุปไก่ตุ๋น ลดน้ำมูก ลดอาการคัดจมูก
  2. ผลไม้วิตามินซีสูง 
  3. ชาเปปเปอร์มินต์
  4. ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์
  5. อาหารที่มีกรดโอเมก้า 3 เช่น ปลาทะเล แซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน 

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: แนะนำอาหารเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้ร่างกายเป็นหวัดง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุณมีไข้หรือไม่! Apple Watch รุ่นที่ 8 อาจบอกได้ว่าผู้ใช้มีไข้ผ่านมาตรวัดอุณหภูมิของอุปกรณ์ https://thestandard.co/apple-watch-series-8-may-detect-users-fever-with-temperature-sensor/ Tue, 05 Jul 2022 08:26:59 +0000 https://thestandard.co/?p=650346 Apple Watch

บริษัท IT ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ซึ่งกวาดรายได้ในปี 2021 […]

The post คุณมีไข้หรือไม่! Apple Watch รุ่นที่ 8 อาจบอกได้ว่าผู้ใช้มีไข้ผ่านมาตรวัดอุณหภูมิของอุปกรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Watch

บริษัท IT ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ซึ่งกวาดรายได้ในปี 2021 ไปกว่า 3.65 แสนล้านดอลลาร์ และมีข่าวลือในทุกๆ ปีนั้น ล่าสุดมีข่าวลือใหม่เกี่ยวกับระบบเซ็นเซอร์ของอุปกรณ์ Apple Watch รุ่นที่ 8

 

โดยข่าวลือของเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิในรุ่นที่ 8 นั้นอาจตรวจจับได้ว่า ‘ผู้ใส่’ มีไข้หรือไม่ ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการติดตามการออกกำลังกายที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

Apple Watch รุ่นที่ 8 ที่คาดว่าจะมาให้เราเห็นในช่วงท้ายของปี 2022 ถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะมีการใส่ตัวตรวจจับอุณหภูมิของร่ายกายไว้ในส่วนหนึ่งของการอัปเดตประจำปีของบริษัทด้วย

 

ตามข่าวของ มาร์ก เกอร์มัน ผู้สื่อข่าวจาก Bloomberg ได้ระบุไว้ว่า Apple Watch รุ่นที่ 8 นี้จะใส่ฟีเจอร์ดังกล่าวไว้ในรุ่นพื้นฐาน รวมไปถึงโมเดลใหม่ที่มีข่าวลือหนาหูอย่าง ‘Rugged Edition’ ซึ่งเป็นรุ่นที่เพิ่มความอึดของนาฬิกาขึ้นเพื่อให้ทนต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี แต่ไม่ใช่ทุกโมเดลที่จะได้เซ็นเซอร์อุณหภูมินี้ โดย Apple Watch SE อาจไม่ได้รับการอัปเดตดังกล่าว

 

เกอร์มันกล่าวว่าฟีเจอร์นี้จะ ‘ไม่บอก’ ข้อมูลที่เจาะจงกับผู้ใช้ แต่มันควร ‘บอกได้ว่าคุณมีไข้หรือไม่’ เช่นเดียวกับระบบตรวจจับอื่นๆ ของ Apple Watch มันอาจแนะนำให้ผู้ใช้ใช้ตัววัดไข้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น หรือการแนะนำให้ผู้ใช้ติดต่อแพทย์

 

นอกเหนือจากเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ เกอร์มันมั่นใจว่ารุ่นนี้จะมีระบบการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับ Apple Watch รุ่นที่ 6

 

อ้างอิง:

The post คุณมีไข้หรือไม่! Apple Watch รุ่นที่ 8 อาจบอกได้ว่าผู้ใช้มีไข้ผ่านมาตรวัดอุณหภูมิของอุปกรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ห่วงสุขภาพประชาชนช่วงหน้าฝน ให้ สธ. เฝ้าระวัง ‘ฝีดาษลิง’ อย่างรัดกุม https://thestandard.co/pm-prayut-public-health-and-moph-watch-out-for-monkeypox-monkey/ Tue, 24 May 2022 04:09:14 +0000 https://thestandard.co/?p=633013 ธนกร วังบุญคงชน

วันนี้ (24 พฤษภาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ห่วงสุขภาพประชาชนช่วงหน้าฝน ให้ สธ. เฝ้าระวัง ‘ฝีดาษลิง’ อย่างรัดกุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกร วังบุญคงชน

วันนี้ (24 พฤษภาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยสุขภาพประชาชน ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพ เนื่องจากประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ซึ่งมักจะมีการแพร่ระบาดของโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ประกอบกับเป็นช่วงเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาต่างๆ ทำให้มีการรวมตัวของเด็กนักเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการระบาดของโรคได้ รวมทั้งประเทศไทยยังอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด จึงขอฝากไปยังประชาชน ผู้ปกครอง สถานศึกษา รักษาความสะอาดอย่างต่อเนื่อง หมั่นสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติรุนแรงให้รีบไปพบทันที 

 

ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข กรณีโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เพื่อเฝ้าระวัง คัดกรองผู้เดินทางจากประเทศที่มีการระบาด โดยยกระดับเพื่อเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางจากประเทศเสี่ยงเหล่านี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางในการเฝ้าระวังโรคระบาดทุกโรคอย่างรัดกุมด้วย  

The post โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ห่วงสุขภาพประชาชนช่วงหน้าฝน ให้ สธ. เฝ้าระวัง ‘ฝีดาษลิง’ อย่างรัดกุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป โควิด-19 ร้อยละ 80 ของคนที่มีอาการเป็นไข้หวัดธรรมดา https://thestandard.co/80-percents-of-coronavirus-symptoms-are-likely-to-be-a-common-cold/ Wed, 25 Mar 2020 09:22:09 +0000 https://thestandard.co/?p=346266

The post ชมคลิป โควิด-19 ร้อยละ 80 ของคนที่มีอาการเป็นไข้หวัดธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ชมคลิป โควิด-19 ร้อยละ 80 ของคนที่มีอาการเป็นไข้หวัดธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. แนะผู้ป่วยไข้หวัดสวมหน้ากากอนามัยให้เป็นนิสัย ช่วยกันรับผิดชอบสังคม https://thestandard.co/patients-wearing-flu-masks/ Fri, 28 Feb 2020 06:59:38 +0000 https://thestandard.co/?p=336404

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระ […]

The post สธ. แนะผู้ป่วยไข้หวัดสวมหน้ากากอนามัยให้เป็นนิสัย ช่วยกันรับผิดชอบสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ประชาชนอาจปรับตัวไม่ทัน และป่วยเป็นไข้หวัดซึ่งมักเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ ก็สามารถหายได้เอง 

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าหากป่วยเป็นไข้หวัด มีน้ำมูก ไอ จาม ขอให้แยกตัวเอง แยกสำรับอาหาร ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและคนอื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ที่สำคัญต้องรับผิดชอบสังคมด้วยการสวมหน้ากากอนามัยทั้งขณะที่อยู่ในบ้านหรือไปทำงาน ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น หากจะสัมผัสก็ต้องล้างมือให้สะอาด ขอให้ทำเป็นประจำจนเป็นสุขนิสัย และไม่ไปอยู่ในที่คนหนาแน่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค 

 

แต่หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 วันให้ไปพบแพทย์ เพราะอาจมีโรคแทรกซ้อนจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือโรคอื่นซึ่งอาจจะมีอาการรุนแรงกว่า และมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว

 

ทั้งนี้ในปี 2562 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 390,773 ราย เสียชีวิต 27 ราย ส่วนในปีนี้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยแล้ว 60,235 ราย เสียชีวิต 1 ราย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post สธ. แนะผู้ป่วยไข้หวัดสวมหน้ากากอนามัยให้เป็นนิสัย ช่วยกันรับผิดชอบสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้โดยสาร 6,000 คนถูกกักตัวบนเรือสำราญอิตาลีหลายชั่วโมง หลังพบหญิงจีนป่วยคล้ายติดเชื้อไวรัสโคโรนา ก่อนปล่อยตัวหลังพบเป็นแค่หวัดธรรมดา https://thestandard.co/coronavirus-6000-tourists-lockdown-italian-cruise-ship/ Fri, 31 Jan 2020 03:04:21 +0000 https://thestandard.co/?p=326134

ผู้โดยสารกว่า 6,000 คนต้องติดอยู่บนเรือสำราญ Costa Smer […]

The post ผู้โดยสาร 6,000 คนถูกกักตัวบนเรือสำราญอิตาลีหลายชั่วโมง หลังพบหญิงจีนป่วยคล้ายติดเชื้อไวรัสโคโรนา ก่อนปล่อยตัวหลังพบเป็นแค่หวัดธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้โดยสารกว่า 6,000 คนต้องติดอยู่บนเรือสำราญ Costa Smeralda ที่จอดเทียบท่าในเมืองชีวีตาเวกเกียของอิตาลีตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (30 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น หลังพบว่าหญิงชาวจีนคนหนึ่ง วัย 54 ปี มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่าอาจได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างไรก็ตาม หลังการตรวจสอบพบว่าหญิงจีนผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา แท้จริงแล้วเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จึงอนุญาตให้กลุ่มผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเรือแล้ว 

 

สื่อต่างประเทศรายงานว่าหญิงผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อและสามีชาวจีนถูกกักตัวแยกออกจากกลุ่มผู้โดยสารคนอื่นๆ ก่อนที่ทีมแพทย์ 3 คนและพยาบาลจะเข้าตรวจสอบอาการพร้อมเก็บตัวอย่างของหญิงชาวจีนและสามีไปตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าได้รับเชื้อไวรัสหรือไม่ 

 

“พวกเรามาถึงเมืองชีวีตาเวกเกียด้วยเรือสำราญ Costa Smeralda และพวกเขาไม่ยอมปล่อยพวกเราออกจากเรือ พวกเขาบอกว่ามันเกิดจากการตรวจสอบสุขภาพ” หนึ่งในผู้โดยสารชื่อ เกบี ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์

 

เรือสำราญ Costa Smeralda เดินทางออกจากเมืองซาโวนา ทางตอนเหนือของอิตาลี และจอดแวะที่เมืองมาร์กเซย บาร์เซโลนา และเมืองปัลมา เด มายอร์กา ก่อนจะเดินทางถึงชีวีตาเวกเกียและเกิดการกักตัวผู้โดยสารดังกล่าว

 

ด้านบริษัท Costa Crociere เจ้าของเรือ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าสิ่งสำคัญคือการการันตีสุขภาพและความปลอดภัยของแขกที่ใช้บริการเรือสำราญและลูกเรือ และจะปฏิบัติตามกฎระเบียบจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์คลี่คลายในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่ากลุ่มผู้โดยสารทั้งหมดจะได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือหลังผลตรวจสอบชี้ว่าหญิงจีนผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา แท้จริงแล้วป่วยเพียงไข้หวัดธรรมดา

 

“พวกเราทำทุกอย่างที่จำเป็นต้องทำ สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม และในตอนนี้ดูเหมือนไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกังวลบนเรือ” วินเซนโซ ลีโอเน ผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งท้องถิ่นกล่าว หลังได้รับการยืนยันว่าไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post ผู้โดยสาร 6,000 คนถูกกักตัวบนเรือสำราญอิตาลีหลายชั่วโมง หลังพบหญิงจีนป่วยคล้ายติดเชื้อไวรัสโคโรนา ก่อนปล่อยตัวหลังพบเป็นแค่หวัดธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>