ไขแสง สุกใส Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ไขแสง-สุกใส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 08 Aug 2026 06:16:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ไขแสง สุกใส: จารจดไว้ในรอยจำ https://thestandard.co/khaisaeng-suksai-democracy-fighter/ Sat, 08 Aug 2026 06:16:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1239749 ภาพ ไขแสง สุกใส นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ถ้ายังมีชีวิตอยู่นับถึง 10 กันยายน 2569 คุณไขแสง สุกใส […]

The post ไขแสง สุกใส: จารจดไว้ในรอยจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ไขแสง สุกใส นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ถ้ายังมีชีวิตอยู่นับถึง 10 กันยายน 2569 คุณไขแสง สุกใส จะมีอายุครบ 96 ปี

 

ใครที่รู้จัก และมีมิติสัมพันธ์กับคุณไขแสง สุกใส จะยอมรับความจริงว่า แม้อยากจะลืมก็ยากจะลืม แม้ไม่อยากจำก็ยากจะเลือน

 

เพียงเริ่มต้นแนะนำตัวกันเมื่อวันหนึ่งของปี 2509 ก็ทำให้ผมขอคบหาด้วย

 

“พี่ไม่มีอาชีพ ทุกวันนี้เป็นเด็กวัด กินนอนเป็นลูกศิษย์อยู่กับท่านพระพิมลธรรม ที่กุฏิวัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์……”

 

พอถามถึงการศึกษา

 

“การศึกษาของพี่น่ะ พี่ได้ปริญญา BKLY แปลว่า บางขวาง-ลาดยาว”

 

ทำให้ผมสนใจความเป็นไปในชีวิต กลายเป็นน้องพี่ไปมาหาสู่กันใกล้ชิดตลอดมา ถึงขั้นกล่าวได้เลยว่า คุณไขแสง เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญต่อจิตสำนึกทางการเมืองของผมและเพื่อนมิตรอีกหลายคน ในเวลาต่อมา

 

ผมได้เรียนรู้ชีวิตของนักต่อสู้หลายคน บทบาทยุวชนทหารที่คุณไขแสงเข้าร่วมประสานกับขบวนการเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่น ซึ่งยกพลขึ้นบกยุคมหาสงครามเอเชียบูรพา ชีวิตสู้รบของนายเตียง ศิริขันธ์ หัวหน้า เสรีไทยสายอีสาน ครูครอง จันดาวงศ์ สี่อดีตรัฐมนตรีที่ถูกอำนาจมืดรุมสังหารที่ทุ่งบางเขน จิตร ภูมิศักดิ์ เปลื้อง วรรณศรี สุวัฒน์ วรดิลก กุหลาบ สายประดิษฐ์ เพื่อนร่วมกรงขังทั้งที่ลาดยาวและบางขวาง

 

“บทกวีประชาชน ‘เปิบข้าวทุกคราวคำฯ’ ‘ใครคนประชาชน ที่ทระนงในนามไทยฯ’ ‘พิชิตเถิด พิชิตข้า ชะตาเอ๋ยฯ’ ‘เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง ฤาจึงมุ่งมาศึกษาฯ’ ‘เมืองสยามใหญ่กว่าสุดสายตาจักเสาะยุติธรรมหา ยากแท้..” ยอดบทกวีที่คุณไขแสงจำจนขึ้นใจและนำมาถ่ายทอดให้ฟังจนผมจำได้แบบเต็มบท และเป็นแรงบันดาลใจยิ่งนัก

 

เมื่อจอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าพรรคสหประชาไทย เป็นนายกรัฐมนตรี จากผลการเลือกตั้ง เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2512 ตามรัฐธรรมนูญ 2511 ทั้งๆ ที่มีอำนาจเต็ม แต่ก็ไม่อาจทนต่อการเมืองระบบรัฐสภาของ สส. ในสภาผู้แทนราษฎร ในยุคนั้น

 

ในฐานะ ผบ.สส. จึงทำรัฐประหาร ยึดอำนาจตนเอง ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี นำประเทศไปสู่ระบบเผด็จการเต็มรูปอีกครั้ง เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2514 จึงเกิดแรงต้านจากนักศึกษา นักวิชาการและประชาชนทั่วไป อย่างกว้างขวาง

 

เมื่อ 6 ตุลาคม 2516 กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ที่มีคุณธีรยุทธ บุญมี เป็นผู้ประสานงาน ผมและเพื่อนรวม 21 คน ได้รวมตัวกันแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ณ บริเวณตลาดนัดสนามหลวงไปต่อที่บางลำภู และไปถูกตำรวจจับที่ประตูน้ำรวม 11 คนในวันนั้น

 

ค่ำแล้ว คะเนว่าคุณไขแสง สุกใส คงจะกลับถึงบ้านเช่าที่นนทบุรีแล้ว ผมรีบบึ่งไปที่นั่น มีผมกับคุณไขแสงอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ราวสามทุ่มเศษ

 

ด้วยท่าทีอ่อนระโหย ภายใต้อาการตกใจ ผมเอ่ยปากถามอย่างไร้เดียงสาทางการเมือง

 

“เราแจกใบปลิวกันธรรมดา ทำไมต้องถูกจับด้วย”

 

“จำไว้นะประสาร ต่อสู้กับเผด็จการก็เป็นอย่างนี้ เป็นสัจธรรม”

 

“อาวุธไม่มี เข็มสักเล่มก็ไม่มี”

 

“เขาถึงเรียกว่าเผด็จการ ถืออำนาจเป็นใหญ่ กี่ยุคกี่สมัยก็เป็นอย่างนี้

 

“แล้วเราต้องยอมจำนนเขาหรือ”

 

“พี่เชื่อว่า น้องๆ ต้องถูกปล่อยออกมา” คุณไขแสงแสดงความมั่นใจ

 

“ผมนึกไม่ออกเลยว่า ข้อหาฉกรรจ์แบบนี้เพื่อนเราจะหลุดออกมาได้ยังไง”

 

“พี่จะหาทางแก้ปัญหาตามวิธีของพี่เพื่อช่วยน้องๆ ที่ถูกจับ”

 

“รัฐบาลเขาจะเล่นงานพี่ไหม พี่เป็นเจ้าของสำนักงานธรรมรังสีที่เป็นศูนย์ทำงานของเรา”

 

“พี่โดนแน่ๆ แต่อย่าห่วง พี่มีบทเรียนมาแล้ว พี่เป็นพี่เลี้ยงพวกเราในคุกได้อย่างดี”

 

“แปลว่าพี่จะถูกจับด้วย อย่างงั้นหรือ”

 

“ยังไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูเหตุการณ์อีกซักวันสองวัน แต่ประสารอย่าท้อนะ นี่เป็นบทเรียน ที่หนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่มีอะไรได้มาฟรีหรอก”

 

“ผมควรจะทำอย่างไรต่อไป” ผมหารือ

 

“ลองนึกดูว่ามีใครเป็นเพื่อนเป็นมิตรที่จะช่วยเราได้ ไปหาเขา ขอความเห็นเขาเพื่อช่วย เพื่อนเราออกจากคุก”

 

ผมร่ำลาจากคุณไขแสงด้วยอาการงงๆ เช้าวันรุ่งขึ้นจึงไปพบคุณสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ที่หอพัก ม.เกษตรศาสตร์ และชวนกัน ไปหาคุณประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการ ศนท. ที่บ้านแถวบรรทัดทอง มีการเรียกประชุมกรรมการ ศนท. ทันทีในบ่ายวันนั้น แล้วออกแถลงการณ์คัดค้านการจับกุมอย่างเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว

 

8 ตุลาคม หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวตัวไม้ว่า “ออกหมายจับไขแสง สุกใส ทั่วประเทศ”

 

9 ตุลาคม เวลา 10.00 น. คุณไขแสง สุกใส ถือแคนอีสานและหิ้วกระเป๋าแพนแอม บรรจุเสื้อผ้าเข้ามอบตัวที่กองบังคับการตำรวจสันติบาล หนังสือพิมพ์พาดหัวว่า “รัฐบาลจะใช้มาตรา 17 ควบคุมตัวไขแสง สุกใส”

 

ระหว่างนั่งรอการสอบสวน คุณไขแสงยังเป่าแคนลำเพลินอีสานอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร แถมยังให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่ได้หวั่นวิตกอะไร ผมจะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้น้องๆ ที่ถูกจับกุม”

 

ภาพ ไขแสง สุกใส นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 1

 

การมอบตัวครั้งนี้ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงคำพูดของคุณไขแสง เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 6ตุลาฯ ที่ว่าจะหาทางช่วยพวกเรา จะไปเป็นพี่เลี้ยงของพวกเราในคุก

 

ภาพของคุณไขแสง สุกใส ถือแคนเข้ามอบตัว เป็นภาพแห่งความสะเทือนใจอย่างยิ่ง

 

ในเวลานั้น มีแต่คาดคิดกันไปว่า เพื่อนเราที่ถูกจับต้องเผชิญชะตาร้ายสถานเดียว อาจถูกประหารชีวิต หรือไม่ก็สิ้นอิสรภาพอย่างยาวนาน คุณไขแสงมีทางเลือกที่จะหนี หรือสู้ หากจะหนีก็สามารถทำได้โดยง่าย แต่กลับเลือกที่จะสู้ สู้ในที่นี้คือการมอบตัว ด้วยการเผชิญกับความจริง

 

ในยามนั้น แม้ว่าจะมีการชุมนุมนักศึกษาที่ลานโพธิ์ ธรรมศาสตร์ แต่ก็เป็นคนจำนวนยังน้อยนิด ยังไม่แน่ว่าจะมีพลังขึ้นมาหรือเปล่า

 

คนที่ยอมเอาเสรีภาพ กระทั่งชีวิตของตัวเองเข้าสู้กับอำนาจอธรรม

 

ถ้าไม่ใช่จิตใจแห่งการต่อสู้ที่เสียสละสูงสุด โดยไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเอง จะไม่สามารถตัดสินใจเช่นนั้นได้เลย

 

และแล้ววันที่ 14 ตุลาคม 2516 เราก็ได้เห็นวีรภาพอันสง่างามของนักศึกษาประชาชนเรือนแสนเรือนล้าน ที่หลอมใจเป็นดวงเดียวกันเคลื่อนขบวนสู้รบกับเผด็จการโดยไม่มีใครเลยที่นึกถึงประโยชน์ส่วนตน

 

​ดุจเดียวกับจิตใจสู้รบของคุณไขแสง สุกใส ที่ได้ตัดสินใจเข้ามอบตัว 5 วันก่อนหน้านั้น

 

 

​คุณไขแสง สุกใส ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. นครพนม 3 สมัย ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงของประชาชนที่ถูกข่มเหงและที่ทุกข์ยากตลอดมา

 

​ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือไม่ได้เป็น สส. ยังเป็นกำลังแรงของชาวบ้านเสมอ เช่นเปิดโปงกรณีชาวบ้านถูกสังหาร 6 ศพ ที่กกจำปา เป็นปากเสียงกรณีเผาหมู่บ้านนาทรายที่บึงกาฬ

 

​หลายครั้งที่ชาวบ้านถูกจับกุมด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์หรือภัยสังคม ขณะที่ สส. คนอื่นถอยห่างคุณไขแสงจะนำตัวเองเข้าไปเป็นคนประกันตัวชาวบ้านทันที โดยไม่ต้องไต่ถามใดๆ เลย

 

​คุณไขแสงบอกว่า

 

​“ถูกผิดเก็บไว้ก่อน ก่อนอื่นให้ชาวบ้านมีอิสรภาพในการหาอยู่หากินดูแลครอบครัว”

 

​คุณไขแสง ถูกทางการจับกุมถึง 3 ครั้ง ถูกคุมขังถึง 3 คุก สูญเสียอิสรภาพรวม 11 ปี โดยไม่มีความผิดใดๆ ติดตัวเลย

 

ราวต้นปี 2541 เมื่อทราบว่าคุณไขแสง สุกใส มีปัญหาสุขภาพ นั้น คุณอานันท์ ปันยารชุน ปรารถนาจะไปเยี่ยมเยือนถึงบ้าน ผมกับคุณปรีดา เตียสุวรรณ์ จึงนัดหมายให้ผู้อาวุโสทั้งสองได้พบกันที่หมู่บ้านพิพรพงษ์ บ้านพักของคุณไขแสง ย่านรังสิต ทั้งๆ ที่ไม่ได้คุ้นเคยกันมาก่อน แต่อดีตนายกรัฐมนตรีและนักสู้เพื่อประชาชนได้แสดงคารวะธรรมต่อกันและกันเยี่ยงกัลยาณมิตรอย่างอบอุ่น ชะรอยจะเป็นเพราะบุคคลทั้งสองต่างตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ที่ถูกตีตราว่าเป็นคอมมิวนิสต์ หรืออย่างไร

 

เมื่อเย็น 10 กันยายน 2541 มิตรสหายจัดงานครบรอบอายุ 70 ปีให้คุณไขแสง สุกใส ณ ห้องประชุม นสพ. ฐานเศรษฐกิจ ถ.วิภาวดี ท่ามกลางแขกเหรื่อราว 400 คน มี พ.อ. สมคิด ศรีสังคม ประพันธ์-ศักดิ์ กมลเพชร ธีรยุทธ บุญมี เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ หงา คาราวาน แอ๊ด คาราบาว วีระ มุสิกพงษ์ วิสา คัญทัพ ฯลฯ มีจำนวนราว ครึ่งหนึ่งของแขก เป็นสหายปฏิวัติจากเขตป่าเขา

 

คุณอานันท์ ปันยารชุน ได้รับเชิญขึ้นกล่าวถ้อยคำต่อหน้าคุณไขแสง ซึ่งนั่งอยู่กับครอบครัว ที่โซฟา แถวหน้า

 

ภาพ ไขแสง สุกใส นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 2

 

ณ ไมโครโฟนบนเวที ผู้พูดกวาดสายตาไปทั่วห้อง

 

“ผมได้รับ เชิญไปหลายงาน

 

ยังไม่เคยมีงานใดที่ผมต้องมีความสงบเสงี่ยมเจียมตัวเท่างานนี้

 

ชีวิตผม เป็นอดีตเอกอัครราชทูต เป็นปลัดกระทรวง เป็นประธานบริษัท เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย

 

แต่มาในงานค่ำวันนี้แล้ว ผมรู้สึกด้วยความจริงใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีโอกาสทำในชีวิต

 

ถ้าเปรียบเทียบกับเกียรติประวัติของคุณไขแสง สุกใส แล้วเรื่องของผมจิ๊บจ๊อยมาก…(ปรบมือ)

 

ผมต้องเจียมตัว เพราะผมไม่เคยเป็นนักต่อสู้

 

ผมต้องเจียมตัว เพราะผมไม่เคยเดินขบวนกับใคร

 

ผมต้องเจียมตัว เพราะผมไม่เคยพรากถิ่นฐาน ไม่เคยพรากจากครอบครัว

 

ผมต้องเจียมตัว เพราะผมไม่เคยเข้าคุก

 

ผมต้องเจียมตัว เพราะผมไม่เคยเข้าป่า

 

ผมต้องเจียมตัว เพราะผมไม่เคยต้องหลบหนีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

 

สัจธรรมที่ผมได้รับการยืนยันในค่ำวันนี้ คือความดีของคน ไม่ใช่อยู่ที่ตำแหน่ง ไม่ใช่อยู่ที่ฐานะ หรืออำนาจใดๆ

 

ค่ำวันนี้ผมซาบซึ้งในความจริงใจที่บริสุทธิ์ของคุณไขแสง ที่มีให้กับตนเอง ให้กับครอบครัว ให้กับมิตรสหาย ให้กับอุดมคติ อุดมการณ์ ให้กับประเทศชาติและประชาชน

 

ประวัติศาสตร์ ได้บันทึกจิตใจแห่งการต่อสู้ ความดี ความงาม ของคุณไขแสง สุกใส ไว้แล้ว ทำให้คนไทยยุคปัจจุบันและในอนาคตได้เรียนรู้ และระลึกถึงไปอีกยาวนาน ผมเชื่อเช่นนั้น”

 

เมื่อบุคคลระดับอดีตนายกรัฐมนตรีสองสมัย ผู้ถึงพร้อมด้วยภูมิฐาน ภูมิปัญญา และภูมิธรรม แสดงความคารวะต่อนักการเมืองคนหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมมาตลอดชีวิต จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิของคุณไขแสง สุกใสและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรจิตมิตรใจเป็นถ้อยวาทะที่ติดตาตรึงใจมวลมิตรสหายที่ยังกล่าวขวัญกันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะล่วงเลยมา 28 ปีแล้ว

The post ไขแสง สุกใส: จารจดไว้ในรอยจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>