ไก่ทอด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ไก่ทอด/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 09 Mar 2026 08:24:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 แกะ ‘Secret Recipe’ สูตรลับพิชิต 1,226 สาขา ครบ 77 จังหวัด ของ KFC ประเทศไทย [Advertorial] https://thestandard.co/kfc-thailand-77-provinces-growth/ Mon, 09 Mar 2026 09:00:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1185445

ในสมรภูมิ Quick Service Restaurant ของไทยมีการแข่งขันสู […]

The post แกะ ‘Secret Recipe’ สูตรลับพิชิต 1,226 สาขา ครบ 77 จังหวัด ของ KFC ประเทศไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในสมรภูมิ Quick Service Restaurant ของไทยมีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา KFC ไม่เพียงรักษาตำแหน่งผู้นำที่ครองใจคนไทยมากว่า 41 ปี ไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ล่าสุดยังทุบสถิติขยายสาขาไปถึง 1,226 แห่ง ครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วไทย ครองแชมป์ QSR แบรนด์แรกที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในไทยได้สำเร็จ

 

ความสำเร็จนี้ยังทำให้ KFC ประเทศไทยถูกยกขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ KFC South Asia ทั้งในแง่จำนวนสาขาและการเติบโต รวมถึงติดอันดับ 1 ใน 10 ตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในเครือข่าย KFC ทั่วโลก และครองตำแหน่งเบอร์ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ทั้งในแง่จำนวนสาขาและการเติบโต ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของทีมไทยที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และความเชื่อมั่นของพาร์ทเนอร์ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมแกร่งการเติบโตที่ยั่งยืนของแบรนด์

 

 

‘People Power’ พลังขับเคลื่อน KFC สู่เบอร์ 1 ในใจคนไทยมากว่า 40 ปี

 

เศกไชย ชูหมื่นไวย General Manager KFC South Asia ชี้ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ไทยสามารถขยายสาขาครอบคลุม 77 จังหวัดได้ คือพลังของ ‘บุคลากร’ ในทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานหน้าร้าน พนักงานออฟฟิศ ผู้จัดการร้าน ซัพพลายเออร์ และพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วน รวมถึงแฟรนไชส์ซี 3 ราย ได้แก่ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG), เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ (RD) และ เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย (QSA) ที่เดินร่วมทางกับ Yum! มาตลอด 41 ปี

 

เศกไชย ชูหมื่นไวย General Manager KFC South Asia

เศกไชย ชูหมื่นไวย General Manager KFC South Asia

 

“เราทำงานร่วมกันในทุกด้าน ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ บริหารจัดการ แก้ไขปัญหา ไปจนถึงการรับฟังและนำเสียงสะท้อนของลูกค้ามาพัฒนาประสบการณ์ให้ดียิ่งขึ้น”

 

เศกไชยกล่าวเสริมว่า “หัวใจสำคัญของเราคือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพราะหมุดหมายแรกของ KFC คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามากิน KFC ได้รับความสุขกลับไปทุกครั้ง การที่ทุกคนในองค์กรมีเป้าหมายร่วมกัน เปรียบเสมือน ‘Secret Recipe’ ที่ทำให้เราสามารถยืนหยัดและเติบโตเคียงคู่คนไทยมาได้ยาวนานกว่า 41 ปี”

 

Synced for Success: แฟรนไซส์ซี พันธมิตรที่จับมือเดินไปด้วยกัน

 

เศกไชย บอกว่า แฟรนไชส์ซี มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อน KFC ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค South Asia เพราะสำหรับ KFC แฟรนไชส์ซีคือ ‘พันธมิตรที่จับมือและเดินไปด้วยกัน’ ในทุกมิติ ตั้งแต่การร่วมวางกลยุทธ์ บริหารจัดการ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

 

หัวใจสำคัญของการบริหารความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่าง KFC และแฟรนไชส์ซี ยังอยู่ที่การมีวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและจริงใจ

 

“เมื่อมีความโปร่งใสและความจริงใจเป็นพื้นฐาน ความร่วมมือจึงแข็งแรง เราสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนได้อย่างตรงไปตรงมา เราเดินไปพร้อมกัน เรียนรู้ร่วมกัน และเติบโตไปด้วยกัน ทั้งในระดับแบรนด์ บุคลากร และการปฏิบัติงานในร้าน นี่คือหลักการสำคัญในการบริหารจัดการของ KFC ที่ทำให้เครือข่าย KFC ในภูมิภาคเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

 

ภาพ KFC สาขาในประเทศไทย แสดงถึงความสำเร็จในการขยายครบ 77 จังหวัด 3

 

อรณัฐร์ ผกาภรณ์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด แฟรนไชส์ซีผู้บริหารร้าน KFC ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้ง 3 สาขา กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในแฟรนไชส์ซีหลักของแบรนด์ KFC ในประเทศไทย เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย (QSA) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ของประเทศ ด้วยศักยภาพด้านการบริหารธุรกิจเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่กว่า 550 สาขา ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การเปิดสาขาล่าสุดในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ ของความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง QSA และ KFC ประเทศไทย ในการผลักดันการเติบโตของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน QSA มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นกำลังสำคัญในการร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับ KFC ประเทศไทย สู่การก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จ ของการมีจำนวนสาขา 1,226 สาขาทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำอันดับหนึ่งในตลาด QSR ของประเทศไทยอย่างแท้จริง”

 

ภาพ KFC สาขาในประเทศไทย แสดงถึงความสำเร็จในการขยายครบ 77 จังหวัด 4

 

บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในสมรภูมิ QSR ระดับภูมิภาค

 

ในระดับภูมิภาค ตลาด QSR ถือเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญที่มีบทบาทต่อ GDP ของแต่ละประเทศ เศกไชยมองว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือลูกค้า และนั่นคือแรงผลักดันให้ KFC ไม่หยุดที่จะพัฒนา ทั้งการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

ภาพความสำเร็จของ KFC ประเทศไทยในการขยายสาขาครบ 1,226 แห่งใน 77 จังหวัด ไม่ได้มีความหมายแค่ในเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่คือบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำตัวจริงในระดับภูมิภาค ส่งให้ไทยมีบทบาทที่โดดเด่นในเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยขนาดเครือข่ายสาขาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สั่งสมมากว่า 41 ปี และความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับประเทศ

 

ความสำเร็จของประเทศไทยยังเป็นต้นแบบการเรียนรู้ ให้กับตลาดอื่นๆ ทั้งในเอเชียใต้และอาเซียน “เราตั้งใจนำประสบการณ์ด้านการขยายสาขา การบริหารเครือข่าย และการสร้างความผูกพันกับลูกค้า ไปแบ่งปันให้กับประเทศอื่นๆ เราโดดเด่นด้านการบริหารแบรนด์และสร้างการรับรู้ในตลาด จึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ KFC ทั้งภูมิภาค” 

 

เศกไชยบอกว่า KFC มีกลไกและเวทีให้แฟรนไชส์และทีมงานจากแต่ละประเทศแลกเปลี่ยน Best Practices และ Local Insights อย่างสม่ำเสมอ การแชร์และการเรียนรู้ร่วมกัน จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับทั้งภูมิภาค

 

“ด้วยความที่ KFC South Asia และอาเซียนต้องบริหารตลาดที่มีความหลากหลายสูง ทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และพฤติกรรมผู้บริโภค แม้แต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกตลาดมีร่วมกันคือ ‘ความคาดหวังต่อคุณภาพและประสบการณ์ที่ดี’ ไม่ว่าลูกค้าจะเดินเข้าร้าน KFC ที่ประเทศไหน สาขาใด หรือช่วงเวลาใด สิ่งที่พวกเขาควรได้รับคือไก่ที่กรอบ อร่อย ได้มาตรฐาน และความสุขที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

 

หนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายที่สุด คือการรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความเป็นหนึ่งเดียวของแบรนด์’ และ ‘ความหลากหลายของแต่ละตลาด’ เศกไชยบอกว่าทุกอย่างต้องเริ่มจาก ‘Customer First’ ซึ่งเป็นหัวใจของ DNA แบรนด์

 

“ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรภายในหรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เรามอง ‘ลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด’ และอีกเสาหลักที่ขาดไม่ได้คือ ‘พนักงาน’ เมื่อเรายึดสองสิ่งนี้เป็นศูนย์กลาง เราจะสามารถปรับตัวรับมือกับความแตกต่างด้านรสนิยมและวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม โดยไม่สูญเสียภาพลักษณ์และมาตรฐานของ KFC

 

ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ General Manager KFC ประเทศไทย

ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ General Manager KFC ประเทศไทย

 

สมรภูมิ QSR ไทยแข่งกันที่ ‘อินไซต์’ ไม่ใช่แค่ราคา

 

เมื่อโฟกัสมาที่สมรภูมิ QSR ในประเทศ ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ General Manager KFC ประเทศไทย บอกว่าดุเดือดไม่แพ้กัน “ความท้าทายของ QSR ในไทย ชี้วัดกันที่ว่าใครเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคมากกว่ากัน ในวันที่ทางเลือกมีมากขึ้น ความยากอยู่ที่การรักษา Market Share ต้องพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้คุณภาพและราคาของ KFC เป็นจุดที่ลูกค้ายังเลือกเราไปเรื่อยๆ”

 

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ KFC มุ่งพัฒนาทั้งรูปแบบสาขาและการเข้าถึงลูกค้าในทุกพื้นที่ นอกจากการเปิดในห้างสรรพสินค้าและ Freestanding Drive-thru แล้ว ยังขยายไปสู่รูปแบบปั๊มน้ำมันและ Stand-alone ที่เข้าถึงได้หลากหลายยิ่งขึ้น

 

ภาพ KFC สาขาในประเทศไทย แสดงถึงความสำเร็จในการขยายครบ 77 จังหวัด 6

 

เบื้องหลังการขยายสาขาไปครบครอบคลุมทั่วประเทศ

 

ศศิพินทุ์ บอกว่าตลอด 41 ปีที่ผ่านมา KFC ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการเปิดสาขาในจังหวัดสุดท้ายในปีนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ KFC ประเทศไทย ที่เกิดจากความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง การทำงานของทีมไทย และความเชื่อว่าแบรนด์ต้องเติบโตไปพร้อมกับชาวไทยทุกคน

 

“แน่นอนว่า มาตรฐานและคุณภาพของแบรนด์คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าทั่วประเทศรักไก่ทอดของ KFC ความสามารถในการคิดค้นเมนูและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงการทำแคมเปญต่างๆ ที่ทำให้ลูกค้าชื่นชม แต่ความสำเร็จยังถูกปูทางผ่านแผนการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสาขา” 

 

ศศิพินทุ์อธิบาย ความสำเร็จของ KFC ในการขยายครบทุกจังหวัด เพราะไม่ยึดติดกับโมเดลสาขาแบบเดียวทั่วประเทศ แต่เกิดจากการผสมผสานระหว่างมาตรฐานแบรนด์ระดับโลก ความเข้าใจลูกค้าในระดับท้องถิ่น ความยืดหยุ่นในการเลือกทำเลและรูปแบบร้าน ทำให้ KFC สามารถเป็นแบรนด์ระดับประเทศที่ยังคงความใกล้ชิดกับชุมชนในแต่ละพื้นที่ และเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

 

“เราจะปรับรูปแบบให้เหมาะกับศักยภาพและบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น สาขาขนาดใหญ่ในเมืองหลักและศูนย์การค้า สาขาในปั๊มน้ำมันสำหรับจังหวัดที่มีการเดินทางสูง ไปจนถึงสาขาชุมชนที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชน และทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นในเชิงวัฒนธรรม” 

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ‘Local Insight’ ของ KFC ไม่ได้สะท้อนออกมาในรูปของเมนูที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพราะมาตรฐานเมนูต้องเป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศ แต่จะแฝงอยู่ในองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เฉียบขาดกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบโปรโมชันที่เหมาะกับกำลังซื้อในพื้นที่ ช่วงเวลาการขายที่สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้า และการสื่อสารที่ใช้ภาษาหรือโทนที่เข้าถึงคนท้องถิ่น

 

“เนื่องจากประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทำเลเพื่อเปิดสาขา พัฒนาเมนู ไปจนถึงการออกแบบร้านในแต่ละจังหวัด ต้องเข้าใจ Local Insight ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ กำลังซื้อ รูปแบบการใช้ชีวิต หรือโอกาสในการบริโภคอาหารนอกบ้าน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ KFC สามารถออกแบบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละจังหวัดได้อย่างแม่นยำ”

 

เศกไชยเสริมว่า เป้าหมายของ KFC ประเทศไทย คือการเป็นแบรนด์ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่เท่านั้น หัวใจของความสำเร็จคือ ‘ความเข้าใจลูกค้าในทุกพื้นที่’ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาสินค้า บริการ และการสื่อสารให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น แนวทางดังกล่าวจะยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว ทั้งในประเทศไทยและในระดับภูมิภาค

 

ภาพ KFC สาขาในประเทศไทย แสดงถึงความสำเร็จในการขยายครบ 77 จังหวัด 7

 

‘ฝ่าโค้งมาฟินไก่’ แคมเปญฉลองเคเอฟซีครบ 77 จังหวัด ที่แม่ฮ่องสอน บทพิสูจน์การใช้ Hyper-localization เข้าถึงอินไซต์และใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง

 

แคมเปญ ‘ฝ่าโค้งมาฟินไก่ ฉลองเคเอฟซีครบ 77 จังหวัด ที่แม่ฮ่องสอน’ ระหว่างวันที่ 5 – 11 มีนาคม 2569 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำ Hyper-Localization ที่สะท้อนแนวคิดสำคัญของ KFC คือการเข้าใจทั้งภาพรวมของลูกค้าและความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ 

 

ศศิพินทุ์เล่าว่า จุดตั้งต้นของแคมเปญมาจากการลงลึกเพื่อหาเอกลักษณ์ความเป็น ‘แม่ฮ่องสอน’

 

“แม่ฮ่องสอนมีลักษณะพิเศษมากๆ คือต้องผ่านโค้งกว่า 1,864 โค้งจึงจะไปถึง ไม่ใช่จังหวัดที่ไปถึงง่ายๆ และยังเป็นจังหวัดสุดท้ายที่เราเปิดสาขาด้วย ด้วยความที่ไปยากนี่แหละ ทำให้เราคิดว่าจะทำยังไงให้เป็นแคมเปญที่มีความสนุกตาม DNA ของแบรนด์ ในขณะเดียวกันก็เข้าใจอินไซต์คนในพื้นที่ด้วย”

 

ภาพ KFC สาขาในประเทศไทย แสดงถึงความสำเร็จในการขยายครบ 77 จังหวัด 8

 

ความสนุกของแคมเปญนี้มาจากการหยิบมุกที่คนแม่ฮ่องสอนรู้กันดีเรื่องการเมารถมาสร้างเป็นกิมมิคด้วยการ แจก ‘ถุงฮาก’ บนรถสมบัติทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 (จตุจักร) สายกรุงเทพฯ – แม่ฮ่องสอน และรถเหลืองที่ตลาดสายหยุด ส่งถึงหน้าร้าน KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน รวมถึง The Farm Cafe อ.ปางมะผ้า, Khwamsukh Cafe อ.สะเมิง และ Cha Lamon Cafe อ.ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมรับสิทธิ์ ที่สาขา KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน และผู้ที่พิชิต 1,864 โค้งได้โดยที่ถุงฮากยังสะอาดอยู่ เตรียมโปรโมชันพิเศษพร้อมรับบักเก็ตลายเอ็กซ์คลูซีฟในราคาเพียง 77 บาท ประกอบด้วย ไก่ทอด 7 ชิ้น และวิงซ์แซ่บ 7 ชิ้น ที่ KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน

 

จุดเด่นเรื่องเส้นทาง 1,864 โค้งและความลำบากกว่าจะผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวมากมาย ไม่เพียงสื่อสารว่า แม้การเดินทางจะยากลำบากแค่ไหน แต่ปลายทางนั้นคุ้มค่าที่จะได้สัมผัสความสุขจากการทาน KFC ยังผูกโยงความสำเร็จของ KFC ที่ขยายสาขาได้ครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดสุดท้าย ตอกย้ำความพยายามของแบรนด์ที่จะเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่อย่างแท้จริง

 

ภาพ KFC สาขาในประเทศไทย แสดงถึงความสำเร็จในการขยายครบ 77 จังหวัด 9

 

ก้าวต่อไปของ KFC ประเทศไทย

 

แม้จะปักธงครบ 77 จังหวัดได้ตามเป้า แต่ KFC ไม่หยุดอยู่แค่นี้ ศศิพินทุ์บอกว่าจะยังคงมีการขยายสาขาต่อเนื่อง ทั้งในเมืองรองและระดับต่ำกว่าอำเภอ พร้อมปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัย รวมถึงพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจเนอเรชัน

 

ปัจจุบัน KFC ประเทศไทยครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในระดับสูง ซึ่งความท้าทายคือการต่อยอดความสำเร็จนี้ ผ่านการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเจเนอเรชัน

 

“เราต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกๆ ปี มีการพัฒนาโมเดลร้านให้เข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น นอกเหนือจากการพัฒนาคุณภาพสินค้าและอาหารของเรา”

 

เศกไชยกล่าวเสริมว่า KFC ประเทศไทย ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่ต้องการสร้างความยั่งยืนของแบรนด์ในระยะยาว “เป้าหมายคือการรักษาความเชื่อมั่นและความรักจากลูกค้าให้คงอยู่ต่อไปอีกหลายทศวรรษเช่นเดียวกับที่ผ่านมา 41 ปี”

 

หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ KFC ไม่ใช่เพียงร้านอาหาร แต่เป็นแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน และเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยและภูมิภาคในระยะยาว

 

ในมิติของความยั่งยืนอื่นๆ  KFC ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ทั้งพนักงานหน้าร้านและทีมออฟฟิศ รวมถึงการสร้างโอกาสให้สังคมผ่านโครงการ KFC Foundation ในแต่ละประเทศ

 

ภาพ KFC สาขาในประเทศไทย แสดงถึงความสำเร็จในการขยายครบ 77 จังหวัด 10

 

สำหรับประเทศไทย หนึ่งในพันธกิจที่ภาคภูมิใจที่สุดคือการเปิดประตูให้ผู้ด้อยโอกาสได้กลับเข้าสู่สังคม ได้พัฒนาทักษะ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืนด้วยตนเอง ซึ่งช่วยยกระดับบทบาทของ KFC จากแบรนด์ QSR สู่การเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

 

การเดินทางตลอด 41 ปีของ KFC ประเทศไทย สู่หมุดหมาย 1,226 สาขาครบ 77 จังหวัด ไม่ใช่เพียงความสำเร็จในเชิงตัวเลข แต่คือบทพิสูจน์ของแบรนด์ที่รู้จัก ปรับตัวให้เท่าทันโลกดิจิทัลและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ไม่เคยเปลี่ยนใจจากมาตรฐานความใส่ใจในคุณภาพและผู้คน

 

และในอีก 41 ปีข้างหน้า เมื่อสมรภูมิ QSR ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น KFC ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอาวุธที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีหรือจำนวนสาขา แต่คือ ‘ความจริงใจ’ และ ‘ความเข้าใจในหัวใจของคนไทย’ อย่างถ่องแท้ ตราบใดที่รักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ KFC ก็จะยังคงอยู่ในใจของลูกค้า อยู่เคียงข้างสังคม และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในระยะยาว

 

“สิ่งที่เราภูมิใจคือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างสังคมไทย และสามารถส่งมอบความสุขให้กับผู้คนในชีวิตประจำวัน เพราะสำหรับ KFC ไก่ทุกชิ้นที่เสิร์ฟในร้านคือผลผลิตที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจและความใส่ใจของพนักงานทุกคน เพราะนั่นคือเส้นทางเดียวที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในทุกวัน ขอบคุณพาร์ทเนอร์ที่ร่วมจับมือและเติบโตไปด้วยกัน และขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนแบรนด์เสมอมา” เศกไชย กล่าวทิ้งท้าย

The post แกะ ‘Secret Recipe’ สูตรลับพิชิต 1,226 สาขา ครบ 77 จังหวัด ของ KFC ประเทศไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิงไก่ทอด 3 หมื่นล้าน! OKJ ส่ง ‘JOE WINGS’ ลบภาพจำสายคลีน หวังตก Gen Z ที่โอ้กะจู๋เข้าไม่ถึง https://thestandard.co/okj-joe-wings-targets-gen-z/ Thu, 29 Jan 2026 02:48:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1170881 ภาพไก่ทอดจากร้าน JOE WINGS แบรนด์ใหม่ของ OKJ Group ที่ตั้งเป้าชิงตลาด 3 หมื่นล้านบาท

ธุรกิจร้านไก่ทอดในไทยยังคงเป็นตลาดที่หอมหวนของนักลงทุนท […]

The post ชิงไก่ทอด 3 หมื่นล้าน! OKJ ส่ง ‘JOE WINGS’ ลบภาพจำสายคลีน หวังตก Gen Z ที่โอ้กะจู๋เข้าไม่ถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพไก่ทอดจากร้าน JOE WINGS แบรนด์ใหม่ของ OKJ Group ที่ตั้งเป้าชิงตลาด 3 หมื่นล้านบาท

ธุรกิจร้านไก่ทอดในไทยยังคงเป็นตลาดที่หอมหวนของนักลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 30,000 ล้านบาท มีการเติบโตปีละ 3–5% แม้การแข่งขันจะสูงลิบ แต่ก็ยังมีช่องว่างที่เปิดโอกาสให้กับผู้เล่นรายใหม่หมุนเวียนเข้ามาชิงเม็ดเงินในตลาดนี้แบบไม่ซ้ำหน้า

 

ไม่เว้นแม้แต่ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ Group เจ้าของแบรนด์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพอย่างโอ้กะจู๋ และ Oh. Juice ที่ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่สนามไก่ทอด ด้วยการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ ‘JOE WINGS’ ร้านไก่ทอดสัญชาติไทย โดยประเดิมสาขาแรกที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนเมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจนเกิดกระแสรอคิวยาวในโลกโซเชียล

 

โจ้ – จิรายุทธ ภูวพูนผล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เกษตรอัจฉริยะ OKJ Group กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้ JOE WINGS สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดไก่ทอดได้ในระดับ 1–5%

 

พร้อมฉายภาพจุดเริ่มต้นของ JOE WINGS มาจากการทำแบบสำรวจลูกค้าเมื่อราว 2 ปีก่อน ซึ่งทีมผู้บริหารพบอินไซต์สำคัญว่าแบรนด์โอ้กะจู๋ยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและ Gen Z ได้มากนัก เนื่องจากภาพจำของแบรนด์ยังผูกติดกับเมนูผักและโทนสีเขียว ส่งผลให้ความถี่ในการเข้าร้านของกลุ่มวัยรุ่นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

จากอินไซต์ดังกล่าว บริษัทจึงทดลองพัฒนาเมนูใหม่ ‘American Hot & Spicy’ ซึ่งหลังจากวางขายก็ได้รับการตอบรับดีเกินคาด และสามารถสร้างยอดขายระดับหลักร้อยล้านบาทจากเมนูเดียว และช่วยขยายฐานลูกค้าอายุต่ำกว่า 40 ปีได้เพิ่มขึ้น

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน OKJ Group ได้เริ่มศึกษาตลาดไก่ทอดอย่างจริงจัง และพบว่ายังเป็นตลาดที่มีโอกาส แม้จะมีผู้เล่นรายใหญ่อยู่หลายแบรนด์ แต่บริษัทไม่ได้กังวลกับการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบปฏิบัติการ และการสื่อสารการตลาด โดยเชื่อว่าหากสามารถพัฒนาโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ก็จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

 

จากโอกาสที่มี จึงนำไปสู่การเปิดตัว ‘JOE WINGS’ โดย ‘จิรายุทธ’ ย้ำว่า ชื่อแบรนด์มาจากชื่อเล่นของตนเองที่ชื่อ ‘โจ้’ และได้วางบทบาทของแบรนด์ให้เป็นไก่ทอดที่สามารถรับประทานซ้ำได้ทุกสัปดาห์ และสร้างความแตกต่างจากภาพจำเดิมของไก่ทอดที่มักถูกมองว่าเป็นอาหาร Junk Food

 

“บริษัทพัฒนาเมนูให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า 7% และใช้ไก่สดที่ไม่ฉีดฮอร์โมน ปัจจุบันมีเมนูให้เลือก 9 รสชาติ ราคาเริ่มต้น 100 บาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งในตลาด”

 

ที่ผ่านมาในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 JOE WINGS เน้นการจำหน่ายผ่านหน้าร้านเป็นหลัก ก่อนจะเริ่มให้บริการเดลิเวอรีในไตรมาส 4 ซึ่งได้รับการตอบรับดี ยอดขายทะลุเป้า ส่งผลให้บริษัทขยายรูปแบบร้านเป็นนั่งรับประทานภายในร้าน พร้อมยังลงทุนเพิ่มในระบบหลังบ้านและคลังเก็บสินค้า ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขา

 

ตั้งแต่เปิดให้บริการ กลุ่มลูกค้าหลักของ JOE WINGS คือ นักเรียน, นักศึกษา และกลุ่มวัยทำงาน โดยจุดแข็งที่ช่วยดึงดูดลูกค้า คือ การพัฒนาโปรดักต์อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการทำตลาดและการสื่อสารแบรนด์ เมื่อผู้บริโภคได้ทดลองและรับรู้ถึงรสชาติที่ดี ก็ช่วยสร้างการกลับมารับประทานซ้ำได้ ปัจจุบันมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 150–300 บาท โดยสาขาสยามสแควร์เป็นสาขาที่ทำยอดขายสูงสุด

 

สำหรับแผนธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าขยายสาขา JOE WINGS ให้ครบ 50 สาขาภายในปี 2571 โดยในปี 2569 จะเปิดเพิ่ม 5–10 สาขา เน้นทำเลทราฟฟิกสูง ทั้งในศูนย์การค้าและสถานีบริการน้ำมันของ OR ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ แต่ละสาขาใช้งบลงทุนราว 3–5 ล้านบาท เบื้องต้นจะขยายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน ก่อนต่อยอดสู่ต่างจังหวัดในอนาคต

 

ในปีนี้ บริษัทคาดว่า JOE WINGS จะสร้างรายได้เติบโตถึง 300% หรือราว 150 ล้านบาท และหากขยายครบ 50 สาขา คาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมบรรลุเป้าหมายการครองส่วนแบ่งตลาดไก่ทอด 1–5%

 

เมื่อมองภาพรวมของ OKJ Group ปัจจุบันมีแบรนด์ในเครือ ได้แก่ โอ้กะจู๋ (Ohkajhu) ธุรกิจหลักด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 70% ตามด้วย Oh. Juice ร้านน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ สัดส่วน 20% และ JOE WINGS อีก 10%

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 OKJ Group ตั้งเป้าสร้างรายได้รวมทะลุ 3,000 ล้านบาท เติบโต 20–30% โดย JOE WINGS เป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่โอ้กะจู๋และ Oh Juice ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นเร็วที่สุดภายในปีนี้

 

“ทุกอย่างไม่ง่าย เพราะภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังซบเซา การทำธุรกิจวันนี้จึงต้องปรับตัวให้รวดเร็ว เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน” จิรายุทธกล่าวทิ้งท้าย

The post ชิงไก่ทอด 3 หมื่นล้าน! OKJ ส่ง ‘JOE WINGS’ ลบภาพจำสายคลีน หวังตก Gen Z ที่โอ้กะจู๋เข้าไม่ถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wingstop ไก่ทอดจุ่มซอสดังจากอเมริกา เตรียมเปิดสาขาแรกในไทยที่ MBK Center https://thestandard.co/life/wingstop-mbk-center/ Mon, 13 Oct 2025 02:58:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1129710 Wingstop ไก่ทอดจุ่มซอสดังจาก อเมริกา เตรียมเปิดสาขาแรกในไทยที่ MBK Center

อีกหนึ่งร้านฮิตที่กำลังมาในไทย   ขอสารภาพว่าเราไม่ […]

The post Wingstop ไก่ทอดจุ่มซอสดังจากอเมริกา เตรียมเปิดสาขาแรกในไทยที่ MBK Center appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wingstop ไก่ทอดจุ่มซอสดังจาก อเมริกา เตรียมเปิดสาขาแรกในไทยที่ MBK Center

อีกหนึ่งร้านฮิตที่กำลังมาในไทย

 

ขอสารภาพว่าเราไม่ใช่แฟนไก่ทอด แต่ ‘Wingstop’ ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นักชิมไทยตื่นเต้นมากและตั้งตารอ และร้านไก่ทอดสัญชาติอเมริกันที่มีสาขาทั่วโลกกำลังมาเปิดที่ไทยแล้ว บริเวณชั้น 2, MBK Center

 

Wingstop เริ่มต้นขายไก่ทอดครั้งแรกในปี 1994 ที่เมืองการ์แลนด์ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดย Antonio Swad และ Bernadette Fiaschetti สองผู้ก่อตั้งที่หลงใหลในการกินปีกไก่ และอยากพัฒนาซอสสูตรต่างๆ ไว้กินคู่กัน จุดขายของ Wingstop คือ ซอสซิกเนเจอร์ 11 รสชาติ ที่เลือกได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น Hickory Smoked BBQ หรือ Lemon Pepper ที่โด่งดัง ไปจนถึง Atomic ซอสรสเผ็ดจัดจ้านแสบทรวง

 

ปัจจุบัน Wingstop ขยายสาขาไปมากกว่า 2,500 แห่งทั่วโลก ใน 10 ประเทศ ทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ เม็กซิโก อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ สำหรับ Wingstop สาขาแรกในประเทศไทย จะตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ MBK Center กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง และยังไม่มีกำหนดวันเปิดแน่นอนออกมา แต่เราคาดว่าน่าจะเปิดภายในปีนี้ ใครที่เป็นแฟนคลับ Wingstop หรือรอชิมปีกไก่กรอบจุ่มซอสรสต่างๆ เตรียมรอข่าวดีได้เลย!

 

ภาพ: Wingstop

The post Wingstop ไก่ทอดจุ่มซอสดังจากอเมริกา เตรียมเปิดสาขาแรกในไทยที่ MBK Center appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุดสุดคุ้ม 99 บาท ฮีโร่ช่วย McDonald’s ฝ่าวิกฤตเงินเฟ้อ โชว์ปี 67 ทำรายได้ 7.9 พันล้าน สร้าง New High 3 ปีติด https://thestandard.co/99-baht-deal-mcdonalds-thrive/ Fri, 14 Mar 2025 04:51:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1052048

พิษเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ไม่กระทบยอดซื้อต่อบิล McDonald’s ป […]

The post ชุดสุดคุ้ม 99 บาท ฮีโร่ช่วย McDonald’s ฝ่าวิกฤตเงินเฟ้อ โชว์ปี 67 ทำรายได้ 7.9 พันล้าน สร้าง New High 3 ปีติด appeared first on THE STANDARD.

]]>

พิษเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ไม่กระทบยอดซื้อต่อบิล McDonald’s ประเทศไทย ย้ำเมนูชุดสุดคุ้ม 99 บาท ฮีโร่ช่วยกระตุ้นยอดขาย แม้ต้นทุนสูง ทำกำไรยากขึ้น เดินหน้าเปิดตัวเมนูใหม่ทั้งปี พร้อมใช้สองหนุ่มคู่จิ้น ‘ต้าห์อู๋ x ออฟโรด’ สานต่อแคมเปญดึงลูกค้า Gen Z 

 

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาด QSR (Quick Service Restaurant) มีมูลค่าราว 4.5 หมื่นล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี โดยสัดส่วนมากกว่า 50% คือกลุ่มไก่ทอด รองลงมาเป็นกลุ่มเบอร์เกอร์ ปัจจุบัน McDonald’s เป็นผู้นำอันดับหนึ่งตลาดเบอร์เกอร์

 

ในปีที่ผ่านมาผลประกอบการ McDonald’s ทำยอดขายอยู่ที่ 7,957 ล้านบาท เติบโต 10% ส่วนกำไรเพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนรายได้หลักๆ คือเบอร์เกอร์ 55% ไก่ทอด 20% และเมนูหมวดอื่นๆ 25% ถือว่าเป็นปีที่ทำลายสถิติยอดขายสูงสุด และสร้าง New High Record ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทั้งนี้ การเติบโตส่วนใหญ่มาจากกลยุทธ์เชิงรุกและจุดแข็งของเมนูที่ขายดี อย่างเช่น ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์, บิ๊กแมค และควอเตอร์ พาวน์เดอร์ วิท ชีส รวมถึงการปล่อยเมนูเบอร์เกอร์ใหม่ๆ เช่น มั่งมีเบอร์เกอร์ และซามูไร ดีลักซ์ เบอร์เกอร์ เข้ามาสร้างสีสันอย่างต่อเนื่อง 

 

ควบคู่กับเน้นขายเมนูชุดสุดคุ้ม เริ่มตั้งแต่ชุด Everyday Value Meals ที่มีทั้งเบอร์เกอร์และไก่ทอดแมค ราคา 99 บาท และชุด McSavers เมนูของว่างและของหวาน ราคา 55 บาท ถือว่าได้รับการตอบรับดีมาก และยังมีแจกคูปองส่วนลดผ่านแอปพลิเคชัน My McDonald’s อยู่เป็นระยะๆ ช่วยผู้บริโภคสามารถประหยัดได้ถึง 50% จนปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดแอปคูปองมากกว่า 4.7 ล้าน 

 

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เข้ามาหนุนการเติบโต ในปีที่แล้ว McDonald’s ได้สร้าง Brand Love ให้กับไก่ทอดแมค ด้วยการดึงคู่จิ้น ‘ต้าห์อู๋ x ออฟโรด’ เข้ามารับหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ สามารถเพิ่มฐานลูกค้า Gen Z ได้มากขึ้น และสร้างการเติบโตให้ยอดขายไก่ทอดเติบโตได้ถึง 33% 

 

กิตติวรรณกล่าวต่อถึงทิศทางและกลยุทธ์ในปี 2568 ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่ดีขึ้น ในฐานะของการทำธุรกิจสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือรักษาเมนูให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายไปพร้อมกับการสร้างรายได้และกำไร เบื้องต้นภาวะเศรษฐกิจยังไม่มีผลต่อยอดซื้อต่อบิล

 

สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโต 10% และจะไปแตะที่ระดับหมื่นล้านเร็วๆ นี้ ทั้งหมดจะมาจาก 4 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 

 

  1. แม้ McDonald’s จะเป็นผู้นำตลาดเบอร์เกอร์ สิ่งที่ยังต้องทำต่อไปคือสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม

 

  1. ในยุคที่คนประหยัดค่าใช้จ่าย ชุดสุดคุ้มยังเป็นฮีโร่โปรดักต์ และจะมีแคมเปญพิเศษ ฉลองครบรอบ 40 ปีในไทยตลอดทั้งปี

 

  1. ในปีนี้ยังใช้พรีเซนเตอร์ ‘ต้าห์อู๋ x ออฟโรด’ มาสานต่อแคมเปญไก่ทอด พร้อมโปรโมตเมนูไก่ทอดทุกๆ ช่วงเทศกาล เพื่อรักษาฐานแฟนด้อมหรือกลุ่ม Gen Z ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายไก่เติบโต 15% 

 

  1. ตลอดทั้งปีจะมีการเปิดตัวเมนูใหม่เพิ่มขึ้น และตั้งเป้าจะใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกให้ได้ 100% ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์วัสดุกระดาษแล้ว

 

นอกจากนี้ยังเตรียมงบ 700 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ 20 แห่งทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีทั้งหมด 240 สาขา ควบคู่กับตกแต่งร้านคอนเซปต์ใหม่ 25 สาขา เน้นสีสันสดใส โมเดิร์น และทันสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า

 

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ยังให้ความสำคัญคือ การเดินตามบริษัทแม่ McDonald’s นำศิลปิน K-Pop ที่มีชื่อเสียงและมีฐานแฟนคลับเข้ามาร่วมแคมเปญและจัดกิจกรรมในทุกๆ ปี จากที่ผ่านมามี BTS และ NewJeans เข้ามาร่วมแคมเปญ พบว่าสามารถสร้างความคึกคักและเพิ่มยอดขายได้อย่างมาก ในปีนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะมีหรือไม่ ซึ่งต้องรอนโยบายจากบริษัท McDonald’s ในต่างประเทศ

The post ชุดสุดคุ้ม 99 บาท ฮีโร่ช่วย McDonald’s ฝ่าวิกฤตเงินเฟ้อ โชว์ปี 67 ทำรายได้ 7.9 พันล้าน สร้าง New High 3 ปีติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Eat-fluencer เทรนด์การกินที่สุดของคนไทยในปี 2024 ที่ชุบชีวิตเมนูเก่าเขย่าเมนูธรรมดา ดันยอด ‘ชาชีส-เค้กกล้วยหอม-ไข่พะโล้’ พุ่งกระฉูด https://thestandard.co/line-man-eat-fluencer/ Sat, 21 Dec 2024 05:47:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1022054 Eat-fluencer

LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย สรุปเทรนด์การ […]

The post Eat-fluencer เทรนด์การกินที่สุดของคนไทยในปี 2024 ที่ชุบชีวิตเมนูเก่าเขย่าเมนูธรรมดา ดันยอด ‘ชาชีส-เค้กกล้วยหอม-ไข่พะโล้’ พุ่งกระฉูด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Eat-fluencer

LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย สรุปเทรนด์การกินของคนไทยแห่งปี 2024 จากฐานข้อมูลผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และร้านอาหารกว่า 5 แสนร้าน ยกให้ปีนี้เป็น ‘ปีแห่ง Eat-fluencer’ ที่อินฟลูเอ็นเซอร์ ‘ปลุกเมนูเก่าเขย่าเมนูธรรมดา’ ให้กลับมาฮิตอีกครั้ง ดันยอดออร์เดอร์ ‘ชาชีส-เค้กกล้วยหอม-ไข่พะโล้-ขนมไข่-ข้าวมันไก่-ข้าวขาหมู’ พุ่งจนกลายเป็นเมนูไวรัลแห่งปี

 

เมนูไวรัลแห่งปี! Eat-fluencer แจ้งเกิดเมนูใหม่ ชุบชีวิตเมนูเก่า

 

LINE MAN เผยว่า พฤติกรรมคนไทยคือการกินตามเทรนด์ ซึ่งปีนี้เห็นได้ว่ากระแสในโลกโซเชียลและอินฟลูเอ็นเซอร์มีบทบาทสำคัญในการแจ้งเกิดให้กับเมนูอาหาร โดย Top 6 เมนูไวรัลสุดปังแห่งปีที่มียอดออร์เดอร์เติบโตสูงที่สุดอันดับ 1 ได้แก่ ‘ชาชีส’ ที่ยอดออร์เดอร์บน LINE MAN เติบโตขึ้นถึง 7 เท่า อีกทั้งจำนวนร้านชาชีสบน LINE MAN เพิ่มขึ้นกว่า 4,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านติดท็อปขายดีที่สุดทั่วประเทศ ได้แก่ ร้าน OWL CHA, BEARHOUSE และ Nose Tea ที่สั่งได้เฉพาะบน LINE MAN ด้วยเช่นกัน

ต่อมาในอันดับ 2 เค้กกล้วยหอม ที่ปลุกกระแสโดยร้าน Bonnana ที่เจ้าของคืออินฟลูเอ็นเซอร์สายกินชื่อดังอย่าง บิว วราภรณ์ จากกระแสนี้ทำให้มีร้านอาหารที่เพิ่มเมนูเค้กกล้วยหอมกว่า 2,000 ร้าน ส่งผลให้ยอดออร์เดอร์เค้กกล้วยหอมทั่วประเทศเติบโต 115%

เมนู ขนมไข่ ขนมย้อนวัยที่กินกันตอนเด็กๆ ถูกปลุกกระแสให้กลับมาอีกครั้งจากขนมไข่ไส้เนย ต้นตำรับจังหวัดสงขลา ฮิตกินกันทั่วบ้านทั่วเมือง มียอดสั่งเติบโตถึง 50% หนึ่งในร้านบน LINE MAN คือร้านรุน ขนมไข่สงขลา

 

เช่นเดียวกับ หมูเด้ง โกลบอลซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่สร้างกระแสอาหารสุดแปลกกับคนไทยที่มองน้องแล้วนึกถึงข้าวขาหมู จนทำให้มียอดค้นหาบน LINE MAN เพิ่มขึ้น 50 % พุ่งแรงแซงเมนูฮิตอย่าง ชาบู-ซูชิ เป็นประวัติการณ์ 

 

นอกจากนี้ เมนูเบสิกคู่คนไทย ข้าวมันไก่ ก็กลับขึ้นมาอยู่ในลิสต์เมนูมาแรงได้อีกครั้ง หลังจากเจ้าแม่แห่งวงการร้านอาหาร ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ แห่ง iberry Group เปิดร้านอาหารแห่งใหม่ ข้าวมันไก่โต๊ะคิม ยกระดับข้าวมันไก่จานธรรมดาให้อร่อยแบบไม่ธรรมดา บวกกับร้านข้าวมันไก่ระดับพรีเมียมเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านหมึกมันไก่ ร้านบุญตงเกียรติ และ ร้าน FEI JI (เฟ๋ย จี) ข้าวมันไก่สไตล์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นร้านที่สั่งได้เฉพาะบน LINE MAN จนมียอดสั่งข้าวมันไก่ภาพรวมทั่วประเทศเติบโตกว่า 23%

 

ทิ้งท้ายด้วย ไข่พะโล้ เมนูบ้านๆ ที่ถูกชุบชีวิตโดย เอ ศุภชัย ช่วยดันยอดขายร้านข้าวแกงเติบโตแรงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ยอดออร์เดอร์เมนูไข่พะโล้บน LINE MAN โตขึ้นกว่า 2 เท่า ในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือนช่วงที่มีกระแส (ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567) ต้องยกให้ เอ ศุภชัย เป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านการสร้างกระแสเมนูไวรัลแห่งปี ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 เมนูอาหารของพี่เอสร้างการมีส่วนร่วมบนโลกโซเชียลไปแล้วกว่า 24 ล้านครั้ง

 

‘ไก่ทอด’ ขึ้นแท่นเมนูขายดีที่สุดแห่งปี


ไก่ทอด ขึ้นแท่นเป็นเมนูอาหารที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN เสิร์ฟไปแล้วกว่า 21 ล้านชิ้น เทียบเท่าการเสิร์ฟให้กับคน 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ ตามมาด้วย ตำปูปลาร้า, ข้าวกะเพราหมูสับ/หมูกรอบ, ข้าวมันไก่ และตำป่า ตามลำดับ เมื่อเจาะลึกที่เมนูไก่ทอด พบว่าไก่ทอดอเมริกัน อย่าง KFC หรือ McDonald’s เป็นเมนูไก่ทอดที่เติบโตสูงสุดถึง 90% ตามมาติดๆ ด้วย ไก่ทอดญี่ปุ่น เช่น ปีกไก่ทอดยามะจังจากร้าน Sekai No Yamachan และไก่ทอดเกาหลี

ด้านเมนูหมวดเครื่องดื่มที่มียอดสั่งสูงสุดในปี 2024 อันดับ 1 ได้แก่ กาแฟดำ ตามมาด้วย ชาเขียวนม, เอสเพรสโซ, ชานม และชาไทย ตามลำดับ โดย ‘ชาเขียวนม’ เป็นเมนูชายอดนิยม และ ‘ชาไทย’ ที่เป็นเมนูเครื่องดื่มที่เติบโตแรงที่สุดในปีนี้ ซึ่งจะเห็นว่าร้านเครื่องดื่มและคาเฟ่ต่างพัฒนาเมนูชาไทยให้มีความหลากหลาย เช่น ชาไทยไข่มุก, ชาไทยลาเต้, ชาไทยปั่น หรือแม้กระทั่งชาไทยน้ำช่อดอกมะพร้าว โดยกระแสความนิยมของชาไทยจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในปีนี้กำลังส่งสัญญาณว่าปีหน้าอาจจะกลายเป็นเมนูเครื่องดื่มแห่งปี



สำหรับท็อปสินค้าขายดีบน LINE MAN MART

 

ต้นหอม, ผักชี, พริก และชุดเครื่องต้มยำ ติดอันดับสินค้าขายดีแห่งปี สอดคล้องกับกระแสการทำอาหารไทยที่บ้านที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เทรนด์ Pet Parent หรือการเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้สินค้ากลุ่มสัตว์เลี้ยงเติบโตตามไปด้วย โดย ทรายแมว กลายเป็นสินค้าสัตว์เลี้ยงที่มียอดออร์เดอร์สูงสุด ตามมาด้วยอาหารแมว, อาหารสุนัข, อาหารหนู และอาหารเม่นแคระ แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์ของคนไทยมีการเติบโตอย่างชัดเจน

 

The post Eat-fluencer เทรนด์การกินที่สุดของคนไทยในปี 2024 ที่ชุบชีวิตเมนูเก่าเขย่าเมนูธรรมดา ดันยอด ‘ชาชีส-เค้กกล้วยหอม-ไข่พะโล้’ พุ่งกระฉูด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bonchon ‘แจ้งเกิดไก่ใหม่’ ปรับสูตรครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ดึง เจมีไนน์-โฟร์ท เสิร์ฟ Gen Z เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน https://thestandard.co/bonchon-new-recipe-10-years/ Fri, 08 Nov 2024 13:41:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1006445

Bonchon ร้านไก่ทอดเกาหลีที่มีสาขาในไทยถึง 115 สาขา ประก […]

The post Bonchon ‘แจ้งเกิดไก่ใหม่’ ปรับสูตรครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ดึง เจมีไนน์-โฟร์ท เสิร์ฟ Gen Z เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Bonchon ร้านไก่ทอดเกาหลีที่มีสาขาในไทยถึง 115 สาขา ประกาศปรับเปลี่ยนสูตรไก่ทอดครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ยักษ์ร้านไก่ทอดเกาหลีระบุกับ THE STANDARD WEALTH ว่าการปรับครั้งนี้เป็นผลมาจากการศึกษาพฤติกรรมและรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริโภค นำมาสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิตในหลายด้าน ทั้งการพัฒนาวิธีการหมัก เทคนิคการทอด และการปรับสูตรซอส โดยก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการแบรนด์ได้ทดสอบตลาดในสาขานำร่องและได้รับผลตอบรับที่น่าพอใจ

 

ด้านกลยุทธ์การตลาด Bonchon เลือกใช้แคมเปญ ‘THE NEW RE-BORN CHICKEN แจ้งเกิดไก่ใหม่’ ผ่านการทำ Teasing Marketing บนโซเชียลมีเดีย พร้อมกับให้พนักงานกว่า 115 คนนำป้ายสูติบัตรไปแจ้งที่สำนักงานเขตทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

 

ที่น่าสนใจคือการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่ม Gen Z อย่างชัดเจนด้วยการดึง เจมีไนน์-นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ และ โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล 2 ศิลปินที่มีฐานแฟนคลับวัยรุ่นจำนวนมากมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ปีที่ 2 โดยทั้งคู่เป็นลูกค้าประจำของแบรนด์อยู่แล้ว ทำให้การนำเสนอมีความเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย

 

แม้ไก่ทอดจะเป็นสินค้าหลักที่สร้างยอดขายเกือบ 100% แต่ Bonchon มีแผนขยายไลน์สินค้าครอบคลุมอาหารเกาหลีประเภทอื่น ทั้งซุปเต้าเจี้ยว หม้อไฟเกาหลี และเมนูรามยอน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่

 

“เราไม่ได้แข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเอง” Bonchon ระบุ พร้อมเน้นย้ำว่าท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดร้านอาหาร Bonchon ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานคุณภาพอาหาร การขยายช่องทางจำหน่าย และการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

ปัจจุบัน Bonchon เป็นแบรนด์ในเครือบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/67 ของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ซึ่งเป็นบริษัทแม่ระบุว่าร้านอาหารในประเทศไทยมียอดขายโดยรวมทุกสาขาเติบโตขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายต่อร้านเดิมที่เติบโต 0.7% และอัตราการเปิดสาขาใหม่ 4.1% โดยมีรายได้รวม 8,102 ล้านบาท เติบโต 5% ด้วยกัน

The post Bonchon ‘แจ้งเกิดไก่ใหม่’ ปรับสูตรครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ดึง เจมีไนน์-โฟร์ท เสิร์ฟ Gen Z เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสด กินไก่ทอดจานเท่าภูเขา ที่ Brewave Gaysorn Amarin https://thestandard.co/life/brewave-gaysorn-amarin/ Thu, 22 Aug 2024 13:09:37 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=974188

ร้านแฮงเอาต์ที่มีไก่ทอดใหญ่เท่าภูเขา   ใครที่เป็นส […]

The post จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสด กินไก่ทอดจานเท่าภูเขา ที่ Brewave Gaysorn Amarin appeared first on THE STANDARD.

]]>

ร้านแฮงเอาต์ที่มีไก่ทอดใหญ่เท่าภูเขา

 

ใครที่เป็นสายคราฟต์เบียร์น่าจะพอคุ้นชื่อ Brewave กันบ้าง ซึ่งตอนนี้มีถึง 5 สาขาแล้ว และสาขาล่าสุดมาบุกใจกลางเมืองเป็นครั้งแรก! โดยตั้งอยู่ที่ Gaysorn Amarin นี่เอง และเช่นเคยเมื่อคิดถึง Brewave ภาพในหัวคือต้องมีแท็ปคราฟต์เบียร์ให้เลือกมากมาย และมีรางน้ำแข็งช่วยให้เบียร์ยังเย็นอยู่ตลอดเวลา แต่จะบอกว่าสาขานี้มากไปกว่านั้น ทั้งอาหาร ดนตรีสด และวิวเมืองย่านราชประสงค์

 

 

The Vibe

 

ภายในร้านมีที่นั่งให้เลือกหลายโซน ถ้าไปคนเดียวนั่งหน้าบาร์ก็ได้จะได้ชิมเครื่องดื่มจากแท็ปได้เลย แถวตรงเคาน์เตอร์มีรางน้ำแข็งช่วยให้เครื่องดื่มเย็นตลอดเวลา แต่ถ้าอยากสนุกขึ้นมาหน่อย โต๊ะอื่นๆ โซนในร้านก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะที่ร้านมีดนตรีสดเปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ แต่ถ้าอยากชิลมีเพลงเบาๆ แนะนำโซนนอกเลย

 

 

The Taste

 

ขึ้นชื่อว่า Brewave แน่นอนที่นี่มีคราฟต์เบียร์ทั้งไทยและต่างชาติกว่า 15 แท็ป เมื่อชนิดนั้นหมดเบียร์ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ร้านแอบบอกมาว่าตอนนี้ดีลเบียร์เอาไว้กว่า 300-400 รสชาติเพื่อรอจะเอามาให้ชิมกัน

 

 

เรื่องอาหารสาขานี้ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน เมนูขายดีของสาขาอื่นๆ ที่นี่ก็มี อย่างเช่น ปีกไก่บริววิงส์จิ้มซอส Honey Mustard เมนูนี้มีให้เลือกตั้งแต่ไซส์ S 5 ชิ้น (ราคา 169 บาท) ไปจนถึงไซส์ XL 5 กิโลกรัม (ราคา 1,111 บาท), Fish and Chips (ราคา 450 บาท), Grilled Beef Steak Pasta with Sake (ราคา 420 บาท), Argentina BBQ Beef Tongue (ราคา 390 บาท)

 

 

แต่การมาสังสรรค์กับเพื่อนทั้งที บางครั้งก็อยากกินอะไรแซ่บๆ บ้าง ที่นี่ก็เลยเติมเมนูอย่างเช่น ปูดอง หมูตกครก หมึกย่าง เข้าไปด้วย แต่ในบางฤดูอาจมีกุ้งแม่น้ำด้วย! รับรองว่าอาหารมีครบรสทั้งไทยและต่างชาติแน่นอน

 

 

Good for

 

ร้านนี้เหมาะกับคนอยากหาร้านแฮงเอาต์กับเพื่อนๆ มาหลายๆ คนหน่อยแล้วแชร์กันเพราะอาหารค่อนข้างจานใหญ่ ใครอยากหาร้านชิลในเมืองเดินทางสะดวกต้องร้านนี้เลย แต่ถ้าใครไม่สะดวกเข้ามารถติดในเมืองก็สามารถไปแฮงเอาต์สาขาอื่นๆ ได้ ทั้ง กาญจนา, โรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์, โรงแรมมณเฑียร และศาลายา

 

Brewave Gaysorn Amarin

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-01.00 น.

Address: ชั้น 4 Gaysorn Amarin

Budget: 300-1,000 บาท

Facebook: 

Instagram: 

Map: 

 

 

The post จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสด กินไก่ทอดจานเท่าภูเขา ที่ Brewave Gaysorn Amarin appeared first on THE STANDARD.

]]>
KFC ครองแชมป์ไก่ทอด! ยอดขาย 2.1 หมื่นล้าน ทิ้งห่างคู่แข่ง ฟาก CRG เล็งบุกสถานีรถไฟฟ้า เปิดโมเดล Grab & Go เจาะคนเดินทาง https://thestandard.co/kfc-is-the-fried-chicken-champion/ Thu, 04 Jul 2024 12:32:26 +0000 https://thestandard.co/?p=954182

แม้จะมีทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติตบเท้าเข้าสู่สังเวียนไก่ […]

The post KFC ครองแชมป์ไก่ทอด! ยอดขาย 2.1 หมื่นล้าน ทิ้งห่างคู่แข่ง ฟาก CRG เล็งบุกสถานีรถไฟฟ้า เปิดโมเดล Grab & Go เจาะคนเดินทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้จะมีทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติตบเท้าเข้าสู่สังเวียนไก่ทอดหมื่นล้าน แต่ที่สุดแล้วก็ยังไม่มีใครสามารถสู้เจ้าตลาดอย่าง KFC ที่กวาดยอดขายราว 2.1 หมื่นล้านบาท จากภาพรวมที่มีมูลค่าประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่สุดในตลาด QSR หรืออาหารจานด่วนอันประกอบไปด้วย ไก่ทอด พิซซ่า และเบอร์เกอร์ ที่มีมูลค่ารวม 4.5 หมื่นล้านบาท

 

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ “คนไทยชอบไก่ทอด เป็นเมนูที่ซื้อง่ายขายคล่อง โดยมีลูกค้าหลักส่วนใหญ่เป็นเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็กินได้เช่นกัน ซึ่งสามารถกินได้คนเดียว หรือสั่งมากินกับเพื่อได้” ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR & Western Cuisine ผู้บริหารแบรนด์ เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด อธิบาย

 

ในประเทศไทย KFC สาขาแรกก่อตั้งขึ้นในปี 2528 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ปัจจุบันมีร้าน KFC 1,100 สาขาทั่วประเทศ (ณ พฤษภาคม 2567) บริหารแบรนด์และแฟรนไชส์โดย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

 

และบริหารร้าน KFC โดยแฟรนไชส์ซีจำนวน 3 ราย ที่ประกอบด้วย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG), บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) และ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA)

 

เมื่อไม่นานมานี้ CRG รีโนเวตร้านสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็นการปรับปรุงใหญ่ในรอบ 10 ปี ด้วยการแต่งร้านในคอนเซปต์ Colonel’s Legacy ที่มาในสไตล์เรโทร ซึ่งเป็นที่นิยมในการแต่งร้านช่วงนั้น ตลอดจนถ่ายทอดบรรยากาศของย่านลาดพร้าวผ่านภาพกราฟิกต่างๆ

 

“KFC ถือเป็นร้านที่ทำรายได้หลักให้กับพอร์ตของ CRG โดยปีที่ผ่านมามียอดขายอยู่ราว 7,050 ล้านบาท” ปิยะพงศ์กล่าว “ภาพรวมในปีนี้เราต้องการเติบโต 11% ด้วยกัน”

 

การเติบโตจะมาจากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเร่งขยายสาขาใหม่ ตั้งเป้าเปิดสาขาจำนวน 23 สาขาในปี 2567 โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขา 338 สาขา (ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2567) รวมไปถึงการขยายสาขาร่วมกับบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล เช่น CPN และ CRC อย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล และโรบินสันไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง

 

สิ่งที่น่าจับตามองคือการพัฒนาโมเดลใหม่ๆ อีกหลากหลายโมเดล เพื่อการเข้าถึงลูกค้าที่ง่ายขึ้น อาทิ เร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัว Grab & Go Model ร้านขนาดเล็กที่จะเน้นการจัดจำหน่ายในช่องทาง Takeaway เป็นหลัก และสามารถเปิดโอกาสให้ KFC สามารถขยายตัวเข้าไปอยู่ในที่ที่ไม่เคยเข้าไปได้ เช่น ในสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT เป็นต้น

 

“ปีนี้น่าจะได้เห็น 1 สาขาที่จะเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง” ปิยะพงศ์กล่าว พร้อมกับเสริมว่า “ด้วยความที่เป็นร้านขนาดเล็ก จึงทำให้ใช้งบลงทุนน้อยกว่าสาขาปกติราว 20% ด้วยกัน”

 

และอีกโมเดลที่ในปีนี้จะโฟกัสเป็นพิเศษคือ คีออสโมเดล (Kiosk Model) ที่จะเน้นการเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้าจากที่ต้องสั่งอาหารที่หน้าเคาน์เตอร์ให้เป็นการสั่งผ่านตู้คีออสแทน ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยจะขยายเพิ่มอีก 35 สาขาในปีนี้ รวมถึงการเพิ่ม Digital Billboard ให้ครบ 70 สาขา ข้อดีคือการสามารถเปลี่ยนโปรโมชันตามช่วงเวลาได้

 

ในส่วนของภาพรวมเชนธุรกิจร้านอาหารในปี 2567 มีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นในทุกปี และหากมองไปถึงกลุ่มเชนร้านอาหาร QSR ก็พบว่ายิ่งท้าทายมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา ทำให้กระทบถึงราคาขายซึ่งขัดแย้งกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีกำลังบริโภคค่อนข้างหดตัว

 

ปิยะพงศ์ฉายภาพว่า สำหรับ KFC ภายใต้ CRG มียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 180-200 บาทต่อบิล ซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลยเพราะไม่ได้ปรับเพิ่มราคามากนัก แต่ส่วนใหญ่จะมาโฟกัสที่ยอด Transaction มากกว่า เพราะเมื่อไรที่น้อยลงแปลว่ายอดขายจะยอดลงตาม และจะส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว แต่ปัจจุบัน Transaction ของ CRG เติบโตประมาณ 6%

 

ด้านข่าวเรื่องการปรับค่าแรงเป็น 400 บาทต่อวัน ปิยะพงศ์ระบุว่า กระทบนิดเดียวด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นราว 1% เท่านั้น และส่วนใหญ่ CRG จ่ายมากกว่าอัตราขั้นต่ำอยู่แล้ว แต่ความท้าทายในตอนนี้คือการขาด ‘แรงงาน’ ซึ่งตอนนี้อุตสาหกรรมร้านอาหารส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด

The post KFC ครองแชมป์ไก่ทอด! ยอดขาย 2.1 หมื่นล้าน ทิ้งห่างคู่แข่ง ฟาก CRG เล็งบุกสถานีรถไฟฟ้า เปิดโมเดล Grab & Go เจาะคนเดินทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมนูไก่ทอด McDonald’s เริ่มขายดี! เลยกล้าใช้​พรีเซนเตอร์ครั้งแรก ดึงคู่จิ้น ‘ต้าห์อู๋-ออฟโรด’ เพิ่มลูกค้า Gen Z https://thestandard.co/mcdonalds-fried-chicken-daou-offroad/ Fri, 16 Feb 2024 06:45:35 +0000 https://thestandard.co/?p=900709 ต้าห์อู๋ ออฟโรด

หลังจาก McDonald’s เปิดตัวเมนู ‘แมคไก่ทอดจัมโบ้’ ออกมาบ […]

The post เมนูไก่ทอด McDonald’s เริ่มขายดี! เลยกล้าใช้​พรีเซนเตอร์ครั้งแรก ดึงคู่จิ้น ‘ต้าห์อู๋-ออฟโรด’ เพิ่มลูกค้า Gen Z appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้าห์อู๋ ออฟโรด

หลังจาก McDonald’s เปิดตัวเมนู ‘แมคไก่ทอดจัมโบ้’ ออกมาบุกตลาดเมื่อปี 2566 วันนี้เริ่มประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยอดขายโตขึ้นถึง 40% พร้อมตัดสินใจใช้​กลยุทธ์พรีเซนเตอร์ครั้งแรกในไทย ดึงคู่จิ้น ‘ต้าห์อู๋และออฟโรด’ เร่งขยายฐานลูกค้า Gen Z

 

“ในแง่ของการทำตลาดไก่ทอดเราประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ แต่คาดว่ายังมีช่องว่างที่จะเติบโตได้อีก ด้วยความที่ตลาดไก่ทอดที่มีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ถือเป็นตลาดใหญ่และมีแนวโน้มเติบโต จากพฤติกรรมของคนไทยนิยมกินไก่ทอดในชีวิตประจำวัน” พัชนีวรรณ ตันประวัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าว

 

ก่อนย้ำอีกว่าที่ผ่านมาเราใช้ Social Listening เพื่อรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ได้ลองชิมไก่ทอดแมค ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไก่ทอดแมคอร่อยแล้วเกิดการตลาดแบบปากต่อปากในกลุ่มเพื่อน จึงจะเริ่มจริงจังกับตลาดไก่ทอดมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการทำให้คนรู้จักเมนูไก่ทอดของ McDonald’s เพิ่มขึ้นในวงกว้าง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เป็นที่มาของการใช้​กลยุทธ์พรีเซนเตอร์ครั้งแรกในไทย โดยดึงคู่จิ้น ‘ต้าห์อู๋และออฟโรด’ ที่เป็นเสมือนตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มีฐานแฟนคลับและมีคนรู้จักค่อนข้างมาก เข้ามาช่วยสื่อสารจุดแข็งของเมนูไก่ทอด

 

จากเดิมแล้วกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มคนทำงานและกลุ่มครอบครัว ส่วนกลุ่ม Gen Z มีเพียง 20% แต่เมื่อมีพรีเซนเตอร์เข้ามาจะช่วยทำให้แบรนด์เพิ่มกลุ่มลูกค้า Gen Z ได้มากขึ้น

 

พร้อมเปิดตัวแคมเปญชุดนักเก็ตไก่แมคเลิฟเวอร์ในราคาเริ่มต้น 189 บาท ยาวถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 และจากนั้นจะมีการพัฒนาแคมเปญใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดอยู่เป็นระยะๆ ทั้งหมดจะสอดคล้องกับการกำหนดกลยุทธ์โครงสร้างราคา ที่พยายามพัฒนาชุดเมนูที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่าย และรองรับกำลังซื้อในตลาด QSR ที่อยู่ในภาวะชะลอตัว

 

McDonald’s มองว่าอีกหนึ่งจุดแข็งที่ตัวเองมีเมื่อเทียบกับ QSR เจ้าอื่น โดยเฉพาะ KFC ที่เป็นเจ้าตลาดไก่ทอดนั้น มาจากการมีไลน์สินค้าที่หลากหลาย ทั้งเบอร์เกอร์ ไก่ทอด ของหวาน และเครื่องดื่ม

 

ปัจจุบันยอดการใช้จ่ายในร้านช่วงมื้อกลางวันเฉลี่ยที่ 100-120 บาท ส่วนมื้อเย็นอยู่ที่ 150-200 บาท ซึ่งภาพรวมสัดส่วนรายได้ของไก่ทอดอยู่ที่ประมาณ 20% ส่วนรายได้หลักยังมาจากสินค้ากลุ่มเบอร์เกอร์ 

 

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวในการใช้พรีเซนเตอร์ และเปิดตัวแคมเปญชุดเมนูใหม่ๆ ในครั้งนี้ มั่นใจว่าจะทำยอดขายกลุ่มเมนูไก่ทอดเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%

The post เมนูไก่ทอด McDonald’s เริ่มขายดี! เลยกล้าใช้​พรีเซนเตอร์ครั้งแรก ดึงคู่จิ้น ‘ต้าห์อู๋-ออฟโรด’ เพิ่มลูกค้า Gen Z appeared first on THE STANDARD.

]]>
BHC Chicken ร้านไก่ทอดอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ เปิดในไทยแล้ว! ที่ centralwOrld https://thestandard.co/life/bhc-chicken/ Wed, 24 Jan 2024 13:06:53 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=891712 BHC Chicken

ร้านไก่เจ้าดังจากเกาหลีมาถึงไทยแล้ว เปิดขาย 27 มกราคม 2 […]

The post BHC Chicken ร้านไก่ทอดอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ เปิดในไทยแล้ว! ที่ centralwOrld appeared first on THE STANDARD.

]]>
BHC Chicken

ร้านไก่เจ้าดังจากเกาหลีมาถึงไทยแล้ว เปิดขาย 27 มกราคม 2567 วันแรก!

 

ใครที่เป็นแฟนคลับซีรีส์เกาหลี หรือชอบดู Vlogger สายกินจุ (Mukbang Vlogger) ต้องเคยเห็นอาหารจานไก่ที่มีทั้งแบบทอดหนังกรอบ เคลือบซอส หรือโรยผงชีสแบบจุใจ ต่อไปนี้เราจะไม่ได้แค่ดูหรือต้องบินไปกินไกลถึงเกาหลีใต้อีกแล้ว เพราะ BHC Chicken ร้านไก่ทอดและเบียร์เจ้าดังอันดับหนึ่งของแดนโสม มาเปิดสาขาที่ไทยแล้ว แถมยังขนเมนูมาขายมากกว่า 40 เมนู

 

 

The Vibe

 

BHC Chicken สาขาแรกของไทย จะตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 7 โซนเอเทรียม ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตัวร้านเปิดโล่งมองเห็นง่าย บรรยากาศโดยรวมคล้ายกับที่เกาหลีทุกประการ ต่างกันนิดเดียวที่โทนสี ประเทศไทยเน้นโทนสีเหลือง-ขาว ส่วนที่เกาหลีใต้เป็นโทนดำ-เหลือง

 

 

The Taste

 

สำหรับเมนูที่ BHC Chicken นำมาขายในประเทศไทย จะมีทั้งเมนูดั้งเดิมจากเกาหลีกว่า 40 เมนู ครบทั้งไก่ทอด ซุป เมนูข้าว เมนูเส้น ของกินเล่น และเมนูพิเศษที่ขายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แถมทุกเมนูยังเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงฟรี ได้แก่ สลัดโคลสลอว์และหัวไชเท้าดอง

 

ห้ามพลาดกับซิกเนเจอร์สร้างชื่อ Bburinkle ไก่ทอดหนังกรอบโรยผงชีส หัวหอม กระเทียม และพาร์สลีย์ กินคู่กับน้ำจิ้มหวาน ใครกินก็ต้องหลงรัก ใครที่ชอบเผ็ดหน่อยให้สั่ง Hot Bburinkle ไก่ทอดปูริงเคิลในเวอร์ชันเผ็ดจัดจ้าน กินคู่กับเบียร์ยิ่งเหมาะ

 

Bburinkle

 

 

ส่วนของกินเล่น เราแนะนำ Cheese Ball ชีสทอดสไตล์เดียวกับไก่ปูริงเคิล และ Sotteok ต๊อกบกกีและไส้กรอกเสียบไม้ราดซอสสูตรพิเศษ กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

 

นอกจากจานที่เราคุ้นเคย BHC Chicken ยังมีเมนูพิเศษ ขายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ได้แก่ หนังไก่ทอดปูริงเคิล, ข้อไก่ทอดปูริงเคิล และ BHC’s American Fried Rice ข้าวผัดอเมริกันจานโปรดของคนไทย นำมาจับคู่กับไก่ทอดแบบ Retro และไข่ดาว

 

 

เอ็นไก่ทอดและข้าวผัดอเมริกันสไตล์ BHC

 

Good for…

 

ใครที่ชอบกินไก่ทอดสไตล์เกาหลีที่มีผงชีสโรยหน้า หรือเคลือบซอสรสต่างๆ เราว่าที่นี่เหมาะมาก ทั้งเข้าถึงง่าย รสชาติเหมือนกินที่เกาหลี เปิดราคาออกมาแบบจับต้องได้ด้วย 

 

BHC Chicken Thailand

Location: ชั้น 7 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Open: เวลา 10.00-22.00 น.

Budget: เริ่มต้นที่ 199 บาท

Facebook: www.facebook.com/BHCChickenThailand

Website: https://linktr.ee/bhc_chicken_th

Instagram: www.instagram.com/bhc_chicken_th

Map:

 

 

ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง

The post BHC Chicken ร้านไก่ทอดอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ เปิดในไทยแล้ว! ที่ centralwOrld appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 YEN IZAKAYA มิติใหม่แห่งร้านไก่ทอด ที่เปิดโหวตรสชาติที่ใช่ ตัดรสชาติตกรอบ แล้วออกรสชาติใหม่ทุกเดือน https://thestandard.co/life/5-yen-izakaya/ Thu, 23 Nov 2023 14:46:30 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=869120 5 YEN IZAKAYA

เพียงเอ่ยถึง ‘อิซากายะ’ ภาพจำของความเป็นร้านอาหารกลิ่นอ […]

The post 5 YEN IZAKAYA มิติใหม่แห่งร้านไก่ทอด ที่เปิดโหวตรสชาติที่ใช่ ตัดรสชาติตกรอบ แล้วออกรสชาติใหม่ทุกเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 YEN IZAKAYA

เพียงเอ่ยถึง ‘อิซากายะ’ ภาพจำของความเป็นร้านอาหารกลิ่นอายญี่ปุ่นจ๋าก็ลอยมา พร้อมเมนูเล่มหนาที่มีรายการอาหารเท็กซ์แน่นเรียงกันเป็นตับเช่นเดียวกับจำนวนคนและโต๊ะในร้าน ทว่าล่าสุดเราได้ค้นพบ  5 YEN IZAKAYA ร้านอิซากายะเปิดใหม่ที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่กล่าวมา

 

ไวบ์ในร้านสุดชิล ไม่อึดอัด มีวงแจ๊สเล่นสดตอนค่ำ แถมยังจริงจังเรื่อง ‘ไก่ทอดกับเบียร์’ ขั้นสุด จริงจังในระดับที่เปิดโพลให้ลูกค้าโหวตรสชาติไก่ที่ใช่ คัดรสชาติที่ตกรอบออก พร้อมคิดค้นรสชาติใหม่มาเสิร์ฟทุกเดือน! พอมีโอกาสได้พูดคุยกับ ฟิน-ธีรวัฒน์ สุขานนท์สวัสดิ์ หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน ก็อดไม่ไหวที่จะต้องบอกต่อชาว LIFE ที่มีใจรักอิซากายะทุกคน 

 

 

The Vibe

 

จุดกำเนิดของร้านอิซากายะแห่งนี้เกิดขึ้นจากการที่ฟินและเพื่อนหุ้นส่วนทุกคนโหยหารสชาติต้นตำรับของร้านอาหารเทบาซากิ หรือไก่ทอด กับเบียร์ สมัยเรียนที่ญี่ปุ่น แม้จะตระเวนลองมากี่ร้านในไทยก็ยังไม่ถูกใจ เลยจับมือลงขันกันทำร้านขึ้นมาเองเสียเลย

 

 

‘5 Yen’ มาจากคำภาษาญี่ปุ่น ‘Go-En’ (โกะ-เอ็น) ซึ่งแปลได้สองความหมาย ความหมายแรกคือเหรียญ 5 เยน ส่วนความหมายที่สองคือความโชคดี ฉะนั้นเลยเป็นที่มาว่าทำไมเวลาคนญี่ปุ่นไปศาลเจ้าแล้วต้องโยนเหรียญ 5 เยนเพื่อขอพร ในส่วนของการดื่มก็จะเป็นคอนเซปต์ของ Nomikai (โนมิไก) โดย Nomi แปลว่าดื่ม ส่วน Kai แปลว่าเจอกัน พูดคุย ฟินเลยตั้งใจให้ร้าน 5 YEN IZAKAYA เป็นเหมือนสถานที่ที่ทำให้ทุกคนได้มาพบปะสังสรรค์ พูดคุย ดุจพรหมลิขิตนำพาให้มาพบกัน

  

 

 

ในส่วนของบรรยากาศในร้านจะเน้นเป็นสไตล์ Authentic Japanese แต่มีดีไซน์ที่โมเดิร์น มีสเปซที่กว้างโล่ง สบายตา ไม่อึดอัด แถมยังมีพื้นที่สำหรับวงดนตรีอีกด้วย ใช่แล้ว! ที่นี่ยังมีวงแจ๊สที่จะเล่นสดกันทุกคืนวันศุกร์อีกด้วยนะ

 

 

The Taste

 

เมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ 5 Yen Tebasaki หรือไก่ทอดญี่ปุ่น ที่แค่มาเสิร์ฟก็เป็นต้องสะพรึงกับจำนวนรสชาติ

 

 

ฟินตั้งใจให้ไก่ทอดที่ร้านมีความหลากหลายในด้านรสชาติตามสไตล์โออิตะ โดยจะมี 3 รสชาติหลักยืนพื้น (139 บาท) ได้แก่ Original รสชาติขายดีอันดับหนึ่งที่มีความฉ่ำซอสมาเบาๆ, Kara รสเผ็ดจากพริกชิจิมิที่ใช้พริกรวมกันถึง 7 ชนิด และ Plain ไก่ทอดเปล่าๆ โดยมีซอส 3 อย่างให้เลือก ได้แก่ ศรีราชามาโย เสฉวน และมาโย  

 

 

ความแฟนซีอยู่ตรงนี้ ที่นี่จะมีรส Seasonal (149 บาท) ทุกเดือน โดยจะมีด้วยกัน 6 รสชาติ พอสิ้นเดือนก็จะเปิดให้ลูกค้าโหวต 1 รสชาติที่ชอบ ถ้ารสไหนที่ได้ผลโหวตน้อยที่สุดก็จะถูกคัดออกแล้วแทนที่ด้วยรสชาติใหม่ สรุปง่ายๆ ว่ามีการเพิ่ม 1 รสใหม่ ตัด 1 รสเก่า ทุกเดือน

 

 

ช่วงที่เราไปนั้นได้เจอกับรส Habanero รสพริกเผ็ดร้อนแบบสเปน, Mala พริกหมาล่ายอดฮิต, Sourcream & Onion ซาวครีมและหัวหอมที่ชวนให้นึกถึงรสชาติขนมมันฝรั่งทอด, Beer รสเบียร์หอมๆ และ Wasabi กับ Ramyeon สองรสใหม่ที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามา

 

 

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการเลาะกระดูกไก่ที่ช่วยเพิ่มความอร่อยในการกินอีกด้วย โดยเราสามารถทำตามวิธีที่อยู่บนกระดาษรองจานบนโต๊ะได้เลย จากการได้ลองเลาะกระดูกทีละสเต็ปแล้วพูดได้เต็มปากเลยว่า เปิดมิติใหม่แห่งการกินปีกไก่มาก เป็นความรู้สึกฟินแบบเต็มปากเต็มคำโดยไม่มีกระดูกมาคั่นกลางให้ขัดฟีล

 

 

ในส่วนของรสชาตินั้นก็เข้าใจเลยว่าทำไมรส Original ถึงขายดีอันดับหนึ่ง ด้วยรสชาติกลมกล่อมหวานเค็มลงตัวที่กินเพลินได้เรื่อยๆ ส่วนอีก 6 รสชาติที่เหลือนั้นทางเราขอให้นิยามรวมกันว่า ‘จัดจ้านสาแก่ใจ’ ไม่ว่าจะรสใดก็ตามบอกได้เลยว่าเข้มข้นในทุกอณู อยู่ที่ว่าเข้มข้นในรสชาติไหน หากใครที่ชอบรสเผ็ดเราแนะนำเป็น Mala, Wasabi และ Habanero แต่ถ้าชอบหวานนำหน่อยแนะนำเป็นรส Beer, Sourcream & Onion และ Ramyeon  

 

นอกจากไก่แล้วที่นี่ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกกว่า 40-50 เมนู ที่ทางร้านกระซิบมาอย่างมั่นใจว่าอร่อยทุกอย่าง แถมยังราคาน่ารักเข้าถึงได้ด้วย

 

 

ต่อกันที่เมนูข้าวกันบ้าง Buta Kakuni Don (249 บาท) ข้าวหน้าหมูสามชั้นชิ้นยักษ์ตุ๋นซอสสูตรทางร้านจนนุ่มฉ่ำ หากมาคนเดียวจริงๆ สั่งชามนี้ชามเดียวก็อิ่มแล้ว เพราะหมูที่ให้มาชิ้นใหญ่เนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำจริงๆ กินกับไข่ดาวเยิ้มๆ ยิ่งอร่อย

 

 

หรือถ้าใครชอบสไตล์แฮมเบิร์กแนะนำเป็น Tsukimi Hamburg Don (249 บาท) และ Kizami Wasa Hamburg Don (249 บาท) สองชามนี้แตกต่างกันตรงท็อปปิ้งด้านบน หากใครชอบวาซาบิสดขึ้นจมูกจัดจ้านจะต้องถูกใจ Kizami Wasa แน่นอน และเช่นกันขนาดของชิ้นแฮมเบิร์กก็อิ่มเอาเรื่องอยู่

  

 

หากรู้สึกว่าข้าวจะหนักไป (หรือต่อให้ไม่หนักก็ตาม) เราก็จะนั่งยันนอนยันว่า Sticky Rice (49 บาท) ข้าวเหนียวโอนิกิริคือเมนูที่คุณต้องสั่ง! เพราะของหมดก่อนทุกวัน ทางร้านจะนำเอาข้าวเหนียวไปจี่กระทะให้เหมือนข้าวจี่แล้วทาด้วยซอสสูตรพิเศษ กัดเข้าไปจะได้ความกรอบนอกนุ่มใน หอมความไหม้นิดๆ  ยิ่งคลุกเคล้ากับซอสรสหวานๆ เค็มๆ สไตล์ญี่ปุ่นที่ราดมาด้วยแล้วคือฟินที่สุด 

 

 

ส่วนใครที่เน้นมาดื่ม ที่นี่ก็มีดริงก์หลากหลายหมวดเพื่อรองรับลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเบียร์สด, High Ball ซึ่งของที่นี่ก็ยังเอาใจลูกค้าทุกคนด้วยระดับความเข้มแบบปกติ Strong และ Super Strong นอกจากนี้ก็ยังมีหมวดค็อกเทล ไวน์ สาเก และอูเมะชู อีกด้วย

 

 

นอกเหนือจากไก่ทอดแล้ว กับแกล้มที่แนะนำสำหรับสายดื่มก็จะมีทั้ง Gyu Tan Negi Goma (289 บาท) ลิ้นวัวที่นำไปตุ๋น 6 ชั่วโมงก่อนจะนำไปทอดจนกรอบ แนะนำให้กินขณะที่เสิร์ฟร้อนๆ เพราะถ้าเย็นแล้วอาจจะเคี้ยวยากเล็กน้อย 

 

 

Cabbage Shio Kombu (99 บาท) กะหล่ำปลีชิโอะโรยคอมบุดองเกลือ จานที่ทางฟินภูมิใจนำเสนอว่าเป็นกับแกล้มที่อร่อยชั้นเลิศ เพียงคำแรกก็บอกได้เลยว่าสดชื่นตาตื่น เพราะรสนั้นจัดจ้าน เหมาะกับการเป็นกับแกล้มจริงๆ

 

 

นอกจากนี้ก็ยังมี Drunken Edamame (109 บาท) ถั่วแระขี้เมา ซึ่งเป็นถั่วแระผัดสาเก พริกแห้ง และพริกกระเทียม ซึ่งรสชาติจะมีความฉ่ำกว่าถั่วแระปกติ กินเพลินไปอีกแบบ

 

 

Cartilage Yuzu Sauce (179 บาท) ปกติเราจะคุ้นชินกับเอ็นข้อไก่ทอด แต่นี่คือกระดูกอ่อนไก่ผัดซอสยูซุ ซึ่งถือเป็นอาหารจานยอดนิยมของคุณลุงชาวญี่ปุ่น กินแล้วไม่ถึงขั้นกรอบเท่าเอ็นข้อไก่ แต่มันจะมีความกรุบๆ เคี้ยวเพลินเหมือนกัน

 

 

และแน่นอนว่าที่นี่ก็ยังมี Corn Butter (99 บาท) ข้าวโพดผัดเนยก็ยังคงเป็นคอมฟอร์ตฟู้ดคู่ใจไม่มีเบื่อของชาวอิซากายะทุกคน 

 

 

Good for

 

โมเมนต์หลังเลิกงานที่อยากกินดื่มสไตล์อิซากายะกับเพื่อนแบบสบายๆ นั่งคุยเพลิน แถมยังอิ่มกับปริมาณอาหารในราคาที่ไม่ต้องขูดรีดกระเป๋า 5 YEN IZAKAYA ถือว่าเวิร์กมาก ยิ่งถ้าใครที่ชอบไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นด้วยแล้วล่ะก็ สามารถกลับมาลองรสชาติใหม่ได้ทุกเดือน และอย่างที่บอกว่าที่นี่มีดนตรีแจ๊สสดอีกด้วย ใครชอบสไตล์แจ๊ส ฟังก์ หรือโซล ยุค 70-80 ก็แวะมาได้เลยทุกคืนวันศุกร์ เวลา 20.00-21.30 น.

 

 

5 YEN IZAKAYA

Open: เปิดทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น. 

Address: ชั้น 2, ใกล้สุขุมวิท ซอย 33/1 

Instagram: https://www.instagram.com/5yen.izakaya/ 

Facebook: https://www.facebook.com/5yen.izakaya

Budget: เริ่มต้นที่ 100 บาท 

Map: 

 

The post 5 YEN IZAKAYA มิติใหม่แห่งร้านไก่ทอด ที่เปิดโหวตรสชาติที่ใช่ ตัดรสชาติตกรอบ แล้วออกรสชาติใหม่ทุกเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กินไก่ให้อร่อยต้องใช้มือ’ แคมเปญร้าน ‘KFC Green Store’ ภายใต้การบริหารของไทยเบฟที่มุ่งลดช้อนส้อมพลาสติก รับกระแสรักษ์โลก https://thestandard.co/kfc-campaign-aimed-at-reducing-plastic-cutlery/ Tue, 12 Sep 2023 04:51:40 +0000 https://thestandard.co/?p=840631 กินไก่ให้อร่อยต้องใช้มือ

กินไก่ให้อร่อยต้องใช้มือแทนช้อนส้อมพลาสติก หนึ่งในแคมเป […]

The post ‘กินไก่ให้อร่อยต้องใช้มือ’ แคมเปญร้าน ‘KFC Green Store’ ภายใต้การบริหารของไทยเบฟที่มุ่งลดช้อนส้อมพลาสติก รับกระแสรักษ์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กินไก่ให้อร่อยต้องใช้มือ

กินไก่ให้อร่อยต้องใช้มือแทนช้อนส้อมพลาสติก หนึ่งในแคมเปญของ ‘KFC Green Store’ ภายใต้การบริการของเดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย 1 ใน 3 ของแฟรนไชส์ซี KFC ที่มาพร้อมสถานีชาร์จ EleX by EGAT ให้บริการผู้ใช้รถ EV  นับเป็นการเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจรักษ์โลกตามนโยบายบริษัทแม่อย่างไทยเบฟเวอเรจ

 

สำหรับ ‘KFC Green Store’ ได้เปิดให้บริการที่สาขาดีโป บาย วนชัย จังหวัดฉะเชิงเทรา ใช้งบลงทุนประมาณ 17-20 ล้านบาท ซึ่งไม่แตกต่างจากร้านในรูปแบบปกติมากนัก

 

“ต่อจากนี้ก็เตรียมหาพื้นที่ขยายสาขา KFC Green Store เพิ่มขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาทราฟฟิกในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเรามองว่าการขยายร้านที่มีสถานีชาร์จให้บริการอยู่ด้วยในบริเวณนั้นจะต้องมีดีมานด์พอสมควร” ศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด กล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สิ่งที่น่าสนใจของสาขา KFC Green Store อยู่ภายใต้แนวคิด Zero Waste มีการออกแบบร้านและตกแต่งด้วยวัสดุรีไซเคิล เริ่มตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะและเก้าอี้ เป็นไม้ทั้งหมด และยังได้จัดแคมเปญให้ลูกค้ากินไก่ด้วยมือแทนช้อนส้อมพลาสติก โดยแนวคิดนี้ตรงกับคอนเซปต์ของผู้พันแซนเดอร์สที่บอกเอาไว้ว่า กินไก่ให้อร่อยต้องกินด้วยมือ

 

ที่สำคัญจะทำให้ร้านลดการใช้พลาสติกได้เฉลี่ยถึง 4 หมื่นชิ้นต่อปี และภายในร้านมีการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึง 10-15% ต่อปี

 

นอกจากนี้การมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหน้าร้าน นอกจากสาขาดีโป บาย วนชัย จังหวัดฉะเชิงเทราแล้วยังมีอีก 2 แห่ง ได้แก่ สาขาราชพฤกษ์และสาขานวมินทร์ 70 กรุงเทพฯ เพื่อรองรับกระแสที่คนเริ่มหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญก็สอดรับกับแนวทางการขยายธุรกิจของบริษัท ที่มีเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Fast Good Strategy มาอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับทิศทางการขยายธุรกิจของเดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย ก็ยังให้ความสำคัญกับการขยายร้านไปสู่พื้นที่ที่มีโอกาสใหม่ๆ ผ่านหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร้านขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้า ร้านขนาดกลางในสถานีบริการน้ำมัน และ Community Mall ไปจนถึงร้าน Shop House ในย่านชุมชน

 

รวมไปถึงการทำงานร่วมกันกับ ยัม เรสเทอรองตส์ เจ้าของแบรนด์ KFC คิดค้นพัฒนาเมนูใหม่ รวมถึงจัดโปรโมชันเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เป็นระยะๆ

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันร้าน KFC ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด มีทั้งหมด 449 สาขา โดยมีสาขา KFC Green Store อยู่ 2 สาขา ได้แก่ สาขาอาคารแสงโสม และสาขาดีโป บาย วนชัย จังหวัดฉะเชิงเทรา

The post ‘กินไก่ให้อร่อยต้องใช้มือ’ แคมเปญร้าน ‘KFC Green Store’ ภายใต้การบริหารของไทยเบฟที่มุ่งลดช้อนส้อมพลาสติก รับกระแสรักษ์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
BIRDIES Bangkok ร้านไก่ทอดสไตล์แคชวลไฟน์ไดนิ่ง ที่ใช้คำว่าอร่อยได้เปลืองมาก https://thestandard.co/life/birdies-bangkok/ Thu, 31 Aug 2023 06:18:37 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=835982 BIRDIES Bangkok

หากพูดถึงคำว่า ‘Fine Dining’ เราเชื่อว่าภาพจำของร้านอาห […]

The post BIRDIES Bangkok ร้านไก่ทอดสไตล์แคชวลไฟน์ไดนิ่ง ที่ใช้คำว่าอร่อยได้เปลืองมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
BIRDIES Bangkok

หากพูดถึงคำว่า ‘Fine Dining’ เราเชื่อว่าภาพจำของร้านอาหารสุดหรู แก้วไวน์ เทสติ้งเมนูแบบพอดีคำ และเมนคอร์สที่ถูกตกแต่งด้วยศาสตร์และศิลป์อย่างสุดฝีมือของเชฟ ต่างต้องลอยเข้ามาในหัวทันที แต่ถ้าเป็น ‘Casual Fine Dining’ มีเทสติ้งเมนูจานเบิ้มและมีเมนคอร์สเป็น ‘ไก่ทอด’ ล่ะ? หากนึกภาพไม่ออก เราอยากพาไปทำความรู้จักกับ BIRDIES Bangkok แคชวลไฟน์ไดนิ่งใหม่ย่านสุขุมวิทที่เดินลงจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง 

 

BIRDIES Bangkok

 

The Vibe  

 

เดินขึ้นมาถึงชั้น 3 ของอาคาร ก็จะพบกับตัวร้านที่แค่ก้าวเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงความแคชวลแต่มีคลาสสมกับคอนเซปต์ร้าน แก้วไวน์ถูกวางเรียงรายบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ ไฟในร้านเป็นโทนส้มที่ถูกดิมให้สลัวเล็กน้อย

 

 

“BIRDIES คือแพสชันโปรเจกต์ของเรา เราแค่อยากทำอะไรที่เราชอบ” Jennifer Evans หรือ เจน เชฟเจ้าของร้านหน้าละอ่อนชาวไทย-ออสเตรเลีย บอกกับเราด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เปล่งประกาย 

 

“ง้อเขาอยู่นานเลยนะครับกว่าเขาจะยอมทำร้านอาหาร (หัวเราะ)” Ratish Sachatamakul หรือ ราทิช สามีของเจน เจ้าของร้านร่วม กล่าวอย่างติดตลก “เพราะเราต้องเลี้ยงลูกค่ะ…เรามีลูกแล้วสองคน (ยิ้ม) อย่างภาพวาดที่เราแขวนบนกำแพงก็คือครอบครัวของเราค่ะ” หากคุณได้นั่งโต๊ะกลางร้านก็จะเห็นว่ามีภาพวาดที่มีสมาชิกทั้ง 4 คนแขวนอยู่ 

 

 

ที่มาของชื่อร้าน BIRDIES นั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘Bird’ คำสแลงที่ใช้เรียกผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ในขณะเดียวกันก็สื่อถึงไก่ซึ่งเป็นเมนคอร์สของร้าน “เราอยากให้ร้านมีทั้งความเฟมินีนและมัสคูลีนด้วยค่ะ” เชฟเจนเสริม

 

 

ด้วยความตั้งใจให้ร้านไก่ทอดแห่งนี้เป็นแคชวลไฟน์ไดนิ่ง คุณจึงสามารถแวะมากินได้แบบสบายๆ ไม่ต้องแต่งตัวหรูหรา และที่สำคัญคือ อยากให้เอ็นจอยกับบรรยากาศร้าน นั่งไปนานๆ ไม่ต้องรีบ

 

นอกจากโซนโต๊ะอาหารแล้วก็ยังมีเคาน์เตอร์บาร์ให้เหล่านักดื่มได้นั่งไปพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์ไปด้วยเพลินๆ 

 

 

The Taste  

 

ก่อนที่จะมาสวมหมวกเชฟที่นี่ เชฟเจนเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การคลุกคลีกับไฟน์ไดนิ่งในวันวาน “เราได้ลองเทสติ้งเมนูหลายต่อหลายครั้ง และพบว่าเราต้องไปกินอย่างอื่นต่อ มันไม่อิ่มท้องและไม่อิ่มใจในรสชาติ”  

 

ด้วยความที่เชฟเจนเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหารเป็นส่วนตัว เธอเลยตั้งใจให้ BIRDIES นำเสนออาหารที่วัตถุดิบต้องพรีเมียมและล้วนต้องให้ความรู้สึกที่อิ่มท้องและอิ่มใจ เลยเกิดไอเดียเป็นเมนู Small Plate และ Main Course ที่แชร์กันกินได้ ไม่ใช่จานใครจานมัน 

 

 

ด้วยความที่เชฟเจนเป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย และที่ประเทศออสเตรเลียส่วนใหญ่มีหลากหลายวัฒนธรรม อันส่งผลให้เธอคุ้นเคยกับอาหารหลายประเภททั้ง Australian, American, Asian, Middle Eastern, European, Mediterranean เชฟเลยหยิบยกจุดเด่นของแต่ละประเทศมารังสรรค์เมนูอาหารจานใหม่ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง และที่สำคัญคือการทำให้เกิด Food Waste น้อยที่สุดด้วยการนำวัตถุดิบแต่ละส่วนมาใช้ในการประกอบอาหารอย่างคุ้มค่า เพื่อลดปัญหาโลกร้อน บางอย่างที่ครัวไม่ใช้ก็สามารถนำไปใช้กับบาร์ได้ ในทางกลับกัน หากทางบาร์ไม่ใช้วัตถุดิบส่วนใด ก็สามารถส่งให้กับทางครัวไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน 

 

เริ่มจาก Scallops (560 บาทต่อ 2 ชิ้น) ที่เสิร์ฟมาในน้ำเลมอนสูตรโฮมเมด เหมาะกับการเป็นจานแรกที่เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

 

 

ต่อด้วย EverythingParker House’ (280 บาท) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเบเกิล โดยตัวแป้งคือซาวโดวจ์ในเวอร์ชันนิ่มที่ใช้ยีสต์อายุ 20 ปี เสิร์ฟกับ Chicken Butter ทำจากไขมันของไก่ที่นำมาเจียวแล้วตีกับเนยฝรั่งเศส ผสมกับมิโซะที่ทำเอง โรยด้วย Garlic Ash ที่ทำจากเปลือกของกระเทียมนำไปเผาแล้วมาบดเป็นผง แนะนำให้กินตอนเสิร์ฟทันที เพราะคุณจะได้เท็กซ์เจอร์ของขนมปังที่กรอบนอกนุ่มในร้อนๆ ยิ่งจิ้มกินกับเนย ก็จะได้ความหอมอบอวลในปากจนต้องหยิบชิ้นใหม่ขึ้นมาจิ้มกินต่อ

 

 

Taramasalata (420 บาท) ดิปไข่ปลาค็อดสไตล์กรีกที่ถูกนำมาตีความใหม่ให้เท็กซ์เจอร์เบาลง ท็อปด้วยอิคุระ วิธีการกินคือนำชิปส์ที่เสิร์ฟมาด้วยจิ้มกินกับดิปได้เลย รสชาติจะออกครีมมี่ กินแล้วมันปาก เป็นจานที่ทำเอาเบรกแตกเลเวล 1

 

 

ส่วนจานที่ทำเอาเบรกแตกเลเวล 2 คือ Burrata (530 บาท) จานซิกเนเจอร์ของที่นี่ด้วยยอดขายติดท็อปทุกวัน ลบภาพบูราตาชีสแบบเดิมๆ ไปได้ เพราะสูตรของทางร้านมีการใส่พริกและน้ำมันงาสไตล์จีน สร้างรสชาติความแปลกใหม่ที่อร่อยจนทีม LIFE ถึงกับอุทานพร้อมกันทั้งโต๊ะทันทีที่ตักเข้าปาก เชื่อว่ารสชาติจานนี้จะต้องถูกปากคนไทยไม่น้อย

 

 

Morels (580 บาท) หรือลูกชิ้นไก่สไตล์ญี่ปุ่นห่อกับเห็ด เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่แดงรมควัน วิธีกินคือเจาะไข่แดงให้แตกแล้วจิ้มกินกับลูกชิ้น เป็นจานคอมฟอร์ตฟู้ดที่กินง่าย อร่อยเพลิน อีกเช่นกัน

 

 

มาถึงจานโปรดของเชฟอย่าง Cabbage (380 บาท) ที่มีการใช้ Vegemite สเปรดอันเลื่องชื่อของออสเตรเลีย เสิร์ฟกับ Tahini หรือซอสงาขาว ตัวกะหล่ำปลีจะถูกผัดจนมีเท็กซ์เจอร์ไหม้เกรียมเล็กๆ และมีรสชาติที่ค่อนข้างเข้มข้นจัดจ้าน แต่พอจิ้มกับ Tahini แล้วจะได้รสชาติที่นุ่มละมุนขึ้น

 

 

กว่าจะเดินทางมาถึงเมนคอร์สท้องก็ตึงกับ Small Plate ที่เสิร์ฟไปกว่าครึ่งแล้ว ไก่ทอดที่นี่จะมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ แบบไม่มีกระดูก น่อง และปีก ใน 3 รสชาติ คือ Naked, Hot Honey และ Spicy

 

ส่วนใครที่กินมังสวิรัติที่นี่ก็มีแบบ Egg Plants หรือมะเขือทอดสไตล์เดียวกับไก่ทอดเสิร์ฟเช่นกัน 

 

 

ในส่วนของซอสนั้นมีทั้งหมด 5 สูตร ได้แก่ White Alabama ซอสไวต์บาร์บีคิว, Comeback ซอสมายองเนสสไตล์คลาสสิกอเมริกัน, Toum + Fermented Chilli ซอสกระเทียมสไตล์เลบานอนกับซอสพริกดอง, Our Ranch ซอสครีมขาวใส่สมุนไพร และ Carolina Gold ซอสมัสตาร์ดบาร์บีคิว

 

 

ไก่ที่นี่จะหมักโคจิ ซึ่งคล้ายๆ สปอร์ที่ทำให้ไก่มีความฉ่ำ หากลองไก่ของที่นี่แล้วจะสัมผัสได้ว่ามันไม่เหมือนไก่ทอด เป็นไก่ที่ไม่มัน ไม่รู้สึกหนักท้อง” ราทิชกล่าว

 

 

หากมากันหลายคนเราแนะนำให้ลองทุกรสและสั่ง Side Dish มาด้วย ไม่ว่าจะเป็น Mash & Druck Heart Gravy (285 บาท) มันบดราดซอสเกรวีที่ทางร้านทำเอง

 

 

ตัดรสด้วย Smoked Duck Collard Greens (190 บาท) ที่ชวนให้นึกถึงผักดองสไตล์จีน 

 

 

Hot Chips (170 บาท) เฟรนช์ฟรายส์ที่ทางร้านทอดได้แบบอมน้ำมันน้อยมากๆ, Crusty Corn Bread (220 บาท) โลฟขนมปังข้าวโพดเสิร์ฟกับเนยเมเปิ้ล, ‘Proper’ Tzatziki (210 บาท) โยเกิร์ตแตงกวามินต์ผักชีลาว เครื่องเคียงที่เหมาะกับอาหารทอดสุดๆ 

 

 

และที่ห้ามพลาดเลยคือ Roasted Carrots (240 บาท) แครอตที่ใช้เวลาอบเกือบ 6 ชั่วโมง ท็อปด้วยอัลมอนด์และแครนเบอร์รี เสิร์ฟกับโยเกิร์ต จานนี้เซอร์ไพรส์มาก เพราะรสชาติไม่เหมือนแครอต แต่เหมือนขนมหวานจานหนึ่งที่เนื้อนุ่ม อร่อยแบบเซอร์ไพรส์จริงๆ เชฟเจนเล่าให้ฟังว่า เธอได้สูตรนี้โดยบังเอิญขณะที่ทิ้งแครอตไว้ในเตาอบแล้วไปรับลูกที่โรงเรียน

 

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นไฟน์ไดนิ่ง ก็ต้องมีแพริ่งกับเครื่องดื่มด้วย

 

หากไถฟีด Instagram ของทางร้านจะเห็นว่าที่นี่มีการแพริ่งไก่ทอดกับแชมเปญ คอมบิเนชันนี้ที่จริงแล้วเกิดจากความชอบของเชฟเจนล้วนๆ เธอเผยว่า มันอร่อยและเข้ากันได้อย่างลงตัว

 

ซึ่งถ้าสังเกตขณะเดินขึ้นบันไดจะเห็นว่ามีขวดไวน์และแชมเปญวางเรียงรายอยู่ และนั่นคือผลงานการดื่มของเชฟเจนเอง

 

 

นอกจากประสบการณ์ในวงการอาหารแล้ว เชฟจีนยังมีอดีตเป็น Sommelier หรืผู้เชี่ยวชาญในเรื่องไวน์มาถึง 15 ปี ดังนั้นแล้วหมวดไวน์และแชมเปญในเมนูที่เห็นคือขวดที่เชฟคัดสรรมาจากนับพันขวด และมั่นใจว่าต้องครอบคลุมรสชาติทุกสไตล์ เพื่อตอบโจทย์รสนิยมของลูกค้า อย่างเช่น ตัวไวน์ก็จะมีทั้งแบบ Conventional และ Natural Wine ส่วนหมวดแชมเปญจะมี by glass, by bottle เริ่มต้นตั้งแต่ราคาเบาๆ ไปจนถึงพรีเมียมเลยทีเดียว และจะมีการเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่นกัน เรียกว่ามีอะไรใหม่ๆ มาให้สายดื่มได้ลองอยู่ตลอดแน่นอน

 

 

ในส่วนของดริงก์อื่นๆ หากลองพลิกหน้าเมนูก็ถึงกับเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ที่ดูจะสะดุดตาสุดคือ Tap Cocktail Takeover พร้อมชื่อผู้ครีเอตอยู่ด้านล่าง ไอเดียที่ว่านี้เชฟเผยว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากคอนเซปต์ Guest Shift Bartender หรือการเชิญบาร์เทนเดอร์จากที่อื่นมาเป็นผู้ครีเอตค็อกเทลในร้าน ด้วยความที่ทางเจ้าของร้านมีเพื่อนฝูงค่อนข้างเยอะ เลยทำ Tap นี้ไว้ให้เพื่อนเทกโอเวอร์เสียเลย โดยจะมีการเวียนเปลี่ยนไปทุกๆ เดือน เพื่อนำเสนอความแปลกใหม่ชวนลองอยู่เสมอ

 

 

ส่วนค็อกเทลทั้งหมดจะเป็นเมนูคลาสสิกที่นำมาตีความใหม่ในสไตล์ของ BIRDIES เช่น Negroni ที่สายดื่มน่าจะคุ้นเคยกันดี แต่สำหรับเวอร์ชันของที่นี่จะเป็นการใช้ส่วนผสมจากมะตูม เป็นต้น 

 

และแต่ละชื่อเองก็ได้แรงบันดาลใจจากอาหาร เพลง และเรื่องราว ที่ลองแล้วชวนให้นึกถึงเรื่องราวบางอย่างในความทรงจำ 

 

 

Sunday Vibez (400 บาท) High-Ball เบส Pisco และ Cocchi Rosa เพิ่มรสชาติความเปรี้ยวเล็กๆ ด้วยรูบาร์บนำเข้าจากโปแลนด์  

 

Dopamine (420 บาท) อีกแก้วที่น่าสนใจด้วยเบสเป็นจินจากประเทศอินเดีย ดาชิ น้ำซุปที่เป็นหัวใจหลักของอาหารญี่ปุ่น ใบชิโซะ และแซมไฟร์ 

 

ฟังดูรวมๆ แล้วอาจจะสงสัยว่ามันเข้ากันได้เหรอ คำตอบคือเข้ากันและดื่มง่ายจริงๆ 

 

หากใครที่ชอบรสชาติเปรี้ยวนำ ดื่มง่าย สดชื่น แนะนำเป็น If Arnold Palmer did MMA (390 บาท) ที่มีเบสเป็น Salted Plum Gin จากจีน Cocchi Americano เพิ่มความหอมด้วยชาอู่หลงและน้ำเลมอนที่ทางร้าน Process เอง แก้วนี้ชวนให้นึกถึงชามะนาวในเวอร์ชันที่น่าค้นหายิ่งขึ้น 

 

ถ้าเป็นสายเบียร์แนะนำให้ลอง Tap Beer อย่างแก้วนี้ Heart of Darkness, Dream Alone (290 บาท) ที่มีความฟรุตตี้ ดื่มง่ายอีกเช่นเคย แต่หากกลับมาครั้งหน้าคุณอาจจะไม่เจอเบียร์ตัวเดิมแล้ว เพราะที่นี่จะมีการเปลี่ยนใหม่ไปทุกๆ เดือนหรือสองเดือน 

 

Good For

 

แนะนำให้จับมือเพื่อนเป็นก๊วนแล้วชวนกันมาที่นี่ ด้วยความที่อาหารในร้านอร่อยทุกจานและปริมาณไม่น้อย นอกจากจะเหมาะกับการเอ็นจอยดินเนอร์สุดอิ่มเอมแล้ว ที่นี่ก็ยังมีดริงก์ให้เลือกอย่างหลากหลาย รองรับทุกเทส เหมาะจะนั่งชิลคุยกันไปยาวๆ ที่สำคัญคือไม่ต้องพิธีรีตองกับการแต่งตัว สะดวกแต่งตัวแบบไหนทางร้านก็เวลคัม เราขอยกให้เป็นแคชวลไฟน์ไดนิ่งที่ต้องมากินให้ได้สักครั้งก่อนตาย

 

 

BIRDIES Bangkok

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. (ปิดวันอังคาร)

Address: ติดกับ BTS สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 3  

Website: https://www.birdiesbkk.com/

Instagram: https://www.instagram.com/birdiesbkk/ 

Budget: อาหารเริ่มต้นที่ 170 บาท, ค็อกเทลเริ่มต้นที่ 380 บาท

The post BIRDIES Bangkok ร้านไก่ทอดสไตล์แคชวลไฟน์ไดนิ่ง ที่ใช้คำว่าอร่อยได้เปลืองมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
McDonald’s ไม่ขอยอมแพ้ใน ‘ตลาดไก่ทอด’ ดึง ChatGPT มาช่วยค้นหารสชาติที่ลูกค้าชอบ เชื่อจุดเด่นจะช่วยสร้างการเติบโตต่อเนื่อง https://thestandard.co/mcdonalds-chatgpt-fried-chicken-flavor/ Tue, 28 Mar 2023 03:33:18 +0000 https://thestandard.co/?p=769511 McDonald’s

ด้วยความที่ ‘ไก่ทอด’ เป็นตลาดที่มีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบ […]

The post McDonald’s ไม่ขอยอมแพ้ใน ‘ตลาดไก่ทอด’ ดึง ChatGPT มาช่วยค้นหารสชาติที่ลูกค้าชอบ เชื่อจุดเด่นจะช่วยสร้างการเติบโตต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
McDonald’s

ด้วยความที่ ‘ไก่ทอด’ เป็นตลาดที่มีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท และเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดฟาสต์ฟู้ดทำให้ ‘McDonald’s’ ที่เป็นเจ้าตลาดเบอร์เกอร์อดใจไม่ไหว ขอฮึดสู้อีกสักตั้ง!

 

ย้อนกลับไป McDonald’s เริ่มจริงจังกับไก่ทอดเมื่อราว 7 ปีก่อนด้วยการเปิดตัว ‘แมคไก่ทอดจัมโบ้’ ที่มีจุดเด่นกับขนาดใหญ่กว่าเดิม 45% ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนากว่า 1 ปี และใช้เงินอีกกว่า 50 ล้านบาทในการโปรโมต

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

วันเวลาผ่านไปไม่มีใครรู้ว่า ไก่ทอดของ McDonald’s ประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะแบรนด์เองก็เลี่ยงที่จะพูดถึงยอดขาย แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งไปเลยด้วยการมีเมนูอยู่เรื่อยๆ 

 

จนมาถึงยุคของ ‘กิตติวรรณ อนุเวชสกุล’ ที่ขึ้นเป็นแม่ทัพที่เป็นผู้หญิงคนแรกของ McDonald’s ในปีที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจหันมาโฟกัสเมนูไก่ทอดอีกครั้ง 

 

“แม้ตลาดไก่ทอดจะมีการแข่งขันสูง แต่นี่เป็นตลาดที่ใหญ่มากและยังมีโอกาสอีกมาก” กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าว และระบุเพิ่มว่า “ปัจจุบันเมนูจากไก่ (ไก่ทอดและเบอร์เกอร์) มีสัดส่วนยอดขาย 17% ปีนี้เราต้องการขยับขึ้นเป็น 25-30%”

 

ให้ ChatGPT มาช่วยค้นหารสชาติที่ลูกค้าชอบ

ไม่แปลกที่ McDonald’s อยากขายไก่ทอดมากขึ้น ข้อมูลจาก GrabFood ระบุว่า ปีที่ผ่านมาเมนูที่ขายดีที่สุดคือ ‘ไก่ทอด’

 

ในเมื่อคนไทยชอบไก่ทอด McDonald’s เองก็ขายอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้มีรสชาติที่ถูกปาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตบเท้าเข้ามาซื้อครั้งที่ 2

 

สิ่งที่ McDonald’s ทำคือนอกจากใช้ข้อมูลภายในแล้ว ยังใช้ ChatGPT ซึ่งเป็น AI มาแรงแห่งยุคมาช่วยประเมินว่ารสชาติแบบไหนที่ผู้บริโภคชอบที่สุด โดยเฉพาะ Gen Z ที่จะพัฒนาเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญต่อไปในอนาคต

 

“เราเชื่อว่าจุดแข็งของ McDonald’s จะสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง” แม่ทัพของ McDonald’s กล่าว

 

ไม่ใช่แค่ McDonald’s เท่านั้นที่อยากเบียดเข้าไปชิมลางในพื้นที่ของ KFC แต่ที่ผ่านมาผู้เล่นในตลาดฟาสต์ฟู้ดก็ตบเท้าเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้ง Burger King ที่เปิดตัวไก่ทอด ‘ชิกเก้นคิง’ (Chicken King) ซึ่งมีการระบุว่าไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกที่ Burger King ลุกขึ้นมาขายไก่มีกระดูก (Bone-in Chicken) ซึ่งก่อนหน้านี้เมนูไก่ที่วางขายมักจะเป็นของกินเล่น

 

รวมไปถึง The Pizza Company ที่ได้ปั้น ‘ชิค-อะ-บูม’ หลังพบว่า ลูกค้าที่เดินเข้าร้านกว่า 25% ล้วนสั่งไก่มากินกับพิซซ่า และการทำเมนูไก่ที่ชัดเจนขึ้นจะทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและเฟิร์สจ็อบเบอร์

 

แน่นอน KFC ย่อมไม่อยู่เฉยๆ ให้คนอื่นมาฉกยอดขายไปจากตัวเอง ดังนั้นนอกจากการทำโปรโมชันรุนแรงแล้ว สิ่งที่เราเห็นคือการใช้งบนับ 100 ล้าน ในการดึงดารามาช่วยโปรโมตด้วยหวังจะดึงฐานแฟนคลับให้กินตาม

 

1 ปีของแม่ทัพคนใหม่ ดันยอดขายเพิ่ม 40%

อย่างไรก็ตาม 1 ปีที่ผ่านมาของ ‘กิตติวรรณ’ ที่ได้เข้ามานำทัพ McDonald’s ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย ผลประกอบการในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 5 พันล้านบาท เติบโต 40% และมีกำไร 120 ล้านบาท ถ้าเทียบกับปี 2564 มียอดขายเพียง 3.7 พันล้านบาท เรียกได้ว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 มียอดขายต่อเดือนสูงเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

 

“กลยุทธ์เชิงรุกทั้งการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ตามด้วยการเพิ่มน้ำหนักบริการทั้งช่องทางหน้าร้านและเดลิเวอรี ตลอดจนการขยายสาขาไปในพื้นที่ทราฟฟิกสูง เจาะกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายเราเติบโต”

 

ทิศทางในปี 2566 ของ McDonald’s นอกจากเจาะเรื่องไก่ทอดแล้ว กิตติวรรณระบุว่า McDonald’s ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์เรื่องของการตั้งราคาและการจัดโปรโมชันที่น่าดึงดูด ผ่านการลอนซ์แคมเปญ อร่อยสุดคุ้ม ราคา 99 บาท ที่ต่อยอดมาจากปีที่ผ่านมา โดยแคมเปญดังกล่าวสามารถสร้างยอดขายมากกว่า 55 ล้านต่อเดือน

 

รวมถึงการร่วมมือกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีจัดแคมเปญใหม่ๆ เข้ารองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันเดลิเวอรีเติบโต 40% ถ้าเทียบกับช่วงก่อนโควิดอยู่ที่ 20% แม้จะไม่โตแบบก้าวกระโดดเหมือนช่วงโควิด แต่ก็ถือว่ายังมีอัตราการสั่งเหมือนเดิม 

 

ขณะที่ช่องทางนั่งกินหน้าร้านก็กลับมาเติบโต และการใช้จ่ายต่อบิลมากกว่า 100 บาท โดยทุกๆ ช่องทางจะเชื่อมกับแอปพลิเคชันที่มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 3 ล้านคน เพื่อสร้างความถี่ในการใช้บริการที่หน้าร้านและสร้างเอ็นเกจเมนต์กับลูกค้าต่อเนื่อง

 

ลงทุน 300 ล้านใช้ขยายสาขาใหม่

พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมงบการลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาอีก 10-15 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 228 สาขา โดยการเปิดใหม่จะมุ่งไปที่สาขาไดรฟ์ทรูเป็นหลัก โฟกัสในบางพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในกรุงเทพฯ​ และต่างจังหวัด พร้อมกับรีโนเวตสาขาร้านเดิมอีกราวๆ 30 แห่ง

 

การรีโนเวตนอกจากจะช่วยสร้างความสดใหม่ให้กับสาขาแล้ว ยังจะเป็นการเติมจุดแข็งให้กับร้าน เนื่องจากจะเพิ่มปลั๊กไฟและ Free WiFi​ เข้ามาตอบโจทย์เทรนด์ทำงานในปัจจุบัน

 

จากกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ McDonald’s ตั้งเป้าสร้างรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 20% ในปี 2566 และเชื่อว่า “บทเรียนที่ผ่านมาในช่วงที่เราเจอความท้าทายจะช่วยทำให้บริษัทพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตได้ระยะยาว” กิตติวรรณกล่าว 

The post McDonald’s ไม่ขอยอมแพ้ใน ‘ตลาดไก่ทอด’ ดึง ChatGPT มาช่วยค้นหารสชาติที่ลูกค้าชอบ เชื่อจุดเด่นจะช่วยสร้างการเติบโตต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
KFC ไม่ได้ยืนหนึ่งเฉพาะไก่ทอด ล่าสุดนำ ‘แซนด์วิชไก่ทอด’ เมนูที่เคยโด่งดังกลับมาทำตลาดในอเมริกาอีกครั้ง ส่วนไทยคงต้องรอไปก่อน! https://thestandard.co/kfc-fried-chicken-sandwich/ Sun, 05 Mar 2023 04:32:19 +0000 https://thestandard.co/?p=758874

KFC ไม่ได้ยืนหนึ่งเฉพาะเมนูไก่ทอด ล่าสุดนำ ‘แซนด์วิชไก่ […]

The post KFC ไม่ได้ยืนหนึ่งเฉพาะไก่ทอด ล่าสุดนำ ‘แซนด์วิชไก่ทอด’ เมนูที่เคยโด่งดังกลับมาทำตลาดในอเมริกาอีกครั้ง ส่วนไทยคงต้องรอไปก่อน! appeared first on THE STANDARD.

]]>

KFC ไม่ได้ยืนหนึ่งเฉพาะเมนูไก่ทอด ล่าสุดนำ ‘แซนด์วิชไก่ทอด’ เมนูที่เคยโด่งดังในอดีตกลับมาทำตลาดในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง เริ่มจำหน่ายวันที่ 6 มีนาคม 2023 พร้อมยกเลิกเมนูสุดฮิตอย่างไก่ป๊อปคอร์นและปีกไก่ทอดเคนทักกี หวังให้สอดรับเทรนด์ผู้บริโภค

 

Business Insider รายงานว่า KFC ในสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกเมนูอาหาร 5 รายการ เช่น ไก่ป๊อปคอร์น ปีกไก่ทอดเคนทักกี และคุกกี้ช็อกโกแลตชิป พร้อมยังนำแซนด์วิชไก่ทอดกลับมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า

 

Nick Chavez ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ KFC สหรัฐฯ กล่าวว่า การลดจำนวนเมนูถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ประกอบกับห่วงโซ่อาหารฟาสต์ฟู้ดต้องมีการปรับไลน์เมนูใหม่ๆ เพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ขณะเดียวกันยังได้นำแซนด์วิช Double Down หรือแซนด์วิชเบคอนและชีส กลับมาทำตลาดอีกครั้ง หลังจากเมนูดังกล่าวหายไปนานเกือบทศวรรษ โดยต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาแซนด์วิชไก่ทอดนั้นเป็นเมนูอาหารจานด่วนที่โด่งดังที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2023 เป็นต้นไป และคาดการณ์ว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

 

รวมถึงยังเตรียมให้พนักงานเสนอรายการเมนูอาหารให้กับลูกค้า เพื่อเป็นตัวเลือกให้ตัดสินใจสั่งซื้อได้สะดวกมากขึ้น

 

นอกจากนั้นในปีนี้ KFC ได้เตรียมพัฒนาเมนูใหม่ๆ เน้นโฟกัสความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งล่าสุดผู้บริโภคหลายคนได้ระบุผ่านโซเซียลมีเดียว่าขอให้นำชิคแอนด์โรลหรือไก่ทอดห่อด้วยแป้ง กลับมาทำตลาดอีกครั้งด้วยเช่นกัน

 

แน่นอนว่า KFC นั้นไม่ได้มีแค่เพียงเมนูไก่ทอด เพราะในช่วงปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวเมนูที่แปลกใหม่อยู่เสมอ เช่น โดนัทไก่ทอด (Chicken & Donuts) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างไก่ทอดไม่มีกระดูกที่อยู่คั่นกลางระหว่างโดนัทเคลือบน้ำตาล 2 รสชาติ จำหน่ายในราคา 5-7 ดอลลาร์สหรัฐ (180-270 บาท) โดยวางจำหน่ายในร้าน 40 สาขา ทั่วสหรัฐอเมริกา ทำให้ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

 

ขณะที่ KFC ประเทศไทย เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวเมนูแซนด์วิชไก่ทอด (Double Down) โดยวางจำหน่ายระยะสั้นเพียง 1 เดือน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และเป็นที่น่าจับตาดูว่าจะมีการนำเมนูดังกล่าวกลับมาทำตลาดอีกครั้งหรือไม่ เพราะร้านไก่ทอดแต่ละค่ายก็ได้เตรียมพัฒนาเมนูและแคมเปญใหม่ๆ พร้อมทั้งเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับ KFC ทั่วโลกมีทั้งหมด 28,000 สาขา ส่วนประเทศไทยมีทั้งหมด 1,000 สาขา ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และพันธมิตรแฟรนไชส์ทั้ง 3 ราย ประกอบด้วยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) จำนวน 320 สาขา, บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (บริษัทในเครือไทยเบฟ) จำนวน 430 สาขา และบริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) จำนวน 250 สาขา

 

อ้างอิง:

The post KFC ไม่ได้ยืนหนึ่งเฉพาะไก่ทอด ล่าสุดนำ ‘แซนด์วิชไก่ทอด’ เมนูที่เคยโด่งดังกลับมาทำตลาดในอเมริกาอีกครั้ง ส่วนไทยคงต้องรอไปก่อน! appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไก่ทอด’ คว้าเมนูขายดีบน GrabFood ส่วน ‘กาแฟ’ เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ทุกๆ 1 นาที มียอดสั่งซื้อกว่า 15 แก้ว https://thestandard.co/grabfood-fried-chicken-2565/ Tue, 03 Jan 2023 08:04:39 +0000 https://thestandard.co/?p=732273

Grab เผยอินไซต์ผู้ใช้บริการเดลิเวอรีปี 2565 ผ่าน ‘รายงา […]

The post ‘ไก่ทอด’ คว้าเมนูขายดีบน GrabFood ส่วน ‘กาแฟ’ เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ทุกๆ 1 นาที มียอดสั่งซื้อกว่า 15 แก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

Grab เผยอินไซต์ผู้ใช้บริการเดลิเวอรีปี 2565 ผ่าน ‘รายงานเทรนด์ธุรกิจเดลิเวอรีปี 2565’ (Delivery Trend Report 2022) โดยได้ศึกษาพฤติกรรมและสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้บริการที่มีต่อแพลตฟอร์มเดลิเวอรีกว่า 30,000 รายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุม 6 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย พบยอดการจัดส่งเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม Grab ทั่วทั้งภูมิภาคโตขึ้นถึง 24%

 

ขณะเดียวกันพบว่าธุรกิจเดลิเวอรียังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดย 7 ใน 10 ของผู้บริโภคระบุว่าการใช้บริการเดลิเวอรีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาไปแล้ว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 ยอดการจัดส่งเดลิเวอรีผ่านแพลตฟอร์ม Grab เติบโตขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายต่อออร์เดอร์ (Basket Size) ของการสั่งสินค้าหรืออาหารผ่านบริการ GrabFood และ GrabMart ในปี 2565 เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 17% เมื่อเทียบกับปี 2562” จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการพาณิชย์และการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าว

 

สำหรับในประเทศไทย 3 เหตุผลหลักที่คนไทยเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารเดลิเวอรี คือ ความสะดวกสบายในการใช้บริการ การจัดส่งที่รวดเร็วและตอบโจทย์ความต้องการแบบออนดีมานด์ และเป็นตัวช่วยให้พวกเขาสามารถสังสรรค์กับเพื่อนและครอบครัวได้ง่ายขึ้น

 

รายงานดังกล่าวยังตอกย้ำว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยผู้บริโภค 9 ใน 10 คนระบุว่าชื่นชอบแบรนด์ที่สามารถมอบประสบการณ์ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และมองว่าปัจจุบันแอปพลิเคชันเดลิเวอรีไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดส่งอาหารหรือของใช้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ โดย 88% ของผู้ใช้บริการรู้จักร้านใหม่ๆ ผ่านการใช้แอปพลิเคชันเดลิเวอรี และกว่า 90% ของผู้ใช้บริการเปิดใจสั่งสินค้าจากร้านที่ไม่เคยรู้จักอย่างน้อย 1 ครั้ง 

 

ด้านผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้านลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดย 9 ใน 10 รายของผู้ประกอบการในไทยกล่าวว่า แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด ขณะที่ 73% ของผู้ประกอบการในภูมิภาคระบุว่ายอดขายออนไลน์ส่วนใหญ่มาจากบริการ GrabFood

 

นอกจากนี้ Grab ยังได้เผยอินไซต์ของผู้ใช้บริการ GrabFood และ GrabMart ที่สะท้อน 3 เทรนด์ที่น่าจับตามองในปีหน้า ได้แก่

 

  • เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้น: อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหารประเภทแพลนต์เบส (Plant-based) ไม่ได้ถูกจำกัดความนิยมอยู่แค่ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป 74% ของคนไทยระบุว่าในทุก 2-3 วันจะมีการสั่งอาหารเพื่อสุขภาพอย่างน้อย 1 ครั้ง ขณะที่ 2 ใน 5 ของผู้บริโภคเคยลองรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบหลักจากพืชหรือแพลนต์เบสในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
  • สแน็กและของว่างยามบ่ายมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น: จากรายงานพบว่าคนไทย 2 ใน 5 รับประทานอาหารว่างหรือขนมขบเคี้ยวอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดที่เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ผู้คนกลับมาทำงานที่ออฟฟิศมากขึ้น การรับประทานอาหารว่างหรือสแน็กระหว่างวันจึงกลายเป็นกิจกรรมกลุ่มที่เพิ่มสีสันให้กับผู้บริโภค โดย 64% ของผู้บริโภคระบุว่าพวกเขาสั่งอาหารว่างสำหรับรับประทานมากกว่า 1 คนขึ้นไป
  • แพ็กเกจสมาชิกสำหรับผู้ใช้บริการเดลิเวอรีกำลังมาแรง: 1 ใน 3 ของผู้ใช้บริการเดลิเวอรีในปัจจุบันมีการสมัครใช้แพ็กเกจสมาชิก (Subscription) อย่างน้อย 1 แพ็กเกจ เพื่อรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้บริการที่ใช้แพ็กเกจสมาชิกมีอัตราการสั่งอาหารหรือสินค้าผ่านเดลิเวอรีบ่อยขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับผู้ใช้บริการทั่วไป

 

Grab ยังได้เผยอินไซต์ของลูกค้าในประเทศไทย ได้แก่

 

  • 5 เมนูขายดีประจำปีบน GrabFood คือ 1. ไก่ทอด 2. กาแฟ 3. ส้มตำ 4. ข้าวซอย และ 5. ชาเขียวเย็น 
  • กาแฟคือเครื่องดื่มยอดนิยม: คนไทยนิยมดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ทุกๆ 1 นาทีจะมีผู้ใช้บริการสั่งกาแฟผ่าน GrabFood ถึง 15 แก้ว หรือมากกว่า 7,800,000 แก้วตลอดทั้งปีเลยทีเดียว! 
  • 5 สินค้าขายดีบน GrabMart คือ 1. น้ำมันประกอบอาหาร 2. น้ำดื่ม 3. น้ำอัดลม 4. น้ำตาล และ 5. นม 
  • ATK กลายเป็นไอเท็มมาแรง: ทุกๆ 1 นาทีมีคนซื้อชุดตรวจโควิด 1 ชุดผ่าน GrabMart หรือมากกว่า 525,000 ชุดตลอดทั้งปี 
  • สินค้าขายดีช่วงปีใหม่ หนีไม่พ้นน้ำอัดลม พิซซ่า ไก่ทอด รวมถึงมันฝรั่งทอดกรอบ

The post ‘ไก่ทอด’ คว้าเมนูขายดีบน GrabFood ส่วน ‘กาแฟ’ เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ทุกๆ 1 นาที มียอดสั่งซื้อกว่า 15 แก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โคตรญี่ปุ่น ล่าสุด ‘Pepsi’ ออกรสชาติใหม่สำหรับดื่มคู่ไก่ทอด เฉพาะคริสต์มาสนี้ https://thestandard.co/pepsi-karaage-senyo-cola/ Wed, 07 Dec 2022 07:16:19 +0000 https://thestandard.co/?p=720800 Pepsi

เพิ่มอรรถรสความอร่อยด้วยเครื่องดื่มแบบใหม่เฉพาะคริสต์มา […]

The post โคตรญี่ปุ่น ล่าสุด ‘Pepsi’ ออกรสชาติใหม่สำหรับดื่มคู่ไก่ทอด เฉพาะคริสต์มาสนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pepsi

เพิ่มอรรถรสความอร่อยด้วยเครื่องดื่มแบบใหม่เฉพาะคริสต์มาสที่ญี่ปุ่นเท่านั้น หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน Pepsi ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการออกน้ำอัดลมพิเศษเฉพาะในญี่ปุ่นตัวใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Pepsi Karaage Senyo Cola’ (Pepsi Cola Exclusively for Karaage)

 

นั่นถือเป็นเครื่องดื่มที่วางจำหน่ายในระยะเวลาจำกัด โดยการเสริมรสชาติของ ‘คาราอะเกะ’ หรือ ‘ไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่น’ และตอนนี้มีเวอร์ชันใหม่วางจำหน่ายช่วงคริสต์มาสพอดี

 

โดยมีชื่อว่า ‘Pepsi Fried Chicken Senyo Cola’ (Pepsi Cola Exclusively for Fried Chicken) เพื่อสำหรับดื่มคู่กับไก่ทอดในช่วงคริสต์มาส

 

อาหารสำหรับเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของแต่ละประเทศล้วนแตกต่างกันออกไป อย่างที่ญี่ปุ่นจะรับประทานไก่ทอดแทนไก่งวง หรือแฮม ทำให้ผลประกอบการของแบรนด์ไก่ทอดชื่อดังอย่าง KFC เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ในคราวนี้ถึงเวลาของกลุ่มเครื่องดื่มกันบ้าง ซึ่งทาง Pepsi ก็ได้มองเห็นโอกาสในครั้งนี้ และคิดค้นสูตรเฉพาะที่สามารถดื่มคู่กับไก่ทอดอย่างราบรื่น โดยที่ไม่ให้มีความรู้สึกที่หนักจนเกินไป

 

อย่าง Pepsi ก่อนหน้าได้ปรับปรุงโดยเพิ่มเส้นใยอาหาร เพื่อช่วยตัดความมันของไก่ทอด และลดกลิ่นรวมไปถึงความหวานของโคล่าลง เพื่อให้รับรู้ถึงรสชาติของเนื้อไก่ได้อยู่ 

 

แต่สำหรับสูตรใหม่นี้เขาได้ใส่เลมอนลงไปเพื่อตัดความมัน และเรียกความสดชื่น นอกจากนี้ยังมีฉลากใหม่พร้อมหยดน้ำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของฟองของโคล่า และถังไก่ที่ดูแล้วคล้ายกับไก่ทอด KFC เพื่อให้ทุกคนรู้ว่านี่เป็นเครื่องดื่มที่คู่ควรกับชาวญี่ปุ่นสำหรับอาหารค่ำวันคริสต์มาส แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดเลยทีเดียว 

 

เครื่องดื่มลิมิเต็ดเอดิชันจะวางจำหน่ายเฉพาะช่วงฤดูหนาว และจะวางจำหน่ายทั่วประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2022 เป็นต้นไป โดยบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร (20 ออนซ์) ราคาขวดละ 160 เยน (ประมาณ 42 บาท)

 

ภาพ: PR Times

อ้างอิง:

The post โคตรญี่ปุ่น ล่าสุด ‘Pepsi’ ออกรสชาติใหม่สำหรับดื่มคู่ไก่ทอด เฉพาะคริสต์มาสนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้ดิ หรือ ได้อยู่? Mos Burger ญี่ปุ่นชวนจิ้มไก่ทอดกับมิล์กเชก เพราะมันเข้ากันสุดๆ เลย https://thestandard.co/mos-burger-fried-chicken-milkshake/ Mon, 05 Dec 2022 03:09:01 +0000 https://thestandard.co/?p=719775 Mos Burger

นอกจากเกมแข่งขันฟุตบอลโลก นี่อาจเป็นอีกศึกใหญ่ของชาวญี่ […]

The post ได้ดิ หรือ ได้อยู่? Mos Burger ญี่ปุ่นชวนจิ้มไก่ทอดกับมิล์กเชก เพราะมันเข้ากันสุดๆ เลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mos Burger

นอกจากเกมแข่งขันฟุตบอลโลก นี่อาจเป็นอีกศึกใหญ่ของชาวญี่ปุ่นเลยก็เป็นได้ เพราะทันทีที่ Mos Burger ปล่อยภาพแนะนำ ‘จิ้มไก่ทอดกับมิล์กเชก’ ชาวญี่ปุ่นก็เริ่มเปิดศึกโต้วาทีกันทันทีว่า คอมโบนี้จะเป็นหายนะของวงการอาหาร หรือเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องไปซื้อกินตาม

 

Mos Burger เป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติญี่ปุ่น แม้คนไทยจะรู้จักแบรนด์นี้เพราะเบอร์เกอร์มากกว่า แต่สำหรับในบ้านเกิด พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องไก่ทอดและมิล์กเชกมากเหมือนกัน ซึ่งนั่นอาจใช่หรือไม่ใช่แรงบันดาลใจก็ได้ ที่ทำให้พวกเขาคิดเมนูคอมโบใหม่แบบนี้ขึ้นมา

 

โดย Mos Burger อัปรูปดังกล่าวลงบนทวิตเตอร์ของแบรนด์ พร้อมแคปชันว่า “จุ่มไก่ทอดของ Mos ลงในมิล์กเชกวานิลลาสิ มันเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบเลยละ” และด้วยความที่เป็นแบรนด์ดังยอดนิยมอันดับต้นๆ ทำให้คำแนะนำนี้มองข้ามไปไม่ได้เลย

 

ซึ่งความเห็นของคนส่วนใหญ่ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแน่นอน ตัวอย่างคอมเมนต์อย่างเช่นว่า “ฉันขอกินไก่ทอดกับมิล์กเชกแยกน่ะดีแล้ว” หรือ “ฉันเห็นคนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย แต่ฉันคิดว่าความเค็ม-หวาน กรอบ-ครีมมี่ และร้อน-เย็น มันอาจเป็นความอร่อยที่แปลกใหม่ดีนะ”

 

หากคิดดูอีกที เราว่าเมนูนี้ก็ดูใกล้เคียงกับวาฟเฟิลกรอบๆ และไอศกรีม เพียงแค่เปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์ที่อาจอมน้ำมันนิดๆ มีความเค็มกว่าหน่อยๆ แต่สุดท้ายก็กินแล้วเข้ากันดีกับของหวานเย็นๆ

 

…เพราะฉะนั้นเราขออยู่ทีม “ได้ดิ” ก็แล้วกัน!

 

ภาพ: Mos Burger

อ้างอิง: 

The post ได้ดิ หรือ ได้อยู่? Mos Burger ญี่ปุ่นชวนจิ้มไก่ทอดกับมิล์กเชก เพราะมันเข้ากันสุดๆ เลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ได้มีแค่ข้าวเหนียวมะม่วง หน้าร้อนนี้ Swensen’s เสิร์ฟ ‘ไอศกรีมไก่ทอด’ เริ่ม 18 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/swensens-fried-chicken-ice-cream/ Mon, 18 Apr 2022 07:38:04 +0000 https://thestandard.co/?p=618420 ไอศกรีมไก่ทอด

หน้าร้อนนี้ดูเหมือนว่าไอศกรีมขวัญใจมหาชนอย่าง Swensen&# […]

The post ไม่ได้มีแค่ข้าวเหนียวมะม่วง หน้าร้อนนี้ Swensen’s เสิร์ฟ ‘ไอศกรีมไก่ทอด’ เริ่ม 18 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอศกรีมไก่ทอด

หน้าร้อนนี้ดูเหมือนว่าไอศกรีมขวัญใจมหาชนอย่าง Swensen’s จะไม่ได้เสิร์ฟแค่เมนูไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงตามฤดูกาล เพราะได้ปล่อยอีกหนึ่งเมนูมาให้แฟนๆ ได้ไปลองกันนั่นก็คือ ไอศกรีมไก่ทอด (ที่มาซะเหมือนเลยนะ)

 

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าไอศกรีมชิ้นนี้ทำจากไก่จริงๆ เพราะที่จริงแล้วทำเลียนแบบไก่ทอดเท่านั้น ด้วยการใช้ไอศกรีมวานิลลาเป็นเบส เคลือบไวต์ช็อกโกแลต และใช้คาราเมลคอร์นเฟลกตกแต่งให้เหมือนหนังไก่กรอบ แถมด้านในมีแท่งช็อกโกแลตนมทำเลียนแบบกระดูกไก่อีกด้วย 

 

ใครอยากลองเมนูหลอกตาอย่าง ไอศกรีมไก่ทอด ไปลองกันได้ที่ Swensen’s ทุกสาขาในราคา 149 บาทสำหรับ 2 ชิ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/weloveswensens 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ภาพ: Courtesy of Swensen’s 

The post ไม่ได้มีแค่ข้าวเหนียวมะม่วง หน้าร้อนนี้ Swensen’s เสิร์ฟ ‘ไอศกรีมไก่ทอด’ เริ่ม 18 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุฟเฟต์ไก่ทอดมาอีกเจ้าแล้ว! Ramen HABU เปิดบุฟเฟต์ไก่ทอดทุกวันจันทร์-อังคาร ซดราเมนแล้วต่อด้วยภูเขาไก่ทอดเลย https://thestandard.co/ramen-habu-fried-chicken-buffet/ Mon, 28 Mar 2022 08:49:52 +0000 https://thestandard.co/?p=611292 Ramen HABU

บุฟเฟต์ไก่ทอดจาก Ramen HABU นั้นจะต้องสั่งเมนู Tatsuta […]

The post บุฟเฟต์ไก่ทอดมาอีกเจ้าแล้ว! Ramen HABU เปิดบุฟเฟต์ไก่ทอดทุกวันจันทร์-อังคาร ซดราเมนแล้วต่อด้วยภูเขาไก่ทอดเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ramen HABU

บุฟเฟต์ไก่ทอดจาก Ramen HABU นั้นจะต้องสั่งเมนู Tatsuta Buffet Set (199 บาท) ที่จะเลือกราเมนได้ 1 ชาม โดยมีเมนู Buta Toro Shashumen และ Shoyu Buta Toro Shashumen ซึ่งเป็นราเมนเส้นหยักเล็กในซุปที่แตกต่างกัน คือ มีซุปกระดูกหมูและซุปโชยุให้เลือก ถ้าใครอยากได้รสชาติที่เข้มข้นเข้ากับไก่ทอดหน่อยก็ให้เลือกเป็น Buta Toro Shashumen ส่วนใครที่กลัวว่าจะแน่นเกินไป ลองเลือก Shoyu Buta Toro Shashumen ที่รสชาติเบากว่าได้

 

เมื่อสั่งราเมนแล้วก็สามารถสั่งไก่ทอดได้ไม่อั้นเลย ไก่ทอดของร้านเป็นไก่ทัตสึตะอาเกะชิ้นพอดีคำ มาพร้อมน้ำจิ้มไก่สีส้ม สามารถเติมได้ตลอด เพียงแค่กินให้หมดก็พอ โดยบุฟเฟต์ไก่ทอดนี้จะมีเฉพาะในวันจันทร์และวันอังคาร ที่ร้านจำนวน 4 สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น

 

Ramen HABU บุฟเฟต์ไก่ทอดมีทั้งหมด 4 สาขา คือ ฟอร์จูนทาวน์ พระราม 9, บิ๊กซี พระราม 2, โลตัส ติวานนท์ และโลตัส รัตนาธิเบศร์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ramenhabu/posts/2073819126106001

The post บุฟเฟต์ไก่ทอดมาอีกเจ้าแล้ว! Ramen HABU เปิดบุฟเฟต์ไก่ทอดทุกวันจันทร์-อังคาร ซดราเมนแล้วต่อด้วยภูเขาไก่ทอดเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>