ไกรยส ภัทราวาท Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ไกรยส-ภัทราวาท/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 24 Jan 2026 02:32:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : ส่องบรรยากาศเวที ‘EDUCATION BATTLE’ ดีเบตการศึกษา เดิมพันอนาคตเด็กไทย https://thestandard.co/education-battle-thai-future/ Sat, 24 Jan 2026 02:31:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1168781 บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต

วันนี้ (23 มกราคม) บรรยากาศกิจกรรม THE STANDARD POLICY […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ส่องบรรยากาศเวที ‘EDUCATION BATTLE’ ดีเบตการศึกษา เดิมพันอนาคตเด็กไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต

วันนี้ (23 มกราคม) บรรยากาศกิจกรรม THE STANDARD POLICY BATTLE: ศึกดวลนโยบาย เต็มไปด้วยความเข้มข้น ภายใต้หัวข้อ EDUCATION BATTLE : เรียนแบบไหน เด็กไทยรอด โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองที่มาร่วมดีเบต ได้แก่ ธีราภา ไพโรหกุล พรรคเพื่อไทย, การดี เลียวไพโรจน์ พรรคประชาธิปัตย์, พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน และสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่

 

เสริมทัพกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอย่าง Special Guests ได้แก่ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พญ.พิศศรี กิจนิรันดร์สิน เจ้าของเพจ Dr.Mom Diary และกรทอง วิริยะเศวตกุล นักสื่อสารดาราศาสตร์ เจ้าของช่อง KornKT / Host รายการอวกาศคาดไม่ถึง

 

สามารถติดตามชม THE STANDARD POLICY BATTLE ศึกดวลนโยบาย ย้อนหลังได้ที่ YouTube, Facebook ของ THE STANDARD

 

บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 1บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 2บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 3บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 4บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 5บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 6บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 7บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 8บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 9บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 10บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 11บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 12บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 13บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 14บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 15บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 16บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 17บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 18บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 19บรรยากาศเวทีดีเบตการศึกษา EDUCATION BATTLE โดย The Standard มีตัวแทนพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญร่วมดีเบต 20

 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ส่องบรรยากาศเวที ‘EDUCATION BATTLE’ ดีเบตการศึกษา เดิมพันอนาคตเด็กไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสศ. เปิดศูนย์การเรียนรู้ฉุกเฉิน 4 จังหวัดชายแดน หลังเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หวังฟื้นฟูจิตใจเด็ก https://thestandard.co/eef-safe-space-border/ Fri, 25 Jul 2025 13:52:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1100089 eef-safe-space-border

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีในพื […]

The post กสศ. เปิดศูนย์การเรียนรู้ฉุกเฉิน 4 จังหวัดชายแดน หลังเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หวังฟื้นฟูจิตใจเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
eef-safe-space-border

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ฉุกเฉิน ดูแลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ หวังเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเยียวยา ฟื้นฟูพัฒนาการ ป้องกันการหลุดจากระบบการศึกษา

 

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. เปิดเผยถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนจำนวนมาก โดยเฉพาะการปิดโรงเรียนไม่มีกำหนด การอพยพออกจากพื้นที่ และความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) รวมถึงบาดแผลทางจิตใจที่อาจพัฒนาเป็นภาวะเครียดจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD)

 

เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น กสศ. ร่วมมือกับเครือข่ายใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ตั้ง “ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบ” เพื่อเป็น Safe Space ให้เด็กได้เรียน เล่น และฟื้นฟูจิตใจในช่วงเวลาวิกฤต โดยกิจกรรมภายในศูนย์จะเน้นการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น ผสมผสานกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น ดนตรีบำบัด วาดภาพ และให้คำปรึกษาด้านจิตใจ

 

เครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่เริ่มลงสำรวจความต้องการเร่งด่วน เช่น สื่อการเรียนรู้ อุปกรณ์จำเป็น รวมถึงการออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละศูนย์พักพิง

 

รศ. ดร.ประจวบ จันทร์หมื่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ กล่าวว่า เด็กจำนวนมากที่อยู่ในศูนย์พักพิง แม้ยังไม่แสดงออกทางพฤติกรรม แต่มีแนวโน้มสูงที่จะได้รับผลกระทบทางจิตใจระยะยาวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความวิตกกังวลที่สะสมจากการเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันอย่างฉับพลัน จึงต้องมีพื้นที่ปลอดภัยและกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของเด็กแต่ละช่วงวัย

 

“เด็กๆ กำลังเจอกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยไม่มีใครคาดคิด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องไปหาเขา ไปคุยกับเขา ไปเล่นกับเขา เพื่อให้เขารู้ว่ายังมีคนที่ห่วงใย และพร้อมจะฟังเขา” รศ. ดร.ประจวบกล่าว

 

กสศ. และเครือข่ายภาคีเตรียมขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ชายแดนอื่นๆ เพื่อไม่ให้เด็กคนใดต้องเสียโอกาสจากความขัดแย้ง พร้อมเปิดสายด่วน Call Center โทร. 0 2079 5475 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการร่วมสนับสนุน

The post กสศ. เปิดศูนย์การเรียนรู้ฉุกเฉิน 4 จังหวัดชายแดน หลังเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หวังฟื้นฟูจิตใจเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสศ. เร่งจัดสรรทุนเสมอภาครอบแรก ให้นักเรียนยากจนพิเศษ 8 แสนคน ระหว่างวันที่ 21-24 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/equity-fund-disbursement-students/ Wed, 09 Jul 2025 08:35:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1094775 ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. แถลงข่าวโอนทุนเสมอภาครอบแรกให้เด็กยากจนทั่วประเทศ

วานนี้ (8 กรกฎาคม) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื […]

The post กสศ. เร่งจัดสรรทุนเสมอภาครอบแรก ให้นักเรียนยากจนพิเศษ 8 แสนคน ระหว่างวันที่ 21-24 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. แถลงข่าวโอนทุนเสมอภาครอบแรกให้เด็กยากจนทั่วประเทศ

วานนี้ (8 กรกฎาคม) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2568 กสศ. จะจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาค ให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มที่ได้รับทุนต่อเนื่อง (รอบที่ 1) ตั้งแต่ช่วงชั้นอนุบาล 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 ในสถานศึกษามากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศใน 6 สังกัด จำนวนราว 800,000 คน งบประมาณ 1,536 ล้านบาท ได้แก่ 

 

  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 
  • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 
  • กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) 
  • สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พ.ศ.) 
  • สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
  • สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.)

 

สำหรับนักเรียนกลุ่มใหม่ที่โรงเรียนจะคัดกรองเข้ามา กสศ. เปิดระบบให้ครูประจำชั้นที่ดำเนินการเยี่ยมบ้านในช่วงเปิดเทอม 1/2568 สามารถบันทึกข้อมูลแบบขอรับเงินอุดหนุนนักเรียน หรือ นร/กสศ.01 ระหว่างวันที่ 7-21 กรกฎาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ https://cct.eef.or.th/ หากมีข้อสงสัย คุณครูสามารถสอบถามได้ที่ 0 2079 5475 กด 1 หรือแอด LINE เพิ่มเพื่อนที่ LINE @cctthailand โดยนักเรียนกลุ่มใหม่นี้ กสศ. จะประกาศรายชื่อนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองในวันที่ 21 สิงหาคม 2568

 

“ในช่วงเปิดเทอมทุกปีเป็นฤดูกาลลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของคุณครูประจำชั้นเพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของลูกศิษย์ กสศ. ได้เปิดระบบให้คุณครูสามารถกรอกข้อมูลสถานะครัวเรือนของนักเรียนที่คุณครู พบว่าสมาชิกครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนต่ำกว่าเส้นความยากจนของประเทศที่ 3,043 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ได้รับการพิจารณาสนับสนุนทุนเสมอภาค ซึ่งแทบทุกปีจะมีครัวเรือนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือนได้รับการเสนอข้อมูลผ่านระบบเข้ามาให้ กสศ. และหน่วยงานต้นสังกัดทั้ง 6 หน่วยงานได้พิจารณาจัดสรรทุนเสมอภาค หากนักเรียนอยู่ในครัวเรือนยากจนหรือยากจนพิเศษ น้องๆ ก็จะได้รับการสนับสนุนเงินปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนและทุนเสมอภาค อย่างต่อเนื่อง 3 ปีการศึกษา ในวงเงินตั้งแต่ 1,000-7,200 บาทต่อปีการศึกษา ตามระดับการศึกษา ระดับความยากจนของครัวเรือน และตามที่ กสศ. และหน่วยงานต้นสังกัดทั้ง 6 สังกัดได้รับการจัดสรรงบประมาณจากทางรัฐบาลมาในแต่ละปี”

 

ดร.ไกรยส กล่าวว่า กสศ. ร่วมมือกับ 6 หน่วยงานต้นสังกัดสถานศึกษากว่า 30,000 แห่ง เพื่อสำรวจ 2 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ นำมาสู่ระบบฐานข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษทั้ง 1.3 ล้านคน เกิดระบบการช่วยเหลือนักเรียน ระบบการชี้เป้าและส่งต่อการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาในระดับสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ จากแหล่งทุนต่างๆ ทั้ง ภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ และประชาชน เช่น กสศ. ส่งข้อมูลนักเรียนทุนเสมอภาคที่ยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS ให้มหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาส่งเสริมหรือดูแลนักเรียนกลุ่มนี้ได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่อง และรวบรวมแหล่งทุนการศึกษาภายใต้โครงการส่องทางทุน เพื่อช่วยผลักดันให้นักเรียนยากจนและด้อยโอกาสที่ต้องการศึกษาในระดับสูงกว่าภาคบังคับได้เข้าถึงแหล่งทุนการศึกษากว่า 156 แหล่งทุน และมีทุนการศึกษาจำนวนกว่า 451 ประเภททุนการศึกษา

 

สำหรับทุนเสมอภาคของ กสศ. เป็นเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข สำหรับเด็กเยาวชนในครัวเรือนที่มีความยากจนระดับที่รุนแรง ในระดับที่แม้จะมีนโยบายเรียนฟรี แต่ยังมีอุปสรรคทำให้เด็กไม่สามารถมาเรียนได้ เช่น ไม่มีค่าเดินทาง ไม่มีค่าอาหาร ความห่างไกล ทุรกันดาร ขาดแคลนของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน และอุปกรณ์การเรียน กสศ. จึงจัดสรรทุนเสมอภาคเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาในรายการที่นอกเหนือจากรัฐจัดสรรให้ เช่น ค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอาหาร โดยนักเรียนผู้รับทุนต้องรักษาอัตราการมาเรียนไม่ให้น้อยกว่าร้อยละ 85 และมีพัฒนาการที่สมวัยตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

 

ผลลัพธ์ของโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วยป้องกันไม่ให้นักเรียนยากจนพิเศษหลุดออกจากระบบก่อนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ ผ่านอัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษา และอัตราการศึกษาต่อในช่วงชั้นรอยต่อของการศึกษา (อ.3, ป.6, ม.3) 

 

ล่าสุดในปี 2567 มีนักเรียนกลุ่มยากจนพิเศษจำนวนรวม 1.34 ล้านคน ได้รับเงินอุดหนุนทุนเสมอภาคเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องด้านการศึกษา พบอัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาอยู่ที่ร้อยละ 97.88

 

นอกจากนี้ กสศ. ยังพัฒนาต้นแบบระบบสารสนเทศเพื่อการคัดกรองความเสี่ยงของนักเรียนที่ครอบคลุมทุกมิติ (OBEC CARE) นำร่องใน 29 เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา จำนวน 1,136 โรงเรียน ใช้ข้อมูลต่อยอดในการส่งเสริมพัฒนาและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนกว่า 280,000 คน และการจัดทำมาตรการป้องกันการเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเตรียมพร้อมขยายทั่วประเทศในปีการศึกษา 2568

The post กสศ. เร่งจัดสรรทุนเสมอภาครอบแรก ให้นักเรียนยากจนพิเศษ 8 แสนคน ระหว่างวันที่ 21-24 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสศ. เปิดรายงานความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 66 พบเหลื่อมล้ำรุนแรงจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น แนะลงทุนกับมนุษย์ทุกช่วงวัย เพื่อหยุดความยากจนข้ามรุ่น https://thestandard.co/equity-forum-2023/ Thu, 26 Oct 2023 07:22:01 +0000 https://thestandard.co/?p=858885 รายงานความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา […]

The post กสศ. เปิดรายงานความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 66 พบเหลื่อมล้ำรุนแรงจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น แนะลงทุนกับมนุษย์ทุกช่วงวัย เพื่อหยุดความยากจนข้ามรุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายงานความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดสัมมนาทางวิชาการประจำปี Equity Forum 2023 ทุนมนุษย์เพื่อยุติความเหลื่อมล้ำ ที่ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 2566 ผลงานวิจัย และข้อเสนอการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ในประชากร 3 ช่วงวัยสำคัญของประเทศ 

 

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา นำเสนอรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปี 2566 โดยชี้ว่า ปี 2566 หลังจากสถานการณ์โควิด เศรษฐกิจของประเทศไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สถานการณ์เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง เป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษารุนแรงขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร เด็กและเยาวชนจากครัวเรือนเปราะบางได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมีปัญหาความยากจนหรือด้อยโอกาสในมิติต่างๆ เป็นทุนเดิม ถ้าหากเราไม่ช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนเปราะบางเหล่านี้ ประเทศไทยอาจมีการฟื้นตัวเป็นลักษณะ K-Shaped (K-Shape Recovery) หมายถึงช่องว่างความเหลื่อมล้ำของเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกับครัวเรือนที่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจมากกว่าจะยิ่งถ่างกว้างออกไปมากขึ้น  

 

“เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีความพร้อมมากกว่าจะสามารถฟื้นตัวจากภาวะถดถอยจากการเรียนรู้ได้มากกว่า และเด็กที่เข้าไม่ถึงโอกาสในการฟื้นฟูหรือหลุดจากระบบจะกลายเป็นกลุ่มประชากรรุ่นที่สูญหายจากการเรียนรู้ (Lost Generation)  หลักฐานเรื่องนี้ยืนยันจากข้อค้นพบปัญหาทุนมนุษย์ช่วงวัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มยากจนด้อยโอกาส”

 

ไกรยส ภัทราวาท

 

ดร.ไกรยสกล่าวว่า การพัฒนาทุนมนุษย์ในวันนี้จึงต้องเปลี่ยนไปในบริบทและเงื่อนไขใหม่ ไม่ปล่อยให้เกิดการสูญเสีย หรือเด็กเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือไม่ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพแม้แต่คนเดียว เพราะเด็กทุกคนเป็นมนุษย์ทองคำ เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า นอกจากนี้อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เราจะเหลือเด็กเยาวชนให้ลงทุนได้น้อยลงทุกๆ ปี ทุกๆ วัน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 จะทยอยครบกำหนดในอีก 5-7 ปี หากไม่เร่งลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะไม่บรรลุเป้าหมายนี้

 

ดร.ไกรยสชี้ว่า การลงทุนในทุนมนุษย์คือกุญแจสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อคน 40% เพื่อออกจากกับดักรายได้ปานกลาง ภายในปี 2579 ของไทย ทุนมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่ฐานภาษีที่กว้างและลึกขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ และรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ จากการประเมินขององค์การ UNESCO พบว่า หากประเทศไทยสามารถยุติปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประเทศไทยจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้นถึง 3%

 

ดร.ไกรยสระบุว่า ปีการศึกษา 2566 ประเทศไทยมีจำนวนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษราว 1.8 ล้านคน โดย กสศ. สนับสนุนทุนเสมอภาคให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษ หรือยากจนระดับรุนแรง (Extremely Poor) จำนวน 1,248,861 คน เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ตัวเลขยังไม่แตะหลักล้านคือ 994,428 คน เด็กกลุ่มนี้แม้จะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่ความยากจนในระดับรุนแรงยังเป็นอุปสรรคทำให้เด็กบางคนไม่สามารถมาเรียนได้ ความเป็นอยู่ของเด็กแร้นแค้น สภาพบ้านเข้าข่ายทรุดโทรม ไม่มีค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาได้ รายได้ของครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษที่มีบุตรหลานอยู่ในระบบการศึกษามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิม 1,250 บาทต่อเดือน ในปี 2562 ปี 2566 ลดลงเหลือ 1,039 บาทต่อเดือน หรือวันละ 34 บาท หรือลดลงราวร้อยละ 5 ซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์ความยากจนระดับนานาชาติ 2.15 ดอลลาร์ต่อวัน หรือวันละประมาณ 80 บาท  

 

 

และจากการติดตามข้อมูลนักเรียนจากครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2566 มีข้อค้นพบ ดังนี้ 

 

  1. ยิ่งการศึกษาระดับสูง โอกาสที่เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้จะได้เรียนต่อก็น้อยลงเรื่อยๆ ปีการศึกษา 2566 มีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษเพียง 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่สามารถศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้สำเร็จ (21,921 คนหรือ 12.46%) ต่ำกว่าค่าสถิติของทั้งประเทศมากกว่า 2 เท่า และ 

 

  1. ช่วงชั้นรอยต่อเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่เด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบมากที่สุด เพราะจำเป็นต้องย้ายสถานศึกษาในช่วงเปิดเทอม และต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เช่น ค่าธรรมเนียมการสมัครเรียน ค่าเดินทางมาสมัครเรียน หรือการเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อ

 

เด็กกลุ่มนี้ต้องผ่านด่านที่เป็นอุปสรรคจำนวนมากจนต้องยอมแพ้ไม่เรียนต่อในที่สุด เช่น ค่าใช้จ่ายในการเข้ามหาวิทยาลัยคิดเป็น 12 เท่าของรายได้นักเรียนยากจนพิเศษ หรือราว 13,200-29,000 บาท กสศ. ได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์นักเรียนยากจนพิเศษที่เข้าศึกษาต่อผ่านระบบ TCAS พบว่าทุนการศึกษาคือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจเรียนต่อ ขณะที่ค่าใช้จ่าย TCAS ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับรายได้ของนักเรียนยากจนพิเศษ การสมัคร TCAS แต่ละรอบ/สาขา หมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น 

 

ด้าน รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) รายงานความพร้อมของเด็กปฐมวัยในการเข้าสู่ประถมศึกษา หรือ School Readiness Survey (SRS) ชี้ว่า ความพร้อมด้านการอ่านและคณิตบางมิติของเด็กปฐมวัยยังน่าเป็นห่วง ควรเร่งช่วยเด็กที่มีปัญหาก่อนสายเกินแก้ เพราะความพร้อมนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าจะเรียนในระดับประถมศึกษาได้ดีแค่ไหน 

 

โดยการสำรวจสถานะความพร้อมเด็กปฐมวัยที่เรียนอยู่ในระดับอนุบาล 3 จำนวน 43,213 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างปีการศึกษา 2562-2565 ถึงแม้จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ในระดับหมวดย่อยของทักษะด้านคณิตศาสตร์อยู่ในระดับที่น่ากังวลมาก เช่น ความพร้อมด้านการต่อรูปในใจ มีจังหวัดจำนวนมากที่มีระดับความพร้อมด้านการต่อรูปในใจต่ำมากร้อยละ 15 ส่วนด้านภาษาพบว่า ความพร้อมด้านความเข้าใจในการฟังอยู่ในระดับที่น่ากังวล มีเด็กปฐมวัยทั่วประเทศถึงร้อยละ 25 ที่มีความเข้าใจในการฟังต่ำมาก 

 

“เราควรโฟกัสเด็กที่ไม่พร้อม (Low-Readiness Children) โดยเฉพาะเด็กที่ขัดสน มีโอกาสขาดความพร้อมสูงกว่า ควรให้ความสำคัญกับเด็กกลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ เพราะเด็กกลุ่มนี้ต้องการความช่วยเหลือ และการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ก็ให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่สูงมากกว่าเด็กกลุ่มอื่น (High Marginal Returns)”

 

ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอ รายงานความพร้อมทุนมนุษย์ในเยาวชนแรงงานช่วงต้น  (Career Readiness Survey) ระบุว่า เครื่องมือนี้สำรวจนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนกว่า 5,200 คน ใน 26 จังหวัด ทั้งหมด 246 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสจำนวน 156 โรงเรียน และโรงเรียนประเภทอื่นๆ จำนวน 91 โรงเรียน 

 

พบว่าทั้งหมดเกิดการสูญเสียความพร้อมด้านอาชีพ (Career Readiness Loss จากการประเมิน Soft Skill ทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์, ทักษะความคิดสร้างสรรค์, ทักษะทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก, ทักษะการแก้ปัญหา, ทักษะความร่วมมือกัน, ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ และทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล ผลที่ได้ต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งหมด ลดลงถึง 30-50% โดยกลุ่มที่มีคะแนนทดสอบต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนจากครัวเรือนยากจน ถ้าเป็นเด็กในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไปจะลดลง 5-15% ดังนั้นถ้าเด็กยากจนกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบการศึกษาจะมีชีวิตที่ลำบากมาก นี่เป็นสภาพของเด็กที่จะเจอปัญหาหนักที่สุด แต่ความสามารถในการรับมือกับปัญหาต่ำที่สุด

 

ดร.เกียรติอนันต์ยังระบุว่า ถ้านำข้อมูลเรื่องความสำเร็จในตลาดแรงงานมาวิเคราะห์จะพบว่า การศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะมีแรงผลักดันเพียงพอทำให้ทุนมนุษย์ของประเทศไทยขยับได้จริงๆ เราต้องส่งทุกคนให้จบ ปวส. หรือมีทักษะเทียบเท่าคนจบ ปวส. ถ้าต่ำกว่านี้เด็กจะไม่หลุดจากกลุ่มก้อนทักษะทุนมนุษย์ระดับล่าง ซึ่งอาจเป็นการยกระดับทักษะให้เทียบเท่า 

 

สำหรับรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาพร้อมข้อเสนอนโยบายฉบับเต็ม สามารถดาวน์โหลดได้ที่: https://www.eef.or.th/publication-28816/ 

 

The post กสศ. เปิดรายงานความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 66 พบเหลื่อมล้ำรุนแรงจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น แนะลงทุนกับมนุษย์ทุกช่วงวัย เพื่อหยุดความยากจนข้ามรุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดร.ไกรยศ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไรให้หนีกำดักความยากจน? | THE STANDARD https://thestandard.co/thestandardnow120966/ Tue, 12 Sep 2023 01:27:53 +0000 https://thestandard.co/?p=840457

ดร.ไกรยศ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไรให้ห […]

The post ชมคลิป: ดร.ไกรยศ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไรให้หนีกำดักความยากจน? | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดร.ไกรยศ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไรให้หนีกำดักความยากจน?

The post ชมคลิป: ดร.ไกรยศ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไรให้หนีกำดักความยากจน? | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ถึงเวลาปฏิรูปการศึกษา เมื่อเด็กหลุดนอกระบบสะท้อนความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาคคือคำตอบ? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow110966/ Mon, 11 Sep 2023 13:19:34 +0000 https://thestandard.co/?p=840399 The Standard NOW

ถึงเวลาปฏิรูปการศึกษา เมื่อเด็กหลุดนอกระบบสะท้อนความเหล […]

The post ชมคลิป: ถึงเวลาปฏิรูปการศึกษา เมื่อเด็กหลุดนอกระบบสะท้อนความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาคคือคำตอบ? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Standard NOW

ถึงเวลาปฏิรูปการศึกษา เมื่อเด็กหลุดนอกระบบสะท้อนความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคคือคำตอบ?

 

พูดคุยกับ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ.

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 11 กันยายน 2566 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ถึงเวลาปฏิรูปการศึกษา เมื่อเด็กหลุดนอกระบบสะท้อนความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาคคือคำตอบ? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสนสิริ และ กสศ. เดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout’ ปีที่ 2 ช่วยเด็กราชบุรีกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 9,311 คน ลุยพันธกิจ ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’ สู่เป้าเด็กหลุดออกนอกระบบต้องเป็น ‘ศูนย์’ https://thestandard.co/sansiri-and-eef-proceed-zero-dropout-project/ Thu, 10 Aug 2023 13:27:08 +0000 https://thestandard.co/?p=828035 ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นในประเ […]

The post แสนสิริ และ กสศ. เดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout’ ปีที่ 2 ช่วยเด็กราชบุรีกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 9,311 คน ลุยพันธกิจ ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’ สู่เป้าเด็กหลุดออกนอกระบบต้องเป็น ‘ศูนย์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย ซึ่งสำหรับ ‘แสนสิริ’ ได้มองเห็นสังคมที่เด็กทุกคนได้รับโอกาสที่ยุติธรรมในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่คำนึงถึงภูมิหลัง

  

เชื่อในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมแห่งความเท่าเทียมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กๆ โดยเฉพาะจากภูมิหลังที่อ่อนแอจะไม่ถูกทอดทิ้งเนื่องจากความท้าทายทางสังคมหรือข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ

  

จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้แสนสิริเดินหน้าต่อยอดโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่ 2 เดินหน้าพันธกิจ ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสมัชชาการศึกษาจังหวัดราชบุรี เพื่อลงลึกถึงการแก้ปัญหาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของระบบโครงสร้างการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ผลักดันสู่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริงได้ในระดับประเทศ

 

และจนปัจจุบันนี้ความคืบหน้าพันธกิจโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ สามารถลดจำนวนเด็กเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา รวมไปถึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้วให้สามารถได้รับการศึกษาและพัฒนาให้มีทักษะการทำงานในโลกยุคใหม่ได้แล้วจำนวน 9,311 คน จากทั้งหมด 10 อำเภอ โดยมีเด็กจำนวนกว่า 200 คนที่ยังไม่เคยได้รับการศึกษาเลย ได้กลับเข้าสู่การเรียน

  

ทิศทางที่ดีขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเริ่มต้นโครงการเมื่อปี 2565 โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ กสศ. ภายใต้เงินสนับสนุนจากการระดมทุนบริจาคช่วยเหลือเด็ก 100 ล้านบาท ในการดำเนินงาน 3 ปี

  

แม้ว่าเงินทุนจะมีความสำคัญ แต่ อภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ย้ำว่า เงินไม่ใช่ความท้าทายเพียงอย่างเดียวที่จะแก้ไขความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา แต่ต้องมองถึงการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ระดับโครงสร้างการศึกษา เพื่อดันไปสู่นโยบายระดับประเทศต่อไปได้

 

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของโครงสร้างการศึกษาที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยระบบที่มีอยู่มักมองข้ามความต้องการที่หลากหลายของเด็กชายขอบ ทำให้หลายคนออกจากระบบการศึกษาในระบบ

  

ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ริเริ่มใช้นวัตกรรมกลไกอาสาสมัครอย่าง ‘3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี’ จากการรวมพลัง 3 กลไกท้องถิ่น ได้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และอาสาสมัครการศึกษา (อส.กศ.) เพื่อฟื้นฟูเด็กๆ ทุกมิติ มุ่งดูแลและฟื้นฟูเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา และทำงานครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ด้านสุขภาพกาย-ใจ การคุ้มครองทางสังคม และโอกาสทางการศึกษา โดยการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน 

  

ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 (สพป.ราชบุรี เขต1) ได้เสริมว่า ทางโรงเรียนมหาราช 7, โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง, โรงเรียนวัดดอนตลุง (ราษฎร์ศรัทธาทาน) ในพื้นที่ สพป.ราชบุรี เขต 1 และโรงเรียนเนกขัมวิทยา สพม.ราชบุรี จะเป็นโรงเรียนนำร่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

  

เพื่อจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์เด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเป็นรายบุคคล และสามารถพัฒนาระบบการศึกษาให้พื้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ Zero Dropout ในอนาคตต่อไป นอกเหนือจากโครงการต้นแบบ ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ แล้ว ทาง กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ยังไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมการศึกษาให้เข้าถึงเด็กทุกคน

  

ท้ายนี้อภิชาติย้ำว่า แสนสิริมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแก้ไขที่หยั่งรากลึกถึงโครงสร้างของสังคมและระบบการบริหารจัดการของประเทศไทย และหวังว่า ‘ราชบุรีโมเดล’ จะเป็นโครงการนำร่องในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบ และสามารถขยายผลต่อในจังหวัดอื่นๆ เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนเพื่อการศึกษาของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

The post แสนสิริ และ กสศ. เดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout’ ปีที่ 2 ช่วยเด็กราชบุรีกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 9,311 คน ลุยพันธกิจ ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’ สู่เป้าเด็กหลุดออกนอกระบบต้องเป็น ‘ศูนย์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสศ. เผยนักเรียนร้อยละ 40 ของครัวเรือนเปราะบาง 1.8 ล้านคน เผชิญปัญหาชีวิตรอบด้าน ต้องมีกลไกให้ผู้ปกครองนักเรียนยากจนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ https://thestandard.co/40-percent-students-life-problems/ Mon, 07 Aug 2023 00:45:06 +0000 https://thestandard.co/?p=826168 กสศ. นักเรียน

วันนี้ (6 สิงหาคม) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื […]

The post กสศ. เผยนักเรียนร้อยละ 40 ของครัวเรือนเปราะบาง 1.8 ล้านคน เผชิญปัญหาชีวิตรอบด้าน ต้องมีกลไกให้ผู้ปกครองนักเรียนยากจนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสศ. นักเรียน

วันนี้ (6 สิงหาคม) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์เสียชีวิตของนักเรียนพร้อมกับบิดาภายในบ้านพักที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่า กสศ. ขอแสดงความเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่สะเทือนใจทุกคน น้องเป็นนักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ปีการศึกษา 2563-2565 และในปีการศึกษา 2566 ทีมคุณครูได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและบันทึกข้อมูลของน้องเข้ามาครบถ้วนแล้วตั้งแต่เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และน้องจะได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจาก สพฐ. ต่อเนื่องจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 

 

 

อย่างไรก็ตาม จากการทำงานร่วมกันระหว่าง กสศ. และ 6 หน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษาตลอด 5 ปีที่ผ่านมาพบสัญญาณที่น่าเป็นห่วงคือ แนวโน้มสถานการณ์ของครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง 1.8 ล้านคน พบว่ากว่าร้อยละ 40 ของนักเรียนผู้รับทุนเสมอภาคและทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนเป็นกลุ่มเปราะบาง เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน นักเรียนต้องอาศัยอยู่กับญาติ ผู้สูงอายุ ผู้ว่างงาน หรือผู้พิการ 

 

 

ดังนั้นการจัดสรรทุนเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนักเรียนในครัวเรือนที่มีความเปราะบางแต่เพียงลำพังจึงไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ทั้งหมด จำเป็นต้องต่อยอดการชี้เป้าหมายนักเรียนทุนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเหล่านี้ไปสู่การบูรณาการความช่วยเหลือด้านสวัสดิการ ทรัพยากรจากชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยงานด้านสุขภาพ สังคม และครอบครัว เข้ามาดูแลเด็ก เยาวชน และครัวเรือนเปราะบางที่มีนักเรียนทุนที่ประสบวิกฤตปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่าเรื่องความยากจน และต้องการความช่วยเหลือในหลายมิติอย่างเร่งด่วน

 

นอกจากนี้ยังมีข้อค้นพบจากการวิจัยของศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กสศ. ซึ่งศึกษาจาก 848 กรณี พบว่าเด็กในกลุ่มวิกฤตการศึกษาจำนวนร้อยละ 73 มีปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่า 1 ปัญหา โยงใยมาที่ครอบครัว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพกายและจิตใจ และสวัสดิภาพความปลอดภัย 

 

จากการเก็บข้อมูลพบว่าครัวเรือนเหล่านี้ตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง มองไม่เห็นโอกาสที่จะหลุดพ้นออกจากวังวนวิกฤตทางการเงิน การว่างงาน ครอบครัว ฯลฯ ทัศนคติเหล่านี้ยังส่งผลลบมาถึงอนาคตทางการศึกษาของบุตรหลานอีกด้วย โดยเมื่อเข้าสู่โปรแกรมช่วยเหลือพบว่าการให้เงินอุดหนุนช่วยเหลืออย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้เด็กพ้นวิกฤตได้ แต่ต้องสนับสนุนให้ครอบครัวมีความสามารถในการอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ด้วย

 

“จากการทำงานที่ผ่านมาของศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กสศ. พบว่าเด็กที่สามารถพ้นวิกฤตได้เป็นเพราะการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น ในการปกป้องคุ้มครองดูแลเด็ก การสนับสนุนให้พ่อแม่สามารถมีอาชีพจนหลุดออกจากกับดักความยากจนข้ามรุ่นได้สำเร็จ และการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์เด็กและครัวเรือน สอดคล้องกับข้อจำกัดในชีวิตของเด็กและเยาวชนแต่ละคน” ดร.ไกรยสกล่าว

 

ดร.ไกรยสชี้ว่า ปัญหาครอบครัวโยงใยทุกมิติ ทั้งวังวนความยากจนข้ามรุ่น การหย่าร้าง ภาวะสิ้นหวังในชีวิตและการใช้ชีวิตเร่ร่อนของพ่อแม่ การใช้ความรุนแรง การถูกทอดทิ้ง รวมทั้งคุณภาพของสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก เช่น การพนัน ยาเสพติด การใช้ความรุนแรง ล้วนมีอิทธิพลต่อความเสี่ยงด้านพฤติกรรมและการศึกษาของเด็กโดยตรง จำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกในสองส่วนคือ หนึ่ง พัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อเด็กและเยาวชน โดยเชื่อมโยงทุกหน่วยงานในระดับชุมชน ท้องถิ่น ให้ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้อง ดูแล คุ้มครองเด็กและเยาวชนในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกายและใจ ครอบครัว สังคม และการศึกษา โดยเฉพาะจากสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพความปลอดภัย ซึ่งส่วนกลางต้องสนับสนุนให้กลไกพื้นที่เข้มแข็ง สอง มีมาตรการให้พ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนยากจนสามารถยืนหยัดขึ้นมาพึ่งพาตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ใช่มาตรการสงเคราะห์เงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวแต่ไม่สามารถแก้ปมปัญหาที่แท้จริงได้

 

 

ที่ผ่านมา กสศ. ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ พัฒนาระบบ ‘อพม. Smart’ เพื่อแจ้งเหตุช่วยเหลือเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาทางสังคม 

 

หากประชาชนพบเห็นเด็กและเยาวชนที่อยู่ในความเสี่ยงได้รับอันตราย ขอให้แจ้งเหตุผ่าน LINE OA ‘ESS Help Me’ หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิงก์ https://lin.ee/GetbF8D เป็นเครือข่ายในการชี้เป้า เฝ้าระวัง ป้องกันเหตุฉุกเฉินทางสังคมให้แก่เด็กและเยาวชนตลอด 24 ชั่วโมงในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีทีมสหวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายด่วน 191 เจ้าหน้าที่หน่วยงานทีม One Home พม. ทุกจังหวัด อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

 

นอกจากนี้ กสศ. สพฐ. กรมสุขภาพจิต ยังได้ร่วมพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนออนไลน์ หรือระบบ OBEC for Care เพื่อสนับสนุนให้เกิดกลไกการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่สอดคล้องกับความต้องการเป็นรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันท่วงที โดยที่ผ่านมาได้เริ่มทดลองนำร่องในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ครอบคลุม 28 เขตพื้นที่การศึกษา มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 1,050 แห่ง และจะขยายการทำงานกับโรงเรียน สพฐ. ทั่วประเทศ 

 

 

The post กสศ. เผยนักเรียนร้อยละ 40 ของครัวเรือนเปราะบาง 1.8 ล้านคน เผชิญปัญหาชีวิตรอบด้าน ต้องมีกลไกให้ผู้ปกครองนักเรียนยากจนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ โชว์ผลงานสร้างระบบหลักประกันโอกาสการศึกษาผ่าน กสศ. ช่วยเด็กยากจน 3.5 ล้านคน ไม่ให้หลุดออกนอกระบบ https://thestandard.co/educational-opportunity-guarantee-system/ Tue, 17 Jan 2023 14:03:41 +0000 https://thestandard.co/?p=738611

วันนี้ (17 มกราคม) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนต […]

The post นายกฯ โชว์ผลงานสร้างระบบหลักประกันโอกาสการศึกษาผ่าน กสศ. ช่วยเด็กยากจน 3.5 ล้านคน ไม่ให้หลุดออกนอกระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มกราคม) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า “ประเด็นหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผม นั่นคือเรื่องการศึกษา ซึ่งตั้งแต่ผมได้เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้มุ่งมั่นดำเนินนโยบายลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษามาตลอด ด้วยการดูแลนักเรียน-นักศึกษาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้อยโอกาส ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)”

 

โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ มีผลการดำเนินงานสำคัญ ดังนี้

 

  1. สร้างระบบหลักประกันโอกาสการศึกษา เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนกว่า 3.5 ล้านคน ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา อีกทั้งมีระบบส่งต่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าภาคบังคับจนถึงอุดมศึกษาหรือสายอาชีพ ซึ่งจะเป็นการขจัดวงจรความยากจนข้ามรุ่นให้หมดสิ้นไป

 

  1. ช่วยเด็กและเยาวชนนอกระบบกว่า 40,000 คน ให้ได้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ การพัฒนาทักษะชีวิต และเสริมสร้างทักษะอาชีพ ที่ตอบโจทย์ชีวิตตามศักยภาพและความถนัดเป็นรายบุคคล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ทุกคน โดยมีงานทำเป็นหลักแหล่ง มีอาชีพที่มั่นคง ลดภาวะการพึ่งพิง และสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้

 

  1. เชื่อมโยงข้อมูลนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อ ผ่านระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่พบว่าเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือจากการคัดกรองนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษของ กสศ. นี้ เมื่อปีการศึกษา 2561 ยังคงได้รับการศึกษาต่อเนื่อง และยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS ในปีการศึกษา 2565 จำนวน 20,018 คน กระจายอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 75 แห่ง ทั่วประเทศ

 

 

“สิ่งที่น่าสนใจคือรายงานของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) ได้จัดทำแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ และประเมินว่านักศึกษาทั้ง 20,018 คนนี้เมื่อเรียนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จะเกิดประโยชน์เฉพาะตัวในทันที คือการมีอาชีพและสร้างรายได้เลี้ยงชีพ-เลี้ยงครอบครัว ซึ่งจะต่อยอดไปสู่ประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นถึง 66,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 3.3 ล้านบาทต่อคน เกิดโอกาสหารายได้ที่สูงขึ้นกว่าการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายอย่างมาก” พล.อ. ประยุทธ์ระบุ

 

ซึ่งถ้าหากจะคำนวณต้นทุนในการศึกษาจนสำเร็จระดับปริญญาตรีโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 8,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410,000 บาทต่อคน แต่ได้ผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจมากกว่า 7 เท่า ซึ่งนับว่าสูงมาก เทียบเคียงได้กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า

 

“แต่ที่ผมเห็นว่าสำคัญกว่านั้นคือความคุ้มค่าในเชิงสังคม เพราะนอกจากจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขจัดมรดกความยากจนข้ามรุ่นแล้ว ยังเสริมสร้างสมรรถนะทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้สูงขึ้น ตอบโจทย์การพัฒนาในอนาคตอีกด้วย นี่คือสิ่งที่ผมมุ่งมั่นผลักดันนโยบายต่างๆ มาตลอด ทั้งหมดก็เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานของเราครับ”

 

 

ขณะที่ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า โครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาค เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาลผ่านการทำงานของ กสศ. ความก้าวหน้าสำคัญที่ผ่านมาตั้งแต่ในปีการศึกษา 2561 จนถึงปัจจุบัน จากภาพรวมของสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และความคุ้มค่าในการลงทุนที่ตอบโจทย์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต

 

คณะกรรมการบริหาร กสศ. จึงได้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแผนการใช้เงินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงินงบประมาณจำนวน 7,985,786,100 บาท เพื่อลดผลกระทบทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย กสศ. ได้เตรียมแผนเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนทุนเสมอภาคให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ 1.3 ล้านคน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพประชาชนและอัตราเงินเฟ้อต่อไป

The post นายกฯ โชว์ผลงานสร้างระบบหลักประกันโอกาสการศึกษาผ่าน กสศ. ช่วยเด็กยากจน 3.5 ล้านคน ไม่ให้หลุดออกนอกระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>