โอลิมปิกฤดูหนาว พย็องชัง 2018 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โอลิมปิกฤดูหนาว-พย็องชั/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 07 Aug 2023 04:25:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 โอลิมปิก มหกรรมกีฬาที่ทำลายกำแพงแห่งสงครามเย็นในปี 1989 ที่เยอรมนี และ 2018 ที่เกาหลี https://thestandard.co/olympics-bring-peace-to-germany-korean/ https://thestandard.co/olympics-bring-peace-to-germany-korean/#respond Fri, 27 Apr 2018 13:06:58 +0000 https://thestandard.co/?p=87210

เช้าของวันที่ 27 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย ประชาชนโลกได้ต […]

The post โอลิมปิก มหกรรมกีฬาที่ทำลายกำแพงแห่งสงครามเย็นในปี 1989 ที่เยอรมนี และ 2018 ที่เกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าของวันที่ 27 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย ประชาชนโลกได้ตื่นขึ้นมาพบกับภาพประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของการเมืองโลก เมื่อได้เห็นภาพการรายงานสดจากสำนักข่าวใหญ่ทั่วโลกขึ้นบนหน้าฟีดเฟซบุ๊กเป็นภาพเดียวกัน

 

 

ภาพที่เราได้เห็น คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จับมือกับ มุนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่เขตแดนที่แบ่งเขตเหนือ-ใต้ (เส้นขนานที่ 38) ก่อนที่จะเดินทางเข้าร่วมประชุมที่เรือนสันติภาพ (Peace House) ที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านปันมุนจอมในเขตปลอดทหาร (DMZ) ฝั่งเกาหลีใต้ สร้างความหวังให้กับผู้คนที่รอคอยวันที่สองประเทศนี้พบเจอกับสันติภาพ และตัดคำว่าเหนือและใต้ให้เหลือเกาหลีเพียงหนึ่งเดียว

 

 

แต่ทั้งหมดนี้ หากจะหยิบยกสถานการณ์หนึ่งที่นำพาผู้นำทั้งสองก้าวข้ามเส้นสัญลักษณ์แห่งความขัดแย้งที่แบ่งกันผู้คนในประเทศเดียวกันมาเป็นเวลากว่า 50 ปี อาจต้องกลับไปที่การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่นครพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

แน่นอน ภาพความประทับใจระหว่างการแข่งขันในปีนั้น เราได้เห็นธงเกาหลีเดียว หรือ Korean Unification Flag ที่โบกสะบัดเหนือนักกีฬา 92 ชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งหนึ่งในทีมที่เข้าร่วมในปีนั้นเป็นหัวข้อที่คนทั่วโลกพูดถึง นั่นคือฮอกกี้หญิงทีมชาติเกาหลี ซึ่งรวมนักกีฬาจากทั้งสองประเทศมาลงแข่งขันภายใต้ธง Korean Unification Flag

 

 

ด้วยความภาคภูมิใจที่กีฬาโอลิมปิกสามารถเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ เหมือนกับการแข่งขันในสมัยโบราณที่นำพารัฐต่างๆ ในกรีกเข้ามาแข่งขันพร้อมกับสนธิสัญญายุติสงครามระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก มาถึงวันนี้กีฬาโอลิมปิกได้เข้าถึงแก่นสารของมหกรรมอีกครั้ง โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ได้กล่าวถึงความร่วมมือที่พย็องชังไว้ว่า

 

 

“เราแข็งแกร่งกว่าพลังที่พยายามจะสร้างความขัดแย้งระหว่างพวกเรา”

 

ภาพความประทับใจในครั้งนั้นใช้เวลาเดินทางผ่านการต่อต้านจากภายในประเทศเกาหลีใต้เองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจากเยาวชนภายในประเทศ​ซึ่งมองว่าเกาหลีใต้ยอมอ่อนข้อให้กับเกาหลีเหนือมากเกินไป และมีความเชื่อว่าเกาหลีเหนือจะใช้โอกาสในโอลิมปิกครั้งนี้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ต่อประชากรโลกผ่านการแข่งขันมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยคะแนนความนิยมของมุนแจอินตกต่ำลงจนเหลือเพียง 67% ซึ่งนับว่าเป็นคะแนนต่ำที่สุดที่เขาเคยได้รับจากโพล Gallup Korea

 

ซึ่งประชาชนชาวเกาหลีใต้ก็มีบทเรียนจากโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี 1988 มาแล้ว เมื่อพวกเขาเชิญชวนให้เกาหลีเหนือมาเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขัน ซึ่งนอกจากเกาหลีเหนือจะปฏิเสธแล้ว 10 เดือนก่อนการแข่งขัน คิมฮยุนฮี สายลับของเกาหลีเหนือ ยังได้วางระเบิด Korean Air และฆ่าผู้โดยสาร 115 คนบนเครื่อง โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่จะเดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย

 

 

โอลิมปิกในปี 1988 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความห่างเหินระหว่างสองประเทศทั้งทางสังคม วัฒนธรรม และการเมือง แต่จุดสำคัญของปี 1988 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในบริบทของการเมืองโลกในช่วงท้ายของสงครามเย็น

 

ในโอลิมปิกฤดูร้อนสองครั้งก่อนหน้านั้นที่มอสโก รัสเซีย และลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ต่างฝ่ายต่างรณรงค์ให้ชาติพันธมิตรบอยคอต ไม่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศฝั่งตรงข้ามเป็นเจ้าภาพ แต่โอลิมปิกในปี 1988 ที่เกาหลีใต้ ทุกชาติที่เคยบอยคอตต่างพร้อมใจเดินทางเข้าร่วมแข่งขันที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ทำให้โอลิมปิกในครั้งนั้นนับเป็นโอลิมปิกที่มีจำนวนชาติเข้าร่วมมากที่สุดในยุคสงครามเย็น

 

และปีต่อมากำแพงเบอร์ลินก็พังทลายลง ยุติการแบ่งแยกของเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกที่ก่อกำเนิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่นกัน ไม่นานหลังจากนั้น สหภาพโซเวียตก็ล่มสลาย

 

“ถ้าจะเปรียบว่าสงครามเย็นยุติลงที่โอลิมปิกในกรุงโซลก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ผิดนัก” ลีโอยัง ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก ปี 1988 ที่กรุงโซล ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times

 

ลีโอยังที่เลือกใช้สโลแกนพิธีเปิดในปี 1988 ว่า Beyond the Wall หรือเหนือกำแพง เชื่อว่าพลังของความคิดสร้างสรรค์สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้

 

“ที่พย็องชัง โอลิมปิก ปี 2018 อาจสร้างความเซอร์ไพรส์แบบที่ไม่มีใครคาดฝันได้ นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์เหมือนโอลิมปิกที่กรุงโซลเมื่อปี 1988 เพราะหลังจากโอลิมปิกครั้งนั้น เราได้พบกับสงครามเย็นสมัยใหม่ และที่พย็องชัง เราอาจได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ก็เป็นได้”

 

เยอรมนีตะวันออกและตะวันตกกับการรวมชาติผ่านโอลิมปิก

 

 

แน่นอนว่าการแข่งขันกีฬาไม่ใช่เครื่องมือและสาเหตุเดียวที่ช่วยให้เยอรมนีสามารถทลายกำแพงที่ตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลินได้สำเร็จ

 

เยอรมนีไม่ต่างกับเกาหลีที่ถูกพิษของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จบลงในปี 1945 แบ่งแยกประเทศพวกเขาออกเป็นสองฝั่ง ในปี 1949 ฝ่ายสัมพันธมิตร ฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐฯ ได้ให้พื้นที่เยอรมนีตะวันตกภายใต้ชื่อ Federal Republic of Germany ปกครองตนเอง ขณะที่เยอรมนีตะวันออกถูกปกครองโดยสหภาพโซเวียต ภายใต้ชื่อ Germany Democratic Republic ซึ่งทั้งสองประเทศถูกแบนไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกในปี 1948

 

โอลิมปิกสำหรับพวกเขาในเวลานั้นคือการกลับสู่สถานะการยอมรับในฐานะประเทศและการกลับสู่การใช้ชีวิตอย่างปกติ แต่ทั้งสองชาติก็ไม่ได้มีความไว้วางใจกัน โดยฝั่งตะวันตกมองว่าหากให้การยอมรับทีมจากตะวันออกคือการให้สถานะปกติกับเยอรมนีตะวันออก และเฉลิมฉลองการเติบโตของลัทธิคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น

 

ในปี 1951 เยอรมนีตะวันตกได้ก่อตั้งคณะกรรมการโอลิมปิกของตนเองขึ้นมา โดยมีข้อกำหนดว่าพวกเขาต้องขอโทษต่อเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

ในเวลาเดียวกัน เยอรมนีตะวันออกก็พยายามจะทำสิ่งเดียวกัน แต่กลับสร้างความขัดแย้งทางการเมืองโลกในทันที และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ก็ตัดสิทธิ์ไม่รับรองคณะกรรมการของพวกเขาในทันที เนื่องจากมีเยอรมนีตะวันตกอยู่ในคณะกรรมการแล้ว และสุดท้าย IOC ก็อนุญาตให้เยอรมนีตะวันออกเข้าร่วมแข่งขันได้ แต่ต้องภายใต้ธงเยอรมนีเดียวเท่านั้น

 

สุดท้ายในปี 1955 เยอรมนีตะวันออกก็ตัดสินใจยอมเข้าร่วมแข่งขันในฐานะทีมเดียวกัน จนพวกเขาได้ลงแข่งขันภายใต้ธงเดียวกันอย่างเป็นทางการในปี 1956 ซึ่ง เอเวอรี บรันดิจ ประธาน IOC ในเวลานั้นมองว่านี่คือชัยชนะของกีฬาเหนือการเมือง

 

“วงการกีฬาได้ทำในสิ่งที่นักการเมืองล้มเหลวตลอดมา”

 

พวกเขาลงแข่งขันภายใต้ธงเยอรมนีเดียวกันในโอลิมปิกฤดูร้อนและฤดูหนาวในปี 1956, 1960 และ 1964 แต่ในช่วงเวลานั้นก็ได้มีการกลั่นแกล้งระหว่างสองประเทศ ทั้งการไม่ออกวีซ่าให้อีกฝั่งไปร่วมแข่งขันและการกีดกันต่างๆ จนสุดท้ายในปี 1968 คณะกรรมการโอลิมปิกสากลก็รับรองเยอรมนีตะวันออกเป็นอีกชาติที่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ และความขัดแย้งระหว่างสองฝั่งของเยอรมนีก็เข้มข้นขึ้นผ่านการแข่งขันโอลิมปิกอย่างต่อเนื่อง

 

โอลิมปิกสุดท้ายที่พวกเขาลงแข่งขันในฐานะตะวันออกและตะวันตกก็คือปี 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพราะหลังจากนั้นเพียงปีเดียว กำแพงเบอร์ลินก็ล่มสลายลงไปพร้อมกับสหภาพโซเวียตในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

 

 

การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินทำให้แฟนกีฬาทั่วโลกตื่นเต้นกับศักยภาพของทีมเยอรมนีที่รวมตัวเป็นหนึ่งทีม โดยเฉพาะ ฟรานซ์ อันทอน เบคเคนบาวเออร์ กุนซือทีมเยอรมนีตะวันตก เชื่อมั่นว่าเยอรมนีจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากหากพวกเขาร่วมสองชาติเข้าด้วยกัน โดยฝั่งตะวันออกจะมีนักเตะอย่าง มัทธีอัส ซามเมอร์, อูล์ฟ เคิร์สเตน และโทมัส ดอลล์ มารวมทีมกับ เยอร์เกน คลินส์มัน และโลธาร์ มัทเธอุส

 

ซึ่งการรวมชาติและรวมทีมของพวกเขาก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีศักยภาพมากขึ้นขนาดไหน โดยเฉพาะในฟุตบอลโลกที่คว้าแชมป์ไปแล้วถึง 4 สมัย

 

กีฬากับการเมืองเป็นสิ่งที่หลายคนไม่อยากให้มาเกี่ยวข้องกันด้วยเหตุผลที่ว่า ในบางครั้งความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบต่อโอกาสเข้าร่วมแข่งขันของนักกีฬาในประเทศนั้นๆ รวมถึงยังเป็นสิ่งที่ทำลายความสวยงามของการแข่งขันภายใต้กฎกติกามารยาทของความเป็นนักกีฬาที่รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

 

แต่ในขณะเดียวกันที่หลายคนบอกว่าการเมืองมีอิทธิพลเหนือกีฬานั้น ในทางกลับกัน วันนี้กีฬาได้พิสูจน์ให้โลกเห็นอีกครั้งว่าพลังของการแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกก็สามารถมีพลังเหนือความขัดแย้งหรือการเมืองได้เช่นกัน

 

Photo: AFP

อ้างอิง:

The post โอลิมปิก มหกรรมกีฬาที่ทำลายกำแพงแห่งสงครามเย็นในปี 1989 ที่เยอรมนี และ 2018 ที่เกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/olympics-bring-peace-to-germany-korean/feed/ 0
รูดม่านปิดฉากโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 https://thestandard.co/pyeongchang-2018-olympic-winter-games-closing-ceremony/ https://thestandard.co/pyeongchang-2018-olympic-winter-games-closing-ceremony/#respond Mon, 26 Feb 2018 12:20:27 +0000 https://thestandard.co/?p=73346

The post รูดม่านปิดฉากโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post รูดม่านปิดฉากโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pyeongchang-2018-olympic-winter-games-closing-ceremony/feed/ 0
เกาหลีเหนือแบะท่าพร้อมเจรจา แต่สหรัฐฯ ยื่นข้อแม้ต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ https://thestandard.co/white-house-talks-with-north-korea-must-lead-to-ending-nuclear-program/ https://thestandard.co/white-house-talks-with-north-korea-must-lead-to-ending-nuclear-program/#respond Mon, 26 Feb 2018 03:01:23 +0000 https://thestandard.co/?p=73121

สหรัฐอเมริกายื่นคำขาดจะยอมเจรจากับเกาหลีเหนือก็ต่อเมื่อ […]

The post เกาหลีเหนือแบะท่าพร้อมเจรจา แต่สหรัฐฯ ยื่นข้อแม้ต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สหรัฐอเมริกายื่นคำขาดจะยอมเจรจากับเกาหลีเหนือก็ต่อเมื่อเปียงยางรับเงื่อนไขปลดอาวุธนิวเคลียร์ในท้ายที่สุดเท่านั้น หลังเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือแย้มพร้อมหันหน้าเข้าพูดคุยกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีให้ดีขึ้น

 

ก่อนที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ จะปิดฉากลงเมื่อวานนี้ คณะผู้แทนจากเกาหลีเหนือได้พบหารือกับประธานาธิบดีมุนแจอินของเกาหลีใต้ โดยฝ่ายเกาหลีเหนือได้แสดงเจตนารมณ์พร้อมเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

 

อย่างไรก็ตามล่าสุดทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ระบุว่า จะจับตาดูเกาหลีเหนือไปก่อนว่าพวกเขาเปิดกว้างสำหรับเงื่อนไขปลดอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือเคยยืนกรานว่าจะไม่ยอมรับข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น

 

ท่าทีผ่อนปรนยอมเจรจาของเกาหลีเหนือมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ต่อเกาหลีเหนือ โดยพุ่งเป้าไปยังบริษัท 27 แห่งที่ตั้งอยู่ในเกาหลีเหนือ, ฮ่องกง, จีน, ไต้หวัน, ปานามา และสิงคโปร์ เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

 

ทั้งนี้เกาหลีเหนือพยายามใช้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเวทีหยั่งเชิงเพื่อกรุยทางสู่การเจรจาทางการทูต หลังจากที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดมานานกว่า 1 ปี สืบเนื่องจากเกาหลีเหนือได้ทดลองยิงขีปนาวุธหลายครั้ง รวมถึงทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6

 

อ้างอิง:

The post เกาหลีเหนือแบะท่าพร้อมเจรจา แต่สหรัฐฯ ยื่นข้อแม้ต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/white-house-talks-with-north-korea-must-lead-to-ending-nuclear-program/feed/ 0
ยูซุรุ ฮานิว เจ้าชายแห่งวงการสเกตน้ำแข็ง https://thestandard.co/yuzuru-hanyu-japanese-figure-skater/ https://thestandard.co/yuzuru-hanyu-japanese-figure-skater/#respond Tue, 20 Feb 2018 08:20:10 +0000 https://thestandard.co/?p=71810

The post ยูซุรุ ฮานิว เจ้าชายแห่งวงการสเกตน้ำแข็ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ยูซุรุ ฮานิว เจ้าชายแห่งวงการสเกตน้ำแข็ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yuzuru-hanyu-japanese-figure-skater/feed/ 0
“ผมต้องชนะ!” ยูซุรุ ฮานิว เจ้าชายแห่งวงการสเกตน้ำแข็ง ผู้ป้องกันเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกในรอบ 66 ปี https://thestandard.co/yuzuru-hanyu/ https://thestandard.co/yuzuru-hanyu/#respond Mon, 19 Feb 2018 12:02:49 +0000 https://thestandard.co/?p=71649

    การก้าวขึ้นไปสู่ที่หนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ […]

The post “ผมต้องชนะ!” ยูซุรุ ฮานิว เจ้าชายแห่งวงการสเกตน้ำแข็ง ผู้ป้องกันเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกในรอบ 66 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

การก้าวขึ้นไปสู่ที่หนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ยาก แต่การจะรักษาตำแหน่งที่หนึ่งไว้ได้เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า โดยเฉพาะในแวดวงกีฬาที่การแข่งขันนับวันจะยิ่งเข้มข้นและดุเดือดขึ้น

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีผู้กล้าที่ก้าวขึ้นมาท้าทายขีดจำกัดของความเป็นไปได้และยกระดับการแข่งขันให้สูงขึ้นไปอีกขั้น เหมือนกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในคร้ังนี้ที่มีเรื่องราวความสำเร็จมากมายเกิดขึ้น

 

หนึ่งในนั่นคือเทพบุตรของวงการสเกตน้ำแข็งญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า ยูซุรุ ฮานิว ที่สามารถป้องกันแชมป์สเกตลีลาในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวได้เป็นคนแรกในรอบ 66 ปี

 

 

‘มีเกียรติ ทรงพลัง และงดงาม’ ความคาดหวังจากครอบครัวของฮานิวตั้งแต่แรกเกิด

ฮานิวเกิดและโตที่เซนได ประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อของเขามีความหมายว่า ‘เชือกธนูที่ถูกดึงให้ตึง’ ซึ่งหมายถึงความมั่นใจ ความแข็งแกร่ง และความตรงไปตรงมา โดยพ่อของเขาตั้งชื่อนี้ให้เพราะต้องการให้เขาเป็นคนที่ทำงานหนักและมีจิตใจที่เข้มแข็ง ครอบครัวของเขาต้องการให้ฮานิวใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แต่มีเกียรติ ทรงพลัง และงดงาม

 

ในวัยเพียง 4 ขวบ เขาเริ่มต้นเล่นสเกตกับพี่สาวที่ลานน้ำแข็งใกล้บ้าน และด้วยวัยเพียง 11 ปี เขาได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป้าหมายของเขาคือเหรียญทองโอลิมปิก

 

 

“เป้าหมายของผมคือเหรียญทองโอลิมปิก ผมก็ยังไม่แน่ใจนะว่าจะไปถึงหรือเปล่า” ฮานิวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อปี 2006

 

ฮานิวเป็นเด็กที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ตั้งแต่วัยเด็ก ความสำเร็จในครั้งแรกของเขาจึงได้มาอย่างรวดเร็วด้วยอายุเพียง 15 ปี เขาคว้าแชมป์จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนส์ชิพ ในการแข่งขันสเกตลีลา

 

“ผมต้องการที่จะทำงานหนักทุกวันและพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ”

 

การกระโดดท่า Quad ขั้นบันไดสู่ความสำเร็จของฮานิว

สนามแล้วสนามเล่าที่เขาฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งความฝันสู่เหรียญทองโอลิมปิกและเป้าหมายที่ต้องการกระโดดท่า Quad หรือการกระโดดหมุนในอากาศได้ 4 ครั้ง สุดท้ายความพยายามอย่างหนักได้นำพาเขาไปสู่เวทีโอลิมปิกครั้งแรกในชีวิตที่โซชิเกมส์ 2014 ประเทศรัสเซีย และการแข่งขันครั้งนี้เองคือเวทีแรกที่ทำให้ทั่วโลกได้เห็นผลงานของการฝึกซ้อมและทำงานอย่างหนักของเขา

 

 

จากการฝึกซ้อมกระโดดท่า Quad อย่างหนัก ท่านี้กลายเป็นท่าสำคัญที่ช่วยทำคะแนนส่งให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายใหญ่ในชีวิต เขาแสดงผลงานได้อย่างไร้ที่ติจนสามารถทำคะแนนรวมได้ 101.45 คะแนนในการแข่งขันประเภท Short Program

 

ในวันต่อมาสำหรับการแข่งขันประเภท Free Program ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ผ่านการคัดตัวจากรอบ Short Program ความเย็นของพื้นน้ำแข็งได้เข้าถึงสภาวะจิตใจของเขา ด้วยความพยายามที่จะกระโดดท่า Quad ที่เขาทำได้อย่างดีเยี่ยมในรอบ Short Program แต่สุดท้ายเขากลับพลาดล้มลงระหว่างพยายามที่จะกระโดดแบบ Triple Flip แม้ว่าจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่สุดท้ายเขาทำคะแนนได้ 178.64 คะแนน และความฝันของเขาก็กลายเป็นจริงด้วยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกแรกในชีวิต ซึ่งยังนับเป็นเหรียญทองโอลิมปิกแรกสำหรับนักกีฬาจากเอเชียที่สามารถคว้าแชมป์สเกตลีลาชายในการแข่งขันโอลิมปิกอีกด้วย

 

แม้ว่าความฝันของเขาได้กลายเป็นจริงแล้ว แต่บทสัมภาษณ์ของเขาหลังจบการแข่งขันยังแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถแสดงผลงานที่ดีที่สุดออกมาได้ในเวทีโอลิมปิก

 

“ความรู้สึกของผมคือผมแพ้ให้กับตัวเอง ผมได้เรียนรู้อีกครั้งว่าเวทีนี้มันยากขนาดไหน”

 

ความคิดของเขาที่มีให้กับตัวเองในวันนั้นไม่ใช่การเฉลิมฉลองความสำเร็จที่เขาทำได้ในวัยเพียง 19 ปี สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาคือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและหนทางที่จะแก้ไขมัน เขาได้สัญญากับตัวเองว่าจะยกระดับความสามารถของตัวเองเพื่อพัฒนาศักยภาพให้พร้อมสำหรับมหกรรมการแข่งขันครั้งต่อๆ ไป

 

และนั่นคือสิ่งที่เขาได้ทำในปี 2015 ในการแข่งขัน NHK Trophy Free Skate การแข่งขันในครั้งนั้นเขาทำผลงานได้อย่างเพอร์เฟกต์ ไม่มีข้อผิดพลาด และนอกจากจะคว้าแชมป์รายการนั้นแล้ว เขายังทำคะแนนได้สูงที่สุดในโลกในคะแนนรวมจากรอบ Short และ Free Program รวมกัน 322.40 คะแนน ด้วยวัยเพียง 20 ปี

 

1 ปีต่อมา เขาก็สามารถคว้าแชมป์ Grand Prix Final ด้วยวัยเพียง 21 ปี แต่เป้าหมายของเขาต่อจากนี้คือการป้องกันแชมป์สเกตลีลาชายในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2018 และเขารู้ตัวดีว่าการกระโดดท่า Quad ทั้ง Toe Loop และ Salchow ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่นักกีฬาหลายๆ คนเริ่มทำได้อาจไม่เพียงพอที่จะการันตีชัยชนะของเขาได้ ฮานิวจึงเริ่มมองหาความท้าทายใหม่ในการยกระดับความสามารถของเขา นั่นคือการกระโดดท่า Quad Loop

 

 

“ผมคิดว่าการกระโดดท่า Quad Loop เป็นหนทางของทุกคนในเวลานี้ เด็กรุ่นใหม่ที่ขึ้นมาย่อมต้องการพัฒนาตัวเองด้วย แม้กระทั่งนักสเกตรุ่นเดียวกับผมที่แข่งขันในรุ่นเดียวกันก็เตรียมพัฒนาการกระโดดท่า Quad ขึ้นไปอีก” ฮานิวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในเวลา 2 ปีครึ่งก่อนการแข่งขันโอลิมปิกที่พย็องชัง

 

และด้วยท่า Quad Loop ที่เขาฝึกฝนอย่างหนักจนสามารถทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ บวกกับการผสมผสานกับท่ากระโดดอื่นๆ เขาก็คว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 2 ในปี 2017 หลังจากที่คว้าไปครั้งแรกในปี 2014 และได้ยกระดับการแข่งขันให้สูงขึ้นไปอีก ขณะที่เหลือเวลาเพียง 10 เดือนก่อนถึงมหกรรมโอลิมปิก

 

แต่คู่แข่งของเขาก็ไม่ได้หยุดพัฒนาเช่นกัน นักกีฬาหลายๆ คนอย่าง นาธาน เฉิน นักเกตลีลาชาวอเมริกันที่ทำคะแนนสูงสุดสำหรับการกระโดดท่าหมุน หรือ Quad Lutz ที่ยากที่สุด และท่า Quad Flip ที่ยากรองลงมาเป็นอันดับที่ 2 เมื่อปี 2016 รวมถึงนักกีฬาอีกหลายคนที่สามารถกระโดดท่ายากกว่าฮานิวได้สร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่องให้กับแชมป์เก่า

 

ฮานิวได้เตรียมตัวและวางแผนอย่างหนักก่อนจะสรุปเป้าหมายออกมาได้ว่า หากเขาต้องการกลับมาเป็นที่หนึ่ง เขาต้องท้าทายการกระโดดท่ายากที่สุด นั่นคือ Quad Lutz

 

“ถ้าผมต้องการชนะแบบขาดลอย ผมต้องทำผลงานให้ได้ในระดับนี้ ถ้าผมไม่สามารถชนะแบบขาดลอย ผมคงไม่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้

 

“นักสเกตหลายคนเริ่มพัฒนาทักษะใหม่ๆ และเมื่อผมเห็นการแข่งขันแบบนี้ ผมรู้สึกมีแรงบันดาลใจมาก ผมไม่กลัวนะ ความรู้สึกผมจริงๆ คือขอบคุณพวกเขาสำหรับการแข่งขันที่เป็นมิตร”

 

นอกจากวิธีคิดแล้ว อีกหนึ่งอาวุธลับของเขาคือการจดบันทึกข้อผิดพลาดและเป้าหมายที่ต้องการทำผลงานของตัวเองให้ดีกว่าเมื่อวานเสมอ ฮานิวมีสมุดบันทึกแผนการพัฒนาของเขาตั้งแต่วัยเด็ก และเขานำข้อมูลเหล่านี้มาศึกษาเพื่อทำความเข้าใจ

 

“เมื่อใดก็ตามที่ผมทำผลงานได้ไม่ดีและไร้ทางออก ผมจะกลับไปดูคำพูดของผมก่อนหน้านี้ ผมจะศึกษามันและพยายามต่อไป”

 

ซึ่งข้อคิดที่เขามักกลับไปอ่านเสมอคือเหตุการณ์ในวันที่ 26 ตุลาคม ปี 2012 คำนี้ถูกเขียนโดยปากกาสีทองเหมือนสีของเหรียญผู้ชนะในการแข่งขันโอลิมปิกว่า

 

“ผมต้องชนะอย่างแน่นอน”

 

เบื้องหลังคำนี้เกิดขึ้นจากการที่เขาจบอันดับที่ 2

 

“ผมแพ้และหงุดหงิดมากจนไม่สามารถทำอะไรได้ ผมจึงเขียนคำนี้ลงไปพร้อมความรู้สึกหงุดหงิดมาก ทุกความรู้สึกในตอนนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือที่คุณเห็นอยู่บนหน้ากระดาษนี้”

 

5 เดือนก่อน กับอุปสรรคก่อนการแข่งขันโอลิมปิก

หนทางสู่ความเป็นที่หนึ่งอีกครั้งของฮานิวต้องหยุดลงในช่วงเวลาเพียง 5 เดือนก่อนการแข่งขันโอลิมปิก เมื่อเขาเริ่มรู้สึกถึงอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าขวา ขณะพยายามฝึกซ้อมกระโดดท่า Quad ซึ่งเป็นท่าที่เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บมากที่สุด

 

อาการบาดเจ็บนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเขาอย่างหนัก เนื่องจากครั้งที่แล้วที่เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าขวาจนทำให้เขาต้องหยุดสเกตถึง 2 เดือนครึ่ง และเวลาที่เหลือเพียง 5 เดือนก่อนโอลิมปิกดูจะไม่เพียงพอสำหรับการฝึกซ้อมที่ต้องผลักดันขีดจำกัดของร่างกายเพื่อความเป็นที่สุดของโลก แต่ฮานิวก็ไม่ยอมแพ้ และในช่วงเวลา 4 เดือนก่อนโอลิมปิก ในการแข่งขัน Rostelecom Cup 2017 เขาก็สามารถกระโดดท่า Quad Lutz ที่ยากที่สุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

 

และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเขาพยายามที่จะกระโดดท่า Quad Lutz ในระหว่างการฝึกซ้อมก่อนแข่งขัน NHK Trophy 2017 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 3 เดือนก่อนการแข่งขันโอลิมปิก

 

 

เขาล้มลงต่อหน้าคู่แข่งและสื่อมวลชนที่อยู่ในสนาม แต่ว่าครั้งนี้เขาไม่สามารถลุกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มได้เหมือนครั้งก่อนๆ สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเจ็บปวด ก่อนจะพยายามเช็กความเจ็บปวดที่ข้อเท้าขวา และเดินออกจากลานสเกตไปพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล จนสุดท้ายเขาต้องถอนตัวจากการแข่งขันในรายการนั้นจากอาการกระดูกและเอ็นข้อเท้าอักเสบ

 

แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงเดือน ทางญี่ปุ่นก็ได้ประกาศชื่อเขาเป็นหนึ่งในตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิก 2018 ที่พย็องชัง เป็นการส่งสัญญาณว่าฮีโร่ของพวกเขาได้กลับมาแล้ว


และเขาก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ด้วยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกด้วยคะแนนรวม 317.85 คะแนน และกลายเป็นนักกีฬาคนแรกที่ป้องกันแชมป์สเกตชายได้ในรอบ 66 ปี

 

 

แฟนกีฬาทั้งสนามร่วมฉลองความสำเร็จของเขาด้วยการโยนตุ๊กตาหมีพูห์ลงสนาม เนื่องจากเป็นตุ๊กตาที่เขามักจะพกพาไปด้วยในทุกการแข่งขัน และเขามักจะจับตุ๊กตานั่งหันหน้าเข้าสนามเพื่อให้หมีพูห์ได้เห็นเขาทำในสิ่งที่เขาชื่นชอบที่สุด นั่นก็คือการแสดงศักยภาพที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาทุกครั้งที่ก้าวลงสนาม

 

 

แม้ว่าสเกตน้ำแข็งอาจเป็นกีฬาที่อยู่ไกลตัวจากคนไทย แต่เรื่องราวของฮานิว นักสเกตลีลาที่ถูกสื่อญี่ปุ่นยกย่องให้เป็นหนึ่งในฮีโร่ของประเทศไปแล้ว ได้แสดงให้เห็นว่าภาษาของความสำเร็จไม่มีกำแพงกั้น แต่จะมีเพียงแค่คนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และต้องการที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจมันได้

 

 

ฮานิวในวันที่กลายเป็นคนแรกที่ป้องกันแชมป์รายการนี้ได้ในรอบ 66 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเผยถึงแง่คิดการยกระดับผลงานบนลานน้ำแข็งของเขาไว้ว่า

 

“ทุกคนคิดหาวิธีที่จะเอาชนะแชมป์โลกและพัฒนาทักษะของพวกเขาให้ดีขึ้น แต่ถ้าแชมป์โลกคนนั้นยกระดับฝีมือของเขาขึ้นไป ทุกคนก็จะยกระดับความสามารถตาม และผมเชื่อว่าการแข่งขันจะพัฒนาไปตามระบบนี้ การพัฒนาตัวเองคือสิ่งที่ผมต้องทำตอนนี้ และสิ่งที่ผมต้องการที่จะทำต่อไป”

 

 

Photo: AFP

อ้างอิง:

The post “ผมต้องชนะ!” ยูซุรุ ฮานิว เจ้าชายแห่งวงการสเกตน้ำแข็ง ผู้ป้องกันเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกในรอบ 66 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yuzuru-hanyu/feed/ 0
Pornhub เผยยอดเข้าใช้เว็บไซต์ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นช่วงโอลิมปิกฤดูหนาว https://thestandard.co/pornhub-more-visit-in-pyeongchang-2018-olympic-winter-games/ https://thestandard.co/pornhub-more-visit-in-pyeongchang-2018-olympic-winter-games/#respond Sat, 17 Feb 2018 07:20:09 +0000 https://thestandard.co/?p=71259

จากข่าวก่อนหน้าที่โอลิมปิกฤดูหนาวที่พย็องชัง ประเทศเกาห […]

The post Pornhub เผยยอดเข้าใช้เว็บไซต์ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นช่วงโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากข่าวก่อนหน้าที่โอลิมปิกฤดูหนาวที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ มีรายงานทั้งการแจกถุงยางอนามัยมากที่สุดในโลกที่ 110,000 ชิ้น ต่อด้วยรายงานข่าวการใช้ #LoveHappens กับการใช้แอปพลิเคชัน Tinder ในการหาคู่ระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกที่ขึ้นชื่อว่าหนาวที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยจัดมา

 

โดยปกติแล้ว Pornhub เว็บไซต์หนัง 18+ ชื่อดังจะทำการวิเคราะห์สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ระหว่างมหกรรมต่างๆ เช่น ซูเปอร์โบวล์ หรือการฉาย Game of Thrones ตอนแรกของซีซัน 7 เพื่อให้เราสามารถคาดเดาได้ว่าผู้คนมีพฤติกรรมอย่างไรระหว่างมหกรรมเหล่านี้

 

ล่าสุด Ponrhub ได้เผยตัวเลขการเข้าชมเว็บไซต์ระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งที่ 23 ที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ว่า มีผู้คนค้นหาคำว่า ‘Winter Olympics’ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 สูงขึ้นจากปกติถึง 3,445% ตามด้วย ‘Sex Olympics’ และ ‘Nude Olympics’ ในอันดับที่ 3

 

ขณะชาติที่ได้รับการค้นหามากที่สุดคือ ‘Korea/Korean’ ชาติเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ตามด้วย รัสเซีย จีน นอร์เวย์ และประเทศไทยในอันดับที่ 5

 

แม้ว่าในประเทศเกาหลีใต้ การใช้งานอินเทอร์เน็ตจะถูกควบคุมอย่างหนัก แต่ก็มีหนทางให้ผู้เข้าใช้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกหรือเซ็นเซอร์ได้ โดยจังหวัดคังว็อน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองพย็องชังได้เผยตัวเลขการเข้าใช้ Pornhub สูงขึ้นถึง 70% ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ขณะที่การแข่งขันโอลิมปิกเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ซึ่งในพิธีเปิด ปรากฏว่ายอดการเข้าใช้เว็บไซต์ลดลงในวันที่ 9 ก่อนที่จะสูงขึ้นถึง 85% อีกครั้งในวันที่ 13 กุมภาพันธ์

 

ขณะที่สถิติการเข้าเว็บไซต์ของผู้หญิงในคังว็อนสูงขึ้น 25% ระหว่างวันที่ 7-14 กุมภาพันธ์ ส่วนกลุ่มคนที่อายุน้อยที่สุดระหว่าง 18-24 เข้าเว็บไซต์เป็นกลุ่มน้อยที่สุดที่ 6% แต่กลุ่มที่มีการเข้าใช้สูงที่สุดคือ อายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งมียอดการเข้าชมสูงขึ้นถึง 80%

 

ส่วนสัดส่วนของประเภทหนังที่ได้รับการชมสูงที่สุดคือ Threesome ที่เพิ่มขึ้นจากปกติถึง 35% ตามมาด้วย Lesbian สูงขึ้น 34% และ Anal ในอันดับที่ 3 สูงขึ้น 24%

.

อ้างอิง:

The post Pornhub เผยยอดเข้าใช้เว็บไซต์ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นช่วงโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pornhub-more-visit-in-pyeongchang-2018-olympic-winter-games/feed/ 0
เสี้ยววินาทีชี้ชัยชนะ! ย้อนดูประวัติศาสตร์ชัยชนะในโอลิมปิกที่ตัดสินกันด้วยเครื่องจับเวลา [Advertorial] https://thestandard.co/omega-olympic-watch/ https://thestandard.co/omega-olympic-watch/#respond Fri, 16 Feb 2018 08:08:28 +0000 https://thestandard.co/?p=70744

‘จงเห็นคุณค่าของเวลา’ เป็นสิ่งที่หลายๆ คนเคยได้ยินกันมา […]

The post เสี้ยววินาทีชี้ชัยชนะ! ย้อนดูประวัติศาสตร์ชัยชนะในโอลิมปิกที่ตัดสินกันด้วยเครื่องจับเวลา [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘จงเห็นคุณค่าของเวลา’ เป็นสิ่งที่หลายๆ คนเคยได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ จงเลือกใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเวลามีแต่จะเดินไปข้างหน้า และเมื่อมันเลยไปแล้ว ไม่มีใครที่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขอะไรก็ตามในอดีตได้

 

แต่สำหรับการแข่งขัน ไม่ว่าจะในแวดวงธุรกิจหรือกีฬา เวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็สร้างความแตกต่างระหว่างความสำเร็จหรือความล้มเหลวได้

 

เช่นเดียวกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยในครั้งนี้มี 92 ประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งของ 7 ชนิดกีฬาใน 15 ประเภทการแข่งขันของกีฬาฤดูหนาว แน่นอนว่านอกจากจำนวนเหรียญรางวัลที่สามารถบ่งบอกความเป็นที่สุดของแต่ละชนิดกีฬา สิ่งที่มักเกิดขึ้นในการแข่งขันมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกทุกครั้งคือนักกีฬาคนใหม่ที่ทำลาย ‘สถิติ’ เก่า และก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาที่เป็นที่สุดของโลก

 

เนื่องในโอกาสสำคัญนี้ THE STANDARD จะพาคุณย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของการจดบันทึกสถิติในการแข่งขันกีฬาต่างๆ และความสำคัญของการจดบันทึกเวลา ที่ในบางครั้งเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็สามารถเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกได้เลยทีเดียว

 

ตำนานเวลามาตรฐานในมหกรรมกีฬาระดับโลก

แน่นอนว่าในมหกรรมกีฬาระดับโลกย่อมมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานของการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสดการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในปี 1936

 

หรือการเริ่มต้นใช้นาฬิกาจับเวลาในการแข่งขัน ซึ่ง Omega แบรนด์นาฬิกาสวิสที่กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1848 ได้ทำหน้าที่เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการให้กับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกมาแล้ว 27 ครั้งตั้งแต่ปี 1932

 

Photo: Omega

 

1932 จุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างโอลิมปิกกับ Omega  

หากหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไปในครั้งแรกที่นาฬิกามาตรฐานเริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยตัดสินการแข่งขันด้วยเวลา เราต้องกลับไปที่การแข่งขันโอลิมปิก ปี 1932 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ในการแข่งขันครั้งนั้นได้มีการใช้นาฬิกาจับเวลาแบบความเที่ยงตรงสูงจำนวน 30 เรือนที่ผ่านการทดสอบในระดับโครโนมิเตอร์โดยหอดูดาวแห่งเมืองเนอชาแตล เพื่อการใช้จับเวลากีฬาทุกประเภทได้ละเอียดถึง ⅕ และ 1/10 วินาที

 

โดยในปีแรกของการเข้ามามีส่วนในการตัดสินการแข่งขันกีฬาหลายชนิด นอกจากสื่อกลางที่เรียกว่า ‘เวลา’ แล้ว โอลิมปิกครั้งนั้นยังมีการนำโพเดียมมาใช้มอบรางวัลให้กับผู้ที่ทำเวลาและผลงานดีที่สุด รวมถึงเริ่มต้นจัดตั้งหมู่บ้านนักกีฬาเป็นครั้งแรกอีกด้วย

 

Photo: Omega

 

1936 กับการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 4 เหรียญทองของ เจสซี โอเวนส์

การแข่งขันกรีฑาในโอลิมปิก ปี 1936 ภายในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ได้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ขึ้น เมื่อหนุ่มผิวสีชาวอเมริกัน เจสซี โอเวนส์ ได้สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองโอลิมปิกถึง 4 เหรียญจากการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร, วิ่งผลัด 4×100 เมตร และ กระโดดไกล ซึ่งเขาเอาชนะนักกีฬาจากเยอรมนีที่มีชื่อว่า ลุซ ลอง ที่เข้ามาช่วยให้คำแนะนำเขาในระหว่างการกระโดดครั้งที่ 2 เพื่อให้ทำได้ตามกติกาแข่งขัน ผลของการแข่งขันในครั้งนั้น เจสซี โอเวนส์ ได้ทั้งเหรียญทองและมิตรภาพที่เขายอมรับภายหลังการแข่งขันว่ายิ่งใหญ่กว่าชัยชนะที่เขาได้รับเสียอีก

 

 

โดยความสำเร็จของเจสซีในวันนั้นถูกบันทึกสถิติด้วยนาฬิกาจับเวลาทั้งหมด 185 เรือนจากบีลไปยังกรุงเบอร์ลิน โดยทั้งหมดบรรจุในกระเป๋าเดินทางของ พอล หลุยส์ กุยนาด์ ช่างนาฬิกาอายุ 29 ปี ซึ่งทำหน้าที่บันทึกเวลาที่เจสซีวิ่งเข้าเส้นชัยและคว้า 3 ใน 4 เหรียญทองของโอลิมปิกในปี 1936

 

 

1948 กับการใช้กล้องถ่ายภาพแบบโฟโตอิเล็กทริกเป็นครั้งแรก

โอลิมปิกในปี 1948 จัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากจะเป็นโอลิมปิกแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดการผลักดันให้เกิดการบันทึกภาพวิดีโอแบบสีที่ช่วยสร้างสีสันให้กับผู้ที่รับชมไฮไลต์การแข่งขันในเวลานั้นจนถึงปัจจุบันแล้ว โอลิมปิกครั้งนี้ยังมีการนำเอากล้องถ่ายภาพแบบโฟโต้อิเล็กทริกมาใช้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่เซนต์มอริตซ์

 

 

กล้องถ่ายภาพนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และทำงานโดยไม่ต้องอาศัยไฟฟ้าจากระบบปกติ นอกจากนี้ยังกันน้ำ และสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพอุณหภูมิที่แตกต่างกัน

 

เทคโนโลยีอินฟราเรดของกล้องชนิดนี้ทำงานโดยไม่ได้รับผลกระทบจากแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์และไฟแฟลช ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ระบบจับเวลาเริ่มต้นทำงานได้โดยอัตโนมัติทันทีที่มีการเปิดประตูปล่อยตัวนักกีฬา

 

นอกจากนี้ บริษัท British Race Finish Recording ได้พัฒนากล้องประจำเส้นชัยที่มีชื่อเรียกว่า Magic Eye ขึ้น ซึ่งเจ้ากล้องตัวนี้สามารถถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่องในระดับความเร็วที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นในกีฬาแต่ละประเภท ตั้งแต่การแข่งขันเรือพายถึงจักรยาน ซึ่งกล้องตัวนี้ทำงานคู่กับอุปกรณ์จับเวลา โดยนับเป็นครั้งแรกที่เครื่องจักรทำงานได้แม่นยำกว่ามนุษย์

 

1952 รางวัล Croix du Merite Olympique กับเครื่องจับเวลาที่ละเอียดถึง 1/100 วินาที

โอลิมปิกที่เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ปี 1952 เป็นปีที่เข้าสู่ยุคของอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีควอตซ์ ซึ่งเครื่อง Omega Time Recorder เข้ามามีบทบาทในการจับเวลาบันทึกสถิติผู้ชนะ และเจ้าเครื่องดังกล่าวได้รับรางวัล Croix du Merite Olympique จากการสร้างประโยชน์ให้กับวงการกีฬาโลก เพราะสามารถจับเวลาได้ละเอียดถึง 1/100 วินาที

 

1968 ครั้งแรกกับการใช้แผ่นสัมผัสหยุดเวลาอัตโนมัติกับกีฬาว่ายน้ำ

ในระหว่างโอลิมปิก ปี 1956, 1960 และ 1964 ได้มีการพัฒนาอุปกรณ์การจับเวลาไปตามยุคสมัยของเทคโนโลยี ตั้งแต่ Swim Eight-O-Matic Timer ที่เมลเบิร์น ในปี 1956 ที่เป็นเครื่องจับเวลากึ่งอัตโนมัติของกีฬาว่ายน้ำเครื่องแรกที่แสดงผลแบบดิจิทัล

 

ก่อนจะเริ่มพัฒนาระบบแผ่นสัมผัสหยุดเวลาอัตโนมัติกับกีฬาว่ายน้ำที่ทำให้นักกีฬาสามารถหยุดเวลาได้ด้วยมือของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องใช้ผู้จับเวลาอยู่ริมสระน้ำอีกต่อไป และเริ่มต้นใช้งานกับโอลิมปิกครั้งแรกในปี 1968 ที่ประเทศเม็กซิโก

 

นอกจากนี้ในปี 1964 ยังมีการนำอุปกรณ์ Omegascope ที่ช่วยให้ผู้ชมสามารถรับชมสถิติที่เป็นตัวเลขเรืองแสงด้านล่างของหน้าจอพร้อมกับสัญญาณถ่ายทอดสดการแข่งขัน ซึ่งนับเป็นการปฏิวัติวงการจับเวลาให้ไม่มีข้อผิดพลาด เนื่องจากทุกอย่างจะแสดงให้ผู้ชมทางบ้านทุกคนเห็นพร้อมๆ กัน

 

1972 ผลการแข่งขันที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎ

การแข่งขันว่ายน้ำผสม 400 เมตร กุนาร์ ลาร์สัน แชมป์ยุโรปสองสมัยจากสวีเดน และทิม แมคคี จากสหรัฐฯ หยุดเวลาพร้อมกันที่ 4 นาที 31.98 วินาที แต่เจ้าหน้าที่ประกาศให้ลาร์สันเป็นแชมป์ไปด้วยเวลา 4 นาที 31.981 วินาที ชนะแมคคีที่เวลา 4 นาที 31.983 วินาที ส่งผลให้สหพันธ์ว่ายน้ำระหว่างประเทศต้องออกมาแก้ไขกฎ โดยระบุให้ใช้ความละเอียดในระดับพิเศษที่ 1/100 วินาทีเพื่อการตัดสินผู้ชนะ  

 

1976 โอลิมปิกฤดูหนาวกับเครื่องจับเวลาในกระเป๋าเอกสาร

โอลิมปิกฤดูหนาวที่เลกพลาซิด มีการนำเอา Omega Game-O-Matic ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เครื่องนี้สามารถคำนวณและแสดงลำดับของนักกีฬาได้ทันทีที่นักกีฬาคนนั้นเข้าเส้นชัยมาใช้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันโอลิมปิก

 

ขณะเดียวกัน อุปกรณ์ Swim-O-Matic รุ่นใหม่ได้ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่มอสโกเช่นกัน โดยเครื่องโครโนมิเตอร์มาในรูปแบบกระเป๋าเอกสารที่มีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัม ซึ่งพัฒนามาจากรุ่นก่อนเมื่อปี 1976 ซึ่งหนักถึง 150 กิโลกรัม

 

 

1992 บันทึกผู้ชนะด้วยภาพนิ่ง

นี่เป็นเวลาของสิ่งที่เรียกว่า Photo Finish ที่เข้ามามีบทบาทในการตัดสินผู้ชนะ โดยเฉพาะในการแข่งขันที่ใช้ความเร็วตัดสิน ซึ่งเครื่อง Scan’O’Vision สามารถวัดเวลาเข้าเส้นชัยได้ละเอียดถึง 1/1,000 วินาที พร้อมกับทำหน้าที่ผสานตัวเลขเวลาลงในภาพเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของศาสตร์แห่งการจับเวลาหาผู้ชนะที่แท้จริง

 

 

2010 Electronic Start System ปืนจากอนาคต

สิ่งที่คนพูดถึงมากที่สุดในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา คือปืนออกสตาร์ทรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่า Electronic Start System ซึ่งเวลาที่เจ้าหน้าที่เหนี่ยวไกปืนนี้ 3 อย่างจะเกิดขึ้นคือ สัญญาณออกสตาร์ทจะดังขึ้นผ่านลำโพง แสงไฟจากปลายกระบอกปืน และการส่งสัญญาณให้อุปกรณ์จับเวลาเริ่มทำงาน ในปีเดียวกันนี้ยังมีการนำเอาระบบจีพีเอสติดตามตัวสำหรับนักกีฬาประเภทครอสคันทรี และระบบติดตามตัวแบบใหม่สำหรับกีฬาสเกตความเร็วที่ใช้เสาสัญญาณและอุปกรณ์ติดตัวหลายชิ้นมาประกอบกันอีกด้วย

 

 

2014 Scan’O’Vision นวัตกรรมการจับภาพที่ 10,000 เฟรมต่อวินาที

ปี 2014 เป็นครั้งแรกที่เริ่มใช้ระบบ IH Whistle Detection System ในการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งที่ตรวจพบเสียงนกหวีดของกรรมการ ทำให้การจับเวลาที่หยุดเล่นและทดเวลาเป็นไปอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ในช่วงฤดูร้อนปีเดียว ภายในการแข่งขันกรีฑายุโรปที่ซูริกยังมีการเปิดตัวกล้องถ่ายภาพเส้นชัย Scan’O’Vision Myria เวอร์ชันใหม่ที่สามารถถ่ายภาพด้วยความเร็ว 10,000 เฟรมต่อวินาที และสามารถบันทึกและพิมพ์ภาพลำดับการเข้าเส้นชัยได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจังหวะที่นักกีฬาจะวิ่งมาเป็นกลุ่มในจังหวะที่เข้าเส้นชัยก็ตาม  

 

2018 โอลิมปิกฤดูหนาวที่พย็องชัง เกาหลีใต้

อีกหนึ่งมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ประเทศเกาหลีใต้ Omega ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้บันทึกสถิติการแข่งขัน เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของนักกีฬาในแต่ประเภท

 

เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ ได้มีเปิดตัวนาฬิการุ่น Seamaster Planet Ocean ‘Pyeongchang 2018’ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเที่ยงตรงระดับโลกที่ยังคงเป็นสักขีพยานแห่งเกมกีฬาอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้สืบเนื่องไปเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว

 

 

โดย Seamaster Planet Ocean ‘Pyeongchang 2018’ ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีลรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด 2,018 เรือน ส่วนตัวนาฬิกาใช้สีน้ำเงินและสีแดงเหมือนธงชาติของเกาหลี นอกจากนี้ยังเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากมาย

หน้าปัดเซรามิก Zr02 สีน้ำเงินขัดเงา ประดับหลักชั่วโมงแบบผลึกติดชุบโรเดียม และเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวาสีขาวที่จะเรืองแสงเป็นสีฟ้าในที่มืด ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวแบบที่ใช้ในการดำน้ำ นาฬิการุ่นนี้มีวงแหวนเซรามิกสีน้ำเงินขัดเงา และเป็นนวัตกรรมแรกของโลกที่มีการใช้ทั้งยางสีแดงในช่วง 15 นาทีแรก ประกอบกับวัสดุชื่อลิควิดเมทัลของ Omega ตามสเกลนาที และจุดที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา

เม็ดมะยมแบบขันเกลียวพร้อมโลโก้ Omega อยู่ทางขวามือของหน้าต่างวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และมีวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียมที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งมีอักษร He เป็นตัวนูนกำกับไว้อยู่

 

ส่วนฝาด้านหลังของนาฬิกาซึ่งเป็นแบบขันเกลียวลวดลายอัลวีโอลแบบใหม่จะมีการแกะสลักคำว่า Planet Ocean และ Limited Edition รวมถึงหมายเลขประจำตัวเรือนเป็นสีน้ำเงิน บนแซฟไฟร์คริสตัลของฝาหลังจะมีการพิมพ์ชื่อ PyeongChang 2018 และโลโก้ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวอีกด้วย

 

หัวใจในการขับเคลื่อนเวลาของนาฬิการุ่นนี้คือเครื่องโคแอ็กเซียลมาสเตอร์โครโนมิเตอร์ รุ่นคาลิเบอร์ 8900 ของ Omega ที่ผ่านการทดสอบในระดับสูงมาแล้ว

นาฬิกา Seamaster Planet Ocean ‘PyeongChang 2018’ รุ่นนี้สวมใส่ด้วยสายยางสีน้ำเงินแบบมีโครง เดินด้ายและรองพื้นสีแดงสลับกับสีน้ำเงิน และบรรจุในกล่องแบบพิเศษเพื่อการวางตั้งแสดงโดยเฉพาะ ในชุดมีสายสเตนเลสสตีลมาพร้อมอีกหนึ่งเส้น และมีอุปกรณ์เปลี่ยนสายเพื่อความสะดวกในการสับเปลี่ยนไปมาโดยตัวเจ้าของนาฬิกาเอง ถือเป็นเรือนเวลาสุดพิเศษสำหรับนักสะสมที่เป็นสื่อแทนถึงเกมกีฬาระดับโลกอันยิ่งใหญ่นี้อย่างเต็มภาคภูมิแห่งแบรนด์นาฬิการะดับ Omega อย่างแท้จริง

 

ชาร์ลส์ ดาร์วิน ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการอันโด่งดังเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุดหรือฉลาดที่สุดที่จะอยู่รอด แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด” เช่นเดียวกันการแข่งขันกีฬาที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถของมนุษย์ผ่านการฝึกซ้อม งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กีฬา โภชนาการอาหาร ซึ่งทุกเสี้ยววินาทีที่เร็วขึ้นในสนามเท่ากับการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของร่างกายมนุษย์

 

นั่นคือความสำคัญของการจดบันทึก ‘เวลา’ ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างโอลิมปิก ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 27 ครั้ง ผลการแข่งขันได้ถูกชี้วัดด้วยอุปกรณ์การบันทึกเวลาที่แม่นยำจาก Omega แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจากสวิตเซอร์​แลนด์มาโดยตลอด

 

อ้างอิง:

The post เสี้ยววินาทีชี้ชัยชนะ! ย้อนดูประวัติศาสตร์ชัยชนะในโอลิมปิกที่ตัดสินกันด้วยเครื่องจับเวลา [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/omega-olympic-watch/feed/ 0
ความรักคือยาวิเศษ เผยผลวิจัยนักกีฬาทำผลงานดีขึ้นหรือไม่เมื่อกำลังตกหลุมรัก https://thestandard.co/love-is-the-best-medicine/ https://thestandard.co/love-is-the-best-medicine/#respond Tue, 13 Feb 2018 17:51:21 +0000 https://thestandard.co/?p=70047

มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2018 ที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ นับ […]

The post ความรักคือยาวิเศษ เผยผลวิจัยนักกีฬาทำผลงานดีขึ้นหรือไม่เมื่อกำลังตกหลุมรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2018 ที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ นับว่าเป็นหนึ่งในโอลิมปิกฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน แต่ในการแข่งขันปีนี้มีความพิเศษตรงที่การแข่งขันเกิดขึ้นในช่วงวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งหนึ่งในแฮชแท็กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้คือ #LoveHappens ซึ่งเป็นแฮชแท็กที่นักกีฬาใช้หาคู่ผ่านแอปพลิเคชัน Tinder ในระหว่างการแข่งขัน

 

คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรสำหรับนักกีฬาที่อยู่ในช่วงเวลาที่แข็งแรงที่สุดในชีวิต และกำลังลงแข่งขันในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเรื่องราวการเดินทางของความรักมาพบกันในการแข่งขันเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่คำถามที่เกิดขึ้นสำหรับนักกีฬาหลายๆ คน คือความสำเร็จในสนามของนักกีฬาดีขึ้นหรือไม่จากความรักนอกสนาม

 

Alexa Scimeca Knierim and Chris Knierim นักกีฬาสเกตลีลาทีมชาติสหรัฐฯ ที่พบรักกันผ่านโค้ชเมื่อปี 2012 ก่อนจะลงแข่งขันด้วยกันจนได้แชมป์สหรัฐฯ ปี 2015 และแต่งงานกันในปี 2016

 

จากคำถามนี้ THE STANDARD ได้ค้นพบงานศึกษาที่มีชื่อว่า Does Love Influence Athletic Performance? The Perspectives of Olympic Athletes  หรือความรักมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานในสนามของนักกีฬาหรือไม่? จากมุมมองของนักกีฬาโอลิมปิก ที่จัดพิมพ์ลง Canadian Center of Science and Education เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2016

 

โดยงานศึกษานี้ได้ทำการสำรวจนักกีฬาโอลิมปิกจำนวน 20 คน แบ่งเป็น ชาย 19 หญิง 1 จากประเทศเบลารุส แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี นอร์เวย์ ยูเครน และ สหรัฐอเมริกา ในช่วงอายุระหว่าง 18-33 โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 28.14 ปี

 

นักกีฬา 20 คนที่กำลังมีความรักต้องตอบคำถามว่า ผลงานในสนามของคุณดีขึ้นหรือแย่ลงในช่วงเวลาที่มีความรัก?

 

ผลปรากฏว่านักกีฬา 15 คนยอมรับว่าพวกเขาทำผลงานได้ดีขึ้นในช่วงเวลาที่มีความรัก โดยนักกีฬาเชื่อว่าการมีคู่ครองที่ช่วยสนับสนุนและให้กำลังใจ รวมถึงช่วยบริหารจัดการชีวิตครอบครัว ช่วยให้พวกเขามีเวลาในการฝึกซ้อมมากขึ้น และนั่นเป็นการส่งผลโดยตรงต่อผลงานในสนาม

 

Jamie Greubel Poser จากสหรัฐฯ และ Christian Poser จากเยอรมนี สองนักกีฬาจากสองประเทศที่พบรักกันเมื่อปี 2012 แต่ทั้งคู่ต่างไม่สามารถพูดภาษาของอีกฝ่ายได้ จนสุดท้ายต้องใช้ Google Translate เป็นแม่สื่อ ที่นำไปสู่การแต่งงานกันในปี 2014 หลังโอลิมปิกฤดูหนาวโซชิ ประเทศรัสเซีย

 

นอกจากนี้อีกปัจจัยสำคัญคือการมีภรรยาและลูกช่วยเพิ่มแรงกระตุ้นให้ประสบความสำเร็จในสนามมากขึ้น เหมือนที่นักกีฬาคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

 

“เป็นสิ่งที่ช่วยเหลือผมมาก ที่ได้รู้ว่าภรรยาและลูกของผมกำลังดูอยู่ในสนาม ผมทำผลงานได้ดีกว่าเพราะว่าผมต้องการให้ลูกของผมภูมิใจในตัวของพ่อเขา”

 

ขณะที่นักกีฬาอีก 5 คนรู้สึกไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วความรักช่วยเหลือพวกเขาในสนามหรือไม่ โดยหนึ่งในนั้นบอกว่า “ผมมีคนที่คบหาอยู่แต่ผมฝึกซ้อมมากกว่าเดิม และผมคิดว่าผลงานในสนามของผมดีขึ้นจากการฝึกซ้อม ผมเลยไม่แน่ใจว่าความรักเกี่ยวข้องหรือไม่”

 

ส่วนนักกีฬาอีกคนบอกว่า “ขึ้นอยู่กับว่าแฟนของผมขี้หึงหรือเปล่า” ซึ่งเขาเชื่อว่าในระหว่างที่เขามีความรักกับแฟนที่มั่นคง ผลงานในสนามของเขาจะดีขึ้น ขณะที่ถ้าแฟนไม่มีความมั่นคง จะนำมาซึ่งความเครียด และสร้างผลเสียต่อผลงานในสนาม

 

นอกจากนี้อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ ความรักจะส่งผลดีต่อนักกีฬาอาชีพมากกว่านักกีฬาสมัครเล่น เนื่องจากนักกีฬาสมัครเล่นจะมีความเครียดจากการบริหารจัดการเงิน และแผนการฝึกซ้อมที่ไม่เป็นเวลา ซึ่งการมีความรักอาจส่งผลเสียต่อการฝึกซ้อมและเพิ่มความเครียดมากขึ้น

 

ผลสรุปของงานศึกษาชิ้นนี้ แม้ว่าผู้ศึกษาจะยอมรับว่าข้อมูลที่ได้มาน้อยมากเกินกว่าที่จะสามารถตอบคำถามได้ เนื่องจากเป็นเพียงนักกีฬาแค่ 20 คน และเป็นผู้ชายเกือบทั้งหมด แต่บทสรุปที่ได้จากการสอบถามพบว่านักกีฬาจะได้ประโยชน์จากความรักแบบ Compassionate Love มากที่สุด

 

โดยภายในงานศึกษาชิ้นนี้ได้นำทฤษฎี Triangle of Love ของนักจิตวิทยาชื่อ ศ.ดร.โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก (Robert Sternberg) แห่งภาคจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเยล มาใช้ โดยทฤษฎีความรักนี้มีองค์ประกอบ 3 ประการคือ Intimacy ความใกล้ชิด ผูกพัน Passion ความรู้สึกหลงใหล ถูกใจในรูปแบบภายนอก Commitment คือ ความรักในระยะยาว มีการวางแผนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตร่วมกัน ซึ่ง Triangle of Love ของสเติร์นเบิร์ก จะแบ่งสถานภาพความรักออกเป็น 7 ข้อ หนึ่งในนั้นก็คือ Compassionate Love

 

ซึ่งความรักแบบ Compassionate Love คือความรักที่ผสมระหว่าง Intimacy และ Commitment ความรักแบบนี้มักพบเจอได้ในคู่รักที่แต่งงานกันไปแล้ว หรือเป็นความรักที่ยังคงอยู่หลังจาก Passion ได้หมดลง และตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน รวมถึงวางแผนอนาคตร่วมกัน ซึ่งความรักแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะคู่รักเท่านั้น แต่เป็นความรักที่เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไปที่ไม่มีความปรารถนาด้านตัณหา จึงเป็นความรักที่ยั่งยืนที่สุด เช่น ความรักของคนในครอบครัว ความรักของโค้ชที่มีต่อนักกีฬา ความรักของเพื่อนร่วมทีมที่พร้อมจะให้กำลังใจและสนับสนุนกันและกัน  

 

อีกหนึ่งตัวอย่างของเบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากผู้ฝึกสอนเช่นกัน โดยนักกีฬาที่รู้สึกว่าการให้กำลังใจและคำชื่นชมของโค้ชมีความจริงใจ นักกีฬาคนนั้นจะมีความมั่นใจมากขึ้น และมีความสุขในการลงเล่น ขณะที่นักกีฬาที่โดนวิพากษ์วิจารณ์ และไม่ได้รับแรงบันดาลใจจากโค้ชจะทำผลงานได้ไม่ดีนัก

 

เช่นเดียวกับคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมทีม ที่จะส่งผลให้นักกีฬารู้สึกมีส่วนร่วมและเล่นกีฬาได้อย่างต่อเนื่อง หากนักกีฬาคนนั้นแวดล้อมด้วยคนรอบข้างที่มองโลกในแง่ดี และมิตรภาพที่ดีต่อกัน

 

ทั้งหมดนั้นดูเหมือนจะไม่ได้เกิดจากความรักที่ร้อนแรง แต่เป็นความรักที่เกิดจากความเข้าใจ ความเอาใจใส่ ความมุ่งมั่น และความหวังดีที่มีให้กัน ซึ่งทุกอย่างที่ได้กล่าวมานี้อาจเป็นสมการที่เพียงพอแล้วสำหรับคู่ที่กำลังคบหาดูใจ หรือกำลังฟันฝ่าอุปสรรคอะไรบางอย่างร่วมกัน

 

บางทีความเข้าใจรูปแบบของ Compassionate Love อาจช่วยให้คุณผ่านมันไปด้วยกันได้ เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คน

 

อ้างอิง:

The post ความรักคือยาวิเศษ เผยผลวิจัยนักกีฬาทำผลงานดีขึ้นหรือไม่เมื่อกำลังตกหลุมรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/love-is-the-best-medicine/feed/ 0
นักกีฬาสกีญี่ปุ่น เคอิ ไซโตะ ถูกแบนจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว หลังถูกตรวจพบสารกระตุ้น https://thestandard.co/japan-doping-kei-saito-olympics/ https://thestandard.co/japan-doping-kei-saito-olympics/#respond Tue, 13 Feb 2018 08:04:30 +0000 https://thestandard.co/?p=69930

เคอิ ไซโตะ นักกีฬาสปีดสเกตญี่ปุ่น กลายเป็นนักกีฬาคนแรกท […]

The post นักกีฬาสกีญี่ปุ่น เคอิ ไซโตะ ถูกแบนจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว หลังถูกตรวจพบสารกระตุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

เคอิ ไซโตะ นักกีฬาสปีดสเกตญี่ปุ่น กลายเป็นนักกีฬาคนแรกที่ต้องออกจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ หลังถูกตรวจพบว่าใช้สารกระตุ้น ก่อนลงแข่งขันสปีดสเกตติ้งชาย 5,000 เมตร ในวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์นี้

 

โดยศาลอนุญาโตตุลาการทางด้านกีฬา (Court of Arbitration for Sport – CAS)  ได้กล่าวว่า ไซโตะ ยอมรับบทลงโทษ และออกจากหมู่บ้านนักกีฬาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังถูกระงับการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและการแข่งขันอื่น ๆ ชั่วคราวระหว่างการสอบสวน

 

นักกีฬาญี่ปุ่นวัย 21 ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเขาไม่ทราบมาก่อนว่าเขาใช้สารกระตุ้น

 

“ผมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เกี่ยวกับการรักษาอาการบาดเจ็บ หรือ อาการป่วยก่อนทุกครั้ง และผมใส่ใจในรายละเอียดของสิ่งที่รับประทานและดื่มตลอดเวลา”

 

“ผมไม่มีความต้องการที่จะใช้สารกระตุ้น ผมเชื่อว่าผมคงใช้สารกระตุ้นโดยอุบัติเหตุหรือรับประทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัว”

 

ก่อนการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 จะเริ่มต้นขึ้น ได้มีข่าวการใช้สารกระตุ้นรายล้อมการแข่งขัน โดยเฉพาะรัสเซียที่ถูกแบนไม่ให้เข้าร่วมแข่งขัน เพราะว่าคณะกรรมการโอลิมปิกสากลหรือ IOC พบหลักฐานว่าประเทศรัสเซียมีการสร้างวิธีหลีกเลี่ยงการตรวจสารกระตุ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

 

แต่อย่างไรก็ตามนักกีฬารัสเซีย 150 คน ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ใช้สารกระตุ้น ได้ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ภายใต้ธงนักกีฬาโอลิมปิกจากรัสเซีย หรือ OAR ซึ่งหากพวกเขาได้รับเหรียญรางวัลจะเปิดเพลงโอลิมปิกพร้อมกับชักธง OAR ขึ้นแทนธงชาติรัสเซีย

 

Photo: Reuters Connect

อ้างอิง:

The post นักกีฬาสกีญี่ปุ่น เคอิ ไซโตะ ถูกแบนจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว หลังถูกตรวจพบสารกระตุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/japan-doping-kei-saito-olympics/feed/ 0
คิมจองอึน ประทับใจเกาหลีใต้ หลังความสัมพันธ์เริ่มกลับมาชื่นมื่นอีกครั้งในโอลิมปิกฤดูหนาว https://thestandard.co/kim-jong-un-thanks-south-korea-for-impressive-effort/ https://thestandard.co/kim-jong-un-thanks-south-korea-for-impressive-effort/#respond Tue, 13 Feb 2018 05:21:52 +0000 https://thestandard.co/?p=69878

สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ (KCNA) เปิดเผยว่า คิมจองอึน […]

The post คิมจองอึน ประทับใจเกาหลีใต้ หลังความสัมพันธ์เริ่มกลับมาชื่นมื่นอีกครั้งในโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ (KCNA) เปิดเผยว่า คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 3 กล่าวแสดงความประทับใจต่อประเทศพี่เมืองน้องอย่างเกาหลีใต้ หลังให้การต้อนรับคณะผู้แทนระดับสูงและบรรดานักกีฬาจากเกาหลีเหนือเป็นอย่างดี ในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เปิดฉากขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

 

ผู้นำเกาหลีเหนือมีคำสั่งให้คงบรรยากาศของมิตรภาพและความอบอุ่นระหว่างเกาหลีทั้งสองประเทศนี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป พร้อมทั้งเร่งเดินหน้าฟื้นฟูและเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นและลึกซึ้ง ครอบคลุมในทุกมิติ

 

แต่ทางการโสมแดงยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของจดหมายเชิญที่คิมจองอึนส่งให้ประธานาธิบดีมุนแจอินของเกาหลีใต้ ให้เดินทางเยือนกรุงเปียงยางอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ทั้งนี้รัฐบาลโสมข่าวเผยว่า จดหมายดังกล่าวถูกฝากมากับ คิมยอจอง น้องสาวของผู้นำสูงสุดแล้ว

 

แม้จะมีสัญญาณบวกเกิดขึ้นมากมายนับตั้งแต่ศักราชใหม่ และมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเปิดฉากขึ้น แต่หลายฝ่ายยังคงแสดงความกังวลว่า ประเด็นเรื่องขีปนาวุธนิวเคลียร์จะทำให้บรรยากาศของความขัดแย้งกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง โดยชวนคิดต่อไปว่า เมื่อโอลิมปิกฤดูหนาวที่ถูกใช้เป็นเหมือนไฟสปอร์ตไลต์ดวงโตที่ส่องให้ประชาคมโลกจับจ้องมาที่เกาหลีนั้นปิดฉากลง ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีทั้งสองประเทศและท่าทีของประชาคมโลกต่อการเป็นรัฐนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือจะเปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างไร

 

อ้างอิง:

The post คิมจองอึน ประทับใจเกาหลีใต้ หลังความสัมพันธ์เริ่มกลับมาชื่นมื่นอีกครั้งในโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kim-jong-un-thanks-south-korea-for-impressive-effort/feed/ 0
คิมจองอึน เชิญผู้นำเกาหลีใต้เยือนกรุงเปียงยางเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ https://thestandard.co/north-koreas-kim-invites-south-korean-president-for-summit-south-korea/ https://thestandard.co/north-koreas-kim-invites-south-korean-president-for-summit-south-korea/#respond Sun, 11 Feb 2018 09:41:05 +0000 https://thestandard.co/?p=69416

หลังจากที่ มุนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เลี้ยงมื้อเที […]

The post คิมจองอึน เชิญผู้นำเกาหลีใต้เยือนกรุงเปียงยางเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ มุนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เลี้ยงมื้อเที่ยงและพบปะพูดคุยกับ คิมยอจอง น้องสาวของคิมจองอึน พร้อมคณะ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโซล ระหว่างช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกวานนี้ นับเป็นสมาชิกครอบครัวของผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่เดินทางเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ หลังสงครามเกาหลีสิ้นสุดลงเมื่อ 65 ปีก่อน

 

ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าคิมจองอึนส่งคำเชิญให้มุนแจอินเดินทางไปประชุมระดับสูงที่กรุงเปียงยางเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังจากที่เกาหลีเหนือเคยอาสาจัดการประชุมนี้มาแล้วถึง 2 ครั้งในสมัยคิมจองอิลเมื่อปี 2000 และ 2007 โดยการยื่นข้อเสนอในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้นำเกาหลีใต้สานต่อเจตนารมณ์ที่เคยให้ไว้เมื่อครั้งเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในปี 2017 ที่ผ่านมาว่าอยากจะเดินทางไปเยือนกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเพื่อพบกับคิมจองอึน และแก้ไขปัญหาวิกฤตขีปนาวุธนิวเคลียร์ให้ได้

 

ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้กลับมาเปิดช่องทางโทรศัพท์สายตรงระหว่างกันอีกครั้งหนึ่งในรอบ 2 ปี หลังคิมจองอึนประกาศยกเลิกการติดต่อราวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 เพื่อตอบโต้เกาหลีใต้ที่ระงับความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ร่วมกันลงทุนในเขตอุตสาหกรรมแคซอง (Kaesong Industrial Complex) เป็นการชั่วคราว เนื่องจากไม่พอใจการทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพโสมแดง โดยผู้นำทั้งสองประเทศชี้ว่าการพบปะกันในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประเทศพี่เมืองน้องทั้งสองประเทศกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

 

อ้างอิง:

The post คิมจองอึน เชิญผู้นำเกาหลีใต้เยือนกรุงเปียงยางเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/north-koreas-kim-invites-south-korean-president-for-summit-south-korea/feed/ 0
ผู้นำเกาหลีใต้ พบน้องสาวคิมจองอึนแล้วที่งานโอลิมปิกฤดูหนาว https://thestandard.co/winter-olympics-south-korea-kim-yo-jong-meeting/ https://thestandard.co/winter-olympics-south-korea-kim-yo-jong-meeting/#respond Sat, 10 Feb 2018 09:46:51 +0000 https://thestandard.co/?p=69205

มุนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้นำประเทศเจ้าภาพจัดงาน […]

The post ผู้นำเกาหลีใต้ พบน้องสาวคิมจองอึนแล้วที่งานโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>

มุนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้นำประเทศเจ้าภาพจัดงานมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพย็องชัง ระหว่างวันที่ 9-25 กุมภาพันธ์นี้ ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและเลี้ยงมื้อเที่ยงแก่ คิมยอจอง น้องสาวของผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 3 อย่างคิมจองอึน พร้อมคณะ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโซล

 

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นโอกาสสำคัญที่ทั่วโลกคาดหวังให้เป็นกาวใจในการแก้ปัญหาความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีคลี่คลายลง โดยผู้นำเกาหลีใต้หวังจะใช้โอกาสนี้ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศพี่เมืองน้องอย่างเกาหลีเหนือให้ดีขึ้น

 

 

มุนแจอินเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนแรกในรอบหลายปีที่กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่ผ่านมาว่าจะเดินทางไปเยือนกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเพื่อพบกับคิมจองอึน และแก้ไขปัญหาวิกฤตขีปนาวุธนิวเคลียร์ให้ได้ และเขากำลังเดินหน้าทำตามเจตนารมณ์นั้นอย่างจริงจัง

 

ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เคยจัดการประชุมเจรจาระหว่างกัน 2 ครั้งที่กรุงเปียงยางในปี 2000 และ 2007 โดยมี คิมจองอิล ผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 2 เป็นเจ้าภาพ และในวันนี้ คิมยอจองคือสมาชิกครอบครัวของผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่เดินทางเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ หลังจากที่สงครามเกาหลี (1950-1953) สิ้นสุดลง

 

ทางการเกาหลีใต้เผยว่า ในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกขณะนี้มีชาวเกาหลีเหนือข้ามพรมแดนเข้ามายังเกาหลีใต้กว่า 500 คนแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นหลังชาวเกาหลีต่างรู้สึกถึงความเป็นมิตรมากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post ผู้นำเกาหลีใต้ พบน้องสาวคิมจองอึนแล้วที่งานโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/winter-olympics-south-korea-kim-yo-jong-meeting/feed/ 0
ทัพนักกีฬาเกาหลีเหนือ-ใต้ร่วมเดินถือธงในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 https://thestandard.co/pyeongchang-2018-olympic-winter-games/ https://thestandard.co/pyeongchang-2018-olympic-winter-games/#respond Sat, 10 Feb 2018 05:28:34 +0000 https://thestandard.co/?p=69187

เปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ สำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤ […]

The post ทัพนักกีฬาเกาหลีเหนือ-ใต้ร่วมเดินถือธงในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ สำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23 ที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ โดยไฮไลต์ของพิธีเปิดอยู่ที่ ฮวางชุงกัม นักกีฬาบ็อบสเลดจ์ และวอนยุนจอง นักกีฬาฮอกกี้หญิงจากเกาหลีเหนือ ร่วมกันถือธงฮันบันโดกี ธงคาบสมุทรเกาหลี นำทัพนักกีฬาทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เข้าสู่สนาม

 

ขณะที่ทัพนักกีฬาไทยเดินพาเหรดเข้าสนามชาติที่ 77 โดยคนถือธงคือ มรรค จันเหลือง นักกีฬา Cross-country Skiing หรือสกีวิบาก

 

สำหรับนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้มากที่สุดที่ 4 คน ประกอบไปด้วย ประเภทสกีครอสคันทรีคือ มรรค จันเหลือง และคาเรน จันเหลือง ประเภทอัลไพน์คือ อาเล็กเซียร์ อาริสรา เชนเคล และนิโคลา ซาโนน

 

โดยอาเล็กเซียร์ อาริสรา เชนเคล จะลงแข่งขันเป็นรายการแรกที่สนามสกี YongPyong Ski Resort ในวันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์นี้

 

โอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23 จัดขึ้นที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนับเป็นเมืองในเอเชียแห่งที่ 3 ที่ได้มีโอกาสจัดโอลิมปิกฤดูหนาว หลังจากที่เมืองซัปโปโรและนากาโนะของญี่ปุ่นเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1972 และ 1998 โดยจะทำการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 8-25 กุมภาพันธ์นี้

The post ทัพนักกีฬาเกาหลีเหนือ-ใต้ร่วมเดินถือธงในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pyeongchang-2018-olympic-winter-games/feed/ 0
กองทัพ ดนตรี และกีฬา เครื่องมือสำคัญของเกาหลีเหนือในโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 https://thestandard.co/north-korea-holds-military-parade-ahead-of-winter-olympics/ https://thestandard.co/north-korea-holds-military-parade-ahead-of-winter-olympics/#respond Fri, 09 Feb 2018 12:03:33 +0000 https://thestandard.co/?p=69072

The post กองทัพ ดนตรี และกีฬา เครื่องมือสำคัญของเกาหลีเหนือในโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post กองทัพ ดนตรี และกีฬา เครื่องมือสำคัญของเกาหลีเหนือในโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/north-korea-holds-military-parade-ahead-of-winter-olympics/feed/ 0
The Army of Beauties เมื่อกองทัพสาวเกาหลีเหนือขอบุกทุกพื้นที่หัวใจในพย็องชัง 2018 https://thestandard.co/north-korea-the-army-of-beauties/ https://thestandard.co/north-korea-the-army-of-beauties/#respond Fri, 09 Feb 2018 11:56:31 +0000 https://thestandard.co/?p=69055

  https://www.youtube.com/watch?v=R3SUaCOUP0I &nbs […]

The post The Army of Beauties เมื่อกองทัพสาวเกาหลีเหนือขอบุกทุกพื้นที่หัวใจในพย็องชัง 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

https://www.youtube.com/watch?v=R3SUaCOUP0I

 

เพียงก้าวแรกที่พวกเธอย่างกรายผ่านหน้าประตู ทุกเรื่องราวของความวุ่นวาย สับสน และความขัดแย้งต่างๆ ก็ถูกลืมจนหมดสิ้น ความสนใจถูกหยุดอยู่ที่เหล่าหญิงสาวที่เดินอย่างสง่าผ่าเผยและเป็นระเบียบ

 

เสื้อโค้ตผ้าวูลสีแดงตัดด้วยเฟอร์สีดำที่คอและข้อมือ เข้ากับหมวกสีดำทรงย้อนยุคได้เป็นอย่างดี และรองเท้าส้นสูงนั้นทำให้พวกเธอดูสง่ายิ่งกว่าเดิม

 

และใต้อาภรณ์เหล่านั้นคือหญิงสาววัยแรกแย้มที่มีใบหน้าและรอยยิ้มที่สดใสดุจดวงตะวัน

 

พวกเธอคือเหล่าผู้นำเชียร์ของทัพนักกีฬาเกาหลีเหนือที่เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจแก่นักกีฬาชาวโสมแดงที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เมืองพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้

 

 

ในขณะที่โลกขนานนามพวกเธอว่าเป็น The Army of Beauties หรือกองทัพสาวงาม ที่พร้อมครองโลกโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธใดๆ ทั้งสิ้น

 

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่ากองเชียร์สาวเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของเกาหลีเหนือต่อนานาอารยประเทศนั้นซอฟต์ลงทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้สีพาสเทล เพราะเป็นภาพที่แตกต่างจากเกาหลีเหนือที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนอย่างมาก

 

อาจจะพูดได้ว่าเหมือนนางฟ้ากับซาตานอย่างไรอย่างนั้น

 

สำหรับกองเชียร์เกาหลีเหนือที่เดินทางมาเมืองพย็องชัง และจะอยู่ร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งเริ่มในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้มีจำนวนประมาณ 230 คน และได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งสื่อและแฟนกีฬาทั่วโลก ทำให้เรื่องราวน่าปวดหัวต่างๆ ก่อนการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวในครั้งนี้ถูกลืมไปชั่วขณะ

 

เพราะก่อนหน้านี้พย็องชัง 2018 นั้นเต็มไปด้วยปัญหามากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) สั่งแบนทัพนักกีฬารัสเซียจากการแข่งขัน สืบเนื่องจากเรื่องของการใช้สารต้องห้ามที่มีการกระทำผิดจำนวนมาก

 

แต่ไอโอซีกลับเปิดช่องให้นักกีฬารัสเซียที่ไม่ได้ถูกตัดสินว่ากระทำผิดเข้าร่วมการแข่งขันได้ โดยให้แข่งขันในนามนักกีฬาโอลิมปิกจากรัสเซีย (Olympic Athlete from Russia หรือ OAR) และนั่นกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากถึงความเหมาะสม เพราะสุดท้ายยังมีนักกีฬารัสเซียเข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 168 คน เกือบจะมากที่สุดในบรรดาชาติที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วม

 

ว่ากันว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่ประเด็นดราม่าได้ หากมีนักกีฬาจากรัสเซียเกิดได้เหรียญทองจากโอลิมปิกครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมี ‘หลักสิบ’ เหรียญ

 

นอกจากเรื่องนี้ก็ยังมีเรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่ในด้านการเมืองนั้น ‘ตึง’ จนใกล้จะขาดผึง

 

หลายฝ่ายจึงคาดหวังครับว่าโอลิมปิกที่พย็องชังอาจจะเป็นโอกาสที่ทั้งสองชาตินี้ได้หันหน้ากลับมาพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงของ ‘คนบ้านเดียวกัน’ บ้าง

 

เพราะนี่คือเกมกีฬาที่ไม่ควรมีเรื่องใดเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

 

แต่กว่าที่เกาหลีเหนือจะตกปากรับคำว่าจะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยก็ดึงเช็งจนเกือบถึงนาทีสุดท้าย โดยมีการหารือกันในหมู่ผู้นำระดับสูงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี และบรรลุข้อตกลงกันเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมานี้เองครับ หรือ 1 เดือนก่อนการแข่งขัน

 

และถึงแม้ว่าจะมีการตกลงว่านักกีฬาทั้งสองชาติคือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะเดินลงสนามด้วยกันในพิธีเปิดภายใต้ ‘ธงรวมชาติ’ รวมถึงการที่ คิมยอจอง น้องสาวของ คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะเดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ และจะมีทีมฮอกกี้น้ำแข็งที่ใช้นักกีฬาของทั้งสองชาติเล่นร่วมกัน ซึ่งฟังดูแล้วมันควรจะเป็นเรื่องที่สวยงาม

 

ทว่าในอีกด้านหนึ่งมันก็นำไปสู่ปัญหาที่น่าเห็นใจ โดยเฉพาะกับทีมฮอกกี้น้ำแข็งเกาหลีใต้ ซึ่งจะมีนักกีฬาจำนวนหนึ่งที่ต้องเสียสละเปิดทางให้นักกีฬาเกาหลีเหนือได้เข้าร่วมในทีมด้วยโดยไม่มีสิทธิ์ปริปากใดๆ ทั้งๆ ที่อุตส่าห์สู้ฝึกซ้อมมาแทบตาย

 

เรื่องราวทั้งหลายเหล่านี้ทำให้บรรยากาศของมหกรรมกีฬาที่ควรจะเต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน หดหู่ลงไปพอสมควรครับ


จนกระทั่งกองเชียร์จากเกาหลีเหนือเดินทางมาถึงกรุงพย็องชังนี่แหละครับ ที่ทำให้บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปทันทีอย่างน่าอัศจรรย์

 

จากจอขาว-ดำเป็นจอสีเลยทีเดียว!

 

“ผมไม่อยากจะพูดแบบนี้เลย แต่ขอบอกเลยกองเชียร์เกาหลีเหนือนั้นสวยจริงๆ จะเขวี้ยงหินใส่หน้าผมก็ได้ แต่ความจริงก็คือความจริง”

 

ข้างต้นคือเสียงหนึ่งจากหนุ่มชาวเกาหลีใต้ที่โพสต์ลงบนทวิตเตอร์ และยังมีอีกหลายเสียงมากมายที่พร่ำเพ้อไปเรียบร้อย

 

 

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกครับที่เราได้เห็นเหล่ากองเชียร์สาวจากกรุงเปียงยางปรากฏกายต่อหน้าชาวโลก

 

สาวจากแดนโสมแดงนั้นเคยปรากฏกายมาก่อนแล้วในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ เมื่อปี 2002 ที่กรุงปูซาน เกาหลีใต้ จากนั้นก็เป็นกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่เมืองแทกู เมื่อปี 2003 และการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียที่เมืองอินชอน ปี 2005 และหลังจากนั้นได้มีโอกาสไปเชียร์ทีมฟุตบอลหญิงเกาหลีเหนือในการแข่งฟุตบอลโลกหญิงที่จีนในปี 2007

 

ทุกครั้งที่พวกเธอปรากฏตัวจะนำมาซึ่งสีสันที่สวยงามในการแข่งขัน กับภาพของกองเชียร์ที่แต่งกายอย่างพร้อมเพรียงในชุดต่างๆ พร้อมอุปกรณ์ (มีตั้งแต่ชุดแคดดี้, เสื้อยืดไนกี้ ไปจนถึงชุดฮันบกแบบประยุกต์) และการเชียร์ที่เต็มไปด้วยพลังงานที่สดใส

 

สำหรับสาวที่อยากจะอยู่ในทัพกองเชียร์เกาหลีเหนือนั้น ไม่ใช่ใครก็เป็นได้นะครับ

 

 

ทุกคนจะต้องถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาที่ต้องสะสวย สง่างาม นอกจากนี้ยังต้องมีการสืบประวัติความเป็นมาอย่างละเอียด โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าไม่ได้เป็น ‘ไส้ศึก’ ที่ถูกส่งเข้ามาแทรกซึมกิจการภายใน หรือนิยมศัตรูอย่างเกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น

 

และที่สำคัญ ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อเกาหลีเหนือและผู้นำสูงสุด

 

ดังนั้นโดยส่วนมากแล้วหญิงสาวที่ได้รับการคัดเลือกจะเป็นลูกสาวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล

 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าของ ‘ซินเดอเรลล่าแห่งเกาหลีเหนือ’ ว่า รีซอลจู ภรรยาของคิมจองอึน ก็เคยเป็นหนึ่งในสาวกองเชียร์ของเกาหลีเหนือด้วย

 

เพียงแต่จริงๆ แล้วเธอเป็นบุตรสาวของเจ้าหน้าที่ในระดับสูงและถูกส่งมาเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองเชียร์เพื่อเป็น ‘กระบวนการเตรียมความพร้อม’​ ก่อนที่จะเป็นภรรยาของผู้นำสูงสุด

 

เรียกว่าสถานะของพวกเธอไม่ธรรมดาเหมือนกันครับ

 

ในความรู้สึกของชาวโลก พวกเธอไม่ต่างอะไรจากดอกไม้งามในดินแดนที่ลึกลับ และไม่น่าแปลกใจที่บางคนจะมีแฟนคลับเป็นของตัวเองด้วย (ส่วนมากเป็น ‘กัปตัน’ เช่น รียูคยอง อดีตกัปตันในปี 2002)

 

ความยากในการได้มาซึ่งรูปถ่ายและเรื่องราวของพวกเธอยิ่งทำให้ ‘คุณค่า’ เพิ่มขึ้นนับเท่าพันทวี

 

เช่นกันกับครั้งนี้ที่เชื่อว่าภาพและเรื่องราวของพวกเธอจะยิ่งเป็นที่ถูกจับตามองมากขึ้นในโลกโซเชียลมีเดีย

 

ดีไม่ดี ผลการแข่งขันในโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในสายตาเท่ากับการ ‘พักชมสิ่งที่น่าสนใจ’ อย่างกองเชียร์สาวชาวเกาหลีเหนือเหล่านี้

 

กองเชียร์ที่มีศักยภาพไม่ต่างอะไรจากกองทัพที่ไร้เทียมทาน

 

ความแตกต่างมีเพียงขณะที่กองทัพนำมาซึ่งการสูญเสีย บาดแผล และคราบน้ำตา

 

The Army of Beauties นำมาเพียงรอยยิ้ม ความสุข และสีสันที่สวยงาม

 

ถ้าท่านผู้นำคิมจะพิจารณาเปลี่ยนแนวทางมาใช้กองทัพชุดนี้บุกทั้งโลกแทนที่จะใช้นิวเคลียร์ มันอาจจะเข้าท่ากว่านะครับ ว่าไหม?

 

อ้างอิง:

The post The Army of Beauties เมื่อกองทัพสาวเกาหลีเหนือขอบุกทุกพื้นที่หัวใจในพย็องชัง 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/north-korea-the-army-of-beauties/feed/ 0
5 นวัตกรรมที่น่าจับตามองในโอลิมปิกฤดูหนาว พย็องชัง 2018 https://thestandard.co/pyeongchang-2018-technology/ https://thestandard.co/pyeongchang-2018-technology/#respond Fri, 09 Feb 2018 03:46:26 +0000 https://thestandard.co/?p=68798

ปี 2018 ถือว่าเป็นปีที่หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงนวัตกรรมที่จะ […]

The post 5 นวัตกรรมที่น่าจับตามองในโอลิมปิกฤดูหนาว พย็องชัง 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปี 2018 ถือว่าเป็นปีที่หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงนวัตกรรมที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนแบบก้าวกระโดด เนื่องในโอกาสที่เราเดินทางมาถึงมหกรรมกีฬาครั้งแรกของปี วันนี้เราจะไปดู 5 นวัตกรรมในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23 ที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้

 

 

ความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบ 5G

เกาหลีใต้นับเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเร็วของอินเทอร์เน็ตภายในประเทศ​ และเพื่อรองรับนักกีฬาจาก 92 ประเทศ ทางการเกาหลีใต้ได้เผยว่าความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่พย็องชังจะอยู่ที่ 5G ภายในสถานที่แข่งขัน ด้วยการสนับสนุนจาก Intel ซึ่งความเร็วในการดาวน์โหลดจะอยู่ที่ 1,000 Mbps โดยทางบริษัท Intel วางแผนที่จะแสดงศักยภาพของความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วยการถ่ายทอดสดผ่านระบบ Virtual Reality

 

 

Samsung SmartSuit

Samsung บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ จะมอบชุด SmartSuit ให้กับนักกีฬาสปีดสเกตชาวเนเธอร์แลนด์ 2 คน ซึ่งชุดนี้จะมีเซนเซอร์ที่สามารถบอกความเคลื่อนไหวทั้งตัวและสถิติของนักกีฬาแบบเรียลไทม์ให้กับโค้ชผู้ฝึกสอน โดยสามารถใช้ซอฟต์แวร์ภายในสมาร์ทโฟนวิเคราะห์ท่าทางของนักกีฬาระหว่างการแข่งขัน และหาทางแนะนำท่าที่ดีขึ้น เพื่อให้โค้ชส่งข้อความสู่นักกีฬาผ่านระบบสั่นที่ข้อมือของนักกีฬาได้

 

ยกตัวอย่างเช่น ‘ก้มต่ำลง’ ซึ่งถือว่าเป็นท่าที่ใช้เพิ่มความเร็วสำหรับนักกีฬาสปีดสเกต แต่อย่างไรก็ตาม นักกีฬาจะสามารถสวมใส่ชุดนี้ระหว่างการฝึกซ้อมเท่านั้น เนื่องจากหากใส่ระหว่างการแข่งขันจะนับว่าผิดกติกาในข้อหา Digital Doping

 

 

หมวกกันน็อก MIPs

นักกีฬาที่ลงการแข่งขันสกีประเภทดาวน์ฮิลล์ สามารถวิ่งได้ถึงความเร็ว 90 ไมล์ต่อชั่วโมง (144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) จึงต้องมีการออกแบบหมวกกันน็อกที่ลดแรงกระแทกที่ความเร็วสูง ซึ่งล่าสุด Giro ได้ออกแบบหมวกกันน็อกที่มีชื่อว่า Giro Avance ที่มีระบบ Multi-directional Impact  หรือ MIPS

 

ซึ่งระบบนี้ออกแบบมาให้หมวกเข้าล็อกของศีรษะผู้สวมใส่เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของหมวกระหว่างการกระแทก นอกจากนี้ด้วยรูปร่าง Hammerhead ยังช่วยป้องกันการกระแทกประตูของการแข่งขันสกีสลาลมด้วย

 

Photo: Olympic.org

 

รถไฟความเร็วสูง

เดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ทางรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศการสร้างรถไฟ Korea Train Express (KTX) มูลค่า 2.7 พันล้านปอนด์ โดยเป็นเส้นทางระหว่างกรุงโซลถึงพย็องชัง สถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23  

 

Photo: Olympic.org

 

รถไฟ KTX สร้างโดยบริษัท Hyundai ที่สามารถเดินทางด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้เวลาเพียง 69 นาที ขณะที่การเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง

 

ขณะที่สโลแกนของรถไฟรัฐบาลนี้สื่อว่า เราสร้างรถไฟขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงหัวใจของผู้คนเข้าด้วยกันมากกว่าจะเป็นพาหนะที่สร้างจากโลหะ โดยทาง KTX ได้จัดแพ็กเกจใช้บริการ 7 วันในราคา 135 ปอนด์ หรือประมาณ 6,000 บาท สำหรับชาวต่างชาติ

 

Photo: D-Air

 

ถุงลม Dainese Airbags

ถุงลม Dainese Airbags นี้ถูกออกแบบมาสำหรับนักแข่งมอเตอร์ไซค์ความเร็วสูงในการแข่งขัน Moto GP แต่ในโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ ถุงลม  Dainese Airbags จะถูกสวมใส่โดยนักกีฬาหลายประเภทที่พย็องชัง  

 

โดยเจ้า Dainese Airbags นี้มีเซนเซอร์ทั้งหมด 7 จุด ซึ่งหากเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวได้ว่านักกีฬากำลังเสียหลักและจะพุ่งชน ถุงลมจะกางออกและกลายสภาพใหญ่ขึ้นเท่ากับตัวของ Hulk เพื่อป้องกันแรงกระแทกในทันที

 

แมตเทียส เมเยอร์ แชมป์การแข่งขันสกีประเภทดาวน์ฮิลในโอลิมปิก ปี  2014 ได้สวมถุงลมนี้ระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อปี 2015 ซึ่งเขาเสียหลักและพุ่งชนที่ความเร็วสูง แต่สุดท้ายได้รับบาดเจ็บเพียงแค่กระดูกสันหลังร้าว

 

สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23 ที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 8-25 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย ที่พย็องชัง โอลิมปิก สเตเดียม

 

อ้างอิง:

The post 5 นวัตกรรมที่น่าจับตามองในโอลิมปิกฤดูหนาว พย็องชัง 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pyeongchang-2018-technology/feed/ 0