โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โอม-ปัณฑพล-ประสารราชกิจ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 02 May 2026 06:41:43 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 INTO THE OTHER HALF งานเปิดตัวค่ายเพลง ‘ครึ่งเก้า GROUP’ https://thestandard.co/kruengkao-group-into-other-half/ Sat, 02 May 2026 06:41:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1203244 ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ค่าย […]

The post INTO THE OTHER HALF งานเปิดตัวค่ายเพลง ‘ครึ่งเก้า GROUP’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ค่ายเพลงที่เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ให้บริการ เพื่อสนับสนุนธุรกิจพาณิชย์ศิลป์และการวางแผนระยะยาวให้กับศิลปิน โดยภายในงาน ครึ่งเก้า GROUP “INTO THE OTHER HALF” Press Conference & Free Concert ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา ณ One Bangkok Forum ก็มีการนำเสนอวิสัยทัศน์ของ ครึ่งเก้า GROUP จาก โอม ปัณฑพล มีการเปิดตัวศิลปินใหม่ภายในค่าย รวมทั้งฟรีคอนเสิร์ตให้กับแฟนๆ เป็นการปิดท้ายงานด้วยเช่นกัน

 

ครึ่งเก้า GROUP ประกอบไปด้วย 4 ค่าย ได้แก่ BRIDGE, 9 Arkkhan, MACHg และ Ennead ซึ่งพวกเขาจะปรับเปลี่ยนบทบาทจากค่ายเพลงดั้งเดิมให้เป็นผู้ให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการผสมผสานศิลปะและธุรกิจเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การผลิตผลงาน การสร้างแบรนด์ การตลาด และการวางแผนรายได้ โดยค่ายมองว่าความสำเร็จของศิลปินไม่ได้เกิดขึ้นจากศิลปินเพียงคนเดียว แต่ยังมีคนเบื้องหลังที่ทำงานให้งานนี้ด้วย ดังนั้นพวกเขาก็จะให้ความสำคัญกับเรื่องรายได้ลิขสิทธิ์ คอนเทนต์ดิจิทัล และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ทีมงานและศิลปินสามารถดูแลชีวิตในระยะยาวได้

 

นอกจากนี้พวกเขายังสร้างโมเดลที่หุ้นส่วนทุกคนเท่าเทียมกัน โดยทุกฝ่ายสามารถร่วมลงทุน ตัดสินใจ และแบ่งปันผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสม ศิลปินยังคงเป็นเจ้าของผลงาน ค่ายก็เป็นเบื้องหลังที่ผลักดันให้ศิลปินไปถึงจุดสูงสุด ส่วนข้อมูลดาต้าหลังบ้านก็มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

 

แต่ละค่ายก็จะมีทิศทางและอัตลักษณ์ทางดนตรีที่แตกต่างกัน โดย MACHg ที่นำโดย ก้อง ห้วยไร่ และ แบงค์ รัฐวิชญ์ จะเน้นเพลงลูกทุ่งและเพลงไทย, 9 Arkkhan ที่นำโดย จ๋าย อิชณน์กร จะเน้นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีเอกลักษณ์ดนตรีเฉพาะตัว ส่วน Ennead จะเป็นค่ายเพลงจากทีมงานวงการดนตรีและโปรดักชันซีรีส์-ภาพยนตร์ที่ร่วมงานกับปอนด์ กฤษฎา จากค่าย BeOnCloud เพื่อสร้างศิลปินที่สามารถต่อยอดไปสู่วงการบันเทิงได้อย่างหลากหลายและครบวงจร ซึ่งศิลปินจากรายการ True Academy Fantasia 2026 ก็จะได้เซ็นสัญญาภายใต้สังกัดนี้ด้วย

 

ส่วนค่าย BRIDGE ที่เพิ่งเปิดใหม่จะเน้นการสร้างผลงานที่ก้าวข้ามทุกกรอบของเสียงดนตรีและสามารถเข้าถึงผู้ฟังได้อย่างกว้างขวาง และไฮไลต์สำคัญที่งานนี้ก็คือมีการประกาศว่าวง FLURE ก็จะมาร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินของสังกัดนี้ด้วย เรียกได้ว่างานนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการดนตรีไทยที่น่าจับตามอง และเป็นที่น่าตั้งตารอคอยว่าพวกเขาจะสร้างปรากฏการณ์ดนตรีอะไรอีกบ้างในอนาคต

 

ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 1ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 2ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 3ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 4ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 5ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 6ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 7ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 8ศิลปินและผู้บริหารบนเวทีงานเปิดตัวค่ายเพลง ครึ่งเก้า GROUP ในอีเวนต์ INTO THE OTHER HALF 9

 

ภาพ: ครึ่งเก้า GROUP

The post INTO THE OTHER HALF งานเปิดตัวค่ายเพลง ‘ครึ่งเก้า GROUP’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังการปั้น ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ของ โอม-ปัณฑพล พลิกนิยามค่ายเพลงสู่ ‘ธุรกิจบริการ’ ชูโมเดลพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน-เลิกค่านิยมนายทุนเป็นใหญ่ https://thestandard.co/kreung-kao-group-music-business-model/ Thu, 30 Apr 2026 07:47:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1202720 โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเพลงไทย ที่สะท้อนก […]

The post เบื้องหลังการปั้น ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ของ โอม-ปัณฑพล พลิกนิยามค่ายเพลงสู่ ‘ธุรกิจบริการ’ ชูโมเดลพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน-เลิกค่านิยมนายทุนเป็นใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเพลงไทย ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างธุรกิจเพลงยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน หลังการเปิดตัวค่ายเพลงใหม่ บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด ภายใต้การบริหารของ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ซึ่งประกาศวิสัยทัศน์วางตำแหน่งค่ายเพลงเป็น ‘ธุรกิจบริการ’ ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การบริหารและพัฒนาศิลปิน ไปจนถึงการลงทุน จัดคอนเสิร์ต อีเวนต์ และงานบันเทิงหลากหลายรูปแบบ

 

โอม-ปัณฑพล ฉายภาพถึงจุดเริ่มต้นของชื่อ ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละคร ‘โครันเซ’ ในการ์ตูนเรื่อง จอมโหดกระทะเหล็ก ซึ่งมีแนวคิดว่าการทำอาหารคือการล่วงหน้าครึ่งก้าว หรือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ก่อนนำมาปรับใช้กับงานสื่อและดนตรี

 

โดยมองว่าการนำหน้าผู้บริโภคมากเกินไปอาจทำให้ผู้ฟังตามไม่ทัน ขณะที่การตามหลังย่อมทำให้ตกเทรนด์ ดังนั้น การล่วงหน้าเพียงครึ่งก้าว จึงเป็นจุดสมดุลที่เหมาะสม และกลายเป็นที่มาของชื่อ ครึ่งเก้า ซึ่งเลือกใช้คำพ้องเสียง เนื่องจากชื่อเดิมถูกใช้จดทะเบียนไปแล้ว

 

ในมุมมองต่อบทบาทของค่ายเพลง โอมกล่าวว่า แม้ปัจจุบัน ‘ค่ายเพลง’ จะไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ด้วยความหลากหลายของทักษะในแต่ละบุคคล ค่ายยังคงมีบทบาทในฐานะผู้สนับสนุนศิลปิน โดย ครึ่งเก้า ได้วางโครงสร้างองค์กรให้เป็นธุรกิจบริการ ทำหน้าที่ในฐานะพาร์ตเนอร์ ดูแลศิลปินเสมือนลูกค้า เพื่อรักษามาตรฐานการทำงาน

 

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนจะมีความยืดหยุ่นตามความต้องการของศิลปิน และค่ายไม่ได้มุ่งให้ผู้ฟังจดจำชื่อค่าย แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างการจดจำที่ตัวศิลปินเป็นหลัก โดยอาศัยทีมงานเบื้องหลังที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยขับเคลื่อน

 

ด้านการบริหารจัดการ ครึ่งเก้า GROUP เปิดโอกาสให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับภาระที่ไม่ถนัด พร้อมยึดขอบเขตบริการที่ตกลงกันอย่างชัดเจนและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างความโปร่งใสด้านข้อมูล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาระบบกลางที่รวบรวมข้อมูลสำคัญไว้ในที่เดียว

 

ไม่ว่าจะเป็นตารางงาน, รายได้, แผนงาน, สัญญา, สิทธิประโยชน์ รวมถึงพอร์ตโฟลิโอและทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปิน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี ซึ่งจะช่วยลดข้อสงสัยและเพิ่มความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

 

โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน 1

 

“บริษัทไม่ได้อยู่ในฐานะผู้อุปถัมภ์ เลิกคิดว่านายทุนที่ลงเงินเป็นใหญ่ เพราะศิลปินเองก็มีมูลค่าเป็นตัวเงินเช่นเดียวกัน อยากให้ลบภาพนั้นและมองว่าเราคือผู้ลงทุนร่วมกันทั้งสองฝ่าย” ผู้บริหารค่ายย้ำ

 

สำหรับการพัฒนาศิลปินหน้าใหม่ ยอมรับว่าการกำหนดระยะเวลาความสำเร็จในปัจจุบันทำได้ยาก เนื่องจากต้องแข่งขันกับคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ถึงอย่างนั้น ทีมงานจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์เพื่อลดระยะเวลาให้สั้นที่สุด เนื่องจากโมเดลการปั้นศิลปินระยะยาวแบบในอดีตอาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนธุรกิจ ดังนั้น ปัจจัยสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างกระแสไวรัลและการสร้างคอมมูนิตี้แฟนคลับ และในช่วงเวลาเดียวกัน ความสุขของศิลปินยังถูกยกให้เป็นหัวใจหลักของการทำงาน

 

ในมิติการบริหารความเสี่ยง ธุรกิจเพลงถูกเปรียบเทียบกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้แนวคิดการจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง ความสำเร็จของค่ายจึงไม่จำเป็นต้องเกิดจากศิลปินทุกคน แต่สามารถชดเชยกันได้จากศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงเพียงบางราย และยังต้องคำนึงถึงวงจรชีวิตของศิลปิน และการจัดสรรงบประมาณด้าน R&D เพื่อรองรับการพัฒนาในระยะยาว

 

เบื้องต้น ค่ายจะให้ความสำคัญกับการจัดระบบภายในและดูแลศิลปินที่อยู่ภายใต้ 4 ค่ายในเครือ ได้แก่ ค่าย BRIDGE มี 19 ศิลปิน ได้แก่ Three Man Down, Tilly Birds, Flure, The Darkest Romance, AYLA’s, ASIA7, Jigsaw Story, Hard Boy, ADORA, NINEOKMAI, QEETHA, fit aroon, Par-T, Famoso, M DAOSAI, ossey, AYEJAY, Dena Euprasert และ miller

 

โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน 2

 

ตามด้วยค่าย 9Arkkhan ก่อตั้งโดย จ๋าย อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี โดยมี 8 ศิลปินภายใต้สังกัดได้แก่ Little John, manutsawee, สามานย์, วิจิตรชน, มาณพ, Gandharva, PINKIE และศิลปินใหม่ที่แฟนเพลงคุ้นหน้าคร่าตากันเป็นอย่างดีที่เข้ามาเป็นพี่ใหญ่สุดของค่ายอย่าง วง ไททศมิตร

 

ถัดมาคือค่าย MACHg นำทีมบริหารโดย ก้อง ห้วยไร่ และ แบงค์ รัฐวิชญ์ ประกอบไปด้วยศิลปินหน้าใหม่ ได้แก่ หนุ่ม ใจแสน, ชาชม เสาวคนธ์, วิว วัลนิกา, กอกี้ กวิสรา และ ปราง ปรางทิพย์

 

และค่าย Ennead นำโดย โอม ปัณฑพล และปอนด์ กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารจาก BeOnCloud บริษัทผู้ผลิตซีรีส์และภาพยนตร์ชื่อดัง โดยค่าย Ennead มีแนวคิดพัฒนาศิลปินยุคใหม่ให้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียงนักร้อง แต่สามารถต่อยอดสู่บทบาทในอุตสาหกรรมบันเทิงได้อย่างหลากหลาย ทั้งนี้ ศิลปินจากรายการ True Academy Fantasia 2026 จะได้รับโอกาสในการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด Ennead เพื่อเข้าสู่เส้นทางการทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

 

โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน 3

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือแนวคิดการจัดการลิขสิทธิ์อย่างเป็นธรรม โดยกำหนดให้ มาสเตอร์ เป็นของค่าย ขณะที่ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์ ซึ่งผู้บริหารเปรียบว่าเป็นการซื้อใจศิลปิน แม้มีความเสี่ยงเมื่อหมดสัญญา แต่อีกทางก็ช่วยสร้างความไว้วางใจในระยะยาว พร้อมกันนี้ ยังเน้นความยืดหยุ่นในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปิน โดยเฉพาะศิลปินหน้าใหม่ ได้มีเวทีแสดงและต่อยอดรายได้ในอนาคต

 

โดยปัจจุบัน โมเดลรายได้ในวงการเพลงกระจายออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ การแสดงสด, การจำหน่ายสินค้า, รายได้จากลิขสิทธิ์ และงานจ้างอื่น เช่น อินฟลูเอนเซอร์หรือพรีเซนเตอร์

 

ผู้บริหารค่ายกล่าวถึงเป้าหมายระยะยาวว่า ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตของธุรกิจ แต่ต้องการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมเพลงไทยแข็งแรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของศิลปิน และเปิดโอกาสให้แข่งขันในตลาดต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้ศึกษาต้นแบบจากประเทศที่อุตสาหกรรมเพลงแข็งแกร่ง เช่น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทไทย

 

ขณะเดียวกัน ยังสะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมดนตรีและคอนเสิร์ตว่า กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว แต่มองว่าความต้องการบริโภคความบันเทิงยังคงมีอยู่ และในมุมของผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการลดงบการจัดทำมิวสิกวิดีโอ หรือหันไปใช้โปรดักชันคอนเสิร์ตแบบมินิมอล รวมถึงเปิดรับความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อรวมทรัพยากรและขยายขนาดอุตสาหกรรม

 

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าลบภาพจำอาชีพศิลปินที่ในอดีตถูกมองว่าเต้นกินรำกิน โดยชี้ว่าความไม่มั่นคงเกิดจากการพึ่งพาเทรนด์และสื่อเป็นหลัก ขณะที่พฤติกรรมผู้ฟัง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 12-27 ปี มีแนวโน้มเปิดรับสิ่งใหม่สูง ก่อนจะเริ่มยึดติดกับรสนิยมเดิมเมื่ออายุมากขึ้น

 

ท้ายที่สุด ความท้าทายสำคัญของวงการคือความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน แฟนคลับ หรือผู้จัดเก็บลิขสิทธิ์ โดยเป้าหมายของครึ่งเก้า GROUP คือการสร้างระบบและการสื่อสารที่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

The post เบื้องหลังการปั้น ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ของ โอม-ปัณฑพล พลิกนิยามค่ายเพลงสู่ ‘ธุรกิจบริการ’ ชูโมเดลพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน-เลิกค่านิยมนายทุนเป็นใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอม ปัณฑพล ยุติบทบาทบริหาร GeneLab พร้อมสานต่อบริษัท ครึ่งเก้า https://thestandard.co/ohm-pandhpol-leaves-genelab-kreung-kao/ Wed, 11 Mar 2026 04:50:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1186449 โอม ปัณฑพล ยืนในชุดสูท

โอม ปัณฑพล หรือที่รู้จักกันในนาม โอม Cocktail นำทีมบริษ […]

The post โอม ปัณฑพล ยุติบทบาทบริหาร GeneLab พร้อมสานต่อบริษัท ครึ่งเก้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอม ปัณฑพล ยืนในชุดสูท

โอม ปัณฑพล หรือที่รู้จักกันในนาม โอม Cocktail นำทีมบริษัท ครึ่งเก้า สิ้นสุดหน้าที่บริหารค่ายเพลง GeneLab และ 19 พร้อมเดินหน้าสู่เส้นทางใหม่ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026

 

โดย โอม ปัณฑพล มีการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook เพื่อชี้แจงเหตุผลในการยุติบทบาทดังกล่าว เนื่องจากมุมมองและเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป ด้วยการตัดสินใจร่วมกันทำให้ตัวเขาและทีมครึ่งเก้า ถือโอกาสลองออกเดินสู่เส้นทางใหม่ ทั้งยังขอบคุณ GMM Music สำหรับการร่วมงานกันตลอดมา

 

“ผมและทีมครึ่งเก้าอยากจะขอถือโอกาสนี้ออกไปทำอะไรตามใจตัวเองสักเล็กน้อยในวันที่ยังมีเรี่ยวแรงและยังคงคิดอ่านได้ดี ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร มันคงเป็นเรื่องที่ค้างคาใจหากไม่ได้ลองทำครับ”

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยค่ายเพลงอิสระอื่นๆ ที่ทางบริษัทครึ่งเก้าร่วมบริหาร อาทิ ค่ายเพลง มักจี MACHg ถือหุ้นร่วมกับ ก้อง ห้วยไร่ และ แบงค์ รัฐวิชญ์ ที่มุ่งเน้นทำศิลปินลูกทุ่งและเพลงไทยร่วมสมัย ค่าย Ennead ถือหุ้นร่วมกับ ปอนด์ กฤษดา Be On Clound มุ่งเน้นศิลปินที่มีความสามารถทั้งร้อง เล่น เต้น และการแสดง เพื่อทำเพลงรวมถึงการเป็นนักแสดงหนังและซีรีส์ภายใต้สังกัด และ 9อัคคัญญ์ ถือหุ้นร่วมกับ จ๋าย TaitosmitH ค่ายเพลงอิสระที่มุ่งเน้นการผลิตและจัดการศิลปินในรูปแบบใหม่

 

สำหรับบริษัท ครึ่งเก้า ถือเป็นการสร้างนิติบุคคลอีกหน่วยงานหนึ่งเพื่อทดลองระบบในการบริหารค่าย GeneLab โดยมีสถานะเป็นอิสระและไม่เป็นบริษัทในเครือ GMM Music การยุติบทบาทในครั้งนี้จึงถือเป็นการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ โดยมั่นใจว่าศิลปินภายใต้การดูแลจาก GeneLab จะเติบโตและสามารถดูแลตัวเองได้ดี ภายใต้ระบบและรากฐานที่แข็งแรงที่ทีมงานทั้งหมดช่วยกันวางไว้ภายใต้ GMM Music

 

ภาพ: cheerscocktail / Instagram

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/19sswme57D/

The post โอม ปัณฑพล ยุติบทบาทบริหาร GeneLab พร้อมสานต่อบริษัท ครึ่งเก้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
True Academy Fantasia เปิดตัว Executive Producer และกรรมการผู้ร่วมปฏิบัติการล่าฝัน https://thestandard.co/true-academy-fantasia-returns/ Wed, 28 Jan 2026 11:21:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1170712 ภาพ บอย อรรถพล, ปอนด์ กฤษดา, โอม ปัณฑพล พร้อมคณะกรรมการในงานเปิดตัว True Academy Fantasia

การกลับมาของรายการเรียลลิตี้ในตำนาน True Academy Fantas […]

The post True Academy Fantasia เปิดตัว Executive Producer และกรรมการผู้ร่วมปฏิบัติการล่าฝัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ บอย อรรถพล, ปอนด์ กฤษดา, โอม ปัณฑพล พร้อมคณะกรรมการในงานเปิดตัว True Academy Fantasia

การกลับมาของรายการเรียลลิตี้ในตำนาน True Academy Fantasia พร้อมเปิดตัว บอย อรรถพล, ปอนด์ กฤษดา และโอม ปัณฑพล ขึ้นแท่น Executive Producer และเหล่าคณะกรรมการผู้ร่วมปฏิบัติการล่าฝัน ที่งานประกาศไลน์อัป TrueVisions NOW สนุกแบบไทย.. is NOW ที่จัดขึ้นเมื่อ 27 มกราคมที่ผ่านมา ณ EMSPHERE

 

โดยครั้งนี้เป็นการร่วมงานของ บอย อรรถพล Executive Producer ผู้เริ่มต้น True Academy Fantasia ร่วมกับ ปอนด์ กฤษดา ผู้บริหารจากค่าย BeOnCloud และโอม ปัณฑพล ที่หลายคนรู้จักกันในนาม นักร้องนำจากวง Cocktail ซึ่งภายในงานครั้งนี้ ปอนด์ กฤษดา ยังมาร่วมพูดคุยและเปิดเผยว่า เขาและโอม ปัณฑพล เคยมีแผนทำโปรเจกต์ร่วมกันอยู่แล้ว เมื่อมีการติดต่อจาก True Academy Fantasia เข้ามา จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะร่วมงานกันในโปรเจกต์นี้

 

นอกจากนี้ยังมีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการ ที่จะมาร่วมปฏิบัติการล่าฝัน ได้แก่ โดนัท มนัสนันท์, มอส ปฏิภาณ, หวานเจี๊ยบ ธนรัตน์, เชา ชวรัตน์ และเจษ เจษฎ์พิพัฒ และจะร่วมตัดสินตั้งแต่การออดิชันทั้ง 4 ภาคอีกด้วย

 

สำหรับรายการ True Academy Fantasia เป็นรายการเรียลลิตี้ที่เคยประสบความสำเร็จในการสร้างบุคคลคุณภาพในวงการบันเทิงมาแล้วมากมาย ด้วยรูปแบบรายการที่ถ่ายทอดชีวิตจริงตลอด 24 ชั่วโมงของผู้เข้าแข่งขัน ที่จะร่วมฝึกฝนทักษะทั้งด้านการแสดงและด้านดนตรี พร้อมการันตีผลงานในวงการบันเทิงหลังจากจบโปรเจกต์

 

เชื่อว่าการกลับมาในครั้งนี้จะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ที่ทำให้หลายคนหวนคิดถึงความสนุกแบบเดิมๆ สำหรับการออดิชันแบบออนไลน์จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2026 และจะเริ่มเปิดออดิชัน 4 ภาค ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม – 4 เมษายน 2026 นี้

 

ภาพ: beoncloud_th / X

 

อ้างอิง: https://www.youtube.com/live/_jo8iwDi1aY?si=f2Xm2Eq28RoKWZz7

The post True Academy Fantasia เปิดตัว Executive Producer และกรรมการผู้ร่วมปฏิบัติการล่าฝัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL https://thestandard.co/apple-tribute-album-cocktail/ Sat, 29 Nov 2025 02:32:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1149357 Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL

Apple ร่วมงานกับศิลปินชาวไทยรุ่นใหม่เพื่อสร้างสรรค์อัลบ […]

The post Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL

Apple ร่วมงานกับศิลปินชาวไทยรุ่นใหม่เพื่อสร้างสรรค์อัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL พร้อมปล่อยให้ฟังผ่านสตรีมมิ่ง Apple Music ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

โดยการทำอัลบั้มนี้มีเป้าหมายเพื่อทริบิวต์ให้กับวงร็อกขวัญใจชาวไทยอย่างวง COCKTAIL ด้วยการนำเพลงของวงให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งในรูปแบบใหม่และซาวด์ดนตรีใหม่ ผ่านฝีมือของศิลปินจากค่าย GMM Grammy อาทิ จั๋ง วิกร วง PERSES, MEYOU, TIGGER, Only Monday, XX, SAMUI และอีกมากมาย

 

Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL 1

 

พวกเขามาร่วมถ่ายทอดพลังของเสียงดนตรีด้วยการสร้างสรรค์เพลงบน Logic Pro ของ Mac และยังดีไซน์เสียงออกมาในรูปแบบ Spatial Audio เพื่อให้ผู้ฟังเปิดประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลงไปอีกขั้น จากเสียงที่มีความสมจริงและโอบล้อมตัวผู้ฟังในแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งภายในงานเปิดตัวอัลบั้ม ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานก็มาพูดคุยถึงการทำเพลงในอัลบั้มทริบิวต์นี้ และผู้เข้าร่วมงานก็ยังสามารถลองฟังเพลงที่งานได้ด้วยเช่นกัน

 

นักร้องนำวง COCKTAIL อย่าง​ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ยังกล่าวความรู้สึกถึงอัลบั้มทริบิวต์นี้ว่า “ผมอยู่ในวงการเพลงมา 20 ปี การได้ยินศิลปินรุ่นใหม่ๆ หยิบเพลงของเราไปรีโปรดิวซ์ใหม่ในแบบ Spatial Audio พอได้ฟังแล้วผมรู้เลยว่าเพลงมันมีชีวิตได้จริงๆ เพราะจากวิธีที่พวกเขาใส่มุมมอง อารมณ์ ความรู้สึก และสไตล์ของตัวเองเข้าไป มันทำให้ผมตื่นเต้นมากๆ กับพลังของความเป็นศิลปินที่สานต่อแรงบันดาลใจ ทำให้เหมือนผมได้ฟังเพลงใหม่ในเนื้อเพลงเดิมที่ผมรู้จักมันดีอยู่แล้ว”

 

Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL 2

 

สำหรับอัลบั้ม Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL พร้อมให้ฟังแล้ววันนี้ผ่านทางสตรีมมิ่ง Apple Music ในรูปแบบของ Spatial Audio โดยมีทั้งหมด 9 แทร็ก ได้แก่ Yours Ever – MEYOU, งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง – MONICA, ดีซะกว่า – Only Monday, ลั่นทม – Jung PERSES, ไม่เป็นรอง – TIGGER, เรา – XX, น้ำตาสุดท้าย – Bomb at Track, ช่างมัน – PAUSE & PANCAKE (Yes Indeed) และ โปรดเถิดรัก – SAMUI

 

ส่วนใครที่อยากไปร่วมครีเอตประสบการณ์ทางดนตรีแบบ Spatial Audio บน Mac ร่วมกับศิลปินมากฝีมืออย่าง XX, MONICA และ TIGGER สามารถไปร่วมสนุกได้ที่งานพูดคุยเกี่ยวกับการทำเพลงในอัลบั้มนี้แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ Apple ICONSIAM วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 18.00 – 19.00 น.

 

Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL 3 Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL 4 Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL 5 Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL 6 Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever - a Tribute to COCKTAIL 7

 

ภาพ: Apple

The post Apple จัดงานเปิดตัวอัลบั้มทริบิวต์ Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL appeared first on THE STANDARD.

]]>
COCKTAIL EVER LIVE บทบันทึกการเดินทาง 22 ปีที่งดงามและยิ่งใหญ่ https://thestandard.co/cocktail-ever-live/ Wed, 02 Apr 2025 10:46:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1059782 วง COCKTAIL ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญชื่อดังและโปรดักชันอลังการ

ส่งท้ายประวัติศาสตร์การเดินทางตลอด 22 ปีของ COCKTAIL ลง […]

The post COCKTAIL EVER LIVE บทบันทึกการเดินทาง 22 ปีที่งดงามและยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วง COCKTAIL ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญชื่อดังและโปรดักชันอลังการ

ส่งท้ายประวัติศาสตร์การเดินทางตลอด 22 ปีของ COCKTAIL ลงอย่างงดงามใน COCKTAIL EVER LIVE ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 และ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ด้วยความสุขในความยิ่งใหญ่ของงานด้วยโปรดักชันทั้ง แสง สี เสียงที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงาม ยิ่งใหญ่ น่าประทับใจของวงร็อกระดับตำนานแถวหน้าของประเทศไทยในครั้งนี้

 

ตลอดการแสดงทั้ง 2 วันของคอนเสิร์ต COCKTAIL นำโดย โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ, เชา-ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย, ปาร์ค-เกริกเกียรติ สว่างวงศ์, เหน่ง-วิวัฒน์ สว่างวรรณรัตน์, เอ็กซ์-ชรัณ ตัณฑนันทน์และ ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ ได้หยิบเอาเพลย์ลิสต์ที่อัดแน่นไปด้วยบทเพลงฮิตของวงดนตรีวงหนึ่ง ที่ร่วมเดินทางพร้อมกับแฟนเพลงของพวกเขามาตลอด 22 ปีมาแสดงให้ฟังแบบตื่นหู เปิดตัวด้วยเพลง เพลงไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ที่มาพร้อมวงออร์เคสตราชุดใหญ่แน่นเวที ก่อนจะตามมาด้วยบทเพลงอีกมากมายที่แฟนเพลงชื่นชอบตลอดการเดินทางของวง อาทิ แรงเสียดทาน, ตราบธุลีดิน, น้ำตาสุดท้าย, งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง, เธอทำให้ฉันเสียใจ, เธอ, เรา ฯลฯ

 

ก่อนปิดท้ายทั้งสองค่ำคืนของคอนเสิร์ตด้วยเพลง ปรารถนาสิ่งใดฤา ที่ชวนให้แฟนเพลงทุกคนได้ขบคิดถึงความปรารถนาและเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน เปรียบเสมือนการขมวดจบบันทึกหน้าสุดท้ายของ COCKTAIL ที่เลือกสิ้นสุดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ครั้งสำคัญ ณ ราชมังคลากีฬาสถานในครั้งนี้

 

แน่นอนว่าคอนเสิร์ตส่งท้ายของ COCKTAIL ยังเต็มไปด้วยโมเมนต์ที่ยอดเยี่ยมของแขกรับเชิญที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวที ทั้ง BOWKYLION, ตูน BODYSLAM ปั๊บ POTATO, เจ๋ง BIG ASS, F.HERO และ คิว FLURE โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ COCKTAIL ยังคงสามารถสร้างความทรงจำอันสวยงาม และตราตรึงในหัวใจแฟนๆ ได้อีกครั้ง แม้จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของวง ซึ่งพวกเขาก็ยังคงรักษามาตรฐานทางการแสดงของพวกเขาเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นบทสรุปของการเดินทางบนเส้นทางดนตรีกว่า 22 ปี ของ COCKTAIL อันสมบูรณ์แบบ ที่จะอยู่ในใจของแฟนเพลงทุกคนไปอีกนานแสนนาน

 

วง COCKTAIL ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญชื่อดังและโปรดักชันอลังการ วง COCKTAIL ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญชื่อดังและโปรดักชันอลังการ วง COCKTAIL ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญชื่อดังและโปรดักชันอลังการ วง COCKTAIL ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญชื่อดังและโปรดักชันอลังการ วง COCKTAIL ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญชื่อดังและโปรดักชันอลังการ

The post COCKTAIL EVER LIVE บทบันทึกการเดินทาง 22 ปีที่งดงามและยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอม COCKTAIL ออกแถลงการณ์แจงรายละเอียดกรณี #แสตมป์อภิวัชร์ https://thestandard.co/ohm-cocktail-stamp-apiwat-case/ Tue, 21 Jan 2025 09:04:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1032688

สืบเนื่องจากกรณีของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข นักร้อ […]

The post โอม COCKTAIL ออกแถลงการณ์แจงรายละเอียดกรณี #แสตมป์อภิวัชร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากกรณีของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข นักร้องชื่อดัง ที่เปิดใจถึงกรณีการฟ้องร้องของเขาและภรรยาอย่าง นิว-จีริสุดา ศรีวัฒน์ จนเกิดเป็นกระแสในโลกโซเชียลมากมายตลอดหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ Sound Engineer ประจำวง Tilly Birds อีกทั้งเรื่องราวบางส่วนยังมีการเชื่อมโยงไปถึงการทำหน้าที่ผู้บริหารค่ายเพลง GeneLab ที่ดูแลโดย โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ โดยหลังแสตมป์ออกมาแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อวานนี้ (20 มกราคม) และปัจจุบันกรณี #แสตมป์อภิวัชร์ ที่นอกจากจะเป็นประเด็นส่วนตัวทางคดีความ แต่ดูเหมือนเรื่องราวขยายวงไปสู่ประเด็นกฎหมายมาตรา 112 ที่สังคมกำลังจับตามอง 

 

 

ล่าสุดในวันนี้ (21 มกราคม) โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม COCKTAIL นักร้องและผู้บริหารค่ายเพลง GeneLab ต้นสังกัดของวง Tilly Birds อีกหนึ่งวงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และมีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว ออกแถลงการณ์ในฐานะตัวแทนของค่ายพร้อมข้อความดังนี้

 

“ได้อ่านความเห็นของหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงขอถือโอกาสนี้สรุปข้อเท็จจริงในฐานะตัวแทนค่ายครับ

 

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาประมาณ 2 ปี ทางค่ายและวง Tilly Birds ได้รับแจ้งจากพี่แสตมป์ว่ามีปัญหาระหว่างฝ่ายพี่แสตมป์และ Sound Engineer ของวง อันเนื่องมาจากประเด็นชู้สาว ซึ่งพี่แสตมป์เล่ารายละเอียดไปจนถึงต้นเหตุของความผิดใจระหว่างสองฝ่ายตามที่ทุกท่านได้ทราบตามข่าว และยังแจ้งต่อไปว่ามีการพบกัน วิวาท รวมถึงมีการพูดพาดพิงกันในทางเสียหาย เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอให้พูดคุยกับบุคคลดังกล่าว ในเบื้องต้นผมรับเรื่องเอาไว้แต่ได้กล่าวไปว่า Engineer นั้นไม่ใช่ลูกจ้างของค่าย แต่เป็นบุคลากรของวง ทางค่ายจึงไม่มีอำนาจในการจัดการโดยตรง แต่จะสอบถามให้ และแจ้งไปว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างมาก และผมในฐานะคนกลางยังไม่สามารถออกความเห็นได้ทันทีครับ

 

หลังจากนั้นเมื่อสอบถามเรื่องราวจากฝั่ง Sound Engineer และแฟน จึงพบว่าเรื่องราวนั้นขัดแย้งกันอย่างมาก และทั้งสองฝ่ายมิได้มีหลักฐานที่จะอ้างอิงเรื่องราวที่กล่าวอ้างได้เลย ในเบื้องต้นจึงทำการตักเตือนไปว่า ห้ามวงเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องดังกล่าว หากไม่ใช่กรณีที่พนักงานของวงกระทำความผิดต่อหน้าที่ ที่เราสามารถลงโทษได้ เรื่องอื่นใดถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่เขาต้องจัดการด้วยตนเอง มิให้ถือข้างหรือตัดสินใดๆ ไปก่อน เพราะธรรมดาเรื่องเกี่ยวข้องกับความรัก หรือปัญหาภายในครอบครัวนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซับซ้อน อาจมองได้หลายมุม และที่สำคัญเป็นเรื่องภายในบ้าน

 

หลังจากนั้นจึงทำการติดต่อพี่แสตมป์อีกครั้ง และแนะนำไปว่าควรนำเรื่องราวเข้าสู่กระบวนการของศาล และนำเอาพยานหลักฐานของตนเข้าต่อสู้กัน โดยพี่แสตมป์แสดงความกังวลว่า ระหว่างทางคู่กรณีอาจใช้โอกาสนี้ในการพูดหรือให้ร้ายตนและภรรยาได้ และตนไม่สบายใจจากการข่มขู่ ผมจึงทำการรับรองไปว่าจะกำกับและดูแลไม่ให้มีการพูดถึงกัน ไม่ว่าในสื่อใดและช่องทางใดในขอบเขตที่ผมมีอำนาจ ในระหว่างที่มีการพิพาทกันในชั้นศาล เนื่องจากเห็นความสำคัญว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีส่วนบุคคล ไม่ควรมีผู้ใดล่วงรู้ ทั้งนี้ รายละเอียดในการพิจารณาคดีหรือการพิพาทใดๆ หลังจากนั้นทางเราไม่ได้รับทราบอีกต่อไป

 

หลังจากนั้นเวลาผ่านไป ไม่ได้มีการติดต่อใดๆ จากฝั่งพี่แสตมป์อีก จนกระทั่งพี่แสตมป์ติดต่อมาว่าตนชนะคดีแล้ว และได้รับค่าเสียหายในคดีฟ้องชู้ รวมถึงมีคำสั่งของศาลมิให้ทั้งสองฝ่ายพูดถึงกันในทางเสียหายอีกต่อไป ซึ่งสิ่งนี้น่าจะพิสูจน์ได้ว่าเรื่องชู้ที่พี่แสตมป์กล่าวอ้างเป็นเรื่องจริง ขอให้แจ้งกับ Tilly Birds เพื่อรับทราบ เพื่อจะได้จัดการประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีคุกคามมิได้ถูกกล่าวถึง และมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการห้ามเข้าใกล้ เมื่อผมแจ้งกับ Tilly Birds ความปรากฏต่อไปว่า Sound Engineer และแฟน ยืนยันว่ามิได้แพ้คดี แต่ยอมประนีประนอมยอมความเพียงเพื่อให้เรื่องจบ และตนมิได้เป็นชู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการพิพาทต่อไป ผมจึงแจ้งพี่แสตมป์ว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าชนะคดีซึ่งมีความหมายกว้าง แต่ให้เลือกแจ้งคนโดยทั่วไปว่า คดีจบลงโดยการประนีประนอมยอมความโดยฝ่ายจำเลยยอมชำระค่าเสียหาย ซึ่งมีความหมายตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายไม่สามารถนำเอาข้อดังกล่าวมาโต้แย้งพี่แสตมป์ได้อีก ในขณะนั้นผมตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการไม่ยอมรับและเป็นความเชื่อที่ทางค่ายไม่สมควรเข้าไปก้าวล่วง และในเมื่อมีคำสั่งศาลให้ทั้งสองฝ่ายไม่พูดถึงกันอีกต่อไป ผมจึงคิดว่าทั้งสองฝ่ายจะต่างคนต่างอยู่ และไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไปแล้ว ทั้งนี้ กำชับกับ Tilly Birds อีกครั้งว่าไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น โดยฝ่าย Sound Engineer ให้คำมั่นว่ามีความตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป ในขณะนั้นทางค่ายเกิดความสบายใจ เพราะไม่ว่าสถานะของความเป็นชู้นั้นจะจริงหรือไม่ ไม่ว่าใครจะเชื่ออย่างไร มิได้สำคัญ เพราะต่างคนสามารถที่จะแยกย้ายไปมีชีวิตหรือทำงานในส่วนของตัวเองได้แล้ว

 

เวลาผ่านไประยะใหญ่ ทางเราได้ยินประปรายว่าพี่แสตมป์มีความไม่สบายใจจากการพบเจอ Sound Engineer ตามงานต่างๆ จากบุคลากรในสายงานหลายท่าน โดยพี่แสตมป์บอกเล่าเรื่องราวชู้สาวของตนเองให้กับหลายท่านทราบ และพี่แสตมป์ติดต่อมาผ่านผู้ใหญ่ในวงการท่านอื่นว่ามีความไม่สบายใจที่พบเจอแฟนของ Sound Engineer ในงาน Monster Music Festival ที่ในขณะนั้นมาช่วยงานที่บูธของศิลปิน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาทำงาน ผมยอมรับว่าเพิกเฉยต่อคำขอ เนื่องจากไม่สามารถใช้ความไม่สบายใจส่วนบุคคล ไปจำกัดสิทธิ์ของ Tilly Birds ในการเลือกบุคลากรที่จะมาช่วยงานได้ โดยเราไม่ทราบมาก่อนว่านอกจากความไม่สบายใจแล้วยังมีเรื่องพิพาทของสองฝ่ายดำเนินอยู่ ประกอบกับไม่ได้รับรายงาน หรือพยานหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมเลยว่า มีการพิพาทระหว่างสองฝ่ายเกิดขึ้นภายหลัง

 

ในเวลาต่อมาหลังจากมีการพูดของพี่แสตมป์บนเวทีงานคอนเสิร์ตอันเป็นประเด็นให้ถกเถียงนั้น ข้อเท็จจริงจำนวนมากเปลี่ยนแปลงไปจากที่เข้าใจ ประเด็นบางส่วนถูกข้ามไป และบางส่วนถูกเพิ่มเติมขึ้นมา นำมาสู่ประเด็นปัญหาจนกลายเป็นข้อถกเถียงลุกลามอย่างที่ทุกท่านได้ทราบกัน จนความเสียหายลามมาถึงค่ายและ Tilly Birds

 

ด้วยข้อมูลจำนวนมาก และข้อกล่าวอ้างหลายอย่างเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ หลายข้อไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึงเป็นการยากที่จะมีความเห็นใดๆ จากค่าย

 

ประเด็นเรื่องคุกคามกลายเป็นประเด็นใหม่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบพยานบุคคลทั้งบุคคลที่สาม บุคคลภายนอก และพยานแวดล้อมอื่นๆ ค่อนข้างเป็นไปได้ว่าเป็นการพิพาทระหว่างคู่กรณีที่ไม่ถูกกัน เมื่อพบเจอกันก็มีการกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา ประกอบกับช่วงเวลาที่พี่แสตมป์กล่าวอ้างว่ามีการคุกคามในลักษณะซาแซงบนเวทีนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่า พี่แสตมป์กับแฟนของ Sound Engineer อาจมีพฤติกรรมคบหากันอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว พี่แสตมป์จึงกลายเป็นพยานบุคคลที่มีน้ำหนักน้อยในเวลานั้น เป็นผลให้ค่ายไม่เทกแอ็กชันใดๆ ในเบื้องต้น เพราะยังไม่อาจเข้าใจเจตนาของพี่แสตมป์ได้เลย เรื่องทั้งหมดที่พี่แสตมป์พูดบนเวทีมีโอกาสจะเป็นเรื่องที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง และยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ในข้อใดทั้งสิ้น เนื่องจากไม่มีพยานเอกสารหรือบุคคลรองรับ

 

ต่อมาในคืนก่อนหน้าที่ Sound Engineer ตัดสินใจไปรายการ โหนกระแส ผมปรึกษากับพี่หนุ่ม (หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย) ถึงทิศทางในการพูดคุยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงมากที่สุด รวมถึงการชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือต่างๆ ในรายการ โดยพี่หนุ่มให้ความเห็นไว้หลายข้อ และเมื่อสถานการณ์ ณ ขณะนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างสองฝั่ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับ Tilly Birds อีกต่อไป จึงมิใช่หน้าที่ของค่ายที่จะต้องกำกับดูแลเนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่ใช่พนักงานของค่าย

 

ในเวลาต่อมาเมื่อรายการดำเนินไป ในส่วนของการตอบคำถามในประเด็นข่มขู่ของตัว Sound Engineer นั้น แม้ว่าเจ้าตัวจะมิได้เป็นคนยื่นฟ้อง และมิได้มีส่วนในการใช้พยานหลักฐานบางประเภท ซึ่งแม้จะรวมอยู่ในลักษณะพยานหลักฐานอันเป็นชุดที่ไม่สามารถแยกออกจากกันหรือตัดทอนได้มาต่อรองในการดำเนินคดี แต่เจ้าตัวก็ยืนยันด้วยตนเองว่า ทนายฝั่งแฟนสาวของตนหยิบเอาประเด็นนี้มาใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวมิเคยกล่าวหรือชี้แจงใดๆ ในรายละเอียดมาก่อนต่อวงหรือค่าย เท่ากับว่าเป็นการรับรองสิ่งที่พี่แสตมป์พูดบนเวทีในข้อนี้โดยไม่โต้แย้ง ซึ่งต่อให้อ้างว่ามิได้มีเจตนา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้ความสามารถในการต่อสู้คดีของพี่แสตมป์ในประเด็นอื่นในคดีที่พิพาทกัน และคดีอื่นลดลงอย่างมากเป็นเหตุให้ไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งในกรณีดังกล่าวทางเราทั้งหมดไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุน

 

ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้ที่เรียนมา ผมถือโอกาสนี้ส่งให้พี่แสตมป์และนิว รวมถึงฝั่งของ Sound Engineer และแฟนสาวรับรองในฐานะคนกลางเพื่อขจัดข้อข้องใจระหว่างสองฝ่ายรวมถึงทางค่าย และขออนุญาตเผยแพร่เพื่อขจัดปัญหาของการตีความอื่นใดของบุคคลภายนอก ขอบพระคุณพี่แสตมป์ นิว และทางฝั่ง Sound Engineer ที่ให้ความกรุณาด้วยครับ

 

ขออภัยทุกท่านที่ออกมาชี้แจงช้า แต่เนื่องจากยากที่จะเขียนเรื่องนี้ให้จบถึงบทสรุปได้ในครั้งเดียว หากเรื่องนี้ไม่จบแล้วจริงๆ หรือปรากฏพยานหลักฐานแล้วจากทุกฝ่าย เกรงว่าต่อให้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ก็รังแต่จะสร้างข้อถกเถียงและความขัดแย้งโดยไม่จำเป็นครับ

 

ขอบพระคุณครับ

 

อ่านประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่:

 

อ้างอิง:

The post โอม COCKTAIL ออกแถลงการณ์แจงรายละเอียดกรณี #แสตมป์อภิวัชร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผมไม่เห็นด้วยกับการนำเอาคดีทางการเมืองมาใช้ปิดปาก” โอม COCKTAIL แสดงความคิดเห็นถึงการโดนฟ้องร้องของ แสตมป์ อภิวัชร์ https://thestandard.co/ohm-cocktail-stamp-112-quote/ Mon, 20 Jan 2025 13:57:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1032412

จากกรณีของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข นักร้องชื่อดัง […]

The post “ผมไม่เห็นด้วยกับการนำเอาคดีทางการเมืองมาใช้ปิดปาก” โอม COCKTAIL แสดงความคิดเห็นถึงการโดนฟ้องร้องของ แสตมป์ อภิวัชร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข นักร้องชื่อดัง ที่เปิดใจถึงกรณีการฟ้องร้องของเขาและภรรยาอย่าง นิว-จีริสุดา ศรีวัฒน์ จนเกิดเป็นกระแสในโลกโซเชียลมากมายถึงเรื่องราวของการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลังแสตมป์ออกมาแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในวันนี้ (20 มกราคม) จนทนายฝั่งคู่กรณีเผยว่า ฝั่งคู่กรณีถอนฟ้องแล้ว เว้นแต่คดี ม.112 ที่ไม่สามารถยอมความได้

 

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม COCKTAIL นักร้องและผู้บริหารค่ายเพลง GeneLab ต้นสังกัดของวง Tilly Birds อีกหนึ่งวงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และมีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่าน X ส่วนตัวด้วยเช่นกัน

 

“สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมเองรับทราบไปพร้อมกับทุกคน และผมไม่เห็นด้วยกับการนำเอาคดีทางการเมืองมาใช้ปิดปากบุคคลให้ไม่สามารถต่อสู้ในคดีที่ต่อสู้กันในประเด็นอื่นได้อย่างยุติธรรมครับ”

 

 

อ้างอิง:

The post “ผมไม่เห็นด้วยกับการนำเอาคดีทางการเมืองมาใช้ปิดปาก” โอม COCKTAIL แสดงความคิดเห็นถึงการโดนฟ้องร้องของ แสตมป์ อภิวัชร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COCKTAIL ครบรอบ 22 ปี จากจุดเริ่มต้นถึงคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ‘COCKTAIL EVER LIVE’ https://thestandard.co/22-years-cocktail-info/ Tue, 24 Dec 2024 05:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1022725

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมของเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ม […]

The post COCKTAIL ครบรอบ 22 ปี จากจุดเริ่มต้นถึงคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ‘COCKTAIL EVER LIVE’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมของเมื่อ 22 ปีที่แล้ว มีวงดนตรีวงหนึ่งถือกำเนิดขึ้น และจะว่าไป การร่วมทางบนเบาะที่นั่งของผู้คนกลุ่มหนึ่งในระดับ 2 ทศวรรษนั้นได้พิสูจน์อะไรหลากหลายอย่างโดยที่ไม่ได้เอ่ยอ้างอะไรให้มากความ

 

ในโอกาสที่ COCKTAIL ครบรอบ 22 ปี THE STANDARD POP อยากพาแฟนเพลงย้อนชมเส้นทางดนตรีของพวกเขาไปพร้อมกัน

 

COCKTAIL วงดนตรีระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมามากกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยรางวัลการันตีความสำเร็จ ผลงานเพลงซึ่งเป็นที่นิยม เสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ และเหล่าแฟนเพลงที่คอยสนับสนุนและชื่นชอบในทุกผลงานของพวกเขาอยู่เสมอ ทำให้ COCKTAIL ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการเพลงไทยจนถึงปัจจุบัน

 

ตลอดระยะเวลาในเส้นทางสายดนตรีของ COCKTAIL นับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2545 กับการปล่อยอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อว่า COCKTAIL ในฐานะอัลบั้มรวมเพลงของนักเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากลุ่มหนึ่งออกวางจำหน่าย พวกเขาเติบโตและมอบบทเพลงอันไพเราะออกมาให้เหล่าแฟนเพลงฟังกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีเพลงฮิตซึ่งเป็นที่รู้จักในทุกยุคสมัยมาตลอด 22 ปี เช่น คุกเข่า, เธอทำให้ฉันเสียใจ, โปรดเถิดรัก, คู่ชีวิต, เธอ, เรา ฯลฯ

 

หลังประกาศยุติกิจกรรมวงไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา วง COCKTAIL นำโดย โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ, เชา-ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย, ปาร์ค-เกริกเกียรติ สว่างวงศ์, เหน่ง-วิวัฒน์ สว่างวรรณรัตน์, เอ็กซ์-ชรัณ ตัณฑนันทน์ และ ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ ก็ปล่อยผลงานส่งท้ายด้วยการปล่อยอัลบั้มชุดสุดท้าย Yours Ever ก่อนเตรียมจัดคอนเสิร์ต COCKTAIL EVER LIVE คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งสุดท้ายที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 และ EVER TOUR ทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อเป็นการอำลาอีก 76 จังหวัดทั่วทั้งประเทศ ในเดือนเมษายน-ธันวาคม 2568

 

สำหรับคอนเสิร์ตอำลาครั้งประวัติศาสตร์ในชื่อ COCKTAIL EVER LIVE เตรียมให้แฟนๆ ทุกคนซื้อบัตรเข้าร่วมงานพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ www.theconcert.com 

 

*เป็นการรวบรวมผลงานส่วนหนึ่งเท่านั้น*

 

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post COCKTAIL ครบรอบ 22 ปี จากจุดเริ่มต้นถึงคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ‘COCKTAIL EVER LIVE’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมโมเมนต์สำคัญ Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab https://thestandard.co/chairs-to-share-exclusive-talk-x-genelab/ Tue, 08 Oct 2024 13:46:57 +0000 https://thestandard.co/?p=993458

รวมภาพความประทับใจในกิจกรรม Chairs to Share Exclusive T […]

The post รวมโมเมนต์สำคัญ Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab appeared first on THE STANDARD.

]]>

รวมภาพความประทับใจในกิจกรรม Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ Union Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Union Mall กับการร่วมมือกันของค่ายเพลง GeneLab และรายการ Chairs to Share จาก THE STANDARD POP ที่ว่าด้วยการพูดคุยในหัวข้อ ‘ตลกร้ายลิขสิทธิ์เพลงไทย’ พร้อมกับ 4 ศิลปินที่มาร่วมมอบความรู้ทั้ง โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ, ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ, เต-เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค และ บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ

 

โอม, ก้อ, เต และ บิลลี่ ต่างร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในวงการเพลง และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลงไทยกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้ ที่ทำให้ผู้ชมต่างเพลิดเพลินกับการเข้ารับฟังการเสวนาในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับงาน ‘GeneLabCon งานนี้ไม่ได้มีแค่คอนเสิร์ต’ นอกจากการร่วมพูดคุยของ Conference แล้ว ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินจาก GeneLab ทั้ง COCKTAIL, Tilly Birds, ASIA7, Gaikai และอีกมากมาย ให้แฟนๆ ได้สนุกสนานกันอย่างเต็มอิ่มถึง 2 วันเต็มเมื่อวันที่ 5 และ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

The post รวมโมเมนต์สำคัญ Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab appeared first on THE STANDARD.

]]>
โมเมนต์หลังกล้องของ โอม Cocktail กับเรื่องราว 20 ปีในวงการเพลง จากรายการ Chairs to Share EP.18 https://thestandard.co/chairs-to-share-ohm-cocktail-bts/ Tue, 07 Nov 2023 07:21:39 +0000 https://thestandard.co/?p=863293 ohm cocktail

ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำรายการ Chairs to Share EP.18 ของ […]

The post โมเมนต์หลังกล้องของ โอม Cocktail กับเรื่องราว 20 ปีในวงการเพลง จากรายการ Chairs to Share EP.18 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ohm cocktail

ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำรายการ Chairs to Share EP.18 ของ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ผู้บริหารค่าย Gene Lab และนักร้องนำวง Cocktail ที่ได้มีโอกาสมาเยือน THE STANDARD POP กับการแชร์เรื่องราวแบบลุ่มลึกของเส้นทางตลอด 20 ปีในวงการเพลง และการแบ่งปันเรื่องราวและความคิดที่น่าสนใจ

 

โอมได้เปิดใจถึงการเติบโตในฐานะผู้บริหารค่ายเพลง Gene Lab ที่อยากเล่าถึงอุตสาหกรรมเพลงไทย และสิ่งที่โอมเชื่อหมดใจว่าทุกความสำเร็จแบบเดิมๆ และคำว่าพี่อาบน้ำร้อนมาก่อนใช้ไม่ได้อีกแล้วในวันนี้ รวมถึงเรื่องราวของครอบครัวของเขา ที่โอมพร้อมเตรียมความพร้อมให้ลูกแข็งแกร่งทั้งกายและใจ เพื่อให้เขาสามารถมองหาความสุขในพื้นที่ที่เลวร้ายที่สุดได้

 

THE STANDARD POP ไม่พลาดที่จะรวบรวมภาพเบื้องหลังสุดพิเศษในการพูดคุยกับ โอม Cocktail มาฝากแฟนๆ ทุกคนอีกเช่นเคย

 

รับชม Chairs to Share EP.18 โอม ค็อกเทล ผู้บริหารค่ายเพลง ที่เชื่อว่าพี่อาบน้ำร้อนมาก่อนใช้ไม่ได้อีกแล้ว

 

The post โมเมนต์หลังกล้องของ โอม Cocktail กับเรื่องราว 20 ปีในวงการเพลง จากรายการ Chairs to Share EP.18 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอม Cocktail, แพท Klear, จ๋าย TaitosmitH ฯลฯ ตบเท้าร่วมอัปสกิลนักดนตรีวัยมัธยมในโปรเจกต์ The Way Artist Intern Camp https://thestandard.co/the-way-artist-intern-camp/ Sat, 04 Mar 2023 03:00:35 +0000 https://thestandard.co/?p=758332

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เหล่านักดนตรีวัยมัธยมห้ามพ […]

The post โอม Cocktail, แพท Klear, จ๋าย TaitosmitH ฯลฯ ตบเท้าร่วมอัปสกิลนักดนตรีวัยมัธยมในโปรเจกต์ The Way Artist Intern Camp appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เหล่านักดนตรีวัยมัธยมห้ามพลาดกับ The Way Artist Intern Camp ที่เปิดโอกาสให้เหล่าอาร์ทิสต์วัยมัธยมได้มีโอกาสมาร่วมอัปสกิลสู่วงการเพลงมืออาชีพ พร้อมเวทีพิสูจน์ฝีมือ ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และโอกาสในการทำงานจริง 

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น โปรเจกต์ครั้งนี้ยังได้เหล่าศิลปินรุ่นพี่มากประสบการณ์ที่จะมาร่วมให้คำแนะนำและอัปสกิลน้องๆ ให้พัฒนาเป็นศิลปินมืออาชีพ นำโดย โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ จากวง Cocktail, แพท-รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย จากวง Klear, จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี จากวง TaitosmitH, แว่นใหญ่-โอฬาร ชูใจ, โอ๋-เจษฎา สุขทรามร จากวง DOOBADOO และ นิค-วิเชียร ฤกษ์ไพศาล 

 

 

สำหรับโปรเจกต์ครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่ นิค-วิเชียร ฤกษ์ไพศาล หนึ่งในบุคลากรคนสำคัญแห่งวงการดนตรีไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินไทยมากมาย ที่มองเห็นความสามารถของเหล่าศิลปินวัยมัธยม จึงอยากจัดโปรเจกต์ที่สามารถให้คำแนะนำและช่วยพัฒนาให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นศิลปินมืออาชีพได้ในอนาคต 

 

  

 

“ในฐานะที่พี่อยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีมานาน วงดนตรีของน้องๆ วัยมัธยมมีสิ่งที่เราอยากให้คำแนะนำเยอะมาก พี่อยากให้พวกเขาเห็นถึงสิ่งที่ควรทำถ้าอยากทำงานแบบมืออาชีพ พี่และทีมจะช่วยพัฒนาพวกเขา เราต้องทำให้ข้อติเหลือน้อยที่สุด เพื่อให้พวกเขาไปได้ไกลที่สุด”

 

 

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นในโปรเจกต์นี้ก็คือทุกคนไม่ได้มาแค่แข่งขันกัน แต่มาประชันพัฒนาการ มาวัดกันว่าวงของเราพัฒนาเท่านี้ดีพอหรือเปล่า ถ้าไม่ดีก็แก้ไข อย่างน้อยทุกวงที่เดินมาในแคมป์ของเราตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ต้องมองเห็นว่าเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้น”

 

สำหรับเหล่าอาร์ทิสต์วัยมัธยมที่สนใจเข้าร่วมโปรเจกต์ The Way Artist Intern Camp เตรียมฟอร์มวงของตนเองให้พร้อม และสมัครร่วมโปรเจกต์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2566 ผ่านทางเว็บไซต์ https://thewayartistinterncamp.com/ 

 

สามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์ The Way Artist Intern Camp ได้ที่

https://thewayartistinterncamp.com/ 

https://www.facebook.com/TheWayArtistInternCamp 

LINE: @TheWayAIC

The post โอม Cocktail, แพท Klear, จ๋าย TaitosmitH ฯลฯ ตบเท้าร่วมอัปสกิลนักดนตรีวัยมัธยมในโปรเจกต์ The Way Artist Intern Camp appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอม Cocktail แจ้งผลตรวจ ‘พบเชื้อโควิด’ https://thestandard.co/ohm-cocktail-infected-with-covid-19/ Mon, 28 Mar 2022 09:41:29 +0000 https://thestandard.co/?p=611320 โอม Cocktail

วันนี้ (28 มีนาคม) โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม Coc […]

The post โอม Cocktail แจ้งผลตรวจ ‘พบเชื้อโควิด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอม Cocktail

วันนี้ (28 มีนาคม) โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม Cocktail ได้ออกมาแจ้งผลตรวจ ‘พบเชื้อโควิด’ ผ่านทางโซเชียลมีเดียของตนเอง โดยตอนนี้โอมกำลังดำเนินการตรวจ RT-PCR และเข้าสู่ระบบ Home Isolation ตามคำแนะนำของแพทย์ต่อไป 

 

สำหรับรายละเอียดการตรวจพบเชื้อของโอม ระบุว่า “สวัสดีครับ วันนี้ผมทำการตรวจ ATK ตามปกติเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน ผลปรากฏว่าติดเชื้อ โดยได้ทำการตรวจซ้ำเพื่อยืนยันเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ยังไม่มีอาการใดๆ ในขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อทำการตรวจ RT-PCR และเข้าสู่ระบบ Home Isolation และจะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และมาตรการใดๆ อย่างเคร่งครัด

 

“ผมต้องขออภัยทุกท่านที่ได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบในประการใดๆ มา ณ ที่นี้ด้วย รวมถึงงานใดๆ ก็ตามที่ผมไม่สามารถเข้าไปร่วมได้แล้วตามกำหนดเดิม ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงจริงๆ ครับ รักษาสุขภาพกันนะครับ”

 

ภาพ: ohmhar / Instagram

อ้างอิง:

The post โอม Cocktail แจ้งผลตรวจ ‘พบเชื้อโควิด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cocktail รสเข้ม! ชงอัลบั้มดีกรีหนัก Fate Part 1: αlpha ที่ร่วมงานกับศิลปินมากมาย https://thestandard.co/cocktail-fate-part-1-%ce%b1lpha/ Sun, 19 Dec 2021 11:51:27 +0000 https://thestandard.co/?p=573187 Cocktail

4 สมาชิกจากวง Cocktail ได้แก่ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ( […]

The post Cocktail รสเข้ม! ชงอัลบั้มดีกรีหนัก Fate Part 1: αlpha ที่ร่วมงานกับศิลปินมากมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cocktail

4 สมาชิกจากวง Cocktail ได้แก่ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ (นักร้องนำ), เชา-ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย (กีตาร์), ปาร์ค-เกริกเกียรติ สว่างวงศ์ (เบส) และ ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ (กลอง) ปล่อยผลงานสุดยิ่งใหญ่ด้วย Fate Part 1: αlpha อัลบั้มชุดใหม่กับแนวคิดที่ว่า ‘จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของโชคชะตาที่ตัวเราเป็นคนกำหนดเอง’ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ต คือ αlpha (จุดเริ่มต้น) และ Ωmega (จุดจบ)

 

นอกเหนือจากแนวเพลงแบบ Cocktail ที่ทุกคนคุ้นเคย ความแปลกใหม่ของอัลบั้มนี้อยู่ที่การใส่แรงบันดาลใจและความชอบส่วนตัวในหลากหลายด้านของสมาชิกวง เช่น เกมตระกูล Final Fantasy, ตระกูล Soul ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars, Lords of the Ring หนังสือการ์ตูนทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก งานศิลปะ วัฒนธรรม แฟชั่น ไปจนถึงแนวคิดเกี่ยวกับศาสนา ปรัชญา ความเชื่อ ศาสตร์การทำนาย ฯลฯ เข้าด้วยกัน

 

ทางวงร่วมมือกับสายอาร์ตงานโฆษณาอย่างทีมงานอิลลูชัน นำโดย ชัย-สุรชัย พุฒิกุลางกูร Illustrator นักสร้างภาพประกอบงานโฆษณาที่การันตีด้วยรางวัลระดับโลกมากมาย รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Illusion CGI Studio และ ศุภชัย อุไรรัตน์ CGI Director ช่วยกันเนรมิตคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ออกมาเป็นสีสันใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับวงการสร้างสรรค์อย่างมาก

 

จุดเด่นหลักๆ คือการหยิบเอาความหมายของไพ่สำรับใหญ่ Major Arcana ทั้ง 22 ใบมาเป็นลูกเล่น โดยมีไพ่ 4 ใบแทนสมาชิกวง 4 คน 1 ใบแทนวง Cocktail และยังมีไพ่ประจำแต่ละเพลงที่ได้ศิลปินคนอื่นๆ มาร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น รักจริง (ให้ดิ้นตาย) Feat. Tik Shiro & F.Hero, ดึงดัน (Feat. ตั๊ก ศิริพร), ชั่วชีวิต, อภิสิทธิ์ชน, เรื่องธรรมดา ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ และอีก 4 เพลงใหม่ปิดท้าย

 

 

ซึ่ง 4 เพลงใหม่นี้ก็สมการรอคอย เมื่อ Cocktail ปล่อยเพลงพร้อมกับมิวสิกวิดีโอทั้งหมดรวดเดียว โดยร่วมงานกับศิลปินที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่ พอดี เพลงรักเศร้าๆ ที่ได้ เติร์ด Tilly Birds มาเขียนบทและกำกับจากมุมมองของศิลปินรุ่นใหม่

 

 

เพลง ค้างคา ฟีเจอริงกับ JSPKK (แจ๊ส ชวนชื่น) พร้อมทีม Harlem Shake นักออกแบบท่าเต้นชั้นนำ กำกับโดยผู้กำกับสายแฟชั่นอย่าง สอง-ศาศวัต เลิศฤทธิ์ และชุดเท่ๆ จากฝีมือดีไซเนอร์ไทย Takara Wong ที่ทำชุดขึ้นมาเพื่อวงโดยเฉพาะ

 

 

เพลง แม้ฉันไม่มีอะไรให้เธอ เป็นมิวสิกวิดีโอ Visualizer ที่มี ไตเติ้ล-ฐิติพันธ์ ทับทอง จาก Brilliant & Million มากำกับให้ ออกมาเป็นงานที่มีสีสันหลากหลายสไตล์ด้วยฝืมือของศิลปินไทยในตลาด NFT 20 คน

 

 

และเพลง หัวใจเหล็ก สุดเดือดกับลุคเข้มๆ ที่นำแสดงโดย Tiger Killer ศิลปินนอนไบนารีคนแรกจาก Gene Lab ร่วมกับผู้กำกับเลือดใหม่อย่าง Ryutaro Sato

 

 

 

สามารถรับฟังอัลบั้ม Fate Part 1: αlpha ได้ทางแพลตฟอร์มสตรีมมิง และติดตามความเป็นมาของคอนเซปต์อัลบั้มนี้พร้อมหา Easter Egg สนุกๆ ได้ที่

 

ภาพ: Cocktail

The post Cocktail รสเข้ม! ชงอัลบั้มดีกรีหนัก Fate Part 1: αlpha ที่ร่วมงานกับศิลปินมากมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP Powerful Voices In Crisis: Artists 1 https://thestandard.co/powerful-voices-in-crisis-artists/ Wed, 18 Aug 2021 15:33:17 +0000 https://thestandard.co/?p=526613 POP Powerful Voices In Crisis: Artists

หมวดที่ 6 ของ POP Powerful Voices in Crisis คือพาร์ตแรก […]

The post POP Powerful Voices In Crisis: Artists 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP Powerful Voices In Crisis: Artists

หมวดที่ 6 ของ POP Powerful Voices in Crisis คือพาร์ตแรกของศิลปินที่นอกจากสร้างสรรค์ศิลปะในวงการบันเทิงแล้ว ยังใช้ทั้ง ‘พลัง’ และ ‘เสียง’ ของตัวเองพูดแทนสิ่งที่ประชาชนหลายคนรู้สึก หรือสิ่งที่บางคนเคยพูดแต่ไม่ได้รับความสนใจ ตามแนวทางที่ตัวเองถนัด 

 

ซึ่งมีทั้งลงมือทำ ให้ความรู้ เปิดโหมดด่า นำเสนอผ่านงานศิลปะ เพื่อส่งข้อความออกไปให้รัฐบาลและทุกคนที่มีส่วนต้องรับผิดชอบกับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ยิน 

 

รายชื่อพาร์ตแรกประกอบด้วย ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ, โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ, หมิว-สิริลภัส กองตระการ, ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เต-ตะวัน วิหครัตน์, เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, โฟกัส จีระกุล, ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย, ก้อง ห้วยไร่, เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร, วง H 3 F, วง Safeplanet และ หมอริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช 

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ‘เสียง’ และการกระทำจากคนในวงการบันเทิงสาขาต่างๆ ที่สร้างอิมแพ็กต่อสังคมในช่วงเวลาวิกฤต ยังมีคนบันเทิงอีกจำนวนมากที่ส่งเสียงแทนประชาชนในรูปแบบที่ตัวเองถนัด เพื่อพูดแทนประชาชนอย่างกล้าหาญ และใช้ความสามารถที่ตัวเองมีช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด

 

THE STANDARD POP ขอบคุณอีกครั้งแด่ทุก ‘พลัง’ จากทุกชีวิตที่ลงมือทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ให้ทุกคนผ่านวิกฤตอันเลวร้ายครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

Artists / ศิลปิน, นักร้อง, นักแสดง, คนบันเทิง, ผู้กำกับ (26)  

  1. ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ: Dai-Diana Jongjintanakarn / นักแสดง, พิธีกร 
  2. โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ: Ohm-Panthapol Prasarnrajkit / นักร้องนำวง  Cocktail 
  3. หมิว-สิริลภัส กองตระการ: Mew-Sirilapas Kongtrakarn / นักแสดง
  4. ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์: Pong-Nawat Kulrattanarak / นักแสดง
  5. เต-ตะวัน วิหครัตน์: Tay-Tawan Vihokratana / นักแสดง
  6. เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล: Jei-Apichatpong Weerasethakul / ผู้กำกับภาพยนตร์  
  7. โฟกัส จีระกุล: Focus Jeerakul / นักแสดง 
  8. ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย: Tul-Pakorn Thanasrivanitchai / นักแสดง   
  9. ก้อง ห้วยไร่: Kong Huayrai / นักร้อง 
  10. เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร (Greasy Cafe): Lek-Apichai Tragoolpadetgrai / นักร้อง, นักแต่งเพลง, ช่างภาพ   
  11. H 3 F / วงดนตรี 
  12. Safeplanet / วงดนตรี   
  13. หมอริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช: Ritz-Rueangrit Siriphanit / นักร้อง, นักแสดง, ยูทูเบอร์, แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เจ้าของ THE RITZ CLINIC

 


 

ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ

 

Artist: ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ 

 

ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ คือนักแสดงและพิธีกรหญิงมากความสามารถที่ทุกคนรู้จักเธอเป็นอย่างดีจากรายการ Iron Chef Thailand และ The Next Iron Chef แต่ในเวลานี้ เวลาที่สถานการณ์โควิดกำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างหนัก ได๋ได้ผันตัวมาเป็นจิตอาสาผ่านการเปิดเพจเฟซบุ๊ก เราต้องรอด เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยโควิดที่กำลังรอเตียงในด้านต่างๆ เช่น ช่วยประสานงานให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาต่อไป โดยจะมีทีมแพทย์และพยาบาลจิตอาสาคอยให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยผ่านทาง LINE OA 

 

รวมถึงเปิดรับบริจาคอุปกรณ์ป้องกัน เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องวัดออกซิเจน และสิ่งของจำเป็น เพื่อใช้สำหรับทีมอาสาที่จะคอยลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยังรอเตียงอยู่ที่บ้าน โดยจะนำเครื่องผลิตออกซิเจนมาช่วยประคองอาการให้กับผู้ป่วยอาการหนัก พร้อมมอบยาและให้คำแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวที่บ้าน

 

นอกจากนี้ได๋และกลุ่มจิตอาสาเราต้องรอด ยังได้ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด เช่น Back Home โครงการที่เราต้องรอดได้ร่วมมือกับทาง หมอแล็บแพนด้า, สรยุทธ สุทัศนะจินดา และ ตัน ภาสกรนที เพื่อช่วยประสานงานให้กับผู้ป่วยที่มีความต้องการกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิดได้เดินทางเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามในจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองอย่างปลอดภัย

 

รวมถึงจัดโครงการที่เปิดให้ตัวแทนชุมชนต่างๆ ได้ลงทะเบียนเพื่อขออาหารให้ผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในชุมชน โดยเราต้องรอดจะติดต่อกับร้านอาหารที่ร่วมโครงการเพื่อส่งอาหารให้กับคนในชุมชน พร้อมเปิดรับบริจาคและโอนค่าอาหารเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารที่ขาดรายได้

 

ไม่เพียงเท่านั้น ได๋ยังได้ร่วมมือกับกลุ่มจิตอาสาและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการสร้างศูนย์พักคอยจำนวน 4 แห่ง เพื่อใช้สำหรับพาผู้ป่วยมาเข้าพักระหว่างรอเตียง และแยกผู้ป่วยออกมาจากครอบครัวหรือชุมชนเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น

 

Artist: Dai Diana Jongjintanakarn

 

Dai Diana Jongjintanakarn is a talented actress and show host who is well-recognized from ‘Iron Chef Thailand’ and ‘The Next Iron Chef’. When the pandemic has cruelly affected people’s lives, she became one of the volunteers in the Facebook page ‘Savethailandsafein order to help infected patients who wait for help. They help patients to access medical treatment by providing volunteer doctors and nurses to give advice via LINE OA.

 

Moreover, they open a donation for protective equipment, oxygen concentrators, pulse oximeters, and other necessary things. These donated stuff would be used by on-site teams to help patients who wait for help at home. The oxygen concentrators are for curing patients with critical conditions. For home isolation patients, they recieve medicines and primary advice to take care of themselves at home.

 

In addition, Dai and Savethailandsafe volunteering group has started many projects for those who got affected by COVID-19 situation. For example, ‘Back Home’ is the collaboration project between Savethailandsafe and Morlabpanda, Sorayuth Suthassanachinda, and Tan Passakornnatee. This project intends to cooperate for patients who want to get a treatment in their hometown to be able to get a remedy in their local hospital or field hospital safely.

 

Furthermore, they arranged a project letting a representative from each community to register for free food for infected patients and those who got affected by COVID-19. Savethailandsafe collaborated with food shops to deliver food to people in the community and opened a donation to help food sellers which lack income.

 

Lastly, they joined with other volunteering groups and organizations to build 4 community isolations in order to be a shelter for patients who wait for treatment and to separate them from their families and communities to prevent new cases. 

 


 

 

Artist: โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ

 

ภาพที่หลายคนคุ้ยเคย โอมคือคนแต่งเนื้อร้องและนักร้องนำวง Cocktail และยังมีอีกบทบาทหนึ่งคือเป็นผู้บริหาร Gene Lab ค่ายเพลงน้องใหม่ที่ใช้เวลาไม่นานและสามารถสร้างศิลปินอย่าง Tilly Birds, Three Man Down, Taitosmith ฯลฯ ที่มีผลงานฮิต เป็นขวัญใจของนักฟังเพลงรุ่นใหม่และเก่าได้ในเวลาอันรวดเร็ว 

 

นอกจากเนื้อเพลงและดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวง Gene Lab ภายใต้การบริหารงานของโอมยังโดดเด่นเรื่องการใช้ ‘เสียง’ แสดงความคิดเห็นทางการเมืองและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลให้เห็นอย่างต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งตัววง Cocktail เองก็เพิ่งปล่อยเพลง อภิสิทธิ์ชน พูดถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมผ่านการแซงคิวของ ‘คนบางกลุ่ม’ ที่รวมถึงการฉีดวัคซีน ออกมาในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

 

และเมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มศิลปินและนักดนตรีกลางคืนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด แต่แทบไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐเลย โอมก็เป็นหนึ่งในตัวแทนชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย เข้าไปยื่นหนังสือ 8 ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 

 

รวมทั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงาน ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ เทศกาลดนตรีออนไลน์ที่ช่วยเยียวยานักดนตรีมากกว่า 800 วงที่ส่งคลิปการแสดงดนตรีเข้ามาร่วมกิจกรรม พร้อมกับแนวความคิดถึงภาวะถูก ‘ปิดหูปิดตา’ ในรายการ POP Live ที่บอกว่า ประตูบานใหม่ได้เปิดขึ้นแล้ว และจะไม่มีวันถูกปิดอีกต่อไป

 

“เราอยู่ในภาวะที่โดนปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดจมูก แต่กระนั้นแล้วผู้ที่ปิดอวัยวะเหล่านั้นของเราเขาไม่ทราบว่าเขาไม่มีทางเอื้อมมือหรือเครื่องมือต่างๆ เข้ามาปิดสมอง ความคิด และสติปัญญาของเราได้

 

“เขาอาจจะไม่รู้ว่าเขาทำให้เรามีเวลาได้ทบทวนความคิด ได้มีเวลาตื่นรู้ เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากยิ่งขึ้น ผมว่าการปิดครั้งนี้ได้เปิดประตูอีกหลายบานที่ไม่อาจปิดได้อีกต่อไปแล้ว มันเปิดแล้ว และมันจะเปิดต่อไป”

 

ซึ่งเราก็เชื่อเหลือเกินว่า ด้วยความสามัคคี ร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจกัน ของกลุ่มคนดนตรีด้วยกัน จะทำให้ทุกคนยังพอมีกำลัง มีพลังใจ เพื่อรอให้ประตูบานที่ถูก ‘ปิด’ ในวันนี้ ‘เปิดขึ้น’ อีกครั้ง พร้อมกับ ‘เสียงดนตรี’ ที่กลับมามีชีวิต เพื่อสร้างความสุขและเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้คนต่อไป

 

Artist / Ohm-Panthapol Prasarnrajkit

Frequently noticed as a songwriter and a lead vocal of ‘Cocktail’, Ohm has another role as an executive of ‘Gene Lab’, the junior record label which created numbers of popular artists such as Tilly Bird, Three Man Down, Taitosmith, etc. who grab all-age listeners’ attention in a short period of time.

 

Besides the artists’ unique music and lyrics, ‘Gene Lab’ under Ohm’s management is outstanding by how their artists use their ‘voices’ to constantly express their political opinions and criticise Thai government. Moreover, his own band ‘Cocktail’ just released the song ‘A Bhi Sit Chon’ talking about inequality in society through the line jumping event of ‘someones’ who want to get vaccinated, which is based on a true story that occured in July.

 

When artists, musicians, and singers who got affected by COVID-19 outbreak were united to call out for compensation from Thai government, Ohm was one of the representatives of Musician and Crew Association of Thailand (MCAT) to submit their eight requirements to the government and stakeholders.

 

Moreover, Ohm was one of the organizers who held ‘Open Hat Festival’, the online music festival which provided showing space for more than 800 music bands to send in their performances. With the concept ‘eyes and ears being covered’, it was stated in POP Live show that the new gate was opened and it would never be shut anymore.

 

“Our ears, eyes, mouths, and noses are being covered. However, those who are covering our parts don’t know that they will never reach or use any tools to cover our brains and wisdoms. They may not know that they gave us time to think, awake, and learn many things. I think this shut has opened many other unclosable gates. They have already opened and they will continue opening.” 

 

With unity the artists hold in their actions and spirits, we believe that they will be able to carry on and wait for the ‘closed’ gate to ‘reopen’ with the ‘music’ that comes back to life in order to keep creating happiness and being the voices for the people.

 


 

 

Artists: หมิว-สิริลภัส กองตระการ

 

“อีดาราปากแจ๋ว งานอดิเรกคือเป็นเครื่องด่ารัฐบาล และเทพีแห่งสงครามกับสลิ่มและไอโอ” 

 

ข้อความระบุตัวตนในแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ @mew_sirilapas ที่บอกความเป็น หมิว-สิริลภัส กองตระการ อย่างกระชับ ได้ใจความ บ่งบอกถึงการกระทำและ ‘เสียง’ ที่เธอส่งออกมาได้ดีที่สุด 

 

หมิว เข้าสู่วงการบันเทิงจากเวทีนางงาม มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2546 และ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2552 เริ่มต้นบทบาทนักแสดงสังกัดช่อง 7 เปิดตัวด้วยผลงานละคร นักฆ่าขนตางอน และ เพลงรักทะเลใต้ ในปี 2553 

 

หลังจากนั้นหมิวกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี โดยเฉพาะในปี 2561 มีที่ผลงานละครออกมาถึง 5 เรื่อง รวมทั้งการพิธีกรรายการ หมอชิตติดจอ, เส้นทางบันเทิง และ ปลดหนี้พลิกชีวิต ฯลฯ

 

จนกระทั่งสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยเริ่มทวีความเข้มข้น การรวมกลุ่มของผู้ชุมนุม การเสนอ ‘ข้อเรียกร้อง’ ต่อรัฐบาลกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนพูดถึง หมิวก็ยังยืนอยู่หน้ากล้องทำหน้าที่ในวงการบันเทิงอย่างตั้งใจ 

 

พร้อมกับอีกบทบาทใหม่ในการใช้ ‘เสียง’ เพื่อต่อต้านการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงของรัฐบาลด้วยความตั้งใจไม่แพ้กัน ที่หลายครั้งที่หมิวคอยขับรถรับส่งผู้ชุมนุมที่เดือดร้อนจากการสลายการชุมนุมด้วยตัวเอง 

 

หลายครั้งเราจะเห็นหมิวอยู่ในห้อง Clubhouse ร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่ม ‘ภาคีศิลปิน’ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างเผ็ดร้อน รวมถึงชวนกันตั้งคำถามว่า ศิลปินดาราสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้หรือไม่

 

และคำตอบนั้นก็เริ่มปรากฏ เมื่อหมิวถูกสั่ง ‘พักงาน’ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม แต่เธอก็ยังเดินหน้า Call Out ส่งเสียงอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา (หลายครั้งก็แปลงร่างเป็นเครื่องด่า) ก่อนจะถูกคำสั่ง ‘ปลดฟ้าผ่า’ ต้องยุติสัญญากับต้นสังกัด แต่เธอยังยืนยันว่าใช้เสียงในทุกช่องทางเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลต่อไป โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตโควิดที่หมิวเพิ่งเป็นตัวแทนภาคประชาชนยื่นหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทวงวัคซีน Pfizer ให้บุคลากรด่านหน้า

 

ยืนยันการเป็น ‘อีดาราปากแจ๋ว’ ที่ยอมแลกแม้กระทั่งหน้าที่การงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนเคียงข้างประชาชนจริงๆ 

 

Artist: Mew-Sirilapas Kongtrakarn

 

“A sharp-tongued actress. My hobbies are being a government cursing machine and the goddess of online wars among salim and IO”

 

A bio on her twitter account @mew_sirilapas can concisely describe herself as Mew-Sirilapas Kongtrakarn, her actions, and her ‘voice’ very best.

 

Mew started her career in the entertainment industry from the beauty contest called Miss Teen Thailand in 2003, Miss Thailand Universe in 2009 and later started her acting career in two dramas: Nak Kaa Khon Taa Ngorn and Pleng Rak Talay Taii on Channel 7 in 2010.

 

Later, she became one of the actresses who had dramas released successively every year. Especially in 2018, she had five dramas including being an MC in TV programs such as Mo Chit Tid Chor, Sentang Banterng and Plod Nee Plick Cheewit, etc.

 

As the political situation in Thailand had intensified, there was a group of people gathering and declaring the ‘demands’ which became the national issue. At that time, Mew was standing in front of the camera doing the best out of her job.

 

Along with her new role of using her ‘voice’ to condemn police’s violent dispersal of protesters, Mew even drove some of the protestors home herself several times.

 

We frequently saw her in Clubhouse with her friends in the group of Association of free artists and musicians of Thailand discussing, exchanging opinions, sharply criticizing the government, and questioning whether Thai celebrities could express their political opinions.

 

The answer then appeared as she ‘got suspended’ from her work in March but she still called out frankly (and often became a cursing machine) before she suddenly got ‘let go’ by her company. However, she persisted to use her voice as much as she could to criticize the government’s management, especially in COVID-19 crisis when she became a representative of people to submit a petition to Ministry of Public Health in order to procure Pfizer vaccine for frontline medical staff.

 

It can be confirmed that she is ‘a sharp-tongued actress’ who gave up her job to speak up and stand beside Thai people.

 


 

 

Artists: ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์

 

ถ้าวัดระดับ ‘เสียง’ ของคนบันเทิงที่ส่งออกมา กลุ่มศิลปินดาราอายุมากกว่า 40 ปีดูจะเป็นกลุ่มเสียงที่เบาบางถ้าเทียบกับรุ่นน้องที่เข้าวงการมาทีหลัง

 

ยกเว้นเสียงของ ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ พระเอกรุ่นใหญ่วัย 43 ปี ที่กล้าออกมาส่งเสียงทักท้วงเรื่องไม่ถูกต้อง ตั้งแต่ประเด็น ‘ฉลองไม่ฉลาม’ ที่ตั้งคำถามถึงการจัดงานเลี้ยงของรัฐบาลที่มีเมนูหนึ่งเป็นซุปฉลามผ่านโซเชียลมีเดีย และเป็นตัวแทนเข้าไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือรัฐบาลเลิกเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐทุกรูปแบบในอนาคต

 

ต่อเนื่องมาถึงการวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ส่งมินิฮาร์ตร่าเริงระหว่างลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า และปิดท้ายแบบเจ็บๆ ว่า “ประเทศอื่นเห็นผู้นำเราทำแบบนี้ มันน่าอาย” 

 

ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ (จากสังกัดใหญ่) ที่มีแฮชแท็ก #Saveป้องณวัฒน์ จนขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์มาแล้วถึง 2 ครั้ง

 

มาถึงกรณีล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ป้อง ณวัฒน์ งัดความรู้ในฐานะนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ระดับปริญญาโท และอดีตข้าราชการกระทรวงการคลัง มากางข้อมูลสถิติวิเคราะห์ประเด็น ‘หนี้สาธารณะต่อ GDP จะไม่หยุดอยู่แค่นี้’ 

 

พร้อมแนะนำว่าการจัดหาวัคซีนคุณภาพมาฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึง คือการเยียวยาที่ดีที่สุด จนมีคนรีทวีตข้อความดังกล่าวมากกว่า 50,000 ครั้ง พร้อมกับคนที่เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อยอดจากประเด็นดังกล่าวเป็นจำนวนมาก 

 

นอกจาก ‘เสียง’ ของคนวงบันการบันเทิงที่ดังขึ้นมา สิ่งที่น่ายินดีคือเหตุการณ์ครั้งนี้ ช่วยยืนยันให้เห็นว่า การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้อย่างปลอดภัย 

 

ไม่ควรต้องดันแฮชแท็ก #Saveป้องณวัฒน์ หรือ #Save ใครต่อใครอีกแล้ว

 


 

 

Artist : เต-ตะวัน วิหครัตน์ 

 

กว่า 8 ปีในวงการบันเทิง เต-ตะวัน วิหครัตน์ คือหนึ่งในนักแสดงชายที่น่าจับตามองทั้งในแง่ความสามารถและเสน่ห์ทางการแสดง โดยเฉพาะบทบาท พีท จากซีรีส์ Kiss the series ที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เตยังมีอีกบทบาทเป็นพิธีกรรายการออนไลน์ ทั้ง เตร็ดเตร่ กับ เต ตะวัน, เสน่ห์ห้องเครื่อง และรายการล่าสุดอย่าง กระหายเล่า   

 

ขณะเดียวกันเตยังเป็นคนบันเทิงที่มักจะใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียของตนเองในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม และเป็นกระบอกเสียงในการเรียกร้องสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ  

 

เช่นเดียวกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด เตออกมาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งใช้พื้นที่ของตนเองในการกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการส่งต่อข้อมูลเพื่อช่วยหาเตียงให้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 

 

ต่อมาเมื่อพบว่าตนติดเชื้อโควิด เตยังใช้พื้นที่ในรายการ กระหายเล่า ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ของตนให้กับคนอื่นๆ ทั้งข้อมูลการตรวจหาเชื้อ การเช็กอาการเบื้องต้น รายละเอียดการรักษา รวมถึงการดูแลตัวเองในด้านต่างๆ โดยหวังว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนจำนวนมากที่ต้องดูแลตัวเองในช่วงการระบาดของโรคโควิด 

 

สำคัญที่สุด คือความพยายามของเตในการทำให้พื้นที่ของเขา เป็นพื้นที่ปลอดภัยของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยการเชิญชวนแฟนคลับมาพูดคุย ถกเถียงในประเด็นต่างๆ โดยเขามักย้ำเสมอว่า ‘สังคมประชาธิปไตยคือพื้นที่ที่ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่ถูกปิดกั้นหรือ ‘ปิดปาก’ 

 

THE STANDARD POP จึงอยากปรบมือสนับสนุนและหวังว่าประเทศไทยจะสามารถมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างเปิดกว้างและรอบด้าน เช่นเดียวกับพื้นที่ปลอดภัยบนโซเชียลมีเดียของเตในสักวัน

 

Artist / Tay-Tawan Vihokratana

 

Experienced more than 8 years in the industry, Tay Tawan Vihokratana is one of the notable actors in terms of potential and acting charisma, especially his well-known role ‘Pete’ in ‘Kiss the series’. Nevertheless, he has another role as an online show host in ‘เตร็ดเตร่ กับ เต ตะวัน’, ‘เสน่ห์ห้องเครื่อง’, and the latest show ‘กระหายเล่า’

 

Furthermore, Tay is an entertainer who frequently uses his own social media space to express his points of view and speak up about social issues.

 

As well as COVID-19 situation, Tay stated his opinion and criticised the government straightfully. Also, he used his social media to spread useful information and pass along the info to help new cases find a bed available in the hospital. 

 

After he found that he tested positive, Tay appeared in his show ‘กระหายเล่า’ to share his personal experience to others, including how to get tested, how to check the primary symptoms, how to get treated, and how to take care of his health, in hopes that it would be helpful to many people who need to take care of themselves during the pandemic.

 

Most importantly, Tay has always tried his best to make his space a safe area to exchange opinions, which is the reason he invited his fans to talk and discuss issues. Tay frequently said that “Democracy is the space that people can express their opinions without being blocked or ‘gagged’.”

 


 

เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

 

Artist: เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

 

“ผมโชคดีที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในขณะที่เพื่อนร่วมชาติของผมจำนวนมากเดินทางไม่ได้ หลายคนต้องเผชิญกับความลำบากอย่างสาหัสจากโรคระบาด เพราะความผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐ การจัดการทรัพยากร งานสาธารณสุข และการเข้าถึงวัคซีน ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลโคลอมเบีย รวมทั้งรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ขอให้ตื่นขึ้นและทำงานเพื่อประชาชนของพวกคุณ เดี๋ยวนี้” 

 

ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีหลัง Memoria สามารถคว้ารางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2021 มาครองได้สำเร็จ 

 

เจ้ย-อภิชาติ​พงศ์ วีระเศรษฐกุล ก้าวขึ้นเวที ก่อนที่เขาจะกล่าวสปีชสำคัญ เพื่อบอกกล่าวเล่าถึงชีวิตของเพื่อนร่วมชาติรวมไปถึงเพื่อนร่วมโลกอย่างประเทศโคลอมเบียที่เขาใช้เป็นโลเคชันถ่ายทำหลักของ Memoria อีกนับพัน นับหมื่น หรือนับล้าน ที่กำลังเผชิญกับชะตากรรมอันยากลำบาก อันเนื่องมาจากการจัดการปัญหาการระบาดของโรคโควิด ในช่วงเวลาเดียวกับที่เขากำลังได้รับเสียงปรบมืออยู่ในเวลานี้ 

 

เจ้ยต้องการจะสื่อสารถึงคนไทยและโคลอมเบียให้ได้รับรู้ว่าพวกเขาไม่ได้กำลังเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว และ ‘เสียง’ ของเขาพร้อมจะบอกเล่าถึงความทุกข์ทนเหล่านี้บนเวทีโลกเมื่อโอกาสนั้นมาถึง 

 

สำหรับ THE STANDARD POP การออกมา ‘ส่งเสียง’ ของเจ้ยบนเวที Cannes Film Festival ในค่ำคืนนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องไปถึงรัฐบาลเท่านั้น แต่ข้อความของเขายังทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้เข้าร่วมงานและผู้ชมทั่วโลกได้ทราบถึงวิกฤตที่ประชาชนคนไทยและผู้คนในอีกหลายประเทศกำลังเผชิญ ซึ่งเราหวังเป็นอยางยิ่งว่าการส่งเสียงของเจ้ยบนเวทีระดับนานาชาติ จะช่วยปลุกให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น และเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด

 

Artist: Joei-Apichatpong Weerasethakul

 

“I am lucky to be standing here, while many of my countrymen cannot travel. Many of them suffer greatly from the pandemic, with the mismanagement of resources, healthcare, and vaccine accessibility. I want to call out for the Thai and Colombian governments, and the governments of countries in a similar situation, to please wake up, and work for your people, now.”

 

A big round of applause was given after ‘Memoria’ got the Jury Prize from Cannes Film Festival 2021. Joei Apichatpong Weerasethakul stepped on the stage after his winning.

 

After the loud ovation, Joei started his significant speech talking about the life of his fellow citizens and thousand millions of his world-mate Colombians, the main location of his movie, while they were facing a difficult fate due to the poor pandemic management at the same time.

 

Joei desired to communicate to Thai and Colombian people that they are not facing this hardship alone. When the time has come, his ‘voice’ is alway with them to say what they are confronting to the world.

 

For THE STANDARD POP, the way Joei projected his ‘voice’ on Cannes Film Festival that night was not only a callout to the government, but his message also presented the crisis Thai people and world population are facing to the whole world. We wholeheartedly hope that the appearance of his ‘voice’ on an international stage will help the government to realize the critical state we are going through and solve these problems immediately.

 


 

 

Artist: ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย

 

‘หมอบรรณ’ แพทย์นิติเวชผู้รักความยุติธรรมจากซีรีส์ พฤติการณ์ที่ตาย (2563) คือตัวละครที่ทำให้ ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย กลายเป็นนักแสดงที่ถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบทพูดที่ถูกแชร์ต่อเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ที่ว่า

 

“ต้องรอให้ระบาดทั่วก่อนใช่ไหม พวกคุณถึงจะเริ่มทำงาน แม่งเปลืองภาษีว่ะ” เพราะความตรงไปตรงมาและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องของหมอบรรณ เป็นสิ่งที่ทำให้แฟนซีรีส์หลายคนตกหลุมรัก 

 

แต่ถ้าได้ติดตามตุลย์มาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าคงจะคิดเห็นคล้ายกันว่าตัวตนจริงๆ ของเขาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ต่างอะไรกับตัวละครสักเท่าไร เพราะตุลย์คือคนที่มักออกมาแสดงความคิดเห็นทางสังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมาอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ที่ตุลย์ก็ยังคงใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียของตัวเองแสดงความคิดเห็นที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐอย่างตรงไปตรงมา

 

ทั้งการวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการเยียวยาประชาชนที่ไม่ทั่วถึง การบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิดที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ รวมไปถึงประกาศต่างๆ จากรัฐบาลที่มักสร้างความสับสนให้ประชาชน ไม่เพียงเท่านั้น ตุลย์ยังเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ออกมาเรียกร้องวัคซีน mRNA ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนตั้งแต่ระยะแรก 

 

ตุลย์โพสต์ข้อความที่ต้องการสื่อสารถึงผู้นำรัฐบาล ผ่าน Instagram Stories ของเขา พร้อมกับแท็ก @prayuthofficial ด้วยความหวังว่าเสียงของเขาจะถูกมองเห็นและส่งไปถึงเจ้าของชื่อแอ็กเคานต์ในสักวัน

 

ล่าสุดเขายังเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ร่วมกิจกรรมทำเทียนแฮนเมดเพื่อจำหน่ายกับโครงการ KOL Sharing โดยรายได้จะบริจาคให้กับสภากาชาดไทย นำเงินไปเยียวยาผู้ที่ขาดรายได้จากการกักตัวและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด

 

ถ้าหากมีโอกาสได้เข้าไปในแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ของตุลย์ @octotul เราจะพบข้อความสำคัญที่เขาปักหมุดเอาไว้ด้านบนเสมอว่า 

 

“สุดท้ายไม่อยากได้อะไรไปมากกว่า อยากเห็นประเทศเจริญ เห็นภาษีที่ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง เห็นระบบขนส่งสาธารณะที่ส่งเสริมการใช้ชีวิต เห็นระบบที่ไม่เอื้อให้นักการเมืองโกงกิน เห็นกฎหมายที่แข็งแรง เท่าเทียม และไม่คุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน” 

 

ความเชื่อและความหวังในการเห็นสังคมไทยดีขึ้น คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังยืนหยัดในการเป็นกระบอกเสียงเพื่อประชาชนมาจนถึงทุกวันนี้

 

Artist / Tul-Pakorn Thanasrivanitchai

 

‘Dr.Bun’, the righteous medical examiner from the series ‘Manner of Death’ (2020), is the character which sent Tul Pakorn Thanasrivanitchai to be the talk of the town at the end of last year. This dialogue which was repeated until it became viral online began with the sentence 

 

“So you’re gonna start working when it’s entirely spread? Such a waste of taxes.” The straightfulness and righteousness of Dr.Bun is the reason why many series lovers fell in love with him

 

If you have been a fan of Tul, you may have thought that his true identity is not quite different from this character. Tul has always been righteously open with his opinions towards social and political issues. Along with COVID-19 pandemic, he used his media space to express his point of view, reflecting the government’s potential straightforwardly.

 

Tul criticised the unthorough relief measure, inefficient vaccine access and collocation, and official announcement which confused a lot of people. Moreover, he also used his voice to call out mRNA vaccines for medical workers and people.

 

Tul wrote a message to the government leader and posted it on his Instagram Stories. He even tagged the prime minister’s account @prayuthofficial hoping that someday his voice would be heard by the account owner.

 

Recently, Tul participated in a handmade candle making activity in order to sell them with KOL Sharing Project. The entire donation was given to Thai Red Cross Society, to treat people who lost their incomes due to quarantine and elders who needed personal care during the pandemic time.

 

Entering Tul’s twitter account @octotul, you would first see the important message that was pinned at the top saying

 

“Lastly, I don’t need anything more than the country’s prosperity, efficiently used tax, equal education, good transportation that supports our lives, good system that politicians can’t take advantage of, and good law that is righteous, equal, and supportive to people’s rights and freedom.”

 

The belief and hope to see the change of Thailand that Tul holds might be the reason why he has been the voice for people until now.

 


 

 

Artist: ก้อง ห้วยไร่

 

ก้อง ห้วยไร่ หรือ วีระเดช ยอดจำปา เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งที่ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ได้รับยอดวิวถล่มทลายเสมอ เช่น ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน, คู่คอง (เพลงประกอบละคร นาคี) ,โอ้ละน้อ, อกหักดีกว่าฮักบ่เป็น, ซ่อยลืม, เว้าใหญ่ ฯลฯ

 

เพลงใหม่ ไม่รู้ ไม่มี ที่ก้องเพิ่งปล่อยมาล่าสุด ทั้งวลีคุ้นหูในเนื้อเพลงและภาพในมิวสิกวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นก้องที่นั่งลอยแพออกไปด้วยสภาพสิ้นหวัง, บุคคลในชุด PPE ที่ลุยน้ำลากเสาน้ำเกลือไปพาเขากลับมา ก่อนจะล้มลงนอนแน่นิ่งไป, ชายหลังโพเดียมยืนส่งมินิฮาร์ต และกลุ่มคนกำลังรับประทานอาหารที่โต๊ะริมบึงน้ำกับใบหน้ายิ้มแย้ม 

 

ทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้เข้าใจได้ว่านี่ไม่ใช่บทเพลงที่ตัดพ้อถึงความรักเพียงเท่านั้น แต่เขาตั้งใจสื่อถึงสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา

 

ก้องเป็นศิลปินอีกคนที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเสมอในการใช้ ‘เสียง’ ของตัวเองวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวที่มีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 2.8 ล้านคน 

 

และไม่ใช่แค่ ‘เสียง’ เท่านั้น เขายังอาสาเป็นคนกลางที่ประสานงานรับมอบของอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อนำไปแจกจ่าย พร้อมลงพื้นที่สร้างโรงพยาบาลสนามและจัดหาเตียงให้กับศูนย์พักคอยในจังหวัดอื่นๆ อีกหลายแห่ง โดยมีทั้งเพื่อนศิลปินในวงการเพลงลูกทุ่งและแฟนคลับช่วยกันสมทบทุนร่วมบริจาคอีกมากมาย

 


 

 

Artist: เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร (เล็ก Greasy Cafe)

 

นอกจากการหยิบนำแง่มุมความรักมาบอกเล่าผ่าน ‘บทเพลง’ เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ เล็ก Greasy Cafe ยังใช้ ‘ตัวหนังสือ’ ที่เขาเขียนด้วยลายมือของตัวเองมาเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าเรื่องราวความรักและชีวิตอยู่เสมอ 

 

ไม่เพียงแค่นั้น เล็กยังใช้ ‘ตัวหนังสือ’ เป็นสื่อกลางในการ ‘ส่งเสียง’ เพื่อถ่ายทอดมุมมองทางสังคมและการเมืองของตัวเอง และนั่นหมายรวมไปถึงความผิดพลาดของภาครัฐในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด จนทำให้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังช่วย ‘ส่งเสียง’ เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงของภาครัฐในการสลายการชุมนุม

 

เล็กได้แสดงทัศนะไว้กับ THE STANDARD POP ในรายการ POP Live Special #ต้องรอด! เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 เกี่ยวกับการออกมา ‘ส่งเสียง’ ผ่าน ‘ตัวหนังสือ’ ไว้ว่า การออกมาพูดในครั้งนี้ไม่ใช่การพูดในฐานะของศิลปิน แต่เป็นการพูดในฐานะของประชาชนคนหนึ่งที่อยากจะส่งเสียงไปถึงภาครัฐ 

 

“เรารู้สึกว่าตราบใดที่คุณยังรับเงินเดือนที่มาจากเงินภาษีของประชาชน ทำตัวดีๆ จริงใจกับคน ตอนนี้มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ คนตายวันละเท่าไร คนตกงานวันละเท่าไร ไม่ใช่เฉพาะแค่เราเป็นนักดนตรี แต่เราขอพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เรารู้สึกว่าเราต้องรอดกันหมด ไม่ใช่แค่อาชีพใดอาชีพหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

 

และเราเชื่อมั่นว่าเสียงทุกเสียงล้วนมีความสำคัญในการผลักดันให้ภาครัฐได้ตระหนักถึงวิกฤตที่ประชาชนกำลังเผชิญ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  

 

Artist: Lek-Apichai Tragoolpadetgrai (Greasy Cafe)

 

Not only in his ‘songs’ that love has been portrayed, Lek-Apichai Tragoolpadetgrai, as known as Greasy Cafe, has also depicted the stories of love and life through the ‘words’ by his own handwriting.

 

Moreover, Lek has used his ‘words’ as a medium to ‘speak up’ his attitudes towards society and politics. He stated about the failure of the government’s COVID-19 management that caused higher numbers of new cases and deaths. Additionally, Lek used his ‘voice’ to stand against violence that the government used to disband the protest.

 

On July 3rd, 2021, in THE STANDARD POP’s show named POP Live Special #ต้องรอด!, Lek expressed his point of view about ‘calling out’ through his ‘words’ that it was not a callout as an artist, but it was a call out as one of the people who wants to be heard by the government.

 

“As long as your salary comes from people’s tax, be nice and be honest to the people. It is a serious matter at the moment. How many people have died? How many people have lost their jobs? Not only as an artist, but I speak as one of the people. We all need to survive, not only one particular profession or group.”

 

We believe that every voice takes an important role to urge the government to see this current crisis we are going through and solve them immediately and effectively.

 


 

 

Artists: H 3 F

 

H 3 F คือวงอินดี้คุณภาพที่ทำเพลงภาษาอังกฤษล้วนจนหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าพวกเขาคือวงดนตรีสัญชาติไทย โดยมีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนที่มหาวิทยาลัยรังสิตชวนกันก่อตั้งวงขึ้นมาและเล่นดนตรีคัฟเวอร์เพลงที่ร้านกลางคืน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มสร้างผลเพลงของตัวเองตามออกมาภายใต้ชื่อ H 3 F อย่างทุกวันนี้

 

ตามปกติวง H 3 F จะมีรายได้จากการเล่นดนตรีที่ร้านกลางคืนเป็นหลัก พวกเขาจึงเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการป้องกันโควิด ตามที่รัฐมีคำสั่งให้ปิดสถานบันเทิง ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่ได้มีทางออกมารองรับกลุ่มคนในสายอาชีพนี้ ที่ไม่ใช่เพียงนักร้อง นักดนตรี แต่ยังมีทีมงานเบื้องหลัง พนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟอาหาร แม่บ้าน อีกหลายอาชีพ และอีกหลายชีวิต ที่ต้องพึ่งพาร้านกลางคืนในการหาเลี้ยงปากท้อง ทั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานซึ่งประชาชนเจ้าของภาษีควรจะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐอย่างเท่าเทียม

 

H 3 F จึงเป็นหนึ่งในศิลปินกลุ่มแรกที่ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกับชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย ภายใต้สมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศไทย (สธก) พร้อมเดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าของข้อเรียกร้อง 8 ข้อในการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันโควิด เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ทั้งสามสมาชิกยังมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ คืนกลางคืน ที่ศิลปินและผู้ประกอบการร้านกลางคืนร่วมกันจัดกิจกรรมเล็กๆ โดยหารายได้จากการขายบัตรและสินค้าต่างๆ เพื่อให้ศิลปินและผู้ประกอบการพอมีรายได้จุนเจือเข้ามา และยังเป็นการเยียวยาหัวใจให้อยู่กันได้ต่อไปท่ามกลางวิกฤติการระบาดของโรคโควิดเช่นในเวลานี้

 


 

 

Artists: Safeplanet

 

หากบุคลากรทางการแพทย์คือด่านหน้าในการช่วยเหลือประชาชน ลงพื้นที่ต่อสู้กับกับวิกฤตโควิด วง Safeplanet คือหนึ่งใน ‘ด่านหน้า’ ที่ออกมาส่ง ‘เสียง’ และลงมือทำ เพื่อเรียกร้องการช่วยเหลือเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนๆ ‘นักดนตรี’ ที่เดือดร้อนมาตั้งแต่ต้น 

 

อย่างที่รู้กันว่า กลุ่มนักดนตรี (โดยเฉพาะนักดนตรีกลางคืน) คือหนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดมากที่สุด พวกเขาคือกลุ่มคนที่โดนคำสั่งให้ ‘ปิดก่อน เปิดทีหลัง’ ในทุกครั้งที่เกิดปัญหาการระบาดทุกระลอก

 

ในสถานการณ์ปกติ นักดนตรีคืออาชีพที่ผู้คนนึกถึงในฐานะผู้ใช้เสียงเพลงสร้างความสุขให้กับชีวิต แต่เมื่อเกิดวิกฤต พวกเขากลับถูก ‘มองข้าม’ และแทบไม่ได้รับการเยียวยาอย่างที่ควรจะเป็น 

 

พวกเขามักจะถูกบอกอยู่ซ้ำๆ ว่าต้องรู้จักปรับตัวให้เข้าสถานการณ์ โดยหลายคนไม่เคยรู้เลยว่าที่ผ่านมาพวกเขาทั้งสู้ ทั้งปรับตัวมากเท่าไร บางคนต้องเอาเครื่องดนตรีที่เป็นเหมือนชีวิตมาขาย, บางคนต้องไปทำอาชีพอื่น, บางคนผันตัวไปเป็นพ่อค้า แทบทุกคน ‘ปรับตัว’ พยายามเอาชีวิตรอดอย่างถึงที่สุด เพื่อรอวันจะได้กลับมาเล่นดนตรีที่พวกเขารักอีกครั้ง 

 

Safeplanet คือหนึ่งในวงดนตรีที่ออกมาเป็นตัวแทนพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เปิดหน้าวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ต่อต้านความรุนแรง รวมทั้งลงถนนไปยืนอยู่ข้างประชาชนที่ออกมาส่งเสียงเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด 

 

และสุดท้ายที่ไม่ท้ายสุด Safeplanet เป็นตัวแทนกลุ่มนักดนตรีอิสระ ร่วมกับสมาพันธ์ผู้ประกอบการอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง เดินทางไปยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาที่เหมาะสมในช่วงที่วิกฤตโควิดรุนแรงขึ้นทุกขณะ

 

เพื่อส่ง ‘เสียง’ ของกลุ่มคนดนตรีว่าพวกเขามีชีวิต และชีวิตของพวกเขามี ‘คุณค่า’ เช่นเดียวกัน  

 


 

 

Artists: ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช

 

ภาพจำแรกของ ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช คือการถูกประทับนามสกุล ‘เดอะสตาร์’ นับจากเขาเข้าประกวดและสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ รายการเรียลิตี้ประกวดร้องเพลงชื่อดังระดับประเทศอย่าง เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 6 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ 

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ริทยังคงมีผลงานในวงการบันเทิงเรื่อยๆ โดยปัจจุบันเขามีช่อง YouTube ชื่อ MhorRitz ทำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ คัฟเวอร์เพลง ควบคู่กับการพาไปดูชีวิตประจำวันของอาชีพแพทย์ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในรายการ เรื่องของหมอ

 

สำคัญที่สุดในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด ‘ริท’ ที่ปัจจุบันผู้คนทั้งประเทศจดจำและเปลี่ยนคำเรียกถึงเขาเป็น ‘หมอริท’ ได้ผลิตคอนเทนต์ภายในช่อง YouTube ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน มีทั้งการรีวิวฉีดวัคซีน Sinovac ให้ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัคซีนและโรคโควิด รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะเจ้าของคลินิกความงามชื่อว่า THE RITZ ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่รัฐบาลสั่งปิดสถานประกอบการชั่วคราว

 

“เพราะการตาย…ไม่ใช่เพียงตัวเลข” 

 

คือเสียงที่เขาส่งผ่านจากพื้นที่โซเชียลมีเดียของตัวเอง ก่อนจะขยับขยายมาเป็นโครงการ ‘หมอริทช่วยโควิด’ ซึ่งล่าสุดได้ประกาศยกระดับการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดเป็นการดูแลแบบ Home Isolation อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ จิตอาสา ผู้บริจาค ไปจนถึงการสนับสนุนจากสภากาชาดไทยและ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการรักษา และผู้ป่วยที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษาให้ได้ทั่วถึงมากที่สุด

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

The post POP Powerful Voices In Crisis: Artists 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ดึงดัน’ บทเพลงแห่งความช้ำ ตอกย้ำหัวใจคนไม่เคยจำ งานเพลงล่าสุดและการฟีเจอริงครั้งแรกของ Cocktail และ ตั๊ก ศิริพร https://thestandard.co/cocktail-new-song/ Fri, 23 Oct 2020 11:32:29 +0000 https://thestandard.co/?p=411818 Cocktail

‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมหัวใจไม่หลาบจำดึงดันจะรักเธออยู่ ทั้งที่ […]

The post ‘ดึงดัน’ บทเพลงแห่งความช้ำ ตอกย้ำหัวใจคนไม่เคยจำ งานเพลงล่าสุดและการฟีเจอริงครั้งแรกของ Cocktail และ ตั๊ก ศิริพร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cocktail

โอ้ ใจเอ๋ยทำไมหัวใจไม่หลาบจำดึงดันจะรักเธออยู่ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ แต่ยังจะรักเขาหมดหัวใจ ปล่อยเขาทำร้ายย้ำๆ ซ้ำๆ เติมอยู่

 

กลับมาอีกครั้งสำหรับ JOOX Original Album 100 x 100 Season 2 โปรเจกต์สุดพิเศษจาก JOOX และ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่จะพาเหล่าศิลปินระดับ 100 ล้านวิวมาสร้างสรรค์บทเพลงใหม่ๆ ร่วมกัน 

 

ประเดิมบทเพลงแรกโดยสองศิลปินคุณภาพต่างยุคอย่าง Cocktail และ ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด ที่จะมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงรักแสนเศร้าร่วมกันในชื่อ ดึงดัน ซึ่งถือเป็นการกลับมาจับไมค์อีกครั้งในรอบ 20 ปีของตั๊ก รวมถึงเป็นการร่วมฟีเจอริงกับศิลปินยุคใหม่เป็นครั้งแรกอีกด้วย

 

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องนำ ผู้แต่งเนื้อร้องและทำนอง เลือกนำเสนอเพลงนี้ออกมาในโทนอกหัก ช้ำรัก เป็นตัวแทนความรู้สึกของคนที่ยัง ‘ดึงดัน’ ที่จะรัก ยอมเจ็บช้ำซ้ำๆ ถึงแม้จะรู้ว่าความรักครั้งนี้ไม่มีทางเป็นความจริง

 

ดาโน่-ดนัย ธงสินธุศักดิ์ มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ กับแนวดนตรีแจ๊สร็อกเข้มๆ เสริมด้วยบทบรรเลงเครื่องสายที่ให้ทั้งความรู้สึกนุ่มนวลและเจ็บปวดจากวงออร์เคสตราตามแบบฉบับของวง Cocktail ที่เข้ามาสร้างบรรยากาศให้บทเพลงมีความหรูหรามากขึ้น ก่อนที่จะแต่งเติมความร็อกด้วยพาร์ตโซโล่กีตาร์อันบาดลึก 

 

และองค์ประกอบสำคัญคือน้ำเสียงทรงพลังของตั๊ก ที่แม้จะไม่ได้จับไมค์ร้องเพลงมานาน แต่เสียงยังคงทรงพลัง เมื่อบวกกับจังหวะการร้องที่ถูกดีไซน์ให้คล้ายๆ เพลง ‘หมดห่วง’ ของตั๊ก ก็เหมือนทำให้เพลงนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบใหม่ 

หลังจากที่โอมเคยเอาไปร้องในรายการ The Mask Singer Thailand จนกลายเป็นปรากฏการณ์มาแล้ว

 

นอกจากเนื้อหาที่เจ็บปวด พาร์ตมิวสิกวิดีโอทำหน้าที่ช่วยถ่ายทอดเนื้อหาของบทเพลงให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยกล่าวถึงรักสามเศร้าของหญิงสาวคนหนึ่ง (ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา) ที่ยังคงหลงรักชายหนุ่มที่แต่งงานแล้ว (เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์) แต่เธอก็ยัง ‘ดึงดัน’ ที่จะมอบความรักให้กับเขาอย่างหมดใจ 

 

ในขณะที่ชายหนุ่มนักเปียโนอีกคนหนึ่ง (ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ก็ ‘ดึงดัน’ ที่จะรักหญิงสาวคนนั้นทั้งที่รู้ว่าทำอะไรไม่ได้ นอกจากเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ และรอคอยเวลาให้เธอปฏิเสธความหวังดี เพราะในหัวใจของเธอไม่มีพื้นที่เหลือให้เขาแม้แต่น้อย 

 

โดยโอมได้บอกเล่าถึงความประทับใจที่ได้ร่วมงานกับศิลปินมากประสบการณ์อย่างตั๊ก ในโปรเจกต์ JOOX Original Album 100 x 100 Season 2 ว่า

 

“ปีที่ผ่านมาโปรเจกต์ JOOX 100 x 100 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีการต่อยอดมาสู่ซีซัน 2 ครับ และคนที่ผมเลือกที่จะร่วมฟีเจอริงด้วยและอยู่ในความคิดของผมก็คือการได้ร้องเพลงกับ พี่ตั๊ก ศิริพร สักเพลงหนึ่งโดยที่ยังไม่ถามพี่เขาด้วยนะ เราใช้บังคับเอา (หัวเราะ) 

 

“เพลงนี้ผมเขียนขึ้นมาในฟีลเพลง หมดห่วง โดยเล่าเพลงในลักษณะแบบเดียวกันอีกครั้งครับ ซึ่งเพลงนี้เป็นอะไรที่แปลกมาก แต่สุดท้ายก็ออกมาลงตัว ก็ต้องขอบคุณพี่ตั๊กที่ยอมกลับมาร้องเพลงจริงจังอีกครั้งในรอบหลายปี”

 

ในขณะที่ตั๊กก็ได้กล่าวความรู้สึกที่ได้กลับมาร้องเพลงอีกครั้งในรอบ 20 ปี และความตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับวง Cocktail ว่า

 

“เพลงนี้เป็นเพลงใหม่ในรอบ 20 กว่าปีของตั๊กเลยก็ว่าได้ ซึ่งพี่ไม่คิดว่าจะทำแล้วด้วย เพราะพี่ยังบอกกับโอมด้วยซ้ำว่าพี่ตั๊กหมดไฟแล้ว ถ่านพี่ตั๊กมอดหมดแล้ว แต่โอมบอกว่าพี่ห้ามหมดไฟ (ยิ้ม) แล้วอีกอย่างพี่ไม่เคยฟีเจอริงกับใครเลย ครั้งนี้เป็นการฟีเจอริงทีเดียว 4 คนเลย (หัวเราะ) 

 

“เป็นครั้งแรกเลยตื่นเต้นมากๆ ค่ะ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของพี่เลยก็ว่าได้ จริงๆ ก็คือคนละยุค วง Cocktail กับ ตั๊ก ลีลา ห่างกันเป็นสิบ ยี่สิบปี คิดไม่ถึงเลย มันเหมือนความฝันมากๆ ว่าวันหนึ่งจะมีโทรศัพท์จากเขา โทรมาหาเราชวนว่ามาร้องเพลงด้วยกันไหม พี่ก็ จริงหรือเปล่า พยายามถามย้ำกับตัวเอง มันคือความดีใจ ความภูมิใจ และเป็นเกียรติกับพี่มากๆ เลย”

 

นอกจากบทเพลง ดึงดัน ที่ได้สองศิลปินต่างยุคอย่าง Cocktail และ ตั๊ก ศิริพร มาร่วมถ่ายทอดเรื่อราวอันเศร้าหมอง โปรเจกต์ JOOX Original Album 100 x 100 Season 2 ยังมาพร้อมกับเหล่าศิลปินมากคุณภาพที่จะมาร่วมฟีเจอริงกันอีกถึง 4 คู่ ได้แก่ Big Ass x Wanyai, Labanoon x GUNGUN, Pop Pongkool x Wonderframe และ Atom x Pok Mindset 

 

โดยแฟนๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์ 100 x 100 Season 2 ได้ผ่านทาง https://www.facebook.com/jooxth/

 

สามารถรับฟังบทเพลง ดึงดัน ได้ผ่านทาง

https://www.joox.com/th/single/eC6g+zQjvGJlO6uI50M8Hw==?appshare=iphone

 

สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอได้ผ่านทาง

 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ‘ดึงดัน’ บทเพลงแห่งความช้ำ ตอกย้ำหัวใจคนไม่เคยจำ งานเพลงล่าสุดและการฟีเจอริงครั้งแรกของ Cocktail และ ตั๊ก ศิริพร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cocktail กับเพลง ‘เรา’ ถ่ายทอดความรักของคนที่ฐานะทางสังคมแตกต่าง – THE STANDARD Daily 8 สิงหาคม 2562 https://thestandard.co/thestandarddaily08082562/ Fri, 09 Aug 2019 02:40:18 +0000 https://thestandard.co/?p=277620

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2562&nbsp […]

The post Cocktail กับเพลง ‘เรา’ ถ่ายทอดความรักของคนที่ฐานะทางสังคมแตกต่าง – THE STANDARD Daily 8 สิงหาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2562  เวลา 20.00

 

  • ส่องสถานการณ์จีน-ไต้หวัน ความสัมพันธ์ท้าทายที่แผ่นดินใหญ่ขอแบนรางวัลม้าทองคำ
  • คุยสดกับ Cocktail หลังปล่อยเพลงใหม่ ‘เรา’ ถ่ายทอดความรักของคนที่ฐานะทางสังคมแตกต่างกัน

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 20.00 . เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post Cocktail กับเพลง ‘เรา’ ถ่ายทอดความรักของคนที่ฐานะทางสังคมแตกต่าง – THE STANDARD Daily 8 สิงหาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cocktail รสเข้มที่ยืนยันว่าพวกเขาทำทุกอย่างด้วยหัวใจมาตลอดระยะเวลา 16 ปี https://thestandard.co/cocktail-live-concert/ https://thestandard.co/cocktail-live-concert/#respond Sat, 23 Jun 2018 04:22:06 +0000 https://thestandard.co/?p=100283

หลังจากคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก The Heartless Live ของวง C […]

The post Cocktail รสเข้มที่ยืนยันว่าพวกเขาทำทุกอย่างด้วยหัวใจมาตลอดระยะเวลา 16 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก The Heartless Live ของวง Cocktail จบลงไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก็เหมือนว่ากราฟชีวิตของ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ (ร้องนำ), เชา-ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย (กีตาร์), ปาร์ค-เกริกเกียรติ สว่างวงศ์ (เบส) และฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ (กลอง) ก็ดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นไม่มีหยุด วัดจากคิวคอนเสิร์ตที่เต็มแน่นเกือบทุกเดือนตลอดทั้งปี และคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่สอง COCKTAIL LIVE #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปีนี้

 

ถ้าย้อนไปเมื่อ 16 ปี ที่แล้ว Cocktail คือวงดนตรีอินดี้ ที่มีเพลงฮิตแบบใต้ดินมาตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษา ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขามีการย้ายที่อยู่ เปลี่ยนสมาชิก และมีพัฒนาการทางดนตรีมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป แต่สิ่งหนึ่งที่วง Cocktail ยืนยันไม่เคยเปลี่ยน คือทุกครั้งที่พวกเขาร้องและเล่นดนตรี พวกเขา ‘เล่นด้วยหัวใจเสมอมา’ และเขาจะแสดงภาพนั้นให้ทุกคนเห็นกันชัดๆ อีกครั้งในคอนเสิร์ตครั้งนี้

 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดหลังจากคอนเสิร์ต The Heartless Live

 

ฟิลิปส์: ต้องยอมรับว่าในช่วง 3 ปีหลังจากคอนเสิร์ต The Heartless Live จบลงไป มันมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นที่ถือว่าเป็นการเติบโตแบบค่อนข้างกระชากของวง ทั้งฟีดแบ็กที่ค่อนข้างดี การมีเพลงใหม่ๆ ออกมา กระแสหน้ากากหอยนางรมจากรายการ The Mask Singer รวมทั้งการได้ไปเล่นคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ มากขึ้น เราได้เห็นว่าแฟนเพลงเอาใจใส่กับสิ่งที่เรานำเสนอออกไปมากขึ้น แล้วเราไม่รู้ว่าโอกาสที่ทุกอย่างสุกงอมแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไร เพราะฉะนั้นตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเล่าเรื่องตลอดระยะเวลา 16 ปีของวง Cocktail ที่สุดแล้ว  

 

เชา: และมันมีหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากคอนเสิร์ต The Heartless Live ที่เรื่องฟีดแบ็กของคนดูพวกเราแฮปปี้มากนะครับที่ทุกคนเอ็นจอยกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเราขนาดนั้น แต่มันก็ยังมีบางจุดที่ต้องเรียนรู้ เอามาปรับปรุงเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ครั้งที่แล้วเราอาจจะโฟกัสที่พาร์ตดนตรีล้วนๆ คือตั้งใจเล่นให้ดีที่สุด ทำให้ลืมคิดเรื่องการแสดงออกทั้งท่าทาง การวางแผน วางคิว คำพูดไปบ้าง

 

ปาร์ค: ของผมจะเป็นความรู้สึกตื่นเต้นบนเวทีที่คิดว่าซ้อมและเตรียมตัวมาเต็มที่แล้ว แต่พอจะขึ้นเวทีจริงๆ อาการมันออก มันตื่นเต้น ประหม่าทำให้หลายๆ พาร์ตยังทำได้ไม่เต็มที่ขนาดนั้น ซึ่งคิดว่าหลายๆ อย่างที่พลาดไปจะได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์มากขึ้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้

 

เชา: มีอีกเรื่องที่ค้นพบจากคอนเสิร์ตครั้งที่แล้ว คือการกลับมารวมตัวกันของแฟนเพลงยุคเก่าที่ตาม Cocktail มาตั้งแต่ยุคแรกๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าคนกลุ่มนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถติดตามพวกเราไปได้ในทุกๆ งาน ยกเว้นงานที่ใหญ่และสำคัญสำหรับเราจริงๆ เพราะฉะนั้นคอนเสิร์ตใหญ่เลยเป็นเหมือนการรียูเนียนแฟนเพลงยุคเก่าให้กลับมารวมตัวกัน มาร้องเพลงด้วยกันอีกครั้งร่วมกับแฟนเพลงใหม่ๆ ที่มาเพราะอยากร้อง อยากฟังเพลงของวง Cocktail จริงๆ

 

 

อิมแพ็กของ ‘อิมแพ็ค’ อารีน่าฯ

เชา: ตั้งแต่สมัยเด็กๆ เวลาได้ยินคำว่าอิมแพ็คฯ มันคือสถานที่ที่ใหญ่มาก ต้องเป็นสถานที่เล่นคอนเสิร์ตของวงต่างประเทศ หรือในประเทศไทยก็มีแค่ไม่กี่วงที่เคยไปจัดบนนั้น รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แล้วพอวันหนึ่งมันเป็นคิวของที่จะได้ขึ้นไปยืนบนนั้น มันก็เป็นความรู้สึกดีๆ ยิ่งใหญ่ กับการสามารถพูดได้ว่า เออ ครั้งหนึ่งเราเคยได้มาเล่นที่อิมแพ็คฯ กับเขาแล้วนะ

 

ฟิลิปส์: แบบที่พี่เชาว์บอกว่าเวลาพูดถึงสถานที่นี้มันต้องยิ่งใหญ่แน่ๆ เพราะฉะนั้นมันมีอีกหลายอย่างที่พวกเราต้องทำด้วยกันมากกว่าครั้งที่แล้วอีกเยอะมาก เพราะเรามีส่วนร่วมในการทำงานตั้งแต่ต้นเรื่องของคอนเสิร์ตครั้งนี้ไปจนถึงจุดสุดท้ายเมื่อโชว์จบ เรามีส่วนเกี่ยวกับกับทุกขั้นตอนจริงๆ เราตั้งใจกับงานครั้งนี้จริงๆ เพราะฉะนั้นมันเลยตรงกับชื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้มากๆ ที่บอกว่า ‘เล่นด้วยหัวใจเสมอมา’ ซึ่งภาพการเล่นด้วยหัวใจของเรามันจะชัดเจนขึ้นอีกในงานครั้งนี้

 

 

ในบางเวลาที่ไม่ได้เล่นด้วยหัวใจ

ฟิลิปส์: มันมีช่วงแรกๆ ที่ผมยังปรับความคิดในการเล่นดนตรีไม่ได้ เมื่อก่อนผมเคยเชื่อว่าคนดูต้องชื่นชอบเราทุกครั้งที่เราขึ้นไปแสดงบนเวที เพราะว่าเราไปในฐานะศิลปินนะ คุณต้องแฮปปี้สิที่มีพวกเรามาเล่นดนตรีให้ฟัง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่นั้น ถ้าเราเล่นเพลงที่เขาไม่รู้จัก หรือเล่นเพลงของคนอื่นมากเกินไป มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่คนดูจะไม่ชอบ และแสดงอาการแบบนั้นออกมา ซึ่งถ้าผมรู้สึกว่าคนดูไม่ให้หัวใจกับผมเมื่อไร ผมก็จะไม่ให้ใจกับเขาทันที จนเวลาผ่านไป ได้ปรับทัศนคติตัวเองใหม่ เข้าใจพื้นฐานของคนฟังมากขึ้น และไม่ต้องรอให้เขาให้ใจเราก่อน แต่เราสามารถให้ใจเขาไปก่อนได้เลย

 

ปาร์ค: มันต้องผ่านการเรียนรู้เพื่อที่จะหาตรงกลางระหว่างเพลงที่พวกเราจะเลือกเอามาเล่น ซึ่งพูดจริงๆ เราก็คงไม่ได้หาตรงกลางที่พอดีเป๊ะได้หรอก แต่อย่างน้อยมันเหมือนที่พี่ฟิลิปส์พูดว่า มันดีขึ้นตรงที่เราเป็นคนเริ่มให้หัวใจเขาไปก่อนเลย ไม่ว่าเขาจะชอบเพลงที่เราเล่นไปหรือไม่ก็ตาม

 

เชา: ของผมถ้าถามในชีวิตนักดนตรีมีไหม ต้องตอบว่ามี แต่ถ้าเล่นกับค็อกเทลกล้าพูดได้ว่าผมใช้หัวใจเล่นมาตลอด แต่มันจะมีบางครั้งที่ไม่ได้เล่นให้ค็อกเทล เล่นเพื่อคนอื่น เล่นเพราะเป็นงานที่เราต้องหาดนตรี ใจความมันคือดนตรีเหมือนกันนะ แต่มันไม่ใช่เพลงที่เล่นกับเพื่อน สำหรับผมทรีตเรื่องแบบนั้นว่าเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบ แต่การเล่นกับค็อกเทลมันคืองานที่เรารัก

 

โอม: วันที่ไม่อยากเล่นสำหรับผมมีอยู่แล้วนะ แต่พอเป็นงานที่เราต้องรับผิดชอบ สุดท้ายเราต้องคั้นหัวใจออกมาเล่นอยู่ดี มันอาจจะไม่ใช่หัวใจของความปลาบปลื้มยินดีนะ แต่มันคือหัวในของความอดทน หัวใจที่เราต้องการให้คนดูได้รับสิ่งที่ดีที่สุดกลับไป เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นหัวใจแบบไหน แต่มันคือหัวใจเหมือนกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นเลยคิดว่าไม่ผิดเลยที่เราจะบอกว่าเราเล่นด้วยหัวใจเสมอมาจริงๆ

 

 

Cocktail ในความทรงจำ

ฟิลิปส์: ผมนึกถึงตั้งแต่ 16 ปีที่แล้ว ผมอยู่คนละโรงเรียนกับพวกพี่เขานะ ตอนนั้นวง Cocktail ดังมากในหมู่นักเรียนมัธยม กลายเป็นภาพจำเลยว่ามีเด็กเตรียมอุดมฯ เล่นดนตรีเก่ง แต่งเพลงซ้ำซ้อนที่ดังมากตอนนั้น แล้วก็เคยร่วมงานกับพี่โอมอยู่แป๊บหนึ่งแล้วก็หายหน้ากันไป จนวันหนึ่งขับรถไปต่างจังหวัดแล้วเพิ่งได้ฟังเพลง เธอทำให้ฉันเสียใจ ก็กำลังคิดถึงวงนี้อยู่ แล้วหลังจากนั้นแป๊บเดียวพี่หมีผู้จัดการวงก็โทรมาถามว่ายังตีกลองอยู่ไหม สนใจมาออดิชันกับวงหรือเปล่า ยังคิดอยู่เลยว่า เฮ้ย เพิ่งฟังเพลงเขามาเมื่อกี้นี้เลย หลังจากนั้นก็ได้เข้ามาเป็นแบ็กอัพให้วง แล้วก็วูบวาบๆ มาจนถึงตอนนี้ (หัวเราะ)

 

โอม: ผมคิดถึงงานแฟตเฟสฯ คิดถึงเวทีอินดี้อินทาวน์ รายการ แมลงมัน ร้านดีเจสยาม น้องท่าพระจันทร์ ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของวง Cocktail ในยุคๆ ที่เพิ่งตั้งวงขึ้นมา

 

ชา: ผมคิดถึงเมื่อก่อนว่าเราสู้กันมาขนาดไหน มันไม่ได้สะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้นะ แล้วผมเป็นพวกบ้าอุปกรณ์เวลาไปไหนก็ต้องหิ้วของขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปเล่นเอง มันลำบากมาก แต่ก็ยอม เพราะเรารักที่จะทำแบบนั้นจริงๆ เพราะผมอยากใช้ของที่ผมรัก อยากให้คนได้ฟังเสียงจากสิ่งที่ผมรักจริงๆ ด้วยเหมือนกัน มันก็กลับมาที่เรื่องเดียวว่าเหตุผลของทุกอย่างมันมาจากการทำด้วยหัวใจจริงๆ

 

ปาร์ค: ผมคิดถึงงานแฟตเฟสฯ ครั้งท้ายๆ ที่เริ่มได้มาเล่นเป็นแบ็กอัพให้วง Cocktail ก่อน เป็นงานใหญ่งานแรกๆ ของผมด้วยมั้ง เลยมีความรู้สึกหวั่นใจก่อนขึ้นเล่น ว่าจะมีคนอยู่ดูเราเล่นสักกี่คน แต่พอขึ้นไปแล้วมีคนรอดูพวกเราเยอะกว่าที่คิดเอาไว้มากๆ มันเป็นความรู้สึกดีที่อยากให้เกิดขึ้นเรื่อยๆ

Cocktail แก้วเดิม กับส่วนผสมที่เปลี่ยนไป

โอม: ถ้าเป็นยุคก่อนผมจะคิดถึง Bloody Mary นะ ส่วนผสมเยอะๆ สีสวย กินแล้วสดชื่น

 

เชา: หรือค็อกเทลสวยๆ มีเสียบสับปะรด มะนาว หรืออะไรก็ได้ที่ดูดาร์ก คูลๆ เท่ๆ ใส่น้ำแข็งแห้ง ใส่ควันเพิ่มความน่าสนใจ แต่ทุกวันนี้คิดว่าเป็นแค่เหล้า น้ำเปล่า น้ำแข็งก็พอแล้ว เพราะน้ำเปล่าเหมือนเป็นในความสำคัญของดนตรี คือสิ่งที่พวกเราต้องการนำเสนอออกไปจริงๆ โดยที่ไม่ต้องผ่านการปรุงแต่งอะไรมากมาย

 

โอม: พอมาถึงจุดนี้ ส่วนผสมสำคัญของเราจะไม่ได้อยู่ที่เหล้า แต่เป็นน้ำเปล่า เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นเหล้ายี่ห้ออะไรก็ต้องมีส่วนผสมของน้ำเปล่า แล้วน้ำเปล่าก็มีทั้งน้ำกระด้าง น้ำกรดอ่อนๆ ด่างอ่อนๆ คุณสมบัติของน้ำที่ต่างออกไปส่งผลต่อรสชาติของเหล้าทั้งหมด

 

และอีกคุณสมบัติของน้ำที่ดีมากๆ คือน้ำมีความหยืดหยุ่นในแบบของตัวเองอยู่เสมอ ผมเปรียบเทียบน้ำว่าเป็นเสมือนคนที่ ‘อยู่เป็น’ อยู่ในรูปทรงใดก็ได้ อยู่ที่ไหนก็ได้ คงสภาพเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และถ้ามีจุดหมายอยู่ที่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะมีภูเขา มีถนน มีอะไรมาขวาง น้ำก็ยังสามารถอ้อมหรือไหลซึมจนพาตัวเองไปถึงจุดหมายได้เสมอ

The post Cocktail รสเข้มที่ยืนยันว่าพวกเขาทำทุกอย่างด้วยหัวใจมาตลอดระยะเวลา 16 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cocktail-live-concert/feed/ 0
โอม Cocktail พร้อมสร้างศิลปินสายพันธุ์ใหม่จากห้องทดลองทางดนตรีที่ชื่อ Gene Lab https://thestandard.co/ohm-cocktail/ https://thestandard.co/ohm-cocktail/#respond Fri, 16 Feb 2018 13:22:22 +0000 https://thestandard.co/?p=71109

ในช่วงที่วงการดนตรีซบเซา เพลงกลายเป็นของฟรีที่หาฟังได้ง […]

The post โอม Cocktail พร้อมสร้างศิลปินสายพันธุ์ใหม่จากห้องทดลองทางดนตรีที่ชื่อ Gene Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงที่วงการดนตรีซบเซา เพลงกลายเป็นของฟรีที่หาฟังได้ง่าย และทุกคนพร้อมที่จะแจ้งเกิดได้ในรายการประกวดร้องเพลงได้ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ร่วมกันของ นิค-วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้บริหารค่าย Genie Records และ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องนำวง Cocktail เพื่อสร้างศิลปินอาชีพรุ่นใหม่ที่สามารถเลี้ยงชีพได้ด้วยการผลงานเพลงที่พวกเขารักได้จริงๆ ภายใต้ห้องทดลองทางดนตรีที่ชื่อ Gene Lab

 

ก่อนที่ห้องทดลองนั้นจะเริ่มเปิดทำการ THE STANDARD ได้ชวนโอมมาพูดคุยถึงสมมติฐานที่เขาพยายามไขรหัสความสำเร็จทางด้านดนตรี เพื่อสร้างศิลปินรุ่นใหม่ที่มี ‘ยีน’ พิเศษที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์เฉพาะตัว ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นหา ‘ตัวแปร’ ที่ชื่อศิลปินรุ่นใหม่ แต่ความคิดในการพัฒนาวงการดนตรีของเขาน่าสนใจและควรค่าแก่การศึกษา

 

ซึ่งสุดท้ายแล้ว การทดลองทั้งหมดจะประสบความสำเร็จหรือออกมาในรูปแบบใด ทุกฝ่ายตั้งแต่ตัวของเขาเอง ศิลปินรุ่นใหม่ ค่าย Gene Lab และคนฟังทั้งหมดจะต้องมาพิสูจน์สมมติฐานนั้นร่วมกันอีกนาน

 

 

อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณตัดสินใจสร้างห้องทดลองที่ชื่อ Gene Lab ในครั้งนี้

เริ่มต้นจากการที่เข้าสู่ปีที่ 20 ของ Genie Records พร้อมกับอายุของศิลปินในค่ายที่เพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา มาสู่จุดที่ทำเริ่มผลิตศิลปินใหม่แล้วรู้สึกว่าศิลปินใหม่ที่อยากเข้ามาที่ Genie Records มีความเกร็ง คิดง่ายๆ ว่าเดินเข้ามาแล้วเจอ Bodyslam, Potato หรือปาล์มมี่ เขาต้องเกร็งโดยธรรมชาติอยู่แล้ว พี่นิคเลยมาคุยกับผมว่าเราต้องมีอีกหนึ่งดิวิชันมาดูแลเฉพาะศิลปินหน้าใหม่จริงๆ เพื่อให้เขาไม่กดดันและรู้สึกเป็นกันเอง

 

การดูแลศิลปินหน้าใหม่ก็ต้องการวิธีบริหารงานแบบใหม่เพื่อให้สอดรับกับวงการดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เด็กสมัยใหม่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการได้มาอยู่ค่ายแกรมมี่เหมือนเมื่อก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าลงยูทูบเองเขาอาจจะรวยกว่าก็ได้ เพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบนั้น เราเลยต้องการสร้างแล็บขึ้นมาให้เป็นโอเปอเรชันใหม่ที่หลุดจากขนบเดิม ทำการทดลองกับศิลปินใหม่ๆ เพื่อหาความเป็นไปได้สูงสุดที่เหมาะกับวงการเพลงในตอนนี้ เราเลยเป็นเหมือนแผนก Research & Development และเป็นที่มาของคำว่า Gene Lab ที่สืบทอดความคิดมาจาก Genie Records เราให้เกียรติจุดเริ่มต้นของเราอยู่แล้ว เลยเอา i ของ Genie ออกไปหนึ่งตัว กลายเป็นสายพันธุ์ รวมกับคำว่า Lab เป็นการสร้างห้องทดลองทางดนตรีเพื่อสร้างศิลปินที่มียีนหรือสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมา

 

การทดลองที่เกิดขึ้นใน Gene Lab จะมีอะไรบ้าง

ทดลองวิธีการทำธุรกิจดนตรีแบบใหม่ทั้งหมด บุคลากรใหม่ ศิลปินใหม่ เราจะไม่มีการย้ายศิลปินเก่าหรือบุคลากรจากค่ายหรือแผนกอื่นในแกรมมี่เข้ามาเลย ศิลปินเราออดิชันใหม่ทั้งหมด รับคนเพิ่มเพื่อสร้างแผนกนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้น Gene Lab คือซัพพลายเออร์ที่อยู่ข้างนอก ผมมีหน้าที่เสนองานให้แกรมมี่ว่าผมมีโปรเจกต์จะทำแบบนี้ คุณจะลงทุนไหม เขาควบคุมผมได้ด้วยการส่งเงินให้ผม แต่บุคลากรทั้งหมด การบริหารนโยบาย การบริหารเงินก้อนนั้นเป็นของผมหมดเลย เพียงแต่ผมต้องส่งงานให้แกรมมี่ตามข้อตกลง และผลงานทั้งหมดรวมทั้งคำว่า Gene Lab แบรนด์ โลโก้ ผลงานของศิลปินเป็นของแกรมมี่ ข้อดีของการทำแบบนี้คือเราไม่ต้องใช้ส่วนกลางร่วมกับแผนกอื่นๆ เยอะ สามารถทำทุกอย่างในการดูแลศิลปินได้แบบครบวงจรในแผนกของเราเอง

 

คำว่าศิลปินใหม่หมายถึงใหม่จริงๆ ไม่เคยมีผลงานกับที่ไหนมาก่อน

เขาอาจจะเคยมีผลงานตอนเป็นศิลปินอินดี้ก็ได้ แต่หมายความว่าเขาคือ New Resign ไม่เคยเซ็นสัญญาเป็นศิลปินอาชีพมาก่อน ซึ่งตอนนี้กำลังทำการออดิชันกันอยู่ ซึ่งเราไม่ได้ออดิชันเรื่องการเล่นเก่ง แต่เราออดิชันเรื่องทัศนคติเพื่อหาคนที่รู้สึกว่าทำงานด้วยได้ เราสามารถส่งเสริมเขาได้จริงๆ เราสร้างคนที่อยากมาเป็นศิลปินอาชีพจริงๆ จากทั่วประเทศเพื่อคัดเหลือ 4 วงสุดท้ายที่จะได้ทำเพลงกับเรา

 

เรื่องอะไรที่ต้องทำการทดลองต่อไปเมื่อได้ศิลปินใหม่ 4 วงนั้นมาแล้ว

เดี๋ยวเราจะมีการโปรโมตคอนเทนต์ในรูปแบบที่ไม่เคยมีการทำมาก่อน แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ที่พอจะบอกได้ก็คือเราจะทำให้ศิลปินทุกคนได้เรียนรู้และได้เห็นทุกอย่างที่เขาควรจะรู้เมื่อได้เป็นศิลปินอาชีพ เราจะมีการเทรนทุกอย่าง การขึ้นเพลง เพอร์ฟอร์แมนซ์ การขายงาน ทำมิวสิกวิดีโอ เขาต้องรู้ทุกอย่าง ไม่ใช่คิดแค่ว่าทำเพลงอย่างเดียวแล้วจะสามารถอยู่รอดไปได้ตลอด เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพวกเขา พัฒนาวงการ แม้ในวันที่ออกเพลงกับเราแล้วไม่ประสบความสำเร็จ วันที่เราคืนสัญญาให้ เขาก็ยังมีความรู้ติดตัวเอาไปทำอย่างอื่นได้ต่อไป

 

 

แสดงว่าแค่ทำเพลงให้ดีอย่างเดียวไม่พอ ศิลปินรุ่นใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องธุรกิจมากขนาดนั้นเลยใช่ไหม

ผมมองว่าจำเป็นมากครับ เพราะว่าการเข้าใจโครงสร้างธุรกิจทำให้เราเข้าใจที่มา ข้อหนึ่ง ถ้าคุณทำงานแล้วไม่มีเงิน คุณต้องขอเงินคนอื่น คุณต้องรู้ด้วยว่าคนที่ให้ยืมเงินเขาต้องการกำไร แล้วคุณต้องทำชิ้นงานที่จะสร้างผลตอบแทนให้เขาได้ เริ่มตั้งแต่การหาสปอนเซอร์ คุณต้องเรียนรู้ที่จะพรีเซนต์งานให้น่าเชื่อถือ สามารถโน้มน้าวได้ว่าทำไมเขาจะต้องลงทุนกับคุณ

 

บอกก่อนว่าผมไม่เคยเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่าเราต้องทำเพลงให้ถูกใจตลาดนะครับ เราทำเพลงให้ถูกใจตัวเองก่อน แต่ทำอย่างไรให้ตลาดชอบในสิ่งที่เราถูกใจด้วย ไม่เหมือนกันนะครับ เราอาจจะตั้งต้นว่าฉันจะทำสิ่งนี้ด้วยตัวตน แต่จะใช้เครื่องมืออื่นๆ เพื่อให้ตลาดชอบ เช่น การเลือกเวลาพูดที่ถูกต้อง เลือกการพีอาร์ที่ถูกต้อง เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง รู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง

 

เพราะเมื่อไรก็ตามที่ทำเพลงแล้วบอกว่าอยากเป็นศิลปินอาชีพ นั่นคือคุณต้องเลี้ยงชีพได้ด้วยดนตรีของคุณ ต้องมีลูกค้า แล้วคุณรู้หรือยังว่าลูกค้าของคุณคือใคร ถ้าเขาไม่รู้ เขาจะไม่เข้าใจเหตุผล พอเพลงออกมาไม่สำเร็จก็มาโวยวายว่าคนไทยแม่งไม่ฟังเพลงกู คนฟังแม่งหูไม่ถึง ทั้งที่ประเทศนี้อยู่มาก่อนนานมาก คุณทำเพลงให้ตรงกับที่ตลาดต้องการไม่ได้แล้วก็โทษปี่โทษกลอง โทษว่าค่ายไม่สนับสนุนบ้าง โทษร้านที่จ้างบ้าง แต่ไม่เคยดูตัวเอง ถ้าคุณเข้าใจธุรกิจ เข้าใจว่าทุกอย่างมีเหตุผล จะเข้าใจว่าดนตรีเป็นผลผลิตของวัฒนธรรมมนุษย์

 

ย้อนไปยุคก่อน The Beatles ก็เป็นผลผลิตจากวัฒนธรรมและการเมือง เนื้อเพลง สิ่งที่เล่ามันจับใจคน เพราะมันถูกจริตกับความคิดของคนในตอนนั้น อย่างที่ Paul McCartney and Wings ทำเพลงอย่าง Band on the Run ได้ เพราะฮิปปี้สปิริตมันเต็มไปหมด Nirvana มาเพราะโครงสร้างอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าในตอนนั้นสามารถผลิตเส้นใยมาทำเป็นเสื้อยืดได้ ทำให้แฟชั่นเปลี่ยน วงก็เปลี่ยนวิธีการแต่งตัว แล้วคนเริ่มเอียนกับดนตรีแบบประดิษฐ์ เริ่มต้องการอะไรที่ลดทอนลง ทุกอย่างมันสอดคล้องกันไปหมด ผมไม่เชื่อว่าดนตรีเกิดขึ้นแล้วทุกอย่างหมุนตาม แล้วดนตรีเป็นสิ่งหนึ่งที่บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษย์ตอนนั้นเอาไว้

 

ถ้ามองเห็นความเชื่อมโยงเหล่านี้จะเข้าใจว่า ถ้าอยากทำอาชีพนักดนตรี คุณต้องวางตัวเองไว้ตรงไหน เห็นทุกอย่างในทุกมิติของวงการดนตรีจริงๆ หรือยัง ผมไม่ว่านะครับถ้าเขายืนยันว่าจะทำเพลงในแบบนั้นๆ ผมแค่จะบอกว่าถ้าทำแบบนี้ ตลาดของคุณจะอยู่ประมาณนี้ โอเคไหม ถ้าเขาโอเค ผมก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่ผมไม่อยากให้เขาโทษปี่โทษกลองเท่านั้นเอง  

 

https://www.youtube.com/watch?v=KBX2dySWGew 

เพลง Band on the Run ของ Paul McCartney and Wings

 

 

ดนตรีคือเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์ คุณคาดหวังให้ศิลปินใน Gene Lab บันทึกอะไรเอาไว้

ทุกอย่างที่เขาทำมันจะบันทึกด้วยตัวเองอยู่แล้ว สิ่งที่เขาทำจะสะท้อนวัฒนธรรมของคนไทยตอนนี้ ช่วงวัยของเขา เทรนด์ในการฟังเพลง วัยรุ่นไทยรู้สึกอย่างไร แต่งตัวแบบไหน มีความต้องการแบบไหน อย่างที่บอกว่าดนตรีคือสิ่งสะท้อนมาจากความคิดของมนุษย์ ความคิดมนุษย์ก็สะท้อนจากบริบทของสังคม เพราะฉะนั้นผมไม่ได้อยากให้เขาบันทึกอะไร ผมแค่อยากให้เขาแสดงสิ่งที่เขาเป็นออกมา หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เขาทำล้มเหลว นั่นก็คือการบันทึกประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง

 

ถ้าการทดลองนั้นล้มเหลวจริงๆ ในฐานะคนที่ดูแลพวกเขาขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบกับความล้มเหลวนั้นอย่างไร

เราจะมาหาสาเหตุกันก่อนว่าล้มเหลวเพราะอะไร ตอนนั้นจะเกิดการเรียนรู้ เท่ากับว่าเราจะไม่ล้มเหลวมือเปล่า เพราะอย่างน้อยเขาจะได้ไม่ผิดซ้ำสอง คนที่น่ากลัวคือคนที่ผิดซ้ำรอยเดิมนะ ครั้งแรกใครก็ล้มเหลวได้ ต่อให้ผมมีประสบการณ์มากกว่าก็ไม่ได้แปลว่าผมทำถูก ผมอาจจะบอกบางคนที่เข้ามาว่าไม่เวิร์กหรอก แต่สุดท้ายมันเวิร์ก ผมก็ต้องเรียนรู้ว่า เออ มันมีทางไปของมัน เพราะฉะนั้นการทดลองใน Gene Lab จะล้มเหลวที่สุดก็ต่อเมื่อทุกคนที่ทำงานจบโปรเจกต์ออกไปแล้วไม่เกิดการเรียนรู้อะไรขึ้นเลย วันที่เข้ามามีเท่าไร ออกไปมีเท่าเดิม

 

ศิลปินใน Gene Lab จะต้องมียีนพิเศษแบบไหนอยู่ในตัว

เขาต้องมีอัตลักษณ์ ต้องมียีนที่กลายพันธุ์จากยีนอื่นประมาณหนึ่ง ไม่ใช่ยีนที่ถูกประดิษฐ์ซ้ำ ซึ่งเขาสามารถสร้างขึ้นมาได้จากเรียนรู้ผู้อื่น การสร้างตัวตนมันยากนะ เหมือนที่ได้ยินในวงการการศึกษาไทยที่บอกว่าเด็กเราเก่งขึ้น แต่มีตัวตนน้อยลง เพราะเด็กทุกคนทำตามแบบอย่างเดิมๆ เหมือนกัน เข้าใจว่าตัวเองกำลังเป็นปัจเจก การที่มีความเห็นอะไรก็ได้ แต่สุดท้ายคุณกำลังโดนสื่อชุดหนึ่งครอบความคิดแบบเดียวกันหมด เราเห็นทำตัวไม่ดี เข้าไปด่าว่าไอ้เหี้ย แล้วจบ แต่ไม่ได้ดูความคิดเห็นของคนอื่นเลย ตัดสินใจจากมุมของเรามากกว่าศึกษาความเห็นคนอื่น เพราะฉะนั้นการรู้ตัวคนอื่นน้อยเท่ากับว่าเราเห็นภาพสะท้อนน้อย เพราะสังคมคือกระจกสะท้อนภาพเรากลับมา

 

ประหลาดนะที่การรู้จักตัวเองที่ดีที่สุดคือการศึกษาผู้อื่น เพราะมองแต่มุมตัวเอง ทำให้เราอยู่ที่เดิม เห็นเท่าที่เห็น ความคิดจะไม่โดนแตกแขนงออกไป สมัยผมเรียนวาดรูปใหม่ๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก นอกจากก๊อบปี้งานคนอื่น หัดวาดรูปเหมือนคนอื่นก่อน วาดไปวาดมา เมื่อเทคนิคของเราสมบูรณ์ เดี๋ยวเราก็คิดรูปแบบของเราก่อน ปิกัสโซกับแวน โก๊ะ ก็เริ่มจากวาดรูปเหมือน ก่อนที่รูปเหมือนจะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวของเขาเอง

 

 

ในยุคที่ทุกอย่างมีเรื่องราวของคนอื่นให้ศึกษาเต็มไปหมด อะไรคือตัวกรองที่ทำให้ศิลปินรุ่นใหม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเอามาปรับใช้เพื่อสร้างยีนที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองได้บ้าง

ตัวเขาเองล้วนๆ เลย อัตลักษณ์เกิดขึ้นจากประสบการณ์ การมองเห็น การสัมผัสจนเกิดการตกตะกอน สิ่งหนึ่งที่จะไม่มีทางได้ยินจากค่าย Gene Lab คือการขายฝัน ผมไม่ชอบคำนี้ มันดูโรแมนติกเกินไป ผมชอบคำว่าขอบเขตมากกว่า เรามาคุยกันเลยว่าขอบเขตของคุณอยู่ตรงไหน แล้วมาคิดกันว่าทำอย่างไรเราจะไปถึงขอบเขตนั้นร่วมกัน

 

ขอบเขตที่คุณต้องการไปให้ถึงในตอนนี้คืออะไร

สำหรับวง Cocktail คือข้ามจากจุดที่เรายืนอยู่ไปให้หมด ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นอดีตทันทีที่เราสำเร็จ เราจะทำอย่างไรไม่ให้ติดอยู่ในลูปตรงนี้ แล้วทะลุออกไปในจุดที่คนคิดว่าเราไม่มีทางไปได้ ทำอย่างไรที่จะไปยืนในจุดใหม่โดยที่ไม่เสียจุดยืนเก่า เป็นตัวเชื่อมของวัฒนธรรมทั้งกลุ่มคนฟังเพลงเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกัน

 

ส่วนของ Gene Lab สิ่งที่มุ่งหวังคืออยากให้วงการดนตรีกลับมามีสีสันในแง่คุณค่าของดนตรีอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีใครดังขึ้นมาเพราะดนตรีแท้ๆ มาพักหนึ่งแล้ว ลองคิดดูดีๆ มีน้อยมากเลยนะ ไม่มีใครดังเพราะการสร้างชิ้นงานดนตรีเพียวๆ แต่ทุกคนดังขึ้นเพราะรายการร้องเพลงที่ใส่หน้ากาก หรือดังขั้นเพราะมีข่าวฉาว ข่าวทะเลาะกับคนอื่นสักเรื่อง

 

ผมเคารพรายการ The Mask Singer นะครับ เพราะผมก็ได้จากเขามาเยอะ แต่ในมุมหนึ่งมันก็น่าคิดว่าหลายอย่างหายไป ผมโชคดีที่โตมาในยุคที่แค่ทำเพลงฮิตก็โตไปได้เรื่อยๆ แต่สมัยนี้ถ้าเกิดทำเพลงฮิตติดกัน 5 เพลงก็ไม่ดังขึ้นนะ มันอยู่ที่เดิมเลย แค่รักษาฐานเอาไว้ได้ แต่ขยายฐานไม่ไป

 

คุณค่าทางดนตรีแบบเดิมจะกลับมาได้จริงๆ ใช่ไหม ในยุคที่โลกและวงการดนตรีเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้แล้ว

คุณค่าทางจิตวิญญาณยังเหมือนเดิมครับ แต่ก็ต้องมีคุณค่าบางอย่างที่เปลี่ยนไป เพราะสังคมตีค่าดนตรีไม่เหมือนเดิม ทุกวันนี้คนมองว่าดนตรีเป็นของฟรี แต่ผมยังอยากให้ดนตรีไม่ใช่ของถูกและมีค่าในตัวเอง ไม่เหมือนภาพยนตร์นะ ฮอลลีวูดกล้าลงทุนทีละ 200 ล้านเหรียญกับการทำหนัง แต่ไม่มีใครอยากลงทุนกับการทำเพลงแล้ว

 

 

Gene Lab จะกล้าลงทุนกับการทำเพลงให้ศิลปินมากขนาดไหน

ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะทำให้เราเชื่อได้มากแค่ไหน เขาต้องทำให้เราเชื่อ ถ้าผมเชื่อมาก ผมก็ลงทุนมาก สิ่งที่ทำให้ผมกล้าลงทุนก็คือคุณต้องมีความจริงใจในการทำงานแบบยุคก่อน คือมีความจริงใจต่อสิ่งที่จะเล่า การเล่าต้องคำนึงถึงบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปว่าทำอย่างไรให้จับใจคนฟัง

 

นอกจากนี้ยีนอีกตัวหนึ่งที่เขาควรมีคือการเปิดกว้างและกล้าพอที่จะเถียง เพราะผมอยากให้เขาฟังในสิ่งที่ผมรู้ และผมก็อยากฟังในสิ่งที่เขารู้เช่นกัน ถ้าเขาเป็นประเภทได้ครับพี่ ดีครับท่าน เราก็ลำบากใจ เพราะเราจะไม่รู้อะไรจากเขาเลย แล้วพวกได้ครับพี่ ดีครับท่าน เขาก็จะเหมือนกันหมด คือเขาจะด่าผมลับหลัง คุยตรงหน้าโอเค แต่ข้างหลังนั่นอีกเรื่องเลยนะ (หัวเราะ) และที่สำคัญ ผมสัญญาว่าทุกครั้งที่คุณถูกปฏิเสธเรื่องใดๆ ก็ตาม มันจะมาพร้อมเหตุผลในการปฏิเสธเสมอ และทุกครั้งที่ให้เหตุผล ผมสัญญาเป็นข้อที่สองว่าคุณมีสิทธิ์อุทธรณ์เหตุผลนั้นได้เสมอ และเราจะกลับมาคุยกันอีกรอบ

 

เป็นไปตามหลักกฎหมายที่คุณศึกษามาและเป็นอาจารย์สอนลูกศิษย์ในตอนนี้เลย

ผมชอบเรื่องนี้ที่สุดแล้ว เมื่อคุณถูกปฏิเสธ คุณต้องได้รับเหตุผลของการถูกปฏิเสธ และเมื่อคุณได้รับเหตุผลก็มีสิทธิ์โต้แย้งอีกครั้งหลังได้รับเหตุผล ไม่ใช่แค่เรื่องตรรกะของเรากับศิลปินนะ มันคือตรรกะในองค์กรและการทำงานของเราด้วย การทำงานระหว่างสายบังคับบัญชากันเองในทีมงานก็ต้องได้รับเหตุผล จะไม่มีการปฏิเสธแบบ ไม่เอาอะ แล้วลุกออกไปเลย ไม่มี

 

คุณมีวิธีจัดการกับความคิดสองฝั่งระหว่างนักกฎหมายที่ใช้เหตุและผลในการตัดสินใจ กับศิลปินที่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกในการสร้างผลงาน

การทำเพลงใช้อารมณ์ แต่การทำธุรกิจดนตรีใช้เหตุและผลทั้งหมด และเราจะเอาโปรดักต์ที่ถูกสร้างด้วยอารมณ์ไปขายอย่างไร นั่นเป็นอีกเรื่องที่ผมต้องใช้สมองคนละซีก ผมถึงกลับมาที่เรื่องเดิมว่าเราไม่ได้สร้างเพลงด้วยเหตุผล ถ้าเราสร้างเพลงด้วยเหตุผล นั่นคือเรากำลังทำเพลงแบบที่เรารู้ว่าคนจะชอบอะไร เราเลยทำแบบที่เขาชอบ แต่ของเราคือเราจะทำแบบที่ชอบอย่างไรให้เขาชอบด้วย นั่นเป็นเรื่องของ post- production ไม่ใช่เรื่องของการสร้างเพลง

 

 

เท่าที่สังเกตมา คุณดูเป็นคนที่หาเหตุผลให้กับสิ่งต่างๆ ได้ทุกเรื่อง เคยมีเรื่องไหนบ้างไหมที่ยังไม่สามารถหาเหตุผลมารองรับได้จริงๆ

มีครับ แต่ผมก็จะยังไม่หยุดหา เพราะมันไม่มีอะไรที่ไม่มีเหตุ ทุกอย่างมันมีเหตุ มีทุกข์ ก็มีสมุทัยไม่ต่างกัน

 

ซึ่งเรื่องนั้นก็คือ…

ทำไมคนชอบฟัง ตราบธุลีดิน เวอร์ชันหน้ากากหอยนางรม (หัวเราะ) จริงๆ นะครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร กำลังคิดอยู่ (หัวเราะ) ทำไมมันถึงเกิดเรื่องอะไรในชั่วข้ามคืนได้ขนาดนั้น 3 ล้านวิวใน 24 ชั่วโมงแรก สุดท้ายกลายเป็นติดเทรนด์ยูทูบทั่วโลก (ได้อันดับ 1 ในการจัดอันดับ YouTube Top 10 Trending Videos of 2017 ล่าสุดมียอดวิวสูงถึง 223 ล้านวิว)

 

มันพอรู้อยู่บ้าง เพราะส่วนหนึ่งคนไทยเล่นโซเชียลมีเดียเยอะพอที่จะมีอิทธิพลกับเทรนด์โลก แต่อะไรที่ทำให้เพลงมันไปถึงขนาดนั้นได้ล่ะ เพราะเราเก่งเหรอ ก็ไม่ใช่ ผมไม่อยากคิดอะไรที่ตื้นอย่างนั้น หรืออาจจะเพราะมันมีสูตรอะไรบางอย่างในเพลงนี้ ทำนอง เนื้อร้อง ความหมายของเพลงที่จับใจ บวกกับฟังง่ายพอดีใช่ไหมที่เอาเพลงสำเนียงภาษาเหนือมาร้องเป็นสำเนียงภาคกลาง แต่พวกนั้นมันเป็นแค่สมมติฐานขั้นต้น ซึ่งไม่น่าจะสรุปได้ง่ายขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเรากำลังไขรหัสเพื่อหาสูตรสำเร็จของเพลงที่จะประสบความสำเร็จอยู่ ซึ่งหลายๆ อย่างเราจะทำมาทดลองเพื่อพิสูจน์สมมติฐานนั้นในค่าย Gene Lab ที่กำลังจะเกิดขึ้นมา

 

เพลง ตราบธุลีดิน เวอร์ชันหน้ากากหอยนางรม

The post โอม Cocktail พร้อมสร้างศิลปินสายพันธุ์ใหม่จากห้องทดลองทางดนตรีที่ชื่อ Gene Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ohm-cocktail/feed/ 0
คลิป ‘ตราบธุลีดิน’ จาก ‘หน้ากากหอยนางรม’ ครองแชมป์อันดับ 1 โลกจาก YouTube Top 10 Trending Videos of 2017 https://thestandard.co/oyster-masked-youtube-top-10-trending-videos-of-2017/ https://thestandard.co/oyster-masked-youtube-top-10-trending-videos-of-2017/#respond Wed, 06 Dec 2017 12:33:30 +0000 https://thestandard.co/?p=53346

แทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเลยก็ว่าได้ที่ยูทูบ (YouTube) […]

The post คลิป ‘ตราบธุลีดิน’ จาก ‘หน้ากากหอยนางรม’ ครองแชมป์อันดับ 1 โลกจาก YouTube Top 10 Trending Videos of 2017 appeared first on THE STANDARD.

]]>

แทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเลยก็ว่าได้ที่ยูทูบ (YouTube) จะมาเผยอันดับสุดยอดคลิปวิดีโอที่ได้รับความนิยมสูงสุดประจำปีนี้ (YouTube Top 10 Trending Videos of 2017) โดยคำนวณจากปฏิสัมพันธ์ของผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นยอดวิว จำนวนครั้งที่กดไลก์กดแชร์ รวมถึงคอมเมนต์คลิปวิดีโอดังกล่าว

 

 

และไม่น่าเชื่อว่าคลิปวิดีโอใน YouTube ที่ได้รับความนิยมสูงสุดประจำปี 2017 ตกเป็นของคนไทย คือ คลิป Until We Will Become Dust – Oyster Masked (ตราบธุลีดิน – หน้ากากหอยนางรม) | THE MASK SINGER 2 ที่ถูกอัพโหลดลงยูทูบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2017 ที่ผ่านมา โดยมียอดวิวสูงถึง 182,054,540 วิว มียอดกดไลก์ 535,000 ครั้ง และมียอดคอมเมนต์กว่า 50,000 ครั้ง (เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2017)

  

ในขณะที่อันดับรองลงมาก็ล้วนแล้วแต่มาจากศิลปินชื่อดังระดับโลกทั้งนั้น

  1. ED SHEERAN – Shape Of You | Kyle Hanagami Choreography
  2. Ping Pong Trick Shots 3 | Dude Perfect
  3. Darci Lynne: 12-Year-Old Singing Ventriloquist Gets Golden Buzzer – America’s Got Talent 2017
  4. Ed Sheeran Carpool Karaoke
  5. Lady Gaga’s FULL Pepsi Zero Sugar Super Bowl LI Halftime Show | NFL
  6. “INAUGURATION DAY” — A Bad Lip Reading of Donald Trump’s Inauguration
  7. history of the entire world, i guess
  8. a Heartbeat – Animated Short Film

 

และปิดท้ายด้วยคลิปวิดีโอหนูน้อยที่เข้ามากวนคุณพ่อขณะที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ที่คว้าอันดับ 10 ของสุดยอดคลิปวิดีโอที่ได้รับความนิยมสูงสุดประจำปีนี้ไปครอง Children interrupt BBC News interview – BBC News

 

อ้างอิง:

The post คลิป ‘ตราบธุลีดิน’ จาก ‘หน้ากากหอยนางรม’ ครองแชมป์อันดับ 1 โลกจาก YouTube Top 10 Trending Videos of 2017 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/oyster-masked-youtube-top-10-trending-videos-of-2017/feed/ 0