โอมากาเสะ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โอมากาเสะ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 24 Jul 2026 03:25:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 สิ่งที่ควรรู้ก่อนมาทาน Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld https://thestandard.co/kaiten-sushi-onodera/ Fri, 24 Jul 2026 03:24:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1218785 Maguro Group

“ซูชิสายพาน” ได้กลายเป็นสังเวียนการแข่งขันใ […]

The post สิ่งที่ควรรู้ก่อนมาทาน Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld appeared first on THE STANDARD.

]]>
Maguro Group

“ซูชิสายพาน” ได้กลายเป็นสังเวียนการแข่งขันในธุรกิจอาหารที่ดุเดือดและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในประเทศไทย วัดได้จากบรรยากาศร้านเจ้าตลาดที่คึกคักอยู่เสมอ รายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการที่แบรนด์ซูชิสายพานหน้าใหม่ๆ ทะยอยตบเท้าเข้าสู่ตลาดนี้อย่างคึกคัก

 

ล่าสุดก็มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า แบรนด์ซูชิสายพานระดับพรีเมียมอย่าง “Kaiten Sushi Ginza Onodera” จากเครือ ONODERA GROUP ภายใต้ความร่วมมือกับ MAGURO GROUP ได้เตรียมจะเปิดให้บริการในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

ซึ่งจุดเด่นสำคัญของร้านคือ “คุณภาพของวัตถุดิบระดับพรีเมียม” ที่เทียบเท่าการยกระดับประสบการณ์มื้ออาหารร้านซูชิสายพานให้ใกล้เคียงร้านโอมากาเสะ (Omakase) แต่ในราคาที่เข้าถึงได้และทานได้บ่อยๆ เปรียบเทียบง่ายๆ ให้เห็นภาพก็คือ เวลาไปทานร้านโอมากาเสะทั่วไป ราคามักถูกตั้งไว้ให้ผูกกับคอร์สทั้งชุด โดยวัตถุดิบพรีเมียมส่วนใหญ่จะถูกจัดคอร์สมาแบบเสร็จสรรพจากเชฟ แต่ที่ Kaiten Sushi Ginza Onodera กลับเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกเองทีละคำ ตามงบประมาณและความอยากในมื้อนั้นๆ ได้อย่างอิสระ

 

Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld

 

และนี่คือ 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปทาน Kaiten Sushi Ginza Onodera เพื่อให้มื้อแรกของคุณสนุกและคุ้มค่าที่สุด

 

  1. ยกระดับประสบการณ์ซูชิสายพาน ผ่านทุกคำที่ถูกปั้นสดใหม่

ความสดใหม่เริ่มต้นหลังคุณกดสั่งผ่านหน้าจอ Touch Screen ทุกออร์เดอร์จะถูกส่งตรงถึงเชฟเพื่อรังสรรค์ซูชิคำต่อคำ แทนการปั้นรอไว้บนสายพาน เพื่อให้ทุกคำคงความสด รสชาติ และเนื้อสัมผัสของวัตถุดิบ ก่อนเสิร์ฟถึงตรงหน้าคุณในช่วงเวลาที่ดีที่สุด

 

  1. คุณภาพระดับพรีเมียม ในราคาที่เข้าถึงได้ กับ Signature ที่สะท้อนตัวตนของ Onodera

Kaiten Sushi Ginza Onodera นำเสนอเมนูที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 40 บาท ตั้งแต่เมนูยอดนิยมอย่าง Salmon Sushi ไปจนถึงเมนู Signature อย่างปลาทูน่าคุณภาพที่คัดสรรโดย Yamayuki ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาทูน่าระดับโลก ซึ่งเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต้นๆ ให้คุณได้ลิ้มลองทั้ง Akami, Chutoro และ Otoro

นอกจากปลาทูน่าแล้ว ร้านยังคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากญี่ปุ่นอีกหลากหลายชนิดตามฤดูกาล พร้อมเมนูพรีเมียมในช่วงราคา 100–300 บาท ให้ทุกคนเลือกอิ่มอร่อยได้ตามความชื่นชอบและงบประมาณของตัวเอง

 

Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld

Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld

 

  1. จานทั้ง 3 สี กับประสบการณ์ที่แตกต่าง

ที่ Kaiten Sushi Ginza Onodera แต่ละสีของจานมีความหมายแตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าเลือกเมนูได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยจานสีทอง คือเมนูปกติที่สามารถสั่งได้ตลอด จานสีเงิน เป็นเมนู Seasonal ที่มีเฉพาะช่วงเวลาหรือวัตถุดิบตามฤดูกาล ซึ่งจะหมุนเวียนมาบนสายพานในจำนวนจำกัด ส่วนจานสีดำคือเมนูพิเศษที่ร้านมอบให้ลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพิ่มความสนุกและความเซอร์ไพรส์ให้กับทุกมื้ออาหาร

 

Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld

 

  1. คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่น

นอกเหนือจากเมนู Signature แล้ว Kaiten Sushi Ginza Onodera ยังรวบรวมวัตถุดิบคุณภาพจากญี่ปุ่นไว้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Uni หลายสายพันธุ์ ทั้ง Bafun, Murasaki และ Ensui รวมถึงวัตถุดิบที่นำเข้าในสภาพมีชีวิต เช่น Akagai, Mirugai และ Tsubugai ซึ่งเชฟจะรังสรรค์สดใหม่หลังได้รับออร์เดอร์ ตลอดจนปลาพรีเมียมอย่าง Hamachi, Kanpachi, Hirame และ Kinmedai ที่คัดสรรตามฤดูกาล เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างในทุกครั้งที่มาเยือน ความพิเศษยังอยู่ที่เทคนิคทำซูชิแบบดั้งเดิมสไตล์เอโดะมาเอะ (Edomae) ที่ให้ความสำคัญกับการบ่มและการหมักปลาเพื่อดึงรสอูมามิตามธรรมชาติออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งยังใช้ “อากะชาริ” (Aka Shari) หรือข้าวซูชิสีแดงที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูแดงแบบดั้งเดิม ซึ่งจะพบเฉพาะในร้านโอมากาเสะระดับสูงเท่านั้น

 

  1. มีวัตถุดิบจากปลาหายากตามฤดูกาล ที่มักพบในร้านโอมากาเสะ

อีกหนึ่งเสน่ห์ของ Kaiten Sushi Ginza Onodera คือการคัดสรรปลาตามฤดูกาลจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Isaki, Kinki, Mejina, Sawara และอีกมากมาย ซึ่งหลายชนิดมักพบได้ในร้านโอมากาเสะ แต่ที่นี่เปิดโอกาสให้ลิ้มลองในรูปแบบซูชิสายพานระดับพรีเมียม ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนมีเมนูใหม่ ๆ ให้ค้นพบอยู่เสมอ

 

Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld

 

แล้วใครอยู่เบื้องหลังความพรีเมียมนี้?

 

MAGURO GROUP คือผู้นำเข้าและผู้ดำเนินธุรกิจ Kaiten Sushi Ginza Onodera ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Licensed Brand) ภายใต้ความร่วมมือกับ ONODERA GROUP ทำให้แบรนด์นี้กลายเป็นร้านอาหารแบรนด์ที่ 9 ในเครือ MAGURO GROUP และเป็นแบรนด์นำเข้าลำดับที่ 3

 

จุดแข็งของ MAGURO GROUP คือความเชี่ยวชาญในตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับ Premium Mass มากกว่า 10 ปี พร้อมประสบการณ์ในการบริหาร Licensed Brand ให้คงมาตรฐานเดียวกับประเทศต้นกำเนิด ทั้งด้านคุณภาพอาหาร วัตถุดิบ การบริการ และประสบการณ์ภายในร้าน ดังเช่น Tonkatsu AOKI และ KIWAMIYA

 

เมื่อผสานความเชี่ยวชาญของ MAGURO GROUP เข้ากับมาตรฐานของ ONODERA GROUP ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติ และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน จึงทำให้ Kaiten Sushi Ginza Onodera พร้อมส่งมอบประสบการณ์ซูชิสายพานระดับพรีเมียมที่คงมาตรฐานเดียวกับประเทศญี่ปุ่น

 

ความเชื่อมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านแผนขยายสาขาแห่งที่ 2 และ 3 ในปี 2027 โดยสาขาแรกจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

เพื่อความสะดวก ลูกค้าสามารถจองที่นั่งล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชัน TableCheck เพียงค้นหาชื่อร้าน “Kaiten Sushi Ginza Onodera Thailand” เพื่อเลือกวันและเวลาที่ต้องการ และเตรียมสัมผัสประสบการณ์ซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากย่านกินซ่า ประเทศญี่ปุ่น ได้ตั้งแต่วันเปิดให้บริการเป็นต้นไป

 

Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld

The post สิ่งที่ควรรู้ก่อนมาทาน Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ centralwOrld appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านใหม่ของ Fillets โอมากาเสะที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทุกเทคนิคการปรุงในหนึ่งมื้อ https://thestandard.co/life/fillets-omakase-kappo-one-bangkok/ Tue, 03 Mar 2026 01:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1183668 ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้

มากกว่าการเสิร์ฟอาหาร คือการส่งต่อความตั้งใจผ่านสารพัดเ […]

The post บ้านใหม่ของ Fillets โอมากาเสะที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทุกเทคนิคการปรุงในหนึ่งมื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้

มากกว่าการเสิร์ฟอาหาร คือการส่งต่อความตั้งใจผ่านสารพัดเทคนิคการปรุงรส และความทุ่มเทที่ใส่ลงไปในทุกๆ เมนู ของ ‘เชฟแรนดี้ – ชัยชัช นพประภา’ ผู้บุกเบิกโอมากาเสะในสไตล์ ‘Kappo’ คนแรกๆ ในบ้านเรา

 

ที่ ‘Fillets’ ทำให้ระยะห่างระหว่างเรากับเชฟค่อยๆ น้อยลง ผ่านคอร์สเมนูสุดพิเศษ อย่าง Fillets Signature Modernist ‘Kappo’ Omakase

 

ซึ่งตอนนี้ร้านมาเปิดสาขาอยู่ภายใน One Bangkok โซน The Storeys ชั้น 3 ทำให้เดินทางมาได้ง่ายกว่าเดิม เราจึงอยากพาทุกคนมาลองและดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนพิเศษนี้ไปด้วยกัน

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 1

 

คำว่า ‘Kappo’ ก็คือกลวิธีการปรุงอาหาร ที่เชฟจะยืนทำงานอยู่ตรงเคาต์เตอร์ด้านหน้าของแขก แสดงทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มไปจนถึงการจัดจาน ให้เราได้สัมผัสทั้งรสชาติ กลิ่น เรื่องราว และการปรุงอย่างใกล้ชิด ครบทั้งย่าง ทอด ต้ม นึ่ง ซาชิมิ หมักดอง ยำแบบญี่ปุ่น ข้าว ซุป และเทคนิคการแร่ อยู่ภายในมื้อเดียว โดยแต่ละจานค่อยๆ ไต่ระดับรสสัมผัสจากเบาไปหนัก ผ่านวัตถุดิบตามฤดูกาล 

ที่ Fillets ได้ตีความโอมากาเสะในสไตล์นี้ใหม่ให้โมเดิร์นขึ้น แต่ยังคงรากฐานความละเมียดแบบญี่ปุ่นไว้อย่างครบถ้วน ชวนให้เราตกหลุมรักเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่นอีกครั้ง

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 2ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 3ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 4

 

เริ่มต้นกันที่หมวดแรก ‘OTSUKURI’ จานปลาซาชิมิตามฤดูกาล ซึ่งวัตถุดิบในแต่ละวันอาจแตกต่างกันไปตามการประมงในช่วงเวลานั้น ตอกย้ำความสดใหม่และความเป็นธรรมชาติของปลาแต่ละชนิด

 

วันที่เราไป ได้ลิ้มลองปลา 3 ชนิด ได้แก่ Hirame (ปลาตาเดียว), Amadai (ปลาอามะได) และ Kinmedai (ปลากะพงแดง) ที่สด หวาน เด้ง กินพร้อมกับมะเขือเทศดองที่เป็นซิกเนเจอร์ของเชฟ 

 

แล้วยังมี ‘Tairagai’ หรือหอยกาบเพชร ที่นำมาย่างบนเตาถ่านพอให้สะดุ้ง เนื้อหอยจึงยังคงความฉ่ำเด้ง ก่อนนำมาห่อด้วยสาหร่ายย่าง กินแล้วหอมกลิ่นรมควันมาก

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 5ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 6ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 7

 

ตามมาด้วยหมวด ‘OWAN’ จานซุปใสรสกลมกล่อมที่เชฟเลือกใช้ ดอกซุกินีจากจังหวัดเชียงใหม่ มาสอดไส้ด้วยหอย Hotate และเนื้อปูหิมะ Echizen Kani จนแน่นเต็มดอก ซึ่งเป็นถ้วยที่ซดแล้วคล่องคอพร้อมไปต่อคำถัดไป

‘Kuro Awabi’ จานซิกเนเจอร์ของเชฟ ที่มาจากหอยเป๋าฮื้อดำจาก Shimane เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งสู้ฟัน ตัดกับความกรอบของแครอทฝอยทอดด้านบน เสิร์ฟคู่ซอสตับรสเข้มข้นหอมมันกำลังดี

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 8ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 9

 

มาถึงจานล้างปากกับ ‘SUNOMONO’ ยำสไตล์ญี่ปุ่นเปรี้ยวๆ ตัดเลี่ยนและรีเฟรชลิ้นให้สดชื่นขึ้น ซึ่งรวมเอาวัตถุดิบตัวท็อป 2 อย่าง ที่ Contrast กันสุดๆ อย่าง อูนิสัมผัสนุ่มละลายในปาก และไข่ปลาแฮร์ริ่งสีทองกรุบสู้ฟันไว้ด้วยกัน เมนูนี้เราชอบที่สุด

‘YAKIMONO’ จานย่างของ Nodoguro (ปลาคอดำ) ย่างด้วยถ่านจนหนังกรอบแต่เนื้อในชุ่มฉ่ำ กินคู่กับผักข้างเคียงที่อมเปรี้ยวๆ ไปด้วยกันได้ดีกับปลาสุดๆ และจานทอด ‘AGEMONO’ ของ Hotaru Ika (หมึกหิ่งห้อย) ชุบแป้งทอดบางกรอบเคี้ยวได้เพลินๆ เป็นคู่หูเมนูร้อนที่ดีมาก

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 10ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 11ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 12

 

มาถึงพาร์ทที่หลายคนรอคอย ‘NIGIRI SUSHI’ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลากหลายคำ แต่ที่เราชอบที่สุดคือ Chu-Toro ทูน่าส่วนท้อง, Isaki ปลาอิซากิ, Kuruma Ebi กุ้งลายเสือ, Iwashi ปลาซาร์ดีน และ Anago ปลาไหลทะเล

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 13ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 14ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 15ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 16

 

ต่อด้วย ‘MUSHIMONO’ จานนึ่งในรูปแบบไข่ตุ๋นเนื้อเนียนละเอียด และไฮไลต์อยู่ที่ Fugu Shirako ที่ขึ้นชื่อเรื่องความครีมมี่ขั้นสุด เป็นคำที่กินเข้าไปแล้วละลายในปากทันที 

 

เช่นเดียวกันกับ Castella Tamago เค้กสปันจ์ไข่หวานเนื้อนุ่มฟู เสิร์ฟเคียง Aka-Dashi Miso ซุปดาชิรสเข้มข้น ปรับสมดุลช่วงท้ายมื้อ เป็นอันส่งท้ายคอร์สของคาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 17ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 18

 

และปิดมื้อด้วยเมนูของหวาน อย่าง ‘Chestnut & Kyoto’ ไอศกรีมโฮจิฉะเย็นๆ มาพร้อมกับเนื้อเค้กเกาลัดนุ่มๆ และตัดด้วยความกรุบกรอบแผ่นข้าวเกรียบข้าวเหนียวดำบางกรอบ ใครที่ชอบรสชาติหวานน้อยต้องลองเลย

 

ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 19ภาพอาหารโอมากาเสะจากร้าน Fillets ที่ One Bangkok พร้อมนำเสนอเทคนิคการปรุงสไตล์ Kappo โดยเชฟแรนดี้ 20

 

Good for

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาประสบการณ์คัปโปะโอมากาเสะระดับพรีเมียม ‘Fillets’ คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยการบริการอย่างใส่ใจ และรสชาติที่รังสรรค์มาอย่างประณีตในทุกคำ จึงหมาะกับทุกโอกาสพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น วันครบรอบหรือค่ำคืนที่อยากใช้เวลาดีๆ ร่วมกับคนพิเศษ ที่นี่จะเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาๆ ให้กลายเป็นความทรงจำที่พิเศษและน่าจดจำอย่างแน่นอน

 

สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ : https://www.tablecheck.com/th/fillets-bangkok/reserve

 

Fillets

Open: เปิดทุกวัน เวลา 12.00-14.00 และ 18.00-22.00 น. 

Contact: Fillets  

Address: ศูนย์การค้า One Bangkok โซน The Storeys ชั้น 3

Budget:  7,900++ และ 11,400++ บาท (แล้วแต่คอร์ส)

 

ภาพ: ภัณฑิลา วงษ์วรรณ , Fillets

The post บ้านใหม่ของ Fillets โอมากาเสะที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทุกเทคนิคการปรุงในหนึ่งมื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club https://thestandard.co/life/sesui-omakase-aman-nai-lert-bangkok-open-public/ Mon, 09 Feb 2026 03:36:58 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1176207 sesui-omakase-aman-nai-lert-bangkok-open-public

สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การกินโอมากาเสะที่มีความดั้ง […]

The post Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club appeared first on THE STANDARD.

]]>
sesui-omakase-aman-nai-lert-bangkok-open-public

สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การกินโอมากาเสะที่มีความดั้งเดิมและความเป็นส่วนตัว Sesui (เซซูอิ) เป็นหนึ่งในรายชื่อร้านอาหารที่น่าสนใจ เพราะที่นี่ตั้งอยู่บนชั้น 19 ภายในพื้นที่ของ Aman Club ณ โรงแรมอมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ ที่ก่อนหน้านี้สงวนไว้สำหรับสมาชิก Aman Club และแขกเข้าพักที่โรงแรมเท่านั้น แต่ตอนนี้เปิดให้สำหรับแขกภายนอกที่สนใจอยากสัมผัสประสบการณ์แบบ Aman ก็สามารถแวะไปชิมและดื่มได้เช่นเดียวกัน 

 

Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club

 

และที่บอกว่ามีความสงบและเป็นส่วนตัวสูงเพราะแนวคิดของร้านได้สะท้อนผ่านชื่อ Sesui ซึ่งมีที่มาจากคำว่า Seisui ในภาษาญี่ปุ่น โดยมีความหมายแยกเป็นสองส่วนคือ Sei (ความสงบ) และ Sui (สายน้ำ) สื่อถึงสายน้ำที่นิ่งสงบตามปรัชญาของแบรนด์ Aman ผ่านการตกแต่งร้าน เชฟ และประสบการณ์ที่ได้รับจากที่นี่ 

 

The Vibe

 

Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club

 

ร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอลเน้นความโปร่ง เบา และนิ่งสงบ แยกส่วนจากภายนอกอย่างชัดเจน เมื่อเข้ามาในร้านจะได้กลิ่นหอมๆ ของไม้ฮิโนกิ (Japanese Cypress) และด้วยความที่จำกัดที่นั่งเพียง 10 ที่เท่านั้น เซซูอิจึงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว รวมถึงความใส่ใจที่มีให้กับแขกทุกคนอย่างทั่วถึง  

 

Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club

 

The Taste 

 

Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club

 

โอมากาเสะที่นี่อยู่ภายใต้การดูแลของเชฟซาโตชิ ซึรุ (Satoshi Tsuru) ผู้เชี่ยวชาญด้านซูชิสไตล์เอโดะมาเอะ (Edomae) ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เชฟมุ่งเน้นการคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น อย่างวันที่เราไปอยู่ในช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่นพอดี ซึ่งเป็นช่วงที่ปลาสะสมไขมัน เราเลยได้เห็นวัตถุดิบที่มีรสชาติเข้มข้นเป็นพิเศษ เช่น Ankimo ตับปลาอังโกะ ปูขนญี่ปุ่น Nodoguro ปลากะพงคอดำญี่ปุ่น และ Kinme Dai โดยที่เชฟเลือกใช้ข้าวผสมน้ำส้มสายชูแดง (Akazu) เสิร์ฟมาทั้งหมด 20 คำ ในปริมาณที่พอเหมาะ 

 

Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club

 

นอกจากอาหารแล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องดื่มที่น่าสนใจ เช่น Kid Junmai Daiginjo จากจังหวัดวากายามะ สาเกที่ผลิตขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับ Aman ค็อกเทลที่ถูกตีความใหม่แบบชาวญี่ปุ่น เช่น Sesui Negroni และ Matcha Martini ที่เสิร์ฟเฉพาะห้องอาหารแห่งนี้เท่านั้น ใครสนใจก็สามารถกระซิบถามพนักงานได้ 

 

Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club

 

Good for…

Sesui เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสโอมากาเสะในบรรยากาศที่เอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ต้องหวือหวาแต่ใช้วัตถุดิบที่ดี มีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ก่อนที่จะจบค่ำคืนนั้นด้วยการจิบเครื่องดื่มเบาๆ บริเวณด้านนอกร้าน ซึ่งเป็นเลานจ์ต่อได้เลย

Sesui

Open: มื้อกลางวันเปิดทุกวันศุกร์-เสาร์ เวลา 12.00 น. มื้อค่ำเปิดทุกวันพุธ-อาทิตย์ รอบ 17.30 น. และ 20.00 น. 

Budget: มื้อกลางวัน 5,800++ และราคา 10,900++ บาทสำหรับมื้อเย็น 

Contact: 02-035-1111 หรือ [email protected] 

 

 

The post Sesui โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่ซ่อนตัวอยู่ใน Aman Club appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ryuzu Omakase สวรรค์ของคนรักอูนิและเนื้อพรีเมียม https://thestandard.co/life/ryuzu-omakase-uni/ Sun, 16 Mar 2025 00:00:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1052648 ryuzu-omakase-uni

เปิดประตูสู่โลกของ ‘Ryuzu’ ประสบการณ์โอมากาเสะที่ควรลิ้ […]

The post Ryuzu Omakase สวรรค์ของคนรักอูนิและเนื้อพรีเมียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ryuzu-omakase-uni

เปิดประตูสู่โลกของ ‘Ryuzu’ ประสบการณ์โอมากาเสะที่ควรลิ้มลองสักครั้ง

 

มีร้านโอมากาเสะมากมายในเมืองให้เลือก แต่หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ซูชิโอมากาเสะในย่านทองหล่อ อยากให้ลองแวะมาร้านนี้ 

 

Ryuzu Omakase เป็นโอมากาเสะพรีเมียมที่ชวนให้เราลิ้มลองรสชาติแบบเอโดะมาเอะ แต่ปรับให้ทันสมัยยิ่งขึ้น มาพร้อมวัตถุดิบชั้นเลิศนำเข้าจากญี่ปุ่น โดยมี เชฟปีโป้-ชาญชัย มังกรแก้ว รับหน้าที่เชฟใหญ่ของที่นี่

 

เชฟปีโป้-ชาญชัย มังกรแก้ว

 

The Vibe

 

Ryuzu Omakase

 

เมื่อเข้าไปในร้าน Ryuzu Omakase เราจะพบกับบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกได้เป็นอย่างดี การตกแต่งเรียบง่าย ใช้โทนสีอบอุ่นและวัสดุธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกสบายตา

 

เคาน์เตอร์ไม้เป็นจุดที่คุณจะได้เห็นเชฟทำงานอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนก็มองเห็น

 

Ryuzu Omakase

Ryuzu Omakase

 

The Taste

 

เราได้ลองคอร์ส 18 คำ ที่ถือเป็นคอร์สสูงสุดของที่นี่ แน่นอนว่าเราลองแทบทุกคำที่ทางร้านต้องการนำเสนอ Ryuzu เสิร์ฟซูชิสไตล์เอโดะมาเอะ ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมจากโตเกียว เน้นความเรียบง่ายที่ทำให้รสชาติของวัตถุดิบโดดเด่น

 

มีข้าวซูชิเป็นหัวใจสำคัญตรงที่เม็ดข้าวจะเล็ก นุ่ม และเบากว่าข้าวซูชิทั่วไป มีความเปรี้ยวละมุนจากน้ำส้มสายชูหมักพิเศษที่ไม่ฉุนเกินไป เชฟปรุงด้วยเกลือทะเลและน้ำตาลมิรินในสัดส่วนที่พอดี ทำให้ข้าวมีรสชาติสมดุล และเสิร์ฟในอุณหภูมิที่อุ่นพอเหมาะ 

 

Ryuzu Omakase

Ryuzu Omakase

Ryuzu Omakase

 

จุดเด่นที่น่าสนใจคือ คอร์สนี้มีอูนิถึง 4 คำ ซึ่งทางร้านใช้ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ บาฟุนและตากะ ตามความเหมาะสม ทำให้ได้รสชาติที่ต่างกัน 

 

สำหรับคนชอบเนื้อ อีกหนึ่งไฮไลต์ยังเป็นเนื้อวัวพรีเมียมที่มาจากจังหวัดนางาซากิ โดยมาพร้อมอูนิ เวลาเสิร์ฟก็จะมีลูกเล่นสักหน่อย อย่าลืมหยิบมือถือมาเก็บภาพกันให้ทันนะ

 

Ryuzu Omakase

 

เมนูของทางร้านจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่ละช่วงมีวัตถุดิบเด่นต่างกัน ที่แน่ๆ คือเน้นความสด ใหม่ ได้มาตรฐานของทางร้าน อย่างวันที่เราไปมีทั้งปูขนญี่ปุ่น, โอโทโร, อากามิ, หอยแครงยักษ์, ปลาทาจิอุโอะ (ปลาดาบเงิน) และปลาซาโยริ (ปลาหลาวญี่ปุ่น) จุใจคนชอบโอมากาเสะที่มีทั้งซูชิดั้งเดิมและคอร์สที่ครีเอทีฟขึ้นมาหน่อย

 

Ryuzu Omakase

Ryuzu Omakase

 

Good for

 

คนที่ชื่นชอบซูชิสไตล์เอโดะมาเอะที่เน้นความเรียบง่ายและคุณภาพวัตถุดิบที่ดี อยากลองอูนิหลายๆ คำ รวมถึงคอร์สเนื้อที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ ก็ไม่น่าจะหาได้จากที่ไหนอีก

 

Ryuzu Omakase 

Location: โครงการ Marche’ Thonglor 

Open: เวลา 12.30 น., 17.30 น. และ 19.30 น.

Contact: 06 2926 6241 และ LINE: @ryuzuomakase

Budget: 14 คอร์ส (มื้อเที่ยง) 3,500 บาท, 16 คอร์ส 5,800 บาท และ 18 คอร์ส 8,900 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/xeScf74CBXBmtUsC8 

The post Ryuzu Omakase สวรรค์ของคนรักอูนิและเนื้อพรีเมียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kuma No Yakitori ยากิโทริแบบโอมากาเสะ ที่ขอท้าทายด้วยเมนู ‘ไก่’ ทุกฤดูกาล https://thestandard.co/life/kuma-no-yakitori-omakase/ Tue, 25 Jun 2024 03:00:57 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=949036 Kuma No Yakitori

นี่คือร้านยากิโทริชื่อดังจากจังหวัดโอซาก้า ที่หยิบเมนูส […]

The post Kuma No Yakitori ยากิโทริแบบโอมากาเสะ ที่ขอท้าทายด้วยเมนู ‘ไก่’ ทุกฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kuma No Yakitori

นี่คือร้านยากิโทริชื่อดังจากจังหวัดโอซาก้า ที่หยิบเมนูสตรีทฟู้ดบ้านเกิดตัวเองมายกระดับใหม่ด้วยการเสิร์ฟแบบคอร์สย่างให้กินทีละไม้ ทุกคนจึงจะได้กลิ่นหอมๆ ลอยอยู่ตรงหน้า ก่อนของย่างเหล่านั้นจะมาวางเสิร์ฟทีละจาน

 

แถมคอนเซปต์ที่นี่ยังน่าสนุก เพราะ Kuma No Yakitori ไม่เสิร์ฟเฉพาะรสชาติอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งใจเสิร์ฟประสบการณ์ด้วย ตั้งแต่ทางเข้าร้านที่ต้องใช้รหัสลับ ไปจนถึงบรรยากาศด้านในที่ทุกคนเดินไปดูเชฟทำอาหารได้ถึงหน้าเตา

 

 

The Vibe

 

Kuma No Yakitoriเป็นร้านของย่างสไตล์โอมากาเสะ หากเป็นสาขาออริจินัลจะเปิดรับเฉพาะเมมเบอร์เท่านั้น ด้วยการจ่ายค่าสมาชิกประมาณ 3 แสนเยน แต่สำหรับสาขาแรกในประเทศไทย ทุกคนสามารถจองที่นั่งมาได้เลย แล้วจะได้รับรหัสเปิดประตู 

 

ส่วนด้านในเป็นเคาน์เตอร์บาร์ที่รับได้ประมาณ 10-12 ที่นั่งต่อรอบ พร้อมมีเตายากิโทริอยู่ตรงกลาง โดยทุกคนสามารถเดินเข้าไปดูเชฟทำอาหารได้ตลอดเวลา

 

 

The Taste

 

Kuma No Yakitoriนำโดย เชฟโยชินาริ ทาคากิ ผู้ฝึกการทำยากิโทริที่เมืองโอซาก้าอยู่นานหลายปี ซึ่งความน่าสนใจของร้านนี้ก็คือ เชฟจะใช้ไก่เป็นวัตถุดิบหลักทุกซีซัน เราว่าเป็นเรื่องน่าท้าทายดี เพราะเชฟต้องคิดเมนูไก่รูปแบบใหม่ๆ ตลอดเวลา

 

ตอนที่เราไปชิมเป็นคอร์สเมนูแรกของร้าน เสิร์ฟอาหาร 16 เมนู โดยยังไม่รวมเมนูพิเศษที่สั่งเพิ่มได้ เริ่มแรกทุกคนจะได้ชิม Sliced Duck Loin เป็ดย่างที่มาพร้อมสลัดมันฝรั่ง, Towa Toro Tofu เต้าหู้ขาวเนื้อเนียนรสชาติสดชื่นที่ท็อปด้วยอูนิและอิคุระ

 

ก่อนเข้าสู่เมนูไก่ที่เริ่มจาก ไก่ซาชิมิ, ขาไก่กับต้นหอม และ หัวใจไก่เนื้อนุ่มฉ่ำ จิ้มกับพริกซันโช, กึ๋นไก่ ก่อนพักด้วยความสดชื่นตัดรสจาก สาหร่ายดอง

 

 

ต่อกันที่ อกไก่ย่างเนื้อนุ่ม ที่เชฟให้ลองกินชิ้นหนึ่งกับวาซาบิ อีกชิ้นหนึ่งกินคู่กับเกลือ เราชอบ ไข่ตุ๋นกับอูนิ ของที่นี่เป็นพิเศษ อาจเพราะรสชาติอูนิที่หวานครีมมี่ผสมกับไข่ตุ๋นที่ปรุงรสน้อยๆ แล้วช่วยเสริมรสได้เข้ากัน

 

 

ตามด้วย มีตบอลเนื้อไก่ ที่รสชาติเข้มข้นจากซอสไวน์แดงและพาร์เมซานชีส หนังไก่ย่าง ก็เป็นเมนูเด็ด เพราะเชฟบอกว่าตั้งใจทำตามสไตล์คนไทยชอบ ด้วยการย่างนาน 20 นาที เพื่อให้มีความเกรียมนิดๆ กรอบหน่อยๆ ต่างจากคนญี่ปุ่นที่ชอบความนุ่มหนึบ

 

 

เช่นเดียวกับ ปีกไก่ย่าง ที่เชฟวางไว้เตาชั้นบนนานตั้งแต่เริ่มคอร์ส เพื่อรมควันให้หนังไก่แห้ง พอนำมาย่างผิวจึงกรอบสวยแต่เนื้อด้านในยังฉ่ำ กินคู่กับเลมอนแล้วเข้ากัน 

 

เมนูไฮไลต์ที่สั่งเพิ่มได้ก็คือ TKG หรือ Tamago Kake Gohan (1,000 บาท) ข้าวท็อปไข่สไตล์ญี่ปุ่นที่เชฟไม่ได้ใช้ไข่ธรรมดาแต่เป็นไข่หอยเม่น ไข่แซลมอน และไข่แดงที่แน่นเฟิร์ม (ไข่ข้าว) เวลากินให้เจาะไข่แดงแล้วราดให้ทั่ว ข้างๆ กันเสิร์ฟซุปไก่มาให้ซดร้อนๆ ก่อนปิดท้ายด้วยผลไม้เป็นของหวาน

 

 

Good for

 

คนที่ชอบนั่งกิน ดื่ม แบบญี่ปุ่น น่าจะชอบที่นี่ เพราะ Kuma No Yakitoriเป็นร้านของย่างสไตล์โอมากาเสะ จึงมีความเป็นส่วนตัว แถมยังมาพร้อมลิสต์สาเกให้จิบคู่ระหว่างมื้ออาหารอีกต่างหาก เราจึงชอบบรรยากาศที่อาจเหมือนมานั่งกินยากิโทริ ทว่าแต่ละเมนูมีความคราฟต์ ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ไปจนถึงเทคนิคการย่าง

 

ถ้าใครอยากเปิดประสบการณ์กินอาหารญี่ปุ่นแบบใหม่ๆ ให้ลองมาที่นี่ดู

 

Kuma No Yakitori 

Address: ชั้น 1 โครงการ Rain Hill

Open: วันพฤหัสบดี-อังคาร รอบเวลา 17.00 น. และ 20.00 น. (ปิดวันพุธ)

Contact: Kuma No YakitoriBangkok – 熊の焼鳥 

Budget: 16 คอร์ส 2,800++ บาทต่อคน (Add On ราคา 1,000++ บาท)

Map: 

 

 

The post Kuma No Yakitori ยากิโทริแบบโอมากาเสะ ที่ขอท้าทายด้วยเมนู ‘ไก่’ ทุกฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sushi Sora เปิดเซ็ตเมนูใหม่ ที่สื่อถึงช่วงเวลาอุดมสมบูรณ์ที่สุดของปี https://thestandard.co/life/sushi-sora-new-set/ Sun, 21 Apr 2024 04:00:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=925021

โอมากาเสะที่สื่อถึงช่วงเวลาที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของปี &n […]

The post Sushi Sora เปิดเซ็ตเมนูใหม่ ที่สื่อถึงช่วงเวลาอุดมสมบูรณ์ที่สุดของปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

โอมากาเสะที่สื่อถึงช่วงเวลาที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของปี

 

ช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน เป็นช่วงเวลาของฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และมีชีวิตชีวาที่สุดของปี Sushi Sora จึงออกเซ็ตเมนูโอมากาเสะใหม่ โดยใช้วัตถุดิบที่อยู่ในช่วงอุดมสมบูรณ์ที่สุดเวลานี้มารวมกัน 

 

 

มีเซ็ตเมนูให้เลือกอยู่หลายแบบ โดยเซ็ตที่เราเลือกจะเป็น Sora Omakase Course (ราคา 4,800 บาท) ประกอบไปด้วย 2 ซาชิมิ, 8 ซูชิ, 4 Seasonal Dishes, Sora Maki, ซุป และของหวาน เชฟ Yamakawa เฮดเชฟของร้าน คัดวัตถุดิบที่จะอร่อยที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิมาเป็นส่วนประกอบของเซ็ตนี้ เช่น Shiro Ebi ส่งตรงจากอ่าวโทยามะของญี่ปุ่น จุดเด่นจะอยู่ที่เนื้อมีรสหวาน มีลักษณะโปร่งแสง และช่วงที่ดีที่สุดของกุ้งคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะกุ้งจะมีรสหวานและนุ่มเป็นพิเศษ

 

 

หรือจะเป็น Hotaru Ika ปลาหมึกหิ่งห้อยตัวเล็ก ที่เวลาอยู่ในทะเลสามารถผลิตแสงสว่างได้ ในช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิ หมึกเหล่านี้จะว่ายเข้าใกล้ฝั่งเพื่อวางไข่ ทำให้สามารถจับได้ง่ายขึ้น แถมช่วงเวลานี้เนื้อของหมึกจะมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ

 

 

อีกหนึ่งวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้คือ Meji Maguro หรือลูกปลาทูน่าครีบน้ำเงิน จุดเด่นคือเนื้อนุ่มและมีรสชาติที่อ่อนกว่า Maguro ทั่วไป ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิ จำนวน Meji Maguro จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และตัวปลาจะมีการพัฒนาไขมันให้อยู่ในปริมาณที่พอดี ทำให้ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่เหมาะสมที่สุด

 

 

ใครสนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

 

Facebook: Sushi Sora 

Instagram: @sushi.sora.bkk 

 


 

Sushi Sora 

Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.30-22.30 น. (ปิดวันจันทร์)

Address: ชั้น G โรงแรม SO/ Bangkok 

Budget: Lunch 13 คอร์ส 2,800++ บาท / Omakase 16 คอร์ส 3,800++ บาท / Sora Omakase 18 คอร์ส 4,800++ บาท / Chef’s Special Omakase 23 คอร์ส 7,500++ บาท

Facebook: Sushi Sora

Instagram: @sushi.sora.bkk

Map: https://maps.app.goo.gl/titThhzHEatDxVfXA?g_st=ic

 

 

The post Sushi Sora เปิดเซ็ตเมนูใหม่ ที่สื่อถึงช่วงเวลาอุดมสมบูรณ์ที่สุดของปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Umi Velaa โอมากาเสะซูชิระดับพรีเมียมที่อยู่คู่เมืองไทยมากว่า 10 ปี https://thestandard.co/life/umi-velaa-omakase/ Wed, 06 Mar 2024 00:04:31 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=907639

ใครที่เคยสัมผัสกับ Umi สาขาเกษรวิลเลจมาแล้วน่าจะพอคุ้นเ […]

The post Umi Velaa โอมากาเสะซูชิระดับพรีเมียมที่อยู่คู่เมืองไทยมากว่า 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครที่เคยสัมผัสกับ Umi สาขาเกษรวิลเลจมาแล้วน่าจะพอคุ้นเคยกับโอมากาเสะซูชิของ Umi ที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 10 ปี เรียกได้ว่าเป็นโอมากาเสะเจ้าแรกๆ ในเมืองไทยที่เสิร์ฟซูชิระดับพรีเมียมเทียบเคียงกับโอมากาเสะระดับท็อปๆ ในประเทศญี่ปุ่น และแม้จะเปิดมาเป็นเวลานาน แต่ทุกวันนี้ Umi ก็ยังมีขาประจำแวะเวียนกลับไปอย่างเนืองแน่น

 

 

ดังนั้นเมื่อ Umi ตั้งใจจะขยับขยายสาขาใหม่ ความพิเศษของ Umi Velaa จึงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความดีงามของโอมากาเสะซูชิจากร้านรุ่นพี่ในสาขาเกษรวิลเลจ แต่ ณัฐ พงศ์ธนากร หนึ่งในหุ้นส่วนได้เล่าให้เราฟังว่า Umi Velaa จะเป็นการนำเสนอรสชาติและรสสัมผัสของโอมากาเสะซูชิในอีกมิติหนึ่งที่มาในรูปแบบที่ละมุนขึ้น นำเสนอความเรียบง่ายและเนื้อแท้ของวัตถุดิบ ทั้งรสชาติและเท็กซ์เจอร์ที่ผ่านการปรุงแต่งให้น้อย สามารถกินคำต่อคำได้อย่างลื่นไหล คราฟต์แต่ละคำอย่างตั้งใจก่อนส่งต่อถึงมือของลูกค้าแต่ละคน

 

เชฟปุ๊-โชคชัย มีมานะ, ณัฐ พงศ์ธนากร และ เชฟพุฒิพงศ์ วิชาชัย

 

 

The Vibe

 

ความพิถีพิถันของ Umi Velaa เริ่มตั้งแต่การออกแบบร้านที่ได้นักออกแบบชาวญี่ปุ่นระดับโลกอย่าง Yoshio Itai ที่เคยออกแบบ Sushi Sho New York มาเนรมิตร้านโดยตกแต่งอย่างเรียบง่าย สามารถนั่งได้ 8 ที่นั่ง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ข้าวของต่างๆ ภายในร้านล้วนส่งมาจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิ พื้นหินอ่อนนำเข้า บานประตูต่างๆ ฯลฯ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ตัดขาดความวุ่นวายภายนอก ทันทีที่ก้าวเข้าร้านเราจึงรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในซูชิบาร์ดีๆ ที่ญี่ปุ่น จนแทบลืมไปเลยว่าที่นี่คือหลังสวน

 

 

The Taste

 

Umi Velaa ได้ เชฟปุ๊-โชคชัย มีมานะ มายืนประจำการหลังเคาน์เตอร์ร่วมกับ เชฟพุฒิพงศ์ วิชาชัย ที่ทั้งสองไม่ใช่หน้าใหม่แต่อย่างใด แต่อยู่กับ Umi มาตั้งแต่ต้น และอย่างที่บอกว่าโอมากาเสะซูชิสาขานี้มีความนุ่ม เบา เนียน โชว์รสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ข้าวที่ทางร้านได้เบลนด์ทั้งพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นและน้ำส้มสายชูหมักให้ข้าวมีเท็กซ์เจอร์และรสชาติเฉพาะตัวที่ค่อนข้างถูกปากเรา

 

 

วันนั้นทางร้านเสิร์ฟทั้งหมด 20 คำ ราคา 6,000++ บาท ซึ่งอาจฟังดูเยอะ แต่เรากลับคิดว่าอิ่มกำลังดีและเพลินไปกับทุกคำที่เชฟเสิร์ฟ คำแรกเริ่มจากอิคุระ ไข่ปลาแซลมอนดองโชยุ หอมกลิ่นบ๊วย เรียกความสดชื่นกันก่อน ต่อด้วยหอยแครงญี่ปุ่น ปลา กุ้ง อย่างละคำ

 

อิคุระเปิดต่อมรับรส เรียกความสดชื่น

 

 

ปูขนหรือเคคานิไซส์ใหญ่จากฮอกไกโด ที่เนื้อปูจะเป็นริ้วใหญ่ เนื้อเด้ง หวานธรรมชาติ คำนี้เชฟไม่ได้ปรุงรสเลย แกะปูกันใหม่แล้วจัดเรียงใส่ชามก่อนยกมาเสิร์ฟ เพื่อให้ได้รสชาติของเนื้อปูอย่างแท้จริง

 

 

อาวาบิ เป๋าฮื้อตัวใหญ่ให้ความหรูหราและรสสัมผัสของทะเลมากกว่าไซส์เล็ก คำแรกให้กินเปล่าๆ ส่วนคำต่อไปเชฟแนะนำให้โรยเกลือทะเลกินพร้อมตับปลาเพิ่มความหวานมันให้อบอวลในปาก

 

 

ตับปลาอังกิโมะมีเท็กซ์เจอร์ให้ได้เคี้ยว มีความอูมามิ มาได ปลาเนื้อขาวธรรมชาติ ซึ่งเป็นอีกจานที่โชว์รสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบ

 

 

โฮตาเตะหรือหอยเชลล์ที่บีบมะนาวและเกลือเล็กน้อย เราชอบที่เชฟบั้งด้านบนของหอย ทำให้เท็กซ์เจอร์ต่างไปจากที่เคยกิน คำนี้สดชื่น ช่วยปลุกต่อมรับรสของเราอีกครั้งเมื่อผ่านมาเกือบครึ่งทาง ก่อนต่อด้วยทูน่าธรรมชาติที่เอจจิ้งไว้นาน 1 สัปดาห์ เพื่อให้ปลาละมุน มีรสที่ชัดยิ่งขึ้น

 

 

โอโทโร่ชิ้นแรกให้ป้ายวาซาบิ จิ้มเกลือ แค่นี้ก็อร่อยแล้ว ส่วนชิ้นถัดไปให้ป้ายวาซาบิ จิ้มโชยุ ที่ช่วยเป็นตัวจบให้คำนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ต่อด้วยอากามิแดงและชูโทโร่ มีรสชาติเนื้อปลาที่เข้มข้น

 

 

ปลาอิวาชิหรือซาร์ดีน ทีเด็ดอยู่ที่การเติมรสชาติด้วยต้นหอมญี่ปุ่นบด กุ้งลายเสือ คำนี้ทางร้านพิสูจน์แล้วว่าของสดใช่ว่าจะมอบรสชาติที่ดีที่สุด เพราะเชฟใช้กุ้งแช่แข็งหลังพิสูจน์มาแล้วว่ามีรสชาติที่ดีกว่าจริงๆ

 

อูนิหวานฉ่ำ ปลาไหลทะเลย่างมาหอมๆ อบอวลไปทั้งร้าน ซุปกระดูกปลาซดคล่องคอ ต่อด้วยทามาโกะยากิหรือไข่หวานที่เป็นสูตรดั้งเดิม ทำใหม่ทุกรอบ คำนี้แม้หน้าตาอาจไม่นวลเนียนแต่รสชาติหวานอ่อนๆ หอมละมุนมาก

 

 

ปิดท้ายการเดินทางครั้งนี้ด้วยคำที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Bara Chirashi ที่เชฟได้รวมปลาทั้งหมดที่เสิร์ฟในวันนี้มาทำเป็นมากิหลากรสชาติในหนึ่งคำ ซึ่งค่อนข้างประทับใจอีกแล้ว เพราะส่วนตัวเราก็ชอบรสชาติที่เซอร์ไพรส์เวลากิน Bara Chirashi เช่นกัน

 

 

ส่วนขนมหวานเป็นองุ่นไซมัสคัส เนื้อวุ้นดองข้าวหมักญี่ปุ่นทิ้งไว้ 5 วัน เย็นฉ่ำ สดชื่น ต่อด้วยไอศกรีมที่เลือกได้ว่าจะเอารสวาซาบิหรือมันหวาน ที่เซอร์ไพรส์มากทั้งสองรส โดยเฉพาะรสวาซาบิที่ซี้ดขึ้นจมูก รับรองไม่น่าจะหากินได้จากที่ไหนนอกจาก Umi Velaa

 

 

Good for

 

นักกินโอมากาเสะที่อยากลิ้มลองซูชิดีๆ ในย่านหลังสวนที่เรียบง่าย มีความ Authentic สูง ไม่ฟิวชัน เน้นใช้วัตถุดิบพรีเมียม คัดจากแหล่งที่ดีที่สุดจากญี่ปุ่น ชื่นชอบความพิถีพิถันในวิถีของเชฟซูชิที่จะสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน และซูชิคำแรกจนถึงคำสุดท้าย รวมถึงคนที่อยากให้รางวัลตัวเองด้วยโอมากาเสะซูชิดูสักครั้ง Umi Velaa จะเป็นมื้อที่ยอดเยี่ยมสำหรับคุณทีเดียว

 

Umi Velaa

Open: เปิดทุกวัน (ปิดวันจันทร์) รอบเวลา 10.00 น., 17.00 น. และ 19.00 น.

Address: โครงการ Velaa หลังสวน

Budget: โอมากาเสะเซ็ต 20 คำ ราคา 6,000++ บาท

Contact: 06 1961 4949

Map:

 

 

The post Umi Velaa โอมากาเสะซูชิระดับพรีเมียมที่อยู่คู่เมืองไทยมากว่า 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประสบการณ์ซูชิระดับโลกที่ Sushi Saito Thailand มิชลิน 3 ดาวจากโตเกียว https://thestandard.co/life/sushi-saito-thailand/ Wed, 03 Jan 2024 04:00:36 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=883772

ค้นพบความยอดเยี่ยมของ Sushi Saito Thailand ด้วยประสบการ […]

The post ประสบการณ์ซูชิระดับโลกที่ Sushi Saito Thailand มิชลิน 3 ดาวจากโตเกียว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ค้นพบความยอดเยี่ยมของ Sushi Saito Thailand ด้วยประสบการณ์โอมากาเสะติดดาวมิชลินจากโตเกียว 

 

สำหรับคนรักซูชิย่อมเคยได้ยินชื่อของ Sushi Saito จากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่คว้ามาได้ถึง 3 ดาวมิชลิน ถือเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก และจองยากที่สุดในโลกแห่งหนึ่งด้วยเช่นกัน ด้วยที่นั่งที่มีอยู่เพียง 8 ที่เท่านั้น แถมยังเปิดเป็นรอบๆ ซึ่งถ้าใครที่เคยลอง Sushi Saito ที่โตเกียวมาแล้ว ขอบอกว่าคุณเป็นคนที่โชคดีมาก

 

เชฟทาคาชิ ไซโตะ

 

ดังนั้น เมื่อได้ข่าวว่า Sushi Saito จะมาเปิดที่เมืองไทย หลายคนจึงอดตื่นเต้นไม่ได้ว่า นี่อาจจะเป็นโอกาสที่เราจะได้ลิ้มลองซูชิโอมากาเสะที่มีความพิถีพิถันสูงมากที่สุดในเมืองไทย 

 

The Vibe 

 

Sushi Saito Thailand ตั้งอยู่ในโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok ร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วจะเจอที่นั่งรอเวลา พร้อมบาร์ในโทนเคร่งขรึม แต่เมื่อสไลด์บานเลื่อนสไตล์ญี่ปุ่นเข้าไปยังบริเวณเคาน์เตอร์ไม้ที่มีเพียง 8 ที่นั่งเท่านั้น เราจะพบความสว่างไสว ผ่อนคลาย และเรียบง่ายเอามากๆ ตามสไตล์ซูชิบาร์ที่ญี่ปุ่น

 

บริเวณนั่งรอ 

 

บริเวณเคาน์เตอร์บาร์ 

 

The Taste 

 

Sushi Saito นำโดยเชฟทาคาชิ ไซโตะ เชฟผู้เชี่ยวชาญและทุ่มเทให้กับการทำซูชิ นำเสนอซูชิสไตล์เอโดะมาเอะที่มีต้นกำเนิดจากโตเกียว เน้นความดั้งเดิมที่เรียบง่าย ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ มีคุณภาพสูง และปรุงรสให้น้อยที่สุด เพื่อเน้นธรรมชาติของวัตถุดิบให้เราได้ลองกัน อีกทั้งซูชิสไตล์เอโดะมาเอะนี้จะปรุงรสข้าวด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษของทางร้าน มีขนาดพอดีคำ ใช้วาซาบิเพียงเล็กน้อย และมาในอุณหภูมิข้าวที่เหมาะสม

 

เชฟมารุยามะ

 

แม้เชฟทาคาชิ ไซโตะ จะไม่ได้มาประจำอยู่ที่นี่ แต่ในเมืองไทยก็ได้เชฟมารุยามะ ผู้เคยประจำการอยู่ที่สาขาในโตเกียวมายืนหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งเขาก็ยังรักษามาตรฐานของ Sushi Saito ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเราค่อนข้างชอบท่าทีของเชฟมารุยามะที่ไม่เคร่งขรึมหรือนิ่งเกินไปจนทำให้บรรยากาศรอบข้างเกร็งกันไปหมด

 

 

วันนั้นเชฟเสิร์ฟทั้งหมด 19 คำ ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบประจำฤดูกาลในช่วงฤดูหนาว (เราลองในช่วงกลางเดือนธันวาคม) และวัตถุดิบสดใหม่ในแต่ละวัน จานเรียกน้ำย่อยไล่มาตั้งแต่ ไข่ปลานิชิน, ชิราโกะ, ปูเซโกะ ซึ่งเป็นปูหิมะที่คลุกเคล้าเนื้อปูและไข่ปู มีเฉพาะเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมเท่านั้น ตับปลาอังกิโมะราดซอส รสหวานละมุน นุ่มเหมือนคัสตาร์ด มีวาซาบิด้านบน จานนี้เป็นไฮไลต์ที่หลายคนชอบมากๆ จบงานเรียกน้ำย่อยด้วย ปลาดาบเงินย่าง กินคู่กับซอสพริกและหัวไชเท้าฝนละเอียด แทบไม่ได้ปรุงรส แต่ได้ความหวานจากปลาชัดเจน

 

ตับปลาอังกิโมะ

 

ปลาดาบเงินย่าง

 

ส่วนคอร์สหลักหรือนิกิริซูชิ เริ่มจากปลาเนื้อขาวที่รสอ่อนอย่าง ปลาคะเรหนังสน ปลาหางเหลือง ปลาตะเพียนญี่ปุ่น ไล่ระดับไปถึง อากามิ ปลาทูน่าเนื้อแดงที่ไม่มีไขมัน ต่อด้วย ชูโทโร เนื้อแดงตัดกับท้องทูน่า และ โอโทโร ส่วนท้องทูน่าที่มีความมันที่สุด

 

อากามิ, ชูโทโร, โอโทโร

 

จากนั้นเข้าสู่วัตถุดิบจากท้องทะเลอื่นๆ ได้แก่ ซูมิอิกะ หรือหมึกกระดองซูมิที่หลังจากปั้นเสร็จ เชฟจะปรุงรสด้วยการบีบมะนาวสด โรยเกลือเล็กน้อย คุรุมะเอบิ หรือกุ้งลายเสือญี่ปุ่นหวานฉ่ำ ปลาซาบะญี่ปุ่นดอง ที่มีคนขอเบิลหลังจบคอร์ส อูนิ สายพันธุ์บาฟุน หวาน เย็น เนียน ละลายในปาก ซึ่งถ้าใครเลือกคำนี้ต้องจ่ายเพิ่ม 2,000 บาท จบคอร์สหลักด้วย อานาโกะ ปลาไหลทะเลต้ม ทาซอสบางๆ เข้ากันได้ดีกับข้าว 

 

 

ปิดท้ายด้วย ฟูโตมากิโรล ข้าวปั้นไส้ปลาไหล ตามด้วยซุปมิโซะร้อนๆ ให้ซดคล่องคอ ส่วนขนมหวานเป็น ทามาโกะยากิ ไข่หวานสไตล์ญี่ปุ่นที่สูตรของทางร้านจะคล้ายคัสตาร์ดมากกว่าเนื้อเค้ก และ ซอร์เบตแอปเปิ้ล ล้างปากเพื่อความสดชื่นปิดท้าย ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1.30 ชั่วโมง

 

ฟูโตมากิโรล

 

 

Good for…

 

คนที่อยากไปลอง Sushi Saito ที่ญี่ปุ่นแต่จองไม่ได้สักที คนที่อยากลองชิมซูชิที่ใช้วัตถุดิบที่คัดสรรมาจากแหล่งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น คนที่อยากลองซูชิจากเชฟที่มีฝีมือและมีความพิถีพิถันสูง รวมถึงคนที่อยากรู้ว่าร้านซูชิที่ดีแบบดีจริงๆ ในมาตรฐานที่สูงแบบญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร Sushi Saito Thailand ให้สิ่งเหล่านั้นกับคุณได้แน่นอน 

 


 

Sushi Saito Thailand

 

Open: รอบเวลา 12.00 น. 18.00 น. และ 20.00 น. 

Address: Four Seasons Hotel Bangkok 300/1 ถนนเจริญกรุง (ระหว่างซอยเจริญกรุง 62 และ 64) กรุงเทพมหานคร

Contact: 0 2060 1999 หรือ [email protected] 

Budget: ราคา 5,800 บาท และ 7,800 บาท 

Map: https://maps.app.goo.gl/ZWiWXrAjocu1qvZX8

 

 

The post ประสบการณ์ซูชิระดับโลกที่ Sushi Saito Thailand มิชลิน 3 ดาวจากโตเกียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซาชิมิญี่ปุ่นยังฮอตไม่แผ่ว! เป็นโอกาส CP จับมือ Uoriki เปิดร้าน ‘ซีพี อูโอริกิ’ ร้านอาหารทะเลระดับโอมากาเสะในไทย ให้ได้ 100 สาขา ภายใน 5 ปี https://thestandard.co/cp-uoriki/ Mon, 04 Dec 2023 11:08:14 +0000 https://thestandard.co/?p=873426 CP Uoriki

ปลาสดจากญี่ปุ่นกำลังฮิตในไทย เป็นโอกาสให้ CP จับมือ Uor […]

The post ซาชิมิญี่ปุ่นยังฮอตไม่แผ่ว! เป็นโอกาส CP จับมือ Uoriki เปิดร้าน ‘ซีพี อูโอริกิ’ ร้านอาหารทะเลระดับโอมากาเสะในไทย ให้ได้ 100 สาขา ภายใน 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
CP Uoriki

ปลาสดจากญี่ปุ่นกำลังฮิตในไทย เป็นโอกาสให้ CP จับมือ Uoriki วางแผนเร่งเปิดร้าน ‘ซีพี อูโอริกิ’ ร้านอาหารทะเลระดับโอมากาเสะ ให้ได้ 100 สาขา ภายใน 5 ปี หลังจากเปิดสาขาแรกในห้างโลตัส สุขุมวิท 50 ไปแล้ว

 

Nikkei Asia รายงานว่า Uoriki เป็นบริษัทค้าปลีกและค้าส่งสินค้าปลาสดและซูชิรายใหญ่ในญี่ปุ่น และเข้ามาร่วมทุนกับ CP ภายใต้บริษัท ซีพี-อูโอริกิ จำกัด (CP UORIKI) พร้อมเปิดตัวร้าน ‘ซีพี อูโอริกิ’ 2 สาขาแรกในไทย ได้แก่ ห้างโลตัส สุขุมวิท 50 และห้างแม็คโคร ศรีนครินทร์ 

 

กระทั่งในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ได้ขยายสาขาเพิ่มอีก 4 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เน้นเปิดในพื้นที่โลตัสและแม็คโคร ในสาขาที่มีทราฟฟิกสูง และมีประชากรหนาแน่น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สิ่งที่น่าสนใจของร้านอาหาร ‘ซีพี อูโอริกิ’ คือคัดสรรวัตถุดิบอาหารทะเลจากตลาดปลาทั่วประเทศญี่ปุ่น เช่น ปลาแซลมอนที่เลี้ยงในฟาร์มจากจังหวัดอาโอโมริทางตอนเหนือของญี่ปุ่น และเมนูซาชิมิ ตามด้วยเม่นทะเล ซาชิมิหอยเชลล์ ซูชิ คินเมไดสด (Alfonsino) และทาจิอุโอ ส่วนใหญ่เป็นเมนูพรีเมียมที่มีราคาเข้าถึงง่าย 

 

ยิ่งไปกว่านั้นวัตถุดิบส่วนใหญ่จะส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ผ่าน Japan Salmon Farm ซึ่งเป็นบริษัทในฟุกุอุระ มีฟาร์มทั้งหมด 5 แห่ง และมีความสามารถในการหาวัตถุดิบปลาแซลมอนได้ 1,600 ตันต่อปี และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ตันในปี 2024

 

ส่วนการเปิดร้านในแต่ละครั้ง จะมีพนักงานชาวญี่ปุ่นเข้ามาอบรมฝึกกระบวนการหั่นปลาให้กับพนักงานที่เป็นคนไทย ควบคู่กับการทำตลาด ที่นำความเชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายอาหารของ CP เข้ามาปรับใช้ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างครอบคลุม

 

มาซายูกิ ยามาดะ ซีอีโอ Uoriki กล่าวว่า พฤติกรรมคนไทยชอบรับประทานปลาสดญี่ปุ่น และอาหารญี่ปุ่นอย่างมาก จึงเป็นโอกาสให้เรามองเห็นการเติบโตในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง และภายใน 5 ปีต่อจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดร้านให้ได้ 100 แห่งทั่วประเทศ คาดหวังให้ดึงดูดความสนใจของนักช้อป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น

 

จากรายงานขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ในกรุงเทพฯ ระบุว่า ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา คนไทยนิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีกว่า 5,325 แห่ง ในปี 2022 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 

 

โคอิจิ โอคามูระ ประธานโอคามูระฟู้ดส์ กล่าวเสริมว่า การประมงในญี่ปุ่นถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตขึ้น ผู้เล่นในตลาดเริ่มมองหาตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไร

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราการส่งออกอาหารและวัตถุดิบทะเลจากญี่ปุ่นมายังประเทศไทย มีมูลค่า 2.3 หมื่นล้านเยน (158 ล้านดอลลาร์) โดยปี 2022 เพิ่มขึ้น 14.6% แต่ยังถือว่าส่งออกไปน้อยกว่าจีน อเมริกา และไต้หวัน

 

อ้างอิง:

 

The post ซาชิมิญี่ปุ่นยังฮอตไม่แผ่ว! เป็นโอกาส CP จับมือ Uoriki เปิดร้าน ‘ซีพี อูโอริกิ’ ร้านอาหารทะเลระดับโอมากาเสะในไทย ให้ได้ 100 สาขา ภายใน 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sushi Zo โอมากาเสะที่คงความอร่อยตลอด 7 ปี ด้วยความเชื่อที่ว่า ข้าวที่ดีย่อมทำให้ปลาอร่อยขึ้น https://thestandard.co/life/sushi-zo/ Mon, 27 Nov 2023 13:56:54 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=870474 Sushi Zo

หากพูดถึงร้านโอมากาเสะเจ้าโปรดในกลุ่มคนที่ชื่นชอบการกิน […]

The post Sushi Zo โอมากาเสะที่คงความอร่อยตลอด 7 ปี ด้วยความเชื่อที่ว่า ข้าวที่ดีย่อมทำให้ปลาอร่อยขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sushi Zo

หากพูดถึงร้านโอมากาเสะเจ้าโปรดในกลุ่มคนที่ชื่นชอบการกินอาหารหน้าเคาน์เตอร์ครัวเปิด เราเชื่อว่าต้องมีชื่อของ Sushi Zo ติดหนึ่งในนั้น แม้จะไม่ได้แต่งร้านเอาใจสายคอนเทนต์ หรือตกแต่งจานอาหารจนหวือหวา แต่ที่นี่มีขาประจำจองมากินแทบทุกวัน นับจากปี 2016 จนถึงปัจจุบัน คุณภาพ ความคงเส้นคงวา และรสชาติแทบไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นโอมากาเสะที่มีมาตรฐานสูง และเป็นร้านโปรดของเหล่าฟู้ดดี้และนักชิมทั่วโลก

 

The Vibe

Sushi Zo ตั้งอยู่ใกล้ทางเดินเชื่อมระหว่างแอทธินี ทาวเวอร์ กับโรงแรม ดิ แอทธินี ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหราด้วยสีเทาและเบจ มีเพียงโอมากาเสะเคาน์เตอร์และเก้าอี้หันหน้าเข้าหาเชฟเท่านั้น

 

 

The Taste

รอบนี้เราชวนกลับไปชิมโอมากาเสะเมนูฤดูหนาว (7,000 บาท++ ต่อท่าน) ที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมานำเสนอในรูปแบบเอโดะมาเอะซูชิ แม้จะมีข้าวปั้นเสิร์ฟพร้อมกัน แต่กินแล้วไม่หนักท้องหรืออิ่มเกินพอดี ในทางตรงกันข้าม ข้าวปั้นกลับเชื่อมรสวัตถุดิบได้อย่างลื่นไหล

 

 

นอกจากวัตถุดิบหายากตามฤดูกาลแล้ว Sushi Zo ให้ความสำคัญกับเรื่องข้าว เพราะถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของโอมากาเสะเช่นเดียวกัน โดยหมักข้าวด้วยน้ำส้มสายชูแดงและขาวเบลนด์พิเศษที่ร้านทำขึ้นเอง ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ทางร้านทำขึ้นด้วยตัวเอง ตั้งแต่โชยุไปจนถึงขนมในคอร์สสุดท้าย

 

ข้าวที่ใช้ผ่านการหุงด้วยน้ำแร่ใต้ดินจากฮอกไกโด และเสิร์ฟในอุณหภูมิเดียวกับอุณหภูมิร่างกายเพื่อให้ข้าวมีรสชาติที่ดี ไม่กลบรสปลาซึ่งเป็นพระเอกหลัก และทำให้ปลากับอาหารทะเลอื่นๆ มีความอร่อยยิ่งขึ้น

 

 

เริ่มต้นด้วยทูน่าในพอนสึเจลลี โดยเชฟเลือกใช้ส่วนชูโทโร่ที่มีระดับความมันกลางๆ กับส่วนอากามิ มีความลีนค่อนข้างสูง เรียกน้ำย่อยเตรียมพร้อมสู่คอร์สถัดไป

 

 

โนโดกุโระ ข้าวปั้นหน้าปลากะพงจากนางาซากิ เนื้อเนียนนุ่มและมีไขมันแทรกเล็กน้อย ปรุงรสด้วยซอส ก่อนที่จะนำไปจี่กับถ่านไม้จนหอม

 

 

ใครที่ชื่นชอบไข่ปลาห้ามพลาดคำนี้ ซูจิโกะ ไข่ปลาแซลมอนสดดองในดาชิ ให้สัมผัสที่ทั้งนุ่ม หนึบ และฉ่ำ ไม่เหมือนอิกุระแบบธรรมดา หรือจะเป็นตับปลาอังกิโมะที่ได้รับสมญานามว่าฟัวกราส์แห่งท้องทะเล เสิร์ฟพร้อมโมนากะให้กินคู่กัน

 

 

หนึ่งในไฮไลต์ของ Sushi Zo ที่ครองใจลูกค้าขาประจำคือ เตมากิ หรือแฮนด์โรล ข้าวห่อสาหร่ายที่เชฟทำสดใหม่และยื่นให้เรากินทันที โดยท็อปปิ้งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล ช่วงนี้เชฟจัดเต็มปูหิมะกับเนื้อทูน่าสับราดอิกุระ คลุกเคล้ากับผักดอง ก่อนที่จะท็อปด้วยอูนิ อร่อยอย่าบอกใคร และอยากเบิลสองเลยทีเดียว

 

 

Good For

ใครที่กำลังมองหาร้านอร่อยเนื่องในโอกาสพิเศษ ตอบแทนการทำงานหนักมาทั้งปี หรืออยากมีโอกาสลิ้มลองโอมากาเสะชั้นเยี่ยมดูสักครั้ง Sushi Zo ก็เป็นอีกร้านที่ตอบโจทย์และน่าหาโอกาสมาลิ้มลองดูสักครั้ง

 

Sushi Zo

Open: วันจันทร์-เสาร์ เสิร์ฟวันละ 3 รอบ (12.00 น. / 17.00 น. / 19.30 น.) 

Address: Athenee Tower 63 ถนนวิทยุ

Tel: 09 1757 2222

Website: www.sushizobangkok.com

Instagram: www.instagram.com/sushizobangkok

Budget: โอมากาเสะ 16+ คอร์ส ราคา 7,000 บาท++ ต่อท่าน, สาเกแพริ่ง 2,500 บาท++ ต่อท่าน

Map:

 

The post Sushi Zo โอมากาเสะที่คงความอร่อยตลอด 7 ปี ด้วยความเชื่อที่ว่า ข้าวที่ดีย่อมทำให้ปลาอร่อยขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yume Omakase ร้านโอมากาเสะฝีมือคนไทยที่เสิร์ฟความเรียบง่ายให้แตกต่าง https://thestandard.co/life/yume-omakase/ Mon, 04 Sep 2023 07:00:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=837147

เราไม่เคยปิดกั้นว่าอาหารที่ดีและดั้งเดิมจะต้องยึดติดทุก […]

The post Yume Omakase ร้านโอมากาเสะฝีมือคนไทยที่เสิร์ฟความเรียบง่ายให้แตกต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เราไม่เคยปิดกั้นว่าอาหารที่ดีและดั้งเดิมจะต้องยึดติดทุกอย่างตามต้นฉบับเสมอไป ตราบใดที่การใส่เทคนิค ความสร้างสรรค์ และใช้วัตถุดิบใหม่ๆ น่าสนใจ จะช่วยให้อาหารคำนั้นอร่อยขึ้นมาได้ แต่ขณะเดียวกัน คนทำอาหารก็ต้องไม่ทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิมที่พูดถึงไปเสียหมด

 

เริ่มมาก็อาจดูจริงจังหน่อย แต่เพราะเรากำลังพาทุกคนไปชิม ‘Yume Omakase’ ร้านโอมากาเสะฝีมือคนไทยที่เป็นสไตล์เอโดะมาเอะ ทว่าเรารู้สึกที่นี่ใส่ความฉูดฉาด มีจังหวะขึ้น-ลงที่สนุก และไม่เรียบง่ายเกินไปจนน่าเบื่อ ซึ่งเอาเข้าจริงก็แอบแตกต่างจากโอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะทั่วไปพอสมควร

 

 

The Vibe

 

Yume Omakase เปิดอยู่ย่านเอกมัย ถ้าใครมาถึงเร็วจะได้นั่งรอตรงโซนต้อนรับที่มีหนังสือเกี่ยวกับซูชิ อาหารญี่ปุ่น และกล่องอูนิที่ร้านได้มาให้ดูเล่นยั่วน้ำลายไปพลางๆ

 

เมื่อเดินเข้ามาในห้องจะเห็นการตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเคาน์เตอร์บาร์ขนาด 10-12 ที่นั่ง จานวางซูชิที่อยู่ตรงหน้าทุกคนเป็นฝีมือช่างปั้นชาวไทย เช่นเดียวกับทีมเชฟที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ซึ่งกำลังเตรียมวัตถุดิบให้พวกเราชิม

 

 

The Taste

 

แน่นอนว่า Yume Omakase ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และบางเมนูก็เปลี่ยนไปตามสิ่งที่ร้านได้มาในแต่ละวัน อย่างวันนี้เราได้ลอง ‘Yume Special Course’ เสิร์ฟอาหารทั้งหมด 18 คำ โดยเริ่มจาก ‘Hotate’ หอยเชลล์ฮอกไกโดที่ใช้เวลารีดน้ำออกนาน 6 ชั่วโมง เพื่อให้กินแล้วลิ้นได้สัมผัสเนื้อและรสชาติของหอยเน้นๆ 

 

ต่อด้วย ‘Tako Yawarakami’ หนวดหมึกที่นวดด้วยมือแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทำให้เนื้อยังคงนุ่ม กรอบ เคี้ยวไปแล้วเจอ 3 เนื้อสัมผัสในชิ้นเดียว คือผิวกรุบ เนื้อแน่น และตรงกลางนุ่ม น่าสนใจมากๆ

 

ตามด้วยชาบูเนื้อปลา ‘Kinki’ เป็นปลาที่แพงอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น เอกลักษณ์คือไขมันที่ทำให้เนื้อนุ่มละเอียด โดยร้านจะใช้ปลาที่ตกด้วยวิธีธรรมชาติเท่านั้น

 

หลังจาก ‘Aori Ika’ หมึกหอมจากจังหวัดคิวชูที่เนื้อหวานสู้ลิ้น ก็ต่อด้วยคำที่เรายังจำรสชาติได้แม่น ‘Isaki’ ปลากะพงที่ร้านนำมาดรายเอจ 1 สัปดาห์ ก่อนนำไปรมควัน แค่หยิบเข้าปากก็ได้กลิ่นหอมสโมก เคี้ยวแล้วรสชาติค่อยๆ ปล่อยความเข้มข้นออกมา เป็นคำที่บ่งบอกสไตล์อาหารของ Yume Omakase ได้ดี

 

 

สลับมารสชาตินุ่มนวลด้วย ‘Ezo Awabi Mushi’ เป๋าฮื้อนึ่งสาเกกับซอสตับเป๋าฮื้อ ‘Nodoguro’ ปลากะพงญี่ปุ่นย่างถ่านบินโจตัน และ ‘Shiro Ebi’ ซูชิกุ้งขาวที่มาจากอ่าวโทยามะ เพราะมีเฉพาะที่แห่งนี้เท่านั้น เนื้อกุ้งจะหวาน มีความหอมของสาหร่ายห่อซูชิเข้ามาเสริมด้วย เป็นอีกคำที่ชอบ

 

‘Akami Zuke’ เป็นไฮไลต์ของคอร์สนี้เลยก็ว่าได้ เพราะร้านใช้มากุโรชั้นดีจากแคนาดาที่ส่งให้เฉพาะผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น โดยร้านรับมาจากนักประมูลอันดับต้นๆ ของกระดาน จึงได้มาซึ่งอากามิซูชิที่รสชาติละมุน เข้มข้น ทิ้งรสชาติความสดไว้ในปากนาน

 

 

หลังจาก ‘Chutoro’ ที่มาจากปลาตัวเดียวกัน และ ‘Mana-Katsuo’ ปลาเต๋าเต้ยญี่ปุ่นหมักมิโซะย่าง ก็มาถึง ‘Murasaki Uni’ ร้านใช้อูนิสายพันธุ์นี้เพราะครีมมี่และรสชาติมีมิติ

 

เราพยายามค่อยๆ ใช้เวลากับ ‘Unagi Kabayaki’ ปลาไหลโอมากาเสะที่ชอบที่สุดในตอนนี้ และเชื่อว่ารสชาตินี้มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น โดยเชฟนำปลาไหลไปย่างจนกรอบ (มาก) หอม ก่อนราดด้วยซอสและเสิร์ฟกับมือให้เรากินพร้อมสาหร่าย ซึ่งสาหร่ายที่ร้านใช้ได้มาจากครอบครัวหนึ่งในญี่ปุ่นที่สืบทอดกิจการรุ่นสู่รุ่นมานาน 200 ปี สำหรับคำนี้กัดไปแล้วจะได้ยินเสียงความกรอบชัด ก่อนตามด้วยรสหวาน หอม ของสาหร่ายและปลาไหลย่าง

 

 

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายด้วย ‘Futomaki’ ข้าวห่อสาหร่ายม้วนคำโตๆ ที่รวมวัตถุดิบในวันนี้ให้กินในหนึ่งคำ แล้วจึงตามด้วย ‘Miso Soup’, ‘Tamago Yaki’ ไข่หวานผสมเนื้อปลาบิน และของหวาน ‘Nama Chocolate’ กับ ‘Honey Lemon Sorbet’ ซอร์เบตเปรี้ยวหวานสดชื่นที่มาพร้อมเนื้อพีชหมักสาเก และร้านเสิร์ฟมาตั้งแต่เปิดวันแรกเมื่อ 3 ปีก่อน ไม่เคยนำออกจากเมนู

 

 

Good for…

 

Yume Omakase เป็นอีกร้านที่สายซูชิและคนรักโอมากาเสะต้องมาลองสักครั้ง เราว่าที่นี่มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยเฉพาะรสชาติและการจัดการวัตถุดิบ มีหลายคำที่หากนึกถึงยังจำรสชาติได้ดี ที่สำคัญด้วยความที่ทีมเป็นคนไทยทั้งหมด หากใครอยากรู้จักปลาส่วนไหน วัตถุดิบอะไร หรืออยากรู้ว่าเชฟกำลังทำอะไรให้ชิม สามารถคุยกับเชฟได้โดยตรงเลย

 

ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

 


 

Yume Omakase

 

Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 12.30-22.00 น.

Address: โครงการพาร์คเลน เอกมัย

Contact: Yume Omakase

Budget: 4,900-6,900++ บาท

Map: https://goo.gl/maps/6i74d6WUojmVy8MWA

 

 

The post Yume Omakase ร้านโอมากาเสะฝีมือคนไทยที่เสิร์ฟความเรียบง่ายให้แตกต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikaku Bangkok โอมากาเสะจากเกาะคิวชูที่จะพาเราไปท่องทะเลญี่ปุ่น https://thestandard.co/life/nikaku-bangkok-omakase/ Mon, 24 Jul 2023 03:14:06 +0000 https://thestandard.co/?p=821214 Nikaku Bangkok

นี่คือร้านโอมากาเสะเก่าแก่และชื่อดังจากเกาะคิวชู เปิดมา […]

The post Nikaku Bangkok โอมากาเสะจากเกาะคิวชูที่จะพาเราไปท่องทะเลญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikaku Bangkok

นี่คือร้านโอมากาเสะเก่าแก่และชื่อดังจากเกาะคิวชู เปิดมานานกว่า 60 ปี ปัจจุบันสืบทอดโดยเชฟซูชิรุ่นที่ 3 ของตระกูล ‘เซตสึโอะ ฟูนาฮาชิ (Setsuo Funahashi)’ ผู้เปลี่ยนร้านซูชิธรรมดาๆ ของครอบครัวให้กลายเป็นร้านโอมากาเสะชื่อ ‘Edomae Sushi Nikaku’ ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน จนเริ่มโด่งดังจากการเสิร์ฟซูชิสไตล์เอโดะมาเอะขนานแท้ รวมถึงรสชาติบางอย่างที่ทำให้หลายคนต้องกลับมากินที่นี่เท่านั้น

 

เชฟเซตสึโอะบอกว่า ซูชิสไตล์เอโดะมาเอะไม่ใช่เพียงการใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปรุงแต่งน้อย หรือใส่ความละเมียดละไม แต่ยังรวมถึงขั้นตอนการปรุงข้าว ปั้นข้าว ที่ทำให้ซูชิมีรสหวานขึ้นเองตามธรรมชาติด้วย ทุกคนจึงจะได้ยินเชฟของ Nikaku พูดถึงคำว่า ‘Anbai (อันไบ)’ บ่อยๆ เขาหมายถึงจุดที่ความเปรี้ยวและเค็มสมดุลกันจนเกิดความหวาน

 

 

The Vibe

 

Nikaku Bangkok เปิดอยู่ในชั้นล็อบบี้โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ด้านในเป็นเคาน์เตอร์บาร์ไม้ทรงตัวแอล มีโซนบาร์สำหรับเสิร์ฟเครื่องดื่มที่เป็นอีกไฮไลต์ของร้าน โดยรอบหนึ่งจะรับได้ประมาณ 12-15 ท่ีนั่ง 

 

ส่วนชื่อร้าน Nikaku ก็หมายถึงนกกระเรียน 2 ตัว ซึ่งเป็นทั้งสัญลักษณ์แห่งความโชคดีของชาวญี่ปุ่น รวมถึงตัวเชฟและภรรยาผู้รับหน้าที่ทำขนมหวานให้ร้าน

 

 

The Taste

 

Nikaku Bangkok นำโดยเฮดเชฟโคยะ มูโคโอะ (Koya Mukoo) ที่นี่จะเสิร์ฟซูชิแบบโอมากาเสะ (ที่แปลว่าตามใจเชฟ) ของแท้เหมือนสาขาญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นทุกคนจะไม่รู้เมนูล่วงหน้า วัตถุดิบในแต่ละวันขึ้นอยู่กับปลาที่เชฟได้มา โดยร้านจะใช้ปลาจากช่องแคบคังมงและทะเลรอบๆ เกาะคิวชูเป็นหลัก เพื่อนำเสนอรสชาติสไตล์คิวชู โดยปลาแต่ละรอบจะใช้เวลาเดินทางจากเกาะคิวชู 2 วัน จนกระทั่งมาถึงริมฝีปากพวกเรา

 

ในคอร์สหนึ่งจะเสิร์ฟทั้งหมด 20 เมนู ระหว่างกินเราอยากให้ทุกคนลองสังเกตเทคนิคการใช้มีดที่เฉียบแหลม และการพลิกซูชิด้วยมือ (Honte-Gaeshi) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้ด้วย

 

 

อย่างวันที่เราไปชิมก็ได้ลองตั้งแต่ หมึกยักษ์ ซอสที่ราดทำจากน้ำส้มสายชูสีแดงผสมซีอิ๊ว ซึ่งซอสตัวนี้เป็นวัตถุดิบชูรสหลักของร้านที่ใช้ในหลายๆ อย่างเลย ต้ังแต่ผสมข้าว ทาเนื้อปลา หรือใส่เป็นซอสเพิ่มความสดชื่นในบางเมนู

 

ตามด้วย มาได หรือปลากะพงแดงญี่ปุ่นที่เชฟบอกว่ารักษาความสดยาก หลายที่จึงเสิร์ฟแบบสุก แต่ที่ Nikaku มีเทคนิครักษาความสดของปลา จึงสามารถเสิร์ฟแบบดิบให้ทุกคนชิมความหวานของเนื้อปลาจริงๆ ได้

 

ต่อด้วย อาจิ ทูน่าญี่ปุ่น, ชาวานมูชิ ไข่ตุ๋นแบบเย็น มีรสชาติทะเลจากอูนิและอิกุระ, เอบิ กุ้งเนื้อเด้งเสิร์ฟให้ลอง 2 แบบเพื่อชิมรสชาติที่ต่างกัน คือเนื้อกุ้งล้วนๆ และแบบซูชิที่มีความหวานกว่า

 

 

หลังจาก มากุโระ ก็ตามด้วย มาไดหมักมิโซะขาวย่าง, คัตสึโอะ หรือปลาโอญี่ปุ่น, มะเขือยาวในซอสน้ำส้มสายชู, อากะ หรือหมึกกล้วย, ซาวาระ หรือปลาอินทรีญี่ปุ่น, ซาชิมิหมึกแดง, อูนิ, ชูโทโร, อานาโกะ หรือปลาไหลทะเล, ข้าวปั้นไข่หวาน, มากิ, ซุปมิโซะ 

 

ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานญี่ปุ่นดั้งเดิม 3 อย่าง ฝีมือเชฟคาซูมิ ฟูนาฮาชิ (Kazumi Funahashi) ภรรยาของเชฟเซตสึโอะ ได้แก่ มิซูโยกัง ถั่วแดงกับวุ้นเนื้อองุ่น, อุกิชิมะ เค้กถั่วแดงผสมชาเขียวที่ไร้กลูเตน ไร้นม เนย ไข่ กินคู่ชาแล้วเข้ากันดีมาก และสุดท้าย พุดดิ้งมะม่วงราดกะทิ ที่มีความเป็นไทยผสม

 

 

Good for…

 

เรายกให้ Nikaku Bangkok เป็นอีกหนึ่งโอมากาเสะชั้นเลิศของกรุงเทพฯ ทั้งการจัดการวัตถุดิบ ความสด ความดั้งเดิม แต่ละคำทำให้เราเพลิดเพลินไปจนจบมื้อ โดยเฉพาะโอโทโร ชูโทโร อากะ ที่นุ่มนวลละลายในปาก

 

Nikaku ยังมีอีกไฮไลต์คือ ‘Kyushu Tea Pairing’ เป็นชาจาก 7 แหล่งทั่วญี่ปุ่น เสิร์ฟคู่กับซูชิในแต่ละคอร์ส เราชอบชาเกียวคุโระจากฟุกุโอกะที่สุด จิบคู่ปลาไหลทะเลแล้วมีรสอูมามิเต็มปาก

 

 

Nikaku Bangkok

Open: เปิดวันพฤหัสบดี-อังคาร (ปิดวันพุธ) เวลา 12.00 น. และ 17.30 น. เป็นต้นไป 

Address: โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เขตสาทร

Contact: www.nikakubangkok.com/

Budget: คอร์สละ 7,500++ บาทต่อคน

Map: 

 

 

The post Nikaku Bangkok โอมากาเสะจากเกาะคิวชูที่จะพาเราไปท่องทะเลญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Den Kushi Flori Bangkok โอมากาเสะของเสียบไม้จากโตเกียวมาเปิดที่กรุงเทพฯ พร้อมให้จองที่นั่งแล้ว https://thestandard.co/life/den-kushi-flori-bangkok/ Fri, 07 Jul 2023 11:26:47 +0000 https://thestandard.co/?p=813823 Den Kushi Flori

หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เหล่านักกินเห็นพ้องต้องกันว่า […]

The post Den Kushi Flori Bangkok โอมากาเสะของเสียบไม้จากโตเกียวมาเปิดที่กรุงเทพฯ พร้อมให้จองที่นั่งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Den Kushi Flori

หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เหล่านักกินเห็นพ้องต้องกันว่าห้ามพลาดหากไปโตเกียวต้องมีชื่อร้าน Den Kushi Flori (เดน คูชิ ฟลูโลริ) รวมอยู่ด้วยแน่นอน เพราะนี่คือร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ของเสียบไม้ที่เกิดจากการจับมือกันของสองเชฟเพื่อนซี้ฝีมือระดับเทพอย่าง ซาอิยุ ฮาเซกาวะ เจ้าของร้านสองดาวมิชลิน DEN ที่ครองอันดับ 1 บนลิสต์ Asia’s 50 Best Restaurants 2022 และ ฮิโรยาสึ คาวาเตะ เจ้าของร้านสองดาวมิชลิน Florilège ที่ครองอันดับ 3 บนลิสต์ปีเดียวกัน

 

 

 

Den Kushi Flori สาขาออริจินัลอยู่ในโตเกียว มีดาวมิชลินประดับ 1 ดวง เอกลักษณ์ของร้านคือการผสมผสานเทคนิคสไตล์ฝรั่งเศสและการทำอาหารญี่ปุ่นสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เมนูที่เสิร์ฟจะมาเป็นคอร์ส และถึงแม้จะมีคำว่า ‘Kushi (ของเสียบไม้)’ อยู่บนชื่อร้าน แต่เชฟก็บอกว่า “ทุกเมนูไม่จำเป็นต้องชูของเสียบไม้ให้เด่นอย่างเดียว” เพราะพวกเขาอยากทำอะไรสนุกๆ และหลากหลาย ของเสียบไม้จึงเป็นคอนเซปต์หลักมากกว่า

 

 

Den Kushi Flori สาขาแรกในกรุงเทพฯ จะนำโดย เชฟซูซูมุ ชิมิสึ เชฟทั้ง 3 คนเล่าว่า พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว จึงชวนเชฟซูซูมุมาคุมทัพสาขาใหม่นี้ โดยเชฟจะเชี่ยวชาญเรื่องการย่างเป็นพิเศษ ส่วนพวกเราจะได้เห็นในคอร์สเมนูหรือไม่ ต้องรีบจองแล้วไปชิม

 

อีกความพิเศษของสาขากรุงเทพฯ เชฟบอกว่า พวกเขาจะครีเอตเมนูใหม่เพื่อสาขานี้โดยเฉพาะด้วย Den Kushi Flori Bangkok จึงจะมีกลิ่นอายทั้งญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และไทย ผสมรวมกัน

 

“พวกเราจะไม่ยกเมนูจากโตเกียวมาเสิร์ฟ ร้านแต่ละแห่งต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง” เชฟบอก

 

อย่างเมนูหนึ่งที่เราได้ชิม เป็นข้าวอบข้าวโพดในหม้อดิน เสิร์ฟคู่กับเนื้อวากิวเสียบไม้จุ่มซอสสุกี้ยากี้ และ ‘น้ำจิ้มแจ่ว’ ที่รสชาติเด็ดสุดๆ จนเราเผลอตักกินกับข้าวไปด้วย

 

การตกแต่งร้านสาขานี้เชฟบอกว่าถอดแบบมาจากสาขาญี่ปุ่นจนเขาเองก็แยกแทบไม่ออกว่าอยู่ประเทศไหนกันแน่ โดยร้านเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาด 18 ที่นั่ง ตรงกลางมีครัวเปิดขนาดย่อมให้นั่งดูเชฟทำอาหารได้เพลินๆ

 

“สิ่งที่พวกเราทำเป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่และเชื่อว่ายังไม่มีในกรุงเทพฯ ที่นี่ไม่ใช่ไคเซกิ ขอเรียกว่าการเสิร์ฟอาหารสไตล์ Den Kushi Flori ก็แล้วกัน” เชฟทั้ง 3 คนบอกถึงสไตล์การเสิร์ฟอาหารที่ร้าน

 

 

Den Kushi Flori Bangkok อยู่ชั้น LG อาคารเอราวัณ แบงค็อก เปิดให้บริการทุกวันพุธ-จันทร์ เวลา 12.00-15.00 น. และ 18.00-21.30 น. โดยมื้อกลางวัน 5 คอร์ส ราคา 2,800++ บาท และมื้อค่ำ 7 คอร์ส ราคา 3,500++ บาท

 

สอบถามหรือจองที่นั่ง โทร. 0 2022 0200 หรือ Denkushiflori BKK

The post Den Kushi Flori Bangkok โอมากาเสะของเสียบไม้จากโตเกียวมาเปิดที่กรุงเทพฯ พร้อมให้จองที่นั่งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yakiniku Great Bangkok โอมากาเสะปิ้งย่าง เนื้อญี่ปุ่น กินแล้วฟิน https://thestandard.co/life/yakiniku-great-bangkok/ Thu, 30 Mar 2023 11:17:56 +0000 https://thestandard.co/?p=770903 Yakiniku Great Bangkok

หากใครไปญี่ปุ่นหรือฮ่องกงแล้วเคยได้กินโอมากาเสะเนื้อจาก […]

The post Yakiniku Great Bangkok โอมากาเสะปิ้งย่าง เนื้อญี่ปุ่น กินแล้วฟิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yakiniku Great Bangkok

หากใครไปญี่ปุ่นหรือฮ่องกงแล้วเคยได้กินโอมากาเสะเนื้อจากร้าน Yakiniku Great คงจะติดใจและคิดถึงรสชาติของเนื้อระดับพรีเมียมละมุนลิ้นเป็นแน่ ข่าวดี! ตอนนี้ไม่ต้องบินไปไกลก็อร่อยได้ เพราะเขาขยายสาขามาที่ประเทศไทยแล้ว

 

ปัจจุบัน Yakiniku Great มีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย และไทย เน้นเสิร์ฟเฉพาะเนื้อวากิวเกรด A5 นำเข้าจากญี่ปุ่น เนื้อตัวท็อปเกรดพรีเมียม มันฉ่ำ ละลายในปาก มาพร้อมซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่จัดเต็มไม่ต่างจากสาขาต้นตำรับ รับรองว่าถูกใจสายเนื้อเลิฟเวอร์อย่างแน่นอน

 

 

The vibe

Yakiniku Great Bangkok ตั้งอยู่ในโครงการ YARD 49 ซอยสุขุมวิท 49 ภายในร้านตกแต่งคล้ายกับสาขาฮ่องกงตรงที่มีเคาน์เตอร์สำหรับเชฟ หรือ Bar Counter กลางของร้านให้ทำอาหาร พร้อมพูดคุยกับลูกค้าไปในเวลาเดียวกัน

 

เสริมด้วยการตกแต่งร้านสไตล์มินิมัลโมเดิร์นโทนสีดำที่มีความเรียบหรูเข้ากับความพรีเมียมของอาหาร รวมถึงไฟภายในร้านก็เป็นสีวอร์มไวต์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศความอบอุ่น ไม่ให้เข้ามาแล้วต้องรู้สึกเกร็งเวลากิน เนื่องจากทางร้านอยากสร้างมู้ดที่เป็นกันเอง สบายๆ เข้ามาแล้วเอ็นจอยกับอาหารได้อย่างเต็มที่

 

 

The taste

อย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นโอมากาเสะปิ้งย่าง ดังนั้นจึงต้องต้องสั่งคนละ 1 เซ็ต หากอยากสั่งเพิ่มสามารถสั่งเป็นจานแยกได้ ซึ่งแบบเซ็ตทางร้านมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ Omakase ‘Premium’ (5 cuts) ราคา 2,800 บาท, ‘Kiwami’ (8 cuts) ราคา 3,800 บาท และ ‘Great’ (8 cuts) ทางเราประเดิมด้วยเซ็ตใหญ่ Omakase ‘Great’ (8 cuts) ราคา 4,800 บาท ประกอบไปด้วยเนื้อ 8 ส่วน แบ่งเป็นเนื้อสาย Marble (เนื้อไขมันแทรกเยอะ) รสชาติละมุน ละลายในปาก และสาย Lean ไขมันน้อยให้พอได้เคี้ยว โดยจะเสิร์ฟสลับกันและมีคั่นด้วยเมนูอื่นๆ ที่ไม่ใช่เนื้อ เช่น จานผัก หรือเสริมรสด้วยวัตถุดิบปรุงรสอื่นๆ เช่น วาซาบิ เพื่อให้ได้รสชาติที่บาลานซ์ ไม่เลี่ยนจนเกินไป

 

 

โดยมีเมนูไฮไลต์อย่าง Misuji (1,500 / 750 บาท) เนื้อลายสวย รสชาติหวานละมุนนุ่มลิ้นที่กระจายความฉ่ำไปทั่วปาก เสิร์ฟคู่กับพริกป่นและซอสโฮมเมดจากญี่ปุ่น สูตรเฉพาะของทางร้าน

 

 

และ Kimurayaki 2 (1,600 / 800 บาท) เนื้อ Marble ที่มาจากชื่อเชฟชาวฮ่องกงผู้รังสรรค์เมนูนี้ขึ้นมา โดยให้เรากินเนื้อพร้อมไข่ดิบ จานนี้ต้องบอกว่าใครเป็นสายเนื้อลายหินอ่อนต้องชอบ 

 

 

และอีกหนึ่งเมนูไฮไลต์คือ Unidon เนื้อย่างกินคู่กับอูนิและข้าว ที่เข้ากันได้ดีมาก เมื่อความมันของเนื้อมาเจอกับอูนิที่ช่วยเสริมความ Rich ถือเป็นการปิดท้ายกันอย่างจุใจ 

 

 

นอกจากเนื้อแล้วในเซ็ตยังมีเมนูอื่นๆ เช่น บะหมี่เย็น เห็ดย่างชุ่มสาเก สลัดถั่วชามโต และไอศกรีมวาฟเฟิลรสวานิลลาสอดไส้ถั่วแดง เป็นจานล้างปาก 

 

 

Good for

สายปิ้งย่างรักเนื้อติดมันของวัวญี่ปุ่น เพราะเนื้อที่นี่ดีจริงๆ แถมยังมีหลายส่วนให้ลอง มาในเทคนิคการทำที่หลากหลาย และจับคู่กับวัตถุดิบพรีเมียมอื่นๆ ให้เราไม่เบื่อ ชอบที่เราได้ลองทั้งเนื้อสายแทรกไขมันและสายไขมันน้อย รวมถึงการได้ปิดท้ายด้วยโซบะเย็นก็ช่วย Refreshing ความมันเลี่ยนของเนื้อได้ดี แต่เซ็ตใหญ่อาจเยอะเกินไปสำหรับคนกินน้อย อาจสั่งเป็นเซ็ตกลางมาลองก่อน ถ้าไม่อิ่มค่อยสั่งจานอื่นๆ มากินเพิ่ม   

 

Yakiniku Great Bangkok

Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-23.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Address: โครงการ YARD 49 ซอยสุขุมวิท 49

Contact: Yakiniku Great Bangkok 

Budget: 4,800 บาท

Map: 

 

 

The post Yakiniku Great Bangkok โอมากาเสะปิ้งย่าง เนื้อญี่ปุ่น กินแล้วฟิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘โออิชิ แกรนด์’ ยกเครื่องใหญ่ ปรับโฉมให้เป็น ‘โอมากาเสะ’ ที่มีซูชิสารพัดหน้าและซาชิมิแล่สด พร้อมขยับราคาเป็น 1,059-2,659 บาท https://thestandard.co/oishi-grand-omakase/ Wed, 04 Jan 2023 07:50:42 +0000 https://thestandard.co/?p=732670 โอมากาเสะ

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ ‘โออิชิ แกรนด์’ แบรนด์ร้านอาหารญี […]

The post ‘โออิชิ แกรนด์’ ยกเครื่องใหญ่ ปรับโฉมให้เป็น ‘โอมากาเสะ’ ที่มีซูชิสารพัดหน้าและซาชิมิแล่สด พร้อมขยับราคาเป็น 1,059-2,659 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอมากาเสะ

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ ‘โออิชิ แกรนด์’ แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่พรีเมียมที่สุดของ ‘โออิชิ’ ได้เปิดขึ้นมา หลังจากวางตัวเป็นร้านที่เน้นอาหารนานาชาติที่เป็นวาไรตี้แบบบุฟเฟต์ แต่ครั้งนี้ได้หันกลับมาโฟกัสความเป็นญี่ปุ่น ด้วยการปรับคอนเซปต์ให้เป็นแบบ ‘โอมากาเสะ’

 

การปรับคอนเซปต์ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการย้ายมาตั้งยังทำเลแห่งใหม่อย่างบริเวณชั้น 4 โซนฟู้ด พาสสาจ (ฝั่งนอร์ธ) ที่สยามพารากอน โดยมีพื้นที่ 400 ตารางเมตร 120 ที่นั่ง ใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท โดยลดลงจากพื้นที่ 600 ตารางเมตร และ 200 ที่นั่งในทำเลเดิม กระนั้นร้านแห่งใหม่สามารถจัดโต๊ะได้หลายรูปแบบที่สามารถรองรับลูกค้าเป็นกลุ่มได้มากขึ้น 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ โออิชิ กล่าวว่า โออิชิ แกรนด์ ยกระดับครั้งใหญ่ สู่การเป็นภัตตาคารบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ โดยชูจุดเด่นด้านคุณภาพสินค้า/อาหาร นำเสนอผ่านซูชิสารพัดหน้า คุณภาพเทียบเท่าระดับโอมากาเสะ และซาชิมิแล่สดๆ

 

“จากเดิมเราเน้นความเป็นวาไรตี้ มีเมนูเยอะๆ ให้ลูกค้าได้เลือก แต่ตอนนี้เราจะเน้นญี่ปุ่น อันไหนที่ไม่ใช่ก็จะเอาออก โดยจะทำแบบเมดทูออร์เดอร์ ซึ่งนอกจากให้ประสบการณ์แบบโอมากาเสะแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) อีกด้วย”

 

โอมากาเสะในไทยกำลังเฟื่องฟู

การปรับตัวของโออิชิ แกรนด์ ไม่ใช่เรื่องแปลกหากมองเข้าไปยังพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการอาหารที่มีคุณภาพและสุขภาพไปพร้อมกัน โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นแบบโอมากาเสะที่เติบโตอย่างมากในช่วงโควิด ที่คนไทยไม่สามารถบินไปกินถึงต้นตำรับได้

 

“แรงผลักดันเบื้องหลังความเฟื่องฟูของโอมากาเสะของประเทศไทยคือความเบื่อหน่ายกับการระบาดของโควิด และความปรารถนาที่จะเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงการเดินทางไปญี่ปุ่น ซึ่งผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศ” วรรณรัตน์ วิศวสุขมงคล รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ) จำกัด กล่าวกับ Nikkei Asia

 

“คนไทยที่มีเงินกำลังใช้จ่ายในประสบการณ์ที่ดีและอาหารที่ดีที่พวกเขาสามารถมีได้ เพราะไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ (ในตอนนี้)” เธอกล่าวเสริม “ด้วยอาหารแบบโอมากาเสะ พวกเขาสามารถหลบหนีจากความเป็นจริงในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้เล็กน้อย และสัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ ระดับพรีเมียม”

 

ต้นทุนวัตถุดิบสูงยังเป็นความท้าทายของการฟื้นตัว

ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ระบุว่า ในปี 2565 ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวน 5,325 ร้าน เพิ่มขึ้นจาก 4,370 ร้านในปี 2564 หรือมีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 955 ร้าน คิดเป็น 21.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550

 

เมื่อจำแนกจำนวนร้านที่เปิดตำเนินการอยู่ด้วยราคาอาหารเฉลี่ยต่อหัว พบว่าระดับราคาอาหารเฉลี่ยต่อหัว 101-250 บาท เป็นช่วงราคาที่มีจำนวนร้านมากที่สุด ตามด้วยระดับราคา 251-500 บาท ซึ่งเหมือนกันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ระดับราคาที่รองลงมาคือ 501-1,000 บาทสำหรับกรุงเทพฯ และต่ำกว่า 100 บาทสำหรับต่างจังหวัด

 

รายงานยังระบุด้วยว่า จากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับร้านอาหารญี่ปุ่น (ระยะเวลา 15 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม) หลายท่านให้ความเห็นว่ายอดขายของร้านอาหารญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นถึงประมาณ 70-90% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด เหตุผลหลักที่ฟื้นตัวยังไม่เต็มที่ที่หลายท่านพูดถึงคือ ตันทุนวัตถุดิบอาหารที่สูงขึ้น การฟื้นตัวของความต้องการงานเลี้ยงสังสรรค์ และจำนวนนักท่องเที่ยว เป็นต้น

 

ปรับราคาใหม่

เรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารที่สูงขึ้นเป็นสิ่งที่นงนุชยอมรับว่าเกิดขึ้นกับร้านโออิชิ แกรนด์เหมือนกัน แต่ “เราต้องการเป็นคนเน้นย้ำภาพความเป็นผู้นำร้านอาหารญี่ปุ่น จึงต้องจัดเต็มกับวัตถุดิบที่ส่วนใหญ่นำเข้าจากญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด”

 

การปรับปรุงครั้งนี้ยังมาพร้อมกับราคาใหม่ จากเดิมราคาสุทธิคนละ 995 บาท ได้เพิ่มเป็น 3 ราคา ได้แก่ 1,059 บาท++, 1,659 บาท++ และ 2,659 บาท++ สามารถรับประทานอาหารในระยะเวลา 2 ชั่วโมง

 

“โออิชิ แกรนด์ เราวางแผนที่จะขยายแน่นอน อาจจะเพิ่มอีกแค่ 1-2 สาขาเท่านั้น เพราะเราอยากให้เป็นเดสติเนชันที่ทุกคนอยากมา” นงนุชกล่าวทิ้งท้าย 

 

อ้างอิง:

The post ‘โออิชิ แกรนด์’ ยกเครื่องใหญ่ ปรับโฉมให้เป็น ‘โอมากาเสะ’ ที่มีซูชิสารพัดหน้าและซาชิมิแล่สด พร้อมขยับราคาเป็น 1,059-2,659 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sushi Saryu โอมากาเสะที่โชว์ความสดของวัตถุดิบได้อย่างพรีเมียมและไม่ทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิม https://thestandard.co/sushi-saryu-2/ Sat, 15 Oct 2022 14:32:03 +0000 https://thestandard.co/?p=695961 Sushi Saryu

หลายครั้งที่เราเจออาหารดีๆ จะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับเรื่อ […]

The post Sushi Saryu โอมากาเสะที่โชว์ความสดของวัตถุดิบได้อย่างพรีเมียมและไม่ทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sushi Saryu

หลายครั้งที่เราเจออาหารดีๆ จะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวและรสชาติจนลืมเวลา ซึ่งการมาเยือน ‘Sushi Saryu (ซูชิ ซาริว)’ ก็ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ ทั้งจากบรรยากาศที่นิ่งแต่ไม่อึดอัด พร้อมกับเชฟที่เน้นทำมากกว่าพูด มื้อนี้เราจึงรู้สึกเหมือนได้นั่งดูการแสดงดีๆ สักเรื่องที่มีซูชิและเชฟเป็นนักแสดง

 

โดยคำว่า Saryu ในชื่อร้านก็หมายถึง ‘ทราย’ ที่ไหลจากบนสู่ล่างในนาฬิกาทราย ซึ่งเชฟบอกว่าเปรียบเสมือนเวลาอันมีค่าของทุกคนที่ค่อยๆ ผ่านไปเมื่อมานั่งรับประทานอาหารที่นี่ รวมถึงเป็นเวลาของประสบการณ์ที่เขาสะสมมาตลอดเวลาหลายสิบปีเช่นกัน

 

 

‘เชฟเซย์จิ ซุโด’ เป็นผู้นำเพียงคนเดียวของโอมากาเสะแห่งนี้ เชฟทำเองทุกอย่าง ทุกขั้นตอน เพื่อให้อาหารมีความอร่อยคงที่มากที่สุด ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนโอมากาเสะน่าจะรู้จักเขามาตั้งแต่สมัยประจำอยู่ร้าน Tama Sushi ทว่าก่อนหน้านี้เชฟเคยทำงานที่ร้าน Ginza Sushi Ichi เจ้าของรางวัลมิชลิน 1 ดาว ในประเทศสิงคโปร์ด้วย

 

“สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดในร้านนี้คือความคงที่ของรสชาติอาหาร ผมจึงเตรียมทุกอย่างเองเพียงคนเดียว” เชฟเซย์จิบอก และนั่นคือเหตุผลที่ร้านเปิดรับเพียงวันละรอบ รอบละ 6 ที่นั่งเท่านั้น

 

 

ส่วนการตกแต่งร้านจะมีทั้งกลิ่นอายดั้งเดิมและความทันสมัย ตั้งแต่ทางเข้าที่ราวกับเดินเข้าสู่ถ้ำ ก่อนได้เจอกับเคาน์เตอร์บาร์โอมากาเสะแบบดั้งเดิม ชั้นโชว์แก้วสาเกที่เชฟเลือกมาเองกับมือ และกรอบรูปโชว์คอลเล็กชัน NFT ของเชฟที่วาดโดยศิลปินญี่ปุ่น

 

เช่นเดียวกับอาหารที่เสิร์ฟทั้งหมด 15 คอร์ส เชฟทำตามทุกอย่างสไตล์ดั้งเดิม ทว่านำเสนออย่างสมัยใหม่ ซึ่งเราอาจนำมาให้ชมไม่ครบทุกคำ เพราะไม่อยากให้คนตามไปชิมหมดเรื่องเซอร์ไพรส์เสียก่อน

 

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เมื่อเห็นทุกคนพร้อมเชฟก็หยิบจับอุปกรณ์อย่างเชี่ยวชาญและพร้อมเสิร์ฟคำแรกทันที เป็นซูชิ ‘Chutoro’ ที่ห่อกินพร้อมสาหร่ายญี่ปุ่น แน่นอนว่าวัตถุดิบที่เชฟใช้ทุกอย่างมีความพรีเมียมและนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ เนื้อปลาคำแรกจึงเต็มไปด้วยรสชาติและความกรอบนุ่ม

 

ตามด้วย ‘Uni Soup’ ที่เราอยากซดให้หมดในครั้งเดียว เพราะอูนิสดไม่มีกลิ่นคาว เชฟบอกว่าปรุงด้วยเกลือธรรมชาติเท่านั้น ก่อนเสิร์ฟพร้อมซุปสาหร่ายผสมคอมบุอุ่นๆ

 

 

เชฟเสิร์ฟ ‘Snow Crab’ ที่ใช้ทั้งมัน ไข่ และเนื้อของปูซูไวในฤดูหนาว เนื่องจากเป็นช่วงที่ปูมีไข่เยอะที่สุดครั้งเดียวของปี จานน้ีรสชาติเบาๆ ราดด้วยซุปปู เพื่อให้เรารอรับรสชาติจาก ‘Sanma’ ซูชิปลาซันมะที่มีเฉพาะช่วงเดือนนี้

 

แล้วจึงพักอีกทีด้วย ‘Yakisushi’ ข้าวซูชิอบผสมปูและอูนิ ท็อปด้วยชิราโกะ (หรือสเปิร์มปลา) ปลาดาบ ไข่กุ้ง และไข่ปลากระบอก

 

 

หลังจากปั้นซูชิให้อีก 2 คำ คือ คินเมไดและอาคาไก (หอยแครงญี่ปุ่น) เชฟก็เสิร์ฟ ‘Awabi’ หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนชอบ เป็นข้าวซูชิกับเนื้อหอยเป๋าฮื้อชิ้นหนาๆ ราดด้วยซอสตับหอยเป๋าฮื้อรสชาติชัดเจน คลุกกินพร้อมกันแล้วอร่อยสมชื่อ

 

 

อีกจานเด่นคือ ‘Katsuo’ ปลาคัตสึโอะดองที่เชฟนำไปหมักซอส ก่อนเผาหนังปลาให้หอม เสิร์ฟพร้อมรสชาติซอส 2 แบบ และปิดท้ายด้วยก้างปลาคัตสึโอะที่ใช้ตกแต่งเท่านั้น

 

Sushi Saryu

 

‘Maze Gohan’ เป็นคอร์สที่เราชอบมาก เริ่มตั้งแต่ภาชนะไปจนถึงหน้าตาและรสชาติอาหาร เชฟจะใส่องค์ประกอบลงไปทีละชั้น เริ่มจากข้าวซูชิผสมอูนิ สาหร่าย ไข่ปลาแซลมอน จบด้วยปลาคินเมไดและปลาโนโดกุโระอบซอส เวลากินคลุกทุกอย่างให้เข้ากันแล้วจะได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย

 

หลังจากเจอรสชาติหนักๆ มาเยอะแล้ว เชฟก็พักด้วยการเสิร์ฟคอร์สของดอง 3 อย่างให้กินระหว่างเตรียมคอร์สต่อไปที่กลับมาจัดเต็มเหมือนเดิม

 

 

‘Botan Ebi’ เสิร์ฟกุ้งโบตันมาพร้อมมันกุ้งและ ‘ไข่กุ้งสีฟ้า’ ที่เกิดจากกุ้งเปลี่ยนสีไข่ตัวเองให้เข้ากับน้ำทะเลเพื่อหนีนักล่า แล้วจึงท็อปด้วยอูนิให้เรากินพร้อมกัน ข้างๆ มีวาซาบิฝนสดๆ มาให้ตัดเลี่ยนด้วย

 

 

หลังจากซูชิ ‘Nodoguro’ หรือปลากะพงสีชมพูที่ถูกเรียกว่าราชาแห่งปลาเนื้อขาวญี่ปุ่น ‘Ankimo’ ตับปลาอังโกะกับแตงโมดอง และ ‘Kawahagi’ ซูชิปลาหน้าวัวกับตับปลาหน้าวัวที่เป็นปลาอีกชนิดประจำฤดูหนาว

 

เชฟก็เสิร์ฟ ‘Sushi Soup’ ข้าวห่อสาหร่ายเนื้อปลาคินเมไดที่มาพร้อมข้าวพองและซุปร้อนๆ เวลากินคนทุกอย่างให้เข้ากันแล้วชิม จะได้ประสบการณ์ใหม่ที่หลายคนยังไม่เคยลอง

 

 

ปกติแล้วโอมากาเสะจะเสิร์ฟของหวานทันทีหลังจากคอร์สซุปร้อนๆ ตอนท้าย แต่เชฟเซย์จิมีอีกเมนูไฮไลต์ที่ทุกคนเห็นแล้วต้องตาวาว เพราะเป็นซูชิคำพิเศษ ‘Maki’ รวมวัตถุดิบประจำวัน ซึ่งในคอร์สฤดูหนาวตอนนี้จะประกอบไปด้วย อูนิ ไข่ปลาแซลมอน ชูโทโร่ ชิมะเอบิ ไข่กุ้ง 2 ชนิด คือ โบตันเอบิและชิมะเอบิ

 

 

แนะนำให้รีบม้วนสาหร่ายแล้วกินทันที เพราะสาหร่ายจะยังกรอบ กินง่าย บอกเลยว่าคำแรกก็เต็มไปด้วยรสชาติและความสดในทุกอณู

 

แล้วปิดท้ายกันจริงๆ ด้วยเมนูของหวาน ‘Coconut Pudding’ พุดดิ้งมะพร้าวราดซอสชาเขียวเข้มข้น ท็อปด้วยเกาลัดเชื่อม เป็นการส่งท้ายด้วยความสดชื่นและละมุน

 

The post Sushi Saryu โอมากาเสะที่โชว์ความสดของวัตถุดิบได้อย่างพรีเมียมและไม่ทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
HARIO ยกกาแฟระดับ COE มาให้ลิ้มลองในรูปแบบ ‘Coffee Omakase’ ที่งาน Thailand Coffee Hub 2022 https://thestandard.co/hario-thailand-coffee-hub-2022/ Mon, 10 Oct 2022 09:36:00 +0000 https://thestandard.co/?p=693896 HARIO

ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าคอกาแฟหลายคนคงจ […]

The post HARIO ยกกาแฟระดับ COE มาให้ลิ้มลองในรูปแบบ ‘Coffee Omakase’ ที่งาน Thailand Coffee Hub 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
HARIO

ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าคอกาแฟหลายคนคงจะสนุกกันไม่น้อยกับงาน Thailand Coffee Hub 2022 งานกาแฟที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองที่เอาใจทั้งสายชงและสายชิมรวบรวมไว้ในที่เดียว 

 

นอกจากเมล็ดกาแฟสายพันธ์ุต่างๆ ที่มีให้เลือกซื้อหาจากทุกมุมโลก อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือคอร์สกาแฟ ‘Coffee Omakase’ จาก HARIO CAFE ได้หยิบยกเสน่ห์ของโอมากาเสะมานำเสนอในรูปแบบของกาแฟแก้วพิเศษ ให้คนรักกาแฟเปิดประสบการณ์การกินกาแฟอีกรูปแบบ และลุ้นไปกับการเสิร์ฟกาแฟในแต่ละแก้ว

 

HARIO

HARIO

 

โดย HARIO นำเมล็ดกาแฟคัดพิเศษจากแหล่งกำเนิดเบอร์ต้นๆ ของโลกอย่าง นิการากัว, โคลอมเบีย, คอสตาริกา, ปานามา และ เยเมน ซึ่งเป็นกาแฟระดับ COE (Cup of Excellence) มาให้ได้ลิ้มลองกันในรูปแบบของกาแฟโอมากาเสะ 

 

เมื่อถามว่าทำไมต้อง Coffee Omakase บาริสต้าของ HARIO ได้บอกเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า ปกติแล้วคอร์สโอมากาเสะจะหากาแฟแบบ COE ยากมาก เพราะต้องประมูลเข้ามาจากแหล่งต่างๆ ถ้าไม่เจาะจงจริงๆ ลูกค้าอาจไม่ได้กิน ทางร้านเลยอยากให้ลูกค้าชิมกาแฟเหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะกาแฟจากโคลอมเบีย ซึ่งอันดับหนึ่งนั้นอยู่ที่ประเทศไทยทั้งหมด แม้แต่ต่างชาติยังต้องมาที่ไทย จึงอยากให้ได้ลองชิมผ่านคอร์สโอมากาเสะนี้

 

ทางบาริสต้าเองก็คุยสนุก แถมยังให้ความรู้เรื่องกาแฟได้เป็นอย่างดี ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายพลางกลิ่นหอมของกาแฟ โดยแน่นอนว่าโอมากาเสะนั้นเป็นการตามใจเชฟ ในแต่ละวันบาริสต้าจะพรีเซนต์กาแฟให้หลากหลายและไม่เหมือนกันเลย และเพราะคาดเดาไม่ได้นี่แหละ การดื่ม Coffee Omakase จึงสนุกและลุ้นไปกับบาริสต้าในทุกขั้นตอนตั้งแต่ชั่งเมล็ด บด ดริป ไปจนถึงการเทใส่แก้วเสิร์ฟ 

 

HARIO

 

สำหรับ Coffee Omakase โดย HARIO CAFE จะมีกาแฟให้ลิ้มลองทั้งหมด 3 ตัว อย่างตัวแรกที่เราได้ชิมคือ Colombia Rank 21 ที่มีความซับซ้อนของรสชาติช็อกโกแลตและทรอปิคัลฟรุต มีความเปรี้ยวแต่จิบสนุก ต่อมาตัวที่สอง Costa Rica Rank 15 เมื่อชิมแล้วรสชาติจะออกนวลๆ มากกว่า กลิ่นและรสค่อนไปทางผลไม้ตระกูลเบอร์รี สำหรับเราแก้วนี้จิบได้ง่ายกว่าแก้วแรก และแก้วสุดท้ายปิดคอร์สกับ Colombia Rank 15 ที่เมล็ดกาแฟจะผสมบลอสซัมลงไปด้วย มีเทสต์โน้ตเป็นผลไม้ตระกูลซิตรัส จิบแล้วรู้สึกสดชื่น แต่ให้ความคล้ายกับการจิบชาอยู่เหมือนกัน

 

HARIO

HARIO

 

งาน Thailand Coffee Hub 2022 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จะจัดวันที่ 11 ตุลาคมนี้ เป็นวันสุดท้ายแล้ว ใครที่อยากจะแวะไปชิมกาแฟโอมากาเสะจากร้าน HARIO ก็ยังพอมีรอบให้จองกันอยู่ 2 รอบ เวลา 11.00-12.00 และ 18.00-19.00 น. โดยสนนราคาอยู่ที่ 1,500 บาทต่อคน และเปิดรับรอบละ 5 คนเท่านั้น 

 

ส่วนใครที่แวะไปงานนี้ไม่ทัน สามารถตามไปลิ้มลองกาแฟโอมากาเสะแบบในงานได้ที่ HARIO CAFE สาขา Thaniya Plaza ได้เลย 

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/hariocafebkk

 

ภาพ: วริทธิ์ ลิ้มเจริญ, กมลลักษณ์ ดวงแก้ว

The post HARIO ยกกาแฟระดับ COE มาให้ลิ้มลองในรูปแบบ ‘Coffee Omakase’ ที่งาน Thailand Coffee Hub 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านโอมากาเสะทั่วโลกขาดแคลน ‘เชฟซูชิชาวญี่ปุ่น’ แย่งตัวกันอุตลุด ยิ่งได้ภาษาจะถูกเสนอค่าจ้างสูงถึง 2.2 ล้านบาทต่อปี https://thestandard.co/japanese-sushi-chefs-shortage/ Mon, 10 Oct 2022 05:47:43 +0000 https://thestandard.co/?p=693677 เชฟซูชิชาวญี่ปุ่น

Nikkei Asia รายงานว่า หนึ่งในอาชีพที่กำลังเป็นที่ต้องกา […]

The post ร้านโอมากาเสะทั่วโลกขาดแคลน ‘เชฟซูชิชาวญี่ปุ่น’ แย่งตัวกันอุตลุด ยิ่งได้ภาษาจะถูกเสนอค่าจ้างสูงถึง 2.2 ล้านบาทต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชฟซูชิชาวญี่ปุ่น

Nikkei Asia รายงานว่า หนึ่งในอาชีพที่กำลังเป็นที่ต้องการตัวมากสุดในขณะนี้ คือเชฟซูชิชาวญี่ปุ่น เพราะหลังจากวิกฤตโควิดเริ่มคลี่คลาย ร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ลูกค้าเริ่มกลับมา ทำให้ร้านซูชิบาร์หรือร้านอาหารโอมากาเสะหลายแห่งขาดแคลนเชฟญี่ปุ่นจำนวนมาก 

 

หากย้อนกลับไปในช่วงโควิดระบาดหนัก เชฟหลายคนกลับไปญี่ปุ่นแล้วไม่กลับมา ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศมักจะถูกลูกค้าถามว่าเชฟเป็นชาวญี่ปุ่นหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ร้านเหล่านั้นจึงต้องการจ้างเชฟชาวญี่ปุ่นมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีกำลังซื้อ และไม่สามารถเดินทางไปยังญี่ปุ่นได้ แต่มีความนิยมรับประทานอาหารแบบสไตล์โอมากาเสะ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


จากข้อมูลจากกระทรวงเกษตรของญี่ปุ่น ในปี 2021 จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว หรือมีประมาณ 159,000 แห่ง ยิ่งหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก จึงมีการแย่งตัวเชฟที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และต้องเป็นผู้ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีเท่านั้น

 

ตามรายงานของ Connect ในโตเกียว ผู้ดำเนินการเว็บไซต์ Washokujob สำหรับผู้หางานในร้านอาหารญี่ปุ่นบอกว่า โดยทั่วไปแล้วเชฟซูชิในญี่ปุ่นจะได้รับเงินเดือนระหว่าง 3-5 ล้านเยน หรือ 7.8 แสน – 1.3 ล้านบาทต่อปี แต่ร้านอาหารในต่างประเทศเสนอค่าจ้างสูงถึง 5.5-6.5 ล้านเยน หรือ 1.4-1.7 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้เชฟญี่ปุ่นหลายคนกำลังพิจารณาที่จะไปทำงานในต่างประเทศเพื่อเป็นทางเลือกใหม่

 

อย่างไรก็ตาม การทำงานในต่างประเทศไม่ได้ราบรื่นมากนัก เพราะยังมีภาษีและค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้วเจ้าของร้านอาหารจะให้การสนับสนุนด้านสวัสดิการหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่าง พ่อครัวซูชิหลายคนในญี่ปุ่นไม่สามารถหยุดงานได้ในช่วงที่มีงานยุ่ง แต่คนที่ทำงานในต่างประเทศจะหยุดงานได้มากขึ้น และได้รับค่าจ้างในวันหยุด

 

แน่นอนว่าปัจจัยดังกล่าวทำให้เชฟชาวญี่ปุ่นถูกร้านอาหารจากทั่วโลกดึงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีค่าแรงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง 

 

รวมถึงมาสเตอร์เชฟ นาโอยะ คาวาซากิ วัย 46 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเชฟซูชิที่โด่งดังที่สุดในมาเลเซียมาตั้งแต่ปี 2015 หลังจากทำงานที่ร้านซูชิรายใหญ่ในโตเกียวและที่อื่นๆ มาเป็นเวลา 21 ปี เพื่อฝึกฝนทักษะการทำซูซิ ตลอดจนการร่ำเรียนภาษา ทำให้มีประสบการณ์อย่างมาก 

 

ปัจจุบันคาวาซากิถูกจองเต็มล่วงหน้า 1 เดือน และมีเงินเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า ถ้าเทียบกับจำนวนเงินที่เคยได้รับในญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าที่มีฐานะดีมักจะชักชวนให้ไปทำงานที่อื่นด้วยข้อเสนอที่เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า 

 

พร้อมกันนี้ Washoku Agent หน่วยงานในกัวลาลัมเปอร์ที่มีหน้าที่จัดหาเชฟชาวญี่ปุ่นให้กับร้านอาหารในต่างประเทศบอกว่า ความต้องการเชฟซูชิในต่างประเทศเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 17 เท่าจากเมื่อ 2 ปีก่อน โดยเฉพาะในฮ่องกง สิงคโปร์ และตะวันออกกลาง ขณะที่อเมริกาเหนือชูอัตราเงินเดือนพุ่งขึ้นไปถึง 8-8.5 ล้านเยน หรือ 2-2.2 ล้านบาท 

 

อ้างอิง: 

The post ร้านโอมากาเสะทั่วโลกขาดแคลน ‘เชฟซูชิชาวญี่ปุ่น’ แย่งตัวกันอุตลุด ยิ่งได้ภาษาจะถูกเสนอค่าจ้างสูงถึง 2.2 ล้านบาทต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิ้มรสเนื้อฝีมือเชฟแพม พิชญา ในดินเนอร์โอมากาเสะที่ St. Regis จัดเพียง 2 คืนเท่านั้น https://thestandard.co/st-regis/ Wed, 27 Jul 2022 12:08:37 +0000 https://thestandard.co/?p=659788 St. Regis

ไม่ว่าจะเป็นสายเนื้อหรือสายชิมอาหารหรูก็ต้องรู้จัก เชฟแ […]

The post ลิ้มรสเนื้อฝีมือเชฟแพม พิชญา ในดินเนอร์โอมากาเสะที่ St. Regis จัดเพียง 2 คืนเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
St. Regis

ไม่ว่าจะเป็นสายเนื้อหรือสายชิมอาหารหรูก็ต้องรู้จัก เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ แห่งร้านอาหารไทย-จีนไฟน์ไดนิ่ง Potong ในตึกเก่าย่านเยาวราช เพราะด้วยความแปลกใหม่ รสชาติชวนให้นึกถึงบ้านคนจีน รวมกับเรื่องราวของสถานที่ที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แน่นอนว่าทำให้ตอนนี้ Potong กลายเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารคิวยาวที่ต้องรอกันเต็มๆ เดือนถึงจะได้ชิม

 

หลายคนน่าจะรู้อีกเช่นกันว่าเชฟแพมเป็นคนรักเนื้อมากแค่ไหน เพราะร้านอาหารอีกสองร้านของเธอก่อน Potong คือ The Table เชฟส์เทเบิลเมนูเนื้อๆ และ Smoked ร้านเนื้อบาร์บีคิวรมควัน ซึ่งเชื่อว่าสายเนื้อหลายคนต้องไม่พลาดกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่อยากลองทั้งเนื้อและอาหารคอร์สฝีมือเชฟแพมอีกครั้ง เราขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดดินเนอร์พิเศษครั้งนี้

 

มื้อนี้จะเสิร์ฟสไตล์โอมากาเสะ เน้นเมนูเนื้อที่เป็นซิกเนเจอร์ของเชฟทั้ง 6 คอร์ส ทุกคนจะได้เริ่มชิมตั้งแต่อมูชบุชลิ้นวัว ต่อด้วยทาทาร์เนื้อโกเบ เนื้อวากิวออสเตรเลีย เนื้อซี่โครงย่าง 48 ชั่วโมง เป็นต้น

 

โอมากาเสะจะเสิร์ฟในห้องอาหาร VIU Bangkok โรงแรม St. Regis กรุงเทพฯ จัดเพียง 2 วันเท่านั้น 19-20 สิงหาคม 2565 ราคา 4,000++ บาทต่อคน (เพิ่มไวน์แพริ่งได้) สอบถามหรือสำรองที่นั่ง โทร. 0 2207 7777 หรืออีเมล [email protected]

 

The post ลิ้มรสเนื้อฝีมือเชฟแพม พิชญา ในดินเนอร์โอมากาเสะที่ St. Regis จัดเพียง 2 คืนเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอมากาเสะที่สายเนื้อห้ามพลาด! Tetsu จัดคอร์สยากินิกุโดยเชฟญี่ปุ่น เพียง 5 วันเท่านั้น ในเดือนกันยายนนี้ https://thestandard.co/tetsu-yakiniku-omakase-course/ Fri, 22 Jul 2022 11:24:23 +0000 https://thestandard.co/?p=657710 โอมากาเสะ

คนรักเนื้อไม่ควรพลาดมื้อนี้ กับ ‘โอมากาเสะยากินิกุ’ โดย […]

The post โอมากาเสะที่สายเนื้อห้ามพลาด! Tetsu จัดคอร์สยากินิกุโดยเชฟญี่ปุ่น เพียง 5 วันเท่านั้น ในเดือนกันยายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอมากาเสะ

คนรักเนื้อไม่ควรพลาดมื้อนี้ กับ ‘โอมากาเสะยากินิกุ’ โดยเชฟชื่อดังจากญี่ปุ่น ผู้จะมาเสิร์ฟเนื้อชั้นดีให้ชิมเพียง 5 วันเท่านั้น

 

สายเนื้อน่าจะเคยได้ยินชื่อเชฟ ‘เคนทาโร่ นากาฮาระ’ มาบ้าง เพราะเชฟเคยมาป๊อปอัพเสิร์ฟโอมากาเสะเนื้อให้หลายคนชิมแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งแน่นอนว่าด้วยฝีมือและชื่อเสียงของเขาผู้เป็นถึงเจ้าของร้านยากินิกุชื่อดัง Sumibiyakiniku Nakahara ในกรุงโตเกียว ซึ่งครองรางวัลบรอนซ์ 5 สมัยซ้อนใน The Tabelog Award (2018-2022) จึงทำให้การมาเยือนของเชฟในครั้งนั้นมีคนจองเต็มทุกที่นั่ง

 

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด ตอนนี้เชฟเคนทาโร่กำลังจะบินมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง พร้อมจัดคอร์สโอมากาเสะยากินิกุให้ทุกคนมาลิ้มลองกันได้แบบไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น เพราะเชฟจะยกวัตถุดิบจากบ้านเกิดมาเสิร์ฟให้ชิมกันถึงที่นี่เอง

 

โดยคอร์สโอมากาเสะ ‘The Only Time of the Year with Legendary Chef’ เน้นเสิร์ฟเนื้อวัวพรีเมียม 10 คอร์ส ที่ผ่านเทคนิคและฝีมือการปรุงโดยเชฟเคนทาโร่ให้ชิม มีเมนูไฮไลต์ เช่น ‘เนื้อเซอร์ลอยน์’ ที่แล่เป็นแผ่นบางๆ ก่อนเสิร์ฟบนไม้ไผ่ เป็นเนื้อปิ้งย่างที่กินได้ทันทีแบบไม่ต้องจิ้มซอส ‘ยุกเกะ’ เนื้อวากิวดิบคลุกกับไข่แดง เสริมรสชาติด้วยซอสหมักสูตรพิเศษ หรือ ‘แซนด์วิชเนื้อคัตสึ’ ที่นำเนื้อไปทอดแต่ยังคงชุ่มฉ่ำ ก่อนประกบด้วยขนมปังกรอบ

 

คอร์สโอมากาเสะยากินุกุ จัดวันที่ 14-18 กันยายน 2565 ณ ร้าน Tetsu เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยแบ่งเป็นวันละ 2 รอบคือ เวลา 18.00 น. และ 20.15 น. จำกัดรอบละ 50 ที่นั่ง สำหรับราคา 7,500++ บาทต่อคน

 

สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ผ่าน LINE@ tetsuyakiniku หรือโทร 06 4587 2421

The post โอมากาเสะที่สายเนื้อห้ามพลาด! Tetsu จัดคอร์สยากินิกุโดยเชฟญี่ปุ่น เพียง 5 วันเท่านั้น ในเดือนกันยายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>