โหนกระแส Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โหนกระแส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 26 Mar 2026 04:37:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 หลิงหลิง-ออม เตรียมจัดทอล์กโชว์ร่วมกับ หนุ่ม กรรชัย 25 เม.ย. นี้ ณ พารากอน ฮอลล์ https://thestandard.co/lingling-orm-kanchai-heart-talk/ Thu, 26 Mar 2026 04:36:31 +0000 https://thestandard.co/lingling-orm-kanchai-heart-talk/ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ และ ออม กรณ์นภัส สองนักแสดงสาวร่วมงานทอล์กโชว์ HEART TALK

สานต่อกระแสอย่างต่อเนื่องสำหรับ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ และ […]

The post หลิงหลิง-ออม เตรียมจัดทอล์กโชว์ร่วมกับ หนุ่ม กรรชัย 25 เม.ย. นี้ ณ พารากอน ฮอลล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลิงหลิง ศิริลักษณ์ และ ออม กรณ์นภัส สองนักแสดงสาวร่วมงานทอล์กโชว์ HEART TALK

สานต่อกระแสอย่างต่อเนื่องสำหรับ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ และ ออม กรณ์นภัส สองนักแสดงสาวดาวรุ่งแห่งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยล่าสุดจับมือกับ หนุ่ม กรรชัย ประกาศจัดงานทอล์กโชว์ HEART TALK: LINGORM x KANCHAI เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา

 

โดยทอล์กโชว์ครั้งนี้ เป็นโปรเจกต์พิเศษที่คว้าตัว หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการดังอย่าง โหนกระแส มาเป็นผู้ดำเนินการพูดคุยเพื่อซักถามทุกกระแส ตีแผ่ทุกโมเมนต์ ของ หลิงหลิง และ ออม พร้อมเปิดใจทุกประเด็นที่อาจไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน และอยากให้ทุกคนไปเห็นด้วยตาตัวเอง

 

สำหรับ HEART TALK: LINGORM x KANCHAI จะเปิดขายบัตรในวันที่ 5 เมษายนนี้ รอบผู้ที่ถือบัตรประชาชนไทย เริ่มจำหน่ายบัตรเวลา 12:00 น. – 14:00 น. ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven และ รอบทั่วไป เริ่มจำหน่ายบัตรเวลา 15:00 น. เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ Allticket และเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven โดยบัตรราคา 3,500 บาท / 3,000 บาท / 2,500 บาท / 2,000 บาท / 1,500 บาท

 

เรียกว่าเป็นการพบปะกับแฟนๆ ให้หายคิดถึงระหว่างรอชมซีรีส์เรื่องใหม่อย่าง วาดฝันวันวิวาห์ ที่กำลังอยู่ในช่วงถ่ายทำ และเชื่อว่าทอล์กโชว์ในครั้งนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของ หลิงหลิง และ ออม ที่ร่วมแชร์เรื่องราวต่างๆ ให้แฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของทั้งคู่มากขึ้น พร้อมกับความสนุกสนานของการดำเนินรายการแบบพิธีกรมืออาชีพของ หนุ่ม กรรชัย ที่จะพาเจาะลึกประเด็นที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน แล้วไปพบกันในวันที่ 25 เมษายนนี้ ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน

 

ภาพ: Swan Gallet/WWD via Getty Images

อ้างอิง: https://x.com/Ch3Thailand_33/status/2036687950927552745?s=20

The post หลิงหลิง-ออม เตรียมจัดทอล์กโชว์ร่วมกับ หนุ่ม กรรชัย 25 เม.ย. นี้ ณ พารากอน ฮอลล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ร่วมแสดงนำในโปรเจกต์ใหญ่จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม https://thestandard.co/kanchai-sukollawat-film-project/ Thu, 29 Jan 2026 05:45:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1170991 หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นักแสดงนำโปรเจกต์ภาพยนตร์แอ็กชัน-แก๊งสเตอร์จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม

ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว สำหรับภาพยนตร์แอ็กชัน-แ […]

The post หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ร่วมแสดงนำในโปรเจกต์ใหญ่จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นักแสดงนำโปรเจกต์ภาพยนตร์แอ็กชัน-แก๊งสเตอร์จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม

ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว สำหรับภาพยนตร์แอ็กชัน-แก๊งสเตอร์ โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม ผลงานจากผู้กำกับมากฝีมือ โขม ก้องเกียรติ ร่วมกับนักแสดงนำ หนุ่ม กรรชัย, เวียร์ ศุกลวัฒน์ และ ตู่ ภพธร

 

หลังจาก หนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดังพูดถึงสาเหตุการไว้ผมยาวกลางรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 โดยให้เหตุผลว่า กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ยังไม่ได้ประกาศของทาง เนรมิตรหนังฟิล์ม ทั้งยังตั้งใจจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์แฟนหนังในช่วงปลายปี ทำเอาทาง เนรมิตรหนังฟิล์ม ต้องออกมาประกาศโปรเจกต์อย่างเป็นทางการ และกลายเป็นโปรเจกต์ที่น่าจับตามองอีกเรื่องในปี 2026

 

โดยโปรเจกต์นี้เป็นผลงานของผู้กำกับ โขม ก้องเกียรติ ที่เพิ่งสร้างตำนานผู้กำกับ 100 ล้าน ไปถึง 2 เรื่องติดต่อกันในปี 2025 ที่ผ่านมา ด้วยผลงานกำกับเรื่อง เสือ 4 Tigers และ ผลงานภาพยนตร์ร่วมกับเนรมิตรหนังฟิล์มอย่าง ข้างบ้าน ซึ่งนอกจากผู้กำกับแล้ว ความน่าสนใจของโปรเจกต์นี้ยังมาพร้อมกับนักแสดงนำอย่าง หนุ่ม กรรชัย ที่ถือเป็นการกลับมาบนจอภาพยนตร์อย่างเต็มตัวในรอบ 16 ปี ร่วมกับ เวียร์ ศุกลวัฒน์, ตู่ ภพธร และนักแสดงคุณภาพอีกมากมาย

 

สำหรับโปรเจกต์นี้ จะเป็นภาพยนตร์แนวแอ็กชัน-แก๊งสเตอร์ แนวใหม่ของไทยที่น่าจับตามอง และอยากให้แฟนหนังอดใจรอรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงชื่อภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะได้รับชมกันในช่วงปลายปี 2026 นี้อีกด้วย

 

ภาพ: kanchai / Instagram

The post หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ร่วมแสดงนำในโปรเจกต์ใหญ่จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน มั่นใจกระบี่ไร้เทียมทานยกจังหวัด แต่ไม่คิดเป็นของตาย สวนโรมย้อนดูตัวเองก่อน ปัดโหนคำพูด รมต.กัมพูชา เรียกคะแนนนิยม https://thestandard.co/anutin-krabi-denies-rome-popularity/ Tue, 13 Jan 2026 13:45:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1164766 อนุทิน มั่นใจ กระบี่ไร้เทียมทานยกจังหวัด แต่ไม่คิดเป็นของตาย สวน โรมย้อนดูตัวเองก่อน ปัดโหนคำพูด รมต. กัมพูชา เรียกคะแนนนิยม

วันนี้ (13 มกราคม) เวลา 19.10 น. ที่ลานหน้าที่ว่าการอำเ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน มั่นใจกระบี่ไร้เทียมทานยกจังหวัด แต่ไม่คิดเป็นของตาย สวนโรมย้อนดูตัวเองก่อน ปัดโหนคำพูด รมต.กัมพูชา เรียกคะแนนนิยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน มั่นใจ กระบี่ไร้เทียมทานยกจังหวัด แต่ไม่คิดเป็นของตาย สวน โรมย้อนดูตัวเองก่อน ปัดโหนคำพูด รมต. กัมพูชา เรียกคะแนนนิยม

วันนี้ (13 มกราคม) เวลา 19.10 น. ที่ลานหน้าที่ว่าการอำเภอคลองท่อม อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงการประเดิมลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก ในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดกระบี่และภูเก็ตวันนี้ว่า อย่าบอกว่าเป็นการประเดิมเลย เพราะตนก็ไปทุกภาคช่วยผู้สมัครหาเสียง และได้รับความมั่นใจจากพี่น้องประชาชน ทุกที่ที่ไปได้รับการตอบรับที่ดี จากประชาชน ได้รับรอยยิ้ม ซึ่งดูจากการแสดงออกตนก็มั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งนี้

 

ส่วนการลงพื้นที่ภาคใต้ในรอบนี้ จะไม่ใช่งานหินใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า มันหินหมดที่ไหนก็หินหมด แม้กระทั่งบุรีรัมย์ก็หิน เราอย่าไปคิดว่าเป็นของตาย เพราะในทางการเมืองหากเรา ไม่สามารถทำให้ โหวตเตอร์ ของเรา เกิดความมั่นใจ โอกาสที่จะถูกชิงตำแหน่งไปก็มีสูงมาก ดังนั้นเราต้องมีความใกล้ชิด และเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องคัดเลือกผู้สมัคร ที่เข้าใจพี่น้องประชาชน ว่าทำงานสไตล์ภูมิใจไทยรักชาติรักแผ่นดินเกิด รักประชาชน

 

ส่วนที่ก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าไว้ในพื้นที่ภาคใต้ 30 ที่นั่งยังมั่นใจใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่ากลัวพร้อมหัวเราะ ก่อนจะบอกว่าเราตั้งเป้าในทุกเขต เราไม่ได้ส่งผู้สมัครไปเพื่อให้เต็มเขต ซึ่งผู้สมัครที่กว่าจะผ่านการคัดเลือกจากพรรค ก็ต้องผ่านไพรมารี่โหวตมาแล้ว เราจะไปดูถูกประชาชนไม่ได้ ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องลง หากไม่พร้อมเราก็ไม่ส่ง

 

เมื่อถามว่า สนามจังหวัดกระบี่พรรคภูมิใจไทย ถือว่าไร้เทียมทานใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า กระบี่พรรคภูมิใจไทย ได้สส.ยกจังหวัดมาเมื่อปี 2566 ซึ่งกระบี่ก็โตมาพร้อมกับพรรคภูมิใจไทย ทุกการเลือกตั้งชาวกระบี่ให้สส.กับพรรคภูมิใจไทย จนตอนนี้ได้มา 3 คนจึงถือเป็นจังหวัดที่ สำคัญกับพรรคภูมิใจไทย เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่ภูมิใจไทยได้ยกจังหวัด และนี่เป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องให้คนมาดูแลพี่น้องชาวกระบี่ คือ ศศิธร กิตติธรกุล ให้ตัวแทนของพี่น้อง ชาวกระบี่มาบริหารราชการแผ่นดิน

 

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้ไปสนทนาธรรมกับพระเทพวชิรากร หรือ พระอาจารย์ชัย รองเจ้าคณะภาค 17 และรักษาการรักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ ได้เจิมอะไร เพื่อเป็นสิริมงคลหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนจะตอบว่าไม่มี ซึ่งเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ชัย มา 10 ปีแล้ว ท่านใจดี เมตตาตนมา ตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ด้วยซ้ำ

 

ส่วนที่พระอาจารย์ชัยมีชื่อเสียงด้านเมตตามหานิยมนั้นได้ขออะไรหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า มันต้องอยู่ที่เจ้าตัวด้วยถ้าเรามีจิตใจคิดคดทุจริต จิตใจเหี้ยมโหด และไปให้อาจารย์เป่าหัว คนที่จะมาเมตตาก็ไม่มีหรอก เราต้องจริงใจและมีจิตใจที่ดี มีจิตใจมองโลกในแง่ดี และหวังว่าพี่น้องประชาชนจะให้ความเมตตา

 

เมื่อถามว่า ระหว่างลงพื้นที่มีแต่คนเมตตา เข้ามาทักทายใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้เป่ากระหม่อมอย่างเดียวแต่ได้เสกทองเข้าหน้าผากด้วย

 

เมื่อถามว่าพระอาจารย์ชัยได้อวยพรให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ท่านให้พรทุกคน ท่านเป็นพระเลือกพรรคไม่ได้ ใครมาท่านก็เจิมให้หมด เพื่อเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจ

 

ส่วนระหว่างหาเสียงที่ตลาดต้นปาล์ม มีแม่ค้าชาวมุสลิมมาให้พรเป็นนายกฯต่อ นั้น อนุทินยอมรับว่ารู้สึกดี ขนลุกเลย เพราะนี่คือความเมตตาความจริงใจของพี่น้องชาวกระบี่ เพราะความเมตตามหานิยมไม่ได้มีเฉพาะพระพุทธศาสนา มันอยู่ที่ใจความหวังดีความปรารถนาดี คือเมตตามหานิยม

 

อนุทินยังกล่าวถึงกรณีรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน พาดพิงว่าอนุทินโหนกระแสคำพูดรัฐมนตรีของกัมพูชาเพื่อเรียกคะแนนนิยม ว่า รังสิมันต์ โรม คงรู้สึกหวั่นไหว แต่หากมั่นใจว่าทำทุกอย่างเพื่อประเทศไทยและประชาชนคนไทย ก็ไม่ควรหวั่นไหว ทั้งที่เวลาอยู่ในสภาพูดเก่งพูดกาจ แต่เรื่องนี้กลับหวั่นไหว

 

อนุทินกล่าวต่อว่า ขอให้เอาแบบอย่างพรรคภูมิใจไทย ที่พูดแต่เรื่องซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่จำเป็นต้องพูดว่าคนอื่นหรือพรรคอื่น ให้เปลืองพื้นที่สมองของประชาชน ควรพูดว่าจะทำอะไรให้กับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดีควรทำ และรังสิมันต์ควรทำตามแบบอย่างนี้

 

เมื่อถามว่า รังสิมันต์ โรม ระบุว่ารู้สึกผิดหวังที่มีการนำเรื่องนี้มาใช้เรียกคะแนนนิยม อนุทินกล่าวว่า ให้ไปดูตัวเองให้ดีก่อนว่าทำอะไรอยู่ สนิทกับใครบ้างตั้งเยอะแยะ ตนไม่เคยพูดอะไรที่เป็นการดิสเครดิต วันนี้ต่างคนต่างทำงานเพื่อประชาชน เอาสิ่งที่อยากทำให้ประชาชนมาพูด โดยไม่ต้องให้ร้ายหรือกล่าวด้อยค่าคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับมารยาทด้วย

 

เมื่อถามว่า รังสิมันต์ โรม พูดในลักษณะนี้เพราะกลัวพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อนุทินตอบสั้น ๆ ว่า “ก็คงเป็นอย่างนั้น”

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน มั่นใจกระบี่ไร้เทียมทานยกจังหวัด แต่ไม่คิดเป็นของตาย สวนโรมย้อนดูตัวเองก่อน ปัดโหนคำพูด รมต.กัมพูชา เรียกคะแนนนิยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ https://thestandard.co/prime-minister-jumped-bandwagon-explaining/ Fri, 26 Dec 2025 09:07:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1158654 นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ

วันนี้ (26 ธันวาคม) เวลา 12.30 น. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยที […]

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ

วันนี้ (26 ธันวาคม) เวลา 12.30 น. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อนุทิน ชาญวีรกูล

 

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกรายการโหนกระแส ที่มี กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยนายกรัฐมนตรีตอบคำถาม กรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ตอนนี้ปัญหาในมุมนายกรัฐมนตรีไปถึงไหน อนุทินกล่าวว่า เราควบคุมสถานการณ์ตั้งไว้ เป้าหมายที่ทางกองทัพได้ตั้งไว้ก็บรรลุเป้าหมาย ครบ ตอบตรงๆ แบบนี้ และน่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้

 

 

 

เมื่อถามว่าก่อนปีใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ตนจะพยายามสุดความสามารถ อยากให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพที่ทุกคนไม่ต้องหวาดระแวง ประเทศไทยไม่สูญเสียอธิปไตยหรือดินแดน นี่คือเป้าหมายและทางกองทัพได้ร่วมมือกันมาตลอดเวลา ตั้งแต่เรามีความขัดแย้งกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

เมื่อถามว่า มีโอกาสได้คุยกับทางทหาร ว่ายุทธวิธีก็คือต้องหวดให้หนัก แล้วค่อยมาคุยกันบนโต๊ะเจรจา มุมมองของนายกรัฐมนตรีพอจะทราบเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ตนคิดว่าในภาษาทางการทหาร เขามีคำว่า Rules of Engagement ในการปะทะ คำว่า หวดให้หนัก เหมือนเป็นภาษาร้านกาแฟ แต่ประเทศเราทำตามกฎของการปะทะมาโดยตลอด เราก็โดนหนัก ที่บอกไปทำเขาหนัก เรารับรู้รับทราบ เราตอบโต้ทุกครั้งที่มีการละเมิด และถูกโจมตี และถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับพี่น้องทหารและประชาชน ตรงนี้เป็นจุดที่เราไม่สามารถจะยอมรับได้

 

เมื่อถามว่า การประชุมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ล่าสุดกัมพูชาได้ส่งตัวแทนมาแต่ยังไม่จบสักที มันมีปัญหาอะไร เหมือนเขาพยายามจะดึงเวลา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าเรามองในฐานะที่เราเป็นคู่กรณี ตราบใดที่มีการพูดคุยกันได้ เราก็ต้องถือว่าสถานการณ์น่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เพราะการพูดคุยกัน ก็คือเหมือนเดิม ไม่แย่ลงไป นอกจากจะมีการเพิ่มการโจมตีอะไรกันอีก เป็นเรื่องอนาคต แต่ในการปฏิบัติแล้ว กองทัพมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาดินแดน รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนยุทธศาสตร์ของกองทัพ และทำความเข้าใจกับประชาคมโลก นานาชาติ ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในการเจรจา

 

ส่วนรบก็ต้องว่ากันไป การเจรจาไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ตราบใดที่ยังมีช่องอยู่ เราก็ต้องเจรจากันไป ซึ่งเราก็เจรจากันมาหลายรอบแล้ว แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถยึดถือ ตนไม่อยากใช้คำว่าได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องมีหลักยึดและแนวทางที่ถูกต้องอธิบายผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ตนคิดว่าประเทศไทยอยู่ในจุดนี้ ประเทศไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลง เราเซ็นกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่ก็ไม่จบ

 

ทั้งนี้ ปริญญา 4 ข้อ 1.ถอนทหาร ถอนอาวุธ 2.ถอนทุ่นระเบิด 3.ปราบปรามสแกมเมอร์ 4.จัดการบริหารเขตแดนบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่สู้รบกันอยู่ ทั้ง 4 ข้อ ถามว่ายากหรือไหม สำหรับประเทศไทยทำได้เลย เป็นเรื่องที่เราปฏิบัติมาตลอด เราจะดูบนหลักนี้ เป็นเรื่องที่เราอธิบายชาวโลกได้ แต่ชาวโลกไม่สำคัญเท่ากับเราอธิบายประชาชนได้ ถ้ามีการล่วงละเมิดรุกล้ำอธิปไตย รุกล้ำดินแดน มีการทำร้ายประชาชน ตนไม่ยอม ชัดเจนตรงนี้และอยู่บนหลักนี้มาโดยตลอด

 

เมื่อถามว่า การพูดคุยจีบีซี ที่จังหวัดจันทบุรียังดำเนินอยู่ แต่ล่าสุด ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความว่า ยกหูคุยกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าต้องการหยุดยิง ขณะเดียวกันอีกขาก็คุยกับเรา นายกรัฐมนตรีตอบว่า เรามีช่องทางในการพูดคุยกัน และความสัมพันธ์พื้นฐานที่รู้จักกันมาก่อน

 

ทั้งนี้มีพรรคพวกที่สนิทกัน รู้จักกัน สามารถที่จะหาทางยุติปัญหาได้ ส่วนสิ่งที่ตนรู้สึกเสียดายทุกวันนี้คือไม่รู้ เข้าผิดซอยกันหรือไม่ สำหรับตน มันมีทางที่จบได้ง่ายๆ ประเทศไทยไม่เสียหายแน่นอน ซึ่งทั้ง 4 ข้อที่อยู่ในปฏิญญาต่างคนต่างทำ มันก็จบใช่ไหม แต่พอดําเนินการไปจนถึงจุดหนึ่ง มีการแจ้งมาตลอดว่าถ้าเราเก็บกู้ระเบิดเข้าไป เขาจะไม่ยอม ถึงได้เตรียมตัวไว้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไป การเก็บกู้นั้นมีความชัดเจนในปฏิญญาไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเก็บ

 

แต่ใช้ภาษาสากลว่า การเก็บกู้เพื่อมนุษยชาติ แต่ในทางปฏิบัติคือเจอที่ไหนไม่ต้องมาบอกว่าเป็นของใคร แต่ใครเจอเก็บก่อนเลย อันนี้คือสิ่งที่ไทยทำมา เพราะฉะนั้นเราก็เข้าไปเก็บ เก็บแต่ของเขาเพราะประเทศไทยเราไม่มีนโยบายวางทุ่นระเบิด พอเก็บไป มันไม่ใช่ที่วางไว้สมัยคอมมิวนิสต์ ปี 1975 แต่มันเป็นของใหม่ จนดมความสะอาดได้ แม้กระทั่งผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือเอโอที ยังออกเป็นหนังสือยืนยันว่าวัตถุระเบิดนี้เพิ่งมาวาง

 

อนุทิน กล่าวว่า ตนมีโอกาสไปที่ฐานแนวชายแดน ถามว่าอันตรายไหม ก็อันตรายแต่พอประเมินได้ ก็ไปเห็นของจริง มันก็ใหม่จริง เมื่ออันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โทรมา โดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โทรมา บอกว่าของเก่า ก็บอกเห็นรึยัง ตนจับมาแล้ว ดมมาแล้ว มันมีจุดที่ตนสามารถยืนยัน และตนเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยไม่พูดมั่วอยู่แล้ว ตนไม่ใช่เจรจาต่อรองธุรกิจ อันนี้เจรจาบนอธิปไตยของไทย บูรณภาพของแผ่นดิน ตอนนี้ของจริงมีหลักฐานจริง มีข้อเท็จจริงที่เอามาพูด เหมือนกับตอนเราชกกัน ทุกคนก็บอกแยกๆๆ อย่าไปโกรธกัน ท่านอย่าทะเลาะกัน ซึ่งคุณไม่ใช่คู่กรณี

 

เมื่อถามว่า ความแปลกคือขาหนึ่งเขาพยายามเจรจากับเรา ผ่านทางจีบีซี อีกขาหนึ่งก็ยกหูไปหาสิ่งที่เขาต้องการ นายกรัฐมนตรีตอบว่า มันจึงไม่จบ คุณคิดว่าเราเป็นคู่กรณีก็คุยกันตรงนี้ นี่คือสิ่งที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของเราเน้นมาตลอด ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเรื่องนี้ ปัญหาคือทวิภาคีกับผม

 

การประชุมจีบีซีครั้งนี้ถ้ายังไม่จบ แล้วตกลงกันไม่ได้ ประเทศไทยต้องมีกรอบ มีเงื่อนไขของเรา เพราะเราไม่ใช่คนละเมิด แต่เราถูกละเมิด เราจึงต้องมีกรอบของเราว่าต้องเริ่มจากตรงนี้ ซึ่งมีข้อเสนอว่าให้กลับไปที่เดิม แต่มันกลับไปที่เดิมไม่ได้ เพราะเราได้เข้าไปสถาปนาอธิปไตย คํานี้เพราะ ตนชอบคํานี้มาก ประเทศไทยได้ไปสถาปนาอธิปไตยบนพื้นที่ที่เรามั่นใจว่าเป็นพื้นที่ของเรา ฉะนั้นการดำเนินการใดๆก็แล้วแต่ ต้องเริ่มจากจุดนี้เป็นต้นไป ไม่ใช่ว่าสถาปนาอธิปไตยแล้วถอยกลับมา ๆ มันไม่ใช่ ไม่ได้

 

เมื่อถามว่า กรณีชายแดนไทย-กัมพูชาเบ็ดเสร็จคงไม่ยืดเยื้อไปถึงตอนเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 69 ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตนอยากให้มันจบวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ประเทศไทยเรา ตนยังยืนยันประเทศไทยเราไม่ได้เป็นตัวปัญหา เพราะฉะนั้น ขอยกตัวอย่าง ทางกองทัพเขาแถลงชัดเจนว่าเขาสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนได้แล้วตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปตามที่เขามีเจตนารมณ์ไว้ เรียกคืนอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทยแล้ว ถ้าฝั่งคู่กรณีเราต้องการยุติ เราก็ไม่ได้เสียอะไรแล้ว ก็ยุติกันยุติได้ ที่ผ่านมาที่มันจบไม่ได้เพราะเราเสียไปเราถูกยึดเอาไปเราถูกครอบครองไปอย่างนี้เป็นต้น แต่พอเรากำหนดจุดว่าตรงนี้ต้องเป็นของเรา แล้วครอบครองกลับมา ถ้าเขาจะจบตรงนี้ เราก็จบได้

 

เมื่อถามว่า ประชาชนอยากได้รั้วในแนวเขตต่างๆท่านมองเรื่องนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทางกองทัพเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เป็นกำแพงที่ยาว เป็นเรื่องของการทหารและเรื่องของกองทัพ ซึ่งกองทัพมีความชัดเจนตรงนี้อยู่แล้วรัฐบาลไม่มีปัญหาตรงนี้ หากเป็นความต้องการของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะในบางจุดเขาต้องการความสบายใจว่าเขาจะไม่ถูกคุกคาม

 

แต่กำแพงนี้ถามว่ามันดีไหมมันก็ดี แต่ในมิติของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้หมายถึงกำแพงที่เอาอิฐมาก่อเป็นทางยาวๆ แต่ขอใช้คำว่ารั้วของชาติ ซึ่งหากกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคง การสร้างรั้วของชาติ คือ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารแล้วใช้ทหารอาสาทุก 4 ปี 1 แสนคนมีเงินเดือน ฝึกอาชีพ ฝึกทักษะทางการทหารให้เขาสามารถมีทั้งความรู้ เรียนภาษาอังกฤษใช้ในการดำรงชีวิตเมื่อเขาปลดประจำการ ถ้าเราได้คนเหล่านี้เข้ามา ซึ่งมีอยู่แล้วคนที่สมัครใจ เราจะเปลี่ยนจากคำว่าทหารเกณฑ์ เป็นทหารอาสา 4 ปี

 

ส่วนรั้วอีกอันคือการทำให้ระบบสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติและและอาชญากรรมเทคโนโลยีทั้งหลายไม่มีโอกาสใช้แนวชายแดนเป็นแหล่งประกอบอาชญากรรมต่างๆ เราก็ทำอยู่ตอนนี้ ย้ำว่าเรื่องของกำแพงเห็นชัดเจนว่าจะต้องสร้างกำแพงตั้งแต่เราปิดด่านชายแดนราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้นมันสำปะหลังสูงขึ้น ข้าวสูงขึ้น เพราะไม่มีของจากต่างประเทศเข้ามา

 

“รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องที่ทหารเสนอขึ้นมาและรัฐบาลรับได้ เหล่าทัพก็ฟังข้อกังวลและฟังแนวทางของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีภาระต้องอธิบายให้นานาชาติเข้าใจและดำเนินการทางการทูต ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลและกองทัพไปได้ด้วยดี เข้าใจกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกัน ฉะนั้นการดำเนินการจึงไปในทางเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติเรื่องการปกป้องพื้นแผ่นดิน ผมจะไปบอกว่าต้องไปทำอย่างนี้อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่กองทัพดำเนินการและตัดสินใจได้เลย“อนุทิน กล่าว

 

อนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ไม่ไปออกรายการดีเบตหาเสียงว่า ตนยังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่รักษาการ และไม่มีคำว่ารัฐบาลรักษาการ มันกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าประเทศต้องมีรัฐบาลตลอดเวลา วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเยอะแยะ เดี๋ยวตนต้องกลับไปสมช. ตนเอาเรื่องอธิปไตยก่อนดีกว่าไหมตรงนี้สำคัญกับตนมากกว่าที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ความเสี่ยง ความหวาดกลัว ความหวาดระแวง การสูญเสียของพี่น้องทหารและประชาชน เอาเรื่องนี้ให้จบไปก่อน

 

อนุทิน กล่าวว่า เรื่องการหาเสียงเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ตนก็ใช้เวลากับประชาชนเกือบ 4 ชั่วโมง ในการเปิดตัวว่าผู้สมัคร สส. เปิดนโยบายของพรรคภูมิใจไทยให้รับทราบเพื่อไปพิจารณา และจากนี้ไปก็มีเวลาอีก 40 กว่าวันที่ผู้สมัครแต่ละคนไปหาเสียงในพื้นที่ โดยสไตล์การทำงานของตนทำงานเป็นทีม ถ้าตนเก่งทุกอย่าง ตนก็คงประสบความสำเร็จเร็วกว่านี้ มากกว่านี้ แต่ตนก็ใช้ทีมของตนใครมีความรู้ความสามารถด้านไหนก็เอาไป

 

เมื่อถามว่า จะไม่ไปดีเบตกับเขา อนุทินกล่าวว่า ตนพูดไม่เก่ง ตนไม่ชอบตอบโต้ พอตอบโต้ เดี๋ยวทะเลาะกัน ตนหลีกเลี่ยงการทะเลาะกัน ตนก็มีสไตล์การใช้ชีวิตของตน ซึ่งตนไม่อยากไปว่ากล่าวใคร ไม่อยากไปกล่าวหาใคร ตนไม่อยากไปแก้ตัวในสิ่งที่ถูกกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร สมมติมีการดีเบตกัน วันนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะพูดอะไรก็ต้องระวังหมดทุกฝีก้าว บางทีก็สับสวิตช์ไม่ทัน ตนก็มีความชัดเจนว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทย ไทยแลนด์พลัส คนละครึ่งพลัส การศึกษาพลัส การค้าพลัส ขายข้าวพลัส และเรื่องสแกมเมอร์ที่ต้องเอาให้อยู่ แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และความตั้งใจเจตนารมณ์แผนการทำงานที่จะทำ ถ้ามีโอกาสได้กลับมาได้เป็นผู้บริหารประเทศอีกรอบ ตนมีความชัดเจนในตรงนี้อยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่า ที่มีการพูดว่ากลัวที่จะพลาดพลั้ง ไม่เกี่ยวกันใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตนพูดไม่เก่ง พูดไปแล้วก็ไม่ได้ผลบวกอะไรขึ้นมา มีแต่ลบ เพราะต้องไปทะเลาะกับเขา ต้องไปดีเฟนด์ ต้องไปชี้แจง ไม่ได้ทันได้พูดคุยกัน ไปดีเบต 5 คน 7 คน หรือบางครั้ง 10 คน พูดกันคนละ 2 นาที ตนพูดไม่ได้ ตรงนี้อาจจะเป็นจุดอ่อนของตนให้ตนพูด 3 ชั่วโมงพูดได้ แต่ให้พูด 2 นาทีพูดไม่ได้ ถ้าไปแล้วต้องไปนั่งตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆไม่ได้พูดเรื่องตัวเอง มันเสียเวลาคนฟัง

 

ตนมีความชัดเจนในเรื่องนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ซึ่งตนก็หาทางสื่อสารกับประชาชนในรูปแบบที่สื่อสารได้ชัดเจน และไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา ตนมีเวลา 40 กว่าวัน อย่างวันที่ 27 ธ.ค. ตนก็ไปเปิดตัวผู้สมัครสส. และเดินสาย 3-4 จังหวัดไปหาประชาชนเลย ไม่ต้องผ่านการดีเบตหรืออะไรต่างๆ ตนก็มีแนวทางการทำงาน ไปรับฟังสิ่งที่ประชาชนอยากให้เกิด อยากเห็นและคาดหวังจากตนได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

เมื่อถามว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะไม่มีการโหวตให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นการต่อสู้กันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย อนุทินกล่าวว่า “ทำไมถึงไม่โหวต ที่ไม่โหวตเพราะ โกรธที่ผมยุบสภาหรือ ผมทำชั่วทำอะไร ผมทำเลวอะไรกับประเทศชาติหรือเปล่าถึงไม่มาร่วมงาน ถ้าพวกท่านบอกว่าตัวเองเป็นคนดี มีความสามารถ รักชาติรักบ้านเมืองเหมือนกัน ผมก็รักชาติรักบ้านเมืองไม่แพ้กัน ทำไมถึงทำงานร่วมกันไม่ได้ ยังทันเลือกตั้งเลย พี่น้องประชาชนยังไม่ทันตัดสินเลย แล้วมาบอกว่าไม่ทำงานร่วมกันแล้ว ถึงเวลาลุยต้องลุย ถ้าจะต้องถอยแล้วบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ก็ต้องถอย ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะร่วมกับใครไม่ได้ อย่างที่ผมพูดไม่ร่วมกับพรรคไหนที่ไปแต่มาตรา 112 ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคภูมิใจไทย

 

เมื่อถามว่า หากไม่มีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยว สามารถคุยกันได้กับทุกพรรค อนุทิน กล่าวว่า เรื่องเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ติดมาตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคว่า ตนต้องฟังการตัดสินใจของประชาชน หากประชาชนเลือกพรรคนี้มาเท่านี้ เลือกอีกพรรคหนึ่งมาเท่านี้ เราก็สามารถแปลความต้องการของประชาชนออกมาได้ว่าเป็นอย่างไร

 

เมื่อถามว่า หากผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว ต้องมีการจับขั้วกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ แต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรม จนทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ควันออกหู อนุทิน กล่าวว่า แล้วมันดีไหม พี่น้องประชาชนควรรับรู้ไหมว่า ร.อ.ธรรมนัสควันออกหู พี่น้องประชาชนได้อะไรจากการโกรธของ ร.อ.ธรรมนัส ฉะนั้นเราต้องมีกระบวนการยุติธรรม อย่างเรื่องสแกมเมอร์ วาทกรรมที่ไม่บอกคนนี้ชั่ว คนนี้เลวไปกล่าวหาก่อน โดยที่กระบวนการยุติธรรม ยังไม่มีศาลไหนที่ตัดสินเลย ถ้าอย่างนี้ใครก็ให้ทีมงานไปกล่าวหา ก็คงไม่มีใครมาทำหน้าที่รับใช้บ้านเมืองกันพอดี

 

เมื่อถามว่า ที่อภิสิทธิ์ระบุจะร่วมกับพรรคกล้าธรรม แสดงว่าเขายังไม่ได้ตัดพรรคภูมิใจไทยออกจากสมการใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า รอวันที่ประชาชนตัดสินใจ เพราะไม่ได้มีข้อกฎหมายกำหนดอะไรที่หัวหน้าพรรคต้องมาบอกว่าจะร่วมกับคนนั้นไม่ร่วมกับคนนี้ ที่ผ่านมามีคนพูดแบบนี้เยอะแยะ ไม่มีวัน ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ ตายดีกว่า แล้วเป็นอย่างไรตนไม่เคยพูดเลย มีแต่คนอื่นพูดว่าไม่ร่วมกับตน ซึ่งตนเพิ่งพูดว่าถ้าพรรคไหนที่แตะมาตรา 112 ตนไม่ร่วม ตั้งแต่เล่นการเมืองมาจำได้ว่าก็พูดแค่นี้ ถ้าร่วมกันต้องมานั่งหาเหตุผลอธิบาย ซึ่งฟังไม่ได้เรื่องสักอย่าง

 

เมื่อถามว่า หมายตาไว้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราอยู่ในการเมืองมา จะใช้คำว่าเก๋าก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะชมตัวเอง ต้องใช้คำว่า เข้าใจทำใจได้ว่า เมื่อถึงเวลาหลังเลือกตั้งแล้ว ไม่เกินเที่ยงคืนของวันเลือกตั้งก็จะเห็นรัฐบาลทันที ไม่ว่าจะรับรองหรือไม่รับรองนี่คือสิ่งที่ตนเชื่อ และที่ผ่านการเลือกตั้งมา 3-4 ครั้ง ก็เห็นอย่างนี้ตลอดไม่ต้องรอนาน หลังการเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทยได้ 51 เสียง มีโทรศัพท์มาหา 500 สาย ตนก็คิดว่าถึงเวลาคุยหรือยัง เพราะเราไม่ใช่แกนนำ แต่ตนก็ไม่เคยพูดว่า ตนจะไม่ร่วมกับใคร เพราะว่าถ้าประชาชนเลือกแล้ว ตนว่าตนมีเกราะป้องกัน ส่งเข้ามา 51 คน คนเข้ามา 71 คนเที่ยวหน้าหวังว่าจะเข้ามา 100 กว่าคน

 

เมื่อถามย้ำว่า ต้องมี 100 กว่าใช่ไหม อนุทินกล่าวว่า ก็หวัง ต้องทำให้ดีประชาชนสั่ง ประชาชนเป็นคนเลือกกำหนดเองไม่ได้ ถ้ากำหนดเองได้ก็มี 500 คนไปเลยให้หมดเรื่องหมดราว แต่มันทำไม่ได้ ตอนที่พรรคภูมิใจไทยมา 71 คน พวกตนอ่านความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ เมื่อเสียงส่วนใหญ่ว่ามาแบบนี้ตนก็ไป เพราะตนมาทำงานให้กับประเทศและประชาชน ตนก็ทำอย่างนี้มาตลอด คนการเมืองถ้าเข้าใจหลักการทำงานของตน ที่ผ่านมาตอนทำงานเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเข้าใจตน ท่านเห็นว่ามาทำงานร่วมกันแล้วดี สามัคคีคือพลัง ตรงไหนเข้าท่าสนับสนุน ตรงไหนไม่เข้าท่าก็ดุด่าว่ากล่าว ก็จบ4 ปี สวยงามระบบสาธารณสุขประเทศไทยก็เป็นอันดับ 6 ของโลก ประเทศไทยมีความเป็นปึกแผ่น ไม่มีความแตกแยก

 

“พอหลังเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมก็มีนายกรัฐมนตรีใหม่อีก 2 คนก็ทำงาน ก็สนับสนุนยืนเคียงข้างนายกรัฐมนตรีตลอดเวลา ไม่เคยคิดจะไปทาบเงา เป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็น รมว.มหาดไทย ทำงานสนับสนุนรัฐบาลเต็มที่ แต่อีกฝั่งไม่ได้คิดอย่างผม มันก็เลยมีวันนี้ ไม่อย่างนั้นวันนี้ผมก็ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และก็ช่วยกันทำงานอีก 2 ปีก็จะมีการเลือกตั้ง” อนุทินกล่าว

 

เมื่อถามว่า ตอนนั้นน้อยใจหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ผมเสียใจ ไม่ได้น้อยใจหัวยังไม่ได้ล้าน แต่เสียใจที่ทำไมแปลเจตนารมณ์ผมผิด และข้อกล่าวหาที่บอกว่า ผมทำงานไม่ดี ทำงานช้า ทำงานไม่ทันใจทำงานไม่เข้าเป้า แต่ผลโพลผมตามหลังนายกรัฐมนตรี เรื่องยาเสพติดก็มีคนมาร่วมกับผมเยอะแยะไปหมด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ถ้าเขาไม่ไล่เราออกมา เราก็คงไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอบคุณที่เขาไล่ออกมา ส่วนตัวผมไม่มีโกรธ”

 

เมื่อถามว่า สรุปว่าออกเองหรือเขาไล่ออกมา อนุทิน กล่าวว่า ได้รับข้อเสนอที่รับไม่ได้ เหมือนได้รับเงิน 3 แสนบาท แต่บอกให้ไปรับ 1.8 แสนบาท แล้วจะเปลี่ยนไหม ฉันใดก็ฉันเพล (ฉันใดก็ฉันนั้น)

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการต่อว่าทีมงานออกอากาศ https://thestandard.co/num-kornchai-response-team-criticism/ Sun, 10 Aug 2025 06:38:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1105859 หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแส ชี้แจงดราม่าทีมงาน

วันนี้ (10 สิงหาคม) หลังจากเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ […]

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการต่อว่าทีมงานออกอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแส ชี้แจงดราม่าทีมงาน

วันนี้ (10 สิงหาคม) หลังจากเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องพิธีกรดังมักจะว่ากล่าวและติทีมงานในเวลารายการกำลังออกอากาศ ล่าสุด หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ซึ่งมีบทบาทในฐานะผู้ดำเนินรายการฮาร์ดทอล์กชื่อดัง โหนกระแส ก็ไม่ปล่อยให้รอนาน โดยได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงแง่มุมเบื้องหลังการทำงานระหว่างตนและทีมงานเบื้องหลัง โดยระบุข้อความดังนี้

 

“เห็นกำลังมีดราม่าเรื่องบ่นทีมงานออกอากาศ ก็คิดในใจ ตอนนี้ก็มีอยู่สองคนไม่กูก็พุทธล่ะวะ เลยย้อนกลับดูตัวเองว่ากูบ่นเยอะไปไหม แต่ได้คำตอบว่าไม่นะ ดูถูกความเป็นมนุษย์ ของทีมงานออกรายการไหม กูก็ว่าไม่นะ เลยไปคอมเมนต์เอาไว้ว่า

 

“การทำงานที่ดี คือความพร้อม ประชุมแล้ว เลือกภาพแล้ว รู้แล้วว่าจะมีอะไรที่ต้องทำบ้าง แต่สุดท้ายผิดหมด เวลาหมอผ่าตัดทุกคนต้องรู้หน้าที่ตัวเอง หมอขอมีด ดันส่งที่ดูดเสมหะให้ หรือเชฟตั้งกระทะผัดข้าวผัด ขอซอสจากลูกมือ เสือกส่งน้ำส้มสายชูให้ทั้งๆ ที่รู้ว่าผัดข้าว ทำไงดีครับ ที่สำคัญ เป็นทุกวันทั้งๆ ที่ประชุมไปแล้ว ที่สำคัญผมว่าเรื่องแบบนี้มันบ้านใครบ้านมันครับ

 

“เอาตรงๆ นะ โคตรอยากให้คนพูดเรื่องนี้ไปนั่งแทนกูมาก จะได้รู้ว่า เวลาทีมงานปล่อยภาพผิด คนโดนฟ้อง คือเจ้าของรายการ…เวลาทีมงานไม่ปล่อยภาพงานของลูกค้า คนโดนด่า คนโดนปรับ ก็คือเจ้าของรายการ…ปล่อยภาพหน้าเด็กออกมาแบบไม่เหมาะสม คนโดนด่าก็เป็นเจ้าของรายการ พิธีกร ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล มีการพูดคุยและประชุมกันไปแล้ว ทีมงานไม่โดนหรอกครับ พิธีกรกับเจ้าของรายการนี้นี่แหละครับที่โดน“และที่สำคัญ พิธีกรรันรายการสดอยู่ ไม่มีโอกาสเดินออกไปเพื่อที่จะไปพูด ก็ต้องพูดผ่านตอนออกอากาศนั่นแหละครับ” ในส่วนของทีมงานของผม ทุกคนเข้าใจผมหมดและเข้าใจดีว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันคืออะไร ไม่มีใครโกรธผม เพราะผมมั่นใจว่าเราอยู่กันแบบครอบครัว พวกเค้ารู้ว่าผมเป็นคนยังไง

 

“แล้วที่บอกว่าถ้าอย่างนั้นแก้ปัญหาโดยการ ไล่ทีมงานออกไปสิ ผมว่าผมไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ ทีมงานผมเค้าคงอยากให้ผมบ่นมากกว่าไปไล่เค้าออก ที่สำคัญที่สุด อย่างที่บอกแหละครับ บ้านใครบ้านมัน เข้าใจความหมายนะครับ”

 

ภาพ: หนุ่ม กรรชัย / Facebook

อ้างอิง:

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการต่อว่าทีมงานออกอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจ็คสัน หวัง ฝากข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทยผ่านรายการโหนกระแส “ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับชีวิตและความฝันของตัวเอง https://thestandard.co/jackson-wang-hone-krasae-quote/ Tue, 22 Apr 2025 07:15:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1066882

เข้าร่วมรายการ โหนกระแส ของช่อง 3 เป็นครั้งแรกหลังเดินท […]

The post แจ็คสัน หวัง ฝากข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทยผ่านรายการโหนกระแส “ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับชีวิตและความฝันของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เข้าร่วมรายการ โหนกระแส ของช่อง 3 เป็นครั้งแรกหลังเดินทางกลับมาหาเหล่าอากาเซและแฟนๆ ชาวไทยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาสำหรับ ‘พี่แจ็ค’ หรือ แจ็คสัน หวัง (Jackson Wang) ศิลปินชื่อดังและหนึ่งในสมาชิกของ GOT7 ที่ได้มาร่วมพูดคุยถึงผลงานของเขาและคอนเสิร์ตใหญ่ของ GOT7 อย่าง GOT7 CONCERT <NESTFEST> in BANGKOK ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-3 พฤษภาคมนี้ ณ ราชมังคลากีฬาสถาน โดยแจ็คสันยังได้เล่าว่าเขาอยากจะเข้าร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย และหวังว่าจะได้เข้าร่วมในปีถัดไป พร้อมบอกว่าจะขอตัวไปฟิตหุ่นสำหรับงานนี้ก่อน 

 

ก่อนแจ็คสันจะกล่าวขอบคุณถึงความรักที่แฟนๆ คอยมอบให้เขาอยู่เสมอ โดยหวังว่าเขาจะสามารถเป็นบุคคลที่ทำให้แฟนๆ ยิ้มได้ในวันที่รู้สึกแย่เช่นกัน ซึ่งนั่นคือความปรารถนาของเขาในฐานะศิลปินที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข

 

“When you’re in your downside. That’s why people like me is here to entertain you.”

 

“ในฐานะศิลปิน ผมอยากทำให้แฟนๆ ยิ้มได้ ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับชีวิตและความฝันของตัวเองมากที่สุด เวลาที่คุณรู้สึกแย่หรือตกต่ำให้หันมาที่ผม นั่นคือหน้าที่ในการเป็นศิลปินของผมที่จะทำให้คุณยิ้มได้ ผมเองก็จะมีความสุข”

 

 

อ้างอิง:

The post แจ็คสัน หวัง ฝากข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทยผ่านรายการโหนกระแส “ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับชีวิตและความฝันของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงการเลือกประเด็นออก ‘โหนกระแส’ ที่ผ่านมาพยายามหาความรู้ทุกด้าน แต่ตนเองไม่ใช่ซูเปอร์แมน https://thestandard.co/noom-kanchai-hone-krasae-topics/ Sat, 19 Apr 2025 07:38:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1066015

วันนี้ (19 เมษายน) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย โพสต์ข้อความ […]

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงการเลือกประเด็นออก ‘โหนกระแส’ ที่ผ่านมาพยายามหาความรู้ทุกด้าน แต่ตนเองไม่ใช่ซูเปอร์แมน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 เมษายน) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย โพสต์ข้อความเปิดใจพร้อมอธิบายเหตุผลถึงบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรรายการ โหนกระแส รายการฮาร์ดทอล์กชื่อดังระดับมหาชนที่ออกอากาศทางช่อง 3 โดยได้แจกแจงถึงการเลือกประเด็นที่กำลังเป็นกระแสทางสังคมขึ้นมาพูดคุยในรายการ ซึ่งไม่สามารถทำได้ทุกความคาดหวังของคนในสังคม อีกส่วนคือการทำการบ้านที่ตลอดหลายปีของการทำหน้าที่ดำเนินรายการ ตนเองต้องศึกษาหาความรู้ในหลากหลายด้าน ซึ่งก็ไม่อาจจะทำได้ในทุกประเด็น โดยตนเองเคยพูดบ่อยๆ ว่า ‘ไม่ใช่ซูเปอร์แมน’ ก่อนทิ้งท้ายว่า “ในขณะที่บางคนถามว่า โหนกระแส ให้อะไรกับสังคม แต่ผมกลับภูมิใจว่ามีท่านผู้พิพากษาบางท่านบอกกับผมว่า ขอบคุณนะที่ทำให้คนไทยได้รู้ข้อกฎหมายมากขึ้น ถึงจะนำเสนอแบบกุศโลบายก็ตาม”

 

สำหรับบทบาทของการทำหน้าที่ของ หนุ่ม กรรชัย ในฐานะสื่อมวลชนนั้นได้รับเสียงชื่นชมและความนิยมมาตลอดหลายปี ขณะเดียวกันดูเหมือนว่าเมื่อยิ่งโด่งดังก็ยิ่งได้รับการคาดหวังจากสังคมในการคัดเลือก ‘ประเด็น’ และดูเหมือนว่าแสงสะท้อนดังกล่าวจะส่งผลต่อ ‘ครูกะปิ’ หรือ ‘พี่หน่วง’ ของแฟนรายการ จนต้องออกมาชี้แจงยาวๆ ส่วนข้อความเป็นทั้งหมดในโพสต์ดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

 

 

ผมก็อยากจะทำในทุกๆ เรื่องที่ทุกคนร้องขอมานะครับ แต่ในโลกความเป็นจริง มันไม่สามารถจะทำอะไรแบบนั้นได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ในหนึ่งสัปดาห์ซึ่งมีเรื่องราวมากมาย  และผมไม่สามารถหยิบจับมาได้ทุกเรื่อง  สุดท้ายผมก็จะถูกตำหนิ ต่อว่า ด่าทอ ว่าทำไมไม่ทำเรื่องนั้น ไม่ทำเรื่องนี้ พอผมเห็น ผมฟังแล้ว โอ้โห ผมโคตรลำบากใจเลย

 

อยากทำให้ทุกคนสมหวังนะครับ แต่ผมเองก็พูดอยู่บ่อยๆ ว่าผมไม่ใช่ซูเปอร์แมน แค่ทุกวันนี้ จากสิ่งที่ไม่เคยรู้ ผมก็ต้องเรียนรู้ ผมต้องหาความรู้เรื่องกฎหมาย ผมต้องหาความรู้ทางด้านการแพทย์ ผมต้องหาความรู้ทางด้านสิทธิเด็ก ผมต้องหาความรู้ทางด้านสังคมของทุกสังคม และอีกหลายอย่างมากๆ ปัจจัยในการทำงานของโหนกระแส มันยากมากๆ เลยนะครับ มันไม่ใช่จะทำเรื่องนี้ แล้วมันทำได้เลยอย่างที่บางคนต้องการ 

 

บางวันผมต้องเห็นคำพูดแย่ๆ ของบางคน เช่น โหนกระแสไม่ทำหรอกเรื่องผู้มีอิทธิพล เรื่องตำรวจ เรื่องคนใหญ่คนโต ทำแต่เรื่องผัวเมีย อันนี้บอกเลยว่า ความคิดแบบนี้มันอคติเกินไปครับ ลองเปิดใจแล้วไปดูให้ชัดๆ ก่อนว่า ผมทำเรื่องราวของผู้มีอิทธิพล  หรือตำรวจแย่ๆ ทหารแย่ๆ เยอะมากนะ ผมเสี่ยงมือ เสี่ยงตีน จนบางครั้งหาคำว่าความปลอดภัยแทบไม่เจอ แต่กลับมาบอกว่าผมทำแต่เรื่องผัวเมีย

 

บางวันตื่นมาเจอคนในวงการสื่อบอกว่า วิเคราะห์ข่าวแทบตายคนดูไม่กี่หมื่น โหนกระแสทำเรื่องผัวเมียคนดูสองล้าน เยี่ยม! ผมไม่รู้หรอกว่าเขาชื่นชมหรือแดกดัน แต่บางทีก็งงๆ ว่าผมตัดกางเกงยีนส์ขาย แต่คุณตัดกางเกงสแล็กขาย แต่ผู้บริโภคดันซื้อกางเกงยีนส์มากกว่า มันเป็นความผิดของผมเหรอครับ มันเป็นความผิดของคนที่ซื้อกางเกงยีนส์เหรอครับ ซึ่งถ้าคุณคิดจะแดกดันทำไมคุณถึงไม่เอาเวลาอัดคลิปแดกดันไปทำ กางเกงสแล็กของคุณให้มันแปลกใหม่ เพื่อจะได้มีคนไปจับ ไปจอง ไปซื้อกันเยอะๆ แทนที่จะออกมาพูดว่า กูอุตส่าห์ตัดกางเกงสแล็กขาย แต่พวกมึงดันไปซื้อกางเกงยีนส์ เยี่ยม!  มุมผมว่ามันไม่แฟร์เลยครับ

 

****ฝากอีกนิดนะครับว่า เรื่องราวบางเรื่องที่ผมไม่ได้ทำ ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่บางครั้งผมไม่ถนัดและผมไม่มีความรู้ทางด้านนั้นเพียงพอ ซึ่งการนำเสนอของหลายๆ ช่อง หลายๆ รายการดีกว่าผมเยอะมาก ผมจึงเกรงว่าถ้าผมทำจะกลายเป็นไปชักใบให้เรือเสียเปล่าๆ และประการสำคัญอีกอย่างคือ บางเรื่องแขกรับเชิญเขาไม่พร้อมมาครับ ถึงอยากทำยังไงก็คงทำไม่ได้ครับ****

 

****อีกนิดนะครับ และในขณะที่บางคน ถามว่าโหนกระแสให้อะไรกับสังคม แต่ผมกลับภูมิใจว่า มีท่านผู้พิพากษาบางท่าน บอกกับผมว่า ขอบคุณนะที่ทำให้คนไทยได้รู้ข้อกฎหมายมากขึ้น ถึงจะนำเสนอแบบกุศโลบายก็ตาม 

 

อ้างอิง:

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงการเลือกประเด็นออก ‘โหนกระแส’ ที่ผ่านมาพยายามหาความรู้ทุกด้าน แต่ตนเองไม่ใช่ซูเปอร์แมน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ต่อสายสัมภาษณ์แขกรับเชิญสดข้ามรายการ https://thestandard.co/tv-show-collaboration-hon-krasae-khon-dang/ Fri, 18 Apr 2025 12:45:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1065794 โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ระดับปรากฏการณ์ของวงการโทรทัศน์ไทยเม […]

The post โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ต่อสายสัมภาษณ์แขกรับเชิญสดข้ามรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ระดับปรากฏการณ์ของวงการโทรทัศน์ไทยเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (18 เมษายน) เกิดการคอลแลบพูดคุยและสัมภาษณ์รายการข้ามช่องกันแบบสดๆ ระหว่างสองรายการฮาร์ดทอล์กชื่อดังอย่าง โหนกระแส ของช่อง 3 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ของช่อง 8 ดำเนินรายการโดย เมย์-ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ หลังเกิดประเด็นร้อนกรณี ‘พีช’ ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังขับรถยนต์เบียดชนกระบะซึ่งขับโดยสองลุง-ป้าเสียหลักลงไหล่ทางจนบาดเจ็บสาหัส ที่สังคมกำลังจับตามอง

 

ภาพ: โหนกระแส ของช่อง 3 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย

 

ภาพ: คนดังนั่งเคลียร์ ของช่อง 8 ดำเนินรายการโดย เมย์-ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ 

 

ที่มาของปรากฏการณ์เกิดจากสองรายการต่างได้ตัวคู่กรณีสองฝั่งมาออกรายการ ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็เล่าเปิดใจถึงเหตุการณ์จากฝั่งของตนเอง โดยรายการ โหนกระแส ได้ฝั่งลูกสาวของลุง-ป้าขับรถกระบะ ด้านฝั่งรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ได้คู่กรณีคนสำคัญคือ ‘พีช’ ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุ กระทั่งต่อมาได้กลายเป็นประเด็นทางสังคม  

 

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์คอลแลบข้ามรายการ เมื่อฝ่ายลูกสาวของลุง-ป้ารถกระบะ เปิดใจว่าอยากจะคุยกับคู่กรณี ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นนามสกุลดัง หลังจากพยายามมาหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ 

 

ภาพ: kanchai / Instagram, maychanitn / Instagram

 

กระทั่งเมื่อถึงช่วงท้ายของรายการ โหนกระแส หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย จึงตัดสินใจติดต่อไปที่รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ที่กำลังดำเนินรายการสดในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อขอคอลแลบรายการเข้าสายให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยกันและเคลียร์ใจในหลายๆ ประเด็นที่สองฝั่งยังพูดไม่ตรงกัน โดยในระหว่างต่อสายติดต่อสด หนุ่มกรรชัยเสนอไอเดียส่วนหนึ่งว่า “เอาไหม มันก็คอลแลบกันอย่างนี้ได้ ก็ลองดู มันไม่มีใครเขาทำนะ ก็มีแต่บ้อๆ บอๆ อย่างนี้ที่เขาทำ ก็ลองทำกันดู จะได้คุยกันตรงนี้ไปเลย พี่ว่ามันเป็นประโยชน์ เป็นโอกาส” ก่อนที่ไอเดียนี้จะถูกทำให้เกิดขึ้นจริง  

 

ถือเป็นเวลาประมาณ 25 นาทีของการสัมภาษณ์และพูดคุยสดระหว่างสองรายการที่สร้างมิติใหม่ให้กับคนไทยและแฟนของสองรายการได้อย่างน่าปรบมือชื่นชม 

 

ภาพ: kanchai / Instagram, maychanitn / Instagram

อ้างอิง: 

The post โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ต่อสายสัมภาษณ์แขกรับเชิญสดข้ามรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“จนก็ทุกข์ รวยก็ทุกข์ ทุกข์อยู่รอบตัวเราเสมอ” หนุ่ม กรรชัย ฝากข้อคิดจากกรณี #ดิวอริสรา https://thestandard.co/kanchai-quote-dew-arisara-debt-case/ Thu, 20 Mar 2025 09:06:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1054325 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ฝากข้อคิดเรื่องทุกข์ในชีวิตจากกรณีดิวอริสรายืมเงิน พร้อมให้กำลังใจให้กลับมาทำงาน

สืบเนื่องจากเรื่องราวของนักแสดงสาว ดิว-อริสรา ทองบริสุท […]

The post “จนก็ทุกข์ รวยก็ทุกข์ ทุกข์อยู่รอบตัวเราเสมอ” หนุ่ม กรรชัย ฝากข้อคิดจากกรณี #ดิวอริสรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ฝากข้อคิดเรื่องทุกข์ในชีวิตจากกรณีดิวอริสรายืมเงิน พร้อมให้กำลังใจให้กลับมาทำงาน

สืบเนื่องจากเรื่องราวของนักแสดงสาว ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ ที่หยิบยืมเงิน ซุง-ศตาวิน นาคทองเพชร อินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง และ เมย์-วาสนา อินทะแสง นักธุรกิจใหญ่ และยังไม่ได้ชดใช้ ซึ่งยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ (20 มีนาคม) ช่วงหนึ่งในรายการ โหนกระแส ของช่อง 3 หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ ก็ได้ฝากข้อคิดจากกรณีของดิวไว้ให้แก่แฟนรายการ พร้อมหวังว่าดิวจะสามารมารถกลับมาทำงานในวงการบันเทิงได้อีกครั้ง เพื่อชดใช้หนี้ของเธอให้หมดสิ้น

 

“สิ่งที่คุณดิวกำลังเป็นอยู่ตอนนี้มันคือวิบากกรรมในสิ่งที่เธอต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่ผมอยากจะขอในมุมหนึ่งว่า อย่าไปด่าทอถึงลูกเขาเลย

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันทำให้เห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งคือ คุณจะจนคุณก็มีทุกข์ คุณจะรวยคุณก็มีทุกข์ เพราะทุกข์มันอยู่รอบตัวเราเสมอ สุดท้ายคุณดิวควรมีโอกาสและที่ยืนในสังคมในการกลับมาทำงาน เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้เจ้าหนี้ของเธอ”

 

ภาพ: kanchai / Instagram

อ้างอิง:

The post “จนก็ทุกข์ รวยก็ทุกข์ ทุกข์อยู่รอบตัวเราเสมอ” หนุ่ม กรรชัย ฝากข้อคิดจากกรณี #ดิวอริสรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย เปิดใจสัมภาษณ์ ‘ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำรายการโหนกระแส ก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว” https://thestandard.co/num-kanchai-hosting-challenges/ Tue, 04 Feb 2025 13:02:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1038092 หนุ่ม กรรชัย

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่ […]

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจสัมภาษณ์ ‘ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำรายการโหนกระแส ก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว” appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกับสองคนบันเทิงอย่าง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ที่ได้แจ้งความเอาผิด หนุ่ม กรรชัย ในข้อหาหมิ่นประมาท จากประเด็นคลิปเสียงของคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด

 

หนุ่ม กรรชัย ตอบกลับ ฟิล์ม รัฐภูมิ ถึงการถูกแจ้งความเอาผิดครั้งนี้ว่า เขาพร้อมที่จะแจ้งความกลับหากผลพิสูจน์ออกมาว่าเขาไม่ได้หมิ่นประมาท

 

“เรื่องคุณฟิล์ม ผมอยากให้คุณกลับไปคิดทบทวนให้ดีๆ วันนั้นผมดำเนินรายการในเรื่องราวของดิไอคอนกรุ๊ป ผมถามว่าถ้าคลิปนี้ตกอยู่ในมือของคู่กรณีของผมหรือใครที่ต้องการทำร้ายผม แล้วเขาบอกว่าผมกับนักร้องดังคนนี้ร่วมมือกันและไปเรียกเงินเขา ผมเสียหายนะ แล้วลูกผมจะมองหน้าเพื่อน มองหน้าคนอื่นๆ ได้อย่างไร ถ้ามันกลายเป็นพ่อเขาไปเรียกรับเงินชาวบ้าน ผมจึงจำเป็นที่จะต้องเปิดคลิปนั้นขึ้นมา และไม่ได้เอ่ยชื่อด้วยว่าเป็นใคร” ขณะเดียวกัน ช่วงหนึ่งของรายการ พิธีกรขวัญใจคนไทยที่เรียกขานด้วยความรักว่า ‘พี่หน่วง’ ยังพูดเปิดใจถึงการทำหน้าที่พิธีกรรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 ว่า 

 

“ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาทำรายการ โหนกระแส ผมรู้เลยว่าผมก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” 

 

อ้างอิง: 

 

 

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจสัมภาษณ์ ‘ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำรายการโหนกระแส ก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท https://thestandard.co/boss-paul-lawyer-files-case-against-kritanong-film/ Tue, 19 Nov 2024 07:37:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1010387

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอ […]

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล กล่าวว่า วันนี้ทีมทนายนำหนังสือมอบอำนาจเข้าไปให้บอสพอลลงชื่อมอบอำนาจในการดำเนินคดีกับ พัช-กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ และ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หลังปรากฏคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท

 

วิฑูรย์กล่าวว่า บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าความผิดยังไม่สำเร็จแต่มีความพยายามในการกรรโชกทรัพย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องหารือกับพนักงานสอบสวนว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์หรือพยายามฉ้อโกง

 

ส่วนตัวมองว่าทั้งกฤษอนงค์และรัฐภูมิน่าจะเข้าข่ายข้อหาพยายามฉ้อโกงมากกว่ากรรโชกทรัพย์ เพราะคลิปเสียงมีเนื้อหาที่พยายามข่มขู่ให้จ่ายเงิน ซึ่งพฤติกรรมในคลิปมีการพยายามช่วยและจะให้โอนเงินเพื่อไปออกรายการโหนกระแส

 

วันนี้จะคุยรายละเอียดกับบอสพอลและเหล่าบอสชาย 11 คนให้เรียบร้อย รวมถึงพูดคุยเรื่องวันพรุ่งนี้ (20 พฤศจิกายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติมหลังจากที่มีกำหนดการสอบสวน ส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็นพฤติการณ์ของคดีโดยละเอียด

 

วิฑูรย์กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้เดินทางไปยื่นประกันตัว บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ โดยแนบพยานหลักฐาน เอกสารใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการป่วยโรคมะเร็งระยะที่ 3 แต่ศาลยกคำร้องเหมือนกับเคสของ 3 บอสดารา เพราะกลัวจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก

 

หลังจากนี้จะไม่ยื่นประกันตัวแล้ว เพราะขนาดบอสวินเป็นโรคมะเร็งยังไม่ได้รับการพิจารณา ดังนั้นจึงจะไปหารือกับทีมทนายเพื่อขอยื่นประกันตัวในช่วงเวลาการฝากขังผัดที่ 6 หรือ 7 ส่วนเหล่าบอสทั้ง 18 คน หลังจากทราบว่าบอสวินไม่ได้รับการประกันตัวก็ไม่มีท่าทีขวัญเสีย เพราะแต่ละคนเริ่มปรับตัวได้แล้ว แต่แค่อยากให้เพื่อนที่ป่วยหนักออกไปก่อน พร้อมกับยืนยันว่า ในที่สุดหากไม่ได้รับการประกันตัว บอสวินก็จะใช้แนวทางต่อสู้ตาม พ.ร.บ.ใหม่ของการคุมขังนักโทษ ด้วยการย้ายไปคุมขังที่โรงพยาบาลด้านนอก

 

กรณีที่กฤษอนงค์ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ วิฑูรย์กล่าวว่า ทั้ง 18 บอสทราบข่าวแล้วไม่มีท่าทีอะไร เชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการแยกตัวไปอยู่คนละแดนกับบอสต่างๆ แต่เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อาบน้ำ กินข้าว ก็อาจจะต้องเจอกัน แต่เหล่าบอสไม่ได้อยากเจอ

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟิล์ม รัฐภูมิ ยื่น กกต. ลาออกสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลังมีคลิปเสียงเรียกรับทรัพย์บอสดิไอคอนกรุ๊ป https://thestandard.co/film-rattapoom-party-resignation/ Mon, 18 Nov 2024 05:38:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1009923 ฟิล์ม รัฐภูมิ

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐว่ […]

The post ฟิล์ม รัฐภูมิ ยื่น กกต. ลาออกสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลังมีคลิปเสียงเรียกรับทรัพย์บอสดิไอคอนกรุ๊ป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟิล์ม รัฐภูมิ

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐว่า รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตรองโฆษก และอดีตผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐ ผู้ที่รายงานข่าวแจ้งว่ากำลังจะถูกพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกหรือออกหมายจับ กรณีเรียกรับทรัพย์บอสดิไอคอนกรุ๊ป แลกกับการออกรายการ โหนกระแส ของหนุ่ม กรรชัย 

 

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าตัวเดินทางไปยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐต่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยรัฐภูมิถือเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐคนที่ 2 ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดิไอคอนกรุ๊ปและต้องลาออกจากพรรค

The post ฟิล์ม รัฐภูมิ ยื่น กกต. ลาออกสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลังมีคลิปเสียงเรียกรับทรัพย์บอสดิไอคอนกรุ๊ป appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส https://thestandard.co/noom-kanchai-kritanong-rattapoom/ Thu, 14 Nov 2024 14:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1008793

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หนุ […]

The post หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโทรทัศน์ โหนกระแส เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

 

กรณีที่มีคลิปบันทึกเสียงเจรจาระหว่าง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวต้านโกง มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจาก ปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เป็นเงินจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการพาออกรายการโทรทัศน์

 

กรรชัยเปิดเผยว่า หลังจากมอบหมายให้ทนายความเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนี้เข้ามาพบตำรวจเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยข้อมูลที่ให้กับตำรวจไปนั้นเกี่ยวข้องกับบทสนทนาในคลิปเสียงที่รัฐภูมิอ้างกับปัญจรัศม์ว่าได้ติดต่อและพูดคุยกับตัวเอง เพื่อให้พา พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปไปออกรายการโทรทัศน์ รวมถึงสามารถเขียนบทพูดในรายการเพื่อเปลี่ยนผิดให้กลายเป็นถูกได้ มีค่าดำเนินการ 20 ล้านบาท ซึ่งคำกล่าวอ้างทั้งหมดถือเป็นการกระทำที่หมิ่นประมาท และทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง

 

กรรชัยกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ตัวเองโทรศัพท์ไปหารัฐภูมิถึง 3 ครั้ง เพราะต้องการให้โอกาสพูดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปเสียงดังกล่าว แต่เมื่อรัฐภูมิยืนยันว่าคลิปเสียงถูกตัดต่อ ตัวเองจึงตัดสินใจนำหลักฐานซึ่งเป็นคลิปเสียงฉบับเต็มมามอบให้กับตำรวจ และแจ้งความดำเนินคดีกับรัฐภูมิและกฤษอนงค์ในข้อหาหมิ่นประมาท

 

พร้อมมอบหมายให้ทนายความไปพิจารณาเพื่อแจ้งความเพิ่มเติม ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับรัฐภูมินั้นไม่เคยสนิทสนมกัน และตอนนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกันแล้ว

The post หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย เปิดใจต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนในกรณีดิไอคอนกรุ๊ป “ผมก็พร้อมจะกินหมาเน่านะ ถ้ากินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น” https://thestandard.co/kunchai-media-role-d-icon-case/ Mon, 14 Oct 2024 07:19:33 +0000 https://thestandard.co/?p=995699 กรรชัย กำเนิดพลอย

วันนี้ (14 ตุลาคม) หนุ่ม- กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้รา […]

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนในกรณีดิไอคอนกรุ๊ป “ผมก็พร้อมจะกินหมาเน่านะ ถ้ากินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น” appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรรชัย กำเนิดพลอย

วันนี้ (14 ตุลาคม) หนุ่ม- กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้รายงานข่าวผ่านรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ซึ่งออกอากาศทางช่อง 3 พูดเปิดใจในช่วงหนึ่งของรายการต่อการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนของตัวเอง ทั้งจากรายการ โหนกระแส และ เที่ยงวันทันเหตุการณ์​ ต่อกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนทางสังคมอยู่ในเวลานี้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวมีคนมีคนชื่อเสียงในวงการบันเทิงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องดังที่ปรากฏออกมาในพื้นที่ข่าวจำนวนหลายคน

 

หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะพิธีกรข่าว พูดเปิดใจว่า “ถ้าจะมองว่าผมเองไปรุมทึ้งหมาเน่า คือตัวดิไอคอน (บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด) คือตัวพอล (วรัตน์พล วรัทย์วรกุล) หรืออย่างไรก็แล้วแต่ ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเกิดว่าในสังคมมันมีหมาเน่า แล้วหมาเน่าตัวนี้มันส่งกลิ่นเหม็นให้กับสังคม หมาเน่าตัวนี้มันทำความเดือดร้อนมากเลย ตอนนี้มันอยู่กันไม่ได้แล้ว มันมีคนตายแล้ว ผมก็พร้อมที่จะกินนะ ถ้าผมกินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น มันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอครับ ผมไม่ได้ไปกินหมาเน่าแล้วทำให้สังคมมันแย่ลงนะ

 

“แล้วผมก็เชื่อว่าสื่อทุกๆ สื่อ ผมยืนยันอย่างนี้นะฮะ ทุกคนพร้อมจะกินหมาเน่าตัวนี้ เพราะอะไรครับ เพราะมันทำให้สังคมดีขึ้น เขาก็พร้อมที่จะทำ ผมพูดแทนแล้วกัน ผมเชื่อว่าทุกคนคิดเหมือนผม

 

“เพราะฉะนั้นผมไม่ได้มองว่าเป็นการมานั่งทงนั่งทึ้งหมาเน่าหรอก มันคือสิ่งที่เราควรกระทำหรือเปล่า เพราะมีผู้เสียหายฆ่าตัวตาย มาร้องเราบ้าง มีผู้เสียหายที่พิการมาร้องเราบ้าง เราจะนิ่งดูดายก็คงไม่ใช่ ถ้าจะบอกว่าผมไปทึ้งหมาเน่า แล้วยังไง มันไม่ดีเหรอ เรากำลังกินหมาเน่าแล้วมันอยู่ในท้องผมก็ช่างมัน ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมก็ขี้ออกมาแล้ว”

 

อ้างอิง:

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนในกรณีดิไอคอนกรุ๊ป “ผมก็พร้อมจะกินหมาเน่านะ ถ้ากินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น” appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย กับ 7 ลิสต์รางวัลสายพิธีกรและสื่อมวลชน https://thestandard.co/noom-kanchai-7-awards-info/ Tue, 04 Jun 2024 08:11:29 +0000 https://thestandard.co/?p=941051

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องระหว่างพิธี […]

The post หนุ่ม กรรชัย กับ 7 ลิสต์รางวัลสายพิธีกรและสื่อมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องระหว่างพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และกลุ่มลัทธิเชื่อมจิต ซึ่งมีการแจ้งความกันทั้งสองฝ่าย โดยทางหนุ่ม กรรชัย ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มลัทธิเชื่อมจิต ซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก และธรรมราช สาระปัญญา ทนายความส่วนตัว ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ก่อนที่ล่าสุดเมื่อวานนี้ (3 มิถุนายน) จะเกิดเหตุการณ์ที่ สน.ทองหล่อ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนบนโลกออนไลน์อยู่ในเวลานี้

 

จากประเด็นดังกล่าว THE STANDARD POP ถือโอกาสนี้พาทุกคนไปย้อนชมรางวัลที่การันตีความสามารถในฐานะสื่อมวลชนและพิธีกร หรือ ‘ครูกะปิ’ ของแฟนๆ รายการโหนกระแสอย่าง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ไปพร้อมกัน

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post หนุ่ม กรรชัย กับ 7 ลิสต์รางวัลสายพิธีกรและสื่อมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สรุปทุกคำตอบของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผ่านการตอบคำถามในรายการโหนกระแส https://thestandard.co/pita-hone-krasae-conclusion/ Mon, 10 Jul 2023 13:46:56 +0000 https://thestandard.co/?p=814924 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐ […]

The post ชมคลิป: สรุปทุกคำตอบของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผ่านการตอบคำถามในรายการโหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์เปิดใจก่อนการโหวตลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ผ่านรายการ โหนกระแส สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยมี หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

THE STANDARD สรุปทุกคำตอบของพิธาในการให้สัมภาษณ์รายการ โหนกระแส วันนี้

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

The post ชมคลิป: สรุปทุกคำตอบของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผ่านการตอบคำถามในรายการโหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธาออกโหนกระแส เปิดใจตอบทุกคำถามทางการเมือง มั่นใจเสียง ส.ว. หนุนเป็นนายกฯ 13 ก.ค. ยิ้มรับด้อมส้มฝากรักรอบรถ https://thestandard.co/pita-hone-krasae/ Mon, 10 Jul 2023 06:27:58 +0000 https://thestandard.co/?p=814713 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิ […]

The post พิธาออกโหนกระแส เปิดใจตอบทุกคำถามทางการเมือง มั่นใจเสียง ส.ว. หนุนเป็นนายกฯ 13 ก.ค. ยิ้มรับด้อมส้มฝากรักรอบรถ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล กล่าวก่อนเข้ารายการ โหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถึงกรณีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ว่า จนถึงขณะนี้ยังคงมั่นใจในเสียงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่จะโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนเหตุผลที่เลือกออกรายการ โหนกระแส ในวันนี้ขอให้ติดตามในรายการ ซึ่งจะตอบทุกคำถามที่ กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการได้ซักถาม และพูดสั้นๆ ว่ามีประเด็นลับจะพูดในรายการ

 

พิธายังกล่าวถึงกรณีที่วานนี้มีการลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนชาวสุพรรณบุรีและกรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีบรรดาแฟนคลับกองเชียร์มาเขียนข้อความให้กำลังใจบนรถตู้หมายเลขทะเบียน 1 นข 9743 กทม. รอบคัน โดยพิธากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีว่า คนขับรถได้เช็ดออกแล้ว ซึ่งได้อ่านทุกข้อความและถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย

 

ด้านคนขับรถของพิธาเล่าถึงเหตุการณ์ที่มีคนมาเขียนข้อความท้ายรถว่า ตอนที่ถูกเขียนตนก็อยู่ในรถ แต่ไม่เห็นว่าใครเป็นคนเขียนเพราะคนเยอะ และได้นำน้ำยาลบรอยมาลบที่บริเวณท้ายรถแล้ว 

   

ทั้งนี้ นักข่าวได้สำรวจดูบริเวณท้ายรถพบว่า ยังเหลือร่องรอยของตัวหนังสือ ข้อความอยู่เล็กน้อย ซึ่งพอจะอ่านข้อความได้บางช่วงว่า รักพ่อ

The post พิธาออกโหนกระแส เปิดใจตอบทุกคำถามทางการเมือง มั่นใจเสียง ส.ว. หนุนเป็นนายกฯ 13 ก.ค. ยิ้มรับด้อมส้มฝากรักรอบรถ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ แถลงมติหลักเกณฑ์การพิจารณาเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ หลังถูกวิจารณ์หนักผ่าน #แบนสุพรรณหงส์ https://thestandard.co/mpc-statement-after-ban-suphannahong/ Fri, 31 Mar 2023 14:02:16 +0000 https://thestandard.co/?p=771546

สืบเนื่องจากวันนี้ (31 มีนาคม) รายการ โหนกระแส ได้เชิญต […]

The post สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ แถลงมติหลักเกณฑ์การพิจารณาเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ หลังถูกวิจารณ์หนักผ่าน #แบนสุพรรณหงส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากวันนี้ (31 มีนาคม) รายการ โหนกระแส ได้เชิญตัวแทน 3 ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย นำโดย นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ, กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, คุณชายอดัม-หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล และทาง พรชัย ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นกติกาการคัดเลือกภาพยนตร์ไทยเพื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ที่ไม่เป็นธรรมต่อภาพยนตร์อิสระ จนเกิดกระแส #แบนสุพรรณหงส์ ขึ้น ก่อนที่เวลาต่อมาทางอนุชา และคุณชายอดัม จะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมกับทางคณะกรรมการเพื่อหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น

 

ล่าสุดคุณชายอดัมได้โพสต์ภาพแถลงการณ์จากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เกี่ยวกับมติหลักเกณฑ์การพิจารณาภาพยนตร์ไทยที่สามารถส่งเข้าประกวดเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 31 ผ่านทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง โดยเนื้อหาแถลงการณ์ฉบับเต็มจากทางสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติระบุว่า 

 

“แถลงการณ์สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

 

“ตามที่ได้มีกระแสต่อกรณีเกณฑ์การพิจารณาภาพยนตร์ไทยเพื่อเข้าประกวดรางวัลสุพรรณหงส์ คณะอนุกรรมการอำนวยการจัดงานรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 31 ได้มีการประชุมหารือ และมีมติเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาภาพยนตร์ไทยที่สามารถส่งเข้าประกวดเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ให้เป็นไปเพื่อเปิดโอกาสให้กับภาพยนตร์ไทยที่หลากหลายและครอบคลุม ดังนี้


“ภาพยนตร์ไทยที่มีความยาวไม่น้อยกว่า 60 นาที เข้าฉายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2565 โดยเป็นการฉายในโรงภาพยนตร์ หรือสถานที่อื่นใดที่มีการจัดฉายภาพยนตร์ในเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย และมีระยะเวลาการฉายไม่น้อยกว่า 7 วัน

 

“สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนภาพยนตร์ไทยมาโดยตลอด สมาพันธ์ฯ ยินดีรับฟังความคิดเห็นเพื่อร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

“สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ 

 

“วันที่ 31 มีนาคม 2566”

 

 

นอกจากนี้คุณชายอดัมยังได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ว่า “โอเค…หลังจาก โหนกระแส ทางสมาพันธ์ฯ ชวนผมมาเข้าประชุมพร้อมกับพี่นุชี่ที่เป็นกรรมการของงานนี้อยู่แล้ว (พี่กอล์ฟเองก็ติดงานไปห้องตัดต่อหลังโหนกระแส) ชวนให้ไปช่วยเป็นคณะทำงานและเอาเสียงจากทุกคนเข้ามาฟีดแบ็กในคณะทำงานด้วย

 

“เป็นการประชุมที่ยาวนานพอสมควร และก็ได้ถกประเด็นสำคัญที่ทุกคนต่างพูดถึงในวันสองวันนี้ และได้แถลงการณ์ฉบับนี้ออกมาจากทางสมาพันธ์ฯ นะครับ

 

“หวังว่าทุกอยากจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นครับ

 

“ป.ล. หาก OTT แบบ SVOD, TVOD สามารถนำหนังมาเข้าโรงภาพยนตร์เพียงโรงเดียว (เพื่อเข้าสู่การพิจารณาภาพยนตร์เหมือนผู้สร้างภาพยนตร์ปกติ) เป็นเวลา 7 วัน ก็สามารถส่งเข้าชิงสุพรรณหงส์ได้ด้วยนะครับ ทางคณะกรรมการสรุปมาให้ละครับ”

 

อ้างอิง: 

The post สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ แถลงมติหลักเกณฑ์การพิจารณาเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ หลังถูกวิจารณ์หนักผ่าน #แบนสุพรรณหงส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปประเด็นร้อน #แบนสุพรรณหงส์ จากรายการ โหนกระแส หลังสามผู้กำกับหนังไทยร่วมพูดคุยกับตัวแทนสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์ฯ https://thestandard.co/ban-suphannahong-hone-krasae/ Fri, 31 Mar 2023 12:07:24 +0000 https://thestandard.co/?p=771517

สืบเนื่องจากกรณีกติกาการพิจารณาคัดเลือกภาพยนตร์ไทยเพื่อ […]

The post สรุปประเด็นร้อน #แบนสุพรรณหงส์ จากรายการ โหนกระแส หลังสามผู้กำกับหนังไทยร่วมพูดคุยกับตัวแทนสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์ฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากกรณีกติกาการพิจารณาคัดเลือกภาพยนตร์ไทยเพื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ปีล่าสุด โดยกำหนดให้ภาพยนตร์ที่มีคุณสมบัติเข้าชิงรางวัลจะต้องเป็นภาพยนตร์ที่

 

  1. ต้องฉายในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ฉายผ่านสตรีมมิงอย่างเดียวไม่ได้
  2. ต้องฉายในโรงภาพยนตร์ครบทั้ง 5 ภูมิภาค อย่างน้อยใน 5 จังหวัดใหญ่ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ชลบุรี, นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช
  3. ต้องมียอดผู้ชมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน

 

ซึ่งกติกาดังกล่าวได้สร้างความไม่เป็นธรรมแก่ภาพยนตร์อิสระหลายเรื่องที่ไม่ได้เข้าฉายครบทั้ง 5 ภูมิภาค หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์เรื่อง เวลา (Anatomy of Time) จนส่งผลให้มีผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานเบื้องหลังของวงการภาพยนตร์ไทย ได้ออกมาร่วมกันติดแฮชแท็ก #แบนสุพรรณหงส์ เพื่อคัดค้านกติกาดังกล่าว รวมถึงขอถอนตัวจากการได้รับเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ปีนี้กันอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุดวันนี้ (31 มีนาคม) รายการ โหนกระแส ที่ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย จึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยและหารือกันถึงเกณฑ์การตัดสินในครั้งนี้ โดยเป็นการพูดคุยระหว่างฝั่งตัวแทนผู้กำกับภาพยนตร์ไทยอย่าง นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งประเทศไทย, หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ และฝั่ง พรชัย ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ผู้จัดงานประกาศรางวัลสุพรรณหงส์

 

 

โดยทั้ง 3 ผู้กำกับได้เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เหล่าผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้เกณฑ์ดังกล่าวในการตัดสิน เนื่องจากมองว่าเป็นการกีดกันภาพยนตร์อิสระออกจากการเข้าร่วมชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิที่ควรได้รับของการเป็นสมาชิกในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

 

 

และถึงแม้ว่าภาพยนตร์อิสระจะไม่ได้มีกลุ่มคนที่รับชมจำนวนมาก แต่ทางผู้ที่เรียกร้องกลับมองว่าภาพยนตร์อิสระคือภาพยนตร์ที่เป็นเหมือนการทดลองด้านการหยิบประเด็นที่แปลกใหม่เข้าสู่วงการภาพยนตร์ ด้านวิธีการนำเสนอที่หลากหลายของคนสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่ และยังช่วยสร้างแรงผลักดันให้กับกลุ่มคนทำภาพยนตร์รุ่นใหม่ๆ ได้มีโอกาสเติบโตขึ้น เพื่ออนาคตที่ดีของวงการภาพยนตร์ไทย โดยพวกเขามองว่าการได้รับรางวัลต่างๆ หรือแม้แต่รางวัลสุพรรณหงส์จะช่วยให้ภาพยนตร์อิสระเกิดการมองเห็น และได้รับการซัพพอร์ตทางด้านกำลังใจให้กับเหล่าทีมงานที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อมีการใช้กฎเกณฑ์ดังกล่าวมาตัดสิน จึงทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความยุติธรรมนี้ขึ้น

 

 

ทางด้าน พรชัย ว่องศรีอุดมพร จึงได้ให้คำตอบถึงที่มาของการตั้งกติกานี้ขึ้นมาว่า เนื่องจากมีภาพยนตร์อีกมากมายที่ไม่ได้ถูกคัดเลือก ไม่ถูกมองเห็น ทางสมาพันธ์ฯ จึงมีความคิดว่าจะทำอย่างไรให้ภาพยนตร์เหล่านี้ถูกเผยแพร่ในวงกว้างได้มากขึ้น ซึ่งถ้ากฎเกณฑ์ที่เสนอขึ้นมานั้นสร้างปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา ทางสมาพันธ์ฯ เองก็พร้อมที่จะรับฟังและหาหนทางแก้ไขกันต่อไป โดยทางสมาพันธ์ฯ จะทำการพูดคุยหารือเรื่องปัญหานี้ในช่วงเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (31 มีนาคม) กันต่อไป

 

เราคงต้องรอข้อสรุปกันต่อไปว่าทางสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ จะมีความชัดเจนเรื่องข้อสรุปของเกณฑ์การตัดสินคัดเลือกภาพยนตร์ไทยในครั้งนี้อย่างไร

 

สามารถรับชมรายการ โหนกระแส ย้อนหลังได้ที่นี่

 

The post สรุปประเด็นร้อน #แบนสุพรรณหงส์ จากรายการ โหนกระแส หลังสามผู้กำกับหนังไทยร่วมพูดคุยกับตัวแทนสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์ฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทิง-บอล ชี้แจงผ่าน โหนกระแส ยันเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย #Forex3D หากผิดจริงพร้อมออกจากวงการ https://thestandard.co/hone-krasae-krating-ball/ Thu, 15 Sep 2022 09:08:02 +0000 https://thestandard.co/?p=682008

สืบเนื่องจากคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ที่เพจ ‘รวบรวมผู้โดน […]

The post กระทิง-บอล ชี้แจงผ่าน โหนกระแส ยันเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย #Forex3D หากผิดจริงพร้อมออกจากวงการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ที่เพจ ‘รวบรวมผู้โดนโกง จาก Forex 3D’ ได้มีการเปิดชื่อนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งของช่อง 3 เป็นแม่ทีมพร้อมกับลูกข่ายอีก 14 คน ล่าสุดวันนี้ (15 กันยายน) กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ และ บอล-กัมมัญญ์ กลมแก้ว ได้เดินทางมาที่รายการ โหนกระแส พร้อมชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น

 

กระทิงเข้าไปเกี่ยวข้องกับ Forex-3D ได้อย่างไร

หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการ โหนกระแส ได้ซักถามกระทิงเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการลงทุนใน Forex-3D โดยกระทิงเล่าว่าตนเข้ามาลงทุนใน Forex-3D เนื่องจากรู้จักกับ อภิรักษ์ โกฎธิ เฮดใหญ่ของคดีนี้ผ่าน นิก-นิโก โวคูคา พี่เขยของแฟนกระทิง และมีโอกาสได้ไปสังสรรค์ในงานต่างๆ ด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง ตัวกระทิงเองเห็นว่าอภิรักษ์เทรดอะไรสักอย่างอยู่จึงเข้าไปสอบถาม ซึ่งอภิรักษ์ก็ได้เล่าให้กระทิงฟังว่ามันคือการเทรดค่าเงิน Forex ไม่ใช่หุ้น แต่ให้ผลตอบแทนที่สูง และชักชวนให้เขาเข้ามาร่วมเทรดด้วย

 

การลงทุนของกระทิงใน Forex-3D

กระทิงเริ่มลงทุนกับอภิรักษ์ด้วยเงินจำนวน 100,000 บาท เนื่องจากตัวเขาเองคิดว่าการลงทุนในครั้งนี้ไม่ได้เสียหายอะไร และยังคุ้มค่ากว่าการฝากธนาคาร เพราะได้กำไร 10% จากทุนคือ 10,000 บาท หักส่วนแบ่ง 60:40 ก็จะเหลือกำไรจริงๆ ประมาณ 6,000 บาท ซึ่งก็อยู่ในเรทที่สูง

 

ในช่วงแรกเขาได้ผลตอบแทนจริง จึงนำเงินกำไรรวมกับเงินค่าตัวไปโปะกับเงินต้น 100,000 บาท จนกลายเป็นตัวเลข 1,200,000 บาท บนภาพที่เพจ ‘รวบรวมผู้โดนโกง จาก Forex 3D’ ปล่อยออกมา จนมาถึงปี 2562 ที่มีคดีความเกิดขึ้น กระทิงก็ไม่ได้รับเงินเช่นเดียวกับคนอื่นๆ และยืนยันว่าตัวเขาก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายเช่นเดียวกัน

 

ความสนิทสนมของกระทิง-บอล-อภิรักษ์-นิก

กระทิงยอมรับว่าตนเองรู้จักกับอภิรักษ์ในฐานะเพื่อน และได้พบปะพูดคุยกันหลายครั้งจากงานเลี้ยงต่างๆ เคยไปถ่ายภาพร่วมกัน และเคยไปออฟฟิศของอภิรักษ์ที่ตึก AIA ย่านรัชดามาด้วย ส่วนนิกที่เป็นพี่เขยของแฟนก็มีการให้ของขวัญวันเกิดกันบ้างตามครอบครัวทั่วไป ไม่ได้มีการโอนเงินให้หรือให้ทรัพย์สินราคาแพง

 

เมื่อกรรชัยถามถึงความเคลื่อนไหวของนิก กระทิงก็บอกว่ายังติดต่อกับพี่สาวของแฟน (ภรรยาของนิก) ได้อยู่ และล่าสุดทราบว่านิกมีปัญหาทางการเงินจึงกลับไปอยู่ที่ออสเตรียเพื่อใช้สวัสดิการ และไม่เคยทราบว่านิกมีหมายจับ

 

ส่วนของ บอล กัมมัญญ์ ที่มีภาพถ่ายร่วมกับอภิรักษ์อยู่หลายภาพ ก็ชี้แจงว่าตัวเขาเองก็รู้จักกันผ่านๆ ตามงานสังสรรค์ ซึ่งภาพที่ออกมาก็เป็นงานเดียวกับที่กระทิงไปด้วยเช่นกัน

 

สาเหตุที่ไม่แจ้งความ

ทั้งคู่เล่าตรงกันว่าสาเหตุที่ไม่แจ้งความในตอนนั้น เพราะได้ผลตอบแทนมาอยู่บ้างและไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต จึงเก็บเรื่องนี้ไว้และถือว่าฟาดเคราะห์ คิดว่าช่างมัน รวมถึงไม่รู้กฎหมายมากนัก จึงปล่อยเรื่องนี้ไว้ และยืนยันว่าทั้งคู่ไม่ได้รับเงินค่าปิดปากหรือมีรถหรูอย่างที่มีข่าวลือ

 

พร้อมขอโทษสังคมที่คิดน้อยไปกับเรื่องนี้ จึงไม่ได้แจ้งความหรือออกมาเป็นกระบอกเสียงใดๆ ให้กับผู้เสียหาย จนเกิดผลกระทบใหญ่โตกับหลายๆ ฝ่ายในวันนี้ และยืนยันว่าจะไปยื่นหนังสือให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของตนอย่างโปร่งใส

 

กรณีชักชวน โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ และลูกข่าย 14 คน

ส่วนลูกข่ายอีก 14 คน กระทิงยืนยันว่าไม่ได้ชักชวนใคร แต่ทุกคนเข้ามาสอบถาม เขาจึงตอบไปตามความจริงว่ากำลังลงทุนอะไรอยู่ และลูกข่ายทุกคนยังสามารถติดต่อเขาได้

 

ในรายการมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับโพสต์ชี้แจงของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ที่ว่า “ตามที่มีข้อมูลปรากฏออกมาว่าผมเป็นผู้ลงทุนใน Forex-3D ข้อเท็จจริงเมื่อ 2561 รุ่นน้องของนักแสดงซึ่งเล่นบาสด้วยกันได้มาเล่า และแนะนำการลงทุนในตลาด Forex” ซึ่งขัดแย้งกับคำพูดของกระทิง โดยกระทิงก็ยอมรับว่าตนคือรุ่นน้องคนนั้นจริง แต่ไม่ได้เข้าไปแนะนำในลักษณะขายตรง แต่เป็นโต๋ที่เข้ามาถามข้อมูล จึงได้มีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนกัน

 

ขั้นตอนต่อไปของประเด็นนี้

กระทิงและบอลยืนยันในรายการว่าจะไปยื่นหนังสือให้ DSI ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินอย่างโปร่งใส และหากตนมีความผิดจริงก็พร้อมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่ง DSI ก็จะมีการตรวจสอบใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นการฉ้อโกงประชาชนในกรณีแชร์ลูกโซ่ และตรวจสอบเรื่องของการฟอกเงิน

 

สุดท้ายกระทิงยังยืนยันอีกว่าตัวเขาไม่เคยชักชวนใครมาลงทุน แต่เป็นการบอกเล่าและพูดคุยกันในหมู่เพื่อนเท่านั้น หากมีความผิดจริงตนยินดีรับผิดชอบ และจะลาออกจากวงการ

 

อ้างอิง:

The post กระทิง-บอล ชี้แจงผ่าน โหนกระแส ยันเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย #Forex3D หากผิดจริงพร้อมออกจากวงการ appeared first on THE STANDARD.

]]>