โสภณรัชต์ สิงหจารุ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โสภณรัชต์-สิงหจารุ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 26 Mar 2026 03:47:03 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ก.ตร. เคาะแต่งตั้ง 60 นายพลตำรวจนอกวาระ นพ.โสภณรัชต์ อดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ รักษาทักษิณ ชั้น14 เลื่อนขึ้น พล.ต.อ. https://thestandard.co/thaksin-doctor-police-promotion/ Thu, 26 Mar 2026 03:47:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1191441 ภาพ พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ขณะเป็น นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ผู้รับผิดชอบดูแลการรักษา ทักษิณ ชินวัตร

วานนี้ (25 มีนาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต […]

The post ก.ตร. เคาะแต่งตั้ง 60 นายพลตำรวจนอกวาระ นพ.โสภณรัชต์ อดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ รักษาทักษิณ ชั้น14 เลื่อนขึ้น พล.ต.อ. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ขณะเป็น นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ผู้รับผิดชอบดูแลการรักษา ทักษิณ ชินวัตร

วานนี้ (25 มีนาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 3/2569 ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุม โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม

 

ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเห็นชอบการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้บัญชาการ นอกวาระประจำปี รวมทั้งสิ้น 60 ตำแหน่ง ประกอบด้วย

 

ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ยศ พล.ต.อ.): จำนวน 2 ราย

 

ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ยศ พล.ต.ท.): จำนวน 13 ราย

 

ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ยศ พล.ต.ต.): จำนวน 45 ราย

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งและเยียวยาข้าราชการตำรวจตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) จำนวน 2 ราย ตามที่ได้มีการร้องขอความเป็นธรรมไว้ ได้แก่:

 

  1. พล.ต.ต.หญิง ลักขณา ศักดิแพทย์: แต่งตั้งเป็น รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ถึง 30 กันยายน 2568
  2. พ.ต.อ.หญิง สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์: แต่งตั้งเป็น พยาบาล (สบ 6) โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568

 

ตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. (พิจารณาตามลำดับอาวุโส)

 

  1. พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)
  2. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)

 

ตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. (13 ตำแหน่ง)

 

  1. พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ รอง ผบช.ส.
  2. พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รอง ผบช.ภ.6
  3. พล.ต.ต.พิทักษ์ ท้วมเกร็ด รอง ผบช.สกบ.
  4. พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ รอง ผบช.สยศ.ตร.
  5. พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5
  6. พล.ต.ต.อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม รอง ผบช.กมค.
  7. พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ รอง ผบช.ภ.9
  8. พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ รอง ผบช.สตม.
  9. พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รอง ผบช.ภ.9
  10. พล.ต.ต.ธรรมนูญ ประยืนยง รอง ผบช.ศ.
  11. พล.ต.ต.เกษมสันติ อยู่สุขสมบูรณ์ รอง ผบช.ศ.
  12. พล.ต.ต.วีรวิชญ์ บัวประเสริฐยิ่ง รอง จตร.
  13. พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7

 

ตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. (45 ตำแหน่ง) อาทิ:

 

  • พ.ต.อ.เผ่าภากร รามนุช รอง ผบก.ภ.จว.นครนายก
  • พ.ต.อ.อรรถพล พงษ์สุพรรณ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี
  • พ.ต.อ.จักรภพ ท้าวฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เลย
  • พ.ต.อ.ดนัย รัตนประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.เลย
  • พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต
  • พ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงศ์พะนัส รอง ผบก.ศฝร.ภ.2
  • พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.อก.ภ.9

 

อย่างไรก็ตาม การที่ที่ประชุม ก.ตร. มีมติแต่งตั้งให้ พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และได้รับเลื่อนยศเป็น พล.ต.อ. ก่อนเกษียณอายุราชการนั้น เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อคัดค้านจากบางกลุ่มในสังคม เนื่องจาก พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีการรักษาตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2566 พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบหลักและเป็นผู้ให้ข้อมูลต่อสาธารณะ โดยในเวลานั้นได้ออกมายืนยันอาการป่วยของทักษิณว่า มีภาวะความดันโลหิตสูงและต้องเข้ารับการผ่าตัดจริง หลังจากถูกย้ายตัวด่วนจากเรือนจำมารักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

 

นอกจากนี้ ทางแพทยสภาเพิ่งมีมติลงโทษด้วยการว่ากล่าวตักเตือน พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แพทย์ที่ถูกตั้งข้อสังเกตในคดีจริยธรรมเกี่ยวกับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โดยทาง พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ ได้มีการโต้แย้งและยื่นขอความเป็นธรรมไปก่อนหน้านี้ พร้อมชี้แจงยืนยันว่า ตนในฐานะแพทย์ผู้รักษารายงานตามข้อเท็จจริง และไม่เคยระบุต่อสาธารณะว่าอาการของทักษิณเข้าขั้นวิกฤต แต่อย่างใด

 

ประเด็นดังกล่าวจึงทำให้การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของ พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ ในครั้งนี้ ถูกจับตาอย่างหนักจากฝ่ายที่มองว่ายังมีข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์แก่ทักษิณติดตัวอยู่ อย่างไรก็ตาม มติ ก.ตร. ล่าสุดได้พิจารณาให้ความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์การเรียงลำดับอาวุโสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

The post ก.ตร. เคาะแต่งตั้ง 60 นายพลตำรวจนอกวาระ นพ.โสภณรัชต์ อดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ รักษาทักษิณ ชั้น14 เลื่อนขึ้น พล.ต.อ. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปประเด็นไต่สวนพยาน กลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 กับปมห้องพัก การใช้ยา และค่ารักษาพยาบาล https://thestandard.co/deep-hospital-testimony-thaksin/ Fri, 18 Jul 2025 10:01:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1097833 deep-hospital-testimony-thaksin

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำ […]

The post สรุปประเด็นไต่สวนพยาน กลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 กับปมห้องพัก การใช้ยา และค่ารักษาพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
deep-hospital-testimony-thaksin

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

 

โดยในวันนี้เป็นการไต่สวนพยาน 6 ปาก ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ และ แพทย์ผู้ทำการรักษาทักษิณ ก่อนได้รับการพักโทษ 

 

พยานรายที่ 1 พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ใช้เวลาเบิกความ 1 ชั่วโมง

 

โดยศาลได้สอบถามถึงรายละเอียด การเข้ารักษาตัวตั้งแต่วันแรกของจำเลย คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และที่มาเหตุผลของการเลือกใช้ห้องพักชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจระหว่างการพักรักษาตัว

 

นอกจากนี้ศาลได้มีการสอบถามถึงรายละเอียดใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ,ค่ายา และ ค่าห้องพักของจำเลย ในส่วนนี้ศาลสอบถามไปถึงการใช้ยานอกบัญชีโรงพยาบาลของจำเลยเพื่อใช้รักษาอาการป่วย

 

โดยพยานรายที่ 1 สามารถให้ข้อมูลต่อศาลได้บางส่วน เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ ในช่วงเริ่มต้นของการรักษาตัวของจำเลยแต่ไม่ได้อยู่ในช่วงท้ายจนถึงการพักโทษของจำเลย

 

ทั้งนี้ศาลได้แจ้งให้พยานรายที่ 1 ส่งเอกสารเพิ่มเติมต่อศาลได้แก่ ข้อมูลของผู้ป่วยที่เคยพักรักษาที่ห้องพักชั้น 14 ก่อนหน้าที่จำเลยจะเข้าพักห้องดังกล่าว และ รายชื่อผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่เคยเข้าพักชั้น 14 หลังจากที่จำเลยออกจากโรงพยาบาลตำรวจ

 

นอกจากนี้ให้แผนกรับส่งตัวผู้ป่วยของโรงพยาบาลส่งเอกสารชี้แจงถึงการ เลือกห้องพักชั้น 14 ให้จำเลยเข้าพักรักษาตัวในวันที่ 22 สิงหาคม 

 

พยานรายที่ 1 ได้ให้การยืนยันต่อศาลว่าห้องพักที่จำเลยอาศัยตลอดระยะเวลาการรักษาตัวเรียกว่าห้องแยก ขนาดปกติ

 

พยานรายที่ 2 พล.ต.ท. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ คนปัจจุบัน เข้ามาดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ต่อจากพยานรายที่ 1 ศาลยังคงสอบถามถึงเหตุผลในการเลือกใช้ห้องพักชั้น 14 ของจำเลย

 

สำหรับพยานรายนี้มีความสัมพันธ์ในส่วนของการเป็นผู้เขียนใบความเห็นแพทย์กรณีการรักษาตัวเกินกว่าระยะเวลา 30 วัน และเป็นผู้ให้ความเห็นในการผ่าตัดรักษาโรคของจำเลย ซึ่งต่อมาจำเลยปฏิเสธการผ่าตัดตามความเห็นที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

ทั้งนี้ศาลได้ถามถึงการใช้ยานอกโรงพยาบาลของจำเลย ซึ่งพยานรายดังกล่าวสามารถให้ข้อมูลได้ว่าจำเลยมีการใช้ยานอกโรงพยาบาลซึ่งสอดคล้องกับบิลค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ปรากฏรายชื่อยาที่จำเลยมีการใช้ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

ทั้งนี้เหตุผลในการเลือกห้องพักชั้น 14 ของจำเลย ที่พยานรายที่ 2 มีการเบิกความต่อศาลได้ให้เหตุผลหลักใน 2 ข้อคือเพื่อการแยกตัวจำเลยออกมากักโรคในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เนื่องจากจำเลยเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และ อีกเหตุผลเพื่อควบคุมความปลอดภัยในฐานะผู้ต้องขังของเรือนจำ

 

ในส่วนรายละเอียดห้องพักรักษาตัวของจำเลยตลอดระยะเวลาการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ พยานรายที่ 2 เบิกความต่อศาลว่า จำเลยอยู่ในห้องพักพิเศษ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง

 

พยานรายที่ 3 เป็นแพทย์คนแรกที่ทำการตรวจรักษาจำเลยในคืนที่ไปถึงโรงพยาบาลตำรวจ 22 สิงหาคม เป็นแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมสมองและไขสันหลัง 

พยานยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดห้องพักให้จำเลย แต่ยอมรับว่า ห้องพักชั้น 14 ถือว่าเป็นห้องพักพิเศษ  

 

ศาลได้สอบถามพยานถึงอาการที่ได้ตรวจรักษา ตามบันทึกในเอกสารของโรงพยาบาลตำรวจ โดยมีการถามด้วยว่าลักษณะอาการแต่ละช่วงอยู่ในภาวะวิกฤตหรือฉุกเฉินหรือไม่ และสามารถที่จะให้ออกจากโรงพยาบาลตำรวจได้หรือไม่ ศาลยังมีการถามด้วยว่า ทางกรมราชทัณฑ์ มีการประสานมาเพื่อขอรับตัวจำเลยกลับเรือนจำบ้างหรือไม่

 

จังหวะหนึ่ง ศาลได้ถามพยานว่า ในการรักษาจำเลย พยานได้มีการคำนึงถึงเรื่องข้อกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งพยานก็ตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า “หน้าที่ของตนเองคือการดูแลผู้ป่วย ตามจรรยาบรรณของแพทย์ ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาขึ้นศาลแบบนี้” 

 

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวสังเกตว่า พยานมีการปาดน้ำตา และบางช่วงหลังจากนั้นที่ศาลถามคำถามต่อ พยานก็มีจังหวะที่ขอหยุดพัก และขอดื่มน้ำก่อนตอบคำถาม สรุปเวลาที่ศาลเบิกความพยานรายนี้รวม 1 ชั่วโมง 40 นาที

 

หลังพยานเบิกความเสร็จได้มีการเดินเข้าไปพูดคุยกับพยานรายที่ 1 คือ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอดีตนายแพทย์ใหญ่ได้มีการลูบหลัง

 

จากนั้นศาลได้พักการไต่สวนในช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเข้าไปสอบถามกับพยานรายนี้นอกห้องพิจารณาคดี ซึ่งยอมรับว่าร้องไห้จริง เพราะรู้สึกว่าทำตามหน้าที่ของแพทย์ แต่กลับต้องมาขึ้นศาล

 

ในช่วงบ่าย ศาลเริ่มเบิกความพยานรายที่ 4 เป็นนายแพทย์ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ โรงพยาบาลตำรวจ เวลาประมาณ 13.30 น. โดยบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีไม่คึกคักเท่าช่วงเช้า ผู้ร่วมสังเกตการณ์น้อยลงและ พยานรายที่ 1 และ 2 ไม่ได้ร่วมฟังการเบิกความ ต่างจากช่วงการเบิกความพยานรายที่ 3 ที่ อดีตนายแพทย์ใหญ่ พยานรายที่ 1 ร่วมฟังจนเสร็จสิ้น

 

สำหรับพยานรายที่ 4 เป็นแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของจำเลย และควบคุมดูแลการพักรักษาหลังการผ่าตัด โดยจำเลยได้รับการผ่าตัดช่วงเดือนตุลาคม 

 

ศาลได้ซักถามพยานรายที่ 4 มุ่งไปที่ใบรับรองของแพทย์เนื่องจากตามหลักฐานพยานรายดังกล่าวเป็นผู้ลงชื่อกำกับใบรับรองแพทย์ของจำเลย ซึ่งพยานให้การต่อศาลยืนยันในสองส่วนคือ ใบรับรองแพทย์เป็นการใส่รายละเอียดการป่วยโดยทั่วไปของจำเลยตามจริงเท่านั้น 

 

อีกทั้งตนเองไม่ทราบว่าจุดประสงค์ที่พยาบาลให้ลงชื่อรับรองใบรับรองแพทย์เพื่ออะไร โดยศาลใช้เวลาเบิกความพยานรายที่ 4 เป็นเวลา 45 นาที 

 

พยานรายที่ 5 นายแพทย์อายุรกรรมเชี่ยวชาญด้านหัวใจ โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทำการเบิกความต่อศาลว่าทำการดูแล และ ให้คำปรึกษาจำเลยที่เกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวเดิมที่มีประวัติการรักษาจากต่างประเทศ และ ดูแลอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น

 

โดยพยานได้ตรวจติดตามอาการป่วยจำเลยหลังเข้ารักษาตัวอีกครั้งในวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งบางอาการของจำเลยไม่ได้ปรากฏแล้ว อย่างไรก็ตามได้ให้คำปรึกษาอีกครั้งถึงความเสี่ยงระดับกลางของจำเลยที่อาจส่งผลต่อโรคทางหัวใจในตอนที่จำเลยต้องรับการผ่าตัดอาการบาดเจ็บของไหล่

 

พยานรายนี้ได้ให้ความเห็นต่อศาลถึงความจำเป็นในการพักรักษาตัว หรือ ไม่พักรักษาตัวต่อของจำเลยที่โรงพยาบาลตำรวจและให้ข้อสังเกตต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจของจำเลยต่อศาล ศาลใช้เวลาเบิกความพยานรายที่ 5 เป็นเวลา 20 นาที

 

พยานรายที่ 6 เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดส่องกล้อง และได้รับการประสานให้มาดูอาการบาดเจ็บของจำเลยระหว่างพักรักษาตัว โดยได้ทำการผ่าตัด รวม 2 ครั้ง ซึ่งศาลได้สอบถามถึงขั้นตอนในการรักษา และวางแผนผ่าตัด จนถึงการดูแลรักษาต่อเนื่องหลังการผ่าตัด 

 

โดยถามย้ำว่า หากเป็นผู้ป่วยทั่วไป การผ่าตัดลักษณะเดียวกันนี้จะต้องใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลเท่าใด และจะสามารถให้กลับบ้านได้หรือไม่ ซึ่งพยานตอบคำถามมั่นใจ ชัดเจน ศาลใช้เวลาสอบถามประมาณ 20 นาที และพยานได้ขอส่งเอกสารสรุปการผ่าตัดให้ศาลเพิ่มเติม

 

ศาลมีคำสั่งเลื่อนไปไต่สวนพยานบุคคลต่อไปในวันที่ 25 กรกฎาคมเวลา 09.00 นตามที่นัดไว้เดิมและอนุญาตให้จำเลยนำ ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองามเข้าไต่สวนในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568

 

พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ

The post สรุปประเด็นไต่สวนพยาน กลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 กับปมห้องพัก การใช้ยา และค่ารักษาพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอตุลย์ ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปมถูกแพทยสภาชี้ผิดจริยธรรม-ป.ป.ช. สอบคดี ทักษิณ ชั้น 14 https://thestandard.co/dr-tulya-opposes-police-doctors-promotions/ Mon, 07 Jul 2025 09:02:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1093830

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นพ.ตุลย์ ส […]

The post หมอตุลย์ ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปมถูกแพทยสภาชี้ผิดจริยธรรม-ป.ป.ช. สอบคดี ทักษิณ ชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

 

เพื่อขอคัดค้านการเลื่อนตำแหน่งของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยให้เหตุผลว่านายแพทย์ทั้งสองอยู่ระหว่างถูกสอบสวนในคดีสำคัญ และมีมติชัดเจนจากแพทยสภาว่ากระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์

 

นพ.ตุลย์กล่าวว่า การคัดค้านครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีการส่งตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยไม่มีการส่งตัวกลับเรือนจำ ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยในขณะนั้น พล.ต.ท.โสภณรัชต์ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ และเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว

 

นพ.ตุลย์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 คณะกรรมการแพทยสภามีมติชัดเจนว่า นายแพทย์ตำรวจทั้งสองนายกระทำผิดตามข้อ 16 ของข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 กรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการของทักษิณไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่งผลให้มีการสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ เป็นเวลา 3 เดือน และของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เป็นเวลา 6 เดือน โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

 

นอกจากนี้ นายแพทย์ทั้งสองยังถูกผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในข้อหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลอื่น และอยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช.ชี้กระทบภาพลักษณ์ ตร. หากเลื่อนตำแหน่งช่วงสอบสวน

 

นพ.ตุลย์ ย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย มีผลให้ทักษิณไม่ต้องรับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษา และได้รับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ โดยอ้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับอาการป่วย ซึ่งเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 112 และหากมีการเลื่อนตำแหน่งในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

 

ข้อเรียกร้องถึง ผบ.ตร. และนายกรัฐมนตรี

 

นายแพทย์ตุลย์ได้เรียกร้องให้ ผบ.ตร. ดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่:

 

ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบมูลความผิด ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป
สั่งย้ายข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย ออกจากตำแหน่งเดิม ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลตำรวจโดยเด็ดขาด เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรในโรงพยาบาลตำรวจที่มีข้อมูลสามารถให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. และศาลได้อย่างเต็มที่

 

ให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย ทำรายงานชี้แจง กรณีการถูกสอบสวนโดยแพทยสภาและ ป.ป.ช. รวมถึงกรณีการเป็นพยานในศาลฎีกา เพื่อส่งประกอบการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

 

นพ.ตุลย์ยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ว่าควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและยึดหลักคุณธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคือ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุตรสาวของทักษิณ ชินวัตร ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนจับตามองการแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

 

นอกจากนี้ นพ.ตุลย์ยังเชื่อว่าโรงพยาบาลตำรวจยังมีข้อมูลสำคัญที่ถูกปิดบังอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น กรณีกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 14 ของโรงพยาบาลที่ระบุว่ามีปัญหาเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งที่กล้องในจุดอื่นยังใช้งานได้ปกติ และยังมีบุคลากรหลายรายที่มีข้อมูลสำคัญแต่ไม่สามารถให้การได้ เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลและอำนาจของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์

 

หลังจากยื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว นพ.ตุลย์จะเดินทางไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีการเลื่อนตำแหน่งบุคคลที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและถูกชี้มูลว่ากระทำผิดจริยธรรม

The post หมอตุลย์ ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปมถูกแพทยสภาชี้ผิดจริยธรรม-ป.ป.ช. สอบคดี ทักษิณ ชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปท. ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. จี้ไล่ออก 2 นายแพทย์ รพ.ตำรวจ ปม ‘ทักษิณ’ รักษาตัวชั้น 14 https://thestandard.co/nsprt-demands-dismissal-of-thaksins-doctors/ Mon, 16 Jun 2025 05:48:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1085131 คปท.

วันนี้ (16 มิถุนายน) กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรู […]

The post คปท. ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. จี้ไล่ออก 2 นายแพทย์ รพ.ตำรวจ ปม ‘ทักษิณ’ รักษาตัวชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปท.

วันนี้ (16 มิถุนายน) กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำมวลชนเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งไล่ออกจากราชการ พล.ต.ท. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และ พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ อดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลัง คปท. ระบุว่า นายแพทย์ทั้งสองคนให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นเหตุให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับอภิสิทธิ์ในการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

 

แกนนำกลุ่ม คปท. ระบุว่า พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ถูกแพทยสภาชี้ว่าให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยอ้างอาการป่วยของทักษิณในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดว่าอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ส่วน พล.ต.ท. ทวีศิลป์ ถูกกล่าวหาว่าออกใบแสดงความเห็นแพทย์โดยขาดความถูกต้องตามหลักวิชาชีพ เป็นเหตุให้ทักษิณได้รับอนุญาตให้นอนพักรักษาตัวต่อเนื่อง โดยไม่มีหลักฐานรองรับว่าป่วยหนักจริงตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. กล่าวว่า การกระทำของแพทย์ที่ไปช่วยเหลือบุคคลที่ไม่ได้ป่วยจริง ไม่ได้ป่วยวิกฤต หรือป่วยหนัก ถือเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณแพทย์ร้ายแรง และการที่ทำให้ผู้ต้องขังไม่ได้รับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษา เป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างย่อยยับ

 

พิชิตย้ำว่า คปท. จะไม่นิ่งดูดายในเรื่องนี้ และได้ติดตามมานานกว่า 2 ปี เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในวงการแพทย์ ตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม หากเรื่องที่ยื่นไปไม่คืบหน้า คปท. จะนำมวลชนมากดดันสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกสัปดาห์

 

ด้าน พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนรับหนังสือ เปิดเผยว่า ผบ.ตร. รับทราบเรื่องร้องเรียนของกลุ่ม คปท. แล้ว และจะนำหนังสือไปพิจารณา ทั้งนี้ ผบ.ตร. ยังต้องรอมติของแพทยสภาที่จะส่งเอกสารอย่างเป็นทางการมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้น ตร. จะพิจารณาถึงระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยยืนยันว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายทุกขั้นตอน และขอให้ประชาชนมั่นใจ

 

The post คปท. ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. จี้ไล่ออก 2 นายแพทย์ รพ.ตำรวจ ปม ‘ทักษิณ’ รักษาตัวชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ยื่นขอความเป็นธรรม หลังแพทยสภาลงมติปมทักษิณ ชั้น 14 เผยเหมือนถูกลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ ราชการ https://thestandard.co/sophonrath-thaksin-hospital-case/ Wed, 14 May 2025 06:17:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1074153 sophonrath-thaksin-hospital-case

วันนี้ (14 พฤษภาคม) สุรินทร์ สู่สวัสดิ์ ทนายความส่วนตัว […]

The post พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ยื่นขอความเป็นธรรม หลังแพทยสภาลงมติปมทักษิณ ชั้น 14 เผยเหมือนถูกลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ ราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
sophonrath-thaksin-hospital-case

วันนี้ (14 พฤษภาคม) สุรินทร์ สู่สวัสดิ์ ทนายความส่วนตัว ผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแสดงความกังวลและความไม่สบายใจต่อผลการลงมติของแพทยสภาที่อาจนำไปสู่การลงโทษทางวินัย

 

นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยภายหลังรับหนังสือว่า เมื่อวานนี้ (13 พฤษภาคม) ได้พูดคุยกับ พล.ต.ท. โสภณรัชต์ เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดย พล.ต.ท. โสภณรัชต์ แจ้งว่ายังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการลงมติอย่างเป็นทางการจากแพทยสภา แต่คาดว่าจะมีลักษณะคล้ายกับกรณีของ พล.ต.ท. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ 

 

ซึ่งได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปก่อนหน้านี้แล้ว และทราบเรื่องผลการลงมติจากการแถลงข่าวของแพทยสภา จึงเข้าใจโดยปริยายว่าตนเองถูกคำสั่งให้ถูกลงโทษ

 

นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวต่อไปว่า พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ได้แสดงความไม่สบายใจใน 8 ประเด็นหลัก สรุปได้ว่า พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ขอยืนยันว่าไม่เคยพูดคำว่า ‘ผู้ป่วยวิกฤต’ และในฐานะผู้บังคับบัญชา ตนเองไม่ได้เป็นผู้วินิจฉัยโรคโดยตรง แต่ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนตามเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่รับตัวผู้ป่วยเข้ามารักษา รวมถึงการดูผลการวินิจฉัยโรค ผลประวัติการรักษาที่ส่งมาจากต่างประเทศ และผลการตรวจสุขภาพที่พบรอยโรค ซึ่งเป็นข้อมูลตามข้อเท็จจริง

 

พล.ต.ท. โสภณรัชต์ แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่าความไม่สบายใจและผลการลงมติดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการรับราชการ เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของตนเอง รู้สึกเหมือนเป็นการประหารชีวิตการทำงานราชการ ทั้งที่ได้ทุ่มเทและทำประโยชน์ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาโดยตลอด จึงจำเป็นต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรม เพราะหากไม่ชี้แจงในมุมของตนเอง จะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร

 

ด้าน สุรินทร์ สู่สวัสดิ์ ทนายความ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงเหตุผลที่มายื่นหนังสือทั้งที่ยังไม่ได้รับเอกสารทางการว่า พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ทราบจากข่าวที่เผยแพร่ออกไปว่ามีนายแพทย์จากราชทัณฑ์ 2 คน และแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ 2 คน ถูกลงมติ 

 

จึงต้องยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมนี้ ก่อนที่คณะกรรมการสภานายกพิเศษของแพทยสภาจะมีมติพิจารณาขั้นสุดท้ายภายใน 15 วันหลังออกหนังสือ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ และหากท้ายที่สุด สภานายกพิเศษยังคงมีมติยืนยันว่า พล.ต.ท. โสภณรัชต์ กระทำผิดจริง ก็จะต้องดำเนินการยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมสูงสุด

 

นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวปิดท้ายว่า หลังจากนี้จะตรวจสอบเอกสารที่ได้รับทั้งหมด ก่อนนำเรียน สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงแจ้งต่อสภานายกพิเศษและแพทยสภา เพื่อประกอบการพิจารณาในการตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานขึ้นมาดูแลและพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยละเอียดต่อไป

The post พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ยื่นขอความเป็นธรรม หลังแพทยสภาลงมติปมทักษิณ ชั้น 14 เผยเหมือนถูกลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ ราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขย่า IRPC เปลี่ยนบอร์ดยกแผง ‘ซีอีโอ’ ลาออก พร้อมตั้ง แรมโบ้อีสาน เป็นกรรมการอิสระ มีผลตั้งแต่ 23 ส.ค. เป็นต้นไป https://thestandard.co/irpc-board-shakeup-ceo-resigns/ Thu, 22 Aug 2024 02:43:01 +0000 https://thestandard.co/?p=973764

บมจ.ไออาร์พีซี หรือ IRPC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไท […]

The post เขย่า IRPC เปลี่ยนบอร์ดยกแผง ‘ซีอีโอ’ ลาออก พร้อมตั้ง แรมโบ้อีสาน เป็นกรรมการอิสระ มีผลตั้งแต่ 23 ส.ค. เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

บมจ.ไออาร์พีซี หรือ IRPC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 ได้มีมติเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

 

1. รับทราบการลาออกของ กฤษณ์ อิ่มแสง กรรมการบริหารความเสี่ยงและประธานเจ้าหน้าที่ บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

 

2. แต่งตั้งกรรมการทดแทนกรรมการที่ลาออก/ตำแหน่งที่ว่าง ประกอบด้วย

 

  • บุรณิน รัตนสมบัติ เป็นกรรมการ ทดแทน เพียงพนอ บุญกล่ำ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
  • พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ เป็นกรรมการ ทดแทน ประสงค์ อินทรหนองไผ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
  • พล.ต.ท. นพ. โสภณรัชต์ สิงหจารุ เป็นกรรมการอิสระ ทดแทน สิริวรรณ เจียระพงษ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
  • เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ อีสาน เป็นกรรมการอิสระ ทดแทน ประณต ติราศัย มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
  • เทอดเกียรติ พร้อมมูล เป็นกรรมการ ทดแทน กฤษณ์ อิ่มแสง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

 

3. แต่งตั้งกรรมการชุดย่อย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 ประกอบด้วย

 

3.1 คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน ดังนี้

 

  • ยอดฉัตร ตสาริกา (กรรมการอิสระ) ประธานกรรมการตรวจสอบ
  • สมชาย รังษีธนานนท์ (กรรมการอิสระ) กรรมการตรวจสอบ
  • พล.ต.ท. นพ. โสภณรัชต์ สิงหจารุ (กรรมการอิสระ) กรรมการตรวจสอบ

 

3.2 คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วย กรรมการ 3 ท่าน ดังนี้

 

  • ชาญศักดิ์ ชื่นชม ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • พล.อ. อิทธิพล สุวรรณรัฐ (กรรมการอิสระ) กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • คณาพจน์ โจมฤทธิ์ (กรรมการอิสระ) กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

 

3.3 คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน ดังนี้

 

  • ชัยพร ภู่ประเสริฐ (กรรมการอิสระ) ประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน
  • โกมล บัวเกตุ กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน
  • เสกสกล อัตถาวงศ์ กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน

 

3.4 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการ 5 ท่าน ดังนี้

 

  • พรชัย ฐีระเวช ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
  • นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม กรรมการบริหารความเสี่ยง
  • บุรณิน รัตนสมบัติ กรรมการบริหารความเสี่ยง
  • พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ กรรมการบริหารความเสี่ยง
  • กฤษณ์ อิ่มแสง กรรมการบริหารความเสี่ยง

 

*หมายเหตุ เทอดเกียรติ พร้อมมูล จะเป็นกรรมการบริหารความเสี่ยงทดแทน กฤษณ์ อิ่มแสง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567

 

4. แต่งตั้ง เทอดเกียรติ พร้อมมูล เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

The post เขย่า IRPC เปลี่ยนบอร์ดยกแผง ‘ซีอีโอ’ ลาออก พร้อมตั้ง แรมโบ้อีสาน เป็นกรรมการอิสระ มีผลตั้งแต่ 23 ส.ค. เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเยี่ยมทักษิณวันแรก สื่อปักหลักรอหน้าอาคารที่พักรักษาตัว ญาติ-ทนายความลงชื่อเข้าพบ 10 ราย แต่ยังไม่มีใครเดินทางมา https://thestandard.co/corrections-thaksin-28082566/ Mon, 28 Aug 2023 03:40:32 +0000 https://thestandard.co/?p=834459

วันนี้ (28 สิงหาคม) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่หน้าอาคารมหาภ […]

The post เปิดเยี่ยมทักษิณวันแรก สื่อปักหลักรอหน้าอาคารที่พักรักษาตัว ญาติ-ทนายความลงชื่อเข้าพบ 10 ราย แต่ยังไม่มีใครเดินทางมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 สิงหาคม) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่หน้าอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากกรมราชทัณฑ์จะเปิดให้บุคคลใกล้ชิด ทนายความ หรือญาติ ที่ลงชื่อไว้ทั้งหมดจำนวน 10 คน ได้เข้าเยี่ยมทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจได้แล้ว ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

 

ล่าสุดสื่อมวลชนปักหลักรอติดตามทำข่าวในจุดที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ เพื่อไม่ให้กระทบการบริการของโรงพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลมาจัดระเบียบด้วย 

 

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในช่วงเช้า พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ เข้ามาตรวจคนไข้ แต่ก็ยังไม่พบ พบเพียงพยาบาลที่กำลังออกเวรบอกกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า เบื้องต้นยังไม่มีใครเข้ามา รวมถึงนายแพทย์ใหญ่ของโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน

 

นอกจากนี้มีรายงานว่ามีคำสั่งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยจัดเตรียมสถานที่จอดรถสำหรับทนายความและญาติของทักษิณที่จะเข้าเยี่ยมในวันนี้ แต่ รปภ. ยืนยันว่าไม่มีคำสั่งให้จัดเตรียมพื้นที่ลานจอดรถให้ใครเป็นพิเศษ เพราะเบื้องต้น รปภ. ของโรงพยาบาลถูกกำชับให้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน 

 

จนกระทั่งเวลา 10.15 น. ยังไม่มีรายงานญาติ ครอบครัว หรือทนายความเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อขอเข้าเยี่ยมทักษิณ

The post เปิดเยี่ยมทักษิณวันแรก สื่อปักหลักรอหน้าอาคารที่พักรักษาตัว ญาติ-ทนายความลงชื่อเข้าพบ 10 ราย แต่ยังไม่มีใครเดินทางมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ระบุ อาการทักษิณยังน่าเป็นห่วง ยันไม่มีอำนาจส่งตัวไป รพ.เอกชน หากย้ายส่งกลับราชทัณฑ์ได้เท่านั้น https://thestandard.co/doctor-said-thaksins-condition-was-still-worrisome/ Fri, 25 Aug 2023 08:13:08 +0000 https://thestandard.co/?p=833784 โสภณรัชต์ สิงหจารุ

วันนี้ (25 สิงหาคม) พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ แพทย์ใหญ […]

The post แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ระบุ อาการทักษิณยังน่าเป็นห่วง ยันไม่มีอำนาจส่งตัวไป รพ.เอกชน หากย้ายส่งกลับราชทัณฑ์ได้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
โสภณรัชต์ สิงหจารุ

วันนี้ (25 สิงหาคม) พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลรักษาอาการป่วยของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยระบุว่า เมื่อวานนี้ (24 สิงหาคม) ทีมแพทย์ได้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง จากการตรวจปอดและหัวใจยังพบว่าอาการน่าเป็นห่วง แต่ความดันยังทรงตัวอยู่ ไม่ถึงกับทรุด ยังมีสติ สามารถพูดคุยกับแพทย์ได้ ส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการรักษายังไม่สามารถระบุได้ อาการทั้งหมดได้รายงานไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้ว

 

พล.ต.ท. โสภณรัชต์ กล่าวต่อว่า สำหรับห้องที่ทักษิณพักรักษาตัวอยู่นั้น ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด โรงพยาบาลมีการปรับเปลี่ยนห้องให้เป็นรูปแบบกึ่งไอซียูหรือ IMCU ทำให้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม การรักษาของทักษิณทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นผู้ร้องขอให้ส่งตัวมาแบบเร่งด่วน

 

“เรารับมาเป็นกรณีเดียวกับผู้ป่วยฉุกเฉินทั่วไป ห้องไหนว่างก็ให้เข้าไปอยู่ห้องนั้น” พล.ต.ท. โสภณรัชต์ กล่าว

 

ส่วนกรณีที่ญาติประสานเข้ามาจะเยี่ยมทักษิณได้หรือไม่ พล.ต.ท. โสภณรัชต์ กล่าวว่า ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งในทางการแพทย์ยังไม่พ้นเวลาการกักตัวตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์

 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายขอให้มีแพทย์จากหน่วยงานกลางมาร่วมสังเกตการณ์การรักษาทักษิณ พล.ต.ท. โสภณรัชต์ กล่าวว่า กรณีผู้ป่วยทุกรายไม่เคยมีหน่วยงานไหนต้องเข้ามาตรวจสอบ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ส่งมาจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์

 

ทักษิณไม่ใช่รายแรกที่ส่งมา เพราะที่ผ่านมาเคยส่งมาเยอะทั้งวัน ซึ่งเป็นแบบนี้มา 30 กว่าปีแล้ว ไม่เคยมีหน่วยงานไหนเข้ามาร้องขอตรวจสอบ เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ป่วย ซึ่งเคสปกติที่ไม่ใช่ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่สามารถละเมิดสิทธิ์ของผู้ป่วยได้ เป็นจริยธรรมและจรรยาบรรณทางการแพทย์ ดังนั้นตัวหมอที่ถูกร้องขอก็ไม่สบายใจไปด้วย

 

ส่วนเรื่องการเปิดเผยรายละเอียดในการรักษาของผู้ป่วยไม่ได้นั้น เพราะมีกฎหมายคุ้มครองผู้ป่วยในเรื่องการเปิดเผยรายละเอียดอยู่ ต้องขออนุญาตทั้งตัวผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยด้วย

 

ส่วนกรณีที่เคยระบุว่าเครื่องปรับอากาศในห้องพักเสียนั้น พล.ต.ท. โสภณรัชต์ ระบุว่า ตอนนี้ซ่อมแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ซ่อมสำหรับคนไข้รายใดรายหนึ่ง แต่ซ่อมทั้งชั้น ตอนนี้ใช้การได้ปกติ แต่ไม่ได้เย็นมาก ส่วนเรื่องวิวห้องพักของทักษิณนั้น ยืนยันว่าห้องผู้ป่วยโรงพยาบาลตำรวจสวยทุกตึก ไม่ว่าห้องไหนก็สวย

 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะย้ายทักษิณไปโรงพยาบาลเอกชนนั้น พล.ต.ท. โสภณรัชต์ กล่าวว่า โรงพยาบาลตำรวจนั้นมีศักยภาพมาก มีเครื่องมือพร้อมที่จะรักษาทักษิณได้ ไม่ย้ายไปไหนเด็ดขาด การย้ายมีทางเดียวคือย้ายกลับราชทัณฑ์ แต่หากราชทัณฑ์ระบุว่าการรักษาของโรงพยาบาลตำรวจยังไม่มีประสิทธิภาพ ทางราชทัณฑ์จะส่งไปไหนก็แล้วแต่ดุลพินิจของกรมราชทัณฑ์

 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลตำรวจไม่มีอำนาจในการส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเอกชนได้ และย้ำว่าทางโรงพยาบาลมีหน้าที่รักษาผู้ป่วยเท่านั้น เรื่องการเมืองหรือการรักษาความปลอดภัย ทางโรงพยาบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

The post แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ระบุ อาการทักษิณยังน่าเป็นห่วง ยันไม่มีอำนาจส่งตัวไป รพ.เอกชน หากย้ายส่งกลับราชทัณฑ์ได้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญาให้กำลังใจแพทย์ รพ.ตำรวจ เชื่อทำตามจรรยาบรรณในการดูแลทักษิณ เตรียมเดินหน้าฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากพิสูจน์พบโกหก ป่วยไม่จริง https://thestandard.co/sonthiya-cheer-up-police-hospital-physicians/ Fri, 25 Aug 2023 06:38:42 +0000 https://thestandard.co/?p=833723 สนธิญา สวัสดี

วันนี้ (25 สิงหาคม) สนธิญา สวัสดี เดินทางมาที่โรงพยาบาล […]

The post สนธิญาให้กำลังใจแพทย์ รพ.ตำรวจ เชื่อทำตามจรรยาบรรณในการดูแลทักษิณ เตรียมเดินหน้าฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากพิสูจน์พบโกหก ป่วยไม่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา สวัสดี

วันนี้ (25 สิงหาคม) สนธิญา สวัสดี เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้กำลังใจ พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ หลังมีกระแสกดดันการดำเนินการรับตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับการรักษาในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลตำรวจ

 

โดยสนธิญาระบุว่า ตนเองมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ใหญ่และโรงพยาบาลตำรวจ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักจรรยาบรรณของแพทย์และขั้นตอนการดำเนินการรับตัวเป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ส่วนตัวเชื่อว่าทักษิณอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลตำรวจจริง ไม่ได้เป็นไปตามข้อสันนิษฐานของบางกลุ่ม ในวันนี้จึงอยากมาให้กำลังใจต่อนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลทักษิณในครั้งนี้

  

สนธิญายังระบุอีกว่า ตนเองยืนยันว่าตนยังเดินหน้าร้องเรียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปเยี่ยมทักษิณก่อนหน้านี้มาโดยตลอด ซึ่งคดียังคงอยู่ในชั้นศาลที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดี แต่ในวันนี้ที่เดินทางมาให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เพราะตนเองเชื่อมั่นในจรรยาบรรณทางการแพทย์ของหมอที่ต้องดูแลคนป่วยตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ได้มีนัยใด

  

“สังคมต้องเข้าใจว่าขั้นตอนการรับตัวทักษิณถือว่าเสร็จสิ้นเป็นนักโทษชายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากนักโทษมีอาการเจ็บป่วยก็ต้องได้รับการรักษา” สนธิญากล่าว

 

ส่วนการที่ทักษิณป่วยกะทันหัน สนธิญามองว่าเป็นเรื่องปกติของคนสูงอายุที่มีฐานะร่ำรวย ที่โดยปกติจะพักอาศัยอยู่ในสถานที่สุขสบาย แต่เมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย อย่างเช่น ในคุก ก็อาจทำให้เกิดภาวะเครียด จนนำไปสู่การเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ ซึ่งในเรื่องนี้ตนเองยังคิดถึงแม่ของตนเองที่เป็นผู้สูงอายุซึ่งก็ดูเหมือนจะปกติ แต่อยู่ๆ ก็ต้องเข้าห้องไอซียูรับการรักษาเช่นกัน 

 

ส่วนที่สังคมมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแบบสองมาตรฐานหรือไม่ สนธิญากล่าวว่า เป็นเรื่องความพร้อมทางฐานะของครอบครัวผู้ต้องขัง เพราะถ้าครอบครัวผู้ต้องขังมีความสามารถในการดูแลหรือจัดหาสถานที่ในการรักษาได้ ก็ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ สังคมต้องยอมรับในประเด็นความแตกต่างทางฐานะนี้ให้ได้ เพราะจากเท่าที่เห็นคนสูงอายุในเรือนจำ ถ้าครอบครัวมีฐานะก็จะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน แต่หากใครไม่พร้อมก็รักษาไปตามระบบของกรมราชทัณฑ์

  

สนธิญายังตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการป่วยการเมืองได้ แต่ตนเองเชื่อมั่นในจรรยาบรรณทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ ยืนยันว่าไม่เคยเปลี่ยนแปลงท่าทีในการดำเนินการใดๆ กับพรรคเพื่อไทยและบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากต่อไปพบว่าการเจ็บป่วยหรือการรับการรักษาในครั้งนี้เป็นเรื่องโกหก ก็พร้อมจะเดินหน้าฟ้องร้องและร้องเรียนบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการโกหกในครั้งนี้ทั้งหมด

  

สนธิญายังย้ำด้วยว่า ตนเองไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ยังคงทำหน้าที่ในการร้องเรียนความไม่ถูกต้อง ส่วนประเด็นที่ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินหน้าร้องเรียนในประเด็นทิศทางตรงกันข้ามกับตนเองเมื่อวานนี้ ส่วนตัวไม่เคยพูดคุยกับศรีสุวรรณและไม่ได้เกี่ยวข้องกัน การร้องเรียนเป็นสิทธิที่ศรีสุวรรณสามารถทำได้

The post สนธิญาให้กำลังใจแพทย์ รพ.ตำรวจ เชื่อทำตามจรรยาบรรณในการดูแลทักษิณ เตรียมเดินหน้าฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากพิสูจน์พบโกหก ป่วยไม่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอตุลย์ชี้ รพ.ตำรวจรับรักษาทักษิณมีข้อสงสัยหลายจุด ขอให้รีบรักษาแล้วส่งตัวกลับเรือนจำฯ https://thestandard.co/tul-mentioned-police-hospital-suspicious-procedure/ Fri, 25 Aug 2023 06:13:15 +0000 https://thestandard.co/?p=833677 ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

วันนี้ (25 สิงหาคม) นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้ […]

The post หมอตุลย์ชี้ รพ.ตำรวจรับรักษาทักษิณมีข้อสงสัยหลายจุด ขอให้รีบรักษาแล้วส่งตัวกลับเรือนจำฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

วันนี้ (25 สิงหาคม) นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอให้ชี้แจงข้อกังขา กรณีการเข้ารักษาตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

เช่น เหตุใดไม่ให้ทักษิณรักษาในห้อง ICU ทั้งที่ระบุว่าป่วยหนัก, โรงพยาบาลตำรวจควรเร่งรักษาให้มีอาการปกติโดยเร็ว และส่งตัวทักษิณกลับไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลของกรมราชทัณฑ์, ไม่สมควรเปิดห้องพักรับรองพิเศษให้เข้าพัก เนื่องจากเป็นห้องรับรองนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา และการจัดคิวให้ญาติเยี่ยมในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ มองว่าไม่ใช่หน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจ แต่เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์

 

นพ.ตุลย์กล่าวย้ำว่า การยื่นหนังสือวันนี้เป็นการพูดแทนใจคนไทยทั้งประเทศที่มีข้อกังขา และการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำของตนวันนี้เพื่อไว้อาลัยให้กับกรมราชทัณฑ์ โดยมองว่าอาการของทักษิณที่วิกฤตสมควรส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจมีเพียงอาการเดียวคือความดันเลือดตก ส่วนอาการอื่นๆ สามารถให้การรักษาที่โรงพยาบาลของกรมราชทัณฑ์ได้

 

อย่างไรก็ตาม ตนขอให้ทางโรงพยาบาลตำรวจขออนุญาตทักษิณและครอบครัวเปิดเผยกระบวนการรักษาและข้อมูลการรักษา เพื่อให้สังคมรับทราบและคลายข้อสงสัย

The post หมอตุลย์ชี้ รพ.ตำรวจรับรักษาทักษิณมีข้อสงสัยหลายจุด ขอให้รีบรักษาแล้วส่งตัวกลับเรือนจำฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อถึงอาการทักษิณ ผอ.เรือนจำฯ ระบุ เริ่มให้ผู้ที่ลงชื่อไว้ 10 รายเข้าเยี่ยมตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. https://thestandard.co/sophonrat-reject-thaksin-health-interview/ Thu, 24 Aug 2023 04:45:00 +0000 https://thestandard.co/?p=833203 โสภณรัชต์ สิงหจารุ

วันนี้ (24 สิงหาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังการ […]

The post แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อถึงอาการทักษิณ ผอ.เรือนจำฯ ระบุ เริ่มให้ผู้ที่ลงชื่อไว้ 10 รายเข้าเยี่ยมตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
โสภณรัชต์ สิงหจารุ

วันนี้ (24 สิงหาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังการประชุมพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ลงมาถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2566 โดยมี พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเด็นการรักษาตัว รวมถึงการเคลื่อนย้ายตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ 

 

โดยระบุเพียงว่า ตนเองยังไม่ได้รับรายงานจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจที่เป็นผู้รักษา ซึ่งหลังจากนี้จะไปประชุมร่วมกับคณะแพทย์ชุดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทักษิณว่าอาการตั้งแต่เมื่อวานนี้ (23 สิงหาคม) จนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร

 

สำหรับทักษิณถูกย้ายตัวจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 23 สิงหาคม

 

ด้าน นัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ขณะนี้เรือนจำจะได้รับรายงานอาการป่วยของทักษิณเป็นระยะ ไม่ได้รับรายงานอาการแบบเรียลไทม์ ส่วนการเข้าเยี่ยมตอนนี้ยังไม่อนุญาต เนื่องจากอยู่ในช่วงการกักโรค 5 วัน 

 

สำหรับการอนุญาตบุคคลให้เข้าเยี่ยมจะเป็นหน้าที่ของฝั่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯที่จะต้องแจ้งชื่อเข้ามาตามระเบียบ 10 รายชื่อ ซึ่งตอนนี้แจ้งเข้ามาครบแล้ว 10 รายชื่อ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นบุคคลใดบ้าง ซึ่งทั้งหมดจะสามารถเข้าเยี่ยมทักษิณได้ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้

The post แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อถึงอาการทักษิณ ผอ.เรือนจำฯ ระบุ เริ่มให้ผู้ที่ลงชื่อไว้ 10 รายเข้าเยี่ยมตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ยันทักษิณป่วยหนัก ต้องตั้งชุดแพทย์เฉพาะดูแลใกล้ชิด รักษาตัวอยู่ห้องพัดลม ไม่มีวิว สั่งงดเยี่ยมทุกกรณี https://thestandard.co/thaksin-police-hospital/ Wed, 23 Aug 2023 08:24:11 +0000 https://thestandard.co/?p=832624

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. โส […]

The post แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ยันทักษิณป่วยหนัก ต้องตั้งชุดแพทย์เฉพาะดูแลใกล้ชิด รักษาตัวอยู่ห้องพัดลม ไม่มีวิว สั่งงดเยี่ยมทุกกรณี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ได้เคลื่อนย้ายตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารักษาตัวด่วนกลางดึกที่ผ่านมาที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

พล.ต.ท. โสภณรัชต์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวตำรวจไม่ได้รับการประสานล่วงหน้า เมื่อวานนี้ (22 สิงหาคม) ทักษิณต้องเข้ารับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่ด้วยเกิดอาการแน่นหน้าอกกะทันหัน ค่าออกซิเจนต่ำ และค่าความดันโลหิตสูงมาก ทีมแพทย์ราชทัณฑ์พยายามรักษาระดับความดันที่สูงแล้วแต่ทำได้ไม่มาก จึงลงความเห็นให้ส่งตัวด่วนมาที่โรงพยาบาลตำรวจในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา 

 

พล.ต.ท. โสภณรัชต์กล่าวต่อว่า ความจริงทีมแพทย์ราชทัณฑ์มีความสามารถมาก แต่ด้วยอาการป่วยของทักษิณต้องการแพทย์เฉพาะทางดูแล ประกอบกับเครื่องมือที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์มีจำกัด จึงต้องตัดสินใจย้ายตัว โดยก่อนหน้านี้กรมราชทัณฑ์กับโรงพยาบาลตำรวจมีการทำข้อบันทึกร่วมกันมากว่า 30 ปี ในการส่งตัวผู้ป่วยที่มีอาการหนักมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจอยู่แล้ว

 

ทักษิณถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยรถราชทัณฑ์ เนื่องจากมีความดันโลหิตสูงถึง 170 มิลลิเมตรปรอท และนำตัวไปรักษาที่ชั้น 14 ทันที ซึ่งเดิมชั้นดังกล่าวใช้เป็นพื้นที่กักตัวผู้ป่วยโควิด ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศชั้นนั้นใช้งานไม่ได้ ต้องใช้พัดลม 2 ตัวระบายอากาศแทน และห้องพักของทักษิณไม่ได้อยู่ฝั่งที่มองเห็นทัศนียภาพภายนอก เนื่องจากฝั่งดังกล่าวติดกระจก มีอากาศร้อน

 

พล.ต.ท. โสภณรัชต์กล่าวว่า ขณะนี้แพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการให้น้ำเกลือ พร้อมระดมทีมแพทย์ตั้งเป็นคณะรักษารวม 6 ท่าน มีหมอเชี่ยวชาญด้านหัวใจ ปอด และโควิด อยู่ในทีมดังกล่าว ทั้งนี้ ทักษิณไม่ได้ใส่เครื่องพันธนาการ เนื่องจากตามกฎหมายผู้ป่วยต้องโทษที่มีอายุน้อยกว่า 16 ปี หรือมากกว่า 70 ปีขึ้นไป ไม่ต้องใส่เครื่องพันธนาการ เพราะจะทำให้การรักษาเกิดความยุ่งยาก

 

พล.ต.ท. โสภณรัชต์กล่าวต่อว่า ทีมแพทย์กำลังอยู่ในขั้นตอนนำประวัติการรักษาของทักษิณที่ต่างประเทศมาศึกษา แต่รายละเอียดส่วนนี้แพทย์ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่บอกได้ว่าอาการป่วยของทักษิณถูกรักษามาอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมยืนยันว่าการรักษาผู้ป่วยสูงอายุไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติตามกระแสสังคม เพราะก่อนหน้านี้ผู้ต้องขังที่เป็นผู้สูงอายุรายอื่นก็มีการส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเช่นกัน

 

ทั้งนี้ การดูแลความปลอดภัยระหว่างรักษา ได้มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คอยดูแล 3 คน แต่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลเป็นส่วนของสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน เจ้าของพื้นที่ดูแลความปลอดภัย ส่วนจะรักษาอาการนานเท่าใดยังไม่สามารถตอบได้ ทีมแพทย์จะเป็นผู้ประเมินต่อไป

 

พล.ต.ท. โสภณรัชต์กล่าวว่า อาการล่าสุดของทักษิณเมื่อช่วงเช้าจากการสอบถามทีมแพทย์ที่รักษา ทักษิณมีอาการดีขึ้นเล็กน้อยกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ยังใส่สายออกซิเจน ความดันยังสูงอยู่ สามารถสื่อสารได้แต่ยังมีอาการเหนื่อยหอบ แพทย์ต้องเฝ้าระวังโดยสั่งงดเยี่ยมทุกกรณี ส่วนกรณีถ้าญาติต้องการย้ายตัวไปโรงพยาบาลเอกชนจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรมราชทัณฑ์

 

ตนขอยืนยันว่าอาการของทักษิณถือว่าค่อนข้างหนัก ไม่สามารถเดินทางไป-กลับระหว่างโรงพยาบาลราชทัณฑ์กับโรงพยาบาลตำรวจได้ และยังต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาและตรวจโรคอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของทักษิณ

 

ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าทักษิณดูมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงเมื่ออยู่ต่างประเทศ แต่เมื่อกลับประเทศไทยกับล้มป่วยและมีโรคหลายโรคกะทันหันนั้น พล.ต.ท. โสภณรัชต์กล่าวว่า ต้องเรียนตามตรงว่าแม้แต่ตนเองที่ดูสุขภาพแข็งแรงแต่ก็ป่วยมีอาการไอ เป็นหอบได้เหมือนกัน 

 

The post แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ยันทักษิณป่วยหนัก ต้องตั้งชุดแพทย์เฉพาะดูแลใกล้ชิด รักษาตัวอยู่ห้องพัดลม ไม่มีวิว สั่งงดเยี่ยมทุกกรณี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลตำรวจระส่ำ พนักงานเปลติดโควิด-19 หลายราย ร้องขอควบคุมฝูงชน 90 นายเสริมทัพ https://thestandard.co/police-hospital-crib-staffs-infected-covid-19/ Sun, 25 Apr 2021 03:11:07 +0000 https://thestandard.co/?p=479741 โรงพยาบาลตำรวจระส่ำ พนักงานเปลติดโควิด-19 หลายราย ร้องขอควบคุมฝูงชน 90 นายเสริมทัพ

วันนี้ (24 เมษายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต. […]

The post โรงพยาบาลตำรวจระส่ำ พนักงานเปลติดโควิด-19 หลายราย ร้องขอควบคุมฝูงชน 90 นายเสริมทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลตำรวจระส่ำ พนักงานเปลติดโควิด-19 หลายราย ร้องขอควบคุมฝูงชน 90 นายเสริมทัพ

วันนี้ (24 เมษายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก) ผ่าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา เรื่อง ขอสนับสนุนข้าราชการตำรวจเพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย 

 

ด้วยในปัจจุบันได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในหลายพื้นที่มาจากแหล่งสถานบันเทิงและการรวมกลุ่มของประชาชน จึงมีผู้เข้ามารับการตรวจคัดกรองแล้วพบว่าติดเชื้อ และต้องนอนพักรักษาตัวเป็นจำนวนมากในโรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงพบว่ามีบุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่พนักงานเปลโรงพยาบาลตำรวจติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรในการปฏิบัติงานและดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย

 

ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติงานของโรงพยาบาลตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โรงพยาบาลตำรวจจึงได้มีหนังสือเสนอ ตร. เพื่อขอรับการสนับสนุนข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น. คือ กองบังคับการอารักขา และควบคุมฝูงชน (อคฝ.) จำนวน 30 นาย และ บช.ก. กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (ปพ.) จำนวน 60 นาย ไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลตำรวจ โดยเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 เมษายน เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ ทั้งนี้ในระหว่างที่รอ ตร. พิจารณาสั่งการ

 

จึงประสานมาเพื่อให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวไปรายงานตัวกับ พ.ต.อ. พงศธร อุไรรักษ์ รองผู้บังคับการอำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ ในวันจันทร์ที่ 26 เมษายน เวลา 14.00 น. ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ พร้อมนี้ได้แนบรายละเอียดในการปฏิบัติหน้าที่มาด้วยแล้วจำนวน 1 แผ่น จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

 

มีรายงานอีกว่า สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 90 นายนั้น ให้แต่งกายด้วยเสื้อโปโลสีขาว กางเกงสีเข้ม เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานเปล ทำหน้าที่นำส่งผู้ป่วยโดยรถเข็นนั่งและรถเข็นเปลนอนที่หอผู้ป่วยต่างๆ ตามการร้องขอ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจเป็นพี่เลี้ยงในการช่วยให้คำแนะนำและปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

 

สำหรับสถานที่ปฏิบัติงานแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ ปฏิบัติงานที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา (มกร.) ชั้น 2 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น. จำนวน 10 นาย  และให้ปฏิบัติงาน ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ (ฉก.) ชั้น 2 หน้าห้องฉุกเฉิน วันจันทร์-อาทิตย์ แบ่งเป็น 3 ผลัดต่อวัน โดยโรงพยาบาลตำรวจจะสนับสนุนอาหารวันละ 3 มื้อต่อคน ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ข้าราชการตำรวจทั้ง 90 นายในวันจันทร์ที่ 26 เมษายน โดยให้ต้นสังกัดจัดรถรับส่งไปกลับ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post โรงพยาบาลตำรวจระส่ำ พนักงานเปลติดโควิด-19 หลายราย ร้องขอควบคุมฝูงชน 90 นายเสริมทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>