โรซ่า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โรซ่า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 14 Mar 2022 09:30:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 โรซ่า จบแคมเปญอย่างสวยงาม พาครอบครัวมาเจอกันบนโต๊ะอาหาร ผ่านการครีเอตกิจกรรมกระตุ้นผู้บริโภคที่ครบทั้ง 360 องศา [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/roza-home-cooking-campaign/ Tue, 15 Mar 2022 02:30:04 +0000 https://thestandard.co/?p=604072 Roza

ย้อนไปตั้งแต่วัยเด็ก หนึ่งในเครื่องปรุงสุดคลาสสิกที่ไม่ […]

The post โรซ่า จบแคมเปญอย่างสวยงาม พาครอบครัวมาเจอกันบนโต๊ะอาหาร ผ่านการครีเอตกิจกรรมกระตุ้นผู้บริโภคที่ครบทั้ง 360 องศา [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Roza

ย้อนไปตั้งแต่วัยเด็ก หนึ่งในเครื่องปรุงสุดคลาสสิกที่ไม่เคยร้างลาจากโต๊ะอาหารในบ้าน คือแบรนด์โรซ่า ซึ่งสร้างความผูกพันกับผู้คนโดยเฉพาะคน Gen X และ Gen Y จนเกิดกลายเป็น Brand Love เคล้าอยู่ในวิถีการกินอยู่โดยไม่รู้ตัว

 

Roza

 

ในระหว่างที่รื้อฟื้นความทรงจำกับโรซ่า เรารู้สึกว่าแบรนด์นี้มีพลังบางอย่างที่นอกเหนือกว่าการทำหน้าที่เชื่อมรสชาติความอร่อยที่เราคุ้นเคย นั่นคือการที่โรซ่าทำให้เรานึกถึงวัยเด็กบนโต๊ะอาหารที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า เป็นช่วงความสัมพันธ์อิ่มเอมที่โซเชียลมีเดียยังไม่เข้ามาช่วงชิง และทำให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใด โรซ่าจึงสร้างแคมเปญ ‘50 ปี โรซ่า แฟมิลี่ฟู้ด เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว’ ขึ้นมาในช่วงนี้ อันเป็นยุคสมัยที่ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนไป รูปแบบของครอบครัวก็มีความหลากหลายมากกว่าเมื่อก่อน เพราะครอบครัวสำหรับบางคน อาจหมายถึงครอบครัวใหญ่ที่มีคนหลากหลายเจเนอเรชันอยู่รวมกัน และครอบครัวสำหรับบางคน อาจหมายถึงครอบครัวเล็กๆ ที่มีคนเพียงหนึ่งหรือสองคนอยู่ในนิยามนั้น

 

แต่ไม่ว่าคุณจะมีครอบครัวเป็นแบบไหน นี่คือช่วงเวลาที่คำว่า ‘ครอบครัว’ ซึ่งอาจเคยพร่าเลือนไปตามบริบทการใช้ชีวิตยุคใหม่ ได้กลับมามีความหมายที่แน่นแฟ้นขึ้น หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการสะกิดให้เรากลับมาคิดถึง ‘ครอบครัว’ ของเรา โดยมี โรซ่า เป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสุขของครอบครัวให้กลับมาอีกครั้ง

 

โดยโรซ่าเลือกใช้ ‘อาหารบ้านบ้าน’ มาเป็นศูนย์กลาง เชื่อมทุกคนในครอบครัวให้มีโมเมนต์พิเศษร่วมกันอีกครั้ง ทั้งในเรื่องของรสชาติและบทสนทนาของคนในครอบครัวที่หาไม่ได้จากนอกบ้าน เพื่อคืนช่วงเวลาคุณภาพให้กับครอบครัว และเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษ พร้อมตอกย้ำ Brand Attitude ของโรซ่า ที่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัวกลับคืนมา

 

เมื่อจุดเริ่มต้นของแคมเปญดังกล่าวมาจาก ‘ครอบครัว’ โรซ่า จึงพัฒนาแนวคิด ‘Reconnecting Family Bonds’ ให้ ‘อาหารบ้านบ้าน อาหารที่มีเรื่องเรา” หรือเมนูอาหารของครอบครัวในความทรงจำเป็นเครื่องมือสื่อสารกับกลุ่มครอบครัวไทยทั่วประเทศ แน่นอนว่าสิ่งที่โรซ่าต้องการ ไม่ใช่แค่ส่งสารแล้วจบไป หากแต่อยากให้เกิดภาพจริงของช่วงเวลาคุณภาพในครอบครัวผ่านเมนูอาหารที่มีโรซ่าเป็นส่วนหนึ่งในนั้นกลับมาด้วย มันจึงเป็นแคมเปญที่ท้าทาย ในการจะต้องคิดทำคอนเทนต์ที่กระตุ้นกลุ่มเป้าหมายให้รู้สึกร่วม การทำแคมเปญการตลาดแบบ 360 องศา ทั้งออนไลน์และออฟไลน์จึงเกิดขึ้น

 

Roza

 

เริ่มต้นจุดพลุด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาและเว็บฟิล์มชุด ‘Home Food Story – อาหารบ้านบ้าน อาหารที่มีเรื่องเรา’ ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของชีวิตหลากรุ่นตามยุคสมัย ที่เจอเรื่องราวแตกต่างกันออกไปแล้วทำให้หวนคิดถึงคนในครอบครัว โดยมีอาหารบ้านบ้าน ช่วยเชื่อมความสุขนั้น ซึ่งเนื้อหาและการนำเสนอที่นำสมัย ทำให้ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวเป็นที่พูดถึงของกลุ่มเป้าหมายบนโลกโซเชียลมีเดีย อีกทั้ง โรซ่า ยังจับมือกับ TV Thunder บริษัทผลิตสื่อชั้นนำ สร้างสรรค์มินิซีรีส์ ‘จากสูญถึงสิบ’ ซีรีส์แนว Drama Contemporary สะท้อนความสัมพันธ์ในการสร้าง Family Bonding ของครอบครัวรูปแบบต่างๆ หลากหลายช่วงวัย เรียกเสียงฮือฮาในวงกว้างถึงมิติใหม่ของการสอดแทรก Brand Attitude ของโรซ่าลงไปอย่างแนบเนียน 

 

Roza

 

ไม่เพียงแค่นั้น โรซ่ายังจับมือกับเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ มาร่วมกันแชร์ประสบการณ์เมนูอาหารบ้านบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำตามสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น โต๋-ไบรท์ ที่นำเสนอคอนเทนต์ ‘โต๋ พา ไบรท์ ไปกินอาหารบ้านบ้าน แบบ Chef’s Table’ ร่วมด้วยคอนเทนต์จาก หยาดพิรุณ, TheFadd, Aum Napat ฯลฯ หรือแม้แต่ในรายการทีวีก็ได้มีการหยิบยกเรื่องราวของแคมเปญดังกล่าวมาพูดถึง เพื่อเน้นย้ำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกอยากมีโมเมนต์ร่วมโต๊ะกับคนในครอบครัว  

 

อันที่จริง ความทรงจำกับเมนูอาหารของครอบครัวนั้น เราต่างก็มีประสบการณ์ร่วมกันอย่างถ้วนหน้า ทางแบรนด์จึงไม่ลืมสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสื่อสารกับ Real Consumer โดยให้ทุกคนส่งเรื่องราวอาหารบ้านบ้านของตัวเองเข้ามาร่วมสนุกทาง Facebook ของโรซ่า นั่นคือที่มาของปรากฏการณ์ภาพบิลบอร์ดการร่วมโต๊ะอาหารของคนในครอบครัว ซึ่งกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ กว่า 65 แห่ง เพื่อสะท้อนรสชาติแห่งความสุขของคนในครอบครัว

 

Roza

 

ในช่วงท้ายของแคมเปญ โรซ่าได้สร้าง Family Bond Quiz เพื่อชวนเราทบทวนความทรงจำ และตั้งคำถามกับคอนซูเมอร์ให้ระลึกถึงคุณค่าและความสำคัญของการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันกับคนในครอบครัว

 

เมื่อย้อนกลับไปถึงเป้าหมายหลักในการทำแคมเปญนี้ของแบรนด์โรซ่าที่บอกว่า ต้องการสื่อสารถึง Brand Attitude ที่เชื่อว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง และมีส่วนในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ทั้งยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมครอบครัวเข้าหากัน นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกในครอบครัว เราก็พบว่าแคมเปญนี้สามารถสื่อสารความหมายนั้นไปยังกลุ่มครอบครัว และทำให้เกิดการพูดถึงประเด็นการกินข้าวร่วมกันที่บ้านบนโลกโซเชียลในวงกว้าง หลากหลายคอมเมนต์กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า คอนเทนต์จากแคมเปญของโรซ่าทำให้พวกเขาฉุกคิดถึงครอบครัวที่บ้าน คิดถึงโรซ่าในเมนูโปรด อยากกลับไปกินข้าวกับครอบครัว

 

ทว่าในเชิง Emotional ที่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวพัน เราเห็นว่าสิ่งที่แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ คือการกระตุ้นเตือนให้เรานึกถึงครอบครัว เพราะอย่างน้อยที่สุดภายใต้เรื่องราวของอาหารบ้านบ้าน ก็ทำให้เราอยากระลึกได้ว่า อยู่ร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวครั้งสุดท้ายเมื่อไร และอยากกลับไปทำให้โมเมนต์แบบนั้นเกิดขึ้นอีกหลายๆ ครั้ง นี่คือความสำเร็จอย่างสวยงามที่สุดสำหรับเรา 

 

 

Roza

The post โรซ่า จบแคมเปญอย่างสวยงาม พาครอบครัวมาเจอกันบนโต๊ะอาหาร ผ่านการครีเอตกิจกรรมกระตุ้นผู้บริโภคที่ครบทั้ง 360 องศา [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากสูญถึงสิบ ถอดรหัสสูตรลับ 50 ปี โรซ่า เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/roza-50th-anniversary/ Fri, 26 Nov 2021 04:50:19 +0000 https://thestandard.co/?p=564463 Roza

“จากสูญถึงสิบ คือซีรีส์ที่โรซ่าเป็นผู้สนับสนุน แต่ไม่เค […]

The post จากสูญถึงสิบ ถอดรหัสสูตรลับ 50 ปี โรซ่า เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Roza

จากสูญถึงสิบ คือซีรีส์ที่โรซ่าเป็นผู้สนับสนุน แต่ไม่เคยได้รับบรีฟเรื่องจุดแข็งของสินค้า โลโก้ขนาดเท่าไร ต้องเห็นขวดโรซ่ากี่ฉาก ในฐานะคนทำนี่เป็นซีรีส์ที่เราอยากทำมาก แต่ไม่มีแบรนด์ไหนสนใจ” 

 

“หรือต้องบอกว่าไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ดีกว่า (หัวเราะ)”  

 

จากสูญถึงสิบ คือซีรีส์ความยาว 4 ตอน ที่โรซ่า และทีวี ธันเดอร์ จับมือเป็นพาร์ตเนอร์ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานขับเคลื่อนสังคมผ่านเรื่องราวบนโต๊ะอาหาร บนพื้นฐานความเชื่อ ‘ถ้าครอบครัวแข็งแรง สังคมก็แข็งแรง’ ผ่าน Brand Attitude ของโรซ่าที่ว่า ‘เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว’ 

 

THE STANDARD มีโอกาสพูดคุยกับ สุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และ จารุพร กำธรนพคุณ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการผลิต บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อถอดรหัส ‘สูตรรสชาติ’ แห่งความสุข แล้วชวนทุกคนไปรับชมเรื่องราวและความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แสนธรรมดา แต่มีจุดร่วมที่ทุกคนสัมผัสได้ 

 

และลองเล่นเกมสนุกๆ ช่วยกันนับว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เราจะมองเห็นขวดโรซ่าอยู่บนโต๊ะอาหารกี่ครั้ง!

 

Roza

 

50 ปี โรซ่า มากกว่าการเฉลิมฉลอง คือการทบทวนตัวเอง 

สุวิทย์: โรซ่าเป็นแบรนด์หนึ่งที่ผ่านการต่อสู้ล้มลุกคลุกคลานมา 50 ปี แต่เราคุยกันว่าเรื่องพวกนี้เอาไว้คุยกันในบริษัท เล่าให้พนักงานฟังให้เขาภูมิใจว่าอยู่ในบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเราจะเดินต่อไปด้วยกัน ที่สำคัญกว่านั้นคือการกลับมาทบทวนตัวเองว่าเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร 

 

ก่อนหน้านี้เราทำแคมเปญ Product Attribute มาเยอะ ตั้งแต่บอกว่าเป็นเจ้าแรกที่ปลูกมะเขือเทศในเมืองไทย, พัฒนาซอสมะเขือเทศที่เทยากมาเป็นใส่ขวดบีบได้ปลอดภัย, เป็นเจ้าแรกที่ทำปลากระป๋องแบบมีฝาเปิดได้, เป็นเจ้าแรกที่เอาผักกาดดองมาใส่ในซองฉีกกินได้เลย เราพัฒนาผลิตภัณฑ์มากมายในช่วง 50 ปี แต่ถามว่าพอไหม ผมบอกได้เลยว่าไม่พอ 

 

เรื่องหนึ่งที่เราต้องเริ่มทำจริงๆ คือการพูดถึงแอตติจูดของแบรนด์ หรือสิ่งที่เราจะยืนหยัดเพื่อสิ่งนี้ตลอดไป ซึ่งผมพูดกับพนักงานเสมอว่า จะทำอาหารอะไรให้คนกิน เราต้องภูมิใจที่จะกินมันก่อน ทุกบาททุกสตางค์ที่ผู้บริโภคจ่ายต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่เขาได้รับ เราเลยนึกถึงคำว่า Family Food เราจะเข้าไปอยู่ในมื้ออาหารของครอบครัว เวลาเดินไปในบ้านต้องมีโรซ่าอยู่ในนั้น 

 

คำถามต่อมาคือ เราจะเข้าไปในบ้านเขาทำไม เราเข้าไปเพราะเชื่อว่าเราสามารถเชื่อมรสชาติความสุขครอบครัวเขาได้ เราเข้าไปในบ้านเพื่อทำให้เขามีความสุข ซึ่งความสุขเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร 

 

Roza

 

เราทำงานวิจัยร่วมกับกรมสุขภาพจิต พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า การกินอาหารร่วมกันในบ้านคือกิจกรรมที่แต่ละคนทำร่วมกันมากที่สุดถึง 95.67% คิดเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 24.62 ครั้งต่อเดือน มันมีข้อมูลที่ซัพพอร์ตความเชื่อของเราว่า เมื่อไรที่ครอบครัวแข็งแรง สังคมก็จะแข็งแรงตามไปด้วย 

 

พอเอาทุกอย่างมารวมกัน บวกกับผมเป็นหนึ่งคนที่ชอบดูซีรีส์แล้วเชื่อเหมือนหลายคนว่าทีมงานคนไทยมีคุณภาพสามารถสร้างผลงานดีๆ ที่ทำให้สังคมแข็งแรงออกมาได้ แล้วให้โรซ่าเป็นพลเมืองเล็กๆ ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้บ้าง แม้ว่าจะเป็นจุดเล็กๆ ก็ยังดี ก็เลยเกิดเป็นซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมา

 

จารุพร: ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพจะคล้ายๆ ยุคเรเนสซองส์ (ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14) ที่พ่อค้า คหบดี เศรษฐี ฯลฯ เป็นคนเข้ามาสนับสนุนให้งานศิลปะงอกเงย วันนี้ถึงจุดที่แบรนด์ลงทุนกับเรา ช่วยกันสร้างซีรีส์ต้นทุนเกินสิบล้าน เพื่อสร้างซีรีส์ที่ถ้าเราเอาไปเสนอตามปกติจะไม่มีคนตอบรับ

 

สิ่งที่คุณสุวิทย์และแบรนด์โรซ่าทำตลอดการทำงานคือ ไม่เคยบรีฟเรื่องคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ ไม่เคยบอกว่าต้องเห็นขวดบนโต๊ะอาหารกี่ฉาก โลโก้ควรขนาดเท่าไร ทุกวันนี้ยังไม่ได้ส่งไฟล์โลโก้มาให้เลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ไม่มีบอกว่าสูตรเด็ดคืออะไร ดีกว่าแบรนด์อื่นอย่างไร พูดแค่เรื่องเดียวคือความเชื่อและทัศนคติของแบรนด์ มันเป็นกลยุทธ์การทำซีรีส์ที่เลยจุดนั้นไปแล้ว ซึ่งเราอยากทำแบบนี้มาก แต่ไม่มีแบรนด์ไหนสนใจ

 

สุวิทย์: “หรือต้องบอกว่าไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ดีกว่า (หัวเราะ)” ผมรู้สึกสนใจซีรีส์เรื่องนี้ ตรงที่มันไม่ใช่การสนับสนุนของแบรนด์ที่เรียกว่า Product Tie-in แต่มองว่าเป็นงานแบบ Attitude Tie-in ที่อยากให้คนรู้จักตัวตนของแบรนด์จริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า

 

Roza

 

Contemporary Drama เรื่องเล่าที่จับใจและเชื่อมโยงชีวิตผู้คน 

จารุพร: มีประเด็นที่ทีวี ธันเดอร์ อยากพัฒนามากๆ คือ Contemporary Drama การพูดถึงมิติต่างๆ ในสังคมตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เมื่อบริบทเมืองเปลี่ยนไป ความเป็นซีรีส์ก็ควรเปลี่ยนไปเหมือนกัน แล้วเราก็คิดกันอยู่เสมอว่าทำไมซีรีส์ไทยทำอย่างอื่นไม่ได้ ทำไมบางเรื่องรีเมกแล้วรีเมกอีก ทั้งที่มีประเด็นให้เล่าเยอะมากๆ 

 

โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวที่มีมิติเยอะมาก แต่เรามักจะพูดอยู่แค่ 2 ฝั่ง คือดีมากๆ ครอบครัวอบอุ่น กับฝั่งที่ครอบครัวต้องแตกหัก ชีวิตรันทดมากๆ ซึ่งบางครั้งมันอาจจะไม่สัมพันธ์กับชีวิตคนดู เพราะคนดูก็ไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมแบบนั้นเสมอไป ทำไมไม่ลองทำซีรีส์ครอบครัวที่มีปัญหาประมาณหนึ่ง มีชีวิตประมาณหนึ่ง ที่เราสามารถพบเจอได้ทั่วไป ให้คนดูรู้สึกว่านี่ล่ะคือสิ่งที่ตัวฉันเจอเหมือนกัน 

 

Roza

 

จากสูญถึงสิบ เลยเลือกเล่าเรื่องครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยว นำเสนอเรื่องความสมบูรณ์แบบที่ไม่สมบูรณ์แบบ เราใช้คำว่า Imperfectly Perfect ที่เล่าเรื่องคนธรรมดา ครอบครัวกลางๆ ไม่ต้องเป็นฮีโร่ ไม่ต้องเพอร์เฟกต์หรือล้มเหลวแตกหัก แต่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ 

 

เหมือนที่คุณสุวิทย์บอกว่าอยากให้โรซ่ามีประโยชน์กับสังคม นี่คือความพยายามให้สังคมมีคอนเทนต์ที่ดี หวังว่ามันจะสัมผัสหัวใจผู้คน สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างให้เขามีกำลังใจ มีความหวัง มีทางเลือก รู้สึกว่า เฮ้ย ชีวิตมันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เราสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ไปจนถึงความรู้สึกว่า ดูแล้วมันเติมเต็มจิตใจ ฉันอยากเป็นคนดี หนังหรือซีรีส์มันมีพลังชี้นำคนได้ขนาดนั้น เหมือนที่เราเห็นตัวอย่างจากซีรีส์เกาหลีหลายๆ เรื่อง 

 

Roza

 

จากสูญถึงสิบ, เท็น, แปลน, โรซ่า ‘มีของ แต่ถ่อมตน’

จารุพร: ซีรีส์เรื่องนี้เลยเล่าผ่านตัวละคร เท็น (แปลน-รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์) เด็กมัธยมธรรมดาที่แม่เสียชีวิตเลยต้องอยู่กับพ่อ ชอบเตะฟุตบอล มีความฝันเหมือนเด็กทั่วไป แล้ววันหนึ่งพ่อก็ตาย ยืนงงอยู่ในดงพวงหรีดได้สักพัก ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า โดยไปอยู่กับครอบครัวเพื่อนสนิทของพ่อ 3 คน

 

แน่นอนว่าเท็นรู้สึกเสียใจที่พ่อตาย แต่ไม่ได้รู้สึกเศร้าขนาดนั้น แล้วเท็นไม่ได้ทำให้ชีวิตมีปัญหา แล้วเป็นเท็นนี่ล่ะที่ไปเปิดบทสนทนาในแต่ละบ้านให้เห็นทางออกของการแก้ปัญหา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พ่อสอนมาทั้งหมด ซึ่งพ่อก็เป็นคนธรรมดานะ ไม่ใช่ฮีโร่เลย ไปงานโรงเรียนก็สาย แต่สิ่งที่คนธรรมดาคนนี้มีคือเขาคุยกับลูกอยู่ตลอด 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเท็นกำลังส่งข้อความบอกคนดูว่า เราทำอะไร หรือใช้ชีวิตกับลูกอย่างไรในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ ลูกอยู่ได้ไหมถ้าวันหนึ่งเราจากไป ซึ่งเท็นอยู่ได้ อยู่ได้ดีด้วย

 

Roza

Roza

 

สุวิทย์: บุคลิกของเท็นกับโรซ่าแมตช์กันมากๆ เพราะอย่างที่บอกว่าโจทย์ของเราคือ เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว ซึ่งความสุขของเท็นคือ เข้าไปอยู่ในบ้านแล้วช่วยแก้ปัญหา ความสุขของโรซ่าอยู่บนโต๊ะอาหาร ไปอยู่บ้านไหนก็อยากทำให้บ้านนั้นมีความสุข 

 

ความคล้ายกันอีกอย่าง คือ ช่วงที่พ่อตายเท็นก็เหมือนกลับไปอยู่ที่จุด ‘สูญ’ โรซ่าก็เคยล้มละลาย นั่นก็ ‘สูญ’ จริงๆ แต่เราก้าวขึ้นมาได้เพราะอะไร เพราะทัศนคติที่ว่าเราสามารถทำได้ ซึ่งเท็นมีความเชื่อตรงนี้สูงมาก ซึ่งเขาได้สิ่งนี้มาจากพ่อ มาจากครอบครัวที่ไม่ได้เพอร์เฟกต์ แต่ความไม่เพอร์เฟกต์มันเป็นต้นทุนที่ปลูกฝังให้เด็กต่อยอดในอนาคต ให้เขาเติบโตมาพร้อมกับทัศนคติที่แข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัว อยู่ในสังคมแบบมีความสุขได้ 

 

อีกเรื่องที่สำคัญคือ บุคลิกของเท็น และนักแสดงอย่างแปลนที่มารับบท ผมใช้คำว่า มีของ แต่ถ่อมตน ซึ่งเป็น Brand Personality ของโรซ่าเหมือนกัน เราบอกได้ว่าเรามีของ เพราะไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถอยู่ได้ถึง 50 ปี ซึ่งของของเราคือความชำนาญในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของครัวเรือนไทย ขณะเดียวกันเราก็อ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งตรงกับบุคลิกของเท็นมากๆ ผมยังคุยกับทีวี ธันเดอร์ อยู่เลยว่า ถ้าสร้างซีรีส์ภาคต่อ เท็นก็ต้องยังต้องเป็นแกนกลาง แล้วนักแสดงก็ต้องเป็นแปลนเหมือนเดิม 

 

Roza

Roza

 

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราไม่ได้ล้อมวงกินข้าวด้วยกัน? 

จารุพร: เวลาพูดถึงความสำเร็จของชิ้นงาน ส่วนหนึ่งมาจากฟีดแบ็กและเอนเกจเมนต์ในโซเชียลมีเดีย จากสูญถึงสิบ ติดเทรนด์ Twitter อันดับท็อป 3 ตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างซีรีส์ ซึ่งจริงอยู่ว่าเรามีแปลนที่มีฐานแฟนคลับติดตามอยู่ แต่หลังจากซีรีส์ออนแอร์ไป 2 อีพี มีฟีดแบ็กที่ไม่ได้พูดถึงแค่นักแสดง แต่พูดถึงเมสเสจของซีรีส์ที่เราอยากจะสื่อ ซึ่งทั้งหมดมันแทบจะตรงกับวัตถุประสงค์ของซีรีส์ที่เราตั้งใจเอาไว้ทั้งหมดเลย 

 

ตั้งแต่เรื่องบนโต๊ะอาหารที่ทำให้บางคนนึกขึ้นมาได้ว่า นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ทำอาหารกินเอง นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้นั่งล้อมวงกินข้าวกับที่บ้าน บางคนบอกว่าดูแล้วอยากกินเฟรนช์ฟรายส์ สงสัยครั้งหน้าต้องเตรียมอาหารเอาไว้ด้วย เพราะดูไปหิวไป (หัวเราะ) บางคนน้ำตาซึมตอนได้เห็นฉากกินข้าวบนโต๊ะอาหารก็มี

 

ไปจนถึงเรื่องความรู้สึกที่บอกว่าดูเรื่องนี้แล้วช่วยปลดล็อกความรู้สึกหลายๆ อย่างกับครอบครัว บางคนบอกว่าเรื่องนี้อาจทำให้เข้มแข็งขึ้นจากสิ่งต่างๆ ที่เจอ บางคนมาแชร์ว่าถึงครอบครัวเราไม่อบอุ่นแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน 

 

Roza

 

บางคนได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเท็นว่า ถึงจะเป็นผู้สูญเสีย แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เราล้มเหลว หรือทำให้คนรอบข้างได้พลังลบ บางคนเชื่อว่าแต่ละคนมีปัญหาของตัวเอง แต่เพราะเท็นคือครอบครัว ทุกคนเลยอยากดูแลให้เด็กคนนี้เติบโตมาอย่างดีที่สุด 

 

รวมถึงบางคนที่บอกว่า ต้องขอบคุณที่ผลิตซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาให้ได้ดู ทั้งที่ปกติเขาไม่ดูละครไทย แต่อยากติดตามเรื่องนี้ต่อไป เป็นเสียงสะท้อนว่าเขาสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของคนทำงาน และสะท้อนกลับไปที่แบรนด์โรซ่าที่เป็นผู้สนับสนุน

 

เพราะฉะนั้นที่คุณสุวิทย์บอกว่า โรซ่าเชื่อมความสุขของครอบครัว จริงๆ มันไม่ได้เชื่อมแค่เอาขวดมาวางบนโต๊ะแล้วกินข้าวร่วมกัน แต่เป็นการที่วันนี้โรซ่ามาสร้างซีรีส์เรื่องหนึ่ง แล้วมันช่วยฮีลใจผู้คน อันนี้ล่ะที่เชื่อมความสุขของคนจริงๆ แล้วผลทั้งหมดมันจะกลับไปที่ตัวสินค้าและแบรนด์โดยไม่ต้องสงสัยเลย

 

Roza

 

สุวิทย์: ในแง่การชี้วัดความสำเร็จ ผมอยากให้ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ไม่ใช่เพราะคนจะได้ซื้อโรซ่าเยอะขึ้น แต่ผมคิดว่ามันจะสร้าง New Normal ในสังคมไทยขึ้นมาว่า ถ้าโรซ่าที่เป็นแบรนด์ขนาดกลางๆ ลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ แล้วซีรีส์ได้รับคำชื่นชม มีคนกล่าวขานถึงมากๆ 

 

มันยังมีประเด็นอีกมากมายในสังคมที่เราเอามาผลิตเป็นซีรีส์น้ำดี คนดูฟีลกู๊ด ให้ความรู้สึกที่ดีต่อสังคม ผมคิดว่ามีผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง มีแบรนด์เก่งๆ อีกจำนวนมาก ที่ถ้ามาทำซีรีส์แบบนี้ แล้วทำให้สังคมโดยรวมน่าอยู่ขึ้น ทุกคนแคร์สังคมมากขึ้น ผู้ผลิตก็จะมีงบประมาณสร้างผลงานที่มีคุณภาพออกมาตอบโจทย์ตรงนี้เยอะขึ้นด้วย 

 

รับชมตัวอย่างซีรีส์ จากสูญถึงสิบ ได้ที่

 

The post จากสูญถึงสิบ ถอดรหัสสูตรลับ 50 ปี โรซ่า เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝึกฝน ซ้อม มุ่งมั่น: 1413 วันแห่งความมุ่งมั่น ร่วมกันส่งกำลังใจ ให้คำว่า ‘สู้’ ไปถึงทุกหัวใจของทีมชาติไทย [Advertorial] https://thestandard.co/1413-roza-cheer-thailand/ https://thestandard.co/1413-roza-cheer-thailand/#respond Fri, 24 Aug 2018 10:35:40 +0000 https://thestandard.co/?p=115893

ในที่สุดการแข่งขันกีฬาที่ผู้คนทั่วทั้งทวีปเอเชียรอคอยเป […]

The post ฝึกฝน ซ้อม มุ่งมั่น: 1413 วันแห่งความมุ่งมั่น ร่วมกันส่งกำลังใจ ให้คำว่า ‘สู้’ ไปถึงทุกหัวใจของทีมชาติไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในที่สุดการแข่งขันกีฬาที่ผู้คนทั่วทั้งทวีปเอเชียรอคอยเป็นเวลาถึง 4 ปี ก็เวียนกลับมาอีกครั้ง กับมหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่ ณ กรุงจาการ์ตา และเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคนไทยแล้ว ก็ถือเป็นเวลาอันดีอีกหนึ่งครั้ง ที่พวกเราจะได้ร่วมส่งใจไปซ้อม ฝากใจไปแข่ง ให้ทีมทัพนักกีฬาไทย

 

 

หัวใจที่มุ่งมั่น ทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

 

หลายคนโฟกัสไปที่ผลงานของเหล่าทัพนักกีฬาไทย แต่จริงๆ แล้วเบื้องหลังของนักกีฬาไทยทุกคน คือการฝึกซ้อมที่มุ่งมั่นของพวกเขา เป็นระยะเวลา 1413 วัน หรือ มากกว่า 4 ปีที่พวกเขารอคอย กับความตั้งใจและต้องก้าวผ่านอุปสรรคมากมาย ความเหนื่อยล้า ความท้อแท้เหล่านี้คือสิ่งที่พวกเราชาวไทยไม่มีทางได้เห็นเลย

 

 

หัวใจที่มุ่งมั่น ทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

 

1413 วัน / 4 ปี / 6 วันต่ออาทิตย์ / 8 ชั่วโมงต่อวัน – คือความทุ่มเทที่เหล่าตัวแทนประเทศไทย มุ่งมั่น ตั้งใจ ฝึกซ้อม ฝึกฝน และรอคอยอย่างใจจดจ่อ ให้ถึงวันนี้ วันที่เหมือนเป็นดั่งรางวัลแห่งความพยายามของพวกเขา

 

ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม … – พวกเขามุ่งมั่นที่จะซ้อมซ้ำๆ

 

 

ต่อย ต่อย ต่อย ต่อย ต่อย ต่อย ต่อย ต่อย ต่อย ต่อย … – ต่อยซ้ำๆ เทียบเท่ากับแรงตอกเสาเข็มตึกซูเปอร์ทาวเวอร์ รวม 39 ตึก!

 

 

วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง … – วิ่งซ้ำๆ เท่ากลับระยะทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน 3 รอบ!

 

 

ตี ตี ตี ตี ตี ตี ตี ตี ตี ตี … – ตีซ้ำๆ จำนวน 2,400,000 ครั้งตลอด 4 ปี!

 

 

กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด … – กระโดดซ้ำๆ เท่ากับความสูง 3 เท่าของยอดเขาเอเวอเรสต์!

 

 

ยก ยก ยก ยก ยก ยก ยก ยก ยก ยก … – ยกซ้ำๆ เทียบเท่าน้ำหนักรถบรรทุก 7,632 คัน!

 

นี่แหละคือ 1413 วันแห่งความมุ่งมั่น มุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่จะได้เป็นตัวแทนของชาติ

 

 

และด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของพวกเขา มันทำให้เราในฐานะคนไทย เห็นว่าพวกเขาทุ่มเทมากมายขนาดไหน เราและคนไทยอีกหลายคนจึงพร้อมใจกันเชียร์เหล่าทัพนักกีฬาไทย โดยไม่สนว่าผลของเกมจะแพ้หรือชนะ…แต่เราคนไทย ยังไงก็จะเชียร์

 

 

หัวใจที่มุ่งมั่น ทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

 

คุณยังจำความรู้สึกนั้นได้หรือไม่ วันที่นักกีฬาตัวแทนประเทศไทยกำลังแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทุกคนจดจ้องอยู่ที่หน้าจอถ่ายทอดสด เสียงเชียร์ที่ตะโกนลั่นจากใจในแบบที่เหมือนว่ากำลังอยู่ชิดติดขอบสนามเลยทีเดียว

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คนไทยคือหนึ่งแรงพยุงลมใต้ปีก ที่มีส่วนผลักดันและเป็นกำลังใจสำคัญให้กับทัพนักกีฬาไทยทุกคน

 

โรซ่า แบรนด์หัวใจไทย จึงอยากจะเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศ มาร่วมเชียร์และให้กำลังใจเหล่าทัพนักกีฬาไทยทุกคน ผ่านทางเว็บไซต์ rozacheerthailand.com

 

เพราะปลายทางไม่สำคัญเท่ากับหัวใจที่มุ่งมั่น และทุกครั้งที่มีนักกีฬาไทยได้เหรียญทอง โรซ่าจะขอร่วมแสดงความยินดีและขอบคุณสำหรับกำลังใจจากคนไทยด้วยการมอบทองคำหนัก 1 สลึง ให้กับผู้โชคดีที่เข้ามาร่วมเชียร์ผ่านช่องทางดังกล่าว

 

ให้ทุกคำว่า ‘สู้’ ส่งไปถึงทุกความมุ่งมั่น ทุกการซ้อม ทุกการต่อย วิ่ง ตี กระโดด ยก ตลอด 1413 วัน ให้ทุกความมุ่งมั่นนั้นมีความหมาย

 

เพราะหัวใจที่มุ่งมั่น สำคัญมากกว่าผลแพ้ชนะของเกม

 

ร่วมเป็นกำลังใจให้ทุกความมุ่งมั่น…มีคุณค่า

The post ฝึกฝน ซ้อม มุ่งมั่น: 1413 วันแห่งความมุ่งมั่น ร่วมกันส่งกำลังใจ ให้คำว่า ‘สู้’ ไปถึงทุกหัวใจของทีมชาติไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/1413-roza-cheer-thailand/feed/ 0