โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 07 Jul 2026 10:25:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผู้ถือหุ้น BCPG เห็นชอบขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งในสหรัฐฯ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน รองรับการเติบโตระยะยาว https://thestandard.co/bcpg-sells-us-gas-plants/ Tue, 07 Jul 2026 10:25:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1227822 โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ได้จัดการประชุม […]

The post ผู้ถือหุ้น BCPG เห็นชอบขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งในสหรัฐฯ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน รองรับการเติบโตระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ได้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) โดยมี ประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย รวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ คณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาอนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการบริษัทเสนอ

 

รวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton Holdings II, LLC (Hamilton) ซึ่งถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ Hamilton Liberty และโครงการ Hamilton Patriot ในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา รวมกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 426 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่ากิจการรวม 575 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18,754 ล้านบาท โดยเป็นการจำหน่ายหุ้นร่วมกับผู้ถือหุ้นรายอื่นทั้งหมดภายใต้เงื่อนไขสิทธิบังคับเข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights)

 

การทำธุรกรรมในครั้งนี้ บริษัทจะได้รับเงินสดประมาณ 354 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมกับเงินปันผลที่ได้รับจากโครงการดังกล่าวแล้วอีกประมาณ 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้บริษัทได้รับเงินสดจากการลงทุนรวมคิดเป็น 1.6 เท่า ของเงินลงทุนที่เคยลงทุนไว้

 

โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้รับไปเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน เพื่อรองรับการลงทุนตามยุทธศาสตร์ในธุรกิจพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทในอนาคต

 

“ภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นดังกล่าว บริษัทยังคงมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาอีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ Carroll County Energy LLC (CCE) และ South Field Energy LLC (SFE) รวมกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น 431 เมกะวัตต์ ซึ่งยังคงสนับสนุนความมั่นคงของผลการดำเนินงานของบริษัทต่อไป” รวีกล่าวเพิ่มเติม

 

ภาพ: tonton/ Shutterstock

The post ผู้ถือหุ้น BCPG เห็นชอบขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งในสหรัฐฯ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน รองรับการเติบโตระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บ้านปู เพาเวอร์’ เล็งทุ่ม 1-1.5 พันล้านดอลลาร์ ขยายธุรกิจพลังงาน เน้นลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-พลังงานสะอาด https://thestandard.co/banpu-power-expansion/ Wed, 12 Mar 2025 09:42:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1051410

อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพา […]

The post ‘บ้านปู เพาเวอร์’ เล็งทุ่ม 1-1.5 พันล้านดอลลาร์ ขยายธุรกิจพลังงาน เน้นลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-พลังงานสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยในงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ของ BPP ระบุว่า บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนระยะ 6 ปี ระหว่างปี 2568-2573 จะใช้ประมาณ 1,000-1,500 ล้านดอลลาร์ แบ่งสัดส่วนการลงทุนเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (GFP) สัดส่วน 60% และพลังงานสะอาด (Renewables) สัดส่วน 40% 

 

สำหรับในปี 2568 คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 200-400 ล้านดอลลาร์เน้นการขยายโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ เพื่อสู่เป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่จากก๊าซธรรมชาติอีก 1,500 เมกะวัตต์ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 300 เมกะวัตต์ 

 

พร้อมทั้งคาดว่าในปี 2573 กำไรก่อนภาษี, ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (EBITDA) จะมีสัดส่วนจากกลุ่มสินทรัพย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Greener assets) กว่า 65%

 

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2567 รักษาผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้อย่างมีเสถียรภาพควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อย CO2 โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าในจีนลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าได้ดีกว่าเกณฑ์ ทำให้มีรายได้เพิ่มเติม จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) เกือบ 90 ล้านบาท 

 

อีกทั้งเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II ในสหรัฐฯ รับแรงหนุนจากแนวโน้มราคาซื้อขายไฟล่วงหน้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT สูงขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2568 และการคาดการณ์อัตราความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 15-17% ภายในปี 2573 จากการลงทุน Data Centers โดยรัฐเท็กซัสมี การเติบโตของ Data Centers ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ

 

คาดการณ์เทรนด์พลังงานไฟฟ้าของและกลยุทธ์ธุรกิจของ BPP 

คาดการณ์เทรนด์พลังงานไฟฟ้าของและกลยุทธ์ธุรกิจของ BPP 

 

อิศรากล่าวต่อว่า BPP ขับเคลื่อนการเติบโตตามแนวทางการดำเนินธุรกิจ Beyond Quality Megawatts โดยมุ่งมั่นบริหารพอร์ตโฟลิโอให้มีความสมดุลและครอบคลุมมากไปกว่าการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า เพื่อมีความยืดหยุ่นในการหาโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต และสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว โดยปีที่ผ่านมาธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II ในรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ สามารถเดินเครื่องเพื่อส่งมอบพลังงานได้ต่อเนื่อง 

 

อย่างไรก็ดี แม้จะมีราคาซื้อขายไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจากอุณหภูมิและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เราเชื่อมั่นว่าราคาซื้อขายไฟในปี 2568 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นสอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีพลังงานและดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ 

 

อีกทั้ง BPP มีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา (Hedging Risk Management) ด้วยการใช้เครื่องมือทางการเงิน (Financial Derivative) สำหรับโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งนี้ 

 

โดยในปี 2568 จะมีกระแสเงินสดที่จะได้รับจากการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 40% นอกจากนี้ เรามองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมของธุรกิจในจีนจากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (CEAs) ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน

 

นอกจากนี้ยังเร่งขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Renewables+) เดินหน้าสร้างห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานที่แข็งแกร่ง โดยเน้นการลงทุนในโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มขนาดใหญ่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) เพื่อสร้าง New S-Curve ให้กับบริษัทฯ รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเสริมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

 

ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2567 BPP มีรายได้รวม 25,827 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,746 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากการดำเนินงานปกติ รวม 7,383 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.49 เท่า โดยในปี 2567 บริษัทฯ มีพัฒนาการที่สำคัญ ดังนี้ 

 

ธุรกิจพลังงานความร้อน (Thermal Energy): โรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในไทย ยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ 86% และ 90% ตามลำดับ และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติม จากจำนวนชั่วโมงการผลิตตามสัญญา 

 

รวมถึงการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีน จากการบริหารต้นทุนถ่านหินที่ดีขึ้นและมีรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นเกือบ 90 ล้านบาท จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอนของโรงไฟฟ้า (CEAs) ปริมาณประมาณ 290,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด ที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของ การบริหารจัดการและควบคุมการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

ได้ดีกว่าเกณฑ์ 

 

ธุรกิจ Renewables+: ลงทุนในโครงการ BESS เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการ Aizu (ไอสึ) และโครงการ Tsuno (ซึโนะ) กำลังการผลิตรวม 208 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2571 ขณะที่โครงการ Iwate Tono กำลังการผลิต 58 เมกะวัตต์-ชั่วโมง มีความคืบหน้า 99% เตรียมเปิด COD ในไตรมาส 2 ปีนี้ และเดินหน้าธุรกิจขายไฟฟ้า Energy Trading ในญี่ปุ่น ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ดี

 

โดยมีการซื้อขายทั้งหมด 2,816 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ล่าสุดในปี 2568 บ้านปู เน็กซ์ ซึ่ง BPP ถือหุ้นร้อยละ 50 ได้ร่วมกับโซลาร์บีเค บริษัทชั้นนำด้านพลังงานสะอาดในเวียดนาม จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อให้บริการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรมในเวียดนาม ตั้งเป้าเฟสแรก 390 เมกะวัตต์ 

 

“ด้วยพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลายและกระจายตัวอย่างสมดุลผ่านการดำเนินธุรกิจเชิงรุกใน 8 ประเทศยุทธศาสตร์ทั่วโลก ทำให้ BPP มีความสามารถปรับตัวรับมือกับภาวะวิกฤติต่างๆ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในแต่ละประเทศ”

The post ‘บ้านปู เพาเวอร์’ เล็งทุ่ม 1-1.5 พันล้านดอลลาร์ ขยายธุรกิจพลังงาน เน้นลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-พลังงานสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็กโก กรุ๊ป รุกสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ลุยซื้อหุ้น 50% ใน ‘โรงไฟฟ้า Compass’ กำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรได้ทันที https://thestandard.co/egco-group-usa-compass-power-plant/ Mon, 11 Sep 2023 08:32:53 +0000 https://thestandard.co/?p=840161 เอ็กโก กรุ๊ป

เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าขยายการลงทุนในสหรัฐอเมริกา ประกาศซ […]

The post เอ็กโก กรุ๊ป รุกสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ลุยซื้อหุ้น 50% ใน ‘โรงไฟฟ้า Compass’ กำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรได้ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็กโก กรุ๊ป

เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าขยายการลงทุนในสหรัฐอเมริกา ประกาศซื้อหุ้น 50% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้า Compass Portfolio กำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ ตอบโจทย์กลยุทธ์เน้นลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ มุ่งสู่พลังงานสะอาดในอนาคต

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า เอ็กโก คัมแพซ ทู แอลแอลซี (EGCO Compass II, LLC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เอ็กโกถือหุ้นทั้งหมดและจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในสัญญาซื้อ-ขายหุ้นกับบริษัทในเครือโลตัส อินฟราสตรักเชอร์ พาร์ทเนอร์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 เพื่อเข้าถือหุ้นสัดส่วน 50% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้า Compass ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 3 แห่ง ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา 

 

ประกอบด้วยมาร์คัส ฮุก เอ็นเนอร์ยี่ แอลพี (มาร์คัส ฮุก) เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาด 912 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่นอกเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ในขณะที่มิลฟอร์ด พาวเวอร์ แอลแอลซี (มิลฟอร์ด) เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาด 205 เมกะวัตต์ และไดตัน พาวเวอร์ (ไดตัน) เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาด 187 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งสองแห่งนี้ตั้งอยู่ในรัฐแมสซาชูเซตส์

 

สำหรับโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ใกล้กับศูนย์กลางของเมืองใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงมาก ได้แก่ ฟิลาเดลเฟีย บอสตัน และพรอวิเดนซ์ โดยพื้นที่เหล่านี้มีข้อจำกัดอย่างมากในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ และมีนโยบายมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งจำเป็นต้องมีกำลังผลิตไฟฟ้าที่เสริมความมั่นคงให้แก่ระบบพอร์ตโฟลิโอ Compass ได้รับประโยชน์จากการที่โรงไฟฟ้ามาร์คัส ฮุก มีสัญญาระยะยาวในการขายกำลังผลิตส่วนใหญ่ให้แก่ลองไอส์แลนด์ พาวเวอร์ ออธอริที (The Long Island Power Authority: LIPA) และขายกำลังผลิตส่วนที่เหลือในตลาดกลางซื้อ-ขายไฟฟ้าพีเจเอ็ม (PJM) ในขณะที่โรงไฟฟ้ามิลฟอร์ดและโรงไฟฟ้าไดตันขายกำลังผลิตให้แก่ตลาดกลางซื้อ-ขายไฟฟ้านิวอิงแลนด์ (ISO-NE) โดยโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งยังขายไฟฟ้าและให้บริการเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าให้แก่ตลาดกลางซื้อ-ขายไฟฟ้าในพื้นที่ที่แต่ละโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ คือ PJM และ ISO-NE

 

ทั้งนี้ การซื้อ-ขายหุ้นจะสำเร็จหลังจากดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ในการปิดรายการซื้อ-ขายได้แล้วเสร็จ

 

“การลงทุนในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้า Compass จะสร้างการเติบโตที่เพิ่มขึ้นให้แก่เอ็กโก กรุ๊ป ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการเข้าซื้อหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนและกำไรได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานของโลกไปสู่พลังงานสะอาดในอนาคต” เทพรัตน์กล่าว

 

The post เอ็กโก กรุ๊ป รุกสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ลุยซื้อหุ้น 50% ใน ‘โรงไฟฟ้า Compass’ กำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรได้ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
BCPG ทุ่มงบเฉียด 9 พันล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอีก 2 แห่งในสหรัฐฯ กำลังผลิตรวม 426 เมกะวัตต์ https://thestandard.co/bcpg-buys-natural-gas-power-plants/ Mon, 03 Apr 2023 04:20:47 +0000 https://thestandard.co/?p=772140 BCPG โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ

BCPG รุกสหรัฐอเมริกาต่อเนื่อง ทุ่มงบลงทุนเฉียด 9,000 ล้ […]

The post BCPG ทุ่มงบเฉียด 9 พันล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอีก 2 แห่งในสหรัฐฯ กำลังผลิตรวม 426 เมกะวัตต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BCPG โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ

BCPG รุกสหรัฐอเมริกาต่อเนื่อง ทุ่มงบลงทุนเฉียด 9,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มอีก 2 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 426 เมกะวัตต์ จาก ‘แฟรงคลิน พาวเวอร์ โฮลดิ้ง’ หวังต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาด

 

นิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีซีพีจี หรือ BCPG เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา BCPG USA Inc. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรีพีเจเอ็ม (PJM) ตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และครอบคลุมการขายไฟฟ้ากว่า 13 รัฐในสหรัฐอเมริกา

 

โดยการลงทุนครั้งนี้ บริษัทฯ ใช้เงิน 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,919 ล้านบาท คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 426 เมกะวัตต์ โดย BCPG USA Inc. ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นเพื่อเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 2 โครงการ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

  1. โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติฮามิลตั้น ลิเบอร์ตี้ (ลิเบอร์ตี้) มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 848 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่เขตอไซลัม (Asylum) รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านการเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 25 ของฮามิลตั้น โฮลดิ้ง ซึ่งจะทำให้บีซีพีจีถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าลิเบอร์ตี้ทางอ้อม ในสัดส่วนร้อยละ 25 การลงทุนดังกล่าวคิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ เท่ากับ 212 เมกะวัตต์

 

  1. โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติฮามิลตั้น เพทรีออต (เพทรีออต) มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 857 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่เขตคลินตัน (Clinton) รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านการเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 25 ของฮามิลตั้น โฮลดิ้ง ซึ่งจะทำให้บีซีพีจีถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าเพทรีออตทางอ้อม ในสัดส่วนร้อยละ 25 การลงทุนดังกล่าวคิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ เท่ากับ 214 เมกะวัตต์

 

ทั้งนี้ เมื่อรวมกับการเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้บีซีพีจีมีกำลังการผลิตในสหรัฐอเมริการวม 577 เมกะวัตต์

 

“การเข้าลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการขยายธุรกิจผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติดังกล่าวเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2559 ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ทันทีภายหลังจากการเข้าลงทุน” นิวัติกล่าวเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการมีความได้เปรียบสูงในการแข่งขันเพื่อประมูลขายไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าเสรี PJM ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติอื่นในตลาด กล่าวคือ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานความร้อนร่วม Combined Cycle Gas Turbines (CCGT) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กังหันก๊าซและกังหันไอน้ำร่วมกันเพื่อผลิตไฟฟ้า ทำให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ทำเลที่ตั้งของโรงไฟฟ้าอยู่ใกล้แหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ (Marcellus Shale Gas) ทำให้เข้าถึงก๊าซธรรมชาติได้ในราคาต่ำกว่าภูมิภาคอื่นของประเทศ

 

สำหรับฮามิลตั้น โฮลดิ้ง เป็นบริษัทในเครือคาร์ลาย กรุ๊ป กลุ่มกองทุนที่จัดการโดยบริษัทการลงทุนกองทุนระดับโลก และบริหารจัดการโดยบริษัท โคเจนทริกซ์ เอนเนอร์ยี่ แมเนจเม้นท์ (โคเจนทริกซ์) ซึ่งคาร์ลาย กรุ๊ป และโคเจนทริกซ์ มีทรัพย์สินภายใต้การบริหารกว่า 10,000 เมกะวัตต์ ทั่วสหรัฐอเมริกา จึงมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นอย่างดี

 

“บีซีพีจียังคงมุ่งมั่นขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด การลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติควบคู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เป็นการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ตอบสนองความต้องการการใช้ไฟฟ้าของประชาชนอย่างเพียงพอ ช่วยรักษาสภาพแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของเรา” นิวัติกล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post BCPG ทุ่มงบเฉียด 9 พันล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอีก 2 แห่งในสหรัฐฯ กำลังผลิตรวม 426 เมกะวัตต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความมั่นคงพลังงานสหรัฐฯ ระส่ำ! รับพิษภัยแล้ง รัฐเนวาดาเร่งอนุมัติโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 333 ล้านดอลลาร์ แม้ถูกค้านหนัก https://thestandard.co/nevada-natural-gas-power-plants/ Thu, 30 Mar 2023 08:51:48 +0000 https://thestandard.co/?p=770809 Nevada

ภัยแล้งกำลังเล่นงานสหรัฐฯ อย่างหนัก โดยล่าสุดชาวอเมริกั […]

The post ความมั่นคงพลังงานสหรัฐฯ ระส่ำ! รับพิษภัยแล้ง รัฐเนวาดาเร่งอนุมัติโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 333 ล้านดอลลาร์ แม้ถูกค้านหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nevada

ภัยแล้งกำลังเล่นงานสหรัฐฯ อย่างหนัก โดยล่าสุดชาวอเมริกันตะวันตกต้องเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน เพราะน้ำในเขื่อนใหญ่และอ่างเก็บน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าพลังน้ำลดลง บวกกับหน้าร้อนที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วงไฟป่าที่ยังลากยาว ส่งผลให้รัฐเนวาดาต้องเร่งอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ มูลค่า 333 ล้านดอลลาร์ หวังช่วยแก้ปัญหาความต้องการ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนักพิทักษ์สิ่งแวดล้อม

 

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ผู้ให้บริการไฟฟ้ารายใหญ่ของรัฐเนวาดาได้รับการอนุมัติสำหรับโครงการมูลค่า 333 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติทางตอนเหนือของลาสเวกัส เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับภาวะภัยแล้งที่รุนแรง ซึ่งปัญหานี้กำลังสร้างแรงกดดันให้กับระบบส่งไฟฟ้าฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เมืองลาสเวกัส เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งไฟป่าที่ยังลากยาว ล้วนมีผลต่อการจ่ายไฟฟ้า

 

CNBC ระบุอีกว่า สาเหตุที่สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตกต้องตกอยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เป็นเพราะระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของแม่น้ำโคโลราโด ทะเลสาบพาวเวลล์ และทะเลสาบมี้ดลดลง ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมีมากขึ้น และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงเขื่อนหลายแห่งมีปริมาณน้ำลดลง ทั้งหมดนี้สร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า เพราะยังไม่สามารถแน่ใจได้ว่าการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่เขื่อนฮูเวอร์และเขื่อนแกรนด์แคนยอนในแม่น้ำ จะเพียงพอในอนาคต ดังนั้นเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติถือเป็นความท้าทายที่ทำให้ต้องผลักดันพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางกลุ่มโต้แย้งว่า โรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้จะเป็นอันตรายต่อสภาพภูมิอากาศ และเป็นอุปสรรคต่อการไปถึงเป้าหมายพลังงานสะอาดของรัฐเนวาดา ซึ่งรัฐมุ่งมั่นที่จะสร้างโครงข่ายไฟฟ้าที่ปราศจากคาร์บอนภายในปี 2050 และไม่มีแผนการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่มากว่าทศวรรษแล้ว 

 

ทั้งนี้ มากกว่าสองในสามของกระแสไฟฟ้าในเนวาดาจะมาจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ส่วนที่เหลือเป็นพลังงานหมุนเวียนของรัฐ

 

Angelyn Tabalba โฆษกของ Nevada Conservation League ออกมาแสดงความเห็นว่า แผนดังกล่าวเป็นการมองเรื่องพลังงานระยะสั้น และแน่นอนว่าจะส่งผลระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดของรัฐบาล เนื่องจากมองว่าส่วนประกอบหลักของก๊าซธรรมชาติคือมีเทน ซึ่งส่งผลต่อชั้นบรรยากาศ 

 

อย่างไรก็ตาม NV Energy เองก็ออกมาย้ำว่า แผนดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายพลังงานสะอาด โดยให้เหตุผลว่ากังหันในโรงไฟฟ้ามีการทำงานเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น 

 

ทั้งนี้ รัฐเนวาดาเป็นรัฐหนึ่งที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา โดยอยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา และมีขอบเขตพื้นที่อยู่ติดกับรัฐยูทาห์, รัฐแอริโซนา, รัฐแคลิฟอร์เนีย, รัฐออริกอน และรัฐไอดาโฮ

 

รัฐเนวาดาเป็นรัฐที่มีการเติบโตของประชากรมากสุดในสหรัฐอเมริกา เมืองสำคัญของรัฐเนวาดา ได้แก่ ลาสเวกัส, รีโน และเมืองหลวงคาร์สันซิตี้ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง: 

The post ความมั่นคงพลังงานสหรัฐฯ ระส่ำ! รับพิษภัยแล้ง รัฐเนวาดาเร่งอนุมัติโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 333 ล้านดอลลาร์ แม้ถูกค้านหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัลฟ์ ทุ่มเงิน 409.6 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรทันที https://thestandard.co/gulf-share-in-jackson-power-plant/ Tue, 28 Feb 2023 08:42:11 +0000 https://thestandard.co/?p=756719

บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ประกาศทุ่มงบลงทุน 409.6 ล้านดอล […]

The post กัลฟ์ ทุ่มเงิน 409.6 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>

บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ประกาศทุ่มงบลงทุน 409.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 14,490 ล้านบาท ใช้ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ ระบุเป็นโครงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาในงบการเงินได้ทันที

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 เรื่องที่บริษัทได้จัดตั้ง Gulf Energy USA, LLC (Gulf USA) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา และเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดย Gulf USA ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Purchase and Sale Agreement) กับ J-POWER Jackson Partners, LLC (Jackson Partners) เพื่อเข้าซื้อหุ้นใน Jackson Generation, LLC (โครงการ Jackson) ในสัดส่วน 49% หรือคิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 409.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 14,490 ล้านบาท โดย Gulf USA จะดำเนินการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นภายหลังการดำเนินการตามเงื่อนไขในสัญญาเสร็จสิ้นนั้น 

 

ทั้งนี้ บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 Gulf USA ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ในสัญญาซื้อขายหุ้นข้างต้นเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้ดำเนินการรับโอนหุ้นตามสัญญาซื้อขายหุ้นข้างต้นเสร็จสมบูรณ์ และได้เป็นผู้ถือหุ้นในโครงการ Jackson อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาในงบการเงินได้ทันที เนื่องจากโครงการ Jackson ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 

 

สำหรับโครงการ Jackson เป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีขนาดกำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ (MW) ตั้งอยู่ในเขตวิลล์ รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 โดยโครงการ Jackson เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined-Cycle Gas Turbine) ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูงที่สุด และเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้กับโครงข่ายระหว่างเพนซิลเวเนีย-นิวเจอร์ซีย์-แมริแลนด์ (Pennsylvania-New Jersey-Maryland Interconnection: PJM) ภายใต้ตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรี (Merchant Market) 

 

ทั้งนี้ PJM เป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรีที่มีความมั่นคง และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 13 รัฐ และเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย (District of Columbia)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

The post กัลฟ์ ทุ่มเงิน 409.6 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF ทุ่มเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ กำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ https://thestandard.co/gulf-buy-natural-gas-power-plants/ Fri, 09 Sep 2022 06:19:29 +0000 https://thestandard.co/?p=678842 GULF

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ( GULF ) อนุมัติให้ […]

The post GULF ทุ่มเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ กำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ( GULF ) อนุมัติให้บริษัทย่อย Gulf Energy USA ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับกลุ่ม J-POWER เพื่อซื้อหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson ขนาดกำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ ในสัดส่วน 49% หรือคิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นจำนวนกว่า 4 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท คาดเข้าถือหุ้นอย่างเป็นทางการภายในเดือนธันวาคม 2565

 

โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson ตั้งอยู่ในเขตวิลล์ รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ มีขนาดกำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับโครงข่ายระหว่างเพนซิลเวเนีย-นิวเจอร์ซีย์-แมริแลนด์ (PJM)

 

โดย PJM เป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรี (Merchant Market) ที่มีความมั่นคงและมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในสหรัฐฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 13 รัฐ ได้แก่ เดลาแวร์, อิลลินอยส์, อินดีแอนา, เคนทักกี, แมริแลนด์, มิชิแกน, นิวเจอร์ซีย์, นอร์ทแคโรไลนา, โอไฮโอ, เพนซิลเวเนีย, เทนเนสซี, เวอร์จิเนีย, เวสต์เวอร์จิเนีย และเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย 

 

โครงการ Jackson มีสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติจากผู้ให้บริการก๊าซธรรมชาติรายใหญ่และเชื่อมต่อกับท่อก๊าซหลักถึง 3 เส้น ทำให้สามารถจัดหาเชื้อเพลิงให้กับโครงการได้อย่างพอเพียงในระยะยาว 

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF กล่าวว่า “การลงทุนในโครงการ Jackson ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ GULF ในการเข้าสู่ตลาดพลังงานของสหรัฐฯ โดยโครงการนี้ถือหุ้นทั้งหมดโดย Jackson Partners ภายใต้กลุ่ม J-POWER ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นพันธมิตรของบริษัทมามากกว่า 20 ปี และเป็นผู้ร่วมทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในกลุ่ม Gulf JP ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP โรงแรกๆ ของบริษัท 

 

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอื่น รวมถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม 

 

ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวยังเป็นไปตามแผนการดำเนินงานของบริษัทที่จะยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน ด้วยการผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและต้นทุนต่ำในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เนื่องจากโครงการ Jackson เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined-Cycle Gas Turbine) ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย มีประสิทธิภาพสูงที่สุด และเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สุดในสหรัฐฯ

The post GULF ทุ่มเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ กำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>