โรงเรียนนานาชาติ DBS Denla British School Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โรงเรียนนานาชาติ-dbs-denla-british-school/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 04 Apr 2023 03:45:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดความท้าทายในการสานต่อธุรกิจครอบครัวรุ่น 2 ของมาดามรถถังและโรงเรียนเด่นหล้า พร้อมพันธมิตรทางการเงินคู่ใจ ให้ติดปีกโบยบินอย่างสวยงาม [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/challenges-in-continuing-the-family-business/ Tue, 04 Apr 2023 08:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=770742

มีผลการวิจัยที่ระบุว่าเมื่อธุรกิจครอบครัวมีการส่งต่อจาก […]

The post เปิดความท้าทายในการสานต่อธุรกิจครอบครัวรุ่น 2 ของมาดามรถถังและโรงเรียนเด่นหล้า พร้อมพันธมิตรทางการเงินคู่ใจ ให้ติดปีกโบยบินอย่างสวยงาม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีผลการวิจัยที่ระบุว่าเมื่อธุรกิจครอบครัวมีการส่งต่อจากเจน 1 สู่เจน 2 หรือเจน 3 มักมีอัตราการอยู่รอดของธุรกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หรือผลกระทบจากกระแส Digital Disruption แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีบางธุรกิจที่สามารถฟันฝ่าคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ติดปีกทะยานสู่เป้าหมายได้ไกลเกินฝัน

 

จาก ‘มาดามรถถัง’ สู่ ‘เจ้าชายรถเกราะไทย’

ใครหลายคนต่างรู้จัก ‘นพรัตน์ กุลหิรัญ’ กันเป็นอย่างดีในนาม ‘มาดามรถถัง’ ผู้ก่อตั้งบริษัทเครือชัยเสรี ที่มีจุดเริ่มต้นจากผู้จำหน่ายยุทธภัณฑ์สู่ผู้ผลิตอะไหล่ ข้อต่อสายพานรถถัง พัฒนาเป็นโรงซ่อม ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ออกแบบและผลิตรถเกราะล้อยาง สร้างนวัตกรรมสัญชาติไทย การันตีด้วยผลงานคุณภาพ ซึ่งสามารถส่งออกไปยังสหประชาชาติ รวมถึงประเทศต่างๆ ได้ถึง 44 ประเทศทั่วโลก ที่ในวันนี้พร้อมส่งไม้ต่อให้กับลูกชาย ‘กฤต กุลหิรัญ’ ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ผู้ได้รับฉายาว่า ‘เจ้าชายรถเกราะไทย’ หรือ ‘โทนี สตาร์ก เมืองไทย’

 

 ‘กฤต กุลหิรัญ’ 

ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้สืบทอดกิจการจาก ‘มาดามรถถัง’ 

เจ้าของฉายา ‘เจ้าชายรถเกราะไทย’ 

 

กฤตพาเราย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมาว่า คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเครือชัยเสรี ในปี 2511 เริ่มจากการซื้อมาขายไป ทั้งอะไหล่ ยุทธภัณฑ์ต่างๆ จนได้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ สามารถส่งออกไปทั่วโลกได้ ด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องการันตี 

 

“เมื่อผมจบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา จึงเริ่มเข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัว ซึ่งมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานในหลายประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ข้อมูลต่างๆ และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนาต่อยอด เกิดเป็นรถเกราะล้อยาง 4×4 และจากที่ได้รับการสอนมาตั้งแต่เด็กว่า การทำอะไรจะต้องรู้จริง ผมจึงทดสอบ ทดลองขับด้วยตนเอง ทำให้ได้รู้ถึงข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้น และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น”

 

ในด้านการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ กฤตเล่าว่า การส่งออกเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การขายภายในประเทศยังต้องสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการ และเป็นไปอย่างมีคุณภาพ รวมถึงบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ต่างๆ สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ซึ่งในจุดนี้ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อให้ลูกค้าในประเทศเห็นถึงการพัฒนานวัตกรรมได้อย่างตรงจุด 

 

บริษัทเครือชัยเสรีของครอบครัวกุลหิรัญ 

ยังคงเดินต่ออย่างมั่นคงในปัจจุบันเมื่อรุ่นที่ 2 เข้ามาสานต่อกิจการ

 

“ผมเชื่อเสมอว่า ‘คิดได้ ต้องสร้างได้ ถึงจะสำเร็จ’ การสร้างแพลตฟอร์มที่ใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถเกราะ 8×8 รถว่ายน้ำ รถสายพาน และศึกษาระบบต่างๆ ที่ใช้ในยานยนต์ทางทหาร ยังเป็นความท้าทายของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม การพัฒนายังต้องขึ้นอยู่กับเงินลงทุน และการจัดการเงินอย่างรอบคอบ เราโชคดีที่มีธนาคารกรุงไทยเป็นพันธมิตรที่คอยเคียงข้างดูแลเสมอมา นั่นช่วยให้เรามีเครื่องมือที่ดีในการบริหารการเงินอย่างเป็นระบบ สะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำให้เรามีเวลาไปคิดพัฒนางานด้านอื่นได้มากขึ้นด้วย

 

“กับธนาคารกรุงไทย คุณแม่เล่าให้ฟังว่าบ้านเราอยู่ติดกับสาขาวิภาวดี-รังสิตมาตั้งแต่ช่วงก่อตั้ง เพราะฉะนั้น จึงรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนบ้านกันมากกว่า คือมีอะไรเราก็พึ่งพากันตลอด ทำตั้งแต่ธุรกรรมง่ายๆ ฝาก ถอน โอน จ่าย ฝากเช็ค ชำระค่าสินค้า ไปจนถึงการรับโอนจาก Suppliers ต่างประเทศ ครบทุก Solutions ด้านการเงิน จนมาถึงปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีแอป Krungthai BUSINESS ที่มีความสะดวกมากขึ้น แค่มีมือถือ มีอินเทอร์เน็ต ทุกอย่างจบ จัดการเรื่องการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา สะดวกมากๆ นี่คือ มิตรภาพ ความมั่นคง และทันสมัย ที่ผมได้รับจากธนาคารกรุงไทย” กฤตกล่าวทิ้งท้าย

 

รากฐานที่สำคัญของการศึกษา

จากรุ่นแรกสู่รุ่น 2 ของโรงเรียนเด่นหล้า

 

‘ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์’ กรรมการบริหาร โรงเรียนนานาชาติ DBS Denla British School หนึ่งในทายาทรุ่น 2 เครือโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติ ‘เด่นหล้า’ ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของ ‘อาจารย์อารย์ ปาลเดชพงศ์’ ผู้เป็นพ่อ ผ่านการวางกรอบแนวคิดที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับนักเรียน ด้วยหลักสูตรที่ตอบโจทย์เด็กยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี

 

‘ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์’ 

หนึ่งในทายาทรุ่น 2 เครือโรงเรียนนานาชาติ ‘เด่นหล้า’ 

 

“เมื่อปี 2522 เราก่อตั้งโรงเรียนเด่นหล้า เพชรเกษม เป็นแห่งแรก และในปี 2549 จึงเปิดแห่งที่ 2 คือ โรงเรียนเด่นหล้า พระราม 5 จังหวัดนนทบุรี ที่นี่เรามีตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และกำลังวางแผนจะขยายหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ล่าสุดในปี 2560 Denla British School ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อตอบโจทย์ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ภาษาที่ 2 ภาษาที่ 3 มีความสำคัญมากขึ้น โดยที่นี่จะเปิดหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษา และมีหลักสูตรเดียวคือ นานาชาติ หรือภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ การคลุกคลีอยู่ในแวดวงการศึกษามานานกว่า 40 ปี ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น เข้าใจถึงความคาดหวังของผู้ปกครองที่พร้อมลงทุนด้านการศึกษาให้กับบุตรหลาน เป็นอาวุธติดตัวให้อยู่รอดในอนาคต ใกล้เคียงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ต้องการให้เด็กได้รับทั้งวิชาการที่มีคุณภาพ และทักษะการใช้ชีวิตที่ไม่ขาดตกบกพร่อง รวมถึงยังเน้นทักษะของผู้ประกอบการ ความคิดสร้างสรรค์ มีความกล้าหาญ กล้าลงมือทำ ค้นหาตัวเองให้เจอ ซึ่งไม่ได้คาดหวังว่าเด็กของเราโตขึ้นจะไปเป็นนักธุรกิจทุกคน แต่มองว่าคุณสมบัติเหล่านี้มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพในอนาคต ขณะเดียวกันก็ยังสอดแทรกความรู้ภาษาไทยและความเข้าใจในวัฒนธรรมไทย เพื่อให้เด็กมีความสุขมากขึ้นในการใช้ชีวิตที่เมืองไทย”

 

ดร.เต็มยศ เล่าถึงความยากเมื่อแรกเริ่มต้น เนื่องจากคุณพ่อเริ่มจากศูนย์ ไม่มีเงินทุน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับความยากและท้าทายในปัจจุบัน คือเรื่องของคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยีทำให้การเรียนการสอนเปลี่ยนไป แต่ยังจำเป็นต้องอาศัยคนหรือครูผู้สอนในการกระตุ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ อยู่เสมอ

 

Denla British School โรงเรียนนานาชาติแห่งล่าสุดในเครือ ‘เด่นหล้า’

ในการขยายกิจการให้ประสบความสำเร็จนั้นนอกจากเงินทุนแล้ว

ยังต้องมีพันธมิตรทางการเงินที่ดี

 

“ความยากของการเริ่มต้นกิจการคือเงินทุน และในเวลานั้น พันธมิตรทางธุรกิจที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำเรามาโดยตลอดคือ ธนาคารกรุงไทย ที่พร้อมให้เงินทุนเราในการเริ่มดำเนินกิจการ มาในวันนี้ที่แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เรายังคงเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน พร้อมกับความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมมากขึ้นผ่านแอป Krungthai BUSINESS ที่สามารถใช้งานได้ผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าบริการ Suppliers โอนจ่ายเงินเดือนพนักงาน ตลอดจนสามารถดาวน์โหลดข้อมูล Statement ต่างๆ ครบทุก Solutions ด้านการเงิน และยังเป็นการลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการดำเนินงาน เรียกได้ว่าไม่เพียงเป็นพันธมิตรที่เข้ามาติดปีกทางธุรกิจ แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนด้านการบริหารจัดการหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพ หมดห่วงด้านธุรกรรมทางการเงิน สามารถโฟกัสเรื่องการขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่”

 

Krungthai BUSINESS นอกจากจะเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการเรื่องการเงิน ทั้งโอน รับ จ่ายได้ง่าย สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ยังสามารถดูข้อมูลสินเชื่อ ขอหนังสือค้ำประกันได้ทั้ง LG และ e-LG รวมถึงการทำธุรกรรมต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Corporate Contact Center โทร. 0 2111 9999

 

#KrungthaiSME #ติดปีกให้ธุรกิจคุณ #KrungthaiBUSINESS

The post เปิดความท้าทายในการสานต่อธุรกิจครอบครัวรุ่น 2 ของมาดามรถถังและโรงเรียนเด่นหล้า พร้อมพันธมิตรทางการเงินคู่ใจ ให้ติดปีกโบยบินอย่างสวยงาม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เด่นหล้า อินเตอร์’ ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ขยายพื้นที่การเรียนรู้รองรับการเรียนยุคใหม่ Self-Learning ปั้นประชากรคุณภาพของโลก [PR NEWS] https://thestandard.co/dbs-denla-british-school-invest-600-million-baht-developing-self-learning-area/ Tue, 15 Feb 2022 06:41:27 +0000 https://thestandard.co/?p=594616 ‘เด่นหล้า อินเตอร์’ ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ขยายพื้นที่การเรียนรู้รองรับการเรียนยุคใหม่ Self-Learning ปั้นประชากรคุณภาพของโลก [PR NEWS]

นับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับการบริหารสถาบันการศึกษาใ […]

The post ‘เด่นหล้า อินเตอร์’ ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ขยายพื้นที่การเรียนรู้รองรับการเรียนยุคใหม่ Self-Learning ปั้นประชากรคุณภาพของโลก [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เด่นหล้า อินเตอร์’ ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ขยายพื้นที่การเรียนรู้รองรับการเรียนยุคใหม่ Self-Learning ปั้นประชากรคุณภาพของโลก [PR NEWS]

นับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับการบริหารสถาบันการศึกษาในยุคที่ทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงานในศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนไว อีกทั้งรูปแบบการเรียนการสอนที่ต้องปรับให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลอย่างเลี่ยงไม่ได้ที่แนวโน้มการลงทุนด้านการศึกษาของผู้ปกครองยุคใหม่จะต้องเปลี่ยนตาม  

 



แต่สำหรับ โรงเรียนนานาชาติ DBS Denla British School กลับมองเห็นโอกาสในการ ‘สร้างสิ่งที่ดีที่สุดเพราะนักเรียนสำคัญที่สุด’ หรือ ‘Building for the Best’ จึงทุ่มงบกว่า 600 ล้านบาท ขยายอาคารเรียนเพิ่มพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายและตอบสนองต่อเป้าประสงค์แห่งการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาของประเทศอังกฤษ พร้อมปูพื้นฐานองค์ความรู้และทักษะทั้งฮาร์ดสกิลและซอฟต์สกิลให้นักเรียนมีความสามารถในการแข่งขันและปรับตัวกับความต้องการของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21  

 

ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS Denla British School

 

ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS Denla British School เผยว่า ยุคดิจิทัลดิสรัปชัน-โควิดดิสรัปชันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านวิถีการดำเนินชีวิต DBS มุ่งให้เด็กมีรู้จักคิด วิเคราะห์ รักการเรียนรู้ มีสำนึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสารดี และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ดังนั้นทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงานในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 3 ทักษะสำคัญ ได้แก่  

 

  • ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม คิดอย่างสร้างสรรค์ ใส่ใจในนวัตกรรมใหม่ๆ รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต  
  • ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี อัปเดตทุกข้อมูลข่าวสาร รู้เท่าทันสื่อ รอบรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ฉลาดในการสื่อสาร 
  • ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ มีความยืดหยุ่น รู้จักปรับตัว ริเริ่มสิ่งใหม่ ใส่ใจดูแลตัวเอง รู้จักเข้าสังคม เรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ มีความเป็นผู้นำ 

 

ปี 2565 โรงเรียนนานาชาติ DBS จึงได้ประกาศทิศทางและนโยบายการขับเคลื่อนโรงเรียนนานาชาติ โดยขยายเปิดการเรียนการสอนรองรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (Year 11-13) อายุระหว่าง 14-18 ปี พร้อมจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนนักเรียนให้สามารถแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21

 

 

 

พื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กยุคใหม่ ตอบโจทย์การเรียนรู้ Self-Discovery และ Self-Learning

นิยามการสร้างสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อนักเรียนของเรา (Building for the Best because You are the Best) ของ DBS ไม่ได้มุ่งเพียงขยายการเรียนการสอนรองรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น เพราะเหนือสิ่งอื่นใดปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และสร้างการเติบโตให้กับนักเรียนยังอยู่ที่ ‘พื้นที่การเรียนรู้’ งบ 600 ล้านบาทที่ลงทุนเพิ่มในครั้งนี้จึงเน้นไปที่การออกแบบพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาของประเทศอังกฤษโมเดลโรงเรียนเอกชน (British Independent School Curriculum) ประกอบไปด้วย 

 

  • Self-Discovery เพื่อให้เด็กสามารถค้นพบตัวตนได้ตั้งแต่ยังเล็ก ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่สนับสนุนความรู้และกิจกรรมให้เด็กได้ทดลอง ทดสอบ และค้นหาความชอบและความถนัดของตัวเอง
  • Self-Learning ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้เด็กต่อยอดและพัฒนาศักยภาพตนเองได้อย่างยั่งยืน
     

ซึ่งอาคารเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ DBS กำลังสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานภายในเดือนกันยายนปีนี้ ได้แก่ Auditorium ขนาดใหญ่ รองรับได้ 665 ที่นั่ง, IT Suite ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ iMac, Senior Library ห้องสมุดสำหรับเด็กมัธยม, Design Technology Suite, House Common Rooms, Art Studios และอื่นๆ

 

ทั้งหมดนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ค้นคว้า เรียนรู้ และทำงานวิจัยด้วยตนเอง โดยเฉพาะนักเรียนชั้นโตสุดที่ตามหลักสูตรอังกฤษเรียกว่า Sixth Form พวกเขาจะได้ฝึกเรียนรู้ด้วยตนเองเหมือนกับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

 


ตั้งเป้าหมายปั้นเยาวชนให้เป็น ‘ผู้นำที่ครบเครื่อง’ รอบรู้รอบด้าน สร้างสรรค์ เป็นนักพัฒนา

โรงเรียนนานาชาติ DBS ใช้หลักสูตรการเรียนการสอนของประเทศอังกฤษที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ดีที่สุดในโลก เพราะเป็นหลักสูตรที่มุ่งเตรียมความพร้อมให้กับการดำเนินชีวิตของเด็กในอนาคต โดยเฉพาะในยุคดิสรัปชัน 

 

“การปูพื้นฐานการศึกษาที่มั่นคงตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งพื้นฐานทางความรู้ที่แข็งแกร่งและทักษะชีวิตต่างๆ ที่พวกเขาพึงมี จะทำให้พวกเขาปรับตัวได้กับทุกความท้าทายในชีวิต ที่โรงเรียน DBS เรามีเป้าหมายให้นักเรียนของเราเติบโตเป็นผู้นำที่ดีของโลก หรือ Nurturing Great Global Leaders ซึ่งคำว่า ‘ผู้นำที่ดี’ หมายถึงบุคคลที่มีทักษะความเป็นผู้นำ รอบรู้รอบด้าน สร้างสรรค์ เป็นนักพัฒนา หรือเรียกว่า ‘ประชากรคุณภาพของโลก’ นั่นเอง” ผศ.ดร.ต่อยศ กล่าว  

 

 

ผศ.ดร.ต่อยศ ขยายความเป้าหมาย Nurturing Great Global Leaders ที่ว่านั้นจะเดินหน้าภายใต้ 5 เสาหลัก ได้แก่

 

  1. An Enhanced British Curriculum หลักสูตรอังกฤษแบบโรงเรียนเอกชน ซึ่งมีชั่วโมงการเรียนในแต่ละวันที่ยาวนานกว่าโรงเรียนธรรมดา เรียกว่า Extended Day เพื่อให้นักเรียนได้มีเวลาค้นคว้าหาสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำให้เด็กเรียนรู้ที่โรงเรียนได้มากขึ้น 
  2. Academic Excellence for All ความเป็นเลิศทางวิชาการ ผลักดันให้นักเรียนเข้าถึงหลักสูตรการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเรียนเป็นหลักสูตร 3 ภาษา คือ อังกฤษ ไทย และจีน 
  3. Entrepreneurship and Creative Thinking พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และปลูกฝังทักษะความเป็นผู้ประกอบการ 
  4. Thai Values in a Global Context ปลูกฝังพื้นฐานภาษา วัฒนธรรมไทย ทัศนคติต่อชุมชนและต่อโลก เพื่อให้เด็กสามารถปรับตัวให้สอดรับกับทุกบริบทของทุกที่ทั่วโลก เป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) ที่ยังคงคุณค่าความเป็นไทย
  5. Wellbeing and Sustainability ความเป็นอยู่ที่ดีและความยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับความอยู่ดีกินดีของนักเรียน รวมถึงบุคลากรโรงเรียน เพราะเราถือว่าโรงเรียนคือบ้านหลังที่สอง 

 

Mr.Jonny Liddell ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS

 

Mr.Jonny Liddell ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS กล่าวเสริมว่า การศึกษาแบบโรงเรียนเอกชนอังกฤษไม่ได้มุ่งเน้นด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบพรสวรรค์ทั้งทางด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ และนวัตกรรมใหม่ ไปจนถึงการส่งเสริมให้นักเรียนมีทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการและความสามารถทางด้านทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในทุกยุคทุกสมัย 

 

“การให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความรู้เชิงลึกจะช่วยเปิดทักษะความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning) ซึ่งจะทำให้พวกเขาปรับตัวและเผชิญกับทุกความท้าทายในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างยั่งยืน” Mr.Jonny Liddell กล่าว 

 

แนวโน้มการลงทุนด้านการศึกษาของพ่อแม่ยุคใหม่ เลือกลงทุนให้ลูกวันนี้ เพื่อปูทักษะรอบด้านตั้งแต่ยังเล็ก

เมื่อดูแนวโน้มทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงานในศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนไป ทำให้เห็นถึงแนวโน้มการลงทุนด้านการศึกษาของพ่อแม่ยุคใหม่ จากที่เคยวัดค่าความสำเร็จจากคณะหรือมหาวิทยาลัยที่สอบติด เปลี่ยนเป็นเปิดใจและสนับสนุนให้เด็กค้นหาความถนัดของตนเอง  

 

ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS

 

ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS เผยว่า “แนวโน้มการลงทุนด้านการศึกษาของพ่อแม่ยุคปัจจุบันจะส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ เพราะมีความมั่นใจในการปูพื้นฐานให้เด็กสามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมในการแข่งขันทั้งทางด้านธุรกิจและการใช้ชีวิต จากเดิมที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนอะไรก็ได้ตอนเด็กๆ แล้วค่อยส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ แต่ปัจจุบันต้อง ‘Invest Now’ เพื่อ ‘Harvest in the Future’ มองการลงทุนเรื่องการศึกษาให้ลูกวันนี้ เพื่อให้ลูกมีความรู้และทักษะรอบด้านตั้งแต่ยังเล็ก พอพวกเขาเติบโตจะเป็นบุคคลคุณภาพที่มีความเพรียบพร้อมในทุกด้าน และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จสูง”  

 

 

บทพิสูจน์ความสำเร็จ เกินครึ่งของนักเรียนสมัครใหม่มาจากการบอกต่อ

ข้อมูลจากสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทยพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติกว่า 200 แห่ง เป็นโรงเรียนระดับพรีเมียม 73 แห่ง หรือคิดเป็น 36% มีอัตราการเติบโตปีละ 9% เมื่อเทียบกับย้อนหลังไปประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโตแบบดับเบิลดิจิตถึง 4 ปีซ้อน เรียกได้ว่าโรงเรียนนานาชาติของไทยเติบโตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกลยุทธ์การตลาดที่ดีที่สุดคือ Word-of-Mouth หรือการบอกต่อ 

 

ผศ.ดร.ต่อยศ เผยว่า “กลยุทธ์การตลาดที่ดีที่สุดของโรงเรียน DBS คือ การบอกต่อ นักเรียนใหม่ส่วนมากมาจากคนรู้จักแนะนำ ยิ่งทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อโรงเรียนนานาชาติมีตัวเลือกแยอะ เท่ากับว่าผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากเช่นกัน สำคัญที่สุดคือต้องโฟกัสที่ตัวเอง พัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด เพราะนี่คือการลงทุนกับการศึกษาของเด็ก เป็นการลงทุนกับคน เราต้องการทำให้นักเรียนของเราได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากโรงเรียน DBS”   

 

 

ตอกย้ำคติพจน์ ‘Always to Greater Things’ หรือการมีสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

นอกจากการพัฒนาหลักสูตร พัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก และการจัดการการให้บริการที่ดีแล้ว โรงเรียน DBS ยังสร้างวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันและการมีส่วนร่วม คณะครู เจ้าหน้าที่ นักเรียน และผู้ปกครอง เพราะเชื่อว่าทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนร่วมกัน จึงเรียกสังคมในโรงเรียนว่า DBS Community และยังเป็นไปตามคติพจน์ของโรงเรียน ‘Semper Ad Maiora’ ในภาษาลาติน ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Always to Greater Things’ การมีสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

 

“การติดอาวุธให้เด็กๆ เพื่อพร้อมเผชิญความท้าทายกับโลกอนาคต คือการมอบการศึกษาที่ดีให้กับพวกเขา ให้พวกเขามีวัยเยาว์ที่แข็งแกร่งทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และทักษะ พวกเขาก็พร้อมที่จะรับมือกับทุกๆ สถานการณ์ นักเรียนของ DBS จะต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ ต้องเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เพื่อเติบโตไปเป็นประชากรที่ดีให้กับประเทศชาติและประชากรคุณภาพของโลก” ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

The post ‘เด่นหล้า อินเตอร์’ ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ขยายพื้นที่การเรียนรู้รองรับการเรียนยุคใหม่ Self-Learning ปั้นประชากรคุณภาพของโลก [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>