โรงพยาบาลราชวิถี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โรงพยาบาลราชวิถี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 12 May 2026 05:11:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 บอร์ด สปสช. เห็นชอบบัตรทองเพิ่มยา โรคเลือด-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง-โรคหนังแข็งรุนแรง เพิ่มโอกาสเข้าถึงยา https://thestandard.co/nhso-board-approved-additional-medications/ Tue, 12 May 2026 05:08:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1206217 ภาพการประชุมบอร์ด สปสช. อนุมัติเพิ่มยา 3 กลุ่มโรค

วันนี้ (12 พฤษภาคม) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระท […]

The post บอร์ด สปสช. เห็นชอบบัตรทองเพิ่มยา โรคเลือด-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง-โรคหนังแข็งรุนแรง เพิ่มโอกาสเข้าถึงยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการประชุมบอร์ด สปสช. อนุมัติเพิ่มยา 3 กลุ่มโรค

วันนี้ (12 พฤษภาคม) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยา 3 รายการที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นบริการตามประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ได้แก่

 

  • ยาเลนาลิโดไมด์ (lenalidomide)
  • ยาเบนดามัสทีน (bendamustine)
  • ยาริทูซิแมบ (rituximab)

 

เพื่อเพิ่มทางเลือกการรักษาให้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาจำเพาะและมีต้นทุนสูง โดยมอบให้คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ จัดหายาทั้ง 3 รายการ ภายในวงเงินไม่เกิน 12.1567 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณคงเหลือจากแผนจัดหายา ปีงบประมาณ 2569 สำหรับช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบจัดซื้อรวม เพื่อบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ ควบคุมราคายา และประกันการเข้าถึงของผู้ป่วยอย่างทั่วถึง

 

“การเพิ่มยา 3 รายการนี้ แสดงถึงการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ กับคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ และเป็นการยกระดับระบบบัตรทองที่ขยับไปสู่การดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องใช้ยาจำเป็นราคาแพง ให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยให้หน่วยบริการมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น” พัฒนากล่าว

 

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ยาทั้ง 3 รายการ เป็นยาที่มีความสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคซับซ้อน โดยยาเลนาลิโดไมด์ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางเอ็มดีเอส ชนิด 5q-syndrome ซึ่งช่วยลดอาการของโรค ลดความจำเป็นในการให้เลือดมากกว่า 50% และลดโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด AML

 

ขณะที่ยาเบนดามัสทีนใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด ช่วยเพิ่มระยะเวลาการรอดชีวิตเมื่อเทียบกับยาเดิม ส่วนยาริทูซิแมบใช้รักษาผู้ป่วยโรคหนังแข็งที่มีโรคปอดอินเตอร์สติเชียล หรือ SSc-ILD ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่อาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้

 

สำหรับรายละเอียดการจัดหายา ประกอบด้วย ยาเลนาลิโดไมด์ ชนิดรับประทาน ประมาณการผู้ป่วย 30 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 3.06 ล้านบาทต่อปี ยาเบนดามัสทีน ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 494 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 22.20 ล้านบาทต่อปี และยาริทูซิแมบ ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 350 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 11.20 ล้านบาทต่อปี รวมภาระงบประมาณเฉพาะค่ายาทั้งปีประมาณ 36.47 ล้านบาท

 

โดยหลังจากนี้ สปสช. จะประสานโรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดหายา และเตรียมงบประมาณต่อเนื่องสำหรับปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ได้รับยาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนด

 

“การจัดซื้อรวมเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านงบประมาณ โดยเฉพาะยาที่มีราคาต่อหน่วยสูงหรือมีผู้จำหน่ายจำกัด ช่วยให้ประเทศสามารถต่อรองราคา วางแผนการใช้ยา และกระจายยาให้ถึงผู้ป่วยที่จำเป็นได้อย่างเป็นระบบ” เลขาธิการ สปสช. กล่าว.

The post บอร์ด สปสช. เห็นชอบบัตรทองเพิ่มยา โรคเลือด-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง-โรคหนังแข็งรุนแรง เพิ่มโอกาสเข้าถึงยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มเพื่อนร้องกระทรวงยุติธรรมส่งตัว ‘เอกชัย’ กลับ รพ.ราชวิถี หวั่นราชทัณฑ์ขาดเครื่องมือรองรับจนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ซ้ำรอยโศกนาฏกรรม https://thestandard.co/ekkachai-rajavithi-hospital-transfer/ Fri, 03 Apr 2026 10:14:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1194459 ณัฎฐธิดา มีวังปลา และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ส่งตัว เอกชัย หงส์กังวาน กลับ รพ.ราชวิถี

วันนี้ (3 เมษายน) ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่ […]

The post กลุ่มเพื่อนร้องกระทรวงยุติธรรมส่งตัว ‘เอกชัย’ กลับ รพ.ราชวิถี หวั่นราชทัณฑ์ขาดเครื่องมือรองรับจนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ซ้ำรอยโศกนาฏกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฎฐธิดา มีวังปลา และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ส่งตัว เอกชัย หงส์กังวาน กลับ รพ.ราชวิถี

วันนี้ (3 เมษายน) ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มเพื่อนเอกชัย นำโดย ณัฎฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ เอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังทางการเมือง ถูกส่งตัวกลับเข้าแดนคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม ทั้งที่กระบวนการรักษาอาการโรคฝีในตับที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ยังไม่เสร็จสิ้น โดยมี ธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีและโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

 

ณัฎฐธิดา ในฐานะผู้ดูแลเอกชัย เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านสุขภาพของผู้ต้องขังว่า ทุกครั้งที่เอกชัยถูกฝากขังมักจะมีปัญหาสุขภาพตามมาเสมอ โดยย้อนไปในปี 2566 เอกชัยมีอาการไข้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส จนต้องถูกส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และพบว่าเป็นโรคฝีในตับ ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถีในสภาพที่ต้องล่ามโซ่ติดกับเตียงผู้ป่วยจนเกือบเสียชีวิต

 

สำหรับสถานการณ์ในปีนี้ ณัฎฐธิดา ระบุว่า เอกชัยมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้น ทั้งอาการต่อมลูกหมากโต กระบังลมอักเสบ และโรคฝีในตับที่ยังไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้รับเพียงยารักษาอาการต่อมลูกหมากโต แต่ยังไม่มีการวินิจฉัยโรคอื่นเพิ่มเติม ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในขณะนี้ ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย ไม่ว่าจะอยู่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือในแดนคุมขัง มีความยากลำบากไม่ต่างกัน

 

“วันนี้สิ่งที่เราอยากร้องขอกระทรวงยุติธรรม คือขอสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกันตัวให้กับผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน เพื่อให้ออกมาสู้คดีด้านนอกให้ถึงที่สุด เราอยากวิงวอนให้กระทรวงยุติธรรมเห็นในความเป็นคนโดยเท่าเทียม” ณัฎฐธิดา กล่าว

 

ด้าน สมยศ ได้แสดงความกังวลต่อความพร้อมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยระบุว่าโรงพยาบาลมีขีดความสามารถรองรับคนไข้ได้เพียง 200 คน และขาดแคลนอุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งตนไม่อยากให้เอกชัยต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับกรณีของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังจากถูกนำตัวกลับมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์

 

สมยศเน้นย้ำว่า การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้ต้องการอภิสิทธิ์ในการส่งตัวเอกชัยไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ หรือโรงพยาบาลเอกชนแต่อย่างใด แต่ต้องการเพียงให้ส่งตัวกลับไปรักษายังโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่เคยทำการรักษาอาการป่วยของเอกชัยมาก่อนหน้านี้ พร้อมระบุว่าหากเอกชัยมีอาการทรุดลงหรือได้รับอันตรายถึงชีวิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

 

รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า ทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความสำคัญกับชีวิตของทุกคน หลังจากนี้จะรับเรื่องเพื่อไปพิจารณาในรายละเอียด พร้อมเร่งประสานงานไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินอาการป่วยของเอกชัยโดยเร็วที่สุด

 

ปัจจุบันเอกชัยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมมาเป็นระยะเวลาเกือบ 7 เดือนแล้ว ภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 โดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างรอผลฎีกา

 

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการยื่นขอประกันตัวเอกชัยว่า ศาลฎีกาได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่า กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนประเด็นที่อ้างถึงอาการเจ็บป่วยนั้น ศาลพิเคราะห์ว่าจำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

The post กลุ่มเพื่อนร้องกระทรวงยุติธรรมส่งตัว ‘เอกชัย’ กลับ รพ.ราชวิถี หวั่นราชทัณฑ์ขาดเครื่องมือรองรับจนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ซ้ำรอยโศกนาฏกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิศวกรชี้ ตึก ใน กทม. สีแดง แค่ 2 แห่ง เร่งซ่อม รพ.ราชวิถี ด้วยวิธีเย็บตึก ส่วนศูนย์ราชการอาคาร A เป็นรอยร้าวเดิม รู้สึกเอียง เพราะตึกทรงป้าน https://thestandard.co/engineer-red-building-just-2-bkk/ Sat, 05 Apr 2025 02:49:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1060903

วานนี้ (4 เมษายน) ที่กระทรวงมหาดไทย เอนก ศิริพานิชกร ผู […]

The post วิศวกรชี้ ตึก ใน กทม. สีแดง แค่ 2 แห่ง เร่งซ่อม รพ.ราชวิถี ด้วยวิธีเย็บตึก ส่วนศูนย์ราชการอาคาร A เป็นรอยร้าวเดิม รู้สึกเอียง เพราะตึกทรงป้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (4 เมษายน) ที่กระทรวงมหาดไทย เอนก ศิริพานิชกร ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวว่า ประเทศไทยมีกฎกระทรวงตั้งแต่ปี 2550  และมีมาตรฐานตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2561 ซึ่งวัดการสั่นไหว เมื่อดูค่าแผ่นดินไหวถือว่าต่ำกว่าที่เราออกแบบป้องกันไว้เมื่อปี 2564 ตึกนี้แม้จะเป็นกฎกระทรวงเดิม แต่ขอให้มั่นใจมาตรฐานที่มีอยู่ ยังสามารถใช้การได้ จะเห็นว่าทุกอาคารในกรุงเทพมหานคร สามารถสู้กับเหตุแผ่นดินไหวได้ยกเว้นอาคารแห่งนี้ จึงขอให้มั่นใจกฎกระทรวง และมั่นใจกรมโยธาและผังเมือง

 

ส่วนคนที่อยู่ในเหตุการณ์และอาศัยอยู่บนคอนโดที่มีอาการแพนิก แม้จะมีการตรวจสอบ และ กทม.ประกาศให้สามารถเข้าที่พักได้ สภาวิศวกร ร่วมกับ กทม.ได้ประกาศร่วมกันตรวจสอบอาคาร จำนวน 13,000 เคส พบว่าปัญหาจริงๆในคอนโด คือ แทงก์น้ำที่อยู่บนดาดฟ้าของคอนโดที่แตก พบทั้งสิ้น 30 ราย ส่วนปัญหาที่สองคือ ปัญหาความแข็งแรงของลิฟท์ ส่วนใหญ่จะเป็นการแตกร้าวบนผนัง และในจำนวน 13,000 เคส เราให้ใบแดงแค่ 2 อาคาร แสดงว่าอาคารที่มีอยู่ ยกเว้นอาคารที่มีปัญหาแข็งแรง สามารถเข้าอยู่อาศัยได้

 

สำหรับกรณีโรงพยาบาลราชวิถี  และอีกโรงบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เสียหายตรงกำแพงรับน้ำหนัก สภาวิศวกรจะมีการตรวจสอบร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ยืนยันว่าจะทำให้เป็นใบเขียวให้ได้ โดยใช้วิธีการทางวิศวกรรม โดยในวันพรุ่งนี้ (5 เม.ย.68) นายกสภาวิศวกรจะไปเปิดศูนย์กองอำนวยการร่วม โดยเบื้องต้นสภาวิศวกร และกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ใบแดงไว้จำนวน 34 หลัง รวมต่างจังหวัด และบางส่วน เช่น ตึกโรงพยาบาลราชวิถีเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเหลือง 

 

เอนก กล่าวถึงวิธีการซ่อมอาคารโรงพยาบาลราชวิถีว่า จะใช้วิธีการทางวิศวกรรมโดยการเย็บ โดยเสริมเหล็กเข้าไปโดยการยัดสารเคมีในแนวตั้ง แล้วใช้แผ่นเหล็กแปะเข้าไป ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถีเสียหายเพียงแค่ชั้นเดียว ไม่ได้หมายความว่าเสียหายทั้งอาคาร  ยืนยันว่าจะทำให้โรงพยาบาลราชวิถีกลับมาเป็นสีเขียว 

 

ด้าน ผช.ดร.ธเนศ วีระศิริ  นายกสภาวิศวกร กล่าวถึงกรณีศูนย์ราชการ อาคาร A ว่า วันนั้นตนเองเข้าไปทำงานพอดี มี 1-2 คนที่รู้สึกสั่นไหว ตนเองได้เข้าไปดูพร้อมกับหน่วยที่ดูแลอาคารดังกล่าว ซึ่งมีการชี้จุดรอยร้าวตามตำแหน่งต่าง ๆ จากการตรวจสอบพบเป็นรอยร้าวตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม สังเกตได้จากบันไดใต้อาคาร ที่อยู่บริเวณใต้ท้องอาคารในอาคารสูงหลายหลายแห่ง จะมีรอยผนังร้าว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาหลังจากการโยกของอาคาร แต่เหตุดังกล่าวเป็นรอยเก่า 

 

สาเหตุที่อาคาร A มีความรู้สึกว่าอาคารเอียง เพราะออกแบบเป็นรูปทรงป้านไปข้างบน ขฯะที่ศูนย์ราชการอาคาร B ก็มีรูปทรงคล้ายกัน ล่าสุดมีรอยร้าวที่โคนเสาอยู่จุดหนึ่งของอาคาร A  ซึ่งได้มีการแก้ไขเสร็จเรียบร้อย แต่ด้วยความไม่สบายใจจึงได้รื้อออกมา และมีการวัดดูด้วยเครื่องมือ Seismic Test มีการซ่อมกลับเข้าไปใหม่ เป็นการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้สบายใจ

The post วิศวกรชี้ ตึก ใน กทม. สีแดง แค่ 2 แห่ง เร่งซ่อม รพ.ราชวิถี ด้วยวิธีเย็บตึก ส่วนศูนย์ราชการอาคาร A เป็นรอยร้าวเดิม รู้สึกเอียง เพราะตึกทรงป้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดีกรมการแพทย์เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุแผ่นดินไหว เผย รพ.ราชวิถี กระทบ ต้องปิดอาคารรองรับผู้ป่วยชั่วคราว https://thestandard.co/rajavithi-hospital-earthquake-damage-building-closure/ Sat, 29 Mar 2025 12:14:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1058184 อธิบดีกรมการแพทย์ตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุอาคารถล่ม พร้อมเปิดเผยว่า รพ.ราชวิถีต้องปิดอาคารทศมินทราธิราชที่รองรับผู้ป่วยวันละ 6,000 คนชั่วคราว

วันนี้ (29 มีนาคม) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกร […]

The post อธิบดีกรมการแพทย์เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุแผ่นดินไหว เผย รพ.ราชวิถี กระทบ ต้องปิดอาคารรองรับผู้ป่วยชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดีกรมการแพทย์ตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุอาคารถล่ม พร้อมเปิดเผยว่า รพ.ราชวิถีต้องปิดอาคารทศมินทราธิราชที่รองรับผู้ป่วยวันละ 6,000 คนชั่วคราว

วันนี้ (29 มีนาคม) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์อาคารถล่มในพื้นที่เขตจตุจักร ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุแผ่นดินไหว

 

สำหรับสถานการณ์ผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน นั้น อธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้รับผู้บาดเจ็บเข้ามาในระลอกแรกจำนวน 11 ราย ประกอบด้วยคนไทย 6 ราย และชาวเมียนมา 5 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และมีผู้ที่อาการดีขึ้นจนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 2 ราย ทำให้ล่าสุดวันนี้ยังคงมีผู้ป่วยที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 8 ราย

 

สถานะของผู้ป่วย 8 รายที่ยังพักรักษาตัว แบ่งเป็น ผู้ป่วยในกลุ่มสีเหลือง (อาการปานกลาง) 5 ราย และกลุ่มสีเขียว (อาการเล็กน้อย) 3 ราย โดยผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง แม้จะรู้สึกตัวดี สามารถพูดคุยตอบโต้ได้ แต่เนื่องจากได้รับแรงกระแทกจากของแข็งบริเวณศีรษะ จึงยังคงต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด และทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อประเมินว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือไม่ ส่วนผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว มีอาการเพียงระคายเคืองที่หูและตา คาดว่าหลังจากรอดูอาการอีกไม่นานก็น่าจะสามารถให้กลับบ้านได้

 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวถึงผลกระทบต่อสถานพยาบาลจากเหตุแผ่นดินไหวว่า ได้รับรายงานว่ามีโรงพยาบาลหลายแห่งได้รับผลกระทบ โดยพบรอยร้าวที่ตัวอาคาร สำหรับจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ อาคารทศมินทราธิราช โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเกิดรอยร้าวจนกระทั่งทางวิศวกรได้ให้ความเห็นว่าจำเป็นต้องปิดการให้บริการในอาคารดังกล่าวเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

 

“ตึกทศมินทราธิราช ถือเป็นอาคารหลักที่โรงพยาบาลราชวิถีใช้รองรับผู้ป่วย ซึ่งมีจำนวนเฉลี่ยสูงถึงวันละประมาณ 6,000 คน การปิดให้บริการชั่วคราวย่อมส่งผลกระทบอย่างมาก” นายแพทย์ทวีศิลป์

 

อธิบดีกรมการแพทย์ระบุเพิ่มเติมว่า ทางกรมการแพทย์และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลราชวิถี จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งก่อนวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (31 มีนาคม 2568) เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณาว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการ ณ อาคารดังกล่าวได้เมื่อใด หรือจะมีแนวทางในการจัดการให้บริการผู้ป่วยทดแทนอย่างไรต่อไป

The post อธิบดีกรมการแพทย์เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุแผ่นดินไหว เผย รพ.ราชวิถี กระทบ ต้องปิดอาคารรองรับผู้ป่วยชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ตามติดชีวิต ‘เมื่อหมอแล็บแพนด้ามาเป็นคนไข้’ https://thestandard.co/doctor-lab-panda/ Tue, 01 Mar 2022 08:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=600387 หมอแล็บแพนด้า

เมื่อ THE STANDARD อยากชวนทุกคนไปตามดูชีวิต 1 วันของหมอ […]

The post ชมคลิป: ตามติดชีวิต ‘เมื่อหมอแล็บแพนด้ามาเป็นคนไข้’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอแล็บแพนด้า

เมื่อ THE STANDARD อยากชวนทุกคนไปตามดูชีวิต 1 วันของหมอแล็บแพนด้า บุคลากรทางการแพทย์ชื่อดังที่วันนี้ต้องกลายมาเป็นคนไข้แทน และมีนัดไปหาหมอที่โรงพยาบาลราชวิถีผ่านการใช้แอปพลิเคชัน RJ CONNECT ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างธนาคารกสิกรไทยและโรงพยาบาลราชวิถี

 

แล้วการไปหาหมอในยุค New Normal จะเลี่ยงความแออัดและสะดวกสบายมากน้อยแค่ไหน ตามไปดูกันได้เลย!

 

(ADVERTORIAL)

The post ชมคลิป: ตามติดชีวิต ‘เมื่อหมอแล็บแพนด้ามาเป็นคนไข้’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภ. ลงนามสัญญาซื้อ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง 8.5 ล้านชุด ให้ สปสช. และ รพ.ราชวิถี แล้ว https://thestandard.co/gpo-signed-atk-for-nhso-and-rajavithi-hospital/ Mon, 30 Aug 2021 10:24:07 +0000 https://thestandard.co/?p=530866 อภ. ลงนามสัญญาซื้อ ATK

วันนี้ (30 สิงหาคม) นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการอ […]

The post อภ. ลงนามสัญญาซื้อ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง 8.5 ล้านชุด ให้ สปสช. และ รพ.ราชวิถี แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภ. ลงนามสัญญาซื้อ ATK

วันนี้ (30 สิงหาคม) นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า ได้ลงนามสัญญากับบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อจัดซื้อ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และโรงพยาบาลราชวิถี หลังจากเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 ที่คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ตามโครงการพิเศษของ สปสช. ที่ได้เห็นชอบราคาชุดตรวจ ATK ตามที่ อภ. เสนอ และให้โรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดซื้อจาก อภ. ต่อไป 

 

ทั้งนี้ ATK ทั้งหมด บริษัทจะนำเข้ามาและจัดส่งให้หน่วยบริการจำนวนกว่า 1,000 แห่ง ตามที่ สปสช. กำหนด ภายใน 14 วันหลังจากลงนามสัญญา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่ สปสช. กำหนดสถานที่จัดส่งที่ชัดเจน

 

โดยก่อนนำ ATK ไปจัดส่งให้หน่วยบริการต่างๆ นั้น จะมีคณะกรรมการตรวจรับสินค้าตาม TOR โดยตรวจประเมินจากใบตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (COA) หรือเอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ว่ามีคุณภาพเป็นไปตาม TOR ของผู้สั่งซื้อ จากนั้นจะสุ่มตัวอย่างไปทดสอบคุณภาพที่ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยตรวจวิเคราะห์ในหัวข้อ ความไวเชิงวินิจฉัย (Diagnostic sensitivity) ความจำเพาะเชิงวินิจฉัย (Diagnostic specificity) ความไม่จำเพาะต่อเชื้อ (Non-specificity) ตามเกณฑ์การทดสอบที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด เมื่อผลการทดสอบคุณภาพผ่าน ก็จะกระจายผลิตภัณฑ์ไปสู่หน่วยบริการต่อไป ขณะเดียวกันองค์การฯ จะสุ่มตัวอย่าง เพื่อเก็บเป็นตัวอย่างอ้างอิงในการตรวจวิเคราะห์ หลังจากการนำไปใช้งาน (Retained Sample) ควบคู่กันไปด้วย ในกรณีมีข้อร้องเรียนจากผู้บริโภค ทางบริษัทผู้จำหน่ายจะต้องสืบหาสาเหตุและแนวทางการป้องกัน แล้วแจ้งมายัง อภ. เพื่อประเมินและติดตามผลการแก้ไขป้องกันปัญหาดังกล่าวต่อไป ในกรณีที่มีปัญหาคุณภาพจนต้องมีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ (Recall) บริษัทผู้จำหน่ายต้องเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืน พร้อมชดใช้และแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค และทำรายงานผลการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืนส่งให้ อภ. ประเมินประสิทธิผลของการเรียกคืนทุกครั้ง 

 

ด้าน ศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ (มหาชน) จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่าย ATK ของ ‘ออสท์แลนด์ แคปปิตอล’ และเป็นผู้ชนะการเสนอราคาในโครงการพิเศษของ สปสช. กล่าวว่า บริษัท เวิลด์ เมดิคอล และออสท์แลนด์ รู้สึกยินดีมากที่ได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการนำชุดตรวจ ATK ของ Lepu มาให้คนไทยได้ใช้ตรวจคัดกรองโควิดผ่านโครงการดีๆ ของภาครัฐ วันนี้เมื่อทุกอย่างเคลียร์ชัดเจน ทั้งเรื่องคุณภาพของ ATK ที่ผ่านการรับรองทั้งของ อย. ประเทศไทย และยังได้รับการรับรองคุณภาพจากหลายประเทศในยุโรปแล้ว 

 

เพื่อเป็นการตอกย้ำและเพิ่มความมั่นใจในเรื่องคุณภาพให้แก่คนไทย บริษัทยินดีให้องค์การฯ สุ่มตัวอย่างอ้างอิงตามที่ อภ. กำหนด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในคุณภาพสินค้าที่ได้รับ ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่นอกเหนือจาก TOR ที่กำหนดไว้ 

 

ด้วยกำลังการผลิตของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มากระดับรัฐวิสาหกิจของประเทศจีน จึงมั่นใจได้ว่าโรงงานจะสามารถผลิต ATK พร้อมส่งมอบทั้งหมดได้ทันกับเวลาที่กำหนดไว้แน่นอน โดย ATK ทั้งหมดจะจัดส่งทางเครื่องบินเช่าเหมาลำ คาดว่าล็อตแรกจะจัดส่งมาในวันที่ 6 กันยายน 2564 โดยภายใน 14 วัน หลังจากลงนามสัญญาจะทยอยส่งมอบและจัดส่งครบ 8.5 ล้านชุด ถึงหน่วยบริการกว่า 1,000 แห่ง ตามที่ อภ. และ สปสช. กำหนด จัดเก็บและกระจายโดยบริษัทขนส่งที่ชำนาญในด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะ มีการควบคุมความเย็นเพื่อให้ ATK ของเรามีคุณภาพเต็มที่จนถึงมือประชาชน 

 

“บริษัทมีความมั่นใจในคุณภาพ ATK ของ Lepu ว่าเป็นสินค้ามีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ด้วยหลักฐานที่ชัดเจนสามารถพิสูจน์ได้ หากยังมีการด้อยค่าผลิตภัณฑ์แบบไม่เป็นธรรมกับบริษัท ทำให้มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการขั้นต่อไปอย่างเด็ดขาด อีกทั้งทางบริษัทยังได้แจ้งไปยังโรงงานของ Lepu ผู้ผลิตที่ประเทศจีน ถ้าหากผู้ผลิตจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรต่อผู้กล่าวหาผลิตภัณฑ์ด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง สร้างความเสื่อมเสียเรื่องชื่อเสียงต่อผลิตภัณฑ์ ทางบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ ยินดีจะช่วยเหลือและส่งเอกสารข้อมูลให้ผู้ผลิตทั้งหมด เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป”  ศิริญากล่าวในท้ายที่สุด

The post อภ. ลงนามสัญญาซื้อ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง 8.5 ล้านชุด ให้ สปสช. และ รพ.ราชวิถี แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลราชวิถี เผยอาการล่าสุดเยาวชน 15 ปีถูกยิง มีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง ต้องสังเกตอาการใกล้ชิด https://thestandard.co/rajavithi-hospital-revealing-the-latest-symptoms-of-youth-being-shot/ Tue, 24 Aug 2021 09:11:36 +0000 https://thestandard.co/?p=528578 Rajavithi Hospital

วันนี้ (24 สิงหาคม) เมื่อเวลา 15.00 น.โรงพยาบาลราชวิถี […]

The post โรงพยาบาลราชวิถี เผยอาการล่าสุดเยาวชน 15 ปีถูกยิง มีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง ต้องสังเกตอาการใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rajavithi Hospital

วันนี้ (24 สิงหาคม) เมื่อเวลา 15.00 น.โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศ เรื่อง รายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (ฉบับที่ 4) โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

ความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บชายอายุ 15 ปีที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีจากเหตุปะทะบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 อาการในขณะนี้ผู้บาดเจ็บยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ มีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง สามารถลืมตาได้เองบางครั้ง แต่ไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง ขณะที่สัญญาณชีพทั่วไปคงที่ โดยยังคงต้องได้รับยากระตุ้นความดันโลหิต เฝ้าระวังภาวะชักและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บยังคงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โดยหลังจากนี้หากมีอาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้ง

The post โรงพยาบาลราชวิถี เผยอาการล่าสุดเยาวชน 15 ปีถูกยิง มีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง ต้องสังเกตอาการใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รพ.ราชวิถี เผยอาการล่าสุดวัยรุ่นชายอายุ 15 ปีที่ถูกยิง อาการสมองบวมลดลงในระดับที่น่าพอใจ ยังต้องสังเกตอาการใกล้ชิด https://thestandard.co/rajavithi-hospital-update-about-a-15-year-old-boy-who-was-shot/ Sat, 21 Aug 2021 03:44:43 +0000 https://thestandard.co/?p=527532 Rajavithi Hospital statement

วันนี้ (21 สิงหาคม) เวลา 10.00 น. โรงพยาบาลราชวิถีออกปร […]

The post รพ.ราชวิถี เผยอาการล่าสุดวัยรุ่นชายอายุ 15 ปีที่ถูกยิง อาการสมองบวมลดลงในระดับที่น่าพอใจ ยังต้องสังเกตอาการใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rajavithi Hospital statement

วันนี้ (21 สิงหาคม) เวลา 10.00 น. โรงพยาบาลราชวิถีออกประกาศ เรื่อง รายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (ฉบับที่ 3) มีรายละเอียดระบุว่า

 

ความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บชายอายุ 15 ปีที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี จากเหตุปะทะบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ด้วยอาการบาดเจ็บจากกระสุนฝังบริเวณไขสันหลังส่วนบนร่วมกับมีภาวะสมองบวมจากการขาดออกซิเจนหลังหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว นั้น

 

จากการติดตามอาการบาดเจ็บโดยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 พบว่า อาการสมองบวมลดลงในระดับที่น่าพอใจ จากการประเมินของแพทย์ ผู้ป่วยยังคงไม่รู้สึกตัว และยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ร่วมกับมีอาการอัมพาตจากการบาดเจ็บของไขสันหลังตั้งแต่ระดับคอที่ 2 ลงไป สัญญาณชีพทั่วไปคงที่ โดยยังคงต้องสังเกตอาการใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และประเมินอาการทางสมองเป็นระยะต่อไป

The post รพ.ราชวิถี เผยอาการล่าสุดวัยรุ่นชายอายุ 15 ปีที่ถูกยิง อาการสมองบวมลดลงในระดับที่น่าพอใจ ยังต้องสังเกตอาการใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชวิถี เผยอาการชายอายุ 15 ปีที่ถูกยิง อยู่ในภาวะวิกฤต สมองบวม ต้องสังเกตอาการต่อเนื่องใกล้ชิด https://thestandard.co/man-shot-in-crisis-cerebral-edema/ Thu, 19 Aug 2021 04:02:02 +0000 https://thestandard.co/?p=526767 โรงพยาบาลราชวิถี

วันนี้ (19 สิงหาคม) โรงพยาบาลราชวิถีออกประกาศ เรื่อง รา […]

The post ราชวิถี เผยอาการชายอายุ 15 ปีที่ถูกยิง อยู่ในภาวะวิกฤต สมองบวม ต้องสังเกตอาการต่อเนื่องใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลราชวิถี

วันนี้ (19 สิงหาคม) โรงพยาบาลราชวิถีออกประกาศ เรื่อง รายงานความคืบหน้า อาการผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (ฉบับที่ 2) โดยมีรายละเอียดระบุว่า

ความคืบหน้า อาการผู้บาดเจ็บชายอายุ 15 ปี ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีจากเหตุปะทะบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ด้วยอาการบาดเจ็บจากกระสุน มีบาดแผลที่บริเวณต้นคอหลังกกหูด้านซ้าย ร่วมกับมีภาวะหัวใจหยุดเต้น และผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบกระสุนฝังที่บริเวณไขสันหลังส่วนบนที่เชื่อมต่อกับก้านสมอง ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้นั้น

อาการในขณะนี้ (19 สิงหาคม 2564 เวลา 09.30 น.) ผู้บาดเจ็บยังคงไม่รู้สึกตัว ใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีอาการสมองบวมจากภาวะขาดออกซิเจนหลังหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว โดยแพทย์ผู้ดูแลให้ความเห็นว่า ผู้บาดเจ็บยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ต้องได้รับการดูแลสังเกตอาการต่อเนื่อง และให้การรักษาภาวะแทรกซ้อนจากภาวะสมองบวมดังกล่าว

ทั้งนี้ โรงพยาบาลราชวิถีจะมีการแถลงอาการคืบหน้าเป็นระยะต่อไป

The post ราชวิถี เผยอาการชายอายุ 15 ปีที่ถูกยิง อยู่ในภาวะวิกฤต สมองบวม ต้องสังเกตอาการต่อเนื่องใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รพ.ราชวิถี เผยอาการล่าสุดวัยรุ่นชายถูกยิงและส่งมารักษาตัว พบกระสุนค้างที่ก้านสมอง 1 นัด อาการโคม่า https://thestandard.co/rajavithi-hospital-injured-in-the-rally/ Tue, 17 Aug 2021 03:53:35 +0000 https://thestandard.co/?p=525848

วันนี้ (17 สิงหาคม) เมื่อเวลา 10.00 น. โรงพยาบาลราชวิถี […]

The post รพ.ราชวิถี เผยอาการล่าสุดวัยรุ่นชายถูกยิงและส่งมารักษาตัว พบกระสุนค้างที่ก้านสมอง 1 นัด อาการโคม่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 สิงหาคม) เมื่อเวลา 10.00 น. โรงพยาบาลราชวิถีออกประกาศเรื่อง รายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง โดยมีรายละเอียดระบุว่า

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม จากเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลราชวิถีโดยรถพยาบาลอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 21.00 น.

พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุประมาณ 20 ปี ไม่ทราบชื่อ-สกุล ไม่มีเอกสารประจำตัว แรกรับหมดสติ ไม่หายใจ ไม่มีชีพจร ตรวจพบบาดแผลจากกระสุนที่ลำคอด้านซ้าย ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจประมาณ 6 นาที ผู้บาดเจ็บกลับมามีสัญญาณชีพ จากการตรวจเพิ่มเติมโดยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบกระสุนปืนค้างอยู่บริเวณก้านสมอง 1 นัด และพบกระดูกต้นคอซี่ที่ 1 และ 2 แตก ขณะนี้ผู้บาดเจ็บได้เข้ารับการรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ศัลยกรรม

โดยอาการในขณะนี้ (17 สิงหาคม เวลา 09.40 น.) ผู้บาดเจ็บยังไม่รู้สึกตัวอยู่ในอาการโคม่า ใส่ท่อช่วยหายใจ สัญญาณชีพทั่วไปคงที่ อยู่ระหว่างรอการประเมินอาการบาดเจ็บทางสมองต่อเนื่องในการดูแลของทีมแพทย์ศัลยกรรมอุบัติเหตุและศัลยกรรมประสาทและสมอง

โดยจะมีการแถลงรายละเอียดอาการและความคืบหน้าต่อไป

อ้างอิง: https://www.facebook.com/200808350090723/posts/1779676595537216/

The post รพ.ราชวิถี เผยอาการล่าสุดวัยรุ่นชายถูกยิงและส่งมารักษาตัว พบกระสุนค้างที่ก้านสมอง 1 นัด อาการโคม่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดบริการกลุ่มงานศัลยศาสตร์ รพ.ราชวิถี 7-18 เม.ย. นี้ หลังพบแพทย์ติดโควิด-19 ยกระดับคุมเข้ม https://thestandard.co/rajavithi-hospital-surgery-floor-closed-due-to-coronavirus-infection/ Wed, 07 Apr 2021 05:29:19 +0000 https://thestandard.co/?p=473276 ปิดบริการกลุ่มงานศัลยศาสตร์ รพ.ราชวิถี 7-18 เม.ย. นี้ หลังพบแพทย์ติดโควิด-19 ยกระดับคุมเข้ม

วันนี้ (7 เมษายน) โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศแจ้งแพทย์ พ […]

The post ปิดบริการกลุ่มงานศัลยศาสตร์ รพ.ราชวิถี 7-18 เม.ย. นี้ หลังพบแพทย์ติดโควิด-19 ยกระดับคุมเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดบริการกลุ่มงานศัลยศาสตร์ รพ.ราชวิถี 7-18 เม.ย. นี้ หลังพบแพทย์ติดโควิด-19 ยกระดับคุมเข้ม

วันนี้ (7 เมษายน) โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศแจ้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เรื่องตรวจพบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 โดยมีใจความสำคัญระบุว่า จากการตรวจพบแพทย์ประจำบ้านประจำกลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถีติดโควิด-19 จำนวน 1 ราย คณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลได้ประสานงานและดำเนินการสอบสวนโรค รวมถึงได้รายชื่อกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ซึ่งกำลังดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจะได้ดำเนินการในลำดับต่อไป 

 

สำหรับมาตรการควบคุมโรคในโรงพยาบาล ทางคณะกรรมการได้เตรียมแผนยกระดับการควบคุมดังนี้

 

  • กลุ่มงานศัลยศาสตร์ ให้งดผ่าตัดและหัตถการที่ไม่เร่งด่วน ตั้งแต่วันที่ 7-18 เมษายน 2564 
  • ให้บริการผู้ป่วยนอก เปิดให้บริการตรวจรักษาตามปกติทุกแผนก ยกเว้นกลุ่มงานศัลยศาสตร์ งดรับผู้ป่วยใหม่และผู้ป่วยส่งต่อกรณีไม่เร่งด่วน
  • ห้องผ่าตัดเล็ก ปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 7-16 เมษายน 2564 
  • การกำจัดเชื้อในบริเวณพื้นที่ เริ่มดำเนินการทำความสะอาด อบโอโซนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 
  • การเรียนการสอนให้ดำเนินการตามปกติ ยกเว้นกลุ่มงานศัลยศาสตร์ พิจารณาจัดการเรียนการสอนออนไลน์
  • การจัดเตรียมพื้นที่กักตัวกลุ่มเสี่ยง

พิสูจน์อักษร: ชฎานิสภ์ นุ้ยฉิม

The post ปิดบริการกลุ่มงานศัลยศาสตร์ รพ.ราชวิถี 7-18 เม.ย. นี้ หลังพบแพทย์ติดโควิด-19 ยกระดับคุมเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมูทอดเจ๊จง อาสาทำข้าวกล่องส่งบุคลากรแพทย์ รพ.ราชวิถี และสถาบันบำราศฯ วันละ 1,200 กล่อง https://thestandard.co/moo-tod-jehjong-chefs-for-chance/ Mon, 23 Mar 2020 08:34:03 +0000 https://thestandard.co/?p=345322

‘หมูทอดเจ๊จง’ ร้านขายอาหารริมทางชื่อดังย่านพระราม 4 ประ […]

The post หมูทอดเจ๊จง อาสาทำข้าวกล่องส่งบุคลากรแพทย์ รพ.ราชวิถี และสถาบันบำราศฯ วันละ 1,200 กล่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘หมูทอดเจ๊จง’ ร้านขายอาหารริมทางชื่อดังย่านพระราม 4 ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก @JehJong ว่าทางร้านได้ทำอาหารกล่องเพื่อส่งมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ หมอ และพยาบาลประจำโรงพยาบาลราชวิถีและสถาบันบำราศนราดูร วันละ 1,200 กล่อง (วันละ 2 รอบ รอบละ 600 กล่อง) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้กำลังใจทีมแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่

 

จงใจ กิจแสวง เจ้าของร้านหมูทอดเจ๊จง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า “จากที่ พี่หนุ่ย ศิริกุล ได้โทรมาขอให้เจ๊ทำข้าวกล่องหมูทอดไปส่งให้กับบรรดาคุณหมอและพยาบาลที่ทำงานกันอย่างหนักจนไม่มีเวลาจะมาซื้อข้าวซื้อน้ำกินกัน เจ๊ก็ได้ตกลงจะส่งข้าวให้กับ 2 โรงพยาบาล คือที่ราชวิถีและบำราศฯ วันละ 2 รอบ รอบละ 600 กล่อง 

 

“ซึ่งวันนี้รอบแรกเราได้นำเอาไปให้ทางโรงพยาบาลแล้วภายใต้ชื่อโครงการ Chefs For Chance เจ๊อยากชวนเพื่อนๆ ใครที่อยากช่วยสมทบทุนร่วมกับเจ๊ เชิญสมทบทุนมาที่เจ๊ได้เลย เจ๊ขอเป็นวันต่อวัน วันละไม่เกิน 30,000 บาทนะคะ เพราะไม่อยากจะเก็บเงินไว้กับตัว”

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/JehJong/

ภาพ: https://www.facebook.com/JehJong/

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post หมูทอดเจ๊จง อาสาทำข้าวกล่องส่งบุคลากรแพทย์ รพ.ราชวิถี และสถาบันบำราศฯ วันละ 1,200 กล่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ. ประยุทธ์ เยี่ยมชมระบบจัดการผู้ป่วยโควิด-19 รพ.ราชวิถี ขอเซเลบ-ไฮโซ กักตัวเองเป็นตัวอย่าง https://thestandard.co/prayut-coronavirus-rajavithi-hospital/ Thu, 12 Mar 2020 12:05:17 +0000 https://thestandard.co/?p=340522

วันนี้ (12 มีนาคม) ที่โรงพยาบาลราชวิถี พล.อ. ประยุทธ์ จ […]

The post พล.อ. ประยุทธ์ เยี่ยมชมระบบจัดการผู้ป่วยโควิด-19 รพ.ราชวิถี ขอเซเลบ-ไฮโซ กักตัวเองเป็นตัวอย่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 มีนาคม) ที่โรงพยาบาลราชวิถี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการวินิจฉัยรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) 

 

พล.อ. ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมจุดคัดกรองและห้องตรวจบริเวณชั้น 1 อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี โดยผู้เข้ามารับบริการในโรงพยาบาลราชวิถีทุกคนต้องเดินผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน หากมีไข้จะวัดไข้ซ้ำ พร้อมแยกออกจากผู้ป่วยอื่น ให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ จากนั้นได้เยี่ยมชมห้องตรวจแยกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI) ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะโซนสีแดงรองรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและผู้ป่วยสงสัยเข้าข่ายโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ 

 

นอกจากนี้ได้ติดตามอาการผู้ป่วยที่รักษาอยู่ในห้องแยกโรค ตึกอายุรกรรม ชั้น 3 ผ่านกล้องวงจรปิด พร้อมมอบยาต้านไวรัส Favilavir จำนวน 10,000 เม็ดให้โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และเครือข่ายโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19  

 

ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ฝากไปถึงนักท่องเที่ยว ดารา เซเลบ รวมถึงไฮโซที่กลับจากต่างประเทศว่า แม้จะผ่านการคัดกรองแล้ว แต่ต้องกักตัวเอง14 วัน เป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชน

 

ส่วนต้องคุมเข้มสถานบันเทิงหรือไม่ หลังพบผู้ติดเชื้อ 11 รายล่าสุด พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องควบคุมทุกสถานบันเทิง ทุกโรงแรมต้องมีมาตรการคัดกรอง มีเครื่องวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือ และหน้ากากอนามัย รวมถึงการดูแลทำความสะอาดภายในสถานที่ เราต้องดูทั้งสองด้าน เพราะถ้าไม่ให้ทำอะไรเลย เขาก็ไม่มีรายได้เลย ส่งผลให้เกิดการลดการจ้างงาน ซึ่งต้องเห็นใจเขาด้วย เพราะรัฐบาลก็ไปอุดหนุนไม่ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทุกส่วนต้องทีมาตรการของตัวเอง ดูอย่างมาตรการของห้างสรรพสินค้า เป็นต้น อย่างน้อยต้องเป็นแบบนั้นหรือมากกว่า เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะปลอดภัย

 

เมื่อถามต่อว่าการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่หลายฝ่ายเป็นห่วง พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา วันนี้มีหลายกระแส หลายคนบอกไม่ต้องจัด แต่อีกหลายคนบอกให้จัดเฉพาะเรื่องการทำบุญ กำลังพิจารณาอยู่ ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนต้องการอย่างไร รัฐบาลก็ต้องหารือกับกระทรวงสาธารณสุขและทีมแพทย์ว่าควรหรือไม่ควรจัดอย่างไร

 

พล.อ. ประยุทธ์ ย้ำว่า สำคัญที่สุดคือการป้องกันการแพร่ระบาดไปในระยะที่ 3 ยืนยันอีกครั้งว่ายังไม่ถึงขั้นที่ 3 วันนี้เรามาดูสถิติการเพิ่มขึ้นในต่างประเทศสูงขึ้น และเขายอมรับมาว่าประเทศไทยทำได้ดี 

 

 

 

The post พล.อ. ประยุทธ์ เยี่ยมชมระบบจัดการผู้ป่วยโควิด-19 รพ.ราชวิถี ขอเซเลบ-ไฮโซ กักตัวเองเป็นตัวอย่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาธิต เยี่ยมผู้ป่วยรักษาหายจากโรคโควิด-19 ที่ รพ.ราชวิถี แพทย์ยืนยันอนุญาตให้กลับบ้านวันนี้ https://thestandard.co/visiting-corona-virus-victim-at-ratchawiti-hospital/ Tue, 18 Feb 2020 09:40:28 +0000 https://thestandard.co/?p=332394

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่ […]

The post สาธิต เยี่ยมผู้ป่วยรักษาหายจากโรคโควิด-19 ที่ รพ.ราชวิถี แพทย์ยืนยันอนุญาตให้กลับบ้านวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เยี่ยมผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ติดตามสถานการณ์ของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทุกรายอย่างใกล้ชิด 

 

โดยในวันนี้ มีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ 1 ราย เป็นหญิงชาวจีน อายุ 74 ปี ที่ได้รับการส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชน ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยอาการปอดบวมรุนแรง และตรวจพบเชื้อไวรัส COVID-19 ได้รับยา Lopinavir Ritonavir 800/200 mg ต่อวัน เป็นระยะเวลา 5 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์โรงพยาบาลราชวิถีจึงได้เพิ่มการให้ยา GPO flu (Oseltamivir) 300 mg ต่อวัน ปรากฏว่าได้ผลดี ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการให้ผลลบภายใน 48 ชั่วโมง และอาการปอดบวมรุนแรงวิกฤตดีขึ้นใน 8-12 ชั่วโมง 

 

จากนั้นแพทย์ได้เพิ่มยา Lopinavir Ritonavir 800/200 mg ต่อวัน ร่วมกับ GPO flu (Oseltamivir) 300 mg ต่อวัน ต่ออีก 10 วัน ซึ่งผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ (PCR) จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทั้ง 4 ครั้ง ให้ผลลบมาตลอด 20 วัน ถือว่าหายจากโรค สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ และจะตรวจสุขภาพซ้ำอีกครั้งใน 1-2 สัปดาห์ ว่าร่างกายแข็งแรงพร้อมขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ

 

ทางด้าน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีได้ค้นคว้าจากการศึกษาเดิมว่ายา Oseltamivir อาจมีผลต่อการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้ให้ยาเพิ่มเติม ปรากฏว่าได้ผลดี โดยทีมแพทย์ผู้ให้การรักษากำลังเขียนรายงานวิจัยครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ต่างประเทศ

The post สาธิต เยี่ยมผู้ป่วยรักษาหายจากโรคโควิด-19 ที่ รพ.ราชวิถี แพทย์ยืนยันอนุญาตให้กลับบ้านวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเผยเบื้องหลังแพทย์ราชวิถีรักษาหญิงจีนติดเชื้อโคโรนา ก่อนหน้าอาการหนัก https://thestandard.co/coronavirus-treated-in-thailand/ Tue, 04 Feb 2020 02:05:25 +0000 https://thestandard.co/?p=327185 ไวรัสโคโรนา 2019

เมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐม […]

The post อนุทินเผยเบื้องหลังแพทย์ราชวิถีรักษาหญิงจีนติดเชื้อโคโรนา ก่อนหน้าอาการหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไวรัสโคโรนา 2019

เมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางรับมือ ‘ไวรัสโคโรนา 2019’ ในรายการ THE STANDARD Daily

 

อนุทินยืนยันว่ายังควบคุมสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ เพราะการควบคุมสถานการณ์ได้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนติดเชื้อเลย แต่คือการหาคนที่ติดเชื้อได้และนำมารักษาให้หาย

 

ส่วนคนขับแท็กซี่ซึ่งเป็นคนไทยที่ติดเชื้อในประเทศรายแรกมีอาการดี เมื่อเช็กประวัติย้อนหลังพบว่ามีการรับคนจีนที่มาจากอู่ฮั่น ถ้าอย่างนี้ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ แต่ถ้าเขาไปรับคนไทยซึ่งไม่เคยไปจีนมาแล้วติดเชื้อ อย่างนี้เรียกว่าวุ่นวายโกลาหล แต่เราไปดูวงจรปิดของสถานที่ที่ไปส่งคนจีนจนสามารถสืบสาวไปถึงต้นตอของปัญหาได้

 

ส่วนกรณีที่แพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถีสามารถรักษาหญิงชาวจีนอายุ 72 ปีที่รักษาอยู่ในประเทศไทยได้นั้น

 

อนุทินเปิดเผยว่า ในบรรดา 19 รายที่ติดเชื้อ คนนี้อาการหนักที่สุด อาการปอดอักเสบมีท่าทีไม่ดี และเรากังวล และแพทย์เห็นว่าการใช้ยาที่มีอยู่อาจจะไม่พอ

 

เป็นความเก่งของแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งไปค้นมาว่าการใช้ยาสองขนานนี้น่าจะได้ผล และพูดง่ายๆ ว่าตอนนั้นทางเลือกแทบไม่มีแล้ว ปรากฏว่ายามีประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว อาการปอดอักเสบหายแล้ว 

 

ขณะที่ นพ.สุขุม กล่าวเสริมว่า ในการรักษามีตำราอยู่ว่าต้องใช้ยาผสม แพทย์ก็ดูรายผู้ป่วยหนัก ยาพวกนี้มีผลข้างเคียง มีบางคนที่ติดเชื้อแต่ใช้ยาตัวนี้ไม่ได้ เราจึงเลือกใช้กับผู้ป่วยหนัก แต่ส่วนใหญ่ที่ป่วยอยู่กับเราอาการไม่ได้หนัก จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้

 

ส่วนการเดินทางไปรับคนไทยที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนนั้น อนุทินเปิดเผยว่า ล่าสุดตนไม่สามารถไปด้วยตนเองได้แล้ว เพราะติดกระบวนการ นายกรัฐมนตรีสั่งให้ไป เพราะถ้ามีผู้ใหญ่ไปจะได้สั่งการสถานการณ์ได้ดีกว่า แต่ทางการจีนขอร้องมาว่าขอจำกัดจำนวนน้อยที่สุด ทีมแพทย์ 9 คน ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ 2 คน และทีมนักบินและลูกเรือ โดยทีมนักบินห้ามออกจากห้องนักบินตลอดภารกิจ

 

เมื่อถึงประเทศไทย ผู้โดยสารที่เป็นคนไทยจากอู่ฮั่นต้องถูกควบคุม 14 วัน รวมทั้งข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ 2 คนที่ต้องไปประสานพูดคุย ต้องโดนกักตัว 14 วันเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการเสียสละ

 

คาดว่าจะถึงเมืองไทยวันที่ 4 กุมภาพันธ์ช่วงค่ำๆ และได้เตรียมสถานที่รอไว้ 3 ที่เมื่อพร้อมจะมีการแถลงข่าวความคืบหน้า

The post อนุทินเผยเบื้องหลังแพทย์ราชวิถีรักษาหญิงจีนติดเชื้อโคโรนา ก่อนหน้าอาการหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ไม่ปล่อยเชื้อแพร่กระจายแน่” อนุทินยืนยันไทยพร้อมบินอู่ฮั่น เล็งสถานที่คุมโรคไว้แล้ว https://thestandard.co/anutin-coronavirus-030263-2/ Mon, 03 Feb 2020 06:47:45 +0000 https://thestandard.co/?p=326953

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพมหานคร […]

The post “ไม่ปล่อยเชื้อแพร่กระจายแน่” อนุทินยืนยันไทยพร้อมบินอู่ฮั่น เล็งสถานที่คุมโรคไว้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพมหานคร อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวขณะแถลงข่าวเรื่องการรับมือไวรัสอู่ฮั่น ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุถึงความพร้อมในการเคลื่อนย้าย 160 คนไทยที่อู่ฮั่นว่า

 

ภารกิจนี้เราได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน เราจะส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพจิตขึ้นไปประจำเครื่องด้วย  

 

เพื่อดูแลคนไทยที่อู่ฮั่น ทั้งนี้ก่อนที่คนไทยที่อู่ฮั่นจะได้ขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ จะต้องผ่านการตรวจโรคจากทางการจีนก่อน เป็นด่านสกัดโรคด่านแรก และเมื่อมาถึงประเทศไทย ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรคอีก 14 วัน 

 

ได้เตรียมสถานที่เอาไว้ 2-3 ที่ แต่ส่วนจะใช้ที่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สำหรับสถานที่ที่ใช้ควบคุมโรคนั้น เราต้องเข้าใจว่าคนไทยที่อู่ฮั่นเจอสภาพกดดันมาตลอดเกือบ 1 เดือน

 

ดังนั้นเมื่อกลับมาที่ประเทศไทยต้องอยู่ในที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย ต้องไม่เครียดมากไปกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคมาจาก 160 คนไทยที่กลับประเทศมาอย่างแน่นอน สำหรับญาติพี่น้องที่ต้องการจะเข้าเยี่ยม 160 คนไทย ขอย้ำว่าไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม แต่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารพูดคุยกันได้ 

 

การที่เราได้คิวไปรับคนไทยในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถ้ามองในแง่ดีก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทางการจีนมีประสบการณ์ในการลำเลียงคนมาแล้วเมื่อมาจัดการกับคนไทย จึงไม่น่ามีปัญหา นอกจากนั้นการที่ทางการไทยไม่ดึงดันจนเกินไป ยังเป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ 

 

“ส่วนตัวอยากร่วมทำภารกิจนี้มาก แต่ไม่สามารถบินไปด้วยได้ เพราะเมื่อกลับมาถึงประเทศต้องถูกคุมโรค 14 วันจะกระทบต่อการทำงาน สำหรับประชาชน วิธีการป้องกันไวรัสโคโรนาคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ อย่าลืมใส่หน้ากาก และออกกำลังกายเป็นประจำ” อนุทินกล่าวในที่สุด

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post “ไม่ปล่อยเชื้อแพร่กระจายแน่” อนุทินยืนยันไทยพร้อมบินอู่ฮั่น เล็งสถานที่คุมโรคไว้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อทั่วโลกรายงาน แพทย์ไทยประสบความสำเร็จในการใช้ยาต้านไวรัสโคโรนาสูตรใหม่ https://thestandard.co/coronavirus-thailand-has-apparent-treatment-success/ Mon, 03 Feb 2020 04:45:44 +0000 https://thestandard.co/?p=326910

วานนี้ (2 กุมภาพันธ์) สื่อใหญ่ทั่วโลก อาทิ Reuters, AFP […]

The post สื่อทั่วโลกรายงาน แพทย์ไทยประสบความสำเร็จในการใช้ยาต้านไวรัสโคโรนาสูตรใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (2 กุมภาพันธ์) สื่อใหญ่ทั่วโลก อาทิ Reuters, AFP, Bloomberg และ South China Morning Post ต่างพากันรายงานถึงความสำเร็จของคณะแพทย์ไทย ประจำโรงพยาบาลราชวิถี ในกรุงเทพฯ ที่ประกาศการค้นพบสูตรยาต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019-nCoV) ด้วยการทดลองนำเอายาที่มีในไทยอยู่แล้ว ได้แก่ ยาต้านไวรัส HIV 2 ชนิด คือ โลปินาเวียร์ และ ริโทนาเวียร์ (Lopinavir / Ritonavir) มาใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) 

 

ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมา ทำให้อาการป่วยของผู้ติดเชื้อรายหนึ่งที่เป็นชาวจีนวัย 71 ปี จากที่อาการทรุดหนักขั้นรุนแรง พลิกกลับมาดีขึ้นจนนั่งบนเตียงได้ภายใน 12 ชั่วโมง และหายดีจนผลติดเชื้อกลายเป็นลบภายใน 48 ชั่วโมง ขณะที่อีกรายหนึ่งเป็นคนไทยวัย 33 ปี ที่ติดเชื้อจากประเทศญี่ปุ่น มีอาการดีขึ้นมากหลังได้รับยาสูตรนี้เช่นกัน 

 

Reuters ชี้ว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์จีน ได้ใช้ยาต้าน HIV และยาต้านไข้หวัดใหญ่ โลปินาเวียร์ และ ริโทนาเวียร์ ในการรักษาผู้ติดเชื้ออยู่แล้ว แต่สิ่งที่แตกต่างซึ่งคณะแพทย์ไทยมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา คือสูตรการใช้ยาทั้ง 3 รายการรวมกัน 

 

AFP รายงานว่า ข่าวความสำเร็จดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่พบผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่รายแรก เป็นนักท่องเที่ยวชายขาวจีนวัย 44 ปี ที่เสียชีวิตในฟิลิปปินส์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (1 กุมภาพันธ์) ขณะที่ไทยนั้น พบผู้ติดเชื้อแล้วทั้งหมด 19 ราย แต่ในจำนวนนี้ 8 รายได้รับการรักษาจนหายดี และได้กลับบ้านแล้ว ส่วนอีก 11 รายยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

 

ด้าน chinapress.com.my เว็บไซต์หนังสือพิมพ์จีนในมาเลเซีย รายงานข่าวความสำเร็จในการค้นพบสูตรยาต้านไวรัสโคโรนาดังกล่าวของคณะแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี และมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียในมาเลเซียหลายคน แสดงความชื่นชมคณะแพทย์ไทย ในความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ 

 

“ขอบคุณมาก สู้ๆ”

“เยี่ยมมาก!”

“ในที่สุดมันก็ถูกค้นพบโดยแพทย์ไทย”

ส่วนหนึ่งของคอมเมนต์จากผู้ใช้โซเชียลมีเดียในมาเลเซียระบุ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post สื่อทั่วโลกรายงาน แพทย์ไทยประสบความสำเร็จในการใช้ยาต้านไวรัสโคโรนาสูตรใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ราชวิถีค้นพบสูตรยารักษาโคโรนาไวรัสให้ผู้ป่วยชาวจีนปลอดเชื้อได้ใน 48 ชั่วโมง https://thestandard.co/ratchawiti-physician-found-cure-medicine-for-corona-virus/ Sun, 02 Feb 2020 08:20:34 +0000 https://thestandard.co/?p=326745

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช และ นพ. […]

The post แพทย์ราชวิถีค้นพบสูตรยารักษาโคโรนาไวรัสให้ผู้ป่วยชาวจีนปลอดเชื้อได้ใน 48 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช และ นพ.สืบสาย คงแสงดาว แพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์ไวรัสโคโรนาประจำวันว่า ตนมีประสบการณ์รักษาคนไข้ชาวจีนที่อาการค่อนข้างรุนแรง ก็ปรากฏว่าคนไข้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมง ผลตรวจโคโรนาไวรัสจากที่เป็นบวกกลายเป็นลบ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดี

 

ทั้งนี้กระบวนการรักษาใช้ยาขององค์การเภสัช เป็นยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่และต้านไวรัสเอดส์ให้ร่วมกัน ค่าผลตรวจจากเดิมไม่พบเชื้อแล้วภายใน 48 ชั่วโมง

 

“ยาต้านไวรัสเอดส์ทางจีนก็ใช้อยู่ แต่ทางเรามีการเปิดดูข้อมูลว่ามีการรักษาในกลุ่มโคโรนาไวรัสเมอร์สที่เคยระบาดแล้วได้ผลด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ เราก็เลยนำมาผสมกัน ปรากฏว่าผลดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง เชื้อจากที่เป็นบวก 10 วัน กลายเป็นลบ” นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post แพทย์ราชวิถีค้นพบสูตรยารักษาโคโรนาไวรัสให้ผู้ป่วยชาวจีนปลอดเชื้อได้ใน 48 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เปลี่ยน AI เป็นฮีโร่’ งานวิจัย AI ตรวจเบาหวานขึ้นตาโดยโรงพยาบาลราชวิถีและ Google ที่จะพลิกโฉมปัญญาประดิษฐ์ https://thestandard.co/rajavithi-hospital-google-ai/ https://thestandard.co/rajavithi-hospital-google-ai/#respond Fri, 14 Dec 2018 12:22:40 +0000 https://thestandard.co/?p=165294

พับเก็บชุดความคิดเรื่องปัญญาประดิษฐ์ AI จะลุกขึ้นมาฆ่าล […]

The post ‘เปลี่ยน AI เป็นฮีโร่’ งานวิจัย AI ตรวจเบาหวานขึ้นตาโดยโรงพยาบาลราชวิถีและ Google ที่จะพลิกโฉมปัญญาประดิษฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

พับเก็บชุดความคิดเรื่องปัญญาประดิษฐ์ AI จะลุกขึ้นมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ลงไปก่อน เพราะระยะหลังๆ ที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีและสถาบันทางการแพทย์หลายแห่งทั่วโลกได้เริ่มนำมันมาประยุกต์ใช้งานเพื่อประโยชน์ด้านเฮลท์เทค (Health Tech) จนแพร่หลายและเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงกว้าง

 

เรากำลังพูดถึงกรณีของโรงพยาบาลราชวิถีที่ทำงานร่วมกับ Google เพื่อพัฒนาและทดลองนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นผู้ช่วยแพทย์ช่วยคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความเสี่ยงจะเกิด ‘ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา’ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้ป่วยตาบอด มีอัตราความแม่นยำในการคัดกรองสูงถึง 97%

 

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง Google และโรงพยาบาลราชวิถี นำโดย ลิลลี เพง (Lilly Peng) ผู้จัดการด้านผลิตภัณฑ์ที่ดูแลโครงการวิจัยทำนายเบาหวานจากภาพดวงตาของ Google และนายแพทย์ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข ผู้เชี่ยวชาญโรคจอประสาทตา ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี โดยทั้งคู่เป็นนักวิจัยที่รู้จักและคุ้นเคยในแวดวงกันเป็นอย่างดี

 

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการจักษุแพทย์คือ แต่ไหนแต่ไรวงการแพทย์ไทยมักขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการตรวจจอเรตินา โดยปัจจุบันจำนวนจักษุแพทย์ในไทยมีทั้งหมด 1,400 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญจอเรตินา 200 คน และเกือบทั้งหมดอยู่ในกรุงเทพฯ เมื่อนำมาคำนวณกับผู้ป่วยโรคเบาหวานไทยในปัจจุบันที่ประมาณ 4-5 ล้านคน (ทุกคนมีสิทธิ์เสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาทั้งหมด) เท่ากับว่าแพทย์ 1 คนจะต้องตรวจผู้ป่วยมากถึงประมาณ 3,570 คน

 

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาสามารถป้องกันและรักษาได้หากผู้ป่วยถูกตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ แต่การขาดบุคลากรที่เพียงพออาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานที่เสี่ยงจะสูญเสียการมองเห็นมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

 

เมื่อจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย โรงพยาบาลราชวิถีจึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาและฝึกฝนพยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิคให้ขึ้นมาเป็นผู้ช่วยแพทย์คัดกรองผู้ป่วยที่มีสิทธิ์จะเป็นเบาหวานขึ้นจอประสาทตาเบื้องต้น แล้วส่งเคสต่อให้กับทีมแพทย์อีกทอดหนึ่ง โดยในช่วงแรกๆ พบว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลเหล่านี้ถูกฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ และมีระดับความแม่นยำในการคัดกรองสูงถึง 86%

 

ต่อมารัฐบาลไทยที่เห็นความสำคัญของประเด็นนี้จึงยกให้การคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานที่เสี่ยงจะเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาให้เป็นวาระสำคัญทั่วประเทศ จนนำไปสู่การตั้งเป้าดัชนีชี้วัดให้สามารถคัดกรองประชากรในสัดส่วน 60% พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้ประชาชนสามารถตรวจความเสี่ยงได้ผ่านสวัสดิการบัตรทองโดยไม่เสียเงิน

 

อย่างไรก็ดี ที่สุดแล้วลำพังเจ้าหน้าที่พยาบาลก็ยังคงไม่เพียงพอต่อการช่วยแพทย์คัดกรองผู้ป่วย ไหนจะปัญหาเรื่อง Workflow ในการสแกนผู้ป่วยซึ่งต้องส่งภาพเรตินาตาผู้ป่วยอัดลงแผ่นซีดีแล้วส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกทอดหนึ่ง

 

 

คำตอบของปัญหาคือ ‘AI’

ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้น (ผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกสูงกว่า 400 ล้านราย) เรื่องนี้คือภัยเงียบทั่วโลกและเป็นหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญ พวกเขาจึงพัฒนาความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ให้ไปไกลกว่าแชตบอต ฯลฯ จะได้สามารถเข้ามาช่วยจักษุแพทย์ดูแลรักษาผู้ป่วย

 

เริ่มต้นในปี 2016 จากการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตา 54 คนมาวิเคราะห์ภาพด้านหลังดวงตา 130,000 ภาพ และวินิจฉัยออกมาเป็นจำนวน 880,000 ครั้ง ก่อนนำผลวินิจฉัยทั้งหมดไปฝึกให้ Machine Learning เรียนรู้อัลกอริทึม เพื่อวิเคราะห์ภาพดวงตาและตั้งค่าระดับความเสี่ยงออกเป็น 5 ระดับ

 

ทั้งนี้ขั้นตอนการจำแนกภาพผู้ป่วยออกเป็น 5 ระดับจะไม่มีการเปิดเผยตัวตนผู้ป่วยเด็ดขาดเพื่อเหตุผลความเป็นส่วนตัว ทุกคนเข้าใจการเข้าเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยวินิจฉัยโรคโดย AI เป็นอย่างดี ในมุมกลับกันก็ถือเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับแพทย์และ AI ในการทำงานร่วมกันด้วย ขณะที่ปัจจุบัน ลิลลี เพง เผยว่าปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ถูกฝึกฝนให้เก่งในระดับที่เทียบเท่ากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว

 

สังเกตว่าปัญญาประดิษฐ์จะรู้จักการแยกแยะภาพ และการ Detect ได้ค่อนข้างดีผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ Google นำความสามารถในส่วนนี้ของมันมาประยุกต์เข้ากับการใช้แยกภาพความเสี่ยงเบาหวานขึ้นจอประสาทตานั่นเอง (ในเคสของบริษัทเทคฯ เจ้าอื่นๆ ประยุกต์ไปใช้วิเคราะห์โรคมะเร็งหรืออัลไซเมอร์จากภาพดวงตา รวมถึงความเสี่ยงโรคอื่นๆ)

 

เมื่อ Google เห็นว่าประเทศไทย และโรงพยาบาลราชวิถีที่นำโดยนายแพทย์ไพศาลก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้ไม่แพ้กัน จึงได้เริ่มมีการพูดคุยระหว่างหลายๆ ฝ่ายจนเกิดเป็นความร่วมมือจริงระหว่าง Google และกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย เพื่อทดสอบว่าอัลกอริทึมจะสามารถใช้ในไทยเพื่อเป็นผู้ช่วยแพทย์คัดกรองผู้ป่วยได้มากน้อยแค่ไหน

 

 

โดยผลจากการทดลองคัดกรองผู้ป่วยจริงพบว่า AI สามารถสแกนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้เร็วกว่ามนุษย์ที่ 97% ต่อ 74% วิธีการคือใช้ภาพถ่ายดวงตาของผู้ป่วยอัปโหลดขึ้นไปให้ปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วยแพทย์ที่อยู่บนคลาวด์วิเคราะห์ หลังจากนั้นระบบจะทำการประมวลผลและส่งข้อมูลการวินิจฉัยต่อไปให้แพทย์ทันที

 

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ และพยาบาล คือเพิ่มทั้งความเร็วในกระบวนการตรวจสอบรักษา คัดกรองผู้ป่วย และช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่พยาบาลให้ไปโฟกัสงานด้านอื่นๆ ในโรงพยาบาลได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยก็จะไม่เสียโอกาสได้เข้ารับการรักษาตั้งแต่ช่วงระยะแรกเริ่มที่เข้าข่ายภาวะเสี่ยง

 

โดยตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป Google ได้เริ่มนำร่องพา AI ผู้ช่วยจักษุแพทย์ไปทดลองใช้จริงแล้วในระยะแรกที่ปทุมธานี ก่อนจะขยายไปเชียงใหม่ รวมถึงอีกหลายๆ จังหวัดตั้งแต่ช่วงปี 2019 เป็นต้นไป ขณะที่ทางนายแพทย์ไพศาล เชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะก่อให้เกิด ‘ประโยชน์ทางสายตา’ ของมนุษย์ในสังคมได้แน่นอน ซึ่งนอกจากที่ไทย Google ยังรันโครงการคู่ขนานในอินเดียเช่นกัน

 

 

จุดเริ่มต้น ‘ฮีโร่ ยูส เคส’ ที่จะทำให้ AI ต่อยอดไปสู่ความร่วมมือและการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

อย่างที่เรากล่าวไว้ในตอนต้นว่าคนส่วนใหญ่มักมองภาพ AI ในลักษณะ ‘อาชญากร’ มากกว่า ‘ฮีโร่’ ความคิดเห็นจากบุคลากรระดับโลกส่วนใหญ่ต่างชี้ว่ามนุษย์อย่างเราควรเฝ้าระวังมัน ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่มีมูลความจริงอยู่เหมือนกัน เนื่องจากมันสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และแม้แต่ตัว ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Google เองก็ยังต้องบัญญัติวัตถุประสงค์ 7 ประการในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เพื่อควบคุมการละเมิดจริยธรรมประกอบไปด้วย

 

1. เป็นประโยชน์ต่อสังคม (Be socially beneficial.)

2. หลีกเลี่ยงการสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เกิดการกระทำที่แบ่งแยก อคติ ไม่เป็นธรรม (Avoid creating or reinforcing unfair bias.)

3. สร้างขึ้น และได้รับการทดสอบด้านความปลอดภัย (Be built and tested for safety.)

4. รับผิดชอบต่อผู้คน (Be accountable to people.)

5. ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงหลักการด้านความเป็นส่วนตัว (Incorporate privacy design principles.)

6. รักษามาตรฐานที่สูงของความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์เอาไว้ (Uphold high standards of scientific excellence.)

7. สร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหลักประการเบื้องต้นเหล่านี้ (Be made available for uses that accord with these principles.)

 

 

ด้วยเหตุนี้เอง เจย์ ยาคนิก (Jay Yagnik) ผู้นำโครงการพัฒนา Google AI จึงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทย โดยบอกว่าเขาเองเชื่อว่าโครงการปัญญาประดิษฐ์ช่วยคัดกรองผู้ป่วยเสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่ทาง Google ได้ทำร่วมกับประเทศไทยในครั้งนี้จะก่อให้เกิด ‘ฮีโร่ ยูส เคส (Hero used case)’ ทำให้ตัว AI ได้รับการยอมรับมากขึ้นในอนาคต กลายเป็นกรณีศึกษาที่ใช้แล้วเป็นประโยชน์จริงให้เห็น

 

ประโยชน์ที่จะเกิดตามมาคือเมื่อหลายฝ่ายเห็นผลดีและคุณูปการที่มากมายของ AI ก็จะเกิดการสานต่อไปสู่การทำงานจริงร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ และภาครัฐที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อหลายๆ อุตสาหกรรม

 

การใช้ประโยชน์ AI ในด้านการแพทย์ระหว่าง Google และประเทศไทยที่นำโดยโรงพยาบาลราชวิถีจึงเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ของฮีโร่ ยูส เคสที่ว่านั่นเอง

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ‘เปลี่ยน AI เป็นฮีโร่’ งานวิจัย AI ตรวจเบาหวานขึ้นตาโดยโรงพยาบาลราชวิถีและ Google ที่จะพลิกโฉมปัญญาประดิษฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/rajavithi-hospital-google-ai/feed/ 0