โรงพยาบาลตำรวจ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โรงพยาบาลตำรวจ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 08 Sep 2026 03:46:35 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ‘สมชัย’ พบแพทย์นิติเวช เตรียมถอนประกันคู่กรณี หวั่นไม่ปลอดภัยหลังพบประวัติพกปืนข่มขู่ https://thestandard.co/somchai-revoke-assailant-bail-gun-history/ Tue, 08 Sep 2026 03:46:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1251934 สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ

วันนี้ (8 กันยายน) สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลื […]

The post ‘สมชัย’ พบแพทย์นิติเวช เตรียมถอนประกันคู่กรณี หวั่นไม่ปลอดภัยหลังพบประวัติพกปืนข่มขู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ

วันนี้ (8 กันยายน) สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปั่นจักรยานจากบ้านพักระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เดินทางมายังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเข้าพบแพทย์นิติเวชและขอใบรับรองการตรวจร่างกาย นำไปประกอบการดำเนินคดีกรณีถูก ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผลักจนล้มบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ

ดูภาพข่าว 

โดยสมชัยได้เปิดรอยถลอกบริเวณเข่าขวาให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่า แผลเริ่มแห้งตกสะเก็ดและการมาพบแพทย์ในวันนี้เพื่อเร่งรัดกระบวนการส่งฟ้องของ สน.ทองหล่อ ไม่ให้เกิดความล่าช้า

 

สมชัยยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่คู่กรณีอ้างว่า คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ปรากฏตามสื่อเป็นการตัดต่อด้วยเทคโนโลยี AI โดยระบุว่า ภาพดังกล่าวมาจากกล้องของสื่อมวลชนหลายสำนักที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมตั้งคำถามกลับว่าการใช้ AI ตัดต่อภาพขณะถ่ายทอดสดนั้นสามารถทำได้จริงหรือไม่

 

ส่วนกรณีที่คู่กรณีขู่จะแจ้งความกลับฐานแจ้งความเท็จ โดยอ้างว่ามีทีมงานบันทึกภาพไว้ทุกมุมนั้น สมชัยได้นำภาพถ่ายจากสื่อมวลชนมาแสดงเพื่อเป็นหลักฐานแย้งว่า บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นทีมงานของคู่กรณี กำลังคุยโทรศัพท์ในขณะเกิดเหตุและไม่ได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพแต่อย่างใด

 

สมชัยยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีที่คู่กรณีอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ ถูกจั๊กจี้แล้วไปโดนแฮนด์จักรยาน โดยปล่อยให้สังคมและประชาชนที่ได้ชมคลิปเป็นผู้ตัดสินว่าเหตุผลดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่

 

นอกจากนี้ สมชัยได้เปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมในอดีตของคู่กรณี โดยอ้างอิงจากรายงานข่าวเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ซึ่งปรากฏเหตุการณ์ที่บุคคลดังกล่าวเคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พร้อมใช้วาจาข่มขู่ อ้างตัวเป็นอัยการ และกลับมาพร้อมอาวุธปืนจนทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ. ต้องลาออกเพราะเกรงกลัวต่อความปลอดภัย

 

ซึ่งต่อมาทางรองอัยการสูงสุดได้ชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวไม่ใช่อัยการ แต่เป็นอดีตข้าราชการที่ถูกไล่ออกตั้งแต่ปี 2561-2562 เนื่องจากมีพฤติการณ์รับสินบนและปลอมแปลงเอกสาร

 

“พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ชอบใช้อำนาจข่มขู่คุกคามผู้อื่น และมีการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ทำให้ผมเกิดความกังวลและวิตกต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตเป็นอย่างมาก จึงมอบหมายให้ทนายความเตรียมยื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้พิจารณาถอนประกันตัวคู่กรณี ซึ่งหากปล่อยไว้แล้วเกิดเหตุมายิงผมบาดเจ็บ สน.ทองหล่อ ก็ต้องรับผิดชอบ” สมชัยกล่าวทิ้งท้าย

 

ทั้งนี้ สมชัยยืนยันว่าไม่ให้ราคาต่อการที่คู่กรณีเดินสายร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ และจะขอเดินหน้าดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

 

 

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ 1สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ 2สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ 3สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ 4สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ 5สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงพยาบาลตำรวจ 6

The post ‘สมชัย’ พบแพทย์นิติเวช เตรียมถอนประกันคู่กรณี หวั่นไม่ปลอดภัยหลังพบประวัติพกปืนข่มขู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก https://thestandard.co/police-hospital-chief-probe/ Wed, 29 Jul 2026 03:05:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1236028 ภาพ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีร […]

The post ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานความคืบหน้ากรณีที่แพทยสภามีมติชี้มูลความผิดทางจริยธรรม พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ จากกรณีที่เกี่ยวข้องกับการพักรักษาตัวของผู้ป่วยบริเวณชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เคยลงนามในคำสั่งให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ชั้น 20 โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปด้วยความโปร่งใส

 

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2569 ได้มีคำสั่งขยายระยะเวลาช่วยราชการออกไปอีก 3 เดือน เนื่องจาก พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ได้มีการยื่นเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดได้มีการยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ โดยระบุให้มีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นี้

 

ล่าสุด มีรายงานว่า พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการและมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดทางจริยธรรมตามที่แพทยสภาได้มีคำสั่งลงโทษจริง จึงได้เสนอเรื่องไปยังกองวินัย เพื่อประมวลเรื่องเสนอต่อ ผบ.ตร. ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผบ.ตร. ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงในกรณีนี้

 

สำหรับการยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ที่จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้นั้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ข้าราชการตำรวจรายใดที่อยู่ระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะไม่สามารถได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการได้ ดังนั้นกระบวนการลาออกจึงต้องถูกระงับไว้ก่อน

 

ทั้งนี้ หากผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงมีมติชี้มูลความผิดทางจริยธรรมตามข้อกล่าวหา บทลงโทษทางวินัยที่จะเกิดขึ้นจะมีเพียง 2 สถานเท่านั้น คือ ปลดออก หรือ ไล่ออก จากราชการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาจะต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงชุดของ พล.ต.อ.อิทธิพล ต่อไป ในขณะที่ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ มีกำหนดจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้

The post ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รพ.ตำรวจ จัดทัพแพทย์สนาม 2 ทีมใหญ่ ลงพื้นที่ตั้งฐาน ตชด.ภาค 4 สนับสนุนภารกิจน้ำท่วมภาคใต้ https://thestandard.co/police-medical-teams-southern-flood/ Wed, 26 Nov 2025 13:34:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1148153 รพ.ตำรวจ จัดทัพแพทย์สนาม 2 ทีมใหญ่ ลงพื้นที่ตั้งฐาน ตชด.ภาค 4 สนับสนุนภารกิจน้ำท่วมภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่ โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) พล.ต. […]

The post รพ.ตำรวจ จัดทัพแพทย์สนาม 2 ทีมใหญ่ ลงพื้นที่ตั้งฐาน ตชด.ภาค 4 สนับสนุนภารกิจน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รพ.ตำรวจ จัดทัพแพทย์สนาม 2 ทีมใหญ่ ลงพื้นที่ตั้งฐาน ตชด.ภาค 4 สนับสนุนภารกิจน้ำท่วมภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่ โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ รักษาราชการแทน นายแพทย์ใหญ่ (โรงพยาบาลตำรวจ) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในพื้นที่จังหวัดสงขลา พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ดูแลงานบริหาร) ได้มีข้อสั่งการด่วนให้จัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ช่วยชีวิต เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ทันที

 

แบ่งภารกิจเป็น 2 ส่วนสำคัญ ดังนี้:

 

ภารกิจลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ (ทีมเวชศาสตร์การบิน)

 

  • กำลังพล: จัดเตรียมแพทย์และพยาบาลเวชศาสตร์การบิน จำนวน 2 ทีม (รวม 4 นาย)
  • ภารกิจ: ช่วยเหลือและลำเลียงผู้ป่วยวิกฤตออกจากโรงพยาบาลในพื้นที่น้ำท่วมสูง
  • การเดินทาง: ออกเดินทางจากกองบินตำรวจ (ท่าแร้ง) ในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 07.00 น. โดยใช้อากาศยานทางการแพทย์ เฮลิคอปเตอร์ Bell 429

 

ภารกิจกู้ชีพภาคพื้นดิน (ทีม POLICE – MERT)

 

  • กำลังพล: ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับตติยภูมิ (POLICE – MERT) จำนวน 2 ทีม (รวม 4 นาย)
  • ภารกิจ: ดูแลรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บป่วยในพื้นที่ประสบภัย
  • การเดินทาง: ออกเดินทางจากกองบินตำรวจ (ท่าแร้ง) ในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น. โดยอากาศยานกองบินตำรวจ

 

พล.ต.ท.ไพบูลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมแพทย์ทั้งหมดจะเข้าตั้งพื้นที่ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 (ค่ายรามคำแหง) อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด โดยทีมแพทย์ตำรวจพร้อมปักหลักปฏิบัติหน้าที่จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้นและสถานการณ์คลี่คลาย

The post รพ.ตำรวจ จัดทัพแพทย์สนาม 2 ทีมใหญ่ ลงพื้นที่ตั้งฐาน ตชด.ภาค 4 สนับสนุนภารกิจน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุคลากร รพ.ตำรวจ ร่วมกล่าวอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ ย้ำชัด ‘เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม’ https://thestandard.co/police-staff-not-criminal/ Tue, 11 Nov 2025 10:40:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1142142 บุคลากร รพ.ตำรวจ ร่วมกล่าว อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ ย้ำชัด เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) ที่ บริเวณลานจอดรถ อาคารศรียานนท์ […]

The post บุคลากร รพ.ตำรวจ ร่วมกล่าวอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ ย้ำชัด ‘เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุคลากร รพ.ตำรวจ ร่วมกล่าว อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ ย้ำชัด เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) ที่ บริเวณลานจอดรถ อาคารศรียานนท์ โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นพ.(สบ 8) รพ.ตร. รรท.พตร. (รักษาการแทนผู้บัญชาการโรงพยาบาลตำรวจ) ได้นำคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพ ข้าราชการตำรวจ และบุคลากรของ รพ.ตร. ร่วมแสดงพลังอย่างพร้อมเพรียง

 

พล.ต.ท.ไพบูลย์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย พล.ต.ต.เกษม รัตนสุมาวงศ์ รอง พตร., พล.ต.ต.หญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ รอง พตร., พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ รอง พตร., และ พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน รอง พตร. ได้ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทั้งหมด เปล่งวาจาในการร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 

พร้อมกันนี้ บุคลากรได้ร่วมกันกล่าว อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ และ ประกาศเจตนารมณ์เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม อย่างพร้อมเพียง

 

สำหรับอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ เป็นจริยธรรมและแนวทางการปฏิบัติตนที่ตำรวจต้องพึงระลึก ยึดมั่น และนำไปใช้ในอาชีพ เพื่อให้เป็นตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี มีวินัย เที่ยงธรรม และรับใช้ประชาชน โดยอุดมคตินี้มีที่มาจากบทร้อยกรองที่นิพนธ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2499 โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฎฐายีมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 16

 

ซึ่งประกอบด้วย: เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่, กรุณาปรานีต่อประชาชน, อดทนต่อความเจ็บใจ, ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก, ไม่มักมากในลาภผล, มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน, ดำรงตนในยุติธรรม, กระทำการด้วยปัญญา, และรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต

 

อุดมคติทั้ง 9 ข้อนี้มีความหมายโดยละเอียดเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ดังนี้:

 

1. เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่: ตำรวจคือข้าราชการที่รับงานของพระราชามาทำ มีหน้าที่ป้องกันและปราบปราม ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่ด้วยความรับผิดชอบ
2. กรุณาปราณีต่อประชาชน: ตำรวจควรช่วยเหลือและแก้ไขความทุกข์ยากที่ประชาชนเผชิญในชีวิตประจำวัน เช่น การถูกจี้ ชิงทรัพย์ หรือทำร้าย
3. อดทนต่อความเจ็บใจ: ต้องมีความอดทนอดกลั้นอย่างมากต่อคำพูดที่ไม่ดี คำบ่น คำว่าร้าย ที่อาจเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติหน้าที่
4. ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก: เมื่อเริ่มต้นอาชีพตำรวจด้วยความตั้งใจ ต้องไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ที่ทั้งหนักและเบา
5. ไม่มักมากในลาภผล: ต้องยึดมั่นในความพอดี ห้ามใจตนเอง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น เช่น การรีดไถหรือหวังผลประโยชน์ที่มิชอบ
6. มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน: การทำประโยชน์ สร้างความอบอุ่น และความสงบสุขให้ประชาชนคือหน้าที่ ซึ่งเป็นการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์
7. ดำรงตนในยุติธรรม: ตำรวจคือผู้รักษากฎหมาย ต้องรักษาทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายและกติกาที่สังคมกำหนด และไม่ควรทำตัวเองเป็นกฎหมาย
8. กระทำการด้วยปัญญา: ต้องใช้ปัญญาในการพิสูจน์ความจริง หมั่นหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ และไม่ควรทำสิ่งใดด้วยการคาดเดาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
9. รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต: ดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท ไม่เป็นคนกล้าบ้าบิ่น เพื่อให้ชีวิตรอดอย่างปลอดภัย

The post บุคลากร รพ.ตำรวจ ร่วมกล่าวอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ ย้ำชัด ‘เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 เดือน จองจำทักษิณ 1 เดือน เพื่อไทยฝ่าวิกฤต https://thestandard.co/1-month-thaksin-1-month-pheu-thai/ Thu, 09 Oct 2025 13:19:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1128787 ทักษิณ เพื่อไทย

ผ่านมา 30 วัน ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ […]

The post 1 เดือน จองจำทักษิณ 1 เดือน เพื่อไทยฝ่าวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณ เพื่อไทย

ผ่านมา 30 วัน ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งบังคับโทษ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับไปรับโทษจำคุกในเรือนจำเป็นเวลาอีก 1 ปี ภายหลังพบว่า การบังคับโทษจำคุกไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากห้วงเวลาในชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ มีหลายเหตุการณ์ที่เป็นประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมายในห้วงเวลา 1 เดือนดังกล่าว

 

ในขณะเดียวกันนอกเรือนจำ พรรคเพื่อไทยที่ขาดเงาของ ‘ผู้นำทางจิตวิญญาณ’ ต้องฝ่าฟันวิกฤตสารพัด นับตั้งแต่ถูกกระทำให้กลายเป็นฝ่ายค้าน ตรงข้ามกับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย แพทองธาร ชินวัตร ที่ตกจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงภาวะผู้นำพรรคให้พ้นผ่านสถานการณ์ที่ทั้งสูญเสียคะแนนนิยม และ ‘เลือดไหลออก’ ทั้งที่อีกไม่นานจะต้องลงสนามเลือกตั้งอย่างเต็มตัว

 

THE STANDARD มองย้อนไปยัง 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อบันทึกช่วงเวลาประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของการเมืองไทย ก่อนมองไปยังอนาคตเบื้องหน้าของทั้ง ‘ครอบครัวชินวัตร’ และ ‘พรรคเพื่อไทย’ ที่ยังไม่แน่นอน

 

1 เดือน จองจำ ทักษิณ 1 เดือน เพื่อไทย ฝ่าวิกฤต

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล 

The post 1 เดือน จองจำทักษิณ 1 เดือน เพื่อไทยฝ่าวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
รพ.ตำรวจ จับมือ บีทีเอส เปิดตัว โครงการปันน้ำใจสู่ชายแดน ช่วยเหลือกำลังพลและประชาชน ชายแดนไทย-กัมพูชา https://thestandard.co/police-hospital-bts-border-aid/ Thu, 02 Oct 2025 11:20:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1125788

วันนี้ (2 ตุลาคม) พล.ต.อ. นายแพทย์ จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ร […]

The post รพ.ตำรวจ จับมือ บีทีเอส เปิดตัว โครงการปันน้ำใจสู่ชายแดน ช่วยเหลือกำลังพลและประชาชน ชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 ตุลาคม) พล.ต.อ. นายแพทย์ จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจในพระบรมราชินูปถัมภ์ และปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วย สุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากรถไฟฟ้าบีทีเอส, รถไฟฟ้ามหานคร เปิด โครงการปันน้ำใจสู่ชายแดน ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สถานีสยาม

 

โครงการนี้จะนำกล่องรับบริจาคไปตั้งไว้ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส, รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู รวมทั้งสิ้น 80 สถานี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568-28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อนำเงินบริจาคที่ได้รับไปจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็น ให้แก่กำลังพลทุกเหล่าทัพที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

 

ทั้งนี้ จุดตั้งกล่องรับบริจาคทั้ง 80 สถานี ประกอบด้วย

 

รถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งหมด 60 สถานี

 

รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) จำนวน 10 สถานี

 

• สถานีลาดพร้าว (YL01)
• สถานีโชคชัย 4 (YL03)
• สถานีลาดพร้าว 83 (YL05)
• สถานีมหาดไทย (YL06)
• สถานีลาดพร้าว 101 (YL07)
• สถานีบางกะปิ (YL08)
• สถานีแยกลำสาลี (YL09)
• สถานีหัวหมาก (YL11)
• สถานีสวนหลวง ร.9 (YL15)
• สถานีสำโรง (YL23)

 

รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู จำนวน 10 สถานี

 

• สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01)
• สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01)
• สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 (PK08)
• สถานีศรีรัช (PK09)
• สถานีแจ้งวัฒนะ 14 (PK11)
• สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ (PK12)
• สถานีหลักสี่ (PK14)
• สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (PK16)
• สถานีวงแหวนรามอินทรา (PK25)
• สถานีตลาดมีนบุรี (PK29)

 

ขณะที่ โรงพยาบาลตำรวจ สามารถบริจาคได้ที่ อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา และจุดประชาสัมพันธ์หลักของโรงพยาบาล

 

พล.ต.อ. นายแพทย์ จงเจตน์ กล่าวว่า รู้สึกยินดี ที่บีทีเอส ให้การสนับสนุนโครงการนี้ และขอให้มั่นใจว่าทุกยอดการบริจาคจะถูกส่งต่อไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเงินบริจาคที่ได้รับทั้งหมด จะถูกนำไปจัดซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ยารักษาโรค และของใช้ประจำวัน เพื่อนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชน ที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในการบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างขวัญกำลังใจ ให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกคน สามารถก้าวข้ามสถานการณ์วิกฤตในครั้งนี้ไปพร้อมกันได้อย่างเข้มแข็ง

 

ด้าน สุมิตรกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ ของมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจฯ ที่เป็นตัวแทนภาครัฐ และบีทีเอส ที่เป็นตัวแทนภาคเอกชน ในการสร้างพื้นที่แห่งการแบ่งปัน ภายในสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 80 แห่ง เพื่อเป็นพลังที่สำคัญในการระดมทุน ส่งต่อกำลังใจ และความช่วยเหลือไปยังกำลังพล และประชาชน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้า และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปัน และส่งมอบกำลังใจให้กำลังพล และผู้ประสบภัยจากความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีอันยิ่งใหญ่ของคนไทย ที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์สังคมแห่งการเกื้อกูลอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ โครงการปันน้ำใจสู่ชายแดน จะเริ่มนำร่องการนำเงินบริจาคที่ได้รับ ไปจัดซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อนำไปมอบให้กับกำลังพล และประชาชน ที่อยู่ตามแนวชายแดน ในเดือนธันวาคม 2568 เป็นเฟสแรก และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อื่น ๆ เป็นลำดับถัดไป ในปี 2569

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 02-617-6000 Line official : @btsskytrain และ Facebook Page : รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่ Application ‘THE SKYTRAINs’

The post รพ.ตำรวจ จับมือ บีทีเอส เปิดตัว โครงการปันน้ำใจสู่ชายแดน ช่วยเหลือกำลังพลและประชาชน ชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แหล่งข่าว ตร. ยืนยัน ‘นายแพทย์ใหญ่’ ถูกย้ายเข้า ศปก.ตร. ส่วน ‘ผู้ช่วย ผบ.ตร.’ ยังไม่โยก แต่สั่งห้ามยุ่งงานโรงพยาบาลตำรวจ https://thestandard.co/chief-doctor-transfer-police-policy/ Thu, 02 Oct 2025 07:40:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1125625 นายแพทย์ใหญ่ ย้าย ศปก.ตร.

วันนี้ (2 ตุลาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ความคืบหน้า […]

The post แหล่งข่าว ตร. ยืนยัน ‘นายแพทย์ใหญ่’ ถูกย้ายเข้า ศปก.ตร. ส่วน ‘ผู้ช่วย ผบ.ตร.’ ยังไม่โยก แต่สั่งห้ามยุ่งงานโรงพยาบาลตำรวจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายแพทย์ใหญ่ ย้าย ศปก.ตร.

วันนี้ (2 ตุลาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ความคืบหน้ากรณีมีเอกสารคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เป็นเวลา 6 เดือน โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

 

แหล่งข่าวระบุว่า คำสั่งของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีผลสืบเนื่องมาจากการที่ แพทยสภา มีมติลงโทษ พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

 

การดำเนินการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกรณีการวินิจฉัยอาการป่วยของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการอนุญาตให้ไปพักรักษาตัวนอกเรือนจำที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยในคำสั่งให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ชั้น 20

 

สำหรับ พล.ต.ท.นายแพทย์ โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเป็นแพทย์อีกท่านที่แพทยสภามีมติพักใบอนุญาต 3 เดือน ในกรณีเดียวกันนั้น แหล่งข่าวระบุว่า ยังไม่ถูกโยกย้ายในครั้งนี้ เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแลงานบริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรับผิดชอบดูแลโรงพยาบาลตำรวจเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการบริหารงานภายใน

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากการโยกย้าย พล.ต.ท.โสภณรัชต์ จะไม่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือดูแลในเรื่องของโรงพยาบาลตำรวจอีกต่อไป แต่จะได้รับมอบหมายให้ไปดูแลหน้างานอื่นแทน

 

แหล่งข่าวระบุว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามมติของแพทยสภาที่วินิจฉัยว่าแพทย์ทั้งสองนายมีความผิดจริยธรรมทางการแพทย์ แต่เนื่องจากแพทย์ทั้งสองท่านมีสถานะเป็นข้าราชการตำรวจด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องพิจารณา โทษทางวินัย ควบคู่ไปด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ

 

ด้าน พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า น้อมรับคำสั่งผู้บังคับบัญชา และจะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ

The post แหล่งข่าว ตร. ยืนยัน ‘นายแพทย์ใหญ่’ ถูกย้ายเข้า ศปก.ตร. ส่วน ‘ผู้ช่วย ผบ.ตร.’ ยังไม่โยก แต่สั่งห้ามยุ่งงานโรงพยาบาลตำรวจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รับตัว ‘ทักษิณ’ ก่อนส่งต่อคลองเปรม กรมราชทัณฑ์ย้ำทำตามระเบียบ https://thestandard.co/thaksin-moved-to-klong-prem/ Tue, 09 Sep 2025 14:06:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1117528

วันนี้ (9 กันยายน) เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำโดยผู้บั […]

The post เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รับตัว ‘ทักษิณ’ ก่อนส่งต่อคลองเปรม กรมราชทัณฑ์ย้ำทำตามระเบียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กันยายน) เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำโดยผู้บัญชาการเรือนจำและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้รับตัวทักษิณ ชินวัตร จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้คุมขังตามคำพิพากษาของศาล ให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี

 

กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ควบคุมตัวทักษิน เข้าสู่กระบวนการรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) ของกรมราชทัณฑ์ โดยเมื่อเรือนจำได้รับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่แล้ว จะมีเจ้าพนักงานเรือนจำที่รับตัวตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นบุคคลตามชื่อที่ปรากฏในหมายจำคุก พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติ ตรวจค้นตัวตามมาตรฐานการตรวจค้นและการป้องกันสิ่งของต้องห้าม และดำเนินการตรวจสุขภาพ จัดการเกี่ยวกับสิ่งของที่ติดตัวมาของผู้ต้องขัง พร้อมชี้แจงระเบียบ ข้อบังคับ และส่งตัวไปยังแดนแรกรับเพื่อรอการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง

 

ต่อมาในเวลา 17.30 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้ายทักษิณ ไปควบคุมยังเรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาดเพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม

 

อนึ่ง การรับตัวทักษิณ ไว้ในการควบคุม กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ได้ดำเนินการตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

The post เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รับตัว ‘ทักษิณ’ ก่อนส่งต่อคลองเปรม กรมราชทัณฑ์ย้ำทำตามระเบียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จากวันกลับบ้าน สู่วันคืนกลับเรือนจำ’ สรุปไทม์ไลน์คดีทักษิณชั้น 14 https://thestandard.co/thaksin-timeline-home-to-jail/ Tue, 09 Sep 2025 09:24:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1117351

ตั้งแต่วันแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทย การเข้ […]

The post ‘จากวันกลับบ้าน สู่วันคืนกลับเรือนจำ’ สรุปไทม์ไลน์คดีทักษิณชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตั้งแต่วันแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทย การเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม สู่การสอบสวนเข้มข้นของแพทยสภา ตามมาด้วยมติลงโทษแพทย์ ไปจนถึงบทบาทของรัฐมนตรีที่ใช้สิทธิวีโต้ และการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

วันนี้ 9 กันยายน 2568 ถือเป็นวันสิ้นสุดในเส้นทางค้นหาความจริงที่ว่า ‘การบังคับโทษ’ อดีตนายกฯ ทักษิณ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามที่ศาลฎีกาได้มีคำสั่งถึงที่สุดแล้วหรือไม่

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post ‘จากวันกลับบ้าน สู่วันคืนกลับเรือนจำ’ สรุปไทม์ไลน์คดีทักษิณชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดบันทึก 7 นัดสืบพยานคดีชั้น 14 ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ศาลไต่สวนเข้มทุกมิติ https://thestandard.co/thaksin-case-floor14-trial/ Tue, 09 Sep 2025 01:15:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1117085 การไต่สวนคดี ทักษิณ ชินวัตร ศาลฎีกาเปิดบันทึก 7 นัดพยานห้องชั้น 14

วันนี้ (9 กันยายน) เวลา 10.00 น. คือกำหนดนัดของศาลฎีกาแ […]

The post เปิดบันทึก 7 นัดสืบพยานคดีชั้น 14 ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ศาลไต่สวนเข้มทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การไต่สวนคดี ทักษิณ ชินวัตร ศาลฎีกาเปิดบันทึก 7 นัดพยานห้องชั้น 14

วันนี้ (9 กันยายน) เวลา 10.00 น. คือกำหนดนัดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อฟังคำสั่งคดีบังคับโทษ ทักษิณ ชินวัตร หรือ คดีทักษิณ ชั้น 14 โดยศาลได้มีคำสั่งให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ ทักษิณ ในฐานะจำเลยเข้าฟังคำสั่งศาลด้วย

 

THE STANDARD ได้รวบรวมสาระสำคัญของการสืบพยานในคดีนี้ตลอด 7 นัดที่ผ่านมาไว้ในบทความนี้ ซึ่งจะสะท้อนให้เราเห็นความหลากหลายมิติของกระบวนการยุติธรรมไทย และคำให้การสำคัญของผู้ที่ล้วนแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องทางตรงต่อการบังคับโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี

 

ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดนัดฟังคำสั่งคดีการบังคับโทษ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. 

 

ซึ่งกว่าจะมาถึงวันดังกล่าว ศาลได้เปิดกระบวนการไต่สวนพยานจำนวน 7 นัด เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับกรณีการรักษาตัวของทักษิณที่ห้องพิเศษชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ อันเป็นที่มาของข้อกังขาทางสังคมเรื่องสิทธิพิเศษของผู้ต้องขังการเมือง 

 

13 มิถุนายน 2568 — นัดเปิดฉาก ไต่สวน ‘ผบ.เรือนจำ’ เจาะรายละเอียดการส่งตัว

 

ศาลฎีกาฯ ได้เปิดการไต่สวนคดีที่สังคมจับตามองเป็นครั้งแรก โดยมีการเรียก  มานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน ขึ้นเบิกความ ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ด่านแรกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งตัวอดีตนายกรัฐมนตรีจากเรือนจำไปยังโรงพยาบาลตำรวจในคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2566

 

พยานได้เล่าว่า คืนนั้นมีการตรวจพบว่าจำเลยมีอาการเหนื่อยหอบผิดปกติ เจ้าหน้าที่พยาบาลเวรเป็นผู้แจ้งแพทย์ จากนั้นแพทย์ได้อนุมัติการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีการเตรียมใบส่งตัวล่วงหน้าไว้แล้วตามปกติที่ผู้ป่วยสูงอายุอยู่ในกลุ่ม 608 จะมีใบส่งต่อการรักษาในวันเวลาราชการ

 

ศาลซักถามผู้บัญชาการเรือนจำฯ เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง พร้อมสั่งให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ไม่ได้เตรียมมาแสดงต่อศาล 

 

วันดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นเรียกพยานรวมแล้วกว่า 20 ปาก ทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และฝ่ายแพทย์มาขึ้นเบิกความในนัดต่อ ๆ ไป 

 

บรรยากาศการไต่สวนเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพราะนี่เปรียบเหมือนการเปิดประตูสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดของห้องชั้น 14 ที่ถูกวิจารณ์ว่าคือห้องพิเศษของผู้ต้องขังคนสำคัญ

 

4 กรกฎาคม 2568 — ทีมแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์ ให้การ ย้ำขั้นตอนปกติ

 

เข้าสู่การไต่สวนครั้งที่สอง ศาลเรียกพยานจาก โรงพยาบาลราชทัณฑ์ 5 ปาก โดยหนึ่งในนั้นคือ แพทย์หญิงชำนาญการพิเศษ ผู้ตรวจร่างกายของทักษิณในวันเข้าคุมขัง

 

พยานแพทย์เบิกความว่า ทักษิณแจ้งว่ามีอาการเหนื่อยจากการเดินขึ้นบันได พร้อมทั้งให้ข้อมูลประวัติสุขภาพและยาที่ใช้จากต่างประเทศ ซึ่งได้ถูกบันทึกไว้ในเวชระเบียนอย่างครบถ้วน การวินิจฉัยเห็นว่าจำเลยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงอายุ (กลุ่ม 608) และโรงพยาบาลราชทัณฑ์เองไม่มียาบางชนิดที่จำเป็น จึงเห็นควรส่งตัว

 

ศาลซักถามอย่างละเอียดถึงความถูกต้องของการทำใบส่งตัว และเหตุผลที่เลือกโรงพยาบาลตำรวจเป็นหลัก พยานยืนยันว่าทุกขั้นตอนทำตามกฎหมายราชทัณฑ์ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติพิเศษต่อผู้ต้องขังรายใด

 

8 กรกฎาคม 2568 — เจ้าหน้าที่เรือนจำ 5 ปาก ลงรายละเอียดเรื่องการควบคุมตัว

 

การไต่สวนครั้งที่สาม ศาลเรียกเจ้าหน้าที่เรือนจำที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและการเคลื่อนย้ายทักษิณขึ้นเบิกความอีก 5 ปาก 

 

พยานเล่าว่า ในคืนวันที่ 22 สิงหาคม มีการประสานภายในเรือนจำอย่างเร่งด่วน หลังได้รับแจ้งอาการป่วย จึงมีการเตรียมรถควบคุมผู้ต้องขังพร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมเต็มอัตรา ก่อนนำตัวออกไปโรงพยาบาลตำรวจ เจ้าหน้าที่ให้การตรงกันว่ามีการคุมเข้มตลอดการเดินทาง และเมื่อถึงโรงพยาบาลก็จัดวางกำลังรักษาความปลอดภัยใกล้ชิดตามมาตรฐาน

 

บรรยากาศในห้องพิจารณาเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ศาลถามย้ำถึงขั้นตอนการอนุมัติ และ ระดับอำนาจที่สั่งการ เพื่อไขข้อสงสัยว่านี่คือการดำเนินการตามปกติ หรือมีแรงกดดันจากภายนอก

 

15 กรกฎาคม 2568 — อธิบดีกรมราชทัณฑ์ – ผู้อำนวยการ รพ.ราชทัณฑ์ ยืนยันอำนาจตามกฎหมาย

 

นัดที่สี่ศาลเชิญผู้บริหารระดับสูงจากกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ รวมถึงอดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รวม 6 ปาก

 

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เบิกความว่า การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำเป็นอำนาจที่สามารถกระทำได้ตามกฎหมายราชทัณฑ์ปี 2563 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีผู้ต้องขังสูงอายุที่มีอาการป่วยซับซ้อน 

 

ส่วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ยืนยันว่าได้ตรวจสอบเวชระเบียนและลงนามอนุมัติอย่างถูกต้องตามระเบียบ

 

ศาลสอบถามอย่างเข้มข้นถึงประเด็นที่ถูกวิจารณ์ว่าทำไมทักษิณจึงอยู่โรงพยาบาลตำรวจยาวนานเกิน 120 วัน พยานตอบว่ามีการวินิจฉัยตามความเหมาะสมของแพทย์ผู้ดูแล และการยืดระยะเวลาเป็นไปตามขั้นตอนปกติ มิใช่สิทธิพิเศษ

 

18 กรกฎาคม 2568 — ทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ เปิดปมชั้น 14

 

การไต่สวนครั้งที่ห้าถือเป็นนัดใหญ่ เมื่อศาลเชิญ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ อดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และ พ.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่คนปัจจุบัน พร้อมทีมแพทย์ร่วมเบิกความ

 

พยานอธิบายเหตุผลที่ใช้ห้องพักชั้น 14 ว่าเป็นห้องแยกกักผู้ป่วยที่ต้องการความปลอดภัยสูง และในอดีตก็เคยใช้กับผู้ป่วยอื่น ๆ เช่นเดียวกัน ไม่ได้สร้างขึ้นเฉพาะกรณีทักษิณ ศาลยังถามถึงค่าใช้จ่ายการรักษา โดยเฉพาะยาที่อยู่นอกบัญชียาหลัก ซึ่งพยานชี้แจงว่ามีการจัดซื้อเพื่อตอบสนองอาการป่วยเฉพาะบุคคลตามมาตรฐานแพทย์

 

ศาลสั่งให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม เช่น รายชื่อผู้ป่วยที่เคยใช้ห้องดังกล่าว เหตุผลการคัดเลือกห้องพัก และรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณา

 

25 กรกฎาคม 2568 — กรรมการแพทยสภา 3 ปาก ฟันธงอาการป่วยทักษิณไม่ใช่ภาวะวิกฤติ

 

ศาลไต่สวนพยานผู้เชี่ยวชาญจาก แพทยสภา ได้แก่ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล แพทย์เวชบำบัดวิกฤติ และ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช แพทย์ออร์โทพีดิกส์

 

ทั้งสามรายให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า ทักษิณ ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติ ที่ต้องรักษาใน ICU หรือ CCU แต่เป็นเพียงการเฝ้าสังเกตอาการ และสามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นภายหลัง เช่น นิ้วมือและหัวไหล่ เป็นเพียงการผ่าตัดเล็ก ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลนาน

 

คำเบิกความนี้สร้างแรงสะเทือนในห้องพิจารณา เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีแพทย์อิสระยืนยันตรงกันว่าการรักษาในห้องชั้น 14 อาจเกินความจำเป็น

 

30 กรกฎาคม 2568 — วิษณุ เครืองาม เปิดเบื้องหลังทางการเมือง

 

การไต่สวนครั้งสุดท้ายศาลเชิญ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นเบิกความ

 

ดร.วิษณุ เล่าว่า ก่อนการกลับประเทศของทักษิณ ได้มีการประชุมในฝ่ายความมั่นคงเพื่อเตรียมการ หากเกิดเหตุป่วยจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของรัฐ และยืนยันว่าเขาไม่ได้ไปรับที่สนามบิน แต่พบกับทักษิณที่เรือนจำ มีการหารือเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ และเขาเองยังได้แนะนำว่าหลังคดีสิ้นสุดควรบวช เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ต่อสังคม

 

การเบิกความของวิษณุถือเป็นการปิดท้ายการไต่สวนที่เต็มไปด้วยมิติทั้งด้านกฎหมาย การแพทย์ และการเมือง ที่ถักทอกันแน่นหนาในคดีนี้

 

สามารถอ่านรายละเอียดของการสืบพยานแต่ละนัดได้ต่อไปนี้

 

The post เปิดบันทึก 7 นัดสืบพยานคดีชั้น 14 ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ศาลไต่สวนเข้มทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทม์ไลน์ชี้ชะตา ‘ทักษิณ’ จากชั้น 14 สู่การไต่สวนของศาลฎีกาฯ https://thestandard.co/thaksin-legal-cases-timeline/ Tue, 09 Sep 2025 00:00:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1084608 ไทม์ไลน์ ทักษิณ ชั้น 14

ตั้งแต่วันแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทย การเข้ […]

The post ไทม์ไลน์ชี้ชะตา ‘ทักษิณ’ จากชั้น 14 สู่การไต่สวนของศาลฎีกาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทม์ไลน์ ทักษิณ ชั้น 14

ตั้งแต่วันแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทย การเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม สู่การสอบสวนเข้มข้นของแพทยสภา ตามมาด้วยมติลงโทษแพทย์ ไปจนถึงบทบาทของรัฐมนตรีที่ใช้สิทธิวีโต้ และการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post ไทม์ไลน์ชี้ชะตา ‘ทักษิณ’ จากชั้น 14 สู่การไต่สวนของศาลฎีกาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณถึงไทยแล้ว หลังแวะสิงคโปร์-ยูเออี เตรียมขึ้นศาลคดีชั้น 14 พรุ่งนี้ https://thestandard.co/thaksin-returns-14th-floor-case/ Mon, 08 Sep 2025 08:32:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1116831

วันนี้ (8 กันยายน) เวลา 15.03 น. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนาย […]

The post ทักษิณถึงไทยแล้ว หลังแวะสิงคโปร์-ยูเออี เตรียมขึ้นศาลคดีชั้น 14 พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 กันยายน) เวลา 15.03 น. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังเครื่องบินส่วนตัวรุ่น Bombardier Global 7500 ลงจอดที่ MJets Private Jet Terminal สนามบินดอนเมือง โดยเป็นการเดินทางกลับจากต่างประเทศ หลังแวะตรวจสุขภาพกับแพทย์ประจำตัวในสิงคโปร์ และเกิดเหตุขัดข้องจนต้องไปพักที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก่อนหน้านี้

 

ขณะที่ทักษิณ ระบุก่อนหน้านี้ว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นไปตามกำหนดการเดิมที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ และได้กำหนดให้เดินทางกลับถึงไทยในวันนี้ เพื่อเตรียมเข้ารับฟังคำตัดสินในคดีการตรวจสอบการบังคับโทษ (คดีชั้น 14) ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 9 กันยายนนี้

The post ทักษิณถึงไทยแล้ว หลังแวะสิงคโปร์-ยูเออี เตรียมขึ้นศาลคดีชั้น 14 พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณแปลกใจแพทย์เจ้าของไข้ร่ำไห้กลางศาล ถามรักษาคนหายทำไมไม่ได้รางวัล ย้ำไม่มีคุยส่วนตัว ‘ฮุน เซน’ หวั่นโดนอัดเทป https://thestandard.co/thaksin-hospital-mine-cambodia/ Sat, 19 Jul 2025 09:47:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1098043 thaksin-hospital-mine-cambodia

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ […]

The post ทักษิณแปลกใจแพทย์เจ้าของไข้ร่ำไห้กลางศาล ถามรักษาคนหายทำไมไม่ได้รางวัล ย้ำไม่มีคุยส่วนตัว ‘ฮุน เซน’ หวั่นโดนอัดเทป appeared first on THE STANDARD.

]]>
thaksin-hospital-mine-cambodia

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ เข้าเบิกความเป็นพยาน กรณีการพักรักษาตัวชั้น 14 และหลั่งน้ำตาระหว่างการเบิกความ ว่า เป็นเรื่องที่ตนไม่เข้าใจเหมือนกัน พอหมอรักษาคนหายไม่ได้รับรางวัล ต้องหมอรักษาคนตายหรืออย่างไร

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไม่ตรงกันของนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ  ที่ระบุว่าห้องที่พักรักษาตัวเป็นห้องพิเศษ แต่อีกคนกลับระบุว่าเป็นห้องธรรมดานั้น ทักษิณระบุเพียงว่า “มันมีช่วง เป็นช่วงของห้องอยู่”

 

ทักษิณยังกล่าวถึงกรณีที่ทหารพรานถูกเหยียบทุ่นระเบิด ที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีรายงานว่าเป็นกับระเบิดใหม่ ว่า ทั้งสองฝ่ายต้องพูดคุยกัน ถ้าไม่คุยกันอยู่อย่างนี้ไม่เป็นผลดี ซึ่งเราก็ต้องประท้วงตามกติกา ซึ่งเรามีสนธิสัญญาหลายฉบับ แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมาใช้ และประท้วงเสร็จก็ต้องมาคุยกันทั้งสองฝ่าย 

 

ส่วนที่ฝั่งกัมพูชามักเล่นนอกเกมบ่อยๆ เราต้องรับมืออย่างไร ทักษิณระบุว่า ถ้าเขาทำอะไรที่นอกกติกา เราก็ต้องดำเนินการ พร้อมยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นว่า หลังจากนี้จะไม่เจรจาโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่มีอีกแล้ว เพราะกลัวโดนอัดเทปเหมือนกัน

The post ทักษิณแปลกใจแพทย์เจ้าของไข้ร่ำไห้กลางศาล ถามรักษาคนหายทำไมไม่ได้รางวัล ย้ำไม่มีคุยส่วนตัว ‘ฮุน เซน’ หวั่นโดนอัดเทป appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปประเด็นไต่สวนพยาน กลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 กับปมห้องพัก การใช้ยา และค่ารักษาพยาบาล https://thestandard.co/deep-hospital-testimony-thaksin/ Fri, 18 Jul 2025 10:01:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1097833 deep-hospital-testimony-thaksin

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำ […]

The post สรุปประเด็นไต่สวนพยาน กลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 กับปมห้องพัก การใช้ยา และค่ารักษาพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
deep-hospital-testimony-thaksin

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

 

โดยในวันนี้เป็นการไต่สวนพยาน 6 ปาก ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ และ แพทย์ผู้ทำการรักษาทักษิณ ก่อนได้รับการพักโทษ 

 

พยานรายที่ 1 พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ใช้เวลาเบิกความ 1 ชั่วโมง

 

โดยศาลได้สอบถามถึงรายละเอียด การเข้ารักษาตัวตั้งแต่วันแรกของจำเลย คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และที่มาเหตุผลของการเลือกใช้ห้องพักชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจระหว่างการพักรักษาตัว

 

นอกจากนี้ศาลได้มีการสอบถามถึงรายละเอียดใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ,ค่ายา และ ค่าห้องพักของจำเลย ในส่วนนี้ศาลสอบถามไปถึงการใช้ยานอกบัญชีโรงพยาบาลของจำเลยเพื่อใช้รักษาอาการป่วย

 

โดยพยานรายที่ 1 สามารถให้ข้อมูลต่อศาลได้บางส่วน เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ ในช่วงเริ่มต้นของการรักษาตัวของจำเลยแต่ไม่ได้อยู่ในช่วงท้ายจนถึงการพักโทษของจำเลย

 

ทั้งนี้ศาลได้แจ้งให้พยานรายที่ 1 ส่งเอกสารเพิ่มเติมต่อศาลได้แก่ ข้อมูลของผู้ป่วยที่เคยพักรักษาที่ห้องพักชั้น 14 ก่อนหน้าที่จำเลยจะเข้าพักห้องดังกล่าว และ รายชื่อผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่เคยเข้าพักชั้น 14 หลังจากที่จำเลยออกจากโรงพยาบาลตำรวจ

 

นอกจากนี้ให้แผนกรับส่งตัวผู้ป่วยของโรงพยาบาลส่งเอกสารชี้แจงถึงการ เลือกห้องพักชั้น 14 ให้จำเลยเข้าพักรักษาตัวในวันที่ 22 สิงหาคม 

 

พยานรายที่ 1 ได้ให้การยืนยันต่อศาลว่าห้องพักที่จำเลยอาศัยตลอดระยะเวลาการรักษาตัวเรียกว่าห้องแยก ขนาดปกติ

 

พยานรายที่ 2 พล.ต.ท. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ คนปัจจุบัน เข้ามาดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ต่อจากพยานรายที่ 1 ศาลยังคงสอบถามถึงเหตุผลในการเลือกใช้ห้องพักชั้น 14 ของจำเลย

 

สำหรับพยานรายนี้มีความสัมพันธ์ในส่วนของการเป็นผู้เขียนใบความเห็นแพทย์กรณีการรักษาตัวเกินกว่าระยะเวลา 30 วัน และเป็นผู้ให้ความเห็นในการผ่าตัดรักษาโรคของจำเลย ซึ่งต่อมาจำเลยปฏิเสธการผ่าตัดตามความเห็นที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

ทั้งนี้ศาลได้ถามถึงการใช้ยานอกโรงพยาบาลของจำเลย ซึ่งพยานรายดังกล่าวสามารถให้ข้อมูลได้ว่าจำเลยมีการใช้ยานอกโรงพยาบาลซึ่งสอดคล้องกับบิลค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ปรากฏรายชื่อยาที่จำเลยมีการใช้ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

ทั้งนี้เหตุผลในการเลือกห้องพักชั้น 14 ของจำเลย ที่พยานรายที่ 2 มีการเบิกความต่อศาลได้ให้เหตุผลหลักใน 2 ข้อคือเพื่อการแยกตัวจำเลยออกมากักโรคในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เนื่องจากจำเลยเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และ อีกเหตุผลเพื่อควบคุมความปลอดภัยในฐานะผู้ต้องขังของเรือนจำ

 

ในส่วนรายละเอียดห้องพักรักษาตัวของจำเลยตลอดระยะเวลาการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ พยานรายที่ 2 เบิกความต่อศาลว่า จำเลยอยู่ในห้องพักพิเศษ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง

 

พยานรายที่ 3 เป็นแพทย์คนแรกที่ทำการตรวจรักษาจำเลยในคืนที่ไปถึงโรงพยาบาลตำรวจ 22 สิงหาคม เป็นแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมสมองและไขสันหลัง 

พยานยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดห้องพักให้จำเลย แต่ยอมรับว่า ห้องพักชั้น 14 ถือว่าเป็นห้องพักพิเศษ  

 

ศาลได้สอบถามพยานถึงอาการที่ได้ตรวจรักษา ตามบันทึกในเอกสารของโรงพยาบาลตำรวจ โดยมีการถามด้วยว่าลักษณะอาการแต่ละช่วงอยู่ในภาวะวิกฤตหรือฉุกเฉินหรือไม่ และสามารถที่จะให้ออกจากโรงพยาบาลตำรวจได้หรือไม่ ศาลยังมีการถามด้วยว่า ทางกรมราชทัณฑ์ มีการประสานมาเพื่อขอรับตัวจำเลยกลับเรือนจำบ้างหรือไม่

 

จังหวะหนึ่ง ศาลได้ถามพยานว่า ในการรักษาจำเลย พยานได้มีการคำนึงถึงเรื่องข้อกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งพยานก็ตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า “หน้าที่ของตนเองคือการดูแลผู้ป่วย ตามจรรยาบรรณของแพทย์ ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาขึ้นศาลแบบนี้” 

 

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวสังเกตว่า พยานมีการปาดน้ำตา และบางช่วงหลังจากนั้นที่ศาลถามคำถามต่อ พยานก็มีจังหวะที่ขอหยุดพัก และขอดื่มน้ำก่อนตอบคำถาม สรุปเวลาที่ศาลเบิกความพยานรายนี้รวม 1 ชั่วโมง 40 นาที

 

หลังพยานเบิกความเสร็จได้มีการเดินเข้าไปพูดคุยกับพยานรายที่ 1 คือ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอดีตนายแพทย์ใหญ่ได้มีการลูบหลัง

 

จากนั้นศาลได้พักการไต่สวนในช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเข้าไปสอบถามกับพยานรายนี้นอกห้องพิจารณาคดี ซึ่งยอมรับว่าร้องไห้จริง เพราะรู้สึกว่าทำตามหน้าที่ของแพทย์ แต่กลับต้องมาขึ้นศาล

 

ในช่วงบ่าย ศาลเริ่มเบิกความพยานรายที่ 4 เป็นนายแพทย์ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ โรงพยาบาลตำรวจ เวลาประมาณ 13.30 น. โดยบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีไม่คึกคักเท่าช่วงเช้า ผู้ร่วมสังเกตการณ์น้อยลงและ พยานรายที่ 1 และ 2 ไม่ได้ร่วมฟังการเบิกความ ต่างจากช่วงการเบิกความพยานรายที่ 3 ที่ อดีตนายแพทย์ใหญ่ พยานรายที่ 1 ร่วมฟังจนเสร็จสิ้น

 

สำหรับพยานรายที่ 4 เป็นแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของจำเลย และควบคุมดูแลการพักรักษาหลังการผ่าตัด โดยจำเลยได้รับการผ่าตัดช่วงเดือนตุลาคม 

 

ศาลได้ซักถามพยานรายที่ 4 มุ่งไปที่ใบรับรองของแพทย์เนื่องจากตามหลักฐานพยานรายดังกล่าวเป็นผู้ลงชื่อกำกับใบรับรองแพทย์ของจำเลย ซึ่งพยานให้การต่อศาลยืนยันในสองส่วนคือ ใบรับรองแพทย์เป็นการใส่รายละเอียดการป่วยโดยทั่วไปของจำเลยตามจริงเท่านั้น 

 

อีกทั้งตนเองไม่ทราบว่าจุดประสงค์ที่พยาบาลให้ลงชื่อรับรองใบรับรองแพทย์เพื่ออะไร โดยศาลใช้เวลาเบิกความพยานรายที่ 4 เป็นเวลา 45 นาที 

 

พยานรายที่ 5 นายแพทย์อายุรกรรมเชี่ยวชาญด้านหัวใจ โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทำการเบิกความต่อศาลว่าทำการดูแล และ ให้คำปรึกษาจำเลยที่เกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวเดิมที่มีประวัติการรักษาจากต่างประเทศ และ ดูแลอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น

 

โดยพยานได้ตรวจติดตามอาการป่วยจำเลยหลังเข้ารักษาตัวอีกครั้งในวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งบางอาการของจำเลยไม่ได้ปรากฏแล้ว อย่างไรก็ตามได้ให้คำปรึกษาอีกครั้งถึงความเสี่ยงระดับกลางของจำเลยที่อาจส่งผลต่อโรคทางหัวใจในตอนที่จำเลยต้องรับการผ่าตัดอาการบาดเจ็บของไหล่

 

พยานรายนี้ได้ให้ความเห็นต่อศาลถึงความจำเป็นในการพักรักษาตัว หรือ ไม่พักรักษาตัวต่อของจำเลยที่โรงพยาบาลตำรวจและให้ข้อสังเกตต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจของจำเลยต่อศาล ศาลใช้เวลาเบิกความพยานรายที่ 5 เป็นเวลา 20 นาที

 

พยานรายที่ 6 เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดส่องกล้อง และได้รับการประสานให้มาดูอาการบาดเจ็บของจำเลยระหว่างพักรักษาตัว โดยได้ทำการผ่าตัด รวม 2 ครั้ง ซึ่งศาลได้สอบถามถึงขั้นตอนในการรักษา และวางแผนผ่าตัด จนถึงการดูแลรักษาต่อเนื่องหลังการผ่าตัด 

 

โดยถามย้ำว่า หากเป็นผู้ป่วยทั่วไป การผ่าตัดลักษณะเดียวกันนี้จะต้องใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลเท่าใด และจะสามารถให้กลับบ้านได้หรือไม่ ซึ่งพยานตอบคำถามมั่นใจ ชัดเจน ศาลใช้เวลาสอบถามประมาณ 20 นาที และพยานได้ขอส่งเอกสารสรุปการผ่าตัดให้ศาลเพิ่มเติม

 

ศาลมีคำสั่งเลื่อนไปไต่สวนพยานบุคคลต่อไปในวันที่ 25 กรกฎาคมเวลา 09.00 นตามที่นัดไว้เดิมและอนุญาตให้จำเลยนำ ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองามเข้าไต่สวนในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568

 

พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ พยานโรงพยาบาลตำรวจเบิกความคดีทักษิณ

The post สรุปประเด็นไต่สวนพยาน กลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 กับปมห้องพัก การใช้ยา และค่ารักษาพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
จเรตำรวจฯ เผยความคืบหน้าสอบ 2 แพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 https://thestandard.co/police-probe-into-thaksins-doctors-progresses/ Tue, 15 Jul 2025 11:07:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1096678 แพทย์ รพ.ตำรวจ

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธั […]

The post จเรตำรวจฯ เผยความคืบหน้าสอบ 2 แพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ รพ.ตำรวจ

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวน 2 นายแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 

พล.ต.อ.ธัชชัย เผยว่า คาดว่าเอกสารจากแพทยสภา ซึ่งประกอบด้วยมติและหลักฐานต่างๆ ได้ถูกส่งถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจะให้แพทย์ทั้งสองคนหยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของราชการตำรวจหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ ต้องรอให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอนของวินัยตำรวจ

 

สำหรับคำถามว่ามีหน่วยงานอื่นประสานขอตัวแพทย์ทั้งสองคนไปสอบสวนด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.ธัชชัยระบุว่าไม่ทราบในส่วนนี้ และการจะเรียกบุคลากรทางการแพทย์คนอื่นมาสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ

The post จเรตำรวจฯ เผยความคืบหน้าสอบ 2 แพทย์ รพ.ตำรวจ คดีทักษิณชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาไต่สวนเรียกผู้บริหารกรมราชทัณฑ์สอบ 6 ปาก ปมทักษิณรักษาตัวชั้น 14 https://thestandard.co/thaksin-trial-court4/ Tue, 15 Jul 2025 02:53:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1096429 thaksin-trial-court4

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง […]

The post ศาลฎีกาไต่สวนเรียกผู้บริหารกรมราชทัณฑ์สอบ 6 ปาก ปมทักษิณรักษาตัวชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thaksin-trial-court4

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้เข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 โดยในวันนี้ถือเป็นการไต่สวนนัดที่ 4 และได้เรียกพยานที่เป็นกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของกรมราชทัณฑ์จำนวน 6 ปากเข้าให้ปากคำ

 

วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของทักษิณ เปิดเผยว่า พยานที่ถูกเรียกมาในวันนี้ประกอบด้วย อธิบดีกรมราชทัณฑ์, รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์, อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, และอดีตผู้บัญชาการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในช่วงที่ได้รับตัวทักษิณ 

 

คาดว่าการไต่สวนจะแล้วเสร็จในช่วงเช้า แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีประเด็นที่ศาลซักถามมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากมีประเด็นซับซ้อนก็อาจจะใช้เวลาไปจนถึงช่วงบ่าย

 

วิญญัติให้ความเห็นด้วยว่า ศาลน่าจะให้ความสำคัญกับประเด็นด้านกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและดุลยพินิจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในการอนุมัติให้ทักษิณออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ 

 

ก่อนหน้านี้ศาลได้มีการไต่สวนพยานไปแล้ว 3 นัด รวมทั้งหมด 15 ปาก ได้แก่

 

วันที่ 13 มิถุนายน: ไต่สวน ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนปัจจุบัน

 

วันที่ 4 กรกฎาคม: ไต่สวนกลุ่มแพทย์และพยาบาลจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ รวม 5 ปาก

 

วันที่ 8 กรกฎาคม: ไต่สวนพัสดีเวร, รองพัสดีเวร, เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่นำตัวทักษิณไปยังโรงพยาบาลตำรวจ, และเจ้าหน้าที่ควบคุมที่เฝ้าหน้าห้องพักผู้ป่วย รวม 9 ปาก

The post ศาลฎีกาไต่สวนเรียกผู้บริหารกรมราชทัณฑ์สอบ 6 ปาก ปมทักษิณรักษาตัวชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาไต่สวน 9 พยานคดีทักษิณชั้น 14 ซักปมส่งตัว–พักรักษานอกเรือนจำ ย้ำห้ามเผยแพร่เนื้อหากระทบกระบวนพิจารณา https://thestandard.co/thaksin-case-supreme-court-testimony/ Tue, 08 Jul 2025 08:53:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1094293 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแ […]

The post ศาลฎีกาไต่สวน 9 พยานคดีทักษิณชั้น 14 ซักปมส่งตัว–พักรักษานอกเรือนจำ ย้ำห้ามเผยแพร่เนื้อหากระทบกระบวนพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

 

โดยในวันนี้เป็นการไต่สวนพยาน 5 ปาก เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่พัศดีและเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2566 -23 สิงหาคม 2566 มาเบิกความในการรับตัวทักษิณที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ การส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ 

 

พยานรายที่ 1 เป็นพัศดีเวร ในวันที่ 22 สิงหาคม ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลความเรียบร้อยของผู้คุมและผู้ต้องขังนอกเวลาราชการมีอำนาจหน้าที่เทียบเท่าอธิบดีเรือนจำฯ พยานรายนี้ได้เล่าถึงไทม์ไลน์การส่งตัวจำเลยในช่วงเวลาตั้งแต่ประมาณ 22.00 น. ที่มีการรับแจ้งจากพยาบาลเวร และได้สั่งให้มีการจัดเตรียมรถพร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษในการควบคุมตัวจำเลยไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่มีการส่งตัวคือโรคประจำตัวของจำเลย ที่อยู่เหนือเกินกว่าศักยภาพของโรงพยาบาลราชทัณฑ์จะสามารถรักษาตัวได้

 

พยานรายที่ 2 ในวันที่ 22 สิงหาคม เป็นหัวหน้าเวรคนที่ 1 ประจำห้องพัศดีในช่วงเวลานอกราชการ เป็นผู้รับแจ้งจากพยาบาลเวรถึงอาการป่วยของจำเลย และดำเนินการตามที่พยาบาลเวรได้แจ้งว่าจะต้องส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำ

 

พยานคนที่ 3 ในวันที่ 22 สิงหาคม มีตำแหน่งเป็นนักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ โดยหลังเวลาราชการ มีการรับแจ้งจากพัศดีเวร ว่าให้เตรียมความพร้อมรับผู้ต้องขัง จนกระทั่งช่วงกลางดึกคืนดังกล่าว เป็นหนึ่งในผู้ที่รับตัวจำเลย จากสถานพยาบาลเดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีก 6 ราย

 

ซึ่งพยานรายที่ 3 นี้ เป็นบุคคลเดียวกับที่เข้าเวรควบคุมจำเลยที่โรงพยาบาลตำรวจในช่วงเวลาที่มีการพักรักษาตัวนอกเรือนจำ โดยมีการเบิกความต่อศาลถึงรายละเอียดการพักรักษาตัวในห้องพักชั้น 14 การทำประวัติผู้เข้าเยี่ยมจำเลย ทั้งในส่วนครอบครัวและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เป็นผู้บันทึกภาพการรักษาตัวของจำเลย

 

อย่างไรก็ตามพยานรายนี้มีการเบิกความใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง โดยเป็นการให้ข้อมูลในลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมจำเลยขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

พยานรายที่ 4 เป็นหัวหน้างานตรวจค้นของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันที่ 22 สิงหาคมได้ตรวจค้นตัวของจำเลยในฐานะผู้ต้องขังใหม่ จากนั้นได้รับคำสั่งให้เตรียมความพร้อม จนกระทั่งเป็นผู้รับตัวจำเลยไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งพยานรายนี้เป็นอีก 1 รายที่สามารถเบิกความต่อศาลเกี่ยวกับรายละเอียดการพักรักษาตัวของจำเลย

 

อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นการเบิกความของพยานรายที่ 4 ช่วงเวลา 11.45 น. ทนายความส่วนตัวของทักษิณได้ขออนุญาตศาลแสดงความกังวลใจในเรื่องการเผยแพร่การเบิกความของพยาน โดยยกตัวอย่างการโพสต์ข้อความของนายแพทย์วรงค์ เดชวิกรม หลังการนัดไต่สวนครั้งที่ผ่านมา โดยศาลกำชับเรื่องการจดบันทึกข้อความและการเผยแพร่คำเบิกความของทั้งผู้เข้าฟังและสื่อมวลชน

 

พยานรายที่ 5 นักอบรมฝึกวิชาชีพเรือนจำ ในวันที่ 22 สิงหาคม ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้รับตัวจำเลยจากศาลฎีกาไปส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากนั้นช่วงกลางดึกได้รับแจ้งให้ปฏิบัติหน้าที่เร่งด่วนฉุกเฉินย้ายตัวจำเลยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยเป็นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษขึ้นรถพยาบาลไปกับจำเลยและเจ้าหน้าที่รายอื่นๆ

 

พยานรายที่ 6 นักทัณฑวิทยาชำนาญการ ได้รับคำสั่งให้มีการคุมตัวจำเลยจากศาลฎีกาไปเรือนจำฯ และให้เตรียมพร้อมในภารกิจช่วงเย็นวันเดียวกันของวันที่ 22 สิงหาคม แต่คนเองหยุดพักงานจึงเริ่มมาปฏิบัติงานอีกครั้งในวันที่ 23 สิงหาคม โดยมีหน้าที่ในการควบคุมตัวจำเลยระหว่างพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

พยานรายนี้เบิกความต่อศาลเกี่ยวกับการพักรักษาตัวของจำเลยในแต่ละวันที่โรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงการเข้ารักษาและเข้าเยี่ยมของแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลตำรวจ

 

พยานรายที่ 7 เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน รับหน้าที่ควบคุมตัวจำเลยที่โรงพยาบาลตำรวจ เบิกความเกี่ยวกับรายละเอียดการพักรักษาตัว และอธิบายถึงหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในการควบคุมตัวจำเลยนอกเรือนจำ ทั้งนี้ เริ่มเฝ้าจำเลยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นที่พักรักษาตัวเดือนสิงหาคม 2566 จนถึงเดือนธันวาคม 2566 ก่อนมีคำสั่งย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดอื่น

 

พยานรายที่ 8 เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน รับหน้าที่ควบคุมตัวจำเลยที่โรงพยาบาลตำรวจในช่วงวันที่ 4-17 กุมภาพันธ์ เบิกความลักษณะการพักรักษาตัวในห้องพัก การเข้าออกของแพทย์และพยาบาลแต่ละวัน และหน้าที่ของผู้ควบคุมของกรมราชทัณฑ์

 

พยานรายที่ 9 เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน ได้รับคำสั่งให้ควบคุมดูแลจำเลยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการพักรักษาตัวนอกเรือนจำจนถึงก่อนวันที่จำเลยได้รับการพักโทษ พยานรายนี้เบิกความลักษณะการดูแลจำเลยนอกเรือนจำ และลักษณะความเป็นอยู่ของจำเลย

 

ทั้งนี้ ศาลมีการซักถามพยานเกือบทุกรายถึงลักษณะห้องพักที่จำเลยพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ การเข้าตรวจเยี่ยมและรักษาของแพทย์และพยาบาลในแต่ละวัน และเน้นย้ำถึงจำนวนผู้เข้าเยี่ยมซึ่งมี 10 รายชื่อเท่านั้นที่ระบุว่าเป็นครอบครัวของจำเลย

 

ในช่วงท้ายของการไต่สวน ศาลได้อ่านกระบวนพิจารณาโดยเน้นย้ำการเผยแพร่คำเบิกความในการนัดไต่สวนของศาลกับทุกฝ่าย ซึ่งได้แก่ผู้เข้าฟังและสื่อมวลชน ให้ควบคุมการเผยแพร่เนื้อหาที่อาจส่งผลต่อกระบวนการพิจารณาของคดี โดยก่อนหน้านี้ทนายความของจำเลยได้ขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอจำกัดจำนวนผู้เข้าฟังการไต่สวนและขอให้พิจารณาคดีนี้เป็นการลับ แต่ด้วยศาลพิเคราะห์แล้วไม่อนุญาต

The post ศาลฎีกาไต่สวน 9 พยานคดีทักษิณชั้น 14 ซักปมส่งตัว–พักรักษานอกเรือนจำ ย้ำห้ามเผยแพร่เนื้อหากระทบกระบวนพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอตุลย์ ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปมถูกแพทยสภาชี้ผิดจริยธรรม-ป.ป.ช. สอบคดี ทักษิณ ชั้น 14 https://thestandard.co/dr-tulya-opposes-police-doctors-promotions/ Mon, 07 Jul 2025 09:02:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1093830

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นพ.ตุลย์ ส […]

The post หมอตุลย์ ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปมถูกแพทยสภาชี้ผิดจริยธรรม-ป.ป.ช. สอบคดี ทักษิณ ชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

 

เพื่อขอคัดค้านการเลื่อนตำแหน่งของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยให้เหตุผลว่านายแพทย์ทั้งสองอยู่ระหว่างถูกสอบสวนในคดีสำคัญ และมีมติชัดเจนจากแพทยสภาว่ากระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์

 

นพ.ตุลย์กล่าวว่า การคัดค้านครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีการส่งตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยไม่มีการส่งตัวกลับเรือนจำ ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยในขณะนั้น พล.ต.ท.โสภณรัชต์ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ และเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว

 

นพ.ตุลย์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 คณะกรรมการแพทยสภามีมติชัดเจนว่า นายแพทย์ตำรวจทั้งสองนายกระทำผิดตามข้อ 16 ของข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 กรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการของทักษิณไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่งผลให้มีการสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ เป็นเวลา 3 เดือน และของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เป็นเวลา 6 เดือน โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

 

นอกจากนี้ นายแพทย์ทั้งสองยังถูกผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในข้อหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลอื่น และอยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช.ชี้กระทบภาพลักษณ์ ตร. หากเลื่อนตำแหน่งช่วงสอบสวน

 

นพ.ตุลย์ ย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย มีผลให้ทักษิณไม่ต้องรับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษา และได้รับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ โดยอ้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับอาการป่วย ซึ่งเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 112 และหากมีการเลื่อนตำแหน่งในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

 

ข้อเรียกร้องถึง ผบ.ตร. และนายกรัฐมนตรี

 

นายแพทย์ตุลย์ได้เรียกร้องให้ ผบ.ตร. ดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่:

 

ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบมูลความผิด ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป
สั่งย้ายข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย ออกจากตำแหน่งเดิม ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลตำรวจโดยเด็ดขาด เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรในโรงพยาบาลตำรวจที่มีข้อมูลสามารถให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. และศาลได้อย่างเต็มที่

 

ให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย ทำรายงานชี้แจง กรณีการถูกสอบสวนโดยแพทยสภาและ ป.ป.ช. รวมถึงกรณีการเป็นพยานในศาลฎีกา เพื่อส่งประกอบการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

 

นพ.ตุลย์ยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ว่าควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและยึดหลักคุณธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคือ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุตรสาวของทักษิณ ชินวัตร ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนจับตามองการแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

 

นอกจากนี้ นพ.ตุลย์ยังเชื่อว่าโรงพยาบาลตำรวจยังมีข้อมูลสำคัญที่ถูกปิดบังอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น กรณีกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 14 ของโรงพยาบาลที่ระบุว่ามีปัญหาเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งที่กล้องในจุดอื่นยังใช้งานได้ปกติ และยังมีบุคลากรหลายรายที่มีข้อมูลสำคัญแต่ไม่สามารถให้การได้ เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลและอำนาจของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์

 

หลังจากยื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว นพ.ตุลย์จะเดินทางไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีการเลื่อนตำแหน่งบุคคลที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและถูกชี้มูลว่ากระทำผิดจริยธรรม

The post หมอตุลย์ ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปมถูกแพทยสภาชี้ผิดจริยธรรม-ป.ป.ช. สอบคดี ทักษิณ ชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอตุลย์จ่อยื่นค้าน ผบ.ตร. เลื่อนยศ 2 นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เหตุแพทยสภาเคยฟันผิดโยงคดีชั้น 14 https://thestandard.co/police-ethics-controversy/ Mon, 07 Jul 2025 00:27:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1093518 police-ethics-controversy

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบันทึกข้อความถึงรองผู้บัญชาการตำ […]

The post หมอตุลย์จ่อยื่นค้าน ผบ.ตร. เลื่อนยศ 2 นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เหตุแพทยสภาเคยฟันผิดโยงคดีชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-ethics-controversy

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบันทึกข้อความถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เพื่อทราบ เรื่องการประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรอง จตช. จนถึงรองผู้บังคับการ (ผบก.) ในวาระประจำปี 2568 ครั้งที่ 2 ลงนามโดย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช. สกพ.) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 

 

โดยหนังสือดังกล่าวระบุข้อมูลในเอกสารแนบ เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจลำดับระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นลำดับที่ 2 ซึ่ง พล.ต.ท.โสภณรัชต์ เป็นอดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ที่แพทยสภาลงโทษสั่งพักใช้ใบอนุญาตแพทย์ สืบเนื่องจากกรณีรักษา ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ 

 

ขณะที่ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ (พตร.) มีลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับ ผบช. ลำดับที่ 6 นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่แพทยสภา สั่งลงโทษพักใช้ใบอนุญาตแพทย์ 

 

หนังสือดังกล่าวแจ้งว่า ตามหนังสือ ตร. มีหนังสือที่ 0009.231/6218 ลง 6 มิถุนายน 2568 ประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับ ตำแหน่งให้ข้าราชการตำรวจทราบ และหากข้าราชการตำรวจรายใดตรวจสอบแล้วเห็นว่า ข้อมูลในการจัดทำลำดับอาวุโสของตนไม่ถูกต้อง สามารถร้องต่อ ตร. พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาทบทวนภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศลำดับอาวุโสนั้น

 

เนื่องจากมีข้าราชการตำรวจและหน่วยงานต่างๆ ประสานงาน ตร. ขอแก้ไขข้อมูลลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจ ซึ่ง สกพ. ดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว จึงประกาศลำดับอาวุโสของข้าราชการที่ได้กล่าวข้างต้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับตำแหน่ง และกรุณาแจ้งให้ข้าราชการตำรวจทราบโดยทั่วกัน 

 

ทั้งนี้ หากข้อมูลที่ใช้จัดทำลำดับอาวุโสเพิ่มเติม จะได้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลเพื่อจัดทำลำดับอาวุโสต่อไป 

 

นอกจากนี้ มีรายงานว่าในวันนี้ (7 กรกฎาคม) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะยื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร. คัดค้านการเลื่อนขั้น พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ เป็นรอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. นพ. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ฝ่ายการแพทย์ 

 

ทั้งที่ถูกแพทยสภาสอบสวนและมีมติว่า ผิดจริยธรรมทางการแพทย์ อีกทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังสอบสวนในคดีอาญามาตรา 157 นอกจากจะไม่สั่งพักราชการแล้ว ยังจะให้ความดีความชอบเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นอีก สร้างความเสื่อมเสียให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

The post หมอตุลย์จ่อยื่นค้าน ผบ.ตร. เลื่อนยศ 2 นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เหตุแพทยสภาเคยฟันผิดโยงคดีชั้น 14 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเผย ‘ทักษิณ’ ไม่กังวลคดีชั้น14 ทำตามกฎหมาย ด้านศาลเข้มการเปิดเผยข้อมูลไต่สวน รายละเอียดโรคส่วนตัว https://thestandard.co/thaksin-court-hearing/ Fri, 04 Jul 2025 08:04:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1092895 thaksin-court-hearing

วันนี้ (4 กรกฎาคม) วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของทักษิณ […]

The post ทนายเผย ‘ทักษิณ’ ไม่กังวลคดีชั้น14 ทำตามกฎหมาย ด้านศาลเข้มการเปิดเผยข้อมูลไต่สวน รายละเอียดโรคส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
thaksin-court-hearing

วันนี้ (4 กรกฎาคม) วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการไต่สวนกรณีการบังคับโทษจำคุกของทักษิณที่รักษาตัว ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจว่า ได้รายงานผลการไต่สวนเบื้องต้นให้ผู้ใกล้ชิดทักษิณทราบแล้ว ซึ่งทักษิณไม่ได้แสดงความกังวลใดๆ โดยระบุว่าทุกขั้นตอนดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่สามารถเลือกได้เองว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

วิญญัติ กล่าวว่า ศาลได้กำชับให้งดเว้นการให้รายละเอียดเกี่ยวกับการไต่สวนพยานทั้ง 5 ปาก รวมถึงข้อเท็จจริงและข้อมูลสุขภาพของจำเลยต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันการละเมิดอำนาจศาล แม้จะไม่สามารถสรุปสาระสำคัญของการไต่สวนในวันนี้ได้ แต่ยืนยันว่าศาลได้ดำเนินการไต่สวนพยานและประกอบเอกสารต่างๆ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

 

ศาลออกข้อกำหนดไม่ให้เผยแพร่รายละเอียดคำเบิกความพยาน

 

วิญญัติยอมรับว่า ตนเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกข้อกำหนดไม่ให้เผยแพร่รายละเอียดคำเบิกความของพยานบุคคลและพยานเอกสาร เนื่องจากที่ผ่านมามีการนำเสนอข้อมูลและนำไปวิเคราะห์วิจารณ์จนเกิดความสับสน ในขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาล 

 

ศาลจึงมีคำสั่งเห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าว เพื่อไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อพยานที่จะมาไต่สวนในภายหลัง

 

เมื่อถามถึงปฏิกิริยาของทักษิณภายหลังการไต่สวน วิญญัติกล่าวว่า เท่าที่อยู่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่ทำงาน ยืนยันทักษิณไม่ได้กังวลอะไร เนื่องจากท่านถูกปฏิบัติโดยกระบวนการทางกฎหมาย กระบวนการของผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับท่านตั้งแต่แรก ท่านไม่สามารถเลือกเองได้อยู่แล้วว่าท่านจะไปอย่างไร หรือท่านป่วยท่านก็ไม่สามารถที่จะออกโรงพยาบาลได้ อยากให้เข้าใจตรงนี้ ทุกอย่างยังอยู่ในระหว่างกระบวนการการไต่สวนของศาล

 

วิญญัติกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ตนจะร้องขอจำกัดผู้เข้าฟังการไต่สวน แต่ศาลยังคงอนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าฟังได้ โดยจะพิจารณาเป็นกรณีไป หากมีเหตุผลจำเป็นเพิ่มเติมก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้เป็นนัดๆ เพื่อให้ศาลพิจารณาตามความเหมาะสม

The post ทนายเผย ‘ทักษิณ’ ไม่กังวลคดีชั้น14 ทำตามกฎหมาย ด้านศาลเข้มการเปิดเผยข้อมูลไต่สวน รายละเอียดโรคส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>