โรงงานสารเคมี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โรงงานสารเคมี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 11 Jul 2024 06:17:59 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ตำรวจเปิดหลักฐานเหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมี จ.ระยอง-อยุธยา ทั้งหมดเชื่อมโยงกับคดีลักลอบขุดฝังทิ้งสารเคมีที่ จ.เพชรบูรณ์ https://thestandard.co/chemical-warehouse-fires-linked-evidence/ Thu, 11 Jul 2024 06:17:59 +0000 https://thestandard.co/?p=956347 เหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมี

วันนี้ (11 กรกฎาคม) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการ […]

The post ตำรวจเปิดหลักฐานเหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมี จ.ระยอง-อยุธยา ทั้งหมดเชื่อมโยงกับคดีลักลอบขุดฝังทิ้งสารเคมีที่ จ.เพชรบูรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมี

วันนี้ (11 กรกฎาคม) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สพฐ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรม บริษัท วิน โพรเสส จำกัด อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง และคดีเพลิงไหม้โกดังเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรม (วัตถุเคมีอันตราย) ของบริษัท เอกอุทัย จำกัด อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

ซึ่งจากการประชุมติดตามความคืบหน้า เจ้าหน้าที่พบว่าเหตุเพลิงไหม้ทั้ง 2 ที่มีหลักฐานเชื่อมโยงกัน โดยมีกลุ่มบุคคลของบริษัท เอกอุทัย จำกัด อยู่เบื้องหลัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบพยานที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีต่อไป

 

สำหรับเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรมของบริษัท เอกอุทัย จำกัด ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นการไหม้โกดังที่ 1-3 จากจำนวน 5 โกดัง และในวันที่ 22 เมษายน 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรมของบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง

 

และเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้ซ้ำอีกครั้งที่โกดังเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรมของบริษัท เอกอุทัย จำกัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นการไหม้รอบที่สองและไหม้โกดังที่ 4-5 จากการสืบสวนพบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกันทั้ง 3 เหตุการณ์

 

รวมทั้งยังเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเหตุลักลอบขุดฝังและเททิ้งสารเคมีและกากอุตสาหกรรมที่มีการดำเนินคดีโกดังเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรมที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์, อำเภออุทัยและอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอกลางดง จังหวัดนครราชสีมา

 

พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งในส่วนของการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง การรวบรวมพยานหลักฐาน การแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงการขอหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยปัจจุบันนี้ผู้ต้องหาคนสำคัญได้ถูกจับกุมแล้ว และกำลังสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เช่น ความผิดตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

 

ในส่วนของคดีที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) กลางดง รับผิดชอบ เป็นการดำเนินคดีกับบริษัท เอกอุทัย จำกัด สาขากลางดง ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 23 วรรคหนึ่ง อันมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 73 ประกอบมาตรา 87/2 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นอกจากนั้นยังเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 237 ซึ่งบัญญัติไว้ว่าผู้ใดเอาของที่มีพิษหรือสิ่งอื่นที่เป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือลงในอาหารหรือในน้ำซึ่งอยู่ในบ่อ สระ หรือที่ขังน้ำใดๆ และอาหารหรือน้ำนั้นได้มีอยู่หรือจัดไว้เพื่อประชาชนบริโภค ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-200,000 บาท รวมถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 228 และในข้อหาอื่นๆ

 

พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของคดีในความรับผิดชอบของ สภ.กลางดง นี้ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ผู้แทนยื่นคำให้การประกอบสำนวนร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนกลางดงไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ในส่วนของพื้นที่อื่นๆ ที่ปรากฏหลักฐานความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังบริษัท เอกอุทัย จำกัด คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจกำลังเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมายที่บัญญัติไว้สูงสุดต่อไป

 

เหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมี เหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมี

The post ตำรวจเปิดหลักฐานเหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมี จ.ระยอง-อยุธยา ทั้งหมดเชื่อมโยงกับคดีลักลอบขุดฝังทิ้งสารเคมีที่ จ.เพชรบูรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
26 ชั่วโมง เหตุเพลิงไหม้ถังสารเคมีมาบตาพุด จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำ-โฟมรักษาอุณหภูมิต่อเนื่อง ด้าน รมว.อุตสาหกรรม-บริษัทเอกชนน้อมขอโทษประชาชน เยียวยาขั้นสูงสุด https://thestandard.co/26-hours-chemical-tank-fire/ Fri, 10 May 2024 09:03:54 +0000 https://thestandard.co/?p=932037

วันนี้ (10 พฤษภาคม) พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการก […]

The post 26 ชั่วโมง เหตุเพลิงไหม้ถังสารเคมีมาบตาพุด จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำ-โฟมรักษาอุณหภูมิต่อเนื่อง ด้าน รมว.อุตสาหกรรม-บริษัทเอกชนน้อมขอโทษประชาชน เยียวยาขั้นสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 พฤษภาคม) พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และคณะผู้บริหารบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) ร่วมแถลงข่าวและลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ถังเก็บสาร Pyrolysis Gasoline (แก๊สโซลีน) ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

 

วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคม ในขั้นต้นที่เกิดเหตุทางบริษัทเอกชนได้ปฏิบัติตามแผนความปลอดภัยที่ได้มีการซักซ้อมของตนเอง ซึ่งในส่วนนี้ถ้าโรงงานมีแผนรับมือได้ ทางการนิคมฯ จะให้โรงงานเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมเหตุที่เกิด แต่หากเหตุการณ์ลุกลามเพิ่มขึ้นก็จะมีการดำเนินการลำดับต่อไป ซึ่งจะต้องใช้หน่วยงานทั้งจากทางการนิคมฯ และเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยเข้ามาระงับเหตุด้วย

 

ตามรายงานที่ได้รับในช่วงเช้าหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของบริษัทสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ด้วยความร้อนในช่วงตอนกลางวันทำให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น ประกอบกับเพลิงไหม้ครั้งแรกตัวฝาของถังสารเคมีปิดอยู่ ทำให้เกิดปฏิกิริยาด้านในและเกิดการปะทุในรอบที่สอง ทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องระดมกำลังเข้าดับเพลิง

 

วีริศกล่าวต่อว่า ระยะเวลาที่มีการควบคุมเพลิงจนถึงปัจจุบันที่ยังอยู่ในขั้นของการเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามวิธีการอย่างครบถ้วนและเชื่อว่าเป็นการดับไฟที่มีประสิทธิภาพ เพียงแต่ปริมาณสารเคมีมีจำนวนมาก จึงอาจจะสร้างความกังวลต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ แต่ขอยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ด้วยความสามารถของทีมดับเพลิงจากทุกภาคส่วน

 

ขณะนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพยายามควบคุมความร้อน โดยใช้โดรนขึ้นบินในพื้นที่เพื่อวัดอุณหภูมิตลอดเวลาไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มสูง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นใช้วิธีการฉีดน้ำหล่อเย็นให้อุณหภูมิต่ำตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดการปะทุ และใช้โฟมฉีดที่ผิวหน้าด้านบนสารเคมีเพื่อให้แน่ใจว่าสารเคมีที่หลงเหลือจะไม่เป็นปัญหา

 

ด้านพิมพ์ภัทรากล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านระบบออนไลน์เพื่อควบคุมสถานการณ์ และได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้มากที่สุดและคืนพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด

 

ทั้งนี้ประเด็นแรกที่ตนอยากจะสื่อสารถึงประชาชนคือ ต้องกราบขอโทษในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตนต้องกราบขอโทษพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบบริเวณดังกล่าวและทางจังหวัดระยองที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ เราทุกคนไม่ได้อยากให้เกิด แต่ในเมื่อเกิดเหตุแล้วจากนี้จึงต้องวางแผนรับมือให้ดีทั้งสถานการณ์ปัจจุบันและในอนาคตที่จะต้องเฝ้าระวัง ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดทุกอย่าง

 

ทางผู้แทนของบริษัท SCG ได้เข้ามาพูดคุยถึงมาตรการเยียวยาที่เกิดขึ้นทั้งกับผู้ปฏิบัติงานที่บาดเจ็บสาหัส ผู้เสียชีวิต และประชาชนโดยรอบ โดยทางเอกชนยืนยันว่าจะมีการเยียวยาในมาตรการที่สูงที่สุด รวมทั้งจะสนับสนุนการตรวจวัดคุณภาพอากาศหลังจากนี้ไปอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่สภาวะที่ปลอดภัย

 

พิมพ์ภัทรากล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำอีก แต่ขอเวลาให้บริษัทเอกชนได้สรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นว่าสาเหตุมาจากอะไร เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเราสามารถคืนพื้นที่ให้ประชาชนให้กลับเข้าไปอาศัยในบ้านของตัวเองได้อย่างปลอดภัย

 

ส่วนที่หลายท่านมองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดแล้ว เกิดอีก เกิดซ้ำซาก ตนขอชี้แจงว่า การเกิดเหตุการณ์แบบนี้แต่ละครั้งมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ขอให้ทางเอกชนได้สรุปประเด็นสาเหตุเพื่อตอบสังคมอีกครั้งหนึ่ง

 

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท SCG กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นต้องชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ที่ขึ้นไปบนถังสารเคมีเพื่อปฏิบัติงานไม่ได้ขึ้นไปเพื่อปิดวาล์วถังสารเคมี แต่เป็นการขึ้นไปด้านบนเพื่อเช็กระดับสารเคมีในถังว่าตัวเลขตรงกันกับเครื่องมือที่ติดตั้งอยู่หรือไม่ ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญการขึ้นไปปฏิบัติงานโดยตรง

 

ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดมีความชำนาญและทำงานมาเป็นระยะเวลานาน ขณะนี้ทางบริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงในการเกิดเพลิงไหม้ในถังสารเคมี จนเป็นเหตุให้มีผู้ปฏิบัติงานเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส

 

ทางบริษัท SCG จะมีมาตรการชดเชยเยียวยาดูแลผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตขั้นสูงสุด ในส่วนของครอบครัวผู้เสียชีวิต บุตรหลานจะได้รับการศึกษาจนถึงระดับสูงสุดและมีการช่วยเหลือเงินที่จำเป็นในทุกด้าน

 

ส่วนเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในครั้งที่ผ่านมาเกิดในช่วงการหยุดซ่อมบำรุงของโรงงาน และทางบริษัทได้ส่งผู้รับเหมาเข้าไปทำงาน แต่เกิดความผิดพลาดในส่วนของผู้รับเหมา ตั้งแต่นั้นทางบริษัทจึงเพิ่มมาตรการว่าใครจะเข้าพื้นที่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ส่วนในครั้งนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสาเหตุมาจากสิ่งใด ทั้งนี้ต้องขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เกิดผลกระทบจนมีผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และกระทบกับชุมชนทั้งหมด

 

ธรรมศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวถังสารเคมีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้มีความจุอยู่ที่ประมาณ 9,000 ลูกบาศก์เมตร ณ เวลาที่เกิดเหตุมีสารเคมีอยู่ประมาณ 7,000 ลูกบาศก์เมตร ขณะนี้คาดการณ์ว่ามีสารเคมีหลงเหลือไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตร หลังจากที่ควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

สารเคมีดังกล่าวมีจุดระเหยอยู่ที่ 42 องศาเซลเซียส และมีจุดวาบไฟอยู่ที่ 300 องศาเซลเซียส ฉะนั้นหากปล่อยไว้โดยไม่ฉีดโฟมควบคุมด้านบนสารดังกล่าว อาจจะระเหยออกได้ หรือหากไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ อาจจะมีการติดไฟได้ ซึ่งเป็นไปได้ยากแล้วใน ณ ขณะนี้

 

ภายหลังการแถลงข่าวเวลา 12.30 น. ทีมข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุถังเก็บสารเคมีเพลิงไหม้ เพื่อสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นร่วมกับทีมคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พบว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยยังคงต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงรักษาอุณหภูมิของตัวถังที่เกิดเพลิงไหม้และถังใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีการฉีดโฟมเข้าไปด้านในถัง ซึ่งปัจจุบันฝาถังได้ระเบิดออกไปแล้ว เพื่อให้โฟมอยู่บนผิวหน้าของสารเคมีที่หลงเหลืออยู่ป้องกันการระเหยออก

 

 

The post 26 ชั่วโมง เหตุเพลิงไหม้ถังสารเคมีมาบตาพุด จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำ-โฟมรักษาอุณหภูมิต่อเนื่อง ด้าน รมว.อุตสาหกรรม-บริษัทเอกชนน้อมขอโทษประชาชน เยียวยาขั้นสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอสซีจี’ แจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ถังสารเคมี ‘มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล’ มีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างหาสาเหตุ https://thestandard.co/scg-map-ta-phut-tank-terminal/ Thu, 09 May 2024 09:39:39 +0000 https://thestandard.co/?p=931592 ‘เอสซีจี’ แจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ถังสารเคมี มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล มีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างหาสาเหตุ

บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเหตุไฟไหม้ถังจั […]

The post ‘เอสซีจี’ แจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ถังสารเคมี ‘มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล’ มีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างหาสาเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอสซีจี’ แจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ถังสารเคมี มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล มีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างหาสาเหตุ

บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเหตุไฟไหม้ถังจัดเก็บสารประกอบไฮโดรคาร์บอน C9+ ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ตั้งอยู่ที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ทำให้มีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างหาสาเหตุ

 

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ขอเรียนให้ทราบว่า วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 10.45 น. เกิดกลุ่มควันบริเวณถังจัดเก็บสารประกอบไฮโดรคาร์บอน C9+ ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (MTT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นับแต่เกิดเหตุ MTT เร่งระดมทีมเพื่อควบคุมสถานการณ์ในทันทีที่เกิดเหตุตามแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยตัดแยกระบบและหยุดกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงงานตามขั้นตอนความปลอดภัย

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ซึ่งนำส่งโรงพยาบาลและอยู่ในความดูแลของแพทย์ ต่อมาได้รับแจ้งว่ามีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมเหตุการณ์และประเมินความเสียหาย รวมทั้งการหาสาเหตุ

 

ทั้งนี้ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน C9+ เป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-Product) จากการผลิตสารตั้งต้นเพื่อผลิตเม็ดพลาสติกที่อยู่ในถังจัดเก็บดังกล่าว ได้มีการแยกเบนซีน โทลูอีน และมิกซ์ไซลีนออกหมดแล้ว ปัจจุบันสารนี้ใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมต่างๆ (Solvent)

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post ‘เอสซีจี’ แจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ถังสารเคมี ‘มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล’ มีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างหาสาเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระดมทุกภาคส่วนร่วมดับไฟ มาบตาพุด เร่งปั๊มน้ำทะเลหล่อเย็นถังข้างเคียงป้องกันเหตุ ล่าสุดเจ็บ 4 เสียชีวิต 1 ราย https://thestandard.co/map-ta-phut-fire-battle/ Thu, 09 May 2024 09:32:29 +0000 https://thestandard.co/?p=931584 มาบตาพุด

วันนี้ (9 พฤษภาคม) กองสื่อสารองค์กร การนิคมอุตสาหกรรมแห […]

The post ระดมทุกภาคส่วนร่วมดับไฟ มาบตาพุด เร่งปั๊มน้ำทะเลหล่อเย็นถังข้างเคียงป้องกันเหตุ ล่าสุดเจ็บ 4 เสียชีวิต 1 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาบตาพุด

วันนี้ (9 พฤษภาคม) กองสื่อสารองค์กร การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในถังสารเคมี C9+ กลุ่มอะโรมาติก ของ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) ถนนไอ 8 ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

 

ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับ 2 แล้ว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยองได้บัญชาการร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด และหน่วยงานราชการท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อควบคุมสถานการณ์ พร้อมอพยพประชาชนชุมชนหนองแฟบและชุมชนตากวน-อ่าวประดู่ ไปที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง

 

มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ซึ่งได้นำส่งโรงพยาบาลและอยู่ในความดูแลของแพทย์ ต่อมาได้รับแจ้งว่ามีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่

 

สำหรับสถานการณ์ ณ เวลา 15.30 น. ขณะนี้ได้มีการระดมรถดับเพลิงในบริเวณพื้นที่จังหวัดข้างเคียงเข้ามาช่วยสนับสนุนการควบคุมเพลิง รวมทั้งมีการปั๊มน้ำจากทะเลขึ้นมาหล่อเย็น เพื่อลดอุณหภูมิของถังสารเคมีที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งยังเป็นการไหม้แค่ 1 ถังเท่านั้น

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post ระดมทุกภาคส่วนร่วมดับไฟ มาบตาพุด เร่งปั๊มน้ำทะเลหล่อเย็นถังข้างเคียงป้องกันเหตุ ล่าสุดเจ็บ 4 เสียชีวิต 1 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับที่ 2 อพยพคนออกจากพื้นที่ไฟไหม้ถังเก็บสารเคมี มาบตาพุด จ.ระยอง หวั่นลามติดถังเก็บ LPG https://thestandard.co/map-ta-phut-rayong-evacuated/ Thu, 09 May 2024 09:24:27 +0000 https://thestandard.co/?p=931570 มาบตาพุด โรงงานเก็บสารเคมี ไฟไหม้

วันนี้ (9 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน […]

The post ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับที่ 2 อพยพคนออกจากพื้นที่ไฟไหม้ถังเก็บสารเคมี มาบตาพุด จ.ระยอง หวั่นลามติดถังเก็บ LPG appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาบตาพุด โรงงานเก็บสารเคมี ไฟไหม้

วันนี้ (9 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีไฟไหม้ถังเก็บแก๊สโซลีนของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง หลังไฟไหม้สงบลงในเวลา 12.30 น. ก่อนจะปะทุขึ้นมาอีกรอบ 

 

โดยเพลิงลุกไหม้ถังก่อนไฟจะโหมแรงขึ้น หัวฉีดดับเพลิงอัตโนมัติได้ฉีดน้ำเลี้ยงถังลูกโลกไว้ ซึ่งคาดว่าเป็นถังเก็บ LPG ทำให้มีความหวั่นวิตกว่าจะเกิดระเบิดอีกถัง 

 

ขณะที่บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงฉบับที่ 2 ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ซึ่งได้นำส่งโรงพยาบาลและอยู่ในความดูแลของแพทย์ ต่อมาได้รับแจ้งว่ามีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ได้ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ 

 

ทั้งนี้ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน C9+ เป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-Product) จากการผลิตสารตั้งต้นในการผลิตเม็ดพลาสติก โดยได้แยกเบนซีน โทลูอีน มิกซ์ไซลีน ออกหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันสารนี้ใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมต่างๆ (Solvent) ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระดับต่ำ บริษัทฯ ขออภัยในเหตุที่เกิดขึ้น และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมสถานการณ์

 

อย่างไรก็ตาม บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ตั้งอยู่ถนนไอ 8 ท่าเรืออุตสาหกรรม มีถังเก็บวัตถุดิบแนฟทา TK 401C ความจุ 90,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรม 

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด เคยเกิดเหตุไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง หลังเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย และเสียชีวิต 3 ราย 

 

ด้าน วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สั่งการให้สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) และสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (สนพ.) จังหวัดระยอง อพยพคนในพื้นที่ทั้งพนักงานและสถานประกอบการโรงงานทุกแห่งในพื้นที่เกิดเหตุออกจากพื้นที่โดยด่วน หลังเพลิงไหม้ลุกลาม

 

โดยในพื้นที่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับที่ 2 แล้ว ทั้งนี้ มีหน่วยงานเข้าร่วมระงับเหตุ ประกอบด้วย 

 

  1. รถโฟมดับเพลิงจากบริษัท SCGC จำนวน 2 คัน
  2. รถโฟมดับเพลิงจากบริษัท PTTLNG จำนวน 2 คัน   
  3. รถดับเพลิงเทศบาลเมืองมาบตาพุดจำนวน 4 คัน (รถโฟม 2 คัน และรถน้ำ 2 คัน) 
  4. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 6 สนับสนุนรถดับเพลิง (ชนิดโฟม) จำนวน 2 คัน
  5. บริษัท NPC S&E สนับสนุนโฟมจำนวน 10,000 ลิตร กับรถดับเพลิง เข้าช่วยระงับเหตุ  
  6. บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน

The post ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับที่ 2 อพยพคนออกจากพื้นที่ไฟไหม้ถังเก็บสารเคมี มาบตาพุด จ.ระยอง หวั่นลามติดถังเก็บ LPG appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา นำทีม โรงงานวิน โพรเสส เผยปัญหานี้บริหารจัดการได้ รัฐบาลต้องเปลี่ยนระบบบริหารขยะอุตสาหกรรมทั้งประเทศ https://thestandard.co/pita-win-process-rayong-05052567/ Sun, 05 May 2024 12:26:53 +0000 https://thestandard.co/?p=930221 พิธา ลงพื้นที่ โรงงาน วิน โพรเสส

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง พิธา ล […]

The post พิธา นำทีม โรงงานวิน โพรเสส เผยปัญหานี้บริหารจัดการได้ รัฐบาลต้องเปลี่ยนระบบบริหารขยะอุตสาหกรรมทั้งประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลงพื้นที่ โรงงาน วิน โพรเสส

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย สส. ระยอง จากพรรคก้าวไกลทั้ง 5 เขต ร่วมลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้โรงงานเก็บสารเคมี บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ก่อนเปิดเวทีประชาคมรับฟังปัญหาจากประชาชน และข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาจากองค์กรภาคประชาสังคม

 

พิธาและ สส. พรรคก้าวไกลได้ลงพื้นที่สำรวจส่วนหน้าของโรงงานวิน โพรเสส ก่อนจะเดินทางไปยังสวนเกษตรที่อยู่ติดกับโรงงานและโรงเรียนวัดหนองพะวา เพื่อรับฟังรายละเอียดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโรงงานแห่งนี้ ทั้งจากการลักลอบขนย้าย กักเก็บ และปลดปล่อยสารเคมีสู่พื้นที่รอบข้างมาอย่างต่อเนื่องนับ 10 ปี จนทำให้แหล่งน้ำและพื้นที่สวนของประชาชนเต็มไปด้วยการปนเปื้อนสารเคมี รวมถึงเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อวันที่ 22 เมษายน ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักขึ้น

 

จากนั้นเดินทางไปที่วัดหนองพะวา เพื่อพูดคุยและรับฟังปัญหาจากประชาชน โดยมีประชาชนในชุมชนรอบข้างที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานวิน โพรเสส เข้าร่วมกิจกรรมและสะท้อนปัญหาที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นความต้องการให้ขนย้ายวัตถุอันตรายและสารเคมีออกโดยทันที การติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสุขภาพ การนำผู้ปลดปล่อยมลพิษมาลงโทษและรับผิดชอบ รวมถึงข้อกังวลของโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำบาดาลไม่ได้มาเป็นเวลานานแล้ว เป็นต้น

 

พิธากล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่กระทบกับพี่น้องประชาชนภาคตะวันออกมาโดยตลอด ซึ่งวันนี้ตนได้ลงพื้นที่โรงงานที่ไฟไหม้ ได้ไปสวนยางของประชาชนที่อยู่รอบๆ และได้ไปเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน ได้เห็นภาพจริงๆ ว่ากลิ่นที่ต้องสูด น้ำที่ต้องดื่ม ผิวหนังที่คันเป็นอย่างไรบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นที่ระยองไม่ใช่กรณีเดียวในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาระดับชาติที่เกิดขึ้นทุกที่ที่มีการจัดการขยะอุตสาหกรรม ผลกระทบในเรื่องนี้หนักขึ้นตั้งแต่มีการรัฐประหารและการออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้โรงงานกำจัดขยะอุตสาหกรรมทำได้ในทุกผังเมือง ทั้งที่ไม่ควรมีโรงงานแบบนี้อยู่ใกล้สวนยางและโรงเรียน

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างหนักหน่วงจะเกี่ยวข้องกับทั้งเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ โดยเฉพาะในช่วงนี้คือเรื่องไฟกับน้ำ ขณะนี้เองไฟก็ยังไม่สามารถดับได้หมด แต่ก็มีอีกปัญหาเกิดขึ้นแล้วคือเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคที่ปนเปื้อน และหากเข้าสู่ฤดูฝนแล้วมีฝนตกหนักใส่บ่อสารเคมี เกิดการระบายน้ำที่ปนเปื้อนออกสู่ภายนอก ก็จะเกิดปัญหาเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเรียงลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง ต้องโฟกัสเรื่องไฟและน้ำเป็นเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้า ต้องเร่งเยียวยาผลกระทบและสุขภาพประชาชน

 

พิธากล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ประชาชนกังวลมากที่สุดในตอนนี้คือเรื่องการขนย้าย ซึ่งต้องการให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยจากที่ได้ลงพื้นที่และศึกษาข้อมูลมา ตนเห็นว่าสามารถขนย้ายให้เร็วที่สุดภายใน 90 วันได้ แต่ก็ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาเรี่ยราดหนักกว่าเดิม ถ้าขนแบบชุ่ยก็จะยิ่งฟุ้ง ยิ่งเลอะ ประชาชนจะเดือดร้อนมากกว่าเดิม โจทย์สำคัญในเวลานี้จึงเป็นเรื่องของการขนย้ายให้ได้เร็วที่สุดและมีคุณภาพ รวมถึงต้องคิดด้วยว่าจะขนไปที่ไหนที่จะไม่กระทบคนอื่น ต้องใช้งบประมาณเท่าไร ใช้จากงบกลางได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สามารถบริหารจัดการได้

 

“เหลืออยู่อย่างเดียวคือเจตจำนงทางการเมืองว่าอยากช่วยประชาชนจริงหรือไม่ จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสให้มีความเข้าใจกระบวนการมากขึ้นได้อย่างไร ประเด็นสำคัญคือการทำบัญชีสารเคมี แยกออกมาให้ได้ว่ามีสารที่เป็นวัตถุติดไฟหรือไม่ อันตรายกับไม่อันตราย มีปฏิกิริยากับไม่มีปฏิกิริยา มีหลายรูปแบบ ถ้าวางแผนอย่างเป็นระบบก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด” พิธากล่าว

The post พิธา นำทีม โรงงานวิน โพรเสส เผยปัญหานี้บริหารจัดการได้ รัฐบาลต้องเปลี่ยนระบบบริหารขยะอุตสาหกรรมทั้งประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดโรงพยาบาลภาชีชั่วคราว หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีอยุธยาควันฟุ้ง กระทบการให้บริการ https://thestandard.co/phachi-hospital-temporarily-shut/ Thu, 02 May 2024 02:08:13 +0000 https://thestandard.co/?p=928914 โรงพยาบาลภาชี

วานนี้ (1 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 22.00 น. โรงพยาบาลภาชี จัง […]

The post ปิดโรงพยาบาลภาชีชั่วคราว หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีอยุธยาควันฟุ้ง กระทบการให้บริการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลภาชี

วานนี้ (1 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 22.00 น. โรงพยาบาลภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกประกาศปิดบริการ เนื่องจากเกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมี หมู่ที่ 2 ตำบลภาชี ซึ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลภาชีในระยะ 600 เมตร ทำให้โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ จึงขอปิดการให้บริการชั่วคราวทุกแผนก

 

หากเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลใกล้เคียง เจ็บป่วยทั่วไปให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน หรือโรงพยาบาลสนามวัดโคกม่วง หากสถานการณ์ปกติและพร้อมให้บริการจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป

 

โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามและศูนย์อพยพที่วัดโคกม่วง ตำบลโคกม่วง อำเภอภาชี พร้อมจัดสถานที่รองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องอพยพออกจากบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ

 

ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมนำเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศมาติดตั้งที่หน้าโรงพยาบาลภาชี เนื่องจากอยู่ใต้ลม ตรวจวัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และอื่นๆ แล้ว

 

ภาพ: โรงพยาบาลภาชี

The post ปิดโรงพยาบาลภาชีชั่วคราว หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีอยุธยาควันฟุ้ง กระทบการให้บริการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิสูจน์หลักฐานตำรวจใช้โดรน-หุ่นยนต์สุนัขเข้าเก็บหลักฐานเหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี จ.ระยอง เร่งสืบสวนหาต้นตอเรื่อง https://thestandard.co/chemical-factory-fire-rayong-probe/ Sun, 28 Apr 2024 03:06:33 +0000 https://thestandard.co/?p=927530

ความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตำบ […]

The post พิสูจน์หลักฐานตำรวจใช้โดรน-หุ่นยนต์สุนัขเข้าเก็บหลักฐานเหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี จ.ระยอง เร่งสืบสวนหาต้นตอเรื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการรับแยกและฝังของเสียจากโรงงาน เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา

 

วานนี้ (27 เมษายน) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สพฐ.ตร.) ลงพื้นที่และร่วมประชุมกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อสรุปผลการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นและแนวทางการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด

 

พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวว่า จากเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุและตรวจเก็บวัตถุพยานต่างๆ 

 

โดยสั่งการให้ดำเนินการตรวจเก็บวัตถุพยานตามกระบวนการ วิธีการ และมาตรฐาน ทันทีที่สามารถเข้าพื้นที่เกิดเหตุได้ เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนให้ดีที่สุด หรือหากพบพยานหลักฐานใดที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำความผิดกรณีเป็นเหตุวางเพลิง ให้ทำงานร่วมกับฝ่ายสืบสวนสอบสวนในการดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป 

 

พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการในขั้นต้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยอง (พฐ.จว.ระยอง) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 ได้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยดำเนินการ โดยใช้หุ่นยนต์สุนัขและโดรนถ่ายภาพมุมสูง ซึ่งเทคโนโลยีทั้งสองอย่างนี้มีขีดความสามารถในการถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในสถานที่เกิดเหตุ 

 

โดยเฉพาะสถานที่เกิดเหตุที่เป็นจุดเสี่ยงอันตรายและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปได้ ทำให้ได้ข้อมูลทั้งในส่วนของภาพมุมสูงและภาพภาคพื้นดินมาทำการวิเคราะห์วางแผนให้เกิดประสิทธิภาพในการตรวจสถานที่เกิดเหตุได้เป็นอย่างดี

 

The post พิสูจน์หลักฐานตำรวจใช้โดรน-หุ่นยนต์สุนัขเข้าเก็บหลักฐานเหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี จ.ระยอง เร่งสืบสวนหาต้นตอเรื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>