โภชนาการ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โภชนาการ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 24 Jan 2026 04:07:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สายสุนีย์ จ๊ะนะ ตำราความสำเร็จ วิธีดูแลกาย-ใจ ที่พายืนหนึ่งในโลกฟันดาบ https://thestandard.co/saysunee-jana-fencing-success-care/ Sat, 24 Jan 2026 04:07:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1168871 สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย ยืนหนึ่งในโลกฟันดาบจากตำราดูแลกาย-ใจ

การยืนระยะในเส้นทางนักกีฬาระดับโลกมาเกือบ 3 ทศวรรษ ไม่ไ […]

The post สายสุนีย์ จ๊ะนะ ตำราความสำเร็จ วิธีดูแลกาย-ใจ ที่พายืนหนึ่งในโลกฟันดาบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย ยืนหนึ่งในโลกฟันดาบจากตำราดูแลกาย-ใจ

การยืนระยะในเส้นทางนักกีฬาระดับโลกมาเกือบ 3 ทศวรรษ ไม่ได้อาศัยเพียงพรสวรรค์หรือหัวใจนักสู้เท่านั้น แต่คือการเรียนรู้ร่างกายและจิตใจของตัวเองอย่างลึกซึ้งในทุกช่วงวัย

 

สำหรับ แวว-สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย ที่คว้าไปแล้ว 2 เหรียญทองในอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดย “ตำราลับ” ของเธอ คือการดูแลตัวเองให้สมดุล ทั้งร่างกาย จิตใจ และความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดลง

 

🤺 ร่างกาย: ยืดหยุ่นแต่เคร่งครัด

 

ราชินีแห่งวงการวีลแชร์ฟันดาบโลก เปิดใจกับ THE STANDARD SPORT อย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่ออายุมากขึ้น การดูแลร่างกายยิ่งยากด้วยเช่นกัน ตั้งแต่การจัดโปรแกรมฝึกซ้อม โภชนาการ ไปจนถึงการพักผ่อน ซึ่งทุกอย่างต้องสอดคล้องกันทั้งหมด

 

“เรื่องการฝึกซ้อม พี่จะยืดหยุ่นมากขึ้น ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ท่าไหนซ้อมแล้วบาดเจ็บ เราก็ต้องปรับ เปลี่ยนวิธี หรือหลีกเลี่ยงไปเลย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ มันคือการเรียนรู้จากประสบการณ์ ลองผิดลองถูก ทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ร่างกายยังไปต่อได้”

 

แม้จะมีปัญหารอบด้านเข้ามามากมายในแต่ละช่วงชีวิต แต่สิ่งที่เธอยึดถือคือการ “จัดการให้ได้” ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเวลา การพูดคุยทำความเข้าใจ หรือการทำทุกอย่างให้เป็นระบบ และทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ

 

“สิ่งสำคัญที่สุดคือระเบียบวินัย ซ้อมวันละ 6 ชั่วโมงก็จริง แต่ไม่ได้โฟกัสอย่างใดอย่างหนึ่งหนักเกินไป ต้องเข้าใจร่างกายตัวเอง บางอย่างอาจจะซ้อมน้อยลง แต่พยายามทำให้กระชับและมีคุณภาพ วิธีนี้พี่ใช้มาตลอด”

 

🤺 โภชนาการและการพักผ่อน: รายละเอียดเล็กๆ ที่มองข้ามไม่ได้

 

ในวัย 52 ปี แววต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย โดยเฉพาะภาวะวัยทอง ซึ่งส่งผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ

 

“อาหารการกินต้องใส่ใจมากขึ้น เพิ่มวิตามินบำรุง ลดแป้ง กินผักให้มากขึ้น เพราะถ้าน้ำหนักขึ้นแล้วมันลงยาก พี่ไม่กินอาหารไขมันเลย ต้องดูแลจริงจัง”

 

แม้แต่เรื่องความมั่นใจในตัวเอง เธอก็ไม่มองข้าม ตั้งแต่การดูแลผิวพรรณ ไปจนถึงการเสริมความรู้สึกที่ดีต่อตัวเอง เพราะทั้งหมดส่งผลต่อสภาพจิตใจโดยตรง

 

ส่วนเรื่องการพักผ่อนเธอบอกว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้น การนอนหลับไม่ง่ายเหมือนเดิม แววต้องพึ่งอาหารเสริมช่วยบ้าง แต่ยังพยายามรักษาการนอนให้ได้ราว 8 ชั่วโมงต่อวันให้มากที่สุด

 

“มันยากขึ้นจริง แต่กลับยิ่งทำให้พี่รู้สึกท้าทายตัวเองมากขึ้นทุกวัน” สายสุนีย์ จ๊ะนะ กล่าว

 

🤺 การฮีลตัวเองในวันที่ท้อและเหนื่อย

 

เส้นทางแชมป์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แววไม่ปิดบังว่าเธอเคยท้อ เคยเหนื่อย และเคยร้องไห้กับตัวเองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

 

“ช่วงแรกบางทีก็ต้องฮีลตัวเอง ร้องไห้คนเดียว แล้วบอกตัวเองว่า เราทำเพื่อคนอื่นมาตลอด ทั้งครอบครัว แต่สิ่งที่ทำเพื่อตัวเอง คือการสร้างต้นทุนไว้ใช้ในวันที่แก่เฒ่า”

 

นอกจากการอยู่กับตัวเองแล้ว เพื่อนร่วมทีมคืออีกพลังสำคัญ โดยเฉพาะเพื่อนที่ใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงแข่งขัน เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ได้ระบายทุกความรู้สึก

 

“เพื่อนสำคัญมาก เรานอนด้วยกัน ไปแข่งด้วยกัน อะไรที่อัดอั้นก็คุยกับเพื่อน ส่วนมากก็เป็นเพื่อนในห้องนี่แหละ”

 

🤺 แพสชั่นที่ไม่เคยจางหาย 30 ปีบนเส้นทางสายดาบ

 

เมื่อถูกถามว่าอะไรทำให้ยังอยู่ในสนาม แววตอบชัดเจนว่าเป็นเพราะ “ความรักในกีฬา” และความผูกพันที่สั่งสมมานานเกือบ 30 ปี

 

“พี่ยังรู้สึกว่ายังไปต่อได้ รักกีฬานี้ รักความเป็นนักกีฬา รักในสิ่งที่ทำแล้วมีคนรักเรา ถ้าวันหนึ่งต้องไปสนามแล้วไม่ได้เล่น ได้แค่มองคนอื่น พี่นึกภาพไม่ออกเลย คงโหยหามาก ยังไม่รู้เวลานั้นมันจะเป็นยังไง ยังไม่พร้อมที่จะไป ยังเล่นอยู่ได้ ร่างกายเราก็ได้อยู่”

 

อีกเหตุผลสำคัญคือการต่อสู้เพื่อครอบครัว แววคือเสาหลักที่ดูแลครอบครัวใหญ่ รวมถึงอนาคตของตัวเองในวันที่ไม่ได้อยู่ในสนามแล้ว

 

🤺 คติประจำใจ : ต้องทำได้

 

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ความเชื่อของแววไม่เคยเปลี่ยน ยังคงยึดมั่นว่า “ฉันเชื่อว่าเธอทำได้”

 

“ไม่ว่าจะทำอะไร พี่บอกตัวเองเสมอว่าฉันเชื่อว่าเธอทำได้ทุกครั้งที่ลงสนาม ทุกอย่างที่ผ่านมา เธอผ่านมาด้วยตัวเอง ทุกครั้งที่ไปแข่ง พี่จะพูดกับตัวเองแบบนี้ตั้งแต่วันแรก ซึ่งพี่ไม่เคยพลาดเหรียญเลย จะได้เหรียญอะไรก็ตามอย่างน้อยก็ทำได้ เป็นจุดเริ่มต้นการเล่นกีฬาตั้งแต่เริ่มต้น เป็นจุดหมายที่พี่ตั้งไว้ แล้วก็ทำได้จริงๆ ก็เลยเป็นคติประจำใจตัวเองตลอด”

 

คตินี้ทำให้เธอไม่เคยพลาดเหรียญรางวัลจากการแข่งขันใหญ่ และกลายเป็นหลักยึดในทุกแมตช์ของชีวิต

 

สายสุนีย์ จ๊ะนะ คว้าไปแล้ว 2 เหรียญทองในมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 และยังเหลืออีก 2 อีเวนต์ให้ลุ้นจากประเภททีมในวันนี้ ติดตามเชียร์และให้กำลังใจเธอเดินหน้าสู่ความสำเร็จอีกครั้ง เพราะสำหรับ ‘สายสุนีย์ จ๊ะนะ’ แล้ว ขีดจำกัดไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย แต่อยู่ที่ว่าเราอนุญาตให้ตัวเอง ‘เชื่อ’ ว่าทำได้หรือไม่เท่านั้นเอง

The post สายสุนีย์ จ๊ะนะ ตำราความสำเร็จ วิธีดูแลกาย-ใจ ที่พายืนหนึ่งในโลกฟันดาบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สูตรลับนักออกกำลัง? ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำ ก่อนออกกำลังกาย ช่วยอะไรได้บ้าง https://thestandard.co/honey-water-pre-workout-benefits/ Sat, 24 Jan 2026 03:33:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1168852 ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก

ในยุคที่สายฟิตเนสและคนรักสุขภาพมองหา ‘ตัวช่วยธรรมชาติ’ […]

The post สูตรลับนักออกกำลัง? ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำ ก่อนออกกำลังกาย ช่วยอะไรได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก

ในยุคที่สายฟิตเนสและคนรักสุขภาพมองหา ‘ตัวช่วยธรรมชาติ’ ก่อนออกกำลังกาย นอกจากกาแฟหรืออาหารเสริมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสูตรง่ายๆ ที่กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ “น้ำผึ้งผสมน้ำ”

 

แค่ส่วนผสมสองอย่าง แต่มีงานวิจัยชี้ว่าอาจช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ เพิ่มพลังระหว่างซ้อม และฟื้นฟูร่างกายได้ดีกว่าที่คิด

 

เรามาดูกันว่า การดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำก่อนออกกำลังกายช่วยอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร และควรดื่มอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

 

ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 1ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 2ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 3ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 4ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 5ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 6

 

อ้างอิง:

The post สูตรลับนักออกกำลัง? ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำ ก่อนออกกำลังกาย ช่วยอะไรได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ Longevity ด้วย “AminoScience” [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/health-trends-2026-longevity-aminoscience/ Fri, 16 Jan 2026 02:12:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1165517 เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL]

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity หรือการมีสุข […]

The post เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ Longevity ด้วย “AminoScience” [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL]

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity หรือการมีสุขภาพดีและชีวิตที่ยืนยาว ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว และไม่ใช่แค่การมีอายุยืน แต่คือการทำให้ช่วงเวลาที่เรา “หนุ่มสาวและแข็งแรง” นั้นยาวนานที่สุด (Extended Healthspan)

 

THE STANDARD LIFE จะพาทุกคนไปค้นหาคำตอบว่า อาหารการกิน เกี่ยวข้องกับ Longevity อย่างไร และทำไมคนรุ่นใหม่ รวมถึงทุกช่วงวัย ควรจะเริ่มออกแบบสุขภาพของตัวเองตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากการกินใกล้ตัว

 

Wellness Economy โตไว Longevity มาแรง

 

การที่บอกว่า “Longevity เป็นเพียงกระแส” อาจจะไม่ใช่เสียแล้ว เพราะ Longevity กำลังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล รายงานของ Market Research Future (MRFR) คาดว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมนี้ จะเติบโตขึ้น 2-3 เท่า ภายในปี 2035 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมมิติของ Wellness ในทุกด้าน ทั้งอาหาร การพักผ่อน และความสัมพันธ์

 

Global Wellness Institute เผยว่า ความตื่นตัวด้านสุขภาพและ Longevity ทั่วโลกผลักดันให้ Wellness Economy เติบโตต่อเนื่อง คาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 (จาก 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024) ส่วนตลาดสุขภาพและ Wellness ไทยก็เติบโตโดดเด่นถึงกว่า 1.263 แสนล้านบาท (40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ด้วยอัตราเติบโต 28.4% ต่อปี โดยมีเทรนด์ Longevity เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้คนไทยหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น

 

เทรนด์สุขภาพ 2026: คนเจนใหม่มองหาอะไรบ้าง?

 

ในปี 2026 เราไม่ได้คุยกันแค่เรื่องการไม่เจ็บป่วยอีกต่อไป กุญแจสำคัญคือการทำให้ความเยาว์วัยและแข็งแรงสุขภาพดีอยู่กับเราไปได้นานที่สุด เพื่อให้เราใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด ข้อมูลจาก IMD (International Institute for Management Development) และเทรนด์โลกชี้ว่าความหมายชีวิตในมิติสุขภาพที่ผู้คนค้นหา ควรครอบคลุมใน 3 ด้านนี้ เพื่อที่เราจะเป็น “วัยรุ่นที่แข็งแรงได้นานขึ้น” “มีอาชีพที่หลากหลายขึ้น” และ “ใช้ชีวิตที่มีความหมายได้ยาวนานขึ้น”

 

1. การเปลี่ยนผ่านจาก Lifespan สู่ Healthspan

 

ความหมายของการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ตลอดอายุขัย (Healthspan) ไม่ได้หมายถึงการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และตัวเองได้เท่านั้น การจะใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพและทำกิจกรรมที่ชอบได้ จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงและยืดหยุ่น ซึ่งมาจากความแข็งแรงภายใน

 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญกับสมรรถภาพภายในขั้นพื้นฐาน (Intrinsic capacity) เช่น การมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว ความจำ และความสามารถในการทำหน้าที่ในชีวิตประจำวัน (Functional ability) เช่น การดูแลตนเอง และการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน การเสริมสร้าง Healthspan จึงต้องมีความยั่งยืน เพื่อคงความแข็งแรง รักษาความอ่อนเยาว์ระดับเซลล์ สามารถฟื้นฟูกล้ามเนื้อ มีคุณภาพการนอนที่ดี และยกระดับสุขภาวะองค์รวม

 

2. สุขภาพคือ การลงทุนระยะยาว

 

การจะมี healthspan ต้อง “ลงทุนระยะยาว” ไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่สะสมความแข็งแรง แข็งแกร่ง ทั้งร่างกายและจิตใจ การจะทำให้ออกกำลังกายได้ต่อเนื่อง วิ่งเทรล หรือเข้ายิม ไม่ป่วยง่าย ก็ต้องพักผ่อนให้พอ โภชนาการถึง ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ต้องสะสม ต้องเริ่มทำวันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด เพราะต้องยืดระยะ “สมรรถภาพ” ต่าง ๆ ให้ได้นานที่สุด

 

3. ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี

 

คนที่มองหา Longevity ก็จะมองหาเทคโนโลยีอย่าง Biohacking หรือ การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อปรับเปลี่ยนและมอนิเตอร์ร่างกาย เช่น

 

  • Deep Health Screening ในการตรวจ DNA ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน และอายุทางชีวภาพเพื่อประเมินความเสื่อมของเซลล์
  • Wearable Technology อย่างอุปกรณ์ Smartwatch กลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกายที่ให้ข้อมูลละเอียด เช่น การนอนหลับ
  • Role Models หรือการมีบุคคลต้นแบบที่สนใจเอาชนะความแก่ชรา เช่น Bryan Johnson ผู้ทุ่มเทเพื่อลดอายุทางชีวภาพ

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 1

 

5 เรื่องช่วยเริ่มออกแบบ Longevity ได้ง่าย ๆ

 

การเริ่มต้นรักษาสมดุลร่างกาย เพื่อคงความแข็งแรงให้เซลล์สามารถซ่อมแซมส่วนสึกหรอ ฟื้นฟูได้เร็ว ให้มี Healthspan ที่ยั่งยืน เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จาก 5 ข้อ ดังนี้

 

1. เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

 

อายุที่ยืนยาวมาจากการขยับร่างกายทุกวัน งานวิจัยต่างประเทศชี้ตรงกันว่า การขยับร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การยืดเหยียด วันละ 20-30 นาที ช่วยชะลอการเสื่อมของร่างกาย ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ในระยะยาว

 

2. นอนหลับให้มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่นานพอ

 

การนอน 7-9 ชั่วโมงเป็นเวลาสำคัญในการซ่อมแซมเซลล์ สมอง และระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยชี้ว่าการนอนสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และสมองเสื่อม

 

3. ดูแลจิตใจและความสัมพันธ์ทางสังคม

 

อายุยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับร่างกายเท่านั้น แต่สุขภาพใจก็สำคัญ งานวิจัยชี้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อน หรือครอบครัว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ การพูดคุย หัวเราะ และรู้สึกมีคุณค่า คือปัจจัย Longevity ที่มักถูกมองข้าม

 

4. ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่บั่นทอนสุขภาพระยะยาว

 

การไม่สูบบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ ลดน้ำตาล และจัดการความเครียด คือ ทางลัดสู่ Longevity เพราะเป็นการตัดตัวเร่งความเสื่อมของเซลล์ ซึ่งหลายประเทศยืนยันว่าช่วยยืดช่วงชีวิตที่แข็งแรงได้หลายปี

 

5. โภชนาการที่ดี เริ่มจากการกินให้สมดุลและสม่ำเสมอ

 

การกินเป็นวิธีสร้าง Longevity ที่ง่ายที่สุด งานวิจัยระบุว่า กรดอะมิโนครบถ้วนและการควบคุมรสชาติอาหารช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีในระยะยาว อาหารที่ดีจึงเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตยืนยาว ร่างกายใช้ “กรดอะมิโน” (หน่วยย่อยของโปรตีน) ในการสร้าง ซ่อมแซม และฟื้นฟูร่างกายในระดับลึก เมื่ออายุ 45 ปีขึ้นไป ความสามารถในการซ่อมแซมจะลดลง หากขาดสารอาหารที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ความอ่อนล้า ฟื้นตัวช้า และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ทำให้คุณภาพชีวิตและพลังงานลดลง

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 2

 

ทดลองมีชีวิตยืนยาวแบบคนญี่ปุ่นด้วย Japanese Longevity

 

คนญี่ปุ่นมีชื่อเสียงด้านอายุยืนยาวจากวิถีชีวิตที่สมดุลและใส่ใจสุขภาพ เช่น หลักการกินแบบมีสติอย่าง Hara Hachi Bu ที่ให้หยุดกินเมื่ออิ่มประมาณ 80% เพื่อควบคุมพลังงานและกระบวนการเผาผลาญพลังงาน นอกจากนี้ อาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น ผัก ปลา ถั่วเหลือง และชา ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและส่งเสริมอายุยืนยาว

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 3

 

อีกด้านของวิถีชีวิตแบบ Japanese longevity คือการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน มี “เหตุผลในการมีชีวิตอยู่” หรือ อิคิไก (Ikigai) และเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันแทนการออกกำลังกายหนัก ทำให้ชีวิตทั้งกายและใจสุขภาพดีแม้ในวัยสูงอายุ ทั้งหมดนี้สะท้อน “วัฒนธรรมและค่านิยมชีวิต” ที่ผสานการดูแลร่างกาย จิตใจ และสังคม ส่งผลต่ออายุขัยเฉลี่ยที่สูงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

“AminoScience” ศาสตร์ที่เชื่อมอาหารเข้ากับคุณภาพชีวิต

 

“กรดอะมิโน” คือหน่วยย่อยโปรตีนที่สำคัญต่อสุขภาพอย่างยิ่ง จึงทำให้อายิโนะโมะโต๊ะศึกษาเรื่องราวดังกล่าว จนเกิดเป็น “AminoScience” ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัท ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยกรดอะมิโนในหลากหลายมิติที่เชื่อมโยงกับ Longevity ทั้งการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อและระบบภายในที่เสื่อมถอยตามวัย รักษาสมดุลร่างกาย ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของสมอง และที่สำคัญยังนำมาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์อาหารที่เรากินอยู่ในทุก ๆ วัน

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 4

 

จาก “AminoScience” สู่อาหารเพื่อนักกีฬา

 

ก่อนหน้านี้เราได้กล่าวถึง “AminoScience” ที่ช่วยเสริมสร้าง Longevity ให้คนทั่วไป แต่ “AminoScience” ก็สามารถขยายไปสู่โลกกีฬาได้เช่นกัน เพราะนักกีฬาต้องการโภชนาการและการฟื้นฟูที่แม่นยำ การนำ“AminoScience” มาสนับสนุนนักกีฬาจึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าแนวคิด “กินดี มีสุข” สร้างผลลัพธ์ด้านสมรรถนะร่างกายได้จริง ผ่านโครงการ “Thailand Victory Project” ในช่วงซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย

 

จาก “AminoScience” สู่อาหารเพื่อนักกีฬา

 

Ajinomoto Victory Canteen คือศูนย์โภชนาการหลักทัพนักกีฬาไทยที่นำ “AminoScience” มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบเมนู “มื้ออาหารแห่งชัยชนะ” หรือ “Winning Meals” อย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลนักกีฬาไทยในการแข่งขันซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัว การรักษาสมดุลร่างกาย ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังการแข่งขัน

 

นอกจากนักกีฬาจะได้รับอาหารเหมาะสมแล้วยังได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโภชนาการสำหรับนักกีฬาที่นำไปใช้ต่อในชีวิตจริง กล่าวได้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลรวม 499 เหรียญ ครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025 (233 เหรียญ) นอกจากความพยายามฝึกฝนอย่างเข้มงวดของตัวนักกีฬาแล้ว โภชนาการและการกินที่ดีก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มสมรรถภาพให้พร้อมลงสนามและคว้าชัยยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 6

 

เปลี่ยนการกินให้เป็นการสร้าง Healthspan อย่างยั่งยืน

 

เทรนด์ทั้งหมดที่กล่าวไปของ Longevity จะเห็นได้ตรงกันในข้อหนึ่งว่า การสร้าง Longevity สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกจังหวะชีวิตของเรา

 

ความท้าทายของ Longevity จึงไม่ใช่การรอให้เทคโนโลยีในอนาคตมาช่วยเรา แต่คือการตัดสินใจ “ลงทุน” กับสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ผ่านการใช้ชีวิตอย่างมีวินัยและการเลือกโภชนาการที่ชาญฉลาด

 

“AminoScience” ความเชี่ยวชาญของอายิโนะโมะโต๊ะ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่นวัตกรรมอาหาร แต่คือเครื่องมือสำคัญในการ Biohack ร่างกายให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาที่ต้องการชัยชนะ วัยทำงานที่ต้องการรักษา Performance หรือผู้ใหญ่ที่อยากใช้ชีวิตอย่างอิสระ ทุกคำที่กินเข้าไปคือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการวางรากฐานชีวิตและสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับตัวคุณในอนาคต

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ อายิโนะโมะโต๊ะ ไม่หยุดคิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้าน “AminoScience” เพื่อรองรับความต้องการนี้

 

  • aminoVITAL® เจลพลังงานสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างพลังให้กับกล้ามเนื้อเพื่อชีวิตประจำวันที่แอ็กทีฟ ด้วยกรดอะมิโนสำหรับการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
  • AminoNite สร้างผ่อนคลายให้กับการนอน ลดการตื่นกลางดึก เพื่อการนอนที่มีคุณภาพ

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 7

 

  • AminoMOF ใช้ดูแลกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวระยะยาว โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป เพื่อคงมวลกล้ามเนื้อให้ร่างกายใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ สอดคล้องกับแนวคิด Longevity
  • AminoBea’u คอลลาเจนที่ออกแบบมาให้ทานง่าย ดูแลตัวเองได้สม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เหมาะกับคนที่อยากเริ่มดูแลสุขภาพจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 8

 

รวมถึงไลฟ์สไตล์ในการปรุงอาหารเอง ก็ได้สอดแทรกกรดอะมิโนลงไปในเครื่องปรุงรส อย่างกลูตามิก มีประโยชน์สำคัญคือช่วยกระตุ้นตัวรับรส สร้างรสชาติอร่อย กลมกล่อมให้อาหาร ในผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่เสริมด้วย “AminoScience” ไม่ว่าจะเป็น ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะที่ผลิตจากธรรมชาติ เครื่องปรุงรส รสดี และทาคูมิ อายิ ซอสปรุงรสจากถั่วเหลืองหมักธรรมชาติ

 

“กินดี มีสุข” สร้าง Longevity ในวันนี้ได้เพียงการกิน

 

“กรดอะมิโน” เป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต ซึ่งความเชี่ยวชาญด้าน “AminoScience” ของอายิโนะโมะโต๊ะ ได้นำมาต่อยอดเพื่อสนับสนุนสุขภาวะที่ดีและการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

 

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า การมีชีวิตที่ยืนยาวแบบ Longevity นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้จัก “เลือก” รับประทานสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในแต่ละช่วงเวลาและรูปแบบการใช้ชีวิต ซึ่งอายิโนะโมะโต๊ะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติ เพื่อสร้าง “การกินดี มีสุข” และมอบสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทย

 

เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ **Longevity** ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ **Longevity** ด้วย **“AminoScience”** [ADVERTORIAL] 9

 

อ้างอิง:

The post เจาะลึกเทรนด์สุขภาพปี 2026 เมื่อ Longevity ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการลงทุนระยะยาว พร้อมกุญแจสู่ Longevity ด้วย “AminoScience” [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หมอแอมป์’ ชี้ทางรอด 30 บาทรักษาทุกโรค รัฐต้องปฏิรูปนโยบายสุขภาพ ให้รางวัลคนไม่ป่วย หนุนเศรษฐกิจไทย https://thestandard.co/dr-amp-30-baht-reform/ Thu, 08 Jan 2026 08:29:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1162809 ‘หมอแอมป์’ ชี้ทางรอด 30 บาทรักษาทุกโรค รัฐต้องปฏิรูปนโยบายสุขภาพ ให้รางวัลคนไม่ป่วย หนุน เศรษฐกิจไทย

ปี 2026 ถูกมองว่าจะเป็นปีที่อุตสาหกรรม Wellness ของโลกเ […]

The post ‘หมอแอมป์’ ชี้ทางรอด 30 บาทรักษาทุกโรค รัฐต้องปฏิรูปนโยบายสุขภาพ ให้รางวัลคนไม่ป่วย หนุนเศรษฐกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หมอแอมป์’ ชี้ทางรอด 30 บาทรักษาทุกโรค รัฐต้องปฏิรูปนโยบายสุขภาพ ให้รางวัลคนไม่ป่วย หนุน เศรษฐกิจไทย

ปี 2026 ถูกมองว่าจะเป็นปีที่อุตสาหกรรม Wellness ของโลกเข้าสู่ช่วงเฟื่องฟูสูงสุด สะท้อนจากมูลค่าเศรษฐกิจ Wellness โลกที่คาดว่าจะอยู่ที่ 7.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 ก่อนขยับเข้าใกล้ระดับ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2029 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกโดยรวม และทำให้สัดส่วนของ Wellness ต่อ GDP โลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

เช่นเดียวกับอุตสาหกรรม Wellness Real Estate ก็มีแนวโน้มสดใสไม่แพ้กัน โดยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 15.2% ต่อปีในช่วงปี 2024–2029 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในทุกเซกเตอร์ของอุตสาหกรรม Wellness สะท้อนว่าคุณภาพสุขภาพกำลังก้าวขึ้นเป็นปัจจัยสร้างมูลค่าใหม่ของบ้าน, อาคาร, โรงแรม และออฟฟิศ ตั้งแต่คุณภาพอากาศ, แสง ,เสียง, พื้นที่สีเขียวไปจนถึงการออกแบบที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

 

รวมถึง Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 1,077 ล้านดอลลาร์ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 8.3% ของการท่องเที่ยวทั้งหมด และคิดเป็น 17 6% ของการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวรวม

 

หมอแอมป์ – นพ. ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ BDMS Wellness Resort ฉายมุมมองว่า ภาพทั้งหมดชี้ชัดว่าโลกกำลังยกระดับสุขภาพ ให้กลายเป็น asset class ใหม่ โดยประเทศที่สามารถพัฒนาระบบสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างเป็นระบบ จะได้เปรียบทั้งในด้านผลิตภาพแรงงาน การควบคุมงบประมาณด้านสาธารณสุข และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

 

ในส่วนของประเทศไทย ตลาด Wellness เติบโตอย่างต่อเนื่องหลังใช้เวลาบ่มเพาะและพัฒนามานานกว่า 20 ปี โดยหมอแอมป์อธิบายว่า ในช่วง 10 ปีแรก การเติบโตยังเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

 

ขณะที่องค์ความรู้และกำลังซื้อยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ แต่ในช่วง 10 ปีหลัง โดยเฉพาะภายหลังโควิดระบาด ผู้คนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ตลาด Wellness เติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่เฉพาะในไทย แต่ขยายตัวในระดับโลก

 

สอดคล้องกับภาพรวมธุรกิจ Wellness ในเครือ BDMS ในปีที่ผ่านมาเติบโตในระดับเลขสองหลัก และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยพึ่งพารายได้จากการรักษาผู้ป่วยเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเริ่มสร้างรายได้จากการดูแลคนไม่ให้ป่วยได้มากขึ้น โดยฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง

 

หมอแอมป์มองว่า จากนี้ไป Wellness จะไม่ใช่เพียงเทรนด์ด้านสุขภาพ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากสงคราม, ความขัดแย้ง และภัยพิบัติ

 

ขณะเดียวกันประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ประชาชนจำนวนมากมีโรคประจำตัว ทำให้ต้นทุนการรักษาในระบบสาธารณสุขเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันคนไทยมีอายุเฉลี่ยราว 77 ปี แต่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรคเรื้อรังก่อนเสียชีวิตยาวนานถึงประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นภาระทั้งต่อบุคคล ครอบครัว และระบบเศรษฐกิจโดยรวม

 

ด้วยเหตุนี้ จึงเสนอให้ภาครัฐใช้นโยบายเชิงจูงใจ อาทิ สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือแรงจูงใจด้านประกัน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและองค์กรลงทุนกับการป้องกันโรค การออกกำลังกาย โภชนาการ และสุขภาพจิต แทนการรอรักษาเมื่อเกิดการเจ็บป่วย โดยเป้าหมายสูงสุดของ Wellness ไม่ใช่เพียงการมีอายุยืนยาว แต่ต้องแก่ช้า เจ็บน้อย และจากไปอย่างสงบ

 

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลชุดใหม่ควรเร่งผลักดันนโยบายด้าน Wellness อย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากการลงทุนในสิ่งที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด นั่นคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และลู่วิ่ง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังมีสัดส่วนต่ำกว่าหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างจริงจัง ถึงขั้นผลักดันแนวคิด หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งฟิตเนส ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของไทยยังถือว่าขาดแคลนอยู่มาก

 

นอกจากนี้ นโยบายเชิงโครงสร้างควรเริ่มตั้งแต่ระดับอาคารและเมือง เช่น การออกแบบอาคารให้มองเห็นบันไดก่อนลิฟต์หรือบันไดเลื่อน เพื่อกระตุ้นให้คนขยับร่างกายมากขึ้น ควบคู่กับมาตรการจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษี การมอบรางวัล หรือการสร้างระบบอินเซนทีฟให้กับองค์กรและบุคคลที่ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เพราะเมื่อเกิดแรงจูงใจ

 

วงจรดังกล่าวนี้จะย้อนกลับมาสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรม Wellness และอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพในระยะยาว โดยภาคเอกชนเองก็ต้องมีบทบาทร่วมขับเคลื่อน เนื่องจากสุขภาพของประชาชนคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ

 

ส่วนนโยบายสาธารณสุขเสนอให้ภาครัฐปรับมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่การให้รางวัลกับคนที่ไม่ป่วย โดยมองว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ควรเสริมด้วยมาตรการเชิงป้องกัน เช่น การจัดสรรงบประมาณหรือสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนที่ดูแลสุขภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า กระแสสื่อและภาพยนตร์มีส่วนช่วยดึงดูดผู้ป่วยและผู้ใช้บริการด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้การลงทุนในธุรกิจ Wellness จะเป็นการลงทุนระยะยาวที่อาจเห็นผลกำไรในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยปัจจุบันอุตสาหกรรม Wellness ขยายตัวในระดับเลขสองหลัก สวนทางกับธุรกิจโรงพยาบาลที่เติบโตเพียงเลขหลักเดียว

 

ก่อนทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของอุตสาหกรรม Wellness ไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นผลจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคลากรในระบบสุขภาพ แม้ที่ผ่านมาไทยเคยเป็นประเทศแนวหน้าด้าน Wellness แต่การแข่งขันในปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศในเอเชียและยุโรป หากประเทศไทยไม่วางแผนและร่วมมือกันอย่างจริงจัง โอกาสในการแข่งขันบนเวทีโลกอาจหลุดมือไป

 

ภาพ : Duangjit Niljinda/shutterstock

The post ‘หมอแอมป์’ ชี้ทางรอด 30 บาทรักษาทุกโรค รัฐต้องปฏิรูปนโยบายสุขภาพ ให้รางวัลคนไม่ป่วย หนุนเศรษฐกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์ https://thestandard.co/thai-sang-thai-childcare-coupons/ Wed, 07 Jan 2026 03:26:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1162078 ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์

วันนี้ (7 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้า […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์

วันนี้ (7 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวเปิดนโยบายดูแลคนไทยให้หายเหนื่อย โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาปัจจุบันที่คนไทยมีลูกน้อยลงอย่างน่าใจหาย โดยเด็กเกิดใหม่เหลือเพียง 460,000 คนต่อปี เนื่องจากพ่อแม่มีความกังวลใจต่อค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู ซึ่งการที่เด็กเกิดใหม่น้อยลงนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคตอันใกล้ ทำให้ GDP อาจเติบโตได้ไม่เกิน 2% เพราะจำนวนคนวัยทำงานและกำลังซื้อลดลงมาก ขณะที่ครอบครัวที่มีลูกอยู่แล้วส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจนรายได้ไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อการดูแลด้านโภชนาการและการพัฒนาสมองของเด็กไทย

 

พรรคไทยสร้างไทยจึงประกาศนโยบายทำให้คนไทยหายเหนื่อยและหมดกังวลกับการมีลูก ด้วยการออกคูปองเลี้ยงลูกเดือนละ 2,000 บาท ให้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงลูกอายุ 6 ขวบ เนื่องจากช่วงอายุนี้เป็นโอกาสทองที่จะพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กได้ดีที่สุด โดยคูปองดังกล่าวจะใช้แลกเป็นนม วิตามิน และสิ่งจำเป็นในการดูแลลูกตามคำแนะนำของแพทย์ในโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็กไทยได้รับการดูแลให้อิ่มท้องสมองดี ลดภาระของพ่อแม่ และถือเป็นการลงทุนสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างชาติ พร้อมทั้งช่วยจูงใจให้คู่สมรสตัดสินใจมีบุตรเพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

 

สำหรับคำถามถึงความเป็นไปได้และที่มาของงบประมาณหลักหมื่นล้านบาทต่อปีนั้น พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่าคุ้มค่าและทำได้จริงหากบริหารจัดการอย่างโปร่งใสโดยไม่โกง และตัดงบประมาณส่วนที่ฟุ่มเฟือยออก ก็จะมีเงินเหลือมาลงทุนสร้างอนาคตของเด็กไทยได้อย่างสบาย พร้อมเปรียบเทียบว่าขนาดงบประมาณโมโตจีพี 4,000 ล้านบาทยังจัดสรรให้ได้ แล้วทำไมจะลงทุนเพื่อสร้างอนาคตของชาติไม่ได้ พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้พ่อแม่มั่นใจในประสบการณ์การบริหารงานที่สำเร็จมาแล้วว่าจะช่วยให้หายเหนื่อยกับภาระการเลี้ยงลูกได้อย่างแน่นอน

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เผยผลตรวจสุขภาพ พบคนเมือง ‘ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง’ ทะลุแสน ชี้วัยรุ่นเสี่ยงซึมเศร้าสูงสุด https://thestandard.co/bangkok-high-pressure-cholesterol-youth-depression/ Thu, 04 Dec 2025 05:35:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1151278 กทม. เผย ผลตรวจสุขภาพ พบ คนเมือง ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง ทะลุ แสน ชี้ วัยรุ่น เสี่ยง ซึมเศร้า สูงสุด

วันนี้ (4 ธันวาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]

The post กทม. เผยผลตรวจสุขภาพ พบคนเมือง ‘ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง’ ทะลุแสน ชี้วัยรุ่นเสี่ยงซึมเศร้าสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เผย ผลตรวจสุขภาพ พบ คนเมือง ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง ทะลุ แสน ชี้ วัยรุ่น เสี่ยง ซึมเศร้า สูงสุด

วันนี้ (4 ธันวาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 12/2568 โดยมี ณรงค์ เรืองศรี ปลัด กทม. และผู้บริหาร กทม. ร่วมประชุม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร

 

สำนักการแพทย์ได้รายงานผลการดำเนินโครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน และกิจกรรมวิ่งล้อมเมือง ดังนี้

 

โครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน ที่ดำเนินการมาเกือบ 2 ปี มีประชาชนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพรวมแล้วทั้งสิ้น 886,709 ราย (ข้อมูล ณ 30 พฤศจิกายน 2568) โดยให้บริการตรวจสุขภาพที่ได้มากกว่าการคัดกรองความเสี่ยง อาทิ ตรวจโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ตรวจวัดระดับไขมันในเลือด ตรวจการทำงานของไต จากการเจาะเลือด ตรวจโรคหัวใจ เอ็กซเรย์ปอด ประเมินความเครียด ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

 

จากผลการตรวจสุขภาพพบว่าปัญหาสุขภาพหลักของคนเมือง คือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 3 อันดับแรก คือ โรคไขมันในเลือดสูง 184,256 คน น้ำตาลในเลือดสูง 52,379 คน โรคความดันโลหิตสูง 242,785 คน

 

นอกจากนี้ พบแนวโน้มที่น่ากังวลด้านสุขภาพ โดยเฉพาะประชาชนที่มีภาวะน้ำหนักเกินถึง 476,581 คน และมีความเสี่ยงโรคซึมเศร้า 84,132 คน และปัญหาเกี่ยวกับระดับความเครียด จากการจำแนกตามช่วงวัย พบว่า วัยรุ่น/วัยเริ่มต้นทำงาน (15-34 ปี) เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูงสุด

 

กทม. จึงต้องดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับปัญหาที่พบ โดยนโยบายสุขภาพจิต ได้มีการขยายช่องทางการให้คำปรึกษาสำหรับกลุ่มเยาวชน ขณะเดียวกันจะเน้นส่งเสริม การปรับพฤติกรรม ด้านโภชนาการและการออกกำลังกายในวัยกลางคนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงและภาวะน้ำหนักเกิน และใช้หน่วยบริการปฐมภูมิ เป็นกลไกหลักในการคัดกรองและจัดการโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง

 

ด้านกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ‘วิ่งล้อมเมือง’ ซึ่งจัดขึ้นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยจัดไปแล้ว 27 ครั้ง ใน 36 เขต ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม-15 พฤศจิกายน 68 มีประชาชนร่วมวิ่งรวม 51,264 คน

 

“กิจกรรมวิ่งล้อมเมืองถือเป็นกิจกรรมที่ดี แต่ขอให้อย่าไปรบกวนภาคเอกชนหรือให้ต้องสนับสนุนในรูปแบบใด ๆ ควรเกิดขึ้นด้วยใจ เพราะการวิ่งมีเพียงแค่รองเท้า 1 คู่ และชุดที่พร้อมก็สามารถวิ่งได้” ชัชชาติกล่าว

 

ด้าน ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวย้ำว่า หลังดำเนินโครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคนแล้ว ต้องเอาผลมาวางแผนในการวางระบบสาธารณสุข ในโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งติดตามและวิเคราะห์ว่าเราควรจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

The post กทม. เผยผลตรวจสุขภาพ พบคนเมือง ‘ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง’ ทะลุแสน ชี้วัยรุ่นเสี่ยงซึมเศร้าสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Player Profile : ชัชชุอร โมกศรี ศาสตร์แห่งชัยชนะ โภชนาการ วินัย และมายด์เซตของนักกีฬา https://thestandard.co/player-profile-bumbim-chatchu-on-moksri/ Sun, 16 Nov 2025 09:00:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1143932 ชัชชุอร โมกศรี ศาสตร์แห่งชัยชนะ โภชนาการ วินัย และมายด์เซตของนักกีฬา

ความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการฝึกซ้อ […]

The post Player Profile : ชัชชุอร โมกศรี ศาสตร์แห่งชัยชนะ โภชนาการ วินัย และมายด์เซตของนักกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชุอร โมกศรี ศาสตร์แห่งชัยชนะ โภชนาการ วินัย และมายด์เซตของนักกีฬา

ความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการฝึกซ้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกหลายอย่าง อาทิ โภชนาการ ทัศนคติ การพักผ่อน หรือจิตใจ ฯ ทั้งหมดล้วนแต่คือส่วนผสมที่ทำให้เกิดชัยชนะ

 

THE STANDARD SPORT มีโอกาสได้พูดคุยกับ บุ๋มบิ๋ม-ชัชชุอร โมกศรี นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จในมหกรรมกีฬาซีเกมส์มาแล้ว 5 สมัย ถึงเคล็ดลับและเบื้องหลังการทำงานอย่างหนักในหลายๆ ด้าน ได้ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาระดับแถวหน้าของวงการวอลเลย์บอลไทย

 

กินอิ่ม นอนหลับ ฝึกซ้อม ผ่อนคลาย

 

“กินให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วก็ฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง” บุ๋มบิ๋ม ชี้ให้เห็นถึง 3 ปัจจัยสำคัญของการเป็นนักกีฬาอาชีพ

 

โภชนาการคือจุดเริ่มต้นเปรียบดั่งขั้นตอนแรก ถ้าหากผิดพลาดไปจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพของนักกีฬา ทั้งตอนฝึกซ้อมและในสนามแข่งขัน สิ่งสำคัญลำดับแรก ต้องเลือกทานอาหารให้เหมาะตนเอง เพราะร่างกายของแต่ละคนต้องการสารอาหารและพลังงานที่แตกต่างกัน

 

บุ๋มบิ๋ม บอกว่า “หนูเป็นคนตัวผอม จะเน้นเสริมพวกคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เยอะๆ เน้นความยืดหยุ่นเป็นหลัก ซึ่งแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แต่ต้องไม่กดดันตัวเองจนเกินไป หนูจะมีชีตเดย์ให้ตัวเองบ้าง จะไม่มีกำหนดว่าต้องกินในปริมาณเท่าไหร่ แต่จะกินยังไงก็ได้ให้เรารู้สึกดีมากที่สุดเลยค่ะ”

 

การพักผ่อนคือขั้นตอนการฟื้นฟูและซ่อมแซมร่างกายสำคัญที่สุด นอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายกลับมามีพละกำลังเพื่อใช้สำหรับการฝึกซ้อมในวันต่อไปแล้ว การพักผ่อนที่เพียงพอ ยังช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยเช่นกัน

 

บุ๋มบิ๋ม เล่าว่า “วันหยุดหนูจะไม่ค่อยได้ทำอะไรค่ะ ส่วนมากไม่ค่อยมีเวลาว่าง ถ้ามีโอกาสจะอยู่ห้องเพื่อใช้เวลาพักผ่อน ค่อนข้างที่จะนอนอย่างเดียว”

 

นอกจากปัจจัยทางวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้ว เธอบอกอีกว่าความมีวินัยและรับผิดชอบต่อการฝึกซ้อมอย่างเคร่งครัด เป็นคุณสมบัติสำคัญของการเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยเฉพาะกับกีฬาประเภททีม ซึ่งที่ผ่านมามีนักกีฬาระดับโลกแสดงให้เห็นแล้วว่าผลลัพธ์ของการขาดวินัยนั้นเป็นอย่างไร

 

“กีฬาวอลเลย์บอลมันเป็นกีฬาประเภททีม ถ้าเรารักษาวินัยในตัวเองไม่ได้ มันส่งผลต่อกับทีมแน่นอน”

 

เมื่อขั้นตอนเตรียมความพร้อมด้านร่างกายเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากนี้จะเป็นกระบวนฝึกความแข็งแกร่งทางด้านทัศนคติและจิตใจ โดยเคล็ดลับของมือตบหัวเสาวัย 26 ปี คือการทำจิตใจให้สบาย อยู่บนความพอดี ไม่คาดหวังหรือโฟกัสกับชัยชนะมากจนเกินไป

 

“ก่อนลงสนามเราต้องทำจิตใจให้สบาย เมื่อร่างกายเราพร้อมแล้ว ก็เหลือแต่ความคิดตัวเองนี่แหละ”

 

“เรามีข้อมูลของคู่แข่งอยู่ในหัวอยู่แล้ว เหลือแค่จัดการกับตัวเองก็คือทำจิตใจให้สบาย ไม่ต้องไปคิดถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า เพราะถ้าเราคิดเยอะเกินไปมันก็ส่งผลเสีย บางครั้งมันทำให้เรากดดันตัวเองมากไปเหมือนกัน ซึ่งหนูมองว่าเราควรทำอะไรให้มันสบายๆ อยู่ในเกณฑ์ที่พอดี อะไรที่มันเยอะเกินไป ไม่ว่าจะคิดเยอะหรือตั้งใจมากเกินไป อยากจะชนะมากเกินไปมันก็ส่งผลเสียกับเรามากๆ เหมือนกัน”

 

“หรืออย่างในเกมระหว่างแข่ง เมื่อต้องเจอความกดดัน สิ่งที่เราทำได้ง่ายที่สุด ณ ตอนนั้นก็คือการหายใจ เพราะถ้าเราเกร็งมากจนหายใจไม่ได้ มันมีโอกาสทำให้เราสติแตก ซึ่งเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อ อาจเป็นตะคริวได้ด้วย ซึ่งการหายใจเข้าออกลึกจะทำให้ผ่อนคลายขึ้นและมีสมาธิเพิ่มขึ้น”

 

ส่วนเป้าหมายในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ บุ๋มบิ๋ม บอกว่าต้องเหรียญทองเท่านั้น

 

“เราต้องแชมป์แน่นอนค่ะเพราะว่าซีเกมส์ครั้งนี้ได้แข่งในบ้านเราด้วย อีกอย่างไม่ใช่เพื่อชนะอย่างเดียว มันเหมือนเป็นการรักษาแชมป์ด้วย แอบรู้สึกกดดันเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าอะไรที่มันมากเกินไปมันก็ส่งผลเสียให้เราเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องฝึกซ้อมให้ดีแล้วก็ทำจิตใจให้สบาย” บุ๋มบิ๋ม ทิ้งท้าย

 

เวียดนามคู่ปรับตลอดกาล

 

ชัชชุอร โมกศรี ลงแข่งขันซีเกมส์มาแล้ว 5 สมัย (2015-2023) ยังคงเป็นหนึ่งในขุมกำลังของทีมตบลูกยางสาวไทยในซีเกมส์อีกครั้ง โดยทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ดีกรีแชมป์ซีเกมส์ 16 สมัย และเป็นแชมป์ 14 ครั้งหลังสุด หนนี้เส้นทางรอบแรกอยู่กลุ่มเอร่วมกับ ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ส่วนคู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงเหรียญทองยังคงเป็นเวียดนามคู่ปรับตลอดกาล

 

วอลเลย์บอลหญิงเวียดนามยังไม่เคยคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาก่อน ผลงานดีสุดคือการได้เหรียญเงิน 11 สมัย ซึ่งเกิดขึ้นในซีเกมส์ 12 ครั้งล่าสุด โดยทั้ง 11 ครั้งที่เวียดนามผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ ลงเอยด้วยการพ่ายแพ้ต่อทีมสาวไทยทั้งหมด

 

ขณะที่ขุมกำลังของทีมตบลูกยางสาวเวียดนามในซีเกมส์ครั้งนี้ จะนำทีมโดย 2 มือตบที่โลดแล่นเล่นอยู่ในเอสวี ลีกวอลเลย์บอลลีกอาชีพสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “4ที” Tran Thi Thanh Thuy หัวเสากัปตันจากสโมสร Gunma Green Wings และ Tran Thi Bich Thuy บอลเร็วตัวเก่งของทีม Okayama Seagulls

 

อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงไม่มีชื่อ Nguyen Thi Bich Tuyen บีหลังตัวเก่งของทีมต่อเนื่องเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ 2 ต่อจากศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมือตบรายนี้เป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมเอาชนะสาวไทย และคว้าแชมป์ ซี วี.ลีก สนาม 2 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

ส่วนผลงานของเวียดนามตลอดปี 2025 นอกจากความสำเร็จที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว พวกเธอยังได้แชมป์ AVC Nations Cup 2025 ที่ประเทศเวียดนาม รวมถึงยังมีโอกาสลงเล่นในศึกชิงแชมป์โลก 2025 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย

 

วอลเลย์บอลแข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง

 

วอลเลย์บอลในมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ชิงชัย 4 เหรียญทอง แบ่งเป็นวอลเลย์บอลในร่ม 2 เหรียญทอง แข่งที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก และวอลเลย์บอลชายหาด 2 เหรียญทอง แข่งที่สนามวอลเลย์บอลชายหาด ศูนย์กีฬาหัวหมาก แข่งขันระหว่างวันที่ 10-19 ธันวาคม

 

สำหรับรายชื่อทีมวอลเลย์บอลในร่มทีมหญิงไทย ได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาชุดเตรียมทีมซีเกมส์จำนวน 28 คน ประกอบด้วย ชัชชุอร โมกศรี, อัจฉราพร คงยศ, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, ธนัชชา สุขสด, ทัดดาว นึกแจ้ง, ดลพร สินโพธิ์, หัตถยา บำรุงสุข, วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์, พรพรรณ เกิดปราชญ์, ณัฎฐณิชา ใจแสน, ปิยะนุช แป้นน้อย, จิดาภา นาหัวหนอง, กัตติกา แก้วพิน, ณัฐธิมา กุบแก้ว, วิรัลยุพา อินทร์จันทร์, วารุณี การรัมย์, กัญญารัตน์ ขุนเมือง, วริศรา ศรีทาเลิศ, นุชนาถ หอมพิทักษ์, กาญจนา สีใสแก้ว, กนกพร แสงทอง, ณิชากร วันศุกร์, กัลยรัตน์ คำวงษ์, สุภาวดี พันวิไล, ณัฐวรรณ ผาดไธสง, ศศิธร เจตตะ, ณัฐริกา วะสาร และ ณัฐณิชา แซ่เล้า

 

ขณะที่ผลงานของทีมวอลเลย์บอลไทยในซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่ประเทศกัมพูชา ทำได้ 2 เหรียญทอง จากวอลเลย์บอลในร่มทีมหญิงและวอลเลย์บอลชายหาดทีมหญิง ส่วนเป้าหมายในซีเกมส์ครั้งนี้สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2 เหรียญทองจาก 2 อีเวนต์ที่พวกเขาเป็นแชมป์เก่า

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าภาพไปด้วยกัน ด้วยการติด Hashtag #เชียร์ไทยในบ้านเรา #SEAGAMES2025 #ซีเกมส์

The post Player Profile : ชัชชุอร โมกศรี ศาสตร์แห่งชัยชนะ โภชนาการ วินัย และมายด์เซตของนักกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Longevity is Key สูตรยืนระยะของยอดนักกีฬาชายระดับโลก https://thestandard.co/longevity-is-key-male-athletes/ Sun, 13 Jul 2025 05:00:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1095800

ในโลกกีฬาระดับสูง ‘ความเก่ง’ อาจพาไปสู่จุดสูงสุดได้ครั้ […]

The post Longevity is Key สูตรยืนระยะของยอดนักกีฬาชายระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในโลกกีฬาระดับสูง ‘ความเก่ง’ อาจพาไปสู่จุดสูงสุดได้ครั้งหนึ่ง 

 

แต่ ‘การยืนระยะ’ คือสิ่งที่จะทำให้คุณอยู่ตรงนั้นได้อย่างยาวนาน

 

ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี, คริสเตียโน โรนัลโด, โนวัค ยอโควิช, เลอบรอน เจมส์ หรือ เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ “วินัยและการดูแลตัวเองแบบครบวงจร” ทั้งด้านร่างกาย โภชนาการ จิตใจ ไปจนถึงการฟื้นฟูร่างกายอย่างเป็นระบบ

 

เพราะในวันที่อายุเพิ่มขึ้น…ร่างกายไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นทุกวัน ด้วยระบบคิดและวิถีชีวิตที่ฝึกฝนมาเป็นปีๆ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้นักกีฬาระดับโลกเหล่านี้ ยืนระยะได้อย่างน่าทึ่งในเกมที่ไม่มีวันผ่อนแรง

 

 

⚽ Cristiano Ronaldo

 

ฝึกหนักสม่ำเสมอ 5 วันต่อสัปดาห์ ให้ความสำคัญกับอาหารจากนักโภชนาการส่วนตัว เลี่ยงของมัน-ทอด ดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก และยึดเป็นวินัยในชีวิตประจำวัน

 


 

 

🏈 Tom Brady

 

เข้าระบบ TB12 Method ครอบคลุมทั้งการยืดกล้าม, โภชนาการแบบ plant-based, ดื่มน้ำให้เยอะๆ และการฝึกจิตใจ เพื่อฟื้นฟูร่างกายและลดความเสี่ยงบาดเจ็บ

 


 

 

🎾 Novak Djokovic

 

ให้ความสำคัญกับ “การดูแลร่างกายและวินัย” เพื่อฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว งดกลูเตน นม และน้ำตาล / ฝึกโยคะ-สมาธิทุกวัน / และเข้านอนเร็วระหว่างทัวร์นาเมนต์เพื่อฟื้นฟูอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 


 

 

🏀 LeBron James

 

ลงทุนในทีมแพทย์-การกายภาพบำบัดส่วนตัว, ระบบโภชนาการ และสภาพแวดล้อมการพักผ่อน เพื่อรักษาร่างกายในการแข่ง NBA 

 


 

 

⚽ Lionel Messi

 

รักษาฟอร์มระดับโลกด้วยวินัยสุดเข้ม ตั้งแต่การตื่นเช้า, ซ้อมแบบละเอียด, นอนพักอย่างมีคุณภาพ, กินอย่างมีระบบ และใส่ใจทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงครอบครัว

 


 

 

🏎 Sir Lewis Hamilton

 

ทานมังสวิรัติ + ฝึกหนัก + ดูแลจิตใจ รวมถึงแอ็กเซอร์ไซส์ เช่น โยคะ, สมาธิ, และคาร์ดิโอ ตื่นเช้าเตรียมร่างกายรับแรง G และฝึกทนต่อความร้อนในสนาม

 


 

 

⛳ Rory McIlroy

 

ตั้งแต่ปี 2010 เขาฝึกกล้ามเนื้อจุดเฉพาะ เพื่อเพิ่มสปีดวงสวิง และลดแรงกดหลัง

 

ปรับโภชนาการ ลดกลูเตน หมู ไข่ งดขนมหวาน, เสริมโปรตีน 170 กรัม/วัน พร้อมออกกำลังกายเวตและ circuit training

 


 

 

สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน

  • วินัยระดับสูง: ฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นทุกวัน
  • โภชนาการเฉพาะบุคคล: ลดแป้ง-น้ำตาล-ไขมันแปรรูป
  • ฝึกสมรรถภาพตรงจุด: เพื่อให้พร้อมต่อการเล่นจริงในสนาม
  • การฟื้นตัวคือการฝึก: ยืดกล้าม, sauna, cool-down, สมาธิ, นอน
  • ฝึกจิตใจ: เสริมสมาธิ สร้าง mindset ให้รับมือกับแรงกดดัน และรักษาไฟในใจให้ลุกโชนตลอดเส้นทางแข่งขัน

 

อ้างอิง:

The post Longevity is Key สูตรยืนระยะของยอดนักกีฬาชายระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย https://thestandard.co/life/serotonin-boosting-foods/ Thu, 20 Feb 2025 06:46:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1044056 serotonin-boosting-foods

เซโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารสื่อประสาทและฮอร์โมนที่มีบ […]

The post รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
serotonin-boosting-foods

เซโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารสื่อประสาทและฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ของเรา แพทย์ถือว่าระดับเซโรโทนินเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพจิตโดยรวม ระดับเซโรโทนินที่ต่ำมีความเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ แม้ว่าบางคนอาจต้องใช้ยาเพื่อควบคุมระดับเซโรโทนิน แต่อาหารบางชนิดก็สามารถช่วยกระตุ้นการผลิตเซโรโทนินในร่างกายได้ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟน (Tryptophan Amino Acid) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างเซโรโทนิน มาดูกันว่า 6 อาหารที่มีทริปโตเฟนสูง และอาจช่วยควบคุมระดับเซโรโทนินมีอะไรบ้าง?

 

  1. ไข่

ไข่อุดมไปด้วยโปรตีนที่ช่วยเพิ่มระดับทริปโตเฟนในเลือด โดยเฉพาะในไข่แดงที่ยังมีสารอาหารสำคัญอื่นๆ เช่น ไทโรซีน, โคลีน, ไบโอติน และกรดไขมันโอเมก้า 3

 

  1. เนยแข็ง

เนยแข็งเป็นแหล่งทริปโตเฟนที่ดีเยี่ยม คุณสามารถทำมักกะโรนีชีสที่ผสมผสานทั้งเชดดาร์ชีส ไข่ และนม ซึ่งล้วนเป็นแหล่งทริปโตเฟนที่ดี

 

  1. เต้าหู้

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอุดมไปด้วยทริปโตเฟน เต้าหู้สามารถใช้ทดแทนโปรตีนได้หลากหลาย จึงเป็นแหล่งทริปโตเฟนที่ดีสำหรับผู้กินมังสวิรัติ บางชนิดยังมีการเสริมแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูก

 

  1. ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนเป็นอาหารที่มีประโยชน์หลายด้าน นอกจากทริปโตเฟนแล้ว ยังช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต และเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3

 

  1. ถั่วและเมล็ดพืช

ถั่วและเมล็ดพืชทุกชนิดมีทริปโตเฟน การรับประทานถั่วในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และยังเป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ

 

  1. เนื้อไก่งวง

มีเหตุผลที่ทำไมหลังกินอาหารวันขอบคุณพระเจ้าแล้วมักรู้สึกง่วง เพราะเนื้อไก่งวงอุดมไปด้วยทริปโตเฟนที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน ส่งผลให้รู้สึกผ่อนคลายและอาจช่วยในการนอนหลับ

 

คำเตือน: หากคุณกำลังรับประทานยารักษาโรควิตกกังวลหรือซึมเศร้า ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มการรับประทานอาหารที่กระตุ้นเซโรโทนิน เนื่องจากระดับเซโรโทนินที่สูงเกินไปอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

 

อ้างอิง:

 

รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post รู้จัก 6 อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คว้าชัยชนะด้วย ‘โภชนาการ’ กับ Victory Project กุญแจสำคัญของทัพนักกีฬาญี่ปุ่นและไทย [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/win-with-nutrition-victory-project/ Fri, 06 Sep 2024 03:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=979296

มหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ณ กรุงปารีส ประเ […]

The post คว้าชัยชนะด้วย ‘โภชนาการ’ กับ Victory Project กุญแจสำคัญของทัพนักกีฬาญี่ปุ่นและไทย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

มหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพิ่งจะสิ้นสุดไป โดยเจ้าเหรียญทองเป็นสหรัฐอเมริกาและจีน ที่คว้าไปคนละ 40 เหรียญทองเท่ากัน และทัพนักกีฬาไทยคว้า 6 เหรียญ โดยเป็นเหรียญทอง 1 เหรียญ

 

อีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตามองคือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอันดับที่ 3 โดยพิชิต 20 เหรียญทอง และคว้าเหรียญรางวัลรวม 45 เหรียญ เคล็ดลับไม่ใช่เพียงความสามารถ การฝึกซ้อม และวินัยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง ‘อาหารและโภชนาการ’ ที่เป็นตัวเปลี่ยนเกม และตัวแปรหลักของความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาระดับมืออาชีพ

 

Victory Project โปรเจกต์เพื่อชัยชนะระดับประเทศ

 

Victory Project เป็นการร่วมมือของ Ajinomoto Co., Inc. Japan (อายิโนะโมะโต๊ะ โค., อินค์. ประเทศญี่ปุ่น) กับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศญี่ปุ่น (JOC) ที่มีขึ้นมาตั้งแต่ปี 2003

 

Victory Project กล่าวได้ว่าเป็นโครงการใหญ่ที่ได้เห็นความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนของญี่ปุ่น ที่มีเป้าหมายและความฝันเดียวกัน คือการคว้าชัยชนะให้แก่ประเทศ ผ่านการแข่งขันกีฬาในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกเกมส์

 

ความร่วมมือของอายิโนะโมะโต๊ะใน Victory Project คือการใช้ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ในเชิงกีฬา นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยให้นักกีฬาบาดเจ็บน้อยลง

 

จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกรดอะมิโนมากว่า 100 ปี ทำให้อายิโนะโมะโต๊ะเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งกรดอะมิโน หรือ AminoScience ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความกินดีมีสุขของผู้คน ไปจนถึงมอบองค์ความรู้ด้านโภชนาการ การดูแลตั้งแต่การฝึกซ้อม การแข่งขัน และหลังการแข่งขัน ด้วยความเข้าใจและผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยเสริมรากฐานของนักกีฬา นั่นก็คือร่างกาย ให้มั่นคงและยั่งยืน

 

‘มื้ออาหารแห่งชัยชนะ’ กุญแจสำคัญของนักกีฬา

 

ยูกิฮิโกะ ชิโนดะ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มโภชนาการการกีฬาและการออกกำลังกาย ฝ่ายสื่อสารสากลแห่งอายิโนะโมะโต๊ะ โค., อินค์. ประเทศญี่ปุ่น ได้ฉายภาพให้ THE STANDARD SPORT เห็นภาพมากขึ้น

 

ในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะ โค., อินค์. ประเทศญี่ปุ่น เป็นเบื้องหลังที่ซัพพอร์ต ‘ทีมเจแปน’ หรือตัวแทนนักกีฬาจากประเทศญี่ปุ่น และได้ช่วยเหลือนักกีฬาแบบตัวต่อตัวด้านโภชนาการถึง 14 ราย ใน 8 ชนิดกีฬา ซึ่งรวมไปถึงกีฬายูโดและเบรกแดนซ์

 

ยูอาสะ อามิ หรือ Ami เจ้าของเหรียญทองแรกของโลกจาก ‘เบรกแดนซ์’ ในโอลิมปิกเกมส์ 2024 กำลังเพลิดเพลินกับ Winning Meals

 

ชิโนดะได้อธิบายถึงเฟรมเวิร์กการสนับสนุนนักกีฬาว่า เริ่มต้นจากมอบองค์ความรู้ด้านโภชนาการว่าสำคัญอย่างไร มีผลดีอย่างไรหากมีการปรับปรุงและควบคุมโภชนาการ

 

จากนั้นนักกีฬาจะได้สัมผัสอาหารที่ปรุงด้วยโภชนาการที่ดีที่เรียกว่า ‘มื้ออาหารแห่งชัยชนะ’ หรือ Winning Meals ที่ปรุงออกมาด้วยโภชนาการที่เหมาะสมและรสชาติที่ยังคงความอร่อย ทำให้นักกีฬามีทั้งสุขภาพกายและใจที่ดี รวมถึงได้กิน aminoVITAL® ที่เปรียบเสมือนอาหารเสริมที่ช่วยซัพพอร์ตกล้ามเนื้อตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลัง การฝึกซ้อมหรือการแข่งขัน ลดอาการบาดเจ็บลง และเสริมร่างกายให้พร้อมในทุกการแข่งขัน

 

 

สมการแห่งความสำเร็จผ่าน ‘มื้ออาหารแห่งชัยชนะ’

 

โปรแกรม ‘มื้ออาหารแห่งชัยชนะ’ หรือ Winning Meals เป็นการผสานโภชนาการการกีฬา (Sport Nutrition) เข้ากับความรู้ด้านโภชนาการ และประยุกต์ใช้ AminoScience

 

 

เป้าหมายของโปรแกรมนี้คือนักกีฬาต้องได้รับโภชนาการครบถ้วน มีหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง และป้องกันปัญหาการบาดเจ็บทั้งก่อนและระหว่างการแข่งขัน

 

การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะต้องประกอบด้วยตัวแปรคือ ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น อาหารอร่อยและมีโภชนาการที่เหมาะสม และครบ 3 มื้อ พร้อมเสริมด้วย aminoVITAL® ช่วยป้องกันกล้ามเนื้อล้าจากการสลายไกลโคเจน

 

 

อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ‘กาย’ และ ‘ใจ’

 

นอกจากมื้ออาหารแห่งชัยชนะจะเป็นตัวแปรด้านโภชนาการเพื่อร่างกายที่สมบูรณ์แล้ว ยังให้ประโยชน์ในด้านขวัญกำลังใจของนักกีฬา

 

 

ในช่วงการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ มื้ออาหารแห่งชัยชนะสำหรับทีมชาติญี่ปุ่นถูกปรุงขึ้นใน G-Road Station ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ หมู่บ้านนักกีฬาที่กรุงปารีส อาหารที่ปรุงนอกจากมีโภชนาการที่ดีแล้ว ยังปรุงในรูปแบบของอาหารญี่ปุ่น ทำให้ได้ทั้งความอร่อย โภชนาการที่ครบ และยังเสริมกำลังใจในการแข่งขันอีกด้วย

 

 

เพื่อให้แน่ใจว่าจะปรุงอาหารที่เต็มไปด้วยโภชนาการแต่ก็ยังเลิศรสไม่แพ้อาหารจานไหนๆ อายิโนะโมะโต๊ะจึงได้ร่วมมือกับ ‘ริวจิ เทชิมะ’ สุดยอดเชฟชาวญี่ปุ่นระดับมิชลินสตาร์จากร้านอาหาร Pages ณ กรุงปารีส ในการปรุง ‘อูมามิ ซุป ปารีส สเปเชียล (Umami Soup Paris Special)’ ที่มีสมดุลโภชนาการและความอร่อยด้วยรสอูมามิจากการผสมผสานเทคนิคการทำอาหารญี่ปุ่นโดยการใช้โมโนโซเดียมกลูตาเมตและกรดอิโนซินิกจากน้ำสต็อกไก่ พร้อมด้วยอาหารมากมาย ทั้งข้าวราดน้ำชา มิโซะซุป ข้าวปั้น Power Ball อาหารเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารจากรสอูมามิ ทำให้ร่างกายดูดซึมพลังงานไปใช้ได้อย่างรวดเร็วและย่อยง่าย

 

เบื้องหลังความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทย

 

Thailand Victory Project ได้มีการร่วมมือกับ ‘สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (BAT)’ และ ‘การกีฬาแห่งประเทศไทย (SAT)’ เพื่อสนับสนุนโภชนาการครบวงจรสำหรับนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยและทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024

 

 

ในโอลิมปิกเกมส์ที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาแบดมินตันไทยได้รับการสนับสนุน ‘มื้ออาหารแห่งชัยชนะ’ โดยจะมีการสนับสนุนไปจนถึงเดือนมีนาคม 2025 พร้อมด้วยองค์ความรู้โภชนาการ และการเสริมร่างกายด้วย aminoVITAL® ที่ช่วยให้มีร่างกายที่สมบูรณ์ ลดอาการกล้ามเนื้อล้า และลดอาการบาดเจ็บลง ทำให้สามารถสู้ศึกทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ได้ในระยะยาว

 

 

มากไปกว่านั้น นักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ 2024 และนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กำลังแข่งขัน ก็ยังได้รับการสนับสนุนด้วยผลิตภัณฑ์ aminoVITAL® อีกด้วย

 

 

ดะอิซะบุโระ โคะงะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความตั้งใจของ Thailand Victory Project ว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความกินดีมีสุขผ่านนักกีฬา ที่ไม่ใช่เพียงการรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการเท่านั้น แต่มีความเข้าใจและนำเอาองค์ความรู้เพื่อไปดูแลตัวเองต่อได้ เราต้องการสนับสนุนนักกีฬาที่เปรียบเสมือนฮีโร่ของคนไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยรับรู้ถึงการดูแลตัวเอง เพื่อให้มีสุขภาพดี กินดีมีสุข เฉกเช่นฮีโร่ของพวกเขา”

 

อนาคตของ Thailand Victory Project

 

โคะงะได้กล่าวถึงอนาคตของการสนับสนุนทัพนักกีฬาอย่างต่อเนื่องว่า “จากความคืบหน้าและความสำเร็จของนักกีฬาไทย อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) พร้อมให้การสนับสนุนใน ‘ซีเกมส์ 2025’ ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย โดยจะเริ่มการดูแลแบบเฉพาะบุคคลในกีฬาแบดมินตัน และมื้ออาหารแห่งชัยชนะให้กับนักกีฬาไทย”

 

 

โดยมื้ออาหารแห่งชัยชนะจะปรับเป็นเมนูและวัตถุดิบที่นักกีฬาไทยคุ้นเคย เสริมด้วย aminoVITAL® ทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง การแข่งขันหรือฝึกซ้อม

 

ถือเป็นความมุ่งมั่นที่เหล่านักกีฬาทีมชาติไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความร่วมมือจากภาคเอกชนอย่าง อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ในการร่วมมือกันสานฝันให้นักกีฬาไทย ที่เปรียบเสมือนฮีโร่ของคนในชาติ มีร่างกายที่สมบูรณ์ พร้อมรับมือทุกการแข่งขัน เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยได้ในทุกสมรภูมิการแข่งขัน พร้อม ‘กินดี มีสุข’ ไปพร้อมกัน

 

The post คว้าชัยชนะด้วย ‘โภชนาการ’ กับ Victory Project กุญแจสำคัญของทัพนักกีฬาญี่ปุ่นและไทย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง 10 เทรนด์สุขภาพที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2024 https://thestandard.co/life/10-health-trends-2024/ Thu, 04 Jan 2024 03:00:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=875662

เรื่องของสุขภาพตลอดปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามัน […]

The post ส่อง 10 เทรนด์สุขภาพที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรื่องของสุขภาพตลอดปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่ใช่แค่เทรนด์ที่เป็นกระแสเท่านั้น แต่มันนำไปสู่วิถีชีวิตของคนยุคหลังโควิดที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมาเป็นอันดับแรก เมื่อพูดถึงเรื่องการมีสุขภาพที่ดี ในแต่ละปีก็จะนำมาซึ่งเทรนด์ใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมา และคาดการณ์ว่าจะได้รับความนิยมต่อเนื่องไปอีกยาวๆ ว่าแต่จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2024 กับเทรนด์สุขภาพบ้าง ไม่ว่าจะด้านอาหาร โภชนาการ และการออกกำลังกายที่มีแนวโน้มจะฮิตสุดๆ ไปดูกันเลย!

 


 

 

อาหาร Plant-based จะมาแรง

จากยอดวิวใน #plantbased บน TikTok ที่มากถึง 1 พันล้านครั้งในสหรัฐอเมริกา
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในปี 2024 ผู้คนจะยิ่งนิยมอาหารที่ทำจากพืชจากธรรมชาติมากกว่าทางเลือกอื่นที่ผ่านกระบวนการพิเศษ เช่น อาหารสังเคราะห์และเนื้อสัตว์  

 


 

 

โปรตีนจากพืชจะเป็นที่นิยมมากขึ้น

ในปี 2023 โปรตีนจากพืชได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมียอดวิวบน TikTok ถึง 2 พันล้านครั้งใน #highprotein ความนิยมโปรตีนจากพืชจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2024 แน่นอน ทั้งถั่ว เมล็ดพืช และพืชตระกูลถั่ว 

 


 

 

กินแบบ Balanced Diet

การกินอาหารที่สมดุลไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นเพื่อให้ทำงานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาหารที่สมดุลคืออาหารที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในสัดส่วนที่ถูกต้อง รวมถึงคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และน้ำ

 


 

 

Sustainability ยังไม่หายไปไหน 

ความยั่งยืนจะอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนอย่างกลมกลืนมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มาจากเกษตรกรรมแบบปฏิรูป เลือกบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การลด Food Waste และเทรนด์การใช้ส่วนผสมที่อาจถูกทิ้งหรือ ‘ไม่สวย’ สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปอื่นๆ จะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น 

 


 

 

Group Exercise ทำให้การออกกำลังกายสนุกขึ้น 

การออกกำลังกายแบบกลุ่มจะมาแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Pickleball มาแน่! วัดจากการที่มียอดวิวบน TikTok เกี่ยวกับ Pickleball ในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 459 ล้านครั้ง นอกจากนี้กีฬาที่จะเริ่มฮิตขึ้นอีกครั้งคือกอล์ฟและเทนนิส 

 


 

 

PHA Training จะได้รับความนิยมมากขึ้น

PHA หรือ Peripheral Heart Action Training คือการออกกำลังกายที่ผสมผสานทั้งคาร์ดิโอและแรงต้านในมูฟเมนต์ที่เน้นความไวและพักระหว่างเซ็ตน้อยๆ เพื่อคงอัตราการเต้นของหัวใจให้สูงอยู่เสมอ การได้บิลด์และเบิร์นในคราวเดียว แถมได้บริหารร่างกายแบบทั่วร่างในระยะเวลาอันสั้นนี่แหละที่ทำให้คลาสออกกำลังกายลักษณะนี้ได้รับความนิยมไม่มีตก 

 


 

 

Pilates จะเป็นที่นิยมในวงกว้าง 

หากลองเสิร์ช #RealMenDoPilates ทางอินสตาแกรมก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า พิลาทิสจะไม่เป็นเพียงการออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงอีกต่อไป นอกจากนี้ผลสำรวจจาก Les Mills ในปี 2023 ยังพบว่ากลุ่ม Gen Z เข้าคลาส Reformer Pilates เพิ่มขึ้นถึง 63% และมีทิศทางที่จะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้

 


 

 

Fitness App จะฉลาดล้ำและแม่นยำกว่าเดิม

ไม่มีเวลาเข้ายิม? ไม่ใช่ปัญหา เพราะแค่มี Fitness App ก็ออกกำลังกายได้ทุกที่ทุกเวลา และยิ่งผนวกกับพลังของ AI หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนโลกในยุคนี้ด้วยแล้ว เราจะได้ผลประมวลเรื่องสุขภาพแบบองค์รวมที่แม่นยำและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากกว่าที่เคย

 


 

 

สุขภาพกายดีอย่างเดียวไม่พอ สุขภาพจิตต้องดีด้วย

สุขภาพจิตยังคงเป็นเรื่องที่โลกให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแง่การออกกำลังกายเองก็เห็นได้ชัดว่ายิมบางที่เริ่มเพิ่มคลาส Sound Healing เพื่อเสิร์ฟการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมแก่ลูกค้ายิ่งขึ้น คาดว่าเราคงจะได้เห็นกิจกรรมที่ช่วยฮีลใจในปีนี้เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน 

 


 

 

สายฟิตให้ความสำคัญกับการ Recovery มากขึ้น

ออกกำลังกายหนักแล้วก็ต้องฟื้นฟูร่างกายด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการบำบัดร่างกายด้วย Ice Baths มากขึ้น ซึ่งปีนี้เราจะยังคงได้เห็นกิจกรรมรวมถึงอุปกรณ์ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกเช่นกัน เช่น Cryotherapy, Sauna และ Pneumatic Compression Massage 

 


NOW​ AND NEXT 2024

 

อ้างอิง:

The post ส่อง 10 เทรนด์สุขภาพที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลสำรวจล่าสุดชี้ การคลอดในวัยรุ่น-การใช้ความรุนแรงต่อเด็กลดลง ขณะที่พัฒนาการและการศึกษายังน่าเป็นห่วง https://thestandard.co/reported-children-development-and-education/ Tue, 11 Jul 2023 03:59:26 +0000 https://thestandard.co/?p=815079 UNICEF

ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งจัดทำโ […]

The post ผลสำรวจล่าสุดชี้ การคลอดในวัยรุ่น-การใช้ความรุนแรงต่อเด็กลดลง ขณะที่พัฒนาการและการศึกษายังน่าเป็นห่วง appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF

ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของเด็กและสตรีหลายด้าน เช่น อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เพิ่มขึ้น อัตราการคลอดในวัยรุ่น และการลงโทษเด็กด้วยวิธีรุนแรงที่บ้านลดลง ฯลฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวลด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัย การศึกษา ภาวะโภชนาการของเด็ก และการแต่งงานก่อนวัยอันควร

 

การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย หรือ MICS (Multiple Indicators Cluster Survey) ถือเป็นการสำรวจระดับประเทศที่ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างประชากรเด็กและสตรีที่ใหญ่ที่สุด โดยจัดทำขึ้นทุก 3 ปี และมีการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับเด็กและสตรีในด้านต่างๆ กว่า 130 ตัวชี้วัด เช่น สุขภาพ พัฒนาการ การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก การสำรวจ MICS ครั้งล่าสุดนี้เก็บข้อมูลจาก 34,000 ครัวเรือนทั่วประเทศระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า “การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2565 นับเป็นการจัดทำครั้งที่ 5 ของประเทศไทย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ของเด็กและสตรีในมิติต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการออกแบบนโยบายหรือมาตรการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและสตรีในประเทศไทย 

 

“นอกจากนี้การสำรวจนี้นับเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญอีกแหล่งที่ช่วยในการติดตามความก้าวหน้าของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)”

 

ผลสำรวจพบว่า อัตราการคลอดในวัยรุ่นของประเทศไทยลดลงจาก 23 คน ต่อ 1,000 คนในปี 2562 เหลือ 18 คน ต่อ 1,000 คนในปี 2565 ขณะที่อัตราของเด็กอายุ 1-14 ปีที่เคยถูกลงโทษด้วยวิธีรุนแรงที่บ้านก็ลดลงอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 75 ในปี 2558 เหลือร้อยละ 58 และร้อยละ 54 ในปี 2562 และ 2565 ตามลำดับ นอกจากนี้ผลสำรวจในปี 2565 ยังพบว่า ผู้ชายและผู้หญิงจำนวนมากขึ้นมีทัศนคติไม่ยอมรับความรุนแรงในครอบครัว

 

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย โดยในปี 2565 มีทารกอายุไม่เกิน 6 เดือน ร้อยละ 29 ที่ได้กินนมแม่ล้วนในช่วง 6 เดือนแรก เมื่อเทียบกับเพียงร้อยละ 14 ในปี 2562 นอกจากนี้ยังพบว่า มีแม่จำนวนมากขึ้นที่ให้นมลูกอย่างต่อเนื่องจนถึง 1 ปี และ 2 ปี

 

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งนี้ก็สะท้อนแนวโน้มที่น่ากังวลด้านการศึกษาและพัฒนาการของเด็กเมื่อเทียบกับผลสำรวจครั้งก่อน ซึ่งจัดทำก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยพบว่า อัตราการเข้าเรียนหลักสูตรปฐมวัยของเด็กอายุ 3-4 ปีลดลงจากร้อยละ 86 ในปี 2562 เหลือเพียงร้อยละ 75 ในปี 2565 นอกจากนี้อัตราการเข้าเรียนสุทธิของเด็กอายุ 5 ปี (เมื่อเริ่มปีการศึกษา) ลดลงจากร้อยละ 99 เหลือเพียงร้อยละ 88 และอัตราของเด็กปฐมวัยที่มีความพร้อมในการเข้าโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย สมอง สังคม อารมณ์ และภาษา ก็ลดลงจากร้อยละ 99 เหลือเพียงร้อยละ 94 เช่นกัน

 

ผลสำรวจครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่า อัตราของเด็กวัยประถมศึกษาที่ไม่ได้เข้าเรียนเพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1 ในปี 2562 เป็นร้อยละ 4 ในปี 2565 นอกจากนี้อัตราการไม่ได้เข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มจากร้อยละ 3 ในปี 2562 เป็นร้อยละ 5 ในปี 2565 ในขณะที่อัตราการไม่ได้เข้าเรียนยังคงสูงสุดในกลุ่มเด็กวัยชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 15 ในปี 2565

 

นอกจากนี้ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่ากังวลด้านการใช้เวลาของเด็กในการเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก ผลสำรวจในปี 2565 พบว่า ร้อยละ 62 ของเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในจำนวนนี้เด็กร้อยละ 13 ใช้เวลาเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เฉลี่ย 3 ชั่วโมงต่อวันหรือนานกว่านั้นเมื่อเทียบกับร้อยละ 8 ในปี 2562

 

ในขณะที่การเข้าถึงและการใช้เวลาเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเด็กเพิ่มขึ้น ผลสำรวจกลับชี้ว่า มีเด็กจำนวนน้อยลงที่ใช้เวลาอ่านหนังสือที่บ้าน และมีเด็กถึง 6 ใน 10 คนที่มีหนังสือสำหรับเด็กอยู่ที่บ้านไม่ถึง 3 เล่ม

 

ในขณะเดียวกันก็พบว่า มีพ่อ-แม่และผู้ปกครองจำนวนน้อยลงที่ทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก โดยในปี 2565 มีพ่อเพียงร้อยละ 31 เท่านั้นที่ทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้กับลูกที่บ้านเมื่อเทียบกับร้อยละ 34 ในปี 2562

 

ผลสำรวจครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่า ทักษะพื้นฐานด้านการอ่านและการคิดเลขของเด็กๆ ก็มีแนวโน้มแย่ลงในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยในปี 2565 มีเด็กในวัยเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3 น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 47) ที่มีทักษะด้านการอ่านขั้นพื้นฐาน ซึ่งลดลงจากร้อยละ 52 ในปี 2562 และมีเพียงร้อยละ 40 เท่านั้นที่มีทักษะพื้นฐานด้านการคำนวณเมื่อเทียบกับร้อยละ 47 ในปี 2562

 

คิมคยองซอน ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้ว่าช่วงวิกฤตที่สุดของโควิด-19 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่การแพร่ระบาดยังคงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และพัฒนาการของเด็กๆ ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2565 ยืนยันถึงผลกระทบที่รุนแรงและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา วิกฤตดังกล่าวได้ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและทำให้เด็กจำนวนมากต้องเลิกเรียนกลางคัน ดังนั้นประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลงทุนกับการศึกษา ระบบสาธารณสุข และระบบคุ้มครองทางสังคมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปิดช่องว่างและทำให้มั่นใจได้ว่า เด็กทุกคนจะใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพและช่วยประเทศให้บรรลุเป้าหมายที่รุ่งเรืองและยั่งยืนสำหรับทุกคน”

 

ผลสำรวจด้านอื่นๆ ที่สำคัญในปี 2565 ได้แก่

 

ภาวะโภชนาการของเด็กแสดงถึงแนวโน้มน่าเป็นห่วง โดยภาวะทุพโภชนาการจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านสมอง สุขภาพ และความเป็นอยู่ของเด็กในระยะยาว ผลสำรวจพบว่า อัตราของเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีที่มีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9 ในปี 2562 เป็นร้อยละ 11 ในปี 2565 นอกจากนี้ยังพบว่า ในปี 2565 อัตราเด็กที่มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น, มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และมีภาวะผอมแห้งยังคงอยู่ในระดับเดียวกับปี 2562 คืออยู่ที่ร้อยละ 13 ร้อยละ 7 และร้อยละ 7 ตามลำดับ

 

การสมรสก่อนวัยอันควรยังเป็นประเด็นที่น่ากังวลของประเทศไทย โดยในปี 2565 ผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 20-24 ปีจำนวน 1 ใน 6 คน (ร้อยละ 17) สมรสก่อนอายุ 18 ปี และเกือบร้อยละ 6 สมรสก่อนอายุ 15 ปี (ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 ในปี 2562)

 

เด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อ-แม่ เด็กนับล้านคนในประเทศไทยเติบโตขึ้นโดยไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อ-แม่ เนื่องจากพ่อ-แม่มักย้ายถิ่นเพื่อหางานทำ ผลสำรวจพบว่า เด็กอายุไม่เกิน 17 ปี ร้อยละ 25 หรือประมาณ 3 ล้านคนไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 71) อาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย

 

ความเหลื่อมล้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยผลสำรวจปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่น่ากังวลในเด็กแต่ละกลุ่มขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เด็กอาศัยอยู่ ฐานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ระดับการศึกษาของแม่ และชาติพันธุ์ นอกจากนี้ผลสำรวจ MICS ครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงข้อมูลด้านต่างๆ อีกด้วย เช่น สุขภาพของเด็ก การได้รับภูมิคุ้มกัน การอบรมเลี้ยงดูเด็ก และการเข้าถึงสวัสดิการทางสังคม เป็นต้น

 

ดาวน์โหลดรายงานผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย 2565 ฉบับสมบูรณ์และฉบับสรุป ได้ที่: bit.ly/3JzBHW9

 

ภาพ: องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

อ้างอิง: องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

The post ผลสำรวจล่าสุดชี้ การคลอดในวัยรุ่น-การใช้ความรุนแรงต่อเด็กลดลง ขณะที่พัฒนาการและการศึกษายังน่าเป็นห่วง appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ไข่ต้มคลุกน้ำปลาไม่ใช่ความสวยงาม” ความคิดเห็นจาก ต๋อง ธนายุทธ สู่การเชิญชวนเลือกผู้นำที่ดี https://thestandard.co/tong-thanayut-persuade-choose-good-leader/ Mon, 24 Apr 2023 11:40:37 +0000 https://thestandard.co/?p=780686 ต๋อง ธนายุทธ

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เรื่องราวของ ‘ไข่ต้มครึ่งซีก’ และ […]

The post “ไข่ต้มคลุกน้ำปลาไม่ใช่ความสวยงาม” ความคิดเห็นจาก ต๋อง ธนายุทธ สู่การเชิญชวนเลือกผู้นำที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต๋อง ธนายุทธ

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เรื่องราวของ ‘ไข่ต้มครึ่งซีก’ และ ‘ข้าวคลุกผัดผักบุ้ง’ ในหนังสือเรียน ภาษาพาที ระดับชั้น ป.5 กลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลาย หลังจากแอ็กเคานต์ใน Facebook โพสต์ภาพหน้าหนึ่งของหนังสือที่มีเนื้อหาว่า เพียงข้าวไข่ต้มครึ่งซีกเหยาะน้ำปลา และข้าวเปล่าคลุกน้ำผัดผักบุ้ง ก็ทำให้ตัวละครในเรื่องมีความสุข ถือเป็นความพอเพียงรูปแบบหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นคุณค่าของชีวิต

 

โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่ามันคือการทำให้ความจนกลายเป็นเรื่องโรแมนติก ทั้งยังไม่คำนึงถึงหลักโภชนาการที่เด็กควรจะได้รับ ซึ่ง ต๋อง-ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา หนึ่งในนักแสดงจาก KinnPorsche The Series ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ พร้อมเชิญชวนทุกคนไปเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ 

 

“ทุกคนมีสิทธิ์เรียกร้องและโหยหาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ไม่ควรต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมในความไม่มี ไข่ต้มครึ่งฟองคลุกน้ำปลาไม่ใช่ความสวยงามในความพอเพียง แต่มันคือสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ยังมีประชาชนอีกกลุ่มที่ยังก้าวข้ามไม่พ้นความยากจน และต้องอยู่อย่างอดอยาก เลือกผู้นำจึงต้องเลือกให้ดี”

 

ล่าสุดหลังกระแสเรื่องนี้ถูกพูดถึงในวงกว้าง ทางคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ก็ออกมาชี้แจงว่า บทเรียนดังกล่าวเป็นเพียงการเปรียบเทียบให้เด็กวิเคราะห์ถึงความสุขที่แท้จริงเท่านั้น ทั้งยังสั่งให้ตรวจสอบและหารือด้านเนื้อหาเกี่ยวกับโภชนาการต่อไป

 

ภาพ: @tongthk / Instagram 

The post “ไข่ต้มคลุกน้ำปลาไม่ใช่ความสวยงาม” ความคิดเห็นจาก ต๋อง ธนายุทธ สู่การเชิญชวนเลือกผู้นำที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอนามัยแนะผู้ปกครองใส่ใจเรื่องอาหารและโภชนาการช่วงปิดเทอม พบเด็กไทยน้ำหนักเกินติด 1 ใน 3 ของอาเซียน https://thestandard.co/anamaidoh-parents-child-nutrition/ Thu, 23 Mar 2023 06:56:53 +0000 https://thestandard.co/?p=767272

วันนี้ (23 มีนาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบด […]

The post กรมอนามัยแนะผู้ปกครองใส่ใจเรื่องอาหารและโภชนาการช่วงปิดเทอม พบเด็กไทยน้ำหนักเกินติด 1 ใน 3 ของอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มีนาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงปิดเทอมเด็กๆ อยู่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมส่วนใหญ่ของเด็กเปลี่ยนไป จะนอนดึก ตื่นสาย พักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะใช้เวลาในการเล่นเกม เล่นโทรศัพท์ งดมื้อเช้า เลือกกินขนม น้ำอัดลม น้ำหวาน และมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มมากขึ้น 

 

ส่งผลให้เด็กมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ทั้งนี้ จากรายงานข้อมูลภาวะโภชนาการของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2566 พบว่าเด็กอายุ 6-14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 13.2 และเด็กอายุ 15-18 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 13.0 ซึ่งเกินกว่าค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 12.0 

 

จากข้อมูลในปี 2538-2557 พบว่า เด็กไทยติด 1 ใน 3 ของอาเซียนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน และมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า อีกทั้ง 1 ใน 2 ของเด็กอายุ 12 ปี ดื่มเครื่องดื่มรสหวานและน้ำอัดลมมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน และ 1 ใน 3 ของเด็กไทยกินขนมถุงมากกว่า 2 ครั้งเป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ จากการเก็บข้อมูลยังพบว่า 9 ใน 10 ของเด็กไทยเห็นสื่อโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูง ซึ่งการเห็นสื่อโฆษณาบ่อยๆ จะกระตุ้นการกินของเด็ก ทำให้อยากได้อยากกินตามโฆษณา และมากกว่า 3 ใน 4 ของเด็กไทยไม่เห็นข้อความเตือนในโฆษณาอาหารและเครื่องดื่ม

 

นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อไปว่า ช่วงปิดเทอมพ่อแม่ ผู้ปกครอง จึงควรใส่ใจในการดูแลพฤติกรรมสุขภาพของเด็กเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะด้านอาหารและโภชนาการ ควรจัดอาหารให้มีคุณค่าและถูกหลักโภชนาการ ทั้งปริมาณและความเหมาะสมกับวัย ใน 1 วันควรกินอาหารที่หลากหลายและครบ 5 หมู่ ซึ่งเด็กอายุ 6-14 ปี ควรได้รับพลังงานเฉลี่ยที่ 1,600 กิโลแคลอรี โดยในแต่ละวันควรกินข้าวหรือแป้ง จำนวน 8 ทัพพี เนื้อสัตว์ จำนวน 6 ช้อนกินข้าว ผัก จำนวน 12 ช้อนกินข้าว นม 2 แก้ว และให้มีผลไม้ 6-8 ชิ้นพอดีคำทุกมื้อ 

 

อาจชวนเด็กฝึกปรุงอาหารของตนเอง โดยลดหวาน มัน เค็ม หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น รวมทั้งเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปพร้อมกิน อาหารแช่แข็งพร้อมกิน ควบคุมการซื้อขนมกรุบกรอบ เครื่องดื่มรสหวานจัด น้ำอัดลม ชานมไข่มุก และจัดเตรียมนมรสจืดและผลไม้ที่เด็กๆ ชอบไว้ในตู้เย็นแทน และให้ดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้วต่อวัน ที่สำคัญควรส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมทางกายจนรู้สึกเหนื่อย อย่างน้อย 60 นาทีทุกวัน (สะสมต่อเนื่อง 10 นาทีขึ้นไป) เช่น เต้นแอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก ทำงานบ้าน งานสวน เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เพื่อการมีสุขภาพที่ดี และนอนหลับให้เพียงพอวันละ 9-11 ชั่วโมง (สำหรับเด็กอายุ 6-13 ปี) และ 8-10 ชั่วโมง (สำหรับเด็กอายุ 14-17 ปี)

 

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง สามารถเช็กหรือประเมินภาวะโภชนาการของบุตรหลานตนเองได้ด้วยการใช้กราฟอ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 6-19 ปี โดยใช้ 2 กราฟ ได้แก่ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ และน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง 

 

สามารถดาวน์โหลดกราฟได้ที่ https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/kidgraph หรือใช้โปรแกรม Nutritional Status Calculator for Thai Children and Adolescents (NutStatCal) ตามลิงก์ https://nutstatcal.kiddiary.in.th/ 

The post กรมอนามัยแนะผู้ปกครองใส่ใจเรื่องอาหารและโภชนาการช่วงปิดเทอม พบเด็กไทยน้ำหนักเกินติด 1 ใน 3 ของอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: นักโภชนาการอาหารแนะนำประเภทอาหารที่กินแล้วดีต่อหัวใจ https://thestandard.co/pop-tip-030166/ Tue, 03 Jan 2023 00:52:45 +0000 https://thestandard.co/?p=732071

เราต่างทราบว่าการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ทุกวันให้ถูก […]

The post POP TIP: นักโภชนาการอาหารแนะนำประเภทอาหารที่กินแล้วดีต่อหัวใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เราต่างทราบว่าการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ทุกวันให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการนั้นส่งผลดีต่อทั้งร่างกาย และยังป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ด้วย แต่สำหรับใครที่กังวลเกี่ยวกับโรคหัวใจ นักโภชนาการอาหารได้แนะนำว่าควรเลือกกินอาหารที่ดีต่อหัวใจ โดยสังเกตง่ายๆ จากผักและผลไม้มีสี เช่น สีเขียว สีขาว สีแดง สีม่วง และสีเหลืองเข้ม และหากทำอาหารเองที่บ้านก็มีเคล็ดลับที่ต้องจำไว้ว่าไม่ควรปรุงด้วยเครื่องปรุงที่มีรสเค็มต่างๆ เช่น ซีอิ๊วขาว น้ำปลา เกลือ และน้ำมันหอย และอาหารที่เลือกกินควรเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำเข้าไว้ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดหนัง เนื้อไม่ติดมัน หรือพวกปลาทะเล ปลาทู ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ไข่ขาว ก็ดีต่อหัวใจเช่นกัน และอย่าลืมหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปด้วย 

 

 

Pop Tip:

นักโภชนาการอาหารแนะนำคนที่อยากกินอาหารที่ช่วยบำรุงหัวใจว่า ควรงดปรุงอาหารด้วยเครื่องปรุงที่มีรสเค็ม หันมากินผักผลไม้ที่หลากสี เช่น สีเขียว สีขาว สีแดง สีม่วง สีเหลืองเข้ม เลือกอาหารไขมันต่ำ และควรออกกำลังกายให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ก็ดีต่อหัวใจเช่นกัน 

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: นักโภชนาการอาหารแนะนำประเภทอาหารที่กินแล้วดีต่อหัวใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่อยากสมองเสื่อมต้องฟังทางนี้ เคล็ดลับการดูแลสมองฉบับนักโภชนาการฮาร์วาร์ด https://thestandard.co/brain-care-tips/ Thu, 11 Aug 2022 04:29:14 +0000 https://thestandard.co/?p=665875 ดูแลสมอง

ใครว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข ยิ่งอายุมากขึ้นระบบต่างๆ ข […]

The post ไม่อยากสมองเสื่อมต้องฟังทางนี้ เคล็ดลับการดูแลสมองฉบับนักโภชนาการฮาร์วาร์ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดูแลสมอง

ใครว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข ยิ่งอายุมากขึ้นระบบต่างๆ ของร่างกายก็ยิ่งเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา ซึ่งระบบที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ได้แก่ ‘สมอง’ ล่าสุดนักโภชนาการจากฮาร์วาร์ดได้เผยเคล็ดลับการกินวิตามินให้ถูกประเภท เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสมอง

 

Dr. Uma Naidoo จิตแพทย์ด้านโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง และคณาจารย์ที่ Harvard Medical School กล่าวว่า เธอมักให้ความสำคัญกับอาหารการกินเพื่อบำรุงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และต้องแน่ใจว่าได้รับวิตามินที่ถูกต้อง โดยเฉพาะวิตามินที่ช่วยป้องกันการรับรู้และเข้าใจ

 

แน่นอนว่ายิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการจดจำ อาการหลงๆ ลืมๆ ก็จะตามมา จากคำถามที่เธอได้รับจากคนรอบตัวว่า “วิตามินอะไรที่ดีที่สุดสำหรับปกป้องสมองที่แก่ชรา?” ซึ่งคำตอบที่ได้คือ ‘วิตามินบี’

 

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าร่างกายคนเราล้วนแตกต่างกัน ก่อนจะผ่านวันเวลาจนทำให้คนเรามีอายุเยอะขึ้น แต่ละคนมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้นแผนการรับประทานอาหารที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงจึงถูกปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล

 

การศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวย์นสเตท (Wayne State University School of Medicine) พบว่า การขาดวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาด้านความรู้ความเข้าใจนั้นพบบ่อยกว่าที่เราคิด โดยอาการซึมเศร้า ภาวะสมองเสื่อม และความบกพร่อง มักเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินบี

 

นอกจากนี้ Dr. Uma Naidoo ยังแบ่งปันอาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินบีที่เธอรับประทานเป็นประจำทุกวัน ดังนี้ 

 

  •  ไข่ 1 ฟอง เป็นแหล่งวิตามินบี 7
  • โยเกิร์ต เป็นแหล่งวิตามินบี 2 และบี 12
  • พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วดำ ถั่วลูกไก่ ถั่วแระญี่ปุ่น และถั่วเลนทิล ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินบี 9 ชั้นดี และวิตามินบี 1, บี 2, บี 3, บี 5 และ บี 6 ในปริมาณเล็กน้อย
  • ปลาแซลมอน แหล่งวิตามินบีตามธรรมชาติ อันได้แก่ วิตามินบี 2, บี 3, บี 6 และ บี 12
  • เมล็ดทานตะวัน หนึ่งในแหล่งวิตามินบี 5 ที่ดีที่สุดสำหรับพืช
  • ผักใบเขียว เช่น ผักโขม สวิสชาร์ด และกะหล่ำปลี เป็นแหล่งวิตามินบี 9 ที่ดี

 

อ้างอิง:

The post ไม่อยากสมองเสื่อมต้องฟังทางนี้ เคล็ดลับการดูแลสมองฉบับนักโภชนาการฮาร์วาร์ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก ‘โรคภูมิแพ้กลูเตน’ และ Tasuko by Ubonsunflower ทางเลือกฟลาวมันสำปะหลัง ที่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน https://thestandard.co/tasuko-by-ubonsunflower/ Thu, 27 May 2021 07:30:12 +0000 https://thestandard.co/?p=493387 Tasuko by Ubonsunflower

คุณเคยได้ยินอาการของผู้ที่แพ้ ‘กลูเตน’ หรือไม่?   […]

The post รู้จัก ‘โรคภูมิแพ้กลูเตน’ และ Tasuko by Ubonsunflower ทางเลือกฟลาวมันสำปะหลัง ที่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tasuko by Ubonsunflower

คุณเคยได้ยินอาการของผู้ที่แพ้ ‘กลูเตน’ หรือไม่?

 

สุพิศ กลิ่นหวล นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ ฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ ให้ข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า สำหรับ ‘กลูเตน’ นั้น เป็นโปรตีนที่พบในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ซึ่งพบในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งข้าวสาลี เช่น เบเกอรี พาย เค้ก เป็นต้น

 

ประโยชน์ที่สำคัญของของกลูเตนคือ เป็นตัวช่วยให้ขนมปังฟูขึ้นและเนื้อนุ่ม นอกจากนี้กลูเตนในข้าวสาลียังอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 23 กรัมต่อข้าวสาลีประมาณ ¼ ถ้วย ซึ่งมากกว่าเนื้อวัว เนื้อปลา และเนื้อไก่ประมาณ 85 กรัมอีกด้วย

 

ถึงจะอุดมไปด้วยประโยชน์ก็จริง แต่เจ้ากลูเตนนี้กลับเป็นเป็นโทษให้กับผู้ที่มีภาวะแพ้โปรตีนชนิดนี้ ที่เรียกว่า โรคภูมิแพ้กลูเตน หรือโรคเซลิแอค (Celiac Disease) โดยมีอาการคล้ายกับคนที่แพ้นมวัว แม้กินเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบ ท้องอืด ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการชาตามแขนและขา

 

ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า นอกจากผู้ที่แพ้กลูเตนแล้ว ‘อาหารที่มีกลูเตน’ ยังให้พลังงานสูง เนื่องจากมีไขมันและปริมาณแป้งที่สูง อันจะก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ อาหารที่ปลอดสารกลูเตน หรือ กลูเตนฟรี จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ ซึ่งวันนี้กลายเป็นเรื่องหลักที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด

 

 

เทรนด์ของโลก 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า อาหารในกลุ่มกลูเตนฟรีมีสัดส่วนการบริโภคกว่า 29% ของตลาดอาหารฟรีฟอร์มโลก หรืออาหารที่ปราศจากสารปรุงแต่ง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่า 9.6% ต่อปี นับเป็นอัตราสูงที่สุดของประเภทอาหารในกลุ่มฟรีฟอร์ม

 

ตลาดกลุ่มผู้บริโภคหลักของอาหารกลูเตนฟรีส่วนใหญ่จะอยู่ในสหภาพยุโรปมากถึง 52% และสหรัฐอเมริกา 20% เนื่องจากผลผลิตธัญพืชหลักในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาจะเป็นข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ทำให้มีความต้องการแป้งกลูเตนฟรีในปริมาณสูง

 

โดยมูลค่าตลาดแป้งกลูเตนฟรีในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริการวมกันในปี 2562 อยู่ที่ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี 

 

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงมองว่า นี่คือโอกาสของมันสำปะหลังไทยที่ควรสนับสนุนให้เป็น ‘โปรดักต์แชมเปียนส์ตัวใหม่’ เพราะสามารถนำมันสำปะหลังมาผลิตเป็นแป้งกลูเตนฟรีเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เบเกอรี อาหารที่ไม่มีส่วนผสมของนม ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม ที่มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มมากขึ้นในตลาดโลก

 

เนื่องจากกระแสของ Clean Label และกระแส Food for the Future ดังกล่าว ซึ่งกลุ่มของ Starch และ Carbohydrate นั้นต้องคำนึงถึงเรื่อง Organic, Non-GMO, Gluten Free, High Fiber, Low GI เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งฟลาวมันสำปะหลังของ Tasuko by Ubonsunflower ก็ตอบโจทย์และมีข้อเด่นจากคนอื่นคือเรื่อง ออร์แกนิก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศไทยและระดับสากลมากมาย

 

ในไทยก็มีแล้ว

สำหรับในบ้านเราหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามีฟลาวมันสำปะหลังที่เป็นกลูเตนฟรี ซึ่งผลิตขึ้นในไทย 100% นั่นคือ Tasuko by Ubonsunflower

 

 

แบรนด์ Tasuko by Ubonsunflower มีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังและฟลาวมันสำปะหลังรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ อุบลซันฟลาวเวอร์ ตั้งแต่ปี 2010

 

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเกิดขึ้นจากมันสำปะหลังออร์แกนิกคุณภาพดี ซึ่งผลิตแป้งเกรดอาหารและเกรดอุตสาหกรรม มีกำลังการผลิต 700 ตันแป้งต่อวัน 

 

ที่สำคัญสามารถมั่นใจในคุณภาพได้เลย เพราะได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลมากมาย เช่น FSMA, BRC, ISO 9001:2015, GMP, HALAL, HACCP, Kosher, USDA Organic, EU Organic, JAS, Korean Organic, China Organic และ Organic Thailand

 

ฟลาวมันสำปะหลังสำหรับทำเบเกอรี

Tasuko by Ubonsunflower นั้นคือแบรนด์ฟลาวมันสำปะหลังที่เป็นกลูเตนฟรี ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วแตกต่างจากแป้งมันสำปะหลังอย่างไร

 

สำหรับแป้งมันสำปะหลังนั้นเป็นแป้งเพื่อความข้นหนืด เมื่อสุกจะมีลักษณะเหลว เหนียว หนืด ใส และเมื่อทิ้งให้เย็นตัวจะมีลักษณะเหนียว หนืดคงตัว ตลอดจนนิยมใช้ทำอาหารที่ต้องการความเหนียว หนืด และใส เช่น น้ำราดหน้า, ทับทิมกรอบ, เต้าส่วน อีกทั้งยังนิยมใช้ทำขนมไทย โดยเพิ่มความเหนียว นุ่มกว่าการใช้แป้งชนิดเดียว เช่น ขนมชั้น, ขนมฟักทอง, ขนมกล้วย เป็นต้น

 

ขณะที่ฟลาวนั้นเหมาะสำหรับทำเมนูเบเกอรี โดยสามารถนำมาใช้ทดแทนแป้งสาลี และมีคุณสมบัติพิเศษกว่าแป้งทางเลือกชนิดอื่นๆ เพราะมีสี กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับแป้งสาลีมากที่สุด จึงสามารถนำมาทำเมนูเบเกอรีที่ไม่ต้องการความขึ้นฟูมาก และไม่ต้องผสมกับแป้งชนิดอื่น

 

 

ซึ่งผลิตภัณฑ์ Tasuko by Ubonsunflower ก็ไม่ได้มีให้เลือกแค่แบบเดียว แต่มาพร้อมกันถึง 4 แบบที่เหมาะสำหรับการทำเมนูเบเกอรีที่แตกต่างกัน ได้แก่ 

 

  • Tasuko All Purpose Organic Cassava Flour ฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิกอเนกประสงค์ สามารถใช้ทำขนมเบเกอรีได้โดยไม่ต้องผสมกับแป้งอื่นๆ
  • Tasuko Cookie Cassava Flour Mix ฟลาวมันสำปะหลังสำเร็จรูป สำหรับทำคุกกี้ 
  • Tasuko Pancake Cassava Flour Mix ฟลาวมันสำปะหลังสำเร็จรูป สำหรับทำแพนเค้ก
  • Tasuko Brownie Cassava Flour Mix ฟลาวมันสำปะหลังสำเร็จรูป สำหรับทำบราวนี

 

ทุกสูตรของ Tasuko by Ubonsunflower เป็นกลูเตนฟรี ที่ผลิตจากมันสำปะหลังออร์แกนิกคุณภาพดี 100% แถมไม่ยุ่งยาก เหมาะกับผู้ที่อยากทำเบเกอรีเองที่บ้าน ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีกากใยอาหารสูง มีปริมาณไขมันและน้ำตาลต่ำ จึงเหมาะที่จะเป็นเมนูของผู้ที่รักสุขภาพ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่สบายกระเป๋า

 

อย่ารอช้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากทำเบเกอรีที่ดีต่อสุขภาพ สามารถซื้อ Tasuko by Ubonsunflower ได้ที่ Shopee และ Lazada หรือซื้อที่ Foodland, Gourmet, Villa Market และ AfterYou Marketplace ทุกสาขา

 

 

 

ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าจะนำฟลาวมันสำปะหลังของ Tasuko by Ubonsunflower ไปทำเป็นเมนูอะไรดี สามารถดูสูตรเพิ่มเติมที่ Tasuko by Ubonsunflower Facebook และ Instagram หรือแอด LINE @ubonsunflower

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post รู้จัก ‘โรคภูมิแพ้กลูเตน’ และ Tasuko by Ubonsunflower ทางเลือกฟลาวมันสำปะหลัง ที่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดเส้นทางนักโภชนาการอาหาร จอมแอบอ้าง ถ้าไม่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขากำหนดอาหาร จะทำอาชีพสายนี้ไม่ได้ https://thestandard.co/food-nutritionis-professional-license-arts-food-designation/ Tue, 02 Mar 2021 05:29:06 +0000 https://thestandard.co/?p=460544 ปิดเส้นทางนักโภชนาการอาหาร จอมแอบอ้าง ถ้าไม่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขากำหนดอาหาร จะทำอาชีพสายนี้ไม่ได้

ถือเป็นข่าวดีของประชาชนผู้บริโภคตาดำๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อก […]

The post ปิดเส้นทางนักโภชนาการอาหาร จอมแอบอ้าง ถ้าไม่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขากำหนดอาหาร จะทำอาชีพสายนี้ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดเส้นทางนักโภชนาการอาหาร จอมแอบอ้าง ถ้าไม่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขากำหนดอาหาร จะทำอาชีพสายนี้ไม่ได้

ถือเป็นข่าวดีของประชาชนผู้บริโภคตาดำๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อทางการค้าของเหล่าแบรนด์ต่างๆ หรือผู้ที่ชอบอ้างตัวว่าเป็นนักโภชนาการและนักกำหนดอาหารต่างๆ เพราะล่าสุดมีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการกำหนดอาหาร เรื่องผลการพิจารณาขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหาร ที่ปฏิบัติงานด้านการกำหนดอาหาร ซึ่งสรุปได้ว่ามีผู้ที่ผ่านการอนุมัติขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหารจำนวน 371 คน และผู้ที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตสาขาการกำหนดอาหารตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาการกำหนด อาหารเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2563 จำนวน 88 คน ซึ่งประกาศนี้ลงนามโดย ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ประธานกรรมการวิชาชีพสาขาการกำหนดอาหาร

 

นั่นแปลว่าที่ผ่านมามีบุคคลที่อ้างตัวเป็นนักโภชนาการหรือนักกำหนดอาหารผุดขึ้นมาทำธุรกิจด้านนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ไม่ได้ผ่านการสอบใบประกอบโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหารใดๆ 

 

เพราะหากมีแค่ใบรับรอง Nutrition ที่เข้าคอร์สเรียนมาเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถแอบอ้างตัวว่าเป็น Diet Coach หรือเหล่าเทรนเนอร์ไดเอต ที่เรามักเห็นตามอินสตาแกรมจำนวนมากที่กำหนดมื้ออาหารในแต่ละวันของผู้บริโภค รวมถึงเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นเครือข่ายขายตรงต่างๆ หากไม่ได้ผ่านการสอบใบประกอบโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหาร ก็จะไม่สามารถทำอาชีพในสายนี้ได้อีกต่อไปจนกว่าจะผ่านการสอบใบประกอบโรคศิลปะสาขาการ กำหนดอาหารอย่างถูกต้อง 

 

ดังนั้นใครที่เคยตกเป็นเหยื่อและเคยใช้บริการของเหล่าเทรนเนอร์ รวมถึง Diet Coach ทั้งหลายควรตรวจสอบว่าบุคคลนั้นหรือแบรนด์นั้นๆ ว่ามีใบอนุญาตการเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหารด้วยหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของตัวเราเอง 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง: 

The post ปิดเส้นทางนักโภชนาการอาหาร จอมแอบอ้าง ถ้าไม่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขากำหนดอาหาร จะทำอาชีพสายนี้ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 สาเหตุที่กินสลัดเพื่อลดน้ำหนัก แต่ทำไมไม่เวิร์ก https://thestandard.co/5-reasons-salad-eating-for-diet-but-not-working/ Wed, 23 Sep 2020 11:01:08 +0000 https://thestandard.co/?p=400053

หากใครเป็นแฟนคลับของแพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่ต […]

The post 5 สาเหตุที่กินสลัดเพื่อลดน้ำหนัก แต่ทำไมไม่เวิร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากใครเป็นแฟนคลับของแพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่ติดตามเธอผ่านทางทวิตเตอร์ จะทราบดีว่าในแต่ละวันจะมีเคล็ดลับและความรู้ดีๆ เกี่ยวกับด้านสุขภาพ ความงาม และอาหารการกินมาเผยแพร่ให้กับเหล่าฟอลโลเวอร์ได้นำไปใช้ประโยชน์อยู่เสมอ ล่าสุดเราไปเจอทิปส์ดีๆ จากแพทย์หญิงธิดากานต์ เกี่ยวกับเมนูยอดฮิตสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก นั่นคือ ‘สลัด’ นั่นเอง เชื่อว่าหลายคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากให้น้ำหนักลด อยากมีรูปร่างที่ดี มักจะคิดว่าการหันมารับประทานสลัดเป็นส่วนหนึ่งในมื้ออาหารน่าจะช่วยได้ แต่กลับเจอปัญหาว่าทำไมกินสลัดแล้วไม่ค่อยได้ผลเท่าไร แพทย์หญิงธิดากานต์ เผยสาเหตุว่าหากเลือกสลัดผิดก็อาจเฟลได้ THE STANDARD POP จะพาไปดูสาเหตุเหล่านั้นว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งเราหาข้อมูลมาให้เพิ่มเติม เมื่อรู้แล้วก็ปรับเสีย จะได้กินสลัดเพื่อสุขภาพและมีรูปร่างที่ดีได้อย่างน่าพอใจ

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post 5 สาเหตุที่กินสลัดเพื่อลดน้ำหนัก แต่ทำไมไม่เวิร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในยุคที่เรื่องเยอะเกินต้าน ยิ่งต้องเพิ่มสารต้าน เสริมสุขภาพด้วยนมถั่วเหลืองดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า [Advertorial] https://thestandard.co/d-na-plus-soymilk/ Fri, 28 Aug 2020 07:25:14 +0000 https://thestandard.co/?p=391415 สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) งาดำ ดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า

ในยุคที่เรื่องสุขภาพต้องมาก่อน จะเห็นว่าหลายๆ แบรนด์เริ […]

The post ในยุคที่เรื่องเยอะเกินต้าน ยิ่งต้องเพิ่มสารต้าน เสริมสุขภาพด้วยนมถั่วเหลืองดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) งาดำ ดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า

ในยุคที่เรื่องสุขภาพต้องมาก่อน จะเห็นว่าหลายๆ แบรนด์เริ่มหันมาชูจุดขายในเรื่องของคุณประโยชน์ต่างๆ ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มนมถั่วเหลืองที่เป็นตัวตอบโจทย์อันดับต้นๆ ของการดูแลสุขภาพ แต่ละแบรนด์ก็หยิบยกจุดขายที่แตกต่างกันมาโน้มน้าวความสนใจของผู้บริโภค หนึ่งในนั้นคือ ดีน่า นมถั่วเหลือง เพิ่มประโยชน์ขวัญใจคนไทยอย่างดีน่างาดำ 2 เท่า ก็ได้ชูจุดขายของการเพิ่มประโยชน์จากธัญพืชงาดำที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย เช่น ‘เซซามิน’ ในงาดำ ที่มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง ลดระดับไขมันไม่ดี แถมยังอัดแน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ยืนหนึ่งเหนือกว่าคู่แข่งอื่นๆ 

 

โดยในปีนี้ดีน่าปรับโฆษณารูปแบบใหม่ โดยเลือก คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ เป็นตัวแทนสาวสุขภาพดี เชิญชวนให้ทุกๆ คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพในยุคที่เรื่องเยอะเกินต้าน ทั้งฝุ่น ทั้งความเครียดจากงานที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radical) อีกทั้งโรคร้ายที่มาจู่โจมแบบคาดไม่ถึง การดูแลร่างกายแบบทั่วไปคงไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มการดูแลแบบ 2 เท่าด้วยดีน่างาดำที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเป็น 2 เท่าจากสูตรเดิม สื่อสารให้คนยุคใหม่หันมาใส่ใจต้านอนุมูลอิสระ ตัวการร้ายทำลายสุขภาพกันก่อนจะสาย ดีน่าจึงได้ออกโฆษณาชุดในรูปแบบของ ‘YouTube Director Mix’ โฆษณาแบบใหม่สุดครีเอตที่จะ ‘เปลี่ยนเนื้อหาไปตามความสนใจของผู้ชม’ และสร้างแรงบันดาลใจให้หันมาดูแลสุขภาพดีจากภายใน 

 

เรื่องเยอะเกินต้านต้องเพิ่มการใส่ใจ 

เสริมสุขภาพด้วยดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า! 

 

 

เพราะในปัจจุบันที่วิถีการดำรงชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ทั้งมลภาวะ ฝุ่นควัน งานหนัก และความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดพฤติกรรมเจ้าปัญหาอย่างการนอนดึก ช่างกิน ไหนจะบุฟเฟต์ ไหนจะปิ้งย่าง หาบาลานซ์ให้กับชีวิตไม่ได้ ถ้าดาหน้ามาฟูลคอร์สแบบนี้ยิ่งส่งผลทำให้ร่างกายและสุขภาพของเราถูกทำร้ายและทำลายด้วยอนุมูลอิสระจนเกินจะต้านทาน ยิ่งในวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดในเรื่องของงานและเศรษฐกิจยิ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก นอกจากการพยายามรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจกันให้ดีอยู่เสมอ สิ่งหนึ่งที่เราพอจะทำได้เพื่อต้านอนุมูลอิสระตัวร้ายก็คือเสริม ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ (Antioxidant) ซึ่งมีอยู่ในอาหารหลายชนิด และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘งาดำ’ ซึ่งได้รับการยอมรับผ่านงานวิจัยมาแล้วว่า ‘อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ’ และเป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลือง เพิ่มประโยชน์จากธัญพืช ‘ดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า’ ที่นอกจากจะมีส่วนผสมของงาดำแล้ว ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น ‘เซซามิน’ สารสกัดจากงาดำที่มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง ลดระดับไขมันไม่ดี และแน่นอนว่าต้องเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังมีแคลเซียมสูง วิตามินอี วิตามินเอ และเกลือแร่รวมถึง 17 ชนิด จึงเป็นสูตรมหัศจรรย์ที่ให้ค่าการต่อต้านอนูมูลอิสระมากถึง 2 เท่า!! นับว่าเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพบวกประโยชน์ใหม่จากธัญพืช ซึ่งเหมาะกับยุคปกติใหม่ที่แม้เรื่องจะเยอะเกินต้าน แต่เราก็ต้านกันได้ง่ายๆ ด้วยดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า!!

 

ดีน่ากับโฆษณารูปแบบใหม่… ชวนผู้บริโภคหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ  

เพื่อสื่อสารให้คนยุคใหม่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ต้านอนุมูลอิสระกันก่อนจะสาย ดีน่าจึงได้ออกโฆษณาชุดในรูปแบบใหม่เป็น ‘YouTube Director Mix’ ที่มีความยาวเพียงสั้นๆ ไม่กี่วินาที ซึ่งแต่ละคลิปจะช่วยสื่อสารกับผู้ชมกลุ่มเป้าหมายที่มีทั้งความหลากหลายและความสนใจแตกต่างกันได้อย่างตรงจุด โดยหยิบยกเอาเรื่องราวต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมของคนในยุคนี้ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้อนุมูลอิสระเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ความพิเศษของโฆษณาชุดดังกล่าวนั้น จากเดิมที่เรามักจะคุ้นเคยกับการเห็นโฆษณาเดิมๆ ภาพเดิมๆ เนื้อหาเดิมซ้ำไปซ้ำมาบน YouTube และหลายครั้งโฆษณาเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจจนต้องกดข้ามไป แต่ไม่ใช่กับ YouTube Director Mix เพราะโฆษณาแบบใหม่สุดครีเอตนี้จะ ‘เปลี่ยนเนื้อหาไปตามความสนใจของผู้ชม’ ซึ่งงานนี้นมถั่วเหลืองดีน่าหยิบเอาเทรนด์และพฤติกรรมต่างๆ ของคนในยุคนี้มาใช้สร้างสรรค์งานโฆษณาที่บอกเล่าถึงประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างตรงจุด ช่วยดึงความสนใจของผู้ชมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีซูเปอร์สตาร์สาวเฮลตี้อย่าง ‘คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ’ เป็นพรีเซนเตอร์สร้างความสดใสอีกด้วย 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ในยุคที่เรื่องเยอะเกินต้าน ยิ่งต้องเพิ่มสารต้าน เสริมสุขภาพด้วยนมถั่วเหลืองดีน่า สูตรงาดำ 2 เท่า [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>