โปรเจกต์ 9x9 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โปรเจกต์-9x9/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 21 Dec 2023 09:10:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รวม 11 เรื่องสุด Limit Break ของชาว Idol Group ตลอดปี 2023 https://thestandard.co/limit-break-idol-group-2023/ Thu, 21 Dec 2023 09:10:39 +0000 https://thestandard.co/?p=879487

ไม่ใช่แค่เพลง LIMIT BREAK 24 ของเหล่าเด็กฝึกจากรายการ 7 […]

The post รวม 11 เรื่องสุด Limit Break ของชาว Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ใช่แค่เพลง LIMIT BREAK 24 ของเหล่าเด็กฝึกจากรายการ 789SURVIVAL เท่านั้นที่ทลายกรอบความสามารถของเด็กไทยให้ผู้ชมทุกคนได้เห็น แต่ยังมีผลงานอื่นๆ และเรื่องราวมากมายตลอดปี 2023 ที่ทำให้บรรดา Idol Group ได้มีโอกาสทะลุขีดจำกัดของตัวเอง ทั้งในแง่ผลงาน สถานะ และกระแส 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

หลากหลายวงในปีนี้ถูกมองเห็นมากขึ้น บางคนได้ก้าวสู่สถานะใหม่ ในขณะที่หลายๆ คนได้ย้อนคืนกลับมาพบเจอและยืนข้างกันอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของ Idol Group ในบ้านเราที่มีเรื่องราวสนุกๆ และน่าประทับใจมามอบให้แฟนๆ อยู่เสมอ

 

THE STANDARD POP จึงถือโอกาสหยิบ 11 เรื่องราวที่น่าพูดถึงของบรรดาศิลปิน Idol Group ตลอดปี 2023 มารวมไว้ด้วยกัน เพื่อสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าความสามารถของพวกเขายังไปต่อได้อีกไกล เพียงแค่ต้องการแรงสนับสนุนของทุกคน 

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

อ้างอิง:

The post รวม 11 เรื่องสุด Limit Break ของชาว Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้เวลาแมส! รวมเหตุการณ์น่ามองนานๆ จากเหล่า Idol Group ตลอดปี 2023 https://thestandard.co/idol-group-2023/ Wed, 20 Dec 2023 05:57:18 +0000 https://thestandard.co/?p=878844 Idol Group

หลังกระแส T-Pop จุดติดมาพักใหญ่ Idol Group ก็กลายเป็นศิ […]

The post ได้เวลาแมส! รวมเหตุการณ์น่ามองนานๆ จากเหล่า Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Idol Group

หลังกระแส T-Pop จุดติดมาพักใหญ่ Idol Group ก็กลายเป็นศิลปินอีกกลุ่มที่ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากผลงานที่ปล่อยออกมาเรื่อยๆ และจำนวนเพลงฮิตหลากหลายเพลง ทำให้ในปี 2023 นี้ พวกเขาได้มีโอกาสไปขึ้นคอนเสิร์ตและอีเวนต์ใหญ่ๆ มากมายเลยทีเดียว

 

ความนิยมและฐานแฟนที่เพิ่มสูงขึ้นของศิลปิน Idol Group ทำให้หลายๆ แบรนด์สินค้าและผู้จัดคอนเสิร์ตหันมามองศิลปินกลุ่มนี้เป็นตัวเลือกเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่ายเพลงต่างๆ ก็เริ่มมองเห็นโอกาสกล้าลงทุนกับพวกเขามากขึ้น ทั้งในแง่ของการลงทุนด้านงานเพลงและงานโปรดักชัน หรือการเดบิวต์วงใหม่ๆ เองก็ตาม 


แน่นอนว่าปีทองของ T-Pop แบบนี้ ศิลปินสาย Idol Group เองก็มีปรากฏการณ์ให้น่าพูดถึงมากมาย THE STANDARD POP จึงขอรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจของพวกเขาในปี 2023 นี้มาให้ทุกคนได้อ่านกัน

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

MXFRUIT ถูกพูดถึงในเกาหลี

เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ค่าย TADA Entertainment ได้เปิดตัวศิลปินกลุ่มเบอร์แรกของค่ายเป็นครั้งแรกในชื่อ MXFRUIT วงเกิร์ลกรุ๊ปคาแรกเตอร์ชัดภายใต้คอนเซปต์ผลไม้หลากรส ที่เดบิวต์พร้อมกับซิงเกิล strawberry ice cream เพลงภาษาอังกฤษล้วนที่นำเสนอความเป็นไทยภายใต้รสชาติที่หลากหลายของ 5 สมาชิก มิเคลล่า, สกาวเดือน, อปป้าเพชร, โรเชล และ ขนมจีน

 

หลักเพลง strawberry ice cream ถูกปล่อยออกมาได้ไม่นาน กระทู้ที่เกี่ยวกับเพลงนี้บนเว็บไซต์ Theqoo โซเชียลมีเดียของเกาหลีใต้ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนหลายคนต้องเข้าไปชมมิวสิกวิดีโอตัวเต็มบน YouTube ทำให้เพลงมียอดวิวเพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ครั้งภายในวันเดียว

กระทู้ดังกล่าวมียอดเข้าชมถึง 1.3 แสนครั้ง และมีคอมเมนต์ที่เข้ามาชื่นชมไปในเชิงว่า เพลงนี้ทำออกมาได้ไพเราะมากๆ และศิลปินเองก็เก่งมากๆ เช่นกัน นอกจากนี้ในกระทู้เดียวกัน ยังมีการแนะนำเพลงไทยอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ส่วนคลิปวิดีโอบน YouTube เองก็ยังมีคอมเมนต์จากผู้ฟังเป็นภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น และอีกหลายๆ ภาษาด้วย

 

 

ปีแห่งการคัฟเวอร์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงในยุค 1990-2010 เริ่มกลับมามีบทบาทในบ้านเราอีกครั้ง พร้อมกับความสนใจในวง Idol Group ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นวงกว้าง ดังนั้นในปีนี้เราจึงได้เห็นโปรเจกต์คัฟเวอร์และรีเมกเพลงเก่าเอามาทำใหม่จากหลากหลายวง จนทำให้เพลงบางเพลงกลับมาฮิตอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปีเลยก็ว่าได้

 

เปิดปีนี้มาด้วยการคัฟเวอร์จาก PROXIE ในเพลง ดาว ของ คริสติน มารี นีเวล ที่ถูกปล่อยมาในปี 2540 ที่มีการปรับดนตรีให้เข้ากับเสียงนุ่มๆ ของสมาชิกทั้ง 6 คน ต่อด้วยหนึ่งในเพลงรีเมกที่กลับมาฮิตมากๆ ในปีนี้ ก็คือเพลง มองนานๆ ของ Vitamin A ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2540 เช่นเดิม โดยเพลงนี้ถูกนำมารีเมกใหม่อีกครั้งด้วยฝีมือของวงทรีโอ้น้องใหม่อย่าง FLI:P วงเปิดตัวค่าย NO1R ที่มาพร้อมกับท่าเต้นจำง่าย จนกลายเป็นกระแสมากๆ ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แบบที่เรียกได้ว่าไปเล่นน้ำงานไหนก็ต้องได้ยินเพลงนี้ผ่านหูอย่างแน่นอน

 

ต่อมาด้วยโปรเจกต์คัฟเวอร์ใหญ่ๆ อีก 2 โปรเจกต์ในช่วงกลางปีและปลายปีนี้ คือโปรเจกต์ UPRISING EP.1 RS MUSIC X ที่รวมศิลปินจากค่ายเพลงรุ่นใหม่มาร่วมคัฟเวอร์เพลงในตำนานจาก RS Music ซึ่งหนึ่งในวง Idol Group ที่ร่วมคัฟเวอร์ในโปรเจกต์นี้ก็คือวง 4MIX ที่หยิบเอาเพลง นางแมว ของวงหิน เหล็ก ไฟ ในปี 2535 มีรีเมกใหม่ให้ทันสมัยและเข้ากับสไตล์ของพวกเขามากขึ้น 

 

 

ต่อด้วยโปรเจกต์ย่อยของทาง RS อย่าง The Test of Time ที่ชวนศิลปินจากค่ายไฟแรง XOXO Entertainment มาร่วมคัฟเวอร์เพลงฮิตจาก Kamikaze ซึ่งศิลปินกลุ่มอย่าง 4EVE, ATLAS, VENITA และ JusmineNika ก็จะถูกสลับสับเปลี่ยนยูนิตกันเพื่อขับร้องเพลงต่างๆ เช่น แฟนใหม่ – K-OTIC (2551) ที่ถูกนำมาร้องใหม่โดย ATLAS, ตกหลุมรัก – WAII (2550) คัฟเวอร์โดย VENITA, แค่ที่รัก my boo – 3.2.1 (2553) ร้องโดย แทด, เออร์วิน และอ๊ะอาย ฯลฯ

 

ในฟากฝั่งของ GMM Grammy เองก็ผุดโปรเจกต์คัฟเวอร์เพื่อเฉลิมฉลองรับปีที่ 40 ของค่ายในชื่อ ซนซน นานที 40 ปีหน ที่มีศิลปินในค่ายเข้าร่วมมากมาย รวมถึงหนุ่มๆ PERSES ที่หยิบเพลง Bounce ของ กอล์ฟ & ไมค์ ในปี 2548 มาร้องใหม่ด้วยลุคบาสเกตบอลสุดเท่ ส่วนฝั่งของ Idol Group สายลูกทุ่งอย่าง NEW COUNTRY ก็หยิบเอาเพลง โอ้ละหนอ…My Love ของ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ในปี 2548 มาร้อง พร้อมใส่ท่อนร้องลิเกไปเพิ่มสีสันใหม่ๆ ให้กับเพลงนี้ด้วย

 

ในขณะที่ฝังเกิร์ลกรุ๊ป ALALA เองก็อยู่ในโปรเจกต์นี้เช่นกัน แต่เพลงที่พวกเธอเลือกมานั้นคือเพลง โด เร มี เพลงฮิตของ หญิงลี ศรีจุมพล เมื่อปี 2558 ซึ่งสาวๆ ก็ร้องเพลงนี้ออกมาได้อินเตอร์ตามสไตล์ของวงมากๆ

 

 

TRINITY ขับลัมโบร์กินีขึ้นคอนเสิร์ต

ในฟากฝั่งของวงรุ่นพี่อย่าง TRINITY เองก็มีโอกาสได้จัดคอนเสิร์ตครบรอบ 4 ปีของตัวเองเช่นกัน โดยงานในครั้งนี้มีชื่อว่า 2023 TRINITY BREATH OF DESIRE CONCERT จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ไปเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา

 

ความอลังการของงานนี้ไม่ใช่สถานใหญ่ยักษ์อย่างอิมแพ็ค อารีน่าเท่านั้น แต่งานในครั้งนี้ยังเวอร์ด้วยผังงานที่ใช้พื้นที่ชั้น 1 ของฮอลล์เป็นเวทีทั้งหมด โดยแฟนๆ จะได้นั่งดูโชว์จากชั้น 2 ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์ที่กลายเป็นไวรัลไปทั้งอินเทอร์เน็ต คือการขับรถลัมโบร์กินีขึ้นไปบนเวทีถึง 3 คัน ก่อนที่จะออกมาแสดงเพลง Champagne Poppin ต่อด้วยเพลง 2 Baddies ของ NCT 127 โดยมีรถสุดหรูเป็นฉากหลัง

 

นอกจากนี้ในงานยังเต็มไปด้วยโปรดักชันและโชว์คุณภาพรวมเกือบ 30 โชว์ ที่มัดรวมทั้งเพลงฮิตและเพลงเพราะมามากมาย เช่น LIFE AIN’T OVER, Haters got nothing, I Don’t Miss You, Hidden Track, IOU, Oh! Oh!, ผู้โชคดี (The Lucky One), THANK YOU ALL ฯลฯ 

 

 

คอนเสิร์ตจบการศึกษาของเฌอปราง และการรียูเนียน BNK48 รุ่นที่ 1

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมากมาย หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของวงการ T-Pop ในปีนี้ คือการเปลี่ยนสถานะของ เฌอปราง อารีย์กุล จากกัปตันวง BNK48 สู่การนั่งเก้าอี้ชิไฮนิน (ผู้จัดการวง) อย่างเต็มตัว ในคอนเสิร์ตจบการศึกษา Depart’Cher Cherprang BNK48’s Graduation Concert พร้อมกับเพื่อนๆ ร่วมวงทั้ง 4 รุ่นที่มาร่วมแสดงกับกัปตันเฌอเป็นครั้งสุดท้าย

 

ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา เฌอปรางได้ประกาศจบการศึกษา (ออกจากวง) ในช่วงท้ายของงาน BNK48 JANKEN Tournament 2023 และหลังจากนั้นราวๆ 4 เดือน คอนเสิร์ตจบการศึกษาของเธอก็ถูกจัดขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2566 พร้อมกับหลากหลายโชว์ที่จะพาแฟนๆ ไปสัมผัสกับช่วงเวลาแสนมีค่าตลอดการเป็นสมาชิก BNK48 ไม่ว่าจะเป็น Tomodachi ja nai ka? เวอร์ชันภาษาไทย, Beginner, 77 ดินแดนแสนวิเศษ ฯลฯ ก่อนจะส่งท้ายงานด้วยเพลง สัญญานะ ซิงเกิลจบการศึกษาของเธอ

 

นอกจากเพลงที่มีความหมายแล้ว กัปตันเฌอยังได้พาสมาชิก BNK48 ทั้ง 4 รุ่นมาร่วมแสดง พร้อมกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของสมาชิกรุ่นที่ 1 ทั้ง 26 คน (จากทั้งหมด 29 คน) ที่มาขึ้นเวทีสร้างโมเมนต์สุดประทับใจให้แฟนๆ หายคิดถึงอีกครั้งในเพลง Jiwaru DAYS เพลงที่เต็มไปด้วยความทรงจำตลอด 6 ปีในฐานะสมาชิก BNK48 ของพวกเธอ ซึ่งการรวมตัวนี้ก็นับเป็นการรวมตัวครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปีของพวกเธอ นับจากคอนเสิร์ต BNK48 1st Generation Concert “Dan D’1ion” เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2565

 

งานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการบอกลาเฌอปรางในฐานะสมาชิกวงแล้ว ยังเป็นเหมือนกล่องความทรงจำของวงการ T-Pop ที่จะบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งวง BNK48 เคยมีกัปตันและสมาชิกที่เปี่ยมเสน่ห์มากแค่ไหน

 

 

กระแส ไม่ได้ก็ไม่เอา – PiXXiE ในประเทศจีน

กลายเป็นที่พูดถึงไม่หยุดปากกับเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา จากวง PiXXiE ที่เดินทางมาไกลจากแรงบันดาลใจสุดเศร้าของสาวๆ ที่รอคิวยำนานจนไม่อยากจะรอมันแล้ว สู่เพลงรักที่เป็นไวรัลใน Douyin หรือ TikTok ของประเทศจีน จนนักแสดงหญิงดาวรุ่งอย่าง จ้าวลู่ซือ หยิบไปร้องในเวอร์ชันภาษาจีน


โดยเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา (Whatever) เป็นเพลงในอัลบั้ม BLOOM ที่ฟีเจอริงกับ Zom Marie ที่ปล่อยออกมาเมื่อช่วงเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว ซึ่งเวอร์ชันภาษาจีนใช้ชื่อว่า 有你在 โดยมีบริษัท StarNation เป็นผู้เริ่มต้นแปลและปรับแต่งเนื้อเพลงใหม่

 

 

นอกจากกระแสเพลงที่ดังไกลไปถึงประเทศจีนแล้ว ปีนี้สาวๆ PiXXiE ยังอยู่ในกระแสโซเชียลมีเดียไทยอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น มาเบล ที่ได้รับคำชมทั้งเรื่องเอเนอร์จี้ระหว่างการแสดง จนเกิดมาเป็นวลีอย่าง ‘มาเบลไม่กะพริบตา’ หรือพิมที่ถูกพูดถึงหลังแชร์เทคนิคล็อกผมหน้าม้าไม่กระดิก รวมไปถึง อิงโกะ ที่ได้รับคำชมจากท่อนร้องเพลงใน DEJAYOU อย่างล้นหลาม และทั้งสามคนยังได้รับคำชมจากโซเชียลเรื่องสกิลการแต่งหน้าที่สวยเหมือนมีช่างมาแต่งให้ 

 

789SURVIVAL FEVER

คงปฏิเสธไม่ได้หนึ่งสิ่งที่ทำให้กระแส T-Pop เบ่งบานมากๆ ในช่วงปลายปีนี้ คือการออกอากาศของรายการ 789SURVIVAL รายการค้นหาบอยกรุ๊ปที่เดบิวต์วง BUS (because of you i shine) จากค่าย SONRAY MUSIC และ TADA Entertainment ของโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ 

 

รายการนี้ออกอากาศเป็นครั้งแรกในวันที่ 26 พฤษภาคม 2566 พร้อมกระแสที่จุดติดในทันทีจากมิชชันแรกของเด็กฝึก โดยหยิบเอาเพลงดังของรุ่นพี่ Idol Group หลายๆ วงมาเป็นโจทย์ ต่อด้วยสัปดาห์ถัดๆ มาที่มีการหยิบเอาเพลง K-Pop มาใช้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ทำให้รายการ 789SURVIVAL ถูกพูดถึงในวงกว้างคือเพลงธีมรายการอย่าง LIMIT BREAK 24 เวอร์ชัน FIRST STAGE PERFORMANCE ที่ให้เด็กฝึกทั้ง 24 คนใส่ชุดนักเรียนและชุดนักศึกษามาโชว์บนสเตจ แทนที่จะเป็นยูนิฟอร์มจากทางรายการแบบที่รายการอื่นๆ ทำกัน

 

 

จากหลายๆ องค์ประกอบที่กล่าวมารวมกับเสน่ห์ของเด็กฝึกทุกคนทำให้แฮชแท็กของรายการขึ้นสู่เทรนด์ X (Twitter) แทบจะทุกอีพี จนถึงอีพีสุดท้ายแฮชแท็กของรายการทั้งหมด 2 แฮชแท็ก คือ #789SURVIVALTHEFINAL และ #789FINALSTAGE สามารถติดเทรนด์ประเทศไทยในอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ต่อกัน โดย #789SURVIVALTHEFINAL มียอดคนพูดถึงกว่า 1.4 ล้านโพสต์ นอกจากนี้แฮชแท็กหลักของคอนเสิร์ต 789 SPECIAL STAGE THE TIME CAPSULE เองก็มียอดคนพูดถึงกว่า 1.2 ล้านครั้งเลยทีเดียว 

 

รายการ 789SURVIVAL สิ้นสุดลงด้วยเด็กฝึกที่ได้เดบิวต์เป็นวง BUS (because of you i shine) มีทั้งหมด 12 คนคือ อลัน, มาร์ค, ขุนพล, ฮาร์ท, จินวุค, ไทย, เน็กซ์, ภูธัชชัย, คอปเปอร์, เอเอ, จั๋ง และ ภีมวสุ โดยมีงานเดบิวต์อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ สยามพารากอน

 

โดยเพลงเดบิวต์ของ BUS มีชื่อเดียวกับชื่อวงคือ Because of You, I Shine ที่ปล่อยออกมาพร้อม มิวสิกวิดีโอที่ไปถ่ายทำถึงหน้าวัดพระแก้วเลยทีเดียว ซึ่งความนิยมของ BUS ก็ทำให้เพลงเดบิวต์เพลงนี้มียอดวิวกว่า 1.9 ล้านครั้งในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และกลายเป็นเพลงเด​บิวต์ของไอดอ​ล​กรุ๊ปวงแรกในปี 2566 ที่เจาะชาร์ต Spotify Daily ได้ และเป็นบอยกรุ๊ปเพียงวงเดียวที่อยู่ใน 25 อันดับแรกของชาร์ตดังกล่าวด้วย

 

 

9×9 Reunion  

ในรายการ 789SURVIVAL นอกจากการเดบิวต์เด็กฝึกทั้ง 12 คนแล้ว อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องพูดถึงคือการรวมตัวกันของวง 9×9 (ไนน์บายนาย) ในรอบเกือบ 5 ปี หลังจากคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย 9×9 THE FINAL CONCERT : EN[D] ROUTE สิ้นสุดลง

 

หากย้อนกลับไปในปี 2561 วง 9×9 เป็นบอยแบนด์ที่ได้รับความนิยมสูงมากๆ ตั้งแต่ผลงานเพลงเดบิวต์อย่าง NIGHT LIGHT ต่อกระแสมาถึงผลงานซีรีส์ยอดฮิตอย่าง เลือดข้นคนจาง และ Great Men Academy ที่ถูกพูดถึงถล่มทลายไม่แพ้กัน ซึ่งหนึ่งในเพลงชาติของวง 9×9 อย่าง ผู้โชคดี (The Lucky One) ก็มาจากซีรีส์ Great Men Academy ด้วยเช่นกัน

 

หลังจากแยกย้ายกันไปในเติบโตในเส้นทางของตัวเอง ในที่สุด 9×9 ก็ได้กลับมาขึ้นเวทีด้วยกันอีกครั้งในฐานะรุ่นพี่ของวงการ T-Pop ในรายการ 789SURVIVAL THE FINAL เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม โดยเพลงที่หยิบมาโชว์คือ NIGHT LIGHT เพลงเดบิวต์ที่ร่วมแสดงกับเด็กฝึก 12 คนสุดท้าย, ผู้โชคดี และ Eternity สามเพลงพิเศษที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมาย เป็นสเตจที่ทำให้แฟนๆ 9×9 ได้หายคิดถึงไปตามๆ กัน

 

 

4EVE เตรียมขึ้นอิมแพ็ค 

หนึ่งในเป้าหมายใหญ่ๆ ของศิลปินไทยคือการขึ้นแสดงในอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ฮอลล์จัดแสดงที่จุผู้ชมได้หลักหมื่นคน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้สาวๆ วง 4EVE เพิ่งประกาศว่า พวกเธอกำลังจะไปถึงเป้าหมายนั้นแล้ว เพราะจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ 4EVE Concert “NOW OR NEVER” Live at Impact Arena ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จะถึงนี้ 

 

การประกาศคอนเสิร์ตที่อิมแพคของ 4EVE นับว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของทั้ง For Aye (แฟนคลับของ 4EVE) และแฟนๆ T-Pop เนื่องจากพวกเธอนับเป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่มีคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นของตัวเองในฮอลล์แห่งนี้ อีกทั้งบัตรเข้าชมการแสดงที่เปิดขายไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 นั้นก็ยังประกาศ Sold Out ใน 6 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นอีกปรากฏการณ์ของวงการที่น่าจับตามากๆ 

 

 

ปีแห่งการเดบิวต์

หลังกระแสของวง Idol Group ถูกจุดติดมาพักใหญ่ จนได้เห็นผลลัพธ์ความสำเร็จจากวง BNK48, 4EVE, PROXIE ฯลฯ มาบ้าง ปีนี้หลายๆ ค่ายเพลงก็เริ่มมองเห็นโอกาสเติบโต และกล้าที่จะลงทุนกับการปลุกปั้นศิลปินกลุ่มมากขึ้น จนนำมาสู่การเดบิวต์วง Idol Group หลากหลายสไตล์ในช่วงที่ผ่านมา 

 

โดยปี 2023 นี้เราได้เห็นค่ายใหญ่อย่าง 4NOLOGUE ต้นสังกัดของ TRINITY เดบิวต์ศิลปินถึง 2 วงคือ bXd (BORN NEVER DIE) วงเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกของค่ายที่มาในคอนเซปต์ราชินีดอกไม้ และวง DVI บอยกรุ๊ปที่ดึงเอาเด็กฝึกจากรายการ LAZ iCON ทั้งหมด 5 คน มารวมตัวกับอีกเด็กฝึกของค่ายอีก 1 คน ภายใต้คอนเซปต์นักล่าฝัน หรือ Dreamvolution

 

ขณะเดียวกัน iAM ต้นสังกัดของ BNK48 และ CGM48 ก็ลงสนาม T-Pop ด้วยการส่งสมาชิก 48Group เดบิวต์ภายใต้ค่าย Independent Records ถึง 2 วงคือ QRRA (คาร์ร่า) โปรเจกต์ปัดฝุ่นจาก VYRA ที่หลายๆ คนรอคอย และ eRAA (อีหล่า) โปรเจกต์เกิร์ลกรุ๊ปลูกอีสานที่พร้อมส่งต่อความสนุกสนานให้กับทุกคน 

 

 

ทางด้านตึกอโศก ปีนี้ค่ายอย่าง GNEST ก็เดินหน้าเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่อย่าง VIIS (วิส) ต่อจากวง PERSES ที่กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนทาง White Music นั้นก็มีการเปิดตัวดูโอ้คู่ใหม่อย่าง FIRZTER อีกหนึ่งคู่หูจากรายการ LAZ iCON เพอร์ฟอร์แมนซ์ทั้งร้องและเต้นไม่เป็นสองรองใคร ในขณะที่ GMMTV ค่ายซีรีส์วัยรุ่นของตึกเองก็ยังต้องหันมาทำงานสายดนตรีภายใต้ RISER MUSIC บริษัทลูกที่จะทำหน้าที่ปลุกปั้นศิลปินเดี่ยวและกลุ่มโดยเฉพาะ ซึ่งปีนี้ทางค่ายก็ได้เดบิวต์ LYKN (ไลแคน) วงบอยกรุ๊ปหมาป่า จากรายการเซอร์ไววัล PROJECT ALPHA มาด้วยเช่นกัน

 

ไม่ใช่แค่ LYKN เท่านั้นที่เดบิวต์มาจากการเอาชนะในรายการเซอร์ไววัล แต่ยังมีวง MINDY จากรายการ Blow Your Mind, THE7 วงผสมไทย-เกาหลี จากรายการ SEVEN STARS และคู่ดูโอ้ THI-O &TUTOR จากรายการ The Two ที่ต่างได้รับการฝึกจากรายการเซอร์ไววัลเช่นเดียวกัน

 

อีกหนึ่งวงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นก็คือวง BUS (because of you i shine) บอยกรุ๊ปเสน่ห์เหลือล้นจาก 789SURVIVAL รายการเซอร์ไววัลกระแสแรงแซงทางโค้งจาก TADA Entertainment ค่ายใหม่แกะกล่องของ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ที่ก็เพิ่งเดบิวต์ MXFRUIT เกิร์ลกรุ๊ปเบอร์แรกไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

 

นอกจาก TADA Entertainment แล้วยังมีค่ายใหม่ค่ายอื่นๆ ที่เข้ามาลงทุนในวงการเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น NO1R ค่ายต้นสังกัดของวง FLI:P ที่เป็นวง Co-ed Group สุดแสบของปี และ H.LAND Entertainment ที่ก็เปิดตัววงฮิปฮอปไอดอลอย่าง PLAN B ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเช่นกัน

 

ด้านค่ายเล็กเองก็ยังมีวงเดบิวต์ใหม่ให้จับตาอยู่เรื่อยๆ อาทิ 54 Entertainment ต้นสังกัดของเกิร์ลกรุ๊ป Pretzelle ที่เดบิวต์บอยกรุ๊ปวงแรกอย่าง PRIMETIME และ SEARCH ENTERTAINMENT X MUZIK MOVE ก็เปิดตัววง ZOLAR ไปได้ไม่นาน ทางด้านเกิร์ลกรุ๊ปเองก็มีค่าย Star Hunter Entertainment ที่เดบิวต์วง COSMOS ค่าย OGME ENTERTAINMENT เดบิวต์วง EYRA และค่าย Plengthaii Records ที่เพิ่งเปิดตัววง PANiT G ไปหมาดๆ 

 

ทำให้ในปีนี้มีวง Idol Group เดบิวต์ใหม่ถึง 17 วง รวมกับวงดูโอ้อีก 2 วง เป็น 19 วงเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่บรรดาค่ายเพลงตั้งใจปลูกลงดิน และจะเป็นศิลปินคุณภาพที่ช่วยกันขับเคลื่อนวงการ T-Pop ต่อไปในอนาคตด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร, นวลตา วงศ์เจริญ, @lykn_official/Instagram, @4eveOfficial/X, NO1R, Zhao Lusi Studio Weibo, 4NOLOGUE, JMJ Label, TADA Entertainment, Independent Records

อ้างอิง:

The post ได้เวลาแมส! รวมเหตุการณ์น่ามองนานๆ จากเหล่า Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้ง ทรงยศ จับมือ รัฐ Tattoo Colour เตรียมปล่อย Human Error โปรเจกต์ 3 หนังสั้น 3 เพลงเดี่ยวของ เจเจ กัปตัน และไอซ์ https://thestandard.co/human-error-project/ Wed, 23 Oct 2019 09:23:25 +0000 https://thestandard.co/?p=297776 Human Error

หลังจาก นาดาว บางกอก ปล่อยภาพเบื้องหลังการทำงานเรียกต่อ […]

The post ย้ง ทรงยศ จับมือ รัฐ Tattoo Colour เตรียมปล่อย Human Error โปรเจกต์ 3 หนังสั้น 3 เพลงเดี่ยวของ เจเจ กัปตัน และไอซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Human Error

หลังจาก นาดาว บางกอก ปล่อยภาพเบื้องหลังการทำงานเรียกต่อมอยากติดตามให้กับแฟนๆ มาสักพัก ในที่สุดเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (22 ตุลาคม) ก็ได้เวลาเปิดตัวโปรเจกต์ Human Error  ซึ่งน่าจับตามองมากๆ เพราะจะเป็นการทำงานควบคู่กันทั้งในรูปแบบ ‘หนังสั้น’ และ ‘บทเพลง’ ซึ่งถือว่าเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้นนับตั้งแต่มีข่าวว่าค่ายนักแสดงวัยรุ่นหัวแถวของไทยในเวลานี้กำลังปลุกปั้น นาดาว มิวสิค เพื่อเสริมศักยภาพให้กับศิลปินในสังกัด 

 

Human Error จะเป็นการจับมือกันสร้าง ‘หนังสั้น’ ซึ่งถือเป็นงานชิ้นใหม่ถัดจากละคร เลือดข้นคนจาง ของ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ที่มีอีกขาอีกข้างหนึ่งเป็นผู้บริหารนาดาว บางกอก 

 

โดยจะประกอบไปด้วยหนังสั้น 3 เรื่องคือ BLUE, WHITE, RED เนื้อหาจะเล่าเรื่องราวชีวิตของวัยรุ่น 3 คนที่ต่างต้องเจอกับเรื่องราวและแง่มุม Error ในชีวิต โดยแต่ละพาร์ตจะรับบทนำโดย เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง, ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต ซึ่งโทนของหนังจะเป็นแนว Teen Suspense ซึ่งเราคาดว่าจะให้ความรู้สึกของการชวนค้นหา อยากติดตาม แถมหนังยังบินไปถ่ายทำกันถึงนิวยอร์ก ซึ่งก็น่าจะยิ่งสร้างมุมมองใหม่ให้หนังสั้นมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น 

 

เช่นเดียวกับพาร์ตของงานเพลงที่ได้ ‘รัซซี่’ รัฐ พิฆาตไพรี ซึ่งเป็นทั้งมือกีตาร์, นักร้อง (ในบางเพลงของ Tattoo Colour อีกทั้งยังเป็นนักแต่งเพลงระดับหัวแถวของประเทศ มารับหน้าที่โปรดิวซ์ 3 บทเพลงในโปรเจกต์พิเศษชิ้นใหม่ที่หลายคนกำลังจับตามอง 

 

ที่สำคัญ โปรเจกต์ Human Error จะเป็นซิงเกิลเดี่ยวครั้งแรกของ 3 นักแสดงหนุ่มในสังกัดนาดาว บางกอก อย่างเจเจ กัปตัน และไอซ์ ที่เชื่อว่านอกจากจะมีหนังสั้นและเพลงใหม่ตามออกมา แฟนเพลงคงจะได้กรี๊ดสลบต่อเนื่องกันอีกรอบสำหรับมิวสิกวิดีโอจากนาดาวที่เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วจาก รักติดไซเรน (My Ambulance) เพลงประกอบละคร รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ที่ล่าสุดยอดวิวพุ่งขึ้นไปแตะหลัก ‘ร้อยล้านวิว’ เรียบร้อยแล้ว 

 

คาดว่า Human Error จะเป็นอีกโปรเจกต์ทีเด็ดของนาดาว บางกอก ที่จะเปิดตัวในช่วงส่งท้ายปลายปี ตอนนี้อดทนรออีกนิด แล้วเตรียมตัวติดตามได้ทาง LINE TV 

 

ภาพ: นาดาว บางกอก 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์ 

The post ย้ง ทรงยศ จับมือ รัฐ Tattoo Colour เตรียมปล่อย Human Error โปรเจกต์ 3 หนังสั้น 3 เพลงเดี่ยวของ เจเจ กัปตัน และไอซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity ก้าวใหม่ที่น่าจับตาของ เจมส์ เติร์ด แจ๊คกี้ และปอร์เช่ https://thestandard.co/trinity-l-haters-got-nothing/ Wed, 11 Sep 2019 06:40:17 +0000 https://thestandard.co/?p=286294 Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity

นับว่ามาถูกทางแล้วสำหรับ 4NOLOGUE ที่หลังจากปั้นบอยแบนด […]

The post Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity ก้าวใหม่ที่น่าจับตาของ เจมส์ เติร์ด แจ๊คกี้ และปอร์เช่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity

นับว่ามาถูกทางแล้วสำหรับ 4NOLOGUE ที่หลังจากปั้นบอยแบนด์นาม 9×9 (ไนน์บายนาย) จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง มาจนถึงตอนนี้ที่สมาชิกต่างแยกตัวไปทำงานของตัวเองกันแล้ว ล่าสุดพวกเขากำลังจะเปิดตัววงบอยแบนด์ใหม่ที่มีชื่อว่า Trinity ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีต 4 สมาชิกจาก 9×9 ที่น่าสนใจมากๆ

 

ล่าสุดทางช่องยูทูบทางการของ 4NOLOGUE MUSIC เพิ่งปล่อยทีเซอร์ซิงเกิลแรกของวง Trinity ออกมา ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกอย่าง เจมส์ ธีรดนย์, เติร์ด ลภัส, แจ๊คกี้ จักริน และปอร์เช่ ศิวกร โดยเพลงมีชื่อว่า Haters Got Nothing ที่เรียกได้ว่าน่าตื่นเต้นและน่าติดตามมากๆ โดยเฉพาะเรื่องของโปรดักชันในมิวสิกวิดีโอที่เล่นใหญ่และสวยงาม 

 

นอกจากนี้ในทีเซอร์ดังกล่าวยังประกาศวันปล่อยเพลงในอัลบั้มใหม่ทั้งหมดเป็นวันเดียวกันกับมิวสิกวิดีโอเต็มๆ คือวันศุกร์ที่ 13 กันยายนนี้ รวมไปถึงการเปิดตัวบนเดบิวต์สเตจที่เซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 17 กันยายนนี้ด้วย เรียกว่าเป็นโมเดลธุรกิจดนตรีแบบเกาหลีที่น่าจะมากระตุ้นวงการเพลงเมนสตรีมบ้านเราให้สนุกสนานยิ่งขึ้น

 

4 หนุ่ม Trinity นี้เป็นการรวมตัวกันอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะกับข่าวก่อนหน้านี้ที่ออกมาว่า เจมส์ ธีรดนย์ จะไม่ต่อสัญญากับบ้านเดิมอย่างนาดาว บางกอก ซึ่งเขาเองก็มาในสายดนตรีกับบ้านนี้ได้อย่างน่าสนใจ ส่วนสองหนุ่มอย่างแจ๊คกี้และปอร์เช่เองก็เพิ่งไปร่วมแข่งขันในรายการ The Mask วรรณคดีไทย ทางช่องเวิร์กพอยท์ 23 ก็กลายเป็นว่าพวกเขาทำโชว์ออกมาให้ผู้ชมประทับใจอย่างมากจนคว้าแชมป์ของซีซันนั้นมา ด้วยพลังของแฟนๆ และการปรากฏตัวของพวกเขาทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ฉะนั้นการมารวมตัวกันในครั้งนี้จึงคาดว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีมากขึ้นจากแฟนเพลง

 

ติดตาม Trinity ได้ทุกช่องทางของ 4NOLOGUE MUSIC

 

 

Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity

เติร์ด ลภัส

 

Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity

แจ๊คกี้ จักริน

 

Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity

เจมส์ ธีรดนย์

 

Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity

ปอร์เช่ ศิวกร

 

ภาพ: 4NOLOGUE

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Haters Got Nothing ซิงเกิลเปิดตัวของ Trinity ก้าวใหม่ที่น่าจับตาของ เจมส์ เติร์ด แจ๊คกี้ และปอร์เช่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
15 สิงหาคม 2539 – สุขสันต์วันเกิด ‘เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม’ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งอนาคตไกล https://thestandard.co/poponthisday15082539/ Thu, 15 Aug 2019 11:44:21 +0000 https://thestandard.co/?p=281275 เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม

หนุ่มตี๋ ตาตี่ สูง ขาว ผู้เคยทำเอาสาววายทั่วประเทศใจสั่ […]

The post 15 สิงหาคม 2539 – สุขสันต์วันเกิด ‘เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม’ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งอนาคตไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม

หนุ่มตี๋ ตาตี่ สูง ขาว ผู้เคยทำเอาสาววายทั่วประเทศใจสั่นปั่นป่วนมาแล้ว จากการรับบท ท็อป หนุ่มหล่อ ม.ปลาย ผู้ตกหลุมรักตุ๊ดรุ่นพี่ ในซีรีส์รอมคอมเรื่องดังอย่าง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ หรือการประชันบทบาทสุดเชือดเฉือนกับดารารุ่นใหญ่อย่าง เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี ในบทพีท จากซีรีส์ดราม่าเรตติ้งแรงเรื่อง เลือดข้นคนจาง นับเป็นส่วนหนึ่งในหลายบทบาทที่ทำให้เจเจกลายเป็นนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งอีกคนที่กำลังมาแรงที่สุด ณ ทศวรรษนี้

 

เจเจเกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2539 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีศักดิ์เป็นเหลนแท้ๆ ของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และเข้าเรียนต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ เอกภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เจเจก้าวเข้าสู่วงการครั้งแรกจากการเดินแบบในงานฉลองครบรอบ 20 ปี ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ก่อนจะถูกทาบทามโดย มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับชื่อดัง ให้มาออดิชันในภาพยนตร์เรื่อง เกรียน ฟิคชั่น ก่อนจะได้รับบท โอ๊ต ซึ่งนับเป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของเขา 

 

ต่อมา เจเจเซ็นสัญญากับค่ายนาดาวบางกอก และได้รับบทนำในซีรีส์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์, I Hate You, I Love You, Project S The Series ตอน Shoot, I Love You, เลือดข้นคนจาง และอีกหลายผลงาน ซึ่งทำให้เขายิ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลา บวกฝีมือการแสดงที่ไม่น้อยหน้าใคร ทำให้เจเจมีฐานแฟนคลับจำนวนมากที่คอยสนับสนุนผลงาน 

 

นอกจากงานแสดงแล้ว เจเจยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของโปรเจกต์ 9×9 ที่กลายมาเป็นขวัญใจของสาวๆ ทั่วทั้งประเทศ โดยมีผลงานเพลงที่เป็นที่คุ้นหู เช่น Night Light, Hypnotize หรือ ผู้โชคดี ด้านชีวิตส่วนตัว เจเจกำลังคบหาอยู่กับ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง นักแสดงและนางแบบสาว ซึ่งใครหลายคนอาจรู้จักเธอในบท เจน จากซีรีส์เรื่องดัง Hormones วัยว้าวุ่น ซีซัน 2 และ 3 

The post 15 สิงหาคม 2539 – สุขสันต์วันเกิด ‘เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม’ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งอนาคตไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ริว วชิรวิชญ์ เด็กหนุ่มที่ซ่อนความจริงจังไว้ใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของตัวละคร ‘มาเก๊า’ ใน ‘เลือดข้นคนจาง’ https://thestandard.co/ryu_vachirawich/ https://thestandard.co/ryu_vachirawich/#respond Fri, 09 Nov 2018 09:03:09 +0000 https://thestandard.co/?p=144616

บทบาท ‘มาเก๊า’ เด็กหนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่น จอมกวน ในละครเ […]

The post ริว วชิรวิชญ์ เด็กหนุ่มที่ซ่อนความจริงจังไว้ใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของตัวละคร ‘มาเก๊า’ ใน ‘เลือดข้นคนจาง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

บทบาท ‘มาเก๊า’ เด็กหนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่น จอมกวน ในละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง ของ ริว-วชิรวิชญ์ อรัญธนวงศ์ อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าในชีวิตจริง ตัวตนของเขาคงไม่ต่างจากที่เห็นในจอโทรทัศน์เท่าไร

 

แต่นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในชีวิต เพราะถ้าตัดเรื่องที่ริวชอบสร้างบรรยากาศให้คนรอบข้างผ่อนคลาย ตัวตนลึกๆ ของเขาเป็นเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี ที่จริงจังกับทุกเป้าหมายในชีวิตยิ่งกว่าใคร ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการเป็นเด็กติดเกม พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักกีฬาปิงปองระดับเยาวชนทีมชาติ มาจนถึงบทบาทล่าสุดกับการเป็นหนึ่งในศิลปินจากโปรเจกต์พัฒนาศิลปิน 9×9 ของค่าย 4NOLOGUE

 

ที่ทำให้รู้ว่าภายใต้รอยยิ้มอารมณ์ดีเหมือนไม่คิดอะไรมากกับโลกใบนี้ ริวได้ซ่อนความคิดที่จริงจังเกินกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันเอาไว้หลายเท่าตัว

 

 

ในมุมมองของริว ตัวละคร ‘มาเก๊า’ เป็นคนแบบไหน

เป็นน้องชายของเวกัส (รับบทโดย เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) นิสัยต่างจากพี่ชาย พี่เป็นคนซีเรียสกับชีวิตแบบสุดขั้ว เพราะมาเก๊าจะได้นิสัยตามแบบของกรกันต์ (รับบทโดย ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เจริญ) มาเต็มๆ คือจะเป็นคนขี้เล่น ตลก มองโลกในแง่ดี ชอบท่องเที่ยว หาความสุขให้กับชีวิต ไม่ชอบเห็นคนเครียด เวลาเกิดสถานการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น มาเก๊าจะพยายามใช้ความกวนของตัวเองทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย

 

สำหรับนักแสดงใหม่ ทีมเขียนบทเรื่อง เลือดข้นคนจาง จะต้องมารีเสิร์ชตัวตนของนักแสดงก่อน เพื่อนำไปพัฒนาตัวละครต่อ มีนิสัยอะไรของริวที่ถูกนำเข้าไปใส่ในตัวของมาเก๊าบ้าง

เหมือนกันมากๆ ในเรื่องที่ไม่อยากให้บรรยากาศของคนรอบตัวเครียดครับ ผมจะพยายามหามุกมาเล่น เพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายอยู่บ่อยๆ ซึ่งตลกบ้างไม่ตลกบ้าง อันนี้ค่อยว่ากันอีกที (หัวเราะ) แต่อย่างน้อยผมคิดว่ายังดีกว่าปล่อยให้บรรยากาศมันตึงไปเรื่อยๆ

 

แต่ผมจะต่างกับมาเก๊าตรงเรื่องความจริงจังในชีวิต ถ้าดูจากในหนัง มาเก๊าเป็นคนที่แทบไม่สนใจเรื่องอะไรในชีวิตเลย แต่ผมจะค่อนข้างซีเรียสกับเส้นทางในชีวิตพอสมควร ตั้งแต่เด็กๆ ที่เป็นเด็กติดเกม ก็นั่งเล่นเกมทั้งวันแบบไม่สนใจอะไร

 

ตอนอายุ 8 ขวบ คุณพ่อเห็นว่าเป็นแบบนี้น่าจะไม่ดี ก็พยายามหากีฬามาให้เล่น จนผมได้ลองเล่นปิงปอง แล้วรู้สึกว่าชอบกีฬาชนิดนี้มาก หลังจากนั้นก็เข้าสโมสรเพื่อฝึกเล่นอย่างจริงจัง จนติดเยาวชนทีมชาติ จากที่เล่นเพราะชอบ เล่นเพราะสนุก ก็กลายเป็นเล่นเพราะอยากเก่ง ไม่อยากแพ้ใคร กลายเป็นความเครียดขึ้นมา พอมีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ด้วยความที่ผมยังใหม่มาก ก็จะกดดันตัวเองเวลารู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ

 

ริวเพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกของโปรเจกต์ 9×9 หลังคนอื่นด้วย เรื่องนี้ก็น่าจะยิ่งทำให้รู้สึกกดดันมากขึ้นไปอีกหรือเปล่า

ใช่ครับ มีหลายปัจจัยเลย ตั้งแต่ผมเป็นคนที่ไม่พื้นฐานด้านการร้องการเต้นมาก่อนเลย แล้วยังเข้ามาช้ากว่าคนอื่นประมาณ 6 เดือน พอมาถึงทุกคนเขาก็เริ่มพัฒนาไปไกลแล้ว ช่วงๆ แรกที่เข้ามาก็เครียดหนักเหมือนกัน กลัวว่าจะไปเป็นตัวถ่วงเขาหรือเปล่า ก็พยายามซ้อมอย่างหนัก เพื่อตามคนอื่นให้ทัน แล้วก็โชคดีที่ทีมงานและพี่ๆ เพื่อนๆ ในโปรเจกต์เข้าใจ คอยให้กำลังใจและคำแนะนำอยู่ตลอด

 

 

นอกจากการซ้อมหนักตามตารางปกติ ริวต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้างหรือเปล่า เพื่อลดช่องว่างระหว่าง 6 เดือน ที่เพื่อนๆ เริ่มต้นไปก่อนให้ลดน้อยลง

พยายามถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ กับทำการบ้าน ดูคลิปการแสดงของศิลปินต่างประเทศให้มากที่สุดครับ ดูจนตอนนี้ผมเป็นแฟนคลับของวง EXO ไปเลย (หัวเราะ) พยายามไปดูคอนเสิร์ตถ้ามีโอกาส ตรงนี้จะช่วยได้เยอะเหมือนกัน เพราะเราได้เห็นเพอร์ฟอร์แมนซ์ของคนที่เป็นมืออาชีพจริงๆ เวลาเห็นคนที่ตั้งใจทำอะไรมากๆ แล้วผลงานออกมาดี มันจะมีพลังงานบางอย่างที่ส่งมาถึง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากกลับไปพัฒนาตัวเอง

 

พูดจริงๆ ว่า นึกภาพศิลปินผู้ชายหน้าตาดี ไปตามกรี๊ดศิลปิน K-POP ไม่ค่อยออกเหมือนกันนะ

เราไม่ได้กรี๊ดที่หน้าตาเขาไงครับ (หัวเราะ) เราชื่นชมเขาที่การแสดง ชื่นชมวิธีคิดในการทำงาน ระเบียบวินัยในการซ้อมที่มันเป๊ะมาก คือดูผลงานของเขาก็ช่วยส่วนหนึ่งในเรื่องท่าเต้นที่เอามาปรับใช้ได้ แล้วผมไม่ได้ดูแค่ผลงานของเขา แต่พยายามติดตามไปถึงเบื้องหลังการทำงานของเขา สิ่งสำคัญคือ การได้รู้ว่า มันมีคนที่ทุ่มเทมากๆ เพื่อการเป็นศิลปินตรงนี้อยู่ เวลาที่ผมเครียดๆ หรือเหนื่อยจากการซ้อม แล้วคิดถึงว่า พวกเขาซ้อมหนักกว่าเรามากเท่าไร เขาเริ่มต้นกันมาตั้งกี่ปี กว่าจะทำได้แบบนี้ มันก็ทำให้เรามีกำลังใจกลับไปซ้อม กลับไปพัฒนาตัวเอง เพราะมีพวกเขาเป็นต้นแบบ

 

มีส่วนไหนในการเป็นนักกีฬา ที่ริวสามารถเอามาใช้ในการพัฒนาตัวเองสำหรับการเป็นนักแสดงได้บ้าง

ทักษะอาจจะเป็นคนละอย่าง แต่สิ่งที่เอามาใช้ได้คือ การเป็นนักกีฬาทำให้ผมมีพื้นฐานของระเบียบวินัยและความอดทน ผมชินกับการซ้อมหนักทุกวันหลังเลิกเรียนมาตั้งแต่ 8 ขวบ เคยคิดเหมือนกันว่า ถ้าไม่เคยทำแบบนั้นมาก่อน แล้วมาเจอการซ้อมแบบ 10 ชั่วโมง ในโปรเจกต์ 9×9 นี่อาจจะช็อกได้ (หัวเราะ)

 

แล้วก็ได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ เราต้องยอมเสียสละบางอย่างอยู่เสมอ ที่แน่ๆ ก็คือ ช่วงชีวิตวัยเด็กหรือวัยรุ่นที่แทบจะหายไปเลย ในวันที่เริ่มต้นเล่นปิงปอง ผมก็มีความคิดว่าอยากประสบความสำเร็จ อยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ ด้วยเป้าหมายที่ใหญ่มาก ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ผมจะต้องแลกบางช่วงเวลาที่จะได้ไปเที่ยวเล่น และไปขลุกตัวอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยม

 

ตอนนี้ผมอยากเป็นศิลปินที่ดี มีผลงานที่น่าประทับใจออกมา ก็ต้องเอาเวลาที่เหลือไปตั้งใจซ้อม ไปพัฒนาตัวเองให้มากที่สุด แต่ยังไม่ทิ้งความฝันเรื่องการเป็นนักกีฬานะครับ เพียงแค่ต้องแบ่งเวลามากขึ้นเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเป้าหมายตอนนี้อาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่วิธีคิดในการพัฒนาตัวเองไม่ต่างกันเลย

 

 

ริวบอกตัวเองอย่างไร เวลาเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันคนอื่นๆ เอาเวลาไปพักผ่อน ท่องเที่ยว หาความสุขให้กับชีวิตตามประสาเด็กวัยรุ่นทั่วไป

ผมอยากสร้างรากฐานให้กับตัวเองและครอบครัว ก็เลยต้องตั้งเป้าหมายให้สูงในทุกๆ เรื่องๆ ถ้าพูดจริงๆ ตอนนี้ผมยังเป็นเด็ก และยังไม่รู้หรอกว่าต่อไปเราจะยึดอาชีพอะไรเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ตอนเด็กผมมีโอกาสเป็นนักกีฬา ต่อมาได้เป็นนักแสดง ได้เป็นศิลปิน ในอนาคตอาจจะมีเรื่องอื่นเข้ามาก็ได้

 

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดในตอนนี้ก็คือ เปิดรับโอกาสที่เข้ามาให้กับตัวเองมาก แล้วก็ตั้งใจกับทุกโอกาสให้ดีที่สุด ผมคิดว่าเวลาไปเที่ยวพักผ่อน ใช้ชีวิตแบบนั้นยังพอเหลืออยู่อีกเยอะ แต่โอกาสตรงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ถ้าผมทำแบบครึ่งๆ กลางๆ แล้วปล่อยให้มันผ่านไป ผมอาจต้องมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้ เลยตั้งเป้าหมายไว้สูง แล้วก็ค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วผมอยากทำอาชีพอะไร

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล  

The post ริว วชิรวิชญ์ เด็กหนุ่มที่ซ่อนความจริงจังไว้ใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของตัวละคร ‘มาเก๊า’ ใน ‘เลือดข้นคนจาง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ryu_vachirawich/feed/ 0
Homestay และเคมีนอกห้องวิทยาศาสตร์ระหว่าง ‘เจมส์’ และ ‘เฌอปราง’ https://thestandard.co/homestay-james-cherprang/ https://thestandard.co/homestay-james-cherprang/#respond Sat, 27 Oct 2018 02:17:46 +0000 https://thestandard.co/?p=138104

  “หนึ่งปีที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันทุกกระบวนการ เริ่ […]

The post Homestay และเคมีนอกห้องวิทยาศาสตร์ระหว่าง ‘เจมส์’ และ ‘เฌอปราง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

“หนึ่งปีที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันทุกกระบวนการ เริ่มตั้งแต่เวิร์กช็อป 3 เดือน ถ่ายทำอีก 3 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องถ่ายงานโพสต์โปรดักชัน สิ่งที่ผมพบคือ เฌอเป็นคนสู้มาก คือเขายังใหม่กับการแสดง แล้วสำหรับคนที่ยังใหม่ การแสดงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ” – เจมส์

 

Homestay หนังไทยแนวทริลเลอร์แฟนตาซี ได้รับความสนใจทันทีนับตั้งแต่เปิดชื่อนักแสดงนำ เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ และ เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันสาวจาก BNK48 ออกมาเมื่อหลายเดือนก่อน ล่าสุดหลังจากหนังเข้าฉายไปได้ไม่กี่วัน กระแสตอบรับที่ออกมาในด้านบวกทั้งเนื้อหาไปจนถึง ‘เคมี’ การแสดงของทั้งคู่ก็ยิ่งส่งให้หนังได้รับความสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

 

เรื่องน่าสนใจคือ ตลอด 5 ปีนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการจาก Hormones วัยว้าวุ่น ซีซัน 2-3 เจมส์คือหนึ่งในนักแสดงคลื่นลูกใหม่ที่ฝีมือการแสดงโดดเด่นและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ปีแล้วเจมส์เพิ่งมีผลงานในหนังดังระดับปรากฏการณ์อย่าง ฉลาดเกมส์โกง และกลับมาอีกครั้งในปีนี้ด้วยบทบาทที่แทบจะแบกหนังไว้ทั้งเรื่องกับ Homestay  

 

ด้าน เฌอปราง อารีย์กุล ถ้าบอกว่า ‘เธอ’ และสมาชิกวง BNK48 คือหนึ่งในปรากฏการณ์แห่งวงการบันเทิงตลอดปีนี้ เชื่อว่าทุกคนคงเห็นด้วย แต่ล่าสุดกับผลงานแสดงแรกในชีวิตใน Homestay เราคิดว่านี่คือการยกระดับและพิสูจน์ ‘ความสามารถ’ ของตัวเองขึ้นไปอีกขั้น โดยไม่มีคำว่า ‘กัปตัน’ หรือวงเข้ามาเกี่ยวข้อง  

 

และแน่นอนที่สุดสำหรับการพบกัน ‘ครั้งแรก’ ระหว่างกันและกัน THE STANDARD POP เชื่อว่าการเขย่าบีกเกอร์และหลอดทดลองครั้งนี้นั้นเต็มไปด้วยเคมีที่น่ารักและน่าสนใจ ถ้าใครเคยเกลียดสูตรเคมีและห้องเรียนวิทยาศาสตร์ บอกเลยว่าการได้อ่านเรื่องราวการทำความรู้จักของเจมส์กับเฌอปรางนั้นน่าจะทำให้คุณเกลียดโมเมนต์การท่องสูตรเคมีลงได้ชั่วคราว

 

Homestay กำลังเข้าฉาย อยากให้ทั้งสองคนเลือก ‘คำใบ้’ สักหนึ่งคำเพื่อเล่าเรื่องราวในหนังเรื่องแรกที่ทำให้เจมส์และเฌอปรางได้มาเจอกัน  

เจมส์: ผมขอใช้คำว่า ‘Homestay’ แล้วกันครับ ที่เลือกใช้คำนี้เพราะว่ามันลิงก์กับเรื่องราวซึ่งเล่าถึงวิญญาณเร่ร่อนที่ได้รับรางวัลให้ลงมาเกิดใหม่อยู่ในร่างชั่วคราว ซึ่งไอ้การอยู่ในร่างชั่วคราวเนี่ย เราเรียกมันว่า Homestay โดยมีเงื่อนไขว่าภายใน 100 วัน วิญญาณตนนี้ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าร่างของ ‘มิน’ ที่มันเข้ามาอยู่เนี่ย ตายเพราะอะไร และห้ามให้คนอื่นรู้ด้วยว่าคนที่อยู่ในร่างตอนนี้ไม่ใช่มิน แต่ว่าเป็นวิญญาณ

 

เฌอปราง: เฌอเหรอ… ใช้คำว่า ‘ครบรส’ เพราะหนังมีทั้งความทริลเลอร์ แฟนตาซี สนุกสนาน โรแมนติก มีดราม่า มีความอลังการงานสร้างของ CG มีนักแสดงคุณภาพ เป็นความครบรสมากๆ เป็นเรื่องราวของตัวละครที่ค่อนข้างวัยรุ่น ซึ่งชีวิตของเขาจะเกี่ยวข้องกับทั้งเพื่อน ครอบครัว การเรียน แฟน ที่สำคัญ Homestay เป็นหนังที่ใครๆ ก็ดูได้ค่ะ

 

เจมส์: ผมว่ามันคือการเริ่มใหม่ครับ คือพอเรามาอยู่ในร่างที่เรียกมันว่า Homestay มันคือการเริ่มใหม่ เพราะวิญญาณตัวนี้มันจะไม่มีความทรงจำเดิมเหลืออยู่เลย ฉะนั้นการเข้ามาอยู่ในร่างนี้มันต้องทำตัวเนียนกับทุกอย่าง ทั้งครอบครัวของมินและพี่พาย คนที่เราเจอครั้งแรกแล้วเกิดการปิ๊ง มันเลยเหมือนกับว่าวิญญาณที่เข้ามาอยู่ในร่างมินมันจะเรียนรู้ทุกอย่างไปพร้อมกับคนดูเลย เฟิร์สอิมเพรสชันที่เจอกับพาย

 

“เฌอติดภาพลักษณ์จาก ‘ฉลาดเกมส์โกง’ มา ซึ่งในเรื่องเขาจะเป็นเพลย์บอยนิดๆ แต่พอได้เจอ ได้รู้จัก ไม่ใช่แบบนั้นเลย เจมส์เป็นคนจริงจัง เป็นคนที่พอคุยด้วยแล้วเข้าใจว่าต้องทำอะไรต่อ ดีใจที่ได้มาเจอเจมส์ เพราะถ้าไม่เจอเจมส์ก็ไม่รู้ว่าจะเจอใคร” – เฌอปราง

 

แล้วเฟิร์สอิมเพรสชันระหว่างเจมส์กับเฌอปรางล่ะครับ เป็นอย่างไรบ้าง ยังจำได้ไหม

เจมส์: เราเจอกันครั้งแรกตอนที่แคสต์คู่ ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนของปีที่แล้ว ในตอนนั้นผมยังไม่รู้จักเฌอเลย ผมเจอเฌอครั้งแรก ผมนึกว่าเฌออายุ 16 เพราะเขาดูเด็ก อ๋อ น้องคนนี้เหรอ

 

เฌอปราง: หารู้ไม่… (หัวเราะ)

 

 

เจมส์: อ้าว 22 แล้วนี่นา เขาแก่กว่าผมปีหนึ่งตามบทเป๊ะ ผมรู้สึกดีนะครับที่ได้ร่วมงานด้วย หนึ่งปีที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันทุกกระบวนการ เริ่มตั้งแต่เวิร์กช็อป 3 เดือน ถ่ายทำอีก 3 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องถ่ายงานโพสต์โปรดักชัน สิ่งที่ผมพบคือ เฌอเป็นคนสู้มาก คือเขายังใหม่กับการแสดง แล้วสำหรับคนที่ยังใหม่ การแสดงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ มันคือสิ่งที่เข้าใจยากเหมือนกัน

 

ประกอบกับบทที่เฌอได้รับมีอะไรหลายๆ อย่างที่ท้าทาย ทั้งในด้านอารมณ์หรือแอ็กชันการแสดง ผมเห็นตั้งแต่วันที่เฌอไม่เก็ตกับสิ่งนั้น เฌอต้องไปเรียนการแสดงเพิ่ม ต้องเวิร์กช็อป เราเจอกันประมาณ 30 ครั้งได้มั้งช่วงเวิร์กช็อป เฌอสู้จนถึงวันที่ต้องแสดงจริง ซึ่งเขาก็ทำมันออกมาได้ดีมาก และผมนับถือในความพยายามตรงนี้ ผมเชื่อว่าถ้าใครได้ดูหนังก็จะเห็นแน่ๆ ถึงความพยายามของเขาในแง่ของการเป็นงานแสดงชิ้นแรก

 

เฌอปราง: จริงเหรอ ขอบคุณค่ะ (ยิ้ม) แต่จริงๆ เจมส์เหมือนเป็นอาจารย์ของเฌอ เพราะถ้าเฌอไม่เห็นเจมส์แสดง เฌอก็จะไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วการแสดงมันคืออะไร ตอนเวิร์กช็อปเขาก็ช่วยอะไรเฌอเยอะมาก

 

เฟิร์สอิมเพรสชันที่ได้เจอกับ ‘พระเอก’ คนแรกในฐานะนักแสดงของเราล่ะเป็นอย่างไรบ้าง

เฌอปราง: เฌอเกร็ง เพราะเขาเล่นหนังมาก่อนหลายเรื่องแล้ว แต่เฌอติดภาพลักษณ์จาก ฉลาดเกมส์โกง มา ซึ่งในเรื่องเขาจะเป็นเพลย์บอยนิดๆ แต่พอได้เจอ ได้รู้จัก ไม่ใช่แบบนั้นเลย เจมส์เป็นคนจริงจัง เป็นคนที่พอคุยด้วยแล้วเข้าใจว่าต้องทำอะไรต่อ ดีใจที่ได้มาเจอเจมส์ เพราะถ้าไม่เจอเจมส์ก็ไม่รู้ว่าจะเจอใคร (หัวเราะ)  

 

“ชีวิตการทำงานเราคล้ายกันมากครับ เฌอทำ BNK48 ผมทำ 9×9 เฌอเป็นกัปตัน ส่วนผมเป็นลีดเดอร์ ฉะนั้นบางทีเวลามีปัญหาอะไร เราเอามาแชร์กัน เจอปัญหาตรงกัน มันคุยกันรู้เรื่อง และมีเรื่องให้เราคลิกกันมากขึ้น” – เจมส์

 

คิดว่า ‘เคมี’ ระหว่างเจมส์และเฌอปราง เข้ากันได้ดีขนาดไหนครับ

เจมส์/เฌอปราง: (มองหน้ากันแล้วหัวเราะ)

 

เฌอปราง: ตอนแรกก็คิดว่าคงเข้ากันไม่ได้

 

เจมส์: โอ้โห เจ็บเนอะ เข้ากันไม่ได้

 

เฌอปราง: คือคิดว่าเจมส์มันน่าจะเป็นอีกประเภทหนึ่งซึ่งต่างจากเรา (หัวเราะ) คือเฌอเป็นพวกลุยๆ ชิลๆ อะไรก็ได้ แต่อย่างที่บอกว่าเฌอติดภาพมาจาก ฉลาดเกมส์โกง จริงๆ เลยนึกว่าเจมส์จะเป็นประเภทแบบ…

 

ประมาณเพลย์บอย กะล่อนอะไรแบบนี้เหรอ

เฌอปราง: เออ นิดๆ หรือว่าคุณหนูนิดหนึ่ง เลยนึกว่าอาจจะได้แค่ทำงานร่วมกัน  แต่พอเอาเข้าจริงๆ เจมส์เป็นคนจริงจังกับงาน พอคุยไปคุยมา อ้าว ทัศนคติการทำงานเราคล้ายกัน แล้วเป็นคนลุย เป็นคนชิลด้วยกันทั้งคู่ เออ สุดท้ายมันก็เข้ากันได้แหละ (หันไปมองเจมส์) เข้ากันไปไหมนะ (หัวเราะ)

 

เจมส์: ได้สิ! ผมว่าเรามีหลายอย่างที่อยู่ในโพสิชันคล้ายๆ กัน

 

เฌอปราง: เราเป็นกัปตันวงเหมือนกัน

 

เจมส์: ชีวิตการทำงานเราคล้ายกันมากครับ เฌอทำ BNK48 ผมทำ 9×9 เฌอเป็นกัปตัน ส่วนผมเป็นลีดเดอร์ ฉะนั้นบางทีเวลามีปัญหาอะไร เราเอามาแชร์กัน เจอปัญหาตรงกัน มันคุยกันรู้เรื่อง และมีเรื่องให้เราคลิกกันมากขึ้น

 

เฌอปราง: วันๆ เราทำกันแต่งาน (หัวเราะ)

 

เจมส์: ใช่ครับ ถึงเวลาก็ต้องมาซ้อม มาถ่ายงาน มาโปรโมตงาน แล้วเดี๋ยวก็ต้องออกไปเพอร์ฟอร์ม

 

เฌอปราง: ชีวิตเราเลยค่อนข้างคล้ายกัน เพียงแต่คนนี้เป็นนักแสดงแล้วถึงมาร้องเพลง ส่วนเราเริ่มต้นจากร้องเพลง เป็นสมาชิกวง BNK48 แล้วถึงไปเป็นนักแสดง  

 

 

“เฌอไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้มาแสดงหรือมาอยู่ในวงการหนังได้ แล้วพอได้รับโอกาสให้ทำ เฌอก็ทำเต็มที่ ซึ่งเฌอได้รับอะไรกลับมาเยอะมาก ตัวเฌอเองเติบโตมากขึ้น ภายในของเฌอได้ปลดล็อกอะไรหลายอย่างมากจากการแสดง รวมถึงได้เรียนรู้การทำงานเยอะขึ้นมาก สุดท้ายเลยคือภูมิใจที่ทำมันสำเร็จ” – เฌอปราง

 

การแสดงดูไม่ค่อยน่าห่วงแล้ว การเป็นลีดเดอร์ของวง 9×9 ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง คิดว่าน่าจะได้ประสบการณ์ใหม่พอสมควร

เจมส์: เหมือนว่าเส้นเลือดในสมองผมกำลังจะแตกครับ

เฌอปราง: (หัวเราะ) บ่นเยอะมาก บ่นเรื่อง

 

เจมส์: จริงๆ ถ้าให้คนอื่นเป็นลีดเดอร์มันอาจจะไม่ขนาดนี้ แต่ว่าผมมันมีความ…

 

เฌอปราง: Perfectionist

 

เจมส์: ใช่ ผมเป็นพวก perfectionist อยู่เหมือนกัน ฉะนั้นเวลาซ้อม เพอร์เฟกต์ได้มากกว่านี้นี่ เวลาเจอเฌอ ผมจะเป็นประเภทขอบ่นหน่อย ไม่ไหวแล้ว

 

เฌอปราง: ซึ่งก็เหมือนกัน แต่เฌอปล่อยวางได้เร็วกว่า ต้องปล่อยวางค่ะ ความจริงคือนั่งฟังมันบ่นเฉยๆ แล้วก็บอกว่าเจอเหมือนกัน แต่เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

 

ทำไมลีดเดอร์ของวง 9×9 ถึงต้องเป็นเจมส์

เจมส์: มันเกิดขึ้นจากการโหวตครับ มันคือวันที่เราเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ช่วงกำลังจะเริ่มต้นโปรเจกต์ 9×9 ทุกคนก็โหวตกันว่าจะให้ใครเป็นลีดเดอร์ของวง แล้วสรุปออกมาว่าเป็นผม

 

คือผมมันคงจะเป็นคนพูดตรงๆ มั้ง ถามว่าเกรงใจไหม เกรงใจนะ แต่ในพาร์ตการทำงานต้องพูดก่อน แล้วค่อยมาเคลียร์กันทีหลัง ถ้าไม่สบายใจ เพราะผมเป็นคนอย่างนั้นมั้ง เขาถึงเลือกผม เพราะถ้ามีอะไรผมพูดหมดเลย

 

ความจริงหน้าที่ของเราคือเป็นคนที่แค่ดูภาพรวม เพราะวงของพวกผม ทุกคนมันมาไดเรกชันเดียวกันหมดแล้วแหละ เราแค่คอยนำอย่าให้วงสะเปะสะปะ เสริมให้มันดี คอยอุดรอยรั่วที่อาจจะเกิดขึ้นของโปรเจกต์

 

เฌอปราง: เอาจริงๆ หน้าที่เราก็คล้ายกัน เฌอแค่ดูภาพรวมแล้วก็คอยประสานงานระหว่างผู้ใหญ่กับคนอื่นๆ แล้วก็ไม่ได้ไป force ใครว่าจะต้องเป็นแบบไหนหรือต้องทำยังไง ซึ่งหน้าที่ตรงนี้มีความยากตรงที่เราต้องเข้าใจผู้ใหญ่ และเราก็ต้องเข้าใจเด็กด้วย ซึ่งก็ต้องหาทางเกลี่ยให้เป็นกลางที่สุดและดีที่สุดสำหรับภาพรวมของวง

 

“เมื่อก่อนเฌอคิดว่าตัวเองเป็นคนชินชากับอารมณ์ เหมือนไร้ความรู้สึกไปแล้วระดับหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วคือเฌอกดมันจนไม่รู้ว่ามันยังอยู่ตรงนี้ จนเฌอได้มาปลดล็อกกับการแสดง เพราะฉะนั้นช่วงนี้เลยกลายเป็นคนเซนสิทีฟไปเลย” – เฌอปราง

 

เฌอปรางล่ะครับ ผ่านการทำความรู้จัก ‘พระเอกคนแรก’ มาแล้ว การทำความรู้จักกับ ‘การแสดง’ ใน ‘หนังเรื่องแรก’ เป็นอย่างไรบ้าง

เฌอปราง: เอาจริงๆ เฌอไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้มาแสดงหรือมาอยู่ในวงการหนังได้ แล้วพอได้รับโอกาสให้ทำ เฌอก็ทำเต็มที่ ซึ่งเฌอได้รับอะไรกลับมาเยอะมาก ตัวเฌอเองเติบโตมากขึ้น ภายในของเฌอได้ปลดล็อกอะไรหลายอย่างมากจากการแสดง รวมถึงได้เรียนรู้การทำงานเยอะขึ้นมาก สุดท้ายเลยคือภูมิใจที่ทำมันสำเร็จ (หัวเราะ) ตอนนี้อยากให้ทุกคนได้ดูหนังเรื่องนี้มากค่ะ

 

ปลดล็อกที่ว่าคือปลดล็อกอะไรในตัวเราบ้าง

เฌอปราง: ปลดล็อกเรื่องอารมณ์ของเฌอ เมื่อก่อนเฌอคิดว่าตัวเองเป็นคนชินชากับอารมณ์ เหมือนไร้ความรู้สึกไปแล้วระดับหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วคือเฌอกดมันจนไม่รู้ว่ามันยังอยู่ตรงนี้ จนเฌอได้มาปลดล็อกกับการแสดง เพราะฉะนั้นช่วงนี้เลยกลายเป็นคนเซนสิทีฟไปเลย

 

ถ้ากองถ่ายคือห้องเรียน เฌอได้เรียนรู้อะไรกลับมาบ้างจากการทำงานแสดงครั้งแรก ติดใจไหม ชอบมันในมุมไหนบ้าง  

เฌอปราง: เฌอเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมดเลยจริงๆ ทั้งการทำงานในกอง การทำงานกับผู้กำกับ การทำงานร่วมกับเพื่อนนักแสดง ฯลฯ ซึ่งสนุกมากๆ เฌอสนุกแล้วก็เอ็นจอยกับการมาทำงานกอง ยังรู้สึกเสียดายอยู่เลย อ้าว ครั้งสุดท้ายที่ออกกองแล้วเหรอ บางทีไม่มีบทของตัวเองก็จะขอไปกองหน่อยหนึ่ง ไปดูว่าเขาทำอะไรกัน เราอยากไป อยากอยู่ในกองถ่ายอีก อยากแสดงอีก เริ่มติดใจการแสดงแล้ว

 

 

“มีคนถามผมเยอะมากครับว่า เฮ้ย เฌอปรางตัวจริงเป็นไง เฌอปรางน่ารักหรือเปล่า ผมก็จะบอกทุกครั้งว่าน่ารักครับ แล้วก็ไนซ์มากด้วย คนอาจจะมองว่าพอ BNK48 มีกฎเยอะ การทำงานด้วยจะยากหรือเปล่า แต่ผมพูดเลยว่าไม่ยาก เฌอไนซ์และดีมากครับสำหรับผม” – เจมส์

 

เจมส์ล่ะครับ ตลอด 5 ปี ผ่านการแสดงมามากมาย ยังมีมุมมองอะไรใหม่ๆ ให้ต้องเรียนรู้เพิ่มอีกไหม

เจมส์: โอ้โห ทุกครั้งเวลาออกกองมันคือการเรียนรู้ครับ โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่ทุกอย่างครบหมดเลยสำหรับการเรียนรู้ ทั้งเอฟเฟกต์ สลิง กรีนสกรีน การเล่นจังหวะกับกล้อง ฯลฯ สกิลการแสดงผมเพิ่มขึ้นแบบเยอะมากๆ

 

คิดว่าหลังจากนี้ถ้ามีคนถามถึง เฌอปราง BNK48 เจมส์จะเล่าถึงเฌอปรางในแบบไหนบ้าง

เจมส์: จริงๆ มีคนถามผมเยอะมากครับว่า เฮ้ย เฌอปรางตัวจริงเป็นไง เฌอปรางน่ารักหรือเปล่า ผมก็จะบอกทุกครั้งว่าน่ารักครับ แล้วก็ไนซ์มากด้วย คนอาจจะมองว่าพอ BNK48 มีกฎเยอะ การทำงานด้วยจะยากหรือเปล่า แต่ผมพูดเลยว่าไม่ยาก เฌอไนซ์และดีมากครับสำหรับผม

 

เฌอปราง: (ปรบมือ) ขอบคุณค่ะ

 

ได้ทำความรู้จักกันมาปีกว่า คุณชอบภาพที่เฌอปรางเป็น ‘ไอดอล’ หรือว่าชอบเฌอปรางในแบบที่เป็น ‘นักแสดง’ มากกว่ากัน

เจมส์: สำหรับผม ผมชอบที่เฌอเป็นเฌอแบบไม่ต้องเป็นไอดอลมากกว่า ผมชอบเฌอแบบในหนัง เฌอแบบในหนังน่ารักมาก… ผมตอบอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมทุกคนเงียบ (หัวเราะ)

 

 

“เวลาเจอเฌอ เฌอเขาจะมีซองวิตามินมาให้ แล้วก็บอกว่า อะ กินหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะตายซะก่อน” – เจมส์

 

เฌอปรางล่ะครับ ถ้ามีคนถามถึง เจมส์ ธีรดนย์ คิดว่าจะเล่าถึงพระเอกคนแรกในมุมแบบไหน

เฌอปราง: เจมส์เป็นคนตลกมากกว่าที่คิด และเป็นคนจริงจังกับการทำงานมาก มากๆๆ ทุ่มมาก เฌอรู้สึกชื่นชม เพราะเหมือนได้เจอคนประเภทเดียวกัน คือทำแต่งาน แต่บางทีก็รู้สึกว่าอยากให้ดูแลตัวเองบ้าง เพราะใกล้ตายแล้ว (หัวเราะ)

 

เจมส์: คือเราจะมีกรุ๊ปแชตที่มีผู้กำกับ ทีมงาน มีทีมนักแสดงไว้คุยงานกัน มีอยู่วันหนึ่งแจ็กพอตมาก ผมเข้าโรงพยาบาลเพราะไซนัสอักเสบแล้วลามลงคอ แล้วสักพักเฌอก็ส่งรูปกลับมาในกรุ๊ปว่าอยู่โรงพยาบาลเหมือนกัน คือเข้าโรงพยาบาลวันเดียวกัน แล้ววันต่อมาเราก็ต้องออกไปทำงานด้วยกันต่อ

 

เฌอปราง: ใช่ ต่างคนต่างทำงาน คือถอนสายน้ำเกลือออกไปทำงานทั้งคู่

 

“เฌอรู้สึกว่าอย่างอื่นเจมส์โอเคหมดแล้ว ยกเว้นเรื่องสุขภาพ แต่เราก็เข้าใจนะว่าทำไมเขาถึงลุยขนาดนี้ แต่บางทีสุขภาพก็สำคัญ ควรจะพักบ้าง” – เฌอปราง  

 

ชมกันเยอะมากแล้ว ไหนลองสลับกันพูดถึงข้อเสียของแต่ละคนหน่อยครับ

เฌอปราง: ไม่รู้ว่ามันเป็นข้อเสียหรือเปล่า ที่เฌอรู้สึกว่าอย่างอื่นเจมส์โอเคหมดแล้ว ยกเว้นเรื่องสุขภาพ แต่เราก็เข้าใจนะว่าทำไมเขาถึงลุยขนาดนี้ แต่บางทีสุขภาพก็สำคัญ ควรจะพักบ้าง

 

เจมส์: เวลาเจอเฌอ เฌอเขาจะมีซองวิตามินมาให้ แล้วก็บอกว่า อะ กินหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะตายซะก่อน (หัวเราะ)

 

ส่วนของเฌอ ที่จริงผมไม่ได้มองว่ามันเป็นข้อเสียอะไรขนาดนั้น แต่ตอบแบบนี้ก็สนุกดี คือเฌอรับมุกไม่เป็น (หัวเราะ) แล้วผมเป็นคนที่ชอบเล่นมุก

 

เฌอปราง: อันนี้เป็นเรื่องที่เฌอก็รู้ตัว แต่เฌอไม่สามารถจริงๆ แล้วเจมส์เป็นคนที่ปล่อยมุกตลอดเวลาอยู่ในกอง แล้วเฌอก็จะแบบ…

 

มุกแบบไหนเหรอ

เจมส์: ให้เฌอเล่นดีกว่า ความจริงผมเทรนด์เฌอไปมุกหนึ่งนะครับ

 

เฌอปราง: มุกอะไรวะ (กระซิบคุยกัน)  

 

พร้อมไหมครับ เดี๋ยวจะนับถอยหลังให้…

เฌอปราง: ถึงเราจะไม่ใช่โซเดียม แต่เราก็คอลไลน์ได้นะ (หัวเราะ)

 

เจมส์: ไม่ดีเหรอ มันออกจะดี นี่ผมอุตส่าห์เลือกมุกวิทยาศาสตร์มาให้เฌอเลยนะ

 

 

ในเมื่อ Homestay เกี่ยวข้องกับการสิงร่าง งั้นถ้าเจมส์และเฌอปรางได้รางวัลให้เข้าไปอยู่ในร่างของอีกคนได้หนึ่งวัน คุณคิดว่าอยากจะทำอะไรเมื่ออยู่ในร่างของอีกฝ่ายบ้าง

เฌอปราง: โอ้โห ถ้าเฌอไปอยู่ร่างเจมส์ตอบง่ายมาก เฌอจะนอนทั้งวันค่ะ จะไปนอนแทนให้

เจมส์: ถ้าอยู่ในร่างเฌอปรางหนึ่งวัน ผมอยากลองได้โอกาสในวันที่เฌอปรางมีอีเวนต์ดูครับ ผมอยากลองเต้นโอนิกิริแล้วมีคนร้องตามดูบ้าง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Homestay และเคมีนอกห้องวิทยาศาสตร์ระหว่าง ‘เจมส์’ และ ‘เฌอปราง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/homestay-james-cherprang/feed/ 0
ถอดสไตล์ สี่ยอดกุมาร จากซีรีส์ เลือดข้นคนจาง กับคาแรกเตอร์การแต่งตัวที่แตกต่างและชัดเจนของ อี้ เอิร์น เต๋า เต้ย https://thestandard.co/passorn-in-family-we-trust-s-son-style/ https://thestandard.co/passorn-in-family-we-trust-s-son-style/#respond Sat, 13 Oct 2018 05:42:02 +0000 https://thestandard.co/?p=132149

ทั้งสี่ ถึงแม้ว่าจะมีสไตล์ที่ดีก็ไม่ได้บอกเรื่องของจิตใ […]

The post ถอดสไตล์ สี่ยอดกุมาร จากซีรีส์ เลือดข้นคนจาง กับคาแรกเตอร์การแต่งตัวที่แตกต่างและชัดเจนของ อี้ เอิร์น เต๋า เต้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทั้งสี่ ถึงแม้ว่าจะมีสไตล์ที่ดีก็ไม่ได้บอกเรื่องของจิตใจ เราคงต้องรอลุ้นกันต่อว่าตัวละครไหนมีโอกาสเป็นคนร้ายที่แท้จริง

 

 

ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อี้

อยากได้ลุคเท่ๆ เหมือนอี้ก็ลองหาเสื้อตัวใหญ่ จะเป็นคอกลม คอปาด ทรงฮาวาย ซาฟารีทรงโคร่ง แมตช์เข้ากับกางเกงเอวสูงทรงสกินนีสักตัว เท่านี้ก็ได้ลุคของอี้แล้ว

 

 

ชลธร คงยิ่งยง รับบท เอิร์น

จะได้ลุคแบบเอิร์น อย่างแรกลองหาสูทที่พอดีกับตัวเราก่อน จากนั้นก็มาเลือกเสื้อเชิ้ตว่าจะใส่ปกอะไร สีไหนที่แมตช์เข้ากัน แต่โดยรวมอยากให้คุมโทนสุภาพ สีไม่จัดมาก แล้วใช้สีสดหยอดไปในเนกไทแทนสูทที่เลือก

 

 

ลภัส งามเชวง รับบท เต๋า

สำหรับเต๋า เป็นลุคหาง่ายเน้นการแมตช์ สิ่งที่จำเป็นคือหาแจ็กเก็ตที่ชอบ จะบอมเบอร์หรือเบลเซอร์ก็ได้ ที่สำคัญเสื้อฮู้ดเนื้อผ้าต้องบางหน่อย เพื่อใส่ซ้อนกันจะได้ไม่บวมมาก กับกางเกงที่ดูสบายๆ แมตช์กับผ้าใบเพิ่มความสตรีทเข้าไปได้อีก

 

 

จักริน กังวานเกียรติชัย รับบท เต้ย

จริงๆ แล้วเราสามารถแต่งตัวลุคคล้ายเต้ยได้ด้วยการหาเสื้อที่มีตราปักประดับบนปกสูท หรือง่ายๆ คือเสื้อเชิ้ตขาวแขนสั้นผูกไท สวมกางเกงสแลกทรงตรง (เพิ่มความไฮสคูลด้วยลายสกอตก็ยังได้) เท่านี้เราก็จะได้ลุคเต้ยที่ดูเท่ขึ้นมาอีกขั้นแล้ว

 

ภาพประกอบ: Dreaminem

The post ถอดสไตล์ สี่ยอดกุมาร จากซีรีส์ เลือดข้นคนจาง กับคาแรกเตอร์การแต่งตัวที่แตกต่างและชัดเจนของ อี้ เอิร์น เต๋า เต้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/passorn-in-family-we-trust-s-son-style/feed/ 0
แจ๊คกี้ จักริน ความพลุ่งพล่านของวัยเด็กที่ถูกถ่ายทอดผ่าน ‘เต้ย’ ในละครเลือดข้นคนจาง https://thestandard.co/jackrin-kungwankiatichai/ https://thestandard.co/jackrin-kungwankiatichai/#respond Fri, 12 Oct 2018 09:17:47 +0000 https://thestandard.co/?p=131771

‘เต้ย’ เด็กหนุ่มอารมณ์ร้อน ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ที่เปิดตัว […]

The post แจ๊คกี้ จักริน ความพลุ่งพล่านของวัยเด็กที่ถูกถ่ายทอดผ่าน ‘เต้ย’ ในละครเลือดข้นคนจาง appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘เต้ย’ เด็กหนุ่มอารมณ์ร้อน ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ที่เปิดตัวในละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง ด้วยการ ‘เขย่า’ จนทำให้หลายคนจำภาพของ แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย ที่มารับบทนี้ได้อย่างขึ้นใจ

 

ซึ่งถ้าตัดฉากนั้นออกไป แจ๊คกี้บอกว่าตัวตนของเขานั้นถูกใส่ลงไปในตัวละครเต้ยแทบทุกอย่าง ทั้งนิสัยอารมณ์ร้อน ตรงไปตรงมา และความพยายามเป็นผู้ใหญ่ให้เร็วที่สุด ทั้งๆ ที่ตัวยังเป็นแค่ ‘เด็ก’ ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

 

จนกระทั่งการได้เข้ามาเป็นศิลปินจากโปรเจกต์พัฒนาศิลปิน 9×9 ของค่าย 4NOLOGUE การซ้อมหนักบนพื้นฐาน ‘ความจริงจัง’ ได้ทำเขารู้ว่า การเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และการใช้ชีวิตวัยเด็ก เรียนรู้ทุกอย่างให้เต็มที่ไม่รีบร้อน ก็สำคัญไม่แพ้กัน  

 

 

ในมุมมองของแจ๊คกี้ ตัวละคร ‘เต้ย’ เป็นคนแบบไหน

เต้ยเป็นน้องคนสุดท้ายของบ้านภัสสร (รับบทโดย แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช) นิสัยหลักๆ คือจะเป็นคนกวนๆ ตรงไปตรงมา เป็นเด็กชั้น ม.6 ระดับกลางๆ ไม่ตั้งใจเรียนแต่ไม่ถึงขนาดเกเร แล้วก็อยู่ในช่วงที่ฮอร์โมนของวัยรุ่นกำลังพลุ่งพล่าน อยากรู้อยากลองสิ่งใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยอยู่ตลอดเวลา เพราะคิดว่านั่นจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้

 

ในบรรดานักแสดงใหม่ของเลือดข้นคนจาง ทีมเขียนบทจะต้องมารีเสิร์ชนิสัยส่วนตัวเพื่อไปพัฒนาตัวละครให้ใกล้เคียงกับตัวจริง มีเรื่องไหนของแจ๊คกี้ที่ถูกเอาไปใส่ในตัวเต้ยมากที่สุด

แทบทั้งหมดเลยครับ ตั้งแต่ความกวนๆ ตรงๆ เห่อชีวิตวัยรุ่น อยากโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งผมรู้สึกแบบนั้นมาตั้งแต่ ม.1 ที่พยายามทำอะไรหลายอย่างตั้งแต่โดดเรียน หนีเที่ยว แอบไปนอนบ้านเพื่อน มีเรื่องทะเลาะวิวาท ฯลฯ แต่ยังพอมีข้อดีอยู่บ้างที่นิสัยแบบนี้ทำให้ผมชอบคุยกับผู้ใหญ่และรับฟังความคิดเหล่านั้นมาปรับใช้ ทำให้ผมรู้สึกว่าค่อนข้างมีชุดความคิดอีกแบบหนึ่งที่ไม่ค่อยเหมือนเพื่อนอายุ 17 ปี รุ่นเดียวกันเท่าไร

 

ได้เรียนรู้อะไรผ่านช่วง ‘เห่อ’ ความเป็นวัยรุ่นและพยายามโตเป็นผู้ใหญ่ในตอนนั้นบ้าง

หลายอย่างนะครับ มันจะมีช่วงหนึ่งที่พอเริ่มทำตัวเกเรแล้วคิดว่าเราเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พอผ่านไปถึงจุดหนึ่งที่ได้รู้จักผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้รู้ว่าไอ้ความคิดเป็นผู้ใหญ่นั่นเราคิดไปเองหมดเลย พอเข้าช่วง ม.4 ที่กลับมามองตัวเอง แล้วรู้สึกว่าที่เราทำมาทั้งหมดมันแทบไม่มีผลดีอะไรกับเราเลย เราเคยทำแบบนั้น เพราะอยากมีสังคม อยากมีคอนเน็กชัน อยากได้รับการยอมรับ ซึ่งมันก็ได้มาบ้างนะครับ แต่ถ้าเทียบกับเงินทอง เวลา ความรู้สึกที่เสียไป มันไม่มีอะไรคุ้มค่าเลย จนเราเบื่อ และรู้สึกว่าควรจะปรับมาใช้ชีวิตอีกแบบได้แล้ว

 

เป็นช่วงเวลาใกล้ๆ กับที่ผมได้เข้ามาโปรเจกต์ 9×9 พอดี ที่ทำให้ผมได้รู้จักวิธีการทำงาน ที่เป็นการทำงานแบบจริงๆ ต้องมีระเบียบวินัย มีความตรงต่อเวลา มีการวางแผนทุกอย่างแบบละเอียดรอบคอบ ก่อนหน้านี้ผมเคยตั้งวงดนตรีกับพี่ไอซ์ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต นักแสดงที่รับบทเป็น ฉี ใน เลือดข้นคนจาง) ที่อยากเล่นอะไรก็เล่น อยากร้องอะไรก็ร้อง แล้วก็คิดว่านั่นคือการทำตามความฝันที่จริงจังแล้วนะ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย เราเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่แทบไม่รู้เลยว่ากว่าจะได้เป็นศิลปินจริงๆ เขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง

 

 

ทำไมถึงตัดสินใจเข้ามาเป็นศิลปินในโปรเจกต์ 9×9

พี่ไอซ์แนะนำผมกับพี่วุธ (อนุวัติ วิเชียรณรัตน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท 4NOLOGUE) แล้วเขาเรียกผมมาออดิชัน ยอมรับว่ามาแบบงงๆ มากเลยนะครับ เขาให้เตรียมเพลงไปร้องอยู่ประมาณ 2 วัน ก็เตรียมตัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

พอไปถึงวันจริง แค่รอบแรกก็รู้เลยว่านี่คือโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยผ่านมา แค่รอบออดิชัน แต่เขาเซตสตูดิโอ แสง สี แสง ทุกอย่างพร้อมมาก มีกรรมการอีกหลายสิบคน แล้วคู่แข่งในวันนั้นก็มีแต่คนที่มีชื่อเสียง มีพื้นฐานมาก่อน แต่เรื่องการแสดงกับเต้นนี่แทบจะเป็นศูนย์เลย พอผ่านเข้ามาได้จริงๆ ก็รู้สึกว่าโชคดีมาก และเราต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด จะมาทำเล่นๆ แบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว

 

แจ๊คกี้เลือกเพลงอะไรไปร้องในรอบออดิชัน

เพลง เสมอ ของพี่ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ครับ เห็นแบบนี้ผมเป็นสายเพื่อชีวิตนะครับ (หัวเราะ) แต่เพิ่งมาสนใจในช่วงหลัง เริ่มจากฟังเพลงของวงคาราบาว ที่เขามารีอะเรนจ์ใหม่ใน Carabao The Series แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก ทุกเพลงมีเสน่ห์ที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ในตัวโน้ตและเนื้อเพลง แล้วก็เริ่มไปหาฟังแบบออริจินัลมากขึ้น  

 

 

พอเข้ามาอยู่ในโปรเจกต์ 9×9 จริงๆ แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง หลายคนบอกว่าต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะซ้อมหนัก แจ๊คกี้มีเหตุการณ์แบบนั้นด้วยไหม

ไม่รอดครับ มีแทบทุกคนจริงๆ (หัวเราะ) ของผมคออักเสบ เพราะต้องใช้เวลาในการซ้อมร้องเพลงเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงหนึ่งที่ต้องอัดรายการ Into The Light ติดกัน 2 วัน ที่ต้องใช้เสียงหนัก พอจบก็ต้องมาซ้อมสำหรับอีพีต่อไป ทำให้ใช้เสียงหนักติดต่อกันแบบไม่หยุดจนต้องเข้าโรงพยาบาลเหมือนกัน

 

พอเข้าสู่ระบบการทำงานแบบมืออาชีพ จากเด็กคนหนึ่งที่อยากโตเป็นผู้ใหญ่เร็วๆ คิดว่าตอนนี้แจ๊คกี้เข้าใกล้คำนั้นไปมากขนาดไหนแล้ว

ไม่เลยครับ ยิ่งทำยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นเด็กที่ต้องพัฒนาตัวเองอีกเยอะมาก ตอนนี้ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าผู้ใหญ่เลย อย่างที่บอกว่า ผมอายุแค่ 17 ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมต้องเจออีกเยอะ โปรเจกต์นี้เปลี่ยนมุมมองผมไปเยอะเหมือนกันนะครับ จากที่คิดว่า เราไม่อยากเป็นเด็ก ต้องรีบโตเป็นผู้ใหญ่ให้เร็วที่สุด กลายเป็นรู้สึกว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้ว ที่ได้ทำทุกอย่างในช่วงที่ยังเป็นเด็ก ที่ยังมีโอกาสได้เรียนรู้ ได้ทดลองอะไรใหม่ๆ อย่างเป็นระบบ ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องรีบเป็นผู้ใหญ่ แต่อยากใช้เวลาตรงนี้ไปนานๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกอย่าง และใช้ช่วงเวลาแห่งความเป็นเด็กให้เต็มที่ที่สุดมากกว่า

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post แจ๊คกี้ จักริน ความพลุ่งพล่านของวัยเด็กที่ถูกถ่ายทอดผ่าน ‘เต้ย’ ในละครเลือดข้นคนจาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/jackrin-kungwankiatichai/feed/ 0
กัปตัน ชลธร ในวันที่ทิ้งความโชคดีและขอพิสูจน์ตัวเองด้วยฝีมือ https://thestandard.co/captain-chonlathorn-kongyingyong/ https://thestandard.co/captain-chonlathorn-kongyingyong/#respond Fri, 28 Sep 2018 11:21:49 +0000 https://thestandard.co/?p=125500

เอิร์น ลูกชายคนที่สองของบ้านภัสสร เด็กหนุ่มติดแม่ และยก […]

The post กัปตัน ชลธร ในวันที่ทิ้งความโชคดีและขอพิสูจน์ตัวเองด้วยฝีมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เอิร์น ลูกชายคนที่สองของบ้านภัสสร เด็กหนุ่มติดแม่ และยกให้แม่เป็นคนที่สำคัญเหนือทุกสิ่งในเรื่อง เลือดข้นคนจาง คือผลงานล่าสุดของ กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง หนึ่งในศิลปินจากโปรเจกต์พัฒนาศิลปิน 9×9 ของค่าย 4NOLOGUE

 

ถึงแม้ว่ากัปตันจะเคยมีผลงานด้านการแสดงมาแล้วหลายเรื่อง แต่บทบาทใน เลือดข้นคนจาง คือครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้ใช้ความพยายาม ความสามารถ และความรักทุ่มให้กับผลงานชิ้นนี้ หลังจากที่ผ่านมาเขารู้สึกแค่ว่าตัวเองไม่ใช่คนเก่ง เพียงแต่เป็นคนที่ ‘โชคดี’ กว่าคนอื่นเท่านั้นเอง

 

เมื่อค้นพบตัวตนและแพสชันที่เคยตามหามานาน ก็ถึงเวลาแล้วที่กัปตันจะเข้าสู่โหมดพัฒนาตัวเองแบบเต็มตัวเพื่อพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปิน ที่ต่อให้กระแสและคำวิจารณ์จะรุนแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถฉุดเขาไว้ได้อีกต่อไป

 

 

ในมุมมองของกัปตัน ตัวละคร เอิร์น เป็นคนแบบไหน

ลูกคนที่สองของบ้านภัสสร (รับบทโดย แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช) คอยช่วยแม่ดูแลกิจการโรงแรมที่พัทยา เอิร์นเป็นคนจิตใจดี ขี้สงสาร แคร์ความรู้สึกของทุกคน แต่จะแคร์ความรู้สึกแม่มากที่สุด แล้วก็เป็นคนคิดมาก แต่ชอบเก็บสิ่งที่คิดเอาไว้ในใจ ไม่กล้าพูดหรือแสดงออกมา

 

ซึ่งถือว่าคล้ายผมในเรื่องคิดมาก แต่ไม่ค่อยกล้าทำอะไร สมมติมีทางเลือกสองทางก็จะมัวแต่คิดว่าถ้าไปทางซ้ายจะดีอย่างไร ถ้าไปทางขวาจะแย่อย่างไร ใช้เวลาคิดอยู่นานมาก แล้วส่วนใหญ่ก็จะไม่กล้าเลือก อยู่ตรงกลางระหว่างซ้ายกับขวา ไม่ไปไหนสักที ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผมขี้กลัวด้วยมั้งครับ กลัวว่าการตัดสินใจของเราจะไปกระทบและทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่สบายใจหรือเปล่า

 

แต่เรื่องติดแม่อาจจะไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร ไม่สิๆ พูดแบบนี้ไม่ได้เนอะ (หัวเราะ) ผมแคร์แม่มากเหมือนที่เอิร์นแคร์ภัสสรที่สุด แต่ด้วยเวลาและการทำงานที่ไม่เหมือนกัน ทำให้เราไม่มีเวลากับแม่มากเท่าไร บวกกับนิสัยของผมที่บางครั้งก็จะติสท์แตก ชอบอยู่คนเดียวด้วย

 

ถ้าชีวิตจริงไม่ติดแม่ แล้วกัปตันมีคนที่ติดเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่า

เวลามีแฟนผมจะติดแฟนนะ แต่ถ้าไม่มีผมก็อยู่คนเดียวได้ ไม่มีปัญหาอะไร ผมสามารถทำอะไรด้วยตัวคนเดียวได้ทุกอย่างเลยนะ กินข้าว ดูหนัง ไปไหนมาไหน เดินไปเรื่อยๆ คนเดียว บางทีแค่ไปนั่งร้านกาแฟ นั่งฟังเพลงเฉยๆ หรือเปิดยูทูบดูคลิปทำอาหาร ดูศิลปิน หาความรู้ใหม่ๆ แค่นี้ผมก็อยู่ได้ทั้งวันแล้ว

 

 

ในละคร เลือดข้นคนจาง จะเห็นว่าครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการหล่อหลอมคนคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมา ในชีวิตจริงกัปตันได้รับอิทธิพลเรื่องไหนมาจากสภาพแวดล้อมในครอบครัวบ้าง

มีผลมากนะครับ ที่ชัดๆ ก็คือตัวตนพื้นฐานของผมที่คิดว่าครอบครัวส่งมาให้ก่อนเลย ซึ่งก็มีทั้งเรื่องที่ส่งผลดีและส่งผลเสียในตอนหลังเหมือนกัน เรื่องที่ดีคือนิสัยขี้สงสาร ไม่อยากเป็นภาระให้กับคนอื่น ทำให้ผมค่อนข้างแคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าตัวเองอยู่เสมอ

 

ซึ่งผลที่ต่อเนื่องจากนั้นคือพอไม่อยากทำให้คนอื่นเดือดร้อน ผมก็จะพยายามทำตัวอยู่ในกรอบมาตลอด แต่พอตัวเราโตขึ้น ตอนอายุประมาณ 15-16 ปีเป็นช่วงที่รู้สึกว่ากรอบนั้นเริ่มคับเกินไป แทนที่จะค่อยๆ ขยายกรอบออกไปเรื่อยๆ แต่ผมจะพยายามยัดตัวเองอยู่ในกรอบนั้นต่อไป จนอายุ 18 กรอบเริ่มแตกแล้ว พออายุ 19-20 ก็เข้าสู่ช่วงที่ออกมาจากกรอบเต็มๆ แล้วทุกอย่างรุมเข้ามาเต็มไปหมดจนเราไม่รู้ว่าต้องรับมือกับทุกอย่างอย่างไร

 

มีเรื่องไหนบ้างที่ทำให้กัปตันรู้สึกอึดอัดหรือคิดว่าอยากทำมากๆ แต่ไม่สามารถทำได้

ง่ายที่สุดก็คือเรื่องเที่ยวกลางคืน เพื่อนเริ่มไปตั้งแต่อายุ 15-16 ปี เราเห็นก็อยากไปบ้าง แต่ไม่กล้า เพราะรู้ว่าอายุยังไม่ถึงและกลัวคุณพ่อคุณแม่ว่า พออายุ 17-18 เริ่มอึดอัดจนทนไม่ไหว แต่ก็ยังไม่ไปอยู่ (หัวเราะ) พออายุ 19-20 ที่มีบางร้านที่เราสามารถไปได้ถึงเริ่มได้ไป ซึ่งจริงๆ ไม่ได้คิดว่าอยากไปดื่มแอลกอฮอล์หรืออะไรเลยนะ แค่รู้สึกว่าเราชอบฟังเพลง เราชอบบรรยากาศ แต่อย่างที่บอกว่าพอกดเอาไว้มากๆ ไปถึงจุดหนึ่งก็เกือบพังเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องมากที่เข้ามาแล้วรับมือไม่ได้

 

คิดว่าเรื่องไหนที่รับมือได้ยากที่สุด

ทุกเรื่องที่อยู่นอกกรอบของเรา ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีสิ่งเหล่านี้อยู่ ตอนแรกผมเคยอยู่ในจุดที่มองโลกทุกอย่างเป็นสวนดอกไม้ (หัวเราะ) เพราะถูกสอนมาแบบนั้น คิดว่าทุกคนเกิดมาด้วยความปรารถนาดีต่อกัน ซึ่งในโลกแห่งความจริงมันมีคนอีกหลากหลายรูปแบบเต็มไปหมด ไม่ได้หมายความว่าดีหรือไม่ดีนะครับ แต่แน่นอนว่าพอหลากหลาย มันต้องมีบางอย่างที่ทิศทางไม่ตรงกับเราและส่งผลตรงข้ามกับที่เราคิด แล้วพอเราไปอยู่กับความคาดหวังว่าทุกอย่างจะต้องดีไปหมด พอไม่เป็นอย่างที่คิดเราก็เจ็บ เสียใจ และรับมือกับมันไม่ได้

 

 

ช่วงที่เกิดเรื่องในข่าวก่อนหน้านี้ที่กัปตันถูกโจมตีพอสมควร เคยทำให้รู้สึกถึงขนาดว่าไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้วบ้างไหม

เคยมีช่วงที่อยากเลิกทำ ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นนะครับ แต่เป็นช่วงที่พอทำงานมาได้สักระยะหนึ่งแล้วรู้สึกเบื่องานที่ทำอยู่ เหมือนผมทำงานทุกอย่างเพราะอยากได้เงิน แต่ไม่ได้ชอบ ซึ่งได้เงินมาก็ไม่ได้เอาไปใช้อะไรด้วยนะ เก็บเอาไว้เฉยๆ (หัวเราะ) จนคิดว่าได้เงินมาแล้วยังไงต่อล่ะ งานตัวเองก็ไม่ได้กลับมาดูด้วยซ้ำ เราทำงานไปแต่ละวันโดยที่นอกจากเงินที่เพิ่มขึ้นแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเลยว่าในตัวเรามีอะไรที่พัฒนาขึ้นมาบ้าง

 

จนได้เข้ามาอยู่ในโปรเจกต์ 9×9 ที่รู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมเราถึงไม่สนใจเรื่องเงินแล้ววะ ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเพราะอะไร แต่ไม่เคยคิดเลยว่าได้เงินเท่าไร รู้แค่ว่าพอทำงานวันนี้เสร็จ กลับมาดูตัวเองแล้วรู้สึกว่าชอบจังเลย เมื่อก่อนเวลาดูคลิปศิลปินเกาหลีในยูทูบที่ผมบอกว่านั่งดูได้ทั้งวันแล้วก็คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราบ้างไหมนะ ตอนนี้รู้สึกว่า เออ งานที่เราทำมันค่อนข้างใกล้เคียงกับภาพนั้นแล้วเหมือนกันนะ

 

ทั้งความตั้งใจของทีมงานทุกคน ความทะเยอทะยานในโปรเจกต์ที่อยากพัฒนาศิลปินให้เท่ากับศิลปินต่างชาติ การเก็บตัวซ้อมอย่างหนักเพื่อทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่รู้สึกว่าผมได้ใช้ความพยายาม ดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มายืนอยู่ในโปรเจกต์นี้

 

พูดแบบนี้ได้ไหมว่าเมื่อก่อนกัปตันอาจจะใช้ต้นทุนของหน้าตาและความสามารถที่มีอยู่มาใช้ในการทำงานอย่างเดียว

ไม่เคยได้ใช้อะไรเลยครับ ที่ผมใช้มีแค่อย่างเดียวคือความโชคดี เพราะไม่ว่าจะเรื่องหน้าตาหรือความสามารถ ต่อให้ไม่ใช่ผมก็เป็นคนอื่นได้อยู่ดี แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความโชคดี มันคือความสามารถที่เราพยายามพัฒนาขึ้นมาจริงๆ

 

และไม่ใช่แค่ความพยายามของผมคนเดียว แต่หมายถึงความพยายามของทีมงานทุกคนและเพื่อนๆ อีก 8 คนในโปรเจกต์นี้ด้วยที่ทุกคนก็พยายามกันหนักมาก เราอยู่ร่วมกันโดยมีเป้าหมายเดียวกัน จนสุดท้ายมันกลายเป็นเหมือนความสัมพันธ์แบบคนในครอบครัวจริงๆ มันทิ้งกันไม่ได้ ถ้าจะรอดก็ต้องรอดด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเก่งคนเดียว รอดคนเดียวก็พอ พวกเราไม่เคยคิดแบบนั้น

 

 

กระแสสังคม คำวิจารณ์ต่างๆ มีผลกับแพสชันและตัวตนที่กัปตันเพิ่งค้นหาเจอมากน้อยขนาดไหน

จะมีผลถ้าเป็นคอมเมนต์เกี่ยวกับงานของเราที่ต้องเอามาพัฒนาแก้ไขกันต่อไป แต่ถ้าเป็นกระแสเรื่องส่วนตัวอื่นๆ อาจจะมีผลบ้างในช่วงแรกๆ แต่พอเราเข้าใจความเป็นศิลปินมากขึ้น เราจะเริ่มมองเห็นว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราหมดเลย แล้วทุกคนก็จะเป็นห่วงผมกันหมดเลยนะครับว่า เฮ้ย เป็นยังไง รู้สึกยังไงบ้าง คือเขารู้สึกว่ามันน่ากลัวมากกว่าที่ผมคิดอีก (หัวเราะ) ซึ่งมันก็น่ากลัวจริงๆ แต่การรับมือที่ดีที่สุดก็คือทำงานพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ทั้งเรื่องส่วนตัวและความสามารถของผมดีที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post กัปตัน ชลธร ในวันที่ทิ้งความโชคดีและขอพิสูจน์ตัวเองด้วยฝีมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/captain-chonlathorn-kongyingyong/feed/ 0
ไอซ์ พาริส จากชีวิตจริงสู่ตัวละครใน ‘เลือดข้นคนจาง’ บทเรียนจากความสูญเสีย และใช้ชีวิตกับสิ่งที่รักให้ดีที่สุด https://thestandard.co/paris-intarakomalyasut/ https://thestandard.co/paris-intarakomalyasut/#respond Fri, 21 Sep 2018 10:33:00 +0000 https://thestandard.co/?p=122855

‘ฉี’ เด็กหนุ่มรักเสียงเพลง พูดจาโผงผาง หน้านิ่ง ยิ้มน้อ […]

The post ไอซ์ พาริส จากชีวิตจริงสู่ตัวละครใน ‘เลือดข้นคนจาง’ บทเรียนจากความสูญเสีย และใช้ชีวิตกับสิ่งที่รักให้ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘ฉี’ เด็กหนุ่มรักเสียงเพลง พูดจาโผงผาง หน้านิ่ง ยิ้มน้อย จากละคร เลือดข้นคนจาง คือผลงานการแสดงอย่างเป็นทางการเรื่องแรกของ ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต หนึ่งในศิลปินจากโปรเจกต์พัฒนาศิลปิน 9×9 ของค่าย 4NOLOGUE

 

ไอซ์คือหนึ่งในนักแสดงหน้าใหม่ที่ทีมเขียนบทต้องรีเสิร์ชชีวิตของเขา เพื่อนำไปพัฒนาตัวละครให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาเป็นมากที่สุด ผลที่ได้คือบทบาทที่เป็นธรรมชาติ ทั้งการเล่นกีตาร์ ความรักในเสียงดนตรี รวมทั้งพาร์ตสำคัญในชีวิตที่ไอซ์เองเคยเป็นเด็กมีปัญหา จากเหตุการณ์ที่คุณพ่อเสียชีวิตเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

 

แต่ไอซ์ก็สามารถผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ พร้อมกับการเรียนรู้ครั้งสำคัญที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ไปกับการเล่นดนตรี การแสดง และการเต้น ที่เขารักให้เต็มที่และดีที่สุด เพื่อไม่ให้มีอะไรค้างคาในวันที่ตัวเขาต้องจากโลกใบนี้ไปเช่นกัน

 

 

ในมุมมองของไอซ์ ตัวละคร ‘ฉี’ เป็นคนแบบไหน

ฉี เป็นลูกของนิภา (รับบทโดยอุ๋ม-อาภาศิริ จันทรัศมี) กับประเสริฐ (รับบทโดย กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) มีพ่อคนเดียวกับพีท (รับบทโดย เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) พูดง่ายๆ ก็คือผมเป็นบ้านเล็กหรือว่าลูกเมียน้อย ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้รับความรักจากพ่อมากพอ เลยแสดงออกเหมือนเป็นเด็กมีปัญหานิดหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วเขาแค่อยากเรียกร้องความรักจากพ่อบ้าง แล้วก็เป็นเด็กที่มีความเป็นศิลปิน ชอบเล่นดนตรีมาก

 

ฉีค่อนข้างมีความคล้ายผมมากเลยนะครับ เพราะนักแสดงใหม่ในเรื่อง พี่ๆ จะมารีเสิร์ชว่าพวกเรามีชีวิตเป็นอย่างไรแล้วค่อยเอาไปเขียนบท เพราะเขาไม่อยากให้รับบทที่ฉีกจากตัวเองมากในเรื่องแรก จะได้อินกับตัวละครได้ง่ายขึ้น หลักๆ คือผมชอบเล่นกีตาร์มาก และตอนนี้ผมก็อยู่กับแม่คนเดียว เพราะพ่อผมเสียไปได้ 3 ปีแล้ว

 

อย่างตอนที่พ่อเสียชีวิต ทำให้ไอซ์รู้สึกว่าความรักหายไป คล้ายๆ กับที่ฉีรู้สึกด้วยหรือเปล่า

มีความคล้ายแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ณ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดถึงเรื่องความรักที่หายไป แต่ด้วยความที่ยังเป็นเด็กมาก คิดแค่ว่า ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ผิดหวัง ทุกข์หรือเสียใจ มันจะต้องเกิดจากการกระทำของตัวเอง เช่น เราทำผิดก็โดนทำโทษหรือตักเตือน แต่ครั้งนี้เหมือนเป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่อยู่ดีๆ ก็ลูกลงโทษจากอะไรก็ไม่รู้

 

ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และพยายามที่จะโยนความผิดให้กับอะไรสักอย่าง ผลคือกลายเป็นคนเอะอะ โวยวาย ขี้โมโหไปเสียหมด ไม่อยากอยู่บ้าน เพราะรู้สึกว่าทำไมบรรยากาศมันเศร้าไปหมด ไปโรงเรียนก็ไม่อยากเรียน เริ่มติดเพื่อน ทั้งที่ก่อนหน้าผมไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน แต่มันคือความไม่เข้าใจของเด็ก ที่คิดว่ามันต้องเกิดความผิดพลาดอะไรบางอย่าง ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ความผิดของใครเลย

 

 

ผ่านความรู้สึกที่ต้องพยายามโทษทุกอย่างในช่วงนั้นมาได้อย่างไร

ไม่ได้มีเหตุการณ์ไหนเป็นพิเศษ แต่ผมได้เข้าใจที่เขาบอกว่า เวลาจะเยียวยาได้ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ไม่ได้มีแค่เราที่เสียใจ ทุกคนก็เสียใจเท่าๆ กันหมด พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย ผมกับแม่ก็กลับมาคุยกันมากขึ้น ก่อนหน้านี้ก็มีนะครับ ตามปกติที่ผู้ใหญ่เขาเป็นห่วงก็จะพยายามจับเรามาตั้งวงซีเรียส ถามว่าเป็นอะไร ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่จะคุยปุ๊บแล้วหายได้ทันที แต่พอเราไม่ต้องพยายาม กลับมาคุยกันแบบธรรมชาติเป็นปกติที่สุด ตอนนี้กลายเป็นว่าครอบครัวผมสนิทกันมากขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว ตอนหลังก็ติดเพื่อนน้อยลง กลับมาให้เวลากับครอบครัวได้เหมือนเดิม

 

แล้วไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ได้คลี่คลายความรู้สึกบางอย่างในตัวผมไปด้วย ภาษาอังกฤษมีคำว่า Blessing in disguise หรือพรจากฟ้าที่พรางตัวมาในรูปของสิ่งที่ไม่ค่อยดีกับชีวิตของเรา แน่นอนว่าตอนเกิดเรื่องมันแย่ไปหมด แต่พอผ่านมาได้ ผมได้ค้นพบตัวเองว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่ผมชอบคืออะไร

 

ก่อนหน้านี้พ่ออยากให้เรียนเก่งๆ เพื่อเป็นวิศวกร ผมก็พยายามทำทุกอย่างที่พ่อต้องการ แต่พอพ่อเสียชีวิตทำให้ผมรู้ว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะเป็นอะไรที่เราไม่ได้อยากเป็น แล้วช่วงที่พ่อป่วย ผมเริ่มเล่นดนตรี ตั้งวงกับแจ็คกี้ (จักริน กังวานเกียรติชัย รับบทเป็นเต้ย ในเรื่อง เลือดข้นคนจาง) แต่ยังไม่ได้คิดจริงจังมาก จนตอนหลังเมื่อได้อยู่กับมันจริงๆ ถึงได้รู้ว่านี่คือสิ่งที่ผมชอบมาตลอดตั้งแต่เด็ก และคิดที่จะจริงจังกับมัน

 

เมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ บางคนอาจจะเลือกตั้งใจทำทุกอย่างตามที่พ่ออยากให้เป็น

ตอนนี้คิดว่าผมก็ยังทำเพื่อคุณพ่ออยู่นะ อาจจะไม่ถึงขนาด 100% หรอก แต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ก่อนหน้านี้พ่อทำงานหนักมาก เพราะเขาอยากให้ครอบครัวเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่โอเค ซึ่งผมแอบรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่แพสชันของพ่อ แต่พ่อยอมทำเพราะว่ารักพวกเรา

 

อีกส่วนหนึ่งผมเพิ่งพบว่าสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในชีวิตได้มีแค่ 3 อย่าง หนึ่งคือการตามหาความฝันของตัวเอง สองคือความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อนฝูง คนรัก สามคือการได้ช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งคุณพ่อของผมทำได้ดีมากๆ ในแง่ความสุขข้อสองที่ทำเพื่อครอบครัว แต่ผมคิดว่ามันจะดีกว่าไหม ถ้าเราใช้ชีวิตและสามารถมีความสุขกับทั้ง 3 อย่างไปพร้อมๆ กัน

 

และผมเชื่ออีกว่า เราทุกคนเกิดมาเพราะพลังงานด้านบวก เกิดจากความรักของพ่อแม่ ที่หวังให้เราได้รับสิ่งที่ดีในชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าผมคิดว่าพ่อก็คงมีความสุข ถ้าได้เห็นผมใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยพลังงานด้านบวกที่พวกเขามอบให้ต่อไป ผมอาจไม่ได้เป็นวิศวกรเหมือนที่พ่อหวัง แต่อย่างน้อยผมพยายามใช้ชีวิตที่พ่อให้มาอย่างดีที่สุด การจากไปของพ่อทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ความตาย แต่เป็นการไม่ได้ใช้ชีวิตก่อนที่จะตายต่างหากที่น่ากลัว

 

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ไอซ์ทำอย่างไรกับเส้นทางการเป็นศิลปินของตัวเอง

เริ่มประกวดฝึกฝนตัวเองด้านดนตรีมาเรื่อยๆ แต่เริ่มรู้สึกว่าเรามีความสนใจศิลปะด้านการแสดงเพิ่มขึ้นมาด้วย ก็ไปแคสต์งานต่างๆ จนพี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับเรื่อง เลือดข้นคนจาง) มาเห็นแล้วสนใจ ก็เลยได้เข้ามาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของค่ายนาดาว บางกอก มีผลงานออกมาแว่บๆ เป็นตัวประกอบในเรื่อง SOS skate ซึม ซ่าส์ พอได้ยินว่าโปรเจกต์ 9×9 เปิดออดิชัน คิดว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้พัฒนาในสิ่งที่เรากำลังสนใจทั้งเรื่องการแสดงและดนตรี ก็เลยลองดูแล้วก็ได้เข้ามาอยู่ในโปรเจกต์นี้

 

 

เรื่องการร้อง เล่นดนตรีและแสดง เราเชื่อว่าไม่มีปัญหา แล้วเรื่องการเต้นที่เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในโปรเจกต์ 9×9 ล่ะ ไอซ์มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อนหรือเปล่า

ผมชอบการเต้นอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวนะ เพราะไม่เคยเรียนอย่างจริงจังมาก่อน แต่ชอบเต้นเวลาอยู่ในคอนเสิร์ต ในที่ต่างๆ หรือเต้นกับตัวเองอะไรก็ได้อยู่แล้ว หรือย้อนไปตอนเรียนชั้นประถมฯ โรงเรียนจะมีกิจกรรมเต้นแอโรบิก ที่สลับให้ทุกชั้นเรียนมานำเต้น เพื่อนคนอื่นก็จะเกลียดเวลาต้องออกไปนำมาก แต่ผมนี่เรียกว่ารักเลย (หัวเราะ) อินมาก ชอบการเต้นแอโรบิก ได้คิดท่าให้รุ่นพี่ รุ่นน้องเต้นไปพร้อมๆ กับผม แต่ก็ไม่เคยคิดจริงจัง มองการเต้นเป็นเรื่องขำๆ มาตลอด จนได้เข้ามาฝึกอย่างจริงจังในโปรเจกต์ 9×9 ที่ได้รู้ว่า เฮ้ย จริงๆ เราชอบการเต้นมากๆ นี่นา และค่อนข้างทำได้ดีด้วย

 

 

จากที่บอกว่าไอซ์จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความสุขแทนในส่วนของพ่อด้วย คิดว่า ณ ตอนนี้ ไอซ์ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองคาดหวังได้ถึงขนาดไหนแล้ว

ค่อนข้างมากเลยครับ ก่อนหน้านี้ที่เคยคิดว่า เราชอบการเล่นดนตรี การเต้น การแสดง แต่ตอนนี้ผมสามารถใช้คำว่ารักกับ 3 สิ่งนี้ได้แล้วตั้งแต่เข้ามาอยู่ในโปรเจกต์ 9×9 ผมอาจจะอธิบายไม่ถูกนะว่าอะไรทำให้ผมรู้สึกรักสิ่งเหล่านี้ แต่อย่างน้อยตลอดเวลาเกือบ 2 ปี ที่เข้ามาในโปรเจกต์ ไม่ว่าจะฝึกหนัก จะเหนื่อยขนาดไหน แต่ผมยังอยากตื่นเช้าเพื่อไปทำสิ่งเหล่านั้นทุกวันอยู่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับเรื่องไหนมาก่อนในชีวิต นี่คือสิ่งที่ทำให้รู้ว่าผมรักสิ่งเหล่านี้แล้ว

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ไอซ์ พาริส จากชีวิตจริงสู่ตัวละครใน ‘เลือดข้นคนจาง’ บทเรียนจากความสูญเสีย และใช้ชีวิตกับสิ่งที่รักให้ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/paris-intarakomalyasut/feed/ 0
ปอร์เช่ ศิวกร เด็กติดเกมที่พลิกชีวิตตัวเองเพราะการเต้น สู่การเป็นศิลปินในโปรเจกต์ 9×9 https://thestandard.co/porsche-sivakorn-adulsuttikul/ https://thestandard.co/porsche-sivakorn-adulsuttikul/#respond Fri, 14 Sep 2018 11:10:34 +0000 https://thestandard.co/?p=121341

ทันทีที่ ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล ปรากฏตัวออกมาในบท ก […]

The post ปอร์เช่ ศิวกร เด็กติดเกมที่พลิกชีวิตตัวเองเพราะการเต้น สู่การเป็นศิลปินในโปรเจกต์ 9×9 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทันทีที่ ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล ปรากฏตัวออกมาในบท ก๋วยเตี๋ยว เด็กหนุ่มผู้มองโลกในแง่ดีแห่งตระกูลจิระอนันต์ จากละคร เลือดข้นคนจาง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขาก็เข้าไปอยู่ในหัวใจของใครหลายคนได้โดยไม่รู้ตัว

 

ปอร์เช่ถือว่าสอบผ่านในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ได้อย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากพาร์ตการแสดงที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก ‘ตัวตน’ ของเขาที่ถูกส่งผ่านไปยังก๋วยเตี๋ยวเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เฉิดฉายได้ท่ามกลางทัพนักแสดงรุ่นใหญ่ในเรื่อง

 

เพื่อส่องแสงให้สว่างยิ่งขึ้นไปอีก THE STANDARD POP มีโอกาสพูดคุยกับปอร์เช่เพื่อทำความรู้จักเบื้องหลังรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ซึ่งมาจากพื้นฐานการมองโลกในแง่ดี รวมทั้งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เด็กติดเกมตั้งแต่อายุ 8 ขวบลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง หลังได้รับโอกาสสำคัญในการเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของโปรเจกต์ 9×9 จากค่าย 4NOLOGUE ที่มีเป้าหมายใหญ่ในการพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบให้มีความสามารถทัดเทียมศิลปินต่างชาติ และเปลี่ยนกระแสวงการเพลงให้เพลงไทยกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

 

 

ในมุมมองของปอร์เช่ ตัวละครก๋วยเตี๋ยวเป็นคนแบบไหน

ก๋วยเตี๋ยวเป็นเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิต อาม่ารับมาเลี้ยงให้อยู่ในตระกูลจิระอนันต์ พอมาอยู่ในบ้าน ภาพลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวเป็นสายศิลปิน ชอบวาดรูป ฟังเพลง และเป็นคนที่คิดบวกมาก เขาคิดอย่างเดียวว่าอยากเห็นทุกคนมีความสุข ซึ่งค่อนข้างตรงกับตัวผม เพราะทีมเขียนบทของ เลือดข้นคนจาง จะรีเสิร์ชก่อนว่าเราเป็นคนแบบไหน ซึ่งพื้นฐานของผมก็เป็นแบบนั้นเลย แค่อาจจะมีความสุขและคิดบวกน้อยกว่าก๋วยเตี๋ยวนิดหน่อย

 

พื้นฐานการเป็นคนคิดบวก ไม่อยากให้คนรอบตัวเครียดของปอร์เช่มาจากไหน

นึกไม่ออกเลยครับ เหมือนอยู่ดีๆ มันก็มาอยู่ในความคิดของผมแล้ว รู้สึกว่าเวลาผมเห็นคนอื่นทุกข์แล้วจะนอยด์ไปด้วย ไม่ชอบให้บรรยากาศรอบตัวดูเครียด สมมติเวลาอยู่กับคนเยอะๆ แล้วมีคนหนึ่งเครียดขึ้นมา บรรยากาศมันจะดาวน์ไปทั้งวงเลย แต่ถ้าเราทำให้ใครสักคนมีความสุขได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเหมือนกัน และในทางกลับกัน ถ้าผมมีเรื่องเครียดก็จะเก็บเอาไว้ เพราะไม่อยากให้คนอื่นนอยด์ไปด้วย ซึ่งเท่าที่จำได้ผมก็เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะ

 

มีเรื่องอะไรที่ทำให้คนคิดบวกอย่างปอร์เช่เครียดได้บ้าง

การเข้ามาในโปรเจกต์ 9×9 นี่แหละครับ (หัวเราะ) เวลามีการทดสอบความสามารถด้านต่างๆ ผมจะโดนว่าบ่อย ทำให้นอยด์ไปบ้าง แต่นอยด์วันเดียวก็หาย เพราะเวลานอยด์แล้วคนอื่นชอบมาถามว่า เฮ้ย มึงเป็นอะไรวะ พอไม่อยากให้คนอื่นเครียดบวกกับขี้เกียจอธิบาย ก็เลยคิดว่าควรเลิกนอยด์ซะ แล้วเอาคอมเมนต์ต่างๆ มาพัฒนาตัวเอง จะได้จบๆ กันไป (หัวเราะ)

 

 

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในโปรเจกต์ 9×9 พื้นฐานการร้อง การเต้น และการแสดงของปอร์เช่ถือว่าอยู่ในระดับไหน

การเต้นมีอยู่แล้ว การร้องพอมีบ้างจากตอนเป็นศิลปินที่ค่ายเก่า แต่เรื่องการแสดงนี่เป็นศูนย์เลย

 

ถ้าอย่างนั้นอะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราหันมาสนใจงานด้านการแสดง

เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ต้องย้อนไปตั้งแต่ตอนประมาณ 8 ขวบที่ผมเป็นเด็กติดเกมมาก ถ้าช่วงปิดเทอมจะทำแค่ 3 อย่างคือตื่น เล่นเกม แล้วก็นอน จนแม่เป็นห่วง คิดว่าต้องพาผมไปทำอะไรสักอย่าง เลยพาไปเข้าคอร์สเรียนเต้น ซึ่งตอนแรกผมต่อต้านเลยนะ อยากอยู่บ้านเล่นเกมอย่างเดียว แต่แม่ก็พาผมไปจนได้

 

ปรากฏว่าไปเรียนครั้งแรกแล้วการเต้นกลายเป็นอีกอย่างที่ผมชอบมากขึ้นมาเลย เพราะผมไม่เคยเจอสังคมแบบนี้มาก่อน เมื่อก่อนเรารู้จักแต่คนในโลกออนไลน์ แต่อันนี้ได้มาเจอคนจริงๆ ในสถานที่จริง ได้ใช้ร่างกายของเราจริงๆ เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมชอบการเต้นมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ยังไม่ได้คิดจริงจังมาก เพราะอีกทางหนึ่งก็ยังชอบเล่นเกมอยู่ดี

 

เรียนมาเรื่อยๆ จนอายุ 14-15 ปี เริ่มคิดว่าการเต้นของเราน่าจะทำอะไรสักอย่างได้ ไม่ใช่เรียนไปวันๆ อย่างเดียว แล้วช่วงนั้นมีคุณครูบอกว่ามาเรียนร้องเพลงเพิ่มไหม ที่ค่ายเก่ากำลังเปิดรับสมัครศิลปิน ถ้ามีสกิลด้านนี้จะพาไปออดิชัน ผมสนใจ ก็เลยไปเรียนร้องเพลงเพิ่ม ไปออดิชันจนติด

 

แต่ช่วงแรกก็ยังไม่ได้มีแพสชันมากไปกว่าอยากให้การเต้นช่วยให้เราได้อะไรกลับคืนมาจากเวลาที่เสียไป แต่พอได้ฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ ความเป็นศิลปินก็เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นเราอยากเก่ง อยากทำให้ดี แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ เพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้โอกาสเท่าที่ควร สุดท้ายก็โดนคืนสัญญา กลายเป็นกลับมาเคว้งคว้างอีกรอบหนึ่ง

 

กลับมาเป็นเด็กติดเกมอีกรอบไหม

ไม่แล้วๆ (หัวเราะ) ยังมีเล่นอยู่บ้าง แต่น้อย เพราะหันไปโฟกัสกับการเรียนมากกว่า มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมกลับมามองตัวเองแล้วรู้สึกว่านี่เราเสียเงิน เสียเวลาให้กับอะไรแบบนี้ไปโดยที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมานานเท่าไรแล้ววะ ทำไมเราไม่เอาเวลาที่เล่นเกมไปพัฒนาตัวเอง ไปแข่งเต้น ไปแข่งกีฬาที่มีประโยชน์มากกว่านี้

 

จนมาเจอจุดเปลี่ยนอีกครั้งคือตอนอายุ 18 พี่วุธ (อนุวัติ วิเชียรณรัตน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท 4NOLOGUE) เขาทักมาบอกว่ากำลังทำโปรเจกต์พัฒนาศิลปิน 9×9 อยู่ สนใจมาออดิชันดูไหม พอรู้ภาพทั้งหมด รวมทั้งผมรู้จักพี่วุธและผลงานพี่เขาอยู่แล้ว คิดเลยว่าโปรเจกต์นี้ต้องสุดแน่นอน เลยตัดสินใจว่า เอาวะ ลองจุดไฟความเป็นศิลปินขึ้นมาอีกครั้งในโปรเจกต์นี้แล้วกัน

 

พอเข้ามาในโปรเจกต์จริงๆ แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ไฟในการเป็นศิลปินลุกขึ้นมาแบบที่ตั้งใจเลยหรือเปล่า

พรึ่บเลยครับ (หัวเราะ) คิดดูว่าโปรเจกต์นี้ทำให้ผมเลิกเล่นเกมไปได้เลยจริงๆ ที่ผ่านมาผมทำหลายอย่างมากเลยนะ เป็นนักกีฬา เรียน เต้น แต่สุดท้ายสิ่งที่ชอบที่สุดก็ยังเป็นการเล่นเกมอยู่ แต่โปรเจกต์นี้ทำให้รู้ว่าเราเจอสิ่งที่สำคัญกว่าการเล่นเกมแล้วจริงๆ

 

สิ่งที่ชัดที่สุดคือโปรเจกต์นี้ทำให้ผมพลิกตัวเองกลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิม การเป็นศิลปินใน 9×9 ผมยังเป็นตัวเองเหมือนเดิมทุกอย่างเลยนะ แต่ความตั้งใจ ความรับผิดชอบ ความเป็นผู้ใหญ่ของผมเพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว จากโจทย์เริ่มต้นของค่าย 4NOLOGUE ที่ใหญ่มาก เราต้องการเปลี่ยนตลาดเพลงให้คนมาฟังเพลงไทยมากขึ้น การทำอย่างนั้นได้มันค่อนข้างเรียกร้องคุณภาพจากศิลปินในระดับสูง เมื่อก่อนคิดว่าเราเคยพัฒนาตัวเองมากเท่าไร อันนี้ต้องมากกว่านั้นจนมีคุณภาพทัดเทียมระดับอินเตอร์ได้

 

เราต้องซ้อมกันทุกวัน วันละ 10 ชั่วโมง เวลาที่คนอื่นเขาได้ไปเที่ยวกันเราก็ไม่มี ชีวิตเรามีแค่เรียนเสร็จแล้วกลับมาซ้อม บางวันมาซ้อมอย่างเดียวก็มี หนักมากนะครับ แล้วก็เครียดมากด้วย แต่เมื่อเราเลือกทางนี้แล้ว เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้นอกจากต้องทำตัวเองให้ดีที่สุด

 

 

พูดได้ไหมว่า 9×9 คือโปรเจกต์ที่นับว่าเป็นที่สุดในชีวิตของปอร์เช่แล้ว

ที่สุด ณ ตอนนี้ครับ คือที่ผ่านมาผมไม่เคยพยายามพัฒนาตัวเองมากขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่อยากมองว่ามันคือที่สุดตลอดไป เพราะจะเป็นการสร้างลิมิตให้ตัวเอง คิดว่าผมยังไปได้มากกว่านี้อีกเยอะ ถึงตอนนี้ขาจะเพิ่งพังจากการซ้อมเต้น แต่ถือว่าเล็กน้อย ศิลปินฝึกหัดเกาหลีเขาต้องซ้อมติดต่อกันมากกว่านี้เยอะจนร่างกายเขาชินกับการทำทุกอย่าง แต่ผมเพิ่งฝึกมาได้เกือบๆ 2 ปี ยังถือว่าอยู่ในจุดเริ่มต้น

 

ตอนอยู่ค่ายเก่า ปอร์เช่เคยอยู่ในช่วงท้อที่ซ้อมหนัก แต่แทบไม่มีผลงานออกมา พอมาอยู่ในโปรเจกต์ 9×9 ที่ซ้อมหนักมาเกือบ 2 ปี แต่เราแทบไม่เห็นผลงานอะไรออกมาเหมือนกัน ความรู้สึกแบบนั้นกลับมาอีกบ้างไหม

ไม่มีเลย เพราะผมเชื่อมั่นและมั่นใจในทุกอย่างของโปรเจกต์นี้ เพราะโปรเจกต์นี้เราลงทุนกันด้วยเวลา ในขณะที่คิดว่าเราเสียเวลาซ้อมไปเยอะ คิดกลับกัน บริษัท 4NOLOGUE ก็ต้องเสียเงินให้เราซ้อมร้อง ซ้อมเต้น ซ้อมการแสดงไปโดยที่ไม่มีอะไรตอบแทนเหมือนกัน เขาเสียมากกว่าเราไม่รู้กี่เท่า แต่เขาก็ไม่หยุด แล้วเราจะหยุดได้อย่างไร

 

รวมทั้งเพื่อนๆ ในโปรเจกต์ 9×9 ทุกคนที่เป้าหมายสูงสุดในอนาคตอาจไม่เหมือนกัน แต่พอมาอยู่ในโปรเจกต์นี้ ทุกคนมีแพสชันเหมือนกันหมด คือการพัฒนาตัวเองให้มากที่สุด อาจต้องใช้เวลานานหน่อย แต่ทุกอย่างที่ออกมาต้องดีแน่นอน

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ปอร์เช่ ศิวกร เด็กติดเกมที่พลิกชีวิตตัวเองเพราะการเต้น สู่การเป็นศิลปินในโปรเจกต์ 9×9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/porsche-sivakorn-adulsuttikul/feed/ 0
เบาะแสแรกจากปากคำของ 9 นักแสดง ‘เลือดข้นคนจาง’ ก่อนค้นหาความจริงพร้อมกัน 14 กันยายนนี้ https://thestandard.co/in-family-we-trust-actors/ https://thestandard.co/in-family-we-trust-actors/#respond Thu, 13 Sep 2018 13:02:17 +0000 https://thestandard.co/?p=121009

หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์ให้คนทั้งประเทศลุกขึ้นมาทำตัวเ […]

The post เบาะแสแรกจากปากคำของ 9 นักแสดง ‘เลือดข้นคนจาง’ ก่อนค้นหาความจริงพร้อมกัน 14 กันยายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์ให้คนทั้งประเทศลุกขึ้นมาทำตัวเป็นนักสืบเพื่อหาว่า ‘ใครฆ่านานะ’ ในซีรีส์ I Hate You I Love You เมื่อ 2 ปีก่อน คราวนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ เล่นใหญ่กว่าเดิม ด้วยการขยายสเกลจากฆาตกรรมในกลุ่มเพื่อน มาเป็นคดีฆาตกรรมสุดซับซ้อนภายในตระกูลจิระอนันต์ที่มีสมาชิกมากกว่า 20 คน

 

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อประเสริฐ (รับบทโดย กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) ลูกชายคนโตของตระกูลถูกฆ่า ความผิดดูเหมือนจะตกไปอยู่ที่ผู้เป็นภรรยาอย่างคริส (รับบทโดย เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี) และภัสสร (รับบทโดย แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช) น้องสาวของประเสริฐ เดือดร้อนไปถึงเด็กๆ ในเจเนอเรชันต่อมา ต้องออกมาตามหาความจริงให้ได้ว่าใครกันแน่คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดในครั้งนี้

 

อุ่นเครื่องก่อนที่ เลือดข้นคนจาง จะออกอากาศครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 14 กันยายนนี้ THE STANDARD POP ชวนนักแสดงนำทั้ง 9 คน จากโปรเจกต์ 9×9 ของค่าย 4NOLOGUE มาเปิดเบาะแสแรก ด้วยการให้ทั้งหมดแนะนำตัวละครจากมุมมองของแต่ละคน ซึ่งไม่แน่ว่าความจริงบางอย่างอาจถูกซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดเหล่านี้ก็ได้

 

(นักแสดงจากซ้ายไปขวา)

 

 

ริว-วชิรวิชญ์ อรัญธนวงศ์ รับบทเป็นมาเก๊า น้องชายของเวกัส (รับบทโดย เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) เด็กหนุ่มนักกีฬา ที่เต็มไปด้วยความร่าเริง สบายๆ ไม่ซับซ้อน ใช้หัวใจนำทางในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ และมักจะนำมาความสดใสมาสู่คนรอบข้างอยู่เสมอ

 

 

ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล รับบทเป็นก๋วยเตี๋ยว เด็กที่อาม่า (รับบทโดย ภัทราวดี มีชูธน) รับเข้ามาอยู่ในตระกูล ลักษณะนิสัยคือเป็นคนโพสิทีฟ พยายามทำให้ทุกคนรอบข้างไม่เครียด เป็นเด็กรักศิลปะที่ชอบวาดรูป ฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ

 

 

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต รับบทเป็นฉี พี่น้องคนละแม่ของพีท (รับบทโดยเจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) ด้วยความที่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นบ้านเล็ก และไม่ได้รับความรักจากประเสริฐ ที่เป็นพ่อมากเท่าไร เลยค่อนข้างเป็นเด็กมีปัญหาคิดว่าตัวเองขาดความรัก แต่มีดนตรีและแม่นิภา (รับบทโดย อุ๋ม-อาภาศิริ จันทรัศมี) เป็นที่ยึดเหนี่ยวหัวใจ

 

 

กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง รับบทเป็น เอิร์น ลูกคนที่สองของภัสสร และวิเชียร (รับบทโดยต้อม-พลวัฒน์ มนูประเสริฐ) เป็นคนที่ช่วยภัสสรดูแลกิจการโรงแรมที่พัทยา แคร์แม่ของตัวเองชนิดที่เรียกว่ายกเอาไว้บนหิ้ง

 

 

เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ รับบทเป็นเวกัส พี่ชายของมาเก๊า เด็กหนุ่มที่ใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิตเป็นหลัก ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ เชื่อว่าความถูกต้องต้องมาก่อนเสมอ ไม่ใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจ จนเจมส์คิดว่าเวกัสมีความคล้ายหุ่นยนต์หรือ AI อยู่พอสมควร

 

 

เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม รับบทเป็นพีท ลูกของประเสริฐและคริส เด็กหนุ่มที่อยากรู้อะไรแล้วต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรู้เรื่องนั้นให้ได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าเขาจะต้องไม่ทำร้ายใคร ยืนอยู่บนหลักความถูกต้อง แต่ยิ่งเขารู้ความจริงในครอบครัวมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเจอสิ่งที่เหนือความคาดหมายมากขึ้นเท่านั้น

 

 

แจ็คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย รับบทเป็น เต้ย ลูกคนสุดท้องของภัสสรและวิเชียร เด็กม.6 นิสัยกวนๆ ตรงไปตรงมา ที่ฮอร์โมนส์กำลังพลุ่งพล่าน อยากรู้อยากลองสิ่งใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่รู้จัก เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้

 

 

ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร รับบทเป็น อี้ ลูกชายคนโตของภัสสรและวิเชียร เป็นคนมีเป้าหมายของตัวเองชัดเจน ฉลาด มีเหตุผลในการคิดสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ แต่เมื่อตัดสินใจบางอย่าง อี้จะเลือกเชื่อตามความรู้สึกและสัญชาตญาณของตัวเองเป็นหลัก บางครั้งก็ใจร้อน มุทะลุ พร้อมพุ่งหาทุกเป้าหมายของตัวเองได้ทุกเมื่อ

 

 

เติร์ด-ลภัส งามเชวง รับบทเป็น เต๋า ลูกคนที่สามของภัสสรและวิเชียร เวลาอยู่นอกบ้านเต๋าคือนักแสดงชื่อดังที่รู้จักวางตัวในสังคมเป็นอย่างดี แต่เวลากลับมาบ้านได้อยู่กับคนในครอบครัว คือพื้นที่เดียวที่เขาจะทำตัวขี้อ้อน และแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้แบบไม่ต้องปิดบังใคร

 

ละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง จะออกอากาศทุกวันศุกร์เวลา 20.45 น. และวันเสาร์เวลา 20.10 น ทางช่อง one31 และติดตามบทสัมภาษณ์ของนักแสดงทั้ง 9 คน จากโปรเจกต์ 9×9 ของค่าย 4NOLOGUE แบบเต็มๆ ได้ที่ THE STANDARD POP เร็วๆ นี้

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เบาะแสแรกจากปากคำของ 9 นักแสดง ‘เลือดข้นคนจาง’ ก่อนค้นหาความจริงพร้อมกัน 14 กันยายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/in-family-we-trust-actors/feed/ 0
แค่ดูนักแสดงก็คุ้มแล้ว ละครเรื่องใหม่ เลือดข้นคนจาง ผลงานกำกับโดย ทรงยศ สุขมากอนันต์ https://thestandard.co/luead-khon-khon-jang/ https://thestandard.co/luead-khon-khon-jang/#respond Wed, 21 Mar 2018 08:56:50 +0000 https://thestandard.co/?p=78891

หลังจากห่างหายไป 2 ปี ตั้งแต่สร้างปรากฏการณ์ #ใครฆ่านาน […]

The post แค่ดูนักแสดงก็คุ้มแล้ว ละครเรื่องใหม่ เลือดข้นคนจาง ผลงานกำกับโดย ทรงยศ สุขมากอนันต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากห่างหายไป 2 ปี ตั้งแต่สร้างปรากฏการณ์ #ใครฆ่านานะ จากซีรีส์ I Hate You I Love You ในที่สุด ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ก็กลับมานั่งกำกับหลังจอมอนิเตอร์อีกครั้งกับละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง ที่พีกตั้งแต่นักแสดงนำ ที่รวมทั้งรุ่นใหญ่มากฝีมือทั้ง กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, ต้อม-พลวัฒน์ มนูประเสริฐ, อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน, แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช มาประชันบทบาทกันแบบถึงลูกถึงคน

 

เลือดข้นคนจาง จะยังคงเอกลักษณ์สไตล์การสืบสวนสอบสวนที่เข้มข้นของย้งเอาไว้แบบครบถ้วน โดยเล่าเรื่องการสืบคดีฆาตกรรมในครอบครัวที่ผู้กำกับบอกว่า เรื่องราวที่ขึ้นในจิตใจมนุษย์นั้นลึกลับ ซับซ้อน และเข้มข้นถึงขนาดทำให้ ‘สายเลือด’ ที่ว่าข้นยังต้องจืดจางลงไป โดยมีกำหนดออกอากาศทางช่อง ONE31 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

 

ละครเรื่องนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัท นาดาว บางกอก จำกัด และบริษัท โฟร์โนล็อค จำกัด ที่ได้พานักแสดงรุ่นใหม่ของค่ายในโปรเจกต์ 9×9 (ไนน์ บาย นาย) อย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง, เติร์ด-ลภัส งามเชวง, ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล, ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต, แจ็คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย มาร่วมพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงร่วมกับนักแสดงรุ่นเก๋าที่ประสบการณ์ต่างกันหลาย 10 ปี

 

นอกจากนี้ยังมีการเซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วยการเปิดตัว ริว-วชิรวิชญ์ อรัญธนวงศ์ นักแสดงรุ่นใหม่ที่พ่วงดีกรีนักกีฬาเทเบิลเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย ในฐานะสมาชิกคนที่ 9 ของโปรเจกต์ 9×9 ที่จะเข้ามาเติมเต็มโปรเจกต์นี้ให้สมบูรณ์

 

* โปรเจกต์ 9×9 คือ โปรเจกต์พิเศษที่จะพัฒนาเด็กหนุ่มทั้ง 9 คน ให้ก้าวต่อไปในวงการบันเทิงในด้านต่างๆ โดยมีภารกิจหลักคือการใช้เวลา 1 ปี ในการเล่นซีรีส์ ทำเพลง และโชว์คอนเสิร์ตใหญ่ร่วมกัน

The post แค่ดูนักแสดงก็คุ้มแล้ว ละครเรื่องใหม่ เลือดข้นคนจาง ผลงานกำกับโดย ทรงยศ สุขมากอนันต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/luead-khon-khon-jang/feed/ 0