โชตินรินทร์ เกิดสม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โชตินรินทร์-เกิดสม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 16 Jun 2026 08:04:12 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สรุปปมความขัดแย้งภูเก็ต เหตุใดมหาดไทยต้องย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ยกทีม https://thestandard.co/phuket-governor-deputy-transfer-conflict/ Tue, 16 Jun 2026 08:04:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1219057 อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

คำสั่งโยกย้าย 2 รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คนหนึ่งไปเ […]

The post สรุปปมความขัดแย้งภูเก็ต เหตุใดมหาดไทยต้องย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ยกทีม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

คำสั่งโยกย้าย 2 รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คนหนึ่งไปเป็นรองผู้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช คนหนึ่งย้ายไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมากในกระทรวงมหาดไทย หลังเชื่อมโยงกับปฏิบัติการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้หยิบยกขึ้นวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนระหว่างการมอบนโยบายให้หัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

 
 

เกิดอะไรขึ้นในวงประชุม มท.

 

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้ามอบนโยบายแก่กระทรวงมหาดไทย และร่วมประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในรอบหลายเดือน

 

ช่วงหนึ่งของการประชุม ขณะรับฟังรายงานจากนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการพาดพิงบุคคลที่ถูกเรียกว่า ‘รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด’ รวมถึงข้อความที่อ้างถึงความขัดแย้งภายในจังหวัด และกระแสข่าวว่ารองผู้ว่าฯ สามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้

 

“ผมก็อยากจะรู้ รองผู้ว่าฯ จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าฯ อย่าว่าแต่ย้ายผู้ว่า ย้ายไม่ได้อยู่แล้ว ต้องผ่านกระบวนการมากมาย ผ่านหลายคน 4-5 ชื่อ และยังต้องผ่านที่ประชุม ครม. คนที่พูดปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาน้ำยาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ไม่เซ็นสักอย่าง นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล เดี๋ยวผมจะสอบท่านปลัดด้วย”

 

จากนั้นในช่วงเย็นของวันเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น (รองผู้ว่าราชการจังหวัด) จำนวน 5 ราย ตามคำสั่งที่ 2573/2569 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป และให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งในวันเดียวกัน รายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย ประกอบด้วย

 

  • จิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
  • ธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ร.ต.อ. เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
  • อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
  • รอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

 

ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (16 มิถุนายน) นายกรัฐมนตรีได้เรียกรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยเข้าหารือเป็นการภายใน เพื่อกำชับการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ หลังเกิดข้อวิจารณ์ถึงประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในบางจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต

 

จากนั้น ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ แต่งตั้ง (ย้าย) ข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 2 ราย ดังนี้

 

  • ให้นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดภูเก็ต และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
  • ให้โชตินรินทร์ เกิดสม พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง)สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดภูเก็ต

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

 

“หากปล่อยให้ขัดแย้งแบบนี้ ทำงานกันไม่ได้”

 

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คำสั่งแต่งตั้ง (ย้าย) ทั้ง 2 รายว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เสนอมา โดยรายละเอียดขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ชี้แจงการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และมองว่าการแต่งตั้งนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นการมอบหมายตำแหน่งที่เหมาะสม เนื่องจากมีความอาวุโสและมีประสบการณ์การทำงาน

 

เมื่อถามว่าคำสั่งย้ายในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งในพื้นที่ รวมถึงเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้พูดในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยเมื่อวานนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีหลายเรื่อง ทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่าตนได้ลงไปดำเนินการ แต่ยังไม่ดีขึ้น ทั้งมีคลิป และมีการแฉกัน แบบนี้มันก็ทำงานกันไม่ได้ เราต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งกัน และเอาคนที่ทำงานร่วมกันได้ลงไปทำงาน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล

 

“ขณะเดียวกัน เราต้องไม่ยอมให้เกิดประเด็น การบุกยึดที่ดินชายหาด ไล่ชาวบ้านไม่ให้เข้าไปในพื้นที่สาธารณะ และการข่มขู่จากมาเฟีย จะให้ผมรอฟังรายงาน ขอเวลาอีก 9 เดือนไปสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนคงไม่ได้ ผมได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้วว่า ขณะนี้มีปัญหาหลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุด” อนุทินกล่าว

 

เมื่อถามว่า วานนี้ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีระบุว่า จะสอบปลัดกระทรวงมหาดไทยจะยังคงดำเนินการต่อใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูประเด็น ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ยังบอกว่าทุกอย่างดีหมด เรียบร้อยไม่มีอะไร ท่านปลัดก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ตนสอบทุกวันสำหรับท่านปลัดฯ เพราะอยู่กับตนทุกวัน

 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งย้ายดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รายละเอียดให้ถามทางปลัดมหาดไทย เพราะท่านเป็นคนที่นำเสนอขึ้นมา และท่านโน้มน้าวให้ตนเห็นชอบตามท่านในส่วนที่ตนก็เห็นชอบ

 

เมื่อถามว่า จะต้องกำชับไม่ให้เกิดปัญหานี้ในจังหวัดอื่นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”

 

ขณะที่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีเดียวกันนี้ว่า ที่จากกระแสข่าวในภูเก็ตเรื่องจากเรื่องทุนเทา และผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์ จึงมีการโยกย้ายเพื่อให้สถานการณ์นั้นคลี่คลาย โดยมีการปรับเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางราชการ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้นเอง

 

โดยปรับคนที่เคยอยู่ไปอยู่ในที่ที่ไม่ได้ห่างไกลอะไร และคนที่มาใหม่ก็จะได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ ทั้งเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล และเรื่องอื่นในพื้นที่ที่ยังไม่เรียบร้อย

 

เมื่อถามว่าการย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตรวมถึงอธิบดีกรมการปกครองสั่งย้ายปลัดจังหวัดภูเก็ต เกี่ยวเนื่องกันหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทยปฏิเสธพร้อมกล่าวว่า จากการติดตามประชุมเมื่อวานที่กระทรวงมหาดไทย ต้องการจะคลี่คลายปัญหาทุกอย่าง ตัวอย่างเช่น บางครั้งใส่รองเท้ามีเม็ดทรายอยู่ในเท้า เราก็ลำบากที่จะเดิน บางทีต้องถอดออกมา เพื่อจะสวมเข้าไปใหม่ เพราะฉะนั้นคนที่ไปใหม่ ซึ่งไม่รู้ปัญหา ก็จะใช้ประสบการณ์ทั้งหมดเพื่อไปแก้ปัญหา แต่คนที่อยู่เก่าบางทีก็รู้แต่ปัญหา ปัญหาก็เลยไม่คลี่คลายสักที

 

เมื่อถามว่าการแก้ปัญหาที่ไม่สำเร็จ เกิดจากปัญหาส่วนตัว และเรื่องของผลประโยชน์ในพื้นที่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า การย้ายครั้งนี้ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์อะไรเลย แต่ย้ายเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในภูเก็ตเดินต่อไปได้ และสิ่งที่มีปัญหาอยู่ต้องคลี่คลายโดยเร็วที่สุด

 

พร้อมยอมรับว่า นิรัตน์ เป็นผู้อาวุโส และมีประสบการณ์ แต่การแก้ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่ ขณะที่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ก็ทำงานไม่เข้าทีม จึงต้องเปลี่ยนยกทีม เพื่อให้การแก้ปัญหาลุล่วงเท่านั้นเอง ทั้งนี้กรณีคณะกรรมการที่ผู้ว่าฯ ภูเก็ต คนก่อนตั้งสอบสวนเรื่องดังกล่าวไว้ ก็ดำเนินการต่อไป และให้รายงานมาที่กระทรวง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไร

 

เมื่อถามว่าที่มีคำสั่งย้าย เพราะกังวลว่านายกรัฐมนตรีจะสั่งตั้งกรรมการสอบตัวเองด้วยหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้กลัวอะไร ย้ำว่ามองเรื่องการปฏิบัติราชการเป็นสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ถามตนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร ตนก็แนะนำว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ การทำให้ปัญหาคลี่คลาย ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เห็นโพสต์ข่าวทุกวัน รองผู้ว่าฯคนโน้นทะเลาะกับรองผู้ว่าฯ คนนี้ทะเลาะกับรองผู้ว่าฯ คนนั้น คนนั้นมีปัญหากับคนนี้ ฉะนั้นเราต้องคลี่คลายปัญหานี้ออกมา เชื่อมั่นได้เลยว่า การโยกย้ายเป็นเรื่องนี้จริงๆ

 

ส่วนระยะเวลาการแก้ปัญหานั้น อรรษิษฐ์ ระบุว่า ผู้ว่าฯภูเก็ตคนใหม่ จะเข้าไปดู และเชื่อมั่นว่า ผู้ว่าฯ ภูเก็ต คนใหม่มีประสบการณ์ และได้ถูกเลือกแล้วจากกระทรวงมหาดไทย

 

เมื่อถามถึงกรณีรองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด บอกว่าจะมีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ได้มีการชี้แจงมาที่กระทรวงมหาดไทยหรือยังว่า อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องรอเขา เพราะเขาพูดเอง แต่ถึงอย่างไรแม้จะย้ายไปที่อื่นแล้ว ก็จะต้องสอบต่อไป แต่ก็ต้องรอว่าจะมีการรายงานมาเช่นไร และต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

เปิดใจ ‘นิรัตน์’ หลังถูกโยกเข้ากรุ

 

ขณะที่ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางมารายงานต่อนายกรัฐมนตรีถึงสถานการณ์เกี่ยวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ต พร้อมเปิดใจภายหลัง ครม. มีมติโยกย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า รับทราบเรื่องที่ถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ซึ่งตนขอไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อน ตนเคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเสมอ

 

ส่วนการถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นิรัตน์ยืนยันว่า ไม่เสียกำลังใจ และตนเคารพนายกรัฐมนตรี

 

เมื่อถามว่าคำสั่งย้ายดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกันในพื้นที่ใช่หรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีปัญหากับใครเลย ตนเป็นคนที่ลงไปแก้ปัญหาความขัดแย้ง ลองไปดูตามเพจข่าวดีๆ ความขัดแย้งมีก่อนที่ตนจะไป ซึ่งตนไปเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เป็นพวกของใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าจะเชื่อตนก็มีคนปรับตัว ส่วนคนที่ไม่เชื่อตนก็ไม่ปรับตัว และเมื่อตนควบคุมไม่ได้ รักษาสถานการณ์ไม่ได้ ต้องถูกกระทรวงมหาดไทยพิจารณา หรือถูกย้ายอย่างไร ก็เคารพการตัดสินใจของปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี

 

สำหรับการมาพบนายกรัฐมนตรีวันนี้ เพื่อมารายงานสถานการณ์ เพราะหลายอย่างมีความคืบหน้าไปมาก ไม่ใช่ว่าจะแก้อะไรไม่ได้ ทั้งมาเฟียต่างชาติก็นิ่งไปเลย ส่วนความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ ตนอาจจะยังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็เป็นปัญหาระดับกระทรวง จึงจะมารายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ

 

นิรัตน์ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ท้อใจ และเดินหน้าทำงานต่อไป ซึ่งตนตั้งใจทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด และรักษาความถูกต้อง ทำได้เท่าไรอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาประเมิน ถ้าบางเรื่องทำไม่สำเร็จก็ต้องยอมรับ

 

ส่วนที่เคยมีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบความขัดแย้งในพื้นที่ ยังคงเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า ในความเห็นของคนในพื้นที่ ตนมองว่าควรมีคณะกรรมการมากกว่ากรมใดกรมหนึ่งที่จะต้องไปทำหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งเมื่อบอกว่าเป็นเรื่องของรองผู้ว่าฯ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยควรส่งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบ โดยมีประธานระดับรองปลัดกระทรวง ที่จะสามารถเรียกทุกกรม ทุกหน่วยในกระทรวงมาพูดคุยตรวจสอบได้ตามอำนาจหน้าที่มากยิ่งขึ้น

 

เมื่อถามว่าการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด จะทำให้ปัญหาในพื้นที่หมดไปหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องความขัดแย้งต้องแยก เช่น เรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่ ก็เป็นหน้าที่ของคนที่มีอำนาจในปัจจุบันที่จะต้องแก้ แต่ปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคล หากบุคคลที่ถูกอ้างว่าขัดแย้งถูกย้ายออกไป ปัญหาก็จะหมดไปพร้อมกับบุคคล

 

ส่วนที่มีคนมองว่าถูกย้ายมาเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ต เหมือนเป็นการถูกรับน้องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นิรัตน์ถามกลับว่า “ผมนี่หรือน้อง ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ระดับซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ผมไม่ใช่น้องของใครแล้ว ผมเห็นทุกคนเป็นน้อง และมีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ช่วยเตือน หากไปดูข่าวในพื้นที่ ผมได้สั่งห้ามทำอะไรที่นอกกฎหมาย ห้ามไปเรียกรับจากใคร อย่าไปเบียดเบียนใคร และได้เตือนเมื่อมีการปะทะกันหรือวัดพลังกัน รวมทั้งได้เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผย และในที่สาธารณะอย่างชัดเจน ผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นพี่ของข้าราชการทุกคนในจังหวัด และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง”

 

เมื่อถามว่าการที่ไปเตือนข้าราชการไม่ให้เกิดการวัดพลังหรือเรียกรับผลประโยชน์ เป็นชนวนเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่พอใจใช่หรือไม่ นิรัตน์ตอบเพียงว่า “แน่นอน”

The post สรุปปมความขัดแย้งภูเก็ต เหตุใดมหาดไทยต้องย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ยกทีม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. ณรงค์ มอบนโยบายสำนักงานประจำจังหวัดเตรียมพร้อมเลือกตั้ง อบต.-สส. และทำประชามติ https://thestandard.co/narong-policy-elections-referendum/ Wed, 05 Nov 2025 10:45:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1140025 กกต. ณรงค์ มอบนโยบายสำนักงานประจำจังหวัดเตรียมพร้อมเลือกตั้ง อบต.-สส. และทำประชามติ

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) ณรงค์ กลั่นวารินทร์ กรรมการการเลือ […]

The post กกต. ณรงค์ มอบนโยบายสำนักงานประจำจังหวัดเตรียมพร้อมเลือกตั้ง อบต.-สส. และทำประชามติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. ณรงค์ มอบนโยบายสำนักงานประจำจังหวัดเตรียมพร้อมเลือกตั้ง อบต.-สส. และทำประชามติ

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) ณรงค์ กลั่นวารินทร์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจง ตรวจติดตาม และมอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และหัวหน้ากลุ่มงาน (ครั้งที่ 2) มี โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน

 

การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายของ กกต. และแผนปฏิบัติการของสำนักงาน กกต. ติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ

 

รวมทั้งรับฟังปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น ให้พนักงานและบุคลากรของสำนักงาน กกต. ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานร่วมกัน และร่วมกันระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค รวมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไข หรือปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เช่น การวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แนวทางการลดเรื่องร้องคัดค้าน การวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นต้น

 

รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน และความสัมพันธ์อันดีของบุคลากรสำนักงาน กกต.

 

สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ณัฏฐพัฒน์ ธีรนันทวาณิช ที่ปรึกษาประจำกรรมการการเลือกตั้ง, นฐินันต์ ศรีลาศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำกรรมการการเลือกตั้ง, ศิวะ เทพเจริญ ผู้เชี่ยวชาญประจำกรรมการการเลือกตั้ง, วีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, พะเยีย ศิริโชติ ผู้ตรวจการเขตตรวจการที่ 4, พ.ต.ท.ระพีพงษ์ จิรพัฒนาลักษณ์ พนักงานตามสัญญาจ้าง, สมเกียรติ คงดี เลขานุการประจำกรรมการการเลือกตั้ง

 

ตลอดจน ผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หัวหน้ากลุ่มงานจัดการการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง และจังหวัดยะลา รวมจำนวนทั้งสิ้น 40 คน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา

The post กกต. ณรงค์ มอบนโยบายสำนักงานประจำจังหวัดเตรียมพร้อมเลือกตั้ง อบต.-สส. และทำประชามติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ครม. โยกย้ายข้าราชการระดับสูง ‘พรพจน์’ นั่งอธิบดีปกครอง เด้งนิรัตน์ เข้ากรุผู้ตรวจ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์นั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น https://thestandard.co/cabinet-high-level-reshuffle-14-oct/ Tue, 14 Oct 2025 00:31:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1130005 จับตา ครม. โยกย้ายข้าราชการระดับสูง ‘พรพจน์’ นั่ง อธิบดีปกครอง เด้ง นิรัตน์ เข้ากรุผู้ตรวจ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ นั่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

วันนี้ (14 ตุลาคม) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี […]

The post จับตา ครม. โยกย้ายข้าราชการระดับสูง ‘พรพจน์’ นั่งอธิบดีปกครอง เด้งนิรัตน์ เข้ากรุผู้ตรวจ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์นั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ครม. โยกย้ายข้าราชการระดับสูง ‘พรพจน์’ นั่ง อธิบดีปกครอง เด้ง นิรัตน์ เข้ากรุผู้ตรวจ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ นั่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

วันนี้ (14 ตุลาคม) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานนั้น กระทรวงมหาดไทย จะมีการเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เป็นวาระก่อนเพื่อทราบด้วย เพื่อให้การบริหารงานราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อภารกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ รายชื่อที่เสนอเข้าที่ประชุม ครม. ครอบคลุมตำแหน่งสำคัญในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการระดับอธิบดีขึ้นด้วย มีรายชื่อดังนี้

 

  1. นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
  2. เชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
  3. จุมพฎ วรรณฉัตรสิริ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  4. นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
  5. พรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมปการปกครอง
  6. สุรศักดิ์ อักษรกุล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
  7. สยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
  8. ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
  9. ปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  10. ศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
  11. อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
  12. ณรงค์ เทพเสนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
  13. ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  14. ปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
  15. ชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์
  16. รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
  17. ทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
  18. โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
  19. ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

The post จับตา ครม. โยกย้ายข้าราชการระดับสูง ‘พรพจน์’ นั่งอธิบดีปกครอง เด้งนิรัตน์ เข้ากรุผู้ตรวจ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์นั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัด มท. ลงนามคำสั่งให้รองปลัด มท. รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย บริหารสถานการณ์น้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ https://thestandard.co/acting-governor-of-chiang-rai-province/ Wed, 02 Oct 2024 00:50:47 +0000 https://thestandard.co/?p=990530

วานนี้ (1 ตุลาคม) อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาด […]

The post ปลัด มท. ลงนามคำสั่งให้รองปลัด มท. รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย บริหารสถานการณ์น้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (1 ตุลาคม) อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความจำเป็นต้องมีผู้นำในการบริหารจัดการสถานการณ์ เพื่อทำให้การบูรณาการช่วยเหลือและเยียวยาพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ จึงลงนามคำสั่งแต่งตั้ง โชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตามที่อนุทินกราบเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบก่อนหน้านี้

 

อรรษิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังลงนามคำสั่งแต่งตั้งให้ ดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย, นรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ ประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมเป็นต้นไป และย้ายว่าที่ ร.ต. ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากต้องเข้าศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67 ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยได้เต็มศักยภาพ จึงมีความจำเป็นจะต้องย้ายผู้ที่มีความพร้อมไปทำหน้าที่ทดแทน

The post ปลัด มท. ลงนามคำสั่งให้รองปลัด มท. รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย บริหารสถานการณ์น้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็ก กศน. พังงา เตรียมเรียนวิชากัญชาและกัญชง เริ่มปีการศึกษา 2563 นี้ https://thestandard.co/non-formal-education-phangnga-prepare-to-open-weed-subject/ Tue, 02 Jun 2020 11:37:18 +0000 https://thestandard.co/?p=369090

วันนี้ (2 มิถุนายน) ที่ห้องประชุมสำนักงานการศึกษานอกระบ […]

The post เด็ก กศน. พังงา เตรียมเรียนวิชากัญชาและกัญชง เริ่มปีการศึกษา 2563 นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 มิถุนายน) ที่ห้องประชุมสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัดพังงา โชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดพังงา ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ และผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งสำนักงาน กศน. พังงา ได้สรุปผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งรายการงบลงทุนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ และรายงานผลการเบิกจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 การดำเนินโครงการครอบครัว To Be สีขาว กศน. พังงา โครงการปลูกผักสวนครัว และขอแจ้งย้ายสถานปฏิบัติงานไปอยู่ที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาพังงาเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีการปรับปรุงอาคารสถานที่ จากนั้นที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนให้กับสถานศึกษาในปีการศึกษา 2563 หลักสูตรกัญชาและกัญชง เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด และหลักสูตร To Be Number One เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด

 

บุษบา ณะแก้ว ผู้อำนวยการ กศน. จังหวัดพังงา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้จัดทำหลักสูตรรายวิชาเลือกกัญชาและกัญชงเพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด ‘รหัสวิชา ทช 33098’ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่นักศึกษา กศน. ได้ตระหนักรู้ถึงโทษและประโยชน์ของกัญชาและกัญชงอย่างถูกต้อง สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยจะเริ่มสอนครั้งแรกในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 120 ชั่วโมง 

      

ในส่วนของหลักสูตร ‘To Be Number One เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด’ นั้น สืบเนื่องจากปัญหายาเสพติดในปัจจุบันเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่รัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้เพราะปัญหายาเสพติดที่มีการระบาดในทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งด้านการเมืองและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่และเป็นกลุ่มที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ยังถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติดสูง เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ แต่ยังขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีพอ รวมทั้งต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ

 

สำนักงาน กศน. จังหวัดพังงาได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติด จึงได้ร่วมกับสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน. และภาคีเครือข่าย พัฒนาหลักสูตรและชุดวิชา ‘To Be Number One เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด’ สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เด็ก กศน. พังงา เตรียมเรียนวิชากัญชาและกัญชง เริ่มปีการศึกษา 2563 นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>