โชคชะตา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โชคชะตา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 24 Sep 2025 09:34:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รู้จักทฤษฎี Invisible String Theory ที่เชื่อว่าคนสองคนจะกลับมาพบกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม https://thestandard.co/life/invisible-string-theory-psychology/ Wed, 24 Sep 2025 09:34:10 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1122320 invisible-string-theory-psychology

แนวคิด Invisible String Theory คล้ายกับตำนาน “ด้ายแดงแห […]

The post รู้จักทฤษฎี Invisible String Theory ที่เชื่อว่าคนสองคนจะกลับมาพบกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
invisible-string-theory-psychology

แนวคิด Invisible String Theory คล้ายกับตำนาน “ด้ายแดงแห่งโชคชะตา” (Red Thread of Fate) ของจีน ที่เชื่อว่ามีเส้นด้ายผูกคนที่ถูกลิขิตให้เจอกันเอาไว้ แม้เส้นทางจะวกวนหรือไกลแค่ไหน ในที่สุดก็จะกลับมาเจอกันในเวลาที่เหมาะสม ความเชื่อนี้อาจไม่ใช่วิทยาศาสตร์ แต่ช่วยปลอบใจให้เรามองชีวิตด้วยความหวัง แนวคิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นผ่านสื่อโซเชียล โดยเฉพาะบน TikTok ที่ผู้คนนำมาใช้เป็นกรอบความคิดในการอธิบาย “การเจอ” และ “การกลับมา” ในชีวิตรักของกันและกันอีกครั้ง

 

นักจิตวิทยามองว่าการมีกรอบความคิดแบบนี้ สามารถช่วยลดความวิตกกังวลในความสัมพันธ์ ทำให้เราเชื่อว่าคนที่ใช่จะเข้ามาเมื่อถึงเวลา และทำให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้น การเชื่อในเส้นด้ายล่องหนยังช่วยให้เราไม่เร่งรีบ และมองทุกการพบและการจากไปเป็นบทเรียนสำคัญ

 

แต่ว่าการยึดติดเกินไปอาจทำให้เราติดอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไม่ดี หรือรอคอยใครสักคนโดยไม่กล้าเดินต่อไปในชีวิต สิ่งสำคัญคือการใช้แนวคิดนี้เป็นแรงบันดาลใจ แต่ยังคงก้าวเดิน สร้างชีวิตที่มีคุณค่าในปัจจุบัน และไม่ลืมที่จะดูแลหัวใจของตัวเอง

 

ถ้าวันนี้เรายังไม่เจอใครที่ใช่ อาจเป็นเพราะจังหวะชีวิตยังไม่พร้อม การเชื่อในเส้นด้ายไม่ใช่การหยุดรอ แต่เป็นการเชื่อมั่นว่า เมื่อถึงเวลา เราจะเจอคนที่เดินเข้ามาอย่างถูกต้องพอดี ระหว่างนั้นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือเติบโต และเติมเต็มตัวเองให้แข็งแรงพอที่จะกุมมือเขาไว้เมื่อถึงเวลา

The post รู้จักทฤษฎี Invisible String Theory ที่เชื่อว่าคนสองคนจะกลับมาพบกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
AIS เปิดตัว ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/ais-guan-yu-639-mutelu-numbers/ Tue, 27 Aug 2024 11:53:23 +0000 https://thestandard.co/?p=976129

ในยุคที่ ‘การมูเตลู’ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไ […]

The post AIS เปิดตัว ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคที่ ‘การมูเตลู’ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่คน ‘มู’ เต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ในโลกของเทคโนโลยี อย่าง AIS ที่กระโดดเข้ามารวมวงด้วยการส่ง ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท

 

เหตุผลที่ AIS ตัดสินใจเจาะตลาดนี้อย่างจริงจัง เพราะ คณาธิป ธีรทีป หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์และลูกค้าโพสต์เพด AIS มองว่าผู้บริโภคสายมูเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบและหลงใหลในความเชื่อและความศรัทธาในด้านต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“AIS มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผ่านเบอร์มงคลในหลากหลายรูปแบบ ผ่านการทำงานร่วมกับกูรูชั้นนำที่เชี่ยวชาญเรื่องศาสตร์ของตัวเลขในด้านเบอร์โทรศัพท์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเบอร์มงคล เบอร์สวย เบอร์ที่ได้ผลรวมดี หรือแม้แต่เบอร์ที่เหมาะกับอาชีพต่างๆ”

 

ยังมีผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) เผยว่า 88% ของคนไทยเชื่อเรื่องการมูเตลู และ 52% มองว่าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งยืนยันถึงมุมมองของ AIS ต่อตลาดเบอร์มงคลว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

 

ตัวเลขสะท้อนถึงความนิยม โดย AIS สามารถสร้างรายได้จากเบอร์มงคลถึงปีละ 1 พันล้านบาท และเติบโตขึ้นเกือบ 10% ทุกปี ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ 70% ของลูกค้าที่เปิดเบอร์มงคลจะมี 2 เบอร์ขึ้นไป และ 90% ของผู้ใช้จะไม่ทิ้งเบอร์ แสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อแบรนด์ที่สูงลิ่ว

 

นอกจากนี้ผู้ใช้เบอร์มงคลยังมี ARPU (รายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้า 1 คน) สูงถึง 800 บาทต่อเดือน เทียบกับเบอร์ทั่วไปที่ 448 บาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความเชื่อและความหวัง

 

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการจับมือกับ แมน การิน (แมน แมทจิเชียน) ที่ได้ร่วมมือกันมาแล้วนับ 10 ปี ซึ่งเหตุผลที่เลือกตัวเลข ‘639’ เพราะว่ากันว่าเป็นเลขแห่งชัยชนะ ความมั่งคั่ง และการเติบโตในหน้าที่การงาน โดยแมน การิน ถึงกับกล่าวว่า “คนจีนยกให้กวนอูเป็นเทพแห่งสวรรค์ อยากชนะเหนือคู่แข่ง เติบโตในหน้าที่การงาน เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือการสอบแข่งขัน และเรื่องของความยุติธรรม โดนกลั่นแกล้ง ให้บูชาเทพกวนอู”

 

ความนิยมของเบอร์มงคลไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โดย 30% ของคนเปิดเบอร์ใหม่เลือกเบอร์มงคลหรือเบอร์สวย และในปีนี้ AIS คาดว่าจะมีรายได้จากเบอร์มงคลสูงถึง 1.3 พันล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มให้บริการมา 10 ปี AIS ได้ปล่อยเบอร์มงคลออกสู่ตลาดแล้วกว่า 1.2 ล้านเบอร์ ขณะที่เบอร์มงคลตระกูลกวนอูขายไปแล้ว 20,000 เบอร์

 

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจเบอร์มงคลมากขึ้น คณาธิปเผยว่า “คนอายุต่ำกว่า 30 ปี เริ่มสนใจเบอร์สวยและเบอร์มงคล” แสดงให้เห็นว่า แม้ในยุคดิจิทัล ความเชื่อแบบดั้งเดิมก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ โดยส่วนใหญ่ผู้ซื้อเบอร์มงคลมีเป้าหมายเพื่อเสริมโชคลาภและเพิ่มโอกาสทางการเงิน

 

และแม้ว่าเทคโนโลยี eSIM จะกำลังมาแรง แต่ AIS เชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบต่อธุรกิจเบอร์มงคล เพราะ “คนมองว่าเบอร์เป็นเหมือน Identity” เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่ไม่อาจทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยีใดๆ โดยเบอร์มงคลตระกูลกวนอูจะขายในราคา 199 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนสำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ ขั้นต่ำ 399 บาทต่อเดือน

 

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้โลกจะก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่ความเชื่อและความศรัทธายังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้คน การที่บริษัทเทคโนโลยีอย่าง AIS หันมาทำตลาด ‘มูเก็ตติ้ง’ อย่างจริงจัง ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในจิตใจของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่แม้จะเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี แต่ก็ยังคงแสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

The post AIS เปิดตัว ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชคชะตาทำงานอย่างไร เรากำหนดโชคของตัวเองได้หรือเปล่า https://thestandard.co/how-fortune-works/ https://thestandard.co/how-fortune-works/#respond Wed, 02 May 2018 10:59:07 +0000 https://thestandard.co/?p=87952

เมื่อเช้าตอนวิ่งผมได้ฟังพอดแคสต์ของพี่หนุ่ม Money Coach […]

The post โชคชะตาทำงานอย่างไร เรากำหนดโชคของตัวเองได้หรือเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเช้าตอนวิ่งผมได้ฟังพอดแคสต์ของพี่หนุ่ม Money Coach ไปด้วยครับ พี่หนุ่มได้เล่าให้ฟังถึงลูกศิษย์คนหนึ่งที่เป็นเด็กหนุ่มเพิ่งจบรามคำแหงมาได้ไม่นาน มีความฝันแรงกล้าที่อยากทำธุรกิจฟิตเนสและสุขภาพ ลองนึกภาพว่าเด็กคนหนึ่งที่บ้านไม่มีเงิน มีแต่ความฝัน แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

 

โค้ชบอกเขาว่า ถ้าเกิดเรามีทรัพยากรมาทำความฝันให้เป็นจริงไม่พอ เราก็ต้องหยิบยืมคนอื่น ลูกศิษย์คนนี้อยากทำธุรกิจอาหารเสริม สิ่งที่เขาทำคือไปตามฟิตเนสต่างๆ เห็นคนไหนนั่งพักก็เข้าไปคุยว่าอยากจะทำธุรกิจอาหารเสริม แล้วเริ่มต้นเล่าไอเดียให้ฟัง

 

พี่หนุ่มก็ถามว่า เฮ้ย แล้วอยู่ดีๆ เข้าไปคุยแล้วคนเขาไม่เหวอเหรอ น้องคนนี้ก็บอกว่ามีบ้าง แต่เขาคิดว่าไม่เสียหายอะไร อย่างมากคนก็ไม่คุยด้วย ซึ่งเขาก็จะไปเล่าให้คนอื่นฟังต่อ

 

ตอนเอาแผนธุรกิจไปคุยกับคนที่ฟิตเนสเขาไม่รู้เลยว่าผลจะเป็นอย่างไรบ้าง แค่รู้ว่าถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ พูดไปอย่างมากก็โดนปฏิเสธ

 

สุดท้ายเขาเจอเทรนเนอร์ชื่อดังระดับประเทศคนหนึ่งที่ยินดีมาร่วมงานด้วยเพราะฟังไอเดียแล้วชอบ ในขณะเดียวกันก็เจอคุณหมออีกท่านที่เก่งด้านโภชนาการที่ฟังไอเดียแล้วชอบเหมือนกัน

 

สุดท้ายได้ทั้งเงินทุนและทีมงาน จนทุกวันนี้เป็นธุรกิจ จนกลายเป็นธุรกิจ Planforfit ที่เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบัน

 

ถามว่าที่น้องคนนี้ได้ทำตามความฝันเพราะเขาโชคดีหรือเปล่า?

 

ก่อนจะตอบ ผมต้องบอกว่ามีหลายคนมากครับที่มักสับสนคำว่า ‘โชค’ กับ ‘โชคชะตา’ โดยคิดว่ามันเหมือนกัน ผมมีความเชื่อว่ามันไม่เหมือนกันครับ เพียงแต่มันเกี่ยวข้องกัน

 

สำหรับผม (และอีกหลายๆ คน) โชคชะตาเป็น Subset ของโชค เวลามีคนบอกว่าคุณโชคดีจัง ความหมายที่คนส่วนใหญ่ชอบคิดคือ ‘โชคชะตา’ ของคุณดีจัง ราวกับว่าโชคดีที่ได้มานั้นนอกเหนือจากการควบคุมของคุณโดยสิ้นเชิง อันนี้เอาไว้ใช้ตอนถูกลอตเตอรี่นะครับ

 

ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถควบคุมโชคของเราได้ และอัตราส่วนที่เราควบคุมได้จะขึ้นอยู่กับอัตราส่วนการทำงานหนักของเรา

 

ยิ่งเราทำงานหนักเท่าไร โชคชะตาก็จะมีผลต่อโชคของเราน้อยเท่านั้นครับ

 

ลองนึกภาพตามนะครับ คุณเป็นสตาร์ทอัพที่มีความฝัน และกำลังจะทำอะไรเจ๋งๆ แต่ยังขาดเรื่องเงินอยู่ ตอนนี้คุณก็กำลังหาทางออกหลายๆ ทางอยู่

 

คุณกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบินจากกรุงเทพฯ จะเดินทางไปเชียงใหม่ที่ริมหน้าต่าง คุณเก็บคอมพิวเตอร์ไว้ในที่เก็บสัมภาระด้านบนเรียบร้อย คุณกำลังจะหลับ เพราะคุณชอบจะหลับอยู่เรื่อยเวลาเครื่องบินจะขึ้นหรือลง

 

ทันทีที่ผู้โดยสารคนข้างๆ คุณนั่งลง คุณก็แทบช็อกเพราะเขาคือ VC ตัวพ่อของประเทศไทยที่มีเม็ดเงินที่สามารถจะลงทุนในสตาร์ทอัพได้เป็นพันล้าน

 

อันนี้เรียกโชคชะตาครับ คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะได้นั่งคู่กับ VC ท่านนี้

 

คุณตัดสินใจที่จะ Pitch งานกับ VC ท่านนั้น ที่เหลือคือสิ่งที่คุณทำมาในอดีตครับ ถ้าคุณมีความรู้ในงานของคุณไม่ลึกพอ ไม่เข้าใจธุรกิจดีพอ แน่นอนว่าการ Pitch ครั้งนี้จะจบลงด้วยการที่คู่สนทนาของคุณอยากรีบๆ ฟังให้จบเพื่อไปทำอย่างอื่นต่อ

 

แต่ถ้าคุณเตรียมพร้อมตลอดเวลา คุณมี Pitching Dialog อยู่ในหัวตลอดเวลา แม้ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องมีกระดาษ ไม่ต้องมีอะไรเลย คุณก็สามารถสร้างภาพของความฝันของคุณให้ไปอยู่ในหัวของคู่สนทนาได้

 

ถ้าเป็นอย่างหลังคุณจะได้รับเงินลงทุนที่คุณตามหามาตลอด

 

อีกสองสัปดาห์สตาร์ทอัพของคุณก็ได้เป็นข่าวทั่วโซเชียลมีเดีย เพราะมี VC ใหญ่มาลงทุน คุณบอกว่าคุณโชคดีมากที่คุณเจอ VC คนนั้นบนเครื่องบิน

 

จริงๆ แล้วความหมายของ ‘โชคดี’ คืออะไรกันแน่?

 

เด็กหนุ่มวัย 14 มองดูจดหมายปฏิเสธการรับเรื่องสั้นของเขาจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่ถูกแขวนไว้บนตะปูตัวหนึ่งที่ตอกเข้ากับฝาบ้าน หลังจากพิจารณาแล้วเด็กหนุ่มคิดว่าต้องเปลี่ยนตะปูตัวเล็กเป็นตะปูตัวใหญ่ดีกว่า เพราะดูแล้วมันคงรับน้ำหนักคำปฏิเสธที่ดูท่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ไหว

 

หลังจากเปลี่ยนขนาดตะปู จดหมายปฏิเสธก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังก้มหน้าก้มตาเขียนต่อไป

 

เด็กหนุ่มคนนี้เกิดในครอบครัวที่ยากจนและไม่มีพ่อ ส่วนแม่ซึ่งเป็นพนักงานในร้านอาหารมีรายได้แทบไม่พอจะเลี้ยงครอบครัว เขาจึงต้องทำงานตั้งแต่เด็ก นอกจากงานรับจ้างทั่วไปที่ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของแม่แล้ว เขายังใช้เวลาช่วงกลางคืนเขียนเรื่องสั้นที่ตัวเองชอบ โดยส่งไปที่สำนักพิมพ์ต่างๆ ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่เกือบร้อยทั้งร้อยโดนปฏิเสธ แม้จะมีบางเรื่องที่ผ่านและได้ค่าตีพิมพ์มาบ้าง แต่มันก็เล็กน้อยเสียจนไม่อาจนำมาจุนเจือครอบครัวได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมุ่งมั่นเขียนเรื่องสั้นต่อไปเพื่อหาทางส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัย

 

เขามีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นครู แต่เมื่อเรียนจบ เขาสอบไม่ผ่านการรับบรรจุเป็นครูจึงต้องเขียนเรื่องสั้นเพื่อหาเลี้ยงชีพ ต่อมาอีกไม่นานเขาก็แต่งงานกับคู่รักสมัยเรียน

 

ถึงจุดนี้ การเขียนเรื่องสั้นของเขาไม่พอเลี้ยงครอบครัวแล้ว สองสามีภรรยาต้องทำงานหลายงานโดยไม่เกี่ยง ตั้งแต่งานในร้านอาหารไปจนถึงงานในปั๊มน้ำมัน อะไรก็ได้ที่จะสามารถซื้ออาหารมาวางบนโต๊ะของทั้งสอง

 

ในวันแต่งงาน ทั้งคู่ถึงกับต้องขอยืมชุดสวยๆ จากเพื่อนเพื่อมาใส่เข้าพิธีของตัวเองเพราะไม่มีเงินซื้อ

 

พวกเขามีชีวิตอย่างอัตคัดและต้องอาศัยอยู่ในรถแวนที่ดัดแปลงมาเป็นบ้าน เพราะการมีที่อยู่เป็นเรื่องไกลเกินฝัน แม้แต่โทรศัพท์ที่ติดอยู่ในรถบ้านเคลื่อนที่ก็ยังต้องยกออก เพราะว่ามันเป็นของฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่คนทั้งสองจะสามารถมีได้

 

ชายหนุ่มลองเปลี่ยนมาเขียนนวนิยายแบบยาวดูบ้าง แต่ผลตอบรับก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมนักในตอนแรก แต่ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่หัวมุมถนนเสมอ หลังจากได้รับการปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ 60 กว่าแห่ง ในที่สุดนวนิยายเรื่อง Carrie ก็ได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ DoubleDay

 

วันที่หนังสือได้ตีพิมพ์มีแต่คนรอบข้างบอกว่าเขา ‘โชคดี’ และเป็นจุดเริ่มต้นของหนังสือ Best Seller อีกหลายสิบเล่มที่ตามออกมา

 

หนังสือเรื่อง Carrie ได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ถึง 3 ครั้ง

 

นักเขียนหนุ่มคนนี้ชื่อ Stephen King เจ้าของผลงานหนังสือ Best seller อย่าง The Green Mile, The Mist, Night Shift, Dream Catcher และ The Dark Tower

 

มีภาพยนตร์ที่สร้างโดยอิงเค้าโครงจากงานเขียนของเขากว่า 20 เรื่อง เขากลายมาเป็นหนึ่งในนักเขียนนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก

 

เขา ‘โชคดี’ เหมือนที่คนอื่นบอกจริงๆ หรือ

 

Wayne Gretzky นักฮอกกี้ในตำนานเคยกล่าวไว้ว่า “I skate to where the puck is going to be, not where it has been.” (ผมจะสเกตไปยังจุดที่ลูกฮอกกี้จะไป ไม่ใช่จุดที่มันเคยอยู่)

 

คุณออกแบบโชคของตัวเองได้ครับ

 

ภาพประกอบ: Pichamon Wannasan

The post โชคชะตาทำงานอย่างไร เรากำหนดโชคของตัวเองได้หรือเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/how-fortune-works/feed/ 0