โจ ไบเดน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โจ-ไบเดน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Jun 2024 06:01:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 คณะลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสินความผิดลูกชายไบเดน คดีให้ข้อมูลเท็จซื้อปืน https://thestandard.co/hunter-biden-gun-case/ Wed, 12 Jun 2024 06:01:50 +0000 https://thestandard.co/?p=944301

คณะลูกขุนของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาตัดสินให้ ลูกชายไบเดน […]

The post คณะลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสินความผิดลูกชายไบเดน คดีให้ข้อมูลเท็จซื้อปืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

คณะลูกขุนของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาตัดสินให้ ลูกชายไบเดน บุตรชายวัย 54 ปี ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีความผิดใน 3 ข้อหา ฐานให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดในการตรวจสอบประวัติระหว่างซื้ออาวุธปืนในปี 2018 โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินคดีอาญาต่อสมาชิกครอบครัวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ระหว่างการดำรงตำแหน่ง ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนได้เดินทางไปให้กำลังใจบุตรชาย แต่ยืนยันจะเคารพคำตัดสินของคณะลูกขุน

 

การตัดสินมีขึ้นที่ศาลในรัฐเดลาแวร์ ซึ่งฮันเตอร์ซื้อปืนพกมาจากร้านขายปืนแห่งหนึ่งภายในรัฐ ซึ่ง 2 ข้อหาแรกนั้นเกี่ยวข้องกับการโกหกเรื่องการใช้ยาเสพติดในแบบฟอร์มตรวจสอบประวัติ ส่วนข้อหาที่ 3 คือการครอบครองปืนในระหว่างใช้ยาเสพติด

 

โดยโทษสูงสุดของข้อหาดังกล่าวคือ จำคุก 25 ปี และปรับเงิน 7.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการตัดสินโทษคาดว่าจะมีขึ้นใน 120 วันหลังจากนี้ แต่คาดว่าฮันเตอร์อาจได้รับโทษสถานเบา เนื่องจากเป็นการกระทำผิดครั้งแรก

 

ภายหลังรับฟังคำตัดสิน ฮันเตอร์ได้แสดงความผิดหวัง แต่ขอบคุณครอบครัวสำหรับความรักและการสนับสนุน ขณะที่ทนายความของเขายืนยันจะใช้ทุกช่องทางตามกฎหมายในการต่อสู้คดี

 

ไบเดนเคารพคำตัดสิน

 

ขณะที่ไบเดนเผยแพร่แถลงการณ์ ย้ำถึงบทบาทของเขาในฐานะพ่อที่ต้องการช่วยเหลือลูกชาย แต่ยืนยันว่ายอมรับคำตัดสินและยังคงเคารพกระบวนการพิจารณาคดี

 

“ผมเป็นประธานาธิบดี แต่ก็เป็นพ่อด้วย จิลและผมรักลูกชายของเรา และเราภูมิใจมากในสิ่งที่เขาเป็นทุกวันนี้ ผมยอมรับผลของคดีนี้และยังคงเคารพกระบวนการพิจารณาคดี ในขณะที่ฮันเตอร์พิจารณาที่จะยื่นอุทธรณ์”

 

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีไบเดนปฏิเสธเรื่องการอภัยโทษให้กับบุตรชายของเขา โดยในการพิจารณาคดีได้มีการเผยแพร่รายละเอียดอื้อฉาว จากการที่อัยการพยายามแสดงให้เห็นว่าฮันเตอร์ใช้แคร็กโคเคน (Crack Cocaine) หรือโคเคนแบบก้อนผลึก ในช่วงที่เขาซื้ออาวุธปืน

 

ภาพ: Anna Rose Layden / Reuters

อ้างอิง:

The post คณะลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสินความผิดลูกชายไบเดน คดีให้ข้อมูลเท็จซื้อปืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนให้คำมั่น จะส่งความช่วยเหลือด้านการเมือง-การทหารแก่อิสราเอล ท่ามกลางการสู้รบกับฮามาส https://thestandard.co/joe-biden-promise-helping-israel/ Wed, 11 Oct 2023 02:43:05 +0000 https://thestandard.co/?p=853265 โจ ไบเดน อิสราเอล

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้คำมั่นว่าจะส่งมอบค […]

The post ไบเดนให้คำมั่น จะส่งความช่วยเหลือด้านการเมือง-การทหารแก่อิสราเอล ท่ามกลางการสู้รบกับฮามาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน อิสราเอล

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้คำมั่นว่าจะส่งมอบความช่วยเหลือด้านการเมืองและการทหารให้แก่รัฐบาลอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไข ท่ามกลางการสู้รบกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธฮามาสในปาเลสไตน์ โดยไบเดนได้ประณามการกระทำของกลุ่มฮามาสอย่างรุนแรง และสนับสนุนการตอบโต้กลับของทางการอิสราเอล

 

ไบเดนระบุว่า “เราจะยืนหยัดร่วมกันสนับสนุนประชาชนชาวอิสราเอล ผู้ซึ่งกำลังเผชิญกับความสูญเสียที่ไม่อาจบรรยายได้ และเราต่อต้านความเกลียดชังและความรุนแรงของการก่อการร้าย”

 

ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า ขณะนี้มีพลเมืองอเมริกันอย่างน้อย 14 คนเสียชีวิตจากเหตุโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาส และมีชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้แน่ชัดถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกัน เบื้องต้นหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้พยายามประสานงานกับฝ่ายต่างๆ เพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกจับกุมตัวอยู่ในขณะนี้

 

ไบเดนยังระบุอีกว่า “กลุ่มฮามาสไม่ได้ยืนหยัดเพื่อศักดิ์ศรีและสิทธิที่จะตัดสินใจอนาคตของตัวเองของชาวปาเลสไตน์ โดยจุดมุ่งหมายของกลุ่มฮามาสคือ การทำลายประเทศอิสราเอลและสังหารชาวยิว” พร้อมทั้งประกาศเตือนถึงความเสี่ยงที่การสู้รบในครั้งนี้ระหว่างอิสราเอลและฮามาสจะขยายตัวเป็นสงครามใหญ่ 

 

โดยสหรัฐฯ ได้ประกาศสั่งเคลื่อนกองเรือและเครื่องบินรบจำนวนหนึ่งเข้าสู่พื้นที่ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกแล้ว หลังจากที่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้เน้นย้ำว่า ทางการสหรัฐฯ ไม่มีความคิดที่จะส่งกองทัพอเมริกันเข้าไปยังพื้นที่ของอิสราเอลแต่อย่างใด

 

ขณะที่ มาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ก็ยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ (UN) เข้าแทรกแซงการสู้รบในครั้งนี้ เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้กับบรรดาชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกองกำลังอิสราเอลปิดล้อม ซึ่งอาจเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ตามมา

 

ภาพ: Brendan Smialowski / AFP

อ้างอิง:

The post ไบเดนให้คำมั่น จะส่งความช่วยเหลือด้านการเมือง-การทหารแก่อิสราเอล ท่ามกลางการสู้รบกับฮามาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนมั่นใจสหรัฐฯ ไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ ให้คำมั่นบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้สัปดาห์นี้ https://thestandard.co/no-way-to-default-on-debt-payments/ Thu, 18 May 2023 03:22:41 +0000 https://thestandard.co/?p=792080 Joe Biden

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แสดงความเชื่อมั่นเมื่ […]

The post ไบเดนมั่นใจสหรัฐฯ ไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ ให้คำมั่นบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้สัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Joe Biden

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แสดงความเชื่อมั่นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 พฤษภาคม) ว่าตนเองจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับผู้นำพรรครีพับลิกันเพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้น หลังเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ออกโรงเตือนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด สหรัฐฯ มีสิทธิ์ผิดนัดชำระหนี้ได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 

 

โดยเยลเลนระบุว่า สหรัฐฯ อาจเริ่มผิดนัดชำระหนี้ได้เร็วที่สุดในวันที่ 1 มิถุนายน ขณะที่สำนักงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ในวันที่ 15 มิถุนายน

 

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวสั้นๆ ที่ทำเนียบขาวก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นว่า ตนเองมั่นใจว่าสภาคองเกรสจะได้ข้อตกลงตามงบประมาณที่ต้องการ และสหรัฐฯ จะไม่มีวันผิดชำระหนี้โดยเด็ดขาด

 

ไบเดนย้ำชัดว่า การไม่ขยายเพดานหนี้ ‘ไม่ใช่ทางเลือก’ เพราะการกระทำดังกล่าวจะเป็นความหายนะสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และชาวอเมริกัน ซึ่งบรรดาแกนนำในสภาคองเกรสต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าสหรัฐฯ ต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้ 

 

ที่ผ่านมาประธานาธิบดีไบเดน และเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้จัดการพูดคุยและพบปะหน้ากัน 2 ครั้ง เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงในการเพิ่มวงเงินกู้ยืมของสหรัฐฯ และอนุญาตให้สหรัฐฯ ชำระภาระผูกพันที่มีอยู่

 

ไบเดนระบุว่า การพูดคุยร่วมกับแกนนำทั้งสี่ของสภาคองเกรสเมื่อวันอังคาร (16 พฤษภาคม) เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทุกฝ่ายให้ความเคารพซึ่งกันและกัน และเจรจาด้วยความจริงใจ ทำให้ไบเดนมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณ และสหรัฐฯ จะไม่ผิดนัดชำระหนี้

 

ท่าทีดังกล่าวของไบเดนสอดคล้องกับท่าทีของแมคคาร์ธีที่ระบุว่า สหรัฐฯ จะไม่ผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่คณะทำงานของทำเนียบขาวและสภาคองเกรสกำลังมีความคืบหน้าในการเจรจาเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐฯ โดยการเจรจาขณะนี้มีโครงสร้างสำหรับแนวทางที่จะนำไปสู่การได้ข้อสรุป แม้ว่ากรอบเวลาค่อนข้างตึงตัว แต่สภาคองเกรสจะยังคงทำการเจรจาเพื่อให้มีการบรรลุข้อตกลง

 

ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน แมคคาร์ธีเพิ่งจะให้สัมภาษณ์ยืนยันความเป็นไปได้ที่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้ภายในปลายสัปดาห์นี้

 

คำยืนยันของประธานาธิบดีไบเดนมีขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินทางไปญี่ปุ่น โดยไบเดนยังระบุอีกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้ขณะที่ไบเดนเดินทางกลับจากญี่ปุ่นในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งทางทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ในระหว่างร่วมการประชุม G7 ที่ญี่ปุ่น ประธานาธิบดีไบเดนจะยังคงติดต่อทางโทรศัพท์กับคณะทำงานของทำเนียบขาว เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการเจรจาดังกล่าว

 

การออกมาให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้จากระดับ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ทันตามกรอบเวลา ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และทำให้ตลาดวอลล์สตรีทกลับมาคึกคักสดใสอีกครั้ง โดยดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ปรับตัวเพิ่มขึ้น 408.63 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 33,420.77 จุด, ดัชนี S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 48.87 จุด หรือ 1.19% ปิดที่ 4,158.77 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้น 157.51 จุด หรือ 1.28% ปิดที่ 12,500.57 จุด

 

นอกจากนี้ ตลาดวอลล์สตรีทยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากบรรดาหุ้นธนาคารท้องถิ่นที่ขยับขึ้น นำโดย Western Alliance Bancorp ที่พุ่งขึ้น 10.19% หลังจากที่ทางธนาคารเปิดเผยว่าเงินฝากของทางธนาคารเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 12 พฤษภาคม

 

ขณะเดียวกัน ความกังวลของการผิดนัดชำระหนี้ที่ผ่อนคลายลงยังทำให้นักลงทุนลดความต้องการในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ โดยราคาทองคำปรับลดในวันพุธ (17 พฤษภาคม) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ โดยราคาทองคำ COMEX งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 8.10 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 1,984.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post ไบเดนมั่นใจสหรัฐฯ ไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ ให้คำมั่นบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้สัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดน-แมคคาร์ธี เตรียมถกปม ‘เพดานหนี้’ รอบใหม่อังคารนี้ หรือ 1 วันก่อนไบเดนเดินทางประชุม G7 https://thestandard.co/joe-biden-kevin-mccarthy-debt-ceiling/ Mon, 15 May 2023 10:44:20 +0000 https://thestandard.co/?p=790711 ไบเดน-แมคคาร์ธี

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ เควิน แมคคาร์ธี ป […]

The post ไบเดน-แมคคาร์ธี เตรียมถกปม ‘เพดานหนี้’ รอบใหม่อังคารนี้ หรือ 1 วันก่อนไบเดนเดินทางประชุม G7 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดน-แมคคาร์ธี

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ รวมถึงผู้นำคนอื่นๆ ในสภาคองเกรส วางแผนหารือประเด็นเรื่องเพดานหนี้กันในวันอังคาร (16 พฤษภาคม) เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นได้

 

ด้านไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (14 พฤษภาคม) เขาคาดว่าจะพบกับแมคคาร์ธีในวันอังคารที่ 16 พฤษภาคมนี้ หรือเพียง 1 วันก่อนไบเดนออกเดินทางเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G7 ในญี่ปุ่น พร้อมทั้งระบุว่าตนเชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในที่สุด

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

โดยแหล่งข่าวในวงหารือยังเปิดเผยกับ Bloomberg ว่าคาดว่าจะมีการประชุมในวันดังกล่าว แต่เตือนอีกว่าแผนอาจเปลี่ยนแปลงได้

 

นับเป็นเวลานานหลายเดือนแล้วที่ไบเดนและแมคคาร์ธียังไม่สามารถแสวงหาข้อตกลงร่วมกันได้ เกี่ยวกับการยกเลิก หรือขยายเพดานหนี้สาธารณะซึ่งอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเทขาย (Sell off) ในตลาด การทำให้ต้นทุนกู้ยืมพุ่งสูงขึ้น และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่อาจเทียบได้กับวิกฤตในปี 2008

 

ก่อนหน้านี้ไบเดน แมคคาร์ธี และผู้นำคนอื่นๆ ในสภาคองเกรสมีกำหนดจะหารือกันในวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 พฤษภาคม) แต่กลับถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ยังคงไม่เสร็จสิ้น และยังดำเนินต่อไปตลอดสุดสัปดาห์

 

ทั้งนี้ ไบเดนมีกำหนดจะออกเดินทางในวันพุธ (17 พฤษภาคม) เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการประชุมสุดยอด G7 และ Quad ซึ่งประกอบไปด้วยญี่ปุ่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และอินเดียด้วย

 

อ้างอิง:

The post ไบเดน-แมคคาร์ธี เตรียมถกปม ‘เพดานหนี้’ รอบใหม่อังคารนี้ หรือ 1 วันก่อนไบเดนเดินทางประชุม G7 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดน-แมคคาร์ธี เลื่อนถกปมเพดานหนี้ไปสัปดาห์หน้า ด้าน IMF เตือน หากสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลกระทบ ‘ร้ายแรง’ ทั่วโลก https://thestandard.co/biden-mccarthys-friday-debt-ceiling-meeting/ Fri, 12 May 2023 03:40:38 +0000 https://thestandard.co/?p=788798 ไบเดน แมคคาร์ธี

การถกปมเพดานหนี้ระหว่าง โจ ไบเดน และ เควิน แมคคาร์ธี ถู […]

The post ไบเดน-แมคคาร์ธี เลื่อนถกปมเพดานหนี้ไปสัปดาห์หน้า ด้าน IMF เตือน หากสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลกระทบ ‘ร้ายแรง’ ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดน แมคคาร์ธี

การถกปมเพดานหนี้ระหว่าง โจ ไบเดน และ เควิน แมคคาร์ธี ถูกเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณดี ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การปรับลดรายจ่ายของรัฐบาลถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจาแล้ว ขณะที่ IMF เตือน หากสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลกระทบ ‘ร้ายแรง’ ทั่วโลก

 

โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า การหารือเกี่ยวกับการขยายหรือยกเลิกเพดานหนี้ระหว่างโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเดิมถูกกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ (12 พฤษภาคม) ถูกเลื่อนออกไปเป็นต้นสัปดาห์หน้า

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“เจ้าหน้าที่จะทำงานต่อไป และผู้บริหารตกลงที่จะพบกันในต้นสัปดาห์หน้า” โฆษกทำเนียบขาวกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยกับ Reuters ว่า ผู้ช่วยของทั้ง 2 ฝ่ายได้เริ่มหารือถึงวิธีการจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางแล้ว ปูทางไปสู่การขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ 

 

ก่อนหน้านี้แมคคาร์ธียืนยันกับนักข่าวที่อาคารรัฐสภาว่า ความล่าช้าไม่ใช่สัญญาณของปัญหาในการเจรจา แต่เขาเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เจรจา ซึ่งได้ประชุมกันในสัปดาห์นี้ จำเป็นต้องพูดคุยกันต่อไป ก่อนที่ผู้บริหารระดับสูงจะประชุมกันอีกครั้ง

 

“ผมไม่คิดว่าจะมีความคืบหน้ามากพอที่บรรดาผู้นำจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง” แมคคาร์ธีกล่าว พร้อมเผยว่า สมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งไม่สามารถทำการประชุมในวันนี้ได้

 

โดยแหล่งข่าว 2 คนยังเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรับทราบว่าพวกเขาต้องยอมรับการปรับลดค่าใช้จ่ายบางส่วน หรือจำกัดการใช้จ่ายในอนาคตอย่างเข้มงวด หากต้องการให้ข้อตกลงบรรลุ แต่ก็ยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายต้องรักษากฎหมายด้านสภาพอากาศของไบเดนไว้

 

รายงานดังกล่าวสะท้อนว่า การปรับลดและจำกัดรายจ่ายของรัฐบาล (Spending Cuts and Caps) กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุย และอาจเป็นสัญญาณของความคืบหน้าในการเจรจา แม้ว่าก่อนหน้านี้พรรคเดโมแครตได้ผลักดันให้มีการยกเลิกหรือขยายเพดานหนี้ ‘อย่างไม่มีเงื่อนไข’ ขณะที่พรรครีพับลิกันเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายนอกเหนือจากการปรับลดการใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

 

โดยทำเนียบขาวยังแสดงภาพการเลื่อนถกครั้งนี้ออกไปว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวก โดยชี้ว่าการประชุมกำลังดำเนินไป

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางสหรัฐฯ อาจหมดเงินเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 1 มิถุนายน เว้นแต่จะขยายเพดานหนี้ ขณะที่ไบเดนเตรียมเดินทางออกจากประเทศในสัปดาห์หน้าเพื่อเข้าร่วมการประชุม G7 ที่ญี่ปุ่น และเหลือเวลาอีกไม่กี่วันที่เขาและผู้นำจากสภาล่างและวุฒิสภาจะเจรจากันก่อนกำหนดการดังกล่าว

 

IMF เตือน การผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบ ‘ร้ายแรง’ ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนถึง ‘ผลกระทบที่รุนแรงมาก’ ต่อสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก หากสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้ พร้อมเรียกร้องให้พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเร่งบรรลุฉันทามติเกี่ยวกับเพดานหนี้

 

จูลี โคแซค โฆษก IMF กล่าวว่า ผลกระทบจากความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะผิดนัดชำระหนี้ รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น และปัญหาด้านเสถียรภาพในวงกว้าง ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มแรงกระแทก (Shocks) หลังการระบาดใหญ่ของโควิดและสงครามในยูเครน

 

“การหารือในสหรัฐฯ กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับเศรษฐกิจโลก” โคแซคกล่าว พร้อมเสริมว่า “การประเมินของเราคือ หากสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้จะเกิดผลกระทบที่รุนแรงมาก ไม่เพียงแต่กับสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจโลกด้วย และเราขอสนับสนุนอย่างยิ่งให้ทุกฝ่ายในสหรัฐฯ รวมตัวกันเพื่อหาฉันทามติเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน”

 

โคแซคระบุอีกว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ส่งผลกระทบต่อบางประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวและเผชิญกับความเปราะบาง IMF ยังประเมินว่า 15% ของประเทศที่มีรายได้ต่ำกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สิน (Debt Distress) และ 45% ตกอยู่ในความเสี่ยง พร้อมทั้งมองว่าการเติบโตทั่วโลกในอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 3 ทศวรรษ

 

อ้างอิง:

 

The post ไบเดน-แมคคาร์ธี เลื่อนถกปมเพดานหนี้ไปสัปดาห์หน้า ด้าน IMF เตือน หากสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลกระทบ ‘ร้ายแรง’ ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำนาย X-date หรือวันเงินรัฐบาลสหรัฐฯ หมด! ก่อนการเจรจาปม ‘เพดานหนี้’ ของไบเดน-แมคคาร์ธีรอบใหม่ศุกร์นี้ https://thestandard.co/us-x-date-prediction/ Thu, 11 May 2023 08:21:50 +0000 https://thestandard.co/?p=788463 ทำนาย x-date สหรัฐ

ก่อนการหารือระหว่าง โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แ […]

The post ทำนาย X-date หรือวันเงินรัฐบาลสหรัฐฯ หมด! ก่อนการเจรจาปม ‘เพดานหนี้’ ของไบเดน-แมคคาร์ธีรอบใหม่ศุกร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำนาย x-date สหรัฐ

ก่อนการหารือระหว่าง โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน อีกครั้งในวันศุกร์นี้ (12 พฤษภาคม) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หลังทั้งสองฝ่ายคว้าน้ำเหลวในการเจรจาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 พฤษภาคม)

 

THE STANDARD WEALTH ได้รวบรวมคำทำนายของนักวิเคราะห์หลายสำนัก เกี่ยวกับวันที่เงินสด และมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะหมดลง ที่เรียกกันว่า X-date ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ (Default) หากสภาคองเกรสไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขยายหรือระงับเพดานหนี้ (Debt Ceiling) 

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวกับสภาว่า ความสามารถของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะใช้มาตรการพิเศษต่างๆ อาจหมดลงอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากสำนักต่างๆ ได้พยายามคำนวณหาวัน X-date เอง โดยอิงจากกระแสเงินสดของรัฐบาล รวมทั้งคาดการณ์เกี่ยวกับภาษีและการใช้จ่าย

 

โดยนักกลยุทธ์บางสำนักได้ประมาณการถึงวัน X-date ไว้ใกล้เคียงกับรัฐบาล ขณะที่บางสำนักยังคงยึดกับประมาณการเดิมเมื่อช่วงปลายฤดูร้อน 

 

เมื่อพิจารณาจากกระแสเงินสดล่าสุดจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเห็นถึงความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจเงินหมดก่อนจะถึงวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันจ่ายภาษีครั้งใหญ่ สอดคล้องกับความคิดเห็นของนักกลยุทธ์ของ Morgan Stanley กล่าวว่าแนวโน้มวัน X-date นั้นน่าจะยังคงมี ‘ความไม่แน่นอนสูง’ ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

 

Deutsche Bank ประเมินว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดว่า X-date จะเกิดในปลายเดือนกรกฎาคม แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นประมาณต้นเดือนมิถุนายนเช่นกัน

 

Morgan Stanley ระบุว่ามีโอกาส 50% ที่ X-date จะเกิดขึ้นภายในวันที่ 7-14 มิถุนายน และอีกความเป็นไปได้หนึ่งคือระหว่างวันที่ 21-28 กรกฎาคม

 

Goldman Sachs คาดการณ์ไว้ที่ประมาณปลายเดือนกรกฎาคม หรือปลายเดือนกันยายน

 

JPMorgan คาดการณ์ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้หมดภายในวันที่ 9 มิถุนายน

 

Bank of America คาดว่า X-date อาจเกิดขึ้นเร็วสุดในวันที่ 1 มิถุนายน ใกล้เคียงกับเยลเลน เนื่องจากความต้องการเงินทุน (Financing Need) ที่สูงกว่าคาด และมาตรการพิเศษที่เหลืออยู่ (Remaining Extraordinary) อยู่ระดับต่ำกว่าที่คาดไว้

 

ทำนาย x-date สหรัฐ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post ทำนาย X-date หรือวันเงินรัฐบาลสหรัฐฯ หมด! ก่อนการเจรจาปม ‘เพดานหนี้’ ของไบเดน-แมคคาร์ธีรอบใหม่ศุกร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คว้าน้ำเหลว! ไบเดน-แมคคาร์ธี เห็นพ้องนัดถกปมเพดานหนี้อีกรอบในวันศุกร์นี้ https://thestandard.co/biden-mccarthy-debt-ceiling/ Wed, 10 May 2023 05:11:35 +0000 https://thestandard.co/?p=787853

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเควิน แมคคาร์ธี ปร […]

The post คว้าน้ำเหลว! ไบเดน-แมคคาร์ธี เห็นพ้องนัดถกปมเพดานหนี้อีกรอบในวันศุกร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน เห็นพ้องที่จะหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายเพดานหนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ อีกครั้งในวันศุกร์นี้ (12 พฤษภาคม) หลังคว้าน้ำเหลวในการเจรจาเมื่อวาน (9 พฤษภาคม) แต่ให้คำมั่นว่าจะเจรจาเกี่ยวกับการใช้จ่าย (Spending) เพื่อเปิดประตูสู่ข้อตกลงที่เป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระ

 

หลังจบการพูดคุยเกี่ยวกับเพดานหนี้ ซึ่งกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 พฤษภาคม) ไบเดนและแมคคาร์ธีได้มอบหมายให้ผู้ช่วยอภิปรายกันรายวันเกี่ยวกับขอบเขตของข้อตกลงที่อาจจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 1 มิถุนายน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

ไบเดนเปิดเผยว่าการสนทนาครั้งนี้มีประสิทธิภาพ (Productive) โดยความคืบหน้าเล็กน้อยเช่นนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตลาดได้ชั่วคราว หลังจากก่อนหน้านี้ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตือนว่าสหรัฐฯ เสี่ยงที่จะหมดความสามารถในการปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชำระหนี้ทั้งหมดภายในวันที่ 1 มิถุนายน

 

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งแมคคาร์ธีซึ่งเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มอนุรักษนิยมให้ต่อรองอย่างหนักในการเจรจาครั้งนี้ กลับกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนไม่เห็นความคืบหน้าใหม่ๆ และกล่าวหาว่าไบเดนหลบเลี่ยงการเจรจาที่เป็นสาระสำคัญ

 

โดยก่อนการประชุมในวันอังคาร แมคคาร์ธีได้บอกปัดแนวคิดการขยายเพดานกู้ชั่วคราว (Short-Term Debt-Limit Extension) ซึ่งอาจเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด สอดคล้องกับทำเนียบขาวที่กล่าวว่าการขยายเพดานหนี้ชั่วคราวไม่ใช่แผนการของพวกเขา 

 

นอกจากนี้ไบเดนยังไม่สนใจการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร (Executive Action) ในการแก้ปัญหานี้ แต่กล่าวว่าจะพิจารณาเกี่ยวกับการใช้ 14th Amendment ซึ่งจะช่วยรับรองความเป็นเหตุเป็นผลของระดับหนี้สาธารณะ แต่ก็กังวลว่าศาลรัฐบาลกลางอาจล้มล้างแผนการดังกล่าว

 

ไบเดนยังยืนยันอีกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารไม่ได้สำรวจความคิดเกี่ยวกับการให้กระทรวงการคลังออกเหรียญมูลค่าหลักล้านล้านดอลลาร์ เพื่อกลบเกลื่อนวิกฤต

 

ก่อนหน้านี้บรรดานักเศรษฐศาสตร์ได้เตือนว่าการผิดนัดชำระหนี้อาจส่งให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างลึกล้ำ พร้อมกับการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ระบบการเงินโลกที่ยึดโยงกับพันธบัตรสหรัฐฯ อย่างมาก ‘ไม่มั่นคง’ ซึ่งนักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับผลกระทบ

 

ความกังวลเกี่ยวกับทางตันได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) ให้สูงขึ้น แต่ความกังวลยังไม่กระจายไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น หลังจากในสัปดาห์ที่แล้วอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 4 สัปดาห์แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสหรัฐฯ มีโอกาสผิดนัดชำระภายในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

 

Jason Wong นักกลยุทธ์จาก Bank of New Zealand Ltd. กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าตลาดจะมีปฏิกิริยาจนกว่าจะเข้าใกล้วัน X-date หรือวันที่เงินสดของรัฐบาลกลางจะหมดลง และผิดนัดชำระหนี้

 

อ้างอิง:

The post คว้าน้ำเหลว! ไบเดน-แมคคาร์ธี เห็นพ้องนัดถกปมเพดานหนี้อีกรอบในวันศุกร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนเตือน สหรัฐฯ จ่อเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการตกงานครั้งใหญ่ หากรีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาล https://thestandard.co/biden-warned-low-unemployment-could-disappear/ Sat, 06 May 2023 03:45:08 +0000 https://thestandard.co/?p=785916

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญห […]

The post ไบเดนเตือน สหรัฐฯ จ่อเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการตกงานครั้งใหญ่ หากรีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการเลิกจ้างครั้งใหญ่ถึง 780,000 ตำแหน่ง หากเสียงของพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรส ไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาลให้ทันเวลา ซึ่งจะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้

 

ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไบเดนได้พูดถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนล่าสุด ที่ออกมาสูงถึง 253,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ที่ 180,000 ตำแหน่งค่อนข้างมาก โดยตัวเลขที่ออกมาส่งผลให้อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับ 3.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1969

 

อย่างไรก็ดี ไบเดนระบุว่า ภาวะที่น่ายินดีเช่นนี้จะหายไปหากพรรครีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ทันเวลา ซึ่งจะนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจ โดยไบเดนได้อ้างอิงข้อมูลจาก Moody’s ที่ระบุว่า หากสหรัฐฯ ต้องผิดนัดชำระหนี้จะทำให้มีคนตกงานในประเทศถึง 780,000 คน 

 

“สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการคือ วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากความจงใจที่จะทำให้มันเกิดขึ้น พวกรีพับลิกันพยายามใช้เรื่องเพดานหนี้และการผิดนัดชำระหนี้เป็นตัวประกัน เพื่อให้เราตัดลดงบประมาณที่อาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศในมุมมองของเรา” ไบเดนระบุ

 

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้พุ่งชนเพดานที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้กระทรวงการคลังต้องประกาศใช้มาตรการพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี ‘ผิดนัดชำระหนี้’ ของรัฐบาลกลาง โดยพรรครีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาล่าง ประกาศชัดว่า จะใช้เรื่องนี้เป็นเกมต่อรองทางการเมือง ขณะที่ฝั่งเดโมแครตยังยืนกรานไม่ยอมเจรจาด้วย

 

ในอดีตการขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากฝั่งเดโมแครตหรือรีพับลิกัน ต่างก็กู้เงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณกันทั้งคู่ แต่ในระยะหลังมานี้ประเด็นเพดานหนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในเกมการเมือง

 

โดยพรรครีพับลิกัน ซึ่งมีเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่าง พยายามต่อรองให้รัฐบาลเดโมแครตปรับลดงบประมาณรายจ่ายลงครั้งใหญ่ เพื่อแลกกับการขยายเพดานหนี้ โดยโจมตีว่า การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเดโมแครตในปัจจุบันกำลังจะทำให้สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะล้มละลาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีวินัยทางการคลังมากขึ้น

 

ขณะที่ฝั่งเดโมแครตก็สื่อสารว่า ไม่ต้องการที่จะต่อรองใดๆ และโจมตีกลับว่า การนำเพดานหนี้มาเป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง ได้สร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศมาแล้วในอดีต และยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ซึ่งก็ไม่ได้ดูสดใสอยู่แล้ว เข้าสู่ภาวะถดถอยแบบจมลึกลงไปอีก

 

ในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ สภาครองเกรสได้โหวตให้ขยายเพดานหนี้โดยไม่มีเงื่อนไขถึง 3 หน ขณะที่ในยุคของโอบามาก็มีการโหวตให้ขยายเพดานหนี้ก่อนครบกำหนดการผิดนัดชำระได้ก่อนถึงเส้นตายอย่างฉิวเฉียด

 

ในสัปดาห์หน้า ไบเดนมีกำหนดจะเข้าหารือกับผู้นำระดับสูงของพรรครีพับลิกัน เพื่อหาข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ โดยเขาคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงระหว่างกันได้ด้วยดี

 

“เราสามารถถกเถียงกันได้ว่างบประมาณส่วนใดควรถูกลดทอน ส่วนใดควรต้องเพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบจัดเก็บภาษีให้มีความยุติธรรม แต่การเจรจาต้องไม่อยู่ภายใต้การข่มขู่ว่าจะทำให้รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้” ไบเดนกล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง: 

The post ไบเดนเตือน สหรัฐฯ จ่อเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการตกงานครั้งใหญ่ หากรีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน พอใจการแก้ปัญหากรณี SVB ล้ม พร้อมให้คำมั่น จะทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังความยุ่งเหยิงนี้ต้องรับผิดชอบ https://thestandard.co/joe-biden-satisfied-svb-problem-solving/ Mon, 13 Mar 2023 12:28:21 +0000 https://thestandard.co/?p=762410 Silicon Valley Bank

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ระบุว […]

The post โจ ไบเดน พอใจการแก้ปัญหากรณี SVB ล้ม พร้อมให้คำมั่น จะทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังความยุ่งเหยิงนี้ต้องรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Silicon Valley Bank

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ระบุว่า เขาสั่งการให้ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ เลล เบรนาร์ด ที่ปรึกษาระดับสูงด้านเศรษฐกิจ เข้าไปร่วมทำงานกับหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากกรณี Silicon Valley Bank (SVB) และธนาคาร Signature ล้ม จะได้รับการคุ้มครองเงินฝาก โดยไบเดนยังระบุด้วยว่า ผู้ที่เป็นสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง

 

“ผมพอใจที่เราสามารถหาทางออกที่เหมาะสมให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ผมให้คำมั่นสัญญาว่าผู้ที่ทำให้เกิดความยุ่งเหยิงนี้จะต้องรับผิดชอบ และเราจะยกระดับการกำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่ เพื่อที่จะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้ขึ้นอีก” ไบเดนระบุในแถลงการณ์

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแก่สภาครองเกรส ก่อนที่จะประกาศจัดตั้ง 2 เครื่องมือหลัก ได้แก่ Systemic Risk Exception (SRE) และ Bank Term Funding Program (BTFP) เพื่อเข้ามาจัดการเงินฝากของลูกค้าของ SVB และ Signature Bank

 

ทั้งนี้ มาตรการ SRE จะเข้ามาจัดการกับปัญหาเงินฝากของธนาคารที่มีปัญหา เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ฝากเงินทุกคนจะสามารถถอนเงินได้ หรือในกรณีธนาคารที่ถูกสั่งปิด ซึ่งจะยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ฝากเงินในสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาแห่ถอนเงิน (Bank Run) ตามมา

 

ขณะที่มาตรการ BTFP จะเปิดให้ธนาคารที่เริ่มมีประเด็นสภาพคล่องสามารถนำพันธบัตร (MBS) หรือหลักทรัพย์อื่นๆ มาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมสภาพคล่องเป็นเวลา 1 ปี เพื่อจะเอาเงินไปให้ผู้ฝากเงินที่ต้องการถอนเงินคืนโดยไม่ต้องขายขาดทุนในตลาด 

 

สำนักข่าว CNN ระบุว่า ไบเดนยังมีแผนจะขึ้นปราศรัยในวันจันทร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบธนาคารของสหรัฐฯ ยังมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่ง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post โจ ไบเดน พอใจการแก้ปัญหากรณี SVB ล้ม พร้อมให้คำมั่น จะทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังความยุ่งเหยิงนี้ต้องรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘โจ ไบเดน’ ประกาศกร้าวรัสเซียไม่มีทางชนะสงคราม พร้อมออกโรงเรียกร้องนานาประเทศเร่งช่วยเหลือยูเครน https://thestandard.co/biden-declaration-against-russia/ Wed, 22 Feb 2023 03:06:36 +0000 https://thestandard.co/?p=753786

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานเปิดเผยว่า ทางประธานาธิบดี โจ […]

The post ‘โจ ไบเดน’ ประกาศกร้าวรัสเซียไม่มีทางชนะสงคราม พร้อมออกโรงเรียกร้องนานาประเทศเร่งช่วยเหลือยูเครน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานเปิดเผยว่า ทางประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศกร้าวว่า รัสเซียจะไม่มีทางได้รับชัยชนะเหนือยูเครนอย่างแน่นอน ก่อนออกโรงเรียกร้องให้นานาประเทศให้การสนับสนุนช่วยเหลือยูเครนในด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ยูเครนสามารถต่อสู้กับกองทัพรัสเซีย

 

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โปแลนด์ ก่อนการครบรอบ 1 ปีของการที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารโจมตียูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 และมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีไบเดนเดินทางเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน และได้พบปะกับประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน เพื่อแสดงจุดยืนของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนการต่อสู้ของยูเครน

 

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไบเดนยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทความสำคัญขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ในการดูแลสันติภาพของชาติสมาชิก โดยสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม NATO ในปี 2024 ที่จะครบวาระ 75 ปีของการก่อตั้งองค์กรดังกล่าว

 

ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า หนึ่งปีในสงครามครั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ไม่น่าจะกังขาในความแข็งแกร่งของกลุ่มพันธมิตรของ NATO อีกต่อไป แต่อาจยังคงสงสัยในความเชื่อมั่นของ NATO กังขาในอำนาจของ NATO ซึ่งการให้การสนับสนุนยูเครนจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แสดงให้เห็นอำนาจและความสามัคคีของ NATO ที่จะไม่มีวันแตกแยกโดยเด็ดขาด

 

ขณะเดียวกัน ไบเดนได้เน้นย้ำถึงพันธกรณีตามมาตรา 5 ของ NATO ที่ว่า หากชาติสมาชิกใดถูกโจมตี ก็จะถือเสมือนเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศใน NATO

 

ทั้งนี้ ตามการประมาณการของสหประชาชาติ (UN) พบว่า นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตีเพื่อนบ้านอดีตสหภาพโซเวียตอย่างยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ สงครามได้คร่าชีวิตพลเรือนไปแล้วกว่า 8,000 ราย และทำให้บาดเจ็บเกือบ 13,300 ราย 

 

Volker Turk ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลของยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น โดยยังมีพลเรือนจำนวนมากไม่สามารถทนอยู่ได้ท่ามกลางการขาดแคลนไฟฟ้าและน้ำในช่วงฤดูหนาว ขณะนี้มีการประเมินในเบื้องต้นว่ามีผู้คนเกือบ 18 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างสาหัส ผู้คนราว 14 ล้านคนต้องพลัดถิ่นจากบ้าน

 

วันเดียวกัน สำนักข่าว AP รายงานว่า ทางสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกโรงเรียกร้องขอความร่วมมือจากบรรดาชาติสมาชิกในการช่วยจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะเครื่องกระสุนให้แก่ยูเครนเพื่อใช้ในการต่อกรกับรัสเซีย ซึ่งการจัดหานี้หมายรวมถึงการแบ่งจากคลังแสงของแต่ละประเทศ และจากคำสั่งซื้อที่ทางกระทรวงกลาโหมของชาติสมาชิกได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ 

 

รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้กองทัพยูเครนสามารถเอาชนะการรุกรานของทางรัสเซียได้ และยังมีขึ้นหลังจากที่มีการประมาณการโดยคร่าวเกี่ยวกับอาวุธในยูเครน ซึ่งพบว่าเสียเปรียบรัสเซียเป็นอย่างยิ่ง 

 

ทั้งนี้ จากการประเมินพบว่า ยูเครนยิงกระสุนปืนใหญ่ได้มากถึง 6,000-7,000 นัดต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณเฉลี่ยโดยทั่วไปของประเทศขนาดเล็กในยุโรปที่สั่งซื้อเข้าคลังแสงของตนเอง แถมยังเป็นเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนกระสุนที่รัสเซียใช้ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา 

 

Josep Borrell หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สำนักงานใหญ่ขององค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า การจัดหาอาวุธให้ยูเครนเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน โดยเจ้าตัวยังได้เปิดเผยว่าตนเองได้เขียนจดหมายถึงรัฐมนตรีกลาโหม 27 ชาติสมาชิกอียูเรียกร้องขอความร่วมมือในการช่วยเหลือด้านอาวุธแก่ยูเครน 

 

Borrell กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดต้องทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดภายใน 2-3 สัปดาห์ ไม่ใช่ 2-3 เดือนเหมือนเช่นที่ผ่านมา 

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทางด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีแห่งยูเครน ได้ร้องขอต่อพันธมิตรชาติตะวันตกให้ช่วยเร่งรัดการสนับสนุนทางทหาร โดยเตือนว่ารัสเซียอาจเตรียมแผนเล่นงานยูเครนในช่วงเข้าใกล้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการบุกยูเครน 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post ‘โจ ไบเดน’ ประกาศกร้าวรัสเซียไม่มีทางชนะสงคราม พร้อมออกโรงเรียกร้องนานาประเทศเร่งช่วยเหลือยูเครน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 5 ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญของ โจ ไบเดน จากงาน State of the Union ประจำปี 2023 https://thestandard.co/5-economic-issues-state-of-the-union/ Wed, 08 Feb 2023 09:56:39 +0000 https://thestandard.co/?p=747590

ระหว่างแถลงนโยบายและผลงานประจำปี (State of the Union) ค […]

The post สรุป 5 ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญของ โจ ไบเดน จากงาน State of the Union ประจำปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ระหว่างแถลงนโยบายและผลงานประจำปี (State of the Union) ครั้งที่ 2 ต่อสมาชิกสภาคองเกรส ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้เน้นย้ำถึงผลงานความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลขการว่างงานที่ต่ำสุดในรอบหลายปี และการเติบโตของการจ้างงานที่แข็งแกร่ง

 

นอกจากนี้ไบเดนยังแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในการปรับรูปแบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ‘จากล่างขึ้นบน’ ไม่ใช่ ‘จากบนลงล่าง’ ผ่านการเน้นย้ำถึงประเด็นทางเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าเก็บภาษีมหาเศรษฐี ไปจนถึงการต่อต้านการผูกขาด

 

1. เดินหน้าเก็บภาษีมหาเศรษฐีต่อ

ไบเดนได้เรียกร้องให้มีการเก็บภาษีจากมหาเศรษฐีและการซื้อหุ้นคืนของบริษัทเอกชนต่างๆ อีกครั้ง เพื่อลดการขาดดุลของรัฐบาลกลาง

 

โดยกล่าวว่า “ระบบภาษีที่ไม่ยุติธรรม คือความไม่ยุติธรรม” พร้อมทั้งชี้ว่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา 55 แห่ง ซึ่งอยู่ใน Fortune 500 ทำกำไรได้ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่จ่ายภาษีให้รัฐบาลกลาง 0 ดอลลาร์ คือสิ่งที่ไม่ยุติธรรม

 

แนวคิดดังกล่าวได้รับความนิยมจากสมาชิกสภาคองเกรสหัวก้าวหน้าอย่าง เอลิซาเบธ วอร์เรน และ เบอร์นี แซนเดอร์ส ในการหาเสียงเมื่อปี 2022 โดยไบเดนยังเคยสาบานว่าจะไม่ขึ้นภาษีชาวอเมริกันที่มีรายได้ต่ำกว่า 400,000 ดอลลาร์ต่อปีด้วย

 

เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ไบเดนได้เสนอให้เก็บภาษีมหาเศรษฐีในอัตรา 20% ระหว่างการแถลงงบประมาณของรัฐบาลกลาง โดยในงาน State of the Union ครั้งนี้ ไบเดนจึงเรียกร้องให้สภาคองเกรส ‘ทำงานให้เสร็จ’

 

2. รณรงค์ให้ยกเลิก ‘ค่าธรรมเนียม’ ที่ไม่เป็นธรรม

ไบเดนยังรณรงค์ให้ธนาคาร สายการบิน บริษัทเคเบิล และอุตสาหกรรมอื่นๆ ยกเลิกค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นธรรม ที่เขาเรียกว่า ‘Junk Fees’

 

โดยกล่าวว่า “Junk Fees อาจไม่สำคัญสำหรับคนร่ำรวย แต่กลับมีความสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ โดย Junk Fees พวกนี้อาจสูงถึงหลายร้อยดอลลาร์ต่อเดือน ทำให้หลายคนต้องจ่ายบิลมากขึ้น”

 

ไบเดนยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมาย Junk Fee Prevention Act ซึ่งจะกำหนดข้อจำกัดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมที่มากเกินไปสำหรับตั๋วการเดินทางและบัตรงานอีเวนต์ต่างๆ

 

3. ประกาศต่อต้านการผูกขาด

“ทุนนิยมที่ไม่มีการแข่งขัน ไม่ใช่ทุนนิยม แต่เป็นการขู่กรรโชก” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าฝ่ายบริหารของไบเดนยังมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาการผูกขาด หลังจากเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ไบเดนได้ออกคำสั่งผู้บริหารอนุญาตให้ขายเครื่องช่วยฟังในร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ถูกลง

 

“ทำงานให้เสร็จกันเถอะ ผ่านกฎหมายเพื่อเสริมสร้างการต่อต้านการผูกขาด เพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่สร้างข้อได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมให้แก่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง” ไบเดนกล่าว

 

4. ให้ความสำคัญกับแรงงานและค่าจ้าง

ไบเดนยังกล่าวถึงโครงการริเริ่มมากมายที่ให้ความสำคัญกับแรงงานเป็นอันดับแรก รวมถึงข้อเรียกร้องที่ให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายคุ้มครองสิทธิในการจัดระเบียบ (The Protecting the Right to Organize Act) เพื่อคืนสิทธิให้พนักงานสามารถรวมตัวกันเป็นสหภาพได้โดยไม่มีการกีดกันหรือตอบโต้

 

พร้อมทั้งเรียกร้องให้คนงานมีวันลาป่วยและการลาเพื่อครอบครัวโดยได้รับค่าจ้าง และเข้าถึงศูนย์เลี้ยงดูแลลูกในราคาย่อมเยา

 

5. ขยายมาตรการจำกัดราคาอินซูลินออกไป

ไบเดนเรียกร้องให้มีการขยายมาตรการจำกัดราคาอินซูลินไว้ที่ 35 ดอลลาร์ แก่ผู้ประกันตนชาวอเมริกันที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ใน Inflation Reduction Act for Medicare ไปแล้ว

 

“คนอเมริกัน 1 ใน 10 คนเป็นโรคเบาหวาน หลายคนในห้องนี้ก็เป็นเช่นกัน รวมถึงในหมู่ผู้ชม และทุกๆ วันคนนับล้านต้องการอินซูลินเพื่อควบคุมเบาหวาน เพื่อให้พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างแท้จริง” ไบเดนกล่าว พร้อมตำหนิบริษัทยาที่ขึ้นราคาอินซูลินจนสร้างผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post สรุป 5 ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญของ โจ ไบเดน จากงาน State of the Union ประจำปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน เพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย จ่อขึ้นภาษี 200% สำหรับอะลูมิเนียมทุกประเภทที่ผลิตในรัสเซีย คาดประกาศในสัปดาห์นี้ https://thestandard.co/biden-tax-russia-aluminium/ Tue, 07 Feb 2023 03:01:31 +0000 https://thestandard.co/?p=746885

เมื่อเร็วๆ นี้ Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงในว […]

The post โจ ไบเดน เพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย จ่อขึ้นภาษี 200% สำหรับอะลูมิเนียมทุกประเภทที่ผลิตในรัสเซีย คาดประกาศในสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเร็วๆ นี้ Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เตรียมประกาศใช้มาตรการทางภาษีกดดันรัสเซีย ด้วยการเตรียมแผนการขึ้นภาษี 200% สำหรับอะลูมิเนียมทุกประเภทที่ผลิตในรัสเซีย อย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ เพื่อกดดันรัฐบาลแดนหมีขาวให้รามือจากยูเครน ท่ามกลางวันครบรอบหนึ่งปีของการรุกรานยูเครนของรัสเซียที่กำลังใกล้เข้ามา โดยรัสเซียบุกยูเครนครั้งแรกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประธานาธิบดีไบเดนยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เนื่องจากยังมีบางส่วนที่กังวลว่ามาตรการภาษีอะลูมิเนียมดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการบินอวกาศ และอุตสาหกรรมโทรศัทพ์เคลื่อนที่ 

 

นอกจากนี้ แหล่งข่าววงในยังระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายจัดการกับรัสเซียโดยเฉพาะ เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน และที่ผ่านมาตลาดของสหรัฐฯ ก็ประสบปัญหาการทุ่มตลาด ทำให้บรรดาบริษัทสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยง 

 

ตลาดอะลูมิเนียมของรัสเซียถือเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญสำหรับสหรัฐฯ ที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่การก่อสร้างอาคารไปจนถึงการสร้างยานยนต์ โดยผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่า อัตราภาษีที่สูงชันดังกล่าวจะยุติการนำเข้าของสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในแต่ละปีสหรัฐฯ นำเข้าอะลูมิเนียมจากรัสเซียที่ราว 10% ของการนำเข้าอะลูมิเนียมทั้งหมด 

 

ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาอะลูมิเนียมในตลาดโลกปรับตัวลดลงประมาณ 15% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บวกกับการที่จีนยังคงล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดของโควิด โดยจีนถือเป็นผู้นำเข้าอะลูมิเนียมมากที่สุดในโลก 

 

ด้านราคาอะลูมิเนียมในตลาดโลหะ ลอนดอน ฟิวเจอร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.6% หลังมีข่าวเรื่องมาตรการทางภาษีเมื่อวานนี้ (6 กุมภาพันธ์) ก่อนปรับตัวลดลง 1.7% มาอยู่ที่ 2,526.50 ดอลลาร์ต่อเมตริกตัน

 

ขณะเดียวกัน สมาคมอะลูมิเนียมสหรัฐฯ (Aluminum Association) ในฐานะกลุ่มตัวแทนอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมในสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์พร้อมสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลเพื่อจัดการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังเป็นปัญหาคุกคามความมั่นคงของโลกและหายนะทางมนุษยชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่เกินกว่าผลประโยชน์ของกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 อ้างอิง: 

The post โจ ไบเดน เพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย จ่อขึ้นภาษี 200% สำหรับอะลูมิเนียมทุกประเภทที่ผลิตในรัสเซีย คาดประกาศในสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน ยกตัวเลขจ้างงานเดือน ม.ค. ที่แตะ 5.17 แสนตำแหน่ง เป็น ‘ผลงานชิ้นเอก’ ของรัฐบาล https://thestandard.co/january-employment-gov-masterpiece/ Sat, 04 Feb 2023 08:38:48 +0000 https://thestandard.co/?p=746021

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กล่าวยกย่ […]

The post โจ ไบเดน ยกตัวเลขจ้างงานเดือน ม.ค. ที่แตะ 5.17 แสนตำแหน่ง เป็น ‘ผลงานชิ้นเอก’ ของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กล่าวยกย่องตัวเลขการจ้างงานเดือนมกราคม 2023 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการจ้างงานสูงถึง 517,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.4% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ 54 ปี โดยระบุว่าตัวเลขนี้เป็นหลักฐานว่าแผนเศรษฐกิจของเขากำลังสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

ในคำปราศรัยที่ทำเนียบขาว ไบเดนกล่าวด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องและค่าจ้างที่แท้จริงกำลังเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไบเดนยอมรับว่ายังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


“เราสร้างงานได้มากกว่าตำแหน่งประธานาธิบดีทุกสมัยภายใน 2 ปี นั่นคือการเติบโตของงาน 2 ปีที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อมองระยะยาว” ไบเดนกล่าว

 

นอกจากนั้นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ยังกล่าวอีกว่า “เราอาจเผชิญกับความพ่ายแพ้ระหว่างทาง และยังมีงานต้องทำอีกมาก” อีกทั้งยังย้ำว่ารัฐบาลจะพยายามอย่างต่อเนื่องในการลดราคายา สร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน

 

อย่างไรก็ตาม ไบเดนไม่สนใจคำถามของนักข่าวที่ถามว่าเขามีส่วนรับผิดชอบต่ออัตราเงินเฟ้อที่สูงหรือไม่ โดยกล่าวว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

 

ทั้งนี้ ไบเดนเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2021 ซึ่งในตอนนั้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังต่อสู้กับปัญหาการว่างงานที่เพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด อย่างไรก็ตาม สถิติเงินเฟ้อไม่ได้พุ่งสูงขึ้นจนกระทั่งไบเดนเข้ามารับตำแหน่ง

 

ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 6.5% ในปี 2022 เทียบกับอัตรารายปีประมาณ 1.4% เมื่อไบเดนเข้ารับตำแหน่ง นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นนั้นมาจากปัญหาการขาดแคลนและการโยกย้ายถิ่นฐานที่เกิดขึ้นก่อนการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา

 

ขณะที่พรรครีพับลิกันได้โทษว่าอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในปีที่แล้วจนเกิน 8% เป็นเพราะแผนการใช้จ่ายเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจที่เสียหายจากการแพร่ระบาดของโควิด แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็แก้ต่างว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นเพราะการรุกรานยูเครนของรัสเซีย และปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน

 

รายงานการจ้างงานในวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 กุมภาพันธ์) เป็นข่าวดีสำหรับคนงาน แต่น่าจะชี้ให้เห็นถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เพื่อชะลอตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งมีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อสูง

 

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยในวันศุกร์ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 517,000 ตำแหน่ง ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง

 

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6%

 

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.3%

 

ด้านตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ Fed ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

 

อ้างอิง: 

The post โจ ไบเดน ยกตัวเลขจ้างงานเดือน ม.ค. ที่แตะ 5.17 แสนตำแหน่ง เป็น ‘ผลงานชิ้นเอก’ ของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: โจ ไบเดน เตรียมสั่งห้ามซัพพลายเออร์สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีให้ Huawei | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-01022023-3/ Wed, 01 Feb 2023 06:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=744628

Bloomberg รายงาน รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ เต […]

The post ชมคลิป: โจ ไบเดน เตรียมสั่งห้ามซัพพลายเออร์สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีให้ Huawei | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

Bloomberg รายงาน รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ เตรียมพิจารณายกระดับคำสั่งห้ามซัพพลายเออร์ของสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหมดให้กับ Huawei บริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีโทรคมนาคมสัญชาติจีน จากเดิมที่ห้ามเพียงสินค้าบางรายการ ในสมัยอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์เท่านั้น ติดตามได้ในคลิปนี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: โจ ไบเดน เตรียมสั่งห้ามซัพพลายเออร์สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีให้ Huawei | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน เตรียมสั่งห้ามเทคซัพพลายเออร์สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหมดให้กับ Huawei https://thestandard.co/joe-biden-dismiss-huawei-supplier-export/ Wed, 01 Feb 2023 02:43:19 +0000 https://thestandard.co/?p=744499 Huawei

Bloomberg รายงานว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอ […]

The post โจ ไบเดน เตรียมสั่งห้ามเทคซัพพลายเออร์สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหมดให้กับ Huawei appeared first on THE STANDARD.

]]>
Huawei

Bloomberg รายงานว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เตรียมพิจารณายกระดับคำสั่งห้ามซัพพลายเออร์ของสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหมดให้กับ Huawei บริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีโทรคมนาคมสัญชาติจีน จากเดิมที่กำหนดห้ามเพียงแค่สินค้าบางรายการในยุคอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เท่านั้น

 

รายงานระบุว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีไบเดนเตรียมตัดขาด Huawei แบบเด็ดขาด ซึ่งครอบคลุมบริษัทน้อยใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึง Intel Corp. และ Qualcomm Inc. ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเตรียมยกระดับการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีของจีนอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่ามีความใกล้ชิดกับรัฐบาลกรุงปักกิ่งในการเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

 

โดยสหรัฐฯ ให้เหตุผลของการตัดสินใจในครั้งนี้ว่าเพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ เป็นหลัก

 

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ถูกจำกัดการขายสินค้าเทคโนโลยีให้กับ Huawei เนื่องจาก Huawei โดนขึ้นบัญชีดำใน ‘Entity List’ ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทางกระทรวงฯ จะผ่อนปรนมาตรการและอนุญาตให้ Huawei ยังคงสามารถซื้อสินค้าเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ได้ภายใต้เงื่อนไขว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ส่งผลเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าววงในให้ข้อมูลกับ Bloomberg ว่ารัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนต้องการยกระดับข้อห้ามดังกล่าวให้เป็นการห้ามขายสินค้าเทคโนโลยีอเมริกันให้กับ Huawei ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง โดยมีการรายงานว่าทางกระทวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้แจ้งต่อบริษัทสหรัฐฯ บางแห่งแล้วว่าทางกระทรวงฯ จะไม่ออกใบอนุญาตสำหรับการส่งออกเทคโนโลยีให้กับ Huawei อีกต่อไป โดยคณะทำงานกำลังหารือกันว่าจะปรับนโยบายการออกใบอนุญาตอย่างไร

 

หลายฝ่ายมองว่าประเด็นดังกล่าวจะจุดชนวนความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ขึ้นมาระลอกใหม่ ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของชาติตะวันตกด้วยเช่นกัน

 

ด้าน เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (31 มกราคม) ว่ารัฐบาลจีนค่อนข้างกังวลต่อรายงานที่เกิดขึ้น และจีนยังคงยืนยันจุดยืนเดิมในการต่อต้านการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิดของสหรัฐฯ เพื่อขัดขวางบริษัทของจีน โดยอ้างถึงเหตุผลด้านความมั่นคง พร้อมยืนยันจุดยืนของจีนว่าจะเดินหน้าปกป้องบรรดาบริษัทของจีนอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะดำเนินการอย่างไร


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post โจ ไบเดน เตรียมสั่งห้ามเทคซัพพลายเออร์สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหมดให้กับ Huawei appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลังสหรัฐฯ ร่อนจดหมายชี้แจง กรณีเพิ่มมาตรการพิเศษซื้อเวลาขยายเพดานหนี้ https://thestandard.co/janet-yellen-expand-measure/ Wed, 25 Jan 2023 04:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=741705 ขยายเพดานหนี้

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งจดห […]

The post คลังสหรัฐฯ ร่อนจดหมายชี้แจง กรณีเพิ่มมาตรการพิเศษซื้อเวลาขยายเพดานหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขยายเพดานหนี้

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงบรรดาผู้นำในสภาคองเกรสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (24 มกราคม) โดยระบุว่าทางกระทรวงการคลังฯ กำลังระงับการลงทุนซ้ำของพันธบัตรรัฐบาลกลางบางส่วนในแผนการออมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการเพิ่มเติม ‘พิเศษ’ เพื่อซื้อเวลาให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และสภาคองเกรส ได้เจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ 

 

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับปัญหาความสามารถในการกู้ยืมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 มกราคม) ทำให้กระทรวงการคลังจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางบัญชีเกี่ยวกับการเกษียณอายุของพนักงานของรัฐบาลกลาง และแผนการดูแลสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถให้บริการได้จนถึงประมาณเดือนมิถุนายนนี้ 

 

นอกจากนี้ ภายใต้มาตรการพิเศษ เพื่อช่วยให้รัฐบาลมีเงินใช้จ่ายเพียงพอจนกว่าจะถึงกำหนดที่สามารถบรรลุข้อตกลงการขยายเพดานหนี้ได้สำเร็จ 

 

เยลเลนระบุในจดหมายว่า ทางกระทรวงการคลังยังกำหนดด้วยว่ารัฐบาล “จะไม่สามารถลงทุนได้อย่างเต็มที่” ในหลักทรัพย์ของรัฐบาลในส่วนของกองทุนออมแบบประหยัดในระบบการเกษียณอายุของพนักงานของรัฐบาลกลาง โดยเยลเลนย้ำว่า มาตรการพิเศษที่นำมาใช้ล้วนเป็นมาตรการที่รัฐมนตรีคลังในอดีตเคยปฏิบัติมาก่อนแล้วทั้งสิ้น ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดให้บัญชี “จะถูกทำให้สมบูรณ์เมื่อวงเงินหนี้เพิ่มขึ้นหรือถูกระงับ”

 

ขณะนี้ คำถามที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างพากันกังวลอย่างมากก็คือ วิธีที่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะสามารถพบจุดร่วมกันบนข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ผ่านสภาคองเกรสได้อย่างราบรื่น เพราะทั้งประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรครีพับลิกันอย่างแมคคาร์ธี ต่างมีจุดยืนและเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างมากในขยายเพดานหนี้ โดยเฉพาะแมคคาร์ธีที่ยืนยันชัดเจนว่ารัฐบาลต้องมีแผนตัดลดรายจ่าย เช่น สวัสดิการบางส่วน เพื่อรักษาวินัยทางการคลังและป้องกันระดับหนี้ ไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลที่อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post คลังสหรัฐฯ ร่อนจดหมายชี้แจง กรณีเพิ่มมาตรการพิเศษซื้อเวลาขยายเพดานหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน เล็งประกาศชัยชนะเลือกตั้งกลางเทอม แม้ผลการนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น https://thestandard.co/joe-biden-winning-preparation/ Thu, 10 Nov 2022 01:39:33 +0000 https://thestandard.co/?p=706861 โจ ไบเดน

สถานีโทรทัศน์ CNN รายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสห […]

The post โจ ไบเดน เล็งประกาศชัยชนะเลือกตั้งกลางเทอม แม้ผลการนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน

สถานีโทรทัศน์ CNN รายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เตรียมกล่าวปราศรัยประกาศชัยชนะกับนักข่าว หลังจากที่พรรคเดโมแครตสามารถยืนหยัดฝ่าฟันการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งประวัติศาสตร์มาได้อย่างหวุดหวิด แม้ว่าการนับคะแนนการเลือกตั้งในบางพื้นที่จะยังไม่เสร็จสิ้นดี กระนั้นผลการนับคะแนนล่าสุดก็ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การบริหารของประธานาธิบดีไบเดนในช่วงเวลา 2 ปีที่เหลือ มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงเวลายากลำบาก ท่ามกลางความแบ่งแยกในสภาคองเกรส 

 

ทำเนียบขาวรายงานว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะจัดการแถลงข่าวหลังพรรคเดโมแครตได้รับคะแนนเสียงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ไม่ทิ้งห่างจากพรรครีพับลิกันมากนัก โดยที่ปรึกษาอาวุโสของไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวของ CNN ว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสวนทางกับโพลหลายสำนักซึ่งระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะได้เห็น Red Wave หรือคลื่นสีแดงที่ทางรีพับลิกันจะคว้าชัยได้อย่างท่วมท้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีไบเดนกล่าวชัดเจนว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้พรรคเดโมเครตและสมาชิกในทำเนียบขาวรู้สึกกระตือรือร้นที่จะได้ทำงานต่อ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าหากพรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ วาระประชุมทางประธานาธิบดีไบเดนและทีมงานน่าจะถูดลดทอนอย่างรวดเร็ว 

 

ขณะที่ Exit Polls ระบุว่า ประเด็นร้อนหลังการเลือกตั้งที่สภาคองเกรสต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือเรื่องเศรษฐกิจและหลักประกันสุขภาพ ซึ่ง 3 ใน 4 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ขณะที่ 2 ใน 3 ระบุว่า ราคาพลังงานและเงินเฟ้อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในขณะนี้ลดลงอย่างหนัก

 

สำหรับการนับคะแนนล่าสุด สำนักข่าว CNN รายงานว่า พรรครีพับลิกันสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าพรรคเดโมแครต หลังจากที่มีคะแนนเสียงเท่ากันที่ 48:48 ในการนับคะแนนช่วงแรก โดยขณะนี้พรรครีพับลิกันมีคะแนนอยู่ที่ 206 ขณะที่พรรคเดโมแครตอยู่ที่ 187 โดยทั้งสองพรรคต้องได้คะแนนมากกว่า 218 เสียงจึงจะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ 

 

ด้านวุฒิสภามีรายงานว่า พรรครีพับลิกันสามารถคว้าที่นั่งในวุฒิสภามากกว่าพรรคเดโมแครต โดยอยู่ที่ 49:48 จากจำนวนทั้งสิ้น 100 ที่นั่ง โดยทั้งสองพรรคต้องการมากกว่า 50 ที่นั่งจึงจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

 

อย่างไรก็ดี หากพรรคเดโมแครตได้ที่นั่งเพียง 50 ที่นั่งในวุฒิสภา ก็ยังอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบกว่าพรรครีพับลิกัน เนื่องจากในกรณีที่มีการลงมติด้วยคะแนนเสียงเท่ากัน 50:50 คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งสังกัดพรรคเดโมแครต สามารถลงคะแนนเสียงชี้ขาดในฐานะประธานวุฒิสภา

 

ทั้งนี้ ยังคงมีการนับคะแนนในหลายรัฐที่สำคัญ โดยยังไม่นับรวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการยื่นฟ้องร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ทำให้การประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ 

 

อ้างอิง: 

The post โจ ไบเดน เล็งประกาศชัยชนะเลือกตั้งกลางเทอม แม้ผลการนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีจิ้นผิง เผยจีนยินดีร่วมมือกับสหรัฐฯ ก่อนร่วมประชุม G20 พร้อมไบเดนเดือนหน้า https://thestandard.co/xi-jinping-biden-g20/ Thu, 27 Oct 2022 12:56:55 +0000 https://thestandard.co/?p=701078 สีจิ้นผิง

วานนี้ (26 ตุลาคม) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนกล่าวว่า […]

The post สีจิ้นผิง เผยจีนยินดีร่วมมือกับสหรัฐฯ ก่อนร่วมประชุม G20 พร้อมไบเดนเดือนหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีจิ้นผิง

วานนี้ (26 ตุลาคม) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนกล่าวว่า จีนยินดีที่จะร่วมงานกับสหรัฐอเมริกา เพื่อแสวงหาแนวทางในการขยายความร่วมมือด้านต่างๆ โดยคำกล่าวของสีจิ้นผิงมีขึ้นก่อนที่ผู้นำจีนและสหรัฐฯ อาจมีโอกาสพบปะกันในการประชุม G20 ที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า

 

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สีจิ้นผิงได้ส่งจดหมายไปยังงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำประจำปีของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน (National Committee on US-China Relations) ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า การสื่อสารที่ดีขึ้นระหว่างสองประเทศจะช่วยส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาในระดับโลก

 

“จีนพร้อมจะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในการเดินไปข้างหน้าพร้อมกันในยุคใหม่ บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซึ่งไม่เป็นประโยชน์แค่เพียงกับเราสองประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก” สีจิ้นผิงกล่าว

 

ขณะที่วานนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้กล่าวกับผู้นำจากกระทรวงกลาโหมว่า แม้สหรัฐฯ จะพยายามรักษาความได้เปรียบทางทหารเหนือจีน แต่ “สหรัฐฯ ไม่ได้อยากมีความขัดแย้งกับจีน แม้จะมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่ก็ไม่ได้จำเป็นที่ต้องมีความขัดแย้ง” ไบเดนกล่าว

 

ความคิดเห็นล่าสุดจากสีจิ้นผิงนี้ ถือว่ามีท่าทีที่ประนีประนอมมากขึ้น หลังจากในช่วงการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้ให้คำมั่นว่าจีนจะยืนหยัดในโลกที่มีความขัดแย้งกันมากขึ้น 

 

แต่ถึงเช่นนั้น ความสัมพันธ์ของจีนและสหรัฐฯ ในตอนนี้ก็มีประเด็นที่ขัดแย้งกันอยู่หลายด้าน ทั้งในเรื่องของนโยบายที่มีต่อไต้หวัน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซีย และล่าสุดนั้นคือการที่สหรัฐฯ พยายามขัดขวางไม่ให้บริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติอเมริกันขายเทคโนโลยีให้กับบริษัทจีน

 

สำหรับความเป็นไปได้ที่สีจิ้นผิงและไบเดน จะมีโอกาสร่วมประชุมกันนอกรอบการประชุม G20 ที่จะจัดขึ้นที่อินโดนีเซียในเดือนหน้า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน ซึ่งต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า สองผู้นำจะมาร่วมพบปะกันตามที่หลายฝ่ายคาดหวังหรือไม่

 

แฟ้มภาพ: Kevin Frayer / Getty Images

อ้างอิง:

The post สีจิ้นผิง เผยจีนยินดีร่วมมือกับสหรัฐฯ ก่อนร่วมประชุม G20 พร้อมไบเดนเดือนหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาล โจ ไบเดน ทุ่มเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มผลผลิตแร่ธาตุสำหรับผลิตแบตเตอรี่ EV https://thestandard.co/joe-biden-ev-investment/ Thu, 20 Oct 2022 05:18:18 +0000 https://thestandard.co/?p=697674 โจ ไบเดน

รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ […]

The post รัฐบาล โจ ไบเดน ทุ่มเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มผลผลิตแร่ธาตุสำหรับผลิตแบตเตอรี่ EV appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน

รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ว่า กำลังจัดสรรงบประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ ตลอดจนการผลิตแร่ธาตุที่ใช้สร้างแบตเตอรี่ โดยความเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการลดการพึ่งพาจีนจากการจัดหาวัสดุสิ้นเปลืองจากจีน

 

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ด้วยการตัดราคาผู้ผลิตในสหรัฐฯ ด้วยเงินอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาลจีน และแนวทางปฏิบัติทางการค้า ทำให้บริษัทจีนได้เข้ายึดส่วนสำคัญของตลาด ซึ่งมาตรการล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นการทวงคืนสิ่งที่สมควรเป็นของสหรัฐฯ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ Albemarle Corp เป็น 1 ใน 20 ของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตและแปรรูปที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เพื่อทำเหมืองลิเธียม กราไฟต์ และนิกเกิลในประเทศ สร้างโรงงานแปรรูปลิเธียมขนาดใหญ่แห่งแรกของสหรัฐฯ สร้างโรงงานเพื่อสร้างแคโทดและชิ้นส่วนแบตเตอรี่อื่นๆ และขยายการรีไซเคิลแบตเตอรี่

 

ขณะเดียวกัน เงินช่วยเหลือจากภาครัฐซึ่งกำลังจะนำไปใช้ในโครงการต่างๆ อย่างน้อยในพื้นที่ 12 รัฐทั่วประเทศ ยังถือเป็นความพยายามผลักดันครั้งล่าสุดโดยรัฐบาลประธานาธิบดีไบเดน เพื่อช่วยลดการพึ่งพาจีนและประเทศอื่นๆ ของสหรัฐฯ ในการสร้างแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ 

 

รายงานระบุว่า ผู้ที่ได้รับทุนจะต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการควบคุมของทำเนียบขาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานและกระทรวงมหาดไทย

 

ทั้งนี้ Albemarle จะได้รับเงิน 149.7 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานในนอร์ทแคโรไลนา เพื่อแปรรูปหินที่มีลิเธียมจากเหมืองที่พยายามจะเปิดใหม่ โรงงานดังกล่าวจะป้อนโรงงานแยกต่างหากในสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทกล่าวว่าในเดือนมิถุนายนจะเพิ่มการผลิตลิเธียมของบริษัทสำหรับแบตเตอรี่ EV เป็น 2 เท่า

 

ด้าน Piedmont Lithium Inc ได้รับเงินช่วยเหลือ 141.7 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานแปรรูปลิเธียมของตนเองในรัฐเทนเนสซี ซึ่งบริษัทจะดำเนินการแปรรูปโลหะที่มาจากควิเบกและกานาในขั้นต้น ซึ่งภายหลังมีการรายงานเรื่องเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ ทำให้หุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 11%

 

Talon Metals Corp ซึ่งมีข้อตกลงด้านการจัดหานิกเกิลกับ Tesla จะได้รับเงิน 114.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานแปรรูปในนอร์ทดาโคตา โรงงานดังกล่าวจะแปรรูปหินที่สกัดจากเหมืองใต้ดินที่วางแผนไว้ในมินนิโซตา โดยบริษัทกล่าวว่าเงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นการยอมรับอย่างชัดเจนว่าการผลิตนิกเกิลในประเทศและแร่ธาตุแบตเตอรี่อื่นๆ เป็นสิ่งสำคัญระดับชาติ

 

ขณะที่บริษัทอื่นๆ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาครัฐ ได้แก่ Ascend Elements ซึ่งได้เงินช่วยเหลือ 316.2 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่, Lilac Solutions Inc ได้ 50 ล้านดอลลาร์ สำหรับโรงงานสาธิตเทคโนโลยีการสกัดลิเธียมโดยตรง, Cirba ที่ 75 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ในรัฐโอไฮโอ และ Syrah Technologies LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Syrah Resources Ltd ได้ทุน 219.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายโรงงานแปรรูปกราไฟต์ในรัฐลุยเซียนา

 

ทั้งนี้ ภายในปี 2030 ประธานาธิบดีไบเดนตั้งเป้าให้ 50% ของรถยนต์ใหม่ทั้งหมดที่จำหน่ายในสหรัฐฯ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดแบบปลั๊กอิน พร้อมด้วยสถานีชาร์จ EV ใหม่ 500,000 แห่ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้นำสหรัฐฯ กลับไม่ได้รับรองการยุติการขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน

 

ในส่วนของกฎหมายที่เชื่อมโยงกับโครงการ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามรับรองเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กำหนดส่วนประกอบแบตเตอรี่ที่เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มข้อกำหนดในการจัดหาเครดิตภาษี EV สำหรับผู้บริโภคมูลค่า 7,500 ดอลลาร์ ขณะที่กฎหมายโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ที่ลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2021 ได้จัดสรรทุน 7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ผลิตในสหรัฐฯ จะสามารถเข้าถึงแร่ธาตุที่สำคัญและส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อผลิตแบตเตอรี่

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาล โจ ไบเดน ทุ่มเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มผลผลิตแร่ธาตุสำหรับผลิตแบตเตอรี่ EV appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาล โจ ไบเดน เตรียมปล่อยน้ำมันออกจากคลังเพิ่มอีก 15 ล้านบาร์เรล หวังช่วยชะลอราคาในตลาด https://thestandard.co/joe-biden-crude-oil/ Wed, 19 Oct 2022 07:11:35 +0000 https://thestandard.co/?p=697238 น้ำมันดิบ

รัฐบาลของ โจ ไบเดน เตรียมปล่อยน้ำมันดิบออกจากคลังปิโตรเ […]

The post รัฐบาล โจ ไบเดน เตรียมปล่อยน้ำมันออกจากคลังเพิ่มอีก 15 ล้านบาร์เรล หวังช่วยชะลอราคาในตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำมันดิบ

รัฐบาลของ โจ ไบเดน เตรียมปล่อยน้ำมันดิบออกจากคลังปิโตรเลียมสำรองทางยุทธศาตร์ของสหรัฐฯ อีก 15 ล้านบาร์เรล และอาจเพิ่มปริมาณขึ้นอีกในช่วงฤดูหนาว เพื่อบรรเทาปัญหาราคาเชื้อเพลิงในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อความนิยมของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า

 

การปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองฉุกเฉินของสหรัฐฯ ถือเป็นการตอบโต้ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม OPEC+ ที่มีมติให้ลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงก่อนหน้านี้ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนที่จะปล่อยน้ำมันดิบออกจากคลังสำรองเพื่อกดราคาในตลาดจำนวน 180 ล้านบาร์เรล ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้ปล่อยไปแล้วรวม 165 ล้านบาร์เรล

 

ข้อมูลจากทำเนียบขาว ณ วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่า คลังน้ำมันสำรองฉุกเฉินของสหรัฐฯ เก็บน้ำมันดิบอยู่ราว 405 ล้านบาร์เรล จากความจุทั้งหมด 714 ล้านบาร์เรล 

 

ขณะที่กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า น้ำมันดิบจำนวน 15 ล้านบาร์เรลจะเริ่มเข้าสู่ตลาดในเดือนธันวาคม และในเดือนหน้ารัฐบาลจะพิจารณาว่ายังจำเป็นต้องระบายน้ำมันออกจากคลังเพื่อกดราคาในตลาดเพิ่มเติมอีกหรือไม่

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ตั้งเป้าจะเติมน้ำมันกลับเข้าคลังสำรอง เมื่อราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลงมาอยู่ในช่วง 67-72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

หลายเดือนที่ผ่านมาพรรครีพับลิกันได้ใช้ประเด็นเรื่องน้ำมันแพงซึ่งนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อ โจมตีการบริหารของรัฐบาลไบเดนและพรรคเดโมแครตอย่างต่อเนื่อง เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา แรงกดดันจากเรื่องดังกล่าวจึงทำให้รัฐบาลของไบเดนต้องพยายามทำทุกวิถีทางในการดูแลเสถียรภาพของราคาพลังงานในประเทศ 

 

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาราคาน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วในสหรัฐฯ เคยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 5.02 ดอลลาร์ต่อลิตร ก่อนจะทยอยปรับลดลง โดยราคาล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.87 ดอลลาร์ต่อลิตร ซึ่งก็ยังถือเป็นระดับที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาล โจ ไบเดน เตรียมปล่อยน้ำมันออกจากคลังเพิ่มอีก 15 ล้านบาร์เรล หวังช่วยชะลอราคาในตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>