โค้ช Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โค้ช/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 17 Feb 2026 01:28:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รู้จัก เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชที่สอน 16 นักกีฬา จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว https://thestandard.co/benoit-richaud-coach-16-athletes-olympics/ Tue, 17 Feb 2026 01:28:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1179146 เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว

ท่ามกลางการแข่งขันสุดเข้มข้นของโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่ […]

The post รู้จัก เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชที่สอน 16 นักกีฬา จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว

ท่ามกลางการแข่งขันสุดเข้มข้นของโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่มิลาน-คอร์ตินา นอกจากเหล่านักกีฬาที่ขับเคี่ยวกันบนลานน้ำแข็งแล้ว ยังมีอีกหนึ่งบุคคลที่กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง

 

เขาปรากฏตัวในโซน Kiss-and-Cry ด้วยเสื้อทีมชาติหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอีกทีมในไม่กี่นาทีถัดมา ภาพที่ชวนให้สับสนในสายตาผู้ชม กลับซ่อนเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้เบื้องหลัง

 

ชายคนนี้คือใคร? เหตุใดเขาจึงเป็นโค้ชให้กับนักกีฬามากถึง 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกครั้งเดียว? และที่สำคัญที่สุด… เขาทำแบบนั้นได้อย่างไร ทำไมมันถึงไม่ผิดกติกา?

 

เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 1เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 2เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 3เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 4เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 5เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 6เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 7เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา 16 คน จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 8

The post รู้จัก เบอนัวต์ ริโชด์ โค้ชที่สอน 16 นักกีฬา จาก 13 ประเทศ ในโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบม-กมลพรรณ ยกน้ำหนักสาวไทยกับเบื้องหลังเหรียญทองที่ชนะกันแค่ 1 กิโลกรัม https://thestandard.co/bam-kamonphan-gold-medal-1kg-win/ Thu, 22 Jan 2026 02:34:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1167978 แบม-กมลพรรณ ยกน้ำหนัก สาวไทย กับ เบื้องหลังเหรียญทอง ที่ชนะกันแค่ 1 กิโลกรัม

บนเวทียกน้ำหนักรุ่น 55 กิโลกรัมหญิง ในศึกอาเซียนพาราเกม […]

The post แบม-กมลพรรณ ยกน้ำหนักสาวไทยกับเบื้องหลังเหรียญทองที่ชนะกันแค่ 1 กิโลกรัม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบม-กมลพรรณ ยกน้ำหนัก สาวไทย กับ เบื้องหลังเหรียญทอง ที่ชนะกันแค่ 1 กิโลกรัม

บนเวทียกน้ำหนักรุ่น 55 กิโลกรัมหญิง ในศึกอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ภาพที่ปรากฏแก่สายตาผู้ชมคือ แบม-กมลพรรณ กระราชเพชร นักยกน้ำหนักสาวไทย เฉือนชนะคู่แข่งจากเวียดนามไปเพียง 1 กิโลกรัม (104 ต่อ 103 กิโลกรัม) แต่เบื้องหลังตัวเลขเพียงน้อยนิดนี้ กลับเต็มไปด้วยฉากทัศน์ของการต่อสู้ทางจิตใจที่ดุเดือด

 

“ก่อนมาแข่งครั้งนี้ ชีวิตหนูเจอมรสุมหนักมาก” คือประโยคเปิดใจของ แบม-กมลพรรณ เจ้าของเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ที่เธอเล่าให้กับ THE STANDARD SPORT ฟังหลังจบการแข่งขัน

 

จอมพลังสาววัย 24 ปี ลงแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์เป็นครั้งที่ 3 และเป็นหนึ่งในนักกีฬาพาราไทยที่สร้างผลงานให้ทีมชาติไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้เธอขึ้นเวทีชิงชัยในรุ่น 55 กิโลกรัมหญิง ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยังสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้อย่างน่าชื่นชม

 

“ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ชีวิตหนูเจอปัญหาถาโถมเข้ามาหลายอย่าง ทั้งปัญหาทางบ้านที่ทำให้ต้องหยุดซ้อมหนึ่งสัปดาห์เพื่อกลับไปจัดการ พอกลับมาซ้อมได้ไม่นานก็ป่วย ต้องพักอีกครั้ง พอหายป่วยกลับมาซ้อมก็เจ็บสะบักจนต้องเบรกอีก รวมๆ แล้วหนูหยุดซ้อมไปประมาณ 3 สัปดาห์ ทั้งที่เหลือเวลาอีกเพียงเดือนกว่าๆ ก่อนมาแข่ง ทำให้ฝึกซ้อมได้ไม่ต่อเนื่องและไม่เต็มที่เท่าที่ควร”

 

แม้ต้องลงแข่งด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ จอมพลังสาวยังคงกัดฟันทนเจ็บขึ้นเวทียกลูกเหล็กที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวเธอเกือบสองเท่า โดยแบมออกมายกครั้งแรกผ่านฉลุยที่สถิติ 101 กิโลกรัม ขยับขึ้นเป็นผู้นำ พร้อมทิ้งห่างคู่แข่งจากเวียดนามซึ่งยกผ่านไปแล้ว 2 ครั้ง ถึง 7 กิโลกรัม

 

จากนั้นแบมออกมายกครั้งที่ 2 เรียกเหล็ก 102 กิโลกรัม แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เธอยกไม่ผ่าน อย่างไรก็ตาม ณ จุดนั้น ทั้งแบมและคู่แข่งจากเวียดนามต่างเหลือโอกาสยกกันอีกคนละหนึ่งครั้ง ทำให้สถานการณ์เหรียญทองยังดูเหมือนจะอยู่ในมือของนักยกเหล็กสาวไทย

 

แต่เกมกลับพลิกผัน เมื่อคู่แข่งจากเวียดนามออกมายกครั้งสุดท้ายด้วยน้ำหนัก 103 กิโลกรัม เพิ่มจากครั้งที่สองถึง 9 กิโลกรัม และสูงกว่าสถิติที่ส่งไว้ในสตาร์ตลิสต์ถึง 13 กิโลกรัม ก่อนจะยกผ่านแบบไร้ปัญหา ขยับขึ้นเป็นผู้นำชั่วคราว และโยนความกดดันทั้งหมดมาให้ฝั่งไทยในการยกครั้งสุดท้าย

 

“โค้ชบอกไม่ต้องสนใจรอบข้าง ทำสมาธิให้อยู่กับตัวเอง” คือคำพูดที่โค้ชฝากไว้กับแบมก่อนขึ้นเวที

 

“หนูไม่คิดว่าเขาจะยกผ่านด้วยซ้ำ จากที่เคยแข่งกันมา สถิติดีสุดของเขาคือ 101 กิโลกรัม ตอนนั้นในหัวหนูว่างเปล่ามาก คิดแค่ว่าต้องยกให้ได้”

 

“ก็มีความกังวลบ้าง เพราะครั้งที่ 2 หนูยกไม่ผ่าน แล้วครั้งที่ 3 ต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นอีก 2 กิโลกรัม แถมยังมีอาการสะบักอักเสบด้วย ก็แอบคิดว่าจะยกผ่านไหม”

 

ท้ายที่สุด แบม-กมลพรรณ รวบรวมสมาธิขึ้นเวทีด้วยสีหน้ามั่นใจ ก่อนจะยกผ่านฉลุยในครั้งสุดท้ายที่สถิติ 104 กิโลกรัม คว้าเหรียญทองไปครองได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ชัยชนะครั้งนี้ ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยช่องว่างเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น หากแต่สิ่งที่แบมต้องยกผ่าน ยังรวมถึงความกดดัน อาการบาดเจ็บ และมรสุมชีวิตตลอดหนึ่งเดือนก่อนการแข่งขัน

 

แบมเล่าว่าวินาทีที่ทำสำเร็จ เธอรู้สึกดีใจมากที่สามารถคว้าเหรียญทองมาฝากคนไทยได้

 

“ตอนนั้นคิดว่ามันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ยังไงก็ต้องยกให้ได้ มันถอยไม่ได้ แข่งในบ้าน เราก็อยากให้คนไทยภูมิใจ กัดฟันเอา ถึงจะเจ็บ อย่างน้อยก็มีหมอสแตนด์บายข้างสนาม” แบมกล่าวพร้อมหัวเราะ

 

สำหรับจุดที่ทำให้เธอสามารถเอาชนะความกดดันในครั้งนี้ได้ เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเพราะการควบคุมสมาธิและทำให้จิตใจสงบ ซึ่งเป็นทักษะที่ผ่านการขัดเกลาจากการฝึกซ้อมและประสบการณ์แข่งขันตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมยกความสำเร็จครั้งนี้มอบให้กับคุณแม่ ผู้เป็นกำลังใจสำคัญในทุกช่วงของชีวิต

 

“หนูพูดกับตัวเองเสมอว่าต้องทำได้ ส่วนตัวหนูจะเป็นคนประเมินสถานการณ์ก่อน ไม่คิดฟุ้งซ่าน ทำสมาธิ เช็กตัวเองตลอด การเช็กตัวเองทำให้ไม่ต้องไปโฟกัสที่ความกดดัน เพราะถ้าไปโฟกัสตรงนั้นจะยิ่งเครียดและกังวลว่าจะยกผ่านไหม ซึ่งมันกดดันมากจริงๆ”

 

“แม่ไม่ได้มาดูที่สนาม แต่เหรียญนี้ขอมอบให้คุณแม่ ทุกความสำเร็จมีแม่อยู่เบื้องหลัง คอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเสมอ แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน”

 

นอกจากนี้ แบมยังทิ้งท้ายถึงบทบาทของกีฬาที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างสิ้นเชิง

 

“กีฬาเปลี่ยนชีวิตหนูมากๆ หนูสามารถสร้างบ้านให้พ่อแม่ มีบ้าน มีรถเป็นของตัวเอง และสร้างครอบครัวของตัวเองได้ ทัศนคติหนูดีขึ้น จากเมื่อก่อนเป็นคนดื้อ ไม่ฟังใคร ทุกวันนี้หนูนิ่งขึ้น จิตใจสงบขึ้น กีฬาทำให้หนูมีสมาธิมากขึ้น”

 

The post แบม-กมลพรรณ ยกน้ำหนักสาวไทยกับเบื้องหลังเหรียญทองที่ชนะกันแค่ 1 กิโลกรัม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก่งอย่างเดียวไม่พอ? เมื่อ Social Skill กลายเป็นกุญแจสู่ฟุตบอลโลกของแข้งทีมชาติอังกฤษ https://thestandard.co/thomas-tuchel-england-social-skills-world-cup-2026/ Sat, 17 Jan 2026 02:15:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1166162 thomas-tuchel-england-social-skills-world-cup-2026

ฟุตบอลโลกกำลังจะวนเวียนกลับมาหาเราอีกครั้งในช่วงกลางปีน […]

The post เก่งอย่างเดียวไม่พอ? เมื่อ Social Skill กลายเป็นกุญแจสู่ฟุตบอลโลกของแข้งทีมชาติอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thomas-tuchel-england-social-skills-world-cup-2026

ฟุตบอลโลกกำลังจะวนเวียนกลับมาหาเราอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้ (รับประกันไวกว่าที่เราจะตั้งตัวแน่นอน)

 

สำหรับนักฟุตบอลทุกคนแล้วพวกเขาล้วนฝันถึงการได้ติดธงติดทีมไปเป็นตัวแทนของทุกคนในชาติ แบกความหวังและความฝันเต็มสองบ่าลงไปชิงชัยในสนาม

 

เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสนั้น เพราะการจะได้ติดทีมไปลุยบอลโลกนั้นนอกจากฝีเท้าจะต้องดีแล้ว โค้ชยังดูด้วยว่าเป็นผู้เล่นที่ตอบโจทย์กับระบบการเล่นหรือเปล่า

 

แต่ล่าสุดมันอาจจะไม่ได้วัดกันแค่นั้นด้วย

 

เพราะตามคำพูดของโธมัส ทูเคิล บอสใหญ่ทีม ‘สิงโตคำราม’ อังกฤษแล้ว อีกหนึ่งคุณสมบัติที่สำคัญมากๆ สำหรับการพิจารณาว่าใครจะได้ไปหรือไม่ได้ไปฟุตบอลโลกคือสิ่งที่เรียกว่า ‘Social Skill’

 

คำนี้มีความหมายและความสำคัญอย่างไรกันนะ?

 

ถึงแม้ว่าจะเข้ามาคุมทีมชาติอังกฤษแบบเต็มตัวได้แค่ปีเดียว (ไม่นับช่วงรับตำแหน่งในปลายปี 2024) ต้องบอกว่าทูเคิลทำผลงานเอาไว้ได้น่าสนใจ

 

ในสนามพวกเขาทะยานเข้ารอบสุดท้ายได้อย่างไม่ยากลำบาก แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ ‘แนวทาง’ ในการบริหารจัดการควบคุมทีมนอกสนาม

 

NEWS / SPORT
เก่งอย่างเดียวไม่พอ? เมื่อ Social Skill กลายเป็นกุญแจสู่ฟุตบอลโลกของแข้งทีมชาติอังกฤษ
เรื่อง: เมธา พันธุ์วราทร

Body Text:

ฟุตบอลโลกกำลังจะวนเวียนกลับมาหาเราอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้ (รับประกันไวกว่าที่เราจะตั้งตัวแน่นอน) 

สำหรับนักฟุตบอลทุกคนแล้วพวกเขาล้วนฝันถึงการได้ติดธงติดทีมไปเป็นตัวแทนของทุกคนในชาติ แบกความหวังและความฝันเต็มสองบ่าลงไปชิงชัยในสนาม

เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสนั้น เพราะการจะได้ติดทีมไปลุยบอลโลกนั้นนอกจากฝีเท้าจะต้องดีแล้ว โค้ชยังดูด้วยว่าเป็นผู้เล่นที่ตอบโจทย์กับระบบการเล่นหรือเปล่า

แต่ล่าสุดมันอาจจะไม่ได้วัดกันแค่นั้นด้วย

เพราะตามคำพูดของโธมัส ทูเคิล บอสใหญ่ทีม ‘สิงโตคำราม’ อังกฤษแล้ว อีกหนึ่งคุณสมบัติที่สำคัญมากๆ สำหรับการพิจารณาว่าใครจะได้ไปหรือไม่ได้ไปฟุตบอลโลกคือสิ่งที่เรียกว่า ‘Social Skill’ 

คำนี้มีความหมายและความสำคัญอย่างไรกันนะ?

ถึงแม้ว่าจะเข้ามาคุมทีมชาติอังกฤษแบบเต็มตัวได้แค่ปีเดียว (ไม่นับช่วงรับตำแหน่งในปลายปี 2024) ต้องบอกว่าทูเคิลทำผลงานเอาไว้ได้น่าสนใจ

ในสนามพวกเขาทะยานเข้ารอบสุดท้ายได้อย่างไม่ยากลำบาก แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ ‘แนวทาง’ ในการบริหารจัดการควบคุมทีมนอกสนาม

https://www.gettyimages.com/detail/news-photo/thomas-tuchel-head-coach-of-england-speaks-to-jude-news-photo/2219615590?adppopup=true 

ทูเคิลแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดที่จะตัดสตาร์อย่างฟิล โฟเดน หรือจู๊ด เบลลิงแฮม ออกจากทีมและให้โอกาสแก่คนที่กำลังทำผลงานได้ร้อนแรงกับสโมสรในปัจจุบันอย่างมอร์แกน โรเจอร์สมากกว่า เป็นอาทิ

แต่หนึ่งในการตัดสินใจที่สร้างความสงสัยอย่างมากและทำให้เกิดคำถามถกเถียงคือการเรียกตัว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางจอมเก๋าที่เพิ่งกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งติดทีมชาติด้วย ทั้งๆที่หลุดวงโคจรไปนานแล้ว

ชาติอื่นเขาเน้นการให้โอกาส “อนาคต” แต่ทูเคิลกลับเลือกจะย้อนกลับไปหา “อดีต” เป็น Back to the Future เสียอย่างนั้น

แต่ในเหตุผลแล้วน่าสนใจ เพราะทูเคิลเชื่อว่านักเตะอย่างเฮนเดอร์สัน จะนำความ ‘สมดุล’ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง 

เพราะทีมที่ดีบางครั้งไม่จำเป็นจะต้องเป็นการรวมกันของนักเตะที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่ต้องเป็นทีมที่รวมกันแล้วลงตัว เข้ากัน และช่วยกันเล่นได้ดีที่สุดมากกว่า

และดูเหมือนทูเคิลจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะล่าสุดมีการออกมาพูดถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันในแคมป์ทีมชาติ ซึ่งต้องมีทักษะสำคัญ

Social Skill หรือ ‘ทักษะทางสังคม’

ทูเคิลกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

“สิ่งที่สำคัญมากคือการที่เราจะไม่เลือกคนจากพรสวรรค์เท่านั้น แต่เราต้องดูด้วยว่าเราต้องการอะไรจากเขา“

“นักเตะเหล่านี้มีทักษะทางสังคมไหม เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีหรือเปล่า? เขาพร้อมจะสนับสนุนคนอื่นไหมถ้าบทบาทของเขาคือการเป็นผู้สนับสนุน? นี่คือสิ่งที่เราจะให้ความสำคัญ“

แล้วทักษะทางสังคมหมายถึงอะไร?

ตามความหมายแล้วคือ “ความสามารถในการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น โดยใช้ทั้งการพูด การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง (อวัจนภาษา) การฟัง และการเข้าใจกฎเกณฑ์ทางสังคม เพื่อให้การเข้าสังคมราบรื่นและสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมีน้ำใจ การแบ่งปัน การฟังอย่างตั้งใจ การควบคุมอารมณ์ หรือการแก้ไขปัญหา”

https://www.gettyimages.com/detail/news-photo/thomas-tuchel-head-coach-of-england-and-players-of-england-news-photo/2246812302?adppopup=true 

โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
การสื่อสาร (Communication): การพูด การฟัง การใช้ภาษากาย การแสดงออกทางสีหน้า
การเข้าใจผู้อื่น (Empathy): การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
ทักษะความสัมพันธ์ (Relationship Skills): การแบ่งปัน การรอคิว การร่วมกิจกรรม การขออนุญาต
การควบคุมตนเอง (Self-regulation): การจัดการอารมณ์ การยอมรับความผิดพลาด การจัดการกับความขัดแย้ง
การแก้ปัญหา (Problem-solving): การขอความช่วยเหลือ การตัดสินใจ และการยอมรับผล

อย่างไรก็ดี ในชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้มาดูคุณสมบัติไล่กันทีละข้อสองข้อแบบนี้ แต่จะดูจากภาพรวมถึงนิสัยและการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น

ระหว่างคนที่เก่งกว่าแต่เป็นพิษ (Toxic) กับคนที่อาจจะไม่เก่งเท่าแต่สร้างบรรยากาศ (Vibe) ที่ดีกับทุกคน พร้อมสนับสนุนทีมเต็มที่ มีประสบการณ์แบ่งปัน ปกป้องเพื่อน

คนแบบหลังน่าจะเป็นคนที่ทุกคนอยากให้อยู่ในทีมมากกว่า

เพราะฟุตบอลโลกเป็นมหกรรมกีฬาที่กินระยะเวลายาวนานร่วมเดือน (และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอลโลก 2026 จะกินเวลายาวนานขึ้นอีก) 

ความกลมเกลียว บรรยากาศในแคมป์เป็นสิ่งสำคัญ

ในอดีตเคยมีกรณีแคมป์แตกมาแล้วอย่างทีมชาติฝรั่งเศส ชุดฟุตบอลโลก 2010 ที่มีปัญหาร้าวฉานอย่างหนัก ทั้งๆ ที่ทีมเต็มไปด้วยขุนพลระดับชั้นยอด

ขณะที่อังกฤษชุดที่ทำผลงานได้ดีนอกจากยุคของแกเร็ธ เซาธ์เกต คือชุดฟุตบอลโลก 1990 ใต้การนำของเซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน และยูโร 1996 ใต้การนำของเทอร์รี เวนาเบิลส์ 

โดยเฉพาะชุดหลังที่แม้จะมีความเกเรบ้าง กับตำนาน ‘เก้าอี้หมอฟัน’ (Dentist chair) เพราะมีตัวแสบอย่างพอล แกสคอยน์ แต่ความกลมเกลียวของทีมชุดนั้นก็พาอังกฤษไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ

นี่คือ ‘ส่วนผสมทองคำ’ ที่ทูเคิลกำลังพยายามอยู่ โดยที่เหลือโอกาสในการอุ่นเครื่องอีกแค่ 2 นัดในเดือนมีนาคมกับอุรุกวัยและญี่ปุ่น ก่อนที่จะต้องประกาศรายชื่อหลังจบฤดูกาล

ที่น่าจะต้องมีคนที่ผิดหวัง ซึ่งถ้ามันไม่ใช่เพราะฝีเท้า ประสบการณ์ หรือความจำเป็นในระบบการเล่น แต่เป็นเพราะขาด Social Skill 

เจ็บลึกเลย

 

ทูเคิลแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดที่จะตัดสตาร์อย่างฟิล โฟเดน หรือจู๊ด เบลลิงแฮม ออกจากทีมและให้โอกาสแก่คนที่กำลังทำผลงานได้ร้อนแรงกับสโมสรในปัจจุบันอย่างมอร์แกน โรเจอร์สมากกว่า เป็นอาทิ

 

แต่หนึ่งในการตัดสินใจที่สร้างความสงสัยอย่างมากและทำให้เกิดคำถามถกเถียงคือการเรียกตัว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางจอมเก๋าที่เพิ่งกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งติดทีมชาติด้วย ทั้งๆที่หลุดวงโคจรไปนานแล้ว

 

ชาติอื่นเขาเน้นการให้โอกาส “อนาคต” แต่ทูเคิลกลับเลือกจะย้อนกลับไปหา “อดีต” เป็น Back to the Future เสียอย่างนั้น

 

แต่ในเหตุผลแล้วน่าสนใจ เพราะทูเคิลเชื่อว่านักเตะอย่างเฮนเดอร์สัน จะนำความ ‘สมดุล’ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง

 

เพราะทีมที่ดีบางครั้งไม่จำเป็นจะต้องเป็นการรวมกันของนักเตะที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่ต้องเป็นทีมที่รวมกันแล้วลงตัว เข้ากัน และช่วยกันเล่นได้ดีที่สุดมากกว่า

 

และดูเหมือนทูเคิลจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะล่าสุดมีการออกมาพูดถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันในแคมป์ทีมชาติ ซึ่งต้องมีทักษะสำคัญ

 

Social Skill หรือ ‘ทักษะทางสังคม’

 

ทูเคิลกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

 

“สิ่งที่สำคัญมากคือการที่เราจะไม่เลือกคนจากพรสวรรค์เท่านั้น แต่เราต้องดูด้วยว่าเราต้องการอะไรจากเขา“

 

“นักเตะเหล่านี้มีทักษะทางสังคมไหม เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีหรือเปล่า? เขาพร้อมจะสนับสนุนคนอื่นไหมถ้าบทบาทของเขาคือการเป็นผู้สนับสนุน? นี่คือสิ่งที่เราจะให้ความสำคัญ“

 

แล้วทักษะทางสังคมหมายถึงอะไร?

 

ตามความหมายแล้วคือ “ความสามารถในการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น โดยใช้ทั้งการพูด การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง (อวัจนภาษา) การฟัง และการเข้าใจกฎเกณฑ์ทางสังคม เพื่อให้การเข้าสังคมราบรื่นและสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมีน้ำใจ การแบ่งปัน การฟังอย่างตั้งใจ การควบคุมอารมณ์ หรือการแก้ไขปัญหา”

 

โธมัส ทูเคิล กำลังพูดคุยกับจู๊ด เบลลิงแฮมในสนามซ้อม

 

โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

 

  • การสื่อสาร (Communication): การพูด การฟัง การใช้ภาษากาย การแสดงออกทางสีหน้า
  • การเข้าใจผู้อื่น (Empathy): การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
  • ทักษะความสัมพันธ์ (Relationship Skills): การแบ่งปัน การรอคิว การร่วมกิจกรรม การขออนุญาต
  • การควบคุมตนเอง (Self-regulation): การจัดการอารมณ์ การยอมรับความผิดพลาด การจัดการกับความขัดแย้ง
  • การแก้ปัญหา (Problem-solving): การขอความช่วยเหลือ การตัดสินใจ และการยอมรับผล

 

อย่างไรก็ดี ในชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้มาดูคุณสมบัติไล่กันทีละข้อสองข้อแบบนี้ แต่จะดูจากภาพรวมถึงนิสัยและการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น

 

ระหว่างคนที่เก่งกว่าแต่เป็นพิษ (Toxic) กับคนที่อาจจะไม่เก่งเท่าแต่สร้างบรรยากาศ (Vibe) ที่ดีกับทุกคน พร้อมสนับสนุนทีมเต็มที่ มีประสบการณ์แบ่งปัน ปกป้องเพื่อน

 

คนแบบหลังน่าจะเป็นคนที่ทุกคนอยากให้อยู่ในทีมมากกว่า

 

เพราะฟุตบอลโลกเป็นมหกรรมกีฬาที่กินระยะเวลายาวนานร่วมเดือน (และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอลโลก 2026 จะกินเวลายาวนานขึ้นอีก)

 

ความกลมเกลียว บรรยากาศในแคมป์เป็นสิ่งสำคัญ

 

ในอดีตเคยมีกรณีแคมป์แตกมาแล้วอย่างทีมชาติฝรั่งเศส ชุดฟุตบอลโลก 2010 ที่มีปัญหาร้าวฉานอย่างหนัก ทั้งๆ ที่ทีมเต็มไปด้วยขุนพลระดับชั้นยอด

 

ขณะที่อังกฤษชุดที่ทำผลงานได้ดีนอกจากยุคของแกเร็ธ เซาธ์เกต คือชุดฟุตบอลโลก 1990 ใต้การนำของเซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน และยูโร 1996 ใต้การนำของเทอร์รี เวนาเบิลส์

 

โดยเฉพาะชุดหลังที่แม้จะมีความเกเรบ้าง กับตำนาน ‘เก้าอี้หมอฟัน’ (Dentist chair) เพราะมีตัวแสบอย่างพอล แกสคอยน์ แต่ความกลมเกลียวของทีมชุดนั้นก็พาอังกฤษไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ

 

นี่คือ ‘ส่วนผสมทองคำ’ ที่ทูเคิลกำลังพยายามอยู่ โดยที่เหลือโอกาสในการอุ่นเครื่องอีกแค่ 2 นัดในเดือนมีนาคมกับอุรุกวัยและญี่ปุ่น ก่อนที่จะต้องประกาศรายชื่อหลังจบฤดูกาล

 

ที่น่าจะต้องมีคนที่ผิดหวัง ซึ่งถ้ามันไม่ใช่เพราะฝีเท้า ประสบการณ์ หรือความจำเป็นในระบบการเล่น แต่เป็นเพราะขาด Social Skill

 

เจ็บลึกเลย

The post เก่งอย่างเดียวไม่พอ? เมื่อ Social Skill กลายเป็นกุญแจสู่ฟุตบอลโลกของแข้งทีมชาติอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาร์ลอส อัลการาซ แยกทางโค้ช ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 https://thestandard.co/alcaraz-ferrero-split-before-2026/ Thu, 18 Dec 2025 03:20:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1155910 คาร์ลอส อัลการาซ แยกทางโค้ช ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร ก่อนเปิดฤดูกาล 2026

คาร์ลอส อัลการาซ นักเทนนิสมือ 1 ของโลกวัย 22 ปี ประกาศแ […]

The post คาร์ลอส อัลการาซ แยกทางโค้ช ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาร์ลอส อัลการาซ แยกทางโค้ช ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร ก่อนเปิดฤดูกาล 2026

คาร์ลอส อัลการาซ นักเทนนิสมือ 1 ของโลกวัย 22 ปี ประกาศแยกทางกับ ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร โค้ชคู่บุญชาวสเปนอย่างเป็นทางการ ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 นับเป็นการตัดสินใจที่สร้างความประหลาดใจให้วงการเทนนิสอย่างมาก

 

อัลการาซทำงานร่วมกับอดีตมือ 1 โลกและแชมป์เฟรนช์โอเพน 2003 มาตั้งแต่อายุ 15 ปี และร่วมกันประสบความสำเร็จคว้าแกรนด์สแลมรวม 6 รายการ โดยเจ้าตัวยืนยันเพียงว่า “ตัดสินใจแยกทางกัน” โดยไม่เปิดเผยเหตุผล ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า เฟร์เรโรไม่ได้ต้องการออกจากตำแหน่ง

 

อัลการาซกล่าวขอบคุณเฟร์เรโรว่าเป็นผู้ทำให้ “ความฝันในวัยเด็กกลายเป็นจริง” ส่วนเฟร์เรโรยอมรับว่าอยากร่วมงานต่อ พร้อมทิ้งท้ายว่า เชื่อว่าสายสัมพันธ์ที่ดีจะพาทั้งคู่กลับมาพบกันอีกในอนาคต

 

สำหรับแผนงานต่อไป อัลการาซจะยังไม่ประกาศโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า ซามูเอล โลเปซ ซึ่งร่วมทีมมาตั้งแต่ปี 2024 จะยังคงทำหน้าที่ต่อไป ขณะที่เป้าหมายระยะสั้นของอัลการาซคือการลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสชายอายุน้อยที่สุดที่คว้า Career Grand Slam ในศึกออสเตรเลียนโอเพน ต้นปีหน้า

The post คาร์ลอส อัลการาซ แยกทางโค้ช ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุนช้างศึกต่อไป https://thestandard.co/ishii-thanks-fans-confirms-support/ Thu, 23 Oct 2025 04:44:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1134473 อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุน ช้างศึกต่อไป

มาซาทาดะ อิชิอิ อดีตหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย โพสต์ข้อความใ […]

The post อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุนช้างศึกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุน ช้างศึกต่อไป

มาซาทาดะ อิชิอิ อดีตหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย โพสต์ข้อความใน Instagram ส่วนตัว ขอบคุณแฟนบอลชาวไทยที่ส่งข้อความมาให้กำลังใจ พร้อมยืนยันว่า จะ “เป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนทีมชาติไทยต่อไป”

 

โดยอิชิอิ โพสต์ข้อความในภาษาญี่ปุ่น และ ภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ถึงทุกคนที่ส่งข้อความมาหาผม ขอบคุณมากสำหรับทุกข้อความและกำลังใจที่ส่งมาให้ในครั้งนี้ครับ

 

“ผมยังคงอยากทำงานในฐานะผู้จัดการทีมต่อไป และมีแผนจะทำงานในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ต่อจากนี้

 

“แม้ว่าผมจะไม่สามารถทำหน้าที่โค้ชทีมชาติไทยได้อีกแล้ว แต่ผมก็จะยังคงเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนทีมชาติไทยต่อไป เช่นเดียวกับทุกคนครับ”

 

ไอจี อิชิอิ

The post อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุนช้างศึกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสน่ห์สีสันชุดโค้ชที่หายไปจากริมสนามฟุตบอล https://thestandard.co/vanishing-charm-of-coach-attire/ Sat, 26 Jul 2025 02:10:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1100125

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย คือวัฒนธรรมการแต่งต […]

The post เสน่ห์สีสันชุดโค้ชที่หายไปจากริมสนามฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย คือวัฒนธรรมการแต่งตัวข้างสนามของบรรดาโค้ช ที่ทุกวันนี้ แม้จะดูเป็นทางการมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่หายไป คือแฟชันและสีสันจากชุดวอร์มหลากหลายสี ซึ่งแทบหาดูไม่ได้แล้วในยุคสมัยนี้

 

แล้วคุณคิดถึงภาพโค้ชคนใด ในชุดวอร์มชุดไหนเป็นพิเศษกันหรือเปล่า?

 

 

ภาพ: Mark Sandten, Mark Leech/Offside, ullstein bild, VI-Images, Michael Steele – EMPICS / Getty Images

The post เสน่ห์สีสันชุดโค้ชที่หายไปจากริมสนามฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมฟุตบอลฯ แถลงแยกทาง ‘จเด็จ มีลาภ’ หลังทีมชาติไทย U17 ตกรอบชิงแชมป์เอเชีย 2025 https://thestandard.co/thai-u17-coach-change/ Thu, 10 Apr 2025 09:50:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1062984 thai-u17-coach-change

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศแยกทางกับ ‘โค้ชจเด็ […]

The post สมาคมฟุตบอลฯ แถลงแยกทาง ‘จเด็จ มีลาภ’ หลังทีมชาติไทย U17 ตกรอบชิงแชมป์เอเชีย 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-u17-coach-change

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศแยกทางกับ ‘โค้ชจเด็จ’ จเด็จ มีลาภ และทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชุดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี อย่างเป็นทางการ หลังสิ้นสุดภารกิจในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 2025 รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

 

โดยแถลงการณ์จากสมาคมฯ ระบุว่า ขอขอบคุณโค้ชจเด็จและทีมงานทุกคนสำหรับความมุ่งมั่นและทุ่มเทที่แสดงออกมาตลอดช่วงเวลาที่รับหน้าที่ พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางใหม่ต่อไป

 

สำหรับผลงานของทีมชาติไทย U17 ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ลงสนาม 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แพ้รวดทั้ง 3 เกม ไม่สามารถเก็บคะแนนได้เลย และพลาดโอกาสไปแข่งขันฟุตบอล U17 ชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศกาตาร์

 

ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ยังเตรียมพิจารณาหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ โดยฝ่ายเทคนิคจะเร่งคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม เพื่อเข้ามาทำหน้าที่พัฒนาทีมเยาวชนไทยให้ก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็งในอนาคต

The post สมาคมฟุตบอลฯ แถลงแยกทาง ‘จเด็จ มีลาภ’ หลังทีมชาติไทย U17 ตกรอบชิงแชมป์เอเชีย 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจค่าเหนื่อย ‘โค้ชฟุตบอลทีมชาติ’ https://thestandard.co/international-soccer-manager-compensation/ Thu, 17 Oct 2024 08:46:00 +0000 https://thestandard.co/?p=997165 โค้ชฟุตบอลทีมชาติ

การเข้ามานั่งในตำแหน่งกุนซือคนใหม่ทีมชาติอังกฤษของ โธมั […]

The post สำรวจค่าเหนื่อย ‘โค้ชฟุตบอลทีมชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โค้ชฟุตบอลทีมชาติ

การเข้ามานั่งในตำแหน่งกุนซือคนใหม่ทีมชาติอังกฤษของ โธมัส ทูเคิล ซึ่งตามสถิติแล้ว นอกจากจะทำให้เขาเป็นกุนซือต่างชาติคนที่ 3 ที่รับงานคุมทัพสิงโตคำรามแล้ว 

 

ในรายละเอียดเรื่องของค่าเหนื่อยพบว่า โค้ชชาวเยอรมันจะได้รับค่าเหนื่อยราวๆ 6 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งนับว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในบรรดาโค้ชทีมชาติ

 

และนี่คือทำเนียบ 10 อันดับโค้ชฟุตบอลทีมชาติที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในวงการ

 

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจาก The Mirror และ Bolavip ผ่านการรวบรวมโดย GiveMeSport

 

โค้ชฟุตบอลทีมชาติ

 

The post สำรวจค่าเหนื่อย ‘โค้ชฟุตบอลทีมชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีชื่อติด 1 ใน 3 ลุ้นคว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยม FIFA The Best https://thestandard.co/guardiola-hayes-fifa-best-coach-award-finalists/ Thu, 14 Dec 2023 03:49:01 +0000 https://thestandard.co/?p=876601 เป๊ป กวาร์ดิโอลา

เช้ามืดที่ผ่านมา (14 ธันวาคม) ESPN สื่อกีฬาชื่อดังรายงา […]

The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีชื่อติด 1 ใน 3 ลุ้นคว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยม FIFA The Best appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป๊ป กวาร์ดิโอลา

เช้ามืดที่ผ่านมา (14 ธันวาคม) ESPN สื่อกีฬาชื่อดังรายงานว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีชื่อติด 1 ใน 3 ลุ้นคว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยม FIFA The Best ประจำปีนี้

 

กวาร์ดิโอลาพาแมนฯ ซิตี้ คว้า 3 แชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเป็น 1 ใน 3 ผู้เข้าชิงรางวัลนี้ ร่วมกับ ซิโมเน อินซากี และ ลูเซียโน สปัลเล็ตติ เพื่อชิงรางวัลโค้ชฟุตบอลชายยอดเยี่ยมของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA 

 

อินซากีพาอินเตอร์ มิลานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกกับแมนฯ ซิตี้ ขณะที่สปัลเล็ตติพานาโปลีคว้าแชมป์เซเรียอาครั้งแรกในรอบ 33 ปี

 

ขณะที่หัวหน้าโค้ชที่เข้าลุ้นชิงรางวัลโค้ชฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม มีชื่อของ โจนาทาน กิรัลเดซ เข้าชิงรางวัลโค้ชฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม หลังจากที่พาบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลีกสเปนและแชมป์ฟุตบอลสโมสรยุโรป หลังเอาชนะเชลซีในรอบรองชนะเลิศ

 

เอ็มมา เฮย์ส ของเชลซี ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์วีเมนส์ซูเปอร์ลีกของอังกฤษและแชมป์เอฟเอคัพหญิง ซึ่งนับเป็นการได้ดับเบิลแชมป์ ขณะที่ ซารินา เว็กแมน หัวหน้าโค้ชของทีมชาติอังกฤษที่คว้ารองแชมป์โลกหญิง หลังพ่ายให้สเปนในรอบชิงชนะเลิศด้วย

 

โดยรายชื่อ 3 คนสุดท้ายของรางวัลได้รับเลือกจากรายชื่อ 5 คนสุดท้าย ซึ่งคะแนนทั้งหมดถูกโหวตโดยกัปตันทีมชาติ-โค้ช และสื่อที่ได้รับเลือกจากทั่วโลก รวมไปถึงแฟนบอลจากทั่วโลก

 

โดยพิธีมอบรางวัลผู้ชนะจะมีขึ้นในวันที่ 15 มกราคมที่จะถึงนี้ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

 

อ้างอิง: 

 

The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีชื่อติด 1 ใน 3 ลุ้นคว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยม FIFA The Best appeared first on THE STANDARD.

]]>